บาร์ล..หมู่บ้าน 2 แผ่นดิน ‘เบลเยียม-เนเธอร์แลนด์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664301

 

พรมดอกไม้กว่า 6 แสนดอกในเทศกาลดอกไม้ที่กรองด์ปลาส.

ยิ่งกว่าดรีม เดสทิเนชั่น เมื่อได้มีโอกาสไปเยือนเบลเยียมครั้งล่าสุด โดยมี บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำสหภาพยุโรป อาสาเป็นไกด์นำเที่ยว หมู่บ้านบาร์ล-แฮร์ท็อก และ บาร์ล-นาสเซา หมู่บ้าน 2 แผ่นดิน บริเวณชายแดนเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์

จริงๆจะว่าไปหมู่บ้านที่ว่านี้ก็เป็นหมู่บ้านเดียวกันนั่นละ แต่ถ้าเป็นดินแดนฝั่งที่อยู่ในเบลเยียมจะเรียกว่า บาร์ล-แฮร์ท็อก ตามภาษาเฟลมมิชของเบลเยียม แต่ถ้าเป็นฝั่งที่อยู่ในเนเธอร์แลนด์จะเรียกว่า บาร์ล-นาสเซา ตามภาษาดัตช์

ความน่าสนใจของหมู่บ้านนี้ นอกจากพื้นที่ที่คาบเกี่ยวระหว่างสองแผ่นดินแล้ว ทั้งเมืองยังมีเส้นแบ่งพรมแดนกระจายอยู่ทั่ว ไม่ว่าจะบนทางเดินเท้าหรือกลางถนน บางเส้นพุ่งผ่าเข้ากลางบ้าน กลางศูนย์การค้า เรียกว่า ถ้าเดินเที่ยวในหมู่บ้านหรือเมืองนี้ 1 วัน ก็เท่ากับได้เที่ยวทั้งสองประเทศวันละเป็น 10 รอบเลยทีเดียว

บาร์ล-แฮร์ท็อก และ บาร์ล-นาสเซา อยู่ห่างจากกรุงบรัสเซลส์ไปทางเหนือราว 110 กิโลเมตร ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กับอีก 20 นาที แต่ถ้าไปทางรถไฟก็อาจจะนานขึ้นอีกนิดราว 2 ชั่วโมง


(ซ้าย) เส้นแบ่งพรมแดนวิ่งผ่ากลาง บ้านทำให้มี 2 เลขที่บ้าน (ขวา) หลักหมุดปักปันเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศ.

ที่ตั้งของอำเภอบาร์ล-แฮร์ท็อกของเบลเยียม อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินเนเธอร์แลนด์ห่างจากพรมแดนหลักเบลเยียม-เนเธอร์แลนด์ประมาณ 5 กิโลเมตรติดกับอำเภอบาร์ล-นาสเซาของเนเธอร์แลนด์ เป็นสองหมู่บ้าน หรือสองอำเภอที่มีแผ่นดินของสองประเทศโยงใยกันไปมาเหมือนใยแมงมุม ประชาชนสองชาติอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร ต่างจากพื้นที่ชายแดนส่วนใหญ่ที่มักจะมีปัญหาความขัดแย้งของเส้นแบ่งพรมแดนหรือผลประโยชน์บนแผ่นดินของสองประเทศ


จัตุรัสกรองด์ปลาส..ยามค่ำคืน.

หากเดินทางโดยรถยนต์ ก่อนเข้าบริเวณหมู่บ้านสองแผ่นดินจะมีป้ายบอกชื่ออำเภอทั้งสองพร้อมธงชาติของสองประเทศเพื่อแยกแยะว่า อำเภอใด อยู่ในเนเธอร์แลนด์ หรือเบลเยียม และพอถึงย่านกลางหมู่บ้านก็จะสังเกตเห็นกากบาทสีขาวเป็นเส้นแบ่งพรมแดนบนพื้นทางเดินเท้าพร้อมอักษร N และ B สองด้าน เพื่อให้ทราบว่า ฝั่ง N เป็นเนเธอร์แลนด์ และ B เป็นเบลเยียม บางเส้นหายเข้าไปในกำแพงระหว่างบ้านสองหลังหรือเข้าไปในร้านอาหาร ร้านค้า พอต่อไปบนถนนก็จะมีหมุดโลหะปักเป็นระยะแบ่งกึ่งกลางถนนไปเลี้ยวขึ้นทางเท้าอีกด้านหนึ่ง

ดูเป็นการแบ่งพรมแดนที่แปลกประหลาดและมีความซับซ้อนทางภูมิศาสตร์ที่สุดในโลก…..!!

การบริหารจัดการของหมู่บ้านบาร์ลทั้ง 2 ฝั่ง จะใช้กฎหมายของสองประเทศ มีสำนักงานเทศบาล 2 แห่งกับนายกเทศมนตรี 2 คน โบสถ์ 2 หลัง สถานีดับเพลิง 2 แห่ง สถานีตำรวจ 2 แห่ง การจัดเก็บค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่แยกออกจากกัน แต่หน่วยบริการอีกหลายอย่างก็มีการจัดการร่วมกัน เช่น ห้องสมุดนานาชาติ ศูนย์วัฒนธรรม โรงเรียนสอนดนตรี การจัดระเบียบและความปลอดภัย สถานที่กำจัดขยะร่วม ฯลฯ ทำให้สองหมู่บ้านมีลักษณะคล้ายแฝดสยามที่ไม่สามารถแยกกันออกได้เด็ดขาด เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาความแปลกของเส้นแบ่งเขตแดนสองพรมแดน หรือบ้านหลังเดียวกันที่ตั้งอยู่ในสองประเทศ และสัมผัสมิตรภาพของคนสองชาติที่อยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด


ป้ายชื่อเมืองก่อนเข้าเขตเมืองบาร์ล.

ถ้าต้องการรู้ว่าบ้านหลังใดอยู่ในประเทศไหน ให้สังเกตได้จากป้ายเลขที่ บ้านที่มีสีธงชาติปรากฏอยู่ ป้ายเลขบ้านเนเธอร์แลนด์มีสีน้ำเงินมุมซ้ายบน สีขาวตรงพื้นกลางและสีแดงตรงมุมบนขวาซึ่งเป็นสีธงชาติดัตช์ หรือป้ายเลขที่บ้านเบลเยียมจะมีสีธงชาติเบลเยียมดำเหลืองแดงตรงมุมบนซ้าย แต่มีบ้านหลังหนึ่งบนถนน Loveren ที่สะดุดตา ตรงที่มีป้ายเลขที่บ้าน 2 เลขที่ด้านหน้า ประตูซ้ายขวาพร้อมกับกริ่ง 2 อันที่อยู่ติดกับป้ายทั้งสอง ด้านซ้ายเลขที่ 2 กับธงเบลเยียม ด้านขวาเลขที่ 19 กับธงดัตช์ ถามเจ้าของบ้านได้ความว่า เพราะมีพรมแดนสองประเทศผ่าเข้ากลางบ้านไปออกด้านหลังสวน…แปลกมั้ยล่ะ…!!


เส้นแบ่งเขตแดนมีทุกที่ในหมู่บ้านบาร์ล.

นี่ยังไม่รวมว่า สมัยก่อนมีกฎหมายเรื่องของการกินดื่มของคนสองประเทศ ซึ่งเวลาของการบังคับใช้ต่างกันอยู่ 2 ชั่วโมง ประมาณว่าร้านเหล้า ในเขตเบลเยียมจะปิดเที่ยงคืน ถ้าอยากดื่มต่อ ลูกค้าก็แค่ยกโต๊ะกับเก้าอี้ข้ามเส้นแบ่งพรมแดนมาอีกฝั่งก็กินต่อได้อีก 2 ชม.แล้ว แต่ดูเหมือนกฎหมายที่ว่านี้จะยกเลิกไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้

เราใช้เวลาสำรวจหมู่บ้านอันซีนเล็กๆในยุโรปแค่ 6 ชม. ก็ต้องขับรถกลับกรุงบรัสเซลส์ ชมแลนด์มาร์คของเมือง ไม่ว่าจะเป็น กรองด์ปลาส จัตุรัสที่สวยที่สุดในโลก อโตเมียม แต่ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นตุ๊กตาหนูน้อยนั่งฉี่ เจนเนเคน พิส ที่อาจจะเป็นคู่หูของเจ้าหนู แมนเนอคิน พิส แต่คนกลับมองข้ามนางไปอย่างน่าเสียดาย


เจนเนเคน พิส..สาวน้อยนั่งฉี่ที่ถูกลืม.

เสียดายที่เวลาจำกัด ไม่เช่นนั้นจะอยู่ต่อดูเทศกาลพรมดอกไม้ หรือ Flower Carpet ที่จัดขึ้น 2 ปีครั้ง ที่จัตุรัสกรองด์ปลาสโดยนำดอกเบโกเนียสดจำนวนกว่า 600,000 ดอก มาวางเรียงเป็นลวดลายคล้ายพรมยาว 75 เมตร กว้าง 25 เมตร ที่ปีนี้กำหนดจัดในวันที่ 12-15 สิงหาคมนี้ ใครสนใจก็จองตั๋วไปดูกันได้ที่ http://www.thaiairways.com และปีนี้ยังเป็นปีพิเศษฉลองความสัมพันธ์เบลเยียม-ญี่ปุ่น 150 ปีด้วย

และเพราะทุกการเดินทางมีความหมายเสมอ แค่เปิดประตูใจก้าวออกไปสู่ประตูโลก โลกทั้งใบก็เป็นของเราแล้ว…!!

 

สุดอลังการ! เปิดตัวหนุ่มทำผ้าปักเพชรสวารอฟสกี้ห่มพระธาตุนครพนม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 08:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661834

 

ฮือฮา ตามรอยศรัทธา มหากุศล “พิธีสมโภชพระประจำวันเกิด ชีวิตล้ำเลิศตลอดปี” ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จ.นครพนม เปิดใจเผยโฉมหนุ่มทำผ้าห่มปักด้วยเพชรจากสวารอฟสกี้ห่มพระธาตุสุดอลังการระดับโลก

สืบเนื่องจากการจัดงานสมโภชพระประจำวันเกิด ชีวิตล้ำเลิศตลอดปี วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 ก.ค. ที่จะถึงนี้ (อ่านเพิ่ม : อลังการนครพนม หมอดูดัง แนะไหว้พระธาตุเสริมดวง 3 ราศีไหว้รุ่งเรือง) หมอดูชื่อดังออกมาเปิดเผยผู้ที่ทำผ้าปักเพชรสวารอฟสกี้ห่มพระธาตุนครพนม สุดฮือฮาในปีนี้


หรรษรัตน์ ภัทรทวีหิรัณย์

เพื่อทำบุญ

ล่าสุด หรรษรัตน์ ภัทรทวีหิรัณย์ หรือ เซน นักธุรกิจหนุ่ม ออกมาเปิดใจกับไทยรัฐออนไลน์ว่า แรงบันดาลใจในการทำผ้า อริย์ธัชรัตนบูชา 
เริ่มต้นจากความคิดและการริเริ่มการทำผ้าห่มพระธาตุผืนนี้ ตนได้มีโอกาสได้ไปนมัสการองค์พระธาตุพนมซึ่งเป็นพระธาตุที่บรรจุในส่วนพระอุระขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และยังเป็นที่เคารพบูชาทั้งชาวไทยและชาวลาว ในการไปครั้งแรกรู้สึกประทับใจและเกิดแรงบันดาลใจที่คิดอยากจะทำผ้าห่มพระธาตุ มาห่มที่นี่ให้ได้สักครั้ง

“ส่วนตัวผมเป็นคนที่ทำอะไรนั้นจะต้องดีที่สุดอยู่แล้ว จึงเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับผ้าห่มพระธาตุ ซึ่งทราบว่าในสมัยก่อนการทำผ้าห่มพระธาตุเกิดจากการทอผ้าโดยการร่วมแรงร่วมใจของคนในหมู่บ้าน และผ้าเกิดขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงและแรงศรัทธาจริงๆ จึงทำให้ผมอยากจะทำผ้าผืนนี้ให้มีความวิจิตรและดีที่สุดในการถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้า จึงได้มาปรึกษาเพื่อนผม คือคุณลินดา (เพื่อนช่างผมระดับโลก) ด้วยความที่เธอจบทางด้านการออกแบบภายใน จึงเข้ามาเป็นแรงสำคัญในการทำผ้าผืนนี้ และผ้าผืนนี้เราตั้งใจที่จะทำออกมาให้ดีที่สุด ใส่ใจในรายละเอียดของผ้าให้ได้มากที่สุด”

การรวมทีมจึงเกิดขึ้นมา เชนเล่าต่อว่า เริ่มจากการปักลายดอกประจำยามในผ้า ลายนี้คือการปักมือทั้งหมด ตนได้คุณชัชฎาหรือพี่จิง ซึ่งมารู้ทีหลังว่าพี่จิงนั้นเคยเรียนโรงเรียนเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เจ้าจอมในรัชกาลที่ 5 ซึ่งท่านเก่งเกี่ยวกับเรื่องงานผ้า จึงได้ช่างฝีมือเอกมาช่วยในการปักลายในครั้งนี้ครับ เราเริ่มจากการปักลายทีละดอกจนครบ 70 ดอก และทางคุณลินดาก็เริ่มการออกแบบตัวผืนผ้า ติดต่อซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างในการทำผ้า

“ขึ้นชื่อว่าลินดาต้องระดับโลกทั้งหมด (ยิ้ม) ผ้าผืนหลักนี้ เป็นผ้าฝ้ายอิตาลี สี Yellow Oak ซึ่งสั่งทอจาก บริษัท อิตาเลียนเท็กซ์ไทล์ ประเทศอิตาลี ซึ่งผ้าผืนนี้จะมีความคงทนพิเศษ เพราะจะต้องห่มภายนอกตัวพระธาตุ จึงทำให้ตัวผ้าต้องมีความคงทน ทนแดดทนฝนและอากาศ
-ลายประดับผ้า อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้นว่า ลายดอกประจำยามนี้ใช้เลื่อมต่างๆ และเครื่องทองรวมทั้งมุกประดับทุกผืน ซึ่งมีการปักลายอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน และลายประดับอื่นๆ เราก็คัดสรรเลือกอุปกรณ์อย่างดีในการประดับ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เพชรที่ใช้ประดับในผ้าผืนนี้รวมๆ แล้ว 80,000 กว่าเม็ดนั้น เป็นเพชร SWAROVSKI ทั้งหมด”



งดงาม

โดยเฉพาะไฮไลต์ของผ้าคือตรงธรรมจักรกลางผ้า ใช้เพชร SWAROVSKI เรียงเป็นลายธรรมจักรทั้งหมด และในการติดเพชรนั้นก็จะมีความยากที่สุด เพราะเราต้องใช้กาวเฉพาะ คือกาว E600 จาก USA ซึ่งเป็นกาวที่ออกแบบมาเพื่อติดเพชร SWAROVSKI โดยเฉพาะครับ
 การเย็บลายลงผ้านั้น จะต้องใช้จักรอุตสาหกรรมพิเศษเพราะด้วยความหนาของผ้า และของแต่งผ้าอีกมากมายที่ติดอยู่บนผ้า

“คุณลินดาได้ออกแบบการเย็บผ้าวางลาย และได้คุณชลดาหรือคุณหมุยมาช่วย โดยคุณลินดาจะมีความสามารถในการออกแบบการเย็บผ้าและมีความสามารถเฉพาะตัว เทคนิคต่างๆ ที่นำมาใช้ในการเย็บครั้งนี้ จะต้องวางลายการเย็บที่เดินเส้นเป็นกราฟิกทั้งผืนอย่างต่อเนื่อง เกิดมาจากการคำนวณเรื่องของแรงลมที่จะมากระทบที่ผ้าอีกด้วย ผ้าผืนนี้จึงมีความเป็นไทยและความเป็นสากลอยู่ในตัวของผ้าเอง
 และขั้นตอนสุดท้าย คือการติดสายล็อกตัวผ้า จากการที่เราคำนวณองค์พระธาตุพนมนั้น ทำให้เรามองเห็นปัญหาของผ้าเวลาที่จะขึ้นห่มว่า ในปัจจุบันนี้การห่มผ้าพระธาตุจะเป็นการใช้ผ้าที่มีลักษณะบางมาห่มและใช้การผูกปมด้านหลังเท่านั้น แต่ผ้าผืนนี้ที่ทำจะต้องรับน้ำหนักของลายต่างๆ และตัวผ้าพื้นเอง”

เชนเล่าต่อว่า อีกทั้งตัวองค์พระธาตุพนมนั้นไม่มีจุดแขวนผ้า จึงทำให้ทุกคนมาประชุมกันและได้คิดที่จะทำตัวล็อกผ้าให้อยู่กับตัวองค์พระ ธาตุ เราจึงคิดค้นตัวล็อกที่มีความพิเศษ สามารถปรับระดับในการห่มได้ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนขององค์พระธาตุ 
และเราก็เริ่มตามหาสายที่จะสามารถรับน้ำหนักผ้าได้มากพอ จึงได้สั่งผลิตสายล็อกที่มีความแข็งแรง จะขาดได้ต้องใช้ความร้อนถึง 400 องศาฯ เท่านั้น และสายนี้สามารถลากเครื่องบินได้ จากบริษัท SAFETEX จากประเทศเยอรมนี สามารถรับน้ำหนักได้ 300 ตันต่อเส้น
 ที่สำคัญในปี 2559 นี้ เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี พวกผมจึงสร้างถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อพระองค์ท่านและพระบรมวงศานุวงศ์
ทุกพระองค์ครับ”



ลงมือทำ
 

เมืองแห่งน้ำ ความสวยงามที่ซ่อนอยู่ใน ‘ACCHEN’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ค. 2559 15:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661789

 

มีโอกาสได้ไปร่วงาน Global press event ประจำปี 2016 ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้รับเชิญจาก ZF Friedrichshafen บริษัทผลิตระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรก ระบบรองรับน้ำหนัก และอีกหลายระบบในรถยนต์ เชิญชวนไปร่วมงาน

ปีนี้งานจัดขึ้นที่ศูนย์ทดสอบรถในเมือง Aldenhoven ประเทศเยอรมนี ห่างจาก Acchen ประมาณ 30 นาที เราจึงพักกันที่ Acchen ความพิเศษของเมืองนี้คือ เป็นเมืองชายแดน ติดกับ เนเธอร์แลนด์และเบลเยียม ห่างจากแฟรงก์เฟิร์ตประมาณ 3 ชม. หากเดินทางโดยรถยนต์

Acchen หรือ อาเคน แปลว่า เมืองแห่งน้ำ ที่นี่มีธารน้ำแร่ไหลผ่านตัวเมือง จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองแห่งนี้ อาเคน มีเรื่องเล่า และเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ที่นี่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงาม ที่นี่มีโบสถ์เก่าแก่ชื่อว่า Acchen Cathedral ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก




โรงแรมที่พักก็กลมกลืนกับบรรยากาศเมือง อาคารสีครีมหลังใหญ่ สวยงามตามสถาปัตยกรรมยุโรป ภายในโอ่โถง ห้องพักหลากหลายขนาด สำหรับพักคนเดียวห้องขนาดกะทัดรัดก็อยู่สบาย

เก็บข้าว เก็บของ อาบน้ำผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางกันแล้ว ต้องไปชมเมืองกันสักหน่อย เพราะตอนนั่งรถผ่านเมื่อเข้าสู่ตัวเมืองก็สะดุดตากับโบสถ์น้อยใหญ่ตามทาง



เรามุ่งหน้าเดินลัดเลาะ เข้าสู่ใจกลางเมือง จากที่พักจนถึงลานกว้างๆ หน้าโบสถ์ เดินประมาณ 10-15 นาที ระหว่างทางเป็นย่านที่รายล้อมไปด้วย ร้านอาหาร และร้านขายของ เรียกว่าไปถูกที่ เพราะตรงจุดนี้น่าจะเป็นจุดที่ชาวเมืองมาใช้ชีวิตยามเย็นของพวกเขา

และแล้วก็มาถึงจุดหมาย โบสถ์ใหญ่ ปรากฏอยู่เบื้องหน้าตั้งตระหง่านตรงกลางลานน้ำพุ โบสถ์อาเคน สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าชาร์เลอมาญ เมื่อปี ค.ศ. 805 ตัวอาคารดูขรึมด้วยสีด้านนอก ลดโทนขรึมด้วยดอกไม้สีแดงสดแต่งแต้มขอบหน้าต่างให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาเล็กน้อย ด้านหน้ามีร้านขายดอกไม้เล็กๆ



ส่วนในโบสถ์ให้เข้าชมได้ แต่คิดค่าบริการ ด้านล่างและด้านหลัง เป็นลานกว้างๆ เปิดเป็นร้านอาหาร เหมาะกับการจัดปาร์ตี้กลุ่มไม่ใหญ่นัก

ตัดสินใจแล้วออกมาชม วิถีของชาวอาเคนด้านนอกกันดีกว่า อากาศเย็นสบายๆ ราวๆ 15-16 องศา เหมาะแก่การนั่งชิล กิน ดื่ม พูดคุย ร้านข้างทางจึงนำเก้าอี้มาตั้งนอกร้านให้ผู้คนได้นั่งรับลม ซึมซับบรรยากาศรอบๆ ตัว แต่ละร้านก็มีเสน่ห์ของตัวเอง



เมืองนี้มีโบสถ์น้อยใหญ่หลายแห่ง ระหว่างทางเดินมีจุดให้แวะถ่ายรูปเป็นระยะ พูดง่ายๆ ว่ามีความอาร์ตอยู่ทั่วทุกมุมเมือง เหมาะแก่การแชะแล้วแชร์ให้เพื่อนในโลกออนไลน์ได้สัมผัสความงดงามของที่นี่ไปพร้อมๆ กับเรา

โดยรวมๆ แล้ว “ปลื้ม” กับการมาเมืองเล็กๆ แห่งนี้ แม้จะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว แต่บรรยากาศที่แสนสบาย สวยงาม และอบอุ่น ผู้คนดูเป็นมิตร เก็บความประทับใจกลับบ้าน และหวังว่าวันหนึ่งจะได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้ง








กลับบ้านกัน! รวมคู่มือ 12 เคล็ด จองตั๋วรถทัวร์ รถไฟ ไฟลต์บิน ลองวีกเอนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661027

 

พร้อมแล้วสิ พร้อมแล้วนะ! สำหรับวันหยุดยาวคราวนี้ที่หยุดติดต่อกัน 5 วัน ลากยาวไปอีกๆ โอ๊ย…ฟิน สำหรับคนต่างจังหวัดอย่างเรา ถ้าไม่แพลนไปเที่ยวที่ไหน ก็ต้องใช้ช่วง Long Weekend อันมีค่านี้ ไปเติมพลังใจจากครอบครัว กลับไปกอดคุณพ่อคุณแม่ ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบญาติพี่น้องบ้าง เดี๋ยวจะลืมหน้ากันไปซะก่อน เนอะ!

คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ ขอต้อนรับวันหยุดยาว ด้วยการเปิดคู่มือจองตั๋วเดินทางไกลรูปแบบต่างๆ ทั้งการจองตั๋วรถทัวร์ รถไฟ และไฟลต์บิน ส่วนใครจะเลือกเดินทางแบบไหนก็เลือกได้ตามชอบใจ และความสะดวกสบายของเงินในกระเป๋า

เอาล่ะ จะต้องทำยังไงบ้าง เชิญทางนี้จ้ะพี่น้องชาวไทย…


นั่งรถทัวร์ก็สะดวก แถมประหยัด

• วิธีจองตั๋วรถทัวร์ •
สำหรับการจองตั๋วรถทัวร์ ส่วนใหญ่ไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งจะสะดวกที่สุด เพราะมีบริษัททัวร์หลากหลายบริษัทให้เลือก สามารถเปรียบเทียบตารางเดินรถ เที่ยวรถ และราคาตั๋วได้ เมื่อก่อนอาจจะต้องไปจองตั๋วกันที่หน้าเคาน์เตอร์ในสถานีขนส่งเลย แต่เดี๋ยวนี้สะดวกกว่านั้น คุณสามารถจองผ่านออนไลน์ได้ด้วย โดยเข้าไปที่ จองตั๋วรถทัวร์

1. เลือกจุดหมายปลายทาง
พอเข้าไปในเว็บไซต์ดังกล่าวแล้ว ให้เลือกก่อนว่าเราจะไปขึ้นรถทัวร์ที่ไหน ถ้าจะเดินทางขึ้นเหนือและอีสาน ให้กดเลือกจุดขึ้นรถที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) ส่วนใครที่ลงใต้ให้คลิกเลือกจุดขึ้นรถที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี)


ส่วนใครสะดวกกลับรถทัวร์ ก็มารอขึ้นรถที่ขนส่ง

2. เลือกเส้นทาง
จากนั้น ไปคลิกรายละเอียดการจองต่างๆ เช่น เลือกเที่ยวรถ เลือกเส้นทางการเดินทาง วันที่ออกเดินทาง พอเลือกเสร็จแล้วให้คลิกปุ่ม ‘ค้นหาเที่ยวรถ’ หน้าเว็บจะแสดงรายละเอียดเที่ยวรถที่เดินทางในเส้นทางนั้นๆ พร้อมชื่อบริษัทที่ให้บริการ จากนั้นคลิกเลือกเที่ยวรถที่เราต้องการ

3. เลือกที่นั่ง
ระบบจะแสดงที่นั่งบนรถเที่ยวนั้นๆ ขึ้นมา เราก็คลิกเลือกที่นั่งตามต้องการ เสร็จแล้วคลิก ‘ตกลง’ จากนั้นหน้าเว็บจะแสดงข้อมูลการเดินทางของเรา แล้วเราจะต้องกรอกข้อมูลผู้เดินทาง เช่น ชื่อ สกุล เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น


ขนของขึ้นรถกลับบ้าน

4. ชำระเงิน
ต่อมา ระบบจะให้เราเลือกวิธีชำระเงิน อันนี้แล้วแต่บริษัทที่ให้บริการนะ บางบริษัทจะให้จ่ายเงินสดอย่างเดียว แต่บางบริษัทจะให้จ่ายได้ทั้งเงินสด บัตรเครดิต หรือจ่ายผ่านตู้เอทีเอ็ม จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลการจอง และรหัสการจอง เราต้องพิมพ์เอกสารหน้าที่จอง หรือจดรหัสการจอง เพื่อนำไปชำระเงินตามช่องทางต่างๆ ซึ่งต้องชำระเงินภายใน 24.00 น. ของวันที่ทำการจองเท่านั้นนะจ๊ะ

Note : ควรเลือกบริษัทรถทัวร์ที่เราไว้ใจ จองตั๋วออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทนั้นๆ โดยตรง สำหรับบริษัทรถทัวร์ที่เราใช้เป็นประจำ คือ บริษัทนครชัยแอร์ และ บริษัทสมบัติทัวร์ สองแห่งนี้จองตั๋วได้ง่ายๆ ผ่านระบบออนไลน์ หรือคอลเซ็นเตอร์ พนักงานบริการดี รวดเร็ว ใส่ใจรายละเอียดของผู้โดยสารดีมาก ที่สำคัญ ชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ผ่านร้านสะดวกซื้อ ผ่านบัตรเครดิต ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือตู้เอทีเอ็มก็ได้


เอาว่าประหยัดสุดๆ ก็ต้องนั่งรถไฟนี่แหละ

• วิธีจองตั๋วรถไฟ •
ส่วนใครที่อยากประหยัดงบการเดินทางหน่อย ก็ต้องนี่เลย! นั่งรถไฟกลับบ้านดีกว่า มันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนะ เพียงแต่ต้องรีบจองตั๋วชั้น 1 จะได้เดินทางแบบสบายๆ ไม่ต้องมาบ่นเมื่อยก้น เพราะต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าแบบอื่น

1. ตรวจสอบเส้นทาง
ก่อนจะจองตั๋วเดินทางโดยรถไฟ ก็มาดูรายละเอียดเส้นทางการเดินรถ ต้องรู้ว่าเราจะขึ้นที่สถานีไหน แล้วลงสถานีปลายทางที่ไหน จะได้จองตั๋วกับเจ้าหน้าที่ได้ถูกต้องครบถ้วน และสามารถตรวจสอบที่นั่ง ราคา และชั้นโดยสารได้อย่างรวดเร็ว เข้าไปดูรายละเอียดพื้นฐานอื่นๆ ได้ที่ railway ส่วนตารางเที่ยวรถดูได้ที่ ตรวจสอบกำหนดเวลาเดินรถ โดยในระบบจะมีให้ดูทั้งสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ สายใต้ สายตะวันออก สายชานเมือง สายวงเวียนใหญ่-มหาชัย สายบ้านแหลม-แม่กลอง และ สายโรงพยาบาลศิริราช-ศาลายา


บรรยากาศสถานีรถไฟ

2. เลือกชั้นโดยสาร
หลักๆ จะแบ่งที่นั่งเป็นชั้น 1 2 และ 3 มีความแตกต่างคือ ชั้น 1 จะเป็นห้องส่วนตัว มีเตียงสองเตียง เหมาะไปเป็นคู่ (ถ้าไปเดี่ยวอาจจะได้นอนรวมกับคนอื่นนะ) ราคาค่อนข้างแพง แต่ก็สะดวกสบายกว่า สะอาดดี

ชั้น 2 อันนี้จะเป็นล็อกๆ ละ 2 ที่นั่ง แล้วก็มีให้เลือกยิบย่อยไปอีก เช่น ตู้นอนแอร์, ตู้นอนพัดลม, รถนั่งแอร์, รถนั่งพัดลม, รถนั่งแอร์สปรินเตอร์ (ที่นั่งคล้ายบนรถทัวร์) เป็นต้น สะอาดพอใช้

ชั้น 3 เป็นล็อกๆ ละ 4 ที่นั่ง มีให้เลือกว่าจะนั่งแบบปรับอากาศหรือพัดลม เบาะที่นั่งเป็นแบบตั้งฉาก เอนไม่ได้ นั่งไม่สบาย และไม่ค่อยสะอาดเท่าไร


รอรถไฟที่ชานชาลา

3. ซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์
พอรู้แล้วว่าเราจะเดินทางไปไหน ต้องขึ้นรถไฟสถานีไหน ลงสถานีอะไร เลือกชั้นที่อยากนั่งเรียบร้อยแล้ว ก็ไปซื้อตั๋วกันเลย โดยสามารถไปซื้อตั๋วรถไฟได้โดยตรงที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ หรือตัวแทนจำหน่าย สำหรับตั๋วที่สถานีจะจำหน่ายทุกวัน 24 ชั่วโมง จำหน่ายได้สูงสุด 60 วัน นับจากวันที่เราไปซื้อ ให้ตรวจสอบดูขบวน วัน-เวลาเดินทาง ให้ถูกต้องก่อนที่เจ้าหน้าที่จะประทับตรายืนยันว่า ‘ถูกต้อง’


นั่งรอรถ

4. โทรจองผ่าน Call Center
โทรจองที่เบอร์ 1690 ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะต้องโทรจองก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 5 วัน ซึ่งผู้โทร จะต้องไปรับตั๋วที่สถานีรถไฟที่กำหนดก่อนเวลา 22.00 น. ของวันรุ่งขึ้น หากไม่ไปตามกำหนด ระบบจะยกเลิกอัตโนมัติ การจองแบบนี้สามารถจองได้ไม่เกิน 10 ที่นั่ง และสามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ 60 วัน พอจองเสร็จ เจ้าหน้าที่จะให้รหัส 10 หลักเพื่อนำไปรับตั๋วโดยสาร ก็สอบถามให้ชัดเจนว่า สามารถไปรับตั๋วเดินทางที่สถาทีไหนได้บ้าง

Note : ไม่สามารถจองตั๋วผ่านออนไลน์ได้นะจ๊ะ ยังปรับปรุงระบบอยู่ ยังไม่เปิดให้บริการ


สนามบินดอนเมือง

• วิธีจองไฟลต์บิน •
มาถึงวิธีจองตั๋วเครื่องบินบ้าง เป็นวิธีการเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดที่สะดวก รวดเร็วที่สุด แต่มีเงื่อนไขค่อนข้างหยุมหยิมเหมือนกัน เพราะเป็นกฎระเบียบของทางสายการบิน รวมถึงระเบียบของท่าอากาศยานด้วย สำหรับใครที่ไม่เคยเดินทางด้วยวิธีนี้ ลองมาศึกษากันก่อน อาจจะดูเหมือนยุ่งยาก แต่จริงๆ ง่ายแค่ปลายนิ้ว

1. เลือกสายการบิน เช็กราคาตั๋ว และเที่ยวบิน
คนที่ไม่เคยจองตั๋วเครื่องบิน ชอบเข้าใจผิด คิดว่ามันจองเหมือนรถทัวร์หรือรถตู้ แล้วใช้การโทรศัพท์เข้าไปที่คอลเซ็นเตอร์แล้วถามว่า เส้นทางนี้ราคาเท่าไร? เจ้าหน้าที่ก็จะตอบไม่ได้ เพราะไม่มีวันและเวลาที่แน่นอน ดังนั้นต้องทำความเข้าใจขั้นตอนการจองให้ดีก่อน


จองตั๋วบินออนไลน์

วิธีที่ง่ายที่สุด คือ การจองตั๋วออนไลน์ แน่นอน… คุณต้องเลือกก่อนว่าอยากบินกับสายการบินไหน เราแนะนำ 2 เจ้าราคาประหยัด คือค่ายหางแดงกับค่ายนกยิ้มสีเหลือง คุ้มค่าดี มีตั๋วโปรโมชั่นลดราคาให้บริการผู้โดยสารบ่อยๆ ด้วย พอเลือกสายการบินได้แล้ว ก็เข้าไปที่เว็บไซต์นั้นๆ เลือกวันเดินทาง จุดหมายปลายทาง ใส่จำนวนผู้โดยสาร แล้วคลิกที่ ‘ค้นหา’ ระบบก็จะโชว์ตารางเที่ยวบิน จากนั้นก็เลือกเที่ยวบินในเวลาที่เราต้องการ

ราคาตั๋วจะต่างกันนะ แบ่งเป็นราคาชั้นประหยัดกับราคาชั้นธุรกิจ ซึ่งแต่ละเที่ยวบินราคาก็ต่างกันไปอีก ถ้าบินเที่ยวเช้า ราคามักจะถูกกว่าเที่ยวบินช่วงสายๆ อีกทั้ง ราคาตั๋วยังผันผวนตามวัน ตั้งแต่จันทร์-อาทิตย์ ราคาแต่ละวันจะไม่เท่ากัน เลือกดีๆ ใช้เวลาศึกษาดูก่อน อย่าจองตั๋วตอนรีบๆ เด็ดขาด


คนเดินทางกลับต่างจังหวัดที่สนามบินดอนเมือง

2. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
พอเลือกเที่ยวบินเสร็จ ก็จะมีหน้าให้กรอกรายละเอียดผู้โดยสาร ก็กรอกไปให้ครบถ้วน โดยเฉพาะคำนำหน้า อย่าผิดเด็ดขาด ตัวสะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษก็ห้ามผิด วันเดือนปีเกิด ปีเกิดเป็นคริสตศักราชนะจ๊ะ ถ้ากรอกผิดแล้วเผลอจ่ายตังค์ไปแล้ว ต้องมาทำเรื่องแก้ไขชื่อใหม่ อาจจะเสียตังค์เพิ่มไม่รู้ตัว และใส่ข้อมูลการติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล

นอกจากนี้ สามารถเลือกที่นั่งเองได้ (มีค่าใช้จ่าย), สามารถเลือกประกันการเดินทางได้ (มีค่าใช้จ่าย), สามารถซื้อน้ำหนักกระเป๋าได้ (ค่ายหางแดงมีค่าใช้จ่าย แต่ค่ายนกยิ้มให้ฟรีน้ำหนักกระเป๋า 15 กก.) ส่วนกระเป๋าที่เราถือติดตัวขึ้นเครื่อง เรียกว่า Carry on bag ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กก.


ผู้โดยสารเดินทางโดยเครื่องบิน

เช็กอินหน้าเคาน์เตอร์

3. วิธีชำระเงิน
จากนั้นระบบจะมาที่หน้าการชำระเงิน ส่วนใหญ่เป็นการชำระผ่านบัตรเครดิต แต่ถ้าไม่มีบัตรเครดิต ก็คลิกเลือกการชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสต่างๆ เช่น ตามร้านสะดวกซื้อเจ้าดัง หรือผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร เป็นต้น มีค่าบริการในการดำเนินการเพิ่มอีกเล็กน้อย (บอกแล้วมันยิบย่อย รอบคอบนิดนึงเนอะ) อ้อ! อีกอย่าง ชำระเงินไปแล้ว ขอเรียกคืนไม่ได้ทุกกรณีนะจ๊ะ จากนั้นจะมีอีเมลรายละเอียดเที่ยวบิน พร้อมหมายเลขการจองตั๋วส่งมาให้ ก็คลิกเข้าไปปริ๊น หรือกดเซฟหน้านั้นไว้ เช็กรายละเอียดให้เรียบร้อย


ผู้โดยสารทยอยขึ้นเครื่อง

4. วิธีเช็กอินก่อนขึ้นเครื่อง
ตอนนี้สะดวกสบายมากๆ ไม่ต้องไปรอเช็กอินหน้าเคาน์เตอร์สายการบินก่อนขึ้นเครื่องเป็นชั่วโมงๆ เพราะสามารถเช็กอินออนไลน์ หรือในแอพลิเคชั่นล่วงหน้าได้หลายวัน เข้าไปที่เว็บไซต์หรือแอพฯ ของสายการบินนั้นๆ แล้วคลิกเลือกที่ เช็กอินออนไลน์ จากนั้นเข้าไปกรอกนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ และหมายเลขการจองตั๋ว (Booking No.) แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย ง่ายมากๆ

Note : เมื่อจองตั๋วและชำระเงินแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารได้ ชื่อใครอยู่บนบัตรโดยสารคนนั้นต้องบินเองเท่านั้น
ถ้าคุณมีสิ่งของขนาดใหญ่ที่ไม่อยากเสี่ยงโหลดลงใต้เครื่อง สามารถซื้อที่นั่งให้สิ่งของเหล่านั้นได้ และไม่อนุญาตให้สัตว์ชนิดอื่นๆ (นอกจากสุนัขกับแมว) ขึ้นเครื่อง

 

เอ็กโซติกเพ็ทคาเฟ่ คาเฟ่เอาใจคนรักสัตว์แปลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661982

 

สำหรับใครที่ชื่นชอบการเลี้ยงสัตว์ หรือมีความสนใจในสัตว์แปลกๆ นอกเหนือจากบรรดาสุนัขและแมวทั่วไป มีคาเฟ่สัตว์แปลกตั้งอยู่ใจกลางกรุง ให้คนรักสัตว์ได้ไปใช้เวลาลองเล่น ลองศึกษากัน

เจ้าจิ้งจอกเมาคลี เป็นเฟนเนกตัวเล็กที่ชอบวิ่งซนดุ๊กดิ๊ก เลยมีชื่อเต็มๆ คือเมาคลีลูกหมาจิ้งจอก เป็นสมาชิกของร้าน The Animal cafe คาเฟ่สัตว์แปลก หรือ Exotic pet cafe แห่งใหม่ใจกลางกรุง

วันสว่าง บุญพิพัฒนาพงศ์ และอาทิตย์ สามัตถิยดีกุล สองหนุ่มเจ้าของร้านบอกว่า ปกติเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์แปลกอยู่แล้ว จึงเกิดไอเดียมาทำเป็นคาเฟ่

“ก็คุยกันว่ามาทำงานในสิ่งที่เราชอบดีไหม เราชอบเลี้ยงสัตว์เหมือนกัน ทำงานด้วยกันในสิ่งที่เรารักน่าจะสนุก น่าจะมีความสุขกับการทำงาน เราก็ชอบทานอาหารแบบที่เรากำลังขายในคาเฟ่ เราเลยอยากมาทำอาหารที่เราชอบเพื่อขาย เเล้วก็นำสัตว์ที่ดี ตัวที่น่ารักๆ ของเราที่เลี้ยงอยู่เเล้ว เเล้วอยากให้ลูกค้ามาเจอ ก็จะพามาอยู่ที่ร้านด้วย”




ไฮไลต์เด็ดของร้านนี้ คือแมวคาราคัลหูดำจากแอฟริกา เป็นฝาแฝดกัน ชื่อ ผักกาด กับ หัวหอม ค่ะ ซึ่งก่อนจะเข้าไปเล่นกับน้องๆ เเต่ละตัวได้ ต้องล้างมือให้สะอาด และเเจ้งเจ้าหน้าที่ทางร้านก่อนทุกครั้งค่ะ

ที่นี่ยังมีสัตว์แปลกหายากอื่นๆ อย่าง กบแพ็คแมน ปูเรดแอปเปิล หรือชินชิล่า สัตว์เมืองหนาวตระกูลฟันแทะ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีขนนุ่มที่สุดในโลก

เล่นกันจนเพลิน พักรับประทานของว่างเติมพลังก่อนได้ค่ะ อาหารที่นี่ราคาตั้งเเต่ 90 บาทไปจนถึง 400 บาท ส่วนเมนูเเนะนำคือไก่ทอดซอสบาร์บีคิวเกาหลี และเมนูแฮมเบอร์เกอร์

บริเวณชั้นล่างของร้านยังกั้นเป็นห้องที่อยู่ของสองนกฮูกเพื่อนซี้ต่างไซส์ เจ้าเฮดวิก กับ แฮร์รี่ ค่ะ ตั้งชื่อตามตัวละครจากภาพยนตร์ดัง ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ ที่ห้องนี้เลยทำเป็นคอนเซปต์ในโลกเวทมนต์ มีชุดพ่อมดแม่มดมาให้ใส่คอสเพลย์ถ่ายรูปคู่กับนกฮูกอยางใกล้ชิด เป็นอีกกิมมิกที่น่าสนใจของร้านค่ะ




หากลูกค้าคนไหนมาสวมชุดพ่อมดแม่มดถ่ายรูปคู่กับเจ้าเฮดวิกและแฮร์รี่ แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย จะได้รับส่วนลดค่าอาหารเพิ่มอีกร้อยละ 10

ใครที่อยากลองมาเล่นกับสัตว์เเปลกเหล่านี้ หรืออยากลองมาศึกษาก่อนวางแผนเลี้ยงเอง ก็สามารถมาได้ที่ The Animal cafe ตั้งอยู่ในซอยสาธุประดิษฐ์ 19 ถ.จันทน์ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 11.00-22.00 น.


ดูให้ฟิน เชียร์ให้มันส์ 7 ร้านดูบอล จอยักษ์เอาใจคอลูกหนัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ค. 2559 13:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658701

 

ศึกยูโร 2016 มาถึงนัดสุดท้าย นัดที่ 51 ซึ่งเป็นนัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง เจ้าภาพ ตราไก่ ฝรั่งเศส กระแสการแข่งขันฟุตบอลกำลังอยู่ในความสนใจของคนในสังคมแบบนี้ ไทยรัฐออนไลน์ขอเกาะกระแส หลายคนชอบออกมาเชียร์บอลกันในร้านนั่งชิล ชอบดูกันหลายๆ คนมากกว่าเชียร์อยู่กับบ้าน คุณคงกำลังมองหาร้านอาหาร ที่มีอาหารอร่อย มีทีวีจอใหญ่ๆ เราขอแนะนำ 7 ร้านอาหาร ที่เหมาะกับการเชียร์ฟุตบอลกับเพื่อนให้สนุก 

1.is am are


is am are

ตั้งอยู่ที่ ถนนจันทน์ ย่านสาทร เป็นร้านอาหารกึ่งผับ มีวงดนตรีเล่นสด เพื่อให้บรรยากาศที่ดูครึกครื้น เหมาะกับปาร์ตี้กันเป็นกลุ่มเพื่อน อาหารจานเด็ดแนวแซ่บ คือ ยำแซลมอล ซี้ด, เกี๊ยวห่อชีส, คอหมูทอด เป็นต้น เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 18:00-02:00 น.

2.CLOUD 47 Rooftop Bar & Bistro United Center Silom


CLOUD 47

ตั้งอยู่ที่ชั้น 47 ของตึก United Center ตรงข้ามโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน สะดวกกับคนทำงานย่านสีลม เลิกงานแล้วนัดเชียร์บอลกับเพื่อนในบรรยากาศชมวิวมุมสูง ร้านดูดีมีระดับมากๆ แต่ราคาอาหารเป็นมิตรและอร่อยถูกปาก เปิดให้บริการ ทุกวัน ตั้งแต่ 17:00-01:00 น.

3.Bar Nom


Bar Nom

ตั้งอยู่ที่ ซอยรามคำแหง 65 (ซอยมหาดไทย) ร้านนี้ อยู่ในแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ ค่อนข้างดูคึกคักคอนเซปต์ร้านให้บริการในบรรยากาศชิลๆ ราคาสบายกระเป๋ามากๆ มีดนตรีหลากหลายแนว อาหารอร่อยเหมาะสำหรับคนที่มาสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเป็นกลุ่มใหญ่ มีจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่เปิดให้ดูบอล ไปพร้อมๆ กับกินอาหารอร่อยและจิบเครื่องดื่มเย็นๆ เปิดให้บริการ ทุกวัน ตั้งแต่ 17:00-01:00 น.

4.กรู๊ฟอีฟนิ่ง


กรู๊ฟอีฟนิ่ง

ตั้งอยู่บนถนนบรมราชชนนี ย่านบางพลัด เหมาะสำหรับคนชอบบรรยากาศสบายๆ ชอบฟังเพลงแนวป๊อปทั่วไป คุยกันและดูบอลได้รู้เรื่อง เรื่องอาหารอร่อยรสชาติถือว่าดี ที่สำคัญให้ประมาณค่อนข้างเยอะ ในขณะที่ราคาไม่แพง เปิดให้บริการ ทุกวัน ตั้งแต่ 17:00-01:00 น.

5.ร้านนั่งเล่นวันวาน


ร้านนั่งเล่นวันวาน

ตั้งอยู่ที่ ถนนท่าน้ำนนท์-วัดโบสถ์ (พระราม5) ย่านนนทบุรี บรรยากาศร้าน ตกแต่งสไตล์ตะวันตกผสมตะวันออก มีความคูล นั่งสบาย ไฮไลต์คือ มีจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ให้เชียร์บอลแบบสะใจ อาหารอร่อย เป็นอีกร้านหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ สำหรับแฟนบอล เปิดให้บริการ ทุกวัน ตั้งแต่ 17:00-01:00 น.

6.ตามบาย 90S


ตามบาย 90S

ตั้งอยู่ที่ โครงการ Tree Square ทาวน์ อิน ทาวน์ ใกล้ๆ โรงเรียนบดินทรเดชา เป็นร้านที่ให้บริการอาหารสไตล์รสแซ่บ จานเด็ดคือ กุ้งแช่น้ำปลา เสือร้องไห้ การตกแต่งใช้โต๊ะไม้ในพื้นที่โอเพ่นแอร์ เพื่อให้มีบรรยากาศแบบกันเอง กินอาหารอร่อยไปพร้อมๆ กับเชียร์บอลได้อย่างสบาย เปิดให้บริการ ทุกวัน ตั้งแต่ 17:00-01:00 น.

7.เรื่องเหล้าเย็นนี้


เรื่องเหล้าเย็นนี้

ตั้งอยู่ที่ (ถ.นครอินทร์) ตลาดขวัญ ย่านนนทบุรี เป็นร้านนั่งชิลๆ ให้บริการอาหารในราคามาตรฐานทั่วไป ใครมาที่นี่ ขอแนะนำอาหารประเภท “ซีฟู้ด” เพราะทีนี่ถือว่าสดและน้ำจิ้มรสชาติเด็ดมาก สรุปภาพรวมแล้วบรรยากาศดี อาหารอร่อย เครื่องดื่มครบ และมีดนตรีเล่นสด เหมาะกับการมานั่งสังสรรค์ และเชียร์บอลกับเพื่อนมากๆ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 17:00-01:00 น.

 

ท้องฟ้าคราม พื้นล่างงดงาม ฝากรอยทาง รอยเท้า บนทะเลทราย มุยเน่ เวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/659226

 

มองมันแล้วหิวน้ำ บอกเขาแบบนั้น ไม่ได้หมายถึง ‘เรื่องกระหาย’ เป็นหลัก, แวบแรกกระหายน้ำน่ะใช่ แต่กำลังจะชื่นชมด้วยหัวใจว่าถ่ายภาพมาสื่อความหมายได้ไกลอย่างกับเราเดินทางไปที่ตรงนั้นจริงๆ

“ผมว่ามันสวย มันเหมือนสะกดสายตา มันอลังการไปทั้งหมด ที่สำคัญ ทุกๆ ครั้งที่เราเดินผ่านมัน จะทิ้งรอยเท้าเอาไว้ ผมชอบมองรอยเท้าในทางเดิน มันเหมือนกับเมื่อก่อนผมยังหาตัวเองไม่เจอ แต่ยิ่งเติบโต รอยเท้ายิ่งชัดเจน เหมือนหันไปมองรอยเท้าบนทะเลทรายครั้งนี้ แม้จะถูกลมพัดหายไป”

‘แต่ยังไงมันชัดกว่าการย่ำบนคอนกรีตแน่นอน’

ฟังแล้วคล้ายปรัชญา ฟังแล้วน่ากลับมาไตร่ตรอง ความต้องการที่เป็นสัจธรรม เด็กๆ อาจจะมีความฝันที่ต้องการอย่างหนึ่ง เติบโตเป็นหนุ่มสาวมีพลังมากมายก็จะเปลี่ยนโลก พอเติบใหญ่ก็เข้าใจทำนองแต่ไม่ยอมแพ้ เพียงแต่ว่ารู้และตกผลึก

แม้จะช้า แต่ชัดเจน รู้ว่าเราแค่คนคนเดียวอาจจะเปลี่ยนโลกทั้งใบไม่ได้ แต่อย่างน้อยๆ ถ้าเราไม่ ‘ลงมือทำ’ อะไร โลกมันก็ถูกทำร้ายทุกวัน แล้วอนาคตจะมีสิ่งดีๆ มีพื้นที่สีเขียว มีท้องฟ้าที่ยังสดใส มีน้ำจิตน้ำใจให้แก่คนและสังคมได้อย่างไร ทำเอาเท่าที่ทำได้ แต่ไม่ใช่หมดหวังตั้งแต่ยังไม่เร่ิมทำอะไร ฯลฯ

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ ตฤณ จันทร์สว่าง อดีตช่างภาพไทยรัฐออนไลน์ เก็บภาพมาจากมุยเน่ เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นเมืองที่ไม่เพียงมีทะเลทรายพื้นที่สูงต่ำ ยังมีแม่น้ำที่งดงาม พื้นน้ำและท้องฟ้างดงามสีเดียวกัน เป็นเมืองที่ไม่ว่าจะไปกี่ครั้งก็เหมือนถูกสะกด สะกดให้หลงรัก รับประกัน















**รู้ไว้ใช่ว่า**

มุยเน่ ถือว่าเป็นดินแดนแห่งทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับต้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดบิ่ญถ่วน ประเทศเวียดนาม ห่างจากเมืองโฮจิมินห์ ประมาณ 230 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ที่นี่เป็นชื่อของเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม ที่งดงามมากมาย มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นพื้นน้ำ และทะเลทรายที่งดงาม

 

ไปดูกับตา ภูทับเบิก…ยังน่าเที่ยวอยู่อีกไหม?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 9 ก.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/655181

 

“ภูทับเบิก” ในวันนี้หลังจากที่เป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับถึงสภาพของสถานที่เที่ยวที่ถูกบุกรุกสร้างโฮมสเตย์จนทำลายความงดงามตามธรรมชาติไปเยอะมาก ขึ้นไปทีรถติดนานนับหลายชั่วโมง ขยะที่ถูกทิ้งอีกเพียบ เคยสงสัยไหมครับว่าแล้วตอนนี้ล่ะ 1 ใน UNSEEN THAILAND ที่ใครๆ หลายคนอยากไปชมทะเลหมอกกันนั้นมันยังมีเสน่ห์น่าไปเยือนในหน้าฝนอีกไหม “แบกกล้องเที่ยว” ขออาสาพาไปชมครับ


ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสำรวจท่องเที่ยวได้ไม่นานนัก แต่ก็สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ไปเยือนได้เป็นอย่างมาก ด้วยระดับความสูง 1,768 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อุณหภูมิที่หนาวเย็นทั้งปีบนยอดภู และไร่กะหล่ำปลี ที่กว้างใหญ่สุดลูกตา กินบริเวณยอดภูหลายลูก





ชาวม้งที่นี่มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก พืชผักที่มีการปลูกมากที่สุดก็คือ กะหล่ำปลี ซึ่งมีการจัดสรรที่ดินทำกินสำหรับการปลูกกะหล่ำปลีหลายพันไร่บนยอดเขาสูง ทำให้ในช่วงฤดูฝน มีกะหล่ำปลีผุดขึ้นละลานตาเต็มภูเขา โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ของทุกปี และยังเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของที่นี่ด้วย





นอกจากนี้ ในยามค่ำคืนยังมองเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในอำเภอหล่มสัก ที่อยู่เบื้องล่าง เปรียบได้กับ “ดาวบนดิน” จากสภาพดังกล่าว ทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น วิถีชีวิตชาวเขา และแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ภายใต้คำกล่าวที่ว่า “นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน” โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณหมู่บ้านทับเบิกและจุดชมวิว มีบ้านพัก เต็นท์ และร้านอาหารเปิดบริการแก่นักท่องเที่ยว หรือหากนำเต็นท์มาเองก็สามารถติดต่อขอเช่าสถานที่สำหรับกางเต็นท์ในจุดที่ทางวิสาหกิจชุมชนเตรียมไว้ให้  โดยมีค่าบำรุงสถานที่เล็กน้อย





จุดเด่นที่สุดของภูทับเบิก คือ การชมวิวได้รอบทิศ 360 องศา เหนือบรรดาเมฆหมอกที่ลอยอยู่รอบๆ และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีวัดป่าบ้านทับเบิก เป็นจุดท่องเที่ยว และจุดชมวิวที่สำคัญภายในหมู่บ้าน เคยเป็นจุดที่ใช้รองน้ำค้างกลางหาว ที่นำไปทำน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อประกอบพิธีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ โดยวัดตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผา ติดกับอำเภอหล่มเก่า ทำให้มองเห็นวิวในมุมสูงได้กว้างไกลมาก





สำหรับการเดินทางต้องไปด้วยรถส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งสามารถขึ้นเขาได้ทั้งรถเก๋ง และรถกระบะ ถึงเพชรบูรณ์ ผ่านตัวเมืองมุ่งหน้าไปทาง อ.หล่มสัก ก่อนถึงแยกพ่อขุนประมาณ 10 กม. ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองสาย 21 หากตรงไปจะขึ้นไปเขาค้อ และพิษณุโลก ให้เลี้ยวขวา เข้าถนนสาย 2372 มีป้ายบอกทางภูทับเบิก-ภูหินร่องกล้า ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงหมายเลข 2331 ไปภูทับเบิก เมื่อถึงสามแยกที่มีป้ายอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าให้เลี้ยวขวา ไม่ต้องเข้าไปในอุทยาน แล้วขับตรงไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร จากนั้นให้เลี้ยวขวาขึ้นไปยังจุดชมวิว ขับไปประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงลานจอดรถ จากนั้นก็เดินเท้าประมาณ 100 เมตร ก็จะถึงจุดชมวิว



แม้จะถูกทำร้ายไปบ้าง แต่รับรองว่ามาค้างที่นี่สักคืน จะเป็นประสบการณ์วิเศษที่จะลืมไม่ลงทีเดียว เพราะภูทับเบิกยังสวยและมีเสน่ห์ไม่ต่างจากเดิมจริงๆ…

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.facebook.com/baagklong

 

‘รังสิต-นครนายก’ เที่ยวใกล้ๆ…สนุกเกินร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658177

 

วิวสวยที่อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ.

ในวันที่ไอดินกลิ่นฝนเย้ายวนหัวใจให้โลดแล่นอยากออกไปสูดโอโซนใกล้ๆกรุงเทพฯ…แบบที่ไม่ใช่การพักผ่อนชายทะเลแบบเดิมๆ แต่เป็นบรรยากาศทุ่งนา ป่าเขา น้ำตก ประมาณแอดเวนเจอร์เล็กๆ แล้วจบลงที่การผ่อนคลายด้วยการนวดหรือสปา

ไปไหนดีน้า….!!

“นครนายก…สิคะ” อู๋ …เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผอ.กองตลาดภาคตะวันออก ททท. ส่งเสียงตามสายแนะนำการท่องเที่ยวแบบชิลๆ แต่ได้ครบทุกบรรยากาศ แถมยังอาสาพานำทัวร์ด้วยตัวเอง…อีกด้วย


อีกมุมเก๋ของร้านกาแฟกับต้นไม้.

กาแฟขม..หอมกรุ่น.

แล้วจะรออะไรเล่า เก็บกระเป๋าไปนครนายกกันดีกว่า…!

ออกจาก กทม.แต่เช้า ขับรถเลียบคลองรังสิต ที่แม้จะมีบ้านจัดสรร คอนโดฯ หลายขนาดเบียดตัวแทรกพื้นที่คลองจนหนา แน่น แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือสารพัดโก ที่เป็นเสน่ห์สีสันของคลองซึ่งขุดขึ้นเป็นคลองหลักในการพัฒนา ที่ดินขนาดใหญ่ ตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ประปราย แม้จะไม่ใช่เรือเล็กๆเร่ขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 สตางค์เหมือนสมัยก่อนแล้วก็ตาม…

และเพราะงานนี้จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่นครนายก จึงขอข้ามเมนูก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตไปก่อน แต่แวะเติมคาเฟอีนเบาๆกันที่ร้านกาแฟกับต้นไม้ รังสิต คลอง 15 ร้านกาแฟแบบชิคๆ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้วินเทจย้อนยุค เข้าซอยหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับคลอง 15 ไปเพียง 1 กิโลเมตร… ต้องบอกว่าเป็นการจิบกาแฟขมริมคลองที่ให้อารมณ์ฟินแบบสุดๆ ออกจากร้านกาแฟ ยังพอมีเวลา เลยแวะชมไม้ดอก ไม้ประดับ ตุ๊กตาตกแต่งสวนละลานตาที่ตลาดต้นไม้ ที่ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แถมยังเป็น Unseen Thailand เพราะตลาดขายต้นไม้ที่นี่ยาวกว่า 8 กิโลเมตร จะหาตลาดแบบนี้ที่ไหนคงไม่ได้อีกแล้ว…


ตุ๊กตาหมา ไก่ กระต่าย กบ ที่ตลาดต้นไม้รังสิตคลอง 15.

เก้าอี้ไม้มะม่วง.

จากตลาดต้นไม้ สำนักงาน ททท.นครนายก ภูมิใจนำเสนอผลิตภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์จากไม้มะม่วง ที่คนไทยอาจไม่ค่อยรู้จักแต่กลับโด่งดังไปถึงเมืองนอกเมืองนาโน่น….

อุดม พัชรพนาวีร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทครีเอทีฟ เวิลด์ วาย วู้ดส์ จำกัด บอกว่า สมัยก่อนไม้มะม่วงถือเป็นไม้เนื้ออ่อน อย่างมากก็แค่เอามาทำฟืน แต่หลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 ทำให้เกิดไอเดียที่จะนำไม้ที่เหลือทิ้งจากภาคเกษตรมาต่อยอดทำเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ไม้มะม่วง เป็นหนึ่งในไม้ที่ถูกนำมาต่อยอดเป็นไม้ที่มีความพิเศษ คือ มียางที่เสมือนหนึ่งเป็นกาวเชื่อมติดกันเป็นชิ้นส่วนต่างๆได้เอง ทำให้สามารถนำมาขึ้นรูปตัดแต่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์แบบชิ้นเดียวในโลกได้…ซึ่งดูแล้วก็เก๋จริงๆ สินค้าของที่นี่ส่งออกไปในหลายประเทศ….


สปาเกลือ..แห่งแรกของประเทศไทยที่ วังรี รีสอร์ต.

ใกล้นครนายกเข้าไปเรื่อยๆ ด้วยโครงการดีๆ I love local ผอ.อู๋…ภูมิใจนำเสนออาหารบ้านๆแต่รสชาติไม่ธรรมดา ที่ ร้านไก่ย่างดี-ดี ร้านอาหารขึ้นชื่อของเมืองนครนายก ที่มีเมนูเด็ดนอกจากไก่ย่างหอมกรุ่นคลุกเคล้าเครื่องเทศได้ที่ ย่างด้วยไฟกำลังดี จนเป็นไก่ย่างที่อร่อยใน 3 โลกแล้ว ยังมีอีสานจานเด็ดที่ต้องไม่พลาดอีกหลายอย่างทั้ง ปลาช่อนเผาสูตรเด็ด ตำถั่วหมูกรอบ ส้มตำไม่ต้องพูดถึง แซ่บนัวเกินห้ามใจ ซดแกงอ่อมร้อนๆปิดท้าย…ให้สามคำว่า มันยอดมาก…จริงๆ

และเพื่อไม่ให้เกิดอาการหนังท้องตึง หนังตาหย่อน ททท.เขาเลยปลุกให้ตื่นด้วยการนำเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์เล็กๆที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งมีกิจกรรมให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ ขี่จักรยาน ยิงปืน เพนต์บอล ยิงธนู หรือแม้แต่จะโรยตัวข้ามน้ำพิสูจน์ความใจถึง…ก็ไม่ว่ากัน แถมด้วยศึกษาเรียนรู้ความเป็นมาของสถานศึกษาที่เป็นแหล่งผลิตนายทหาร แม่ทัพ และผู้นำประเทศ ที่พิพิธภัณฑ์ จปร.100 ปี…รับรองว่ามีอีกหลายเรื่องในประเทศนี้ที่เรายังไม่รู้…แต่ควรรู้


ททท.พาเที่ยว.

รถ ATV คันเก่งขับเที่ยวป่าแบบชิลๆ.

ปิดทริปวันแรกกันที่ วังรี คีรียา สปาเกลือแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีบริการอบเกลือในถ้ำเกลือซึ่งทำจากเกลือบริสุทธิ์ ที่ผ่านการเผาด้วยความร้อนสูงถึง 1,000 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง การบำบัดโรคด้วยเกลือหรือเกลือบำบัด (Salt Therapy) นี้เป็นศาสตร์โบราณของคนในแถบยุโรปตะวันออก แต่เราไม่ต้องบินไปไกลถึงที่นั่น เพราะสปาเกลือที่วังรี รีสอร์ต ใช้หลักการเดียวกัน ว่ากันว่านอกจากขับสารพิษออกจากร่างกายทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสแล้ว การทำสปาเกลือยังช่วยบำบัดอาการของโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง หอบ ภูมิแพ้ ไซนัส แพ้ฝุ่นละอองเกสรได้อีกด้วย…

กู๊ด มอร์นิ่ง… นครนายก กันที่ อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ ที่มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติ มีถนนลาดยางรอบอ่าง ชาวบ้าน
ที่นี่บอกว่าน้ำในอ่างเก็บน้ำมีตลอดปี…วิวสวยมาก เหมือนเมืองนอกเลยทีเดียว ถ้าอยากจะสูดอากาศบริสุทธิ์แบบใกล้ๆกรุงเทพฯ ก็ต้องที่นี่ล่ะ…แถมบางช่วงยังมีกิจกรรมให้เล่นเรือกรรเชียง เรือแคนูน้ำเรียบ และวินด์เซิร์ฟในอ่างเก็บน้ำด้วย…เก๋ปะล่ะ..!!

ความมันส์ยังไม่หมด…ต่อกันอีกกับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬาและผจญภัยที่ RATV บนถนน 3049 นางรอง-สาริกา ที่รวมเอากิจกรรมแอดเวนเจอร์แบบจัดเต็มทั้งขับรถเอทีวีผ่านธารน้ำ ชมสวนกวาง และสวนผลไม้บนพื้นที่กว่า 500 ไร่…

ปิดท้ายทริปกันที่เขื่อนขุนด่านปราการชล ที่หลายคนอาจรู้เพียงแค่ว่าเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แต่จริงๆแล้วคำว่า “ขุนด่าน” มีความหมายมากกว่า เพราะเป็นตำแหน่งผู้ดูแลเขตแดนประจำเมืองหน้าด่าน ซึ่งที่นครนายก…นี้ ตำนานขุนด่านเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจเพราะมีวีรกรรมของการต่อต้านทัพพระยาละแวกไม่ให้เข้าไปตีกรุงศรีอยุธยา อัฐิของท่าน ขุนพิทักษ์ไพรวัน ซึ่งเป็นขุนด่านเมืองนครนายกยังอยู่ที่นี่…ถ้าแวะมาเที่ยวเขื่อนก็อย่าลืมแวะไปกราบท่านที่ศาลเจ้าพ่อขุนด่านด้วย…เพราะท่านเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อบ้านเมืองจริงๆ


ไก่ย่างรสอร่อยขั้นเทพ..ที่ร้านดี-ดีไก่ย่าง.

ตำถั่วหมูกรอบ..อีกหนึ่งเมนูเด็ด.

ก่อนกลับแนะนำให้แวะที่ พ.ฟาร์ม อ.บ้านนา จ.นครนายก ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ มีจุดขายคือ “เมล่อน” ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปตัดลูกเมล่อนเองได้จากต้น หรือจะอุดหนุนขนมอร่อยๆจากเมล่อน โดยเฉพาะไอศกรีมโฮมเมดจากเมล่อน…แนะนำเลยว่าต้องลอง…

ชาร์จไฟใส่ชีวิตเต็มที่กับ 2 วัน 1 คืนที่นครนายก…พูดไปก็ไม่น่าเชื่อ ใกล้กรุงเทพฯแค่นี้…แต่มีเรื่องราวให้สนุกได้เกินร้อย…แล้วแบบนี้คนไทยทำไมไม่เที่ยวเมืองไทยกันเล่า…!!!!!!

 

ลดจริงจังมาก! ส่อง 8 โปรโมชั่นสุดจี๊ด ไอเทมน่าช็อป ยกมาเสิร์ฟถึงมือ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/657272

 

กลับมาเจอกันอีกเช่นเคยจ้า สัปดาห์นี้ ต้อนรับต้นเดือนกรกฎาคม 2559 งานสินค้าลดราคา และโปรโมชั่นดีๆ ที่เริดกว่าเดิม…

ปฏิทินไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้จะพาคุณไปช็อปชิลๆ กับสินค้าเสื้อผ้า รองเท้ากีฬา และอุปกรณ์กีฬาลดราคาแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะรองเท้ามีแบรนด์ดังๆ มาให้เลือกช็อปเพียบ นอกจากนี้ ก็มีไอเทมเด็ดน่าลอง และงานวิ่งเพื่อคนรักสุขภาพ

เอาล่ะ ไม่รอช้า มาเช็กลิสต์กันเลยดีกว่า

1. Factory Outlet Sale


รองเท้ากีฬา เชิญทางนี้

วันนี้-15 ก.ค. 2559 ชวนไปช็อปรองเท้าแบรนด์ดังในงาน “New Balance and Skechers Factory Outlet Sale” ณ ชั้น 3 บางกอก แฟชั่นเอาท์เล็ท ตึก Jewelry Trade Center สีลม ภายในงานพบกับ สินค้า New Balance และ Skechers ราคาพิเศษ มีหลายรุ่นหลายแบบ ให้เลือกชมเลือกช็อป สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย

2. Clearance Sale Up to 70%


ลดราคาจัดหนักไปอีก

วันนี้-16 ก.ค. 2559 ชวนคนรักกอล์ฟไปช็อปที่ “Clearance Sale Up to 70% : Only Golf Mid Year Sales” ณ ศูนย์การค้าธนิยะพลาซา ถนนสีลม พบกับ ไม้กอล์ฟ Taylor Made รุ่นใหม่และรุ่นเก่า เสื้อผ้ารองเท้า Adidas ลดตั้งแต่ 20%-70% พร้อมรับส่วนลด On Top 10% สำหรับสินค้ารุ่นใหม่โดยไม่ต้องมีบัตร หรือตัด Point ใดๆ ทั้งสิ้น

3. CENTRAL HOTTEST FASHION CLEARANCE SALE


สาวๆ มาช็อปเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ราคาสุดคุ้ม

วันนี้-17 ก.ค. 2559 ชวนสาวๆ มาช็อปทิ้งท้ายในงาน “CENTRAL HOTTEST FASHION CLEARANCE SALE” ณ ชั้น 3 โซนอีเวนต์ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม ภายในงานพบกับ สินค้าแบรนด์ดังราคาลดกระหน่ำสุดๆ มีทั้งสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า, ชุดชั้นใน, เครื่องประดับบุรุษ และสตรี ลดสูงสุด 80% พร้อมลดเพิ่มสูงสุดอีก 15% เมื่อใช้คะแนนบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

4. Bleu Blanc Rouge


เอแคลร์ฝรั่งเศส

วันที่ 14-17 ก.ค. 2559 เอแคลร์เลิฟเวอร์ห้ามพลาด “Bleu Blanc Rouge” (เบลอ บลองก์ รูฌ” ณ ร้าน FAUCHON (โฟชอง) ร้านอาหารและขนมหวานชื่อดังจากฝรั่งเศส สาขาเอ็มควอเทียร์ ชั้น G อาคาร The Helix Quartier และสาขาสยามพารากอน ชั้น G

พบกับ เมนูเอแคลร์ลายพิเศษ “Bleu Blanc Rouge” (แปลว่า สีน้ำเงิน สีขาว สีแดง) เพื่อร่วมฉลองโอกาสวันชาติฝรั่งเศสที่กำลังจะมาถึงนี้ แต่งแต้มหน้าเอแคลร์ด้วยช็อกโกแลตเป็นลายธงชาติฝรั่งเศส ด้านในสอดไส้ด้วยครีมคัสตาร์ดมิลเฟยวานิลลา สูตรเฉพาะของโฟชอง ผสมสตรอเบอร์รี่สด พิเศษในราคาชิ้นละ 185 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2003-6033-4, 0-2610-7802

5. ไทยสมายล์ฉลอง 4 ปี


ฉลองครบ 4 ปีแล้วจ้า

วันนี้-13 ก.ค. 2559 สายการบินไทยสมายล์ฉลองครบ 4 ปี จัดเมนูพิเศษขอบคุณลูกค้าด้วย “มาการอง โรงแรมดาราเทวี” บรรจุในกล่องและถุงกระดาษสวยงาม เพื่อบริการผู้โดยสารทุกท่าน ทุกเที่ยวบิน (ยกเว้น WE 272, WE 153 และ WE167) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.thaismilleair.com สอบถามโทร Smile Call Center 0-2118-8888 หรือ 1181

6. ไอเทมท้าแดด


กันแดดสูตรใหม่ ลองยัง?

วันนี้ ชวนสาวๆ มาช็อปไอเทมสู้แดด ปกป้องผิวหน้าไม่ให้หมองคล้ำ “BSC Expert White Genius Sunscreen Cooling Effect” ณ เคาน์เตอร์ BSC ทุกสาขา พบกับนวัตกรรมครีมกันแดดสูตรใหม่ล่าสุด คิดค้นพัฒนามากกว่า 2 ปี ที่สามารถช่วยปรับลดอุณหภูมิผิว ให้ผิวหน้ารู้สึกเย็นสบาย ไม่แสบร้อน เมื่อต้องเผชิญกับแสงแดด

ด้วยสูตร Sunscreen SPF50 PA++++ มีสารสกัด Water Lily Extract จากฝรั่งเศส ที่ช่วยปรับลดอุณหภูมิผิวได้มากถึง 1 องศา ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวไม่แห้งกร้าน ไม่แสบร้อน ไม่เหนอะหนะ ใช้เทคโนโลยี Gluta-Phyto ที่ยับยั้งการสร้างเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ช่วยให้ผิวกระจ่างใส

7. OR ROUGE UV PROTECTION


ไอเทมเด็ด สาวๆ ห้ามพลาด

วันนี้ ชวนสาวๆ เลือกช็อปไอเทมเกรดพรีเมียม “OR ROUGE UV PROTECTION” ณ เคาน์เตอร์ อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้ ทุกสาขา พบกับนวัตกรรมแห่งการปกป้องผิวจากรังสียูวี พร้อมแอนตี้ออกซิแดนท์ “อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้” ป้องกันรังสียูวีเอทั้งคลื่นสั้นและคลื่นยาว และรังสียูวีบี พร้อมสารสกัดจากเชีย ซีดเค้ก และจีเอฟซี คอมเพล็กซ์ ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง นุ่มนวล และเรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ขึ้น

สูตรนี้ UV PROTECTION SPF 50/PA+++ เนื้อครีมซึมซาบเร็ว คืนความสดชื่น ชุ่มชื่น สบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีส่วนผสมของเกสรเพศเมียจากดอกแซฟฟรอน จากเทือกเขาแอตลาส ในเขตประเทศโมร็อกโก ช่วยลดเลือนความร่วงโรยของผิว จากการค้นคว้าวิจัยพบว่า โครชิน เป็นไกลแคนชนิดพิเศษในแซฟฟรอน มีคุณสมบัติแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยฟื้นฟูความร่วงโรยของผิวให้สูงกว่าที่เคย และปกป้องผิวจากมลภาวะ

8. Robinson Suzuki Green Run


นักวิ่งไปเจอกันนะ

วันที่ 10 ก.ค. 2559 ชวนขาวิ่งมาพบปะกันในงาน “Robinson Suzuki Green Run” ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน (เข้าทางประตู 3 เท่านั้น จะอยู่ใกล้บริเวณลงทะเบียนและลานจอดรถ) พบกับมหกรรมการวิ่งเพื่อสนับสนุนการปลูกป่า ร่วมกันสร้างป่าต้นน้ำ ภายใต้คอนเซปต์ “Run for the tree” 1 คนวิ่ง เท่ากับ คืนต้นไม้สู่ป่า 1 ต้น

กิจกรรมนี้ จะเกิดขึ้นพร้อมกันมากถึง 17 สนาม ณ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ 17 สาขา ทั่วประเทศ ภายในงาน มีดาราศิลปินชื่อดังมาร่วมวิ่งด้วยมากมาย เช่น ต้าร์ นาวิน เยาวพลกุล, หนุ่มบี้ KPN ธรรศภาคย์ ชี, ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ และ ครอบครัวหัสดีวิจิตร นำโดย โย ยศวดี ปล่อยตัวนักวิ่งเวลา 05.00-08.30 น.

ที่มาภาพบางส่วน : supersportsTHANIYA PLAZACentral