มีมากกว่า ‘กาสิโน’ และ ‘ทาร์ตไข่’ รวมที่เที่ยวมาเก๊าแบบอันซีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ส.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647772

 

ก่อนไปเราตั้งคำถามกับตัวเองว่า ไปมาเก๊าจะเที่ยวไหนดี? การเดินทางไปมาเก๊าครั้งแรก เรื่องราวระหว่างทางทำให้เราเผลอหลงรักไม่รู้ตัว กับที่ท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ไม่ไกลจากบ้านเรามากนัก ระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปมาเก๊าโดยเฉลี่ยคือ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ถือเป็นทางเลือกดีๆ สำหรับชาวไทยที่ไม่อยากใช้เวลาเดินทางนานมากนัก ทริปครั้งนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสไปเยือนมาเก๊าไปกับการท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทยโดยใช้เวลา 4 วัน 3 คืน…





วันที่ 1 : หลงรักเกาะเล็กๆ “มาเก๊าก็เก๋าอยู่นะ”

เดินทางถึงสนามบินนานาชาติมาเก๊า เราไม่รอช้าขอทำความรู้จักกับมาเก๊าแบบคร่าวๆ เพราะเราสงสัยว่าที่นี่ นอกจากกาสิโนและขนมทาร์ตไข่มีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง ยืดเส้นยืดสายพอสมควรเราเดินตรงแวะเคาน์เตอร์ การท่องเที่ยวมาเก๊าที่สนามบิน เพื่อรับข้อมูลการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวทุกคนสามารถแวะเวียนเข้าไปขอข้อมูลได้ มีทั้งแผนที่ แผ่นพับและหนังสือแจกให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการ หากต้องการสอบถามข้อมูลอะไรเจ้าหน้าที่ก็ยินดีจะตอบ

หลังจากนั้นเราได้มาเยือนที่พักโรงแรม ASCOTT MACAU หรูหรา ห้องใหญ่โต เราประทับใจสุดๆ เดินชมโรงแรม ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว เราได้เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่แรก “ทะเลสาบนัมวา” ได้ชมกิจกรรมงาน “Anim’Arte” ซึ่งเป็นตลาดนัดงานศิลปะ งานฝีมือ และกิจกรรม outdoor มากมาย ที่นี่อารมณ์เหมือนเดินเล่นสวนสาธารณะบ้านเรา มีลานให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น มีปั่นเรือเป็ดให้หนุ่มสาวได้สวีตกัน บรรยากาศดีไม่ใช่เล่น ใครชอบการเดินเล่นชิลๆ เราแนะนำให้มาที่นี่ในช่วงเย็นๆ ผ่อนคลายอารมณ์ได้เป็นอย่างดีทีเดียว



หลังจากนั้นเราได้เดินทางไปยังอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของมาเก๊า คือ “มาเก๊าทาวเวอร์” (Macau Tower) เป็นหอคอย ที่มีความสูงอันดับ 10 ของโลก และเป็นอันดับ 8 ของเอเชีย มีความสูง 338 เมตร เราได้ชมวิวรอบๆ เกาะมาเก๊า ทั้งยังได้ดูกิจกรรมที่น่าตื่นเต้น ใครชอบกิจกรรมหวาดเสียวแบบนี้ต้องลองสักครั้งกับ Sky Walk มันคือการเดินชมวิวรอบหอคอยด้านนอก และ Sky Jump คล้ายกับการโดด Bungy Jump




สำหรับวันแรกก่อนกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมเราแวะเดินเล่นบริเวณ St.Lazarus District เราหลงรักที่นี่ โดยเฉพาะเวลาค่ำที่นี่เปิดไฟสว่างไสวเหลืองอร่ามทั้งคืน ทั้งยังมีตึกมากมายงดงาม บอกเลยว่าเสน่ห์ของมาเก๊าอีกหนึ่งอย่างคือตึกอาคารสวยหลากหลายแบบ มองจากในภาพว่าสวยแล้วแต่ถ้าคุณได้เห็นกับตาคุณจะประทับใจอย่างแน่นอน



วันที่ 2 : มรดกโลกกับธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในมาเก๊า

สำหรับเช้าวันที่สอง เราได้ไปชม “รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม” เคล้าวิวทิวทัศน์ของมาเก๊าและเกาะไทปา ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมของมาเก๊าที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะชื่นชมองค์เจ้าแม่กวนอิมเป็นรูปปั้นสีทองประดิษฐานบนดอกบัว ภายในฐานรูปปั้นเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติความเป็นมา ทั้งยังเป็นพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามานั่งพักและนั่งสมาธิอีกด้วย



ต่อมาเราได้แวะสักการะเทพอาม่า ที่ “วัดอาม่า” หนึ่งในมรดกโลกและเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า สร้างขึ้นมากกว่าห้าร้อยกว่าปี เรียกได้ว่าสร้างมาก่อนที่มาเก๊าจะกำเนิดขึ้นเสียอีก และคุณรู้หรือไม่ว่าวัดอาม่าเป็นที่มาของคำว่า ‘มาเก๊า’ อีกด้วย บริเวณทางเข้ามีก้อนหินใหญ่สลักรูปเรือสำเภาเอาไว้ จากนั้นเราก็เดินขึ้นเขาไป มันจะเป็นสเต็ป โดยเริ่มไหว้จากข้างล่างก่อนแล้วค่อยเดินขึ้นไปไหว้ตามจุดต่างๆ จนถึงข้างบนสุด



จากนั้นเราก็ได้ไปเยือน “หมู่บ้านวัฒนธรรมอาม่า” ที่นี่งดงามด้วยศูนย์วัฒนธรรมขนาด 7,000 ตารางเมตร ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองตำนานของเทพธิดาแห่งชาวเรือ เป็นสถาปัตยกรรมของหมู่บ้าน โดยหลักแล้วประกอบด้วยประตูหน้าแบบศาลา แท่นบูชาแกะสลักด้วยหินอ่อน วังทิ้นเฮ่า หอแต่งตัว หอระฆังและหอกลอง ศูนย์ขนาดใหญ่นี้ดึงดูดผู้ที่มีความศรัทธาต่ออาม่า นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถหาความสดชื่นได้จากสวนที่อยู่ถัดไปจากหมู่บ้าน หรือเดินตามเส้นทางขึ้นเขาเพื่อไปชม ที่อยู่บนยอดเขา และชมวิวที่งดงามของเกาะ ซึ่งที่นี่มีรูปปั้นอาม่าหรือเจ้าแม่ทับทิมที่สูงที่สุดในโลก




หลังจากนั้นเราได้เดินขึ้นเขาไปชม “อ่างเก็บน้ำฮักซา-สวนบาร์บีคิว” (Hac Sa Reservoir Country Park) เราไม่คิดว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ในมาเก๊า นอกจากตึกสวยๆ มากมายในมาเก๊าแล้วที่นี่ยังมีแหล่งธรรมชาติที่เราต้องบอกเลยว่า สดชื่น ร่มรื่น ได้รับโอโซนแบบเต็มปอด ที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่ชาวมาเก๊านิยมไปพักผ่อนหย่อนใจล้อมรอบด้วยแมกไม้นานาพรรณของเขาโลอาน มีทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ น้ำตกจำลอง และที่สำคัญมีสถานที่ปิกนิกบาร์บีคิวไว้ให้นักท่องเที่ยวอีกด้วย




สถานที่สุดท้ายของวันนี้เราแวะไปเดินถ่ายรูปเล่นชิลๆ ที่ “หาดฮักซา” (Hac Sa Beach) เมื่อได้เห็นก็รู้สึกแปลกตาไปอีกแบบกับหาดทรายสีดำ ถึงจะไม่ได้ดำสนิทอย่างที่เราคาดหวังไว้แต่ก็ยังแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย ที่นี่เป็นหาดทรายที่มีความพิเศษตรงที่น้ำในทะเลเป็นน้ำอุ่น และไม่มีคลื่น



วันที่ 3 : STEP OUT เดินเรื่อยๆ เหนื่อยก็พักที่มาเก๊า

สำหรับวันที่ 3 นี้บอกเลยวันนี้เราเดินกันลูกเดียว เดินไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็แวะพัก เริ่มจาก “บ้านแมนดาริน” (Mandarin’s House) ที่นี่งดงามด้วยบ้านเรือนหลายหลัง ผู้รู้บอกกับเราว่าคฤหาสน์แมนดารินสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1874 เดิมเคยเป็นคฤหาสน์ที่อาศัยของนักประพันธ์จีนนามว่า เฉิง กวนยิง ที่นี่เป็นบ้านจีนแบบโบราณ ทั้งยังผสมด้วยรายละเอียดของความเป็นจีนและตะวันตกอย่างลงตัว




เดินไปอีกนิดถึง “โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์” (St. Lawrence’s Church) หนึ่งในสามโบสถ์เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า ผ่านการบูรณะหลายครั้งจนถึงครั้งที่เห็นในปัจจุบัน ที่นี่ตั้งอยู่บนเนินเขามองลงไปคือทะเล บริเวณที่โบสถ์ตั้งอยู่เคยเป็นสถานที่ของครอบครัวที่มีฐานะ ซึ่งจะเห็นได้จากขนาดและสถาปัตยกรรมของอาคารซึ่งเป็นแบบนีโอคลาสสิกที่มีการตกแต่งแบบบารอกอยู่นิดๆ



