มันส์ไปอีก! สีสันนานาชาติ อภิมหาสงกรานต์ S2O สนุกแค่ไหนมาชม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/605889

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 เม.ย. 2559 13:06

 

ใครไปมาแล้ว ยกมือขึ้น! กับงานอภิมหาสงกรานต์ปาร์ตี้แนว EDM “Pepsi Presents S2O” (Songkran Music Festival 2016) ที่จัดขึ้นในวันที่ 13-15 เมษายน 2559 ณ SHOW DC OASIS ARENA พระราม 9 

งานเจ๋งๆ มันๆ แบบนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ไม่เคยพลาด เราเดินทางไปร่วมงาน S2O อลังการของ วู้ดดี้ และ เป๊บซี่ บอกเลยว่าตื่นตาตื่นใจกว่าปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวนานาชาติ โดยเฉพาะอาตี๋ อาหมวยจากประเทศจีน งานนี้จัดเต็มโปรดักชั่นสุดอลังการระดับโลก ดีเจชื่อดังมากฝีมือเยอะแยะมากมาย เวทีขนาดใหญ่กว้าง 77 เมตร สูง 20 เมตร Wide screen ระบบแสง สี เสียง เทียบเท่าทัวร์ศิลปินระดับโลก และเอฟเฟกต์ตระการตา จะสนุกแค่ไหนไปชมภาพกัน

S2O

เวทีเดือด

ดีเจโซดา น่ารักอะ

ญี่ปุ่น คาวาอิเดสก๊ะ

พวกเราชาวไทยจ้า

สนุกไปอีก

แฮปปี้ที่สุด

ภูฏาน

เซ็กซี่ๆ

แดนซ์กันเถอะ

เกาหลี ซารางเฮโย

อาตี๋อาหมวยคึกครื้น

เลิฟๆ ปีหน้าไปอีก

มีความหวาน

ที่มาภาพ : S2O Songkran Music Festival

“ฮ่องกง-เกาลูน” ไปกี่ครั้งก็ (ยัง) ไม่เบื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606083

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 เม.ย. 2559 05:01

 

บรรยากาศที่รีพัลส์ เบย์.

ยุคสมัยที่ค่าเครื่องบินแพงกว่ารถทัวร์ไม่มาก แถมถ้าซื้อผ่านระบบอินเตอร์เน็ตไว้ก่อน แบบกำหนดวันเดินทางแน่นอนในช่วงโปรโมชั่น ก็อาจจะได้ราคาถูกแบบเหลือเชื่อ เพราะ ฉะนั้น ในยุคนี้อย่าว่าแต่ในประเทศเลย แม้แต่ต่างประเทศ คนกระเป๋าเบาๆ เก็บเงินไม่นานก็ออกไปท่องโลกได้ตามใจแล้ว

เมื่อเร็วๆนี้ คุณเด่น ยุทธศักดิ์ ศิริรักษ์ ผอ.ฝ่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทาง Tune Protect Travel ร่วมกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย ชวนสื่อมวลชนคนคุ้นเคย 10 กว่าชีวิต บินลัดฟ้าสู่ฮ่องกง-เกาลูน ในชื่อทริป “อันซีนฮ่องกง” อาจจะดูเหลือเชื่อไปสักนิด ก็ฮ่องกงน่ะ คนไทยไปจนปรุแล้ว จะมีตรงไหนอันซีนได้อีก แต่เอาเข้าจริงๆสิ่งที่เราคิดว่าเคยเห็นอาจจะเห็นไม่จริงก็ได้ นี่ถือว่าเข้าทางอันซีนได้เหมือนกัน…

ทันทีที่เครื่องบินลำใหญ่ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่ FD 508 ลดระดับลงสู่ท่าอากาศยานเชค แลป ก๊อก พวกเราเริ่มทำตามคำสั่งของกัปตัน คือ นั่งรัดเข็มขัดอยู่กับที่ เก็บโต๊ะหน้าที่นั่งในระดับตรง และเปิดม่านหน้าต่าง…แค่อึดใจ เครื่องบินลำใหญ่ก็เปิดล้อทิ้งตัวลงสู่รันเวย์อย่างนิ่มนวล…

กระเช้าลอยฟ้าที่นองปิง.

ใช้เวลาไม่นานในการผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง เราก็ออกตะลุยเที่ยวฮ่องกงกันเลย…งานนี้ Tune ประกันภัย ส่งน้องๆสาวๆหนุ่มๆตามประกบดูแล พร้อม คุณวินนี่…บุษกร ห่อ มัคคุเทศก์ไทยที่ไปเสียดุลการค้าให้คนฮ่องกง…อันนี้แอบเม้าท์ ก็พาพวกเราขึ้นรถบัสมุ่งหน้าสู่เมืองตุงซุง เพื่อนั่งกระเช้าลอยฟ้า ชมทัศนียภาพจากเบื้องบนลงไปยังความเวิ้งว้างของทะเลจีนใต้และผืนดินทิวเขาแมกไม้ที่ถูกจัดสรรให้ลดหลั่นกันอย่างเป็นธรรมชาติ ไปยังหมู่บ้านนองปิง บนเกาะลันเตา ระยะทางราว 5.7 กิโลเมตร

25 นาที จากกลางเมืองตุงซุงเราก็มาถึงหมู่บ้านนองปิง จากนั้นเดินเท้าต่อไปยัง วัดโปหลิน หรือ วัดพระใหญ่ลันเตา เพื่อกราบนมัสการองค์พระใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่เหนือยอดเขา

องค์พระใหญ่ลันเตานี้ สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ โดยคณะสงฆ์แห่งวัดโปหลิน หนัก 250 ตัน สูง 34 เมตร ดูงดงาม สงบ องค์พระประทับนั่งอยู่บนฐานกลีบบัว ยกพระหัตถ์ขวาและแบพระหัตถ์ด้านซ้ายไว้บนตัก พระเนตรจ้องมองลงมา เหมือนว่ากำลังประทานพรแก่ผู้ที่มากราบไหว้

มีคนบอกว่า ถ้าอยากให้ศักดิ์สิทธิ์ระหว่างทางเดินขึ้นให้ทำสมาธินับขั้นบันไดซึ่งมีอยู่ 268 ขั้นจากตีนเขาสู่ยอดเขา แล้วอธิษฐานขอพรจะสมหวังตามที่ขอ นอกจากองค์พระใหญ่แล้ว บนยอดเขายังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเกาะฮ่องกงได้แบบพาโนรามา 360 องศา เรียกว่าเป็นการมองฮ่องกงแบบเบิร์ด อาย วิว กันเลยทีเดียว

เย็นวันแรก ต้อนรับสู่ฮ่องกงด้วยอาหารค่ำแบบซีฟู้ด ที่หมู่บ้านชาวประมง ลียุนมุน ก่อนเข้าพักที่ฝั่งเกาลูน เตรียมพร้อมเพื่อตะลุยฮ่องกงต่อในวันรุ่งขึ้น

คณะสื่อมวลชนถ่ายรูปที่หน้าองค์พระใหญ่ลันเตา.

โปรแกรมวันที่สองในฮ่องกง Tune ประกันภัย พาคณะของพวกเราไปยังตำบลซ่าถิ่น ชานเมืองฮ่องกง เป้าหมายแรกของการเดินทางวันนี้ คือ วัดแชกงหมิว หรือวัดกังหันนำโชค เป็นวัดเก่าแก่ของฮ่องกง ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง กว่า 400 ปีมาแล้ว มีรูปปั้น เจ้าพ่อแชก๊ง และดาบไร้พ่ายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำวัด เชื่อกันว่า ถ้าอยากรวย ค้าขายมีกำไร ต้องมาขอพรที่นี่ เพราะศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการขอโชคลาภ ทรัพย์สินเงินทอง

ตามตำนานเล่าว่า ปลายราชวงศ์ชิง แผ่นดินจีนลุกเป็นไฟ มีการก่อกบฏ แข็งเมืองค่อนประเทศ แต่มีนายทหารชาตินักรบคนหนึ่ง ชื่อว่า “ขุนพลแชก๊ง” ซึ่งเก่งกาจสามารถยกทัพไปปราบกบฏจนราบคาบทั่วประเทศ ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนักรบที่ไม่เคยพ่ายแพ้ ส่วนดาบประจำกาย เรียกว่า “ดาบไร้พ่าย” ที่ชาวจีนในรุ่นต่อมาได้ยึดถือเป็นสิริมงคลในด้านการต่อสู้และฮวงจุ้ย

ถึงขนาดที่ธนาคารแบงก์ออฟไชน่า ได้จำลองดาบไร้พ่ายไปเป็นแบบสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ เรียกว่าตึกใบมีด ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะฮ่องกง

เทพแชก๊ง….เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่วัดแชกงหมิว.

อีกอย่างที่คนส่วนใหญ่ที่มาไหว้เทพแชก๊งขอพรที่วัดแชกงหมิวแล้วไม่ลืมที่จะเช่าบูชา ติดไม้ติดมือกลับไปด้วย ก็คือ “กังหันนำโชค” ซึ่งเป็นจี้อันเล็กๆ เชื่อกันว่าถ้าใครแขวนกังหันนำโชคไว้กับตัว ก็จะหมุนเงินหมุนทองเข้ามาใส่ในกระเป๋าได้ง่าย และหมุนเอาความไม่ดี ความโชคร้ายออกไปจากตัวด้วย

วัดหวังต้าเซียน.

ไหว้เทพขอโชคลาภกันแล้ว ถ้ามีโชคลาภแต่เจ็บป่วยก็คงไม่ดีแน่ ว่าแล้วก็ไปต่อกันที่ วัดหวังต้าเซียน วัดที่มีผู้คนมากราบไหว้ขอพรขอให้มีสุขภาพแข็งแรง เป็นหนึ่งในวัดที่โด่งดังที่สุดของฮ่องกง นอกจากเรื่องสุขภาพแล้ว วัดหวังต้าเซียนยังมีผู้คนมาขอพรในเรื่องของความรักด้วย

จึงไม่แปลกที่จะเห็นผู้คนตั้งแต่วัยหนุ่มสาวไปจนถึงคนรุ่นอาม่า อากง มาขอพรที่วัดแห่งนี้ แม้จะยืนไหว้ที่เดียวกัน แต่ขอในเรื่องต่างกันแน่นอน…

โรงแรมริตส์ คาร์ตัน ฮ่องกง ..โรงแรมที่สูงที่สุดในโลก.

ตกบ่ายแวะไปจิบกาแฟกันในย่านเก่าแก่ของฮ่องกง ที่ฮอลลีวูด สตรีท เป็นย่านเก่าแก่ที่เคยเป็นฉากดังของหนังหลายเรื่อง อย่างเช่น Rush Hour คนฮ่องกงเคยคุยโม้นิดๆให้ฟังว่า จริงๆแล้วคำว่า Hollywood นั้น ที่ฮ่องกงเรียกชื่อนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1844 ก่อนที่อเมริกาจะมีฮอลลีวูดเสียอีก เหตุผลเพราะว่าย่านนี้ มีต้น Holly เยอะมาก ก็เลยเรียกว่า Hollywood ง่ายๆสั้นๆแบบนี้ละ

ทั้งถนนเป็นร้านกาแฟ ร้านขายของแนวชิคๆ ดีไซน์เก๋ๆ แค่เดินดูก็เพลินตา เพลินใจแล้ว….

