ชีวิตดีๆ ไม่เกินพัน ที่โฮมสเตย์ริมน้ำตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595967

โดย แบกกล้องเที่ยว 26 มี.ค. 2559 16:01

 

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ช่วงนี้อากาศบ้านเราเริ่มเข้าสู่ฤดูปกติแล้ว คือฤดูร้อนสุดๆ นั่นเอง ทำไมยิ่งอยู่ยิ่งร้อนแบบนี้ คือตอนนี้ไขมันผมเริ่มจะละลายแล้วครับ แบกกล้องเที่ยว เลยจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ ที่พักโฮมสเตย์ริมน้ำแห่งหนึ่ง เผื่อจะได้ช่วยคลายร้อนได้ในวันหยุดได้

บ้านสวนริมน้ำ โฮมสเตย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เป็นโฮมสเตย์ที่บรรยากาศดีมากๆ มีสายธารน้ำไหลผ่านตลอด การเดินทางก็ไม่ยาก ถ้าเริ่มจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางบางนา-ตราด ก่อนถึงชลบุรีเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลี่ยงเมืองชลฯ จนถึงสี่แยกไปบ้านบึง เลี้ยวซ้ายไปจันทบุรี หรือใช้มอเตอร์เวย์ ผ่านด่านพานทอง ออกทางซ้ายไปบ้านบึง ก่อนถึงบ้านบึงมีทางยกระดับข้ามแยกไปจันทบุรี เดินทางตามเส้นทางถนน 344 ไปจนถึงถนนสุขุมวิทเดิม เลี้ยวซ้ายไปจันทบุรี เดินทางตามถนนสุขุมวิทไปเรื่อยๆ จนถึงสามแยกปากแซง (ถนน 317 จันทบุรี – สระแก้ว) แล้วก็เลี้ยวซ้ายไปตามถนน 317 เดินทางผ่านอำเภอมะขาม ผ่านทางแยกขวามือไปเขื่อนคีรีธาร ผ่านบ้านโป่งโรงเซ็น หลังจากผ่านสะพานข้ามคลอง มีป้ายเข้าวัดเขาบรรจบ เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามเส้นทางนี้ประมาณ 10 กิโลเมตร ก็ถึงแล้วครับ

เมื่อมาถึงที่นี่บอกเลยว่าหายเหนื่อย เพราะบ้านพักปลูกอยู่ติดสวนผลไม้ติดกับน้ำตก ถ้าอยากเล่นน้ำตกแค่ก้าวลงบันไดเท่านั้น…ฟินเลย! ถึงจะอยู่ในป่าเขาแบบนี้เขาก็มี Wi-fi ให้โชว์รูปสวยๆ อวดเพื่อน

ด้วยความที่ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาสองลูกคือ เขาคิชฌกูฏ และเขาสอยดาว มีลำธารไหลผ่านมาบรรจบกันที่คลองทุ่งเพล ทำให้มีน้ำตลอดปีไม่เคยแห้ง จึงทำให้อากาศเย็นสบายตลอดปี ช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นเหมือนทางภาคเหนือ ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนเหมาะกับการเล่นน้ำ เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ชมชิมผลไม้ตามฤดูกาล

บ้านพักที่นี่มีทั้งหมดประมาณ 10 หลังครับ มีทั้งห้องแอร์ และพัดลม สามารถรองรับผู้มาพักได้ถึง 100 คน อัตราค่าห้องพัก 700 – 800 บาท ต่อ 1 ท่าน พร้อมอาหาร 2 มื้อ คือ อาหารเย็นและเช้าพร้อมกาแฟ อาหารเย็นที่นี่แบกกล้องเที่ยวแนะนำเลยว่าอร่อยมาก โดยเฉพาะเมนูพื้นบ้าน น้ำพริกกะปิ ผักต้ม, หมูชะมวง

กิจกรรมที่น่าสนใจของที่นี่มีหลายอย่างเลยครับ ขี่จักรยาน เดินป่า เล่นน้ำตก ชมนกชมไม้ศึกษาธรรมชาติ ใครที่อยากหนีร้อน หนีชีวิตวุ่นวายในเมือง มาแช่น้ำเล่นๆ ลองแวะมาที่นี่ได้ แล้วคุณจะรู้ว่าเงินไม่กี่ร้อยก็เที่ยวแบบฟินๆ ได้แน่นอน…

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong

5 สถานที่สุดโรแมนติก ที่เหมาะสำหรับคู่รักไปฮันนีมูนสุดๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595117

โดย Advertorial 26 มี.ค. 2559 06:01

 

คู่รักข้าวใหม่ปลามัน เพิ่งแต่งงานกันมาเลย หรือบางคู่ที่อยากจะไปฮันนีมูนรอบ 2 แต่เอิ่ม จะไปฮันนีมูนทั้งทีไปไหนดีน้า โอกาสไปเที่ยวพักผ่อน ดื่มด่ำกับความรัก ใช้เวลาร่วมกัน ที่อาจจะเป็นครั้งแรกของหลายๆ คู่ ถ้าเลือกสถานที่ได้ไม่ถูกใจละก็ คงจะได้เซ็งกันไปอีกนานเลย และยิ่งสำหรับคู่ไหนที่เพิ่งจะแต่งงานใหม่ละก็ ความทรงจำครั้งแรกหลังแต่งงานนี่สำคัญสุดๆ เลย อย่าให้พลาดเลยเชียว

วันนี้เราจะมาเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยคุณขีดเขียนความทรงจำเหล่านั้นให้สวยงาม เราจะมาแนะนำ 5 สถานที่สุดโรแมนติก ที่คู่รักคู่ไหนได้ไปฮันนีมูนจะต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

Seljalandsfoss, Iceland

Iceland ประเทศในซีกโลกเหนือชื่อน้ำแข็ง ที่ไม่ได้มีแต่น้ำแข็ง ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องภูเขาไฟและธารน้ำแข็ง Glacier จนกลายเป็นชื่อเรียก “ดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ” แม้จะตั้งอยู่ในซีกโลกเหนือแต่ประเทศนี้ก็อากาศอบอุ่นกว่าหลายๆ ประเทศในซีกโลกเหนือด้วยกัน

Seljalandsfoss ชื่อน้ำตกแห่งหนึ่งใน South Iceland ความสูงประมาณ 60 เมตร โดยความพิเศษอยู่ที่ จะมีพื้นที่หลังน้ำตกให้คนสามารถเดินผ่านน้ำตกเข้าไปในถ้ำที่อยู่ด้านหลังน้ำตกได้ จากมุมนั้นถ้ามองออกดูพระอาทิตย์ตกดิน จะงดงามและโรแมนติกสุดๆ ไปเลยละ เพราะความสวยงามอันนี้นี่แหละ ที่ทำให้ภาพถ่ายของน้ำตกแห่งนี้ไปโผล่อยู่ตามหนังสือและปฏิทินอยู่บ่อยๆ แถมยังเคยใช้เป็นหนึ่งในฉากถ่ายทำรายการ The Amazing Race 6 อีกด้วย

2. Terme Di Saturnia, Italy

อิตาลี ประเทศยอดฮิตในทวีปยุโรป คงไม่ต้องพูดถึงมากนักเพราะประเทศนี้หลายๆ คนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีแล้ว ประเทศนี้มีแหล่งท่องเที่ยว สวยๆ งามๆ ให้ไปเยอะแยะมากมาย แถมเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์น่ารู้ เหมาะสำหรับคู่ฮันนีมูนแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก casacarlucci.it

Terme Di Saturnia เป็นธารน้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Saturnia เขต Manciano ซึ่งจะไหลยาวไปจนถึงปลายสุด และไหลลงไปเป็นน้ำตก ชื่อว่า Gorello ซึ่งได้กลายเป็นจุดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งหลาย สำหรับคู่ฮันนีมูนจุดนี้เหมาะจะมาพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งในช่วงกลางวัน เหมาะจะเก็บรูปความทรงจำและความประทับใจ รวมถึงแช่น้ำร้อนที่มีส่วนประกอบของกำมะถัน ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายลดความเหนื่อยล้าในร่างกายได้เป็นอย่างดี แช่น้ำร้อนไป คุยกันไป และชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม โรแมนติกสุดๆ ไปเลย

3. Vaadhoo Island, Maldives

มัลดีฟส์ ประเทศที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะจำนวนมาก ซึ่งแต่ละเกาะก็มีความสวยงามน่าเที่ยวแตกต่างกันไป ประเทศนี้ก็เป็นอีกหนึ่งที่ในโลกที่คู่รักทั่วโลกนิยมมาฮันนีมูนกัน เพราะที่นี่ทะเลใสและสวยงามสุดๆ แถมระบบนิเวศยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์มากมายหลายชนิด สามารถมองเห็น ฉลาม, ปลากระเบน และปลาอื่นๆ นานาชนิดได้จากบนที่พักเลย หรือแม้แต่สัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น อาจจะเห็นนกฟลามิงโก้ยืนกินลมอยู่ก็มีนะ และสำหรับคนไทยเดี๋ยวนี้มีสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส ที่บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปมัลดีฟส์เลย ไปเที่ยวสบายๆ เลย

