ใครว่ายาก… 4,000 เที่ยววังเวียง กินหรู อยู่สบาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598048

โดย แบกกล้องเที่ยว 2 เม.ย. 2559 16:01

 

ใครที่ชอบการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ป่าเขา น้ำตก สัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรมของคนพื้นที่จริงๆ และไม่ไกลจากประเทศไทยมาก คำตอบของคุณอยู่ที่ “วังเวียง” สปป.ลาว แน่นอนครับ เพราะ “แบกกล้องเที่ยว” จะพาไปค้นพบเสน่ห์ของเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำซอง ที่มากไปด้วยความสวยงามของวิวทิวทัศน์ และเป็นสวรรค์ของคนชอบกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ หรือจะเป็นคนชอบถ่ายภาพรับรองกดชัตเตอร์รัวๆ ที่สำคัญไปง่ายและถูกมากๆ ด้วยเงินแค่ไม่กี่พันบาทในช่วงเวลา 4 วัน 3 คืน…งานนี้ไม่ต้องกลัวหลงกลัวเที่ยวไม่สนุกนะครับ เพราะคนลาวใจดี น่ารัก ยิ้มแย้ม ฟังภาษาไทยออกครับ

ขั้นแรกเลย ออกเดินทางตอนเย็นที่หมอชิต ซื้อตั๋วรถไปลง จ.อุดรธานี แบบวีไอพี เอารอบสัก 4 ทุ่มกำลังดี ค่ารถโดยสาร VIP ไป-กลับ คนละ 1,200 บาท นอนหลับสบายที่นอนนวดในตัวเหมือนนั่งเครื่องบินเลยทีเดียว เมื่อมาถึงอุดรฯ ตอน 06.00 – 06.30 น. มีรถไปวังเวียงเป็นปรับอากาศจะมาขายประมาณ 7 โมง อย่าช้าเพราะมีรอบเดียว บางวันคนเยอะอาจแห้วได้ ค่ารถคนละ 320 บาท

พอถึงวังเวียง หาที่พักก่อนเลย จาก บขส.ที่นั่น เขาจะมีรถเล็กๆ มาส่งบริเวณ รร.ริมน้ำ เดินหาไปเรื่อยๆ ได้ แนะนำเดินมา ริมน้ำซอง บรรยากาศดี ที่พักมีหลายราคา ส่วนมากหลักร้อยห้องพัดลมเพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ถ้าไปหลายคนๆ หารกันตกคืนละ 500 ก็นอนสบายแล้ว หรือใครจะจองจากในเว็บมาก่อนก็ได้ครับ (ถ้าไม่ใช่วันหยุดยาว มาเดินเลือกเอา ได้ราคาถูกๆ ดีๆ มีเยอะเลย) จากนั้นแนะนำให้แวะมาซื้อ one day trip สำหรับวันพรุ่งนี้ไว้ก่อน คนละ 360 บาท (ถ้ำน้ำ เดินผ่านทุ่งนา เที่ยวถ้ำช้าง และพายเรือคายัค รวมอาหารกลางวันด้วย) ซื้อเสร็จก็เดินชิลจิบเบียร์ กินข้าว แหมหมดวันแรกเร็วจัง

ตื่นเช้ามาเดินแวะหาของกินง่ายๆ มีขายข้างทาง ก่อนไปลุย พายคายัคกัน ถ้าไม่ซื้อ one day trip ก็ไปเช่าห่วงยางล่องตามแม่น้ำไปได้ในราคา 200 บาท ที่เหลือก็เสียพวกค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น บลูลากูน 40 บาท ถ้ำจัง 65 บาท ค่าข้ามสะพาน ส่วนอีกวันแนะนำเหมาสองแถว 1 วัน 1,000 บาท หาร 4 คน ตกคนละ 250 บาท หรือไม่ก็เช่า มอไซค์ แว้นชมเมืองก็เก๋ไปอีกแบบ แต่เตรียมผ้าปิดจมูกไปด้วย ฝุ่นเยอะสุดๆ

มีทิปส์เล็กๆ ที่ผมอยากแนะนำคนที่มาเที่ยวครั้งแรกก็คือ แลกเงินลาวมาใช้เถอะ ถึงจะบอกว่าใช้เงินไทยได้ แต่มักจะโดนคิดเรตต่ำๆ (แนะนำให้แลกตรงข้ามแดน ถูกกว่าในลาวเยอะ) เรื่องอาหารการกินนี่ไม่ต้องห่วง คุ้นลิ้นคนไทยอย่างเราแน่นอน ขอท้าลอง “แฮมเบอร์เกอร์ลาว” หรือ “ปาเต๊ะ” (ขนมปังบาแก๊ตใส่ไส้) 2 ไส้ 15,000 กีบ (60 บาท) ใครที่ชื่นชอบเค้กต้องแวะ หลวงพระบางเบเกอรี่ ร้านที่ดังที่สุดในวังเวียง เปิดตั้งแต่ 7 โมง – 4 ทุ่ม ราคาแรงหน่อยแต่บรรยากาศดี wifi free ไว้นั่งอัพรูปอวดเพื่อนได้ ส่วนใครสายปาร์ตี้ต้องไปร้าน Sakura Bar กระทบไหล่ เกาหลี ฝรั่ง แอบกระซิบว่า 20.00 free drink แดนซ์กระจายทั้งคืน ก่อนตื่นขึ้นมาอีกวันแบบชาร์จแบตเต็มพลังแล้วกลับบ้าน

สรุปทริป 4 วัน 3 คืน ของแบกกล้องเที่ยว รวมค่ารถค่าที่พักแล้วคนละ 3,000 กว่าบาท นี่ยังไม่รวมค่ากินแบบ ไม่อด อิ่มทุกมื้อ เต็มที่ไม่เกิน 1 พัน เอาไป 4,000 – 4,500 เหลือๆ เลยครับ…

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong

ตะลอนทัวร์ “พิพิธภัณฑ์ไทย” เปิดประสบการณ์…ย้อนเวลาหาอดีต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/599526

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 เม.ย. 2559 05:01

 

ภารดี เทศรัตนวงศ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ส่งบัตร “มิวพาส” หรือ Muse Pass 2559 มาให้ พร้อมเชิญชวนให้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์กว่า 40 แห่ง ทั่วประเทศไทยให้ได้ในรอบ 1 ปีนี้

ตื่นเต้นขึ้นมาทันที สำหรับคนชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์อย่างเราๆ…จะไปได้ครบมั้ย เริ่มต้นที่ไหนก่อนดี พิพิธภัณฑ์ไหนบ้างที่น่าสนใจ…

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยา เฉลิมพระเกียรติ ปทุมธานี.

นึกถึงเวลาไปต่างประเทศแล้วต้องไปรอคิวเพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในฝรั่งเศส บริติช มิวเซียม ที่ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวทั้งโลกไว้ในที่เดียว ในกรุงลอนดอน และอีกหลายๆแห่ง แต่สำหรับพิพิธภัณฑ์ไทยแล้ว อย่าว่าแต่เข้าคิวเลย ขนาดเดินเข้าไปในห้องจัดแสดงงานของพิพิธภัณฑ์หลายๆแห่ง ยังรู้สึกวังเวงบอกไม่ถูก และเพราะเหตุนี้เอง สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ จึงจัดทำ “บัตรมิวพาส” เพื่อกระตุ้นให้คนไทยโดยเฉพาะเด็กๆ หันมาสนใจเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันให้มากขึ้น

กระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของไทย.

ราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) บอกว่า เมืองไทยมีพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้จำนวนมากมายกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ เป็นพื้นที่ที่พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวอันหลากหลาย ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ หุ่นฟิกเกอร์ร่วมสมัย ไปจนถึงความเป็นมาของชาเขียวพร้อมดื่ม ตลอดจนประสบการณ์อันน่าทึ่งอีกนับไม่ถ้วนที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสสักครั้ง

เชิญชวนกันขนาดนี้ ไม่ไปคงไม่ได้แล้ว ว่าแล้วก็เริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์ใกล้ๆในกรุงเทพฯกันก่อนเลย “มิวเซียมสยาม” จุดหมายแรกของการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ด้วยบัตรมิวพาส ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกับวัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ที่สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางรถ ทางเรือ หรือจะนั่งรถ MRT มาลงที่หัวลำโพง ต่อสามล้อ แท็กซี่มาอีกนิดก็ถึงแล้ว

พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ.

สำหรับที่มิวเซียมสยามนี้ ต้องบอกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้เรื่องราวต่างๆมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้เทคนิคการตั้งคำถามชวนสงสัยให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วม เช่น ห้องแรก ที่ใช้ชื่อว่า ห้องเบิกโรง เป็นห้องที่จะพาเราย้อนกลับไปสู่อดีตต้นกำเนิดจากสุวรรณภูมิสู่สยามประเทศ จนถึงประเทศไทย ห้องที่สอง ชื่อ ห้องไทยแท้ เป็นห้องที่ตั้งคำถามกับคนที่เข้าไปชมว่า “ไทยแท้แท้คืออะไร” แต่ไม่ได้ มีคำตอบให้อย่างชัดเจน แค่สร้างบรรยากาศในห้องให้ดูเป็นไทยแบบไทยๆ ด้วยการจัดแสดงรถตุ๊กตุ๊กครึ่งคัน แผงส้มตำไก่ย่าง รูปปั้นนางกวัก แม่ค้าหาบเร่ขายผลไม้ เชื่อว่าแค่นี้ก็ตอบคำถามได้ชัดเจนแล้วว่า นี่ละคือความเป็นไทยแท้ๆของคนไทยนั่นเอง

ลอตเตอรี่ฉบับแรกของสยาม จากพิพิธภัณฑ์สุขสะสม.

จาก มิวเซียมสยาม ไปไม่ไกล เป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพระพิพิธ ใกล้ๆ กับวัดราชบพิธฯ ใครที่สนใจเรื่องของทะเบียนกรมที่ดิน การออกโฉนด การรังวัดที่ดิน เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆในการรังวัดที่ดินตั้งแต่สมัยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระบรมราชโองการประกาศตั้งกรมทะเบียนที่ดิน สังกัดกระทรวงเกษตราธิการ ตั้งแต่ ร.ศ.120 หรือประมาณปี พ.ศ.2444 แนะนำว่าให้ไปที่นี่ได้เลย จะได้รู้จักทั้งกล้องที่ใช้ดูแนวเขตที่ดิน เครื่องคำนวณแบบมือหมุน รวมถึงแบบพิมพ์โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน เป็นเรื่องน่าสนใจที่ไม่มีสอนในโรงเรียนแน่นอน

ด้านหน้าของบัตร “มิวพาส”.

จาก พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน แวะหาของอร่อยๆย่านพาหุรัด แน่นอน นักเรียนอินเดียอย่างเราไม่พลาดร้านประจำ รอยัล อินเดีย ใครที่อยากรู้ว่าอาหารแขกร้านไหนอร่อย แนะนำร้านนี้เลย อร่อย ไม่แพง ว่าแล้วก็สั่ง ซาโมซา กรอบๆ หอมๆ กลิ่นเครื่องเทศ สูตรเด็ดของที่นี่ คือ น้ำจิ้มเผ็ดใส่ใบมินต์หอมๆ มาเรียกน้ำย่อยขณะรอแป้งนานอบร้อนๆจากเตา กินคู่กับแกงกะหรี่ชีส ที่หากินที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่นี่

อิ่มท้องแล้ว ได้เวลาไปต่อกันที่ พิพิธภัณฑ์บ้านหมอหวาน แค่ชื่อก็น่าสนใจละ หมอหวานเป็นใคร ผู้หญิงหรือผู้ชาย และสำคัญขนาดไหนถึงต้องมีพิพิธภัณฑ์เป็นของตัวเองกันเลยทีเดียว

วิษณุ เจริญศิลป์ รองผู้ว่าการ ททท. และราเมศ พรหมเย็น ผอ.สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ แถลงข่าวเปิดตัวบัตร “มิวพาส”.

ชื่อพิพิธภัณฑ์บ้านหมอหวาน แต่รูปร่างลักษณะของพิพิธภัณฑ์ไม่ได้เป็นตัวบ้าน หากแต่เป็นตึกสไตล์โคโลเนียล หลังไม่ใหญ่โตนัก อยู่ในย่านเสาชิงช้า ป้ายหน้าบ้านเขียนไว้ว่า “บำรุงชาติสาสนายาไทย” คนในย่านนั้นไม่ได้เรียกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่เรียกว่า “บ้านหมอหวาน” เพราะเจ้าของบ้านเดิมชื่อ นายหวาน รอดม่วง เป็นหมอแผนโบราณ เจ้าของสูตรยาหอมโบราณ 4 ตำรับ คือ ยาหอมสุรามฤทธิ์, ยาหอมอินทรโอสถ, ยาหอมประจักร์ และยาหอมสว่างภพ แต่ละตำรับมีสรรพคุณแตกต่างกันไป ตั้งแต่บำรุงหัวใจ แก้วิงเวียน หน้ามืด แก้จุกเสียด แน่นท้อง ขับลม บำรุงโลหิต เรียกว่า มียาหอมหมอหวานติดบ้าน รักษาได้ทุกอาการกันเลยทีเดียว ภายในพิพิธภัณฑ์บ้านหมอหวานจัดแสดงเครื่องมือโบราณที่ใช้ในการปรุงยา ตอกเม็ดยา บด ฝน อายุกว่า 100 ปี มีโอกาสควรหาเวลาไปสักครั้ง อย่างน้อยก็ได้เห็นภูมิปัญญาของคนไทยสมัยก่อนในการคิดค้นหยูกยารักษาโรคแบบไม่อายฝรั่ง

ชุดยาและอุปกรณ์พิมพ์เม็ดยา อายุกว่า 100 ปี.

จากฝั่งพระนคร ขึ้นสะพานพระราม 8 ลอดซุ้มนางพญาน่าเกรงขามบนสะพาน ไปทางพุทธมณฑลสาย 2 เป้าหมายอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ชื่อน่ารักๆ พิพิธภัณฑ์สุขสะสม ที่ซึ่งทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังย้อนเวลากลับไปหาความสดใสในวันเด็กด้วยของเล่นและข้าวของโบราณมากมาย ที่เจ้าของ คือ คุณธีรวัฒน์ เจริญทวีสิทธิ์ บอกว่า มีมากกว่า 2 แสนชิ้น ทั้งโทรศัพท์เก่า เครื่องเล่นปาจิงโกะ สมัยโบราณ รถไฟเล็กของเล่นโบราณ ฝาขวดน้ำอัดลม ที่จำได้ว่าตอนเด็กๆวิ่งแย่งกันเก็บฝาที่เราเรียกว่าฝาเบียร์ เอามาใช้แทนเงินเวลาเล่นเกมสนุกๆ กบเหลาดินสอ ช้อนสังกะสี ที่สะดุดตาเห็นจะเป็นเรียงเบอร์และลอตเตอรี่ฉบับแรกของสยาม ที่หาดูได้ยาก และอีกสารพัดสิ่งที่คนสะสมก็สะสมด้วยความสุข คนไปดูก็มีความสุขจากการสะสม เรียกว่าสมชื่อ สุขสะสมจริงๆ

หุ่นแบทแมนสังกะสีจากญี่ปุ่น จากแบทแคท มิวเซียมแอนด์ทอยส์ ไทยแลนด์.

ยังมีอีกหลายพิพิธภัณฑ์ที่อยากไป ยิ่งเห็นรูปที่ท่านผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรและธุรกิจสัมพันธ์ แนบมาให้ด้วย ยิ่งกระตุกต่อมอยากให้พลุ่งพล่าน ทั้งพิพิธภัณฑ์สิรินธร ที่กาฬสินธุ์ ที่มีกระดูกไดโนเสาร์ ชิ้นแรกของไทย พิพิธภัณฑ์ศูนย์ประติมากรรม กรุงเทพ พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งก็ไม่ต้องรีบร้อน เพราะอ่านด้านหลังบัตรยังใช้ได้อีก 1 ปี รับรองว่ายังไงก็จะพยายามเที่ยวให้ครบ 40 พิพิธภัณฑ์ หรืออย่างน้อยก็สักครึ่งหนึ่งก็ยังดี

พิพิธภัณฑ์มิวเซียมสยาม.

สำหรับบัตรของเรานั้นได้มาฟรี แต่ถ้าใครสนใจอยากได้บัตรมิวพาส พาลูกหลานไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ต่อเติมความฝันและจินตนาการที่สำคัญกว่าความรู้ ก็สอบถามไปได้ที่ 0-2225-2777 ต่อ 123 หรือ http://www.facebook.com/ musepass บัตรราคาถูกมาก แค่ 199 บาท แต่ถ้าใช้บัตรเครดิตของบริษัทบัตรกรุงไทย ซื้อ 1 ใบ แถมอีก 1 ใบ

ส่งเสริมการเรียนรู้กันขนาดนี้ ปิดเทอมนี้ แทนที่จะอุ้มลูกจูงหลานไปเดินตามห้างสรรพสินค้า หาเวลาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไทยๆกันบ้าง เวลาบอกใครเขาว่าเป็นคนไทย จะได้รู้เรื่องอะไรๆ ที่เป็นไทยๆ ไปคุยให้เขาฟัง…ไม่ตกเทรนด์กันเสียทีเดียว.

ซูมจังๆ พ่อค้าแซ่บแม่ค้าจี๊ดลูกค้าเริด! ตลาดคอนเทนเนอร์สุดฮิป ArtBox

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/599007

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 เม.ย. 2559 14:05

 

ใครไปมาแล้ว ยกมือขึ้น!! เข้าสู่สัปดาห์ที่สามสำหรับตลาดนัดคอนเทนเนอร์สุดชิค ArtBox Thailand ครั้งนี้จัดขึ้นใกล้ๆ กับ The Em District ในธีม ArtBox the Glass กลับมาคราวนี้เขาเอาใจขาช็อป จัดกันไป 3 เดือนเต็มเลยจ้า ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม – 19 มิถุนายน 2559 ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 15.00 – 24.00 น.

ครั้งที่แล้ว ไทยรัฐออนไลน์ พาไปสแกนร้านค้า อาหาร น่าโดนกันมาแล้ว (ไม่ผิดหวัง! ArtBox กลับมาทวงบัลลังก์ 10 ร้านสุดคูลที่คุณต้องไปโดน!) เราไม่พลาดเก็บบรรยากาศสีสันของตลาด ArtBox พ่อค้าแม่ค้าสุดแซ่บและลูกค้าน่ารักมาให้ได้ชมกัน งานนี้จะเด็ดขนาดไหนไปซูมพร้อมๆ กันกับเราได้เลย!

หนุ่มขายเบอร์เกอร์กล้ามเป็นมัดๆ เป็นทั้งเจ้าของแฟรนไชน์และเชฟ

แม่ค้าสุดจี๊ดขายเสื้อผ้า

หนุ่มลักยิ้มบุ๋มขายอาหารญี่ปุ่น

แม่ค้าสองสาวขายขนมมาซื้อกันเร็วววว

ซื้อเคสโทรศัพท์มั้ยคะ

หนูขายเสื้อผ้าค่ะ

สองหนุ่มช่วยกันขาย

พ่อหนุ่มนักดนตรี

อร่อยจังเลย

ธีม ArtBox the Glass

น่ากินสุดๆ

ArtBox Thailand

ผ่อนคลายไปอีก! สแกน 7 โปรโมชั่นดี๊ดี วันหยุดนี้ต้องลอง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/599053

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 เม.ย. 2559 12:05

 

สวัสดีหนุ่มสาวหน้าตาดีทั้งหลาย กลับมาพบกันทุกวันศุกร์เหมือนเช่นเคยกับ ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ เจอะเจอกันทีไรเราก็ขนโปรโมชั่นเด็ด รวมถึงงานสินค้าลดราคาน่าเดินช็อปมาฝากกันตลอดๆ มาคราวนี้ขอเอาใจคนอยากผ่อนคลายแนวหรูสักนิด เพราะมีโปรฯ สปาและอาหารรสเลิศมาให้เลือกเพียบ

สัปดาห์นี้จะพาไปส่องโปรโมชั่นห้องอาหารและห้องสปาสุดหรูของโรงแรมต่างๆ รวมถึงโปรตั๋วเครื่องบินราคาสุดคุ้มกับค่ายหางแดง แถมด้วยกิจกรรมน่าเดินเที่ยวชมในพิพิธภัณฑ์ไทยสไตล์โมเดิร์น

ส่วนรายละเอียดจะเป็นยังไงบ้าง ตามมาชมทางนี้!

1. แชมเปญ แอนด์ ออยสเตอร์ส

คอแชมเปญเชิญทางนี้

วันนี้ – ตลอดเดือน มิ.ย. 2559 ชวนคอแชมเปญมาลิ้มรสอาหารจานหรู ที่เดอะ บาร์ ห้องอาหารเดอะเฮ้าส์ออนสาทร กับโปรโมชั่น “แชมเปญ แอนด์ ออยสเตอร์ส” เพลิดเพลินกับการดื่มแชมเปญเกรดพรีเมียม โมเอ็ท แอนด์ ชองดอง (Moët & Chandon) ได้ไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม พร้อมหอยนางรม 4 ชนิด เปิดบริการทุกวันพฤหัสบดี เวลา 19.00 – 21.00 น. ในราคา 3,990 บาทต่อท่าน พร้อมมีดีเจเปิดเพลงสไตล์โซฟูล เฮ้าส์ เพิ่มบรรยากาศสนุกสนาน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2344-4324, 08-9442-9414

2. สปาน้ำมันมะพร้าวออร์แกนิค

สปาผิวสูตรน้ำมันมะพร้าว

ห้องสปาสวยเริ่ด นอนสบาย

วันนี้ – ตลอดเดือน พ.ค. 2559 ชวนสาวๆ มาบำบัดผิวพรรณ พร้อมผ่อนคลายความเมื่อยล้าที่ ควร สปา โรงแรมเรเนซองส์ กับโปรฯ “ผ่อนคลายกับน้ำมันมะพร้าวออร์แกนิค” โดดเด่นด้วยห้องวารีบำบัด (Hydro-therapy) มีเมนูบำบัดมากมายให้เลือก โดยเฉพาะโปรฯ นี้จะมอบการนวดขัดผิวอย่างอ่อนโยน และคืนความชุ่มชื่นสู่ผิวด้วยสครับมะพร้าวและน้ำมันมะพร้าว เพื่อผิวนุ่ม เรียบลื่น พร้อมด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ สดชื่นผ่อนคลาย ใช้เวลาทั้งสิ้น 120 นาที ราคาเริ่มต้นที่ 2,800 บาท จองได้ที่ โทร. 0-2125-5100

3. สงกรานต์ สแปลช อะเวย์

วันที่ 13 เม.ย. 2559 ชวนหนุ่มสาวมาเล่นสงกรานต์สุดมันกันในงาน “สงกรานต์ สแปลช อะเวย์” ณ โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ภายในงานพบกับ ดีเจไลน์อัพสุดเจ๋ง ได้แก่ ดีเจ อรวรรณ มิวสิค คูเรเตอร์, Coran, Adam Swain, Koish และ Mr. Has มิวสิค ไดเรคเตอร์ เอเชีย แปซิฟิกของ ดับเบิ้ลยู โฮเทล เวิลด์ไวด์ (W Hotels Worldwide) ที่บินตรงมาจากประเทศสิงคโปร์

ปาร์ตี้ริมสระอลังการ

บัตรเริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้ ซื้อบัตรได้ที่ https://www.eventpop.me/e/411-wsongkran2016 บัตรเออร์รี่ เบิร์ด ราคา 700 บาท (มีจำนวนจำกัด) และบัตรราคาปกติ ราคา 900 บาท ทั้ง 2 ราคามาพร้อมคูปองรับเครื่องดื่มฟรี 2 แก้ว ภายในเวลา 15.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-9442-9414

4. ซากุระ สปา แพ็กเกจ

กลิ่นซากุระหอมอ่อนๆ ผ่อนคลาย

สปาบำรุงผิวด้วยน้ำมันซากุระ

วันนี้ – 30 มิ.ย. 2559 ชวนสาวๆ มาดูแลผิวพรรณกับ “ซากุระ สปา แพ็กเกจ” ณ ดิ โอกุระ สปา โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อต้อนรับฤดูใบไม้ผลิและดอกซากุระบานที่ประเทศญี่ปุ่น แพ็กเกจนี้ใช้เวลาทั้งหมด 90 นาที ราคาเริ่มต้นที่ 3,800 บาท ทำทรีทเมนท์ด้วยแปรงขัดผิว เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และต่อมน้ำเหลือง ทาซากุระแร๊พทิ้งไว้ 30 นาที เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น จากนั้นนวดผ่อนคลายทั่วร่างกายด้วยน้ำมันซากุระ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและกรดกาแฟ ที่ช่วยปกป้องผิวให้แข็งแรง สามารถจองได้ที่ โทร. 0-2687-9000

5. มาย นู้ดเดิ้ล มาย สไตล์

ก๋วยเตี๋ยวในสไตล์คุณ

วันนี้ – 30 มิ.ย. 2559 ชวนนักชิมมาลองอาหารจานเด็ดกับโปรโมชั่น “มาย นู้ดเดิ้ล มาย สไตล์” ณ ห้องอาหาร เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ โดยคุณสามารถออกแบบก๋วยเตี๋ยวเมนูโปรดของคุณเอง เริ่มตั้งแต่เลือกเส้นก๋วยเตี๋ยว น้ำซุป หรือแบบผัดแห้ง เลือกผักต่างๆ เช่น ผักกาดขาว ผักหวาน เห็ดชิตาเกะ หรือคะน้าฮ่องกง

ส่วนเนื้อสัตว์ ได้แก่ เนื้อวัว ไก่ เป็ด ซีฟู้ด เนื้อวากิว กุ้งลายเสือจัมโบ้ ปูอลาสก้า เนื้อปู หรือปลาหิมะ ปลาไหล ฟัวกราส์ หรือไข่หอยเม่น ให้บริการมื้อกลางวัน ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 12.00 – 16.00 น. ราคาเริ่มต้นที่ 480 บาทต่อคน พร้อมชาเย็นหรือเบียร์ 1 แก้ว สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-9442-9414

6. แอร์เอเชีย มอบตั๋วโปรฯ

ตั๋วโปรถูกๆ รับสงกรานต์จ้า

วันนี้ – 3 เม.ย. 2559 สายการบินแอร์เอเชียมอบตั๋วโปรโมชั่นต้อนรับสงกรานต์ “สาดความสุข บินสนุกวันสงกรานต์” มอบตั๋วโปรฯ ราคาเริ่มต้น 590 บาทต่อเที่ยวบิน รีบจองด่วนๆ 1-3 เม.ย.นี้ เพื่อเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 2559 มีให้เลือกหลายจุดหมายปลายทาง ได้แก่ เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น ย่างกุ้ง สิงคโปร์ หลวงพระบาง

นอกจากนี้ แอร์เอเชียยังเปิดเที่ยวบินใหม่ บินตรง “เชียงใหม่-ฉางซา” ประเทศจีน ราคาเริ่มต้น 1,990 บาท สัมผัสมนต์เสน่ห์ “จางเจียเจี้ย” ตื่นตาผจญภัยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เมืองโบราณเฟิ่งหวงที่สวยที่สุดของจีน เปิดสำรองที่นั่งแล้ววันนี้ โดยเริ่มบิน 27 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป ดูรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ www.airasia.com

7. พม่าระยะประชิด

ชมรากเหง้าสองวัฒนธรรมไทย-พม่า

วันนี้ – 31 ก.ค. 2559 ชวนไปชมฟรี กับนิทรรศการ “พม่าระยะประชิด” ณ มิวเซียมสยาม (ท่าเตียน) เข้าชมได้ในวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์) ภายในนิทรรศการจะได้ชมเรื่องราว สิ่งของของชาวพม่าในประเทศไทย ผ่านสื่อในรูปแบบต่างๆ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และอินโฟกราฟิก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Guest (’s) House” นำเสนอวิถีชีวิต การเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย กลยุทธ์การใช้ชีวิตระหว่างอยู่ในประเทศไทย แง่มุมทางวัฒนธรรมที่ทั้งสองประเทศมีรากฐานร่วมกัน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2225-2777

ที่มาภาพบางส่วน : airasia

อยากได้เบนซ์เชิญทางนี้ สแกน 10 ข้อกาชาด 2559 ปีนี้ฮิตเว่อร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/599273

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 เม.ย. 2559 06:05

 

มีโอกาสได้มาเที่ยวชม งานกาชาด 2559 ตั้งแต่เปิดม่านเป็นวันแรก โอ้โห…ผู้คนหลั่งไหลมามหาศาล เพื่อร่วมบริจาคสมทบทุนให้กับสภากาชาดไทย ปีนี้เขาจัดงานได้อลังการกว่าทุกปีที่ผ่านมา มีหลายบูธที่บอกได้เลยว่าแจ่มแจ๋วจริงๆ

โอกาสดีแบบนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศความคึกคักมาฝากกัน พร้อมจะพาไปสแกน 10 เรื่องต้องรู้ของงานกาชาดปีนี้ ต้องเข้ามาอ่านด่วนๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง!

1. คนเยอะตั้งแต่วันแรก

คึกคักกันตั้งแต่ประตูเข้างาน ยิ่งเป็นเวลาเลิกงานช่วงเย็น ประชาชนก็เริ่มทยอยกันมาอย่างหนาแน่น อย่างที่รู้กันว่างานกาชาด เป็นงานที่ชาวไทยทุกคนได้มีโอกาสได้ช่วยสนับสนุนสภากาชาดไทย เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า “เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา” การบริจาคนั้น มีทั้งการบริจาคเงิน (ซื้อสลากกาชาด) บริจาคเลือด รวมถึงลงทะเบียนเป็นผู้บริจาคอวัยวะ หรือร่างกาย เป็นต้น เงินบริจาคที่ได้ กาชาดจะนำไปบำรุงสภากาชาดและช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก เป็นการทำบุญต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ตรวจกระเป๋า รักษาความปลอดภัยเข้มงวด

คนเยอะมากๆ

2. ประกวดขบวนรถบุปผชาติ

ปีนี้มีพิธีเปิดงานอย่างอลังการยิ่งใหญ่ มีการปิดถนนโดยรอบงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมงาน และมีการประกวดรถประดับไฟเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในงานกาชาดประจำปี 2559 จำนวนทั้งหมด 12 คัน แต่ละคันจัดรูปแบบออกมาสวยงามอลังการ สะท้อนถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่ทรงมีแก่ผสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

คันที่ชนะเลิศ ได้แก่ ขบวนรถของกรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัลชนะเลิศ ถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มีรถที่ได้รับรางวัล 2 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถของการไฟฟ้า การประปา และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขบวนรถประดับไฟ เตรียมเคลื่อนขบวนโชว์

ขบวนรถประดับไฟ ยามค่ำคืน

3. บริจาคเลือดให้สภากาชาดไทย

ไฮไลต์สำคัญของงานนี้ คงหนีไม่พ้นศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ที่เปิดให้ประชาชนที่ประสงค์จะร่วมบริจาคเลือดเข้าคลังเลือด มาลงทะเบียนได้ที่งานกาชาด โดยเปิดให้บริจาคเลือดได้ในเวลา 17.00-21.00 น. ทุกวันที่จัดงาน บริเวณอาคารใหม่ สวนอัมพร ใครที่สุขภาพแข็งแรง น้ำหนักถึงเกณฑ์มาตรฐานก็มาทำบุญให้เลือดกันเยอะๆ นะจ๊ะ

มาร่วมบริจาคเลือดกันได้ในงานนี้

ทำบุญบริจาคเลือดค่ะ

มีหมอคอยซักประวัติ ตรวจสุขภาพ

4. มาสคอต ซุปเปอร์ฮีโร่ และหุ่นละครเล็ก

ส่วนสีสันของงาน ที่เห็นได้ตั้งแต่เริ่มเดินเข้างานเลยก็คือบรรดามาสคอตแสนน่ารักทั้งหลาย มีทั้งมาสคอตของทหารทั้ง 4 เหล่าทัพ มีเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่มาช่วยเดินขายสลากกาชาด รวมถึงมีหุ่นละครเล็กมาสร้างสีสันให้เด็กๆ ที่มาร่วมงานได้ชมอย่างสนุกสนานกันด้วย

มาสคอตก็มา

เหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ก็มานะ

มีกลุ่มนักแสดงจากหุ่นละครเล็กมาร่วมงาน

5. จับสลากกาชาด และเกมชิงรางวัล

มาถึงส่วนสำคัญของงานอย่างการซื้อสลากกาชาด ที่คุณสามารถเดินหาซื้อกันได้ทุกบูธ (ที่เป็นของหน่วยงานภาครัฐ) เพื่อนำเงินนั้นไปสมทบให้แก่สภากาชาดไทย ส่วนสลากกาชาดที่ใช้ลุ้นรางวัลใหญ่ สามารถซื้อได้ตามบูธของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีน้องๆ นิสิตนักศึกษามาตั้งโต๊ะยาวเรียงรายหลายตัว เพื่อขายสลากกาชาด นอกจากนี้ยังมีเกมชิงของรางวัลต่างๆ ที่มาเปิดบูธร่วมสนุกมากมาย เช่น เกมยิงเป้า เกมจับสลาก เกมตักไข่ เกมล้วงไข่ เป็นต้น

น้องๆ ม.เกษตรศาสตร์ร่วมขายสลากกาชาด

เกมล้วงไห

พริตตี้สาธิตเล่นเกมจับลูกบอล

6. รางวัลใหญ่

สำหรับรางวัลใหญ่ของปีนี้ ในส่วนของรางวัลที่ 1 ก็หนีไม่พ้นรถยนต์ซีดานยี่ห้อเบนซ์ เจ้าเก่าเจ้าเดิม (ไม่ได้นำมาจัดแสดง) ส่วนรางวัลที่ 2 3 และ 4 ก็เป็นรถยนต์เช่นกัน แต่เป็นยี่ห้ออื่นๆ นอกจากนี้ยังสามารถลุ้นรางวัลรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ได้ตามบูธย่อยต่างๆ ก็มีแจกด้วยเช่นกัน

รางวัลจากบูธของกระทรวงอุตสาหกรรม

7. บูธรั้วแม่โดม

มาถึงบูธเด่นๆ ในงานกันบ้าง มาดูที่บูธของชาวธรรมศาสตร์ ลูกแม่โดม พบเจอกับน้องๆ วง TU Band ที่กำลังเตรียมตัวขึ้นแสดงบนเวที เลยเรียกมารวมตัวหน้ากล้องซะหน่อย นอกจากนี้ยังมีสาวน่ารักมาขายสลากที่หน้าบูธ ส่วนด้านในก็มีเกมสอยดาว จากต้นตะบองเพชรประดิษฐ์ สร้างสีสันให้บูธของธรรมศาสตร์ในปีนี้

TU Band

บูธรั้วแม่โดม

สอยดาวซุ้มธรรมศาสตร์

8. บูธรั้วจามจุรี

ถัดมาตรงข้ามกันเลย ก็คือ บูธของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีหนุ่มสาวมาช่วยขายสลากกาชาดหน้าบูธกันเพียบ ส่วนด้านในก็มีเกมสอยดาวเช่นกัน ทำตกแต่งพับกระดาษเป็นรูปดาวแล้วห้อยลงมาจากซุ้มเพดาน เป็นพวงฟูฟ่อง ใครสนใจอยากสอยดาวจุฬาฯ ก็มากันได้ที่บูธนี้

หนุ่มสาวชาวสีชมพู ร่วมช่วยขายสลากกาชาด

บูธจุฬาฯ

สอยดาวชาวจุฬาฯ

9. สีสัน มัน ฮา หนุ่มตกน้ำ ม.สยาม

อีกบูธที่สนุกสนาน มีคนรุมล้อมหนักมาก นั่นคือบูธของ ม.สยาม ที่มีเกมหนุ่มน้อยตกน้ำมาสร้างสีสันให้กับงานกาชาดปีนี้ เหล่าบรรดาหนุ่มสาวก็ผลัดกันมาปาลูกบอลให้เข้าเป้า เพื่อให้หนุ่มหล่อคนนั้นตกน้ำตัวเปียก เซ็กซี่ขยี้ใจสาวแท้สาวเทียมไปอีกจ้า

หนุ่มตกน้ำ ม.สยาม

ยิ่งเปียก ยิ่งเซ็กซี่ไปอีก

10. รั้วของชาติร่วมบรรเลงความสนุก

ปิดท้ายกันที่ เหล่าบรรดาทหารหาญ ผู้มีหน้าที่เปรียบเสมือนรั้วของชาติ มาร่วมงานกาชาดทั้งที ต่างก็สลัดความเคร่งขรึมออกไป แล้วมาให้ความบันเทิงกับประชาชนอย่างเต็มที่ ฝีมือการร้อง เล่น เต้น แดนซ์ นี่เรียกว่าไม่แพ้ศิลปินมืออาชีพเลย

ร้อง เล่น เต้นบนเวที

มีกล่องรับบริจาคด้วยนะ

เอาเป็นว่าปีนี้ ใครอยากมาร่วมบริจาคให้กาชาด อยากมาเดินเที่ยว หรือช็อปปิ้งสินค้าลดราคาเพลินๆ ก็มาสนุกกันได้ที่สวนอัมพรนะจ๊ะ เขาจัดงานยาวไปจนถึงวันที่ 7 เม.ย. 2559

ทยอยกันมาเรื่อยๆ มากันคึกคักจริงๆ

“แลคตาซอย ชาริตี้ ออน ครูซ 2016”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598423

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 31 มี.ค. 2559 06:01

 

นายสามารถ จิรพัฒนกุล (กลาง) กรรมการผู้อำนวยการ พร้อมด้วย นางสาวพรรวนา มหาทรัพย์ (ที่ 3 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและการตลาดสัมพันธ์ บริษัท แลคตาซอย จำกัด จัดกิจกรรม “แลคตาซอย ชาริตี้ ออน ครูซ 2016” (Lactasoy Charity on Cruise 2016) พาผู้ร่วมทริปลงเรือสำราญ ล่องแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ ชมเสน่ห์สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทำบุญไหว้พระสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ที่วัดอรุณราชวราราม วัดเทวราชกุญชร และวัดกัลยาณมิตร พร้อมฟังทอล์กโชว์แนะนำการดำเนินชีวิตในปี 2559 จากหมอช้าง ทศพร ศรีตุลา (ที่ 2 จากขวา) และฟังเพลงเพราะจากศิลปินชื่อดัง ป๊อด โมเดิร์นด็อก โดยแลคตาซอยจะนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับวัดดอนจั่น จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

THEW TALAY ESTATE

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598420

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 30 มี.ค. 2559 11:20

 

บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด จัดงาน Open House Thew Talay Estate ฉลองเปิดอาคารและขอบคุณลูกค้าโครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ ซึ่งปัจจุบันได้มีลูกค้าทยอยเข้าพักอาศัยในโครงการแล้ว

กิจกรรมภายในโครงการที่จัดขึ้น ณ บริเวณ โครงการ บลู เริ่มตั้งแต่เวลา 17.30 น. โดยลูกค้าสามารถเข้าเยี่ยมชมโครงการทิวทะเลเอสเตทได้ก่อน และร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ที่ทางโครงการได้จัดเตรียมไว้ให้ อาทิ บูธเกมที่น่าสนใจต่างๆ มินิคอนเสิร์ตจากวงสบายแบนด์ กิจกรรม D.I.Y ทำเฮดแบนด์และสร้อยข้อมือ ส่วนไฮไลต์ของงาน คือ การแสดงคอนเสิร์ตริมชายหาดจากศิลปินสุดแนวอย่าง ปาล์มมี่ และคู่หูดูโอสุดมัน ลิปตา นอกจากนี้ทางโครงการยังได้จัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายเมนูให้ได้ลิ้มลองความอร่อย พิเศษสุดสำหรับผู้เข้าร่วมงานยังมีสิทธิรับของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย

โครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ เป็นหนึ่งในโครงการแลนด์มาร์ก “ทิวทะเลเอสเตท” ที่โดดเด่นที่สุดบนทำเลชายหาดชะอำ-หัวหิน โดยโครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 15 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียมตากอากาศที่ประกอบด้วยอาคารสูง 4 ชั้น 2 อาคาร และอาคารสูง 15 ชั้น 1 อาคาร ภายใต้แนวคิดการออกแบบ Aquatic Contemporary โดย Habita ปัจจุบันพร้อมให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจเข้าอยู่และเยี่ยมชมโครงการได้แล้ว

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงาน Open House Thew Talay Estate สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 088-9088445-7 หรือwww.baanthewtalay.com

ไม่ต้องแย่งกิน แย่งเที่ยว! เปิดคู่มือ 5 ทะเลสวยสงบ ซัมเมอร์นี้ต้องโดน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594133

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 06:05

 

ซัมเมอร์นี้ เดาว่าทุกคนคงกำลังรอคอยเทศกาลสาดน้ำแห่งปีอย่าง วันสงกรานต์ อยู่แน่ๆ ส่วนใครที่รอเล่นน้ำไม่ไหว ก็คงจะหาตั๋วเดินทางเพื่อไปเล่นน้ำทะเลให้ชุ่มฉ่ำกายใจไปพลางๆ ก่อน แต่ช่วงนี้คนไปเที่ยวทะเลเยอะจนวุ่นวาย จะมีทะเลที่สวย สงบ และเป็นส่วนตัวบ้างมั้ยนะ?

วันนี้ คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ ขอกางคู่มือหาที่เที่ยวทะเลสวยๆ ในเมืองไทย แต่ขีดเส้นใต้ว่า ‘ไม่พลุกพล่าน’ เหมาะสำหรับคนที่อยากไปเสพบรรยากาศความงามของธรรมชาติรอบตัว เที่ยวชิล สบาย ไม่ต้องเบียดเสียด แย่งกิน แย่งขึ้นเรือ หรือแย่งใช้ห้องน้ำกันให้เสียอารมณ์

ส่วนวิธีที่จะเสาะหาชายหาดสวยๆ ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ต้องทำอย่างไรบ้าง ตามมาเช็กกันเลย

1. เลือกเกาะที่ไกลจากฝั่ง

วิธีเลือกทะเลวิวสวย น้ำใส แต่สงบและเป็นส่วนตัว อันดับแรกอยากแนะนำว่าให้ลองเลือกที่เที่ยวทะเล จากเกาะที่อยู่ห่างจากฝั่งสักระยะ การไปเที่ยวบนเกาะ แน่นอน…คุณจะได้เล่นน้ำที่ใสสะอาด มากกว่าเล่นตามชายหาดในโซนใกล้เมือง วิวก็สวยกว่า แถมได้เสพธรรมชาติเต็มอิ่มมากกว่าด้วย

เกาะกูด น้ำใสมากๆ

แนะนำ : เกาะกูด จ.ตราด
เกาะกูดเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทย จุดเด่นของที่นี่ คือ ธรรมชาติยังคงความสมบูรณ์อย่างมาก โดยมีภูเขาและที่ราบสันเขาซึ่งเป็นต้นกำเนิดลำธาร บนเกาะกูดมีน้ำตกที่มีชื่อเสียง เช่น น้ำตกคลองเจ้า มีอ่าวและหน้าหาดสวยงามหลายจุด เช่น อ่าวยายกี๋ หาดคลองเจ้า หาดอ่าวพร้าว อ่าวง่ามโข่ หาดอ่าวเบ้า หาดคลองหิน อ่าวพร้าว ไปจนสุดปลายแหลมเทียน น้ำทะเลใส ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าวริมหาด

2. หาดน้องใหม่ ไม่ค่อยมีใครรู้จัก

ถ้าไปเที่ยวชายหาดที่มีชื่อเสียง ขอบอกว่า คุณจะหาความสงบหรือความเป็นส่วนตัวไม่ได้เลย เพราะนอกจากนักท่องเที่ยวชาวไทยจะแห่กันไปรวมตัวกันที่นั่นแล้ว ยังมีทัวร์ต่างชาติในรถบัสหลายคัน พร้อมที่จะไปถล่มร้านอาหาร ร้านของฝาก ห้องน้ำ หรือแห่ไปถ่ายรูปจนแน่นหาดไปหมด (เคยไปเจอทัวร์จีนและเกาหลีมาแล้วบนเกาะล้าน ไม่ไหวจะเคลียร์ เพลียจิตจริงๆ) แนะนำว่าให้ลองหาข้อมูลเพิ่มอีกนิด เสาะหาหาดน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการนักท่องเที่ยว รับรองว่าแบบนี้เที่ยวได้โล่ง ปลอดโปร่ง มากกว่ากันเยอะ

หาดกล้วย เกาะเฮ

แนะนำ : หาดกล้วย เกาะเฮ จ.ภูเก็ต
แม้ว่าภูเก็ตจะขึ้นชื่อเรื่องนักท่องเที่ยวเยอะจนล้นเกาะ แต่เชื่อรึเปล่า? ว่ายังมีทะเลบางจุดที่ยังคงสงบ สวยงาม และมีความเป็นส่วนตัวอยู่ นั่นคือ หาดกล้วย บนเกาะเฮ ที่นี่นักท่องเที่ยวยังมาน้อย ไม่วุ่นวายมากนัก แถมบนเกาะก็มีร้านอาหาร ที่พัก ให้บริการด้วย หรือจะเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับก็ได้เช่นกัน

3. อย่าติดสบายมากนัก

อีกอย่างหนึ่งที่ควรรู้ คือ การไปเที่ยวทะเลที่ไม่ค่อยฮอตฮิตในหมู่นักท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาจจะไม่ดีเท่าไร ถ้าอยากไปเที่ยวตามเกาะที่สงบเงียบ ไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก ก็อาจจะต้องแลกกับความสะดวกสบายนิดนึง ณ จุดนี้ เชื่อว่าบรรดาแบ็กแพ็กเกอร์คงไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ อยู่ได้สบายแน่นอน

หลีเป๊ะ มัลดีฟส์เมืองไทย

แนะนำ : เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล
เกาะหลีเป๊ะ ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติที่สวยงามอย่างมาก จนบางคนก็เรียกว่าเป็นมัลดีฟส์เมืองไทย ผู้คนบนเกาะส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง รอบเกาะเต็มไปด้วยป่าปะการังอันสมบูรณ์ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายขาวละเอียด อ่าวที่สวยงามที่สุด คือ อ่าวพัทยา บนเกาะมีที่พักเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังเกาะ ชายหาดของเกาะหลีเป๊ะแบ่งเป็น 3 หาด คือ หาดพัทยา หาดชาวเล (จะได้ชมวิถีชีวิตชนเผ่าอูรักลาโว้ย) และหาดคาร์มา โดยแต่ละหาดสามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้โดยใช้เวลาเดินไม่มากนักเพียง 15-20 นาที

4. โลกใต้ทะเลสมบูรณ์สุดๆ

ข้อดีของการไปเที่ยวทะเลตามแหล่งที่คนไม่หนาแน่นเกินไป ก็คือ คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่ยังสวยงาม อุดมสมบูรณ์อยู่มาก โดยเฉพาะการดำน้ำชมโลกใต้ทะเล คุณจะได้เห็นสีสันของพืชพรรณและสัตว์น้ำที่แปลกตามากกว่าทะเลที่คนพลุกพล่าน เพราะตรงไหนที่นักท่องเที่ยวรุกล้ำมากเกินไป สัตว์พวกนี้ก็มักจะหนีหายไปหมด

ทะเลกระบี่ สวยเสมอ

แนะนำ : เกาะรอก หมู่เกาะลันตา จ.กระบี่
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา มีเกาะแก่งน้อยใหญ่ให้ออกไปสำรวจมากมาย แต่ที่เด็ดที่สุดสำหรับคนชอบธรรมชาติน่าจะลองไปที่ เกาะรอก จ.กระบี่ เป็นเกาะเล็กๆ สองเกาะ (เกาะรอกนอก-เกาะรอกใน) ที่นี่มีจุดดำน้ำดูปะการังประมาณ 3 จุด เป็นจุดดำน้ำตื้นและน้ำลึก โลกใต้ท้องทะเลของที่นี่ยังสมบูรณ์มาก มีทั้งปะการังสมอง ปะการังเขากวาง กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ปลาการ์ตูน ดีไม่ดีอาจจะได้เจอฉลามวาฬอีกด้วย

5. เที่ยวง่ายๆ ทะเลใสใกล้กรุง

ส่วนใครที่ไม่อยากเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก แต่ก็อยากเที่ยวทะเลแบบสงบ เรียบง่าย มีความเป็นส่วนตัว ขอบอกว่าหาไม่ยากอย่างที่คิด โดยเฉพาะทะเลแถบชายฝั่งตะวันออกบ้านเรา ก็มีเกาะที่สงบๆ ให้เลือกไปชิลอยู่หลายแห่ง

เกาะขาม สัตหีบ

มีกิจกรรมพายเรือคยัคด้วย

แนะนำ : เกาะขาม จ.ชลบุรี
ทะเลสวยใกล้กรุงเทพฯ อย่าง เกาะขาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แม้ว่าบนเกาะจะไม่มีที่พัก เป็นการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณได้ลองไปเที่ยวชมสักครั้งแล้วจะติดใจ เพราะวิวของที่นี่สวยงามมาก น้ำทะเลก็ใส หาดทรายขาว น่าลงเล่นน้ำเป็นที่สุด บรรยากาศดีไม่แพ้ทะเลทางใต้เลยทีเดียว

จูราสสิกคืนชีพ! สแกนยิบ 8 โซน Dinosaur Planet สมบูรณ์ที่สุดในอาเซียน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/596631

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2559 06:05

 

ใครที่ชอบเที่ยวสวนสนุก โดยเฉพาะหลงใหลในโลกยุคจูราสสิก ไม่ต้องไปเที่ยวไกลถึงเมืองนอกแล้ว เพราะตอนนี้ใจกลางกรุงเทพมหานครมี Dinosaur Planet ธีมพาร์คไดโนเสาร์สุดยิ่งใหญ่แห่งแรกของไทย ที่รวบรวมความสนุกสุดมัน อัดแน่นด้วยแหล่งเรียนรู้ และมีเทคโนโลยีการนำเสนอที่สมบูรณ์ที่สุดในอาเซียน

ที่นี่เขาเพิ่งเปิดม่านต้อนรับนักท่องเที่ยวไปหมาดๆ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ไทยรัฐออนไลน์ ได้ยินกระแสตอบรับมาว่า “โอ้จอร์จ มันสุดยอดมาก” ไหนๆ มันจริงรึเปล่า? อยากรู้ขึ้นมาทันที งานนี้เลยขอลองไปตะลุยด้วยตัวเอง พร้อมกับเจาะโซนต่างๆ ในโลกยุคดึกดำบรรพ์แห่งนี้มาฝากกัน

ส่วนจะมีโซนไหนถูกใจคุณบ้างรึเปล่า ต้องตามมาดู

มุมนี้ก็เริด

1. DINOSAUR DISTRICT

มาเริ่มกันที่โซนแรก ที่มีชื่อว่า DINOSAUR DISTRICT ตรงนี้จะจัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ ให้ได้ศึกษา รวมถึงไดโนเสาร์ที่ถูกค้นพบในประเทศไทยด้วย แต่ละตัวก็จะมีบอร์ดข้อมูลให้ความรู้ควบคู่กัน (ไม่ใช่โครงกระดูกของจริงนะจ๊ะ เป็นการทำจำลองขึ้นมา)

และอีกมุมหนึ่ง ก็จัดแสดงไข่ไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ เช่นกัน ซึ่งไข่แต่ละใบก็จะมีลักษณะแตกต่างกันไป เด็กๆ ให้ความสนใจเข้าไปดูกันเยอะทีเดียว

โครงกระดูกไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ

ไข่ไดโนเสาร์

เจ้าคอยาว ค้นพบในไทย

โซนให้ความรู้ต่างๆ

2. DINO EYE

ใกล้ๆ กันกับไดโนซอร์ดิสทริกต์ ก็คือ DINO EYE ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ มีความปลอดภัยสูง ให้บริการกับนักท่องเที่ยวเพื่อให้สามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงของ Dinosaur Planet ได้เต็มตาทั่วบริเวณ ใครอยากขึ้นไปชมวิวสวยๆ กลางกรุง มีค่าบริการเพิ่มคนละ 200 บาท

ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ ไดโนอาย

ทันสมัยโมเดิร์นสุดๆ

ขึ้นไปชมวิวมุมสูง

3. STARS OF DINO

มาถึงอีกโซนน่าสนใจ นั่นคือ สตาร์ส ออฟ ไดโน ที่นี่เป็นสวนสวย ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด คล้ายๆ สวนสาธารณะ แต่เป็นสวนที่มีหุ่นจำลองไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์จัดแสดงไว้ด้วย แว่วมาว่ามีการใช้งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท (ไม่รวมที่ดิน) เพื่อสร้างไดโนเสาร์เท่าขนาดจริงกว่า 200 ตัวขึ้นมาจัดแสดงทั้งในโซนนี้และโซนอื่นๆ ทั่วทั้งพาร์ค

สวนร่มรื่นพร้อมแชะภาพกับน้องไดโนเสาร์

สวนไดโนเสาร์

4. 4D DEEP-WORLD

ส่วนโซนนี้เป็นส่วนการฉายภาพด้วยเทคโนโลยีที่คมชัดและให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์การชมแบบ 4D เพื่อดำดิ่งชมสัตว์ล้านปีใต้พิภพ แต่โซนนี้เขายังไม่เปิดให้บริการนะจ๊ะ อดใจรออีกไม่นานได้ชมกันแน่นอน คาดว่านอกจากจะมีการฉายภาพไดโนเสาร์แล้ว ก็อาจจะมีการฉายภาพยนตร์ด้วย

5. THE GREAT VOLCANO

โซนเวทีภูเขาไฟ เป็นสถานที่สำหรับทำการแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมทุกวัน โดยเป็นการแสดงไดโนเสาร์ต่อสู้กัน สำหรับตัวหุ่นไดโนเสาร์ มีทั้งเป็นในลักษณะไดโนเสาร์ตัวใหญ่ที่เป็นหุ่นยนต์ เคลื่อนที่โดยใช้รถขับเคลื่อน และยังมีไดโนเสาร์ขนาดเล็กที่เป็นชุดไดโนเสาร์ ที่มีนักแสดงอยู่ด้านใน ออกมาแสดงการต่อสู้ให้ชม

เวทีการแสดง โซนภูเขาไฟ

การแสดงบนเวทียามค่ำคืน

6. RAPTOR X-TREME

มาต่อกันที่โซน RAPTOR X-TREME ตื่นเต้นเร้าใจไปกับการผจญภัย วิ่งหนีไดโนเสาร์ในเมืองจำลอง เป็นการเล่นเกมค้นหารหัสเพื่อที่จะปลดล็อกประตูหนีออกไปให้ได้ ระหว่างเล่นจะมีเวลากำกับนับถอยหลัง ถ้าหนีทันภายในเวลากำหนดก็ชนะเกม

ก่อนเล่นเกมจะต้องเข้ารับฟังภารกิจในห้องฐานประจำการก่อน จากนั้นก็เริ่มเล่นเกมให้พยายามหารหัสเปิดประตูไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ต้องคอยซ่อนตัว และวิ่งหนีไดโนเสาร์แร็ปเตอร์ที่จะไล่ล่าคุณ

โซนเอ็กซ์ตรีมกับไดโนเสาร์แร็ปเตอร์

เข้าไปเล่นในด่านจำลอง

ต้องหารหัสเปิดประตูมาให้ได้

7. DINO FARM

มาสนุกกันต่อที่ DINO FARM โซนนี้คุณจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ด้วยการขี่ไดโนเสาร์จำลองขนาดเล็กให้ขี่ได้ (เป็นหุ่นยนต์) เด็กขี่ก็ได้ ผู้ใหญ่ขี่ก็ดี ไม่มีปัญหา ส่วนใหญ่เด็กก็จะขี่พร้อมกับผู้ปกครอง โซนนี้มีค่าบริการเพิ่ม 100 บาท และยังมีลานดินขนาดใหญ่ให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ

เมื่อขุดจนสำเร็จแล้ว เจ้าหน้าที่จะเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาเชื่อมต่อกับฟอสซิลดังกล่าว ซึ่งจะแสดงผลไปยังหน้าจอ ว่าฟอสซิลนี้เป็นไดโนเสาร์หรือสัตว์ดึกดำบรรพ์ชนิดใด เด็กๆ ก็จะได้ความรู้ไปด้วย

ขี่ไดโนเสาร์

ขึ้นนั่งได้ทั้งเด็กและผู้ปกครอง

เด็กๆ มาเล่นฝึกหาประสบการณ์เป็นนักโบราณคดี

เล่นขุดซากฟอสซิล

ไดโนฟาร์ม

8. DINO SQUARE

เล่นมาเหนื่อยๆ เลยพามาปิดท้ายกันที่ DINO SQUARE โซนนี้เป็นโซนอาหาร และร้านขายของที่ระลึก มีมุมระบายสีสำหรับเด็กๆ มีขนมต่างๆ ที่ทำออกมาเป็นรูปไดโนเสาร์น่ารัก เช่น วัฟเฟิลไดโนเสาร์ ขนมปังไดโนเสาร์ไส้ต่างๆ ไข่ไดโนเสาร์ เป็นต้น ส่วนของที่ระลึกต่างๆ มีทั้งของเล่น กระเป๋าผ้า ตัวต่อไดโนเสาร์ ของเล่นขุดฟอสซิล สวนในโหลแก้วธีมไดโนเสาร์ และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกว่าไปที่เดียวก็ได้เที่ยวสนุกสุดฟิน แบบครบครันจริงๆ

ขายของที่ระลึก

อาหารต่างๆ ในโซนอาหาร วาฟเฟิลรูปไดโนเสาร์

มีของเล่นให้เลือกมากมาย

ขนมปังรูปไดโนเสาร์

โซนระบายสี

*ล้อมกรอบ*
Dinosaur Planet มีพื้นที่กว่า 12,000 ตร.ม. ตั้งอยู่ที่ ดิ เอ็มสเฟียร์ของ ดิ เอ็มดิสทริก ระหว่างซอยสุขุมวิท 22 และซอยสุขุมวิท 24 เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น. บัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่ ราคา 600 บาท เด็กความสูง 90 – 140 เซนติเมตร ราคา 400 บาท เด็กความสูงต่ำกว่า 90 เซนติเมตร เข้าฟรี

ลานด้านหน้า อลังการ

ข้าวแช่ชาววัง อาหารไทยโบราณรับฤดูร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/596558

โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ 27 มี.ค. 2559 05:01

 

“…..ฤดูร้อนก่อนเก่าทำข้าวแช่

น่าชมแต่เครื่องกับสำรับฉัน

ช่างทำเป็นดอกจอกและดอกจันทน์

งามจนชั้นกระชายทำเหมือนจำปา

มะม่วงดิบหยิบดูจึงรู้จัก

ช่างน่ารักทำเป็นเช่นมัจฉา…..”

ขอยกเอาส่วนหนึ่งจาก บทกวีรำพันพิลาป ของ ท่านกวีเอก สุนทรภู่ มาเกริ่นนำในคราวนี้ เนื่องจากประเทศไทยเราเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว เมื่อถึงหน้าร้อนก็ต้องหาของอร่อยกินให้ชื่นใจ คลายร้อน คนรุ่นใหม่อาจจะนึกถึงของกินเย็นๆ ที่เป็นของหวานอย่างไอศกรีม ขนมหวานเย็นใส่น้ำแข็งไส หรือเครื่องดื่มปั่นชนิดต่างๆ

แต่มีของคาวอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่คิดดัดแปลงทำของคาวให้กินแล้วรู้สึกเย็นชื่นใจคลายร้อนได้ นั่นคือ ข้าวแช่ ซึ่งมีทั้งตำรับชาววัง และชาวบ้าน ข้าวแช่ชาวบ้านยังพอมีคนทำขายเป็นประจำตลอดปี หากินได้ไม่ยากนัก เป็นของกินขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของจัง-หวัดเพชรบุรี ส่วนข้าวแช่ ชาววังที่ยังมีผู้สืบทอดวิชามามีหลายตำรับ ส่วนใหญ่จะทำขายเฉพาะ
ช่วงหน้าร้อนประมาณกลาง เดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม

โรงแรมรอยัลริเวอร์ เป็นแห่งหนึ่งที่ จัดเทศกาลข้าวแช่ชาววัง ต่อเนื่องมาเป็นประจำ ทุกปี ข้าวแช่ชาววังสูตร ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์นำมาจัดร่วมกับอาหาร บุฟเฟ่ต์นานาชาติ เป็น ตำรับที่คุณทองดี คงสืบ แม่ครัวไทยของโรงแรม ร่ำเรียนวิชามาจากหม่อมหลวงเติบ ชุมสาย

ข้าวแช่ กับข้าวแช่ และเครื่องเคียงต่างๆ ทำอย่างพิถีพิถัน ข้าวที่นำมาทำข้าวแช่ ไม่ใช่ข้าวสวยที่หุงจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้าธรรมดา แต่จะต้องมีกรรมวิธีตั้งแต่เลือกเม็ดข้าวที่สวย หุงด้วยน้ำใบเตย อบควันเทียน ถ้าเป็นตำรับโบราณแบบดั้งเดิม หุงข้าวสวยแล้วจะต้องนำมาขัดให้ผิวนอกหลุดออกไป เหลือแต่เมล็ดด้านใน แต่ในปัจจุบันไม่นิยมทำอย่างนั้นแล้ว เพราะจะเสียคุณค่าทางอาหาร เนื่องจากวิตามินต่างๆจะถูกขัดออกไปด้วย

ข้าวแช่.

น้ำสำหรับใส่ข้าวแช่ สมัยก่อนนิยมใช้น้ำฝนลอยดอกมะลิ ใส่ไว้ในคนโทดินเผา เนื่องจากเมื่อก่อนเมืองไทยเรายังไม่มีน้ำแข็งใช้ จึงใช้คนโทดินเผา ซึ่งช่วยรักษาความเย็นของน้ำไว้ และเมื่อถึงเวลาจะรับประทาน คนโบราณก็นำเกล็ดพิมเสนโรยลงไปในน้ำ ซึ่งช่วยให้เกิดความเย็นขึ้นมาด้วย แต่ปัจจุบันหันมาใช้น้ำแข็งให้ความเย็นแทนกันหมดแล้ว

กระชาย ต้นหอม พริกชี้ฟ้าแดง.

ลูกกะปิทอด.

กับข้าวแช่ ประกอบด้วย ลูกกะปิทอด ถือเป็นหัวใจสำคัญของกับข้าวแช่ จะดูว่าใครมีฝีมือในการทำกับข้าวแช่ ต้องพิจารณากันที่ลูกกะปิทอด ซึ่ง ทำจาก หอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด ปลาย่าง มะพร้าวคั่ว กะปิอย่างดี กระชาย นำมาบดกวนให้เหนียว ปั้นเป็นลูกเล็กๆ นำไปชุบไข่ทอด

พริกหยวกสอดไส้หมูสับ.

พริกหยวกสอดไส้หมูสับ มีที่มาจากหมูสับกับปลาเค็มแบบไหหลำ นำมาดัดแปลงโดยไม่ใส่ปลาเค็ม ใส่แต่หมูสับที่ปรุงรสให้ออกเค็มด้วยน้ำปลา ห่อด้วยไข่ที่โรยเป็นตาข่ายสวยงาม

หัวหอมทอด.

หัวหอมทอด ปอกหอมผ่ากลางสอดไส้กะปิและหมูหยองชุบแป้งทอดให้เหลืองกรอบ

หมูหวานฝอย.

หมูหวานฝอย สมัยโบราณทำเป็นเนื้อฝอย แต่ปัจจุบันบางคนไม่นิยมทานเนื้อ จึงทำหมูหวานฝอยแทนปลาไส้ตันทอด นำปลาไส้ตันมาทอดให้กรอบและนำไปคลุกกับน้ำตาลปีบ

ไชโป๊ผัด.

ไชโป๊ผัด นำหัวไชโป๊มาเคี่ยว แล้วผัดให้แห้ง ปรุงรสเครื่องเคียงที่เป็นของสำคัญขาดไม่ได้คือ กระชาย นิยมแกะสลักเป็นรูปดอกจำปา รับประทานคู่กันกับลูกกะปิทอด จะได้รสชาติอร่อยเข้ากันอย่างลงตัวที่สุด นอกจากนี้ ก็มีมะม่วงเขียวเสวยดิบ ต้นหอมจักเป็นรูปคล้ายดอกไม้ และพริกชี้ฟ้าแดง เพื่อตกแต่งให้สวยงามยิ่งขึ้น

กับข้าวแช่ชาววัง ตำรับบ้านพิชัยญาติ.

ข้าวแช่ชาววังอีกตำรับหนึ่ง ที่เพิ่งไปถ่ายทำรายการครอบจักรวาล ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้ คือที่ ข้าวแช่ชาววังตำรับพิชัยญาติ ร้าน “มา ลอง ดู” ของคุณลินดา บุนนาค ธิดาของพระยาอิศราธิราชเสวี (เลื่อน บุนนาค) ต้นเครื่องในรัชกาลที่ 6

กับข้าวแช่ของตำรับบ้านพิชัยญาติ มี 7 ชนิด ได้แก่ ลูกกะปิทอด หอมแดงสอดไส้ พริกหยวกสอดไส้ เนื้อ ฝอย (หรือหมูฝอย ไก่ฝอย) ปลายี่สนผัดหวาน ไชโป๊ผัดใส่กะทิ ใส่หอม เจียว และ ทอดมันหมู ผสมปลาอินทรีเค็ม

ไชโป๊ผัด.

ไชโป๊ผัด ของ ตำรับอื่น อาจจะ เรียกว่าไชโป๊ ผัดหวาน แต่ของตำรับนี้รสชาติออกเค็มๆ หวานๆ ไม่หวานมาก เน้นความหอมมันของกะทิ และกลิ่นหอมจากหอมเจียว

ทอดมันหมูผสมปลาอินทรีเค็ม เป็นกับข้าวแช่ที่แตกต่างจากตำรับอื่นๆ เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ของตำรับบ้านพิชัยญาติก็ว่าได้

ถ้าอยากลิ้มรสข้าวแช่ชาววัง ตำรับบ้านพิชัยญาติ ต้องไปที่ ร้าน “มา ลอง ดู” ซอยหัวหิน 102 อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นอกจากข้าวแช่ที่จัดเป็นชุดแล้ว

ยังมีเมนูอาหารตำรับดั้งเดิมของตระกูลบุนนาค สายเจ้าพระยาพิชัยญาติ อีกหลายอย่าง เช่น แกงเขียวหวานเนื้อกับโรตี บะหมี่พิชัยญาติ ข้าวหาดเจ้าสำราญ ข้าวหมกไก่ เป็นต้น

ชุดข้าวแช่ชาววัง ตำรับบ้านพิชัยญาติ.

แฟนคอลัมน์อ่านแล้วอยากไปชิม ข้าวแช่ตำรับไหน โทรศัพท์ไปติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ ร้านอาหาร “มา ลอง ดู” หัวหิน 0-3252-6735 โรงแรมรอยัลริเวอร์ ฝั่งธนบุรี 0-2422-9222 ต่อ 1310

ฝีมือการทำข้าวแช่ตำรับชาววัง นับวันจะหาคนสืบทอดยาก เพราะขั้นตอนการทำไม่ง่ายเลย เป็นอาหารที่ต้องฝึกปรือฝีมือโดยเรียนจากครูผู้สอนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญจริงๆ ไม่ใช่อาหารที่เปิดตำราแล้วทำตามเองได้

เคยมีคนถามว่าอีกหน่อยข้าวแช่ชาววังจะเหลือแต่ชื่อหรือเปล่า เพราะคนทำเป็น ทำอร่อย มีอยู่ไม่กี่คน ก็ต้องรอดูกันต่อไป ด้วยความหวังว่าจะยังมีผู้สนใจใฝ่รู้สืบทอดฝีมือกันต่อไป

…..สวัสดี

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์