“โรงเรียนศาสนาและโบสถ์เซนต์โจเซฟ” (St. Joseph’s Seminary and Church) ที่นี่ถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1728 เคยเป็นฐานสำคัญของผู้สอนศาสนาที่ทำงานในจีน ญี่ปุ่น และบริเวณใกล้เคียง โรงเรียนสอนศาสนาเซนต์โจเซฟสอนหลักสูตรเทียบเท่ามหาวิทยาลัย และในปี ค.ศ. 1800 พระราชินีโดนา มาเรียที่ 1 แห่งโปรตุเกสได้เสด็จมาประทานพระราชกระแสในหัวข้อ “House of the Mission Congregation” ถัดไปจากโรงเรียนสอนศาสนาเซนต์โจเซฟคือโบสถ์เซนต์โจเซฟซึ่งถูกก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1758 ซึ่งเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมบารอกในจีนตามที่ระบุไว้ในสิ่งพิมพ์ขององค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 2001



“โรงละครดอมเปโดรที่ห้า” (Dom Pedro V Theatre) โรงละครนี้ถูกก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1860 เป็นโรงละครแบบตะวันตกแห่งแรกในจีนที่สามารถจุผู้ชมได้ 300 คน โรงละครแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญมากสำหรับชาวมาเก๊า และยังคงเป็นสถานที่จัดแสดงงานและการเฉลิมฉลองต่างๆ ที่สำคัญอยู่


เมื่อพักกินข้าวจนหายเหยื่อยแล้ว เราก็นั่งรถไปเที่ยวที่ “พิพิธภัณฑ์บ้านไทปา” (Taipa Village) เป็นหนึ่งในมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมของเกาะไทปา เราชอบที่นี่มาก ด้วยความสวยแบบบ้านสไตล์โปรตุเกสทาสีเขียว 5 หลัง ซึ่งที่นี่ได้รับการจัดอันดับติดหนึ่งในแปดสถานที่ยอดนิยมของมาเก๊าอีกด้วย บอกตรงๆ เราไม่แปลกใจเลยเมื่อได้เดินชมบริเวณรอบๆ ก็มีนักท่องเที่ยวเยอะแยะมากมายรวมถึง คู่หนุ่มสาวที่กำลังจะแต่งงานมาถ่ายพรีเวดดิ้งอีกหลายคู่ด้วย



ก่อนกลับไปพักผ่อน เราได้แวะ Studio City ชมวิวมาเก๊าจากกระเช้าลอยฟ้าหรือชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ ชื่อว่า ‘The Golden Reel‘ มันดึงดูดเราด้วยดีไซน์สวยงามเป็นเลข 8 หรืออินฟินิตี้ สำหรับวันนี้บอกเลยว่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ เหนื่อยแต่สนุกมากๆ จนอยากให้ทุกคนได้ตามรอยกันมา



วันที่ 4 : ความงดงามในวันฝนตก

วันสุดท้ายของการเที่ยวมาเก๊า ใครจะพลาดแวะชม “ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล” (Ruins of St. Paul’s) ไม่มาที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงมาเก๊า วันนั้นฝนตกพรำๆ แต่บอกเลยว่านักท่องเที่ยวยังคงแน่นขนัด แม้ฝนจะตกแต่ความสวยความงดงามของซากประตูโบสถ์เซนต์ปอลไม่ได้ทำให้เราผิดหวังเลย ผู้รู้ได้บอกกับเราว่าโบสถ์แห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยนักบวชเยซุอิคชาวอิตาลี โดยตัวโบสถ์สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1835 ได้ถูกเพลิงไหม้ทำให้เหลือเพียงซากประตูด้านหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์


จบทริปนี้ที่ “จัตุรัสเซนาโด” (Senado Square) ถึงแม้จะเป็นวันฝนตกอย่างที่บอกไว้แต่เราก็ค่อนข้างประทับใจที่นี่ รอบๆ จัตุรัสเซนาโดเต็มไปด้วยตึกที่สร้างตามสไตล์ยุโรป รายล้อมไปด้วยอาคารแบบนีโอ-คลาสสิก ทาสีพาสเทล พื้นปูหินก้อนจากโปรตุเกส ที่ต้องบอกได้เลยว่าสวยงามมากๆ สำหรับใครที่ไปมาเก๊าเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะพลาดที่นี่ เพราะนอกจากตึกสวยๆ ให้คุณได้ถ่ายรูปชิกๆ กันแล้ว ใครอยู่ที่เซนาโดคุณสามารถที่จะเดินเชื่อมต่อไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช็อปปิ้ง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ชมทัศนียภาพบ้านเมือง


จบทริปสั้นๆ ที่เราใช้ระยะเวลา 4 วัน 3 คืน บอกเลยว่าที่นี่ไม่ได้มีเพียงกาสิโนหรือทาร์ตไข่ที่ขึ้นชื่อ เราหลงรักที่เล็กๆ แห่งนี้แบบไม่รู้ตัว ถ้าถามว่าจะกลับมาที่นี่อีกมั้ย รับรองว่าถ้ามีโอกาสเราจะกลับไปเที่ยวเกาะเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจแห่งนี้อย่างแน่นอน

 

ไปกันไหม? เที่ยว 4 เกาะที่กระบี่ แค่ 800!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 30 ก.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/673421

 

สวัสดีท่านผู้อ่านไทยรัฐทุกท่านครับ สัปดาห์ที่แล้ว แบกกล้องเที่ยว พาทุกท่านไปชมวิถีชีวิตชุมชนที่จังหวัดกระบี่ กันมาแล้ว (“เกาะกลาง” ชุมชนเล็กเสน่ห์เหลือล้นที่กระบี่ ) สัปดาห์นี้เราจะพาไปเที่ยวเกาะรอบๆที่มีชื่อเสียงและสวยงาม ในราคาที่คุ้มสุดๆ คือค่าเรือแบบวันเดย์ทริป 4 เกาะอยู่ที่คนละ 600-800 บาท ครับ พร้อมอาหารกลางวัน ดีใช่ไหมล่ะ!

เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยก็รอรถสองแถวมารับถึงที่โรงแรมเลยครับ นั่งรถมาประมาณ 15 นาที แล้วมาถึงก็มาลงทะเบียนแล้วนั่งรอเรียกขึ้นเรือครับ ที่แรก เราไปกันที่ หาดไร่เลย์ อ่าวพระนาง กันครับ สถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวกระบี่ ซึ่งจะอยู่ติดกับแผ่นดิน ใกล้ๆ กับอ่าวนาง แต่ต้องเดินทางด้วยเรือหางยาวอ้อมภูเขามายัง อ่าวไร่เลย์ ก่อน เมื่อมาถึงบริเวณ หาดไร่เลย์ แล้วเดินขึ้นไปจุดสุดหาดก็จะเป็นถ้ำเล็กๆ ที่เรียกกันว่า “ถ้ำพระนาง”





ซึ่งที่นี่ก็มีเรื่องเล่าเป็นตำนานมาอย่างยาวนานว่า สมัยหนึ่งนานมาแล้วมีหญิงสาวสวยคนหนึ่ง มีชายหนุ่มมาหมายปองเป็นจำนวนมาก และมีการยกขบวนมาแย่งชิงนาง จนเกิดการต่อสู้กันชุลมุนวุ่นวายไปหมด พระฤาษีที่จำศีลอยู่ในถ้ำได้ยินจึงสาปให้เป็นหินไปทั้งหมด หญิงสาวผู้เลอโฉมกลายเป็นถ้ำนาง ส่วนชายหนุ่มทั้งหลายได้กลายเป็นเกาะหัวขวาน เกาะปอดะ เขาหงอนนาค เขาหางนาค ขันหมากที่จมลงในทะเลเป็นภูเขา รูปขันหมากอยู่หน้าถ้ำนาง ส่วนข้าวเหนียวกวนที่นำมาในงานแต่งงาน ได้กลายเป็นสุสานหอย




มากันที่เกาะต่อไป “ทะเลแหวก” แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ถูกขนานนามให้เป็น Unseen Thailand ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอันเนื่องมาจากความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในยามน้ำลดที่พัดพาเอาเม็ดทรายมาบรรจบกันไว้ ณ จุดนี้จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ทะเลแหวก” ขึ้น และเผยให้เห็นส่วนของสันทรายขาวละเอียดทอดตัวเป็นแนวยาวเชื่อมต่อถึงกัน ได้ระหว่างเกาะ 3 เกาะคือ เกาะไก่ เกาะหม้อ และเกาะทับ และแนวสันทรายนี้จะค่อยๆ จมหายไปใต้ผืนน้ำเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาน้ำขึ้นของแต่ละวันครับ




จากนั้นเมื่อเดินทางออกมาจากทะเลแหวกอ้อมไปทางฝั่งทิศตะวันตกก็จะพบกับ “เกาะไก่” หรือ “เกาะด้ามขวาน” เกาะรูปร่างประหลาดซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่ออันหลากหลาย ทั้งนี้เพราะเมื่อมองมาจากระยะไกลแล้วเราจะพบกับประติมากรรมเขาหินปูนที่รวมตัวกันเป็นรูปหัวไก่ และมีจะงอยปากยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด และถ้ามองในมุมที่พอเหมาะพอดีก็จะเห็นเป็นตัวไก่นอนหมอบอยู่ท่ามกลางผืนน้ำ ให้สมกับชื่อที่เรียกกันมาอย่างไม่ต้องจินตนาการเลยทีเดียว และเมื่อเลี้ยวลัดเลาะผ่านตัวไก่อ้อมไปยังอีกฟากหนึ่งของเกาะก็จะพบกับจุดดำน้ำตื้น ที่ยังได้พบกับฝูงปลาจำนวนมากเลยครับ





