ย้อนดูยุค Jurassic ใกล้นิดเดียวที่ผาแต้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 20 ส.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691882

 

สวัสดีครับ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน สัปดาห์นี้ผมจะมาเล่าเรื่องราวต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว เที่ยวอาณาจักรหินทราย 100 ล้านปี ของดีที่เกือบลูกลืม ที่พาไปชมความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองอุบลราชธานี



เริ่มต้นกันที่ “น้ำตกสร้อยสวรรค์” เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูงประมาณ 30 เมตร เกิดจากลำน้ำห้วยสร้อยและแซไผตกจากยอดเขาแล้วไหลมาบรรจบกัน มองดูลักษณะคล้ายสายสร้อย ตัวน้ำตกตั้งอยู่ห่างจากจุดชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้มประมาณ 15 กิโลเมตร เมื่อมาถึงจุดตรวจบริเวณน้ำตกสร้อยสวรรค์จะต้องจอดรถเอาไว้ภายในบริเวณที่กำหนด แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 500 เมตร ผ่านถนนลาดยางที่โอบล้อมไปด้วยดงไผ่ทึบสองข้างทางและลงบันไดซึ่งรายรอบไปด้วยหมู่แมกไม้สีเขียวขจีสู่ตัวน้ำตก ช่วงแรกคุณจะได้พบกับน้ำตกซึ่งไหลรินเป็นสายยาวสวยงามตกลงมาจากแนวผาหน้าตัด ด้านหน้ามีแอ่งน้ำตื้นเล็กๆ มากมายเรียงรายไปตามแนวทางไหลของสายน้ำ




ในช่วงปลายฝนต้นหนาว (ประมาณปลายเดือน ต.ค.-ต้นเดือน ธ.ค.) เพียงเดินข้ามลำห้วยสร้อยและแซไผซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตกสร้อยสวรรค์แล้วเดินขึ้นสู่ลานหินก็จะได้พบกับทุ่งดอกไม้กว้างไม่ว่าจะเป็น ดอกสร้อยสุวรรณา, ดุสิตา, มณีเทวา, หญ้าบัว บานอวดโฉมอยู่เต็มท้องทุ่ง เป็นช่วงที่น้ำตกสร้อยสวรรค์มีความงดงามมากที่สุดของปี



ทางด้านธรณีวิทยา พื้นที่บริเวณเป็นหินทรายสีเทา เทาอมแดง ปนกรวด หน้าผาหินทรายมีความสูงประมาณ 30 เมตร แสดงแนวการวางตัวชัดเจน บริเวณพื้นทั่วๆ ไปยังพบกุมภลักษณ์ที่มีขนาดตั้งแต่ 15-130 เซนติเมตร ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางกระแสน้ำวน หินที่พบเป็นหินทรายอยู่ในหมวดหินภูพาน อายุประมาณ 110 ล้านปี



หลังจากนั้นผมก็เดินทางต่อมาที่ สถานที่ท่องเที่ยวที่ใครๆ ก็รู้จักนั่นคือ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม นั่นเองครับ เป็นที่ราบสูงและเนินเขา มีหน้าผาสูงชันซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวโลก สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง มีหินทรายลักษณะแปลกตากระจายอยู่ทั่วบริเวณ มีพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงามขึ้นอยู่ตามลานหิน ซึ่งที่อุทยานฯ แห่งนี้มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิด มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย

นอกจากนี้ยังมีการค้นพบภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 3,000-4,000 ปี ได้มาทำการสำรวจและค้นพบภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ผาแต้ม และได้เสนอต่อกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ขอให้จัดตั้งป่าภูผาในบริเวณผาแต้มเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติผาแต้มเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 74 ของประเทศไทย และถือได้ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในประเทศไทยที่มีแม่น้ำโขง ซึ่งเราสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของชายแดนประเทศลาวได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นชั้นหินของที่นี่ เป็น หินหน่วยภูพาน เป็นหินทราย สีขาว สีส้มเรื่อ สีน้ำตาลปนเหลือง มีการตกทับถมเป็นรอยชั้นขวางอยู่เป็นหินที่เกิดในยุค Cretaceous (ประมาณ 132 ล้านปีเลย)



และก็ยังมีการพบ หินหน่วยเสาขรัว เป็นหินทรายสีน้ำตาลอมแดง สีเทา และหินทรายแป้ง และหินดินดาน สีน้ำตาลอมม่วงและแดงอิฐ เป็นชั้นหินที่มีอายุเก่ากว่าชั้นหินหน่วยภูพานอยู่ในยุค Jurassic (180 ล้านปีผ่านมา) ด้วยละครับ

จบทริปการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติศึกษาแล้ว แบกกล้องเที่ยวก็สัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของประเทศไทศไทยและมนุษย์ยุคโบราณเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่อยากให้ทุกท่านลองมาท่องเที่ยวด้วยตัวเองสักครั้งรับรองจะติดใจครับ!


ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.facebook.com/baagklong



 

เชียงรายเป็นเมืองชิคๆ! ลุยเดี่ยวเที่ยวฟินหน้าฝน จิบชากาแฟเริดสุดในไทย!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/683343

 

ปีนี้ไม่ค่อยได้เที่ยวหน้าฝนอย่างที่ตั้งใจไว้สักเท่าไหร่ กำลังนั่งเซ็งตัวเอง แต่เหมือนสวรรค์มาโปรด จู่ๆ พี่สาวคนสนิทก็ชวนไปเที่ยวเชียงรายซะงั้น นี่แทบกรี๊ดใส่โทรศัพท์ ยิ่งหน้าฝนแบบนี้เชียงรายยิ่งเขียวชอุ่ม สดชื่นเย็นสบาย ใจลอยไปถึงก่อนตัวซะอีก แทบไม่ต้องคิดเราตอบว่า ‘ไปค่ะ’ (ไม่ไปก็บ้าแล้ว)

หลังจากไปลุยเที่ยวใกล้กรุงมาแล้ว (อ่านเพิ่ม : ลุยเดี่ยวก่อนใคร! Miami Bayside) I TOUR ALONE สัปดาห์นี้ ฮัมมิ่งเบิร์ดขอพาไปเปิดหูเปิดตาต่างจังหวัดบ้างเนอะ ชวนไปสัมผัสอากาศเย็นสุดชื่นของฤดูฝนที่ จ.เชียงราย ดินแดนเหนือสุดของไทย พร้อมจิบชา กาแฟ จากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดในประเทศ พร้อมแล้วมาทัวร์ด้วยกันทางนี้จ้า…

-1-

แลนดิ้งที่สนามบินแม่ฟ้าหลวงช่วงเช้า อากาศกำลังดี ไม่ร้อน ไม่มีฝน งานนี้เที่ยวชิลแน่ๆ อีกอย่างที่เรามาเที่ยวช่วงนี้ เพราะได้ยินมาว่าทางจังหวัดกำลังชูเรื่องชากาแฟคุณภาพสูงเป็นจุดแข็งของการท่องเที่ยว ใครมาที่นี่แล้วต้องชิมให้ได้ รวมถึงการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงเชียงรายสู่ GMS (ความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงของ 6 ประเทศ คือ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน-ยูนนาน) และอาเซียน เพื่อกระตุ้นเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างไทยและเพื่อนบ้านให้เข้มแข็งไปด้วยกัน


ชาหอมๆ จากดอยแม่จันใต้

เขาเคลมว่าเขาเก่งเรื่องชากาแฟใช่ป่ะ? รอไรล่ะ…ไปค่ะพี่สุชาติ! ไปชิมกันดีกว่า เราขอเริ่มจาก ‘ชา’ ก่อนแล้วกัน โด่งดังที่สุดของเชียงรายก็คือ ชาอู่หลง ชาแดง และชาหอมหมื่นลี้ มีปลูกกันตามดอยต่างๆ ทั่วเชียงราย แอบได้ยินว่ามีถึง 9 ดอย ถ้าอยากชิมครบทุกดอยคงต้องฝังตัวอยู่ที่นี่สักเดือนนึง

เราได้ลองชิมชาอู่หลงเบอร์ 12 เป็นชาอ่อน แต่หอมและชุ่มคอกำลังดี ส่วนใครที่ชอบชาแก่ๆ ต้องชิมอู่หลงเบอร์ 17 19 และ 21 (เข้มขึ้นตามลำดับ ยิ่งเข้มยิ่งแก่ ยิ่งหอม และมีสรรพคุณทางยา) ชาแดงคนก็นิยมเช่นกัน หอมและให้สีสวย ส่วนชาหอมหมื่นลี้ตัวนี้ดีที่สุด แพงที่สุด ผลิตจากดอกหอมหมื่นลี้แท้ๆ


ชาแห้งคุณภาพดี

กาแฟคุณภาพเยี่ยม

มาถึง ‘กาแฟ’ ของเชียงราย เขาได้รับการวิจัยและทดสอบคุณภาพแล้วว่า เป็นกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดีที่สุดในไทย เทียมเท่ากาแฟแถบบราซิล เพราะมีพื้นที่ปลูกอยู่สูงกว่า 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และมีพิกัดอยู่ตรงกับเส้นศูนย์สูตรพอดี (เหมือนบราซิล) ทำให้ได้กาแฟที่มีคุณภาพสูง ได้แก่ กาแฟดอยช้าง กาแฟดอยตุง กาแฟดอยคำ กาแฟดอยแม่จันใต้ เป็นต้น คอกาแฟห้ามพลาด!

ไม่ใช่แค่ดื่มอร่อย แต่ยังนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ความงามได้ด้วย เราได้ไปลองทำสปากาแฟที่ บ้านชลสุวรรณ สปา เขานำกากกาแฟมาทำเป็นสครับล่ะ เก๋ไปอีก เราได้ลองกากกาแฟผสมมะขามเปียกและนมสด ช่วยให้ผิวนุ่มและสว่างใสขึ้น หลังจากขัดผิวประมาณ 15 นาที พอล้างออกรู้สึกเลยว่าผิวสะอาดลึก จับดูรู้สึกทันทีว่าผิวเนียนนุ่มขึ้น แต่เรื่องความขาวใสเราว่าไม่เท่าไหร่ อาจต้องทำต่อเนื่องถึงจะเห็นผล


ไปทำสปากาแฟ

อีกอย่างที่ต่อยอดได้อย่างน่าประทับใจก็คือ การคิดค้นเครื่องดื่ม Signature Drink ของเชียงรายโดยเฉพาะ เราบุกไปชิมกันที่ร้าน ‘ฟิกเกอร์แอนด์กราวด์’ ร้านกาแฟสุดชิคแห่งเมืองเชียงราย ซึ่งเครื่องดื่มที่ว่ามี 2 เมนู คือ Chiangrai Hug และ Chiangrai Baby Hug มีส่วนผสมหลักเหมือนๆ กัน โดยนำวัตถุดิบเด่นของเชียงรายมารวมไว้ในแก้วเดียว ทั้งชาอู่หลง กาแฟเอสเปรสโซ่ น้ำสับปะรดนางแล น้ำเสาวรสดอยคำ นอกจากนี้ก็เพิ่มน้ำมะนาว น้ำเชื่อม และซินนามอนไซรัปเข้าไปด้วย

ทำเองก็ได้ง่ายๆ นำทุกอย่างเทรวมกันในเชกเกอร์(ยกเว้นกาแฟ) เติมน้ำแข็ง จากนั้นเขย่าแรงๆ ประมาณครึ่งนาทีแล้วเทใส่แก้ว ตามด้วยรินน้ำกาแฟด้านบนเล็กน้อย ออกมาเป็นเมนู เชียงรายเบบี้ฮัก แต่ถ้าอยากดื่ม เชียงรายฮัก ก็แค่เพิ่มวอดก้าเข้าไปในขั้นตอนการผสม เติมน้ำแข็งแล้วเขย่าเหมือนเดิม เทใส่แก้วแล้วโรยน้ำกาแฟ แค่นี้ก็เรียบร้อย


ซิกเนอเจอร์ดริ๊งค์ของเชียงราย

-2-

วันถัดมา เราไปเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในเชียงรายกันบ้าง จากที่พักเรามุ่งหน้าสู่ อ.แม่สาย เพื่อไปลงเรือนำเที่ยวชมความงามริมสองฝั่งโขงที่ ‘ท่าเรือภูเข้า’ เอาจริงๆ ป่ะ เราเพิ่งจะรู้ว่ามีเรือท่องเที่ยวแบบนี้ด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นเรือโดยสารติดแอร์ ชื่อว่า แม่โขงเดลต้า เป็นเรือยาว 40 เมตร กว้าง 5 เมตร สูง 2 ชั้น ได้ลองนั่งแล้วชอบจัง เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ประทับใจทีเดียว อารมณ์คล้ายๆ นั่งเรือสำราญ มีห้องน้ำ ห้องอาหาร ที่นั่งกว้างขวาง 120 ที่นั่ง ไม่เมาเรือด้วย ฟินสุดๆ


ล่องเรือเที่ยว

ชมวิวฝั่งลาว

ปัจจุบันเรือแม่โขงเดลต้าให้บริการพาเที่ยวแม่น้ำโขงตอนบน ในเส้นทางเชียงราย-เชียงของ มีบริการดูหนัง คาราโอเกะ อาหาร เครื่องดื่ม ตลอดเส้นทาง มีระบบความปลอดภัยระดับสากล ระหว่างทางมองเห็นฝั่งลาว เห็นคิงส์โรมัน (กาสิโนชื่อดังของประเทศลาว) ชุมชน วัดริมน้ำ และสามเหลี่ยมทองคำ

อ้อ! เขากำลังจะเปิดตัวเรือท่องเที่ยวใหม่อีก 2 ลำคือ เรือกาสะลองคำ เป็นเรือปรับอากาศไฟเบอร์ขนาด 2 ชั้น ยาว 24 เมตร กว้าง 4.10 เมตร รองรับได้ 80 ที่นั่ง มีเรดาห์และจีพีเอส มีระบบความปลอดภัยสูง พร้อมความสะดวกสบายครบครัน และเรือกาสะลองคำ 2 เรือขนาด 2 ชั้น ยาว 26.80 เมตร กว้าง 5.20 เมตร รองรับได้ 116 ที่นั่ง บริการ 2 เส้นทางระหว่างประเทศ คือ เชียงราย-สิบสองปันนา และ เชียงราย-หลวงพระบาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง


สะอาด ปลอดภัย สะดวกสุดๆ

เรือท่องเที่ยวติดแอร์

พอตะวันเริ่มคล้อยบ่ายเราขึ้นเรือที่ด่านเชียงแสน ไปนั่งรถรางเที่ยวชมย่านเมืองเก่าเชียงแสน มีอายุราว 729 ปี (เมืองถูกสร้างเมื่อ พ.ศ. 1830) ที่นี่ยังคงมีซากกำแพงเมืองอยู่ค่อนข้างสมบูรณ์ ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่โบราณสถานอย่าง เจดีย์วัดป่าสัก เป็นเจดีย์ที่มีความสวยงามและสมบูรณ์มากที่สุดองค์หนึ่ง ในเชียงแสน มีศิลปะแบบล้านนาโบราณ ถูกสร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และบริเวณวัดได้ปลูกต้นสักไว้กว่า 300 ต้น


เที่ยวชมศิลปะปูนปั้นสมัยโบราณอายุ 700 กว่าปี

พระเจดีย์วัดป่าสัก

อีกแห่งที่สวยงามเช่นกัน คือ วัดเจดีย์หลวง เป็นวัดหลวงขนาดใหญ่ มีเจดีย์ประธานองค์ใหญ่มากๆ มีวิหาร และเจดีย์รายอีกหลายองค์ เราได้ชมพระพุทธรูปที่ยังเป็นของเดิม เก่าแก่ขรึมขลัง ว่าแล้วก็เข้าไปสักการะเสียหน่อย…


วัดเจดีย์หลวง อลังการ

-3-

วันสุดท้ายของทริปนี้ เราเดินทางไปชมวิธีการทำกระดาษสาที่ จินนาลักษณ์ มิราเคิง ออฟสา ผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดที่โด่งดังไปไกลถึงประเทศเยอรมนี เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เขาส่งออกได้มากถึง 70% นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มกันทำวิจัยและผลิต ไหมทองคำ เส้นไหมสีทองที่มาจากหนอนไหมตัวเป็นๆ นี่แหละ เขาเพาะจนได้สายพันธุ์ที่ดีที่สุด ที่สามารถผลิตใยไหมทองที่มีสารบำรุงผิวอย่าง เซริซิน บริสุทธิ์ (Sericin) ออกมา


ลองทำกระดาษสา

มาส์กหน้าไหมทองคำ

เซริซิน เป็นโปรตีนที่มีโมเลกุลใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง เต็มไปด้วยกรดอะมิโน 18 ชนิด ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเต่งตึง ยืดหยุ่น และชุ่มชื้น ช่วยเคลือบใบหน้าให้ปลอดภัยจากรังสี UVA และ UVB ลดริ้วรอยลึก กระชับรูขุมขน ช่วยลดการอักเสบของสิว ช่วยผลัดเซลส์ผิว ลดการสร้างเม็ดสี จึงทำให้ผิวกระจ่างใส ในทางการแพทย์ ก็มีการใช้แผ่นใยไหม ช่วยในการสมานแผล และสร้างเนื้อเยื่อให้แก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานอีกด้วย


ผลิตภัณฑ์คุณภาพพรีเมียม

จากนั้นเราไปพักเติมความสดชื่นที่ร้านกาแฟชื่อ ซังวา คาเฟ่ ตั้งอยู่ริมทางระหว่างอำเภอเชียงของ ไปยัง อำเภอเทิง ที่นี่มีกาแฟ ชา และเบเกอรี่ต่างๆ รสชาติดี นั่งดื่มนั่งชิล ชมวิวทุ่งข้าวอ่อนสีเขียวๆ สบายตา นอกจากนี้เขายังมี พิพิธภัณฑ์ลื้อลายคำ จัดแสดงผ้าทอมือพื้นเมืองของชาวไทลื้อให้ได้ชมอีกด้วย


ผ้าทอของชาวไทลื้อ

สาวเหนือชาวไทลื้อ งามขน๊าด!

ก่อนกลับขอแวะ ศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวัน (ว.วชิรเมธี) สักนิด ไปทำบุญ ไหว้พระ ชมงานศิลปะที่สอดแทรกคำสอนทางธรรมต่างๆ ไว้อย่างลงตัว ที่นี่นอกจากจะเป็นสถานปฏิบัติที่มีชื่อเสียงของเชียงรายแล้ว ตอนนี้ยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย สามารถเข้าไปเที่ยวชมธรรมชาติ ช็อปของฝาก ทานอาหาร และมีร้านเครื่องดื่มชากาแฟ ภายในศูนย์ฯ แห่งนี้ด้วย


ปริศนาธรรมในไร่เชิญตะวัน

ไหว้พระ พร้อมเขียนความตั้งใจที่เราปรารถนา

ชมภาพศิลปะในพิพิธภัณฑ์

อุโมงค์กล้วยไม้

มีร้านกาแฟข้างในด้วย

เข้ามาแล้วก็รู้สึกสบายใจ สงบเงียบ ร่มรื่น โดยเฉพาะการได้ลอดอุโมงค์กล้วยไม้สวยอลังการ ชอบตรงนี้นี่แหละ…ถือว่ามิชชั่นคอมพลีตล่ะ กลับกรุงได้อย่างสบายใจ เอาเป็นว่าใครมีเวลาว่างลองขึ้นเหนือไปเที่ยวเชียงรายดูนะ ช่วงนี้น่าเที่ยวเป็นพิเศษ เชียงรายเป็นเมืองสุดชิคที่สนุกกว่าที่คิดนะ จะบอกให้!