Vaadhoo เกาะๆ หนึ่งในหมู่เกาะ Raa Atoll ของมัลดีฟส์ และสิ่งที่ทำให้เกาะนี้น่าสนใจกว่าเกาะอื่นๆ คือ Dinoflagellate แพลงตอนชนิดหนึ่งที่สามารถส่องแสงได้ในยามค่ำคืน ช่วงกลางคืนแพลงตอนเหล่านี้จะมาเกาะกลุ่มรวมตัวกันใกล้ๆ ชายหาดของเกาะแห่งนี้ และต่างก็ส่องแสงออกมา และเนื่องจากจำนวนที่มีมากมายของพวกมัน ทำให้ทะเลเต็มไปด้วยแสงดวงเล็กๆ เปรียบเสมือนดวงดาวบนท้องฟ้าเลยละ ซึ่งก็เป็นที่มาของ จุดชม “ทะเลแห่งดวงดาว” นั่นเอง แค่ได้นั่งดูความสวยงามที่เกิดจากธรรมชาติแบบนี้ รับรองว่าที่นี่จะเป็นสถานที่แห่งหนึ่ง ที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งในโลกแน่นอน

4. Salar de Uyuni, Bolivia

โบลิเวีย ประเทศชื่อคุ้นหูที่ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักดีนัก ภาษาของที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาสเปน เป็นประเทศที่มีทะเลสาบ Titicaca ร่วมกับประเทศเปรู ซึ่งว่ากันว่า เป็นทะเลสาบที่สามารถเดินเรือได้ไกลที่สุดในโลก เป็นประเทศที่มีคนเชื้อสายอเมริกาแท้อาศัยอยู่มากที่สุดในทวีป และหลายๆ คนเรียกที่นี่ว่าเป็น “ทิเบตในอเมริกา”

Salar de Uyuni ทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก พื้นที่เต็มไปด้วยเม็ดเกลือจำนวนมากมายที่จะสะท้อนแสงระยิบระยับกับท้องฟ้า ให้ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนสวรรค์ ยิ่งช่วงเวลาที่มีน้ำท่วมขังหลังจากฝนตก พื้นจะสะท้อนภาพท้องฟ้าและกลายเป็นเหมือนท้องฟ้าอีกผืนเลย ที่นี่ยังมีปริมาณของธาตุลิเทียมถึง 1 ใน 2 ของโลก ดังนั้นมันจึงเป็นแหล่งสำรองลิเทียมของโลกไปอย่างไม่ต้องสงสัย คงไม่ต้องบรรยายความรู้สึกเลยถ้าได้ยืนดูสวรรค์บนดินแห่งนี้กับคนที่คุณรัก คงจะประทับใจไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว

5. เกาะห้อง, กระบี่, ประเทศไทย

เกาะห้อง เป็นสถานที่ใกล้ตัวพวกเรานี่เอง ตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ ภาคใต้ของบ้านเรา เกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งในอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ที่นี่เป็น 1 ใน 10 ชายหาดที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก เพราะความขาวสะอาดขาวของทราย ความสวยงามและความสมบูรณ์ของปะการัง กับน้ำทะเลสีเขียวมรกต

ขอบคุณภาพจาก WUTTI_JIN

สิ่งที่เป็นจุดเด่นคือ เป็นลากูนที่ล้อมรอบไปด้วยหน้าผาสูง และทางเข้าจะแคบๆ กว้างแค่ไม่เกิน 10 เมตร ทำให้ข้างในกลายเป็นจุดที่เหมาะสม กับการว่ายน้ำ-ดำน้ำ ได้แบบส่วนตั้วส่วนตัวสุดๆ

คงจะถูกอกถูกใจกันนะครับสำหรับคู่รักที่กำลังวางแผนจะไปฮันนีมูน หลายๆ คู่คงอยากจะ จองตั๋วเครื่องบิน กันแล้วละสิ เดี๋ยวนี้จองผ่านมือถือก็ได้ครับ สะดวกขึ้นเยอะมีทั้ง Android และ iOS เลย

บอลลูน เลิฟ…รักลอยลม…ชมเจียงฮาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/596044

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 มี.ค. 2559 05:01

 

ผ่านพ้นวันแห่งความรัก–“วาเลนไทน์เดย์” ไปไม่นาน ขอถือโอกาสเก็บตกบรรยากาศงาน “SINGHA PARK CHIANG RAI INTERNATIONAL BALLOON FIESTA” มาเล่าสู่กันฟัง เป็นไอเดียสำหรับการไปท่องเที่ยวในช่วงต้นฝน ปลายฝน ต้นหนาว และปลายหนาวในปีนี้และปีหน้ากันสักนิด…

ทริปนี้เป็นทริปรักจัดให้จริงๆ เพราะไปไวมาไวเหลือเกินแค่ 2 วัน 1 คืน…แต่ชื่นมื่นไปหลายปีทีเดียว…

น้อง “โอปอล” พีอาร์สาว บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ชักชวนพี่ๆสื่อมวลชนกว่า 10 คนไปร่วมทริป ออกจากกรุงเทพฯโดยเครื่องบินถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย บึ่งรถไปไม่ไกล ผ่านวัดร่องขุ่น ของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ไปนิดเดียว เราก็ไปถึงสิงห์ปาร์ค อาณาจักรแห่งความรัก และความสุขบนดอยสูงของบริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง…

คู่รักฉลองแต่งงานเทศกาลบอลลูน

บรรยากาศค่อนข้างคึกคักในวันที่เราไปถึง เหตุเพราะวันนี้จะมีการแข่งขันบอลลูนชิงรางวัลหลายรายการในพื้นที่กว้างขวางกว่า 8,700 ไร่ของสิงห์ปาร์ค รวมถึงจะได้ชมบรรยากาศการปล่อยบอลลูนขึ้นฟ้าอันละลานตาอีกด้วย

แดดร่มลมนิ่ง ความตื่นตาตื่นใจเริ่มขึ้นเมื่อบอลลูนหลากรูปแบบ หลายรูปร่าง ถูกลมเป่าพองให้เห็นสัดส่วนลอยผงาดสู่ท้องฟ้า จากพื้นดินโล่งกว้างขวางกลายเป็นแน่นขนัดด้วยบอลลูนมากกว่า 30 ลูก จาก 15 ประเทศ สนนราคาบอลลูนแต่ละลูกแพงไม่ใช่เล่น ถ้ารูปทรงหยดน้ำธรรมดาราคาราว 3 ล้านบาท ถ้ารูปร่างแปลกประหลาดแหวกแนว ราคาก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นลูกละราว 4 ล้านบาท

บอลลูนแต่ละลูกได้รับการปรุงแต่งพ่นลมร้อนเข้าไปให้ล่องลอยและถูกบังคับทิศทางให้ลอยพาทีมงานบนบอลลูนแข่งหยิบผืนธงปักกลางบึงน้ำกว้าง ทั้งแข่งทิ้งลูกบอลลงจากบอลลูนตกลงในตะกร้ากลางบึงน้ำ ท่ามกลางเสียงเชียร์ลุ้นของผู้คนดังเป็นระยะ บรรยากาศตื่นเต้นเร้าใจ โดยเฉพาะทีมงานบอลลูนที่สามารถคว้ารางวัล ซึ่งรวมเป็นเงินสดก็เกือบครึ่งล้านบาท

บอลลูนแน่นขนัดสิงห์ปาร์ค

ตกค่ำ การแสดงบอลลูนโชว์ แสง สี เสียง ตระการตาก็ทำให้ผู้คนภายในสิงห์ ปาร์คค่ำคืนนั้นซึ่งรวมกันทั้งคนไทย คนฝรั่ง คนจีน และอื่นๆที่น่าจะเฉียดหมื่นชีวิต ต่างเพลิดเพลินกับความงามแปลกตา เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปในสวนสนุกบอลลูนและยังได้สัมผัสประสบการณ์ขึ้นบอลลูนลอยฟ้า

ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้สนุกสุดมันส์กับคอนเสิร์ตสุดพิเศษในงาน ที่แต่ละวันทางผู้จัดได้คัดสรรวงดนตรีเอาใจกลุ่มคนอย่างทั่วถึงทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเยาว์ ไม่นับรวมถึงกิจกรรมการละเล่นหลากหลาย

โดยเฉพาะการโหนสลิงซิปไลน์ เหินเวหาสูงเทียบเท่าตึก 8 ชั้น ด้วยระยะทางการโรยตัวไกลกว่า 500 เมตร ทำเอาผู้เล่นทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เด็กและผู้ใหญ่ส่งเสียงวีดว้ายกันเกือบตลอดค่ำคืน สนุกกันแบบสุดเหวี่ยงจริงๆ

