กรุงเทพฯ ร้อนอย่าได้แคร์! วิ่งตามความหนาวไปซิ่ง 7 สิ่ง ‘เขาใหญ่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/561709

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ม.ค. 2559 06:05

 

ผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่มาสักพักแล้ว แต่บรรยากาศแห่งความสุขยังคงอบอวลอยู่ทุกหนแห่ง แถมสภาพอากาศช่วงนี้ ก็มีลมหนาวพัดมาทักทายซะด้วย แหม…อากาศดีๆ แบบนี้ มันช่างน่าออกไปเที่ยวสูดอากาศบริสุทธิ์เสียนี่กระไร อย่ารอช้า วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ไปเที่ยว เขาใหญ่ ต้อนรับปี 2559 กันดีกว่า

ว่าแต่…จะไปที่ไหนดีล่ะ? เอาแบบที่ขับรถเที่ยวไปกลับวันเดียวชิลๆ ได้สบาย แถมได้ผ่อนคลายไปกับสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ถ้ายังนึกไม่ออก ไม่เป็นไร วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ มีที่เที่ยวเด็ดๆ 7 แห่ง ของเขาใหญ่มาฝากกัน

พร้อมแล้ว ตามมาเช็กลิสต์กันเลย

1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ถ้าอยากสัมผัสกับธรรมชาติแบบเต็มๆ ก็ต้องแวะไปที่นี่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาลถึง 2,168 ตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว ผืนป่ามีอาณาเขตติดต่อกันถึง 4 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี นครราชสีมา ปราจีนบุรี และนครนายก แนะนำให้ขับรถไปทางสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพ ผ่านมวกเหล็ก ก่อนถึงอำเภอปากช่องตรงกิโลเมตรที่ 58 ให้ขับเข้าสู่ถนนธนะรัชต์ (ทางหลวงหมายเลข 2090) อีกประมาณ 25 กิโลเมตร ก็ถึงด่านตรวจขึ้นเขาใหญ่

จากนั้นขับขึ้นเขาอีกไม่ไกล ก็ถึงที่ทำการด้านบน สามารถเดินป่าชมธรรมชาติในระยะทางสั้นๆ ได้ชิลแบบไม่เหนื่อย มีน้ำตกผากล้วยไม้ มีจุดชมวิวเทือกเขาสวยงาม เขียวขจี อากาศสดชื่นสุดๆ ยิ่งถ้ามีเวลาเพิ่มอีกวัน แล้วได้กางเต็นท์นอนชมดาวยามค่ำคืนด้วยจะฟินมากๆ ขอบอก… สำหรับการขับรถขึ้นเขา ควรระมัดระวังสัตว์ป่าอย่างช้าง กวาง หรือลิง ที่อาจเดินข้ามถนนไปมา และอย่าส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า

เดินป่าชิลๆ รับอากาศบริสุทธิ์

2. ตลาดน้ำเขาใหญ่

ตั้งอยู่ที่บ้านหนองนกกระเต็น อ.ปากช่อง อยู่ระหว่างทางที่จะไปวังน้ำเขียว ที่นี่เป็นตลาดสไตล์วินเทจ ที่ออกแบบมาให้เหมือนสตูดิโอกลางแจ้ง ตั้งอยู่บนเนินเขาสวยงาม มีการจัดมุมถ่ายภาพน่ารักๆ ไว้มากมายให้เลือกแชะชิลๆ ได้เต็มที่ นอกจากนี้พื้นที่ก็กว้างใหญ่เดินเพลินได้ทั้งวัน มีทั้งโซนมุมถ่ายภาพ โซนตลาดน้ำ โซนสวนดอกไม้ และยังมีกลุ่มอาคาร ร้านอาหาร และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดย่อม สามารถแวะให้อาหารได้

3. ไร่องุ่น น่าชิมน่าชิล

ที่เขาใหญ่มีไร่องุ่นมากมายหลายแห่งให้ได้ชม แต่ถ้าฮอตฮิตติดตาติดใจนักท่องเที่ยว เห็นจะเป็นไร่องุ่นพีบีวัลเล่ย์ มีพื้นที่ 2,000 ไร่ ที่นี่มีบริการพาชมไร่องุ่น ชิมองุ่นสดจากต้น บริการพาชมโรงงานบ่ม เที่ยวชมวิว และมีร้านอาหารรองรับ แถมด้วยร้านของฝากและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่นมากมายให้ได้เลือกชิมเลือกช็อป

ชมไร่องุ่น

4. โชว์วงสวิง สนามกอล์ฟ

สำหรับหนุ่มๆ นักกีฬากอล์ฟ น่าจะชื่นชอบเป็นพิเศษ นอกจากได้มาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจแล้ว ที่เขาใหญ่ก็มีสนามกอล์ฟให้ได้ออกรอบโชว์วงสวิงอยู่หลายแห่ง เลือกได้ตามใจชอบ บางแห่งเป็นสนามขนาดใหญ่ 18 หลุม ระหว่างเล่นกอล์ฟ ก็จะได้ชมวิวแบบพาโนราม่าไปด้วย

ไปออกรอบกันก็ดี สนุกสุดชิล

5. ฟาร์มเห็ดเขาใหญ่

ฟาร์มเห็ดเขาใหญ่ หรือ พาโนรามาฟาร์ม ตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ อ.ปากช่อง เป็นฟาร์มที่มีบริการพาชมและทดลองปลูกเห็ดชนิดต่างๆ ได้เรียนรู้คู่ความสนุก มีสารพัดเมนูที่ปรุงจากเห็ดมาให้ได้ลองชิม พร้อมช็อปปิ้งผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ดมากมาย เช่น เห็ดสวรรค์ เห็ดฝอย เครื่องดื่มน้ำเห็ด 7 อย่าง เห็ดสดชนิดต่างๆ รวมถึงผักสดชนิดต่างๆ ด้วย ที่สำคัญที่นี่ยังมีที่พักบริการด้วยนะ โดดเด่นด้วยการออกแบบบ้านพักให้เป็นบ้านเห็ดหลังใหญ่ สีสันสดใส น่าอยู่มากๆ ชื่อว่า Khaoyai Panorama Resort

เที่ยวฟาร์มเห็ด มีที่พักน่ารักๆ ด้วยนะ

6. ฟาร์มแกะชีพแลนด์

Sheep Land เป็นแหล่งท่องเที่ยวเขาใหญ่อีกแห่งที่น่าสนใจ ตั้งอยู่ริมถนนถนนรัชต์ กม.4 ทางขึ้นเขาใหญ่ ใกล้แค่นี้เอง ภายในมีทั้งฟาร์มแกะ ร้านขายของที่ระลึก และร้านกาแฟน่านั่งชิลๆ เสพบรรยากาศดีๆ ได้ทั้งวัน พอแดดร่มลมตกก็สามารถไปเที่ยวชมฟาร์มแกะ สัมผัสกับความน่ารักของบรรดาแกะน้อยหลายสายพันธุ์ สนุกกับกิจกรรมป้อนนมแกะอย่างสนุกสนาน

ไปให้อาหารแกะ และตัวอัลปาก้า

7. ปาลิโอ

ปิดท้ายกันที่ แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง ปาลิโอ ที่เที่ยวสุดชิค ที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของการมาเที่ยวเขาใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนนธนะรัชต์ อ.ปากช่อง เช่นกัน มองเห็นได้แต่ไกล

ภายในมีร้านค้าเล็กๆ สไตล์อิตาเลียน เรียงรายอยู่ตามซอกซอยต่างๆ รวมกว่าร้อยร้านค้า มีธนาคาร ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านสินค้าตกแต่งบ้าน ร้านไวน์ ตลาดฟาร์มเมอร์มาร์เก็ตขายผักปลอดสารพิษ ร้านเครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงโรงแรมขนาดย่อมสไตล์บูติคโฮเทล มีที่จอดรถกว้างขวาง ไม่ว่าจะไปเขาใหญ่กี่ครั้ง ที่นี่ก็ยังคงมีเสน่ห์ น่าแวะไปเดินเที่ยวชมอยู่ทุกครั้งไป

ก้าวระฟ้าที่อุทยานแห่งชาติ ‘ภูกระดึง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567032

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2559 06:05

 

‘จุดหมายไม่สำคัญเท่ากับระหว่างทาง…’ ใครบางคนหล่นคำพูดนี้ไว้

แต่ทว่าการเดินทาง เดินเท้า สองมือช่วยไขว้ขว้า ‘อุปสรรค’ สิ่งที่ระเกระกะอยู่ข้างทางในพื้นที่สูงชัน เพื่อไต่คืบคลานขึ้นไปให้ใกล้กับขอบฟ้ามากที่สุด

มันพิสูจน์ว่า ไม่ว่าจะเป็นจุดหมาย หรือ ระหว่างทาง ถ้าเราละเมียดกับการก้าวย่าง 2 สิ่งดังกล่าวก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสักเท่าไหร่

ระหว่างทางหากสังเกตแบบละเมียดละไมมันจะทำให้เราชุ่มชื่นใจ ส่วน ‘ยอดจุดหมาย’ ก็คือสิ่งที่เราตั้งใจดั้นด้นไต่ไปให้ถึง

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ เอกลักษณ์ ไม่น้อย ช่างภาพฝีมือดีมากความสามารถของไทยรัฐออนไลน์ เก็บมาจากการเดินทางไปภูกระดึง เป็นเสน่ห์สวยงามทั้งระหว่างเส้นทาง เป็นภาพความงดงาม ปลอดโปร่งโล่งสบาย เหมือนเดินไต่ไปแตะจุดหมาย

แต่ทั้งหมดทั้งมวลจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าคุณไม่ใส่ใจ และละเมียดละไมในทุกๆ การก้าวเดิน นั่นหมายรวมถึงการใช้ชีวิตก็เช่นกัน.

งดงาม

**รู้ไว้ใช่ว่า**

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตั้งอยู่ที่อำเภอภูกระดึงในจังหวัดเลย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย เนื่องจากมีธรรมชาติที่สวยงาม ในแต่ละปีจึงมีคนมาเที่ยวเฉลี่ยหลายหมื่นคน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวมักมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปพักผ่อนบนภูกระดึงจำนวนมาก ภูกระดึงได้รับการจัดตั้งเป็นป่าสงวนแห่งชาติในปี พ.ศ. 2486 และเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 โดยเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่สองถัดจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.12 ตารางกิโลเมตร (217,575 ไร่) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึง ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร (37,500 ไร่) มีความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร – วิกิพีเดีย

สวยฟินจนลืมหนาว! ไฟระยิบระยับนับล้านดวง ‘สวนนาบะ’ แห่งแดนซามูไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563672

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2559 06:05

 

ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในช่วงนี้ ต้องบอกว่าสภาพอากาศหนาวมากกก…แต่ความหนาวไม่ได้ทำให้ประเทศหมู่เกาะสุดคาวาอิแห่งนี้ลดความสวยงามลงเลย

หากคิดว่าตอนกลางวันของญี่ปุ่นสวยน่าเที่ยวแล้ว แต่ขอบอกว่า พอได้มาสัมผัสบรรยากาศของ สวนดอกไม้นาบะ นาโนะซาโตะ ในจังหวัดมิเอะ ในตอนกลางคืนกลับสวยยิ่งกว่า…รับรองว่าลืมไม่ลง อย่ารอช้า วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปชมการแสดงไฟประดับ แสง สี สวยงามอลังการของสวนแห่งนี้กัน

มุมนี้ สวยอลังอีกแล้ว

1-

สำหรับ สวนดอกไม้นาบะ นาโนะซาโตะ ของจังหวัดมิเอะ ตั้งอยู่ห่างจากนาโกย่าประมาณ 45 นาที สวนแห่งนี้เขามีการจัดแสดง “ไลท์อัพ” และ “อิลูมิเนชั่น” ที่ใช้ความงามของดวงไฟหลากสีนับแสนนับล้านดวง มาตกแต่งพื้นที่สวนดอกไม้นาบะ นาโนะซาโตะ ตามมุมต่างๆ ทั่วทุกบริเวณของสวน สวยจนต้องบอกว่าคุ้มค่าที่ยอมฝ่าความหนาวเย็นมาที่นี่

ยามค่ำคืน ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นอุณหภูมิราว 4-5 องศาเซลเซียส ลมหนาวเย็นฉ่ำพัดมาปะทะหน้าเป็นระยะๆ เราเดินชมสวนดอกไม้หลากสีสัน และซึมซับความงดงามของอุโมงค์ไฟตระการตา ขอบอกว่า…ฟินมาก ฟินจนลืมความหนาวเย็นไปชั่วขณะเลยทีเดียว

วิวสวยตามทิวต้นไม้

ต้นเมเปิ้ลที่หลงเหลือให้ได้ชม

-2-

ก้าวแรกที่ได้สัมผัสพื้นที่กว้างใหญ่ของสวนแห่งนี้ ตระการตาไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ความงามของต้นไม้ และดอกไม้ ที่ยังหลงเหลือร่องรอยของใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีให้ชม

แสงไฟที่สาดส่องจากใต้ต้นไม้ เงาของต้นเมเปิ้ลสีแดงเข้ม สะท้อนบนผิวน้ำ สวยงามจับตา จนต้องหยุดยืนชมนานๆ และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตามมุมสวยต่างๆ เดินถ่ายรูปเพลินจนหยุดไม่ได้เพราะสวยทุกมุมจริงๆ

หลังจากเดินไปตามเส้นทางเรื่อยๆ ไม่ไกลนักก็ปรากฏภาพของอุโมงค์ไฟสีทองทอดยาว แสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้านดวงอยู่รอบๆ ตัวเรา

สวนประดับไฟสวยงาม อลังการ

ประดับหลอดไฟเล็กๆ เต็มไปหมด

อีกมุมที่เห็นทิวไม้สองฟากฝั่ง

-3-

สุดปลายทางอุโมงค์ มีการแสดงแสง สี เสียง ที่งดงาม น่าประทับใจ ทิวเขาที่ทอดยาวเบื้องหน้า ทำหน้าที่เป็นฉากผืนใหญ่ แสงไฟเล่าเรื่องราวของฤดูกาลต่างๆ ที่ผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา พอจบการแสดง ก็เรียกเสียงปรบมือดังๆ จากผู้ชมได้อย่างล้นหลาม

ขากลับ เราเลือกเดินผ่านอุโมงค์เล็ก ที่ใช้ไฟสีขาวตกแต่ง เป็นตัวแทนของหิมะที่ขาวโพลนในฤดูหนาว การได้มาเที่ยวชมไฟสวยๆ คืนนี้ในจังหวัดมิเอะ มันช่างสวยงามติดตาตรึงใจจริง ใครสนใจลองแวะเวียนไปชมได้ตลอดฤดูหนาวของเดือนนี้ ไปจนถึงเดือนมีนาคมนี้ โดยมีค่าเข้าชมประมาณ 2,000 เยนต่อคน

จัดไฟโทนอบอุ่นตามต้นไม้

อุโมงค์ประดับไฟ

แสง เงา สะท้อนแสงไฟ

ต้นไม้ทอดผ่านริมน้ำ

ใบไม้สะท้อนไฟสวยงาม

“คันจัง-เคจัง” สุดยอดส์ปูดองเกาหลี แวะดู “เรือเต่า” ที่บ้านเกิด…ยี ซุน ชิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566378

 

เกาะแก่งต่างๆของทะเลทางใต้ในเกาหลี.

จากปูซานทริปพาสื่อมวลชนเยือนแดนกิมจิของ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ วันนี้ เราออกเดินทางสู่เมือง จางซึงโป โปรแกรมของเราคือการไปเที่ยวที่ แฮคึมกัง (Haegeumgang) ที่ถือว่าเป็นเกาะธรรมชาติที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของท้องทะเลทางใต้ในเกาหลี ในบรรดาเกาะต่างๆ ที่มีมากกว่า 400 เกาะในทะเลฮัลลยอ เช่น เกาะคอเจ ทงยอง นัมเฮ ยอซู ฯลฯ

ทะเลฮัลลยอ.

ว่ากันว่า คึมกัง คือชื่อภูเขา คึมกังซาน (Geumgangsan) ซึ่งเป็นภูเขาที่สวยที่สุดในคาบสมุทรเกาหลีอยู่ในเกาหลีเหนือ ส่วนแฮ (hae) แปลว่าทะเลหรือมหาสมุทร แฮคึมกัง จึงน่าจะหมายถึง ภูเขาคึมกัง แห่งท้องทะเล

เรือแล่นมาประมาณเกือบชั่วโมง ก็แวะจอดที่ แฮคึมกัง เพื่อให้ผู้โดยสารออกไปถ่ายรูปด้านนอกเรือได้ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็แทบไม่ได้ภาพสวยๆ เพราะนักท่องเที่ยวเกาหลีต่างพากันเฮละโลออกไปถ่ายรูป ทำให้ไม่มีมุมไหนที่จะได้ภาพสุดประทับใจที่ แฮคึมกัง เลย แถมคู่รักบางคู่ยังบรรจงถ่ายเซลฟี่รูปหวาน นานเสียจนเรือออกแล้วนั่นละ

จากแฮคึมกังไปอีกไม่กี่นาที ก็ถึงจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวทางเรือในวันนี้ นั่นก็คือ เกาะแวโด ซึ่งมีการจัดสวนพฤกษศาสตร์ไว้อย่างสวยงามแบบตะวันตก

ประภาคารที่เกาะแวโด.

เกาะนี้เป็นเกาะของเอกชน เจ้าของคือลี ชาง โฮ ซึ่งเป็นญาติของเจ้าของเกาะนามิ ค่าเรือและค่าเที่ยวชมเกาะคิดเหมาต่อคน 28,000 วอน หรือประมาณเกือบ 900 บาท เป็นเกาะที่มีเรือเข้าออกตามตารางเวลา แต่ในวันที่คลื่นลมรุนแรงเรือจะไม่ออกไปเกาะเด็ดขาด การไปเที่ยวจึงต้องโทร.สอบถามสภาพอากาศก่อนเดินทางการเดินเที่ยวบนเกาะใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง ก่อนลงจากเรือกัปตันจะนัดเวลาให้มาพร้อมกันที่เรือ ถ้าใครมาไม่ทันก็ต้องเสียค่าเรือเพิ่มอีกกว่า 10,000 วอน เพื่อนั่งเรือลำอื่นกลับเข้าฝั่ง

ภาพมุมสูงของเกาะแวโด.

นอกจากสวนพฤกษศาสตร์แล้ว สิ่งที่เจ้าของเกาะแวโดพยายามปั้นแต่งให้มีความสวยงาม เห็นจะเป็นมุมถ่ายรูปสวยๆ และรูปปั้นประติมากรรมตามแบบตะวันตก ซึ่งคนเกาหลีนิยม เหมือนสมัยที่คนไทยเห่อสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งใหม่ๆนั่นละ เก้าอี้ต้องหลุยส์ เสาต้องโรมัน อะไรประมาณนี้ แต่โดยส่วนตัวแล้ว เราชอบเกาะของเมืองไทยที่เป็นธรรมชาติมากกว่า แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ของการเที่ยวเกาหลีในอีกรูปแบบหนึ่ง

ต้นไม้สวยงามบนเกาะ.

จากเกาะแวโดนั่งเรือกลับเข้าฝั่งประมาณเกือบอีกหนึ่งชั่วโมง มื้อกลางวันวันนี้ เราจะได้กินอาหารขึ้นชื่อของเมืองคอเจโด ที่ชื่อว่า “คันจัง–เคจัง”

คันจัง-เคจัง..ปูดองเกาหลี.

คันจัง-เคจัง คือ ปูดองซีอิ๊ว ที่ว่ากันว่า ถ้าอยากกินปูดองเกาหลีที่อร่อยที่สุดต้องมาที่เมืองนี้ กินร้านไหนก็อร่อย แต่ละร้านมักมีรูปดาราเกาหลีติดโชว์ไว้ว่า ร้านนี้ดาราคนไหนบ้างที่เคยแวะเวียนมากิน เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ต่างกับเมืองไทยเท่าไหร่

ครั้งแรกที่คนเสิร์ฟยกชามปูดองมาวางบนโต๊ะ บางคนในกลุ่มของเราทำท่าทางเหมือนไม่กล้ากิน แต่พอคนหนึ่งคีบปูดองเข้าปาก แล้วบอกว่ามันยอดส์มาก…ต้องลอง เท่านั้นละ คนที่สองที่สามก็เริ่มทำตามและไม่ช้าปูในชามก็อันตรธานไปจนหมดสิ้น

หลังอิ่มท้องกับปูดองและปลาทอดสุดอร่อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติฮันยอซูโด (Hallyeosudo National Park) ซึ่งมีรถเคเบิลคาร์พาขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาด้วย ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เกาหลีพยายามหาจุดขายการท่องเที่ยวต่างจังหวัดสำหรับนักท่องเที่ยว ที่คุ้นเคยกับกรุงโซลจนทะลุปรุโปร่งแล้ว

ออกจากอุทยานแห่งชาติ Hallyeosudo เดินทางต่อไปยังเมืองทงยอง เมืองนี้นอกจากจะเป็นเมืองท่าที่สวยงามแล้ว ยังเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญเมืองหนึ่ง ในฐานะบ้านเกิดของ นายพล ยี ซุน ชิน แม่ทัพเรือฝ่ายซ้ายแห่งมณฑลจอนลา ขุนพลที่นำทัพรบกับญี่ปุ่นจนได้รับชัยชนะ ในสงครามอิมจิน

เรื่องราวของนายพลยี ซุน ชิน มีการสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ที่ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า The Admiral Roaring Currents เป็นมหากาพย์ภาพยนตร์ที่เกาหลีใต้ทุ่มทุนสร้างกว่า 300 ล้านบาท

เรือโคบุกซอน…หรือ เรือเต่า ที่เมืองทงยอง.

ที่ท่าเรือของเมืองทงยอง มีการจำลอง “เรือเต่า” หรือที่เรียกว่า “เรือโคบุกซอน” เรือรบหุ้มเกราะลำแรกของโลกที่นายพลยี ซุน ชิน สั่งให้สร้างขึ้น 12 ลำ แต่สามารถรบชนะกองทัพเรือญี่ปุ่นกว่า 300 ลำได้ ไว้ที่ท่าเรือด้วย

เรือโคบุกซอน หรือเรือเต่านี้ มีลักษณะแปลกกว่าเรืออื่นๆ ตรงที่ดาดฟ้าของเรือหุ้มด้วยหลังคาเหล็ก มีเดือยแหลมยื่นออกมา ไว้สำหรับแทงผู้ไม่หวังดีที่จะกระโดดข้ามมา ดังนั้นในการรบกับญี่ปุ่นเมื่อพวกซามูไรจะกระโดดบุกเข้าเรือ ก็ถูกเดือยแหลมตำขา ทำให้ทำอะไรไม่ได้ ส่วนด้านหน้าเรือเป็นหัวมังกร มีไว้เพื่อข่มขวัญเหล่าศัตรู

ยี ซุน ชิน ถือเป็นขุนพลและเป็นวีรบุรุษของชาวเกาหลี มีการสร้างอนุสาวรีย์ของเขาไว้ที่กรุงโซล ตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีดอกไม้หลากสี ทุกวันจะมีช่วงเวลาในการเปิดน้ำพุสูงกว่า 20 เมตรเป็นแนวยาวรอบอนุสาวรีย์ด้วย

จุดชมวิวบนหมู่บ้านทงพีรัง.

ไม่ไกลจากท่าเรือเมืองทงยอง เดินขึ้นไปบนเนินเขาใกล้ๆ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่การท่องเที่ยวเกาหลีต้องการโปรโมต นั่นก็คือ หมู่บ้านทงพีรัง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้าน Wall Printing Village ที่มีศิลปินพากันมาวาดรูปตามกำแพง ด้านบนเป็นจุดชมวิวที่มองลงจะเห็นท่าเรือเมืองทงยอง และที่จุดชมวิวนี้เองที่เราได้เห็นพระจันทร์ขึ้นทั้งๆที่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตกดิน เป็นการปิดทริปท่องเที่ยวต่างจังหวัดเกาหลีที่น่าประทับใจ ก่อนที่เราจะต้องรีบกลับไปเก็บข้าวของเพื่อเข้าสู่กรุงโซล เพื่อสัมผัสบรรยากาศในอีกรูปแบบหนึ่งของเกาหลี…ในวันต่อไป..!!!

ภาพเขียนบนกำแพงที่หมู่บ้านทงพีรัง.

พระจันทร์ขึ้นก่อนพระอาทิตย์.

เที่ยวญี่ปุ่นช่วงนี้ ค่าเงินแพงป่ะ? เปิดคู่มือ 7 ข้อ เช็กก่อนลุยแดนปลาดิบ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565566

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 06:05

 

เห็นหลายคนจองตั๋วบินไปเที่ยวญี่ปุ่นกันข้ามปี ด้วยว่ามีโปรตั๋วถูกๆ ให้เลือกมากมายหลายสายการบิน เอาล่ะสิ…พอถึงวันจริง จะต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ค่าเงินแพงมั้ย อากาศหนาวรึป่าว เอาเป็นว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ มีข้อมูลดีๆ มาช่วยให้คุณเตรียมตัวได้สะดวกสบายขึ้น

คู่มือเที่ยว สัปดาห์นี้จะเปิดตำราพาไปเจาะลึกอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินสกุลเยน สำหรับใครที่กำลังเก็บกระเป๋าจะไปเที่ยวญี่ปุ่น รวมถึงการเตรียมตัวเรื่องสภาพอากาศ เสื้อผ้า สิ่งของจำเป็น และข้อควรระวังต่างๆ อย่ารอช้า ตามมาอ่าน 7 ข้อต้องรู้ก่อนไปญี่ปุ่นช่วงต้นปี 2559 กันเล้ยยย!

1. ค่าเงินไม่แพงมาก ก็ไหวอยู่

มาเริ่มกันที่อัตราค่าแลกเงินกันก่อน ในช่วงต้นปีแบบนี้ค่าเงินเยนไม่แพงเท่าไร มีอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยน คือ ราคาซื้ออยู่ที่ 0.3090 บาท และราคาขายอยู่ที่ 0.3100 บาท หรือคำนวณง่ายๆ ก็คือ ถ้านำเงินไทย 100 บาท ไปแลกจะได้เงินเยนกลับมา 323.62 หรือประมาณ 324 เยน (อัตราแลกเงินประจำวันที่ : 20-01-2559 จากซุปเปอร์ริชไทยแลนด์)

อัตราค่าแลกเงินช่วงเดือน ม.ค. 2559

2. แลกเงินไปให้พร้อม ดีที่สุด!

การไปเที่ยวญี่ปุ่นนั้น แนะนำว่าใช้เงินสดจะสะดวกที่สุดนะจ๊ะ ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา จะขึ้นรถลงเรือ หรือซื้อของข้างทางต่างๆ นานา ดังนั้นควรแลกเงินจากเมืองไทยไปให้เพียงพอ ยิ่งถ้าออกเที่ยวต่างจังหวัด คุณจะไม่สามารถใช้บัตรเครดิตได้ บัตรเครดิตเหมาะกับการช็อปตามหัวเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น

แลกเงินไปให้พร้อม

3. สภาพอากาศ สะใจคนชอบอากาศหนาว!

ช่วงเดือนมกราคม และ กุมภาพันธ์ 2559 ยังอยู่ในช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่น ดังนั้นอากาศช่วงนี้จะหนาวเย็นมากและมีหิมะตก โดยในเดือนมกราคม อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 5-11 องศาเซลเซียส ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 6-13 องศาเซลเซียส (จาก accuweather)

ญี่ปุ่นหน้าหนาว หนาวมากๆ

4. เตรียมเครื่องกันหนาวให้พร้อม

เนื่องจากว่าอากาศช่วงนี้หนาวมาก จึงต้องเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องกันหนาวให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นลองจอน ฮีทเทค เสื้อไหมพรม เสื้อขนเป็ด หมวกไหมพรม ถุงมือ ถุงเท้า ที่ครอบหูกันหนาว เป็นต้น นอกจากนี้อาจเตรียมผ้าขนสัตว์และแจ็กเกตชนิดหนาเป็นพิเศษ เป็นแบบกันน้ำได้ก็ยิ่งดี ที่สำคัญ อย่าลืมรองเท้าหุ้มข้อ หรือรองเท้าบูทที่กันความหนาวเย็นและหิมะได้

เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวแบบจัดเต็ม

5. จัดประเป๋าให้ลงล็อก

การจัดกระเป๋าก็สำคัญนะ เนื่องจากว่าต้องพกเสื้อหนาๆ ไปหลายตัว ดังนั้นต้องมีเทคนิคการจัดกระเป๋าให้สามารถยัดของทุกอย่างลงไปได้หมด เช่น เสื้อสำหรับสวมด้านในให้ม้วนแน่นๆ แล้ววางเรียงกันลงไปในกระเป๋า จะช่วยให้ประหยัดพื้นที่ได้มาก พวกชุดชั้นในให้ม้วนให้เล็กที่สุดและแยกใส่กระเป๋าใบเล็กๆ ไว้ต่างหาก

ส่วนเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ให้วางตัวเสื้อซ้อนกันสลับชั้นซ้ายขวาไปเรื่อยๆ แต่เว้นให้ช่วงแขนเสื้อปล่อยยาวออกมานอกกระเป๋า พอวางซ้อนครบทุกตัวก็ค่อยตวัดปลายแขนเสื้อมาห่อปิดรวมกันตรงกลาง เป็นต้น นอกจากนี้ควรเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางที่แข็งแรง และเหมาะกับการเดินทางไกล ควรเลือกแบบที่มี 4 ล้อ จะสะดวกและง่ายต่อการเคลื่อนย้ายที่สุด อันนี้ลองด้วยตัวเองมาแล้ว เห้ย…มันเวิร์ก!

สีสันแห่งแดนปลาดิบ

6. ของจำเป็น ห้ามลืม!

สิ่งของจำเป็นอื่นๆ ได้แก่ บัตรประชาชน พาสปอร์ต เงินสด บัตรเครดิต ยาประจำตัว ควรแยกใส่ไว้ในกระเป๋าเล็กถือติดตัวได้สะดวก ต้องระมัดระวังและนำติดตัวไปทุกที่ ห้ามเผลอลืมไว้ห่างตัวเด็ดขาด ส่วนใครที่ติดโซเชียลหรือติดฟังเพลง ก็อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ฟังเพลง หูฟัง แบตเตอรี่สำรองไว้ให้พร้อม

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองสวยงามแห่งเอเชีย

7. ข้อควรระวังเมื่อผ่าน ตม.

อีกอย่างที่สำคัญคือ เวลาเราบินไปถึงสนามบินที่ญี่ปุ่นแล้ว ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองค่อนข้างเคร่งครัด เวลากรอกเอกสารคนเข้าเมืองต้องกรอกให้ครบทุกช่อง

โดยเฉพาะจะมีช่องให้ระบุเงินเยนที่คุณนำติดตัวมาว่ามีจำนวนเท่าไร ถ้าไม่กรอกล่ะก็นะ พี่แกไม่ให้เข้าประเทศง่ายๆ เดี๋ยวจะมีสอบถามกันยืดยาวอีก (ยิ่งฟังภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นไม่ค่อยจะรู้เรื่องด้วย) ดังนั้นคำนวณและนับเงินให้เสร็จสรรพ และกรอกให้เรียบร้อย เพื่อการผ่าน ตม.ญี่ปุ่นอย่างราบรื่นนะจ๊ะ

ผ่านด่าน ตม.ก่อนเข้าประเทศ

แลกเงินก่อนไปเที่ยว

ที่มาภาพบางส่วน : superrichthaiaccuweather

กะพริบตาถี่ๆ เจาะ 7 โปรเด็ดรับตรุษจีน! พลาดคราวนี้เสียใจไปอีกปี!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566107

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 06:05

 

กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันศุกร์ พร้อมรับความสนุกหรรษาในวันหยุดสุดสัปดาห์อีกเช่นเคย และด้วยว่าเรากำลังจะเข้าสู่การเฉลิมฉลองปีใหม่ของพี่น้องไทยเชื้อสายจีนทั้งที มาคราวนี้เลยจัดโปรโมชั่นเด็ดๆ มาฉลองวันตรุษจีนกันเสียหน่อย

ปฏิทินไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้ ขอพาไปส่อง 7 โปรโมชั่นน่าสนใจ มีทั้งงานลดราคาสุดกระแทกใจ เพราะลดสูงสุดถึง 80% ต่อด้วยโปรโมชั่นห้องอาหาร ที่ขนเมนูฉลองตรุษจีนมาให้ชิมเพียบ แถมด้วยโปรโมชั่นนวดสปา และตั๋วเครื่องบินราคาสุดคุ้ม

เอาล่ะ อย่ารอช้า ตามมาเช็กรายละเอียดกันทางนี้เลยจ้า…

1. Central Shock Sale 80%

วันนี้-2 ก.พ. 2559 ชวนมาละลายทรัพย์ ช็อปของคุณภาพแบรนด์ดังราคาถูกในงาน “Central Shock SaleUP to 80% OFF” ณ ชั้น บี ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ภายในงานพบกับสินค้าหลากหลายแผนก ที่ยกทัพมาลดราคากระหน่ำสุดๆ ถึง 80% ได้แก่ แผนกเสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้าบุรุษ และสตรี, ชุดชั้นใน, เครื่องสำอาง, เครื่องนอน, ที่นอน, เครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมรับชุดเครื่องนอนจากแบรนด์ดังเมื่อช็อปที่นอน โดยรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10% เฉพาะที่นอน

นอกจากนี้ใครที่มี The1Card Plus จะได้รับคะแนนเพิ่มสูงสุด 10 เท่า เมื่อช็อปตั้งแต่ 40,001 บาทขึ้นไป (หมดเขต 31 ม.ค. 2559) และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10% หรือผ่อน 0% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ช็อปของถูก ลดกระหน่ำ

2. ดิ โอกุระ เพรสทีจ เปิดเมนูอร่อยฉลองตรุษจีน

วันที่ 8 ก.พ. 2559 ห้องอาหาร อัพแอนด์อะบัฟ จากโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ชวนมาเฉลิมฉลองวันตรุษจีนกันทั้งครอบครัวด้วย “บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ” หลากหลายเมนู เริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 12.00-16.00 น. ในราคาเริ่มต้นท่านละ 2,600 บาท หรือจะเลือกรับประทาน บุฟเฟ่ต์รวมไวน์ ค็อกเทล เบียร์ และน้ำอัดลมได้ไม่อั้นในราคาเริ่มต้นท่านละ 3,600 บาท

สำหรับอาหารในไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อสายในวันตรุษจีน ได้แก่ ตับห่าน เนื้อวากิวอบ หมูหัน เป็ดย่าง ผัดหมี่จีน กุ้งผัดสไตล์เสฉวน หอยเชลล์ผัดขึ้นฉ่าย ขนมหวานหลากหลายเมนู รวมไปถึงขนมหวานวันตรุษจีนอย่าง ครีมบูลเล่ชาจีน สอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร. 0 2687 9000 (ราคาทั้งหมดยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7%)

มื้อเที่ยงสุดหรู

3. เรเนซองส์ ร่วมฉลองตรุษจีน

วันที่ 6-8 ก.พ. 2559 ห้องอาหารเฟยยา จากโรงแรมเรเนซองส์ ชวนมาอิ่มอร่อยรับตรุษจีนปีวอก กับมื้อกลางวันสุดพิเศษ “บุฟเฟ่ต์ติ่มซำโชคลาภ” เริ่มตั้งแต่เวลา 11.00-14.30 น. เสนอเมนูที่เป็นมงคลสำหรับการเริ่มต้นสิ่งดีๆ รับปีใหม่ ในราคาเริ่มต้นท่านละ 1,388 บาท มีไฮไลต์เด็ดอยู่ที่ เมนูเป๋าฮื้อคัดพิเศษห่อฟองเต้าหู้สด และรังนกหอมกรุ่นทานคู่กับน้ำเต้าหู้เพื่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังมีเซ็ตเมนูโต๊ะจีน 8 คอร์ส ที่มีให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ราคาเริ่มต้นที่ 13,888 บาท พร้อมเสิร์ฟเมนู “หยีซัง” สลัดปลารสเลิศ เป็นอาหารแห่งโชคลาภ โดยมื้อเย็นเริ่มบริการเวลา 18.00-22.30 น. สอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร. 0 2125 5030

มื้อเที่ยงติ่มซำ

4. เดอะ ไดน์นิ่ง รูม เปิดเมนูวาเลนไทน์

วันที่ 14 ก.พ. 2559 เดอะ ไดน์นิ่ง รูม จากเดอะเฮ้าส์ออนสาทร ชวนคู่รักมาชิมอาหารเพิ่มดีกรีความหวานฉ่ำ กับเมนูสื่อรัก 6 คอร์สในบรรยากาศสุดโรแมนติก ได้แก่ ฟัวกราส์มูสเสิร์ฟพร้อมบีทรูท คัสตาร์ดดอกกะหล่ำ และซึดะจิ, ซุปแกงเหลืองและกุ้งล็อบสเตอร์, สเต็กเนื้อแกะกับพาร์สนิพ และอื่นๆ อีกมากมาย เซ็ตดินเนอร์วาเลนไทน์ราคาเริ่มต้น 10,000 บาทต่อ 2 ท่าน เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. สามารถเลือกรับประทานอาหารคู่กับไวน์และแชมเปญในราคาเพิ่ม เริ่มที่ 2,900 บาทต่อท่าน

นอกจากนี้ ยังมีค็อกเทลสูตรใหม่ๆ เช่น ‘มี (ME)’ สำหรับคุณผู้ชาย เบสวิสกี้ โกลด์ เลเบิ้ล เหล้าลิเคียวร์ช็อกโกแลต น้ำเลม่อน และน้ำเชื่อมอัลมอนด์ ต่อด้วย ‘ยู (YOU)’ สำหรับคุณผู้หญิง มิกซ์ระหว่างเกรย์ กูซ เหล้าลิเคียวร์ Chambord น้ำแตงโม น้ำเชื่อมวานิลลา และน้ำมะนาว ค็อกเทล 2 แก้วนี้ราคาเริ่มต้น 490 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2344 4025

เดอะ บาร์ จิบชิลๆ

5. สปา Hydro-therapy

ตลอดเดือน ก.พ. 2559 นี้ ชวนคู่รักมาทำสปาให้ผ่อนคลายกับทรีตเมนต์สุดพิเศษที่ “ควร สปา (Quan Spa)” จากโรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้วยห้องวารีบำบัด (Hydro-therapy) และห้องอาบน้ำส่วนตัวในบรรยากาศสงบและเป็นส่วนตัว

มีเมนูบำบัดที่รวบรวมเอาแผนการนวดในรูปแบบต่างๆ มาดัดแปลงให้เป็นทรีตเมนต์ มีทั้งการนวดผ่อนคลาย การนวดบำรุง การปรนนิบัติผิวพรรณ การแช่ตัว รวมไปถึงทรีตเมนต์สูตรเฉพาะ คือ การนวดซิกเนเจอร์อโรม่าของที่นี่ เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติแบบออร์แกนิค โปรโมชั่นนี้ราคา 6,500 บาทถ้วน สำหรับ 2 ท่าน (120 นาที) จองล่วงหน้า โทร. 0 2125 5100

สปาเบาๆ สำหรับคู่รัก

6. นกแอร์ วีคเดย์ สเปเชียล

สายการบินนกแอร์ ชวนบินราคาสุดประหยัดกับโปรโมชั่น “วีคเดย์ สเปเชียล (Weekday Special)” บินตรงจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) สู่หลากหลายเส้นทาง ได้แก่ พิษณุโลก อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น สกลนคร กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครพนม นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต หาดใหญ่ น่าน ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เลย ตรัง ชุมพร และ ลำปาง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 900 บาทต่อเที่ยวบินสำหรับ 1 ท่าน (รวมทุกอย่างแล้ว)

และยังมีราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1,000 บาทต่อเที่ยวบินสำหรับ 1 ท่าน (รวมทุกอย่างแล้ว) สำหรับเส้นทาง แม่สอด เชียงใหม่-อุดรธานี แพร่ ระนอง ลำปาง ย่างกุ้ง โฮจิมินท์ และ ฮานอย สามารถสำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้-24 ม.ค. 2559 สำหรับการเดินทางวันที่ 25 ม.ค.-30 มิ.ย. 2559 (สำรองที่นั่งก่อนเดินทางอย่างน้อย 7 วัน) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1318

ตั๋วถูกๆ นกแอร์

7. บินประหยัด บินแอร์เอเชีย

สายการบินแอร์เอเชียเอาใจสมาชิก Big Shot มอบโปรโมชั่นตั๋วบินราคาถูก “บินประหยัด บินแอร์เอเชีย” บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ภูเก็ต ราคาเริ่มต้นที่ 890 บาท, พิษณุโลก ราคาเริ่มต้นที่ 790 บาท, เชียงใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 590 บาท, สิงคโปร์ ราคาเริ่มต้นที่ 1490 บาท, มาเก๊า ราคาเริ่มต้นที่ 2490 บาท และ บาหลี ราคาเริ่มต้นที่ 2,790 บาท

นอกจากนี้ยังเพิ่มเที่ยวบิน บินตรงจากสนามบินหาดใหญ่สู่เชียงใหม่ ราคาเริ่มต้นเพียง 890 บาท เส้นทางทั้งหมดดังกล่าว สามารถจองตั๋วสุดคุ้มได้ตั้งแต่วันนี้-30 มิ.ย. 2559 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2515 9999

แอร์เอเชีย มอบตั๋วสุดคุ้ม

ที่มาภาพบางส่วน : centralnokair

บ๊ายบายใบไม้ร่วง! เที่ยวสวนอุเอโนะ ชมใบไม้เปลี่ยนสีกลางโตเกียว!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565115

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 06:05

 

ฤดูหนาวที่ยาวนานในประเทศญี่ปุ่น ทำให้นักท่องเที่ยวแห่ไปสัมผัสความหนาวเย็น และ กลิ่นอายวัฒนธรรมของชาวอาทิตย์อุทัย ที่แทรกตัวอยู่ทุกที่ในมหานครโตเกียว โดยเฉพาะสวนสาธารณะใกล้ๆ ย่านใจกลางเมืองอย่าง สวนอุเอโนะ เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่คนส่วนใหญ่นิยมไปชมดอกซากุระบานสะพรั่งเต็มสวนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้ ขอเอาใจคนรักแดนปลาดิบ เราจะพาไปชมธรรมชาติ บรรยากาศสวยๆ ของใบไม้เปลี่ยนสีชุดสุดท้ายในสวนอุเอโนะ เพื่อเป็นการอำลาฤดูใบไม้ร่วงกันเสียหน่อย ผ่านการถ่ายทอดภาพความงดงามโดย อดิศักดิ์ อ้วนศรี หัวหน้าช่างภาพไทยรัฐทีวี

ส่วนจะสวยแค่ไหน พร้อมแล้วตามมาชมกันเลย

ใบสีแดงทั้งต้น

สวนยามเย็น พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า

มีลานทำกิจกรรมศิลปะ

ทันทีที่เดินทางมาถึงสวนแห่งนี้ ก็สัมผัสความหนาวเย็น รับรู้ถึงการผ่านพ้นของฤดูใบไม้ร่วงไปหมาดๆ เพราะยังเห็นร่องรอยของใบไม้เปลี่ยนสีที่หลงเหลืออยู่ราว 1-2 ต้น ใบไม้สีแดงกำลังร่วงหล่นจากต้น ก่อนจะทิ้งให้เหลือเพียงกิ่งก้าน รอวันผลิใบอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า

ฤดูหนาว ดวงอาทิตย์เลิกงานเร็ว ลาลับขอบฟ้าในเวลาราวๆ 16.00 น. ภาพของดวงอาทิตย์เริ่มอ่อนแสงลงเรื่อยๆ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ลมหนาวที่พัดมาเป็นระยะ ทำให้ชาวเมืองนิยมมารวมกลุ่มทำกิจกรรมเล็กๆ เช่น วาดภาพเหมือน เล่นดนตรี บางคนก็ไปจิบกาแฟคลายหนาวตรงกลางสวน

บรรยากาศของต้นซากุระ ที่โชว์เพียงกิ่งก้าน และ ดอกตูมๆ ที่แฝงอยู่ในกิ่งต่างๆ ในยามที่ฟ้าเริ่มหม่นแสงลงเรื่อยๆ ดูสวยงามไปอีกแบบ ดูเหงาๆ ทึมๆ สะท้อนให้เห็นถึงฤดูที่แตกต่าง ผันเวียนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

สำหรับสวนสาธารณะอุเอโนะ มีที่ตั้งอยู่ในเขตไทโต กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเป็นสวนสาธารณะเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว เป็นจุดชมซากุระบานตั้งแต่สมัยเอโดะ

แชะภาพกลางสวนสวย

ชาวญี่ปุ่นออกมาชมวิวกันด้วย

ต้นซากุระผลัดใบทิ้ง เหลือแต่กิ่งก้าน

เดินชมสวนชิลๆ

กิ่งก้านเปล่าเปลือย

ใบไม้เปลี่ยนสี

กิจกรรมสนุกสนาน

ใบไม้เปลี่ยนสีชุดสุดท้ายร่วงหล่น

ใครๆ ก็เที่ยวมาพักผ่อนกัน

ที่มาภาพ : อดิศักดิ์ อ้วนศรี หัวหน้าช่างภาพไทยรัฐทีวี

โอ้แม่เจ้า…รับรองไม่เคยเห็น! 5 ข้ออันซีน ‘วากายาม่า’ ต้องมาถึงจะรู้!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563711

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ม.ค. 2559 06:05

 

อีกหนึ่งความพิเศษของการไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น นั่นก็คือ การไปเดินชมตลาด เชื่อเถอะว่าตลาดของชาวอาทิตย์อุทัยมักจะมีของเด็ดๆ ของแปลกตา ให้ผู้มาเยือนได้ตื่นเต้นเสมอ ถ้าไม่เชื่อ…ลองแวะไปที่ Wakayama Marina City หรือตลาดอันซีนแห่ง ‘เมืองวากายาม่า’ ดูสักครั้ง

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปชมของดีของเด็ดของ วากายาม่า มาริน่า ซิตี้ ว่ากันว่าที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ที่อันซีนของประเทศญี่ปุ่น ส่วนจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ต้องตามมาดู 5 ข้อน่าชมของตลาดแห่งนี้กันเล้ยยย!

1. เมืองวากายาม่า อาจไม่โด่งดังมากนักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย เนื่องจากเป็นเมืองชนบท ต้องเดินทางออกมาจากตัวเมืองไกลพอควร โดยเมืองนี้อยู่ในภูมิภาคคันไซ ของประเทศญี่ปุ่น ห่างจากสนามบินคันไซราวๆ 50 นาที และห่างจากตัวเมืองโอซาก้าประมาณ 1.30-1.40 ชั่วโมง

บรรยากาศคึกคักจริงๆ

ผลไม้สดต่างๆ

2. คนที่ชื่นชอบอาหารทะเลสดๆ ประเภท ซาซิมิ หรือปลาดิบนานาชนิด ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปเยือน Wakayama Marina City ที่ว่ากันว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีน อยู่ติดกับชายทะเล ที่นี่มีทั้งสปา รีสอร์ต ตลาดสด และตลาดผลไม้

3. ไฮไลต์ คือ การไปช็อป ชิม และชมโชว์การแล่ปลาทูน่าสดๆ ในตลาด คุโรชิโอะ (kuroshio market) ตลาดในร่ม ที่สะอาดสะอ้าน มีรั้วรอบขอบชิด ร้านขายปลาทูน่าสดๆ เนื้อแดงฉ่ำ ตั้งอยู่ด้านหน้าตลาดพอดิบพอดี ที่สะดุดตา คือ สองหนุ่มเจแปนหน้าหล่อ กำลังโชว์ฝีมือแล่ปลาสดแบบมืออาชีพสุดๆ รวดเร็ว ว่องไว ได้เนื้อปลาเป็นชิ้นพอดีคำเป๊ะมากๆ ที่นี่จะแบ่งรอบในการโชว์ด้วยนะ ใครอยากได้รูปสวยๆ ต้องเช็กคิวให้ดีก่อน

โชว์การแล่ปลาสดๆ

แล่ได้เท่ากันเป๊ะทุกชิ้น

สองหนุ่มสุดหล่อ ออกมาโชว์คมมีด

4. จากนั้น เราลองสำรวจรอบๆ ตลาด มีร้านค้าอาหารปรุงสำเร็จนานาชนิด ทั้งราเมนปรุงสุกร้อนๆ ของทอดใหม่ๆ พร้อมเสิร์ฟ และที่ไม่ควรพลาดลิ้มลอง คือ ซูชิ หรือข้าวปั้นหน้าอาหารทะเล สดมากๆ ราคาคบได้ แต่ละร้านวางขายในตู้แช่ หน้าร้าน มีทั้งแบบเลือกแล้วไปนั่งทานในร้าน และแบบเลือกซื้อแล้วไปทานในพื้นที่ทานอาหาร ริมทะเล แต่ช่วงฤดูหนาว อาจจะเย็นจับใจไปสักนิด เพราะลมทะเลกับลมหนาวปะทะมาพร้อมๆ กัน

ต่อคิวซื้อของอร่อยๆ

เสียบไม้ขาย ซื้อกินสบายๆ

ข้าวปั้นหน้าปลาย่าง

5. อาหารคาวจบแล้ว ต้องตบท้ายด้วยผลไม้ท้องถิ่น ที่ขึ้นชื่อที่สุด ก็คือ “ส้ม” เปลือกบางหวานมาก (ก.ไก่ ล้านตัว) รสชาติดีมากๆ หรือใครชื่นชอบสตรอว์เบอร์รี่สดๆ ลูกพลับสด ก็หวานฉ่ำไม่แพ้กัน ที่สำคัญ ว่ากันว่าเกษตรกรเจ้าถิ่นมาขายเองโดยตรง แต่ถ้าใครอยากซื้อกลับบ้านแบบจัดใส่แพ็กเกจสวยๆ ให้เดินตรงไปที่ kino-kuni fruit village ด้านหน้าตลาด ซื้อกลับได้เลยจ้า

สิ้นสุดภารกิจเที่ยวตลาดอันซีนคราวนี้ บอกได้เลยว่า ถ้าคุณมีโอกาสแวะไปที่ Wakayama Marina City เพื่อช็อป ชิม ชม อาหารที่สดสะอาดล่ะก็…รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

ส้มเปลือกบาง รสชาติหวานฉ่ำ

นั่นก็น่ากิน นี่ก็น่ามอง

ของทอด น่ากินอะ!

ชาววากายาม่าออกมาช็อปเพียบ

แล่ปลา

ข้าวปั้นหน้ากุ้ง

เด็กน้อยชี้เลือกซูชิสดๆ

กล่องนี้ก็น่าทาน

มีหลายหน้าให้เลือก

ที่มาภาพ : อดิศักดิ์ อ้วนศรี หน.ช่างภาพไทยรัฐทีวี

หลากแหล่งเที่ยวเริ่มฮิตที่ ทตโตะริ ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558843

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2559 10:50

 

ใครที่ชื่นชอบตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น ต้องไม่พลาดอีกจังหวัดเล็กๆ ทตโตะริ ที่ยังมีสิ่งน่าสนใจอีกแยะให้ค้นหา นายชินจิ ฮิราอิ ผู้ว่าราชการจังหวัดทตโตะริ บอกเลยว่า มีแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ที่งดงามมากมาย เช่น เนินทรายทตโตะริ ทะเลทรายแห่งเดียวในญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมทราย สนามบินโคนันด้านตะวันออก และสนามบินคิทาโร่ ซึ่งเป็นสนามบินที่ตกแต่งด้วยการ์ตูนชื่อดัง ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในจังหวัดทตโตะริ

นอกจากนี้ยังเป็นบ้านเกิดของเจ้าของบริษัทผู้ผลิต และเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตรองเท้าแบรนด์ Onitsuka tiger ซึ่งได้รับความนิยมจากค่อนโลก รวมทั้งมีอาหารยอดนิยมของท้องถิ่น อาทิ ลูกแพร์ ลูกพลับ โชยุสีชมพู แกงกะหรี่สีชมพู อีกทั้งจังหวัดทตโตะริขึ้นชื่อในเรื่องของการจับปูหิมะ หรือปูอลาสก้า และในบรรดาปูที่จับได้ในพื้นที่แถบนี้ยังมีปูที่เรียกว่า ปูมัทสึบะ

นายชินจิ ฮิราอิ ผู้ว่าราชการจังหวัดทตโตะริ ได้ออกมาประกาศว่า จะเปลี่ยนชื่อจาก จังหวัดทตโตะริ (จังหวัดจับนก) เป็น จังหวัดคะนิโทริ (จังหวัดจับปู) ชั่วคราว จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นช่วงพีคของการจับ ทางจังหวัดมีแผนพัฒนาระบบการเดินทางเชื่อมต่อ ที่จะเน้นส่งเสริมเที่ยวบินแบบ point to point และเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลท์ บินตรงมายังจังหวัดทตโตะริมากขึ้น พร้อมทั้งตั้งเป้าว่าในปี 2559 จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว จาก 50,000 คนในปี 2557 ที่ผ่านมา.

งานกล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ นครปฐม’59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563571

โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ 17 ม.ค. 2559 05:01

 

เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน

หลายคนคงไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆมาแล้ว แต่มีบางคนไม่นิยมไปเที่ยวในช่วงเทศกาล หรือแม้จะอยากไปก็ไม่สามารถไปได้ เนื่องจากมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ต้องทำงานในช่วงเทศกาล สัปดาห์นี้มีงานที่น่าสนใจมาแนะนำ เผื่อใครกำลังมองหาที่เที่ยวในช่วงนี้

ป้ายชื่อสวนกล้วยไข่ “สุวรรณภูมิออร์คิดส์”

บริเวณจัดแสดงกล้วยไม้ประกวด

มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปได้หลายจุด

วันที่ 20 ถึง 24 มกราคม 2559 จะมีงาน “กล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ นครปฐม ’59” จัดที่สวนกล้วยไม้ “สุวรรณภูมิออร์คิดส์” อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดนครปฐม กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร สมาคมกล้วยไม้สกุลช้าง สมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ประกอบการสวนกล้วยไม้ สหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย หอการค้าจังหวัดนครปฐม กรมการสัตว์ทหารบก สมาคมและชมรมกล้วยไม้ทั่วประเทศ

ภายในงานจะมี การประกวดกล้วยไม้สกุลช้าง และสกุลอื่นๆ อีกหลายประเภท ได้แก่ แวนด้า หวาย คัทลียา ออนซิเดียม แกรมมาโต ซิมบิเดียม กล้วยไม้ดิน รองเท้านารี ฟาแลนนอปซิส ม็อคคารา รีแนนเธอร่า อแรกนิส กล้วยไม้ไทยพันธุ์แท้ กล้วยไม้ต่างประเทศพันธุ์แท้ กล้วยไม้ลูกผสม

คัทลียา

หลักเกณฑ์ในการตัดสิน มีระบุไว้อย่างชัดเจน ตัดสินตามกฎกติกา โดยกรรมการที่ผ่านการอบรมมาตรฐานการตัดสิน โดยดูจากความสวยงาม ความประทับใจโดยรวม ความสมบูรณ์ ความสดใสของดอก ต้น และใบ สีของดอก กลีบดอก และกลีบปาก รูปทรงดอก กลีบดอก และกลีบปาก ขนาดของดอก ความหนา และเนื้อกลีบ คุณภาพของก้านช่อ การจัดระเบียบดอก จำนวนดอกสวนกล้วยไม้ “สุวรรณภูมิออร์คิดส์”

เป็นสถานที่ปลูกกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ แม้ในช่วงที่ไม่ได้มีการจัดงานประจำปี ก็มีการจัดตกแต่งสวนด้วยกล้วยไม้และต้นไม้นานาชนิดเพื่อเปิดให้เข้าชมอยู่แล้ว ในช่วงเวลาที่มีงานมีการจัดประกวดกล้วยไม้ จะจัดตกแต่งมุมต่างๆ เพิ่มเป็นพิเศษ ให้ผู้ที่ชื่นชอบกล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับได้ชม ได้ถ่ายรูปสวยๆ กันอย่างเต็มอิ่ม

สาเหตุที่จัดงานในช่วงนี้ เนื่องจากกล้วยไม้สกุลช้างจะออกดอกเพียงปีละหนึ่งครั้ง ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นในเดือนมกราคมกล้วยไม้สกุลช้างส่วนใหญ่จะออกช่อดอกบานสวยงาม ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ

กล้วยไม้สกุลช้าง

เมื่อปีที่แล้วมีพรรคพวกไปชมงาน กลับมาเล่าให้ฟังว่าไปแล้วไม่ผิดหวัง ระหว่างที่เดินชมงานก็ได้ยินผู้เข้าชมงานเอ่ยปากชมความงามของกล้วยไม้เป็นระยะๆ เดินชม ถ่ายรูปจนพอใจแล้ว ก่อนกลับอย่าลืมแวะอุดหนุนต้นกล้วยไม้ที่ชาวสวนกล้วยไม้จากจังหวัดต่างๆ นำมาจำหน่าย สนนราคาไม่แพง

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดเลี้ยงกล้วยไม้ ถ้ายังไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลกล้วยไม้ สามารถสอบถามจากผู้ขาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวสวนมาขายเอง

ไอโอนอปซิส

หวายเพอร์พูเรี่ยม

ปัจจัยหลักในการดูแลกล้วยไม้ ได้แก่ สภาพแวดล้อมที่ดี มีแสงแดดพอเหมาะการถ่ายเทอากาศดี มีความชื้นเหมาะสม ต้องให้น้ำในลักษณะใกล้เคียงธรรมชาติ ถ้าเป็นกล้วยไม้รากอากาศ ควรให้น้ำวันละ 2 ครั้ง กล้วยไม้ที่มีเครื่องปลูก ให้น้ำวันละครั้ง การให้ปุ๋ยเพื่อการบำรุงเฉพาะทาง เช่น บำรุงต้น บำรุงดอก การให้ยาเพื่อป้องกันการเกิดโรค

กล้วยไม้บางประเภทเลี้ยงง่ายมาก ไม่ต้องดูแลมากมาย ถ้าเราปลูกไว้ประดับบ้าน ไม่ได้ปลูกเพื่อการค้า เพียงได้ แสงแดดตามธรรมชาติ รดน้ำให้ตาม สมควร ไม่ต้องให้ปุ๋ยให้ยา อย่างที่พูดกันเล่นๆ ว่า ให้เทวดาเลี้ยง ถึงเวลาเหมาะๆ ยังมีดอกสวยๆ ออกมาให้เจ้าของได้ชื่นชม

แวนด้า

หวายแบรคทีโอซั่ม

งาน “กล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ นครปฐม ’59” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. วันพุธที่ 20 ถึงวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2559 โดยวันแรกของงานช่วงเช้าเป็นเวลาลงทะเบียนส่งกล้วยไม้เข้าประกวด หลังจากนั้นคณะกรรมการจะตัดสินการประกวดในช่วงบ่าย มีพิธีเปิดงานและมอบรางวัลในช่วงเย็น เวลาประมาณ 16.30 น. งานนี้เข้าชมฟรี ไม่เก็บค่าผ่านประตู

สวนกล้วยไม้ “สุวรรณภูมิออร์คิดส์” อยู่ริม ถนนสาย 346 ทางไปพระแท่นดงรัง เลยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ไปประมาณ 16.5 กิโลเมตร ระหว่างทางมีป้ายบอกเป็นระยะ สถานที่จัดงานอยู่ทางซ้ายมือ มีลานจอดรถ ร้านค้า ร้านอาหารบริการ

รองเท้านารี

ซิโนจิเน่ โรชุม (เอื้องสายเสริฐ)

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณบัญญัติ 08-3999-7924 หรือคุณกิติพงษ์ 08-1655-6903

ท้ายนี้ คงยังไม่สายเกินไปที่จะกล่าวคำว่า “สวัสดีปีใหม่ 2559” มายังผู้อ่านทุกท่าน

ขอมอบภาพดอกกล้วยไม้สวยๆ ให้เป็นของขวัญปีใหม่ ขอให้ทุกท่านมีความสุขสดชื่นตลอดปีและตลอดไป.

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์