แผนที่ จ.เชียงราย จาก Google map

แผนที่เชียงราย คลิกที่นี่

 

ชาวเซเรเนด บุก“ภูฏาน” จับมังกรสายฟ้า ณ ดินแดนเมฆา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ส.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695134

 

เที่ยวชมความงดงามของทิวทัศน์แห่งขุนเขา ต้องมนต์สะกดของอารามหลวง และหลงใหลในสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองพุทธอันงดงาม คือคอนเซปต์ของการจัดทริป สัมผัสเสน่ห์แห่งภูฏานกับเอไอเอสเซเรเนด ครั้งที่ 17 เพื่อบุกดินแดนแห่งเมฆาและศรัทธาแห่งพุทธ โดยมีวิทยากรกิตติมศักดิ์ “อ.เผ่าทอง ทองเจือ” พาเที่ยวแบบเจาะลึกตลอดเส้นทาง และได้เจ้าแม่เซเรเนด “วิลาสินี พุทธิการันต์” คอยเทคแคร์แฟนๆเอไอเอสอย่างอบอุ่นใกล้ชิด



งานนี้ เอไอเอส เซเรเนด ร่วมกับสายการบินภูฏานแอร์ไลน์ พาบินลัดฟ้ามาเที่ยวไกลถึงประเทศภูฏาน ดินแดนที่ได้รับการขนานนามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย” พร้อมจัดกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย โดย “อ.เผ่าทอง ทองเจือ” ให้ความรู้ว่า ภูฏานเป็นดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า เป็นประเทศที่เปรียบเสมือน อัญมณีแห่งเทือกเขาหิมาลัย มีจุดเด่นอยู่ที่ความงดงามของธรรมชาติ โอบล้อมด้วย หุบเขา และความล้ำค่าของสถาปัตยกรรม เก่าแก่อันเป็นเอกลักษณ์ของภูฏานที่ยังคงความสง่างาม อาทิ “พูนาคา ซอง” เป็นพระ ราชวังสำคัญที่สุดของภูฏาน, “พาโรซอง” เป็นทั้งป้อมปราการ สำนักบริหารราชการเมือง อารามหลวง และสนามหลวง, “ทิมพู ซอง” พระตำหนักฤดูร้อน, “พูนาคา ซอง” พระตำหนักฤดูหนาว นอกจากนี้ ชาวคณะยังมีโอกาสได้สักการะเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ 3 องค์ประจำวัดแม่ชี คือ เจดีย์ทรงเนปาล, เจดีย์ทรงภูฏาน และเจดีย์ทรงทิเบต ปิดท้ายด้วยไฮไลต์ประจำทริป ร่วมถวายตะเกียงน้ำมันเนยแด่พระพุทธเจ้าและเทพยดา เพื่อเสริมสิริมงคลในชีวิต ณ ซิมโตก้า ซอง วัดเก่าแก่ที่สุดในภูฏาน




ทริปหน้าเจอกันกับ “อินเดีย…ตำนานแห่งรักนิรันดร์” ใครสนใจคลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.ais.co.th/serenadetrip  ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ส.ค.59.

 

ช็อปสุดสตรอง! ส่อง 13 งานเด็ดไอเทมเริด ห้ามพลาดวันหยุดนี้ต้องไป!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693277

 

ยังคงอยู่ในเดือนของวันแม่ กลิ่นอายแห่งความรักแม่ลูกกระจายอยู่ทุกหนแห่ง ใกล้ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้พาคุณแม่ไปเดินเที่ยวเดินช็อปของลดราคากันดีกว่า คลายเครียดหลังจากที่ทำงานมาเต็มห้าวัน

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้มีงานน่าเดินเที่ยวมาฝากกัน มีทั้งสินค้าไอทีราคาสุดคุ้ม งานเกมอนิเมะ งานโปรโมชั่นสินค้าความงาม รวมถึงไอเทมเด็ดที่น่าลอง ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้าง มาดูทางนี้เลย…

1. แม่ลูก Gift Card DIY


รูปสวยๆ คู่คุณแม่

วันนี้-31 ส.ค. 2559 ชวนคู่แม่ลูกร่วมกิจกรรม “Gift Card DIY” ณ ห้างเซ็นทรัลพลาซ่าทุกสาขา ชวนส่งท้ายเทศกาลวันแม่ เดือนสิงหาคม กับกิจกรรมน่ารักๆ จากห้างเซ็นทรัล คุณลูกควงแขนคุณแม่มาแชร์รูปคู่ ทำบัตร Gift Card DIY ง่ายๆ เพียงใช้รูปคู่กับคุณแม่เป็นรูปหน้าบัตร (มูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป) พร้อมรับฟรี รูปวาด portrait ขนาดโปสการ์ดดีไซน์สวย ที่มีชิ้นเดียวในโลก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.central.co.th

2. ปากานี ฮูไอร่า 200 ล้านบาท


คนรักรถซุปเปอร์คาร์ห้ามพลาด

วันที่ 27 ส.ค. 2559 ชวนคนรักรถหรูมาร่วมงาน “นิช โซไซตี้” เปิดตัวรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ ปากานี ฮูไอร่า ราคากว่า 200 ล้านบาท ที่นิชคาร์กรุ๊ปเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวในประเทศไทย ณ โชว์รูมปากานี ฮูไอร่า (Pagani Huayra) ในงานพบกับ ปากานี ฮูไอร่า (Pagani Huayra) ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยคุณโฮราซิโอ ปากานี่ (Horacio Pagani) โครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก ขึ้นรูปด้วยคาร์บอนไทเทเนียม ให้ความแข็งแกร่ง วัสดุอะลูมิเนียมอัลลอย น้ำหนักเพียง 1,350 กิโลกรัม เป็นซุปเปอร์คาร์ที่น้ำหนักเบาที่สุดในโลก เครื่องยนต์ V12 Twin Turbo ขนาด 5,980 ซีซี ระบบช่วงล่างรองรับฝูงม้า 730 ตัว ด้วยแรงบิดมหาศาล 1,000 Nm / 738 ft lbs แต่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2321-1111

3. Power Buy Connectology


สาวกไอทีห้ามพลาดงานนี้

วันนี้-21 ส.ค. 2559 ชวนคนรักไอทีมาร่วมงาน “Power Buy Connectology” ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานพบกับ สมาร์ทโฟน แก็ดเจ็ต กล้อง สินค้าไอที นำเสนอสินค้าที่ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานเพียงเครื่องเดียว พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้ม ผ่านการสแกน QR Code รับส่วนลดและของแถมมากมาย ผ่อนสบายๆ ได้ 0% นาน 10 เดือน

4. Artistry Flora Chic


น้ำหอมกลิ่นชวนหลงใหล

วันนี้ ชวนสาวๆ มาช็อปน้ำหอมสุดเริดอย่าง “Artistry Flora Chic” ณ เคาน์เตอร์แบรนด์อาร์ทีสตรี้ ทุกสาขา พบกับน้ำหอมระดับสูงที่สร้างสรรค์โดย จิวาดอง (Givaudon) ปรุงกลิ่นจาก 3 ส่วนผสมหลัก ได้แก่ ส้มคลีเมนไทน์ฝรั่งเศส สื่อถึงพลังแห่งความมีชีวิตชีวาและความเบิกบานใจ กลิ่นกุหลาบบัลแกเรีย ดอกกุหลาบบอบบางที่บานเต็มที่ และดอกกระดังงาที่บานเต็มที่ ช่วยให้สงบและผ่อนคลาย ติดทนยาวนานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง ขนาด 50 มล. ราคาสมาชิก 2,300 บาท ราคาขายปลีก 2,875 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2725-8000

5. Mon Paris อีฟส์แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้


น้ำหอมกลิ่นเท่ๆ จากปารีส

วันนี้ มาสัมผัสประสบการณ์กลิ่นหอมล่าสุด “Mon Paris” ณ เคาน์เตอร์อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้ ทุกสาขา พบกับน้ำหอมแนวกลิ่นชีเพร (chypre) ในรูปแบบใหม่ กลิ่นคลาสสิกที่มีโครงสร้างงดงามทว่าเคร่งครัด มีส่วนผสมจากกลิ่นพิมเสนใบ (patchouli) กลิ่นดอกไม้สีขาว และกลิ่นของมัสก์ (musk) สกัดกลิ่นต่างๆ มาจาก ดอกลำโพง (Datura) สารหอมจากพิมเสนต้นจากกัวเตมาลา (Guatemala) พิมเสนต้นจากอินโดนีเซีย (Indonesia) มี 3 ขนาดให้เลือก 30 มล. 2,700 บาท 50 มล. 4,200 บาท และ 90 มล. ราคา 6,000 บาท

6. TOUCHE ÉCLAT LE TEINT


รองพื้นสูตรที่ดีเริด ต้องลอง!

วันนี้ ชวนสาวๆ ไปช็อปไอเทมเด็ด “TOUCHE ÉCLAT LE TEINT” ณ เคาน์เตอร์เครื่องสำอางอีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้ ทุกสาขา พบกับรองพื้นสูตรล้ำยุครุ่นใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพ ปลุกผิวให้ตื่นเพื่อผิวสวยไร้ที่ติ เปล่งปลั่ง แต่บางเบาไร้น้ำหนัก ปกปิดเนียนสนิท ผิวกระจ่างใสและสม่ำเสมอดูสุขภาพดีมีชีวิตชีวา

มีให้เลือก 8 โทน ตั้งแต่เบจไปจนถึงทองและเบจอมชมพู ได้แก่ B10 Porcelain, B20 Ivory, BR20 Cool Beige, BD25 Warm Beige, B30 Almond, BR30 Cool Almond, B40 Sand, BD50 Warm Honey

7. เสื้อผ้าวาเลนติโน่ แคปซูลคอลเลกชั่น


เสื้อผ้าแนวเรียบ หรู

วันนี้ ชวนไปช็อปเสื้อผ้าลุคเท่ เรียบ หรู “แคปซูลคอลเลกชั่น สไตล์วาบิ-ซาบิ (Wabi-sabi)” ณ ร้านเสื้อผ้าแบรนด์วาเลนติโน่ ทุกสาขา พบกับเสื้อผ้าสตรีและบุรุษ ที่ออกแบบพิเศษด้วย หมุดสตั๊ด อันเป็นเอกลักษณ์ของวาเลนติโน่นั่นเอง โดยทั้ง 12 ชิ้นของคอลเลกชั่นนี้ ได้แก่ เสื้อเชิ้ตสีขาว, พีโค้ท, เทรนช์โค้ทสีเบจ, ยีนส์, เสื้อทีเชิ้ตสีเทา, เสื้อโค้ทขนอูฐ และสเวตเตอร์คอกลม รวมถึงรองเท้าสนีกเกอร์สีขาว แต่ละไอเทมมีหมุดสตั๊ดสีทองเป็นเอกลักษณ์

8. AFA Anime Festival Asia 2016


สาวกเกมอนิเมะญี่ปุ่น ต้องไป

วันนี้-21 ส.ค. 2559 ชวนสาวกเกมอนิเมะตบเท้าเข้าร่วมงาน “AFA Anime Festival Asia 2016” ณ สยามพารากอน ภายในงานพบกับสุดยอดอีเวนต์อันดับ 1 ของอนิเมะ เกม และคอสเพลย์จากญี่ปุ่น การจัดแสดงคอนเทนต์จากการ์ตูนญี่ปุ่นกว่า 70 บริษัท พร้อมร่วม Meet and Greet กับเหล่านักพากย์อนิเมะชื่อดัง พร้อมศิลปินญี่ปุ่นเจ้าของเพลงประกอบอนิเมะชื่อดังอีกเพียบ ช็อปสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟมากมายที่จำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น สัมผัสกับเดโมสุดยอดเกมเอ็กซ์คลูซีฟที่ผู้เล่นทั่วโลกรอคอยอย่าง ‘Final Fantasy XV’ และ ‘World of Final Fantasy’ ที่จะถูกนำมาให้ทดลองเล่นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงนวัตกรรมใหม่ล่าสุดอย่าง Play station VR

9. Cosmetics Beauty Brand


สาวๆ ไปช็อปไอเทมเด็ดเพิ่มความสวยกันเถอะ

วันนี้-21 ส.ค. 2559 ชวนสาวๆ มาเพิ่มความสวย ช็อปไอเทมความงามในงาน “Cosmetics Beauty Brand” ณ โซน PLA Mrt ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานพบกับ สินค้าและบริการด้านสุขภาพและความงามแบบครบวงจร ได้แก่ Skincare, Makeup, น้ำหอม, อาหารเสริม มีเกร็ดเคล็ด(ไม่)ลับ และคำแนะนำดีๆ ในศาสตร์แห่งความงาม รวมถึงนวัตกรรม และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ ทั้งจากคุณหมอ ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันความงาม ศูนย์สุขภาพ เครื่องออกกำลังกาย สปา อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อุปกรณ์ประกอบอาหาร เป็นต้น

10. Bangkok Farmers Market


อาหารปลอดภัย ช็อปที่นี่เลยจ้า

วันที่ 20-21 ส.ค. 2559 ชวนคนรักอาหารสุขภาพมาเจอกันในงาน “Bangkok Farmers Market” ณ ลานกิจกรรมฮาบิโตะ มอลล์ สุขุมวิท77 ซอยอ่อนนุช 1/1 ภายในงานพบกับ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคคุณภาพสดใหม่ ได้แก่ RAKTUM รักษ์ธรรมกลุ่มเกษตรกรวิถี ใส่ใจผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม อาหารทะเลสดจาก โครงการประมงพื้นบ้าน สัตว์น้ำอินทรีย์ และร้านค้าชื่อดังกว่า 40 ร้าน อาทิ Petit fouth, Rose bake, Guten, The hope, Mydayforu, Toiteevit, Vitatrade, The green geek, Relax corner, Ms.febs, Awa décor, Worm boy, Super pure, Go Organic และอีกมากมาย

11. มาดามทุสโซ เดอะบีเทิลส์


หุ่นขี้ผึ้ง เดอะบีทเทิลส์

ตั้งแต่เดือน ส.ค.-ต.ค. 2559 เป็นต้นไป ชวนมาชมหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าของจริง “เดอะบีเทิลส์ (The Beatles)” ณ ลานดิสคัฟเวอรี่พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น 4 มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ ที่เดียวในโลก พบกับการเปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งของสมาชิก ‘สี่เต่าทอง’ ทั้งสี่คนอย่างสร้างสรรค์กลางห้างดัง โดยจำลองการเดินข้ามถนนอันเป็นเอกลักษณ์จากหน้าปกอัลบั้ม Abbey Road อันโด่งดัง สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2658-0060

12. ดาวน์นี่ สูตรที่ดีที่สุด


มาลองใช้สูตรนี้กันดู

วันนี้ ชวนคุณแม่บ้านมาลองใช้ “ดาวน์นี่ ต้าน 10 กลิ่นไม่พึงประสงค์” ณ ร้านค้าทั่วไป พบกับผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มสูตรที่ดีที่สุดของดาวน์นี่ เพื่อความหอมสดชื่นยาวนานกว่าเดิม ร่วมเติมเต็มอีกขั้นของประสบการณ์ความหอมบนเสื้อผ้าด้วยผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มสูตรที่ดีที่สุดของดาวน์นี่ได้ แล้ววันนี้


13. ก้าวสู่พลังที่ยิ่งใหญ่ กับหนังสั้นภาคต่อ “Nike Unlimited Youth” สดุดีถึง “แม่ชีเหล็ก”

สุดท้ายแนะนำหนังสั้นภาคต่อ “Nike Unlimited Youth” สดุดีถึง “แม่ชีเหล็ก” ผู้พิชิตไตรกีฬาระดับเวิลด์คลาส ที่มีอายุมากที่สุดในโลก  “Unlimited Youth” เล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจของซิสเตอร์ “มาดอนน่า บูเดอร์” สตรีสูงอายุที่เข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬาระดับโลก ซิสเตอร์มาดอนน่า บูเดอร์ เข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬาไอรอนแมน เวิลด์แชมเปียนชิพ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1985 ขณะที่เธอมีอายุ 65 ปี ก่อนที่จะสร้างสถิติเป็นนักกีฬาที่มีอายุมากที่สุดในโลกของการแข่งขันรายการนี้ ด้วยวัย 82 ปี ปัจจุบัน ซิสเตอร์มาดอนน่ามีอายุ 86 ปี ผ่านการแข่งขันไตรกีฬาไอรอนแมน (การแข่งขันว่ายน้ำระยะทาง 2.4 ไมล์ ขี่จักรยาน 112 ไมล์ และวิ่งอีก 26.2 ไมล์) มาแล้วกว่า 40 ครั้ง

“Unlimited Youth” เป็นหนังสั้นเรื่องล่าสุดจากแคมเปญไนกี้ “Unlimited” ที่ประกอบไปด้วยภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ที่นำเสนอเรื่องราวของนักกีฬาและผู้คนที่ต้องการทลายขีดจำกัดในการเล่นกีฬาและออกกำลังกายของตนเอง รวมไปถึงสดุดีถึงความสามารถของนักกีฬาที่กำลังพิสูจน์ศักยภาพของตนเองในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้

 

เมืองไทยแห่งที่ 2 ! เปิดคู่มือเที่ยว ฮ่องกง ปักหมุดพิกัดห้ามพลาด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/676416

 

ทุกวันนี้การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ ยิ่งในโซนเอเชียด้วยกันแล้ว ยิ่งไปมาได้สะดวก มีหลากหลายสายการบินที่ให้บริการ หนึ่งในประเทศที่ชาวไทยนิยมไปเยือนมากที่สุดจนเหมือนเป็นเมืองไทยอีกแห่งไปแล้ว นั่นคือ ฮ่องกง ดินแดนอารยธรรมจีนที่ผสมผสานความทันสมัยได้อย่างลงตัว

คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้ จะพาไปเปิดคู่มือปักหมุดที่เที่ยว ที่กิน ที่ห้ามพลาดในฮ่องกง รวมถึงอัตราการแลกเงิน และของฝากขึ้นชื่อ มาทั้งทีต้องช็อปของดีกลับไปฝากที่บ้านด้วยนะ เดี๋ยวจะโดนหาว่าไปไม่ถึงถิ่น เอาล่ะ พร้อมแล้วตามมา 5 ข้อต้องรู้ก่อนเที่ยวฮ่องกง ทางนี้เลย…

1. อัตราค่าเงินฮ่องกงช่วงนี้


อัตราค่าเงินช่วงนี้

ใครแพลนจะไปเที่ยวฮ่องกงช่วงนี้ ค่าเงินไม่แพงมาก อัตราแลกเปลี่ยน ราคาซื้ออยู่ที่ประมาณ 4.45 ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 4.54 ซึ่งเป็นค่าเงินเรตกลางจากธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนใครสะดวกไปแลกเงินที่ร้านไหน หรือธนาคารเอกชนเจ้าไหน ก็เลือกได้ตามใจชอบ (ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย)

อ้อ! ให้ข้อมูลเบื้องต้นอีกนิด ฮ่องกงมีชื่อเต็มๆ ว่า เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีเกาะหลักๆ ได้แก่ เกาะฮ่องกง เกาะเกาลูน เกาะลันเตา เขตดินแดนใหม่ เป็นต้น

2. สถานที่ห้ามพลาด

มาถึงแหล่งท่องเที่ยวในฮ่องกงอันโด่งดัง ที่ต้องไปปักหมุดเช็กอินให้ได้ มีทั้งจุดชมวิว ย่านช็อปปิ้ง วัดดังต่างๆ มาเริ่มกันเลย…
– จุดชมวิว The Peak
ตั้งอยู่บนเขาวิกตอเรีย เป็นจุดชมเมืองที่สูงที่สุดและสวยที่สุดของฮ่องกง สามารถเห็นวิวเกาะฮ่องกงและฝั่งเกาลูนได้ชัดเจน บรรยากาศเย็นสบายสดชื่น ใกล้ๆ บริเวณนั้นจะมี Sky Terrace 428 ศูนย์การค้าบนยอดเขา มีร้านอาหาร ร้านรวงของที่ระลึกให้เดินเที่ยวชมชิลๆ


แสงสียามค่ำคืน

– ชมการแสดงแสงสียามค่ำคืน
หากอยากชมการแสดงแสงสี ก็มี A Symphony of Lights การแสดงมัลติมีเดียสุดตระการตา ได้รับการบันทึกในกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นการแสดงแสงสีเสียงถาวรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่อาคารตึกระฟ้าสำคัญต่างๆ ที่ตั้งอยู่สองฟากฝั่งของอ่าววิกตอเรีย โชว์ความมหัศจรรย์อลังการทุกคืน เวลาประมาณ 2 ทุ่ม

– หาดรีพัลส์เบย์
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮ่องกง เป็นหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุด อีกทั้งเป็นย่านที่อยู่อาศัยคนมีตังค์ (บ้านแถวนี้ราคาแพง) ส่วนนักท่องเที่ยวก็จะนิยมมากราบไหว้ขอพรองค์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่


ไปไหว้พระใหญ่ เกาะลันเตา

– วัดพระใหญ่เทียนถัน เกาะลันเตา
ตั้งอยู่ที่วัดโป่หลิน เกาะลันเตา สามารถเดินทางขึ้นไปวัดบนเขาได้โดยกระเช้าในย่านนองปิง (Ngong Ping) พระพุทธรูปเทียนถันมีความสูง 34 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าผา เป็นแหล่งสักการะพระพุทธศาสนาหลักของชาวฮ่องกง ส่วนใครอยากทดสอบกำลังขาก็สามารถเดินขึ้นบันได 268 ขั้น เพื่อไปยังองค์พระพุทธรูปได้เช่นกัน


ตึกระฟ้ามากมาย ย่านเศรษฐกิจ

ย่านอ่าว ท่าเรือสินค้า

– เทพเจ้าด้ายแดง วัดหวังต้าเซียน
ตั้งอยู่ที่เกาะเกาลูน เดินทางไปได้ง่ายๆ โดยรถไฟฟ้า MTR สายสีเขียว ไปลงสถานี Wong Tai Sin แล้วออกทางออก B เดินไปอีกนิดก็ถึงแล้ว หาไม่ยาก เทพเจ้าด้ายแดง หรือ เทพเจ้าหยกโหลว เป็นเทพแห่งความรัก มีด้วยกัน 3 องค์ จะมีด้ายสีแดงเส้นใหญ่ๆ เชื่อมองค์เทพทั้งสามไว้ด้วยกัน สาวๆ นิยมมากราบไหว้ขอพรเรื่องความรักกันที่นี่

– ย่านช็อปปิ้งเอาต์เลต มงก๊ก และจิมซาจุ่ย
เริ่มต้นที่ห้าง City Gate Outlets ที่นี่มีสินค้าแบรนด์ดัง ราคาถูก ให้เลือกช็อปปิ้งมากมาย ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้ากีฬา ถูกกว่าเมืองไทยมากอยู่ รับรองซื้อแล้วคุ้ม


อีกสีสันหนึ่ง ช็อปย่านมงก๊ก

ป้ายบอกทางไปช็อปปิ้งย่านมงก๊ก

ต่อมาคือ ย่านจิมซาจุ่ย ตั้งอยู่ที่ถนนนาธาน เป็นย่านที่มีชื่อเสียงมากสำหรับขาช็อป มีสินค้าหลากหลายประเภทให้เลือก ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง เป็นต้น มีห้างแบรนด์ดังเต็มสองฟากถนน เมื่อถึงเทศกาลเซลส์ทั้งเกาะ ทุกแบรนด์จะลดราคา 50-90% ส่วนย่านมงก๊กเน้นจำหน่ายพวกเสื้อผ้าสไตล์วัยรุ่น ขนมของฝาก ของกินต่างๆ สินค้า IT และไอเทมเด็ดตัวใหม่ๆ หาได้ที่ย่านนี้ วัยรุ่นฮ่องกงชอบมาเดินกันเป็นประจำ

3. อาหารอร่อยต้องไปโดน


โจ๊กฮ่องกง เด็ดที่เนื้อโจ๊กเนียนนุ่ม และต้องกินคู่กับปาท่องโก๋ยักษ์

บะหมี่ชามใหญ่ ซดร้อนๆ

มาถึงเรื่องอาหารการกินกันบ้าง ฮ่องกงเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย โดยเฉพาะโจ๊กและติ่มซำ ส่วนร้านที่แนะนำว่าต้องไปลองลิ้มชิมรสให้ได้ ได้แก่ ร้านโจ๊กฮ่องกง ถนน Temple Street ตรงข้ามโรงแรม BP International ร้านกาแฟและเบเกอรี่อย่าง ร้าน Charlie Brown Cafe อยู่ตรงข้ามกับ Park Hotel ต่อด้วยร้าน Honeymoon Dessert ร้านแพนเค้กและน้ำมะม่วงปั่น ย่านนองปิง ติ่มซำร้าน London Restaurant นอกจากนี้ยังสามารถไปหาร้านท้องถิ่นได้ตามริมทางทั่วไป มีจำพวกร้านโจ๊ก ร้านบะหมี่ ร้านขายหมูหัน 5 ชั้น ที่ร้าน Lei Garden’s เป็นต้น

4. ของฝากห้ามลืม

สำหรับของฝากที่ขึ้นชื่อของฮ่องกงมีหลากหลายอย่าง เริ่มจากหมวดความงาม ก็แนะนำพวกน้ำหอมแบรนด์ต่างๆ ถูกกว่าเมืองไทยมากอยู่ และยังมีแบรนด์ที่ไม่มีขายในเมืองไทยด้วย แล้วก็มีเครื่องสำอางพวก Mac, Shisedo, คลีนซิ่ง Bioderma ที่ราคาถูกกว่าเมืองไทยอีกเช่นกัน


ช็อปปิ้งกันกระจาย

ส่วนพวกเสื้อผ้า รองเท้ากีฬา และกระเป๋า ก็มีแบรนด์เนมที่ลดราคามากมาย สามารถหาซื้อได้จากห้างเอาต์เลตของฮ่องกง โดยเฉพาะเสื้อผ้าแบรนด์ฮ่องกงอย่าง bossini, giordano ราคาถูกกว่าในไทยมาก ส่วนขนมขบเคี้ยวต่างๆ แนะนำทาร์ตไข่มีอยู่หลายเจ้าให้เลือก แล้วก็มีขนมกรุบกริบพวกป๊อกกี้ โคลอน เลย์ เพรส รสชาติแปลกๆ ที่เมืองไทยไม่มี เช่น รสมะม่วง รสทาร์ตไข่ รสเป๋าฮื้อ รสหูฉลาม แล้วก็บะหมี่สำเร็จรูปคิตตี้ เป็นต้น

5. เคล็ดไม่ลับเวลาเดินทาง

การเดินทางจากสนามบินฮ่องกงเข้าตัวเมือง สะดวกที่สุดให้ใช้บริการรถไฟฟ้า Airport Express นั่งจากสนามบินไปถึงจุดหมายปลายทางที่เกาะต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ขึ้นอยู่กับระยะทาง ราคาประมาณ 100-200 เหรียญต่อเที่ยว (ถ้าซื้อตั๋วแบบไป-กลับจะถูกลงอีก)


เข้าวัดไหว้พระ

วิวเมืองใหญ่มุมสูง

เมื่อถึงสถานีที่ต้องการแล้ว จะมีป้ายบอกทางไป Shuttle Bus ซึ่งเป็นรถบัสฟรีบริการส่งถึงโรงแรมตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ แนะนำแอพฯ สำหรับเป็นตัวช่วยในการเดินทาง เช่น MTR Tourist จะช่วยหาเส้นทางรถไฟ และแอพฯ MTR Mobile ช่วยบอกว่าเราต้องออกจากชานชาลาประตูไหน และหาอาคารที่พัก ร้านรวงต่างๆ

ควรหลีกเลี่ยงวันเดินทางที่ตรงกับช่วง World Exhibition และงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งจะจัดในช่วงระหว่างเมษายนถึงตุลาคม เพราะโรงแรมจะแพงขึ้นมากและจองยาก ส่วนสิ่งที่ห้ามลืมพกไปด้วย ได้แก่ หัวแปลงปลั๊กไฟ Universal Adapter เพราะที่ฮ่องกงใช้ปลั๊กสามขา เป็นต้น


สตรีตฟู้ดริมทาง บรรดาของทอด

วิวแบบ 180 องศา
 

ครบรอบหนึ่งปี! เปิดเมนูใหม่ ฟิน อร่อย ที่เดียว Knock Kitchen & Kicks

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ส.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692966

 

บอกเลยว่าฟิน ถ้าคุณรักรองเท้าและชอบการกิน วันนี้เราขอพาคุณมาฉลองครบรอบ 1 ปี Knock ด้วยการร่วมงานพิเศษระหว่างร้านอาหารเม็กซิกันชื่อดังในกรุงเทพฯ เชฟบิลลี่ โบทิสต้า (Billy Bautista) จากร้าน La Monita Taqueria และ Osito ชาลี กาเดอร์ (Chalee Kader) จากร้าน Knock, Surface Garden Lab และ Beer Bridge ได้ร่วมมือกันในโปรเจกต์ “Collab Kitchen”

คอนเซปต์ใหม่ที่เป็นการร่วมงานกันระหว่าง La Monita และ Knock นี้ ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ร้าน Knock ทองหล่อ (ระหว่างซอย 15 และ 17) ในวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2559


Knock Kitchen & Kicks

บ็อบบี้ ขันเงิน หุ้นส่วนร้าน

คู่มือคนเมือง ไทยรัฐออนไลน์ เดินเข้ามาในร้าน Knock สำรวจรอบๆ เรารู้สึกประทับใจกับการตกแต่งร้าน แม้ร้านจะไม่ได้ใหญ่อลังการ แต่ที่นี่ได้รับการออกแบบโดย Onion สตูดิโอสถาปนิกชั้นนำของกรุงเทพฯ ให้บรรยากาศการทานอาหารแบบสบายๆ ในสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย และเท่ ภายในร้านรองรับได้ 50 ที่นั่ง มีพื้นที่กึ่งในร่มที่มีโครงสร้างหลังคาแบบเลื่อนได้ และในส่วนของบาร์ตกแต่งด้วยกล่องรองเท้าสีเมทัลลิก ซึ่งเชื่อมโยงไปกับร้านรองเท้าสนีกเกอร์ที่อยู่บริเวณชั้นสามของร้าน บอกเลยว่ามาที่นี่ที่เดียวคุณจะได้ทั้งรับประทานอาหารอร่อยๆ ช็อปรองเท้าสนีกเกอร์แบบสวยๆ มีงานศิลปะให้ได้ชม และยังได้ดื่มด่ำกับเสียงเพลง





มีดีเจมาเปิดแผ่นให้ฟังกันแบบสนุกสนาน

สองเชฟสร้างสรรค์เมนู

เชฟบิลลี่และเชฟชาลีรู้สึกว่าประเทศไทยพร้อมแล้วสาหรับโปรเจกต์ที่เขาทั้งคู่ได้ใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาไอเดียคอนเซปต์นี้ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมอาหารประเภทฟู้ดทรัค (Food Truck) ที่เริ่มเป็นที่นิยมในรัฐแคลิฟอร์เนียตั้งแต่ต้นปี ค.ศ.2000 โดยพวกเขาต้องการนำเสนอประสบการณ์พิเศษท่ีแหวกแนวไปจากประสบการณ์การทานอาหารในย่านทองหล่อที่เป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์การกินที่เน้นเมนูเพื่อสุขภาพไปจนถึงร้านอาหารหรูหราในลักษณะไฮเอนด์ เชฟทั้งคู่ต้องการให้ลูกค้าของ Knock x La Monita ได้สัมผัสกับบรรยากาศการทานอาหารแบบสบายๆ และเป็นกันเองในแบบฟู้ดทรัคสไตล์ลอสแอนเจลิส


หุ้นส่วนร้านและเชฟ



สนีกเกอร์มากมายให้ได้เลือกซื้อ

เมนูใหม่ กินได้ที่นี่ที่เดียว 

โดย La Monita ได้ออกแบบเมนูใหม่ขึ้นมา กับอาหารเม็กซิกันแนวสตรีทท่ีคงรสชาติจัดจ้านไว้อย่างครบเครื่องตามต้นตำรับจากเมืองซินาลัว (Sinaloa) ในเม็กซิโกที่เป็นต้นกำเนิดของแวมไพร์ ทาโก้ หรือ Tacos Vampiros ท่ีได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายตั้งแต่เมืองตีฮัวนา (Tijuana) ไปจนถึงลอสแอนเจลิส และน่าจะเป็นโอกาสที่ชาวกรุงเทพฯ จะได้ทาน Tacos Vampiros เป็นครั้งแรก ซึ่งเมนูนี้ได้ช่ือมาจากขั้นตอนการปรุง ที่ต้องย่างแผ่นแป้งทาโก้ท่ีโรยด้วยชีสให้ “ความชื้นถูกดูดออกไปจนหมด” จนได้ออกมาเป็นแผ่นทาโก้กรุบกรอบที่ผสมกับชีส และสามารถเลือกไส้ทาโก้ได้ว่า จะรับเป็นเนื้อวัว ส่วนบริสเก็ตฉ่าๆ ที่ทำให้สุกด้วยไฟอ่อนเป็นเวลาถึง 9 ชั่วโมง หรือจะเลือกเป็น เนื้อวัวสันไหล่อบรมควัน (barbacoa) ก็สามารถอร่อยได้เต็มๆ คำเช่นกัน



น่าอร่อยจังเลย

Tacos Vampiros

นอกจากนี้เชฟบิลลี่ยังได้รังสรรค์เมนูอาหารเม็กซิกันไว้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Chicano Pizza (พิซซ่าสไตล์ชิคาโกที่จัดจ้านแบบอาหารเม็กซิกัน) Quesadilla Suiza (เคซาดีญ่าเนื้อและชีส) และ Avocado and Jalapeno Escabeche เมนูนี้ขึ้นชื่อของร้าน La Monita ที่โรยหน้าด้วยผักชี หัวหอม และมะนาว


Chicano Pizza

ในส่วนของ Knock เชฟชาลีได้เลือกเมนูยอดนิยมของ Knock ทั้งหมด 13 เมนูด้วยกัน เช่น Fried Chicken Waffle Cupcakes และ Mac and Cheese Duck Confit ที่ทานคู่กับสไลเดอร์ (เบอร์เกอร์จิ๋ว) ในสไตล์ของ Knock ซึ่งมีให้เลือกมากมายด้วยเช่นกัน ทั้งแบบคลาสสิก ที่เป็นชีสเบอร์เกอร์เนื้อวากิวประกบด้วยแป้งด้านบน โรยงากับชีสเชดดาร์ และนอกจากนี้ยังมี Mushroom & Swiss Slider ที่เพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น เมื่อทานคู่กับมันบด Tater Tots สูตรเฉพาะของ Knock ที่กรอบนอกนุ่มในที่เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าประจำ.


อาหารอร่อย



อ่านเพิ่ม : ห้ามพลาด ช็อปสนีกเกอร์ เคล้าเมนูสุดครีเอต Knock Kitchen & Kicks ซ.ทองหล่อ

 

เที่ยวนอกเตรียมตัวยังไง? คู่มือ 7 เคล็ดต้องรู้ ก่อนจัดทริปต่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ส.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/689412

 

เข้าใกล้สิ้นปีเข้ามาทุกที ใครที่มีวันลาพักร้อนเหลืออย่าลืมใช้สิทธิ์ให้ครบ วางแผนลางานไปเที่ยวต่างประเทศกันดีกว่า ยิ่งทุกวันนี้การเดินทางเที่ยวต่างประเทศง่ายกว่าเดิมเยอะ แถมการเดินทางแสนสะดวกสบาย มีสายการบินราคาประหยัดเปิดให้บริการมากมาย ค่าเงินก็ถูก รอไรล่ะ จัดไปเลยค่ะ!

คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้มีทิปส์ดีๆ ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการเตรียมตัวก่อนเดินทางเที่ยวเมืองนอกมาฝากกัน ส่วนจะต้องทำยังไงบ้าง ตามมาดู…

1. เช็กพาสปอร์ตและวีซ่า

อันดับแรกก็ต้องทำพาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทางก่อน สิ่งนี้เปรียบเสมือนบัตรประชาชนแบบ International ของเรา มีไว้สำหรับระบุและยืนยันตัวตนของเรา เช่น ชื่อ สกุล วันเดือนปีเกิด สถานภาพ สัญชาติ ภูมิลำเนา เป็นต้น การจะเดินทางเข้าไปประเทศต่างๆ จะต้องใช้หนังสือเดินทางยื่นให้ ตม. ตรวจ


เตรียมหนังสือเดินทางและวีซ่า

ส่วนใครมีอยู่แล้ว ก่อนเดินทางก็อย่าลืมเช็กวันหมดอายุให้ดี ต้องเหลือระยะเวลาเดินทางก่อนหมดอายุ 6 เดือน จึงจะสามารถใช้เดินทางไปต่างประเทศได้ แล้วก็ต้องดูด้วยว่าประเทศที่เราต้องการไปเที่ยวนั้น ต้องทำวีซ่าขอเข้าประเทศก่อนหรือไม่ แต่เราแนะนำว่าถ้าคุณเป็นนักเดินทางหน้าใหม่ เลือกไปประเทศที่เขาไม่ต้องใช้วีซ่าดีกว่า ไม่ต้องยุ่งยาก แถมมีให้เลือกหลากหลาย เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ตุรกี สิงคโปร์ พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย อินโดฯ ฮ่องกง มาเก๊า รัสเซีย มัลดีฟส์ โอ๊ย…เยอะแยะเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว


เลือกประเทศที่ต้องการ

2. ดูข้อปฏิบัติที่ควรทำ และไม่ควรทำของประเทศนั้นๆ

ถ้าเลือกได้แล้วว่าอยากไปเที่ยวประเทศไหน ก็เตรียมแลกเงินสกุลนั้นๆ ไว้ติดตัวพอประมาณ ไม่ต้องพกเงินสดเยอะ ถ้าเกิดทำหายหรือโดนขโมยก็คงเสียดายน่าดู อีกอย่างคือควรศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรม รวมถึงข้อควรระวังในการปฏิบัติตัว ซึ่งแต่ละประเทศก็จะแตกต่างกัน เช่น ถ้าไปญี่ปุ่น ไม่ควรให้ทิปพนักงาน และไม่ต้องลุกให้คนแก่นั่งบนรถสาธารณะ เพราะนั่นแปลว่าคุณไปดูถูกเขา ห้ามเดินกิน หรือถ้าไปประเทศลาวก็ควรทำตัวสำรวมเวลาเข้าวัด ห้ามนุ่งสั้น บางวัดไม่ให้ผู้หญิงเข้าไป เป็นต้น


เที่ยวชิลๆ เมืองนอก

เที่ยวต่างประเทศกันเถอะ

3. ฝึกภาษาของประเทศนั้นๆ มาบ้าง

ถ้าไปในประเทศที่ไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ควรศึกษาภาษานั้นๆ มาบ้าง ไม่ต้องถึงขั้นไปลงคอร์สเรียนภาษานะ เอาแค่จดจำคำง่ายๆ สั้นๆ พวกคำคีย์เวิร์ดในการท่องเที่ยว เช่น อาหาร ร้านกาแฟ ป้ายรถเมล์ เส้นทาง ชื่อถนน โรงแรม เป็นต้น


วางแผนด้านการเงินในทริป

4. วางแผนการเงินในทริป

อีกอย่างที่ต้องทำก่อนเดินทางคือ ควรวางแผนเรื่องการใช้เงิน กำหนดไว้ตั้งแต่แรกว่าทริปนี้จะใช้จ่ายเท่าไหร่ แบ่งเป็นค่าเครื่องบินเท่าไหร่ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าของฝาก และกันเงินอีกส่วนไว้สำหรับฉุกเฉิน พยายามวางแผนการใช้เงินให้รอบคอบที่สุด อย่าฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น


เตรียมยาไปให้พร้อม

5. เตรียมยาจำเป็นต่างๆ

นอกจากนี้ สิ่งที่จำเป็นมากๆ ห้ามลืมเวลาเดินทางไกลคือ ยาประจำตัวหรือยาสามัญต่างๆ การเดินทางไปต่างประเทศ การหาซื้อยาค่อนข้างยาก บางประเทศต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น ซื้อเองไม่ได้ ดังนั้นก็ควรพกไปเองดีกว่า เพื่อความสบายใจ


เก็บเอกสารการเดินทางให้ดี พร้อมถ่ายสำเนาเตรียมไว้ด้วย

6. อย่าลืมถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญ

ส่วนเอกสารการเดินทางต่างๆ เช่น ตั๋วเครื่องบิน ใบจองโรงแรม ใบจองตั๋วรถตั๋วเรือ รวมถึงพาสปอร์ต ทุกอย่างต้องถ่ายเอกสารทำสำเนาไว้อีก 1-2 ชุด แล้วเก็บไว้ในที่ต่างๆ กัน เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น กระเป๋าหาย พาสปอร์ตหาย อย่างน้อยก็มีสำเนาไว้ช่วยแก้ไขเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย


ควรซื้อประกันการเดินทางไว้ด้วย

7. ซื้อประกันภัยการเดินทาง

อย่างสุดท้าย คือ เวลาเดินทางโดยเครื่องบิน ถ้าบินในประเทศไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไร เรามักจะละเลยไม่ค่อยเลือกใช้บริการประกันภัยเดินทางเท่าไร แต่ถ้าบินต่างประเทศแนะนำว่าให้ใช้บริการประกันภัยการเดินทางไว้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะเวลาเกิดเหตุอันตราย  แต่บางบริษัทยังเคลมเรื่องค่าเสียเวลาในกรณีไฟลต์ดีเลย์หรือกระเป๋าเดินทางล่าช้าได้ด้วย.


ไปทั้งครอบครัวก็ได้

ชมความงามของบ้านเมืองในประเทศอื่นๆ
 

“เจ้าพระยา” นครากับมหานที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย National Geographic 17 ส.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684956

 

18 นาฬิกา 52 นาทีของเสาร์หนึ่ง ฟ้าหรุบหรู่และมีเมฆมาก สายน้ำเจ้าพระยาเต้นเร่าตามระลอกคลื่น สีสัน พรรณรายจากหลอดแอลอีดีแดง เขียว และน้ำเงิน สะท้อนผิวน้ำ ขณะนั้นเรือยอดพิมานล่องมาถึงบริเวณศาลเจ้าเกียนอันเกง แสงไฟจากตัวศาลและชุมชนวัดกัลยาณมิตรแลมัวซัว เวลานี้ชาวบ้านในชุมชนคงกำลังดูข่าวหัวค่ำ นอนเอกเขนก ไม่ก็ตั้งวงกินดื่ม แต่บนเรือยอดพิมาน เสียงเพลง “Pretty Boy” ของวง M2M กำลังแผดเสียงกระหึ่มกลางดาดฟ้าเรือ “รอบแรก เราจะเปิดเพลงชิลๆ สบายๆ ครับ แขกรอบนี้ส่วนมากอยากโรแมนติก” โจ้-อภิรักษ์ หมื่นสุวรรณ์ วัย 24 ปี บอกผม เขาเป็นดีเจประจำเรือยอดพิมาน เรือนำเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบทริประยะสั้น


นุ นัด และเดฟ หรือที่พวกเขาเรียกแทนตัวเองว่า “แฝดนรก” เติบโตมากับชีวิตริมฝั่งเจ้าพระยา สามพี่น้องเกิดในครอบครัวคนเรือรับจ้างขนถ่ายสินค้า แม้ทุกวันนี้ครอบครัวของพวกเขาจะขายเรือที่ใช้ทำมาหากินไปแล้ว ทว่าสามพี่น้องยังคงหาเวลาว่างมาดำผุดดำว่ายในแม่น้ำที่พวกเขาเติบโตขึ้น

คนขับเรือเร่งเครื่องแซงเรือโยง ซ้ายมือผมคือวัดกัลยาณมิตร พระปรางค์ผิวสีทองและอุโบสถประดิษฐาน หลวงพ่อโต (พระพุทธไตรรัตนนายกหรือที่คนไทยเชื้อสายจีนเรียกว่า “ซำปอกง”) ฝั่งตรงข้ามคือตลาดยอดพิมาน ช็อปปิ้งมอลล์ติดเครื่องปรับอากาศ ชั้นบนมีร้านชาบู อาหารทะเล บาร์บีคิว และลานเบียร์ “รอบสุดท้ายเลยครับพี่ ‘ตื๊ด’ มาก” ดีเจโจ้หันมาบอกผม เขาบอกว่าทริปเรือรอบราวสามทุ่มเป็นเที่ยวสุดท้ายของวันและสุดเหวี่ยงที่สุด

“ถ้าฝนไม่ตกนะครับ ทั้งคนเต้น คนเมา ปาร์ตี้กันสุดๆ ผมเห็นมาหมดแล้ว” ดีเจโจ้ยิ้ม
“แล้วถ้าฝนตก” ผมถาม
“ถ้าฝนตกก็ยังเต้นครับ แต่มาเต้นเบียดกันในร่มแทน” เขาบอก

ผู้โดยสารชาวอินเดียสองคนถือจานใส่ฝรั่งและสับปะรดเดินไปทั่วดาดฟ้าเรือ ฝรั่งสแกนดิเนเวียมากับแฟนสาวชาวไทยดวดเบียร์เข้าไปสามขวดแล้ว และกำลังเดินไปที่บาร์เพื่อสั่งเพิ่ม คนไทยแห่ตักเกี๊ยวทอด ส่วนนักท่องเที่ยวจีนน่ารักจิ้มลิ้มชูไม้เซลฟี่ถ่ายภาพกันเองอย่างสนุกสนาน เช่นเดียวกับคู่รักเกาหลีที่ยังโพสท่าถ่ายรูปไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย บนเรือลำนี้ให้บริการเครื่องดื่มและกับแกล้มไม่จำกัด สนนราคาต่อหัว 300 บาท รวมระยะเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง “คุ้มสิครับกับบรรยากาศโรแมนติกกลางแม่น้ำเจ้าพระยา อาหารเครื่องดื่มไม่จำกัด” คุณหนุ่ม เจ้าของเรือยอดพิมานบอกเรา


ฉลอง ทรงบัณฑิต (คนขวา) และสมมารถ แสงทอง สืบทอดอาชีพนักประดาน้ำงมหาของเก่าในแม่น้ำเจ้าพระยามาเป็นรุ่นที่สามแล้ว พวกเขาอาศัยอยู่รวมกันเป็นเครือญาติในชุมชนมิตรคาม ย่านสามเสน ชุมชนที่มีแนวโน้มจะถูกไล่รื้อหากโครงการก่อสร้างทางสัญจรริมแม่น้ำเจ้าพระยาเดินหน้า

พอเรือล่องมาถึงวัดอรุณราชวราราม ฟ้ามืดไร้ดาว แสงไฟสปอตไลต์สาดส่ององค์พระปรางค์ที่ยังระเกะระกะไปด้วยนั่งร้านซ่อมบำรุง เหล่าเรือนำเที่ยวเปิดไฟสว่างไสวจอแจทั่วท้องน้ำ นักท่องเที่ยวกรูกันถ่ายรูปพระปรางค์ เป็นภาพฝันและจุดขายของทัศนียภาพริมฝั่งเจ้าพระยาอันลือลั่น พระปรางค์นี้เดิมมีมาตั้งแต่ก่อนกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อครั้งวัดอรุณฯ ยังใช้ชื่อว่า “วัดแจ้ง” พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่สอง มีพระราชดำริให้ต่อเติมองค์พระปรางค์ ให้สูงขึ้น ทว่าพระองค์ไม่มีโอกาสได้ทอดพระเนตรความงดงามเพราะเสด็จสวรรคตเสียก่อน กระทั่งพระปรางค์สร้างเสร็จและยกยอดนภศูลในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่สาม นับเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ทั้งใหญ่และสูงตระหง่านที่สุดริมฝั่งน้ำในยุคนั้น


แสงระยิบระยับจากบรรดาตึกระฟ้า รวมทั้งชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ของคอมมูนิตีมอลล์ชื่อดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นทัศนียภาพอันงดงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือน ทุกวันนี้ ที่ดินริมแม่น้ำในเขตใจกลางเมืองถูกยึดครองโดยธุรกิจท่องเที่ยวและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

คู่รักจุมพิตกันเบื้องหน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ เรือภัตตาคารแล่นผ่านไป ผู้คนในคาเฟ่ริมฝั่งแม่น้ำเดินกรีดกราย การจราจรทางน้ำพลุกพล่าน ผมพยายามคิดจินตนาการถึงท้องน้ำย่านนี้ในยุคก่อสร้างพระปรางค์จากพงศาวดาร ภาพวาด และบันทึกเก่าแก่ ตั้งแต่เรือนแพริมน้ำ แสงไฟวูบไหว ท้องน้ำมืดมิด เรือแจวช้าเชือน พ่อค้าแม่ค้าเรือเร่ ไปจนถึงวิถีชีวิตชาวบ้านปะปน ทั้งคนกรุงเก่า แขก จีน และลาว เป็นความสงบที่ไม่อาจเทียบได้กับยุคปัจจุบัน

ตลอดประวัติศาสตร์ สายน้ำเจ้าพระยาไหลผ่านเมืองกรุง และเป็นหัวใจของการก่อร่างสร้างเมืองเมื่อครั้งรื้อฟื้นศูนย์กลางอาณาจักรในสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ แม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพฯ มีความยาวประมาณ 57 กิโลเมตร ก่อนไหลคดเคี้ยวลงสู่ปากอ่าว ในแต่ละยุคสมัย แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นทั้งถนน ทางระบายน้ำ เส้นทางการค้า สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งอาหาร ไปจนถึงถังขยะของเมืองกรุง และอย่างที่นักปราชญ์ว่า แม่น้ำไม่หยุดรอ ไม่ก้มหัวให้ใคร ยิ่งใหญ่ทระนง แต่ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม


วันเพ็ญ เอี่ยมสะอาด วัย 73 ปี ยังคงอาศัยในเรือเอี้ยมจุ๊นอายุกว่า 60 ปี เธอและสามียึดอาชีพขนสินค้าเกษตรจากนครสวรรค์ลงมาขายที่กรุงเทพฯ จนกระทั่งเปลี่ยนอาชีพ และจอดเรือถาวรเพื่อให้ลูกๆ ขึ้นฝั่งไปเรียนหนังสือ ปัจจุบัน วิถีชีวิตคนเรือเหล่านี้พบเห็นไม่ได้ง่ายๆ ในกรุงเทพฯ เนื่องจากตลิ่งถูกยึดครองโดยเอกชน และค่าซ่อมบำรุงเรือที่สูงขึ้น

เรือของเราเบนหัวกลับลำ ดีเจโจ้เปิดเพลง “You belong to me” ของ Taylor Swift ดังสนั่นลำโพง “คุณเป็น ของฉัน คุณเป็นของฉัน คุณเป็นของฉัน” เนื้อร้องซ้ำไปซ้ำมา เรือเร่งเครื่องเต็มกำลังตามแรงน้ำลง ผ่านปากคลองตลาด และสะพานพุทธ ที่ซึ่งคนไร้บ้านหลับนอนบริเวณท่าเรือเก่า ผ่านโรงแรมหรูหราที่คู่รักมื้อดินเนอร์กำลังจรดปลายมีดลงบนเนื้อสเต๊ก ผ่านสุเหร่าเก่าแก่ที่ผู้สยบยอมต่อพระผู้เป็นเจ้ากำลังสวดอ้อนวอนถึงพระองค์ ผ่านโรงเรียนซึ่งมีคำขวัญว่า “เวลาและวารีไม่รอใคร” ประดับอยู่บนผนังตึก และผ่านนับร้อยนับพันเรื่องราวของชีวิตริมน้ำที่หน้ากระดาษไม่พอบรรจุ การได้เห็นและคิดจินตนาการถึงชีวิตสองฟากฝั่งจากกลางสายน้ำทำให้ผมรู้สึกอิสระ เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสบ่อยๆ ยามเมื่ออยู่บนฝั่ง

เรื่อง ราชศักดิ์ นิลศิริ
ภาพถ่าย เอกรัตน์ ปัญญะธารา

ที่มา – National Geographic
www.ngthai.com

 

มากกว่าศิลปะ ‘ทางม้าลาย 3 มิติ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ส.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/689416

 

แม้จะไม่มีรสชาติ เหมือน ผลหมากรากไม้ หรือ ส้มสูกลูกไม้ใดๆ แต่ภาพตรงหน้ามันทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกว่าน่า ‘อิ่มเอม’  

จดๆ จ้องๆ ได้ไม่นานก็เดินเข้าไปถามตามสัญชาตญาณนักไถ่ถาม ถามพวกเขาว่าได้อะไร พวกเขาหันมามองหน้าเปื้อนยิ้ม ขณะเหงื่อผุดพรายมือถือที่ทาสี ทว่าไม่เพียงตอบว่า ‘ไม่ได้’ อะไร เงินและแรงที่ลงไป ‘ไม่ได้หวังสิ่งใด’ กลับคืน เพราะมันคืองาน ‘จิตอาสา’

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ เป็นภาพทางม้าลาย 3 มิติแห่งแรกๆ ในกรุงเทพฯ บังเอิญผ่านพบแล้วเก็บภาพมาเล่าเรื่องจากโรงเรียนหอวัง (ลาดพร้าว) เป็นกิจกรรมงานจิตอาสา เป็นภาพสวยๆ ที่ได้มาด้วยความเสียสละ ทั้งเงินและเวลา เป็นภาพใหญ่ที่ไม่เพียงต้องหันกลับมาถามตัวเองและทุกคนว่า

ไม่ต้องงานทำเพื่อส่วนรวมระดับ ‘จิตอาสา’ หรอก ในโลกตัวกูของกู โลกก้มมองแต่หน้าจอมือถือ ในโลกที่โซเชียลใกล้ชิดคุณมากกว่าบิดามารดา ครั้งล่าสุดคุณเคยทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้างไหม ไม่ต้องบอกใคร แค่ตอบตัวเองเบาๆ

แม้จะไม่มีรสชาติเหมือนส้มสูกลูกไม้ แต่ภาพ ‘จิตอาสา’ คำที่กำลังเหือดแห้งไปจากสังคมไทย ให้คนที่ผ่านไปเห็น ไม่ต้องชิมก็ชื่นหัวใจ แทนคนที่ได้ใช้จริงๆ


ลงมือลงแรง


กิจกรรมอาสาเรียกเหงื่อ


ก่อร่างกว่าจะเป็นทางม้าลาย 3 มิติ

ทาสีกันเพื่อจิตอาสา

ลงแรง











คนที่ได้ใช้

เดิน เดิน เดิน


สำเร็จเสร็จสิ้น

หอวัง จิตอาสา

ที่มาภาพ โครงการ รักลูกหอวัง (ตรวจเซ็นทรัล)

 

เที่ยวอาณาจักรหินทราย 100 ล้านปี ของดีที่เกือบลูกลืม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 13 ส.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686903

 

สวัสดีชาวไทยรัฐออนไลน์ทุกท่านครับ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แบกกล้องเที่ยว มีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปกับ กรมทรัพยากรธรณี ในโครงการธรณีสัญจร ครั้งที่ 2 เป็นการเปิดความลับของอาณาจักรหินทรายในภาคอีสาน ภายใต้หัวข้อแอ่งมหานทีบรรพกาล โดยใช้พื้นที่ ภูจันทร์แดง ภูอานม้า ผาแต้ม แก่งตะนะ ถ้ำเหวสินไชย จ.อุบลราชธานี เป็นพื้นที่ศึกษา โดยในสัปดาห์นี้ ผมจะพาเพื่อนๆ ทุกท่าน ไปชมความตระการตาของ ภูจันทร์แดง และ ภูอานม้า กันก่อน




โดยทริปนี้ เราเริ่มต้นกันที่ “ภูจันทร์แดง” กันก่อนครับ โดยที่ภูจันทร์แดง ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภูหล่น ตำบลสมยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี การเดินทางค่อนข้างลำบากหน่อย เพราะทางเป็นลูกรังครับ ที่นี่มีจุดน่าสนใจคือ เสาเฉลียงขนาดยักษ์ มีลักษณะคล้ายแก้วไวน์ โดยต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณเกือบกิโลครับ ระหว่างทางเราก็จะเจอลักษณะของหินทรายที่สวยงามมากมาย




ที่นี่ส่วนใหญ่ เป็นหินทรายหมวดหินภูพาน อายุประมาณ 110 ล้านปี มีรูปร่างเป็นเสาระเบียง เนื่องจากกระบวนการกร่อน (erosion) โดยกระแสน้ำและลม มีลักษณะเป็นรูพรุนตามแนวข้าง ที่เกิดจากกระบวนของน้ำเช่นกัน มีการแสดงแนวชั้นเฉียงระดับของชั้นหินชัดเจน บริเวณพื้นแสดงลักษณะหินสมอง (sand cracks) ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร้อนและเย็น ต่อมา มีการคายความร้อน ทำให้หินแตกเป็นรูปแบบดังกล่าว และลานหินปูนที่เกิดจากการกัดเซาะของทางน้ำ นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยกระดูกไดโนเสาร์ แต่ยังไม่ทราบชนิดที่แน่นอนด้วยครับ




พอมาถึงบริเวณไฮไลต์ จะมีลักษณะเป็นเสาระเบียงขนาดใหญ่ สูง ประมาณ 8 เมตร ยาว ประมาณ 20 เมตร ยาวต่อเนื่องวางตัวอย่างสวยงาม บริเวณใกล้เคียงยังมีเสาเฉลียงที่มีลักษณะเด่นคือ เสาเฉลียงรูปแก้วไวน์ ซึ่งมีลักษณะแปลกตา และในพื้นที่โดยรอบมีลักษณะหินสมองกระจายอยู่ทั่วไป อีกทั้ง ภูจันทร์แดง นี้ยังเป็นเส้นทางธุดงค์ของหลวงปูมั่นอีกด้วย

หลังจากนั้นเราก็เดินทางกันต่อไปที่ “ภูอานม้า” กันครับ ซึ่งอยู่ทางบ้านใหม่ดงสำโรง อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นภูหินทรายขนาดเล็ก ถูกธรรมชาติกัดกร่อน ทำให้รูปร่างหน้าตาเหมือน “อานม้า” สูงจากพื้นดินประมาณ 300 เมตร ตั้งอยู่กลางลานหินทรายที่กว้างใหญ่ บริเวณใกล้เคียงยังมีทุ่งดอกไม้นานาพรรณรอต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่าน โดยเฉพาะช่วงตุลาคม-พฤศจิกายน จะบานสวยงามเต็มลานหิน





ที่หน้าสนใจอีกแห่งหนึ่งคือ รอยเกวียนโบราณ รอยที่บดลึกลงไปในลานหินทรายเป็นระยะทางยาว บ่งบอกถึงการเดินทางสัญจรไปมาหาสู่กันของคนในแถบนี้มาอย่างยาวนาน เป็นเส้นทางเกวียนของชาวบ้านสมัยก่อนที่ยังไม่มีถนนอย่างทุกวันนี้ ชาวบ้านก็จะใช้เส้นทางนี้บรรทุกของ ผ่านลานหินไปมา แล้วรอยเกวียนที่ปรากฏลึกบนลานหินทราย ที่มีอายุเป็นร้อยๆ ปีที่ ทำให้ล้อเกวียนฝังลึกและกร่อนหินจนปรากฏเป็นร่องดังภาพปัจจุปัน

เป็นอีกทริปที่น่าประทับใจมาก เหมาะสำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติศึกษา เพราะได้ความรู้มากมายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในเชิงธรณีวิทยา พ่อแม่อาจจะลองให้ลูกๆ มาเที่ยวแบบนี้เป็นแบบเรียนจากสถานที่จริง และเพลิดเพลินด้วยครับ




ส่วนสัปดาห์หน้าแบกกล้องเที่ยวจะพาไปชมความสวยงามของ ผาแต้ม แก่งตะนะ ถ้ำเหวสินไชย แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เดินทางง่ายๆ เช่นเดิมครับ…

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.facebook.com/baagklong