บอลลูนพ่นลมร้อน

สำหรับไฮไลต์สุดพิเศษในเช้าวันแห่งความรัก คือ “การจดทะเบียนสมรสของคู่รักผู้โชคดี 21 คู่” และคู่รักต่างชาติ 1 คู่ ที่เริ่มพิธีการตั้งแต่เช้า ทั้งพิธีตักบาตรร่วมขันตามธรรมเนียมประเพณีไทย ตามด้วยการเข้าตามตรอกออกตามประตู “จดทะเบียนสมรส” และ กิจกรรม “Balloon Love” ที่เปิดโอกาสให้คู่บ่าวสาวหมาดๆได้ขึ้นบอลลูนบอกรักบนฟากฟ้าและพากันลอยละล่องเที่ยวชมทิวทัศน์จังหวัดเชียงรายแบบพาโนราม่า 360 องศา

เชื่อแน่ว่ากิจกรรมนี้ต้องทำให้คู่รักสร้างชาติทั้งหมดต้องประทับใจไม่รู้ลืมไปตลอด…

งานนี้ต้องบอกว่า คนจัดจัดอย่าง “ใจถึง” ทั้งทุ่มทุน ทั้งเปิดโอกาสสร้างความประทับใจให้ผู้คนหลายกลุ่ม ไล่ตั้งแต่ทีมงานแข่งบอลลูนจากหลายประเทศ คู่รักคู่สมรสและเหล่าญาติพี่น้องจากทั่วสารทิศ ตลอดจนชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเข้าไปเยือนชมกันมากมาย

แสงสีภายในงานสิงห์ปาร์ค

สำหรับสิงห์ปาร์ค เชียงราย ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเชียงราย ที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปเยี่ยมชมวันละเป็น หมื่นคน โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวที่อากาศเย็นๆ มีทั้งไร่ชา และที่ให้ถ่ายรูปน่ารักๆ เดิมที่นี่คือ ไร่บุญรอด ที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2526 ใช้เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรหลากหลาย ตั้งแต่ไร่ชาอู่หลง ปลูกพุทราซื่อหมี่ มะเฟืองยักษ์หวาน มัลเบอรี่ สตรอเบอรี่ พืชผักสดอีกนานาชนิดและพืชเศรษฐกิจอีกหลายอย่าง รวมถึงยางพาราตามปรัชญาหลักของเจ้าของสถานที่ที่มุ่งเน้นทำเกษตรแบบผสมผสาน มุ่งรักษาสมดุลของธรรมชาติและการอยู่ร่วมกันกับชุมชนอย่างกลมกลืน และสุดท้ายคือ ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเชียงราย ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างความสุขให้ผู้มาเยือนมากกว่าคำนึงถึงผลกำไร

หนูน้อยเล่นซิปไลน์โรยตัวลงจากหอสูง

นอกเหนือจากการปลูกพืชนานาพันธุ์ให้ผู้คนเข้าไปชมแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังจัดกิจกรรมสันทนาการอีกหลากหลาย ตั้งแต่จุดชมชีวิตสัตว์ ประกอบด้วยยีราฟ ม้าลายและวัววาตูซี่ มีเส้นทางขี่จักรยานออกกำลังกายปั่นชมเส้นทางสวยงามภายในไร่ ฯลฯ

ซึ่งหากใครมีโอกาสแวะเวียนไปเที่ยวจังหวัดเชียงราย นอกจากขึ้นดอยไหว้พระแล้ว หากมีเวลาจะแวะมาหาอารมณ์ชิลๆแบบฟินสุดๆที่นี่ ก็ไม่เสียเวลามากนัก อย่างน้อยเงินไทยก็ไม่ไหลไปไหน กินใช้กันอยู่ในประเทศนี่ละ…..!!

คว้ากระเป๋าตังค์ด่วน! ลดเต็มพิกัด 7 โปรโมชั่นเด็ด ต้องรีบไปส่อง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595697

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 14:05

 

เผลอแป๊บเดียว ก็ถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ลมร้อนพัดมาทักทายไม่เว้นแต่ละวัน ร้อนๆ ไม่รู้จะไปไหน ลองมาเช็กงานสินค้าลดราคา และโปรโมชั่นเด็ดคลายร้อนกันดีกว่า

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้ จะพาไปส่องงานสินค้าลดราคา ซึ่งช่วงนี้จัดขึ้นมาหลายแห่ง ลดตั้งแต่ 50%-80% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นเด็ด และงานท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ดีๆ มาฝากด้วย ถ้าพร้อมแล้วมาเช็กลิสต์กันเลยจ้า

1. Nikon Day 2016

คนรักการถ่ายรูป ชอบเล่นกล้อง มาเจอกัน!

วันนี้-27 มีนาคม 2559 ชวนคนชอบเล่นกล้องมาช็อปกล้องและอุปกรณ์ราคาพิเศษ ในงาน “Nikon Day 2016” ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้า สยามพารากอน ภายในงานพบกับ สุดยอดนวัตกรรมจาก Nikon ยกขบวนมาให้ทดลองใช้ครบทุกรุ่น มีทั้ง DSLR, Nikon 1, Coolpix และเลนส์คุณภาพจาก NIKKOR พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเป็นทางการ และพลาดไม่ได้กับโปรโมชั่นกล้องและเลนส์สุดคุ้ม ที่จัดขึ้นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

2. Baggage & Fitness Home Gym Sale

ไปช็อปชิลๆ สบายๆ

วันนี้-3 เม.ย. 2559 ชวนคนรักสุขภาพมาช็อปสินค้ากีฬาราคาพิเศษกับ “Baggage & Fitness Home Gym Sale” ณ ลานกิจกรรมการ์เด้นส์ 1 วิคตอเรีย การ์เด้นส์ เพชรเกษม 69 ภายในงานพบกับ เครื่องออกกำลังกาย ในเครือ Grand Sport ขนมาลดราคาพิเศษกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า Nike ลดราคาสูงสุด 50 % จาก Nike Factory Outlet @Victoria Gardens (โซน 3 ชั้น 1) นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าเดินทางจาก POLO และยังมีสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย ที่ขนมาลดกระหน่ำถึง 70% สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2444 4555

3. Fashion destination sale up to 80% 

งานนี้ลดกระหน่ำจริงๆ ต้องไปสอยของดี

วันนี้-5 เม.ย. 2559 ชวนขาช็อปสายแฟชั่นมาฟินกระจายในงาน “Fashion destination sale up to 80%” ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ภายในงานพบกับ สินค้า Fashion Destination ลดสูงสุด 80% ช็อปสินค้าราคาพิเศษ เริ่มต้นที่ 190 บาท

พบแบรนด์ดังมากมาย เช่น Guess Watches, Casio, G2000, Guess, Hush Puppies Shoes, Lee, Wrangler, Daniel Hechter, Nautica, S’Fare, Casualist, John Henry, Lee Cooper, Jockey, Puppet, Lee Kids, PJ Kids, Cushe, Hush Puppies Kids, Hush Puppies Innerwear, Jockey underwear, John Henry underwear, La Senza, Maidenform, Payot, Restoria, Neogen Code9, Just for men, Gc, Tanita, VS Sassoon & Babyliss และ Dyson

4. Time deco End of Season Sale 2016

ขาช็อปคลั่งนาฬิกา ไม่อยากให้พลาด

วันนี้-3 เม.ย. 2559 ชวนคนรักนาฬิกาหรู มาช็อปในงาน “Time deco End of Season Sale 2016” ณ ร้านไทม์ เดคโค ช็อป ชั้น 1 เดอะสตรีท รัชดา ภายในงานพบกับ โปรโมชั่นแรงสุดคุ้ม ยกทัพนาฬิกาแบรนด์เนมชั้นนำ เช่น DIESEL, DKNY, Fossil, Coach, Lacoste, Emporio Armani, Marc by marc jacobs และแบรนด์อีกมากมาย พร้อมใจ Sale สูงสุดถึง 80% ใครสนใจแวะไปดู สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2232 1999

5. BLAZING ZUMMER

แฟชั่นซัมเมอร์ มารอแล้วจ้า!

วันนี้-10 เม.ย. 2559 ชวนสาวๆ มาช็อปสนุกสุดคุ้มในงาน “BLAZING ZUMMER” ณ ZPELL ชั้น G และ ชั้น 1 ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ภายในงานพบกับ สินค้าแฟชั่น ขนมาลดราคาสูงสุด 50% มีทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา แว่นตา สินค้าความงามและเครื่องสำอาง ทั้งหมดนี้มาในแบรนด์ดังมากมาย ได้แก่ SWATCH, VNC, UNIQLO, JASPAL, V EYEWEAR, ALDO, BIRKENSTOCK, ROYAL IVY REGATTA เป็นต้น นอกจากนี้ ในวันที่ 29 มี.ค. 2559 เวลา 17.00 น. จะได้พบกับแฟชั่นโชว์ จากเดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 2 โดยนางแบบตัวแม่ คือ เมนเทอร์ลูกเกด บี คริส พร้อมลูกทีมอย่าง ติช่า กวาง จีน่า มะปราง เจสซี่ และลิลลี่

6. ร่วมงานฟรี มิวสพาส ซีซั่น 4

เที่ยวพิพิธภัณฑ์ทั่วไทย

วันที่ 29 มี.ค. 2559 ชวนคนชอบเที่ยวชมมิวเซียมมาเจอกันในงาน “มิวสพาส ซีซั่น 4” ณ ควอเทียร์ แกลอรี่ ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เวลา 10.00 น.-22.00 น. ภายในงานพบกับ กิจกรรมสนุกมากมาย ได้แก่ นิทรรศการที่รวบรวมวัตถุหาดูยากจากพิพิธภัณฑ์ที่เข้าร่วมมิวสพาส การเสวนาเปิดมุมมองท่องเที่ยวเชิงแหล่งเรียนรู้ พร้อมจำหน่ายบัตร “มิวสพาส ซีซั่น 4” บัตรเดียว 199 บาท เที่ยวได้ 40 พิพิธภัณฑ์ สามารถเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2225 2777 ต่อ 123 หรือ www.facebook.com/musepass

7. แชะแล้วแฮชแท็ก เข้าริบลีส์ฟรี!

แชะภาพแลกบัตรเข้าเล่นบ้านผีสิงฟรี

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ริบลีส์ เวิลด์ พัทยา ปล่อยผีออกอาละวาดทั่วประเทศ เพียงคุณพบเห็นผีริบลีส์ที่ไหน อย่าลืม! ถ่ายภาพหรือวิดีโอ แล้วอัพโหลดบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก พร้อมแฮชแท็ก #Ripleysthailand แล้วนำมาโชว์ที่ริบลีส์ เวิลด์ พัทยา สามารถรับสิทธิ์เข้าไปสัมผัสโกดังผีสิงฟรีทันที (1 ภาพผีต่อบัตร 1 ใบ) โดยเครื่องเล่นดังกล่าวเป็นหนึ่งในเครื่องเล่นสุดสยองขวัญสั่นประสาท ที่ฮอตฮิตในบรรดานักท่องเที่ยว ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/ripleysworldpattaya

ที่มาภาพบางส่วน : nikonvictoria.gardenshopCentralPlaza.R2,TheStreetRatchadazpellshopping

เก็บความประทับใจใส่กระเป๋า! รวมปรากฏการณ์แฟลชม็อบแพนด้า 10 แลนด์มาร์กต้องดู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594933

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 13:05

 

เสร็จสิ้นภารกิจ “แฟลชม็อบ” 10 แลนด์มาร์กของประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ-อยุธยา จนถึงเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4-19 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว งานนี้บอกเลยว่ากองทัพแพนด้าน้อยกว่า 1,600 ตัว ในโครงการ “1600 Pandas+ World Tour in Thailand” (1600 แพนด้าพลัส เวิลด์ ทัวร์ อิน ไทยแลนด์) ได้สร้างความประทับใจให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก…

โดยระหว่างการเดินทาง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในฐานะผู้นำและริเริ่มโครงการฯ ยังได้เก็บภาพความน่ารักของเหล่าแพนด้าขณะกำลังเดินทางด้วยรถไฟ และยังได้พาแวะเยี่ยมเยือนสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่าง หอคำหลวง ที่งดงามตามแบบสถาปัตยกรรมและประติมากรรมล้านนา โดยจำลองมาจากหอคำหลวง ของเจ้าเมืองเชียงใหม่ในอดีต, ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์ อันสะท้อนวิถีชีวิตคนไทยที่ผูกพันกับสายน้ำมาช้านาน และที่สนามมวยเวทีราชดำเนิน สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ของศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ ที่ต่างชาติหลงใหลในเอกลักษณ์เฉพาะ

1. สนามหลวง

2. เซ็นทรัลเวิลด์.

3. BTS Skywalk ช่องนนทรี

4. BACC

5. สวนสันติชัยปราการ.

สำหรับภารกิจต่อไป เหล่าแพนด้ากว่า 1,600 ตัว เตรียมส่งท้ายความประทับใจ โดยยกทัพกลับสู่กลางมหานคร เพื่อมาอวดโฉมในนิทรรศการ “1600 Pandas+ World Tour in Thailand” สุดอลังการ ระหว่างวันที่ 24 มี.ค. – 10 เม.ย.นี้ เวลา 10:00-22:00 น. ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไป และนักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักอย่างใกล้ชิด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมจัดกิจกรรมการกุศลให้ร่วมสนุกมากมาย ทั้งเวิร์กช็อปแพนด้าเปเปอร์มาเช่ และการรับเลี้ยงแพนด้า (Adoption) รวมทั้งจำหน่ายของที่ระลึกสุดพรีเมียม ไม่ซ้ำใคร เพื่อนำรายได้ทั้งหมดมอบให้กองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย (WWF-Thailand) ใช้ในการพัฒนาโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ อาทิ ช้างป่าไทย และเสือโคร่ง โดยมีรายละเอียดกิจกรรมที่น่าสนใจดังนี้

“เวิร์กช็อปประดิษฐ์แพนด้าเปเปอร์มาเช่” ตั้งแต่ 24 มี.ค. ถึง 10 เม.ย. 59 ซึ่งมีเพียง 1,600 ตัวเท่านั้น มูลค่า ตัวละ 700 บาท ตามวัน และเวลา ดังต่อไปนี้

วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ มีเวิร์กช็อป วันละ 4 รอบ 11:30 – 13:30 น., 14:00 – 16:00 น., 16:30 – 18:30 น., 19:00 – 21:00 น. 30 คน/ รอบ จันทร์ถึงพฤหัสบดี (เริ่ม 28 มี.ค. 59) วันละ 1 รอบ 17:30-19:30 น. 30 คน/ รอบ

6. เสาชิงช้า

7. สวนลุมพินี

8. หัวลำโพง

9. วัดภูเขาทอง อยุธยา

10. ท่าแพ เชียงใหม่

นอกจากนี้ ผู้มาชมนิทรรศการทุกคนยังสามารถร่วมรับเลี้ยงแพนด้า (Adoption) โดยขนาด S มูลค่า 800 บาท, M มูลค่า 1,200 บาท และ L มูลค่า 1,600 บาท โดยผู้ลงทะเบียนสามารถนำผลงานดังกล่าวกลับบ้านได้หลังจากการจัดแสดงสิ้นสุดลง รวมถึงชวนเลือกซื้อเสื้อยืดที่ระลึกสุดพิเศษ ในราคา 890 บาท (มีจำนวนเพียง 480 ตัว เท่านั้น) ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดจากกิจกรรมดังกล่าว จะมอบให้กับ WWF-ประเทศไทย เพื่อนำไปใช้พัฒนาโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าในธรรมชาติที่ใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทยต่อไป

ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์

มวยไทย

หอคำหลวง

หัวลำโพง (กลับจากเชียงใหม่)

ภาพแพนด้าจากโครงการ“1600 Pandas+ World Tour in Thailand”

เอาน้ำสาดพระอาทิตย์! รวมต้องไป 7 สวนน้ำสนุกสะใจคลายความร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592857

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2559 06:05

 

แว่วมาว่า วันสงกรานต์ปีนี้อาจจะต้องงดเล่นกันอย่างบ้าคลั่งสักปี เพราะสภาวะภัยแล้งที่รุนแรง ภาครัฐต้องออกมาตรการจำกัดจำนวนวันเล่นน้ำ แถมมีเดตไลน์ให้เล่นได้ถึง 3 ทุ่มเท่านั้น ซึ่งก็ควรให้ความร่วมมือ ส่วนถ้าใครอยากเล่นน้ำให้ฉ่ำชุ่มปอดจริงๆ งานนี้ต้องพุ่งตรงไปที่สวนน้ำ รับรองว่าสนุก มัน เปียกสะใจไม่แพ้กัน

ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมสวนน้ำขนาดมาตรฐาน พร้อมเครื่องเล่นมากมาย มาให้คุณเลือกไปดับร้อนสำหรับซัมเมอร์นี้ ส่วนจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามมาเช็กกันเลย

1. รามายณะ วอเตอร์ พาร์ค

ที่นี่เป็นสวนน้ำแห่งใหม่ล่าสุดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ น่าสนใจตรงที่ออกตัวว่าเป็น ‘สวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย’ ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการปลายเดือนมีนาคม 2559 มีพื้นที่ขนาด 184,000 ตารางเมตร หรือเทียบเท่ากับสนามเทนนิส 700 สนาม มีเครื่องเล่นสไลเดอร์ 50 เครื่อง