บรรยากาศภายในโอโซนบาร์.

ตกค่ำวันนี้ ทีมงานจะพาเราไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ OZONE BAR บาร์ที่อยู่สูงที่สุดบนเกาะฮ่องกง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของคนที่พอมีอันจะกิน เป็นบาร์กินดื่มแบบเบาๆบนชั้น 118 ของโรงแรมริตซ์ คาร์ลตัน บริการหรูอย่างมีระดับ แอบเปิดดูเมนู แค่เบียร์ขวดเล็กๆก็ดริงก์ละ 120-150 เหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 500-700 บาทไทย ตามแต่ชนิดของเบียร์ และถ้าจะนั่งโซฟาด้านนอกที่สามารถชมวิวแบบ 360 องศาของเกาะฮ่องกง พร้อมรับลมเย็นๆแล้วล่ะก็ ต้องจ่ายค่าที่นั่งเพิ่มอีกประมาณ 1,000 เหรียญฮ่องกง หรือราว 4,700 บาทไทยต่อโซฟา 1 ชุด ที่นั่งได้ประมาณ 4 คน…สมกับเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสิงคโปร์และซูริก

แพงขนาดนี้ สำหรับเรา ขอแค่เคยไปก็พอละ… ถือว่าครั้งหนึ่งในชีวิต…!!

เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่รีพัลส์ เบย์.

บอกลาฮ่องกงวันสุดท้ายกันที่ วิคตอเรียพีค และรีพัลส์เบย์ อ่าวที่เต็มไปด้วยเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อของคนฮ่องกง ทั้ง พระสังกัจจายน์ เจ้าสมุทร พระกาฬ เทพแห่งวาสนา เทพแห่งดวงชะตา เทพเจ้าแห่งโชคลาภ และเจ้าแม่กวนอิมพระโพธิสัตว์ที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจีน

ก่อนที่เครื่องบินของไทยแอร์เอเชียที่ FD505 จะพาเรากลับเมืองไทยอย่างปลอดภัยแถมอุ่นใจกับ Tune ประกันภัยตลอดการเดินทาง…!!

คุ้มค่า! ส่องโปรฯ ตั๋วเครื่องบินสุดคุ้ม รออะไรอยู่ละครับ จองเลย!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601023

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 เม.ย. 2559 06:05

 

จะมีอะไรดีไปกว่าการได้เที่ยวกับครอบครัวในวันหยุดอีกล่ะ? โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง หลายครอบครัวคงแพลนทริปท่องเที่ยวสำหรับวันครอบครัวอยู่แน่ๆ บ้างก็ไปเที่ยวต่างจังหวัด บ้างก็หนีร้อนไปฟินต่างประเทศ

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอเอาใจครอบครัวที่อยากไปเที่ยวกันยกบ้าน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราได้สืบเสาะเจาะโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาสุดพิเศษมาให้ชมกัน แต่ตั๋วโปรแบบนี้ ต้องรีบจองกันหน่อย เพราะเขาไม่ได้ปล่อยที่นั่งมาให้ทุกเที่ยวบิน และบางเที่ยวบินก็อาจจะไม่มีให้บริการนะจ๊ะ

ส่วนจะมีตั๋วราคาถูกจากสายการบินใด และมีจุดหมายปลายทางที่ไหนบ้าง เข้ามาเช็กลิสต์กันที่นี่เลย!

1. แอร์เอเชีย บินสนุกวันครอบครัว

สายการบินแอร์เอเชีย มอบโปรโมชั่นตั๋วสุดประหยัด ต้อนรับวันครอบครัวกับโปร “บินสนุกวันครอบครัว” ราคาเริ่มต้นที่ 590 บาท โดยบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่หลากหลายเส้นทาง ได้แก่ ราคาเริ่มต้นที่ 590 บาท บินสู่ปลายทางที่ เชียงราย เชียงใหม่ กระบี่ นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี และ สุราษฎร์ธานี

บินสนุก ต้อนรับวันครอบครัว สงกรานต์ 2559

ราคาเริ่มต้นที่ 690 บาท บินสู่ปลายทางที่ บุรีรัมย์ หาดใหญ่ ภูเก็ต เลย น่าน และอุดรธานี
ราคาเริ่มต้นที่ 790 บาท บินสู่ปลายทางที่ ขอนแก่น นครพนม พิษณุโลก ร้อยเอ็ด และตรัง
ราคาเริ่มต้นที่ 990 บาท บินสู่ปลายทางที่ ย่างกุ้ง และโฮจิมินห์
ราคาเริ่มต้นที่ 1,290 บาท บินสู่ปลายทางที่ นราธิวาส และสิงคโปร์, บินตรงสู่หลวงพระบาง เริ่มต้นที่ 1,590 บาท

สำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้ – 17 เม.ย. 2559 เพื่อเดินทางได้ในวันที่ 6 เม.ย. – 30 ก.ย. 2559 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2515-9999

2. ไทยสมายล์ มอบตั๋วโปรสู่พม่า

สายการบินไทยสมายล์ ปล่อยตั๋วโปรโมชั่นราคาพิเศษ บินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ราคาเริ่มต้นที่ 2,750 บาทต่อคน/เที่ยว (รวมค่าธรรมเนียมแล้ว) สามารถสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้ – 25 มี.ค. 2560 และเริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้ – 25 มีนาคม 2560 เช่นกัน

บินถูกๆ ไปเที่ยวย่างกุ้ง

ราคานี้รวมทุกอย่างแล้ว สำรองที่นั่งอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง สามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน และวันเดินทางได้ อย่างน้อย 4 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางเดิม ได้ที่เว็บไซต์: http://www.thaismileair.com หรือ ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 0-2118-8888 หรือ อย่างน้อย 2 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางเดิม ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า ณ สนามบิน โดยมีค่าธรรมเนียม 1,200 บาท ต่อท่านต่อ 1 ครั้ง และบวกส่วนต่างของราคา (ถ้ามี)

3. นกสกู๊ต ตั๋วโปรถูกๆ ไปต่างประเทศ

สายการบินนกสกู๊ต มอบโปรโมชั่นช่วงซัมเมอร์นี้ “Flight Promotion” บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่หลากหลายจุดหมายปลายทางต่างประเทศ ได้แก่

บินตรงสู่โอซาก้า ราคาประหยัด

บินตรงสู่ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 4,425 บาท
บินตรงสู่ ชิงเต่า ประเทศจีน ราคาเริ่มต้นที่ 4,735 บาท
บินตรงสู่ ไทเป ไต้หวัน ราคาเริ่มต้นที่ 2,285 บาท
บินตรงสู่ เทียนจิน ประเทศจีน ราคาเริ่มต้นที่ 4,785 บาท
จองได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และสามารถเดินทางได้วันนี้ – 29 ต.ค. 2559

ราคาที่ระบุนี้จะเป็นราคาที่ถูกที่สุดในแต่ละวัน โดยต้องทำการจองผ่านระบบ ราคาทั้งหมดเป็นราคาต่อผู้โดยสาร 1 ท่านต่อการเดินทาง 1 เที่ยวบิน และเวลาขาไป-ขากลับ จะเป็นเวลาท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2021-0000 เวลาทำการ 06.00 – 24.00 น.

4. สิงคโปร์แอร์ไลน์ โปรตั๋วถูกไปญี่ปุ่น

บินถูกๆ สู่โตเกียว

สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ปล่อยโปรโมชั่นตั๋วราคาสุดคุ้ม บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โปรโมชั่นบินไป-กลับ ราคา 9,985 บาท (ต้องเดินทางพร้อมกัน 2 คนขึ้นไป) ราคานี้รวมภาษี และน้ำหนักกระเป๋า 30 กก. (1 ใบ) เรียบร้อยแล้ว ส่วนช่องทางการจองต้องจองจากเว็บไซต์ผู้ให้บริการเรื่องการท่องเที่ยว ถ้าจองกับสายการบินโดยตรงจะไม่ได้โปรโมชั่นนี้ จองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

5. บินตรงมาเก๊าสุดคุ้ม

บินคุ้ม ไปเที่ยวมาเก๊ากันดีกว่า

สายการบินแอร์ มาเก๊า ปล่อยโปรโมชั่นเที่ยวบินสุดคุ้ม บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่มาเก๊า เดินทางไป-กลับ ราคาเริ่มต้นที่ 4,900 บาท รวมทุกอย่างแล้ว (ภาษีและน้ำหนักกระเป๋า 20 กก. 1 ใบ) โปรโมชั่นนี้เข้าไปจองในเว็บของสายการบินได้เลย สามารถจองตั๋วและเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 2559
ที่มา : AirAsiaThailandthaismileairnokscootfriendtellprosingaporeairairmacaubangkok

หยุดยาว! สองมือล้วงกระเป๋าก้าวเท้าตะลุย ‘ฮ่องกง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603600

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2559 13:56

 

ถ้าเปรียบฮ่องกงเป็นเพื่อน เขาคงเป็นเพื่อนที่มีเสน่ห์ มาดเท่ ชอบกิน เที่ยว ช็อปปิ้ง และร่ำรวยอารมณ์ขัน ไม่แตกต่างจากเมืองของเขา

ทันทีที่เท้าสัมผัสโดนพื้นทั้งท้องฟ้า (หมอกเยอะ) อากาศ (22 องศาฯ เที่ยงร้อนขึ้น 1-2 องศาฯ) ผู้คน (ตี๋ หมวย ผิวขาว) และการเคลื่อนที่ของผู้คนและคำพูด (ว่อง ไว เสียงดัง) เขารำพึงรำพันในใจ พร้อมก้มหน้าบันทึกความรู้สึกเป็นตัวอักษรไว้ด้วยอุปกรณ์ทันสมัย ยี่ห้อผลไม้ ด้านซ้ายปกติ ด้านขวาแหว่งวิ่นเหมือน ‘โดนกัด’

แตกต่างจากข้อความแรกผุดพรายในหัว โดยไม่ได้บันทึกไว้ในอุปกรณ์ว่า

ที่นี่ดูยังไงก็ไม่ใกล้ความหมายคำว่า ‘บ้าน’ ฮ่องกงน่าจะเป็นที่พักผ่อน เดินเท้า ท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง (สินค้าปลอดภาษี) ไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (ระดับโลกมากมาย) มากกว่า ไม่ได้แบกกระเป๋าเดินทางมาที่นี่ เพื่อเอาเสื้อผ้า สัมภาระ เก็บเข้าตู้ อาบน้ำ เปิดแอร์ฉ่ำ และนอนซุกกายอยู่ใต้ผ้าห่มหนาทิ้งเวลาให้หมดง่ายไปวันๆ

