ส่องคู่มือเที่ยว 5 ข้อ เมืองลับแล ปั่นสนุกสุดคูล ชิมทุเรียนอร่อยขั้นเทพ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/637910

 

หน้าฝนปีนี้ เรามีสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งมานำเสนอ โดยเฉพาะใครที่ชอบกินทุเรียนหลง-หลินลับแลล่ะก็…ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะเทศกาลทุเรียนแสนอร่อยแห่งปีได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

นอกจากจะพาไปชิมทุเรียนแล้ว ยังสามารถปั่นจักรยานชิลๆ ชมเมืองลับแลได้อีกด้วย ยิ่งตอนนี้นะ เมืองลับแลเขามีร้านกาแฟ และโรงแรมบูติกสุดคูลเพิ่มขึ้นมาหลายแห่ง คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศ พร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับการเที่ยวเมืองลับแล มาฝากกัน

ส่วนจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามมาทางนี้เลย!

1. ตลาดหัวดง ตามหาหลง-หลินลับแล

มาถึงลับแลทั้งที เราไม่รอช้า พุ่งตรงไปที่ของอร่อยขึ้นชื่ออย่าง ทุเรียนหลง-หลินลับแล ก่อนเลย ได้พูดคุยกับทั้งเจ้าของสวนทุเรียน และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดหัวดง ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้ฝนแล้ง ทำให้ทุเรียนออกผลน้อย และมีขนาดเล็กลงกว่าปกติในรอบ 10 ปี


เราชิมลูกที่ผ่านี่เลย ถึงจะลูกเล็ก แต่หวาน มัน อร่อย

แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีข้อดีอยู่ ก็คือ ทุเรียนรุ่นแรกนี้จะมีความหวานอร่อยมากที่สุด พอฝนตกถี่ขึ้น มีน้ำมาเลี้ยงต้นทุเรียนมากขึ้น จะทำให้ทุเรียนรุ่นที่ 2 และ 3 มีขนาดผลใหญ่ขึ้นตามลำดับ แต่รสชาติไม่หวานเท่ารุ่นแรก

มันก็ได้อย่างเสียอย่างอะนะ วันที่เราไปเที่ยว หลงลับแลอยู่ที่กิโลละ 400 บาท ส่วนหลินลับแล (อร่อยกว่าหลงลับแล) อยู่ที่กิโลละ 600-700 บาท เราเลยจัดหลงลับแลมาชิม 1 ลูกย่อมๆ หนักไม่ถึงกิโล (ลูกเล็กลงจริงๆ ด้วยอะ) จ่ายค่าเสียหายไป 280 บาท อร่อย กลิ่นไม่แรง เนื้อเนียนละเอียด หวานมัน โอว…มันเริ่ดค่ะ


ซ้ายสุดคือหมอนทอง ตรงกลางคือหลง ขวาสุดคือหลิน

2. ปั่นเที่ยวรอบเมือง

จากนั้นก็ไปเที่ยวต่อ โดยการปั่นจักรยานชมเมือง เริ่มต้นที่ ศูนย์บริการการท่องเที่ยวเมืองลับแล ที่นี่มีจักรยานไว้บริการนักท่องเที่ยวนะจ๊ะ จากนั้นก็ปั่นเข้าซุ้มประตูเมืองกันเลย ปั่นเข้าไปที่หน้าตลาด แวะไปสักการะอนุสาวรีย์ พระศรีพนมมาศ พ่อเมืองคนแรกของลับแล จากนั้นก็ปั่นลัดเลาะเข้าไปในซอยเล็กๆ เพื่อไปชิมของกินพื้นเมืองของที่นี่


เริ่มปั่นจากที่นี่เป็นจุดแรกจ้า!

เข้าสู่เมืองห้ามพูดโกหกกันแล้วนะคร้าบ…

ปั่นเข้าไปในย่านตลาด ระวังรถนิดนึง

3. ชิมของกินพื้นเมือง

นอกจากทุเรียนหอมหวานแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารพื้นเมืองจานเด็ดอยู่ 2-3 อย่าง ได้แก่
– ข้าวแคบ : ลักษณะเหมือนข้าวเกรียบปากหม้อ นำข้าวที่โม่ผสมน้ำ มาละเลงเป็นแผ่นบางๆ บนหม้อน้ำเดือด นึ่งจนสุก แล้วนำไปตากแห้ง เก็บไว้กินได้นาน สามารถนำไปย่างไฟกลายเป็นข้าวเกรียบว่าว หรือเอาไปห่อเส้นหมี่เป็นหมี่พันก็ได้


ข้าวแคบตากเรียงรายจนแห้ง

สองสาวปั่นมาชิมข้าวแคบที่ทำให้ดูสดๆ

– ข้าวพันผัก : เป็นข้าวเกรียบปากหม้ออย่างหนึ่ง แต่ไส้ด้านในเป็นผักหั่นฝอยหลากชนิด นึ่งจนสุก ตวัดแผ่นแป้งห่อพันผักให้มิด ตักลงใส่จาน จากนั้นโรยเครื่องเคราต่างๆ ลงไป ทำได้หลายเมนู เช่น ข้าวพันผักเนื้อตุ๋น ข้าวพันผักไข่ดาว ข้าวพันผักหมูแดง


ข้าวพันผักหมูแดง

– หมี่พัน : นำข้าวแคบมาต่อยอด ทำเป็นเมนูของว่าง พกไปกินเวลาเดินทางไกลได้สะดวก นำเส้นหมี่ขาวที่ลวกสุกแล้ว มาปรุงรสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด คล้ายยำ จากนั้นนำไปห่อพันด้วยข้าวแคบตากแห้ง


หมี่พัน หน้าตาเป็นแบบนี้ ออริจินอล!

4. ร้านกาแฟสุดคูล

ปั่นๆ ไประหว่างทางจะเห็นว่ามีร้านกาแฟเก๋ๆ อยู่หลายร้าน คราวนี้เราได้แวะไปชมไปชิมอยู่ 2 ร้าน คือ ร้านลับแลม่วนใจ๋ เป็นร้านเล็กๆ ซ่อนอยู่ภายในหมู่บ้าน มีภาพสตรีทอาร์ตเก๋ๆ อยู่ด้านใน และอีกร้าน คือ ลับแล คลับ ไวไฟ คาเฟ่ อยู่ริมถนนก่อนเข้าประตูเมืองลับแล ทั้งสองร้านบรรยากาศดี นั่งสบาย ชิลๆ


ชิคๆ

ร้านกาแฟขนาดเล็ก แต่บรรยากาศดี

ร้านเก๋ๆ ก็มีให้นั่งชิล

5. ประทับตราแลกของที่ระลึก

สำหรับเส้นทางการปั่นจักรยานเที่ยวเมืองลับแลนั้น คุณสามารถขอสมุดประทับตราเพื่อท่องเที่ยวไปตามจุดต่างๆ แล้วเก็บสะสมตราประทับให้ครบทุกจุด จากนั้นนำสมุดมาแลกของที่ระลึกได้ฟรี อย่างของเราเอาสมุดไปแลกมาคือ ไฟติดรถจักรยาน ใครเป็นนักปั่นตัวยงอยู่แล้วก็คงได้ใช้แน่ๆ เก๋ดีมีประโยชน์ ใครอยากมาเที่ยวชิลๆ แบบนี้ อย่าลืมแวะมาที่เมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์ นะจ๊ะ


ประทับตราให้ครบทุกจุดนะ

เราจอดจักรยานไว้ที่หน้าร้าน

สั่งแบบโปะไข่ดาวเพิ่มก็ได้

เนื้อตุ๋นและลูกชิ้น

ร้านข้าวพันผักอินดี้

มหึมานะจ๊ะ! 10 รู้จักเวิลด์พีซวัลเล่ย์ ธรรมกายในหุบเขาสุดอลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653032

 

เป็นที่จับตามองไม่น้อย สำหรับศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเล่ย์ ที่มีข่าวลือกันว่าเป็น วัดธรรมกายสาขาใหม่ กำลังดำเนินการก่อสร้างขึ้นกลางป่าเขาใหญ่ งานนี้ก็ไม่วายกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล ไม่ช้าไม่นานสายเผือกโซเชียลก็เริ่มขุดคุ้ยเบื้องหลังออกมาเรื่อยๆ

ล่าสุดมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ พม. เกี่ยวกับเอกสารการครอบครองพื้นที่ เนื่องจากพบว่าอาจมีการรุกล้ำพื้นที่เขตนิคมสร้างตนเองหรือที่ดิน ส.ป.ก. (ไม่สามารถซื้อขายได้) งานนี้ต้องติดตามความคืบหน้ากันอีกยาวๆ

ส่วนใครที่ยังสงสัยว่า เวิลด์พีซวัลเล่ย์ คือวัดธรรมกายสาขาสอง รีสอร์ต หรือคอนโดฯ หรูกันแน่? วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมข้อมูล 10 ข้อน่ารู้ มาให้ทราบกัน ตามมาอ่านทางนี้เลย

1. เวิลด์พีซวัลเล่ย์ (WORLD PEACE VALLEY) เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ 6 บ้านหนองจอก ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บนพื้นที่เกือบ 500 ไร่ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเทือกเขาของอุทยานฯ เขาใหญ่ ที่ดินบริเวณนี้ ถูกกว้านซื้อตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550-2552


อาคารก่อสร้างในแบบคอนโดมิเนียมหรู

2. มองจากภายนอกจะเห็นอาคารสูงหลายชั้น และที่โดดเด่น คือ มีอาคารลักษณะคล้ายจานบิน เหมือนกับที่วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ชาวบ้านแถวนั้นเรียกกันว่า ธรรมกายสาขาใหม่

3. เวิลด์พีซวัลเล่ย์ ก่อสร้างอาคารรวมทั้งหมด 27 อาคาร รวมตึกทรงจานบิน ส่วนอาคารสูงที่อยู่ติดกัน สร้างแบบคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่จำนวนหลายหลัง โครงการนี้เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2554 โดยสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก พักอาศัย แบ่งเป็น
– ตึกสูงขนาด 12 ชั้น จำนวน 10 อาคาร
– ตึกสูงขนาด 11 ชั้น จำนวน 3 อาคาร
– อาคารอบรม สัมมนา สูง 2 ชั้น 1 อาคาร
– ตึกสูง 3 ชั้น จำนวน 2 อาคาร
– ตึกสูง 2 ชั้น จำนวน 6 อาคาร
– ตึกสูงชั้นเดียวมี 1 อาคาร


อาคารทรงจานบิน

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอาคารหรู

4. พื้นที่บางส่วนของ เวิลด์พีซวัลเล่ย์ ตั้งอยู่บนเนินเขา ตกแต่งด้วยต้นไม้จำนวนมาก มีสระน้ำ ร่มรื่น มองจากระยะไกล เหมือนคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ สวยงาม น่าพัก มีการสร้างกำแพงปูนขนาดใหญ่ล้อมรอบทั้งหมด มีประตูขนาดใหญ่เป็นทางเข้าออกประตูเดียว ส่วนภายในห้องพักมีเครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำสะอาด และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

5. ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ เปิดให้ประชาชนเข้าไปปฏิบัติธรรมจำนวนมาก มีทั้งรถบัส รถตู้ มาจอดเต็มด้านนอก มีการเผยแพร่ตารางการเข้ามาฝึกปฏิบัติธรรม มีกิจกรรมต่างๆ เช่น การทำวัตรเช้า-ทำวัตรเย็น ออกกำลังกายยามเช้า การฟังธรรม แผ่เมตตา นั่งสมาธิ เป็นต้น


เปิดให้เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชม ตรวจสอบ

6. พื้นที่ภายในศูนย์ปฏิบัติธรรม แบ่งออกเป็น 3 โซน ในจำนวน 27 อาคาร อาคารที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ คือ อาคาร เวิลด์พีซ โซน 3 ที่กำลังก่อสร้างอยู่ สามารถรับรองผู้เข้าปฏิบัติธรรมได้กว่า 1,500 คน

7. มีความเคลื่อนไหวจาก ฝ่ายกฎหมายของศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเล่ย์ บอกว่า พื้นที่ทั้งหมดของศูนย์ปฏิบัติธรรมมีหลักฐานเอกสารสิทธิถูกต้อง โดยซื้อในนามมูลนิธิตะวันธรรม และการก่อสร้างเป็นของมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ได้รับการอนุมัติสร้างจาก อบต.บ้านโป่งตาลอง ยืนยันว่า ไม่ใช่สาขาของวัดพระธรรมกาย และไม่มีการรุกล้ำที่ดิน ส.ป.ก.


ตึกสูง 12 ชั้น มองเห็นเด่นมาแต่ไกล ในพื้นที่เขาใหญ่

8. ทาง พม. ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรม พบว่า จากพื้นที่ทั้งหมดมีการชี้แจงการครอบครองที่ดินจำนวน 290 กว่าไร่ มีการออกเอกสารและมีการโอนเป็นโฉนด และ นส.3ก. ให้กับมูลนิธิตะวันธรรม จำนวน 13 ฉบับ เมื่อปี 2550 และ 2553

9. ส่วนพื้นที่ 205 ไร่ นั้น ยังไม่พบเอกสารชี้แจงที่ดิน ทางศูนย์จะต้องนำมาแสดงเพิ่มเติมภายในวันที่ 4 กรกฎาคม 2559

10. ล่าสุดทาง ศูนย์ปฏิบัติธรรม ได้เปิดศูนย์ให้คณะเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รวมถึงสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมอาคาร เวิลด์พีซ เฟส 3 ซึ่งเป็นอาคารที่พักอาศัย สูง 11 ชั้น และห้องปฏิบัติธรรมด้วย


กำลังก่อสร้าง แล้วเสร็จไป 80%

กินพื้นที่กว้างขวางเกือบ 500 ไร่
 

สำรวจ ‘บรูคลิน’ อีกหนึ่งย่านที่มีเสน่ห์ของนิวยอร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 3 ก.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/644536

 

‘นิวยอร์ก’ เมืองใหญ่ที่เป็นจุดหมายปลายทางของคนจากทุกมุมโลก เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความหลากหลายและสีสันของผู้คน ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาที่เมืองนี้มากกว่าห้าสิบล้านคน หลายคนคงคุ้นเคยกับนิวยอร์กในภาพของป่าคอนกรีตที่มองไปทางไหนก็มีแต่ตึก ตึก แล้วก็ตึก แต่นิวยอร์กไม่ได้มีแค่ตึกระฟ้าและเกาะแมนฮัตตันเท่านั้น เพราะเราจะพาคุณไปรู้จักกับ 8 ที่ท่องเที่ยวในบรูคลิน ย่านสำคัญของนิวยอร์กที่อยู่ติดกับเกาะแมนฮัตตัน รับรองว่าบรูคลินจะทำให้คุณเห็นนิวยอร์กในมุมใหม่และจะทำให้คุณหลงรักนิวยอร์กมากกว่าเดิม

สะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge)



สะพานบรูคลินอาจไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่ แต่สะพานบรูคลินก็ให้อะไรที่แปลกใหม่เสมอไม่ว่าจะมาสักกี่ครั้ง เพราะไม่ว่าจะมาเที่ยวตอนเช้า ตอนเย็น หรือในวันที่ฝนตกก็ให้ทิวทัศน์ที่ไม่เหมือนกัน ยังไม่รวมถึงสีสันของเพื่อนร่วมทางที่ไม่เคยซ้ำหน้า สิ่งที่ทำให้ที่นี่มีเสน่ห์อีกอย่างคือมันไม่ได้เป็นแค่แหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นทางจักรยานที่นิวยอร์กเกอร์ใช้สัญจร จึงต้องระวังอันตรายจากจักรยานให้ดีโดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วน ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่วิวจากสะพานซึ่งเป็นเหมือนสวรรค์ของคนรักสถาปัตยกรรม ทั้งตึกทรงวินเทจและทรงโมเดิร์นยืนเบียดเสียดกันเหมือนต้นไม้แข่งกันแย่งแสงแดดในป่า เป็นอีกวิวของป่าคอนกรีตจากฝั่งแม่น้ำอีสต์ แล้วถ้าใครโชคดีก็อาจจะได้ชมสตรีทโชว์แบบที่เราเจอในวันนี้ก่อนขึ้นสะพานด้วย

การเดินทาง รถไฟใต้ดินสาย 4, 5, 6 สถานี Brooklyn Bridge – City Hall), สาย A, C สถานี High Street (ขณะนี้กำลังปิดปรับปรุง) และสาย F สถานี York Street

Brooklyn Bridge Park



สวนสาธารณะที่ครอบคลุมพื้นที่บริเวณสะพานบรูคลินและสะพานแมนฮัตตันทั้งหมด แถมมีวิวที่ดีที่สุดในการนั่งชมตึกระฟ้าของฝั่งแมนฮัตตันตัดกับแม่น้ำอีสต์ สวนแห่งนี้เปิดให้เข้าฟรี และยังเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ติดกับท่าน้ำจึงมีชายหาดเล็กๆ ให้ลงไปเดินเล่นริมแม่น้ำได้ด้วย มันจึงเป็นที่ที่เหมาะจะมาปิกนิก มาเดินเล่นกับเพื่อนกับแฟน หรือจะมานั่งเฉยๆ ก็ยังคุ้มค่ากับบรรยากาศ เพราะนอกจากวิวของนิวยอร์กแล้วยังเห็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว ทั้งการแสดงดนตรี การถ่ายรูปแต่งงาน การแสดงที่เปิดให้เราชมแบบไม่เสียเงิน และอื่นๆ อีกมากมาย

เวลาทำการ 6.00 – 23.00 น.
การเดินทาง รถไฟใต้ดินสาย A, C สถานี High Street (ขณะนี้กำลังปิดปรับปรุง และสาย F สถานี York Street

Flea Market


ตลาดนัดเก๋ๆ ที่ตั้งอยู่ใต้สะพานแมนฮัตตัน เดินจากสะพานบรูคลินเพียงไม่กี่ก้าวก็จะพบกับปากอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของร้านค้ามากมาย ของส่วนใหญ่ที่นี่จะเป็นของมือสองหรือของแฮนด์เมดที่หาซื้อไม่ได้ตามห้างหรือร้านค้าทั่วไป มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ หนังสือ หรือแม้กระทั่งของตกแต่งบ้าน ส่วนท้ายตลาดจะเป็นโซนของกินที่ขายอาหารสไตล์อเมริกันทั่วไป จะว่าไปแล้วหน้าตาของ Flea Market ที่นี่คล้ายกับเมืองไทย เพียงแต่อากาศเย็นสบายกว่า ทำให้เพลิดเพลินกับการเดินดูของ พร้อมกับเสพบรรยากาศของสวนใต้สะพานแมนฮัตตันจะมีอะไรโรแมนติกไปกว่าการช็อปปิ้งและทานอาหารอร่อยๆ พร้อมกับวิวริมฝั่งแม่น้ำ

เวลาทำการ 10.00 – 17.00 น.
หมายเหตุ วันเสาร์จัดที่ 176 Lafayette Ave. และวันอาทิตย์จัดที่ Manhattan Bridge Archway Plaza

Jane’s Carousel


บรูคลินมีพื้นที่สำหรับเด็กและครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน กล่องลูกบาศก์แก้วขนาดยักษ์ใต้สะพานบรูคลินสร้างครอบม้าหมุนที่มีชื่อว่า Jane’s Carousel เสน่ห์ของม้าหมุนขนาดยักษ์นี้อยู่ที่ความคลาสสิก เพราะมันถูกสร้างมาตั้งแต่ปี 1922 มีม้าหมุนที่ถูกแกะออกมาอย่างประณีตทั้งหมด 48 ตัว ม้าหมุนแห่งนี้ทำให้บรูคลินมีชีวิตชีวาด้วยเสียงหัวเราะของเด็กและพ่อแม่ที่ยืนรอลูกอยู่ข้างล่าง ราคาเครื่องเล่นก็ไม่แพง อยู่ที่ 2 เหรียญหรือประมาณ 70 บาท

เวลาทำการ สามารถเข้าดูได้ที่ www.janescarousel.com
การเดินทาง รถไฟใต้ดินสาย A, C สถานี High Street (ขณะนี้กำลังปิดปรับปรุง) และสาย F สถานี York Street

Ice Cream Factory


ถ้าคุณมาเที่ยวแถวสะพานบรูคลิน ขอแนะนำว่าจะต้องแวะร้านนี้ให้ได้ Ice Cream Factory ร้านไอศกรีมชื่อดังที่เปลี่ยนอาคารเรือดับเพลิงให้เป็นร้านขายไอศกรีม ถึงแม้จะมีรสให้เลือกไม่เยอะแต่ก็ทำสดใหม่ทุกวัน เนื้อไอศกรีมนุ่มมาก เพียงแค่เข้าปากก็ละลายทันที นอกจากนี้ก็ยังมีมิวค์เชกและไอศกรีมซันเดย์ที่เป็นเมนูแนะนำ คุณสามารถนำไอศกรีมออกมาทานที่ท่าเรือหน้าร้านพร้อมกับชมวิวและรับอากาศสบายๆ ในช่วงหน้าร้อนได้

เวลาทำการ วันเสาร์-อาทิตย์ 12.00 – 22.00 น.
การเดินทาง รถไฟใต้ดินสาย A, C สถานี High Street (ขณะนี้กำลังปิดปรับปรุง) และสาย F สถานี York Street

Brooklyn Botanic Garden


พื้นที่สีเขียวใจกลางบรูคลินเป็นเหมือนแหล่งหลบภัยจากเมืองใหญ่ สวนแห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้มากกว่า 10,000 ชนิด ไฮไลต์อยู่ที่สวนซากุระที่มีต้นซากุระกว่า 200 ต้น พร้อมจะออกดอกสีชมพูสะพรั่งทั้งสวนช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน แต่ถึงแม้จะมาไม่ทันดูดอกซากุระบานแต่ก็ยังมีส่วนอื่นๆ ที่น่าเข้ามาชม ทั้งสวนสไตล์อังกฤษ สวนญี่ปุ่น เรือนกระจกเพาะพันธุ์ไม้ หรือจะเป็นสวนกุหลาบขนาดใหญ่ ที่สำคัญทุกจุดมีที่ให้นั่งพักหรืออยากจะนอนบนพื้นหญ้าก็ไม่มียามมาไล่ คุณจึงได้นั่งชมธรรมชาติอย่างเต็มที่ Botanic Garden มีค่าเข้าอยู่ที่ 12 เหรียญ แต่ก็พูดได้เต็มปากว่าถึงแม้จะเป็นสวนที่ต้องเสียตังค์ก็ต้องเข้ามาชมให้ได้

เวลาทำการ 10.00 – 18.00 น.
การเดินทาง รถไฟใต้ดินสาย 2,3 ลงสถานี Brooklyn Museum

Brooklyn Museum


เพียงแค่ก้าวเท้าออกจาก Botanic Garden ก็จะพบกับ Brooklyn Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะของบรูคลิน โดยจะเน้นผลงานของศิลปินชาวอเมริกันเป็นส่วนใหญ่ มีทั้งศิลปะยุคเก่าและศิลปะร่วมสมัย นอกจากส่วนของการแสดงผลงานแล้วทางพิพิธภัณฑ์ยังเปิดโซนภาพยนตร์ คอร์สบรรยายต่างๆ รวมถึงการแสดงดนตรีให้กับผู้ที่สนใจด้วย ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่เบื่อมิวเซียมในแมนฮัตตัน

เวลาทำการ สามารถเข้าดูได้ที่ www.brooklynmuseum.org
การเดินทาง รถไฟใต้ดินสาย 2, 3 ลงสถานี Brooklyn Museum

Coney Island


ใครจะเชื่อว่านิวยอร์กก็มีชายทะเลให้ออกมาพักผ่อนเหมือนกัน เพียงแค่นั่งรถไฟใต้ดินไม่ถึงชั่วโมง วิวของตึกระฟ้าที่ยืนเบียดกันก็หายวับไป กลายเป็นทัศนียภาพของชายหาด สวนสนุก และตึกเก่าที่ให้บรรยากาศของยุค 80s ทำให้ Coney Island เป็นสถานที่ยอดนิยมของชาวนิวยอร์กเกอร์เมื่อต้องการหนีออกจากความแออัดในเมืองเพื่อมารับแสงแดดและลมทะเล รวมถึงปลดปล่อยอารมณ์ไปกับเครื่องเล่นในสวนสนุก Coney Island ที่คึกคักเป็นพิเศษช่วงซัมเมอร์

เวลาทำการ สามารถเข้าดูได้ที่ www.coneyisland.com
การเดินทาง รถไฟใต้ดินสาย D, F, N และ Q ลงสถานี Cony Island – Stillwell Ave.

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

รื่นรมย์ ‘มาเก๊า’ ร่มรื่น มากี่ครั้งก็หัวใจเต้นระรัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653049

 

ไม่เกี่ยวกับการเดินทางบ่อย-ไม่บ่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีส่วน ทว่าหากหัวใจคุณเต็มไปด้วยการเรียนรู้ ความอยากรู้ เธอบอกว่า ไม่ว่าจะเดินทางไปสักกี่ครั้งกี่หน หากกอดเก็บความ ‘ตื่นเต้น’ ไว้กับตัว สิ่งข้างหน้า แม้จะเป็นสิ่งเก่าๆ แต่หากเราหาเรื่อง หามุมมอง ตีความสิ่งตรงหน้าใหม่ๆ ได้ไม่ใช่เหรอ…

นี่คือความสนุกของการเดินทางของเธอกับที่นี่ และน่าจะเป็นนิยามของนักเดินทางทุกคน

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ เป็นภาพของหญิงสาวที่เดินทางไปกับการท่องเที่ยว ‘มาเก๊า’ ครั้งแรก แต่เธอบอกว่าแม้ว่าต่อให้กี่ครั้งก็ตามที ที่นี่ก็ทำให้ตื่นเต้น ตื่นตาได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง ร้านรวง สีสันของผู้คน โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ที่เขาให้ความสำคัญ แม้จะเป็นเขตปกครองพิเศษเล็กๆ แต่รับประกันว่าไปกี่ครั้งก็ติดใจ






















 

อ่านเพิ่ม : ขาล วอก มะเส็ง กุน! ต้องอ่าน ที่สุดที่ ‘แก้ชง’ ต้องไป! (ตอนที่ 1) 

อ่านเพิ่ม : หอมหวานละมุนเหมือนเคี้ยวเมฆนุ่มๆ! 11 ร้านอาหารเด็ดพร้อมพิกัด GPS ‘มาเก๊า’ อร่อยต้องลอง

 

น่ารักอะไรเบอร์นั้น! “บ้านฮอบบิท” ที่เดียวในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 2 ก.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/649679

 

เวลาดูหนัง เคยไหมครับ อยากไปสถานที่ในหนังเรื่องนั้นบ้าง เพราะมันช่างสวยงามและน่าอัศจรรย์ใจเหลือเกิน หลายคนถึงกับเดินทางข้ามซีกโลกเพื่อไปให้เห็นกับตาสักครั้ง ผมเองก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าในบ้านเราจะมีสถานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังฮอลลีวูดชื่อดัง เรื่อง The Hobbit และ The Lord of The Rings นั่นก็คือ “บ้านฮอบบิท” นั่นเอง





วันนี้ แบกกล้องเที่ยว จะพาทุกท่านไปเป็นคนแคระตัวใหญ่ที่ บ้านสวนน้อยรีสอร์ต ที่ไม่เหมือนใคร เพราะมีความน่ารัก น่าค้นหา และที่สำคัญยังน่าพักผ่อนมากๆ ด้วย การเดินทาง จากกรุงเทพฯ มาตามถนนมิตรภาพ (ประมาณ 200 กิโลเมตร) ผ่านอ่างเก็บน้ำลำตะคอง คลองไผ่ จนถึงปั๊ม ปตท. ผ่านด่านตาชั่งมานิดเดียว เลี้ยวซ้ายเข้าซอย (ก่อนถึงปั๊มบากจาก) เข้าซอยประมาณ 150 เมตร จะเห็นบ้านฮอบบิทอยู่บนเนินด้านขวามือ





บ้านฮอบบิท เป็นส่วนหนึ่งของ บ้านสวนน้อย (บ้านพักตากอากาศส่วนตัวแบ่งให้เช่า โฮมสเตย์)/สวนออร์แกนิกวิถีพอเพียง) ตั้งอยู่บนเนิน ประกอบด้วยโพรงแยกเป็นเหมือนอุโมงค์ 3 ห้อง เชื่อมถึงกันได้ (มีประตูกั้น) มีห้องน้ำในแต่ละห้อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบสำหรับการพักอาศัย ใครเข้าไปครั้งแรกก็ต้องหลงรัก รวมถึงบ้านโพรงน้อย ที่ถูกสร้างสรรและต่อเติมจินตนาการส่วนตัวเข้าไป (เพราะไม่มีทางสร้างได้เหมือนจริงเป๊ะๆ) ให้ทั้งภายใน ภายนอก สภาพแวดล้อมต่างๆ ให้ได้ความรู้สึกอบอุ่น น่าอยู่ ให้ความสุขแก่ผู้มาเยือน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่





ประตูบ้านฮอบบิทเป็นทรงกลม ภายในเป็นห้องโถง มีขนาดต่างกันไป มีช่องหน้าต่างหลายด้าน ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดคับแคบ อยู่แสนสบาย พื้นกระเบื้อง ปูพรม เก้าอี้ โต๊ะหนังสือ ตู้ไม้แขวนเสื้อผ้า ที่สวยคลาสสิก ประดับด้วยผ้าลายดอกไม้อารมณ์ชนบทที่สวยงาม





แรกเริ่มการสร้างบ้านหลังนี้ เจ้าของบอกว่าเป็นการสร้างตามความชอบส่วนตัวจริงๆ เพื่ออยู่เอง รวมถึงเป็นเรือนรับรองญาติและเพื่อนฝูง ทุกอย่างจึงตั้งใจทำอย่างดี ออกแบบและคุมการสร้างเองทุกอย่าง และในอนาคตก็จะมีการต่อเติมอีก





ปัจจุบันบ้านฮอบบิทบนเนิน ประกอบด้วย 3 ห้องพัก ห้องขนาดใหญ่ (ประตูเขียว), ห้องขนาดกลาง (ประตูเหลือง), ห้องขนาดเล็ก (ประตูฟ้า) สามารถเปิด/ปิดเชื่อมถึงกันได้ ห้องที่ 4 บ้านถ้ำขาว เป็นบ้านเดี่ยวติดกับเนินเขาเล็กๆ และเปิดใหม่ล่าสุด โรงเตี๊ยมมังกร (Dragon Inn) มีห้องพัก 2 ห้อง ใครเป็นแฟนของหนังเรื่องนี้น่าจะลองไปเติมเต็มจินตนาการดูสักครั้ง เชื่อว่าติดใจแน่นอน…..

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.facebook.com/baagklong

 

“เบอร์เกน” เมืองที่(มี)เรื่องราว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/652192

 

อีกมุมของบริกเกน…ถ่ายจากห้องพักในโรงแรม.

เครื่องบินโบอิ้ง 777 ลำยักษ์ เที่ยวบินที่ TG954 ของสายการบินไทย ร่อนลงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติออสโล ของนอร์เวย์ ในเช้าวันที่อากาศดี อุณหภูมิอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส ไม่หนาวจนเกินไปสำหรับนักเดินทางจากเมืองร้อนอย่างเราๆ มีเวลาอีก 3 ชั่วโมงสำหรับการรอต่อเครื่องไปยังเบอร์เกน เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของยุโรปเหนือในช่วง 300 ปีที่ผ่านมา

สำหรับทริปนี้ ROH (Royal Orchid Holidays) ต้องการนำเสนอการเดินทางในรูปแบบใหม่ที่นักเดินทางสามารถจะออกแบบการเดินทางได้เอง แบบที่ไม่ใช่การเที่ยวกับทัวร์ คือ มีบริการตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พักให้ แต่การเดินทางในประเทศและอาหารนักเดินทางสามารถเลือกได้เองตามใจชอบ ซึ่งก็ถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ระดับหนึ่ง

เที่ยงตรงตามเวลาของนอร์เวย์ซึ่งช้ากว่าเมืองไทย 5 ชั่วโมง เราก็มาถึง Bergen คนนอร์เวย์จะออกเสียงว่า แบร์เกน แต่คนไทยมักเรียกชื่อเมืองนี้ว่าเบอร์เกน งานนี้เราออกแบบการเดินทางด้วยการนั่งรถบัสปรับอากาศจากสนามบินเข้าไปยังตัวเมือง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ค่ารถคนละ 115 นอร์เวย์โครน คิดเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ 552 บาท สามารถซื้อตั๋วได้บนรถเลย ป้ายสุดท้ายของรถบัสสายนี้ คือ Fish Market หรือตลาดปลา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พักมากนัก ลงจากรถบัสลากกระเป๋าข้ามถนนเดินไปแค่ 5 นาที เราก็มาถึงโรงแรม Clarion Hotel Admiral เรื่องชื่อโรงแรมนี้ต้องบอกให้ถูก 100% เพราะโรงแรม Clarion มีหลาย Clarion เหมือน Radisson Blu ที่เฉพาะในย่านจัตุรัสกลางเมือง และตลาดปลาก็มีถึง 3 แห่ง..


วิวสวยของอาคารบริกเกน.

ห้องพักของเราอยู่ในมุมที่ดีมาก เป็นห้องติดทะเล…มองจากหน้าต่างห้องออกไปมองเห็นอาคารไม้เก่าแก่หลากสีที่เรียกว่า Bryggen (บริกเกน) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของนอร์เวย์ อยู่ตรงหน้า… พอดี

การตะลุยแบร์เกนหรือเบอร์เกนเริ่มต้นขึ้น เรามีเวลาครึ่งวันที่ต้องใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด…ในการซึมซับเรื่องราวของเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน…แห่งนี้เดินเลียบชายทะเลจากโรงแรมที่พักมาไม่ถึง 5 นาที เราก็เริ่มพบความคึกคักของตลาดปลา ที่บรรยากาศในช่วงเช้าและเย็นจะต่างกันโดยสิ้นเชิง…ช่วงเช้าชาวประมงจะนำปลาที่หาได้มาส่งให้กับร้านอาหาร ภัตตาคารที่มีอยู่เต็มไปหมดในย่านนี้ ส่วนช่วงเย็นบรรดาร้านอาหารและภัตตาคารต่างๆก็จะนำ sea food สดๆมาเรียงเพื่อให้ลูกค้าเลือกและนำไปย่างเสิร์ฟกันแบบร้อนๆหอมกรุ่นมันกุ้งสีแดงเยิ้มจากลอบสเตอร์ตัวโต ขาปูยักษ์ ซัลมอน ปลาคอดสดๆจากทะเล กินกับไวน์ขาว หรือ แชมเปญ …คงไม่ต้องอธิบายว่า ชีวิตจะมีความสุขสักแค่ไหน


อาหารทะเลสดที่ตลาดปลา…เมืองแบร์เกน.

เราเดินผ่านตลาดปลา ข้ามสะพานเล็กๆไปยังอาคารไม้หลากสี 3 ชั้น หลังคาจั่ว ที่เรียกว่า “บริกเกน” (Bryggen) ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาคารไม้ที่สวยงามที่สุดในโลก อาคารเหล่านี้เคยเป็นโกดังเก็บสินค้า เกลือ ปลา รวมทั้งปลาคอดตากแห้ง อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ที่พ่อค้าชาวเยอรมันเข้ามาทำการค้าเมื่อ 800 กว่าปีก่อน

โกดังเก่าในยุคแรกถูกไฟไหม้ไปเกือบหมด ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ แต่ก็มีอายุไม่ต่ำกว่า 300 ปี พระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพุทธเจ้าหลวง เคยเสด็จมาที่นี่เมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว

การมาของเราส่วนหนึ่งก็เหมือนกับเป็นการตามรอยเสด็จประพาสยุโรปของพระองค์ท่านด้วย สำหรับคนที่อยากมาเที่ยวตามรอยความสวยงามกับเรื่องราวดีๆของนอร์เวย์ สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ที่ www.thaiairways.com หรือติดต่อกับทัวร์เอื้องหลวง ROH ของการบินไทยได้เลย

อาคารไม้เก่าที่เรียกว่าบริกเกน…นี้ มีทั้งหมด 61 หลัง ด้านหน้าเป็นอาคารไม้ 3 ชั้นหลังคาจั่ว ทาสีสดใส ส่วนด้านหลังก็เป็นอาคารไม้เหมือนกัน แต่สีสันอาจจะไม่สดใสเท่า มีอาคารอิฐสีขาวแทรกตัวอยู่ 2-3 หลัง แอบฟังคุณป้า ไกด์อธิบายนักท่องเที่ยวชาวจีน ได้ความว่าเป็นคล้ายๆ สำนักงานหรือออฟฟิศของพวกพ่อค้าเยอรมัน ซึ่งนำเรื่องของการค้าขาย การต่อรองราคา รวมถึงการใช้เอกสารคล้ายๆกับเช็คแทนเงินสดมาใช้เป็นครั้งแรกในยุโรปเหนือ


สตรอเบอร์รี่และเชอร์รี่สดๆ.

ปัจจุบันอาคารเกือบทุกหลังถูกปรับแต่งให้เป็นร้านอาหาร บาร์ ร้านขายของที่ระลึก พิพิธภัณฑ์ รวมทั้งแกลเลอรี่เล็กๆ สำหรับนักท่องเที่ยวได้เดินชิลๆ ไปพร้อมๆกับจินตนาการถึงอดีตที่แฝงไว้ในไม้ทุกๆ แผ่นของอาคาร

ข้ามถนนมาอีกฝั่งเป็นโบสถ์เก่าอายุกว่า 1,000ปี ชื่อว่า Dom Kirke church เป็นโบสถ์เก่าแก่ติดกับอาคารไม้เก่าเลขที่ 5 เราพยายามจะตามหาอาคารหมายเลข 1 แต่ไม่เจอ บังเอิญเหลือบไปเห็นร้านกาแฟประมาณดิบๆหน่อย เขียนป้ายหน้าร้านว่า Kaffee เลยแวะเข้าไปเติมคาเฟอีนสักนิด


ท่าเรือใกล้ Fish Market ในเมืองแบร์เกน.

ออกจากร้านกาแฟ เดินกลับออกมาที่ Fish market แล้วเดินตรงไปยังทางขึ้นเขา ซึ่งไม่ไกลมากประมาณ 150 เมตร เป็นที่ขายตั๋วรถ Cable car ค่ารถขึ้น Mt.Floyen คนละ 80 นอร์เวย์โครน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 390 บาท แต่ถ้ามีเวลาอยู่ในแบร์เกน แนะนำให้ซื้อแบร์เกน การ์ด ราคา 260 โครน สามารถใช้ขึ้นรถไฟ รถเมล์ เรือล่องฟยอร์ดแบบสั้นๆ รถเคเบิล คาร์ ไปจนถึงเข้าชมพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ แกลเลอรี่ต่างๆได้เกือบทั้งเมือง


ร้านอาหาร…บน Mt. Floyen.

Mt.Floyen…เป็น 1 ในภูเขา 7 ลูกของแบร์เกน…มองจากวิวยอดเขาลงมาจะมองเห็นเมืองแบร์เกนได้เกือบทั้งเมือง ด้านบนนอกจากจุดชมวิวแล้ว ยังมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ด้านหลังเป็นทางเชื่อมต่อกับภูเขาอีกลูก ชื่อว่า Mt.Ulriken สำหรับนักเดินทางที่ชอบเดินป่า แนะนำให้มาเทร็กกิ้งที่นี่ เพราะอากาศดี เดินตัดป่าสน สูดออกซิเจนกลับไปได้เต็มปอด…ด้านบนมีที่ให้เช่าจักรยานเสือภูเขาด้วย แถมด้วยตุ๊กตายักษ์โทรลล์ ตัวใหญ่ที่ถือว่าเป็นมัสคอตของนอร์เวย์ ที่เชื่อว่าพวกเขาสืบเชื้อสายมาจากพวกไวกิ้ง เจ้ายักษ์โทรลล์ตัวนี้เป็นยักษ์ในจินตนาการของพวกลูกหลานไวกิ้ง ที่เราจะเห็นได้ทั่วไปในนอร์เวย์


ร้านเช่าจักรยานเสือภูเขา…บน Mt.Floyen

เดินเล่นบนเขาจนอิ่มเอม ก็ได้เวลากลับลงมาเดินเล่นต่อในเมือง…โบสถ์คาทอลิกศิลปะแบบโกธิค ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังโรงขายเนื้อเก่า ที่อลังการงานสร้างเหมือนพระราชวัง…สีสันยามค่ำคืนของแบร์เกนเริ่มต้นขึ้น ผู้คนต่างออกมาพบปะสังสรรค์ ดื่มเบียร์ ไวน์กันอย่างสนุกสนาน …ส่วนเราขอตัวกลับไปนอนฟังคอนเสิร์ตแบนด์ในห้องที่โรงแรมก่อน เก็บแรงไว้ไปตะลุยนอร์เวย์ต่ออีก 8 วันนับจากนี้.

 

โปรเด็ดโปรดี ที่นี่ที่เดียว! เสิร์ฟ 9งานน่าแวะชม ชิม ช็อป ต้องไป!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ค. 2559 11:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651571

 

กลับมาทักทายแฟนๆ ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ อีกครั้ง สัปดาห์นี้เราหอบเอาโปรโมชั่นเด็ดของร้านอาหารหรู งานสินค้าลดราคา โปรโมชั่นท่องเที่ยว โรงแรมที่พักลดราคา และงานนิทรรศการดีๆ รอบกรุงมาฝากกันเช่นเคย ขาเที่ยวขาช็อปรับรองฟินไปตามๆ กัน

พร้อมแล้ว ตามมาเช็กลิสต์ทางนี้เลยจ้า

1. Crab & Claw มอบโปรสุดคุ้ม! 

ตลอดเดือน ก.ค. 2559 ชวนคนชอบชิมมาทานล็อปสเตอร์เป็นๆ หอยนางรมสดๆ กับโปรโมชั่น “ล็อปสเตอร์โอลิมปิก” ณ ร้าน Crab & Claw ชั้น 7 โซนเฮลิกซ์ ดิเอ็มควอเทียร์ สำหรับคนชอบทานล็อปสเตอร์ จะมีเสิร์ฟทุกคืนวันอังคารและวันศุกร์ตลอดเดือนกรกฎาคม เป็นล็อปสเตอร์นำเข้าจากอเมริกา เนื้อแน่น หวานฉ่ำ ทานแบบไม่อั้นในเวลา 100 นาที พร้อมไวน์ 1 แก้ว ในราคา 2,800++ บาทต่อคน หรือล็อปสเตอร์พร้อมไวน์เสิร์ฟแบบไม่อั้น แค่ 3,300++ บาทต่อคน


บุฟเฟต์ล็อบสเตอร์

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่น “คนรักหอยนางรมห้ามพลาด” เสิร์ฟหอยนางรมสดๆ จากทั่วทุกมุมโลกหลากหลายสายพันธุ์ ได้แก่ Smokey Bay Oysters (ออสเตรเลีย), Fine De Claire (ฝรั่งเศส), Irish Premium Oysters (ไอร์แลนด์), Wolf Beach (อเมริกา) และ Kumamoto (อเมริกา) ทานไม่อั้นภายใน 100 นาที


บุฟเฟต์หอยนางรมสดๆ

มีบริการทุกคืนวันพุธในเดือนกรกฎาคม หอยนางรมสดพร้อมไวน์ 1 แก้ว ราคา 1,500++ บาทต่อคนหรือหอยนางรมสดพร้อมไวน์ไม่อั้น ราคา 2,000++ บาทต่อคน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2003-6233, Line @crabandclaw

2. KAWS BFF สาวกต้องไป!

วันนี้ – 31 ก.ค. 2559 ชวนสาวกคนเลิฟตุ๊กตา KAWS ตากากบาท ไปชมความน่ารักในงาน “KAWS BFF” ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ภายในงานมีนิทรรศการงานภาพและงานหุ่นของ KAWS มาให้เที่ยวชม ซึ่งเขาเดินทางมาจัดงานในเมืองไทยเป็นครั้งแรก แถมยังมีจำหน่ายของที่ระลึกไอเทมเด็ด 4 อย่างให้สะสมกัน ส่วนเจ้าตุ๊กตา KAWS มีการผลิตขึ้นเพียง 1,000 ตัวเท่านั้น งานนี้ห้ามพลาด!


สาวกคอว์ส ห้ามพลาด

3. CENTRAL LUXURY END OF SEASON SALE

วันนี้ – 17 ก.ค. 2559 ชวนมาช็อปเสื้อผ้าแฟชั่นเก๋ๆ ลดราคากระหน่ำในงาน “CENTRAL LUXURY END OF SEASON SALE” ณ ห้างเซ็นทรัลสาขาชิดลม, ลาดพร้าว, บางนา, ภูเก็ต, เซน และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ภายในงานพบกับ สินค้าแบรนด์ลักชัวรีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า กระโปรง เสื้อชุดเดรส ที่ขนมาลดราคามากถึง 70% ได้แก่ ALICE AND OLIVIA, KATE SPADE NEW YORK, LONGCHAMP, TOD’S, MAJE, ALICE AND OLIVIA, CALVIN KLEIN, THEORY WOMEN, TORY BURCH, KENZO และอื่นๆ อีกมากมาย


ช็อปเสื้อผ้าแฟชั่นลดราคา

4. งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 39

วันนี้ – 3 ก.ค. 2559 ชวนขาเที่ยวมาช็อปสินค้าทางการท่องเที่ยวแบบสุดคุ้ม ในงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 39” ณ ไบเทค บางนา ฮอลล์ เวลา 10.00 – 21.00 น. ภายในงานพบกับ แพ็กเกจท่องเที่ยวราคาประหยัดเหนือจรดใต้ กว่า 650 บูธ เช่น แพ็กเกจที่พักโรงแรม รีสอร์ต สายการบิน รถเช่า เรือท่องเที่ยว ทัวร์ สปา อุปกรณ์เดินทางและอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมรับส่วนลดเพิ่มสูงสุดถึง 35% กับโปรโมชั่นพิเศษจากบัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีคอนซูเมอร์ และธนาคารซิตี้แบงก์


แพ็กเกจท่องเที่ยวดีๆ มีเพียบ

5. มหกรรมลดทะลุพิกัด

วันนี้ – 3 ก.ค. 2559 ชวนมาช็อปข้าวของเครื่องใช้ราคาสุดประหยัดในงาน “มหกรรมลดทะลุพิกัด” ณ IMPACT เมืองทองธานี HALL 5-8 ภายในงานพบกับ สินค้าลดสูงสุด 80% กับสินค้ากว่า 1,000,000 รายการ ช็อปด้วย M Card ลดเพิ่ม 12.5% เมื่อใช้คะแนนเท่ากับยอดซื้อ สมาชิก M Card รับเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท หรือของสมนาคุณ 19,890 บาท


ของลดราคา กระหน่ำจัดเต็ม

แจก SAMSUNG S7 EDGE มูลค่า 26,900 บาท วันละ 2 รางวัล และแพ็กเกจห้องพัก KATILIYA MOUNTAIN RESORT & SPA เชียงราย มูลค่า 11,000 บาท วันละ 2 รางวัล แถมยังมีสินค้า SUPER SHOCK PRICE ทุกวัน เวลา 13.00 น. / 16.00 น. / 19.00 น. และเวลา 18.00 น. ช็อปปิ้งข้าว ไข่ น้ำมัน กระดาษชำระ ราคาเดียว 10 บาทเท่านั้น

6. SWEET FAMILY RALLY ครั้งที่ 2


ชวนไปเที่ยวเหนือทั้งครอบครัว

วันที่ 9 – 10 ก.ค. 2559 ชวนมาสนุกกันทั้งครอบครัวในงาน “SWEET FAMILY RALLY ครั้งที่ 2” ณ เส้นทางท่องเที่ยว เชียงใหม่ – ลำพูน ลำปาง ในราคาเพียง 3,600 บาทต่อคัน สำหรับกิจกรรมนี้ชวนน้องๆ จูงมือคุณพ่อคุณแม่ย้อนรอยอดีตสู่มนตราแห่งล้านนาไปกับเมืองโบราณที่ภาคเหนือ The Lanna Journey ไปสักการะ กู่ช้างกู่ม้า บ้านหนองเงือก และศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง พร้อมด้วยกิจกรรม Workshop สนุกๆ สำรองที่นั่งและสอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-5488-7791, 0-2793-7449-50 FB : centralkidsclub

7. ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ บินตรงมัสกัต 3 เที่ยวต่อสัปดาห์


เริ่มบินสู่มัสกัตแล้ว

วันนี้ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ฉลองเที่ยวบินปฐมฤกษ์สู่ประเทศโอมานอย่างเป็นทางการ ด้วยเที่ยวบิน XJ555 บินตรงจากกรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานดอนเมือง) สู่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2559 ที่ผ่านมา โดยมี นายนัตดา บุรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์, Sheikh Ayman Al hosni ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ท่าอากาศยานโอมาน จำกัด, Sheikh Samer Al abhani ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการพาณิชย์ บริษัท ท่าอากาศยานโอมาน จำกัด และ Mr. Dagmo Ahmed ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและสายการบิน บริษัท ท่าอากาศยานโอมาน จำกัด ร่วมต้อนรับ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติมัสกัต ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.airasia.com

8. มิวเซียมสยามมินิ

เดือน ก.ค. – ส.ค. 2559 ชวนมาชมนิทรรศการเสริมอาหารสมอง “มิวเซียมสยามมินิ” ที่จะจัดขึ้นทั่วประเทศ โดยครั้งแรกจัดไปแล้วที่ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล จ.เชียงใหม่ ครั้งต่อไปวันที่ 2-6 ก.ค. 2559 เจอกันที่ จ.ระยอง, วันที่ 9-13 กรกฎาคม 2559 จัดขึ้นที่ จ.สงขลา, วันที่ 9-13 ก.ค. 2559 จัดขึ้นที่ จ.ขอนแก่น และวันที่ 17-21 ส.ค. 2559 จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ


ชมนิทรรศการดีๆ

ภายในงานพบกับนิทรรศการ “คำไทยใครทำ” นิทรรศการ “กินของเน่า” และนิทรรศการ “สืบจากส้วม” ภายใต้แนวคิด “Play + Learn = เพลิน” ด้วยการนำเสนอเรื่องราวใกล้ตัวที่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตประจำวัน ใน 3 มิติ ทั้งการกิน การพูด และการขับถ่าย ที่นำมาร้อยเรียงใหม่ผ่าน 3 นิทรรศการไฮไลต์ บอกเล่าถึงวิธีการถนอมอาหารในอดีต รากกำเนิดของคำไทย และรวบรวมวัฒนธรรมการปลดทุกข์ของคนไทยในแต่ละยุคสมัย สอบถามเพิ่มเติม 0-2225-2777


รอบหน้าจัดที่ระยองนะจ๊ะ

อันนี้แถม หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา มอบโปรโมชั่นราคาห้องพักสุดพิเศษ กับห้องพักทั้ง 3 แบบในราคาเริ่มต้นเพียง 4,499 บาท และที่สำคัญหากซื้อ Voucher ครบ 10 ใบ รับฟรีอีก 1 ใบทันที เฉพาะในงาน anywhere Exquisite Escape (Thailand Luxury Travel Fair 2016) ระหว่างวันที่ 1-4 กรกฎาคม 2559 ณ Zone Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้า CentralWorld


ที่มาภาพบางส่วน : ไทยเที่ยวไทย, themall

 

แอร์เซอร์เบีย ตั้งชื่อ ‘นิโคลา เทสลา’ ให้เครื่องแอร์บัส เอ330

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 11:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/650637

 

แอร์เซอร์เบีย ตั้งชื่อเครื่องบินโดยสาร แอร์บัส เอ330 ตามชื่อนักประดิษฐ์ชาวเซอร์เบียผู้ยิ่งใหญ่ นิโคลา เทสลา และยังมีการตกแต่งภายในใหม่ พร้อมที่นั่งปรับนอนราบในชั้นธุรกิจ โดยจะใช้บินในเส้นทาง กรุงเบลเกรด-นิวยอร์ก…

สายการบินแอร์เซอร์เบีย สายการบินแห่งชาติของสาธารณรัฐเซอร์เบีย ได้ตั้งชื่อเครื่องบินโดยสารแบบ แอร์บัส เอ330 ที่ใช้บินระหว่างกรุงเบลเกรดและนครนิวยอร์ก ตามนักวิทยาศาสตร์ชาวเซอร์เบีย และนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต ‘นิโคลา เทสลา’ โดยชื่อของเครื่องบินเจ็ตลำตัวกว้างนี้ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการ ณ พิธีการครั้งพิเศษในกรุงเบลเกรด เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ภายหลังจากการเผยชื่อเครื่องบินในครั้งนี้ สายการบินได้จัดให้มีการเยี่ยมชมบนเครื่องบิน แอร์บัส เอ330 ลำนี้ ที่จะใช้บินในเส้นทางเบลเกรด-นิวยอร์ก ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นเป็นต้นไป เพื่อที่จะให้ผู้สื่อข่าวได้เห็นชมภาพของเครื่องบินลำตัวกว้างลำพิเศษนี้ก่อนใคร

ระหว่างการเยี่ยมชม สื่อมวลชนของเซอร์เบีย จะมีโอกาสได้ชมการตกแต่งภายใน และดูห้องโดยสารของเครื่องบิน ที่มีที่นั่งทั้งสิ้น 254 ที่นั่ง โดยมีจุดเด่นคือมีที่นั่งปรับเอนนอนราบในชั้นธุรกิจ รายการอาหารที่มีแรงบันดาลใจมาจากอาหารเซอร์เบียคลาสสิก ระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินที่มีจอส่วนตัวทุกๆ ที่นั่ง

นายเดน คอนดิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินแอร์เซอร์เบีย กล่าวว่า ไม่มีชื่อไหนจะดีไปกว่าการตั้งชื่อเครื่องบิน เอ330 ของเราด้วยชื่อของนิโคลา เทสลา ซึ่งเป็นหนึ่งในชาวเซอร์เบียผู้ได้รับการยกย่องและมีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ผู้คนนับพันล้านคนทั่วโลก ได้ใช้สิ่งที่เขาได้ประดิษฐ์ขึ้นในแต่ละวัน และเขาก็มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับนครนิวยอร์ก ซึ่งเขาใช้ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่ที่นั่น และนี่เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่แอร์เซอร์เบียได้บินกลับไปยังนครแห่งนั้น ด้วยชื่อของเขาที่ติดอยู่บน เอ330 ของเราอย่างภาคภูมิใจ จิตวิญญาณและความฉลาดในการค้นคว้าของเทสลานั้นเป็นเสียงสะท้อนให้กับความคิดริเริ่มของแอร์เซอร์เบียที่จะขับเคลื่อนและดำเนินการให้เหนือความคาดหมายในเรื่องการเดินทางทางอากาศในภูมิภาค ด้วยพันธมิตรทางการค้าและผู้คนที่เดินทางกับเรา เราได้ร่วมนับถอยหลังจนกระทั่งเที่ยวบินแรกของเราได้ออกเดินทางสู่นิวยอร์กในวันรุ่งขึ้น ขยายเครือข่ายเส้นทางการบินของเราข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และนำไปสู่อนาคตที่สดใสของธุรกิจของแอร์เซอร์เบีย

ด้าน นายสินิสา มาลิ ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลของสายการบินแอร์เซอร์เบีย และนายกเทศมนตรีนครเบลเกรด กล่าวว่า การนับถอยหลังสำหรับเที่ยวบินแรกสู่นิวยอร์ก ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ภายใน เวลา 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ เราจะมีการเชื่อมต่อด้วยเที่ยวบิน 5 เที่ยวต่อสัปดาห์ระหว่างกรุงเบลเกรดไปยังนครที่ไม่เคยหลับ การเชื่อมต่อเส้นทางการบินใหม่นี้จะเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างเซอร์เบียและสหรัฐฯ และเหมาะสมแก่การตั้งชื่อ เอ330 ของเราด้วยชื่อของนิโคลา เทสลา ชายผู้ซึ่งมีผลงานมากมายในศตวรรษที่ 20


ส่วน นายเจมส์ โฮแกน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอทิฮัด เอวิเอชั่น กรุ๊ป และรองประธานคณะกรรมการกำกับดูแลของสายการบินแอร์เซอร์เบีย กล่าวว่า แอร์เซอร์เบียนั้นกำลังก้าวไปสู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ ในการเดินทางไปเป็นสายการบินชั้นนำของภูมิภาค ด้วยเครื่องบิน เอ330 ในฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางการบินที่เข้มแข็ง สายการบินได้วางรากฐานไปสู่ความสำเร็จในการให้บริการสู่นิวยอร์ก และเราจะเฝ้ารอคอยเที่ยวบินนี้

สำหรับ นิโคลา เทสลา (พ.ศ. 2399–พ.ศ. 2486) มีชื่อเสียงในฐานะเป็นหนึ่งในปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20 และได้รับการยกย่องในฐานะที่ได้พัฒนาสิ่งประดิษฐ์หลายๆ อย่างที่ได้เปลี่ยนโฉมสังคมยุคใหม่ ซึ่งรวมถึงระบบไฟฟ้ากระแสสลับ เทคโนโลยีวิทยุ รังสีเอ็กซ์และมอเตอร์ไฟฟ้ายุคแรกๆ โดยเขาได้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในนครนิวยอร์ก.


ว่ายน้ำกับเหล่าฉลาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย National Geographic 29 มิ.ย. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/640172

 

ผมชมภาพยนตร์เรื่อง จอว์ส (Jaws) ตั้งแต่เริ่มฉายในช่วงฤดูร้อนของปี 1975 ตอนนั้นผมอายุเก้าขวบ และยังจำได้ว่าผู้ชมทั้งโรงส่งเสียงเฮดังลั่น เมื่อ โบรดี ฆ่าฉลามยักษ์ได้ในที่สุด ผมรักภาพยนตร์เรื่องนี้มาก และคืนนั้นผมฝันว่าฉลามว่ายน้ำขึ้นมาจากโถส้วม แล้วไล่ตามผมไปตามโถงทางเดิน

ประสบการณ์ของผมคล้ายกับของคนทั่วไปในสหรัฐฯ และทั่วโลก เรารักภาพยนตร์เรื่อง จอว์ส และเราหวาดกลัวฉลาม ผมโตมากับน้ำ ที่บ้านของปู่ย่าบนชายฝั่งรัฐคอนเนตทิคัต และแม้ว่าผมจะยังว่ายน้ำต่อ ผมมักหวั่นใจอยู่เสมอว่า อาจถูกฉลามลากขาลงน้ำไปได้ทุกเมื่อ แม้ว่าตั้งแต่ปี 1900 เป็นต้นมา จะมีคนถูกฉลามกัดที่ชายฝั่งคอนเนตทิคัตเพียงสองครั้ง แต่ข้อเท็จจริงย่อมไม่สำคัญเท่าความรู้สึก

ดังนั้น เมื่อได้รับมอบหมายให้เขียนบทความชิ้นนี้ ผมจึงตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่เคยอยากทำมาก่อน นั่นคือการว่ายน้ำกับฉลาม ผมจะเรียนดำน้ำแบบสกูบา แล้วจะไปยังสถานที่แห่งหนึ่งในหมู่เกาะบาฮามาส ซึ่งมีชื่อว่า หาดไทเกอร์ (Tiger Beach–หาดฉลามเสือ) ผมจะดำน้ำกับฉลามเสือ ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติทำร้ายมนุษย์มากกว่าฉลามชนิดอื่นใด เว้นแต่ฉลามขาว นี่จะเป็นการดำน้ำครั้งแรกของผมหลังได้รับใบอนุญาต ซึ่งหมายความว่าเป็นการดำน้ำครั้งแรกนอกสระว่ายน้ำ หรือหนองน้ำในแมริแลนด์ และไม่มีกรงป้องกันอันตรายเสียด้วย


นักดำน้ำชมฉลามเสืออย่างระมัดระวังในหมู่เกาะบาฮามาส แต่เหตุการณ์ในภาพอาจไม่อันตรายอย่างที่เห็น นั่นเป็นเพราะฉลามเสือล่าเหยื่อแบบจู่โจม จึงมักไม่โจมตีนักดำน้ำซึ่งคอยจับตาดูมันอยู่ตลอดเวลา

แต่ผมแค่อยากลบล้างความเชื่อผิดๆ ของใครต่อใคร คนที่รู้จักฉลามอย่างใกล้ชิดมักกลัวพวกมันน้อยที่สุด และไม่มีใครเข้าใกล้ฉลามไปมากกว่านักดำน้ำอีกแล้ว นักดำน้ำซึ่งทำงานที่หาดไทเกอร์พูดถึงฉลามเสือที่นั่นด้วยความรักใคร่ ในลักษณะเดียวกับที่คนพูดถึงลูกๆ หรือสัตว์เลี้ยง พวกเขาตั้งชื่อเล่นให้มัน และคุยจ้อถึงพฤติกรรมแปลกๆ ของพวกมัน

แต่การลบล้างความเชื่อผิดๆ ทำได้ยาก เพราะความเป็นจริงไม่ได้มีเพียงขาวกับดำ ก่อนหน้าที่ผมจะลงดำน้ำเป็นครั้งแรกที่หาดไทเกอร์เพียงวันเดียว มีรายงานข่าวว่า ชายคนหนึ่งถูกฉลามเสือทำร้ายในฮาวาย เขารอดตายมาได้แต่ก็เป็นแผลเหวอะหวะ นี่เป็นการถูกฉลามทำร้ายหนึ่งในสามครั้งบริเวณนอกชายฝั่งโอวาฮู เฉพาะในเดือนนั้นเดือนเดียว และเป็นตัวอย่างหนึ่งของการถูกฉลามทำร้ายซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา


ฉลามเสือใช้ชีวิตอย่างค่อนข้างปลอดภัยในน่านน้ำที่ได้รับความคุ้มครองของหมู่เกาะบาฮามาส แต่พวกมันแทบไม่เคยอยู่ที่ไหนนานๆ การอพยพมักทำให้พวกมันตกเป็นเป้าของชาวประมง

แต่เราต้องย้ำว่า ฉลามเสือ ไม่ได้มีความสำคัญเพราะจำนวนคนที่มันทำร้ายเท่านั้น ในฐานะสัตว์นักล่าระดับสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ฉลามเสือเป็นกำลังสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศมหาสมุทร ด้วยการจำกัดพฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ เช่น เต่าทะเล ด้วยเหตุนี้ ฉลามเสือจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศหญ้าทะเล ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ทะเลมากมายหลายชนิด

ยิ่งไปกว่านั้น บทบาทของฉลามเสือในระบบนิเวศของมหาสมุทร ยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากโลกและมหาสมุทรยังคงอุ่นขึ้นต่อไป สิ่งมีชีวิตบางชนิดจะเป็นผู้ชนะ บางชนิดจะเป็นผู้แพ้ และฉลามเสือน่าจะเป็นผู้ชนะ ฉลามเสือชอบน้ำอุ่น กินแทบทุกอย่างที่ขวางหน้า และมีลูกครอกใหญ่ (จำนวนลูกในครอกที่น้อยของฉลามชนิดอื่น ทำให้พวกมันเสี่ยงต่อการทำประมงเกินขนาด) โดยรวมแล้ว ลักษณะพิเศษเหล่านี้ทำให้ฉลามเสือเป็นฉลามที่ทรหดอดทนที่สุดชนิดหนึ่ง นอกจากนั้น พวกมันยังเป็นฉลามที่มีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งอีกด้วย โดยฉลามเพศเมียที่โตเต็มวัยมีลำตัวยาวได้กว่า 5.5 เมตร และหนักกว่า 570 กิโลกรัม มีเพียงฉลามขาว และฉลามอีกไม่กี่ชนิดที่มีขนาดใหญ่กว่า


ความสมบูรณ์ของแนวปะการังในหมู่เกาะบาฮามาสอาจขึ้นอยู่กับฉลามเสือ นักวิทยาศาสตร์ในออสเตรเลียพบว่า สัตว์นักล่าเหล่านี้ป้องกันไม่ให้สัตว์กินพืชสร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศหญ้าทะเล

หาดไทเกอร์ไม่ใช่หาดทราย แต่เป็นบริเวณน้ำตื้น ห่างจากเกาะแกรนด์บาฮามาไปทางทิศเหนือ ประมาณ 40 กิโลเมตร ลักษณะเป็นพื้นทรายที่มีหญ้าทะเลและแนวปะการัง ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมของนักดำน้ำเมื่อประมาณทศวรรษก่อน บริเวณนี้เป็นถิ่นอาศัยที่ดีที่สุดของฉลามเสือ และมีทัศนวิสัยเหมาะสำหรับการชมฉลาม ด้วยท้องน้ำลึก 6 ถึง 14 เมตร และมักใสแจ๋วอยู่เสมอ

ฉลามส่วนใหญ่ที่หาดไทเกอร์คุ้นเคยกับนักดำน้ำดี เคยชินกับการให้อาหาร และไม่แว้งกัด กระนั้น แม้แต่ตัวที่ไม่เคยชินกับสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำนี้ ซึ่งเราได้พบตัวหนึ่งระหว่างดำน้ำวันแรก ก็มักไม่เป็นภัยต่อนักดำน้ำ ฉลามเสือเป็นนักล่าที่ซุ่มโจมตีเหยื่อ โดยใช้การซ่อนตัวและจู่โจมเข้าจับเหยื่อ ที่หาดไทเกอร์ คุณไม่ได้พุ้ยน้ำสุ่มสี่สุ่มห้า หรือว่ายน้ำอยู่บนผิวน้ำเหมือนเหยื่อที่ถูกโจมตีส่วนใหญ่ คุณอยู่ใต้น้ำในระดับเดียวกับฉลาม ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เหยื่อ การดำน้ำกับฉลามจึงปลอดภัยพอสมควร


ลูกฉลามเกิดใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์ในฮาวายจับมามีลายทางเด่นชัดบนลำตัวยาวหนึ่งเมตร อันเป็นที่มาของชื่อฉลามเสือ ลวดลายจะจางลงเมื่อฉลามมีอายุมากขึ้น

เรื่อง เกลนน์ ฮอดเจส
ภาพถ่าย ไบรอัน สเกอร์รี

ที่มา – National Geographic
www.ngthai.com

 

พี่จะไม่ยอมเห็นภาพเซ็กซี่คนเดียว! รวมพริตตี้เด็ดปิดฉาก ออโต ซาลอน 2016 (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มิ.ย. 2559 14:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648496

 

เป็นมากกว่าสีสัน หลายคนบอกแบบนั้น แต่ถ้าพูดให้น่ารักวินวิน ก็ต้องบอกว่า มีคุณค่าไม่แตกต่างกัน

สิ่งหนึ่งมีชีวิตทำหน้าที่เซ็กซี่เพื่อสร้างสีสัน อีกสิ่งหนึ่งทำหน้าที่ให้ดีรูปลักษณ์ เครื่องยนต์กลไก แรงขับด้วยตัวของมัน แต่รวมๆ แล้วสิ่งมีชีวิตอย่างแรกเดินผ่านแล้วสะกดสายตา ไทยรัฐออนไลน์เก็บตกงานครึ่งปีแรกที่มีสีสันมากที่สุดในปี 2559 ออโต ซาลอน 2016.