สวนน้ำใหญ่ที่สุดในไทย

รามายณะ วอเตอร์ พาร์ค ตั้งอยู่ที่นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ห่างจากชายหาดพัทยาเพียง 10 นาที ใกล้กับไร่องุ่นซิลเวอร์เลค มีทัศนียภาพทะเลสาบ และภูเขาล้อมรอบ เสพความสวยงามได้เต็มตาน่าประทับใจ น้ำที่ใช้ในสวนน้ำ ใส สะอาด คุณภาพระดับเดียวกับน้ำดื่ม ผ่านระบบการกรองที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ได้สนุก แต่ยังปลอดภัยอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร โซนกิจกรรมต่างๆ และเวทีแห่งศิลปะ สมัครสมาชิกตอนนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย เช่น
– ส่วนลด 20% สำหรับการซื้อตั๋วครั้งแรก ภายใน 6 เดือน หลังจากสวนน้ำเปิดทำการ
– ส่วนลด 5% สำหรับสินค้าทุกชิ้นในสวนน้ำ อาหาร เครื่องดื่ม บริการนวด ตู้เก็บของ
– ได้รับส่วนลด สำหรับการซื้อตั๋วในครั้งต่อไป สมัครสมาชิกฟรีและไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น (ยังไม่ได้ประกาศราคาตั๋วอย่างเป็นทางการ) สอบถามโทร. 0 3300 5929

2. ซานโตรินี วอเตอร์ แฟนตาซี

ที่นี่เป็นสวนน้ำระบบดิจิตอลแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย ทางสวนน้ำซานโตรินีมีสายรัดข้อมือดิจิตอล Santorini Connects เพื่อลงทะเบียนก่อนเข้าไปเล่นเครื่องเล่นต่างๆ เพื่อจะได้แชร์ภาพของคุณลงเฟซบุ๊ก ย้ำว่าใครอยากมีรูปสนุกๆ อย่าลืมไปขอเช่าริสต์แบนด์กัน โดยสายรัดข้อมือมีค่ามัดจำ 100 บาท (คืนเงินมัดจำเต็มจำนวน)

สไลเดอร์ขนาดใหญ่สะใจ

สายรัดข้อมือนี้ใช้ลงทะเบียนเพื่ออัพโหลดภาพเล่นสไลเดอร์ผ่านทาง Social Media ในช่องทาง Facebook ใช้ล็อกอินตามจุดเครื่องเล่นต่างๆ และยังสามารถใช้เติมเงินเพื่อซื้อของในสวนน้ำแบบไม่ต้องพกเงินสด ที่สำคัญที่นี่เขามีการจัดอบรมหลักสูตร Life Guard ให้กับเจ้าหน้าที่คุมเครื่องเล่นเพื่อสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับความปลอดภัยในการให้บริการ

เที่ยวซานโตรินี

ต้องใส่ริสต์แบนด์

ซานโตรินี วอเตอร์ แฟนตาซี ตั้งอยู่ที่ ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี (อยู่ติดกับซานโตรินี พาร์ค ชะอำ) เปิดให้บริการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00 – 17.30 น. ส่วนวันเสาร์ – อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00 – 18.30 น. ราคาบัตร ผู้ใหญ่ 900 บาท, เด็ก (สูง 90-130 ซม.) 500 บาท, ผู้พิการ 500 บาท, ผู้สูงอายุ (55 ปีขึ้นไป) 500 บาท

3. สวนน้ำซินิคอนเวิลด์

เป็นแหล่งบันเทิงครบวงจรแห่งใหม่ ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพียง 1.5 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 200 กม. และตั้งอยู่บนพื้นที่ 79 ไร่ ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ 1. ไลฟ์ พาร์ค 2. สแปลช เวิลด์ และ 3. กรีนเนอรี่ พาร์ค มอลล์ มีเครื่องเล่น 20 ชนิด และสไลเดอร์อีก 15 ชนิด

ใกล้กรุงเทพฯ ไปสนุกที่เขาใหญ่

จุดเด่นของที่นี่คือ บริการทุกระดับประทับใจ จนต้องยกนิ้วให้ พนักงานให้บริการเหมือนโรงแรม 5 ดาว เด็กประจำเครื่องเล่น ไลฟ์การ์ด พนักงานขายของ ทุกคนถูกอบรมมาเป็นอย่างดี รวมถึงเรื่องความปลอดภัย สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเข้าไปเล่นเครื่องเล่นทุกชนิด นอกเหนือจากทีมวิศวกรที่คอยดูแลเครื่องเล่นอยู่เป็นประจำแล้ว ที่นี่ยังมีทีมที่ดูแลความปลอดภัยของเครื่องเล่นโดยเฉพาะ

ซินิคอลเวิลด์

ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. อัตราค่าเข้า ผู้ใหญ่ 1,250 บาท, เด็ก 980 บาท ส่วนสวนสนุกไลฟ์ พาร์ค ค่าธรรมเนียม 200 บาท แต่ได้นั่งรถไฟ GOLD RUSH ชมวิวรอบๆ สถานที่ แถมคูปองอาหารให้อีก 50 บาท

4. การ์ตูน เน็ตเวิร์ก แอมะโซน

ที่นี่เป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 35 ไร่ ใกล้หาดบางเสร่ ตั้งอยู่ที่ นาจอมเทียน ติดถนนสุขุมวิทสายหลัก ตรงข้ามสวนนงนุช จ.ชลบุรี ภายในสวนน้ำเป็นการจำลองบรรยากาศป่าฝนอเมซอน พร้อมมีเครื่องเล่นในธีมการ์ตูนเน็ตเวิร์กมากมาย เหมาะกับเด็กๆ เป็นที่สุด

ไปลุยสวยน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์กกัน!

จุดเด่น คือ มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ จำลองให้เหมือนคลื่นทะเล สไลเดอร์สปีดเรซซิ่ง ล่องแพ เครื่องเล่นป้อมปราการน้ำในระบบอินเตอร์แอ็กทีฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีโซนกิจกรรมล่องเรือในเส้นทางคดเคี้ยวท่ามกลางป่าอเมซอน ความยาว 1,100 ฟุต แถมท้ายด้วยโซนกีฬาเอ็กซ์ตรีม เช่น เซิร์ฟบอร์ด เป็นต้น

แค่ล่องแพยางก็ฟินแล้ว

เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. ค่าเข้าผู้ใหญ่ ราคา 1,290 บาท, ค่าเข้าเด็ก (ต่ำกว่า 13 ปี) ราคา 890 บาท, ค่าเข้าผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ราคา 890 บาท

5. ดรีมเวิลด์

สวนน้ำใกล้กรุงอีกแห่ง ก็คือ ดรีมเวิลด์ ยิ่งอากาศร้อนๆ แบบนี้ อยากเล่นน้ำก็เดินทางไปที่นี่เลย สวนน้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ถนนรังสิต-องครักษ์ (กม.7) ต.บึงยี่โถ จ.ปทุมธานี

ดรีมเวิลด์ ยังสนุกเหมือนเดิม

ที่นี่มีเครื่องเล่นมากมายบนลานน้ำขนาดใหญ่ มีสไลเดอร์ให้เลือกหลายระดับ อุโมงค์น้ำพุและหอคอยมหาสนุก จุดเด่นคือ มีถังน้ำขนาดยักษ์ที่ปล่อยคลื่นน้ำลงมาให้ได้เปียกกันชุ่มฉ่ำ ที่สำคัญคือ ผู้เข้าเล่นสามารถแต่งกายแบบเสื้อยืด กางเกงขาสั้นได้ โดยที่ไม่ต้องสวมชุดว่ายน้ำ

เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2577 8666

6. สแปลชดาวน์ วอเตอร์พาร์ค พัทยา

สวนน้ำที่พัทยาอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คือ Splashdown Water Park Pattaya ที่นี่มีเครื่องเล่นสไลเดอร์สูงถึง 15 เมตร ภายในสวนน้ำแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ โซนแรกมีเครื่องเล่นหลายชนิด เช่น Super Slider, Big Red Balls, Wall Racer

นี่ก็น่าไป

ไต่ๆ ต้องไปให้ถึง

โซนที่สอง มีเครื่องเล่น Big Blue, Square Runner, The Blue Lagoon และโซนสุดท้าย ประกอบด้วย Big Blob, Slip&Slide และ Square Runner แถมด้วยโซนสำหรับเด็ก ซึ่งจะมีการดูแลความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ที่นี่ตั้งอยู่ที่ อ.บางละมุง (พัทยา) จ.ชลบุรี เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. สอบถาม โทร. 09 2228 6065

7. วานา นาวา หัวหิน 

สวนน้ำแห่งนี้ เป็นสวนน้ำแนววอเตอร์ จังเกิ้ล แห่งแรกในเอเชีย ผสมผสานสวนน้ำและป่าเมืองร้อนเข้าด้วยกัน ตั้งอยู่ที่ ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายในมีพื้นที่มากถึง 20 ไร่ สร้างบรรยากาศป่าเขตร้อนด้วยต้นไม้ทั้งใหญ่และเล็กกว่า 200,000 ต้น บ่งบอกถึงความใส่ใจในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงความเป็นอยู่ของชุมชนรอบข้าง

ไปหัวหินกัน

จุดเด่นคือ ออกแบบสวนน้ำให้มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ ประกอบกับสไลเดอร์และเครื่องเล่นที่สุดแห่งความสนุกมาตรฐานระดับโลกถึง 19 ชนิด และสนุกไปกับ “อะบิส” สไลเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมสัมผัสภูเขาน้ำตกเทียมที่สูงที่สุดในเอเชีย นอกจากนี้ยังเป็นสวนน้ำที่มีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ด้วยระบบ RFID ผู้ใช้บริการไม่ต้องพกพากระเป๋าเงิน โทรศัพท์มือถือ หรือกล้องถ่ายรูปในบริเวณสวนน้ำ

ซัมเมอร์นี้ไปกัน

– โซนวอเตอร์จังเกิ้ล เปิดบริการ วันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 10.00-18.00 น. ส่วนวันศุกร์-เสาร์ เปิดเวลา 10.00-21.00 น.
– โซนแอดเวนเจอร์ เปิดบริการ วันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 10.00-21.00 น. ส่วนวันศุกร์-เสาร์ เปิดเวลา 10.00-23.00 น.

ราคาบัตรผู้ใหญ่ 1,000 บาท, เด็ก (สูง 91-122 ซม.) 600 บาท, ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) 600 บาท และพิเศษเด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 91 ซม. เข้าฟรี สอบถาม โทร. 03 290 9606
ที่มาภาพบางส่วน : RamaYanaWaterParkThailanddreamworldCNAmazone

SplashdownwaterparkpattayaVanaNavaHuaHin

5 ที่เที่ยวควรไป “เลย” สวยและดีที่คนไทยยังไม่รู้ กับ Traveloka

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594953

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2559 13:01

 

มีเทศกาลหยุดยาวมากมายแบบนี้ แถมรัฐบาลใจดีมีให้หยุดเพิ่มอีกต่างหาก งานนี้รอช้าไม่ได้สำหรับผู้ที่ทุกลมหายใจเข้าออก เป็นการเดินทาง การสำรวจโลก การผจญภัย การพักผ่อนหย่อนใจในต่างสถานที่ เปิดหู เปิดตา และเปิดหัวใจรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะพบเจอตามรอยทาง

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีขุมทรัพย์ด้านการท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเมืองใหญ่เมืองเล็ก ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ล้วนแล้วแต่มีของดีของเด็ด มีประติมากรรมธรรมชาติที่งดงาม มีของขวัญล้ำค่าที่สั่งสมกันมาในรูปแบบวัฒนธรรมท้องถิ่น มีน้ำใสใจจริงจากผู้คนที่ท้องถิ่น ที่รอคอยให้คุณเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง

ทั้งที่คุณรู้จัก…และที่คุณไม่รู้จัก ทั้งเมืองเล็ก และเมืองใหญ่ หลายแห่งเป็นที่รู้จักแล้ว อาจเพราะได้รับการประชาสัมพันธ์ในโครงการด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทว่าบางแห่งก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ทำให้นักเดินทางทั้งหลายพลาดไปอย่างน่าเสียใจและน่าเสียดาย

อาทิ จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดไม่เล็กและค่อนข้างเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยว แต่ค่อนข้างจำกัด เพราะในอดีต ผู้ที่มาเยือนมักจะเป็นนักเดินทางสายอนุรักษ์และสายเดินป่า ที่มีปลายทางอยู่ที่ “ภูกระดึง” , “ภูเรือ” , “ภูหลวง” , “แก่งคุดคู้” และน้ำตกต่างๆ ที่สวยงามและมีอยู่หลายแห่งในจังหวัดเลย แต่เพียงเท่านั้น แต่ระยะหลัง เมื่อวิถี Slow Life กลายเป็นกระแสนิยม เลยก็กลายเป็นจุดหมายปลายทางของบรรดา “ฮิปสเตอร์” ที่ต่างมีจุดหมายอยู่ที่เมืองเล็กอย่าง“เชียงคาน” เพื่อจะมาใช้ชีวิตแบบช้าๆ รื่นรมย์ในความเรียบง่ายอย่างแท้จริง

ด้วยการเดินทางที่ไม่ไกลนัก ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 520 กิโลเมตร ทำให้เดินทางได้สะดวกทั้งทางรถยนต์ รถ บขส. รถไฟ หรือแม้กระทั่งเครื่องบิน จังหวัดเลยมีท่าอากาศยานของตัวเอง ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองเพียง 6 กิโลเมตร ออกจากสนามบินก็สามารถเดินทางต่อไปที่ไหนก็ได้อย่างสะดวก

แต่นอกจากที่เที่ยวข้างต้นที่เป็นสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางแล้ว ยังมีที่เที่ยวเจ๋งๆ ในจังหวัดเลยอีกหลายสิบแห่งที่คุณอาจจะยังไม่ทราบ ไม่ว่าจะเป็น แวะดูดอกนางพญาเสือโคร่งสะพรั่งที่ภูลมโล ดื่มด่ำกับวิวสวยสุดยอดแบบเต็มลานสายตาที่ภูป่าเปาะ หรือฟูจิเมืองเลย ชมหินแปลกตา ธรรมชาติน่าแปลกใจ ที่สวนหินผางาม หรือสมญา คุนหมิงเมืองเลย ตื่นตากับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ดูวิถีชุมชนวัฒนธรรมหมู่บ้านไทดำ สายบุญห้ามพลาด! กราบนมัสการ พระธาตุศรีสองรัก – พระพุทธบาทภูควายเงิน – พระธาตุสัจจะ – พระพุทธบาทถ้ำผาบิ้ง – วัดศรีคุณเมือง – วัดเนรมิตวิปัสสนา – พระใหญ่ภูคกงิ้ว เพื่อความเป็นสิริมงคล แวะช็อปปิ้งผ้าไทเลยที่บ้านก้างปลา, และยังไม่นับสถานที่ท่องเที่ยวเอกชนเด็ดๆ ไม่ว่าจะเป็น สวนดอกไม้ สวนส้ม และ ไร่องุ่น ที่ทำทั้งส่วนปลูกและแปรรูปจนกลายเป็น “ไวน์” ที่โด่งดังอย่าง ชาโต้ เดอ เลย อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ คุณจะไม่พลาด! ไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยวเล็กๆ แต่เด็ด! ไม่ว่าจะเป็นที่พักที่ไม่ได้รับการโปรโมต แต่สุดจี๊ด! สำหรับทุกการเดินทางเราขอแนะนำให้คุณใช้บริการของ Traveloka เว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบินและที่พัก ที่สมัครเข้าใช้งานง่ายๆ เพียงไม่กี่นาที เพียงเข้าไปก็จะพบว่า ใช้ง่าย เป็นมิตร ไม่ซับซ้อน จากการจองมีเพียง 3 ขั้นตอน ใช้เวลาไม่นาน รายละเอียดชัดเจน แถมไม่ต้องคอยกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมแอบแฝงอีกด้วย! Traveloka ไม่เพียงแต่จะนำเสนอราคาที่ถูกเท่านั้น แต่ลูกค้า Traveloka จะได้รับ “ราคาจริงใจ” กับทุกรายละเอียดและราคาที่ “เห็นเท่าไร จ่ายเท่านั้น” ไม่มีค่าจอง ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม!

Traveloka ตอบทุกโจทย์ความต้องการของทุกการเดินทางและการเข้าพัก ด้วยฟีเจอร์รายชื่อสายการบินและที่พัก ที่ให้รายละเอียดอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดลำดับราคาเพื่อให้เหมาะสมกับงบประมาณที่เตรียมไว้ สำหรับในส่วนของบริการจองตั๋วเครื่องบิน นอกจากจะรวบรวมสายการบินและวันที่เดินทางแล้ว ยังบอกระยะเวลาการเดินทาง รวมถึงรายละเอียดบริการอื่นๆ อย่างบริการการโหลดสัมภาระและอาหารบนเครื่อง ครอบคลุมทุกความจำเป็นของผู้ใช้บริการการจองตั๋วเครื่องบิน

และในส่วนของการจองที่พักผ่าน Traveloka ให้รายละเอียดไว้อย่างครบถ้วน นอกจากจะมีโรงแรมหลากหลาย ที่ผู้เดินทางสามารถเลือกได้ตามอัธยาศัยและตามงบประมาณที่ต้องการแล้ว Traveloka ยังแจ้งรายละเอียดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพของห้องพัก บริเวณที่พัก ด้วยจำนวนภาพที่มาก ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจเลือกเข้าพัก ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมคำนวณระยะทางจากที่พักอีกด้วย

ละเอียดอะไรขนาดนั้น!

งานนี้อย่าช้า! ร้อนนี้ หยุดยาวๆ แบบนี้ เลือกผู้ช่วยที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางของคุณ ให้การเดินทางรอบนี้ คุณไม่พลาดทุกที่เด็ด! เปิดประสบการณ์ที่ดีในทุกเส้นทางการบินและสร้างความประทับใจจากที่พักที่คัดสรรมาให้คุณเลือก จาก Traveloka! คลิกเลยที่ http://www.traveloka.com

ไม่ผิดหวัง! ArtBox กลับมาทวงบัลลังก์ 10 ร้านสุดคูลที่คุณต้องไปโดน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593285

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 06:05

 

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ทำให้ใครต้องผิดหวังจริงๆ สำหรับ ArtBox Signature ที่จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าแบบ Flea Market หรือตลาดนัดแห่งปีที่ทุกคนรอคอย ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นใกล้ๆ กับ The Em District ในธีม ArtBox the Glass ขอบอกว่าสาวกสินค้าแฮนด์เมดห้ามพลาด เพราะมีของดีของเด็ดมาให้ชมเพียบ

พอรู้ว่า ArtBox เขาเปิดม่านขึ้นอีกครั้ง ไทยรัฐออนไลน์ ก็รีบตรงดิ่งไปสัมผัสสีสันของตลาดนัดแห่งนี้ทันที กลับมาคราวนี้เขาจะจัดกันไปยาวๆ เกือบ 4 เดือนแน่ะ! ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม – 19 มิถุนายน 2559 ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 15.00 – 24.00 น.

ไหนๆ ก็ได้ไปชมตั้งแต่วันแรก เราเลยไม่พลาดเก็บบรรยากาศสีสันสดใส พร้อมกับร้านค้าเด็ดๆ น่าโดนมาให้ชมกัน 10 ร้าน เอาเป็นว่าจะมีร้านไหนถูกใจคุณบ้างรึเปล่า ตามมาดูกัน

บรรยากาศคึกคักที่คุ้นเคย

เริ่มกันที่โซนแฟชั่นและสินค้าแฮนด์เมด…

1. The Vintage Light Bulbs

ร้านนี้ขายหลอดไฟแนววินเทจ ออกแบบไส้หลอดไฟได้เก๋กู้ดมากๆ ฐานทำด้วยไม้ ตั้งวางประดับในห้องพักได้สวยแปลกตาดี สามารถเสียบปลั๊กไฟในห้องได้เลย ที่สำคัญสามารถปรับความสว่างของหลอดไฟได้ด้วย เท่อะ สนนราคาอันใหญ่ๆ ไส้เป็น LED ให้ความสว่างมาก ไม่ร้อน อยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนอันเล็กๆ เป็นหลอดไส้ สว่างแบบเหลืองนวล มีความร้อนเล็กน้อย ราคา 600 บาท

หลอดไฟแนววินเทจ

หลอดใหญ่ 1,000 บาท หลอดเล็ก 600 บาท

2. TA MAE KRAE (ตะ-แมะ-แคระ)

ร้านนี้ขายกล่องไม้อเนกประสงค์ ไว้ใส่ของจุกจิก มีกล่องดินสอไม้สวยๆ แล้วก็มีกล่องใส่นามบัตรเก๋ๆ ด้วย คนชอบงานไม้น่าจะชอบสินค้าแนวนี้ สนนราคากล่องไม้อันเล็ก 100 บาท ส่วนกล่องเหล็กใส่นามบัตร เป็นงานเพ้นท์มือ ราคา 220 บาท

กล่องไม้น่ารัก

มีกล่องใส่นามบัตร และกล่องดินสอด้วย

3. Rise Leather 100%

ร้านนี้เป็นร้านเครื่องหนังแท้ มีสินค้าแฮนด์เมดจากหนังมากมาย ทั้งกระเป๋าเอกสาร กระเป๋าสตางค์ เข็มขัด สร้อยข้อมือ แต่ที่สะดุดตาที่สุด เป็นสินค้าตัวใหม่ของร้าน นั่นคือ พวงกุญแจรูปสัตว์ต่างๆ น่ารัก ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย สนนราคาตัวละ 179 บาท (ยกเว้นตุ๊กตาม้า ทำยากหน่อย ราคา 200 บาท)

พวงกุญแจหนังแท้

ราคา 179 บาทเท่านั้น

4. Madoo Madoo 

ร้านนี้สาวๆ ต้องชอบแน่ เป็นร้านขายเสื้อผ้าแนวโบฮีเมียนสีสันสดใสมากๆ มีทั้งแบบเสื้อสายเดี่ยว เสื้อคลุม กางเกง แม่ค้าก็สวยน่ารัก เป็นกันเองสุดๆ สนนราคาเสื้ออยู่ที่ตัวละ 320 บาทเท่านั้น

เสื้อเก๋ๆ แนวโบฮีเมียน

เสื้อลายสวยๆ น่าลอง

5. Fabbiz

ร้านนี้ขายตุ๊กตาผ้าทำมือ แฮนด์เมดเย็บมือของแท้ แต่ละตัวจะมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนกัน สามารถนำไปตั้งโชว์เป็นของแต่งบ้าน เอาไว้ปักเข็มหมุด หรือจะเอาไว้แขวนเครื่องประดับอย่างสร้อยคอและสร้อยข้อมือก็ได้ ทำออกมาเป็นตุ๊กตาสัตว์น่ารักหลายชนิด เช่น แมว กระต่าย เป็ด นกฮูก เป็นต้น สนนราคาประมาณ 350-390 บาท แม่ค้าบอกว่าตุ๊กตาสามารถซักได้ตามปกติ ไม่มีพังแน่นอน

ตุ๊กตาน่ารักๆ หลายแบบ

ตุ๊กตาแมวเหมียว

หลังจากดูสินค้าเก๋ๆ โซนแฟชั่นและแฮนด์เมดแล้ว ทีนี้แวะมาดูของกินร้านเด็ดที่โซนอาหารและฟู้ดทรักกันบ้าง…

6. FUKU Japanese Sushi Bar

ร้านอาหารญี่ปุ่นน่าทานมากๆ มีทั้งซูชิ ซาซิมิแซลมอนสดๆ และอื่นๆ อีกหลายเมนู เจ้าของร้านก็อัธยาศัยดี เป็นกันเอง ใครที่เป็นสาวกอาหารญี่ปุ่น ต้องไปชิม

แซลมอนน่ากินอะ!

7. DONI NACHO

ส่วนร้านนี้ขายอาหารทานเล่นของเม็กซิกันอย่าง นาโชส์ เป็นแผ่นแป้งข้าวโพดบางกรอบราดด้วยชีสซอส ใครที่เป็นชีสเลิฟเวอร์น่าจะถูกใจกัน มีสองเมนูให้เลือก คือ นาโชส์ชีส ราคา 99 บาท และนาโชส์ชีสเบคอนและผัก ราคาประมาณ 139 บาท หรือจะเพิ่มท็อปปิ้งอื่นๆ ก็คิดเพิ่มอย่างละ 20 บาท

ราดชีสซอส แล้วโรยชีสเพิ่มอีก โอยยย…หิว

เพิ่มชีส เพิ่มเบคอนได้ อย่างละ 20 บาท

8. High Cocktail

ร้านนี้ขายเครื่องดื่มผู้ใหญ่สีสันสดใส โดดเด่นที่ตัวเครื่องดื่มมีบอดี้พลิ้วไหวสวยงาม เสิร์ฟมาในขวดแก้วแบนๆ เจ้าของร้านบอกว่าเป็นเจ้าแรกในเมืองไทยด้วนะ เมนูขายดี ได้แก่ เมล่อนและมิราเคิล ราคาขวดละ 150 บาท แต่ขอบอกก่อนว่ามันเหมาะกับผู้ใหญ่วัยทำงาน ไม่แนะนำสำหรับเด็กและเยาวชนนะจ๊ะ

เครื่องดื่มแปลกตา เจ้าแรกของไทย

9. Fried World

มาลองของทานเล่นอีกสักร้าน ร้านนี้ขายเฟรนช์ฟรายทอด แต่เพิ่มลูกเล่นความอร่อยเข้าไปอีก โดยราดซอสและท็อปปิ้งสูตรต่างๆ มีทั้ง Vodka salmon, Fried ไข่เค็ม, Ham and cheese, Carbonara, Black carbonara, Pork Ragu เป็นต้น สนนราคาถาดละ 80-100 บาท

เฟรนช์ฟรายพร้อมท็อปปิ้งรสชาติต่างๆ

10. Bloody Drink

ร้านนี้ขายเครื่องดื่มพั้นช์รสอร่อย เด็กหรือผู้ใหญ่ก็ดื่มสดชื่น คลายร้อนได้ดี มีพั้นช์แดงและพั้นช์น้ำเงิน รสหวานๆ เปรี้ยวๆ สดชื่น เครื่องดื่มอาจจะธรรมดาทั่วไป แต่มันเก๋ตรงที่เขาเสิร์ฟมาในถุงคล้ายถุงบริจาคเลือด เวลาดื่มก็จะต้องดูดจากสายสลิง แฟนๆ ผีดิบดูดเลือดคงฟินแน่ๆ อะ

หน้าร้าน Bloody Drink

แปลงร่างเป็นผีดูดเลือด เครื่องดื่มพั้นช์เก๋ๆ

การเดินทาง : สะดวกที่สุดให้เดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า แล้วลงที่สถานีพร้อมพงษ์ ออกทางออกที่ 6 จากนั้นก็เดินตรงมาประมาณ 200-300 เมตร ผ่านอุทยานเบญจสิริ เดินตรงมาเรื่อยๆ สังเกตซ้ายมือให้ดีๆ จะเห็นป้ายงาน ArtBox สีเหลืองขนาดใหญ่ประดับไฟ นั่นคือประตูทางเข้างาน มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจกระเป๋าอยู่หน้างานด้วย

หัวใจสัมผัส ‘ท้องฟ้า’ งาม เท้าจุ่ม ‘น้ำคราม’ ทรายขาว กุ้ยหลินเมืองไทย จ.สุราษฎร์ธานี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593201

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มี.ค. 2559 06:05

 

ระยะหลังเห็นภาพ ‘ท้องฟ้า’ เห็น ‘พื้นฟ้า’ สีฟ้างาม เคลื่อนไหวเชื่องช้างดงามตามแรงลม เปล่งประกายวิบวับตาตามแสงอาทิตย์ส่องเจิดจ้า, เห็นผืนน้ำ สีเทอร์ควอยซ์ สีคราม ทอดกายยาว สุดปลายสายตางดงาม 

บอกตรงๆ ใจแข็งปานใด หัวจิต หัวใจไพล่พาน สะเทิ้นหวั่นไหวก่อตัวในหัวใจ

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ของ ตฤณ จันทร์สว่าง ช่างภาพฝีมือดี เอาภาพจาก สถานที่งดงามจนคนขนานนามว่า ‘กุ้ยหลินเมืองไทย’ มีพื้นที่ติดกับ เขื่อนรัชชประภา ในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี มาฝาก ภาพท้องฟ้า และผืนน้ำ ที่ยิ่งดูยิ่งหวั่นไหว ต่อให้เป็นคนที่ใจแข็งก็ละลายและอยากไปเยือน

ไปเพื่อเติมพลังให้กับคนที่ใช้ชีวิตที่ส่วนใหญ่เหยียบบนพื้นซีเมนต์ เดินในป่าคอนกรีตมากกว่าเอาเท้าแตะพื้นดิน ย่ำทรายละเอียด จุ่มน้ำใสให้หัวใจได้ชุ่มฉ่ำผ่อนคลายสักครั้งหนึ่งในชีวิต. 

รู้ไว้ใช่ว่า

อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี ครอบคลุมพื้นที่บริเวณเทือกเขาสูงไปจนถึงอำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา แบ่งเป็น 2 พื้นที่ใหญ่ๆ 1. เขื่อนเชี่ยวหลาน เรียกอีกชื่อว่า เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่บริเวณ กม. 57-58 ตามเส้นทางหลวงสาย 401 ห่างออกไปอีก 51 กม.คือบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งตั้งอยู่ที่ กม. 109 บนถนนเส้นเดียวกันนั่นเอง

“เกาะหลีเป๊ะ” มัลดีฟส์เมืองไทย ไม่รวยก็เที่ยวได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591817

โดย แบกกล้องเที่ยว 19 มี.ค. 2559 16:01

 

ช่วงนี้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แบกกล้องเที่ยว ก็เลยอยากพาท่านผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน ลงทะเลเพื่อคลายร้อนอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราจะพาไปเที่ยว หมู่เกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์บนพื้นน้ำแห่งทะเลอันดามัน เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูลนั่นเองครับ

หลีเป๊ะ เป็นหนึ่งในหมู่เกาะตะรุเตา ทั้งยังติด 1 ใน 3 อันดับเกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทยมายาวนาน ด้วยทะเลสีคราม ที่ตัดกับหาดทรายสีขาว และทะเลแหวกที่ปรากฏให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงดงามบางเวลา ที่สำคัญปะการังยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก ถึงแม้จะเดินทางไม่ง่าย แต่นั่นล่ะคือเสน่ห์ของมัน!

ช่วงเวลาสวยที่สุดของเกาะหลีเป๊ะคือ เดือนธันวาคม – มีนาคม ไม่มีฝนและน้ำใสมาก ส่วนเดือนเมษายน เริ่มมีโอกาสจะเจอฝนตก ฟ้าหลัว ส่วนช่วงเวลาอื่นก็เที่ยวได้ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานที่มีเวลาปิดเกาะ แต่ก็ถือว่าวัดดวงถ้ามาช่วงมรสุม มีข้อดีอย่างเดียวคือที่พักราคาถูกครับ

แบกกล้องเที่ยวแนะนำให้หาตั๋วเครื่องบินไปลงที่หาดใหญ่ มาถึงแล้วเตรียมตัวออกไปยังท่าเรือปากบาราในช่วงเช้าเลยครับ สอบถามคนแถวนั้น หารถตู้เดินทางไป ปากบารา ใช้ระยะเวลาจากหาดใหญ่ถึงท่าเรือราวๆ 2 ชม. เรือ Speed boat ใช้เวลาเดินทาง ถึงเกาะหลีเป๊ะ โดยประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง มีเรือออกทุกวัน ตั้งแต่ 11.30 -13.30 น. ค่าตั๋วเรือไปกลับประมาณ 900 บาท/ท่าน บางท่านอาจจะได้ของแถม เพราะเรือบางเจ้าจะพานักท่องเที่ยวแวะถ่ายรูปและชื่นชมความงามของเกาะไข่ให้ด้วย อันนี้ต้องลองสอบถามดูก่อน

บนเกาะหลีเป๊ะนั้นที่พักจะอยู่ริมชายหาด ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 หาด ได้แก่ 1. หาดพัทยา หาดนี้จะมีที่พักค่อนข้างเยอะ ร้านอาหารเพียบ อยู่ใกล้ถนนคนเดิน ชายหาดน้ำใส เล่นน้ำได้ 2. หาดซันไรส์ (หาดชาวเล) หาดนี้ทะเลสวยสุด น้ำใส ทรายขาว ไปถนนคนเดินสะดวก 3. หาดซันเซท (หาดประมง) หาดนี้รีสอร์ตไม่เยอะ เงียบสงบดี ชายหาดสวยสู้ 2 หาดแรกไม่ได้ และไกลจากถนนคนเดินครับ

ไฮไลต์ของที่นี่คือ การออกเรือหางยาวไปดำน้ำ ซึ่งอัตราค่าบริการแบบเหมาลำ จะอยู่ราวๆ 2,400-3,000 บาท หรืออย่างผมไปคนเดียว ก็จะไปแบบ Join tour เรือหางยาว (โซนใน / โซนนอก)+ข้าวกล่องมื้อเที่ยง 750 บาท แนะนำให้เช็กราคาให้ดีก่อนครับ

ส่วนโลกใต้น้ำของที่นี่นั้นบอกเลยว่าเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำโดยแท้จริง (ถึงแม้จะเป็นการดำน้ำแบบ snorkeling) ด้วยแนวปะการังและปลาหลากหลายสายพันธุ์ ที่ผลัดกันมาให้ชื่นชม รับรองว่าชาตินี้ลืมไม่ลงครับ อีกแห่งที่ไม่ควรพลาดก็คือ “เกาะหินงาม” ที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะคือ บนตัวเกาะจะประกอบไปด้วยหินเล็กหินน้อย และมีความเชื่อกันว่าหากใครมาเรียงหินซ้อนกันที่เกาะแห่งนี้จะสมหวังเรื่องความรัก

เอาเป็นว่าวันหยุดยาวที่กำลังมาถึง ใครที่วางแผนไปหนีร้อน ก็รีบหาที่พักกันและวางแผนเดินทางกันแต่เนิ่นๆ นะครับ จะได้ไม่ผิดหวัง เวลาแบกกล้องไปเที่ยวจะได้มีรูปสวยๆ พร้อมความทรงจำดีๆ กันครับ…

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong