เบื้องหลัง นครวัด มนต์ขลังของเขมร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/612740

โดย แบกกล้องเที่ยว 30 เม.ย. 2559 16:01

 

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านไทยรัฐทุกท่านครับ หลังจากไปเที่ยวทะเลน้ำตกภูเขากันมาเยอะแล้ว หน้าร้อนแบบนี้การท่องเที่ยวชมวัฒนธรรมต่างประเทศก็สนุกไปอีกแบบหนึ่ง เพราะวันนี้ “แบกกล้องเที่ยว” จะพาไปชมความงามของสิ่งที่ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 10 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก อยู่ใกล้ๆ บ้านเรานี่เองครับที่ “นครวัด”ประเทศกัมพูชา

สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยทางรถจะมีรถบัสมาลงที่ด่านปอยเปตหรือนั่งรถตู้ก็ได้ครับ (4-5 ชั่วโมง) หลังจากผ่านขั้นตอนข้ามแดน จากฝั่งไทยที่อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ข้ามมาฝั่งกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว เราต้องเดินไปจุดที่ทำวีซ่า ซึ่งอยู่เกือบถึงวงเวียนพระนารายณ์ ห่างจากสะพานข้ามแดนไปประมาณ 500 เมตร ตอนนี้วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับคนไทย ปัจจุบันฟรีครับ สามารถอยู่ได้ 7 วัน ไปถึงก็ประทับตราได้เลย

จากนั้นการเดินทางจากฝั่งปอยเปต ไปยังเสียมเรียบ หรือ อังกอร์วัด (คนไทยเรียก นครวัด) ระยะทางจริงประมาณ 150 กิโลเมตร เดี๋ยวนี้ถนนดีขึ้นมากแล้ว ใช้เวลานั่งรถไปก็ประมาณ 2 ชั่วโมง – 2 ชั่วโมงครึ่ง จะมีการเดินทางไป 3 แบบนะครับ

1. รถบัส นั่งได้ประมาณ 30 คน รอเต็มแล้วออก คนละประมาณ 300 บาท จุดที่ขึ้นรถบัส เราต้องนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไปขึ้นอีกต่อนึง ค่ารถประมาณ 20 บาท บอกเค้าว่าไปจุดที่ขึ้นรถบัสไปอังกอร์วัดได้เลย จุดขึ้นรถบัสจะห่างจากปอยเปตไปอีกราวๆ 1 กิโลเมตร

2. รถตู้ เป็นแบบเหมาครับ 3,000 – 3,200 บาท นั่งได้ 10 – 12 คน สามารถติดต่อได้จากหน้าด่านเลยครับ หรือที่คิวรถหน้าโรงแรมแกรนไดมอนด์

3. รถแท็กซี่ เหมาไปนครวัด 1,000 – 1,200 บาท ครับ นั่งได้ 4 คน รถจะมีตลอด จนถึงเวลาด่านปิดครับ (ด่านปิดสองทุ่ม) ทั้งขาไปและกลับ

เมื่อไปถึงนครวัดแล้วแนะนำว่าให้เดินเที่ยวแบบซึมซับบรรยากาศนานๆ เลยครับ เพราะนครวัดนั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่อยู่ใกล้ไทยมากที่สุด และยังคงความงามเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนแปลง พิสูจน์ได้จากการมาเยือนของผู้คนจากทั่วโลกและเป็นฉากหลังของหนังดังหลายๆ เรื่องๆ

ส่วนปราสาทอื่นๆ รอบนครวัดนั้นมีมากมายเลยครับ แต่ที่ได้รับความนิยมนั้นมีอยู่ 5 ที่ด้วยกัน คือ ปราสาทบันเตย เสรย (Banteay Srei Temple), ปราสาทตาพรม (Taprohm temple), ปราสาทบายน (Bayon temple), ปราสาทบาปวนและ โตนเลสาป ทะเลสาบของเมืองเสียมเรียบ (เสียค่าเข้า 20 USD จ่ายครั้งเดียว เที่ยวได้ทุกแห่ง ภายใน 1 วัน) เส้นทางต่างๆ สามารถสอบถามจากโรงแรมที่พักของท่านได้เลย แต่ให้ลองสอบถามหลายๆ เจ้าและเทียบราคากันดูเลยครับ เพราะไกด์ที่นี่ส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษ และภาษาไทยได้

นอกจากนี้ไหนๆ ก็มาเยือนกัมพูชาแล้ว ผมแนะนำให้เที่ยวในตัวเมืองด้วยนะครับ ซึ่งมีทางเลือกให้เยอะมาก เริ่มกันตั้งแต่ เช่าจักรยานปั่นเที่ยวเอง จะปั่นรอบเล็ก ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร ผ่าน Angkor Wat, Phnom Bakheng, Baksei Chamkrong,  Angkor Thom และ Bayon ถนนส่วนใหญ่เป็นลูกรังที่ฝุ่นเยอะ สภาพอากาศช่วงกลางวันร้อนมาก และไม่ค่อยมีที่ให้หลบแดดครับ เดี๋ยวจะเที่ยวไม่สนุกและคุมเวลายาก หรือจะลองใช้บริการ รถ Tuk Tuk เป็นวิธีการเดินทางที่นิยมครับ มีหลังคากันฝนได้ ราคาถูกกว่า Taxi และหาได้ง่ายทั่วเมืองครับ สุดท้ายคือ Taxi เป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกสบายที่สุด ทำเวลาได้ดี ไม่ร้อน แต่ราคาจะแพงที่สุด

ช่วงเวลาที่น่าเที่ยวของนครวัดนั้น แนะนำว่าเป็นเดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่อากาศดีที่สุดครับ ไม่ร้อน ทำให้เป็นช่วง peak ของการท่องเที่ยวที่นั่น แต่ค่าใช้จ่ายจะแพงมากแล้ว ส่วนเรื่องที่พักควรจะจองทาง internet ไปล่วงหน้าเลยครับ

ครั้งต่อไป “แบกกล้องเที่ยว” จะไปท่องโลกกันที่ไหน อย่าลืมติดตามได้ผ่านไทยรัฐออนไลน์และแฟนเพจของเราได้นะครับ…

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong

สัมผัสพลัง “เมตตา-ศรัทธา-ปัญญา” ที่ “มหาเจดีย์โพธินาถจำลอง” แห่งที่สองของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613019

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 เม.ย. 2559 05:01

 

พระมหาธาตุเจดีย์ไตรรัตนพุทธญาณรังสีปฐมวีมงคล.

ไปดูเจดีย์เนปาลในเมืองไทยกันมั้ย” เพื่อนสาวอารมณ์ศิลป์เอ่ยปากชวน ตอนแรกก็งงๆอยู่ว่า เจดีย์เนปาลในเมืองไทยมีด้วยหรือ และอยู่ที่ไหน

คำตอบคือ อยู่ที่เชียงใหม่ ว่าแล้วก็ขับรถขึ้นเหนือกันเลย โดยมีจุดหมายปลายทางที่ “อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถาน” อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

ทางขึ้นมหาเจดีย์.

จากตัวเมืองเชียงใหม่ขับรถไปตามถนน สายเชียงใหม่-ฮอด ราว 60 กิโลเมตร ผ่านวัดพระบรมธาตุศรีจอมทอง ขับตรงไปจนถึง สถานีตำรวจจอมทองจะเห็นสี่แยกไฟแดง ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยข้างที่ว่าการอำเภอจอมทอง ขับไปตามป้ายสถานปฏิบัติธรรมนิโรธรรม แค่นิดเดียวก็จะเห็นมหาเจดีย์หน้าตาเหมือนกับมหาเจดีย์โพธินาถ ที่กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ตั้งตระหง่านอยู่บนสันเขาเล็กๆ ตรงทางเข้าเขียนว่า “อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถาน” แน่ใจได้ว่ามาไม่ผิดที่แน่ๆ

องค์พระพุทธรูปตระห่าน.

ทันทีที่เลี้ยวรถเข้าสู่อาศรม เราสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบที่แฝงด้วยพลังแห่งเมตตาของสถานที่ แม้ว่าอากาศจะร้อนจัด แต่ใจเรากลับไม่ร้อน มีแต่ความมุ่งมั่นศรัทธาที่จะขึ้นไปกราบองค์มหาเจดีย์ ตามความตั้งใจเท่านั้น

ด้านหน้าองค์มหาเจดีย์มีรูปปั้นองค์มหาเทพตามความเชื่อฮินดู.

“มหาเจดีย์โพธินาถจำลอง” องค์นี้มีชื่อเรียกว่า “พระมหาธาตุเจดีย์ไตรรัตนพุทธญาณรังสีปฐวีมงคล” เป็นเจดีย์รูปทรงศิลปะแบบเนปาลขนาดเท่ากันกับมหาเจดีย์โพธินาถ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล ด้านบนแต่ละด้านของเจดีย์มีรูปดวงตาที่สาม หรือ Wisdom Eyes ที่บางครั้งก็เรียกว่า Buddha Eyes ที่มีผู้ให้ความหมายแตกต่างกันไป บ้างก็ว่าเป็นดวงตาเห็นธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขณะที่บางคนเชื่อว่า การกระทำทุกอย่างของมนุษย์จะอยู่ในสายตาของพุทธะเสมอ

องค์มหาเจดีย์ถ่ายจากระยะไกล.

แต่ถ้าดูตามความหมายของชาวเนปาลซึ่งเรียกดวงตาคู่นี้ว่า “ฮัมมิกะ” (Hermika) แปลว่า “ดวงตาเห็นธรรม” ซึ่งมิใช่ดวงตาแห่งพระพุทธเจ้า หากแต่เป็นดวงเนตรขององค์ “อวโลกิเตศวร” พระโพธิสัตว์ผู้เป็นใหญ่ในโลก ที่ทรงมองลงมาเบื้องล่างอย่างมีเมตตา แม้จะทรงสั่งสมทานบารมีจนพร้อมจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว แต่พระองค์กลับยังไม่ไปไหน ทรงสถิตอยู่เพื่อ คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากให้ก้าวพ้นบ่วงทุกข์ไปสู่แดนนิพพานอันเป็นสุขนิรันดรพร้อมๆกันเสียก่อน

ประวัติการสร้าง พระมหาธาตุเจดีย์ไตรรัตนพุทธญาณรังสีปฐวีมงคล เขียนไว้ว่า ครูบาเจ้าตรัยเทพ จันทวัณโณ ซึ่งเป็นผู้สร้างและพัฒนาอาศรมพรหมธาดาแห่งนี้ ได้จำลองแบบงานสถาปัตยกรรมมาจาก เจดีย์โบดะนาถของเนปาล ถือเป็นมหาเจดีย์โพธินาถจำลององค์แรกของประเทศไทย และเป็นองค์ที่สองของโลก

Wisdom Eyes ตาที่สาม หรือดวงตาแห่งปัญญา.

ครูบาตรัยเทพ จันทวัณโณ.

นอกจากมหาเจดีย์องค์ใหญ่แล้ว สิ่งปลูกสร้างภายในบริเวณอาศรมพรหมธาดา ครูบาเจ้าตรัยเทพได้สร้างให้กลมกลืนและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่บนไหล่เขา โดยมีหลักการ คือ การรักษาต้นไม้ทุกต้นไว้อย่างสมบูรณ์ โดยการเว้นต้นไม้ไว้ระหว่างทางเดินรอบๆสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

พระฤาษีในอาศรมพรหมธาดา.

สำหรับรูปปั้นของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ คนที่มาที่นี่อาจจะดูแปลกๆที่มีทั้งรูปปั้นองค์เทพตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งดูเหมือนจะมีเกือบครบทุกองค์ โดยเฉพาะองค์หลักๆอย่างเช่น พระพรหม พระศิวะ พระนารายณ์ ฯลฯ และยังมีรูปปั้นของพระโพธิสัตว์หรือองค์เทพตามความเชื่อของจีน ศาสดาของศาสนาคริสต์ ไปจนถึงรูปปั้นของผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหญิงและชาย อย่างเช่น ท่าน ก.เขาสวนหลวง หรือ อุบาสิกากี นานายน ผู้ล่วงลับ ซึ่งครูบาเจ้าตรัยเทพ ให้เหตุผลของการสร้างสิ่งเหล่านี้ว่า ไม่ต้องการให้ยึดติดเฉพาะนักบวชหรือนักปฏิบัติในพุทธศาสนาเท่านั้น

วันที่ครูบาเจ้าตรัยเทพไปกราบหลวงปู่จันทา.

ครูบาตรัยเทพ บอกว่า อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถานเปิดกว้างให้ทุกเชื้อชาติ ทุกชนชั้นและทุกศาสนา เข้ามาศึกษาเพื่อปฏิบัติธรรมเพราะศาสดาของทุกศาสนาล้วนสอนคนให้มีเมตตา สอนให้เป็นคนดี สอนให้อยู่ในสังคมอย่างเกื้อหนุน จุนเจือ มีความรักความสามัคคีต่อกันทั้งสิ้น ทุกคนรู้หลักและคำสอนของศาสดาได้จากการอ่านการสอน แต่คนที่รู้แจ้งคนที่รู้ธรรมนั้นมีน้อยเพราะไม่ลงมือฝึกปฏิบัติ

“แท้ที่จริงแล้วนักปฏิบัติธรรมมีทุกเชื้อชาติ ทุกชนชั้นและทุกศาสนา สิ่งที่แตกต่างกันเป็นแค่แนวทางหรือวิธีการปฏิบัติ และชื่อเรียกที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชนชาติและศาสนานั้นๆ แต่จุดมุ่งหมายอันเดียวกัน คือ ความสงบแห่งจิต เพื่อให้เกิดปัญญา” ครูบาเล่าให้ฟังถึงแนวคิดในการจัดสร้างรูปปั้นหรือสถานที่ต่างๆ ภายในอาศรม

รูปหล่อและสังขารหลวงปู่จันทา อนากุโล.

นอกจากนี้ ที่อาศรมพรหมธาดาแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานสรีระสังขารของ “หลวงปู่จันทา อนากุโล” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าเกษมสุข อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมรณภาพตั้งแต่เดือน ต.ค.2553 ในท่านั่ง และร่างยังไม่เน่าเปื่อย ลูกศิษย์ของหลวงปู่ได้นำสรีระสังขารของท่านมาไว้ที่นี่ตามเจตนารมณ์ของหลวงปู่เคยบอกไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะละสังขาร

แผนที่ทางไปอาศรมพรหมธาดา.

เรื่องราวของหลวงปู่จันทากับครูบาเจ้าตรัยเทพนั้นมีความอัศจรรย์เป็นอย่างมาก โดยหลวงปู่เชื่อว่า ครูบาเจ้าตรัยเทพเป็นอาจารย์ของท่านเมื่อชาติก่อน เมื่อท่านเห็นรูปถ่ายของครูบาเจ้าตรัยเทพ ก็ทราบโดยญาณและบอกว่านี่คืออาจารย์ของท่าน และท่านอยากไปกราบครูบาเจ้าตรัยเทพมาก แต่ครูบาเจ้าตรัยเทพ เห็นว่าท่านเป็นพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ต้องไปกราบท่านก่อน ครูบาเจ้าตรัยเทพจึงได้ไปกราบหลวงปู่จันทาที่ปราจีนบุรีและหลวงปู่จันทาก็ได้มาเยี่ยมครูบาเจ้าตรัยเทพที่เชียงใหม่บ่อยๆ จนกระทั่งหลวงปู่จันทาอาพาธหนักและได้เรียกหาครูบาเจ้าตรัยเทพทุกวัน พระยาวซึ่งเป็นพระอุปัฏฐากจึงได้โทรศัพท์แจ้งแก่ครูบาเจ้าตรัยเทพ เพียงครูบาเจ้าตรัยเทพบอกว่า “ไม่ต้องห่วงอะไร” เท่านั้น หลวงปู่จันทาก็หลับตามรณภาพด้วยความสงบ ร่างกายยังอ่อนนิ่มเหมือนคนนอนหลับ เป็นเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาจนถึงวันนี้

หากมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ แนะนำให้แวะไปกราบนมัสการองค์มหาเจดีย์โพธินาถจำลองแห่งนี้สักครั้ง เพื่อสัมผัสพลังแห่งศรัทธา เมตตา และปัญญาอย่างแท้จริง.

ชอบวิ่งป่ะ? รองเท้ากีฬาลดแรง 70% เสริมทัพอีก 6 โปรโมชั่นน่าโดน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/612587

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 เม.ย. 2559 12:30

 

โอ๊ยร้อน…ร้อนๆ ไม่ใช่อากาศนะ แต่ช่วงนี้มีโปรโมชั่นร้อนแรงมายั่วยวนขาช็อปอีกแล้ว อย่าพลาดเชียว เพราะงานนี้เขาลดจัดหนักกันจริงๆ จะบอกให้!

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้จะพาไปส่องโปรเด็ดๆ ส่งท้ายเดือนเมษายน จัดหนักจัดเต็มลดกระหน่ำมากๆ มีทั้งรองเท้ากีฬา เสื้อผ้าแฟชั่น สินค้าต่างๆ อีกมากมาย อีกทั้งมีโปรโมชั่นร้านอาหาร งานขนมหวาน โปรห้องพักโรงแรมลดราคา เยอะแยะไปหมดจนเลือกไม่ถูก

ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้าง มาดูกัน

1. SHOE SHOW

รองเท้ากีฬาลดราคา ทางนี้จ้า!

วันนี้ – 4 พ.ค. 2559 ชวนขาวิ่งและคนชอบออกกำลังกายไปช็อปรองเท้าราคาสุดคุ้มในงาน “Shoe Show : Sport Shoes Sale up to 70%” ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ภายในงานพบกับ รองเท้าแบรนด์ชั้นนำ ในราคาสุดพิเศษที่คนรักรองเท้ากีฬาพลาดไม่ได้เป็นอันขาด สินค้าราคาพิเศษมีจำนวนจำกัด มีทั้ง NIKE adidas Crocs NB FILA BROOKS PAN PUMA เป็นต้น

2. คอลเลกชั่น Archive by Alexa

เสื้อผ้าเก๋ๆ คอลเลกชั่นใหม่น่าลอง

วันที่ 13 – 15 พ.ค. 2559 ชวนไปช็อปเสื้อผ้าแฟชั่น คอลเลกชั่นล่าสุด Archive by Alexa จากมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ (M&S) สัญลักษณ์แห่งการช็อปปิ้งของชาวอังกฤษ คอลเลกชั่นพิเศษสำหรับหญิงสาวมีทั้งหมด 31 ชิ้น มีความโดดเด่นด้วยกระบวนการตัดเย็บที่ทันสมัย สีสันเก๋ๆ ในเฉดล่าสุด จะมีงานเปิดตัวในวันที่ 10 พ.ค. ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 ช็อปได้ก่อนใครได้ทางเซ็นทรัลออนไลน์ http://www.central.co.th/marks-and-spencer ในวันที่ 11-12 พ.ค. หรือสามารถไปเลือกสินค้ากับมือ ได้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ชั้น 1 วันที่ 13-15 พ.ค. 2559

3. Central Clearance Sale 50-90%

งานสินค้าแบรนด์ลดราคามาอีกแล้วจ้า

วันนี้ – 9 พ.ค. 2559 เตรียมไปช็อปให้สะใจกับโปรเด็ด “เคลียร์แลนซ์เซล ลด 50-90%” ณ ดิ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ภายในงานพบกับ สินค้ามากมายหลายประเภท เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง รองเท้า สินค้าของแต่งบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย เติมสินค้าใหม่ทุกวัน มีหลากหลายแบรนด์ เช่น CLUB MONACO, THE KOOPLES, MAJE, SANDRO, BADGLEY MISCHKA, LOVE MOSCHINO, JUICY COUTURE, VIVIENNE WESTWOOD, BCBG GENERATION, JESSICA SIMPSON, Evisu Genes เป็นต้น

4. พังงานอนติดดาว ราคาติดดิน

ใครอยากเที่ยวทะเล ที่พักถูกๆ ตามมาดู

วันที่ 12 – 15 พ.ค. 2559 ชวนคนชอบทะเลไปจองแพ็กเกจท่องเที่ยวดีๆ ในงาน “วันธรรมดาน่าเที่ยว : พังงานอนติดดาว ราคาติดดิน” ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โซนซี ชั้น 2 ภายในบูธพบกับ ผู้ประกอบการโรงแรมในจังหวัดพังงา มอบห้องพักราคาพิเศษ ในช่วง Green Season มี 3 ราคา ดังนี้
– ราคา 2,199 บาท “Discover The Unexpected”
– ราคา 1,599 บาท “Find Yourself Here”
– ราคา 999 บาท “Once Is Not Enough”
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท.พังงา โทร. 07-6481-9002

5. CHOCOHOLIC’s PARTY 2016

ช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ ห้ามพลาด!

วันนี้ – 1 พ.ค. 2559 ชวนคนรักช็อกโกแลตไปร่วมงาน “CHOCOHOLIC’s PARTY 2016” ครั้งแรกของเมืองไทย ณ โซนเซ็นทรัลคอร์ท, อีเดน 1 และ อีเดน 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เข้าฟรี ชมฟรี ชิมฟรี กำแพงช็อกโกแลต 1,000 ชิ้น และพบกับไฮไลต์พิเศษ ปาร์ตี้น้ำชาสุดหรูสไตล์ยุโรป รังสรรค์ถ้วยน้ำชา กา ช้อน บนโต๊ะที่ทำมาจากช็อกโกแลตทั้งหมด พร้อมอลังการกับโซนบุฟเฟต์กลางสวนช็อกโกแลต พร้อมชมผลงานศิลปะการแกะสลักช็อกโกแลตครั้งแรกของประเทศไทย กับ 7 ทีมระดับ TOP Class จากการแข่งขัน Thailand Chocolate Contest 2016 ที่หาชมได้ยาก

6. ดิ โอกุระ เพรสทีจ มอบโปรโมชั่นห้องพัก

โรงแรมหรู ลดราคาห้องพักฉลองครบ 4 ปี

วันนี้ – 14 พ.ค. 2559 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษขอบคุณลูกค้าในโอกาสครบรอบ 4 ปี มอบแพ็กเกจห้องพัก “เมค อะ วิช” ส่วนลดห้องพัก 24% จากราคาที่ดีที่สุด เมื่อสำรองห้องพักตั้งแต่ 2 คืนเป็นต้น นอกจากนี้ สามารถเลือกรับของขวัญพิเศษจากรายการด้านล่างนี้ได้อีก 4 รายการ ได้แก่
– บริการเครื่องดื่มต้อนรับ 1 แก้ว
– บริการนวดศีรษะ 15 นาที สำหรับ 1 ท่าน ที่ ดิ โอกุระ สปา
– บริการขนมหวานสุดพิเศษ 1 ที่ เมื่อรับประทานอาหารมื้อค่ำที่ห้องอาหาร ยามาซาโตะ
– บริการไวน์ 1 แก้ว เมื่อรับประทานอาหารมื้อค่ำที่ห้องอาหาร เอเลเมนท์
– รับช่อดอกไม้ 1 ช่อ จากห้องดอกไม้อเทอลิเย่ร์
– รับของขวัญดีไซน์พิเศษจากโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ 1 ชิ้น
– บริการขนมต้อนรับ 1 ชุด บนห้องพัก
– รับครัวซองและกาแฟ 1 ชุด จากร้านขนม ลา พาทิซเซอร์รี่

จองแพ็กเกจนี้ได้ผ่านเว็บไซต์ http://www.okurabangkok.com หรือติดต่อแผนกสำรองห้องพักของโรงแรม โทร. 02 687 9000 (เข้าพักระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2559 เท่านั้น) ราคาห้องพักแบบดีลักซ์ (Deluxe) เริ่มต้นที่ 6,800 บาทต่อคืน ราคารวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน

7. Lazy Sundays

มื้อหรู อร่อย น่าลิ้มลอง

วันนี้ – 26 มิ.ย. 2559 ชวนมาดื่มด่ำกับอาหารมื้อหรู กับโปรโมชั่น “Lazy Sundays” ณ ห้องอาหาร เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล (The Kitchen Table) โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ เมนูอาหารน่าทาน เช่น ขนมปังอบนานาชนิด เมนูสลัดต่างๆ, เอ้กเบเนดิกต์ พร้อมปลาทูรมควันและอะโวคาโด, ไก่ทอด เสิร์ฟคู่กับซอสครีมแร้นช์ และแครอทโคลสลอว์ ปิดท้ายด้วยขนมหวาน ที่ประกอบไปด้วย เมอแรงค์ถั่วแบบรัสเซีย วาฟเฟิลใบเตย เสิร์ฟพร้อมนมข้นหวาน เป็นต้น

ราคาเริ่มต้น 775 บาทต่อท่าน (เสิร์ฟพร้อมไวน์แดง ไวน์ขาว สปาร์คลิ่งไวน์ เบียร์ ค็อกเทล และอื่นๆ อีกมากมาย เติมไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมง) และยังมีแพ็กเกจ ‘Just for Kids’ สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 3 – 12 ปี ในราคาเริ่มต้น 450 บาทต่อท่าน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2344-4324

ที่มาภาพบางส่วน : centralsupersports

4 สิ่งมหัศจรรย์จากธรรมชาติที่ต้องลองไปดูให้ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/612027

โดย Advertorial 29 เม.ย. 2559 06:01

 

สิ่งมหัศจรรย์ของโลกมักเป็นสิ่งปลูกสร้างยุคโบราณ อาจใหญ่โต เก่าแก่ และแปลกมหัศจรรย์ว่า สร้างได้อย่างไรในยุคที่เทคโนโลยีด้านการก่อสร้างไม่ทันสมัยอย่างยุคนี้ แต่สิ่งมหัศจรรย์บางแห่งในโลกนี้ถูกสรรสร้างขึ้นจากธรรมชาติที่มองดูแล้ว ช่างน่ามหัศจรรย์ใจ มีที่ไหนกันบ้างที่น่าไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง พร้อมแล้ว จองตั๋วเครื่องบินเลยดีมั้ย สายการบินทุกสายทั้ง การบินไทย (Thai Airways), บางกอกแอร์เวย์ (Bangkok Airways) และสายการบินต่างประเทศอีกหลายสายยินดีต้อนรับนักเดินทางทุกท่าน

1. Dead Sea / Israel, Jordan, Palestine “ทะเลเดดซี” ทะเลในโลกนี้มีมากมาย แต่ทะเลที่สามารถนอนเล่นได้ไม่ต้องกลัวจมคงมีที่เดียว เดดซี ทะเลที่สัตว์อยู่ไม่ได้ เพราะจะตายด้วยความเค็มที่มากกว่าทะเลอื่นถึง 6 เท่า แต่เพราะความเข้มข้นของเกลือสูงมากนี่เอง ทำให้ที่นี่ช่างน่ามหัศจรรย์เรียกความมั่นใจให้มนุษย์ไม่กลัวตายในทะเลแห่งนี้ เพราะไม่มีวันจม ทะเลที่นี่นับเป็นทะเลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง กินพื้นที่ในประเทศอิสราเอล จอร์แดน และปาเลสไตน์ ว่ากันว่าความมหัศจรรย์อีกอย่างของที่นี่คือ โคลนในทะเลเดดซี มีสรรพคุณทางด้านสุขภาพและความงาม

2. Vesuvius / Italy ภูเขาไฟวิสุเวียส ความมหัศจรรย์จากธรรมชาติอันโหดร้าย หากทิ้งซากไว้ให้อารมณ์น่าทึ่ง เขาทั้งลูกที่มียอดด้วน ราวกับถูกใครหั่นและขุดให้เป็นหลุมกว้าง นี่คือผลพวงของภูเขาไฟชื่อเสียงโด่งดังของโลกที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองนาโปลี ประเทศอิตาลี ภูเขาไฟอายุ 25,000 ปี ที่ยังไม่ดับแห่งเดียวในทวีปยุโรปแผ่นดินใหญ่ มีความสูงถึง 1,281 เมตร ปากปล่องมีเส้นรอบวง 1,400 เมตร และลึก 216 เมตร ที่นี่มีการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ทำลายเมืองปอมเปอีที่กำลังรุ่งเรืองให้จมหายไปกับลาวาใน “พริบตาเดียว” เมื่อปี ค.ศ. 79 ความเศร้าที่มหัศจรรย์ ขอให้มีเพียงที่เดียวก็พอ

3. Black Forest / Germany ป่าดำ ความมหัศจรรย์ที่ตัดฉับกับทิวทัศน์ที่สวยทุกมุมกล้องของสวิตเซอร์แลนด์ เพราะที่นี่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมันติดกับเขตสวิตเซอร์แลนด์ เป็นป่าที่มีแนวภูเขาและต้นไม้หนาทึบจนดูมืดไปหมด แม้จะชื่อว่า ป่าดำ แม้จะน่ากลัว แต่ต้องเชื่อว่ามีคนกล้าเดินทางเข้าไปเพื่อพบว่า แม้ภายนอกจะดูทะมึนน่ากลัว หากภายในนั้นไม่แตกต่างจากป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ มีธรรมชาติที่เกิดจากป่าคือ น้ำตก หน้าผา ลำธาร ที่ชวนชม

4. Bay of Fundy / Canada อ่าวฟันดี้ อ่าวมหัศจรรย์ที่มีระดับน้ำขึ้นน้ำลงแบบเหวี่ยงมากคือ ขึ้นสูงถึง 16.2 เมตร มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าและออกจากอ่าวมากกว่า 100 พันล้านตันต่อวัน จึงมีระบบนิเวศเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

สิ่งมหัศจรรย์จากทั่วโลกรอให้ทุกท่านได้ไปพิสูจน์ความมหัศจรรย์กันอยู่ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยว รับรองว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ส่วนการจองตั๋วเครื่องบิน ในยุคปัจจุบันนั้น สะดวกสบายกว่าแต่ก่อนเยอะมาก มีระบบการจองตั๋วออนไลน์ที่อยู่ที่ไหนในโลกที่มีอินเทอร์เน็ต ท่านก็สามารถจองตั๋วได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แถมยังปลอดภัยมากๆ อีกด้วย และที่สำคัญ ตอนนี้มีแอพฯ ที่สามารถจองตั๋วได้จากบนมือถือเลยด้วย ทั้ง Android และ IOS เลยล่ะ ใครยังไม่เคยใช้ต้องลองใช้กันดูหน่อยละ

ฟินเว่อร์! สแกน 4 โซน ปาร์ตี้คนรักช็อกโกแลต ครั้งแรกในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/612507

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 เม.ย. 2559 14:45

 

ชาวช็อกโกแลตเลิฟเวอร์มาทางนี้! ไทยรัฐออนไลน์จะพาคุณไปสัมผัสกับดินแดนมหัศจรรย์เหนือจินตนาการ Chocoholic’s Party 2016 ครั้งแรกในเมืองไทย เนรมิตพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร จัดปาร์ตี้ช็อกโกแลตแบบครบรสจากแบรนด์ช็อกโกแลตชั้นนำระดับโลก ณ Central World โซน Central Court, EDEN1, EDEN2 

งานนี้จัดขึ้นเพื่อเอาใจคนรักช็อกโกแลต ถึงแม้ว่าอากาศเมืองไทยจะร้อนไม่เหมาะกับการจัดงานช็อกโกแลต มีความยุ่งยากเกิดขึ้นในการจัดงานนี้ แต่ก็สามารถผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ เราจึงเชิญชวนเหล่าช็อกโกแลตเลิฟเวอร์มาร่วมชม ช็อป ชิม ช็อกโกแลตในงานปาร์ตี้ Chocoholic’s Party 2016’ ที่ได้รวบรวมช็อกโกแลตชื่อดังระดับโลก อาทิ ลินด์ (Lindt), เฟอเรโร รอชเชอร์ (Ferrero Rocher), ริทเทอร์ สปอร์ต (Ritter Sport), เมด อิน แคนดี้ (Made in Candy), ดุ๊ค เดอ พราแลง (Duc De Praslin), เลอ พลีเซียร์ (Le Plaisir) มาเนรมิตในรูปแบบหลากหลายสไตล์ ภายใต้แนวคิด CHOCOPOLIS SCHENENGEN MARKET SQUARE

ช็อกโกแลตเต็มไปหมดเลย

ชิ้นนี้อร่อยมากๆ

กำแพงช็อกโกแลต

ภายในงานได้รวบรวมกิจกรรมเด็ดๆ ไว้มากมาย ซึ่งเราก็ไม่พลาดที่จะสแกนโซนต่างๆ ว่าจะมีอะไรกันบ้าง โซนไหนฟรี โซนไหนต้องจ่ายเงิน ไปอ่านได้พร้อมๆ กัน

โซน 1 : หรูหรา ปาร์ตี้น้ำชา

ปาร์ตี้น้ำชา

สำหรับโซนแรก บอกเลยว่าพิเศษมากแอบกรี๊ดอยู่ในใจ กับภาชนะที่ทำจากช็อกโกแลตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นถ้วยชา ชาม ช้อน ซึ่งถูกจัดวางอย่างหรูหรา สไตล์ฝรั่งเศสกับการเสิร์ฟน้ำชาสุดหรู Elegant Afternoon Tea By Twinings Tea Master Show คุณผู้ปกครองทั้งหลายไม่ต้องกลัวว่าเด็กๆ จะทานชาไม่ได้ เพราะที่นี่เขามีชาแบบไม่ใส่คาเฟอีน แต่รสชาติไม่ได้ผิดเพี้ยนกับชาทั่วไปเลย หอมอร่อยฟินแน่นอน นอกจากนั้นยังมี สโคนรสออริจินัลและรสเอิรล์เกรย์ทานคู่กับ Clotted Cream จากเมืองเดวอน เมืองที่ผลิต Clotted Cream ที่ดีที่สุดในโลก กับแยมสูตรพิเศษ 2 รสชาติ ทั้งกุหลาบ และเลมอน ความหอมหวานที่เข้ากันอย่างลงตัว, แซนด์วิช, คานาเป้ และของหวานอย่างมาการอง เครมบรูเล่ และมินิเค้กทานคู่กับ ชาทไวนิงส์ที่คุณชื่นชอบได้

ถ้วยชาช็อกโกแลต

ช้อนส้อมช็อกโกแลต

คิดว่าจะหมดเพียงแค่นี้ คุณคิดผิด เพราะยังมีเมนูช็อกโกแลตสุดพิเศษ ได้แก่ Volute Chocolate (โวลูท ช็อกโกแลต) By Le Plaisir สไตล์ฝรั่งเศส กัดคำแรกบอกเลยว่า ฉันรักเมนูนี้อยากซื้อกลับบ้านอีกเยอะๆ รูปทรงจะเป็น ช็อกโกแลตโดม ที่แสดงถึงความเป็นเค้กยุคใหม่ผลิตจากดาร์ค ช็อกโกแลตมูส ซึ่งเป็นช็อกโกแลตนำเข้าจากฝรั่งเศส ผสมผสานกับกรีนทีครีมบูเล่ ให้รสชาติหอมหวาน เมื่อทานพร้อมกับมูสช็อกโกแลต จะได้รสชาติที่ลงตัว นุ่ม เข้มข้น และหอมหวาน

Volute Chocolate อร่อยจนหยุดกินไม่ได้

ยังไม่หมด ยังมีเมนูจาก เชฟเป้ สารัตถ์ นิ่มละมัย จากสถาบัน Bangkok Art and Pastry ผู้ท้าชิงจากรายการ Iron Chef Thailand กับ Exotic Chocolate tartlets และ Chocolate surprised โดยสองเมนูนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการหยิบยกความรัก ความหลงใหล ของคนคลั่งช็อกโกแลต โซนนี้สามารถซื้อบัตรได้มูลค่า Mini 500 & Elegance 1,000 บาท/ผู้ใหญ่ 2 ท่าน

Chocolate surprised เก๋มากๆ

โซน 2 : ปาร์ตี้ในป่าช็อกโกแลต

ฟินสุดๆ สำหรับโซนนี้ เพียงแค่คุณซื้อบัตร 300 บาท สามารถเดินเข้ามาดื่มด่ำกับบุฟเฟต์ในป่าช็อกโกแลตสุดมหัศจรรย์ Chocolate Buffet in Garden Wonder Land บนพื้นที่เกือบ 200 ตารางเมตร แอบกระซิบว่า 300 บาทคุ้มหรือไม่อยู่ที่ตัวคุณเองว่าจะดื่มด่ำกับช็อกโกแลตได้เยอะแค่ไหน มีทั้งเกมให้เล่น มุมให้ได้ถ่ายรูปและอันนี้ดอกจันไว้เลย คุณสามารถเดินเก็บช็อกโกแลตกลับบ้านได้เยอะแค่ไหนแล้วแต่ความสามารถส่วนบุคคล

ป่าช็อกโกแลต

ต้นไม้ช็อกโกแลต

โซน 3 : ปาร์ตี้เชฟขั้นเทพ

โซนนี้ มีกำแพงช็อกโกแลต Chocolate Eatery Wall ชิมช็อกโกแลตจากแบรนด์ดังระดับเวิลด์คลาสบนกำแพงช็อกโกแลตขนาด Over Size ฟรี! มากถึง 1,000 ชิ้นต่อวัน จากแบรนด์ Lindt, Ferrero rocher, Ritter sport รวมถึง ชมโชว์สดๆ สุดพิเศษจาก ศิลปินลูกอม Made in Candy Show และสุดพิเศษกิจกรรมเวิร์กช็อป Chocolate Play Land Workshop ที่รวบรวมเมนูขนมมาให้ผู้สนใจได้เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น การเรียนทำขนมโดยมีคอร์สสำหรับคุณหนูๆ จาก Smile Cooking Club และคอร์สแต่งหน้าเค้กด้วยช็อกโกแลตจากสถาบัน Bangkok art of pastry เทคนิคการทำดอกไม้ด้วยช็อกโกแลต จากสมาคมเบเกอรี่ไทย ใครสนใจการทำขนมห้ามพลาดกับโซนนี้ โดยซื้อซิลเวอร์ ทิคเก็ต DIY Workshop: มูลค่า Junior Course 500 & Hi-End Course 2,000 บาท

กำแพงช็อกโกแลต กินไม่ได้นะจ๊ะเด็กๆ

เรียนรู้ขั้นตอนการทำได้ที่นี่กับเชฟ

ใกล้ชิดเชฟสุดๆ

โซน 4 : ที่เดียว ครั้งแรก แกะสลักช็อกโกแลต

ดูกันสดๆ ตะลึงทุกกรรมวิธีการทำไปกับการแข่งขันแกะสลักช็อกโกแลต Thailand Chocolate Contest 2016 จาก 7 ทีม ไม่ว่าจะเป็นเชฟดีกรีระดับต้นๆ ของเมืองไทยไปจนถึงแชมป์โลก การแข่งขันแกะสลักน้ำแข็ง ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกและที่เดียว เพื่อชิงรางวัลมูลค่ากว่า 200,000 บาท โดยผลงานทั้งหมดจะถูกตั้งโชว์ให้มาชมกันได้ตลอดการจัดงานครั้งนี้ โซนนี้สามารถเข้าชมได้แบบฟรีๆ เลยจ้า

แกะสลักช็อกโกแลต

พิเศษ บัตรเข้าไปทุกโซน Combo Set โกลด์ ทิคเก็ต VIP COMBO SET: มูลค่า 3,000 บาท (จากปกติ 4,300 บาท) สามารถเข้าไปร่วมสนุกได้ทุกโซนในงาน พร้อมรับของสมมนาคุณพิเศษ Signature Premium

มาการองก็เด็ด

ฟองดูอร่อยสุดๆ

 **ล้อมกรอบ**

งานนี้ชมฟรี! ชิมฟรี! ผู้เข้าชมงานทั่วไปจะได้ชมบรรยากาศโดยรอบของ 3 โซนนี้ แต่เพียงภายนอกเท่านั้น สำหรับสาวกช็อกโกโฮลิคแฟนพันธุ์ช็อกที่ถือบัตร (ต้องซื้อบัตรเข้า) เท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปแนบชิดกับกิจกรรม จิบชาหรูบนโต๊ะ Chocolate Long Table สนุกเต็มอิ่มกับช็อกโกแลตบุฟเฟต์ในป่ามหัศจรรย์ เพลินกิจกรรม DIY อย่างใกล้ชิดกับบรรดาเชฟขั้นเทพ งานจัดระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2559 นี้ จัดเพียงแค่ 4 วันเท่านั้นห้ามพลาด

รีเจ้นท์ ชะอำ ลุคใหม่ก้่าวสู่ไลฟ์เดสติเนชั่นครบรส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/611972

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 เม.ย. 2559 05:15

 

ถึงเวลาอัพเดทธุรกิจให้ก้าวตามทันยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ บอสใหญ่โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท จัดงาน “Regent Cha-Am Redefine : นิยามใหม่แห่งสีสันของชีวิต” แนะนำการปรับลุคครั้งใหญ่ของรีเจ้นท์ ชะอำ เพื่อก้าวสู่การเป็น “ไลฟ์ เดสติเนชั่น คอนเซปต์”

บอสใหญ่เดอะรีเจ้นท์กรุ๊ปบอกว่า กว่า 33 ปีที่รีเจ้นท์ ชะอำ ซึ่งเป็นเพชรเม็ดงามของ จ.เพชรบุรี ได้หมั่นเจียระไนเพชรเม็ดนี้ให้เป็นสถานที่แห่งการพักผ่อนและท่องเที่ยวอย่างแท้จริง โดยครั้งนี้ทุกคนได้สัมผัสกับชายทะเลที่ได้รับการจัดระเบียบใหม่ ห้องพัก สระว่ายน้ำ รวมถึงกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคติจิตอลทุกวัย ซึ่งการ Redefine ครั้งนี้ หมายถึงการร่วมกันสร้างสีสันแนวใหม่ให้กับชีวิตของทุกคน การมาพักผ่อนที่จะให้ทุกคนได้ผ่อนคลายชาร์จ แบตเตอรี่ของชีวิตให้เต็มที่ เพื่อกลับไปทำ-งานอีกครั้ง

ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ (กลาง) และแขกเวรี่วีไอพี นิคกี้ จาติกวณิช,ภัณฑิลา เทพาคำ, กุลนาถ-วศุมา คณาธนะวนิชย์, ชลิดา ตฤณขจี, และปรัชญ์ คุโณทัย.

เชษฐ์ รมยะรูป, กุลนาถ คณาธนะวนิชย์ และภวิณ เจริญรัชต์ภาคย์.

อุ่นเครื่องบรรยากาศยามเย็นด้วยกิจกรรมริมชายหาด “แต้มสีสันบนผ้ามัดย้อม” กับการออกแบบผืนผ้าสไตล์ญี่ปุ่น ที่เรียกว่า
“ชิโบริ” ด้วยสีครามจากธรรมชาติ ต่อด้วยปาร์ตี้ริมหาดยามค่ำคืน ที่ตกแต่งบรรยากาศด้วยโคมสีฟ้า เข้ากับคอนเซปต์การแต่งกายโทนฟ้าของแขกระดับวีไอพีทั่วทั้งบริเวณเดอะ สกาย บีชฟร้อนท์ เด็กค์ ที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ เพื่อใช้สอยในการจัดงานเลี้ยงตามไลฟ์สไตล์ที่คุณต้องการ สามารถเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามา 180 องศา พร้อมรับลมทะเลที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายชิลล์ๆ และทานอาหารนานาชาติรสเลิศที่คัดสรรมาให้ลิ้มลองกันอย่างเอร็ดอร่อย ต่อด้วยความบันเทิงจาก “โก้ มิสเตอร์แซกแมน” ที่ขับกล่อมเพลงฮิตของเจ้าตัว รวมถึงเพลง ‘Rede-fine Regent Cha-Am’ ที่แต่งขึ้นใหม่เพื่องานและสถานที่แห่งนี้เท่านั้น และเรียกเสียงกรี๊ดพร้อมเปลี่ยนบรรยากาศให้ครึกครื้นขึ้นมาอีกสเต็ป กับ “ป๊อด โมเดิร์นด็อก” เจ้าพ่อเพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อก ที่ขนเพลงฮิตทั้งจังหวะช้าและเร็วมาเสิร์ฟความสุขให้เปี่ยมล้น ปิดท้ายค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองด้วยพลุตระการตาให้ทุกคนได้ร่วมแชร์ความสุข สร้างสรรค์ช่วงเวลาและประสบการณ์ที่น่าประทับใจร่วมกันกับ “รีเจ้นท์ ชะอำ.. ไลฟ์ เดสติเนชั่น”.

ศลิษา เศรษฐาภรณ์ – สายฝน เหตระกูล

ร่วมสนุกกับกิจกรรม #NGThaiNatureCalling “เพราะธรรมชาติเรียกหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/611882

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 27 เม.ย. 2559 13:01

 

ภาพของคุณอาจได้รับคัดเลือกลงในเฟซบุ๊ก National Geographic Thailand และเว็บไซต์ www.ngthai.com และเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการภาพถ่าย ในงานบ้านและสวน Mid-Year 2016

พร้อมลุ้นรับ…

– นาฬิกา Rhythm Japan มูลค่า 11,500 บาท (1 รางวัล)
– Orient 60th Anniversary Swimmer มูลค่า 4,300 บาท (1 รางวัล)
– ชุดหนังสือสำนักพิมพ์ NG (3 รางวัล)

กติกา
1. ถ่ายธรรมชาติในความหมายและแบบที่เป็นคุณ (ไม่จำกัดเทคนิค วิธีการ และอุปกรณ์)
2. โพสต์ภาพผ่านทาง Facebook หรือ Instagram พร้อมคำบรรยายสั้นๆ และติดแฮชแท็ก #NGThaiNatureCalling และตั้งค่าเป็นสาธารณะ หรือ Public



หมดเขตส่งภาพ 31 พฤษภาคมนี้



ชมภาพตัวอย่างคร่าวๆ ได้ที่นี่ http://ngthai.com/post/Pk9qRiP-ngthainaturecalling

อลังการธรรมชาติสร้าง! 10 ข้อเด็ด ‘นาคาน้อย’ เกาะภูริ สวรรค์บนท้องน้ำทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603153

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 เม.ย. 2559 06:05

 

เป็นเรื่องเป็นราวครึกโครมในช่วง 2-3 วันมานี้ เกี่ยวกับเรื่องเกาะส่วนตัวของครอบครัว หิรัญพฤกษ์ โดยดาราหนุ่ม ภูริ หิรัญพฤกษ์ ที่เรารู้จักกันดี ได้ออกมาเรียกร้องให้สังคมช่วยเหลือเรื่อง เกาะนาคาน้อย จ.ภูเก็ต หลังมีผู้แอบอ้างกรรมสิทธิ์ คุกคามผืนป่าโดยมิชอบเพื่อผลประโยชน์

ถึงจะพูดกันว่าเป็นเกาะส่วนตัว แต่จริงๆ แล้วครอบครัวหิรัญพฤกษ์ ไม่ได้เป็นเจ้าของทั้งเกาะ แต่เป็นเจ้าของที่ดินอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งจะว่าไปแล้ว เกาะแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกาะที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะแห่งนี้ได้

ใครที่สนใจอยากลองไปเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปรู้จัก 10 ข้อต้องรู้เกี่ยวกับเกาะนาคาน้อยกันเสียหน่อย พร้อมแล้ว ตามมาทางนี้!

1. เกาะนาคาน้อย เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ในเขต ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต (อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะภูเก็ต) มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณร้อยกว่าไร่ และในบริเวณใกล้เคียงกันยังมีอีกเกาะชื่อว่า เกาะนาคาใหญ่

2. ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะรู้จักเกาะนาคาใหญ่มากกว่าเกาะนาคาน้อย แต่ทั้งสองเกาะก็ถือว่าเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ น่าเดินทางไปสัมผัส

3. สำหรับเกาะนาคาน้อย ครอบครัว หิรัญพฤกษ์ ไม่ได้เป็นเจ้าของทั้งเกาะ แต่เป็นเจ้าของที่ดินอยู่ประมาณ 53 ไร่ ตามที่ระบุไว้ในเอกสารสิทธิ นส.3ก. ประกอบไปด้วยที่ดินหน้าหาด ไปจนถึงบ้านพักและสวนมะพร้าวหลังบ้าน ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีก 60% ของเกาะเป็นป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกเงือก

ภูริ หิรัญพฤกษ์ และ แอน อลิชา พาลูกในท้องมาพักผ่อนเกาะส่วนตัว

4. เกาะนาคาน้อย มีลักษณะเกาะเป็นรูปยาวรี มีหาดทรายขาวสะอาดและเงียบสงบ น้ำทะเลใสเหมือนคริสตัลตามเสน่ห์แบบทะเลฝั่งอันดามัน มีป่ามะพร้าวขึ้นหนาแน่น มีป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ และรอบๆ เกาะยังมีแนวปะการังที่สวยงามอีกด้วย

5. ที่นี่ไม่มีที่พักบริการ เหมาะสำหรับการเดินทางไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ แต่มีจุดไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ เกาะแห่งนี้เป็นฟาร์มเลี้ยงหอยมุก ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้

6. วิธีการเข้าชมฟาร์มหอยมุก นักท่องเที่ยวจะต้องทำเรื่องขออนุญาตจากทางฟาร์มก่อน เมื่อเข้าไปชมภายใน จะได้เห็นขั้นตอนการเลี้ยงหอยมุก เพื่อผลิตไข่มุกออกมาเป็นเครื่องประดับเลอค่าสวยงาม แถมยังได้เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์จากไข่มุกในราคากันเอง นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและเครื่องดื่มบริการบนเกาะด้วย

7. สำหรับใครที่ชอบเที่ยวแบบสะดวกสบาย ขอบอกว่า เกาะนาคาน้อย อาจจะไม่ตอบโจทย์คุณสักเท่าไหร่ เพราะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ เท่านั้น ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการ แต่รับรองว่าถูกใจคนที่ชอบเที่ยวทะเลแบบสงบ ไม่วุ่นวายแน่นอน

8. ส่วนใครที่อยากพักสบายๆ แต่เดินทางมาเที่ยวที่นี่ได้ง่ายๆ แนะนำว่าให้หาที่พักบนเกาะนาคาใหญ่ จากนั้นค่อยหาซื้อทัวร์มาเที่ยวบนเกาะนาคาน้อยแบบไปเช้าเย็นกลับ ที่นี่มีหาดทรายที่ขาวละเอียดและมีความเป็นธรรมชาติอยู่สูงมาก ดีไม่ดีจะได้เห็นนกเงือก นกหายากของไทยอีกด้วย

สวยสุดๆ

อยากไปสักครั้ง

9. หากสนใจเที่ยวเกาะนี้ อาจจะยุ่งยากนิดนึง เพราะต้องทำเรื่องขออนุญาตขึ้นเกาะ แต่ทั้งนี้นักท่องเที่ยวก็สามารถติดต่อซื้อทัวร์ไปเที่ยวได้ง่ายๆ

10. มีบริษัททัวร์ให้บริการนักท่องเที่ยวหลายเจ้า ซึ่งทางบริษัททัวร์จะเป็นผู้ประสานงานเรื่องการขออนุญาตให้เลย ซึ่งนักท่องเที่ยวก็จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น เกาะแห่งนี้สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยขึ้นเรือได้ที่อ่าวปอ

เสิร์ฟ 7 ข้อ คู่มือเที่ยว ‘ดับร้อน’ ออนเดอะบีช!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/610891

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2559 14:05

 

อยากไปทะเล แต่มันร้อนอะ ทำไง? อ้าว…มาเที่ยวทะเลมันก็ต้องร้อนสิคะคุณ! แต่ในกรณีสำหรับบางคน ที่กระหม่อมบางป่วยบ่อย เกิดอยากไปเที่ยวทะเลขึ้นมา ก็ต้องเตรียมสู้อากาศร้อนให้ดี กลับจากทริปทะเลจะได้ไม่ต้องมีไข้มีหวัดมาถามหาทีหลัง

วันนี้ คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ มีคำแนะนำดีๆ เอาไว้สู้อากาศร้อน ปรับอุณหภูมิร่างกายให้สมดุล ช่วยลดอาการป่วย ซึม อ่อนล้าจากอากาศที่อบอ้าว ช่วยป้องกัน heat stroke หรือโรคลมแดด และทำให้สดชื่น เที่ยวได้สนุกสนานเต็มที่

ส่วนจะต้องทำอย่างไรบ้าง มาดูกัน

เที่ยวทะเลหน้าร้อน ฟินสุขใจ

1. โลชั่นกันแดด สำคัญที่สุด

ไปเที่ยวทะเล ก็รู้ๆ กันดีว่ารังสียูวีมันโหดร้ายมาก แดดจ้าๆ กลางท้องฟ้าโปร่งสดใส ถ้าเดินออกไปริมทะเลตอนนี้มีหวังตัวไหม้เกรียมเป็นไก่ย่าง ฉะนั้น สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมก็คือ ครีมกันแดด หรือโลชั่นกันแดด ช่วยปกป้องผิวของคุณจากอันตรายของรังสียูวี ถ้าโดนรังสีชนิดนี้ทำร้ายสะสมนานๆ เข้า นอกจากผิวจะแดง ไหม้ และแสบร้อนแล้ว ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้นะเออ กันไว้ดีกว่าแก้เนอะ

ห้ามลืมเด็ดขาด คือ ครีมกันแดด

2. หลีกเลี่ยง Dehydration

Dehydration คือ ภาวะขาดน้ำ เมื่อร่างกายเราอยู่ท่ามกลางแสงแดดและอากาศร้อนจัด ร่างกายจะขับเหงื่อออกมามาก เพื่อรักษาสมดุลอุณหภูมิในร่างกาย คุณจะรู้สึกคอแห้ง ปากแห้ง ถ้าละเลย ไม่ใส่ใจ ร่างกายคุณก็อาจเกิดภาวะขาดน้ำได้ ทำให้หน้ามืด เพลีย ไม่มีแรง ฉะนั้นถ้าเริ่มคอแห้งหรือหิวน้ำ ต้องดื่มน้ำทันที ทางที่ดีเวลาไปเที่ยวทะเล ก็ควรพกน้ำดื่มติดตัวไปด้วย จิบน้ำบ่อยๆ ช่วยได้แน่นอน

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

3. ดับร้อนด้วยของหวานเย็นฉ่ำ

อีกวิธีที่น่าจะถูกใจ ถ้าหากไปเที่ยวแล้วอากาศช่วงนั้นมันร้อนมากๆ ไปที่ไหนก็ไม่หายร้อน แนะนำให้แวะร้านขนมหวานๆ เย็นๆ ดับร้อนก่อนเลย เป็นวิธีที่ช่วยลดอุณหภูมิให้ร่างกายได้ดี และที่สำคัญการได้นั่งพักหลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน ก็จะช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายอีกทางหนึ่ง แถมยังเป็นการเติมน้ำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอีกครั้ง

กินของหวานๆ เย็นๆ ดับร้อน

4. ผ้าเย็น ทิชชูเปียก ตัวช่วยยามยาก

ส่วนใครที่ไปเที่ยวทะเล แล้วย่านนั้นไม่มีร้านรวงขายขนมหรือหวานเย็นดับร้อน ตัวช่วยที่ดีอีกอย่าง คือ การพกผ้าเย็นติดตัว หรือจะเป็นทิชชูเปียกก็ได้ เวลาร้อนๆ จนตัวแดงจากแดด หยิบขึ้นมาโปะๆ เช็ดๆ ตามร่างกายทันที เน้นบริเวณต้นคอ รักแร้ แขน แผ่นหลัง จะช่วยลดอุณหภูมิได้ดี คลายร้อนและสดชื่นขึ้นมากทีเดียว

ผ้าเย็นหรือทิชชู่เปียก ช่วยคลายร้อน

5. พัดลมพกพา จำเป็นนะ!

ส่วนใครที่อยากเพิ่มความชิคเข้าไปอีก แนะนำให้พกพัดลมจิ๋วไปด้วยเลยจ้า ใช้สะดวกทุกที่ทุกเวลา เพิ่มการหมุนเวียนของอากาศ ทำให้หายใจได้สะดวกปลอดโปร่ง ยิ่งถ้าใครหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม นอกจากใช้ผ้าเย็นเช็ดตัวและดมยาดมแล้ว เปิดพัดลมตัวเล็กๆ ร่วมด้วย ก็ช่วยได้อีกเยอะ

6. อย่าปรับแอร์เย็นกะทันหัน

อีกอย่างคือ หลังจากออกไปเที่ยวกลางแดดร้อนๆ เหงื่อท่วมตัวกลับมา เวลาเข้าที่พัก อย่ารีบร้อนเปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ เพราะร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน อาจทำให้เป็นไข้หรือเป็นหวัดได้ง่ายๆ ทางที่ดี ให้พักที่ระเบียงห้อง คลายร้อนด้วยพัดหรือผ้าเย็น รอให้เหงื่อระเหยจนตัวแห้งดีก่อน แล้วถึงค่อยเข้าห้องแอร์นะจ๊ะ หรือถ้าในห้องพักมีพัดลมก็เปิดพัดลมก่อนสักพัก แล้วค่อยเปิดแอร์ตาม

อย่าเปิดแอร์เย็นยะเยือกแบบกะทันหัน

7. ฟื้นร่างระอุแดดด้วย Aloe Vera 

อีกข้อหนึ่งที่อย่าลืม! หลังจากออกแดดมาสดๆ ร้อนๆ พอเหงื่อแห้งดีแล้ว อาจจะชโลมผิวด้วย Aloe Vera Gel เย็นๆ (ควรแช่ตู้เย็นทิ้งไว้) เพื่อฟื้นฟูผิวที่แดง แสบ ไหม้ จากแสงแดด เป็นการลดอุณหภูมิของผิว และช่วยให้รู้สึกเย็นสบายตัว สดชื่นขึ้นอีกเป็นกอง ที่สำคัญยังช่วยสมานผิวที่แสบแดง รักษาผิวให้ชุ่มชื้น หรือถ้าใครมีเวลา อาจจะนำแตงกวาแช่เย็นๆ มาหั่นบางๆ หรือปั่นละเอียดแล้วพอกไปตามตัวก็ได้เหมือนกัน

อโลเวร่าเย็นๆ ลดอาการแสบร้อน ผิมชุ่มฉ่ำ เย็นสดชื่น

หรือจะบำรุงผิวด้วยแตงกวาก็ได้

หวังว่าทริคเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จะช่วยทำให้คุณหลีกหนีอาการป่วยซึมจากอากาศร้อนอบอ้าวได้ดี อย่างน้อยก็น่าจะช่วยให้คุณสนุกสนานกับทริปเที่ยวทะเลได้ฟินมากไปอีก!

อากาศริมทะเล ผ่อนคลายสบายใจชิลไปอีก

เที่ยวทะเล หายห่วง ไม่ต้องกลัวป่วย

“ชมมรดกโลกที่…ฮิโรชิมาและเกาะมิยาจิมา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/609983

โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ 24 เม.ย. 2559 05:01

 

ผมเดินทางไปญี่ปุ่นมานับครั้งไม่ถ้วน ไปมาหลายเมืองแทบทั่วประเทศญี่ปุ่น

หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่เคยไปคือ เมืองฮิโรชิมา ซึ่งได้ไปครั้งล่าสุดเมื่อสิบปีที่แล้ว ตั้งแต่สมัยที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ยังบินตรงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังฮิโรชิมา แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันยกเลิกเส้นทางบินนั้นไปแล้ว

ต้นซากุระริมแม่น้ำนิชิกิ

ด้วยความที่ยังระลึกถึงเมืองฮิโรชิมาอยู่ และคิดว่าน่าจะส่งทีมงานรายการครอบจักรวาลไปถ่ายทำรายการเรื่องเมืองฮิโรชิมา เพื่อนำมาออกอากาศให้ชมกันอีกครั้ง ผมจึงมอบหมายให้ทีมงานส่วนล่วงหน้าไปสำรวจว่าฮิโรชิมาในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง โดยมีเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในฮิโรชิมาเป็นผู้พาเที่ยวพาชมแบบส่วนตัว

ทีมงานเดินทางไปเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน กลับมารายงานให้ฟังว่าช่วงเดือนนี้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นกันเป็นจำนวนมาก เที่ยวบินของทุกสายการบินที่ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่เดินทางไปยังเมืองต่างๆในญี่ปุ่น เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทย มีทั้งไปเป็นกลุ่มใหญ่กับคณะทัวร์ และที่เดินทางไปท่องเที่ยวกันเองเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเล็กๆ

เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินตรงจากดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิไปยังฮิโรชิมา จึงเลือกบิน จากดอนเมืองไปยังโอซากา ใช้เวลาบินประมาณห้าชั่วโมงกว่า แล้วเดินทางไปฮิโรชิมาด้วยรถไฟความเร็วสูง ที่รู้จักกันดีในชื่อ “ชินคันเซ็น” ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง

ผู้เขียนที่อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมาเมื่อปี พ.ศ.2549

สถานที่ท่องเที่ยวที่จะเล่าถึงในคราวนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ไม่ควรพลาด เมื่อไปถึงฮิโรชิมา ได้แก่ สวนสันติภาพฮิโรชิมา สะพานคินไตเคียว และเกาะมิยาจิมา

อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมาในปัจจุบัน

สะพานคินไตเคียว ในฤดูใบไม้ผลิ

จุดแรกที่แวะชมก่อนจะเข้าไปในบริเวณ สวนสันติภาพฮิโรชิมา คือ อาคารอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา หรือ อะตอมมิกบอมบ์โดม เดิมเป็นอาคารแสดงสินค้าศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมของเมืองฮิโรชิมา สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2458 และถูกระเบิดปรมาณู เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2488 เวลา 08.15 น. โดยระเบิดแตกตัวที่ระดับความสูงประมาณ 600 เมตรเหนืออาคาร จึงเป็นอาคารที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางการระเบิดมากที่สุด ที่ยังหลงเหลืออยู่หลังการระเบิด ได้มีการอนุรักษ์สภาพอาคารไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนให้ระลึกถึงพลังทำลายล้างของระเบิดปรมาณู และเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในสันติภาพและการต่อต้านการใช้อาวุธปรมาณู อาคารนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2539

ส่วนหนึ่งของการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา

จากอาคารอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา เดินเลียบ แม่น้ำโมโตยาสุกาว่า ข้ามสะพานไปยัง สวน สันติภาพฮิโรชิมา แวะชม อนุสาวรีย์สันติภาพเด็ก ซึ่งสร้างให้เป็นที่ระลึกแก่ เด็กหญิงซาดาโกะ ซาซากิ หลายคนรู้จักจากหนังสือเรื่อง ซาดาโกะ กับนกกระเรียนพันตัว เธอรอดชีวิตจากระเบิด ปรมาณู แต่มาป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเมื่ออายุ 11 ปี เธอเชื่อว่าหากพับกระดาษเป็นรูปนกกระเรียนได้ครบหนึ่งพันตัวจะช่วยให้เธอหายป่วยได้ แต่ในที่สุดเธอก็จากไป เรื่องราวการพับนกกระเรียนยังคงเป็นความเชื่อของหลายคนในการส่งกำลังใจให้ผู้ป่วย และปัจจุบันยังมีเด็กนักเรียนและผู้ใหญ่พับนกกระเรียนเพื่อระลึกถึงซาดาโกะ และนำมามอบให้โดยมีสถานที่เก็บเป็นห้องกระจกอยู่ใกล้ๆอนุสาวรีย์

อนุสาวรีย์สันติภาพเด็ก

จากอนุสาวรีย์ซาดาโกะ เดินต่อไปจะเห็น ไฟแห่งสันติภาพ ตั้งอยู่กลางสวนสันติภาพฮิโรชิมา ไฟตรงนี้ถูกจุดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 และติดอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืนไม่เคยดับ แม้ในวันที่ไปนั้นมีฝนตก ก็ยังเห็นเปลวไฟสว่างอยู่

อนุสาวรีย์เหยื่อปรมาณู

ใกล้กับไฟแห่งสันติภาพมีอนุสาวรีย์เหยื่อระเบิดปรมาณู สร้างเป็นรูปโค้งคล้ายที่หลบภัย ภายในมีรายชื่อของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ในวันที่ 6 สิงหาคมของทุกปีจะมีการจัดงานรำลึกและไว้อาลัยบริเวณอนุสาวรีย์แห่งนี้

หลังจากชมบริเวณสวน เดินเข้าไปในตัว อาคารพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา เป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อจัดแสดงสิ่งของ บอกเล่าเหตุการณ์ก่อนและหลังเมืองฮิโรชิมาถูกระเบิดปรมาณู มีภาพจำลอง และตัวอย่างของวัตถุของจริงที่เก็บได้หลังเกิดเหตุการณ์ นำมาจัดแสดงไว้มากมายหลายชิ้น สำหรับผู้เข้าชมชาวต่างชาติ มีอุปกรณ์สำหรับฟังเสียงบรรยายภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆหลายภาษา รวมทั้งภาษาไทยให้เลือกเช่ามาใช้ฟังขณะเดินชมในพิพิธภัณฑ์

สถานที่สำคัญในตัวเมืองฮิโรชิมา นอกจากบริเวณสวนสันติภาพแล้ว ยังมี ปราสาทฮิโรชิมา ที่น่าเข้าไปชม แต่เนื่องจากในคราวนี้วันที่อยู่ในเมืองมีฝนตกทั้งวัน จึงจำเป็นต้องงดโปรแกรมชมปราสาทฮิโรชิมา ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมาก

อีกวันหนึ่งเพื่อนชาวญี่ปุ่นจัดโปรแกรมพาไปนอกเมือง เดินทางโดยรถไฟจากฮิโรชิมา ครึ่งวันเช้าไปชม สะพานคินไตเคียว (Kintaikyo Bridge) ที่เมืองอิวาคุนิ (Iwakuni) ครึ่งวันบ่ายข้ามไปยัง เกาะมิยาจิมา (Miyajima Island)

สะพานคินไตเคียว เป็นสะพานไม้ 5 โค้งแบบโบราณ ข้ามแม่น้ำนิชิกิ (Nishiki River) ฝั่งตรงข้ามมีปราสาทอิวาคุนิ อยู่บนยอดเขา สะพานแห่งนี้สร้างโดยไม่ใช้ตะปู ความยาวประมาณ 193 เมตร กว้าง 5 เมตร ตอม่อริมฝั่งสูง 6.6 เมตร การไปชมความงามของสะพานสามารถไปได้ตลอดทั้งปี ในสี่ฤดูกาลจะมีความสวยงามที่แตกต่างกัน ฤดูใบไม้ผลิมีดอกซากุระ ฤดูร้อนมีเทศกาลตกปลาแบบโบราณและงานแสดงดอกไม้ไฟ ฤดูใบไม้ร่วงจะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูหนาวมีหิมะ

จากสะพานคินไตเคียว นั่งรถโดยสารไปสถานีรถไฟ Iwkuni ขึ้นรถไฟไปลงที่สถานี Miyajimaguchi แล้วข้ามไปยังเกาะมิยาจิมาโดยเรือเฟอร์รี่ ใช้เวลาประมาณสิบนาที บ่ายวันนั้นฝนตกพรำๆ ภาพที่ถ่ายจึงดูไม่ค่อยสว่างสดใสนัก

บริเวณศาลเจ้าอิสึคุชิมะ

สถานที่สำคัญบน เกาะมิยาจิมา คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine) เป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต อายุเก่าแก่กว่าพันปี มีการบูรณะซ่อมแซมมาหลายครั้ง และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อ พ.ศ.2539

ประตูโทริอิสีแดงในทะเลเวลาน้ำลง

ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ สร้างอยู่บริเวณอ่าวเล็กๆริมทะเล มีประตูโทริอิสีแดงตั้งอยู่ในทะเล หากเป็นช่วงเวลาน้ำขึ้น ภาพถ่ายที่ได้มาจะดูเหมือนศาลเจ้าและประตูโทริอิลอยอยู่เหนือน้ำ เป็นภาพที่คุ้นตาที่หลายท่านคงเคยเห็นจากเอกสารแนะนำการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น หากไปในช่วงเวลาน้ำลง นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปชมฐานประตูโทริอิได้อย่างใกล้ชิด

อาหารชุดข้าวหน้าปลาไหลทะเลและหอยนางรมชุบแป้งทอด

อาหารขึ้นชื่อของเกาะมิยาจิมา คือ หอยนางรม และ ปลาไหลทะเล ที่เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า อะนาโกะ เมื่อไปถึงมิยาจิมาแล้วไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง บริเวณถนนสายช็อปปิ้งมีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกเรียงรายอยู่สองฝั่ง ของฝากยอดนิยมคือ ขนมโมมิจิมันจู เป็นขนมแป้งอบรูปใบเมเปิ้ล มีไส้ถั่วแดง ไส้คัสตาร์ด และไส้อื่นๆ ร้านขายขนมหลายร้านกั้นห้องผลิตขนมเป็นกระจกใส ให้เรามองเห็นกระบวนการผลิตขนมได้ด้วย

ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกบนเกาะมิยาจิมา

ถ้ามีเวลาอยู่ที่เกาะมิยาจิมานานกว่านั้น ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจไปเที่ยวชมอีก เช่น สวนโมมิจิดานิ นั่งกระเช้าขึ้นไปยังยอดเขามิเซ็น ชมวิวจากมุมสูง หรือถ้าอยากพักค้างคืนบนเกาะมิยาจิมา ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด มีที่พักให้เลือกหลายแห่งทั้งแบบเรียวกัง และโรงแรม

ทัศนียภาพเมืองฮิโรชิมา จากห้องพัก Righa Royal Hotel มองเห็นสวนสันติภาพและเกาะมิยาจิมา

ส่วนที่พักในตัวเมืองฮิโรชิมาก็มีให้เลือกมากมาย ในคราวนี้ทีมงานได้พักที่ Righa Royal Hotel เป็นโรงแรมขนาดใหญ่อยู่ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากสวนสันติภาพและปราสาทฮิโรชิมา

ไปเที่ยวไปชมบ้านเมืองเขาแล้ว ชื่นชมในความมีระเบียบวินัย การรักษาความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ และการเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เห็นแล้วอยากให้คนไทยเราทำได้อย่างนั้นบ้าง บ้านเมืองเราคงน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

…..สวัสดี

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์