จากเกาะไก่ เรามุ่งหน้าไปยัง “เกาะปอดะ” เกาะที่ได้ชื่อว่ามีชายหาดสวยงามที่สุดในกลุ่มเกาะหน้าอ่าวนาง ซึ่งลักษณะของเกาะปอดะนี้จะเป็นเกาะที่มีหาดทรายล้อมรอบทั้งสามด้าน ชายหาดบนเกาะแห่งนี้มีเม็ดทรายที่ขาว ละเอียดเนียนนุ่มเท้า ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมของบรรดาเหล่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะมานอนอาบแดดย้อมสีผิวและเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ บริเวณหน้าหาดยังเป็นจุดจอดเรือหางยาวด้วยครับ

เรียกว่าคุ้มค่ามากๆ ถ้าใครเน้นเที่ยวแบบวันเดียวจบ เพราะได้ชมความงามของทั้ง 4 เกาะของกระบี่ ผมอยากแนะนำให้มาช่วงวันธรรมดา คนจะน้อยเที่ยวสนุกไม่แย่งกันดีครับ แล้วมาพบกันใหม่สัปดาห์หน้ากับ แบกกล้องเที่ยว

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.facebook.com/baagklong



 

ช็อปของถูกเชิญทางนี้! 9 โปรโมชั่นเด็ดพิชิตใจ ประหยัดสุดคุ้มเช็กด่วน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/675278

 

ปรบมือดังๆ รับวันสุดสัปดาห์กันหน่อย เย้! ทำงานมา 5 วันเต็ม เดี๋ยวก็ได้หยุดพักผ่อนแล้วเนอะ สัปดาห์สิ้นเดือนอย่างนี้ หลายคนบอก “ได้เวลาช็อปกระจาย” แต่เดี๋ยวก่อน ยุคนี้เราต้องรัดเข็มขัด ต้องช็อปแบบมีสตินิดนึง มองหาของลดราคากันดีกว่า

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้มีข่าวงานสินค้าลดราคามาบอกต่อ 2-3 งาน นอกจากนี้ก็มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพ รวมถึงไอเทมเด็ดสำหรับสาวๆ มาแนะนำด้วย อย่ารอช้า มาเช็กลิสต์ด่วนๆ

1. Sale Extravaganza 2016


เครื่องเพชรลดราคา จัดด่วน

วันที่ 1-31 ส.ค. 2559 ชวนคุณลูกซื้อของขวัญวันแม่ “Sale Extravaganza 2016” ณ Gempeace by Chuchai ดิ เอ็มโพเรี่ยม ชั้น M พบกับโปรโมชั่นเด็ดแห่งปี จัดหนักลดราคาเครื่องประดับเพชร 20-50% ภายใต้ธีม Diamond Shining For Mom Gempeace by Chuchai สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2664-8215

2. Too Faced ซื้อ 1 แถม 1


งานนี้ ต้องรีบแล้วสิ!

วันที่ 30 ก.ค. 2559 ชวนสาวๆ มาเพิ่มความงามขึ้นอีกระดับกับโปรโมชั่น “Too Faced ซื้อ 1 แถม 1” ณ เคาน์เตอร์ Too Faced สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าวเท่านั้น พบกับการเฉลิมฉลองสินค้า Best Seller จัดโปรโมชั่นตื่นตาตื่นใจ ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับ 50 ท่านแรก รับไอเทมสุดฮิตจากแบรนด์ Too Faced หลากหลายชนิด เช่น บรอนเซอร์ อายแชโดว์ ไพรมเมอร์ ลิปสติก มาสคาร่า เป็นต้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2541-1924

3. Sale of the Year


ช็อปกระจาย

วันนี้ – 5 ส.ค. 2559 ชวนสายช็อปมาจับจ่ายในงาน “Sale of the Year Buy More Save More” ณ Bangkok Fashion Outlet สีลมซอย 19 ใกล้ BTS สุรศักดิ์ ภายในงานพบกับ สินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง ขนมาลดราคาสูงสุดถึง 80% เช่น Miss Selfridge, Dorothy Perkins, Ralph Lauren, Guess, Prada, Rayban และ Dolce & Gabbana จากร้าน The Outlet 24
รองเท้า Melissa และ Vivienne Westwood จากร้าน FOOT WORK VOID หรือ Marks & Spencer, Giordano, Playboy เป็นต้น

เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. พิเศษช็อปครบ 3 ชิ้น รับส่วนลดเพิ่ม 20% ช็อปครบ 5 ชิ้น รับส่วนลดเพิ่ม 30% สมาชิก The1 Card 400 คะแนน แลกส่วนลด 100 บาท และช่วงเวลานาทีทอง 12.30-13.30 น. ช็อป 2,000 บาท รับส่วนลดเพิ่ม 100 บาท

4. สาวๆ มาตรวจสุขภาพกัน!

วันนี้-31 ธ.ค. 2559 ชวนผู้หญิงไทยทั่วประเทศตรวจสุขภาพเต้านม “Wacoal Cares For Your Breasts Mammogram Saves Your Life” ณ สถานพยาบาลชั้นนำที่ให้บริการ 25 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ โรงพยาบาลวัฒโนสถ (โรงพยาบาลกรุงเทพ), โรงพยาบาลกรุงเทพไชน่าทาวน์, โรงพยาบาลกรุงเทพพระประแดง, โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา, โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง, โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี, โรงพยาบาลกรุงเทพตราด, โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น,

โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร, โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา, โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่, โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต, โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน, โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่, โรงพยาบาลกรุงเทพพิษณุโลก, โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี, สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี, โรงพยาบาลมะเร็ง ชลบุรี, โรงพยาบาลมะเร็ง ลพบุรี, โรงพยาบาลมะเร็ง ลำปาง, โรงพยาบาลมะเร็ง อุบลราชธานี, โรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานี และโรงพยาบาลมะเร็ง สุราษฎร์ธานี

ลูกค้าสมาชิก HIS&HER เมื่อซื้อชุดชั้นในวาโก้สะสมครบ 12,000 บาท (สุทธิ) ระหว่างวันนี้-31 ต.ค. 2559 วาโก้มอบบัตรตรวจเอกซเรย์เต้านม แบบแมมโมแกรม 1 ครั้งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2296-9979

5. 12 สิงหา พาแม่อร่อยฟิน


พาแม่ไปกินฟรี!

วันที่ 12 ส.ค. 2559 ชวนแม่ลูกมาทานอาหารเมนูเด็ดในราคาโปรโมชั่นพิเศษ ได้แก่ เดอะเฮ้าส์ออนสาทร เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิว ให้คุณแม่ทุกคนรับประทานอาหารฟรี เริ่มจากสลัดมะเขือม่วง ต่อด้วยบาร์บีคิว เช่น กุ้งลายเสือ ซี่โครงแกะ เนื้อวัวออร์แกนิค เสิร์ฟพร้อมซอส 4 ชนิด ปลาเผาเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด และเครื่องเคียงอีกมากมาย ตบท้ายด้วยฮ่องกงวาฟเฟิล ให้บริการเวลา 12.00-15.00 น. ราคาเริ่มต้น 1,350 บาทต่อคน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2344-4000

ส่วนห้องอาหารเดอะคิทเช่นเทเบิ้ล เสนอเซตมื้ออาหาร “ดับเบิ้ลยู เลิฟ มัม มา 4 จ่าย 3” ให้คุณแม่ทุกคนได้รับประทานฟรี เสิร์ฟอาหารแบบไทยน้ำดอกมะลิ หอยนางรม ฟิน เดอ แคลร์ เสิร์ฟกับเครื่องเคียง แกงจืดใบมะขาม ล็อบสเตอร์แคนาดาและปลาเก๋า ให้บริการเวลา 12.00-22.30 น. ราคาเริ่มต้น 1,800 บาทต่อคน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2344-4025

6. ไมโลฟุตซอล แชมเปียน 2016


เด็กๆ ต้องพัฒนาทักษาะทุกๆ ด้าน

วันนี้ ชวนเด็กๆ มาเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงกับ “ไมโล แอ็คทีฟ ไลฟ์สไตล์” จัดให้มีการพัฒนาทักษะต่างๆ ของร่างกายเกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสม และเสริมทักษะเพื่อการลดโอกาสบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขัน “ไมโล ฟุตซอล แชมเปียน 2016” ทัวร์นาเมนต์ ระดับประเทศรายการใหญ่ที่สุดสำหรับเด็กและเยาวชน เด็กๆ จำเป็นต้องได้รับโปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก และวิตามินบี ให้เพียงพอ

7. Central online


ช็อปออนไลน์ถูกกว่านะจ๊ะ

วันนี้ ชวนมาช็อปสินค้าหลากหลายในราคาถูกกว่าบนห้างกับ “Central online” เข้าเว็บแล้วช็อปง่ายๆ เพียงคลิกเดียว โดยมี พรชนก ตันสกุล ผู้บริหารใหญ่แห่งกลุ่มธุรกิจออนไลน์ บริษัท ซีโอแอล จำกัด จัดให้มีการเพิ่มบริการ Click & Collect เอาใจนักช็อป เซ็นทรัล ออนไลน์ ได้ช็อปง่าย รับของไว ทั้งที่ห้างสรรพสินค้าและจุดบริการทุกที่ทั่วประเทศไทย

8. วอลุ่มมินัส ฟอลซ์ ไฟเบอร์แลช


ขนตางอนยาวไปอีก ตัวนี้เด็ดจริง

วันนี้ ชวนสาวๆ มาปรับดวงตาให้เปล่งประกายกับไอเทมเด็ด “วอลุ่มมินัส ฟอลซ์ ไฟเบอร์แลช มาสคาร่า” จาก ลอรีอัล ปารีส มาสคาร่ากันน้ำสูตรประสิทธิภาพในขั้นตอนเดียว เติมเต็มดวงตาให้สวยเป๊ะขึ้นไปอีก มีส่วนผสมจากไฟเบอร์เพื่อขนตาที่หนาขึ้น ยาวขึ้น แผ่สยายเรียงเส้นสวยทุกองศา และให้ขนตาโค้งงอนในทุกมิติ มาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำ ไม่เลอะเปื้อนระหว่างวัน ราคา 399 บาท


9.อาดิดาสฟุตบอล แจ่มแจ๋ว

“อาดิดาสฟุตบอล” ต้อนรับกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 31 หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “รีโอ 2016” ที่กำลังจะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 สิงหาคม 2559 นี้ ด้วยรองเท้าสตั๊ดซีรีส์ “สปีด ออฟ ไวท์” (Speed of White) ดีไซน์พิเศษเฉพาะนักฟุตบอลหญิง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดสีของความเร็วแสง ได้แก่ รุ่น X16+ PURECHAOS มาในสีขาวและโซลาร์เรด ดีไซน์มาเพื่อตอบสนองทุกเทคนิคของนักเตะ ด้วยเทคโนโลยี DYNAMIC TECHFIT COMPRESSION สวมใส่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วย NON STOP GRIP และ TECTFIT เพื่อความกระชับเฉกเช่นการสวมถุงมือ โดยผู้ที่จะสวมรองเท้าคู่นี้คือนักเตะทีมชาติสหรัฐอเมริกา อย่าง สเตฟานี แมคคาฟี่ และ ฮีทเธอร์ โอเรลลี่ ส่วนรุ่น ACE16+ PURECONTROL อัพเดตสีใหม่ สีขาวโซลาร์เยลโลว์ และสีดำ มาพร้อมเทคโนโลยี PURECUT และ SPRINTFRAME เพื่อมอบความมั่นคงและการเกาะยึดที่ดีที่สุดในน้ำหนักที่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ สวมโดย มอร์แกน ไบรอัน และ เบ๊คกี้ เซาเออร์บรุนน์ จากทีมชาติสหรัฐอเมริกาเช่นกัน

ที่มาภาพบางส่วน : Central, Bangkokfashion

 

ความงดงาม ปาฏิหาริย์ ‘พระธาตุพนม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/672066

 

งดงาม อร่าม อลังการ ไม่ใช่เพียงแค่ ‘ดวงตา’ ที่มองเห็นความงามเบื้องหน้า

แต่ทว่ายังลอยไปไกล ‘ใจยังอิ่ม’ อิ่มเอม หัวใจยิ่งพองโตคล้ายได้  ‘พลังจิต พลังใจด้านดี’ เข้ามาสถิตซึมซับในกาย

พูดอีกแบบคล้ายได้ ‘ดวงจิต’ ดวงใหม่ที่สะอาดบริสุทธิ์ ใส ผ่องถ่ายเพิ่มพลังชีวิตได้มากมาย ยากจะพรรณนาได้ด้วยตัวอักษร สระ วรรณยุกต์ที่มีในคลังภาษา หรือ พจนานุกรม

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้เก็บภาพมาจากพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อไปชม และกราบสักการะพระธาตุชื่อดัง ที่งดงาม สง่า สีทองเจิดจ้า อร่ามตา มากมายความศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งได้มีโอกาสเข้าไปกราบ พระอุรังคธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้านในพระธาตุที่น้อยคนจะได้เข้าไป

ถ้ามีโอกาสสักครั้งต้องไปสักการะ รับประกันว่าอธิษฐานอะไรก็ได้สมใจปรารถนา ทุกประการ เรารับประกัน.






เปิดประตูรอผู้มาสักการะ


สุดสายตา





สงบ ทว่าสวยงาม

ท้องฟ้าสดใส

เผยโฉม ก่อนเข้าพระธาตุพนม

ทางเข้าพระธาตุน้อยคนที่จะได้เข้าไปกราบสักการะ

ทางขึ้นพระธาตุพนมสุดศักดิ์สิทธิ์


มุมสวยของจังหว้ดนครพนม

สีสันเหงาของเงาในร้านกาแฟ

เครดิตภาพ : plebabeple

**Fact**

ประวัติ วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร ประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนชยางกูร บ้านธาตุพนม ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ กว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.6 เมตร มีกำแพงล้อมองค์พระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้า (เนินดินสูงจากพื้นธรรมดาประมาณ 3 เมตร) ภายในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่เรียกว่าบึงธาตุพนม ในวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประจำปีเพื่อเป็นการนมัสการพระธาตุพนม

ด้านในเป็นที่ ประดิษฐานพระอุรังธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า งดงามและศักดิ์สิทธิ์มาก เชื่อว่าคนที่เกิดวันอาทิตย์ต้องมาสักการะ เพราะเป็นพระธาตุสำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์

 

“เกาะกลาง” ชุมชนเล็กเสน่ห์เหลือล้นที่กระบี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 23 ก.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/668901

 

สวัสดีผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่านครับ วันนี้ “แบกกล้องเที่ยว” เติ้ล และ เจน จะพาลงใต้ไปเที่ยวจังหวัดยอดฮิตอย่าง “กระบี่” ใครจะรู้บ้าง ว่านอกจากทะเลสวยๆ แล้ว จังหวัดกระบี่ยังมีวิถีชีวิตที่น่าสนใจอีกด้วย แล้ววันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ “กระบี่อีกมุมหนึ่งครับ”



ทริปนี้ผมกับเจนออกเดินทางโดยเครื่องบิน ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึงแล้ว อย่างแรกเลยพวกเราก็มารับรถเช่าก่อน เพราะผมจองไว้ล่วงหน้าแล้ว สะดวกสบายมาก



ได้รถมาปุ๊บพวกเราก็เริ่มเที่ยวกันเลย จากสนามบินเรามาเที่ยวกันที่แรกกันก่อนเลยครับ อยู่ใกล้ๆ ตัวเมือง ลานปูดำ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ “อนุสาวรีย์ปูดำ” ตั้งอยู่ที่ท่าเรือขนาบน้ำ จุดตรงนี้เป็นจุดชมวิวชั้นดีของเมืองกระบี่ เพราะสามารถมองเห็นเขาขนาบน้ำ ภูเขาสองลูกที่ตั้งอย่างโดดเด่นริมแม่น้ำกระบี่ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ด้วย ใกล้ๆ กับประติมากรรมปูดำ จะมี “อนุสาวรีย์นกออก” หรือนกอินทรี นกประจำถิ่นที่นี่ สาเหตุที่สร้างอนุสาวรีย์เป็นรูปปูดำและนกออก เพราะทั้งสองสิ่งนี้ถือเป็นสัตว์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของเมืองกระบี่นั่นเอง



แต่ไฮไลต์ของทริปเราครั้งนี้อยู่ที่ เกาะกลาง การเดินทางก็สามารถนั่งเรือข้ามฟากตรงสวนสาธารณะใกล้ๆ กับลานปูดำ ค่าโดยสารคนละ 10 บาท ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเท่านั้น มาถึงฝั่งเกาะกลางเราก็จ้างสามล้อชาวบ้านพาเที่ยวกันครับ ค่าจ้างเหมาคันละ 350 บาท


เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่กลางแม่น้ำกระบี่ ห้อมล้อมด้วยป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำ ที่มีความอุดมสมบูรณ์นับพันไร่ อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนที่เรียบง่าย และยังคงรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นไว้ได้อย่างดี ที่นี่ประกอบด้วย 3 หมู่บ้าน มีประชากรราว 5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมงพื้นบ้าน และรับจ้างทั่วไป

มาถึงก็เป็นช่วงเที่ยงพอดี เราก็เลยถือโอกาสลองร้านอาหารพื้นบ้านของที่นี่ “ร้านอาหารมะหญิง” เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนกระชังปลาของตัวเอง และมะหญิง เจ้าของร้านชาวมุสลิม เป็นแม่ครัวลงมือทำอาหารและดูแลลูกค้าด้วยตัวเองเลยครับ



อิ่มท้องแล้วเราจะไปชมนาข้าวกันครับ ใช่ครับ กระบี่ก็ปลูกข้าวได้! แถมพันธุ์ข้าวที่นี่ก็ยังไม่เหมือนใครอีก เพราะทำแบบนาข้าวสังหยด เป็นข้าวนาปีที่ปลูกปีละครั้ง โดยมีการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์แล้วหว่านกล้า โดยจะปักดำนาในช่วงเดือนสิงหาคมและเกี่ยวข้าวช่วงเดือนธันวาคม ทั้งนี้จะมีการรวมกลุ่มกันเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก สร้างเขื่อนคันดินกันน้ำเค็ม ลงแขกดำนา เกี่ยวข้าว นำผลผลิตที่เหลือ เช่น ซังข้าว ฟางข้าว และแกลบ มาผลิตปุ๋ยเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งจัดตั้งสหกรณ์และโรงงานสีข้าวชุมชน



หลังจากนั้น เราก็ไปดูชุมชนที่ทำ เรือหัวโทงจำลอง ซึ่งเป็นการสืบสานวิถีชีวิตของชาวเกาะกลางสมัยก่อน ที่นิยมใช้เรือหัวโทงทำประมงหาเลี้ยงชีพและใช้ในการเดินทาง โดยในปัจจุบันอาชีพการประกอบเรือหัวโทงเริ่มลดน้อยลง เพราะการใช้งานลดลงและรูปแบบเรือหัวโทงดั้งเดิม ก็หาดูได้อยากขึ้น ชาวบ้านจึงรวมกลุ่มกันเพื่อทำเรือหัวโทงจำลองขึ้น โดยนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของเรือที่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดกระบี่ โดยเรือหัวโทงจำลองจากเกาะกลางได้พัฒนาเป็นสินค้า OTOP ระดับ 4 ดาว



จุดหมายสุดท้ายของเราในวันนี้ก็คือชุมชนที่ทำ ผ้าปาเต๊ะ กันครับ โดยวิธีการทำผ้าปาเต๊ะของชาวเกาะกลางจะมีรูปแบบเฉพาะตัว จะแตกต่างกับที่อื่นตรงที่ผ้าปาเต๊ะของที่นี่มีการผสมผสานกันระหว่างการทำผ้าปาเต๊ะของชาวมาเลย์ กับวิธีการทำผ้าบาติก โดยจะใช้แม่พิมพ์โลหะจุ่มในเทียนที่ร้อน จากนั้นนำพิมพ์ลงบนผ้าขาว แล้วนำไปย้อมในอ่างสี และนำไปย้อมในอ่างน้ำเกลืออีกครั้งเพื่อให้สีติดทนทาน และนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้และสนุกสนานไปกับการทดลองทำผ้าปาเต๊ะด้วยฝีมือตนเอง



สัปดาห์หน้าแบกกล้องเที่ยวจะพาไปที่ไหนอีก อย่าลืมติดตามนะครับ รับรองเที่ยวกับเราไม่มีเบื่อ!!!



ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.facebook.com/baagklong



 

เปิดโซนใหม่ ”สตาร์วอร์ส” ฮ่องกง…ดิสนีย์แลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/669774

 

ทางเข้าโซนสตาร์วอร์ส ทูมอร์โรว์แลนด์ เทกโอเวอร์

หลังจากที่ภาพยนตร์มหากาพย์ฟอร์มยักษ์อย่าง “Star Wars : Force Awakens” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Star Wars Episode 7” ออกโรงฉายไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อตามยึดครองใจแฟนๆไว้ให้ได้อย่างเหนียวแน่นและดึงดูดเหล่าสาวกสตาร์วอร์สทั่วโลกให้ได้สัมผัสถึงพลังแห่งเจได เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา “วอลท์ ดิสนีย์” และ “ลูคัสฟิล์ม” จึงร่วมกับฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เปิดโซนมหากาพย์ฟอร์มยักษ์ อย่าง “Star Wars Tomorrowland Takeover” เป็นโซนน้องใหม่ล่าสุดของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

และเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ บริษัท บัตรกรุงไทย (KTC) และฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ จึงร่วมกันจัดทริป “Experience the Force : Star Wars at Hong Kong Disneyland” พาสื่อมวลชนไปสัมผัสพลังของเหล่าอัศวินเจไดกันแบบใกล้ชิด


ถ่ายรูปคู่กับหุ่นดรอยด์R2D2

เรื่องราวของมหากาพย์ “สตาร์วอร์ส” เริ่มต้นจากสงครามอวกาศของฝ่ายจักรวรรดิและฝ่ายสาธารณรัฐ ในการแย่งชิงการปกครองกาแล็กซี ซึ่งมี “อัศวินเจได” และ “ซิธ” เป็นตัวแทนของด้านสว่างและด้านมืดเข้าร่วมทำศึกในครั้งนี้ด้วย โดยกลุ่มดังกล่าวจะใช้ดาบไลต์เซเบอร์สีต่างๆในการต่อสู้ ซึ่งเป็นภาพที่เด็กๆ รวมถึงผู้ใหญ่วัยเก๋าหลายคนประทับใจกันมายาวนาน

เมื่อมาถึงภาพยนตร์ชุด “สตาร์วอร์ส” ออกฉายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1977 ในชื่อ “Star Wars” และออกภาคต่อเรื่อยมาจนถึงปี ค.ศ.2005 กระทั่งปี ค.ศ.2012 บริษัท เดอะวอลท์ดิสนีย์ ได้ทำการซื้อบริษัท ลูคัสฟิล์ม ผู้ผลิตภาพยนตร์สตาร์วอร์ส และประกาศสร้างไตรภาคใหม่ ออกฉายเมื่อปลายปี 2015 สร้างปรากฏการณ์ให้กับเหล่าสาวกที่รอคอยมานานถึง 10 ปี


ผู้กองพลาสม่าและทหารสตอร์มทรูปเปอร์

มาถึงฮ่องกงดิสนีย์แลนด์แล้ว ถ้าจะให้เข้าถึงความเป็นดิสนีย์แท้ๆ ต้องเข้าพักที่นี่เลย โรงแรม “ดิสนีย์ ฮอลลีวูด” โรงแรมในฝันของเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่อยากย้อนวัย ห้องพักทุกห้องในดิสนีย์ ฮอลลีวูด ตกแต่งในธีมการ์ตูนเรื่องต่างๆของวอลท์ ดิสนีย์ ทั้งมิกกี้ เมาส์ซินเดอเรลล่า สโนไวท์ ฯลฯ แต่ที่เหล่าสาวกสตาร์วอร์สพลาดไม่ได้ คือห้องพัก “Star Wars Tomorowland Takeover” ซึ่งเป็นแพ็กเกจพิเศษที่จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเอ็กซ์คลูซีฟ ภายในห้องจะมีชุดตกแต่งและของที่ระลึกจากภาพยนตร์จัดไว้สวยงาม เช่น รองเท้าแตะ ตุ๊กตา ผ้าใบลวดลายตัวละครชื่อดังอย่าง “Chewbacca” และ “Kylo Ren” รวมไปถึงอาหารว่างอย่างคุกกี้รูปหน้าตัวละครอื่นๆในภาพยนตร์ด้วย

ล้างหน้า ล้างตา พอสดชื่นแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางสู่สวนสนุกฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ซึ่งที่นี่เขามีบริการรถ Shuttle Bus รับส่งจากโรงแรมดิสนีย์ ฮอลลีวูด ไปยังสวนสนุก ซึ่งถ้าใครไปเที่ยวในช่วงนี้ ก็จะเห็นป้ายต้อนรับ โปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ของโซนน้องใหม่ล่าสุดอย่างสตาร์วอร์สไปตลอดทาง เรียกว่าไม่มีทางหลงแน่นอน


เครื่องเล่น Hyperspace Mountain

ไม่ถึง 20 นาที เราก็มาถึงโซน “Star Wars Tomorrowland Takeover” ที่จำลองบรรยากาศของโลกอนาคต ตั้งแต่จุดขายอาหาร เครื่องดื่ม ห้องน้ำ รวมไปถึงเครื่องเล่นต่างๆ เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ท่ามกลางการผจญภัยในห้วงอวกาศ โดยเฉพาะเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวอย่าง “ไฮเปอร์สเปซ เมาท์เทน” รถไฟเหาะที่กำลังขับเคลื่อนไปในอวกาศท่าม กลางการต่อสู้ระหว่างยานเอ็กซ์-วิง สตาร์ไฟเตอร์ กับยานไทไฟเตอร์ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญของโซนนี้ ซึ่งเราได้ลองเล่นแล้ว การันตีความสนุกสุดเหวี่ยงจริงๆ

ถัดไปไม่ไกลเป็น “ศูนย์ฝึกเจได เทรนนิ่ง : เทรลส์ ออฟ เดอะ เทมเปิล” เป็นการจำลองการฝึกเป็นเจไดรุ่นใหม่พร้อมกับทักษะในการใช้ดาบไลต์เซเบอร์ เพื่อต่อกรกับเหล่าซิธ อาทิ ดาร์ธเวเดอร์, เดอะเซเวน ซิสเตอร์, ไคโลเรน เป็นต้น โดยเด็กๆ (และผู้ใหญ่ที่สนใจ) จะได้มีโอกาสรับบทเป็นอัศวินเจไดรุ่นใหม่ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลา


โรงแรมดิสนีย์ ฮอลลีวูด

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือจุดโพสท่าเก๋ๆ กับตัวละครชื่อดังอย่าง “Chewbacca” เพื่อนซี้ของกัปตันโซโล และหุ่นดรอยด์ดาวเด่น “R2D2”ขนาดเท่าของจริง โดยช่างภาพมืออาชีพ ที่ศูนย์บัญชาการ “สตาร์วอร์ส คอมมานด์ โพสต์” และด้านนอกยังมีหน่วยลาดตระเวนแห่งปฐมภาคี นำโดยผู้กองพลาสม่า และเหล่าทหารสตอร์มทรูปเปอร์ เดินตรวจตราและสอบปากคำนักท่องเที่ยวที่เข้ามาผจญภัยในทูมอร์โรว์แลนด์อีกด้วย

ส่วนเรื่องปากท้องไม่ต้องเป็นห่วง เพราะโซนนี้มีอาหารและเครื่องดื่มเตรียมพร้อมสำหรับนักผจญภัยทุกคน โดยอาหารแต่ละชนิดจะมีชื่อเมนูที่เกี่ยวข้องกับสตาร์วอร์สเช่นเคย อย่างข้าวผัดมิลเลนเนียม ฟอลคอน ชุดเบอร์เกอร์ดาร์ธ เวเดอร์ ไอศกรีมซันเดย์สตาร์วอร์ส รวมไปถึงสเต๊กเนื้อสตาร์วอร์ส อันหอมกรุ่น และเมนูอื่นๆอีกมากมาย


ห้องพักธีมสตาร์วอร์ส

หากต้องการของที่ระลึกติดมือกลับบ้าน บริเวณทางออกก็มี “Space Trader” เป็นจุดขายของที่ระลึกกว่า 230 ชิ้น ให้ได้เลือกชม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เข็มกลัด พวงกุญแจ หุ่นยนต์ดรอยด์รุ่นต่างๆ รวมถึงไอเท็มไฮไลต์อย่าง “ไลต์เซเบอร์” หลากสีสันให้เลือกซื้ออีกด้วยสำหรับใครที่สนใจจะไปผจญภัยในดินแดน “Star Wars Tomorrowland Takeover” เข้าไปดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.ktcworld.co.th หรือ www.hongkongdisneyland.com

เหล่าอัศวินเจไดและซิธ ตัวเป็นๆรอต้อนรับคุณเข้าสู่โลกกาแล็กซีแล้ว…ไม่ลองก็ไม่รู้นะ จะบอกให้…!!!

 

จองให้ทันนะ! ตั๋วถูก 380 บาท พร้อม 7 โปรโมชั่นสุดคุ้มอีกเพียบ จัดไป!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ก.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/668909

 

เปิดมาทำงานหลังวันหยุดยาว เฮ้อ…ยังพักผ่อนไม่สะใจ งั้นเอางี้…มาแพลนเที่ยวสำหรับวันหยุดยาวคราวหน้า ตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่า เพราะตอนนี้ได้ข่าวว่ามีโปรตั๋วบินราคาถูก ปล่อยออกมาอีกแล้วจ้า อย่าพลาดๆ คราวนี้ขอให้จองให้ทันกันทุกคนนะจ๊ะ

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้มีโปรโมชั่นมากมายมานำเสนอ มีทั้งตั๋วบินถูกๆ อย่างที่บอกไป แถมด้วยงานจำหน่ายสินค้าจากฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ, งาน Bike fest 2016, กิจกรรมดีๆ เพื่อผู้สูงอายุ และกิจกรรมลุ้นเที่ยวฟินที่แดนปลาดิบ

ไม่รอช้า มาเช็กลิสต์กันเลย…

1. แอร์เอเชียฉลองแชมป์ ปล่อยโปรตั๋ว 380 บาท


บินอย่างแชมป์ ฟินอะ

วันนี้ – 24 ก.ค. 2559 สายการบินแอร์เอเชีย ฉลองชัยชนะที่ได้รับรางวัล (จากการโหวต) สายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก 8 ปีซ้อน เเละแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้รับรางวัลชั้นโดยสารพรีเมียม และที่นั่งชั้นพรีเมียมดีที่สุด 4 ปีซ้อนเช่นกัน

จึงมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ ร่วมฉลองรับรางวัลจากสกายแทรกซ์ “บินคุ้มเริ่มต้น 380 บาท” และแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เริ่มต้น 3,080 บาท จองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 24 ก.ค. 2559 และสามารถใช้เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. – 21 ส.ค. 2560

โปรโมชั่นนี้ สามารถใช้ได้กับสายการบินแอร์เอเชีย มาเลเซีย (เที่ยวบิน AK) สายการบินไทยแอร์เอเชีย (เที่ยวบิน FD) สายการบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย (เที่ยวบิน QZ) สายการบินแอร์เอเชีย ฟิลิปปินส์ (เที่ยวบิน Z2) สายการบินแอร์เอเชีย อินเดีย (เที่ยวบิน I5) รวมถึงสายการบินแอร์เอเชีย เอ็กซ์ มาเลเซีย (เที่ยวบิน D7) และไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ (เที่ยวบิน XJ)

2. มหกรรมภูฟ้าเดย์ 2016 ลด 80%


งานสินค้าลดราคามาอีกแล้วจ้า

วันที่ 23 – 26 ก.ค. 2559 ชวนคนไทยไปร่วมงาน “มหกรรมภูฟ้าเดย์ 2016” ณ บริเวณ Fashion Hall ชั้น 1 สยามพารากอน ภายในงานพบกับสินค้าพิเศษจากภาพฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ชมช็อปสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน และสินค้าเครื่องอุปโภค บริโภค ลดราคาสูงสุด 80% และร่วมกิจกรรม Workshop “ช่วยร้านภูฟ้าแปรรูปผ้าปกากะญอ” เป็นถุงผ้าสุดเก๋ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2658-1000 ต่อ 234-237

3. Brain Fit


ไปฝึกสมองกัน

วันที่ 23 ก.ค. 2559 ชวนคนไทยมาร่วมกิจกรรม “Brain Fit” ณ ห้องประชุม ออดิทอเรียม ชั้น 6 อาคารปฏิบัติการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ภายในงานพบกับ กิจกรรมเพิ่มกำลังสมองให้ผู้สูงวัยด้วยเทคนิคการคิดด้วยภาพ สนุกสนานกับการออกกำลังกายเพื่อชะลอวัยโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเพลงเพราะๆ จากย่าลินและเมลินดา เฮอร์แมน เจ้าของคลิป 7 ล้านวิว และศิลปินอาวุโสระดับตำนาน เช่น คุณสุเทพ วงศ์กำแหง อาจารย์ชินกร ไกรลาศ อาจารย์สมพจน์ สิงห์สุวรรณ คุณ ว. วัชญาน์ เป็นต้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-1513-4971, 08-6777-6919, 08-1919-5315

4. Bike Fest 2016


คนรักจักรยาน ต้องไปงานนี้!

วันที่ – 31 ก.ค. 2559 ชวนสิงห์นักปั่นมาร่วมงาน “Bike Fest 2016” ณ ลานน้ำพุ ชั้น 1 เดอะ พรอมานาด ไลฟ์สไตล์ มอลล์ รามอินทรา ภายในงานพบกับ กิจกรรมการรวมตัวนักปั่นครั้งใหญ่ พร้อมพบประสบการณ์ใหม่ Bike Trip Charity ร่วมปันจักรยานเปิดเส้นทางใหม่ของเขตคันนายาว เพื่อส่งต่อรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ผู้ขาดโอกาส ด้วยการมอบจักรยาน ให้กับโรงเรียนรัฐ และชม เชียร์ นักปั่นรุ่นจิ๋วกับการประกวด “Strider Cup”

นอกจากนี้ ผู้ที่ขี่จักรยานมาร่วมงาน และซื้อสินค้าภายในงานครบ 800 บาท รับฟรี ไฟรถจักรยาน พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษสุดเอ็กซ์ตรีมมากมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2947-5000 และ www.facebook.com/ThePromenadeTH 

5. ล็อกโชค ปี 2 บินฟรีไปญี่ปุ่น


ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่นฟรี

วันนี้ – 15 พ.ย. 2559 ชวนสาวกแป้งปกปิดเนียนเรียบอย่างบาบาร่า (Babalah) มาร่วมกิจกรรม “ส่งกล่องล็อกโชค! ปี 2 วุ้นเส้นพาฟินบินญี่ปุ่น” จับรางวัล 10 ท่าน ท่านละ 1 ที่นั่ง โดยมีกติกา คือ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์บาบาร่า (Babalah) และส่งกล่องเขียนชื่อพร้อมเบอร์โทรส่งมาที่ บาบาร่า 98 ถนน รังสิต-นครนายก 31 ซอย 1 ตำบล ประชาธิปัตย์ อำเภอ ธัญญบุรี จังหวัด ปทุมธานี 12130 จับรางวัลผู้โชคดีในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 พร้อมประกาศผลรางวัลรายชื่อผู้โชคดีทาง www.babalahoffice.com

6. เพรทเซล เดย์ 2016


รับขนมทานฟรีจ้า

วันที่ 23 ก.ค. 2559 ชวนคนชอบทานขนมอบเพรทเซล มาอร่อยฟินกับกิจกรรม “อานตี้ แอนส์ ฟรี เพรทเซล เดย์ 2016” ณ ร้านอานตี้ แอนส์ กว่า 134 สาขาทั่วประเทศ พบกับกิจกรรมแจกเพรทเซลฟรี 2 รสชาติสุดฮิต อัลมอนด์ เพรทเซล และ ออริจินัล เพรทเซล ตั้งแต่ 11.00 – 14.00 น. เพียง Add Line@ ID:@auntieannesth

อีกทั้ง มอบโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อซื้อ Premium Pretzel 1 ชิ้น รับฟรี Specialty Pretzel อีก 1 ชิ้น (เฉพาะเวลา 11.00 -14.00 น.) พิเศษสำหรับลูกค้า CRG Plus ซื้อสินค้าราคาปกติในร้าน รับส่วนลด 20% ตลอดทั้งวัน และร่วมมีทแอนด์กรี๊ด มาร์กี้ – ราศรี บาเล็นซิเอก้า, ป๊อก – ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ณ ลาน Eden 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ เวลา 13.00 – 16.00 น.

7. มาร์โว่ มอบโปรโมชั่น


คนชอบน้องหมา อย่าลืมไปช็อปลุ้นของรางวัลนะ

วันนี้ – 31 ส.ค. 2559 ชวนคนรักสุนัขร่วมกิจกรรม “มาร์โว่ จัดแจกโปรโมชั่นทั่วประเทศ” ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ที่ร่วมรายการ กว่า 1,000 ร้านค้าทั่วประเทศ เพียงซื้อ Marvo ครบทุกๆ 259 บาท รับฟรีทันที มาร์โว่ กระเป๋าแม็กซ์มูลค่า 250 บาท ลุ้นรับ หมวกแม็กซ์ มูลค่า 800 บาท (จำนวน 50 ใบ) ระยะเวลาในการส่งชิงโชค 15 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2559 จับฉลากวันที่ 14 ตุลาคม 2559

8. Eathai Expansion


เขาจัดโซนใหม่ ใหญ่กว่าเดิม

วันที่ 23 – 31 ก.ค. 2559 ชวนนักชิมไปร่วมงาน “Eathai Expansion” ณ บริเวณชั้น LG ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ภายในงานพบกับ สตรีทฟู้ดเจ้าดังและอาหารไทยสี่ภาค พร้อมด้วยสินค้าและของฝากในบรรยากาศไทยร่วมสมัย จัดเต็มทั้ง 13 โซน

ภายใต้คอนเซปต์ “ทิง นอง นอย” เตรียมโปรโมชั่นและความบันเทิงหลากหลายสร้างสีสัน เช่น สาธิตการร้อยมาลัย, เพลิดเพลินกับเพลงไทยร่วมสมัย พิเศษ ชมการแสดงจำอวดหน้าม่าน ( 24 ก.ค. 59 เวลา 13.00-14.00 น.), การแสดงรัศมีอีสาน (30 ก.ค. 59 เวลา 12.00-14.30 น.), การแสดงผีตาโขน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ (23, 24 ก.ค./ 30, 31 ก.ค./ 6 ส.ค. 59) รอบแรก 11.30-14.00 น. รอบที่สอง 17.00-20.00 น.

 

ฟินเว่อร์ไปอีก! เก็บตก 10 ร้าน TGIF ทองหล่อ ของใช้เริดของกินเพียบ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667556

 

เพิ่งผ่านไปหมาดๆ สำหรับ The Garden of TFEST (TGIF) ตลาดแนวไลฟ์สไตล์จำหน่ายสินค้าสุดชิก ที่ตั้งอยู่บริเวณ Fragrant Park สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ (ทางออกที่ 2) ปากซอยสุขุมวิท 36 เขาจัดให้ขาช็อปมาเดินเที่ยวฟินๆ นานถึง 10 สัปดาห์

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอเก็บตกภาพบรรยากาศในงาน TGIF มาฝากกัน เป็นการทิ้งท้ายความสนุกในตลาดไลฟ์สไตล์ที่มาแรงที่สุดในเดือน ก.ค. 2559 นี้ซะหน่อย พร้อมแล้ว…มาชมกันเลยจ้า

เราขอเริ่มที่โซนข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับกันก่อนนะจ๊ะ เราคัดเลือกมา 5 ร้านค้าสุดแซ่บที่หลายคนน่าจะโดนใจ ควักตังค์ซื้อไปไม่น้อย มีร้านไหนบ้างนะ มาดูทางนี้

1. นาฬิกาบอร์ดไม้แฮนด์เมด


นาฬิกาบอร์ดไม้

เป็นร้านใหญ่เหมือนกัน มองเห็นมาแต่ไกล ยิ่งพอเดินไปดูใกล้ๆ ยิ่งชอบอะ เป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะ หรือจะใช้แขวนประดับก็ได้ เป็นนาฬิกางานไม้สไตล์แฮนด์เมด ที่มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก บางชิ้นก็เป็นนาฬิกาอย่างเดียว แต่บางชิ้นเป็นทั้งนาฬิกาและโคมไฟไปในตัว เก๋ดี สนนราคาเริ่มต้นที่ 199-890 บาท แล้วแต่ขนาดและฟังก์ชั่นการใช้งาน

2. เสื้อลูกไม้สไตล์โบฮีเมียน


แม่ค้าสวยแซ่บ

เสื้อสวยเซ็กซี่

สาวๆ ต้องคลั่งไคล้ร้านนี้แน่ๆ โดยเฉพาะสาวชาวต่างชาติ หรือสาวไทยหัวใจอินเตอร์ เพราะร้านนี้เขาขายเสื้อลูกไม้แนวเซ็กซี่ ออกแบบเอง ตัดเย็บเองนะจ๊ะ สวยดูดีทีเดียว เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบแต่งตัวเปรี้ยวนิดหนึ่ง ยิ่งแต่งหน้าผมให้เข้ากันแล้ว ยิ่งเริด หนุ่มมองเหลียวหลังชัวร์

3. Hand&Heart made


ร้านเคสมือถือ น่ารัก

ส่วนร้านนี้ขายเคสมือถือทำเอง พร้อมเครื่องประดับต่างๆ มีหลากหลายแบบให้เลือก ราคาก็มีตั้งแต่ชิ้นละ 199-399 บาท สาวๆ ที่ชอบเคสมือถือแบบฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งคงชอบน่าดู

4. BlingSumo


สร้อยข้อมือกิ๊บเก๋

มาถึงเครื่องประดับอีกร้าน อันนี้เป็นร้านสร้อยข้อมือแบบหินสีดำ เก๋ แปลกตา ไม่เหมือนใคร เป็นเครื่องประดับที่ดูหรูหราขึ้นมาอีกระดับ สาวคนไหนที่ชอบแต่งตัวเนี้ยบๆ น่าจะเหมาะกับเครื่องประดับร้านนี้ ราคาแอบแพงไปนิดนะ แต่ก็รับรองว่าใส่แล้วโดดเด่นไม่ซ้ำใครแน่นอน

5. ผ้าผูกหูกระเป๋า


ผ้าผูกกระเป๋า

ร้านนี้เป็นร้านขายพวกผ้าพันคอ ผ้าคาดผมสีสันสดใส ทั้งยังสามารถเอามาประยุกต์พันหูกระเป๋าถือได้อย่างเก๋ไก๋ ลงตัว เรียกว่าซื้อชิ้นเดียวก็ใช้งานฟังก์ชั่นได้หลากหลายเลยอะ

เอาล่ะ มาต่อกันที่โซนของกินกันบ้างเนอะ ตลาดนี้นะ เราบอกเลยว่ามีของกินหน้าตาดีเพียบ ทั้งอาหารจานเดียวจากรถฟู้ดทรัก ของว่าง ขนม เค้ก เบเกอรี่ ซีฟู้ด เครื่องดื่มต่างๆ ยิ่งได้ลองชิมแล้ว โห…คือดีอะ อร่อย เต็มอิ่มแบบสมราคา ก็เขาคัดสรรแต่ของดีๆ มาเสิร์ฟ คนชอบชิมอย่างเราฟินไปอีก !

1. หมี่วุ้นต้มยำแห้ง


ต้มยำแห้งของโปรด

เมนูนี้เราเห็นแล้วอดใจไม่ได้ ต้องเข้าไปลองสั่งมาชิม ปรากฏว่าหน้าตาดี แถมอร่อยแฮะ สนนราคา 79 บาท ก็อิ่มเลยอะ ซอสต้มยำเข้มข้นดี เครื่องเคราก็จัดมาเต็ม อร่อย ผ่าน !

2. ไข่ครกซีฟู้ด


หอยครก

อันนี้เขาทำเป็นเหมือนหอยทอดที่มาในไซส์มินิ แต่คือไม่ได้มีแค่หอยทอดไง ขนมาหมดทั้งกุ้ง หมึก หอย ชิ้นใหญ่ๆ เต็มคำ อร่อยฟิน

3. ZweetHerb


เครื่องดื่มโลว์แคลอรี

ร้านนี้ขายเครื่องดื่มสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่อร่อยแตกต่างจากร้านอื่น เพราะเขาใช้หญ้าหวานสกัด มาให้ความหวานแทนน้ำตาล เป็นเครื่องดื่มแคลอรีต่ำ เหมาะกับสาวๆ ที่กำลังไดเอตอยู่ ดื่มแล้วสดชื่น แถมไม่เพิ่มน้ำหนักด้วย โอเคเลยอะ

4. Burger&BBQ


เบอร์เกอร์น่าทาน

บาร์บีคิวไม้ใหญ่ๆ

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าขายเบอร์เกอร์ และเมนูบาร์บีคิวต่างๆ เริ่มจากเบอร์เกอร์หน้าตาดี ขนมปังมีให้เลือกหลายชนิด มีทั้งขนมปังแบบออริจินอล แบบชาเขียว และแบบชาโคล ว้าว! นอกจากนี้ในส่วนของเมนูปิ้งย่างนั้น ก็น่าทานไม่แพ้กัน มีทั้งบาร์บีคิวไก่ บาร์บีคิวเนื้อ บาร์บีคิวหมู และชีสสติ๊ก

5. ทาโก้เม็กซิกัน


ทาโก้แบบแป้งนุ่ม

อาหารของชาวเม็กซิกันอย่าง ทาโก้ เริ่มมีขายในบ้านเรามากขึ้น ร้านนี้เขาขายทาโก้น่าทาน 2 แบบ แบบแป้งกรอบ และแบบแป้งตอติญ่านุ่มๆ ใส่เครื่องเยอะ ซอสเข้มข้นลงตัว

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มเก๋ๆ ใส่ไอเดีย อย่างร้าน CHA MAA Italian Soda เดินไปนั่งมุมไหนก็จะเห็นผู้คนเดินถือแก้วร้านนี้อยู่เกือบทุกที่ในตลาด ออกแบบมาได้หน้าตาดีมากๆ ถ่ายรูปสวยสุดๆ แถมรสชาติก็ไม่ขี้เหร่เลยนะ อร่อยเย็นสดชื่น


แตงโมโซดา สดชื่นได้ใจ

น้ำเสาวรสโซดา

แล้วก็แถมด้วยภาพบรรยากาศของตลาด TGIF FEST ส่งท้ายจ้า มาดูกันต่อเลย…


คึกคักมากๆ

งานแฮนด์เมดมีมาเพียบ

งานต้นไม้ในโหล

บรรยากาศในตลาด

คนไทย คนต่างชาติ เพียบ

สาวน่ารักมาแชะภาพ

มีหนุ่มดีเจมาเล่นเพลงให้ฟัง
 

วันหยุดหิวจัง! รวมเบอร์อาหารเดลิเวอรี่ ร้านใกล้บ้านปิดหายห่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.ค. 2559 12:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661191

 

วันหยุดยาว 5 วันแบบนี้ ร้านอาหารถ้าไม่ได้อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวก็มักจะปิดโดยพร้อมเพรียง คราวนี้ใครที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน วันหยุดนี้ฉันต้องทำงาน หรือนอนอยู่บ้าน จะกินอะไรดีล่ะ หิวจังเลย คู่มือคนเมือง ไทยรัฐออนไลน์ ขอเสนอทางเลือกสั่งเดลิเวอรี่จัดส่งถึงบ้านไปเลยจ้า แม้จะเพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นมาหน่อยแต่ก็คุ้มอยู่นะเออ จะมีร้านไหนอะไรยังไงไปอ่านกัน…

1. KFC โทร 1150


ไก่ทอดผู้พันแซนเดอร์สยอดฮิต คิดอะไรไม่ออกแค่โทรสั่ง KFC บอกเลยสะดวกสบายจะโทรสั่งเดลิเวอรี่หรือ สั่งผ่านออนไลน์ก็สุดแสนจะสะดวกทั้งยังมีโปรโมชั่นมากมายให้ได้เลือกกัน

2. Chesters โทร 1145


ฟาสต์ฟู้ดไทยมาตรฐานสากล หลากหลายเมนู ข้าวสวยร้อนๆ ไก่ย่างเนื้อแน่นหอมกรุ่น น้ำปลาพริกรสเด็ดถึงเครื่อง เมนูเลิศรสที่มีให้เลือกอย่างจุใจ สามารถสั่งออนไลน์ได้ในเวลา 10.00-20.45 น. สินค้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบจัดส่งได้ และแบบจัดส่งไม่ได้ (ไม่สามารถสั่งบนหน้าเว็บได้)

3. OISHI Delivery โทร 1773


ความอร่อยแบบญี่ปุ่น ส่งตรงถึงบ้าน มีหลากหลายเมนูให้คุณเลือก แต่ละเมนูครบพร้อมในเซตเดียว ด้วยอาหารจานหลัก และมาพร้อมเครื่องเคียง ที่อิ่มอร่อยได้ในราคาสุดคุ้ม ทั้งหลากหลายเมนู ข้าวหน้า (Don) หรือจะเป็นเมนูทานเล่น (Appetizer) ทั้งซูชิเซต ซาซิมิเซต เกี๊ยวซ่า และอีกมากมายที่พร้อมบริการจัดส่ง ความอร่อยให้คุณถึงบ้าน

4. Yayoi โทร 1642


ยาโยอิเป็นร้านอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ที่เสิร์ฟอาหารจานร้อน และรสชาติสไตล์ต้นตำรับ ด้วยราคาที่คุ้มค่า และคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีเพื่อมาทำอาหาร รับประกันรสชาติ ใครชื่นชอบอาหารอาหารญี่ปุ่นต้องไม่พลาดกับหลากหลายเมนูให้ได้เลือกสรรส่งตรงถึงที่ ทั้งเมนูราเม็งต่างๆ เมนูข้าว หรือจะเป็นชุดเบนโตะ อร่อยสุดๆไปเลยเดลิเวอรี่ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ทุกวัน

5. The Pizza Company โทร 1112


หิวแล้วก็ต้องสั่งเลย กับพิซซ่าหน้าโปรดของคุณ กินกันหลายคนอร่อยเว่อร์ หรือคุณจะกินคนเดียวก็แล้วแต่ใจชอบ มีมากมายหลากหลายโปรโมชั่นจะสั่งเป็นชุดหรือสั่งเป็นถาดก็ได้ นอกจากนั้นยังมีพาสต้า ไก่และอาหารรองท้องอีกมากมาย จัดส่งถึงที่ในเวลา 09.00-24.00 น. แต่ไม่ทุกสาขา ต้องโทรสอบถามพนักงานก่อนจัดส่ง

6. Pizza Hut โทร 1150


พิซซ่าอีกหนึ่งแบรนด์ที่ใครหลายคนชื่นชอบ มีทั้งพิซซ่าหน้าต่างๆ หน้านุ่ม กรอบบาง ใครชอบแบบไหนก็เลือกเอานะจ๊ะ จัดส่งถึงบ้านตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.

7. McDelivery (Mcdonald) โทร 1171


ตำนานความอร่อยของแฮมเบอร์เกอร์จากแมคโดนัลด์ ส่งถึงที่ทุกเมนู 24 ชั่วโมง จัดส่งเฉพาะภายในบริเวณที่กำหนด อาหารยอดนิยมเช่น แมคฟิช, บิ๊กแมค, นักเก็ต, เฟรนช์ฟรายส์ และอื่นๆ ทางแมคโดนัลด์ยังพัฒนา Local Menu เช่น ซามูไรเบอร์เกอร์หมู เมนูข้าวต่างๆ โจ๊ก ปาท่องโก๋ โดยเฉพาะซามูไรเบอร์เกอร์หมู ที่กลายเป็นเมนูที่ได้รับความนิยม

8. burgerking โทร. 1112


อร่อยสุดคุ้ม ส่งตรงถึงบ้านตั้งแต่ 10.00-24.00 น. กับร้านเบอร์เกอร์ฟาสต์ฟู้ดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และยังเป็นต้นตำรับของวอปเปอร์แสนอร่อยที่เป็นที่รู้จักกันดี วัตถุดิบชั้นเลิศ เมนูสุดพิเศษ

9. MK Delivery โทร 1642


กินอะไร กินอะไร กินอะไร ไปกินเอ็มเค จากร้านอาหารไทยเล็กๆ ย่านสยามแสคว์ จนเป็นร้านสุกี้ MK และปัจจุบันสามารถสั่งอาหารเดลิเวอรี่ได้ตั้งแต่ 09.45-21.00 น. บอกเลยมีเมนูเด็ดให้เลือกมากมายทั้งอาหารจานเดียวและชุดเอ็มเค หรือจะเป็นเมนูเด็ดอย่าง เป็ดย่างเอ็มเค แค่นึกถึงก็อยากโทรสั่งเดี๋ยวนี้แล้ว

10. See Fah สีฟ้า โทร 0-2800-8080


อย่าลืมสีฟ้าเวลาหิว นี่คือสโลแกนที่ของร้านอาหารสีฟ้า ซึ่งเมนูหลากหลายมากมายบริการในเวลา 10.00-21.00 น. พื้นที่ให้บริการ ราชดำริ/ทองหล่อ/พหลโยธิน 37/ธนิยะ/พระราม 9 จำนวนสั่งขั้นต่ำ 150 บาทขึ้นไป ค่าบริการจัดส่งครั้งละ 40 บาท http://seefah.com/

11. JJ Delivery โทร 0-2712-3000


เจเจ เดลิเวอรี่เซอร์วิส เน้นให้บริการอาหารจานด่วนภายในกรุงเทพฯ จัดส่งภายใน 45 นาที โดยมีทั้งอาหารไทย อาหารจานเดียว อาหารทานเล่น อาหารตะวันตก อาหารญี่ปุ่น โดยเน้นที่ คุณภาพ ความสะอาด ถูกสุขลักษณะ รสชาติเลิศ ไม่ใส่ผงชูรส รับรองส่งถึงบ้าน

 

เคยเห็นยัง? พระอาทิตย์กลางทะเลหมอกแบบ 360 องศาที่ ‘เขาตะเคียนโง๊ะ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 16 ก.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661869

 

พูดถึงจุดชมวิวบนยอดเขานั้น ประเทศไทยมีหลายที่ทีเดียว แต่สัปดาห์นี้ “แบกกล้องเที่ยว” จะพาไปชมวิวแบบ 360 องศาที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ กันนะครับ




เขาค้อมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกสวยๆ หลายแห่ง แต่มีจุดที่คนไม่ค่อยรู้จักเท่าไร ถามเรื่องความสวยนั้นต้องบอกว่างามจริงๆ กับ “เขาตะเคียนโง๊ะ” สมัยก่อนที่นี่เป็นฐานที่มั่นของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ จากหลักฐานการปราบปรามของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันได้นำอาวุธทั้งหลายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์อาวุธฐานอิทธินั่นเอง




การเดินทางก็ไม่ยากเท่าไร เขาตะเคียนโง๊ะ ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2258 จากสี่แยกรื่นฤดี (สะเดาะพงษ์) ขับเลยพระตำหนักเขาค้อไปทางทุ่งแสลงหลวง ที่สำคัญบนเขาตะเคียนโง๊ะสามารถนำรถขึ้นได้เลย ไม่ต้องเดิน ก็มองเห็นทะเลหมอกได้แล้ว ด้านบนมีจุดกางเต็นท์อยู่รอบๆ เขา




ไฮไลต์ของที่นี่มันอยู่ตรงวิว 360 องศานี่ล่ะครับ ตอนเย็นดูพระอาทิตย์ตก กลางคืนนอนดูดาว เช้าตื่นมาก็เจอทะเลหมอกเต็มตา นอกจากนี้ เรายังเห็นเขาปู่ เขาย่า ซึ่งมีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิอีกด้วย




เรียกว่ามาที่เดียวคุ้มมากๆ ใครจะพาเพื่อนพาแฟนมาก็อย่าช้านะครับ รับรองฟินกันถ้วนหน้า แล้วกลับมาพบกับแบกกล้องเที่ยวอีกครั้งในวันเสาร์หน้าครับ…

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.facebook.com/baagklong