จากขุนยวมถึง ‘ภูชี้เพ้อ’ อันซีนแห่งใหม่ของไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582445

โดย แบกกล้องเที่ยว 27 ก.พ. 2559 16:03

 

สวัสดีท่านผู้อ่านไทยรัฐทุกท่านครับ สัปดาห์นี้ “แบกกล้องเที่ยว” จะพาไปรู้จักกับอำเภอ “ขุนยวม” จังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือ “เมืองสามหมอก” เมืองที่ปกคลุมไปด้วยสายหมอก และมีสภาพภูมิศาสตร์โอบล้อมขุนเขา จึงทำให้แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองท่องเที่ยวทางภาคเหนือ ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต่างหลั่งไหลเดินทางมาเที่ยวสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ และชมความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หลายคนรู้จักเมืองขุนยวม ว่าเป็นเมืองแห่งทางผ่านเพื่อที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวตามอำเภออื่นๆ แต่วันนี้ แบกกล้องเที่ยว จะพาทุกท่านไปชมความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ของอำเภอขุนยวมครับ

ที่แรกคือ “ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ” ราชินีดอกไม้สีเหลืองแห่งขุนเขา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆ ของอำเภอ ขุนยวม ที่ตั้งห่างจากที่ทำการอำเภอขุนยวมประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีลักษณะเป็นทิวเขาเขียวสูงขึ้นสลับด้วยทิวทุ่งดอกบัวตอง เหลืองอร่ามทั่วพื้นเขา มีพื้นที่ประมาณ 500 กว่าไร่ เมื่อเดินขึ้นไปยังดอยแม่อูคอแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวได้ทั่ว มีศาลาชมวิวที่สร้างขึ้นไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายแห่งเลย

ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยว คือ เดือนพฤศจิกายน จนถึงต้นเดือนธันวาคม แต่ละปีจะบานช้าเร็วแตกต่างกันครับ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีการจัดงานเทศกาลดอกบัวตองบานขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงามของทุ่งดอกบัวตองที่บานสะพรั่งเหลืองอร่ามไปทั่วยอดดอย ซึ่งจะมีให้ชมเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น ขอแนะนำว่าให้มาลองชมพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ดูครับ โดยพระอาทิตย์จะลับเหลื่ยมเขา สะท้อนกับดอกบัวตองสีเหลืองเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก ส่วนหลังจากชมพระอาทิตย์ตกดินแล้ว แนะนำให้หาที่พักในตัวเมืองขุนยวม มีโรงแรมที่พักมากมาย ที่สำคัญสะอาดแล้วราคาก็ไม่แพงเลย

หลังจากนั้นจากตัวอำเภอขุนยวม เราตื่นกันตอนตี 4 ครึ่งครับ เพื่อที่จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้ากันที่ “ภูชี้เพ้อ” ที่ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด อ.ขุนยวม อยู่ก่อนถึงทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ 5 กิโลเมตร ในระดับความสูง 1,818 เมตรจากระดับน้ำทะเล ภูชี้เพ้อ ถือเป็นจุดวิวแห่งใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก เป็นจุดชมวิวสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น และสายหมอกคลอเคล้าไปตามทิวเขาสลับซับซ้อนอันงดงาม

การเดินทางต้องใช้รถกระบะเท่านั้น เนื่องจากเส้นทางบางช่วงไม่ค่อยดีนัก เป็นดินลูกรังค่อนข้างชัน ถ้าใครไม่มีรถก็สามารถติดต่อรถผ่านทางที่พักในตัวเมืองขุนยวมได้เลยครับ ค่ารถจะอยู่ที่ 500-800 บาทต่อเที่ยว หลังจากถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด ต้องเดินเท้าขึ้นไปในเส้นทางที่ค่อนช้างชันอีกประมาณ 1 กม. ใช้เวลาเดินประมาณ 30-45 นาที ควรเริ่มเดินเท้าขึ้นไปประมาณตี 5 ครึ่ง เพื่อให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น อย่าลืมเอาไฟฉายติดตัวไปด้วย

พอขึ้นมาถึงจุดชมวิวต้องบอกว่า คุ้มค่าเหนื่อยจริงๆ พอพระอาทิตย์ขึ้นแล้วแสงยิ่งสวยครับ เราจะเห็นวิวของทิวเขา กับสายหมอกบางๆ ถ้าวันไหนโชคดีอาจะได้เห็นทะเลหมอกสุดสายตาเลย เพราะจากภูชี้เพ้อ เราสามารถมองเห็นทุ่งบัวตองได้เลย ข้างหลังไกลๆ นั้นมีทะเลหมอกด้วย แต่ถ้าใครอยากพักที่ข้างบนนี่ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ แนะนำว่าให้พักที่ด้านล่างจะดีกว่าครับ เพราะเหมาะกับการถ่ายรูปมากกว่า

ครั้งต่อไป “แบกกล้องเที่ยว” จะพาทุกท่านไปไหนอีกอย่าลืมติดตามนะได้ทุกวันเสาร์นะครับ…

ตอบทุกคำถาม เรื่องเที่ยว กิน ช็อป คุยกันเพลินๆ เชิญมาที่ แบกกล้องเที่ยวwww.itravelhip.com, www.facebook.com/baagklong

เฮ้ย…ฮิปมากอะ! 7 ร้านเด็ด GIFT in ไทยลั่น เก๋กู้ดมีชิ้นเดียวในโลก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/583210

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.พ. 2559 14:25

 

เพิ่งเปิดม่านสุดชิคกันไปวันแรกเมื่อวานนี้ สำหรับงาน GIFT in ไทยลั่น งานกิฟท์ เทศกาลขนม ของขวัญ และดนตรี ครั้งที่ 34 ประจำปี 2559 ของคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ไม่บอกก็รู้ว่า ต้องมีเด็กฮิปสเตอร์ไปเที่ยวเดินชิลกันเพียบ

งานฮิป ชิค เก๋ ขนาดนี้ ไทยรัฐออนไลน์ เลยไม่พลาดที่จะไปเก็บสีสันงานที่สนุกสนานคึกคักมาฝากกัน พร้อมทั้งปักหมุดร้านเด็ด สินค้าแฮนด์เมดฝีมือของเหล่านักศึกษาสายอาร์ต มาให้ได้ชม ใครจะไปตามพิกัดร้านเหล่านี้ล่ะก็ ตามมาทางนี้เลย

1. เซรามิกเก๋สุดๆ

ร้านแรกที่สะดุดตาเลยก็คือ ร้านเครื่องปั้นดินเผางานเซรามิก รูปร่างรูปทรงเป็นแนวฟรีฟอร์ม เป็นงานแฮนด์เมดสุดชิคเหมาะกับการซื้อไปเป็นของขวัญของฝาก มีทั้งกระถาง แก้ว ช้อน จานชาม เครื่องประดับ ที่สำคัญคือการออกแบบงานแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หาซื้อไม่ได้ตามตลาดทั่วไปแน่นอน สนนราคาแก้วน้ำสวยๆ เริ่มต้นที่ 300 บาท

เซรามิกสวยๆ

หน้าร้านขายเซรามิก

2. แหวนประดิษฐ์ ร้าน Resindrome

ร้านนี้ลูกค้ามุงหน้าร้านแน่นมาก ขอบอก พอเข้าไปชมเท่านั้นแหละถึงกับร้อง ว้าว! เพราะร้านนี้เขาประดิษฐ์แหวนจากเรซิ่น ทำเองทุกขั้นตอน เป็นงานแฮนด์เมดที่แปลก แหวกแนว ไม่ซ้ำใครจริงๆ บางวงมีแค่วงเดียวในโลก เพราะทำเอง คิดออกแบบเองทุกอย่าง สนนราคาวงละ 100 บาทเท่ากันทั้งร้าน

คนรุมเต็มร้าน

แหวนเรซิ่นสุดแนว

3. ผ้าปัก ร้าน Ratta.embroider

ร้านนี้หวานมาก เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบงานฝีมือพวกเย็บปักถักร้อย เขาขายสินค้าผ้าปักเป็นลวดลายต่างๆ แล้วนำมาทำเป็นกรอบรูป และเข็มกลัดเก๋ๆ ทีเด็ดคือ เขารับออเดอร์สินค้าด้วยนะ อยากได้ลายแบบไหนก็บอกแม่ค้าได้เลย สำหรับเข็มกลัดราคาอันละ 40 บาท ส่วนกรอบรูปราคาขึ้นอยู่กับลวดลาย ราคาเริ่มต้นที่ 450 – 600 บาท

ผ้าปักแบบเป็นกรอบรูป

เข็มกลัดออกแบบเอง

4. พวงกุญแจไม้แฮนด์เมด

มาต่อกันที่ งานทำมือน่ารักอีกอย่าง นั่นคือ งานพวงกุญแจไม้ ที่พิมพ์คำเท่ๆ ของบนไม้ให้ด้วย มีให้เลือกหลายข้อความโดนใจ สามารถนำไปห้อยกับพวงกุญแจ ห้อยกระเป๋า หรือแฟลชไดรฟ์ก็ได้ มีทั้งแบบสติ๊ก และแบบขนาดกะทัดรัด สนนราคาอันละ 20 บาท ทั้งร้าน ซื้อ 7 แถม 1

5. ต้นไม้จิ๋ว ร้าน Minature_c

ร้านนี้ขายบอนไซขนาดจิ๋ว คือจิ๋วแต่แจ๋ว เพราะความน่ารักเอาไปสิบคะแนนเต็ม สนนราคาเริ่มต้นที่กระถางละ 300-420 บาท นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ประดับจำพวกแคคตัสราคากระถางละ 100 บาท และมีชุดต้นไม้ในโหลแก้วราคาเริ่มต้นที่ 490-690 บาท เหมาะกับคนรักต้นไม้มากๆ

บอนไซจิ๋ว

ร้านต้นไม้ก็มานะ

6. Port สายชาร์จมือถือ

เป็นสินค้าฮอตฮิตสำหรับสมัยนี้เลยก็ว่าได้ เพราะทุกคนใช้สมาร์ทโฟน และสายชาร์จของพวกเราก็มักจะเจ๊งง่าย โดยเฉพาะบริเวณตรงหัวปลั๊ก งานนี้ก็เลยต้องใช้ Port มาครอบติดไว้เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น อย่างเช่น ร้านนี้ที่เขาทำพอร์ตออกมาเป็นรูปไอศกรีมน่ารักๆ มีให้เลือก 2 แบบ ถ้าสีเดียวล้วนราคา 100 บาทเท่านั้น แต่ถ้าสีทูโทน ราคา 180 บาทจ้า

ทำออกมาเป็นรูปไอติมแท่ง น่ารัก

ที่ใส่สายชาร์จมือถือ

7. แหวนดอกไม้เรซิ่น ร้าน Getnature.House

มาปิดท้ายกันที่ร้านเครื่องประดับเก๋ๆ อีกร้าน นั่นคือ แหวนประดิษฐ์เรซิ่นใส่ดอกไม้และใบไม้ไว้ข้างใน สวยไปอีกแบบ ใครชอบงานสวยประณีต หรูหรา แบบนี้ห้ามพลาดมาชมนะจ๊ะ สนนราคาเริ่มต้นที่ 250-300 บาท

แหวนเรซิ่นสวยๆ

มีให้เลือกหลายแบบ

ภายในงาน GIFT in ไทยลั่น เทศกาลขนม ของขวัญ และดนตรี ครั้งที่ 34 ประจำปี 2559 นอกจากจะมีสินค้าให้เลือกชมเลือกช็อปมากมายแล้ว เขายังมีโซนเวทีคอนเสิร์ตดนตรีสด โซนอาหาร และโซนกิจกรรม workshop จากทุกสาขาวิชาการออกแบบของคณะมัณฑนศิลป์ ที่จะสอนการออกแบบของต่างๆ ให้ด้วยนะ เปิดงานตั้งแต่เวลา 15.00-24.00 น. จ้า

ซุ้มขายน้ำในงานไทยลั่น

ร้านผัดไทย

บาร์บีคิวร้านนี้อร่อย มีหมู ไก่ เนื้อ ไม้ละ 25 บาท

โซนอาหารน่ากิน

สาวๆ มาช็อปกระจาย

โซนเวทีแสดงดนตรีสด

เคสมือถือสุดชิค

โซนอาหาร ร้านผัดไทยเข่งปลาทู

ป้ายหน้างาน เริ่ดสุดๆ

ว้าว! สปอยล์ 7 สุดเจ๋งก่อนไป ‘มหาสมุทร คันทรี่ คลับ’ ใหญ่สุดในเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582215

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.พ. 2559 06:05

 

เบื่อแล้วสิกับสถานที่พักผ่อนบรรยากาศเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็น ทะเล น้ำตก หรือว่าภูเขาดอยตุง จะดีกว่าไหม ถ้าเปลี่ยนเป็นวิลล่า-บ้านพักตากอากาศสุดหรูแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว พร้อมกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมสุดมันส์ให้เลือกเล่นเพียบได้ตลอดวัน อย่าง ‘โครงการ มหาสมุทร คันทรี่ คลับ’ ณ เมืองหัวหิน ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว …

‘มหาสมุทร ลากูน’ ขอต้อนรับทุกท่าน =)

ใหญ่อลังการเว่อร์ !

ล่าสุด ไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสชมโปรเจกต์ทั้งหมดของ ‘มหาสมุทร หัวหิน’ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน ในงาน ‘The Sound of MahaSamutr’ ซึ่งมีทั้งส่วนมหาสมุทร ลากูน และมหาสมุทร วิลล่า ต้องบอกเลยว่า ทุกอย่างตลอดจนบรรยากาศภายในไม่ธรรมดา เอ็กซ์คลูซีฟเหมาะที่จะมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดลองวีคเอนด์สุดๆ บรรยากาศสุดหรูริมหาดถูกเนรมิตตกแต่งอย่างสวยงามราวกับชายหาดต่างประเทศก็ไม่ปาน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยกิจกรรมสันทนาการ และกีฬากลางแจ้งที่หาได้ยากในเมืองไทย

‘ณัฐ สารสาส’ เป็นเทรนเนอร์สอนกีฬา แพดเดิ้ล บอร์ด

ซึ่งแน่นอนเราเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเก็บเรื่องน่ารู้เจ๋งๆ เกี่ยวกับสถานที่พักผ่อนสุดไฮเอนด์ล่าสุด ณ เมืองหัวหินนี้มาฝากกัน … เชื่อเถอะเพียงแค่เห็นภาพ คุณก็อยากจะมีบ้านส่วนตัวระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ไพรเวทเก็บไว้สักหลัง !

บรรยากาศดีสุดๆ

1. ‘มหาสมุทร ลากูน’ ทะเลสาบ และชายหาดส่วนตัวแบบแมน-เมดที่ใหญ่สุดในเอเชีย เป็นส่วนหนึ่งของ ‘โครงการ มหาสมุทร คันทรี่ คลับ’ ตั้งอยู่บนพื่นที่ 75 ไร่ และมีความยาวมากกว่า 800 เมตร ที่นี่จัดเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองหัวหิน เป็นศูนย์กลางทำกิจกรรมทางสังคม และกีฬา รวมถึงสร้างไลฟ์สไตล์ และจุดนัดพบแห่งใหม่ให้ผู้คนมีระดับพบปะสังสรรค์กัน

2. บอสหนุ่มไฟแรง ‘ยิ่ง-สรพจน์ เตชะไกรศรี’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เป็นผู้พัฒนา ‘โครงการ มหาสมุทร คันทรี่ คลับ’ ที่รายล้อมด้วย ‘มหาสมุทร ลากูน’ ทะเลสาบ แมน-เมด ส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และ ‘โครงการ มหาสมุทร วิลล่า’ บ้านพักตากอากาศระดับไฮเอนด์แบบฟรีโฮลต์ บนพื้นที่รวมกว่า 130 ไร่ โดยมีมูลค่ารวมทั้งหมด 2 โครงการประมาณ 7 พันล้านบาท

บอสหนุ่มไฟแรง ‘ยิ่ง-สรพจน์ เตชะไกรศรี’

3. ‘โครงการ มหาสมุทร วิลล่า’ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 55 ไร่ โดยมีบ้านพักตากอากาศระดับไฮเอนด์ สไตล์เจแปนนิสโมเดิร์นสุดโก้ จำนวน 80 หลัง มาพร้อมดีไซน์ 2 รูปแบบ คือ เกเบิล รูฟ วิลล่า และ ไทรแองเกิล รูฟ วิลล่า ซึ่งแต่ละหลังประกอบด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ห้องแม่บ้าน พร้อมที่จอดรถ 3 คัน วิลล่าเรียบหรูนี้ผสมผสานความเรียบง่าย และความเป็นส่วนตัวกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ซึ่งหากใครที่ได้ไปพักผ่อนจะสัมผัสได้กับความไพรเวท ลักชัวรี่อย่างแท้จริง อย่างไรก็ดี ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาทต่อหลัง (อ่านไม่ผิดหรอกนะ ว้าวเลยใช่ไหมล่ะ!)

มหาสมุทร วิลล่า – บ้านพักตากอากาศระดับไฮเอนด์ !

ในบ้านค่อนข้างกว้าง และหรูหรามากทีเดียว …

ห้องนั่งเล่นกว้างขนาดนี้ จะนั่งจะนอนได้สบาย ก็เอาใจไปเลยล่ะกัน! =)

4. ‘มหาสมุทร คันทรี่ คลับ’ เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์เพื่อการพักผ่อน ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของสมาชิกทุกเพศ ทุกวัย และทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะกีฬาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กีฬาทางน้ำ กีฬาในร่ม หรือกีฬากลางแจ้ง อาทิ พายเรือคยัค, จักรยานกระโดดบนน้ำ (Water Skipper), แพดเดิล บอร์ด, วินด์เซิร์ฟ, ดำน้ำ, เทนนิส, วอลเลย์บอลชายหาด, รักบี้, พิลาทิส, โยคะ หรือ สนามสควอช เป็นต้น

มีกิจกรรม (ทางน้ำ) สุดมันส์ให้คุณเล่นเพียบ !

วอลเลย์บอลชายหาด

‘Water Trampoline’ ก็น่าสนุกนะ…ว่าไหมล่ะ ?!

มี Life Guard คอยเซฟความปลอดภัยตลอดเวลา …

5. ‘ทะเลสาบ แมน-เมด’ (สีเทอควอยซ์) เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยของ คริสตัล ลากูนส์ คอร์ปอเรชั่น ที่ให้คุณภาพน้ำสะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยใช้สารเคมีน้อยกว่าระบบสระว่ายน้ำทั่วไป 100 เท่า และใช้น้ำน้อยกว่าสนามกอล์ฟมาตรฐานถึง 30 เท่า ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถปรับใช้ได้กับสภาพน้ำทุกประเภท ทั้งน้ำทะเล น้ำจืด และน้ำกร่อย แต่ถึงกระนั้นน้ำใน (ทะเลสาบ) ลากูนก็จะถูกควบคุมคุณภาพด้วยระบบ Telemetry System เพื่อคงสภาพความสวยใส-สะอาดของทั้งน้ำ และชายหาด!

น้ำใสจนเหมือนทุกอย่างลอยได้เลยอ่ะ ! Photoshop รึเปล่าเนี่ย?!

6. นอกจาก ‘มหาสมุทร’ จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองตากอากาศยอดนิยมอย่างหัวหิน เป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อนระดับลักชัวรี่แล้ว ทว่ายังยกระดับธุรกิจการให้บริการ และอสังหาริมทรัพย์ในเมืองหัวหินให้ติดอันดับต้นๆ ของประเทศด้วย

หรูหราใช่เล่นเลย !

7. สุดท้าย ‘โครงการ มหาสมุทร คันทรี่ คลับ’ เป็นไพรเวทคันทรี่ คลับแห่งแรกในเมืองหัวหิน ตั้งอยู่ที่ซอยหัวหิน 112 อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากกรุงเทพฯ ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง (200 กิโลเมตร) เท่านั้น ซึ่งหากใครสนใจก็เดินทางไปเยี่ยมชมกันได้นะจ๊ะ… !

ถ้าได้มาสักครั้งแล้วจะติดใจ =)

ย้อนอดีตวิถี..คนริมน้ำ “จันทบูร–ควนคราบุรี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582697

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 ก.พ. 2559 05:01

 

ทอดสายตาจุดชมวิว “เนินนางพญา”

ห้วงเวลาหนึ่ง ถ้าปล่อยให้มือและสมองได้หยุดพัก แล้วพากายและใจไปเสพและสัมผัสธรรมชาติ ชีวิตคงจะดีและมีสีสันไม่น้อย

และทริปนี้ จันทบุรี…หรือชื่อเดิมของเมืองว่า “ควนคราบุรี” คือจุดหมายปลายทางที่เราจะไปปักหมุดบันทึกความประทับใจกับการสัมผัสธรรมชาติ ที่มีการ์ตูนนิสต์ชื่อดัง อย่าง “น้าชัย” หรือ ชัย ราชวัตร เป็นหัวหน้าทัวร์กิตติมศักดิ์นำเที่ยว แค่เริ่มคิดก็สนุกซะแล้ว

จุดลั่นชัตเตอร์หน้าโบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล

รูปหล่อพระนางมารีอา ประดับพลอย 2 แสนเม็ด

รถตู้เคลื่อนพาหนีกรุง มุ่งไปทางด่วนมอเตอร์เวย์ เพียง 2 ชั่วโมงเศษ เราก็ได้ไปเช็กอินที่แรกกันที่ “ชุมชนริมน้ำจันทบูร” ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่อยู่ติดกับแม่น้ำจันทบุรี มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ที่กลุ่มชนชาวจีน ญวน และเวียดนาม อพยพมาตั้งถิ่นฐานริมแม่น้ำจันทบุรี ปัจจุบันยังมีวิถีชีวิตของย่านการค้าเก่าให้เห็นในฐานะเป็นศูนย์การค้าที่รุ่งเรืองมากในอดีต

ชาวบ้านดั้งเดิมยังคงอาศัยปักหลักใช้ชีวิตเรียบง่ายริมฝั่งแม่น้ำ เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ที่นี่ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวคลาสสิก ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดหากมีโอกาสได้มาเยือนจันทบุรี ยังไม่ทันเริ่มเดินสำรวจ เสียงน้ำย่อยในท้องก็ร้องออกมาพร้อมๆกัน พวกเราเลยลงความเห็นว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ว่าแล้ว หัวหน้าทัวร์กิตติมศักดิ์ ของเรา ก็เดินนำไปยัง “ร้านเจ๊อี๊ด” ร้านก๋วยเตี๋ยวทะเลเลื่องชื่อของชุมชนริมน้ำจันทบูร ที่เปิดขายมานานหลายสิบปี

แซ่บสะกดใจกับ “ยำไก่หิมพานต์”

ทีเด็ดของร้านนี้ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ก็คือ “เมนูรวมเจ้าสมุทร” ก๋วยเตี๋ยวต้มยำใส่เครื่องทะเลแน่นๆ ทั้งกุ้ง กั้ง ปู ปลาหมึก รวมมาในชามเดียว ราดด้วยน้ำซุปต้มยำรสชาติจี๊ดจ๊าดสะเด็ดยาด ส่วนอีกเมนูที่เด็ดไม่แพ้กัน ได้แก่ “ข้าวหน้าทะเล” เสิร์ฟตามมาติดๆ ข้าวสวยร้อนๆ ใส่เนื้อกุ้ง ปู กั้ง พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด ตักราดบนเนื้อทะเลชุ่มๆ บอกได้คำเดียวว่าฟิน

อิ่มหนำสำราญกันแล้วก็ได้เวลาเดินเล่น เลียบริมน้ำจันทบุรี ไปตามถนนสุขาภิบาล ความยาวราว 1 กิโลเมตร สองข้างทางขนาบด้วยบ้านไม้เก่าและตึกปูน สร้างผสมผสานตามแบบสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมไทย จีน ญวณ ฝรั่งเศส มีเอกลักษณ์พิเศษ สังเกตได้จากช่องลม ระเบียง ซุ้มประตู ที่มีลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ฝีมือการฉลุลายของช่างฝีมือจันทบุรี บางหลังมีการอนุรักษ์ให้สวยงาม บางหลังก็เสื่อมสลายผุพังไปตามสภาพ

เมนู “รวมเจ้าสมุทร” จานเด็ดร้าน “เจ๊อี๊ด”

และก็เหมือนตลาดเก่าริมน้ำทั่วๆไป ที่บ้านบางหลังเปิดหน้าร้านขายอาหารโบราณ ทั้งผัดไทยโบราณ ไอศกรีมจรวด ขนมไทย ร้านขายสมุนไพรจีน หรือแม้แต่ของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ เลือกสรรตามความพอใจ อีกส่วนหนึ่ง คนรุ่นใหม่เข้าไปปรับแต่งบ้านเก่าให้เป็นร้านกาแฟ เค้กโฮมเมด ร้านนมสด ฯลฯ

ที่สะดุดตาเห็นจะเป็นบ้านหลังหนึ่ง มีเลขหน้าบ้านว่าเป็นบ้านเลขที่ 69 เป็นบ้านเก่าของขุนอนุสรสมบัติ ปัจจุบันจัดเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน ริมน้ำจันทบุรี รวบรวมประวัติ ความเป็นมาของย่านเมืองเก่าจันทบุรี ถือเป็นอาคารอนุรักษ์หลังหนึ่งที่สมบูรณ์ที่สุดของชุมชนแห่งนี้ อีกด้านหนึ่งของบ้านเปิดเป็นโรงแรมที่พักให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศเก่าอย่างเต็มอิ่ม

ให้อาหาร “เจ้ากระต่ายน้อย”

นอกจากเดินเล่นเพลินๆแล้ว ชุมชนริมน้ำเก่าแก่แห่งนี้ ยังมีจุดถ่ายรูปให้บรรดาชาวอินดี้ และฮิปสเตอร์ได้ลั่นชัตเตอร์กันเพียบ ทั้งมุมกำแพงอิฐเก่า ประตูไม้เก่า ที่มีความพยายามสร้างสรรค์งานศิลปะบนกำแพงบ้านให้คนต่างถิ่นได้โพสท่าถ่ายรูปเก๋ไก๋แบบไม่มีเบื่อหลังเดินจนสุดทาง เราเดินวกกลับมาทางเดิม ข้ามสะพานไม้เล็กๆ ที่เรียกว่าสะพานนิรมล เป็นสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรี ไปยัง อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล หรือ โบสถ์คาทอลิกจันทบุรี สถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่เก่าแก่ และงดงามที่สุดในประเทศไทย ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า “สเตนกลาส” เป็นภาพนักบุญ อาสนวิหารแห่งนี้ คริสต์ศาสนิกชนได้ร่วมกันสมทบทุนกว่า 10 ล้านบาท จัดสร้างรูปหล่อพระนางมารีอาประดิษฐาน ฝีมือช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ทำด้วยทองคำขาวน้ำหนัก 76 กก. สูง 1.20 เมตร ประดับด้วยพลอยที่นำมาจากทั่วโลก ผสมกับพลอยจันทบุรี โดยช่างต้องทำการฝังทีละเม็ดจนครบ 2 แสนเม็ด รวมทั้งสิ้น 2 หมื่นกะรัต ใช้เวลาสร้างนานถึง 7 เดือน จึงแล้วเสร็จ

ออกจากโบสถ์คริสต์ ไปต่อกันที่ “จุดชมวิวเนินนางพญา” ที่ว่ากันว่า ถ้าไม่มาที่นี่ ก็ไม่ถึงจันทบุรี และเมื่อมาถึงก็จริงอย่างคำคนลือ เพราะกวาดสายตามองไปรอบๆ ต้องยอมสยบให้กับวิวสวยๆ 360 องศา ที่เห็นทั้งถนนเฉลิมบูรพาชลทิตเลียบหาดโค้งตามภูเขา ท้องฟ้าสีคราม น้ำทะเลใสแจ๋ว แถมที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของจันทบุรีด้วย

น้าชัยและพี่จ่อยในวันสบายๆ

หลังรับลมชมวิวกันหนำใจได้เวลาเดินทางต่อไปยัง อ.ท่าใหม่ เพื่อเสพธรรมชาติ ที่ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ที่นอกจากจะได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลแล้ว ระหว่างทางเดินศึกษาธรรมชาติของอ่าวคุ้งกระเบน ซึ่งเป็นป่าชายเลน ยังมีต้นไม้นานาพันธุ์ ที่ทำให้บรรยากาศรื่นรมย์ไม่น้อยเลยทีเดียว

สูดโอโซนศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

เที่ยวแบบเสาะหาสรรสาระหลายก็ได้เวลาเข้าที่พัก คืนนี้น้าชัยนำเสนอ “แรบบิซ ฮิลล์ รีสอร์ท” ซึ่งเป็นรีสอร์ตบนเนินเขาส่วนตัว ตั้งอยู่ที่เขาวงกต อ.แก่งหางแมว ที่นี่มีจุดชมวิวที่เราสามารถมาชมแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ได้แบบอารมณ์ร่มๆในใจ เห็นนามสกุลเจ้าของรีสอร์ตแล้ว ก็รู้เลยว่าไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็นน้องสาวคนสุดท้องของน้าชัย ชื่อ “พี่จ่อย” อรุณี กตัญญุตานันท์ นั่นเองพี่จ่อยบอกว่า ทำรีสอร์ตแห่งนี้ เพราะต้องการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพักผ่อนแบบปล่อยอารมณ์ให้ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ

ห้องพักของเราคืนนี้ ชื่อว่า “สวีทตี้ บันนี่ พูลวิลล่า” เป็นพูลวิลล่าแบบ 2 ห้องนอน ตั้งอยู่บนเนินเขา มีจากุซซี่ส่วนตัวไว้แช่ผ่อนคลาย หรือถ้าใครไม่อยากแช่ตัวให้ผิวแห้ง ก็สามารถที่จะนอนบนฟูกนุ่มๆ ชมวิวแบบ 180 องศา ของอุทยานแห่งชาติเขาชะเมาได้

เดินทอดน่องที่ “ตลาดจันทบูร” เก่าแก่ แต่คลาสสิก

ห้องพักของที่นี่มีหลายแบบ สร้างลดหลั่นไปตามสภาพพื้นที่ที่เป็นเนินสูงต่ำ เน้นการดีไซน์แบบเรียบหรู นอกจากพักผ่อนแล้ว ที่นี่ยังมีห้องสำหรับคู่ฮันนีมูน และกิจกรรมหลากหลายทั้งขี่จักรยานเสือภูเขา ให้อาหารกระต่ายในฟาร์ม หรือจะอบสมุนไพรให้สดชื่นก็แล้วแต่ที่สบายใจกันเลย

แล้วก็ถึงเวลาอาหารค่ำ พี่จ่อยลำเลียงเมนูจานเด็ดออกมาให้ชิมไม่ขาดสาย ทั้ง ยำไก่หิมพานต์ ไก่ต้มกระวาน ผัดปลากะพงทอดยำสมุนไพร หมูชะมวง ยำหมูยอ พิซซ่า โฮมเมด ปิดท้ายด้วยของหวานรสเลิศอย่าง “อัฟโฟกาโต” ที่ใช้กาแฟเอสเพรสโซ่เข้มข้นราดใส่ไอศกรีมวานิลลา แถมแต่งลูกเล่นด้วยช็อกโกแลตแท่ง แบบว่า…มันเริ่ดมากจริงๆ

มุมสวีตเอกเขนกในพูลวิลล่า

ที่พักชิคๆ “แรบบิซ ฮิลล์ รีสอร์ท”

น่าเสียดายที่เวลาดีๆ มักจะอยู่กับเราไม่นาน หลังพักผ่อนสุขกาย อุ่นใจได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็ต้องกลับสู่โหมดปกติของชีวิตมนุษย์เงินเดือน

แต่ไม่ว่าจะยังไง เสน่ห์ของจันทบุรีที่ได้มาเยือนคราวนี้ บอกได้เลยว่า ครั้งหน้าจะมาอีก…อดใจรอไม่นาน…!!!

แจ๋วดีต้องบอกต่อ! 4 เคล็ดลับเลือกกระเป๋าเดินทาง แบบไหนเหมาะกับคุณ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575587

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 14:05

 

เมื่อฤดูกาลของการท่องเที่ยวมาถึง หลายคนคงจะเตรียมเลือกกระเป๋าเดินทางคู่ใจที่จะใช้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ ไปด้วยกัน แต่นอกจากจะคำนึงถึงเรื่องความทนทาน ความจุและการใช้งานที่คุ้มค่าแล้ว…

สิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้การเดินทางดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นนั่นก็คือ ดีไซน์ของกระเป๋าที่สวยงามดูหรูหราเหมาะกับคนรุ่นใหม่ ‘พลอย-มนันยา วันทนียกุล’ นักธุรกิจสาวทายาทบริษัทโลจิสติกส์ชื่อดัง เอาเคล็ดลับมาฝากชาวไทยรัฐออนไลน์

เคล็ดลับเลือกกระเป๋าเดินทาง

ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสไม่พลาดนำเคล็ดลับการเลือกกระเป๋าเดินทางจาก ‘พลอย-มนันยา วันทนียกุล’ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกระเป๋าเดินทาง ‘บริคส์’ (Bric’s) เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย มาฝากกัน

พลอย- มนันยา วันทนียกุล

1. การเลือกกระเป๋าเดินทาง ขั้นแรกต้องคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ของเรา หรือโอกาสและจังหวะที่เราจะไปท่องเที่ยวในครั้งนั้นๆ

2. บางทีเราไปทำธุรกิจ อุปกรณ์ที่เรานำติดตัวไปมันจะต้องมีสมุด แล็ปท็อป ไอแพด เราก็ต้องเลือกกระเป๋าที่มีฝาหน้าเพื่อความสะดวกในการใช้งาน

3. ถ้าเราไปเที่ยวพักผ่อน อยากเอาของไปให้ได้เยอะที่สุด แต่เบาที่สุด เราก็ควรเลือกกระเป๋าที่เป็นผ้าไนลอน มีน้ำหนักเบา จะได้จุสัมภาระได้เยอะ

4. ถ้าจะเดินทางไกล มีสิ่งของที่จะแตกหักง่าย ก็ควรเลือกกระเป๋าที่ทำจากโพลีคาร์บอเนต เพราะจะทำให้ของข้างในไม่ถูกบีบอัด ก็ต้องเลือกตามความเหมาะสมของทริป

ไปญี่ปุ่นช่วงนี้ไม่มีพลาดหิมะแน่! สแกน 5 เมืองสั่นระริก สวยสะท้านต้องไป!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580766

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 06:05

 

ไม่ใช่แค่ช่วงดอกซากุระบานเท่านั้น ที่นักเดินทางนิยมไปเที่ยวแดนปลาดิบ แต่รู้รึเปล่า? ว่าช่วงหน้าหนาวที่หิมะตกโปรยปราย กลับกลายเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่ฮอตฮิตไม่แพ้กัน

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปส่องเมืองหิมะน่าชมในประเทศญี่ปุ่น 5 เมือง ที่เรียกว่าฮิตติดใจนักท่องเที่ยวสุดๆ โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์นี้ ก็เป็นเดือนสุดท้ายของฤดูหนาวแล้ว (อาจหนาวต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนมีนาคม) ใครอยากไปเที่ยวชมหิมะสวยๆ ล่ะก็ จัดไปให้ด่วนๆ

ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ตามมาดูกัน

1. โอซาก้า

สำหรับเมืองโอซาก้า เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวไทยให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะหน้าหนาว จะนิยมไปเที่ยวชมหิมะและงานเทศกาลประดับไฟฤดูหนาว โดยเขาจะประดับไฟไปรอบเมืองและสถานที่สำคัญต่างๆ กว่า 10 แห่ง ทำให้ยามค่ำคืนของที่นี่ คุณจะได้ชมเมืองหิมะท่ามกลางแสงไฟที่สวยงามไปอีกแบบ

วิวเมืองในหิมะยามค่ำคืน

2. ซัปโปโร เกาะฮอกไกโด

เกาะฮอกไกโด ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวหน้าหนาวในประเทศญี่ปุ่น เพราะที่นี่เวลาหิมะตกลงมา จะเห็นวิวเทือกเขาขาวโพลนไปด้วยหิมะฟรุ้งฟริ้ง สวยงามมาก นอกจากนี้เมืองต่างๆ บนเกาะก็จะมีการจัดเทศกาลชมหิมะอยู่หลายแห่ง เช่น เมืองซัปโปโร จะมีเทศกาลหิมะเมืองซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) ประกวดประติมากรรมหิมะนานาชาติ แต่ถ้าไปเจอช่วงที่หิมะตกหนา จะต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปให้พร้อม เพราะฤดูหนาวกลางวันจะสั้นกว่าปกติ และหิมะจะปกคลุมหนามาก ระวังไม่สบายแล้วจะเที่ยวไม่สนุก

เที่ยวชมเทศกาลหิมะซัปโปโร

3. ทาคายามา

อีกหนึ่งเมืองที่ห้ามพลาด คือ ทาคายามา หากคุณนึกถึงสถานที่สวยๆ ของญี่ปุ่นในฤดูหนาว ต้องไปเที่ยวชมหมู่บ้าน ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านที่ได้รับการลงทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ที่นี่หมู่บ้านชาวนาเล็กๆ ที่สร้างสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ โอบล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน ทางตอนกลางของเกาะฮอนชู

ก่อนจะถึงหมู่บ้าน จะต้องข้ามสะพานแขวนทอดยาวข้ามแม่น้ำโชกาวะ พอมาถึงก็จะพบบ้านมุงหลังคาด้วยฟางแบบโบราณซึ่งหาชมได้ยาก สวยงามมากๆ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบ ‘กัสโช’ (Gassho-zukuri) หรือ ทรงพนมมือที่โดดเด่น ซึ่งมีเพียงไม่กี่ที่ในโลก หมู่บ้านนี้อายุมากกว่า 250 ปี มีบ้านสไตล์กัสโชมากถึง 113 หลัง และบ้านสไตล์ญี่ปุ่นอีกกว่า 300 หลัง

หมู่บ้านท่ามกลางหิมะที่ ชิราคาวาโกะ

หิมะฟูๆ หนาๆ สวยงาม

คลิกดูเพิ่มเติมได้ที่ หมู่บ้านน้ำตาลไอซิ่ง! 

4. ยามางาตะ

ส่วนใครที่อยากไปเที่ยวชมหิมะแบบหรูหราสักหน่อย พร้อมมีกิจกรรมให้เล่นอย่าง สกีหิมะ ต้องไปที่นี่ เมืองยามางาตะ เป็นที่โด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยว ซึ่งรู้กันว่าเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นสกี และยังเป็นที่ตั้งของสกีรีสอร์ตชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นอย่าง ยามางาตะ ซาโอะ ออนเซ็น แถมยังเป็นแหล่งบ่อน้ำพุร้อนยอดนิยมอีกด้วย เดินทางก็สะดวกเพราะมีบริการรถไฟด่วนชิงกันเซ็น (นั่งแค่ 2 ชม.เอง) ว้าว! ครบครันสุดๆ

ความงามบนยอดไม้ หลังหิมะตก

5. โตเกียว

มาปิดท้ายกันที่เมืองหลวงของแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง เมืองโตเกียว กันดีกว่า ที่นี่นอกจากเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ดีที่สุดแล้ว ในช่วงหน้าหนาวคุณยังจะได้ท่องราตรีชมเมืองศิวิไลซ์ในบรรยากาศท่ามกลางหิมะตก ได้สัมผัสอากาศหนาวแบบเต็มๆ ชมคนเมืองเดินออกมาทานข้าว พบปะสังสรรค์กันตามร้านรวงต่างๆ ชมสาวญี่ปุ่นคาวาอิกางร่มท่ามกลางเกล็ดหิมะโปรยปราย แค่นี้ก็ฟินไปกับบรรยากาศหิมะตกได้สุดชิล จริงป่ะ?

หิมะกลางกรุงโตเกียว มีเสน่ห์ไปอีกแบบ

เสิร์ฟความสุขส่งท้ายเดือนแห่งรัก! 7 งานเด็ดต้องไปโดน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582434

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 06:05

 

สวัสดีวันหยุดสุดสัปดาห์จ้า มาพบกันอีกเช่นเคยกับโปรโมชั่นลดราคาต่างๆ รวมถึงงานน่าเดินเที่ยว เหมาะสำหรับหนุ่มสาวได้ไปใช้เวลาว่างเดินเล่นชิลๆ ผ่อนคลายให้ตัวเองหลังจากเคร่งเครียดกับงานมาตลอดสัปดาห์

วันนี้ ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ จะชวนไปชมการแสดงศิลปะภาพถ่ายครั้งใหญ่ของไทย จากช่างภาพไทยฝีมือดีผู้ถ่ายทอดความงามของริ้วหางปลากัด นอกจากนี้ยังมีงานสินค้าลดราคาเอาใจขาช็อป โปรโมชั่นห้องอาหารสุดหรู และตลาดแนวไลฟ์สไตล์น่าเดินชม แชะ ชิล อีกหลายงาน

ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาเช็กลิสต์ทางนี้เลย

1. Symphony of Betta นิทรรศการศิลปะภาพถ่ายปลากัด

ดูภาพถ่ายสวยๆ ขั้นเทพ

วันนี้-13 มี.ค. 2559 ชวนคนไทยไปร่วมชื่นชมผลงานช่างภาพฝีมือดีในงาน “Symphony of Betta (ซิมโฟนี่ ออฟ เบตต้า) : บทเพลงแห่งมีน นิทรรศการศิลปะภาพถ่ายปลากัด” ณ บริเวณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

นิทรรศการนี้เป็นผลงานของ วิศรุต อังคทะวานิช ช่างภาพไทยชื่อดังระดับโลก คัดสรรผลงานมาสเตอร์พีซ กว่า 30 ชิ้น สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน ระหว่างงานยังจัดให้มีเวิร์กช็อป ในวันเสาร์ที่ 27 ก.พ. 2559 เวลา 14.30 น.

โดย วิศรุต จะมาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การถ่ายภาพ พร้อมแนะนำเทคนิคการถ่ายภาพแก่ผู้ร่วมเวิร์กช็อป โดยผู้ที่ถ่ายภาพจะได้รับภาพที่ตนเองถ่ายพร้อมลายเซ็นคุณวิศรุต ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพื่อรับสิทธิ์ร่วมเวิร์กช็อปได้ที่ Facebook : Visarute Angkatavanich สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2793 7426, 09 0954 1459

2. เดอะ เซนต์ รีจิส มอบโปรโมชั่นอาหารสุดหรู

ห้องอาหารวูวส์

วันที่ 8 – 12 มี.ค. 2559 ชวนคนชอบชิมมาลองเมนูใหม่ที่ห้องอาหารวูว์ ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ โดยได้เชฟ “ไมเคิล ดีน” เชฟผู้ครองตำแหน่งมิชลินสตาร์เชฟยาวนานที่สุดเป็นเวลา 14 ปีติดต่อกันในไอร์แลนด์ มารังสรรค์เมนูใหม่ให้ที่นี่โดยเฉพาะ

เมนูใหม่ ได้แก่ แซลมอนหมักเหล้าจีน บีทรูทอบผักชีซอสเนย, แก้มหมูบาร์บีคิวสไตล์ไอร์แลนด์ กะหล่ำปลีย่างและไส้กรอกดำ, นกพิราบ ขนมปังกับต้นหอม มะเขือเทศ และแครอตในซอสวิสกี้, ซี่โครงเนื้ออบเบียร์ และหัวหอมเผา, รูบาร์บเคี่ยวน้ำผึ้งและนมเปรี้ยวเย็น เป็นต้น

อาหารหรู ใครอยากลองเชิญทางนี้

อาหารจะเสิร์ฟในรูปแบบ อะ ลาคาร์ท เซตเมนูอาหารมื้อกลางวัน และมื้อค่ำ ได้แก่
– เซตราคาเริ่มต้นที่ 7,500 บาทต่อท่าน สำหรับ 7 คอร์สเมนู เสิร์ฟคู่กับไวน์
– เซตราคาเริ่มต้นที่ 5,100 บาทต่อท่าน สำหรับ 7 คอร์สเมนู
– เซตราคาเริ่มต้นที่ 6,000 บาทต่อท่าน สำหรับ 5 คอร์สเมนู เสิร์ฟคู่กับไวน์
– เซตราคาเริ่มต้นที่ 4,200 บาทต่อท่าน สำหรับ 5 คอร์สเมนู
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร. 0 2207 7777

3. Amarin Brand Sale

ลดราคามาอีกแล้วจ้า

วันนี้ – 5 มี.ค. 2559 ชวนไปช็อปสินค้าแบรนด์ดังราคาสุดคุ้มในงาน “Amarin Brand Sale : Quiksilver Roxy Dc Sale” ณ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า ภายในงานพบกับ สินค้าท้าลมร้อนที่กำลังจะมาถึงมาให้ช็อปกันสนั่นเมือง เสิร์ฟโปรโมชั่นลดราคาสูงสุดถึง 80% มีทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น บีชแวร์ ชุดว่ายน้ำ รองเท้า เครื่องประดับ หมวก กระเป๋า ฯลฯ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2650 4704

4. สตรีทฟู้ดเมืองไทย เก๋ไก๋กว่าเดิม

ใครชอบสตรีทฟู้ด ห้ามพลาด

วันนี้ – 28 ก.พ. 2559 ชวนมาชิมอาหารแนวสตรีทฟู้ดรูปแบบใหม่ในงาน “พลิกโฉมสตรีทฟู้ดเมืองไทยให้เก๋ไก๋กว่าเดิม” ณ ลาน C และ D ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานพบกับ กิจกรรมการประกวดรถเข็น การประกวดอาหารสร้างสรรค์ การจัดงานเทศกาลอาหาร พบ 7 สุดยอดรถเข็นสตรีทฟู้ดที่คุณยังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แปลงโฉมสตรีทฟู้ดไทย ให้หน้าตาแจ่มแจ๋วและรสชาติอร่อยกว่าที่เคย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2250 5500

5. THE ROOFTOP MARKET

เดินชมตลาดบนรูฟท็อป

วันนี้ – 27 ก.พ. 2559 ชวนไปเดินเที่ยวชิลๆ ในงาน “THE ROOFTOP MARKET Ep.1” ณ ตึกฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 10 ภายในงานพบกับ ฟรีคอนเสิร์ตทั้ง 2 วัน เดินช็อปสินค้าแฟชั่น อาหาร เครื่องดื่ม มีโซน workshop และ D.I.Y. พบกับตลาดเก๋ๆ ท่ามกลางบรรยากาศใหม่ๆ บนดาดฟ้าใจกลางกรุง ติดสถานีรถไฟฟ้า MRT พระราม 9 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06 2535 6545, 09 2596 9662

6. หนีร้อน ตะลอนชิม

งานกินมาอีก ไม่มีขาดตอน

วันที่ 29 ก.พ. – 5 มี.ค. 2559 ชวนคนชอบกินไปอิ่มฟินกันที่งาน “เทศกาลความอร่อย ตอน หนีร้อน ตะลอนชิม” ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าโซโห (ติด รพ.หัวเฉียว) ภายในงานพบกับอาหารคาวหวานมากมาย เช่น ก๋วยจั๊บญวน ขนมไทย เบเกอรี่ ของว่าง อาหาร เครื่องดื่ม สารพัดของกินที่จะทำให้ฟินไปกับความอร่อยที่หลากหลาย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02 223 0871

7. GIFT in ไทยลั่น

ไปช็อปงานแฮนด์เมดกัน

วันนี้ – 28 ก.พ. 2559 ชวนคนสายอาร์ตไปเดินเที่ยวงานสุดชิค “GIFT in ไทยลั่น : งานกิฟท์ เทศกาลขนม ของขวัญ และดนตรี ครั้งที่ 34 ประจำปี 2559” ณ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ภายในงานพบกับ วิถีชีวิตของคนไทย ที่เป็นแบบ Thailand only เป็นพฤติกรรมที่มีความ “ลั่น” แฝงอยู่

ไปเที่ยวกันที่ ม.ศิลปากร วังท่าพระ

ช็อปสินค้าฝีมือแฮนด์เมดของนักศึกษา เช่น เครื่องประดับ, สมุดทำมือ, เสื้อผ้า, งานหัตถกรรม, โปสการ์ด, ตุ๊กตา, การวาดภาพสด และของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญก่อนเริ่มงานจะมีกิจกรรม workshop จากทุกสาขาวิชาการออกแบบของคณะมัณฑนศิลป์ ที่จะสอนการออกแบบของต่างๆ เปิดงานตั้งแต่เวลา 15.00- 24.00 น.

ที่มาภาพบางส่วน :streetfoodmakeoverbkkfleamarketSohothailandfanGIFTinThailannAmarinPlaza

มีดีมากกว่าข่าวฉาว 10 ข้อ รู้จัก ‘ภูชี้ดาว’ จุดชมวิวทะเลหมอกแบบพาโนราม่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/544133

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 06:05

 

ดราม่าร้อนๆ ทั่วโลกโซเชียลฯ หลังนักร้อง นักแสดงหนุ่ม ฮัท เดอะสตาร์ จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร ขีดเขียนชื่อตนเองบนหลักเขตแดน และตอบโต้กันอย่างดุเดือด! ในอินสตาแกรมส่วนตัว หลังมีคนมาตักเตือนให้ไปลบข้อความนั้นออกจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต…

ทำให้เจ้าตัวต้องออกมาขอโทษ และอ้างว่าเจตนาทำเพื่อต้องการโปรโมต “ภูชี้ดาว” สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเชียงรายให้ทุกคนได้รู้จัก วันนี้ไทยรัฐออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสถานที่ต้นเหตุของเรื่องราว ‘ภูชี้ดาว’

ธรรมชาติงดงามสุดๆ

1.ภูชี้ดาว เป็นจุดชมวิวทะเลหมอก ตั้งอยู่บนพื้นที่ความดูแลของ ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

2.ภูชี้ดาว อยู่บริเวณบ้านร่มโพธิ์เงิน จากทางขึ้นดอยไปอีก 3 กิโลเมตร อยู่บนยอดเขาที่อยู่ระหว่าง ภูชี้ฟ้า และ ผาตั้ง ใกล้กับ ‘ภูชี้ฟ้า’ ประมาณ 6-7 กิโลเมตร สูงกว่าภูชี้ฟ้า 60 เมตร

ภูชี้ดาว

3.ภูชี้ดาว เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะชมทะเลหมอกได้อย่างเต็มตามากๆ เพราะมุมมองสามารถมองเห็นได้ใกล้กว่าภูชี้ฟ้า สามารถมองเห็นวิวได้แบบพาโนราม่า 360 องศาเลยทีเดียว

4.ภูชี้ดาว สามารถชมทะเลหมอกสวยที่สุดอีกแห่งในประเทศไทย ธรรมชาติที่งดงามของคลื่นทะเลหมอกเคลื่อนตัวผ่านเข้าไปยังพื้นที่ของ สปป.ลาว ด้านซ้าย ในขณะที่ด้านขวาก็สามารถชมความงามธรรมชาติฝั่งไทยได้อย่างเต็มตา และเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทะเลหมอกคลาย ก็จะทำให้เห็นแม่น้ำโขงไหลผ่านเข้าพื้นที่ สปป.ลาว

5.เมื่อก่อน ‘ภูชี้ดาว’ เป็นพื้นที่อันตรายเนื่องจากอยู่บริเวณรอยต่อเขตชายแดนไทยลาว ถ้าจะขึ้นมาที่นี่ต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่ตอนนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตติดอันดับประเทศไปแล้ว

งดงามแบบมุม 360 องศา

6.สามารถขับรถขึ้นไปบนภูชี้ดาวได้ แต่รถต้องเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ และท้องรถต้องสูง ถ้าใครไม่อยากเสี่ยงกับความอันตราย เราแนะนำให้นั่งรถรับจ้างขึ้นไปกับชาวบ้านผู้ชำนาญทางจะดีกว่า โดยทางขึ้นอยู่ที่ บ้านร่มโพธิ์เงิน ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

7.ใช่ว่าหากนั่งรถขึ้นไปแล้วจะเห็นทะเลหมอกเดี๋ยวนั้น เปล่าเลย คุณจะต้องจอดรถไว้ที่ลานจอด และต้องเดินขึ้นเขา ประมาณ 200 – 300 เมตร ถึงจะได้เห็น ทะเลหมอกสวยงาม รับรองคุณหายเหนื่อยอย่างแน่นอน

8.ขอบอกนักท่องเที่ยวที่จะไปเยือนภูชี้ดาวไว้ก่อนว่า ด้านบนไม่มีห้องพัก ถ้าจะเตรียมอาหารและน้ำดื่มขึ้นไปเอง รับประทานเสร็จแล้วต้องเก็บเอามาทิ้งข้างล่างเสมอ

จุดชมวิวทะเลหมอก

รีสอร์ทภูชี้ฟ้ายอดมณี อีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่จะไปภูชี้ดาว

9.หากใครต้องการข้อมูลติดต่อเพิ่มเติมหรือถามหาเส้นทาง ติดต่อไปได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลปอ  อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย โทร. 053-602742 , 053602743

10. สุดท้ายคุณต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมเพื่อเดินขึ้นเขา โดยใช้ความระมัดระวังมากๆ ในการก้าวเดินในแต่ละก้าว เพราะทางเดินแคบ ไม่ดื่มไม่กินของมึนเมา เคารพกฎของสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ไปขีดเขียน ไม่ทิ้งขยะข้างทาง หรือส่งเสียงรบกวนธรรมชาติและนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ

จากจุดนี้ที่ภูชี้ดาว จะเห็นยอดภูชี้ฟ้า

ภูฟ้าดาวรีสอร์ท http://www.facebook.com/ภูฟ้าดาวรีสอร์ทภูชี้ฟ้าเชียงราย โฮมสเตย์บ้านๆ อีกหนึ่งทางเลือกที่ใกล้ๆ ภูชี้ดาว

ดอกไม้งดงามหน้า ภูฟ้าดาวรีสอร์ท

ราตรีมืดมิด ดาวเต็มท้องฟ้าที่บริเวณ ภูฟ้าดาวรีสอร์ท

ชีวิตสุดฟิต!! เปิดโซนใหม่ “เพลย์ซีน” เอาใจคนรักกีฬา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581235

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.พ. 2559 05:00

 

สร้างสีสันแปลกใหม่ให้ย่านรังสิตอย่างแท้จริง กับการเปิดตัวอย่างคึกคักของ Zpell @ Future Park เมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าสุด บอสหญิงคนเก่งแห่งฟิวเจอร์พาร์ค “พิมพ์ผกา หวั่งหลี” เติมเต็มโซนสุดฮิปให้มีความแปลกใหม่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยเนรมิตพื้นที่ชั้น 3 กว่า 20,000 ตารางเมตร ของ Zpell ให้เป็นศูนย์รวมกีฬาที่มีความครบครันทั้งสนามฝึกซ้อม สถานที่ออกกำลังกาย และร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬา ด้วยบรรยากาศการตกแต่งที่โอ่โถงไม่อึดอัด ในสไตล์เอาต์ดอร์สปอร์ตเน้นความเป็นธรรมชาติ ภายใต้ชื่อโซนเก๋ไก๋ “Playzene” (เพลย์ซีน)

“คุณพลอย” บอกเล่าถึงความตั้งใจว่า ด้วยความที่เป็นคนชอบออกกำลังกาย ชอบเล่นกีฬากลางแจ้งที่มีความท้าทายทุกรูปแบบ ทั้งสกี, สเก็ต, ตีกอล์ฟ, ปั่นจักรยาน และปีนเขา จึงอยากส่งเสริมให้ลูกค้ารักการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะด้วยการเล่นกีฬา หรือเข้าฟิตเนส โดยเฉพาะสาวๆที่ต้องการฟิตหุ่นให้ดูดี และมีสุขภาพแข็งแรง ที่โซนเพลย์ซีน เราได้รวบรวมร้านค้าเครื่องกีฬาชั้นนำกว่า 20 แบรนด์ ได้แก่ Under Armour, Onitsuka Tiger, Ari, The North Face, Adidas, Asics, Bratpack, Converse, Dickies, Element72, Life&Sole, Nike, Reebok, Rip Curl, Sport World, Timberland และ Volcom พร้อมสถานที่ออกกำลังกายแนวใหม่อย่าง Ski 365 ที่ฝึกสกีในร่มแสนทันสมัย หรือจะเป็น Funarium อินดอร์เพลย์กราวด์สำหรับเด็ก เราก็มีครบครัน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนทุกเพศทุกวัย ตลอดจนเอาใจคนรักกีฬาและชื่นชอบการออกกำลังกาย.

เมื่อ ‘ชมพูพันธุ์ทิพย์’ ร่ายมนตร์ ‘สะกดสายตา’ น่าประทับใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581175

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.พ. 2559 14:05

 

‘ชมพูพันธุ์ทิพย์ ที่กำแพงแสน บานสะพรั่ง งดงามที่สุด’ ผู้ไปเยือนในช่วงเวลาที่เธอออกจากม่านปรากฏโฉมยิ้ม ‘ฉุยฉาย’ แตกเต็มกิ่งก้าน ‘กรุยกราย’ คล้ายร่ายมนตร์เชื้อเชิญให้ทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองความงามสะพรั่งด้วยกันปีละครั้ง 

ยิ่งคนมี ‘ความรัก’ หรือ ‘คนรัก’ ชัดเตอร์ที่พรมนิ้ว ตามองผ่านวิวไฟเดอร์ ภาพ‘ชมพูพันธุ์ทิพย์’ ยิ่งหวาน

บรรยากาศที่สวย ก็ยิ่งสวย ยิ่งหอมหวาน ช่างภาพไม่ได้บอก แต่เท่าที่สังเกต ภาพออกมาแนว ‘เบาหวาน’ มองแล้วมดพานจะขึ้นไต่อะไรทำนองนั้น

ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้ เป็นภาพของ นุ ตฤณ จันทร์สว่าง อดีตช่างภาพฝีมือดีไทยรัฐออนไลน์ เก็บภาพหวานๆ ของชมพูพันธุ์ทิพย์เกือบ 1 พันต้นที่ปลูกและขยายมาตั้งแต่เมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมาจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนเป็นภาพที่งดงาม ที่ให้เรามีเวลาได้ไม่นาน (ราว 2-3 สัปดาห์)

ให้ดวงตาเก็บภาพความประทับใจ

ชมพูพันธุ์ทิพย์

หนุ่มสาวร่วมเก็บความประทับใจ

ถ่ายภาพงดงาม

แฟนช่างภาพ

**ล้อมกรอบ**

ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ขนาดกลางถึงใหญ่ เรือนยอดรูปไข่หรือทรงกลม แผ่กว้างเป็นชั้นๆ เปลือกต้นเรียบสีเทาหรือสีน้ำตาล เมื่ออายุมากเปลือกแตกเป็นร่อง กิ่งเปราะหักง่าย ใบเป็นใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบย่อย 5 ใบ ก้านใบรวมยาว 5-30 เซนติเมตร ก้านใบย่อยยาว 0.5-2.5 เซนติเมตร ใบรูปขอบขนานหรือรูปไข่แกมรูปรี กว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 7.5-16 เซนติเมตร ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบมนหรือสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาสีเขียวเข้ม ดอกมีสีชมพูอ่อน ชมพูสดถึงสีขาว กลางดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก

โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก คล้ายรูปแตร ยาว 5-7 เซนติเมตร ดอกบานเต็มที่กว้าง 5-8 เซนติเมตร มักบานพร้อมกัน ร่วงง่าย ผลเป็นผลแห้งแตก เป็นฝักกลม ยาว 15-30 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดแบนสีน้ำตาล มีปีก ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง

นอกจากนี้ ด้วยความงดงามทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เลือกให้ อุโมงค์ชมพูพันธุ์ทิพย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็น 1 ใน 22 จุดชมดอกไม้อันงดงามจากโครงการ “Dream Destinations 2 กาลครั้งนั้น…ความฝันผลิบาน” อีกด้วย

ชมคลิป