อลังการงานเปิด 300 ล้าน แกรนด์โอเพนนิ่ง สยามดิสคัฟเวอรี่ห้างแห่งอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626675

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ค. 2559 14:16

 

ยิ่งใหญ่สมการรอคอย “สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม” (Siam Discovery – The Exploratorium) ได้ฤกษ์เปิดประตูให้คนรุ่นใหม่หัวใจแรงได้เข้าสู่สนามทดลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์ เผยโฉมใหม่ของ ไลฟ์สไตล์ สเปเชี่ยลตี้ สโตร์ ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ซึ่งไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่การตกแต่งอย่างล้ำสมัย ทั้งภายนอกและภายใน แต่ยังเป็นมากกว่าศูนย์การค้า เพราะกล้าที่จะฉีกกฎวงการค้าปลีกแบบเดิมๆ สู่การเป็น The Biggest Arena of Lifestyle Experiments สนามประลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์…

ทุกตารางเมตรของที่นี่ เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าค้นหา และไอเดียใหม่ๆ เชิญชวนให้ทุกคน ‘มาเล่นสนุกด้วยกัน’ เพื่อเปิดประสบการณ์ และค้นพบตัวตนที่แท้จริง และยังให้ความสำคัญต่อการใส่ใจสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ยังเอาใจเหล่านักช็อปด้วยปรากฏการณ์ ‘ครั้งแรก’ กับการนำแบรนด์ดังมาเปิดตัวครั้งแรกในโลก ครั้งแรกในภูมิภาค และครั้งแรกในเมืองไทย ในโอกาสนี้ ได้ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท เนรมิตงานแกรนด์โอเพนนิ่งแห่งปี ที่แปลกตาและเต็มไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์แอ็กทีฟ และนวัตกรรมมากมาย ซึ่งพร้อมจะให้ดื่มด่ำกับผลงานศิลปะ และงานอินสตอลเลชั่นฝีมือศิลปินนักออกแบบระดับโลก ณ ดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ไทยรัฐออนไลน์ไม่พลาดเก็บภาพบรรยากาศงานแกรนด์โอเพนนิ่งสุดอลังการ ที่คับคั่งไปด้วยบรรดาเซเลบริตี้ทั่วฟ้าเมืองไทยมาฝากกัน ก่อนที่ทุกคนจะสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำ ได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป

สยามดิสคัฟเวอรี่

Social Discovery เพียงแค่ป้อน User Instagram คุณจะมีเวลา 60 วินาทีในการย้อนไปดูภาพต่างๆของตัวเอง

Social Discovery

A Million Montage of You โฟโต้โมเสก ถ่ายเซลฟี่เนรมิตฉายบนจอแอลอีดีขนาดยักษ์

แกรนด์โอเพนนิ่งคนแน่นมาก

ชั่นวางรองเท้างดงาม

4 ที่เที่ยวถูกฤดูกาลในญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626165

โดย Advertorial 27 พ.ค. 2559 06:01

 

บางทีเวลาเราเห็นสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราต้องหาข้อมูลสักหน่อยว่า ภาพที่เห็นนั้นจำกัดบางช่วงเวลาหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นอาจเกิดกรณี “สิ่งที่คิด กับสิ่งที่เห็น” เหมือนที่เคยมีกระทู้ในเว็บบอร์ดสาธารณะ เพราะพอไปเห็นสถานที่จริงไม่เหมือนที่คาดหวัง การไปประเทศญี่ปุ่นก็เหมือนกัน การจัดสรรเวลาว่าง การจองตั๋วเครื่องบินที่มีการวางแผนการเดินทางมาอย่างดีเพื่อให้ได้ราคาประหยัด ต้องดูก่อนว่าช่วงที่เราว่างกับสถานที่ที่อยากไปนั้นเหมาะกันหรือไม่ บทความนี้ขอนำเสนอการเที่ยวให้ตรงฤดูกาลเพื่อป้องกันความผิดหวัง

1. ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ช่วงฤดูหนาวในภาคเหนือของญี่ปุ่นมีหิมะหนาแน่นจนมีการจัดเทศกาลหิมะและเทศกาลแกะสลักน้ำแข็ง และแถวภาคเหนือนี่เองเป็นแหล่งสกีชื่อดัง ในฤดูนี้จึงแนะนำให้ไปที่ ยามากาตะ (Yamagata) เมืองสกีรีสอร์ตที่มีลานสกีขนาดใหญ่เหมาะมากสำหรับกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกี สโนว์บอร์ด กระดานโต้ปุยหิมะโทบอกกัน (Toboggan) จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือ การที่หิมะตกลงมาทับถมตามทิวแถวต้นไม้บนไหล่ ทำให้ดูคล้ายมนุษย์หิมะ

2. ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) ในช่วงเวลานี้ ประเทศญี่ปุ่นจัดเทศกาลชมดอกไม้ สำหรับคนที่ชอบดอกซากุระหรือฮานามิ (Hanami) มีสถานที่แนะนำคือ ปราสาทคุมะโมะโตะ (Kumamoto Castle) ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่มีแนวรั้วกำแพงหินที่สวยที่สุดในประเทศ ในตอนกลางคืนที่นี่จะเปิดให้คนเข้าชมซากุระประกอบการแสดงแสงสีสวยงาม ได้อีกอารมณ์ของการชมซากุระที่มีหลายสถานที่ที่ให้นักท่องเที่ยวมาชมกัน

3. ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) สถานที่น่าท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่อยากจะแนะนำสำหรับการเที่ยวในช่วงร้อนๆ ก็คือ เมืองชายทะเลอย่าง อะบาชิริ (Abashiri) จุดเด่นอย่างหนึ่งของที่นี่คือมีต้นหญ้ามอสสีชมพู (Pink Moss) ที่จะบานในช่วงเดือนดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีสวนดอกทิวลิปสารพัดสีถึง 120 สายพันธุ์ จำนวนกว่า 1,200,000 ต้น น่าตื่นตาตื่นใจมาก หรือถ้าใครชอบศึกษาเยี่ยมชม ในเมืองนี้ก็มีพิพิธภัณฑ์น่าสนใจหลายแห่งอย่างพิพิธภัณฑ์เรือนจำอะบาชิริ (Abashiri Prisons Museum) และพิพิธภัณฑ์ธารน้ำแข็งโอโฮทสึคุ ริวเฮียว (Ryuhyo Museum) อีกเมืองที่สามารถไปชมทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยงามก็คือ ฟุราโนะ (Furano) เมืองดังแห่งการชมทุ่งดอกไม้บาน

4. ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีอย่างช่วงนี้ เมืองเซนได (Sendai) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อน-ออนเซ็นท่ามกลางหุบเขา วิวสวยงามที่อ่าวมัตสุชิมา (Matsushima Bay) ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 3 อ่าวที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น และยังมีน้ำตกสวยๆ อีกทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

คราวนี้ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลไหน คุณก็พร้อมจะไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วสินะ และจากไทยก็มีสายการบินดีๆ มากมายที่จะพาท่านเดินทางตรงไปประเทศญี่ปุ่นอย่างสะดวกสบายไม่ต้องไปแวะให้เสียเวลา และแน่นอนปลอดภัยอีกด้วย เช่น เจแปนแอร์ไลน์ (Japan Airlines) หรือจะเป็นสายการบินราคาประหยัดแบบ แอร์เอเชีย (AirAsia) ซึ่งเดี๋ยวนี้สายการบินเหล่านี้ก็สามารถจองตั๋วออนไลน์ผ่านมือถือสมาร์ทโฟนได้หมดแล้ว เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปมาลงในมือถือแบบฟรีๆ ก็พร้อมจองตั๋วทันที มีให้โหลดทั้งบน Android และ IOS

หล่อ สวย เท่ มีสไตล์ รวมพลคนฮิป! เดินเที่ยวเล่นตลาดชิคๆ ใจกลางเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626027

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2559 14:58

 

สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ…แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรคนฮิปๆ แบบเราได้ อยากช็อปต้องได้ช็อปค่ะทุกคน กลางสัปดาห์แบบนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอไปเดินสบายๆ ใจกลางเมือง ที่ตลาดนัดเจ๋งๆ รวมคนวัยมัน แต่งตัวมีสไตล์ เพราะทุกวันคือรันเวย์! มาเดินเล่นช็อปปิ้งกัน บอกเลยว่างานนี้มีทั้งตลาดข้างบน ‘NOW’ ‪Not Only Weekend market‬ ชั้น 2 B2S เก่า…

และที่พลาดไม่ได้ตลาดข้างล่าง ‘เปิดบั้นท้าย’ ‪Cheeze Car Boot Sale‬ ลานด้านหน้า Central World

ท่ามกลางอากาศสบายๆ ในช่วงเย็นใจกลางเมือง ฝนตกลงมาปรอยๆ แต่เราก็บ่ยั่น ไปเดินชิลๆ บนห้าง ณ ตลาด Now กันก่อน บอกเลยคนไม่แน่นมาก มีของให้เลือกพอสมควร แต่ที่สำคัญคือแอร์เย็นฉ่ำ มันดีตรงนี้

ใครไม่ชอบอากาศร้อน หรือใครที่กลัวฝนตก แนะนำให้เดินตลาดข้างบน เดินข้างบนเสร็จฝนหยุดตกพอดี เหมือนมีใครมาปักตะไคร้ไว้หรือเปล่าเอ่ย…? พร้อมแล้วรออะไร ลุยเลย ลงไปส่องหนุ่มสาวสวยหล่อให้กระชุ่มกระชวยหัวใจเล่นที่ตลาดเปิดบั้นท้ายกันดีกว่าเอ้ย! ลงไปช็อปปิ้งสิเธอ คริคริ

ตลาดเปิดบั้นท้าย

งานนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์แต่เราสัมผัสได้ถึงความสนุกสนานมีความคึกคักของทั้งพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้า แน่นขนัดตั้งแต่เริ่มเปิดตลาด ยันตลาดปิด มีสินค้าแฟชั่นให้เลือกเยอะแยะมากมายหลากหลายราคา ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าสนีกเกอร์มือสองหลายๆ แบบ

ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าเก๋ๆ มือหนึ่ง มือสอง ทำเองก็มี เกมต่างๆ แอคเซสเซอรี่เก๋ๆ เพียบ ทั้งยังมีโซนของกินรถฟู้ดทรัคซึ่งบอกเลยว่าอร่อยแทบทุกร้าน เดินไปเดินมาอยู่หลายรอบได้ของติดกลับมาก็หลายชิ้น เอาเป็นว่าลองไปดูภาพบรรยากาศกันเอง แอบกระซิบดังๆ ว่ามีแค่ 3 วัน 24-26 พ.ค. 59 วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะจ๊ะ อ่านเสร็จแล้วรีบไปเลย

ไอด้ากับหนุ่มเบ็นก็ไม่พลาดงานแบบนี้ มาอุดหนุนกันได้จ้า

เด็กน้อยน่ารักเวอร์

น่ารักใสๆ

มาซื้อของกับพวกเราได้ที่นี่

สีผมเธอแจ่ม

รองเท้ามือสองมีเพียบ

5 เรื่องภูมิใจ แพร-จิ๊ป ธรรมวัฒนะ ผู้ปลุกปรากฏการณ์ของเล่นไทยระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622390

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2559 06:05

 

เป็นอีกหนึ่งคู่พี่น้องที่เอาความชื่นชอบของตัวเองมาปั้นเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับโลก แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ ‘เจ้าแม่ดิสนีย์เมืองไทย’ และ จิ๊ป พงศธร ธรรมวัฒนะ เจ้าพ่อของเล่นสายดีไซเนอร์ทอยส์คนแรกในประเทศไทย พี่สาว-น้องชาย CEO อาณาจักรของเล่น playhouseth ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้พูดคุยกับทั้งคู่พร้อมกับประมวล 5 เรื่องราวที่เป็นประวัติศาสตร์ของพวกเขามาให้ดูกัน เพื่อที่จะได้เป็นกำลังใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่กำลังขาดแรงบันดาลใจอยู่

เรื่องแรกอาณาจักรของพวกเขาได้รางวัล ‘ร้านขายของเล่น’ ที่ดีที่สุดในโลก หรือ รางวัล ‘Best Toy Store’ จากเวที The Designer Toy Awards 2015 ว้าว ว้าว ว้าว ซึ่งรางวัลนี้จัดขึ้นโดย CLUTTER Magazine เพื่อเป็นการเอาใจสาวกคนรักของเล่น และ Designer Toy ทั่วทุกมุมโลก

ทั้งนี้การประกาศมอบรางวัลนี้จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ในงาน New York Comic Con 2015 ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา จิ๊ป-แพร ธรรมวัฒนะขึ้นไปรับรางวัลถือเป็นการสร้างชื่อเสียงและเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการของเล่นเมืองไทยด้วย

แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ

เรื่องที่สอง น่าจะผ่านๆ ตากันมาบ้างสำหรับคนที่ไม่ได้สะสม แต่สำหรับคนที่สะสม ช่วงนั้นเรื่องนี้ก็กลายเป็นทอล์กในโซเชียลมากมาย Kwaii Fever หรือ ควาย You & Me ออกแบบ JPX ผู้ออกแบบเจ้าควายไทย กับ COARSE น่ารักตัวนี้ที่นำมาโชว์ในงาน Thailand Toy Expo 2016 ซึ่งจัดขึ้นที่เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อเร็วๆ นี่ นับเป็นของเล่นดีไซเนอร์ทอยส์ที่ขายหมดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของเล่นที่คนไทยทำ ทุกตัวๆ หมดภายใน 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้าเปิดจองคนที่มาต่อแถวกันยาวเพื่อต่อคิวจับจองเป็นเจ้าของความน่ารัก

เรื่องที่สามปรากฏการณ์ที่ต่างชาติบอกงาน Thailand Toy Expo คืองานที่ขายของได้ดีที่สุดในโลกขณะนี้ ดังจะเห็นได้จากแบรนด์ของเล่นชื่อดังต่างๆ แห่มาร่วมงานและแห่กันมาโชว์ของเล่นประชันโฉมกันอย่างมากมาย พร้อมกันนี้ยังได้รับการยกย่องด้วยว่าในงานนี้มีการเปิดโอกาสให้กับนักออกแบบของเล่นแบรนด์ไทยได้โชว์ศักยภาพได้มากที่สุดในงานนี้ด้วย

เรืองที่สี่ Play Cafe กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ร้านของเล่นและร้านขนมมารวมกันได้อย่างลงตัวที่สุดโดยมีเจ้าพ่อแห่งโลกของเล่นกับเจ้าพ่อโลกอาหารมาจับมือร่วมกันเคยไปกันหรือยัง อลังการ และเป็นสวรรค์สำหรับคนที่รักของเล่น รับประกันหัวใจฟูแน่นอน

และเรื่องสุดท้าย FanXperience คือ สิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ งานรวมสุดยอดลิขสิทธิ์และนักสะสมและจะมี Stanlee Exhibition ครั้งแรกในเมืองไทยพร้อมดารา hollywood มาเยือนเมืองไทยอย่างมากมาย รับประกันได้ว่าจะกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน.

แค่ 500 บาท! ปั่นลุยเดี่ยวเที่ยว บางกระเจ้า อากาศดีโอเอซิสใกล้กรุง! (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622252

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2559 06:05

 

ฮัลโหล…ขาเที่ยวที่รักทุกคน! มาพบกันอีกเช่นเคยกับฮัมมิ่งเบิร์ดและ I TOUR ALONE วันนี้จะชวนคุณไปปั่นจักรยานเที่ยวชิลๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์กันที่โอเอซิสใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนให้คนเมืองด้วยพื้นที่สีเขียวกว่า 200 ไร่ เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณสุดแสนจะร่มรื่น

ทริปนี้มันเด็ดตรงที่ นอกจากอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แล้วยังไปเที่ยวได้ถูกแสนถูก เป็นวันเดย์ทริปที่คุ้มค่าแก่การพักผ่อน (ไม่เชื่อลองดูดิ) เราคิดว่าหลายคนคงจะเคยไปเที่ยวมาแล้วแหละ แต่วันนี้จะมาอัพเดตกันหน่อยว่า เส้นทางท่องเที่ยวบางกระเจ้ายังสวยเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า? ค่าเช่าจักรยานขึ้นราคาไหม ปั่นนานไหม ระยะทางกี่กิโล? ถ้าอยากรู้ รออะไร ตามมาทางนี้เล้ยยย…

เดินทางง่ายๆ โดยรถไฟฟ้า
เราออกเดินทางแต่เช้าตรู่ เพราะวันนี้อยากไปปั่นจักรยานเที่ยวที่ คุ้งบางกระเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หรือที่หลายคนรู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า คุ้งกระเพาะหมู เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ป่าที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาขดคดเคี้ยวล้อมรอบ มีรูปร่างเหมือนกระเพาะหมูนั่นเอง เรากลัวแดดร้อนอะ เลยออกตั้งแต่ 7 โมงเช้า ไปถึงที่บางกระเจ้าก็น่าจะประมาณ 8-9 โมงเช้า แดดยังไม่แรงมาก โดยครั้งนี้เราเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ขึ้นตั้งแต่สถานีต้นทางหมอชิต แล้วนั่งยาวไปจนถึงสถานีอุดมสุข (ก่อนถึงแยกบางนา) ออกทางประตู 3

ไปลงที่วัดบางน้ำผึ้งใน
จากนั้น เราเลือกนั่งแท็กซี่ไปลงที่วัดบางนานอก จากนั้นก็เดินไปที่ท่าเรือหลังวัด จะมีบริการเรือข้ามฟาก (ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ไปยังวัดบางน้ำผึ้งใน ค่าเรือแค่คนละ 4 บาท แต่ถ้าใครจะเอาจักรยานมาเองและเอาขึ้นเรือไปด้วย คิดราคา 6 บาท รอไม่นานเรือก็เทียบท่า เป็นเรือลำค่อนข้างใหญ่กว้างขวาง เลือกที่นั่งได้ตามสบาย 2-3 นาทีก็ข้ามไปถึงอีกฝั่งแล้ว

เช่าจักรยาน 60 บาท ปั่นได้ทั้งวัน

เช่าจักรยานกันก่อน
พอถึงวัด ก็จะต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ไปที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งก่อน 20 บาท นั่งประมาณ 10 นาที อาจจะเหมือนนานนะ แต่ระหว่างทางที่เข้ามาร่มรื่น อากาศเย็นสบาย เฮ้ยแก…นี่มันต่างจังหวัดชัดๆ มาที่นี่ได้หลบหลีกจากฝุ่นควัน และเสียงรถวุ่นวายในเมืองกรุงได้เป็นอย่างดี

จากนั้นก็ตรงไปที่วัดบางน้ำผึ้งใน ใกล้วัดจะมีร้านเช่าจักรยานราคาน่าคบ แถมเจ้าของร้านก็ใจดี มีแผนที่ท่องเที่ยวแจก อธิบายเส้นทางปั่นจักรยาน และจุดท่องเที่ยวต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวด้วย (จริงๆ ร้านเช่าจักรยานมีหลายร้าน เลือกได้ตามสะดวก แต่เราชอบร้านนี้) สำหรับราคาถ้าเช่าเป็นชั่วโมง ชั่วโมงละ 30 บาท แต่ถ้าเช่าทั้งวันแค่ 60 บาทเอง เราเลยจัดแบบเหมาทั้งวัน

ปั่นสวนทางกัน ฮัลโหลตัวเธอ!

แวะชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เอาล่ะ เดี๋ยวแดดจะร้อนไปมากกว่านี้ เราเริ่มต้นปั่นไปเที่ยวชมจุดแรกก่อนเลย ออกจากหลังวัดบางน้ำผึ้งไม่ไกล ทางซ้ายมือก็เจอกับ Nature Education boardwalk หรือเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็นจุดที่มีทางเดินแสนร่มรื่นให้ได้ชมพรรณไม้ประจำถิ่นมากมาย มีจุดให้นั่งพักผ่อน แต่ออกจะเงียบๆ หน่อยนะ คนเข้ามาไม่เยอะ ดูเก่าโทรมไปนิดนึง แต่เดินเล่นในนี้ก็ชิลดี อากาศเย็นสบาย

นั่งพักตรงร่มไทรย้อย

มีบอร์ดให้ความรู้ต่างๆ

ร่มรื่นเขียวชอุ่ม เย็นสบาย

ไฮไลต์ของรูทนี้ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์
จากนั้นก็ปั่นกันต่อ ช่วงนี้ปั่นยาวนิดนึงประมาณ 10-15 นาที ปั่นยาวจนไปเจอป้ายซอยเพชรหึงษ์ 28 จากนั้นตรงไปอีกนิดจะเจอป้ายขนาดใหญ่ ตรงสามแยก บอกเส้นทางที่จะไป สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ สวนสาธารณะที่เป็นจุดเด่นของการท่องเที่ยวบางกระเจ้า จากป้ายหน้าทางเข้า ปั่นตรงมาอีกสักพัก ก็ถึงหน้าทางเข้าของสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ บริเวณนี้เราได้พบกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาปั่นจักรยานเที่ยวกันเยอะมาก มีนักปั่นมือโปรมาฝึกซ้อมปั่นเส้นทางนี้กันด้วย

ต้องสังเกตตรงที่ซอยนี้ อย่าลืม

ถึงแล้ว…สวนศรีฯ ไฮไลต์ของเรา

พอเข้าไปด้านในจะมีแผนที่ให้ดู ภายในสวนมีจุดให้ชมมากมาย มีทั้งจุดศาลาริมน้ำ ศาลาท่าเรือ หอดูนก และบริเวณให้อาหารปลา คราวนี้เราเลือกไปแวะชมที่ศาลาริมน้ำ นั่งพักผ่อนชมวิวสบายๆ

ตอนแรกกะว่าจะไปให้อาหารปลา แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าช่วงนี้ร้อนจัด น้ำน้อย ปลาตายเยอะเพราะน้ำไม่มีออกซิเจน ช่วงนี้จึงงดให้อาหารปลาไปก่อน ถ้าให้จะยิ่งทำให้น้ำเน่าเสียเร็ว สามารถให้อาหารปลาได้อีกทีก็ต้องรอให้ฝนตกลงมาก่อน ว๊าาา…เสียดายอะ

แวะดูแผนที่ก่อนแป๊บนึง

มีคนปั่นเข้ามาไม่ขาดสาย

มีศาลาให้นั่งพักชมวิว

มีจุดส่องนก

สะพานข้ามบึงน้ำในสวนศรีฯ

แวะพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย
ไม่เป็นไร ถึงเราจะอดให้อาหารปลา แต่เราไปดูปลากัดสวยๆ แก้ขัดก็ได้ เราปั่นต่อไปอีกแค่ประมาณ 700 เมตร ก็ถึงจุดท่องเที่ยวอีกแห่ง นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย ที่นี่เป็นแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับปลากัดสายพันธุ์ไทย วิธีการเลี้ยง การดูแล การรักษาปลาป่วย เป็นต้น นอกจากนี้ปัจจุบันยังเพิ่มปลากัดจีนและปลากัดหูช้าง เอามาให้ชมกันด้วย ปลากลุ่มนี้จะมีครีบและหางยาวสวยเป็นพิเศษ

ด้านล่างเป็นพิพิธภัณฑ์ปลากัด (จัดแสดงอยู่ใต้ถุนบ้าน) ส่วนบนบ้านทำเป็นร้านกาแฟเก๋ๆ น่ารักๆ วันที่เรามาเที่ยวเจอกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหญ่แวะมาพร้อมกัน คึกคักมากๆ รู้สึกว่าฝรั่งเขาสนใจปลากัดไทยมากเลยอะ ถ่ายรูปกันใหญ่ น่าชื่นใจจริง

ปลากัดหูช้าง

แชะรูปสวยๆ

มีโต๊ะวางโหลปลา ให้นักท่องเที่ยวชมใกล้ๆ

น่ารักดี อยากเลี้ยงเลย

รูทที่ 2 ปั่นไกลกว่า ได้เที่ยวมากกว่า
เราเลือกปั่นรูทแรก เป็นรูทสั้นๆ ประมาณ 2-3 กม. ใช้เวลาปั่นไป-กลับ ประมาณ 2 ชั่วโมง (ปั่นไปด้วยแวะถ่ายรูปไปด้วย) คือแค่นี้ก็เหนื่อยโฮกแล้วอะ เลยขอหยุดพักแค่นี้ ขากลับปั่นจักรยานไปคืนที่ร้าน ได้น้ำเย็นและผ้าเย็นมาเป็นของแถม

ส่วนใครที่ร่างกายฟิตอาจจะเลือกปั่นรูทที่ 2 ก็ได้ โดยถัดจาก พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย สามารถปั่นตรงไปที่ท่าเรือเพชรหึงษ์ จะได้ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ปั่นต่อไปที่วัดบางน้ำผึ้งนอก ชมจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ แล้วยังมีบ้านธูปหอมสมุนไพร และบางกอกทรีเฮาส์ โรงแรมสวยสไตล์กรีน เป็นมิตรกับธรรมชาติ ระยะทางรูทนี้ประมาณ 10-15 กม.

เจอนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหญ่

One day Trip แบบนี้ควรเตรียมตัวยังไง?
สำหรับใครที่อยากไปปั่นเที่ยวชิลๆ แบบนี้บ้าง สามารถมาเที่ยวได้ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ แนะนำว่าให้ไปแต่เช้า จะได้ปั่นท้าลมเย็นๆ สบาย แดดไม่ร้อน อย่าลืมพกหมวกกันแดด น้ำดื่ม ยาดม พัดอันเล็กๆ และยาประจำตัวนะจ๊ะ ใครกลัวตัวดำก็แต่งตัวให้มิดชิด ใครไม่กลัวก็จัดเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นมาโลด

อ้อ! ว่าแต่…อย่าลืมรองเท้าที่สวมใส่สบาย และกระชับเท้าด้วยนะ เพราะบางช่วงต้องปั่นจักรยานขึ้นลงเนินสูง ถ้ารองเท้าหลวมมันจะปั่นไม่ถนัด

ปั่นเข้ามาเที่ยวกันเยอะเลย

ภายในบรรยากาศของสวนบ้านไทย

สรุปค่าใช้จ่ายทริปนี้
ค่ารถไฟฟ้า : 52 บาท ไป-กลับ 104 บาท
ค่าแท็กซี่ : 40 บาท ไป-กลับ 80 บาท
ค่าเรือข้ามฟาก : 4 บาท ไป-กลับ 8 บาท
ค่ามอเตอร์ไซค์ : 20 บาท ไป-กลับ 40 บาท
ค่าเช่าจักรยาน : 60 บาท
ค่าอาหารมื้อเที่ยง : 50 บาท
ค่าของฝาก : 150 บาท
รวมทั้งหมด แต่น แตน แต๊น! แค่ 492 บาทเองง่ะ เห็นมะ…ไม่ถึง 500 บาทเลยด้วย กรี๊ดให้ตัวเองดังๆ (ฮา…)

เดินชมกันสบายใจ

*รู้ไว้ใช่ว่า*
พื้นที่ของบางกระเจ้าถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาเกือบจะทั้งหมด รูปร่างโค้งเว้าจนได้รูปกระเพาะหมูสวยงาม เป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ในกรุง ความหนาแน่นของต้นไม้มีมากมายหลายชนิดเขียวชอุ่มเต็มพื้นที่ ได้รับการยกย่องว่าเป็น The Best Urban Oasis of Asia ในปี 2006 จากนิตยสาร Time Asia

ไปตะวันออกกลางกันมั้ย? กางคู่มือ 10 ข้อ โอมาน อิหร่าน มีอะไรน่าเที่ยว?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624535

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ค. 2559 13:05

 

ขาเที่ยวหลายคนคงเห็นเหมือนกันใช่มั้ย? ค่ายหางแดงปล่อยโปรตั๋วบินตรงดอนเมืองสู่โอมานและอิหร่าน กรี๊ด…ดีใจเบอร์ใหญ่สุดอะ ใครอยากเที่ยวดินแดนตะวันออกกลางมีเฮ (เราก็เป็นหนึ่งในนั้น อิอิ) ใครบุ๊กตั๋วบุ๊กวันที่เดินทางไว้เรียบร้อยแล้ว ยกมือขึ้น?

วันนี้ คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ ขอเอาใจคนอยากเที่ยวตะวันออกกลาง จะชวนไปทำความรู้จัก 2 ประเทศดินแดนอาหรับให้มากขึ้นอีกนิด พร้อมแชร์ทริกเด็ดๆ สำหรับการเตรียมตัวไปเที่ยวกรุงมัสกัต และกรุงเตหะราน รับรองว่าได้ใช้ประโยชน์แน่ๆ ส่วนจะต้องทำยังไงบ้าง มาดูกัน

1. อัตราค่าเงิน แพงมั้ย?

สำหรับอัตรค่าเงินของทั้ง 2 ประเทศนี้ ขอบอกว่าค่อนข้างถูกใช้ได้ สำหรับประเทศโอมาน มีสกุลเงินคือ OMR (Rial Omani) สามารถแลกเงินสกุลไทยเป็นสกุลเรียลโอมานได้ที่ซุปเปอร์ริชทุกสาขา ง่ายมากๆ อัตราค่าเงิน 100 THB แลกได้ 9,180 OMR (ราคา ณ วันที่ 23 พ.ค. 2559) ทั้งนี้ควรแลกเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เตรียมเผื่อไปด้วย สำหรับค่าทำวีซ่าตอนเข้าเมือง

ค่าเงินถูกดี น่าเที่ยวอะ

ส่วนประเทศอิหร่าน มีสกุลเงินคือ IRR (Iranian Rial) คนอิหร่านนิยมเรียก Toman เงินสกุลนี้ไม่เห็นขึ้นชาร์ตให้แลกที่ซุปเปอร์ริชนะ แต่เราเดาว่าสามารถแลกที่ธนาคารได้ แต่เพื่อความชัวร์ ควรแลกเงินไทยเป็นเงินสกุลยูโร หรือดอลลาร์สหรัฐฯ ไว้ก่อน (สามารถใช้ 2 สกุลนี้ใช้จ่ายในอิหร่านได้) จากนั้นเมื่อเดินทางถึงอิหร่านค่อยไปแลกจากสกุลดอลลาร์เป็นสกุล Iranian Rial ได้ ค่าเงินก็ประมาณ 1 THB แลกได้ 852.8516 IRR หรือ 100 บาท แลกได้ 85,285.16 IRR (ราคา ณ วันที่ 26 พ.ค. 2559)

2. การแลกเงิน แลกเท่าไรดี

ถ้าจะไปเที่ยวประมาณ 3 วัน สำหรับโอมานค่าที่พักค่อนข้างแพง ขนาดโรงแรมเล็กๆ ยังตกประมาณเกือบ 3,000 บาท ควรแลกเงินไปประมาณ 500,000-600,000 เรียลโอมาน เผื่อใครที่ชอบช็อปปิ้งเนอะ ส่วนอิหร่านแลกไว้ประมาณ 250,000-350,000 เรียล

แลกเงินไว้ให้พร้อม

3. การขอวีซ่าล่ะ ยากป่ะ?

สำหรับการขอวีซ่าไปโอมาน นักท่องเที่ยวสามารถทำได้แบบ Visa on Arrival ที่สนามบินมัสกัตได้เลย ไม่ต้องกรอกใบ ตม.ขาเข้า-ขาออก เมื่อเข้าสู่ตัวอาคารผู้โดยสาร จะมีเครื่อง Visa on Arrival เป็นตู้อัตโนมัติ ก็เข้าไปกดเลือกภาษา เลือกระยะเวลาที่ต้องการ (เลือกได้ว่าจะเที่ยว 10 วัน หรือ 30 วัน ราคาต่างกัน) เลือกสัญชาติ ใส่เลข Passport จากนั้นก็สอดเงินจ่ายค่าวีซ่า แล้วก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ ตม. ได้เลย

ส่วนไปอิหร่านใช้เวลาทำวีซ่านานกว่า และยุ่งยากมากกว่า คือ ต้องติดต่อบริษัททัวร์ในประเทศอิหร่านให้เป็นผู้ดำเนินการขอ Code Visa ใช้เวลา 5-7 วัน เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย เขาจะดำเนินการขอ code ให้ เมื่อได้รับ Code แล้ว ก็ตรวจสอบกับทางสถานทูตอิหร่าน จากนั้นเดินทางไปสถานทูตอิหร่าน อยู่ในซอยสุขุมวิท 49/11 โดยเตรียม Visa code, รูปถ่าย 2 นิ้ว พื้นขาว 2 ใบ, เงินสดจ่ายค่าวีซ่า และ Passport อายุมากกว่า 6 เดือน รอรับวีซ่า 3 วัน สามารถเที่ยวในอิหร่านได้นาน 30 วัน

เดินทางไปต่างประเทศ

4. ควรเตรียมเสื้อผ้าแนวไหนไปดี 

ทั้ง 2 ประเทศส่วนใหญ่ผู้คนนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งมีข้อบังคับทางศาสนาที่ผู้หญิงไม่ควรเปิดเผยร่างกาย สำหรับนักท่องเที่ยวหญิงควรแต่งกายสุภาพมิดชิด ห้ามใส่กางเกงขาสั้น หรือเสื้อสายเดี่ยว เตรียมเสื้อคลุมแขนยาว และควรพกผ้าคลุมไหล่ผืนใหญ่เอาไว้คลุมศีรษะด้วย ส่วนผู้ชายก็ควรแต่งตัวสุภาพ เสื้อสุภาพกับกางเกงขายาว อ้อ! ฤดูกาลที่เหมาะที่สุด และนิยมไปท่องเที่ยวกันในช่วงฤดูหนาว

5. การเดินทางไปมายังไง ลำบากมั้ย?

สำหรับโอมาน ไม่มีรถประจำทาง ผู้คนนิยมสัญจรโดยรถตู้ รถแท็กซี่ หรือรถส่วนตัว แนะนำว่าให้ใช้บริการรถแท็กซี่ดีที่สุด เพราะได้ยินมาว่ารถตู้นั้นเก่ากึกโบราณ ไม่น่านั่งเท่าไร อาจจะไปแบบเหมาจ่ายสำหรับเที่ยวเต็มวันในราคา 1,000-2,000 บาท ส่วนอิหร่านก็แนะนำให้ใช้แท็กซี่เช่นกัน

ไปเที่ยวแบบครอบครัวก็ได้

6. แหล่งท่องเที่ยวกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน

มัสกัต เป็นเมืองหลวงของรัฐสุลต่านโอมาน นครหลวงแห่งนี้มีเทือกเขาสูงเป็นฉากหลังอยู่ทางทิศตะวันตก ในขณะเดียวกันเบื้องหน้าทางตะวันออกนั้น ก็อยู่บนชายฝั่งของทะเลอาหรับ ทำให้เป็นศูนย์กลางสำคัญของการค้าขายระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออกมายาวนานเกือบ 2,000 ปี

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่ ทะเลทรายวาฮิบา (Wahiba Desert) ทะเลทรายกว้างสุดสายตา ทรายละเอียดสีทองตัดกับผืนฟ้าสีเข้ม สวยงามแบบบรรยายไม่ถูก และป้อมนิซวา (Nizwa Fort) ป้อมปราการขนาดใหญ่ อนุสรณ์สถานแห่งชาติของโอมาน หอคอยขนาดใหญ่ และห้องมากมายที่ซับซ้อนเหมือนกับเขาวงกต

ทะเลทรายวาฮิบา (Wahiba Desert)

7. มัสยิดสุดอลังการ

กรุงมัสกัตยังมีแหล่งท่องเที่ยวดีๆ อีกแห่ง คือ มัสยิดกลางสุลต่านกาบูส์(Sultan Qaboos Grand Mosque) เป็นมัสยิดขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในคาบสมุทรอาหรับ สีขาวสวยงาม ภายในมีพรมทอมือผืนเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลก ขนาดกว้าง 4,343 ตารางเมตร หนักกว่า 21 ตัน และใช้เวลาทอกว่า 4 ปี

มัสยิดกลางสุลต่านกาบูส์ (Sultan Qaboos Grand Mosque)

8. แหล่งท่องเที่ยวกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

เตหะราน เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ดินแดนแห่งอารยธรรมเปอร์เซียอันรุ่งเรือง แหล่งอารยธรรมโบราณอันเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ จัตุรัสอาซาดี (Azadi Square) จัตุรัสแห่งเสรีภาพ คือความหมายของ อาซาดี สแควร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในกรุงเตหะราน เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ผู้มาเยือนต้องแวะมาถ่ายภาพ

9. ที่นี่มีเมืองเก่ามรดกโลก

นอกจากนี้ กรุงเตหะรานยังมี อิหม่ามสแควร์ (Imam Square) จัตุรัสขนาดใหญ่กลางเมือง อิสฟาฮาน นครใหญ่อีกแห่งของอิหร่าน สถาปัตยกรรมแบบเปอร์เซียที่สวยงามและสมบูรณ์ ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับพระราชวังของจักรพรรดิแห่งเปอร์เซียในอดีต แถมด้วย แพร์ซโพลิส (Persepolis) โบราณสถานที่เป็นมรดกโลก สะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ และความเจริญก้าวหน้าของเปอร์เซียที่รุ่งเรืองมายาวนาน

วิวทะเลทรายสวยๆ

10. ของฝากเด็ดๆ ดินแดนอาหรับ

ทั้ง 2 ประเทศดังกล่าว มีตลาดไนท์บาร์ซ่าให้เลือกช็อปปิ้งมากมาย ร้านรวงเปิดประมาณ 8 โมงถึงบ่ายโมง และเปิดอีกที 4 โมงเย็นถึงประมาณ 1 ทุ่ม ร้านอาหารก็มีหลากหลายสไตล์ ทั้งอาหารไทย อินเดีย ปากีสถาน เลบานอน ตุรกี ถ้าดวงดีก็จะได้ชมงานมัสกัตเฟสติวัล ส่วนของฝากยอดนิยม ได้แก่ อินทผลัม และกำยาน

เที่ยวเมืองนอกกันเถอะ

ที่มาภาพบางส่วน : superrichthailand

เซ็กซี่ใหม่ถอดด้าม!ละเลียดเก็บตก ‘พริตตี้’ ช้างเผือกโมบายเอ็กซ์โป 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624436

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ค. 2559 14:15

 

ปิดฉากไปแล้ว สำหรับงาน “ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016 ไฮเอนด์” มหกรรมมือถือประจำปี ซึ่งมีบรรดาค่ายผู้ผลิตมือถือ ผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) รวมถึงผู้จำหน่ายอุปกรณ์เสริมต่างๆ มากมาย หนอนโมบายเดินไปเลือกหากันอย่างสนุกสนาน

สีสันอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือเหล่าบรรดาพริตตี้สาวเซ็กซี่ เท่าที่สำรวจปีนี้มีสาวๆ ช้างเผือก หรือสาวๆ ที่หน้าใหม่มากมาย ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้ ไทยรัฐออนไลน์เก็บตกภาพเซ็กซี่ซู่ซ่าโดยโฟกัสไปที่สาวๆ หน้าใหม่มาให้เย็นฉ่ำใจท่ามกลางบรรยากาศฤดูฝนพรำมาให้ชมกัน

น้องเบียร์ขวัญใจชายไทย

สีเหลืองแรงฤทธิ์

สีแดงแรงมาก

หุ่นดี หน้าสวย 3 ผ่าน

แท็กทีมมาลุย

เป็นสัตว์ที่น่ารัก

หน้าใหม่ รอหน่อยจะโตจะสวยกว่านี้อีก

6,000 เอาอยู่! กิน เที่ยว ช็อป ที่หลวงพระบาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622717

โดย แบกกล้องเที่ยว 21 พ.ค. 2559 16:01

 

สวัสดีท่านผู้อ่านไทยรัฐทุกท่านครับ สัปดาห์นี้ แบกกล้องเที่ยว จะพาเพื่อนๆ เดินทางไปเที่ยว เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาวกันครับ

ปัจจุบันนี้มีวิธีการเดินทางมากมาย มีทั้งสายการบินโดยตรงไปลงหลวงพระบางเลย ที่นิยมส่วนใหญ่จะนั่งรถบัส หรือจะนั่งเรือชมวิวสองข้างทางเลยก็ได้ แต่วันนี้ผมจะพาขึ้นรถบัสเข้าทางจังหวัดเลยกันครับ ทริปนี้ผมนั่งเครื่องจากดอนเมืองมาถึงเลย แล้วเหมารถไปที่ บขส.ราคาประมาณ 150 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที มาถึงก็ติดต่อตั๋วไปหลวงพระบาง ซึ่งมีวันละ 1 รอบครับ ช่วง 08.00 น. ค่าโดยสารคนละ 700 บาท แนะนำว่า ก่อนขึ้นรถ ให้เตรียมซื้อ ขนม น้ำ ตุนมาเลยครับ…เพราะเราจะอยู่กับรถคันนี้อย่างต่ำ 10 ชั่วโมง ไม่รวมเวลาเจอแจ็กพอตรถเสียครับ

ระหว่างทางนั่งชมวิว ใช้เส้นทางเลย-ท่าลี่ ระยะทางประมาณ 50 กม. ก็จะมาถึง สะพานข้ามแม่น้ำเหือง เชื่อมระหว่างไทย-สปป.ลาว ตรงนี้ก็ลงไปทำเรื่องข้ามแดนที่ด่านไทยเสร็จแล้วก็ข้ามไปด่านลาวต่อครับ พอไปได้ครึ่งทางจะมีจอดให้เข้าห้องน้ำและทานอาหารครับ อาหารจะสามารถสั่งได้ 3-4 อย่าง มีกระเพราหมู ข้าวผัด และเฝอ (ค่าอาหารส่วนนี้รวมมากับค่ารถ)

หลังจากนั้นก็นั่งรถมายาวๆ ชมวิวสองข้างทาง หมอกตามทิวเขาสวยๆ ทั้งนั้นเลยครับ รู้ตัวอีกทีปาเข้าไป 2 ทุ่มแล้วที่เรามาถึงที่พักที่อยู่แถวๆ ตลาดมืด หรือ night market ราคาห้องละ 600 บาท มีแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น Wifi เตียงอย่างดี ที่สำคัญใกล้แหล่งของกินเพียบ

ไฮไลต์ของการมาเที่ยวหลวงพระบางก็คือ การตื่นขึ้นมาใส่บาตรข้าวเหนียวตอนเช้า ซึ่งคนลาวจะแต่งกายอย่างงดงาม มานั่งรอพระอยู่ข้างทาง เป็นภาพที่สวยงามมากๆ เสร็จแล้วไปนั่งกิน ปาท่องโก๋ กาแฟ ที่ร้านประชานิยม ร้านดังของคนไทย ส่วนรสชาติแล้วแต่ความชอบครับ ไปชิมเองดีกว่า จากนั้นก็แนะนำให้ไปเดินย่อยที่ตลาดเช้า ที่นี่มีของแปลกๆ มาขายมากมาย ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์บนฟ้า ผักต่างๆ

โปรแกรมของเราวันนี้จะเน้นเดินเที่ยวกันครับ เส้นทางนี้เดินได้ ไม่ไกลมาก ประมาณ 2 – 4 กิโลเมตร เดินชมความงดงามของวัดต่างๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น วัดเชียงทอง วัดภูษี วัดวิชุนราช วัดใหม่สุวรรณภูมาราม พระราชวังหลวง ส่วนตอนเย็นแนะนำให้ไปที่ พระธาตุพูสีครับ จะเป็นวัดที่อยู่บนยอดเขา มองลงมาสามารถเห็นวิวเมืองหลวงพระบางได้โดยรอบ และสามารถมานั่งชมความงามของพระอาทิตย์ตกดิน และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เหล่าช่างภาพแบบไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

วันต่อมา เราเช่ารถมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวน้ำตกตาดกวางสีกัน จากเมืองหลวงพระบางขับรถมอเตอร์ไซค์ไปประมาณ 40 นาทีได้ครับ เส้นทางนี้ไม่น่ากลัวนะครับ มีบ้านชาวบ้านอยู่สองข้างทางเรื่อยๆ ที่น้ำตกตาดกวางสี เดินเข้าไปจะพบกับศูนย์อนุรักษ์หมีก่อนเลยครับ มีอยู่หลายตัว มาถ่ายรูปเล่นๆ ก่อนได้ ขอบอกเลยว่าน้ำตกที่นี่สวยงามอลังการ สีเขียวมรกตจริงๆ มีสถานที่เที่ยวอีกหลายที่ครับ แต่พวกผมเล่นน้ำกันเพลิน เลยได้มาเที่ยวอยู่ที่เดียว แต่ก็ถือว่าคุ้มมากๆ

สรุปค่าใช้จ่ายทริปนี้อยู่ที่คนละประมาณ 6,250 บาท ในระยะเวลา 4 วัน 3 คืน ถือว่าสบายกระเป๋ามากๆ ครับ ที่สำคัญคนลาวใจดีและมีน้ำใจ อาหารก็อร่อย อยากให้ลองไปสักครั้งแล้วจะไม่ลืม หลวงพระบาง เลยครับ…

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong

แม่เอยงามจริง…“ชิงเต่า” เมืองฝรั่ง…บนฝั่งมังกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/623175

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 พ.ค. 2559 05:01

สุดสวิงในชิงเต่า…ที่จัตุรัส 54 – เซนต์ มิเชล..โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ในชิงเต่า

นอกจากโรงเบียร์แล้ว ในเมือง “ชิงเต่า” ยังมีถนนสำหรับคนชอบกินเบียร์ ให้ได้ไปเดินเล่นหย่อนอารมณ์สบายๆท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ชื่อถนน Dengzhou พยายามจะออกเสียงภาษาไทยแต่กลัวว่าจะผิดเพี้ยนไปเสียก่อน เพราะบางคนก็ออกเสียงว่า “ตงเฉา” แต่บางคนออกว่า “ด่องเชา” เอาเป็นว่าเขียนภาษาอังกฤษกำกับไว้ดีกว่าจะได้ไม่พลาด เพราะยังไงเมืองนี้ก็เป็นเมืองฝรั่งบนแผ่นดินมังกรอยู่แล้ว

อีกวันในเมืองชิงเต่า เราเดินทางมุ่งหน้าสู่ ภูเขาเหล่าซ่าน ภูเขาสูงที่สุดที่กระจายตามชายหาดของจีน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 1,133 เมตร เหล่าซาน มีฉายาเป็นที่รู้จักว่า เป็น “ภูเขาเทวดากลางทะเล” ชาวจีนโดยทั่วไปเชื่อว่า ที่นี่เป็นที่ประทับของเหล่าเทวดา เพราะความอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะน้ำพุและน้ำแร่ธรรมชาติที่นำไปใช้ผลิตเบียร์คุณภาพชั้นดี ที่สำคัญยังเป็นต้นกำเนิดของลัทธิเต๋า ที่ปัจจุบันด้านบนยังคงเป็นที่ตั้งของ “อารามไท่ชิง” มีนักบวชของลัทธิเต๋าพำนักอยู่ด้วย ต้นไม้หลายต้นบนเขาเหล่าซานอายุมากกว่า 1,000 ปี มีวาทกรรมที่เล่าขานถึงภูเขาแห่งนี้ว่า “แม้เมฆแห่งเขาไท่ซันจะสูงปานใด ก็ไม่อาจเทียมเท่าเหล่าซานแห่งทะเลตะวันออก” ซึ่งถ้ามีโอกาสมาเที่ยวชิงเต่าไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด

แก๊งนกสกู๊ต..ที่ May Fourth Square

ถนนในปาต้าก่วน

ลงจากเขาเหล่าซาน เราเดินทางกลับเข้ามายังเมืองชิงเต่า เป้าหมายต่อไปคือ จุดชมวิว “เสี่ยวอี๋ซาน” (Xiaoyushan Park) ฝรั่งเรียกที่นี่ว่า Little Fish Hill Park เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นชิงเต่าได้แบบ 360 องศา ตั้งอยู่ย่านถนนยู่ฉวน (Yu shan) อากาศเย็นสบายอีกตามเคย ด้านบนของจุดชมวิวเป็นหอคอยเจดีย์แบบจีน มองจากจุดนี้ เราสามารถเห็นชายหาดหมายเลขหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของจัตุรัส 54 สัญลักษณ์ของเมืองและชายหาดหมายเลขสองย่านปาต้าก่วน หรือบ้านเมืองฝรั่งบนฝั่งมังกร ได้อย่างชัดเจน

อ้อ!ลืมบอกไปว่า เมืองชิงเต่ามีชายหาดให้ไปเดินเล่นถึง 6 หาด เพราะเป็นเมืองติดทะเลนี่เอง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมอาหารทะเลที่นี่จึงสดและอร่อยมากๆ ไฮไลต์อีกอย่างที่มองจากจุดชมวิวเสี่ยวอี๋ซานลงไป คือ บ้านสไตล์ยุโรปหลังคาสีแดง สีส้ม มองยังไงก็ไม่เห็นเป็นเมืองจีน ยิ่งในเมืองด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนเดินอยู่ในยุโรป ไม่อึกทึกครึกโครม โหวกเหวก โวยวาย ถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆของจีนแล้ว ชิงเต่าดูจะเป็นเมืองที่เงียบสงบอยู่พอสมควร…

ชายหาดหมายเลข 1

จัตุรัส 54 ฉากหลังเป็นตึกสวยงาม

เพื่อใช้เวลาให้คุ้มค่าในชิงเต่า จากเสี่ยวอี๋ซาน เราก็ไปต่อกันที่ สะพานจ้านเฉียว น่าเสียดายที่วันนี้หมอกลงจัด ทำให้ไม่ได้เห็นสะพานเก่าแก่สมัยราชวงศ์ชิงแห่งนี้ได้อย่างเต็มตา แต่แค่มองผ่านม่านหมอก ก็พอจะเห็นถึงความงดงามได้บ้าง ใกล้ๆกับสะพานจ้านเฉียว มีถนนตัดตรงไปยังถนนตี้เฉียน (Dexian) เป็นที่ตั้งของโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ในเมืองชิงเต่า จริงๆแล้ว โบสถ์ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมการท่องเที่ยวของเรา แต่เพราะทนรบเร้าจากชาวคณะไม่ไหว “สาวหน่อย” แห่ง

นกสกู๊ตเลยต้องบอกให้คนขับรถวนรถพาพวกเราไปกดชัตเตอร์ที่หน้าโบสถ์ ชดเชยการอดชมสะพานจ้านเฉียวแบบเต็มๆตา และก็ไม่ผิดหวัง เพราะโบสถ์เก่าแก่แห่งนี้ มีผู้คนมาถ่ายรูปเต็มไปหมด โดยเฉพาะคู่บ่าวสาวที่นิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้ง ถือเป็นโบสถ์คริสต์แห่งเดียวในเมือง ชื่อของโบสถ์จริงๆ คือ เซนต์มิเชล (St.Michael) ตามประวัติบอกว่าออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1934 ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิกผสมโรมันที่ดูเรียบง่ายสวยตามแบบฉบับเรอเนซองส์ของอิตาลี นี่มัน…ยุโรปชัดๆอีกละ…!!

จุดที่ระดับน้ำทะเลเท่ากับศูนย์

ปิดทริปของวันกันที่ย่านปาต้าก่วน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด “ปาต้าก่วน” หรือ Ba Da Guan แหล่งชุมชนบ้านพักของชาวยุโรปที่ไม่ใช่แค่เยอรมัน แต่รวมถึงฝรั่งเศส เดนมาร์ก รัสเซีย ด้วย ภายในย่านนี้จึงยังคงมีบ้านของเจ้าหญิงเดนมาร์กอยู่ด้วยอีกหนึ่งหลัง แต่ไม่รู้ว่าชื่อเจ้าหญิงอะไร นอกเหนือจากบ้านที่คล้ายกับปราสาทโบราณในเยอรมนีที่ใครๆก็ต้องมาถ่ายรูปแล้ว ชื่อ ปาต้าก่วน แปลตามตัว มีความหมายว่า ถนนแปดสาย มีที่มาจากถนนแปดสายตัดผ่านกันในเขตนี้ ด้านขวาเป็นชายหาดทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ถ้าเป็นบ้านเราก็เทียบได้ประมาณหัวหินสมัยก่อน ที่เป็นบ้านพักของเหล่าขุนน้ำขุนนางและผู้มีอันจะกิน ปัจจุบันเป็นที่อยู่ของเหล่าเศรษฐีและมหาเศรษฐีในเมืองชิงเต่า ช่วงที่เราไปเป็นช่วงฤดูหนาวทำให้ไม่เห็นดอกไม้มากนัก แต่คนชิงเต่าบอกว่า ถ้าอยากเห็นปาต้าก่วน เป็นเจ้าหญิงน้อยๆของเมืองล่ะก็ ควรมาช่วงหน้าฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสี รับรองว่าคุณหลงรักชิงเต่าจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว!!…

บ้านฝรั่งในแดนมังกร..ถ่ายจากมุมสูง

อีกมุมอันงดงามของอารามไท่ชิง..ต้นกำเนิดลัทธิเต๋า

แอบกระซิบเบาๆว่า ช่วงที่อากาศร้อนที่สุด ของชิงเต่าอยู่ประมาณเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม แต่อากาศร้อนของชิงเต่าก็ประมาณ 25 องศา ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าร้อนดีหรือเปล่า แต่ถ้าอากาศหนาว

บางปีอาจถึงขั้นติดลบเลยทีเดียว ยังไงเช็กอากาศ ฟ้าฝนก่อนเดินทางจะได้เที่ยวได้อย่างสุดสวิง…ในชิงเต่า! ซึ่งก็ไม่ยากลองเช็กเที่ยวบินกับนกสกู๊ต ที่มีเที่ยวบินบินตรงสู่ชิงเต่า 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์อยู่แล้ว หรือจะเข้าไปที่เว็บไซต์www.nokscoot.com ก็ได้…
ตกเย็นก่อนกลับโรงแรมเดินย่อยอาหารกันที่ ตลาดกลางคืนไถ่ตง แหล่งช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและคึกคักที่สุดของเมืองชิงเต่า ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ที่ไม่ใช่แบรนด์เนมแต่เป็นแบรนด์จีน ความทนทานขึ้นอยู่กับราคา แต่บอกได้เลยว่า บางอย่างก็ถูกมากๆ ขนาดคนที่ออกตัวว่าจะไม่ซื้ออะไร ยังได้แจ็กเกตกันหนาวราคาแค่ 500 บาทกลับมาคนละตัวสองตัว แถมกันหนาวได้จริงๆซะด้วย เหตุเพราะเขาลดราคาส่งท้ายฤดูหนาวที่กำลังจะอำลาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า…นั่นเอง

บ้านหลังใหญ่ในปาต้าก่วน…

ภูเขาเหล่าซาน

วันสุดท้ายในชิงเต่า ต้องเก็บไฮไลต์กันให้หมด แน่นอน เป้าหมายของเราอยู่ที่ “จัตุรัส 54” หรือ May Fourth Square ซึ่งอยู่บริเวณอ่าว FuShan ที่มาของจัตุรัส 54 มาจากการเคลื่อนไหวเรียกร้องการเป็นอิสระจากการที่ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศเยอรมนีในวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ.1919

แต่ในภาษาจีนจะเรียกที่นี่ว่า “จัตุรัสอู๋สี” (Wusi Square) สัญลักษณ์โดดเด่นของจัตุรัสแห่งนี้ คือ ประติมากรรมสีแดงสด ลักษณะเป็นวงๆซ้อนต่อกัน… ความหมายของงานประติมากรรมชิ้นนี้ คือ การหมุนของลมในเดือนพฤษภาคม…ประติมากรรมที่จัตุรัส 54 เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองชิงเต่า ที่ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องแวะเวียนมาถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึก และที่นี่ยังเป็นชายหาดที่คน

ชิงเต่านิยมมาเดินเล่นรับลมในช่วงเย็นๆและวันหยุดอีกด้วย ด้านหลังของจัตุรัสเป็นเขตการค้าและธุรกิจของเมือง เวลาที่ถ่ายรูปกับสัญลักษณ์สีแดงจึงมีตึกสูงตระหง่านของเมืองเป็นฉากหลังที่ดูแล้วชวนให้อยากไปเที่ยวมากขึ้น

หอคอยแบบจีนที่จุดชมวิว “เสี่ยวอี๋ซาน”

สุดท้ายท้ายสุดกันที่ จุดชมวิวหลิงเตี่ยน ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณสโมสรหยินไห่ต้าสื้อเจ ทางตะวันออกของอ่าวฝูซานวาน ที่นี่เป็นจุดวัดระดับน้ำทะเลที่ระดับศูนย์ของประเทศจีน และที่จอดเรือยอชต์ของมหาเศรษฐีจำนวนนับสิบๆลำ รวมทั้งรูปปั้นเจ้าแม่ทับทิมขนาดมหึมา รอบๆอ่าวมีรูปปั้นของนักเดินเรือคนสำคัญของโลก หนึ่งในนั้นคือ “เจิ๋งเหอ” ที่ล่าสุดมีหลักฐานว่าเป็นคนค้นพบทวีปอเมริกาก่อนคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เรียกว่าต้อง

หาหลักฐานมายืนยันกันสุดฤทธิ์…ปิดทริปกันที่ Hongdaohaixian ภัตตาคารขึ้นชื่อของเมืองชิงเต่า ร่ำลือกันว่าอาหารทะเลที่นี่ทั้งสด ทั้งอร่อย โดยเฉพาะขาปูแช่ซีอิ๊ว กุ้งย่าง และหอยเชลล์ย่างซอสพริก บอกได้คำเดียวว่า อร่อย อร่อย และ อร่อย…สมกับเป็นเมืองติดทะเล

ขาปูแช่ซีอิ๊ว

ถ้าเปรียบเมืองชิงเต่าเป็นสาวน้อย เธอก็ช่างเป็นสาวที่น่ารักชวนหลงใหล และถ้าแม่สาวคนนี้มีใจให้กันได้ สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอเด็ดขาด…“ชิงเต่า” แม่สาวฝรั่งหัวใจมังกร…!!!!

เฮ้ยจริงดิ! โปรตั๋วบินราคาสุดประหยัด พร้อม 6 โปรโมชั่นเด็ด มาเช็กด่วน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622905

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 พ.ค. 2559 14:05

 

กลับมาเจอกับโปรโมชั่นดีๆ กันอีกแล้วกับ ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ คราวนี้มีทีเด็ดที่โปรตั๋วเครื่องบินจากค่ายหางแดง ที่จะพาคุณไปเที่ยวตะวันออกกลางได้ในราคาย่อมเยาสุดๆ นอกจากนี้ ยังมีงานสินค้าลดราคาดีๆ มาเสิร์ฟกันเช่นเคย

ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร มาเช็กลิสต์ด่วนๆ จ้า

1. โปรตั๋วบินแอร์เอเชีย 2,990 บาท

วันนี้ – 29 พ.ค. 2559 สายการบินแอร์เอเชีย ปล่อยตั๋วโปร ราคากระชากใจขาเที่ยวออกมาอีกแล้ว คราวนี้เป็นเที่ยวบินตรงมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง ได้แก่ กรุงเตหะราน และกรุงมัสกัต

ไปเที่ยวตะวันออกกลางกัน

ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ประกาศเปิดตัว 2 เส้นทางใหม่ บินตรงจาก กรุงเทพฯ (DMK) สู่ กรุงเตหะราน (IKA) ประเทศอิหร่าน จำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์) เริ่มบิน 22 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป และ กรุงเทพฯ (DMK) สู่ กรุงมัสกัต (MCT) ประเทศโอมาน จำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์) เริ่มบิน 28 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป

พร้อมโปรโมชั่นเปิดตัวราคาพิเศษทั้งสองเส้นทาง บินเริ่มต้นเพียง 2,990 บาท ต่อเที่ยว สามารถเริ่มเดินทางได้ตั้งแต่ 22 มิ.ย. 2559 – 22 พ.ค. 2560 (สำหรับเส้นทางบินกรุงเตหะราน) และ 28 มิ.ย. 2559 – 31 ธ.ค. 2559 (สำหรับเส้นทางบินกรุงมัสกัต) เข้าไปจองกันได้ที่ http://www.airasia.com (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด)

2. ฮอต ซัมเมอร์ บิงซู

ไปกินบิงซู

วันนี้ – เดือน ก.ย. 2559 ชวนมาลิ้มลองเมนูอร่อยสดชื่นสู้ร้อนกันที่ โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ในเทศกาล “ฮอต ซัมเมอร์ บิงซู และ ซินฟูล เชค” สำหรับ ฮอต ซัมเมอร์ บิงซู มีทั้งหมด 5 รสชาติด้วยกัน คือ เบอร์รี่ อิน เดอะ มิกซ์, บูซซี่ บิงซู, มัทชะ มาเนียร์, โคโค่ ลัทช์, บิงซูมะพร้าว และ พีนัท บัตเตอร์ แอนด์ เจลลี่ ราคาเริ่มต้นที่ 380 บาท ที่ห้องอาหาร เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล, วูบาร์ และ เวท เดค

ส่วน ซินฟูล เชค เป็นเมนูเครื่องดื่มสุดเก๋ มีให้เลือก 2 รสชาติด้วยกัน ได้แก่ บับเบิ้ล ป๊อป และ ดุลเซ่ เด เลเช่ ราคาเริ่มต้น 280 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่ง โทร. 0-2344-4000

3. ทรอปิคอล จังเกิล

เสื้อผ้าดีไซน์เก๋

วันนี้เป็นต้นไป ชวนสาวๆ มาช็อปเสื้อผ้าแฟชั่นช็อปปิ้งไกด์ คอลเลกชั่นซัมเมอร์ 2016 หนึ่งในแบบคอลเลกชั่นซัมเมอร์ ของ บลูคอร์เนอร์ (Blue Corner) จากคอตตอนยูเอสเอ นำเสนอในธีม “ทรอปิคอล จังเกิล” ดึงเอาลักษณะกายภาพของธรรมชาติมาใช้ในการทำลายพิมพ์ให้มีความพิเศษและแปลกใหม่ เน้นใช้แบบเอิร์ธโทน ราคาเริ่มต้น 590 บาท

4. Shopping Paradise

สาวๆ อย่าพลาดงานนี้นะจ๊ะ

วันนี้ – 22 พ.ค. 2559 ชวนมาช็อปสินค้าความงามในงาน “Shopping Paradise” ณ ศูนย์ประชุมฯ สิริกิติ์ ภายในงานพบกับ เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง เครื่องประดับ และ Accessories ความงาม และสุขภาพ Handcraft, Artcraft, Gadget, Lifestyle เครื่องใช้ในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เบ็ดเตล็ด ของตกแต่งบ้าน อาหารและเครื่องดื่ม สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2138-7935

5. Brand Name Grand Sale 2016

ลินค้าลดราคา 70%

วันนี้ – 22 พ.ค. 2559 ชวนมาช็อปสินค้าแบรนด์เนมราคาถูกในงาน “Brand Name Grand Sale 2016” ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้า เจ.เจ. มอลล์ จตุจักรติดแอร์ ภายในงานพบกับ สินค้าแบรนด์เนมในราคาพิเศษ ลด 30-70% เช่น ARROW, COVERMARK, BEVERLY HILLS, POLO CLUB, ELLE, LITE ARROW, Hell Care, BSC, BeMe by wacoal, Mickey Mouse, naturalizer, REGAL, JANOME, Pan, Kappa, DIADORA, arena ไปช็อปเย็นๆ กันได้ตั้งแต่เวลา 10.30 – 20.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-2795-6260, 08-2795-6213

6. Bedding Grand Sale

เครื่องนอนแบรนด์ดัง ราคาถูก

วันนี้ – 3 มิ.ย. 2559 ชวนคนรักการแต่งห้องนอน มาเลือกเครื่องนอนใหม่ราคาสุดคุ้มในงาน “Bedding Grand Sale” ณ อาคาร B และ D ชั้น 1 ที่ CDC เลียบทางด่วน เอกมัย รามอินทรา ภายในงานพบกับ ประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียม รวบรวมเอาที่นอนและเครื่องนอนจากแบรนด์ชั้นนำ ขนมาลดกระหน่ำสูงสุดถึง 70% ได้แก่ Sealy, Omazz, Lotus, Slumberland, Santas, Pasaya, Mr. Big Pillow และสิทธิพิเศษ ของสมนาคุณอีกมากมาย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2101-5851

7. Summer sale fashion collection

sale จัดหนัก

วันนี้ – 27 พ.ค. 2559 ชวนมาช็อปเสื้อผ้าแฟชั่นลดราคาในงาน “Summer sale fashion collection” ณ ชั้น G The Shoppes grand Rama 9 ภายในงานพบกับ สินค้าสุดชิคในราคาพิเศษ Wellcome Store Seoul ได้แก่ เสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า กระเป๋า ชุดชั้นใน เครื่องประดับ แบรนด์ดังมากมาย ขนมาลดราคาแบบจัดเต็ม
ที่มาภาพบางส่วน :airasiaShoppingParadisefairJJMall.Chatuchaktheshoppes