อยากรู้จัก ‘ฮ่องกง’ (เนื้อที่กว่า 1,104 ตารางกิโลเมตร) ลึกซึ้ง ต้องเดิน เดิน เดิน อาจจะไม่ถึงกับ เดิน…เหมือนตอนทำความรู้จัก และตกหลุมรักความงดงามของประ เทศญี่ปุ่น (เนื้อที่กว่า 377,930 ตารางกิโลเมตร) หรือเดินลัดเลาะตะลอนไปตีสนิท ‘นิวยอร์ก’ หรือ ‘ลอนดอน’ เมืองยักษ์มากสีสัน อะไรแบบนั้น

ดังนั้น การหยุดเดิน ‘จมจ่อม’ อยู่กับที่ หรือการเดินทางแบบถูกบังคับ ‘การเคลื่อนไหว’ ไร้อิสระในการเคลื่อนที่ก็ยากที่จะรู้จัก จิตใจ -ใคร – หรือ สถานที่ ใดๆ ลึกซึ้ง และจริงจัง

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้เราเดินทางไปเก็บภาพไลฟ์สไตล์ของคนฮ่องกงด้วยกล้อง gopro เป็นหลักในมุมมองใหม่ๆ แม้จะเป็นวันที่ท้องฟ้าไม่ได้ใส ทว่าฮ่องกงกลับปล่อยเสน่ห์มีสีสันมากมาย ตั้งแต่พระอาทิตย์ทอแสงแรก จนกระทั่งพระอาทิตย์แตะสลับให้พระจันทร์ทอแสงนุ่มบนท้องฟ้ามืด ขรึมทำหน้าที่แทน

เป็นอีกหนึ่งที่ที่ไม่เล็ก แต่ทุกคนที่ไปก็เก็บความประทับใจบันทึกไว้ในความทรงจำ และคิดเสมอว่ามีเวลาจะพาคนที่รักไป อีกหนึ่งที่บันทึกว่าน่ารัก ไปเก็บภาพและความประทับใจกัน.

ขอพรให้รักยั่งยืน

วิถีคนเมือง

วิถีคนเมืองอีกมุมหนึ่ง

เทพเจ้าแห่งความรัก

รถรางยังมีชีวิต

วัดที่ทุกคนต้องไป

เมืองไม่เคยหลับ อาหารก็เช่นกัน

แผงหนังสือ เสน่ห์ของเมือง

ที่นี่ข่าวฆาตกรรมนสพ.เซ็นเซอร์ และใช้การ์ตูนอธิบายคดี

การตกแต่งในร้านอาหารสุดฮิต

ขอบคุณแอร์เอเชีย airasiathailand และ The Dermis Clinic/ ภาพส่วนหนึ่งจาก : bifern

รู้หรือไม่ว่า

ฮ่องกง (Hong Kong มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเขตปกครองตนเองริมฝั่งทางใต้ของประเทศจีนในทางภูมิ ศาสตร์มีสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงและทะเลจีนใต้โอบรอบ ฮ่องกงเป็นที่รู้จักในสกายไลน์ (skyline) ขยายและท่าเรือธรรมชาติลึก มีเนื้อที่ 1,104 ตารางกิโล เมตร. และประชากรกว่าเจ็ดล้านคน เป็นเขตที่มีประชากรอยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดเขตหนึ่งในโลก

ประชากรฮ่องกง 93.6% มีเชื้อชาติจีน และ 6.4% มาจากกลุ่มอื่น ประชากรส่วนใหญ่ที่พูดภาษากวางตุ้งของฮ่องกงกำเนิดจากมณฑลกวางตุ้งที่อยู่ติด ซึ่งประชากรจำนวนมากหนีสงครามและการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ในจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1930

*ทำไมมือถือชื่อดังถึงมีโลโก้ด้านขวาแหว่ง*

อดีตซีอีโอคนดังว่าจ้างให้บริษัทออกแบบโลโก้ให้ใหม่ เขาให้นโยบายว่าอยากให้มันดู น่ารัก ทันสมัย ผู้ออกแบบได้เพิ่มลูกเล่นเป็นรอยกัดลงไป นอกจากนี้คำว่ากัด (Bite) ในภาษาอังกฤษยังพ้องกับคำว่า ไบต์ (Byte) ซึ่งเป็นหน่วยความจำ และสามารถบ่งบอกถึงคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่! เสิร์ฟ 7 งานเด็ดฟินรับสงกรานต์ ห้ามพลาด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603084

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 เม.ย. 2559 14:05

 

โอ๊ย…โอ๊ย ยิ่งใกล้วันหยุดยาว ยิ่งอยากถลาออกต่างจังหวัดให้ไวปานจรวด ก็ความคึกคักมันเริ่มต้นแล้วนี่นา ออฟฟิศบางแห่งก็จัดงานปาร์ตี้เฉลิมฉลองวันสงกรานต์ให้กับพนักงานอย่างสนุกสนาน เมื่อไหร่จะถึงคิวของเราบ้างนะ?

เอาเป็นว่าใจเย็นๆ ระหว่างนี้ควรเร่งเคลียร์งานให้เสร็จ พอถึงวันหยุดจะได้เที่ยวพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ไม่มีกังวล ส่วนสุดสัปดาห์นี้ใครอยากเริ่มต้นฉลองสงกรานต์กับโปรโมชั่นกิน ดื่ม เที่ยว เด็ดๆ รวมถึงงานสงกรานต์สนุกๆ ต้องเข้ามาเช็กลิสต์กับ ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ กันก่อน

ส่วนจะมีที่ไหนน่าสนบ้าง ตามมาดู

1. S2O ต้อนรับสงกรานต์ 2559

วันที่ 13-15 เม.ย. 2559 ชวนขาแดนซ์มาเที่ยวงาน “S2O Songkran Music Festival 2016” ณ SHOW DC OASIS ARENA พระราม 9 พบกับ อภิมหาสงกรานต์ปาร์ตี้แนว EDM เติมเต็มทุกความสนุก และมันส์ที่สุดแห่งปี พร้อมนำทีมความสนุกด้วยดีเจชั้นนำระดับโลกมากมาย

สงกรานต์นี้ห้ามพลาด

ด้วยคอนเซปต์ความสนุกสนานจากสายน้ำที่พุ่งมาจากทั่วทุกทิศทาง ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านบน และด้านข้าง จากทาวเวอร์น้ำขนาดยักษ์ที่มีความสูงถึง 18 เมตร พร้อมกับบีทของเสียงดนตรี ที่พร้อมกระหน่ำ มันกันทุกอณู จัดเต็มโปรดักชั่นสุดอลังการระดับโลก กับเวทีขนาดใหญ่กว้าง 77 เมตร สูง 20 เมตร ระบบแสง สี เสียง และเอฟเฟกต์ตระการตา รับประกันความสนุกสนานตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น

จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ http://www.s2ofestival.com รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.facebook.com/s2ofestival และอินสตาแกรม @s2ofestival สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2572 4444 ต่อ 342, 343

2. โปรเมนูดับร้อน 4 ภาค

ตลอดเดือนเม.ย.-มิ.ย. 2559 ชวนมาอิ่มอร่อยกับโปรโมชั่น “อาหารไทยสุดฮอตจากสี่ภาค” ณ PH1 สยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพ เสิร์ฟทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น มีให้เลือกด้วยกัน 6 อย่าง ได้แก่ เชียงใหม่-แกงฮังเล, ภูเก็ต-หมกทะเล, อุดรธานี-อ่อมเนื้อ และน้ำตกคอหมูย่าง, กรุงเทพฯ-แกงเขียวหวานขากบ และผัดไทย

ราคานี้ที่ไม่จำกัดจำนวนคนทาน สั่ง 3 อย่างราคา 699 บาทสุทธิ, 4 อย่างราคา 899 บาทสุทธิ และ 6 อย่างราคา 1,199 บาทสุทธิ (ราคาเหล่านี้ไม่รวมข้าวสวย) หรือจะสั่งออร์เดิร์ฟแบบอีสานแท้กับ จิ้งหรีดขอนแก่นทอดที่ละ 79 บาทสุทธิ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2217 3000 หรือ fbrsvn@siamatsiam.com

3. กล้องโลโม่ เลนส์ Daguerreotype Achromat 2.9/64 Art

พบกับความงดงามของวงการถ่ายภาพกลับมาอีกครั้ง พัฒนาจากเลนส์ต้นแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร และปรับปรุงเพื่อให้ใช้งานได้กับกล้องในปัจจุบัน ด้วยเลนส์ Daguerreotype Achromat 2.9/64 Art

เลนส์อาร์ตๆ

เลนส์ Daguerreotype Achromat ทำงานร่วมกับเพลทรูรับแสงระบบ Waterhouse ซึ่งจะทำให้คุณสามารถสร้างสรรค์ระยะชัดลึกได้อย่างใจ และยังเปลี่ยนรูปแบบโบเก้ที่ฉากหลังได้อีกมากมาย
– ช่วงเลนส์: 64mm
– รูรับแสงกว้างสุด: f/2.9
– รูรับแสง: ระบบ Waterhouse แคบสุดที่ f/16
– เมาท์เลนส์: Canon EF หรือ Nikon F (เมาท์อื่นๆ ต้องต่อผ่านอแดปเตอร์)
– ระยะโฟกัสใกล้สุด: 0.5m
– ระบบโฟกัส: ปรับหมุนที่ตัวเลนส์ (helicoid)
– ขนาดภาพ: 44mm
– องศารับภาพ: 37 องศา
– ขนาดฟิลเตอร์: 40.5mm
– ระบบไฟฟ้า: ไม่มี
– ชิ้นเลนส์: 2 ชิ้นใน 1 กลุ่ม

ภาพโลโม่คลาสสิก

เลนส์เพื่อภาพสวยฟุ้ง

ราคา สีทอง เริ่มต้นที่ 400 USD และ สีดำ เริ่มต้นที่ 450 USD สามารถสั่งซื้อเพื่อจองสินค้าล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ผ่านทาง Kickstarter โดยจะเริ่มจัดส่งให้ตามคิวการสั่งจองประมาณเดือนสิงหาคม 2559 เป็นต้นไป สั่งจองได้ที่: https://www.lomography.com/kickstarter

4. คริสตัล แฟชั่น พาราไดซ์ 2016

วันนี้-30 เม.ย. 2559 ชวนมาช็อปสินค้าโปรโมชั่นดีๆ ในงาน “คริสตัล แฟชั่น พาราไดซ์ 2016” เวลา 10.00-22.00 น. ณ ชั้น 1 และ 2 คริสตัล บูทีค สโตร์ ศูนย์การค้า คริสตัล วีรันด้า เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา

ไปช็อปปิ้งกันเถอะ

ภายในงานพบกับสินค้า เสื้อผ้า ชุดชั้นใน รองเท้า และกระเป๋าแฟชั่น ทั้งชายและหญิง คอลเลกชั่นท้าลมร้อนจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย เช่น เสื้อผ้าแบรนด์ ชีรณัฐ (Sheranut), จิน วอนเดอร์วิก (Jin Vondervic), คณาพจน์ อุ่นศร (Kanapot Aunsorn), แอล มานิต้า (Al’Manita), รองเท้าจาก ซาราแมนด้า (Saramanda), กระเป๋า อัลเบโด้ (Albedo), รูชิตต้า (Ruchitta) ขนมาลดราคาสูงสุด 50% พร้อมรับของสมนาคุณพิเศษอีกมากมาย สอบถาม โทร. 0 2101 5995

5. อะเวย์ สปา รับสงกรานต์

สปาดีๆ เพื่อผิวสวย

ตั้งแต่เดือนนี้-มิ.ย. 2559 ชวนสาวๆ มาผ่อนคลายและบำรุงผิวรับสงกรานต์กับโปรโมชั่น “สงกรานต์ เอสเคป (Songkran Escape)” จาก อะเวย์ สปา โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ โปรนี้ใช้เวลา 90 นาที ราคาเริ่มต้นที่ 2,999 บาท/ท่าน เฉพาะเดือนเมษายนเท่านั้น เริ่มจากทรีทเม้นต์บำรุงผิวหน้าด้วยดินสอพอง ที่จะช่วยขจัดปัญหาผิวหน้าจากสิวและริ้วรอย ให้ผิวหน้าของคุณดูใสขึ้น จากนั้นต่อด้วยการนวดน้ำมันสกัดดอกจำปาอีก 60 นาที ที่จะผ่อนคลายคุณอย่างล้ำลึก (ยังมีเมนูสปาอื่นๆ อีกมากมายในเดือนถัดไป) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองล่วงหน้า โทร. 0 2344 4000

6. Oysters & Bloody Mary 

ชิมหอยนางรมนำเข้าสดๆ

วันนี้-30 มิ.ย. 2559 ชวนมาอร่อยกับเมนูโปรโมชั่น “Oysters & Bloody Mary” ณ อัพแอนด์อะบัฟ บาร์ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ชวนมาลิ้มลองหอยนางรมนำเข้าระดับพรีเมี่ยม และจิบบลัดดี้แมร์รี่ค็อกเทล ชมวิวเมืองกรุงเทพฯ ยามเย็นขณะพระอาทิตย์กำลังตกดิน ให้บริการทุกวันพฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ เวลา 17.00-19.00 น. หอยนางรม 4 ตัว พร้อมน้ำจิ้ม 6 อย่าง ราคาชุดละ 410 บาท และบลัดดี้แมรี่ค็อกเทล ราคาแก้วละ 475 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2687 9000

7. เกิร์ลส เลิฟ บับเบิ้ล

ไปชิมกันได้ที่นี่

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชวนมาแฮงค์เอ้าท์กับโปรโมชั่นใหม่ “เกิร์ลส เลิฟ บับเบิ้ล” ณ วูบาร์ โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ให้บริการทุกวันศุกร์ ให้สาวๆ ดื่มสปาร์คลิ่งไวน์ได้ไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่เวลา 19.30-21.30 น. แดนซ์สนุกกับเจังหวะมันๆ จากดีเจ และยังมี ค็อกเทลเบสวิสกี้รสนุ่ม เฮนเนสซี่ (Hennessy) ในราคาเริ่มต้นเพียง 280 บาท/แก้วสำหรับหนุ่มๆ ทุกคืนวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 19.30-24.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2344 4000

ดาวเต็มฟ้าสุดโรแมนติกใกล้นิดเดียวที่ “เขาสามร้อยยอด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602518

โดย แบกกล้องเที่ยว 9 เม.ย. 2559 16:01

 

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวไทยรัฐออนไลน์ทุกท่านครับ เข้าสู่เดือนเมษายนที่มีวันหยุดยาวหลายวัน เหมาะกับการ “แบกกล้องเที่ยว” ที่สัปดาห์นี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยว สวยๆ บรรยากาศดีๆ ไม่ไกล จากกรุงเทพฯ มาแนะนำเพื่อนๆ ครับ

เมื่อพูดถึง “อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด” จ.ประจวบคีรีขันธ์ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดทะเล มีจุดเด่นที่ เขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นเขาหินปูนขนาดใหญ่ ซึ่งในความเป็นจริงยังมีอีกด้านที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักดีนัก คือ ทุ่งสามร้อยยอด หรือ “บึงบัวเขาสามร้อยยอด” บึงบัว ซึ่งเป็นทุ่งน้ำจืดนั้น จะมีพื้นที่อยู่ประมาณ 23,000 ไร่ และขึ้นชื่อว่าเป็นทุ่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในระบบอุทยานแห่งชาติของประเทศไทยอีกด้วย

การเดินทางมาบึงบัว หากเริ่มต้นจากหัวหินให้วิ่งลงใต้ตามถนนเพชรเกษมไปทางอำเภอปราณบุรีสักประมาณ 40 กิโลเมตร เมื่อผ่านหลักกิโลเมตรที่ 275 ให้สังเกตทางซ้ายมือจะมีป้ายทางเข้าโรงเจลุ่ยอิมยี่แล้วเลี้ยวเข้าไปอีกสักประมาณ 10 กิโลเมตรก็จะเจอ หาไม่ยาก มีป้ายชัดเจนตลอดเส้นทาง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 18.00 น. ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เบอร์โทรศัพท์ 032-821568

ปัจจุบันบึงบัวหลวงที่เคยมีดอกบัวบานสะพรั่งอาจจะมีน้อยลง เนื่องจากสภาพน้ำที่เค็มเกินไป บวกกับอากาศที่ร้อน นักท่องเที่ยวก็ไม่ได้พลุกพล่านมากนัก แต่เสน่ห์และความสวยงามของที่นี่ยังมีอยู่แน่นอน เพราะถ้าไปถึงแล้วแนะนำให้ไปเดินเล่นที่สะพานไม้ยกระดับที่ยื่นเข้าไปในบึง ให้เดินศึกษาระบบนิเวศ ชมพืชพันธุ์ต่างๆ และสัตว์น้ำได้อย่างใกล้ชิด

ถ้าเดินจนเหนื่อยก็มีศาลาแปดเหลี่ยมให้นั่งพักกลางทางอีกหลายจุด ในระยะทางยาวกว่า 1,500 เมตร พร้อมป้ายที่จะคอยอธิบายเกี่ยวกับระบบนิเวศภายในบึง ว่ามีพืชและสัตว์ชนิดใดอาศัยอยู่บ้าง อีกทั้งในช่วงย่างเข้าสู่ฤดูหนาวของแต่ละปีนั้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชอบดูนก เพราะจะมีนกอพยพมาอาศัยอยู่มากมาย อย่างนกกระติ๊ดสีอิฐ นกกระสานวล นกอีแจว นกปากห่าง นกกระแสแดง และนกหายากอีกหลายสายพันธุ์ ที่รวมแล้วมีมากถึง 296 ชนิดเลยทีเดียว

ที่สำคัญบึงบัวเขาสามร้อยยอดแห่งนี้ เราอยากจัดให้เป็นหนึ่งในสถานที่โรแมนติกของประเทศไทยเลยครับ ก็เพราะว่าที่นี่นั้นมีบรรยากาศเงียบสงบ มีสภาพแวดล้อมเป็นบึงขนาดใหญ่กว้างขวาง โอบล้อมไปด้วยเทือกเขาสามร้อยยอดสูงตระหง่าน ยามค่ำคืนในช่วงเดือนมืด พ.ค. – ก.ค. ที่แห่งนี้ เป็นจุดถ่ายทางช้างเผือกที่สวยงามแห่งหนึ่งเลย เนื่องจากบริเวณนี้ค่อนข้างมืด เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เมื่อมองไปทางทิศตะวันออก

อ่านมาถึงตรงนี้ใครที่อยากพาแฟนไปเที่ยวในบรรยากาศดีๆ มีดาวเต็มท้องฟ้า รีบจัดกระเป๋าเลยครับแล้วคุณจะพบว่าเมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามให้ประทับใจอีกเยอะ…แล้วไปแบกกล้องเที่ยวด้วยกันอีกครับ

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong

กินปู-ดูซากุระ-ไหว้พระญี่ปุ่น ฟินสุดขั้ว….ทัวร์แดนซามูไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602991

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 เม.ย. 2559 05:01

 

มีโอกาสแพ็กกระเป๋าติดตามผู้โชคดี 20 คน ที่สามารถพิชิตรางวัลจากแคมเปญ “อร่อยสุดฟิน ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่นฟรี” ของ บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ในนาม “ดีแทครีวอร์ด” และ บริษัทยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นเนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KFC ไปตะลุยญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเป็นทริปที่ฟิน..สุดๆ ไม่ใช่แค่อากาศที่หนาวเหน็บถึง 7 องศา แต่บรรยากาศของการ กินช็อป เที่ยว จุใจอย่างเต็มอิ่ม ทำให้หายเหนื่อยกันไปเยอะทีเดียว…

เรือรอยัล II สร้างตามแบบเรือรบ ระดับเฟิร์สคลาสของกองทัพฝรั่งเศส.

จุดหมายแรกของการเดินทางครั้งนี้ เริ่มต้นที่ ปราสาทโอซากา ที่เป็นเสมือนตำนานความยิ่งใหญ่ของแดนซามูไร ในยุคอะซุชิโมะโมะยะมะ หรือราวคริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น และเป็น 1 ใน 4 ปราสาทของญี่ปุ่นที่สวยงามติดอันดับโลก ซึ่งถ้าโชกุน อิเดโยชิ โตโยโตมิ ยังมีชีวิตอยู่ คงนั่งยิ้มภาคภูมิใจกับสมบัติที่ตัวเองสร้างขึ้นแน่ๆ

ตัวปราสาทถูกสร้างอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ล้อมรอบด้วยป้อมปราการหินขนาดใหญ่ ชั้นบนสุดของปราสาทแห่งนี้สามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองโอซากาได้แบบ 360 องศา ภายในตัวปราสาทจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมา ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆของ โชกุน อิเดโยชิ โตโยโตมิ ไว้อย่างครบถ้วน

ปราสาทโอซากา.

ลานสกี..ฟูจีเทน.

ออกจากปราสาทโอซากา ก็ได้เวลาไปย้อนรอย “อิคคิวซัง” ที่ “ปราสาททอง” หรือ วัดคินคะคุจิ ซึ่งสร้างโดย “โชกุน อาชิคางะ โยชิมิสึ” เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อน ตัวปราสาทประดับทองคำเปลวทั้งหลัง มี “นกฟินิกส์” ประดับอยู่บนยอดปราสาท ตั้งตระหง่านริมสระน้ำขนาดใหญ่ เวลาที่ต้องแสงพระอาทิตย์ จะปรากฏภาพของตัวปราสาททองสะท้อนเป็นเงาในผืนน้ำสวยงามเกินบรรยาย ภายหลังบุตรชายของท่านโชกุนได้ยกให้เป็นที่ตั้งของวัด
ตัวปราสาทเดิมถูกไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ.2493 ก่อนจะสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ.2498

จากโอซากามุ่งหน้าสู่เกียวโต เป้าหมายคือ วัดคิโยมิสึ หรือวัดน้ำใส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ชมซากุระ และใบไม้แดงที่มีชื่อเสียงมากของเมืองเกียวโต โดยเฉพาะในช่วงฤดูการชมดอกไม้หรือใบไม้ พอตกค่ำจะมีการเปิดไฟส่องต้นไม้และอาคารของวัด ดูสวยงามแปลกตาไปจากตอนกลางวัน

ขาปูยักษ์.

วัดคิโยมิสึ เป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น อายุกว่า 1,200 ปี ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาอิงาชิยามามีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ไหลผ่านทำให้เป็นที่มาของชื่อ “วัดน้ำใส” และยังเป็น 1ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

ก่อนเข้าวัดแนะนำให้ล้างมือและบ้วนปากเสียก่อน ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมของการเข้าวัดญี่ปุ่น ที่ทุกวัดมักจะมีบ่อน้ำพร้อมกระบวยให้คนที่จะเข้าวัด ตักมาล้างมือทั้งสองข้าง จากนั้นใช้มือรองน้ำจากกระบวยบ้วนปากก่อนจะเข้าไปไหว้พระ

จุดเด่นของวัดน้ำใส คือ ระเบียงวิหารใหญ่ที่ก่อสร้างโดยใช้ท่อนซุงวางเรียงซ้อนกันทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ขึ้นมาเป็นเสาและคานรองรับ โดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว แต่ใช้วิธีโบราณ คือ การเข้าลิ่มตอกสลักไม้ แทน ภายในวัดประดิษฐาน “เทพเอปิสึ” เทพเจ้าแห่งความร่ำรวย มั่งคั่ง และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ที่นี่เราสามารถถ่ายภาพวิวเมืองเกียวโตจากระเบียงไม้ของวิหารใหญ่ ก่อนจะลงมาดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์สามสาย ที่ไหลลงมาจากเทือกเขาตามธรรมชาติ โดยความเชื่อของคนญี่ปุ่นเชื่อว่า น้ำแต่ละสายสามารถขอพรในเรื่องต่างๆกันได้ สายที่ 1 หมายถึงความร่ำรวย สายที่ 2 หมายถึงความสวยงาม ถ้าผู้ชายก็ขอให้มีหน้าตาดีได้ และสายที่ 3 คือ ความมีสุขภาพที่แข็งแรง เอาเป็นว่า ดื่มทั้ง 3 สาย จะได้ทั้งรวย สวย หล่อ และแข็งแรง ครบถ้วนความปรารถนาของมนุษย์…

คณะผู้ร่วมเดินทางในทริป “อร่อยสุดฟิน ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่นฟรี”.

นอกจากไหว้พระ ขอพรแล้ว สิ่งที่ถูกใจนักช็อป นักชิมไทยมากเห็นจะเป็นสองข้างทางเดินขึ้นสู่ตัววัด ที่มีร้านค้าตบแต่งสมัยเอโดะ เรียงรายอยู่เต็มสองข้างทาง ผู้คนทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่แม้ในวันธรรมดา สามารถเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองขึ้นชื่ออย่าง ขนมโมจิ ชาเกียวโตแท้ๆ ตุ๊กตาเกียวโต เครื่องปั้นเซรามิก และไฮไลต์อีกอย่างคือ…คุณจะได้เห็นสาวๆญี่ปุ่นใส่ชุดกิโมโน เดินอวดสายตาชาวโลกกันอย่างคึกคักที่นี่ด้วย

วันรุ่งขึ้น โปรแกรมเที่ยวของเราฟังดูน่าตื่นเต้น เพราะต้องออกไปล่องเรือโจรสลัด กลางทะเลสาบฮามานะ หรือทะเลสาบปลาไหล เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาไหลที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ในเขตอุทยานแห่งชาติฮาโกเน ในเมืองฮามามัทซึ ซึ่งอยู่ระหว่างเมืองโตเกียวและเมืองนาโกยา ในจังหวัดชิซุโอกะ ที่นี่ถือเป็นแหล่งกำเนิดการทำฟาร์มปลาไหลที่มีชื่อเสียงมาเป็นร้อยๆปี ปลาไหลยี่ห้อทะเลสาบฮามานะ (Hamana) ถือเป็นปลาไหลที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่น

จากทะเลสาบฮามานะก็ได้เวลาไปล่องเรือโจรสลัดกันที่ทะเลสาบอาชิ เรือลำนี้มีชื่อว่า รอยัล II หรือรอยัล 2 นั่นเอง เป็นเรือที่ออกแบบตามเรือรอยัลหลุยส์ซึ่งเป็นเรือรบระดับเฟิร์สคลาสของกองทัพฝรั่งเศส ในช่วงศตวรรษที่ 18

สาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโน.

การล่องเรือที่นี่ในแต่ละฤดูกาลจะแตกต่างกันไป ถ้าเป็นฤดูร้อนก็จะได้สัมผัสกับลมพัดเย็นสบาย โดยเฉพาะในช่วงแดดร่มลมตก แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ก็จะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้สีแดงที่สวยงาม ราวกับภาพวาด ส่วนฤดูหนาวก็จะเห็นหิมะตกปกคลุมภูเขา เป็นความงามที่เหนือคำบรรยายจริงๆ

ระหว่างล่องเรือชมทะเลสาบ เราสามารถที่จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิและประตูศาลเจ้าฮาโกเน ซึ่งพวกเราได้มีโอกาสขึ้นไปสักการะศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อเป็นสิริมงคลกันด้วย

ผู้คนหนาแน่นเพื่อเข้าชมวัดน้ำใส.

หลังเที่ยวจนจุใจก็ได้เวลาละลายเงินเยนกันเสียที และทันทีที่รถบัสเข้าจอดในที่จอดรถของโกเทมบะ แฟคทอรี่ เอ้าต์เล็ต จากที่มาด้วยกันก็แยกย้ายกระจัดกระจายกันไปจนแทบหากันไม่เจอ เพราะที่นี่มีสินค้าแบรนด์เนมจากทุกมุมโลกให้เลือกซื้ออย่างจุใจ ก่อนที่จะไปปิดท้ายวันกันด้วย “ขาปูยักษ์” ที่ให้กินแบบไม่อั้น

เนื้อปูหวานสดก็จริง แต่ถ้าไม่มีน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ไกด์พกใส่ลังไปจากเมืองไทย คงกินได้ยาก ถึงแม้เขาจะให้กินได้จนพุงปริก็ตาม

ธารน้ำ 3 สาย ที่วัดน้ำใส.

และเพื่อให้มาถึงญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่นจริงๆ คืนนี้ เราจึงตัดสินใจเปลื้องผ้าลงแช่ออนเซ็นเพื่อขจัดความเมื่อยล้า ก่อนที่จะหลับสบายแบบลืมเหนื่อยทั้งคืน

และเพื่อสุดฟินแบบชื่อทริป รุ่งขึ้นเรามีนัดกับหิมะขาวๆที่ลานเล่นสกี “ฟูจิเทน” ซึ่งเป็นลานสกีที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของญี่ปุ่น เด็กๆชาวญี่ปุ่นจะมาหัดเล่นสกีกันคึกคักในช่วงวันหยุด จากนั้นก็ไปต่อกันที่ “พิพิธภัณฑ์แผ่นดินไหว” หรือ EARTH QUAKE MUSEUM ซึ่งจำลองรูปแบบการเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดเสมือนจริง ประมาณว่าเล่นเอาคนเข้าไปตื่นเต้นนึกว่าเป็นเรื่องจริงกันเลยละ…

ระเบียงวัดน้ำใส.

แล้วก็มาถึงไฮไลต์ที่หลายคนใฝ่ฝันนั่นก็คือ การได้ชมภูเขาไฟฟูจีแบบเต็มตา ซึ่งบางครั้งภูเขาไฟที่ว่านี้ก็ขี้อายเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะส่วนยอดไม่ค่อยจะเผยโฉมออกมาให้เห็นสักเท่าไหร่ มองไปกี่ทีก็มีแต่เมฆปกคลุมตลอด

จบทริปกันที่โตเกียว แดนสวรรค์ของนักกิน นักช็อป โดยเฉพาะย่านดังอย่างชินจุกุและฮาราจุกุ งานนี้คุณสาวๆเบิกบาน แต่สุภาพบุรุษกระเป๋าฉีกกันเป็นแถว โดยเฉพาะรองเท้ายอดฮิตอย่างโอนิสุกะ ไทเกอร์ ที่บรรดาคนไทยขนซื้อกันเป็นหอบๆกลับบ้าน และสุดท้ายไม่พลาดการชม “ซากุระ” แรกแย้มกลางสวนอุเอโนะ ที่คนญี่ปุ่นนิยมไปนั่งดูดอกไม้กันทั้งครอบครัว ดูอบอุ่นและโรแมนติกมาก มีอีก 2-3 ที่ในโตเกียวที่คิดว่าคนไทยคงไปกันมาหมดแล้วละ ไม่ว่าจะเป็นวัดอาซากุสะ วัดนาริตะซัง ..
.
ก่อนจะโบกมือบ๊ายบาย…..ซาโยนาระ เจแปน แล้วบินกลับถึงเมืองไทยด้วยหัวใจที่เบิกบาน….เต็มๆ!!

ไอซ์แลนด์ แผ่นดินที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598361

โดย GQ Thailand 6 เม.ย. 2559 16:01

 

ถ้าพูดถึงการถ่ายหนังแล้ว ภูมิประเทศแถบนอร์ดิกมักถูกใช้เป็นโลเกชั่นของดาวดวงอื่น หรือไม่ก็เป็นโลกเราในยุคดึกดำบรรพ์ แต่ความจริงแล้วคุณรู้ไหมว่าไอซ์แลนด์เป็นแผ่นดินที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก คือเพิ่งก่อตัวเมื่อราว 25 ล้านปีก่อนนี่เอง แต่ด้วยความหนาวเหน็บ และตั้งอยู่สันโดษแยกห่างจากแผ่นดินอื่น ทำให้ไอซ์แลนด์ยังคงความบริสุทธิ์ไว้ได้ราวกับเป็นดินแดนดึกดำบรรพ์ที่ถูก ‘ฟรีซ’ ไว้ตลอดกาล

ออกตัวก่อนว่าผู้เขียนไม่ใช่นักผจญภัยมืออาชีพ แต่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับโฆษณาที่รักการถ่ายรูปเป็นงานอดิเรก เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วมีโอกาสได้ไปร่วมทริปไอซ์แลนด์ที่จัดโดยช่างภาพแลนด์สเคป อาจารย์กนิษ เทพศรีเมือง อย่างแรกที่คนชอบถามคือไอซ์แลนด์หนาวแค่ไหน ในเดือนพฤศจิกายนอากาศกำลังสบายเลย ประมาณ -6 องศาเท่านั้นเอง!

ประเทศนี้มีขนาดเล็กกว่าอังกฤษเล็กน้อย แต่สัดส่วนประชากรโหรงเหรงกว่าไม่รู้กี่เท่าตัว เอาแค่ลอนดอนเพียงเมืองเดียวมีคนอยู่อาศัยเกือบเก้าล้านคน แต่ไอซ์แลนด์ทั้งประเทศมีเพียงสามแสนกว่าคนเท่านั้นเอง คณะของเราเดินทางโดยสายการบิน Norwegian ไปลงนอร์เวย์ 10 ชั่วโมง แล้วก็จากนอร์เวย์ค่อยเดินทางต่อไปยังนครเรคยาวิก (Reykjavík) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของไอซ์แลนด์อีก 2 ชั่วโมง

Heaven at Blue Lagoon

บันเทิงทริปแรกสุดเริ่มที่บลูลากูน บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใหญ่และสวยชวนให้ตะลึง เป็นบ่อน้ำแบบใหญ่มาก มีการสร้างให้เป็นที่อาบน้ำอย่างดีเหมือนเป็นสโมสร ซึ่งคนไปแช่น้ำร้อนโดยมีพื้นหลังเป็นภูเขาสีฟ้าๆ ถ่ายรูปออกมาดูเวิ้งว้างเหมือนไม่มีคน แต่วันที่เราไปคนแน่นมาก ด้วยความที่มันกว้าง เราจึงสามารถไปหามุมสงบๆ ได้ ทุกคนก็จะใส่ชุดว่ายน้ำลงไป มีกิจกรรมให้หมักโคลนธรรมชาติ ซึ่งผู้เขียนไม่ได้หมัก เพราะมีคนในทริปเขาลองหมักแล้วบอกว่ามันตึงๆ คันๆ ก็เลยไม่ได้หมัก แต่กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่ไม่พลาดคือต้องไปซื้อเครื่องดื่มที่บาร์ซึ่งสร้างอยู่กลางบ่อ มี Prosecco มีเบียร์ มีเครื่องดื่ม โซดา มีหมด ผู้เขียนสั่งโปรเซคโกดื่ม เหตุผลคือทรงแก้วมันสวย ถ่ายรูปแล้วดูดี (ฮา) อุณหภูมิน้ำกำลังอุ่น แช่แล้วอยากจะแช่อยู่อย่างนั้นตลอดไป

GQ Tips

• ใครสนใจแนะนำให้จองออนไลน์ไปก่อน จะได้ไม่ต้องยืนต่อแถวนาน เมื่อไปถึงที่นั่น เขาจะมีเหมือนสายรัดข้อมือให้ เพื่อเอาไปสแกนกับตู้ล็อกเกอร์ เทคโนโลยีเขาเป็นระบบดีมาก

• พอเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำแล้ว ให้ทำใจถึงหน่อย ไม่ต้องเอาผ้าขนหนูลงไปหรอก เพราะจากตัวตึกแล้วลงไปที่บ่อน้ำร้อนไม่ไกลมาก เดินเร็วๆ ยอมให้ลมปะทะตัวนิดหนึ่ง ทำมาแล้ว พอไหว ไม่โหดมาก เหตุผลคือถ้านุ่งผ้าเช็ดตัวออกไป ก็ต้องเอาไปแขวนไว้ แล้วลมมันแรง ก็จะพัดปลิวหายอยู่ดี

Unlike Human Earth

ภูเขาและน้ำตกที่ชื่อ Kirkjufell (สำเนียงท้องถิ่นจริงๆ จะฟังยากมาก) เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่คนบ้ากล้องต้องมาถ่ายสักครั้ง เพราะมันสามารถถ่ายได้หลายมุม ทั้งแบบสะท้อนน้ำ แบบมีน้ำตก แต่โชคร้ายหน่อย วันที่เราไปอากาศค่อนข้างมัว เลยต้องตั้งกล้องกันนานหน่อย

เนื่องจากเป็นทริปขึ้นเหนือล่องใต้ เราเลยต้องเปลี่ยนที่พักกันทุกคืน จากภูเขาและน้ำตกทั้งภาคตะวันตกของไอซ์แลนด์ เราลงใต้มาเที่ยวหาดทรายดำ ซึ่งดำสนิทและแปลกตาสมกับที่รอคอย ความที่เป็นภูมิประเทศที่มีภูเขาไฟ ในดินเลยมีแร่ธาตุไม่เหมือนที่อื่น บางลูกนิ่งแล้ว แต่บางลูกยังแอคทีฟอยู่ เขาเล่าว่าเหตุที่เกาะนี้ไม่ค่อยมีผู้คนก็เพราะครั้งหนึ่งในอดีตภูเขาไฟเคยระเบิด และคนที่เคยมาตั้งรกรากซึ่งมีไม่เยอะอยู่แล้ว ต้องอพยพหนีกัน จากนั้นก็คงเพาะปลูกอะไรไม่ค่อยขึ้นอีก

จากชายหาดสีดำที่ Reynisfjara เรานั่งรถต่อไปทางทิศตะวันออก ไปยัง Jökulsárlón Glacier Lagoon ซึ่งเป็นเหมือนทะเลแต่มีน้ำแข็งลอยเกลื่อนไปหมด พูดได้ว่าแทบทุกหนแห่งที่เราไป คือภาพที่เราไม่นึกว่าจะมีอยู่บนโลก ตั้งแต่เกิดมาผู้เขียนไม่เคยเห็นไอซ์เบิร์กมาก่อน จึงนึกภาพไม่ออกเลยว่าภูเขาใหญ่ๆ ทั้งลูกจะประกอบขึ้นจากน้ำแข็งทั้งหมดได้อย่างไร ปกติภูเขาก็ต้องมีสีเขียว ต้องมีดิน ต้องมีต้นไม้ แต่ที่ไอซ์แลนด์ ทุกอย่างใหญ่ ทุกอย่างแปลก และเต็มไปด้วยน้ำแข็ง ซึ่งเราจะได้สัมผัสความกว้างและเวิ้งว้างอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ความแรงและหนาวสุดขั้วของลมเป็นสิ่งที่เซอร์ไพรส์เราทุกคน ลมแรงขนาดไหน เอาเป็นว่าผู้เขียนและคณะลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เดินเป็นระยะทางช่วงสั้นๆ ลมพัดจนกระเป๋าเดินทางกลิ้งหลุนๆๆ มีครั้งหนึ่งขณะผู้เขียนเดินอยู่และกำลังอ้าปากจะพูดกับเพื่อนข้างหน้า เชื่อไหมว่าลมพัดมาอัดปากไว้ พูดไม่ได้เลย ต้องรอให้ลมมันเบาก่อน กว่าจะได้พูดกัน ส่วนใครที่เตรียมผ้าพันคอมาแล้วชอบวางพาดไว้ ก็ถูกลมพัดปลิวหายกันไปตั้งแต่ต้นทริป ครั้งหนึ่งที่ผู้เขียนขึ้นไปยืนบนลากูนน้ำแข็ง โดยเอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย หวังจะถ่ายรูป แต่แรงลมที่สัมผัสได้ทำให้ต้องรีบเก็บมือถือ เพราะรู้สึกได้ว่ามันจะต้องถูกพัดหลุดจากมือแน่นอน เพราะฉะนั้นลมจึงเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้ ให้นึกภาพเหมือนมีพัดลมขนาดยักษ์ที่ไม่เพียงทรงพลังมาก แต่ยังพัดเกล็ดน้ำแข็งมาใส่เราอีกด้วย

ประเทศนี้มีถ้ำน้ำแข็งกระจายตัวอยู่ทั่วไป แต่บางแห่งต้องเที่ยวเฉพาะฤดูหนาว เพราะน้ำแข็งอาจจะละลาย เกิดอันตรายในการเดินทางได้ ผู้เขียนเดินทางไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์เพื่อไปยัง Svínafellsjökull Glacier ที่เพิ่งจะโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะโลเกชั่นถ่ายทำหนังเรื่อง Interstellar ตอนที่พระเอกมาพบกับ ดร.มานน์บนดาวน้ำแข็งอันโดดเดี่ยว การได้เดินไต่ขึ้นลงกลาเซียร์ที่นี่จึงให้อารมณ์เหมือนอยู่นอกโลกไม่มีผิด

GQ Tips

• การเที่ยวไอซ์แลนด์จำเป็นต้องมีรองเท้าสำหรับเดินบนน้ำแข็ง จะได้ไม่ล้มลุกคลุกคลาน

• ผู้เขียนไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าแบบแอดเวนเจอร์ แบรนด์ที่เป็นตัวจริงอย่าง North Face หรือ Columbia เพราะคิดว่าสีสดไป ไม่สวย และคิดว่าใส่เสื้อกันหนาวหลายๆ ชั้นน่าจะเอาอยู่ แต่ปรากฏว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก เพราะเสื้อผ้ากันหนาวแบรนด์ทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมืออากาศหนาวสุดขั้วแบบนี้ ความหนาวยะเยือกประกอบกับลมแรงมากซึ่งพัดละอองน้ำแข็งมาใส่เราเสมอ ทำให้ผู้เขียนเดินปากสั่น หน้าเขียว เสียอรรถรสในการท่องเที่ยวพอควร เพราะฉะนั้นคุณผู้อ่านโปรดละทิ้งความเก๋ไปซะ และสวมใส่ทุกอย่างที่จะทำให้คุณอุ่นที่สุดเท่าที่จะหาได้

เนื่องจากเราเดินทางกันตลอด จึงได้เข้าเมืองแค่แวบเดียว และมีชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในปั๊มน้ำมัน ไม่ว่าจะแวะกิน แวะซื้อของ แวะเข้าห้องน้ำ ในปั๊มน้ำมันมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีของจำเป็นทุกอย่างอยู่ที่นั่น ของฝากต่างๆ ก็ซื้อกันในปั๊ม ทั้งช็อกโกแลต ชีส เกลือ ฯลฯ

ความพิเศษอีกอย่างคือ เนื่องจากประเทศนี้มีคนน้อยมาก และคุณภาพชีวิตอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราการเกิดอาชญากรรมก็เลยต่ำมาก ไอซ์แลนด์จัดเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ระหว่างการเดินทางด้วยรถบัสของเรา หลายครั้งเราวางกล้องถ่ายรูปทิ้งไว้ในรถ ซึ่งช่างภาพแต่ละคนก็ย่อมมีกล้องราคาไม่ใช่ถูกๆ แต่คนขับรถไม่เคยล็อกรถเลยสักครั้ง แม้เราจะขอให้เขาล็อกเผื่อไว้เฉยๆ เขาก็ยืนยันว่ามันไม่มีวันหาย และตั้งแต่เขาขับรถมาในชีวิตนี้ ไม่เคยล็อกรถเลยสักครั้ง ประเทศของเขาไม่มีใครล็อกกัน สงสัยจะจริง เพราะครั้งเดียวที่ผู้เขียนได้เห็นตำรวจ ก็คือตอนที่ผับเลิกและมีคนเมา ตำรวจถึงจะออกมาดูแลความเรียบร้อย คนเมาอาจจะก่อเหตุการณ์รุนแรงและเสี่ยงอันตรายได้ที่สุดแล้วที่นี่

เรื่องที่น่าเสียดายคือได้เห็นแสงเหนือแค่แวบเดียว เพราะฟ้าปิดเกือบตลอดทั้งทริป มีคืนหนึ่งฟ้าเปิด คนนำเที่ยวก็พาพวกเราไปรอดูที่ลากูนแห่งหนึ่ง แต่เพื่อนร่วมทริปปวดท้อง ทำให้ต้องกลับโรงแรม แต่ปรากฏว่าหลายคนได้เห็นที่โรงแรมกัน ส่วนผู้เขียนต้องโทษที่ตัวเองเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปไม่พอ เลยไม่ได้ออกไปข้างนอกเพื่อรอดู เพราะฉะนั้นการไปไอซ์แลนด์ทั้งที แล้วไม่ได้เห็นแสงเหนือให้สะใจ มันเป็นอะไรที่ยอมกันไม่ได้

ผู้เขียนเลยจะไปอีกครั้งในปลายปีนี้ แต่วางแผนกันแล้วว่าครั้งนี้จะเช่ารถขับเอง เพราะไม่มีอะไรยาก และถ้าได้เห็นถนนหนทางที่นั่นก็จะเข้าใจว่าคุณไม่มีทางหลงแน่นอน ใช้ GPS นำไป ถนนมีอยู่สายเดียว สองข้างทางมองเห็นโปร่งโล่งตลอด อยากแวะอะไรที่ไหนก็จอดได้เลย พื้นที่กว้างขวางเหลือเฟือ แต่ถามว่าถ้าไปครั้งแรก ลุยเดี่ยวเลยได้ไหม ผู้เขียนไม่กล้าแนะนำ เพราะไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่แตกต่างไปจากความคุ้นเคยของเราแบบสุดขั้ว การเตรียมตัวทุกอย่างควรต้องมีมืออาชีพแนะนำ ไปทัวร์ก่อนน่าจะเป็นการปลอดภัยกว่า

GQ Tips

• เนื่องจากแต่ละสถานที่อยู่ห่างกัน ต้องนั่งรถเป็นเวลานาน และเป็นทางแบบออฟโรดจริงๆ เพราะฉะนั้นใครที่มักจะวิงเวียนง่าย ต้องเตรียมยาหอมยาดมมาให้พร้อม

• ไม่จำเป็นต้องแลกเงินท้องถิ่นไปเยอะ เพราะร้านค้าส่วนมากรับบัตรเครดิต ไม่ว่าสินค้าจะราคาเท่าไรก็ตาม

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

ตามการบ้าน! เจ้าแม่โบนันซ่า ‘เมย์ ไพพรรณี’ 3 ทริปเด็ดลุยลองวีคเอนด์!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600606

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 เม.ย. 2559 06:05

 

หากลองวีคเอนด์สงกรานต์ที่จะถึงนี้ หลายคนยังคิดแพลนไม่ออกว่าจะไปที่ไหนดี จะขึ้นเหนือ-ล่องใต้ หรือตะลุยเมืองนอกชาร์จแบตให้ฉ่ำปอดก็เข้าท่าไปซะหมด ลองฟังทางนี้ อาจมีทริปดีๆ ชวนตื่นเต้นแบบคาดไม่ถึงรอคุณอยู่…

ล่าสุด ไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสเจอะเจอเซเลบฯ สาวสวย หุ่นเซี๊ยะ ‘เมย์-ไพพรรณี เตชะณรงค์’ อีกหนึ่งทายาทโบนันซ่า เขาใหญ่ ในงาน ‘อาร์ตกราวด์ (Art Ground)’ คอมมูนิตี้อาร์ตเอาใจคนรักศิลปะ ซึ่งเธอไม่พลาดแนะนำทริปเด็ดๆ 3 แบบ 3 สไตล์ 3 อารมณ์ ฉลองลองวีคเอนด์แบบจัดเต็ม พร้อมเทคนิคการเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง ตลอดจนวิธีเซฟตัวเองเมื่อต้องไปเที่ยวไกลถึงต่างแดนให้ได้ฟังกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ!

เซเลบฯ สาวสวย หุ่นเซี๊ยะ ‘เมย์-ไพพรรณี เตชะณรงค์’

ไพพรรณี เตชะณรงค์ บอกกับ ไทยรัฐออนไลน์ว่า เอาจริงๆ ปกติแล้วช่วงลองวีคเอนด์คือช่วงเวลาที่เธอทำงาน เพราะมันเป็นช่วง Hi-Season ที่นักท่องเที่ยวจะมาพักที่โรงแรม หลายคนอาจจะหยุดพักผ่อน ทว่าสำหรับเธอมันคือวันทำงาน และเธอก็จะใช้เวลาอยู่ที่เขาใหญ่ซะมากกว่า

“แต่ถึงเราทำงานก็โอเคนะ มันไม่ได้รู้สึกเครียดอะไรเลย เพราะมันอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เราไปทำงานก็จริง แต่ก็ได้พักผ่อนไปในตัว และที่โบนันซ่า เขาใหญ่เอง ก็ไม่ได้มีแต่เฉพาะโรงแรมเท่านั้น มันยังมีกิจกรรมอย่างอื่นมารองรับด้วย เช่น สนามตีกอล์ฟ หรือสวนสัตว์ที่เพิ่งเปิดไป เป็นกิจกรรมสำหรับครอบครัวให้ได้มาสนุก มีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน”

น่ารัก ใสๆ

ช่วงวันหยุดยาวๆ เคยออกทริปเที่ยวไหนบ้าง
ถ้าไม่ทำงานอยู่ที่เขาใหญ่ ก็มีปลายปีที่แล้วเพิ่งไปเที่ยวญี่ปุ่นมาที่เกาะฮอกไกโด เป็นช่วงกำลังหนาวพอดี คนส่วนใหญ่ก็จะไปเล่นสกี เล่นหิมะกัน หาร้านดีๆ อร่อยๆ กินกัน แต่เราจะชอบท่องเที่ยวไปโรงแรมต่างๆ เก็บประสบการณ์มาพัฒนาธุรกิจของตัวเอง (เราทำในส่วนของโรงแรมที่โบนันซ่า) แล้วเวลาเราไปทริปอะไรแบบนี้ เราก็จะชอบไปดูสถาปัตยกรรมเก่าๆ ของเมืองนั้นๆ อะไรที่มันอาร์ตๆ มีเรื่องราว เราจะชอบศึกษาประวัติศาสตร์ของแต่ละที่ที่เราไป เอาตรงๆ เวลาไปออกทริปเที่ยวแบบนี้ เราไม่ค่อยได้กิน เล่น ช็อปปิ้งอะไรหรอก มีบ้างแต่น้อย

‘เมย์-ไพพรรณี เตชะณรงค์’ ทายาทโบนันซ่า เขาใหญ่

ยุโรป เอเชีย หรือต่างจังหวัด…ชอบออกทริปพักผ่อนที่ไหนมากสุด
เราไปได้หมดเลยนะ แล้วแต่โอกาสมากกว่าว่าตอนนั้นเรามีเวลาว่างมากขนาดไหน ถ้ามีเวลามากๆ นานหน่อยก็จะบินไปยุโรป ไปไกลๆ เลย ทว่าถ้าเกิดมีเวลาแค่ 1-2 อาทิตย์ เราก็เลือกไปเที่ยวเอเชียแทน เช่น ญี่ปุ่น ใกล้สุดก็เป็นปีนัง ที่มาเลเซีย ฝั่งยุโรปชอบไปเที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษ? อังกฤษเลย คือไปบ่อยมากๆ และเราเรียนจบที่นั่นมาด้วย อย่างปีที่แล้วก็เพิ่งกลับไป แต่ทุกครั้งที่เรากลับไป มันไม่เหมือนตอนอยู่นะ มันจะเห็นความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เวลาเรากลับไปทีไร เราจะรู้สึกว่ามันเป็นที่ใหม่ตลอด มีอะไรน่าสนใจให้เดินไปหมด อย่างโรงแรมขึ้นใหม่ดีไซน์เก๋ๆ แบบ Boutique Hotel จะมีเยอะมาก และสถานที่เที่ยวกลางคืนใหม่ๆ ด้วยก็เยอะไม่แพ้กัน เวลาเราไปอังกฤษ ส่วนใหญ่แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ เราชอบไปเดินพิพิธภัณฑ์ แกลลอรี่อาร์ตๆ ที่นั่นจะมีเยอะมากจริงๆ มีเปิดกันเองตลอดเวลา นี่คือพอยต์หลักๆ ที่เราไปเลย

เรื่องแต่งตัวไม่เป็นรองใคร!

เซ็กซี่เบาๆ

เตรียมพร้อมเรื่องการเดินทางยังไงบ้าง
หลักๆ เลยเตรียมข้อมูลทุกอย่างให้พร้อม ทั้งวางแผนเส้นทางเดินทาง ว่าเราจะไปที่ไหน ต้องเดินทางยังไง ค่อยๆ ศึกษาเส้นทางไป (กันหลงทาง) และก็เช็กข้อมูลเรื่องที่พักว่า พักโรงแรมไหนถึงจะดี และปลอดภัย รวมทั้งมีความสะดวกในการเดินทางมากน้อยแค่ไหน จำไว้ว่า ไม่ว่าจะไปพักที่ไหนก็ตาม ‘ความปลอดภัย’ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด อย่างตัวเราเอง เวลาไปไหนจะค่อนข้างฟิก มีดีเทลตารางการเดินทางไว้เลย เช่น วันนี้เราจะไปที่นี่ ตอนบ่ายเราจะต้องไปตรงนี้-ไปทำอะไรบ้าง ตอนเย็นเราจะแวะทานกันที่ร้านนี้ พรุ่งนี้ก็จะต้องไปที่นี่ๆ คือทุกอย่างเราจะจัดสรรไว้แบบเป๊ะๆ เพื่อไม่ให้มันเสียเวลาในการจะไปเก็บเกี่ยวทุกอย่างที่เราต้องการจะไปดู หรือไปเจอให้ได้ครบที่สุด

วันนี้ขอเบาๆ สบายๆ

งบบัดเจ็ตเอาไปเท่าไรดี
อันนี้แล้วแต่นะ ว่าเราไปไกลหรือไปนานขนาดไหน ถ้าไปยุโรปนานเกือบเดือน หรือประมาณ 3 อาทิตย์ เราก็ต้องเอาบัดเจ็ตไปเยอะหน่อย แต่เรามีบัดเจ็ตในใจที่ตั้งไว้นะ ไม่ได้ใช้แบบฟุ่มเฟือยอะไรขนาดนั้น เราจะมีบัดเจ็ตวางไว้ก้อนเท่านี้ สำหรับค่ากิน และค่าโรงแรมอย่างเดียว มันจะอยู่ประมาณเท่านี้ไม่ให้เกิน ส่วนเงินค่าช็อปปิ้งก็ต่างหากอีกเรื่องหนึ่ง แต่จริงๆ เวลาเราไปเที่ยวไหน โดยเฉพาะต่างประเทศ เราไม่ค่อยเน้นช็อปนะ ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยเลย ส่วนใหญ่สำหรับเราคือ ไปท่องเที่ยว เปิดโลกกว้างซะมากกว่า หาอินสไปร์ใหม่ๆ มาอัพเดตตัวเอง-พัฒนาตัวเองตลอดเวลา

เธอน่ะ…อาร์ตตัวแม่เลย!

สิ่งของจำเป็นที่ต้องพกไปทุกครั้ง
แน่นอนเลย 1. ที่ชาร์จแบตโทรศัพท์ ยิ่งพาวเวอร์แบงค์คือขาดไม่ได้เลย โดยเฉพาะเวลาไปต่างประเทศ เพราะถ้าเกิดมือถือแบตหมดขึ้นมา คือชีวิตจบเลย เราจะหลงทางทันที ฉะนั้นเรารู้สึกว่าที่ชาร์จแบตมันสำคัญมากนะ 2. สมุดจดต่างๆเพราะเราไปท่องเที่ยว หาอินสไปร์ใหม่ๆ มันก็ต้องมีจดอะไรไว้บ้างกันลืม 3. กล้อง อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะเราเป็นคนที่เวลาไปทริปอะไรก็ตามแต่ ทุกทริปที่เราไป เราจะกลับมานั่งเขียนไดอารี่ทุกครั้งว่า ทริปนี้เราไปไหนมาบ้าง มีอะไรน่าสนใจบ้าง เราเขียนไว้เป็นเล่มๆ เลย แล้วก็เอา Tickets หรือรูปถ่ายต่างๆ มาแปะๆ ไว้ในไดอารี่ เก็บไว้เป็นเรื่องราวเมมโมรี่ที่ดี เผื่อบางครั้งเราลืม และได้กลับมาเปิดอ่าน ความทรงจำเหล่านั้นก็จะย้อนกลับมา 4. หนังสือข้อมูลท่องเที่ยวประเทศนั้นๆ ไม่ว่าเราจะไปประเทศอะไร เราจะซื้อหนังสือติดตัวไว้เสมอๆ มันช่วยเซฟตัวเองได้เผื่อฉุกเฉินหลงทาง หรือเกิดแอคซิเดนท์อะไรบางอย่าง (เช่น โทรศัพท์แบตหมด) ข้อมูลในนั้นจะครบถ้วนมีทุกอย่างที่เราต้องการรู้ และ 5. เสื้อผ้า เราเป็นคนที่ใส่เสื้อผ้าไม่ซ้ำกันเลย ฉะนั้นเราไปกี่วันก็ต้องเตรียมเผื่อๆ ไปล่ะ อย่างไป 7 วัน ก็ต้องเตรียมเสื้อผ้าไป 7-9 ชุดเลยทีเดียว

ถ่ายกับแฟนหนุ่ม ‘กราฟ แบล็ควนิลา’… คู่นี้สวีตหวานกันตลอดเลยนะ

แนะนำ 3 ทริปจัดว่าเด็ด!
1. โบนันซ่า เขาใหญ่ : อันนี้แน่นอนเลย อยากเชิญชวนให้มามากๆ ตอนนี้เขาใหญ่ค่อนข้างที่จะมีกิจกรรมเยอะขึ้น ยิ่งขึ้นไปตรงอุทยานฯ จะมีอะไรให้ทำเยอะมากๆ สำหรับคนที่รักธรรมชาติ เราแนะนำให้ขึ้นไปอุทยานฯ เลย ลองนอนกางเต็นท์ ตั้งแคมป์สักคืน คุณจะรู้สึกสงบแต่ไม่เงียบสงัด อากาศเย็นสบาย นอนมองดูดาว-เห็นภูเขารายล้อมท่ามกลางธรรมชาติ คุณจะรู้สึกว่า นี่แหละมันคือธรรมชาติจริงๆ จนไม่อยากไปไหนเลย มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะ รวมถึงที่นี่ก็มีร้านอาหารใหม่ๆ ขึ้นมาเพียบชวนให้น่าไปลิ้มลอง ตลอดจนของฝากที่พลาดไม่ได้จากเขาใหญ่ เราแนะนำเป็น ‘สตรอเบอร์รี่ออแกนิค (ไร้สารเคมี)’ ผลสีแดงสวย และใหญ่มากๆ เป็นหนึ่งในของฝากขึ้นชื่อของที่นี่เลยล่ะ

อร่อยคำโตโต

2. ญี่ปุ่น : หากใครเบื่อกรุงเทพฯ ลองมาเที่ยวเอเชีย อย่างประเทศญี่ปุ่นจะติดใจไม่น้อย ไม่เพียงแต่มันจะไปง่าย ไม่ต้องขอวีซ่าเหมือนแต่ก่อนแล้ว มันยังเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเก่าแก่น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะที่เมือง‘เกียวโต’ ทางใต้ของญี่ปุ่น ส่วนตัวเราชอบเมืองนี้มากนะ เรารู้สึกว่ามันมีอะไรที่ครบมากกว่าเมืองอื่นๆ ทั้งศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่ดำเนินไปของคน บ้านเมืองเก่าๆ ที่ดูมีมนต์ขลัง หรืออาจเพราะเราชอบสไตล์นี้อยู่แล้วมั้ง (หัวเราะ) เราแนะนำให้ลองมากันดูแล้วจะหลงรักเมืองนี้จริงๆ เลย ของฝากจากที่นี่ แน่นอนว่าต้องเป็นของกิน และขนมต่างๆ อย่างเช่น เค้ก และชีสเค้ก ซึ่งอันนี้รสชาติและอารมณ์จะไม่เหมือนของฝรั่งนะ เค้ก-ชีสเค้กที่นี่สามารถซื้อเป็นของฝากได้ ในขณะที่ของฝรั่งจะต้องกินในทันที ไม่งั้นทิ้งไว้นานรสชาติอาจเปลี่ยนไม่อร่อยเหมือนเดิมได้… ยังไงก็ต้องไปลองชิมด้วยตัวเองกันดู!

ปล.ไปญี่ปุ่นแนะนำให้ไปช่วงนี้นะ เพราะเป็นช่วงที่ซากุระบานสวยสุดแล้ว แต่ถ้าใครอยากไปชมลาเวนเดอร์บานสะพรั่งที่เกาะฮอกไกโด จะต้องทนรออีกนิดนึงให้หมดหน้าหนาวไปก่อน ประมาณช่วงกรกฎาคมก็จะเป็นช่วงที่ลาเวนเดอร์เริ่มบานแล้วล่ะ

3. ลอนดอน ประเทศอังกฤษ : มูฟไกลมาทวีปยุโรปกันบ้าง สำหรับทริปนี้เราแนะนำให้ไปช่วงนี้เลย เพราะอากาศจะไม่ค่อยแย่มาก คือไม่หนาวมากเกินไป (อากาศอังกฤษโดยธรรมชาติจะฝนตกตลอดเวลาเหมือนญี่ปุ่น) มันเป็นช่วงซัมเมอร์ของอังกฤษ แต่มันก็ไม่ร้อนขนาดบ้านเรานะ ที่นั่นช่วงซัมเมอร์จะมี Free Market, Ancient Market ค่อนข้างเยอะมากๆ ให้ไปเดินดู เดินเล่น เลือกซื้อของกันชิลๆ, คอนเสิร์ตเฟสติวัลใหญ่ๆ ที่ขึ้นชื่อของเมือง รวมทั้งกิจกรรมหน้าร้อนต่างๆ ก็มีให้เลือกเล่นหลากหลาย หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ที่นี่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกในการแข่งขันเรือพาย ‘Henley Royal Regatta’ ซึ่งจะจัดขึ้นในฤดูร้อนช่วงต้นเดือนกรกฎาคมของทุกปีที่เมือง ‘เฮนลีย์’ ชายฝั่งแม่น้ำเทมส์ (Thames) นักพายเรือจากทั่วทุกมุมโลกจะมาแข่งขันกันเสมือนการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ของเรือพายเลยทีเดียว ถ้าใครที่สนใจก็ตีตั๋วไปชมกันได้

ส่วนของฝากจากที่นี่มีเยอะมากมายจริงๆ ถ้าจะให้แนะนำก็คงเป็น ถ้วยแก้วจานชามแบบ Ancient ตามตลาดต่างๆ ที่เขาสะสมไว้แล้วเอามาโละขายกัน เมื่อไปเดินตลาดมันมีหลายร้านให้เลือกเยอะมากจริงๆ เราเองยังชอบไปเดินซื้อเก็บไว้ เพราะรู้สึกว่าแต่ละอันมันดูมีเรื่องราวของมัน และมีเสน่ห์มนต์ขลังในความเก่านั้น

แมทช์เสื้อผ้าเก่งสุดๆ แต่ละชุดยอมใครที่ไหน!

“สุดท้ายไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตามแต่ เราควรต้องระมัดระวังตัวเองตลอดเวลา ยิ่งในต่างประเทศเรื่องกระเป๋านี่สำคัญมาก เพราะเราเคยโดนมากับตัวแล้วตอนไปเรียนที่อังกฤษ เรารู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ต้องระวังจริงจังเลยล่ะ และเรื่องของเงิน บางทีไม่ต้องพกติดตัวเยอะก็ได้ เห็นบางคนแลกเงินไปเยอะๆ และพกในกระเป๋าทั้งหมดทีเดียว แบบนี้มันอันตรายต่อการโดนกรีด หรือขโมยได้ ทางที่ดีระบุว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง ไปที่ไหนบ้าง แล้วฟิกเอาเงินไปให้พอดี ที่เหลือก็ใส่เซฟล็อกรหัสไว้ที่โรงแรมดีกว่า มันปลอดภัยกว่ากันเยอะนะ” เมย์-ไพพรรณี เตชะณรงค์ พูดปิดท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจังปนเป็นห่วง

ตุบ ตุบ ตั๊บ ตั๊บ ความ ‘เซ็กซี่’ ในที่สูง ‘ทรงพลัง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600161

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2559 15:05

 

ไม่มีอะไรมากวันหยุดสบายๆ เราตั้งใจเก็บสีสันดูเพลินๆ มาฝากภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์เป็นภาพเคลื่อนไหวเล่าเรื่องของเหล่าสาวโคโยตี้ฝากกันทิ้งท้าย ‘มหกรรมมอเตอร์โชว์’ ครั้งที่ 37 ที่กำลังจะจบลงในวันนี้ (2 เมษายน 59)

เป็นภาพที่น่ารักน่าชังและทำให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะเสียงเพลง.