“ฟลอร่า คาร์นิวัล”พาเหรดไม้งามแห่งอีสานใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563153

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ม.ค. 2559 05:01

 

ขบวน Wonder of  Color กับราชินีแห่งท้องทะเล

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ คุณเอ๋ หรือ “พรทิพย์ อัษฎาธร” นักธุรกิจสาวสวยคนเก่งแห่งเพ ลา เพลิน เปิดบ้านอุทยานการเรียนรู้เมืองบุรีรัมย์ ขนทัพสื่อมวลชนร่วมงาน ฟลอร่า คาร์นิวัล The Dazzling Flora Carnival 2015 @ Play La Ploen ที่ว่ากันว่างานนี้ทุ่มงบประมาณมหาศาลกว่า 50 ล้านบาท ให้เป็นงานอภิมหาพาเหรดดอกไม้นานาพันธุ์แห่งแดนอีสานใต้กันเลยทีเดียว

ขึ้นเครื่องจากดอนเมืองไปบุรีรัมย์ใช้เวลาแค่อึดใจไม่ถึงชั่วโมง คุณเอ๋ เปิดยิ้มสวยใสมาต้อนรับบรรดาสื่อมวลชนและซุปเปอร์สตาร์จากกรุงเทพฯด้วยตนเอง

โรงเรือนดอกไฮเดรนเยีย…สีสดใส

หลังจิบน้ำสมุนไพรพอหายเหนื่อย ก็ได้เวลาตะลุยเพ ลา เพลิน ที่มีเนื้อที่มากกว่า 300 ไร่ ในช่วงเวลาปกติ คุณเอ๋ บอกว่า ที่นี่จะมีโรงเรือนที่เปิดให้เข้าชมทั้งหมด 6 โรง ตั้งแต่โรงเรือนแรกซึ่งจัดแสดงพันธุ์ไม้ตามฤดูกาล โรงเรือนที่สอง เป็นไม้ประเภทเฟิร์น ที่จัดแสดงตามคอนเซปต์ป่าดึกดำบรรพ์ ส่วนโรงเรือนที่สาม เป็นการจัดแสดงสับปะรดสีและพืชกินแมลง สีสันแห่งธรรมชาติ ออกจากโรงเรือนที่สามเดินลัดเลาะต่อเชื่อมมาอีกด้าน เป็นโรงเรือนใหญ่ที่จัดแสดงกล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆภายใต้คอนเซปต์กินรี ที่ดูมีความเป็นไทยร่วมสมัยอยู่ไม่น้อย ต่อด้วยโรงเรือนที่ห้า ที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นพืชทะเลทราย ภายในมีทั้งพืชทะเลทรายและรูปปั้นฟาโรห์ เพราะแนวคิดการจัดแสดงของโรงเรือนหลังนี้คือ พีระมิด ปิดท้ายที่โรงเรือน

หลังสุดท้าย เป็นเรื่องราวศิลปะอีสานใต้ ออกแนวแอดเวนเจอร์เล็กๆ เด็กๆนักเรียนที่มาดูต่างปีนป่าย ให้ความสนใจสิ่งแสดงต่างๆกันอย่างสนุกสนาน

บรรดาคนหน้าขาว..และดาวตลก

นอกจากโรงเรือนต่างๆแล้ว ที่นี่ยังมีโรงเพาะพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาว โดยเฉพาะทิวลิปสายพันธุ์ฮอลแลนด์ ซึ่งนำเข้ามามากกว่า 250,000 ต้น หลากหลายสีสัน ทั้งแดง เหลือง ชมพู และที่พิเศษสุดสำหรับปีนี้ คุณเอ๋ บอกว่า จะมีทิวลิปสีดำ หรือ Black Tulip มาโชว์ให้ดูด้วย ซึ่งถ้าใครไปเที่ยวในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ บอกได้เลยว่าเป็นช่วงที่จะได้เห็นดอกไม้สดสีสวยๆเบ่งบานต้อนรับผู้มาเยือนแบบที่ไม่ต้องบินไปดูถึงยุโรป

นอกจากอุทยานไม้ดอกที่สวยงามแล้ว ส่วนด้านข้างของเพ ลา เพลิน ยังมีสวนน้ำ และเครื่องเล่นสำหรับกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ที่บางครั้งก็เปิดให้เด็กๆได้เข้ามาเล่นเพื่อเรียนรู้ เป็นการเพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ด้วย

หลังเที่ยวชมบริเวณโดยรอบแล้ว ก็ได้เวลาไปพักผ่อน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการชม “ฟลอร่า คาร์นิวัล” ที่คนจัดการันตีว่าเลิศหรูอลังการ เพราะทั้งดอกไม้และดาราที่ขนมาแสดงในครั้งนี้นั้นเรียกว่ากระหึ่มอีสานใต้กันเลยล่ะ

ญาญ่าญิ๋ง..ในชุดไข่มุกราคา 1 ล้านบาท

แดดร่มลมตก ผู้คนนับพันคนเริ่มทยอยเข้างานมาชมความตระการตาของสีสันขบวนคาร์นิวัลอลังการ ส่วนใหญ่จับจองที่นั่งบนสแตนด์เพื่อให้มองเห็นภาพชัดๆ สื่อมวลชนเตรียมเข้าประจำจุดบันทึกภาพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน

คุณเอ๋บอกว่า จัดงานนี้ไม่ได้คิดเรื่องกำไรหรือขาดทุน แต่ต้องการขอบคุณผู้ที่มีอุปการคุณกับเพ

ลา เพลิน โดยเฉพาะลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมอุทยานดอกไม้ เพ ลา เพลิน ในโอกาสครบรอบ 2 ปี สำคัญที่สุดคือ ต้องการสร้างสรรค์สิ่งดีๆสำหรับคนบุรีรัมย์

ทันทีที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ไฟแสงสีก็เริ่มสาดใส่ขบวนคาร์นิวัล เสียงพิธีกรประกาศต้อนรับแขกผู้มีเกียรติเข้าสู่งาน

“เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์” กับขบวน Land before time

เปิดฉากด้วยขบวนพาเหรดของเหล่าตัวตลก คนหน้าขาว นักมายากล แต่งตัวหลากสีสัน เดินแจกลูกโป่งตามรายทางล่อตาล่อใจเด็กๆ มีเหล่านักเต้นสาวงามเดินเรียงเป็นแถว สร้างความสนุกสนานเป็นการโหมโรงก่อน จากนั้นก็เข้าสู่คาร์นิวัลขบวนแรก ที่ใช้ชื่อ
ธีมว่า Miracle of Holland เป็นขบวนที่ออกแบบตกแต่งในธีมดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสัน เช่น ลิลลี่ ทิวลิป ไฮเดรนเยีย สายพันธุ์จากฮอลแลนด์

งานนี้ได้รับความร่วมมือจากสถานทูตเนเธอร์แลนด์ ร่วมประดิษฐ์ขบวนให้วิจิตรตระการตา มีหอคอยกังหันสัญลักษณ์ของฮอลแลนด์ ล้อมด้วยดอกทิวลิปประดิษฐ์หลากสีสันขนาดใหญ่ยักษ์ มีนางเอกสาว “เบลล่า ราณี แคมเปน” มาเป็นเซเลบสวมชุดราชินีดอกไม้โบกมือยิ้มรับผู้ชม

ขบวนคลีโอพัตรา

กังหันและทิวลิปฮอลแลนด์

ขบวนที่สอง เป็นขบวนที่ใช้ชื่อว่า Land Before Time ขบวนนี้พอเคลื่อนเข้าสู่งาน ก็เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชม แนวคิดการจัดขบวนเป็นการนำพืชในยุคดึกดำบรรพ์ เช่น เฟิร์น มอส มาตกแต่งจำลองเป็นป่าดึกดำบรรพ์ มีตัวไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านบนตัวรถ การแต่งกายและการแสดงประกอบในขบวนจะสื่อถึงมนุษย์ถ้ำ มี “เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์” ใส่ชุดที่ทำมาจากเฟิร์น ลักษณะคล้ายมนุษย์ถ้ำ หรือคนป่า ดูน่าเกรงขามทีเดียว

ส่วนไฮไลต์ที่อลังการงานสร้างและได้รับเสียงปรบมือกึกก้องที่สุด เห็นจะเป็นขบวนคาร์นิวัลที่ใช้ชื่อว่า Wonder of Color คอนเซปต์ของขบวนนี้คือ การจำลองพันธุ์พืชทั้งในผืนน้ำและผืนดิน การแสดงและเครื่องแต่งกายจะเน้นสีสันในท้องทะเล มีทั้งฝูงปลา แมงกะพรุน ม้าลาย แต่ที่ดูโดดเด่น เห็นจะเป็นเงือกสาวพราวเสน่ห์ ที่ถูกอุปโลกน์ให้เป็น “เจ้าหญิงแห่งท้องทะเล” รับบทบาทโดย “ญาญ่าญิ๋ง-รฐา โพธิ์งาม” ที่มาในชุดไข่มุกอลังการมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท…ซึ่งต้องบอกว่า งานนี้น้องญิ๋งเธอโดดเด่นเป็นสง่าสมค่าราชินีแห่งท้องทะเลจริงๆ

ฟาโรห์..ในโรงเรือนพืชทะเลทรายที่เพ ลา เพลิน

โรงเรือนกินรี…จัดแสดงกล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ

ตามติดด้วยขบวน Kinnaree ที่สื่อถึงเรื่องราวแห่งป่าหิมพานต์ มีการแสดงโชว์นางกินรีมาร่ายรำจนถูกนายพรานจับไป ขบวนนี้ได้เซเลบ สาวสวยไฮโซ อย่าง “นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี” มาสวมใส่ชุดกินรีสีขาว พร้อมปีกขนาดใหญ่ร่ายรำผสมผสานกับความเป็นโมเดิร์นเข้ากับวรรณคดีไทย ต่อด้วยขบวน Cleopatra ที่มีน้อง “เมญ่า-นนธวรรณ ทองเหล็ง” แต่งเป็นคลีโอพัตราเน้นสีทองทั้งตัว เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมอย่างกึกก้อง

ตุ๊กตาคิวปิดในสวนไม้เมืองหนาว

ปิดท้ายด้วยขบวน Art of lsarn ที่โชว์ศิลปวัฒนธรรมของภาคอีสาน ที่มีทั้งเสียงแคนและการฟ้อนรำแบบอีสาน เน้นความทันสมัยในการตัดเย็บผ้าพื้นเมือง ขบวนนี้ มี “พอร์ช-ศรัณย์ ศิริลักษณ์” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมบรรดาแฟนคลับถือป้ายเดินกรี๊ดตามขบวนตลอดเส้นทาง

ปิดฉากค่ำคืนฟลอร่า คาร์นิวัล ด้วยคอนเสิร์ต จากนักร้องสาว ลีเดีย เมญ่า และนักร้องหุ่นท้วมอารมณ์ดี แคลอรี่ส์ บลาห์ บลาห์…

ที่ประทับใจคนดูจนแทบไม่หลับไม่นอน…กันเลยทีเดียว…!!!!

อิ่ม ชิล ฟินสุดคุ้ม! เสิร์ฟ 7 โปรโมชั่นแจ่มว้าว สุดสัปดาห์นี้ห้ามพลาด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562234

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ม.ค. 2559 13:45

 

เซย์ฮัลโหลวันสุดสัปดาห์กันอีกแล้ว พร้อมกับภารกิจสรรหาโปรโมชั่นเด็ดเจ็ดย่านน้ำ ยกขบวนมาเอาใจนักเที่ยวนักชิมทั้งหลาย วันหยุดนี้ใครที่ว่างๆ และกำลังมองหาสถานที่ดินเนอร์ดีๆ สำหรับคนรัก หรือปาร์ตี้สำหรับครอบครัวอยู่ละก็ ต้องติดตาม

ปฏิทินไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้ จะชวนไปเช็กโปรโมชั่นดีๆ จากห้องอาหารสุดหรู รวมทั้งตั๋วเครื่องบินเที่ยวต่างประเทศสุดคุ้ม อยากรู้ว่ามีอะไรอัพเดตบ้าง ตามมาเช็กลิสต์ 7 โปรดีๆ กันเลย

1. เซตเมนูมื้อกลางวัน Rush Hour Lunch

ห้องอาหาร เดอะ คิทเช่น เทเบิล จากโรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ เสนอโปรโมชั่นเซตอาหารสุดคุ้ม “Rush Hour Lunch” พร้อมให้บริการเวลา 12.00 – 16.00 น. ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค. 2559 โดยสามารถเลือกได้ 2 เซต คือ
– เซตอาหาร 2 คอร์ส ราคาเริ่มต้นที่ 625 บาทต่อคน
– เซตอาหาร 3 คอร์ส ราคาเริ่มต้นที่ 750 บาทต่อคน

เดอะ คิทเช่น เทเบิล

โดยทั้ง 2 เซตนี้ จะมีเมนูต่างๆ เริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อย เช่น หมูสามชั้นอบกับซอสถั่วรสเผ็ด, ซุปมะเขือเทศและตะไคร้พร้อมครูตองซ์ และซีซาร์สลัด

อาหารจานหลัก ได้แก่ แซนด์วิชขนมปังหัวหอมเนื้อวัววากิว กับซอสมายองเนสเลม่อนใบโหระพา เสิร์ฟพร้อมผักร็อกเกตอารูกูล่า แตงกวาดอง และเฟรนช์ฟราย, ลิงกวีนี่ผัดกุ้ง และอาร์ติโชคในซอสใบไธม์เลม่อน หรือผัดไทยกุ้ง

เซตอาหารมื้อกลางวันแสนอร่อย

และขนมหวาน ได้แก่ คาปูชิโน่เครมบรูเล่ เสิร์ฟพร้อมฟองมาสคาร์โปนชีสและขนมปังแท่ง หรือ สวีทเนส ออฟ เลม่อนกราส (Sweetness of Lemongrass) และโฮมเมดไอศกรีม นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกสำหรับผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติอีกด้วย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2344 4000

2. เดอะเฮาส์ ออน สาทร มอบโปรโมชั่นมื้อเด็ด

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้องอาหาร เดอะ ไดน์นิ่ง รูม (The Dining Room) จาก เดอะ เฮาส์ ออน สาทร (The House on Sathorn) เสนอโปรโมชั่นอาหารมื้อกลางวันสุดพิเศษ คือ

เดอะ ไดน์นิ่ง รูม

– เซตเมนูอาหาร 2 คอร์ส ราคาเริ่มต้นที่ 720 บาทต่อคน
– เซตเมนูอาหาร 3 คอร์ส ราคาเริ่มต้นที่ 920 บาทต่อคน
ซึ่งราคานี้รวมเครื่องดื่มประเภทซอฟต์ดริ้งก์ และชาหรือกาแฟ 1 ที่

โดยจะนำเสนอเมนูที่รังสรรค์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ได้แก่ พาสต้าเส้นแองเจิลแฮร์แบบเย็น เสิร์ฟกับซอสเห็ดทรัฟเฟิลดำ, เนื้อปูแมงมุม และคาเวียร์ทรัฟเฟิล, เนื้อแกะส่วนท้องย่าง เสิร์ฟพร้อมพริกรสเผ็ดสไตล์ฮ่องกง และข้าวผัดแบบตุรกี, ปลาค็อดย่าง เสิร์ฟกับมะเขือม่วงย่าง มะเขือเทศ และซอสโยเกิร์ต, พานาคอตต้า เสิร์ฟพร้อมซอสลูกพลับ, ลูกพลับคาราเมลไลซ์ และลูกพลับอบแห้ง เป็นต้น เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 – 14.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2344 4025

3. เดอะ คอร์ทยาร์ด มอบโปรโมชั่นเครื่องดื่ม

เดอะ คอร์ทยาร์ด (The Courtyard) จาก เดอะเฮาส์ ออน สาทร เป็นบาร์ที่นำเสนออาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีใครเหมือน มอบโปรโมชั่นเครื่องดื่มสุดพิเศษ ในบรรยากาศสบายๆ ทั้งช่วงระหว่างวัน และช่วงเย็น ท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยที่อยู่ตรงใจกลางของบ้าน พบกับ 2 โปรโมชั่นใหม่ คือ The Early Evening และ The Saturday Roast

เดอะ คอร์ท ยาร์ด

– The Early Evening
ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค. 2559 เสนอโปรโมชั่นเครื่องดื่มหลากหลายชนิดพร้อมส่วนลดพิเศษ ในวันจันทร์ – วันศุกร์ ระหว่างเวลา 17.00 – 19.00 น. รับทันทีส่วนลด 25%

โปรโมชั่นบรันช์วันเสาร์ อาหารมื้อสาย สบายๆ

– The Saturday Roast เสนอโปรโมชั่นบรันช์วันเสาร์ อิ่มอร่อยสุดคุ้มกับเมนูหลากหลาย เช่น สลัดผัก, เนื้อวากิวออสเตรเลียอบ, ไก่ออร์แกนิกย่าง, เนื้อแกะย่าง เสิร์ฟคู่กับซอสโฮมเมดนานาชนิด และเครื่องเคียงต่างๆ ให้บริการทุกวันเสาร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. – 26 มี.ค. 2559 เวลา 12.00 – 16.00 น. ราคาเริ่มต้นที่ 950 บาทต่อคน (เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี รับประทานฟรี!) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2344 4025

4. โปรโมชั่นวันวาเลนไทน์

วันที่ 14 ก.พ. 2559 โรงแรม ดับเบิลยู กรุงเทพ เสนอโปรโมชั่นต้อนรับวันวาเลนไทน์สุดหวานสำหรับคู่รัก และปาร์ตี้สุดมันสำหรับเหล่าคนโสด ที่ห้องอาหาร เดอะ คิทเช่น เทเบิล (The Kitchen Table) และ วูบาร์ (WOOBAR®)

จานนี้ก็โดนใจ!

สำหรับเดอะ คิทเช่น เทเบิล เสนอเซตดินเนอร์สุดพิเศษ I Heart You มอบอาหาร 5 คอร์ส ในราคาเริ่มต้น 3,900 ต่อ 2 คน ประกอบด้วย หอยเชลล์ผัดน้ำซุปกับเห็ดทรัฟเฟิลและผักชีลาว อกเป็ดอบกับแอพริคอตเคลือบคาราเมล และอื่นๆ อีกมากมาย (รับฟรีสปาร์คลิ่งไวน์ 1 ขวด)

ส่วน วูบาร์ เสนอโปรโมชั่นปาร์ตี้ I’M SINGLE SO WHAT? ตั้งแต่เวลา 20.00 – 24.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2344 4000

5. ดิ โอกุระ เพรสทีจ มอบโปรโมชั่นมื้อพิเศษ

ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2559 เป็นต้นไป ห้องอาหาร เอเลเมนท์ จากโรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เสนอโปรโมชั่นเมนูใหม่ ต้อนรับศักราชใหม่ ปี 2559 ด้วยเมนูสุดพิเศษ ได้แก่

– ซุปแตงกวาเย็น เสิร์ฟกับหอยเชลล์รมควัน ไข่ปลาแซลมอน และขนมปังกรอบแป้งโซบะ ราคาเริ่มต้น 360 บาท
– เทอรีนตับห่านกับโกโก้ เสิร์ฟกับเห็ดหอม บ๊วยญี่ปุ่น และขนมปังกรอบ ราคาเริ่มต้น 490 บาท
– ทาร์ทาร์เนื้อวากิว นำเข้าจากออสเตรเลีย เสิร์ฟกับไข่แดง มะเขือเทศ มิโซะโมโรมิและสาหร่าย ราคาเริ่มต้น 550 บาท
– หอยเชลล์ กับตับห่านในซุปมิโซะเห็ดชิเมจิ ราคาเริ่มต้น 410 บาท
– ปลาค็อดนึ่งสาหร่าย เสิร์ฟคู่ข้าวบาร์เลย์ตุ๋นชาเขียว และมะเขือเทศโรยหน้าด้วยเห็ด ราคาเริ่มต้น 790 บาท
– กุ้งลายเสือหมักซอส กับหัวไชเท้าดำเสิร์ฟกับโซบะชาเขียว และผงพริกญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้น 370 บาท
– ไอศกรีมมะม่วงเสิร์ฟกับช็อกโกแลตจิวารา และเจลรสส้มยูซุ ราคาเริ่มต้น 380 บาท
– พุดดิ้งชาเขียว ไอศกรีมข้าวหอมมะลิและใบชิโซะ โรยด้วยซอสงาดำ ราคาเริ่มต้น 350 บาท

เมนูใหม่ รับปีใหม่ 2559

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอาหารฝรั่งเศสแท้ๆ มากมาย เช่น หอยเชลล์และตับห่าน ซอสเห็ดทรัฟเฟิลดำ, เนื้อวากิวและตับห่านย่าง และซี่โครงเนื้อลูกวัวกับตับห่านย่าง เป็นต้น ทั้งหมดนี้เปิดให้บริการวันอังคารถึงวันเสาร์ เฉพาะมื้อค่ำ ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2687 9000 (ยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7%)

6. แอร์เอเชียเปิดเส้นทางใหม่ ภูเก็ต-อู่ฮั่น

สายการบินแอร์เอเชีย เปิดเส้นทางบินใหม่ บินตรงจาก “ภูเก็ต มุ่งสู่ อู่ฮั่น” เปิดบริการ 2 เที่ยวบินทุกวัน ได้แก่ เที่ยวบิน FD808 และ FD809 พร้อมมอบโปรโมชั่นคุ้ม เริ่มต้นเพียง 2,290 บาทต่อเที่ยว สามารถสำรองที่นั่งในราคาโปรโมชั่นได้ ตั้งแต่วันนี้ – 24 ม.ค. 2559 และเดินทางเที่ยวบินแรกวันที่ 11 ก.พ. 2559 จนถึงวันที่ 5 ก.พ. 2560

เส้นทางบินใหม่สดๆ ซิงๆ จากแอร์เอเชีย

7. นกสกู๊ตชวนบินสุดคุ้ม

สายการบินนกสกู๊ต มอบตั๋วบินสุดคุ้ม บินตรงจากกรุงเทพฯ ดอนเมือง สู่ไทเป ในวันเสาร์ อาทิตย์ และจันทร์ ราคาสุดพิเศษเพียง 1,950 บาทต่อเที่ยว (ชั้นประหยัด) จองได้แล้ววันนี้ 15 ม.ค. 2559 เพื่อเดินทางตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 2559 โปรโมชั่นนี้ เป็นราคาต่อหนึ่งเที่ยว ใช้ได้เฉพาะเที่ยวบินที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ เท่านั้น

โปรตั๋วถูกๆ บินต่างประเทศมาแล้วจ้า

ค่าโดยสาร รวมภาษีสนามบิน และค่าบริการเพิ่มเติมอื่นๆ แล้ว ราคาบัตรโดยสารที่นั่งชั้นประหยัดไม่รวมค่าอาหาร และบริการเสริมต่างๆ และข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอสำหรับการจองตั๋วออนไลน์ผ่านทาง nokscoot.com เท่านั้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2021 0000

ที่มาภาพบางส่วน : nokscoot

คือดีงามมาก…ใครไม่ไปมีเชย! 10 สิ่งแจ่มว้าว งานเที่ยวเมืองไทย 2559!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562603

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ม.ค. 2559 14:05

 

เริ่มแล้วจ้า… เริ่มกันแล้ว! สำหรับงานท่องเที่ยวเมืองไทย ที่รวมของดีของเด่น การละเล่น การแสดงของทั้ง 5 ภาค ทั่วประเทศไทย เอามาโชว์ให้ชมในที่เดียว ใจกลางกรุงเทพฯ ณ สวนลุมพินี งานนี้ ใครยังไม่ไป ขอบอกว่าเชยมากกก…

หลังจากได้มีโอกาสไปร่วมวันเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ไทยรัฐออนไลน์ ก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศที่แสนอลังการ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความคึกคัก สนุกสนานในงาน มาฝากกัน ส่วนจะเป็นอย่างไร น่าสนใจแค่ไหน ตามมาชมกันเลย

1. งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559 ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 36 แล้ว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 มกราคม 2559 ถือเป็นงานมหกรรมท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ยกเมืองไทยมาไว้ในสวนลุมฯ เพื่อส่งเสริมแนวคิดท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกด้วย

คนทยอยเดินเข้างานอย่างคึกคัก

2. สำหรับพิธีเปิดงาน จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ความเรืองรองของความสุขวิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร” ณ เวทีกลางของงาน ซึ่งเป็นเวทีขนาดใหญ่ที่สุดในงาน มีจอมอนิเตอร์ถึง 3 จอยักษ์ มีการถ่ายทอดสดพิธีเปิดงานผ่านช่องทีวีรายการพิเศษไปทั่วประเทศ พร้อมมีการแสดงโชว์ทางวัฒนธรรมของทั้ง 5 ภาค ทยอยมาให้ชม งานนี้แสง สี เสียง สุดอลังการงานสร้างจริงๆ

การแสดงบนเวทีกลาง เปิดงาน

พิธีเปิดงาน ยิ่งใหญ่อลังการ

3. ภายในงานประกอบด้วย 4 โซนหลัก เริ่มจาก โซนแรก พบกับเส้นทาง 12 เมือง ต้องห้ามพลาด Plus เปิดเส้นทางท่องเที่ยวที่เป็นที่สุด ที่ไม่ควรพลาด 24 จังหวัดทางเลือกใหม่ มีไฮไลต์เด็ด คือ จะได้ชมภาพยนตร์ไทยในอดีต หาดูได้ยาก จากโรงหนังย้อนยุค “เขาเล่าว่า”

สาวสวยคนนี้เป็นนางสงกรานต์

สาวๆ นักแสดงมโนราห์ เป็นขบวนพาเหรดเปิดงาน

4. โซนที่ 2 เป็นโซนของการจัดแสดงหมู่บ้านไทย ทั้ง 5 ภูมิภาค ได้แก่
หมู่บ้านภาคเหนือ มีเวทีจัดการแสดงชุด 5 นางพญาผ้าซิ่นแห่งล้านนา ถ่ายทอดพระประวัติและพระราชกรณียกิจของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีที่เกี่ยวกับผ้าไทยพื้นเมือง

นอกจากนี้ ยังมีการจำลองตำหนักดาราภิรมย์ ร้านจำหน่ายสินค้าของขึ้นชื่อเมืองเหนือ เช่น ผ้าหม้อห้อม ผ้าตีนจก ผ้าทอขนแกะ ผ้าทอยกดอก กิจกรรมรำวงย้อนยุค กาดเมืองเหนือขายของกินอร่อยๆ เป็นต้น

มีรถรางบริการในงาน

สาวๆ มาร่วมงาน มีลูกโป่งเที่ยวเมืองไทยด้วย

5. ต่อกันด้วย หมู่บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดแสดงในธีม อีสานแซ่บนัว ภายในมีการจำลองพระธาตุพนมและปราสาทรวงข้าวสูง 5.3 เมตร ให้ได้ชมและแชะภาพสวยๆ จำลองนาข้าว และมีการแสดงทางวัฒนธรรมอีสาน

ส่วนของดีของเด่น ได้แก่ ผ้าแพรวา ผ้ากาบบัว ผ้าไหมยกทอง ผ้าหมี่ขิด ผลิตภัณฑ์ข้าวไทย ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่างเขาสวนกวาง น้ำหมากเม่า ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว หมูยออุบล เป็นต้น

การแสดงตีกลองศิลปะภาคเหนือ

6. ส่วนภาคกลาง มีการจำลองบ้านเรือนไทยเอามาตั้งโชว์ในงาน มีเวทีการแสดงบนบ้านเรือนไทย มีการสาธิตประเพณีภาคกลางต่างๆ เช่น พิธีขึ้นบ้านใหม่ พิธีแต่งงาน พิธีทำขวัญนาค

ของเด็ดๆ ที่ห้ามพลาด ได้แก่ เดินเที่ยวชม 15 ตลาดบก 16 ตลาดน้ำ มีทั้งขนมไทย การร้อยมาลัย อาหารชาววัง ตุ๊กตาชาววัง เป็นต้น

นางรำในขบวนพาเหรด

7. ต่อกันด้วย หมู่บ้านภาคใต้ ภายในพบกับการจำลองศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี พระบรมธาตุไชยา เจดีย์พระมหาธาตุ พร้อมตลาดย้อนยุคแบบ 3 สไตล์ คือ ตลาดชิโนโปรตุกีส ตลาดย่านสถานีรถไฟ ตลาดหน้าศาลเจ้า

ส่วนของดีของเด็ด ได้แก่ เค้ก หมูย่างเมืองตรัง ข้าวหมก ขนมจีน ข้าวยำ ผ้าบาติก เครื่องประดับจากมุก เครื่องถม เครื่องเงิน เป็นต้น

นางมโนราห์สาวสวย

แสดงอ่อนช้อย ขณะเคลื่อนขบวน

8. มาถึงภาคตะวันออกกันบ้าง ที่นี่จัดเต็มไปด้วยสีสันบรรยากาศแห่งท้องทะเล มีการจำลองท่าเทียบเรือยอชต์สุดหรู มีโชว์สุดอลังการอย่างอัลคาซ่าร์ และมิโมซ่า พัทยา

ของดีของเด่น ได้แก่ ผ้าทออ่างศิลา ผ้าหมักโคลน พลอยเมืองจันทบุรี ยาดมสมุนไพร เสื่อจันทบูร ผลไม้สดมีทั้งสละ แคนตาลูป มะยงชิด เป็นต้น

สาวสวยในชุดไทย ออกมาต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

แค่วันแรก คนก็คึกคักพลุกพล่านแล้ว

9. นอกจากนี้ ยังมีโซน 3 จะเป็นโซนรวมของดีจาก 50 ชุมชน ในกรุงเทพฯ มาให้ได้ช็อปกันอย่างจุใจ และปิดท้ายที่โซน 4 เป็นเวทีกลางขนาดใหญ่ของงาน ซึ่งจะมีการแสดงมากมายตลอดวัน พร้อมพบดารา นักแสดง นักร้อง มากมาย งานนี้มีกระทบไหล่คนดังแน่ๆ

ต่อคิวซื้อขนมอร่อย

แม่ค้าสวย

10. สามารถเดินทางมาได้ง่ายๆ ทางรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีศาลาแดง แล้วเดินตามทางเชื่อมสกายวอล์ก มาที่สวนลุมฯ ได้อย่างสะดวกสบาย หรือจะนั่งรถไฟใต้ดิน MRT มาลงสถานีสีลม ออกทางออกที่ 1 ก็ได้ สะดวกสบายเช่นกัน ไม่แนะนำให้นำรถยนต์ส่วนตัวมา เพราะเนื่องจากผู้คนหนาแน่นและการจราจรค่อนข้างติดขัด

มีแผนที่รถรางให้ชม ศึกษาเส้นทาง

มุมถ่ายภาพแบบเก๋ๆ ฮาๆ

ขบวนภาคเหนือ

ต่อคิวซื้อขนมอร่อย

คนเยอะมากๆ มาเที่ยวกันคึกคัก

รับน้ำตาลสดมั้ยคะ

สาวๆ สดใส มาเดินเที่ยว

แสง สี ยิ่งใหญ่ อลังการ

น้องๆ นางรำในขบวนแห่เปิดงาน

ใครไม่เคยไป ถือว่าผิด! 3 เมืองพี่ไทยเนื้อหอม ติดอันดับค้นหาบ่อยที่สุด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558420

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2559 06:05

 

หยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันแบบจุใจ ไหนๆ พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว เราขอเปิดศักราชใหม่พร้อมกับข้อมูลการจัดอันดับแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตที่สุดในโลก 10 อันดับ ประจำปี 2559 ที่มีนักเดินทางเสิร์ชหาข้อมูลการท่องเที่ยวเกี่ยวกับเมืองนั้นๆ บ่อยที่สุด

สัปดาห์นี้ คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปดูสิว่า ในทั้ง 10 อันดับนี้ จะมีสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยติดโผกับเขาบ้างหรือเปล่า โดยงานนี้ สกายสแกนเนอร์ (Skyscanner) ผู้นำด้านเสิร์ชเอ็นจิ้นหรือบริการค้นหาตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก และรถเช่าออนไลน์ เขาได้ทำการสำรวจและเปิดเผยถึง แนวโน้มการท่องเที่ยวประจำปี 2559 ออกมาให้ได้ทราบกัน

ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ตามมาชม 10 อันดับ จุดหมายปลายทางที่มีอัตราการเติบโตของการค้นหาสำหรับปี 2559 กันเลย

1. หนานชาง, ประเทศจีน 

เป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของชาวจีน มีสถานที่โบราณต่างๆ ให้ชม เช่น หอเถิงหวังเก๋อ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง เป็นเหมือนประตูเมือง ที่นำแขกบ้านแขกเมืองเข้าสู่หนานชาง นอกจากนี้ยังมี จัตุรัส 81 ว่ากันว่าเป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเหล่าบรรพบุรุษผู้กล้าชาวจีนในสมัยที่มีการปฏิวัติ

2. โคโลญจน์, ประเทศเยอรมนี

เป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมนี มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าชมมากมาย ทั้งทางธรรมชาติ วิถีวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมสวยๆ เช่น มหาวิหารโคโลญจน์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิก หอคอยแฝด สะพาน Hohenzollern Bridge และแม่น้ำไรน์

10 เมืองที่มีแนวโน้มค้นหามากที่สุดในปี 2559 โดย skyscanner

3. มอสโก, ประเทศรัสเซีย 

เป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากอีกแห่งหนึ่งในยุโรป มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น จัตุรัสแดง แหล่งรวมสถาปัตยกรรมสวยๆ ของรัสเซีย มหาวิหารเซนต์ซาเวียร์ มหาวิหารเซนต์ไอแซค พระราชวังฤดูร้อน พระราชวังฤดูหนาว เป็นต้น

4. พัทยา (ชลบุรี), ประเทศไทย

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาตินิยมเดินทางเข้ามาเที่ยวบ่อยมากในแต่ละปี เพราะมีย่านถนนคนเดิน แสง สี ยามค่ำคืนอย่างวอล์กกิ้งสตรีท มีทะเลอยู่ใกล้เมือง มีชายหาดให้นั่งเล่น พักผ่อนสบายๆ ชิลๆ ซึ่งล่าสุดในปี 2559 นี้ ก็พบว่า พัทยา ถูกเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่พักต่างๆ บ่อยที่สุด

พัทยา ถูกค้นหาโดยนักทอ่งเที่ยวมากที่สุด

5. อีร์คุตสค์, ประเทศรัสเซีย

ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กเกอร์ที่นิยมไปเที่ยว เพราะมีบริการรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย สามารถนั่งเที่ยวไปได้ในหลายๆ เมือง สำหรับอีร์คุตสค์ สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นอาคารเก่า สถาปัตยกรรมแบบรัสเซีย โบสถ์ พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ และทะเลสาบไบคาล

6. เลย, ประเทศไทย

เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความงดงามทางวิถีชีวิตและวัฒนธรรม โดยเฉพาะที่เชียงคาน จ.เลย นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาเที่ยวอย่างล้นหลาม ตัวเมืองน่ารัก มีถนนคนเดินเก๋ๆ แถมบรรยากาศดี เพราะเมืองเชียงคานตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ลมพัดเย็นสบายจริงๆ

เที่ยวเชียงคาน จ.เลย อากาศดี๊ดี

7. เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก, ประเทศรัสเซีย 

เป็นเมืองท่องเที่ยวอีกแห่ง ที่ฮอตฮิตของรัสเซีย ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำนีวา (Neva) ใกล้ทะเลบอลติก สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ได้แก่ ป้อมปีเตอร์แอนด์พอล พระราชวังฤดูหนาว พระราชวังฤดูร้อน แกลลอรี่เก็บงานศิลปะชิ้นเอกของโลก หอสมุด ป้อมประภาคาร โบสถ์เซนต์ไอแซค เป็นต้น

8. ครัสโนยาสค์, ประเทศรัสเซีย 

เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในเขตไซบีเรีย อยู่ทางตะวันออกของรัสเซีย เป็นเมืองที่ห้อมล้อมไปด้วยขุนเขาและสายน้ำ วิวทิวทัศน์สวยงามมาก ตัวเมืองตั้งยู่บนสองฝั่งของแม่น้ำ Yenisei สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว ได้แก่ เทือกเขา Sayan แม่น้ำ Yenisei เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นต้น

9. เลห์, ประเทศอินเดีย

เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในอินเดียเหนือ (North India) ว่ากันว่าเป็นเมืองที่อยู่สูงที่สุดบนยอดเขา สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น พระราชวังเก่าสต็อคพาเลซ วัดเฮมิส วัดธิคเซย์ ทะเลสาบพันกอง หรือทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก และนูบร้าวัลเลย์ หุบเขาแห่งดอกไม้

10. ร้อยเอ็ด, ประเทศไทย

ปิดท้ายกันที่ จ.ร้อยเอ็ด เป็นเมืองท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านวัฒนธรรมอีสาน มีวัดสวยๆ หลายแห่งให้ได้เยี่ยมชมสถาปัตยกรรมโบราณในอดีต และยังมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสุดฮิตของชาวเมือง นั่นคือ บึงพลาญชัย มีเกาะกลางน้ำสวยงาม มีพื้นที่กว้างขวางประมาณ 2 แสนตารางเมตร

เที่ยวร้อยเอ็ด เมืองแห่งวิถีพุทธ

โดยสรุปคือ พี่ไทยของเราคว้าตำแหน่งสถานที่ท่องเที่ยวจุดหมายปลายทาง ที่จะได้รับความนิยมในปี 2559 มาถึง 3 แห่งด้วยกัน ได้แก่ พัทยา เลย และร้อยเอ็ด นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจอื่นๆ ออกมาด้วย คือ

– นักท่องเที่ยวชาวไทยยังชอบที่จะใช้บริการสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ (51.6%) มากกว่าสายการบินราคาประหยัด (48.4%)

– จุดหมายปลายทางระหว่างประเทศ ที่มีการค้นหามากที่สุดในปี 2558 คือ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อันดับรองลงมาคือ ฮ่องกง สิงคโปร์ โซล โอซาก้า ลอนดอน กัวลาลัมเปอร์ ซับโปโร ไทเป และนิวยอร์ก

ผลสำรวจจาก skyscanner

– จุดหมายปลายทางในประเทศที่มีการค้นหามากที่สุดในปี 2558 คือ กรุงเทพฯ รองลงมาคือ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ (สงขลา) อุดรธานี กระบี่ สุราษฎร์ธานี เชียงราย อุบลราชธานี ขอนแก่น

– นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่นิยมเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา 3 อันดับแรก ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากลอนดอน มอสโก สิงคโปร์ อันดับรองลงมา คือ ชาวฮ่องกง แมนเชสเตอร์ อัมสเตอร์ดัม โซล แฟรงก์เฟิร์ต โตเกียวและมิลาน

ผลสำรวจเทียบกันในแต่ละประเทศ จาก Skyscanner

ที่มาภาพบางส่วน : Skyscanner

หลงรักอุบลราชธานี ตะลอนเที่ยวครั้งเดียวไม่เคยพอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557319

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2559 08:45

 

ช่วงเวลาแห่งความสุข…มหาชนทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันคือ ช่วงเวลาที่เราได้อิสระ ได้ไปปลดปล่อย ได้ไปเที่ยวในที่…ที่เราอยากจะไป…ไปอุบลราชธานีกันเถอะ เพราะในแต่ละอำเภอ มีที่เที่ยวสวยๆ งามๆ อยู่เต็มไปหมดตลอดทั้งปี ครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้ง 12 เดือน

โดยเฉพาะช่วงต้นปีแบบนี้! ช่วงแห่งความสุขล้นแบบนี้! ลมหนาวโชยมาเย็นๆ อย่าได้ลังเล พุ่งตรงมาที่อุบลราชธานี คุณจะพบว่า จังหวัดนี้ที่เคยมองข้ามไป มีอะไรให้ค้นหาอยู่มากมายเต็มไปหมด เกินกว่าที่จะบอกได้หมด เกินกว่าที่จะมาเที่ยวแค่วันเดียว สองวัน สามวัน สี่วัน ห้าวัน หรือหนึ่งสัปดาห์ ถ้าคุณได้ค้นพบแหล่งที่เที่ยวสวยๆ รับรองจะห้ามใจไม่ไหว ไม่พอเที่ยว!!! และถ้าคุณเจอะเจออุบลราชธานี ในมุมมองที่เราคัดมาแล้ว รับรองอยากจะอยู่ต่อที่อุบลราชธานีไปยาวๆ ดังต่อไปนี้!!!

สวยงามสุดๆ ดูพระอาทิตย์ก่อนใครในประเทศไทยที่ผาแต้ม อำเภอโขงเจียม

ผาแต้มยามรุ่งอรุณ อากาศสดชื่นมากๆ

แสงสวยๆ แบบนี้ ต้องตื่นแต่เช้าตรู่

พระอาทิตย์ขึ้นสวยทุกที่ แต่พระอาทิตย์ขึ้นที่ผาแต้ม สวยที่สุด! แทบจะหยุดหายใจ!

จิบกาแฟที่ผาแต้ม บอกเลยว่า วิวสุดยอดอลังการ

ผาแต้มสูงชันมากๆ ระวัง! หล่นจากหน้าผานะ

เช้าๆ ฝูงชนกำลังรอดูพระอาทิตย์ขึ้น

แสงสว่างเจิดจ้าที่ผาแต้ม

ดอกไม้น้อยๆ สีสันชวนมอง กำลังเบ่งบานสวย

พักที่ผาแต้ม บรรยากาศและวิวสุดยอดของแท้! ดูแลรับผิดชอบโดย นายนครรินทร์ สุทัตโต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม และนายธานนท์ โสภิตชา ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี

ลองกินอะไรใหม่ๆ บ้าง แล้วอาจจะติดใจ

สินค้าพื้นถิ่น ลองลิ้มได้ตามฤดูกาล ราคาโอเค บริเวณใกล้ๆ ลานจอดรถ ที่ผาแต้ม

พิศวงอยู่นะ ตั้งตระหง่านได้ยังไง?

มหัศจรรย์ธรรมชาติสร้าง เสาเฉลียง อำเภอโขงเจียม

แปลกตาตะลึงตาจริงๆ กับ เสาเฉลียง มีมาตั้งแต่ยุคโบราณ มีอายุยาวนานมากว่า 180 ล้านปี

แปลกแต่จริง เสาเฉลียง ต้องมาพิสูจน์ให้เห็นจะจะกับตา

เสาเฉลียง สูงเด่นเป็นสง่า…แล้วแต่จะจินตนาการ ว่าเป็นรูปร่างอะไร ดอกเห็ด หรือ เสาอะไร?

ผาหินแตก อยู่ไม่ไกลจากเสาเฉลียง เดินดีๆ ระวังตก!

ออกแบบได้เก๋ไก๋ดี กับอาคารที่เป็นจุดผ่านแดนไทย-ลาว ที่ช่องเม็ก อำเภอสิรินธร

ช็อปไปตามแต่ชอบ ที่ร้านฝั่งลาว แถวช่องเม็ก

น่ากินไม่น้อย ของกินพื้นบ้าน ที่ตลาดฝั่งลาว ตรงข้ามด่านช่องเม็ก อำเภอสิรินธร

ผ้าสักผืนมั้ย? ที่ตลาดฝั่งลาว บริเวณช่องเม็ก อำเภอสิรินธร ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนไทย-ลาว

ทุ่งใหญ่ๆ กับดอกขาวเล็กๆ ณ ทุ่งหนองหญ้าม้า ต.คำขวาง อ.วารินชำราบ

ดอกเล็กๆ ที่เชื่อว่าถ้าได้มาเห็น จะบานในหัวใจคุณได้ไม่ยาก

แดดแรงๆ แสงแจ่มๆ เหมาะกับการถ่ายรูปเจิดๆ มากๆ

แวะมาเลยช่วงเช้าๆ อากาศดีไม่ร้อนมาก! ช่วงนี้ยังพอมีดอกบานเหลืออยู่ แต่ส่วนใหญ่โรยราไปบ้างแล้ว

อืม…อร่อยนุ่มลิ้นกันได้ที่ร้าน ชาชักป๋านม อ.วารินชำราบ

มุมนี้ที่คุ้นเคย!

ธรรมะดีๆ จากต้นไม้ไว้เตือนใจ

สงบร่มรื่นจริงๆ ที่วัดป่านานาชาติ บ้านบุ่งหวาย อ.วารินชำราบ

หยิบไปอ่าน เอาไว้ขัดเกลาจิตใจ

สงบจิต แล้วจะพบความสุขที่เรียบง่าย!

วัดป่านานาชาติ อำเภอวารินชำราบ วัดที่คุณจะพบความสงบแห่งจิตจริงๆ

ธรรมนำทาง ให้ชีวิตเราได้ดี

ป่าไม้โอบล้อม ไม่ต้องพึ่งแอร์ นี่แหละเย็นจริงๆ

เหลืองไปทั่ว งามเด่นจริง

กำลังบานสวยเต็มที่จริงๆ ดอกฝ้ายคำ หรือดอกสุพรรณิการ์ ที่สวนสาธารณะภูหล่น อำเภอพิบูลมังสาหาร

ดอกสวยๆ กับเด็กน่ารักๆ

น่าหยิกน่ารักเนอะ

หัวใจเหลืองๆ รอมอบให้ใครบางคน!

ใส่ขาไก่ต้มเปื่อยๆ ในก๋วยจั๊บ ไก่ฉีกแซ่บสะเด็ดต้องบอกต่อ แซ่บถ้วยเดียวไม่พอ! ขอแนะนำที่ร้าน ไพลิน ถนนศรีณรงค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี

มาอุบลราชธานี ต้องลองลิ้มกินก๋วยจั๊บ สักสองสามถ้วยให้พุงกาง

ตื่นเช้าๆ มาตักบาตรได้ที่สะพานข้ามทุ่งข้าวแห่งศรัทธา ที่บ้านชีทวน ต.ชีทวน อ.เขื่องใน

ธรรมชาติยิ่งใหญ่เสมอ สามพันโบก มุมกว้างๆ ที่อำเภอโพธิ์ไทร

งามตะลึงจริง! ต้องตรงมาที่ สามพันโบก อลังการเกินกว่าจะบรรยายได้หมด

งามชื่นใจจริงๆ น้ำตกถ้ำเหวสินธุ์ชัย ที่อำเภอโขงเจียม สวยงามเป็นพิเศษหลังปลายฝนต้นหนาว

น้ำตกลงรู หรือ น้ำตกแสงจันทร์ ที่บ้านทุ่งนาเมือง ตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม สถานที่ถ่ายทำละครหลายเรื่อง โฆษณาดังๆ หลายชิ้น

แวะไปรับบุญกันได้ที่ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง อยู่ที่ อำเภอสิรินธร

บาป บุญ อยู่ที่เราทำเอง

สวยๆ สไตล์แนท อนิพรณ์

ยิ้มหวานจับใจแบบแนท

สวยงามมากๆ แนท อณิพรณ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ พร้อมเพื่อนๆ นางงาม ร่วมงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ประจำปี 2558 ที่ผ่านมา บอกเลยว่าเป็นงานบุญงานแห่เทียน ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดของไทย ภาพ : eddy

หาดคูเดื่อ อยู่ใกล้ๆ อำเภอเมืองอุบลราชธานี ขับรถไม่เหนื่อย มาชิลแล้วโล่งดี!

บ่ายๆ หากุ้งแม่น้ำที่แม่น้ำมูล ที่หาดคูเดื่อ

นิ่งๆ บ้าง บางทีเร็วไปก็ไม่ดี

เดอะมูนริเวอร์ แพกลางแม่น้ำมูล ที่หาดคูเดื่อ

เดอะมูนริเวอร์ ที่หาดคูเดื่อ ลองแวะมา อาจจะติดใจ

ตกดึกบรรยากาศดีมากๆ ที่ เดอะมูนริเวอร์

ยามย่ำลมเย็นๆ โชยมาแต่ไกลที่ริมแม่น้ำมูล

แพริมแม่น้ำมูล เย็นๆ น่าพักจริงๆ ที่ KT Riverside

น่านอนเล็กๆ สักสองสามชั่วโมง

ชิลริมน้ำ นี่แหละความสุขเล็กๆ

เรือล่องกลับฝั่ง ภาพธรรมดา ที่ติดตรึงในใจเรา

พระอาทิตย์มีขึ้นมีลง เช่นชีวิตคนเรา

มุมนี้ก็แจ่มที่ บ้านริมมูลคูเดื่อ ตำบลแจระแม อำเภอเมือง

อยากหลับหลายๆ งีบนานๆ น่านอนมากๆ

เลือกที่พักให้ถูกใจ แล้วจะพบความสุขใจ

ตะวันเริ่มสาดแสงที่ บ้านริมมูลคูเดื่อ

รับลมเย็นๆ ที่ระเบียง

ราตรีนี้ยังยาวนาน

มุมนี้ก็ชวนมอง

บ้านน้อยหลังนี้ น่าพักอยู่นานๆ

เมื่อ ‘รอยยิ้ม’ เด็กตั้งคำถาม! คุณยิ้มแบบไม่หวังผลตอบแทนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560379

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2559 06:05

 

เป็นภาพที่เต็มไปด้วย ‘รอยยิ้ม’ ที่ไร้เล่ห์เหลี่ยม เป็นร้อยรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ สดใส

คำถามประสาผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกก็พร้อมพรั่งผุดพรายขึ้นท่ามกลางภาพรอยยิ้มเด็กๆ มากมายตรงหน้าก็คือว่า เราหลงลืมรอยยิ้มที่ไม่มีข้อแม้ รอยยิ้มที่ไม่ได้เสแสร้งแกล้งแสดง เพราะอยากได้ตำแหน่ง เงินตรา และ อำนาจ เราหลงลืมความรู้สึกเมื่อยิ้มเพราะมีความสุขแบบเด็กๆ ไปตอนไหน? หลงลืมไปตั้งแต่เมื่อไหร่?

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ ‘เอกลักษณ์ ไม่น้อย’ ช่างภาพไทยรัฐออนไลน์เก็บมาจากเทศกาลวันเด็ก เป็นการรวมภาพรอยยิ้มพิมพ์ใจ รอยยิ้มที่ไม่ต้องว่าจ้าง รอยยิ้มที่ละล่องลอยความบริสุทธิ์ ยิ้มเพราะมีความสุขทั้งหัวใจ

ภาพที่ตั้งคำถามให้ผู้ใหญ่ด้วยว่าคุณยิ้มแบบไม่หวังผลตอบแทนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?.

 

ไปกิน…”หมึกดุ๊กดิ๊ก” ที่ปูซาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559850

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ม.ค. 2559 05:01

 

เปิดเส้นทางบินตรงจากดอนเมืองสู่อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ วันละ 2 เที่ยวบิน สำหรับ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์…สายการบินราคาประหยัดที่ให้บริการเส้นทางการบินระยะไกล สายการบินแรกของประเทศไทย

เที่ยวบินที่ XJ700 ออกจากดอนเมืองตีสองยี่สิบนาที ถึงอินชอน 09.40 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

ปลาหมึกตัวโตที่สับใส่ปากแล้วยังดินดุ๊กดิ๊ก

ตามแผนเดิมคือเราต้องนั่งรถไฟ AREX หรือแอร์พอร์ต เรลโรด เอ็กซ์เพรส ต่อไปยังสนามบินกิมโปเพื่อขึ้นเครื่องบินในประเทศไปเมืองปูซาน เมืองท่าสำคัญที่สุดของเกาหลีใต้ และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของเกาหลีใต้รองจากกรุงโซล แต่เนื่องจากเราใช้เวลาต่อคิวในการตรวจเอกสารเข้าเมืองค่อนข้างนานจึงต้องเปลี่ยนแผนเป็นนั่งรถบัสจากสนามบินอินชอนไปยังสนามบินกิมโปแทน

ราว 1 ชั่วโมงเราก็มาถึงสนามบินกินแฮในเมืองปูซาน อากาศในช่วงบ่ายค่อนข้างอุ่นสบายไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป “พิณ” ไกด์สาวชาวเกาหลีที่พูดไทยได้ชัดเจน นำเสนออาหารมื้อกลางวันแบบเร่งรัดที่ร้านบุฟเฟ่ต์บลูโกกิที่ ตลาดปลาชากัลชิ ซึ่งเป็นตลาดค้าปลาและอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของปูซานด้วย

สุกี้ซีฟู้ด

หลังอิ่มอร่อยกับหมูย่างรสเลิศแล้ว ก็ได้เวลาออกไปเดินชมตลาดปลาซึ่งตั้งอยู่บริเวณท่าเรือ ซึ่งท่าเรือที่ปูซานนี้ ถือเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีและเป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก

บรรยากาศในตลาดค่อนข้าง คึกคัก แม่บ้านเกาหลีเริ่มออกมาจับจ่ายเลือกซื้ออาหารทะเลทั้งแบบสดๆและแบบแห้งจากร้านแผงลอยขนาดเล็กที่ตั้งเรียงรายสองฝั่งถนน อาหารทะเลสดๆถูกลำเลียงออกมาจัดวางให้ดูน่ากิน มีทั้งปูอลาสก้า ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้ามาจากรัสเซีย กุ้งตัวโตๆไปจากเมืองไทย ส่วนกุ้งมังกรอย่างล็อบสเตอร์ถูกส่งมาจากแคนาดา ส่วนปลาหมึกยักษ์ตัวใหญ่ๆนำเข้ามาจากเปรูเป็นส่วนมาก

ภาพบ้านที่หมู่บ้านคัมชอนอดีตและปัจจุบัน

พิณ บอกว่า ทุกวันจะมีเรือจากรัสเซีย จีน ไทย ญี่ปุ่น และประเทศแถบอเมริกาใต้เข้ามาที่ท่าเรือแห่งนี้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้า ส่วนอาหารทะเลขึ้นชื่อที่เป็นของเกาหลีจริงๆ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกหอย ปลาหมึก และปลาทะเลหลากหลายชนิด รวมถึงปลาไหลทะเลด้วย

พูดถึงปลาหมึก มาถึงแหล่งอาหารทะเลขึ้นชื่อของเกาหลีอย่างปูซานแล้ว ต้องไม่พลาดเมนูเด็ดอย่าง “ซันนักจี” (Sannakji) หรือ ปลาหมึกดุ๊กดิ๊ก เมนูที่ชาวเกาหลีนิยมรับประทานกันมาก

หลายคนอิดออดตอนที่แม่ค้าสับปลาหมึกแล้วตัวมันยังดิ้นดุ๊กดิ๊กๆอยู่ แต่พอมีคนแรกนำร่องคีบเข้าปากแล้วบอกว่าอร่อย… เท่านั้นละ ทุกคนก็พร้อมที่จะคีบเจ้าปลาหมึกดุ๊กดิ๊กเข้าปากกันคนละคำสองคำ นี่ถ้ามีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดจัดจ้านจากเมืองไทยไปด้วย คงวาง ตะเกียบไม่ลงแน่ๆ

ภาพถ่ายหมู่บ้านคัมชอนมุมสูงจากจุดชมวิว

การกินหมึกดุ๊กดิ๊กหรือซันนักจีนี้ มีเคล็ดลับอยู่บ้างตรงที่ต้องราดน้ำมันงาลงไปในปลาหมึกเพื่อให้เกิดความลื่น คนเกาหลีบอกว่า ความอร่อยของเมนูนี้อยู่ที่ปลาหมึกที่ยังคงดิ้นดุ๊กดิ๊กในปาก เวลากินเขาบอกว่าต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนค่อยกลืน เพราะไม่เช่นนั้นปุ่มตรงหนวดหมึกอาจจะดูดติดปากหรือคอทำให้สำลักหรือติดคอได้

ท่าทางตื่นเต้นของการคีบหมึกดุ๊กดิ๊กเข้าปาก

นี่ถ้าเป็นช่วงแดดร่มลมตก เห็นทีคงได้นั่งกินหมึกดุ๊กดิ๊กแกล้มโซจูแก้หนาว ได้อารมณ์ฟินทุกๆ ปีในช่วงเดือนตุลาคม จะมีเทศกาลอาหารทะเลที่เรียกว่า เทศกาลชากัลชิ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวเกาหลีและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมงานนี้เป็นจำนวนมาก ความสนุกสนานเพลิดเพลินอยู่ที่การเดินกินอาหารทะเลสดๆริมถนน ชมการแสดงดนตรี การละเล่นและกิจกรรมต่างๆ คล้ายๆกับงานกาชาดหรืองานเทศกาลของดีอ่างศิลาบ้านเรายังไงยั้งงั้นละ…

อาหารทะเลสดๆ ที่ตลาดปลาชากัลชิ

เราใช้เวลาเดินชมตลาดปลาประมาณ 30 นาที ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยัง “หมู่บ้าน วัฒนธรรมคัมชอน” ซึ่ง การท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ต้องการจะประชาสัมพันธ์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองปูซาน

จริงๆ แล้วเรามองเห็นหมู่บ้านคัมชอนตั้งแต่ตอนยืนอยู่ตรงท่าเรือแล้ว อาคารสีสันแปลก ตาเบียดแทรกกันอยู่บนภูเขาอีกด้านหนึ่งตรงข้ามกับตลาดชากัลชิ มองไกลๆ เหมือน ตึกในเขาวงกต

ภาพเขียนเจ้าชายน้อยหน้าประตูบ้านที่หมู่บ้านคัมชอน

เรื่องราวของหมู่บ้านคัมชอนในฐานะของแหล่งท่องเที่ยวอาจจะเพิ่งเป็นที่รู้จักไม่นาน แต่จริงๆ แล้ว หมู่บ้านแห่งนี้ถูกค้นพบตั้งแต่เมื่อ 60 กว่าปีก่อน เป็นหมู่บ้านที่ผู้อพยพหนีภัยจากสงครามเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้มารวมตัวอยู่ด้วยกัน ในช่วงเวลานั้นที่นี่ถูกเรียกขานว่าเป็น “สลัม” ด้วยบ้านที่ปลูกติดๆกัน นอกจากผู้อพยพภัยสงครามแล้ว ที่นี่ยังมีนักบวชมารวมอยู่ด้วยกันอีกกลุ่มหนึ่ง จึงมีชื่อเรียกหมู่บ้านนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “แทกึกโด” หรือ หมู่บ้านศาสนา

ปูอลาสก้าจากรัสเซีย

แทกึกโด หรือหมู่บ้านคัมชอน ถูกทิ้งร้างให้อยู่ในสภาพทรุดโทรมมานาน กระทั่งผู้นำหมู่บ้านเกิดไอเดียที่จะปรับปรุงหมู่บ้านครั้งใหญ่ ในปี ค.ศ.2009 จึงได้เชิญบรรดาศิลปินนักเรียนและจิตรกรมาช่วยกันตกแต่งหมู่บ้านขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นจุดสนใจและดึงดูดผู้คนให้มาเที่ยวมากขึ้น ศิลปินนับสิบมาช่วยกันตกแต่ง เสริมจินตนาการให้กับหมู่บ้านด้วยสีพาสเทลหลากสีสัน และ รูปปั้นแบบต่างๆ ทั้งรูปปั้นนกบนหลังคา รูปปั้นฝูงปลาบนระเบียงไม้ จนทั่วทั้งหมู่บ้านมีสีสันสดใส และได้รับการขนานนามใหม่ว่า…“ซานโตรีนีแห่งเกาหลี” ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

กุ้งจ่อมสูตรเกาหลี

ออกจากหมู่บ้านคัมชอน เรามีโปรแกรมต้องไปดูพระอาทิตย์ตกที่ Oryukdo Islands Skywalk ซึ่งเป็นสะพานกระจกเหนือหน้าผา มองไปจะเห็นเกาะ Oryuk สัญลักษณ์ของปูซาน ซึ่งน่าเสียดายที่เราไปถึงในช่วงพระอาทิตย์ตกเสียแล้ว เลยได้ชื่นชมแค่บรรยากาศยามค่ำคืนและสายลมทะเลที่พัดเข้าใส่จนหนาวสั่น…

อาหารค่ำในปูซานเป็นสุกี้ซีฟู้ดหม้อโต ที่ดูเหมือนการกินมื้อนี้จะ Slow food เพราะทั้งเพลียทั้งหมดแรง ตื่นขึ้นมาเช้าวันแรกในปูซาน เกือบจำไม่ได้ว่าหลับไปตอนไหน….!!!!

ท่าเรือใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้

โปรดีมีมาโชว์! รวมสุดยอด 6 โปรโมชั่นเด็ด ช็อปสุดคุ้มต้อนรับต้นปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559450

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ม.ค. 2559 15:01

 

สวัสดีพี่น้องเมืองฟ้าอมร กลับมาเจอกันอีกแล้วกับช่วงสุดสัปดาห์หรรษา สำหรับใครที่ยังรู้สึกว่า ช่วงปิดปีใหม่ยังไม่เต็มอิ่มกับของลดราคา และสินค้าโปรโมชั่นดีๆ ละก็ ฟังทางนี้ เพราะเราสรรหาของดีราคาถูกมานำเสนอกันอีกแล้ว

สำหรับสัปดาห์นี้ ปฏิทินไทยรัฐออนไลน์ จะชวนไปช็อปของดีราคาสุดคุ้มกับมหกรรมสินค้า Sale ลอตใหญ่ และเตรียมพบกับตลาดนัดไลฟ์สไตล์ในตู้คอนเทนเนอร์แนวใหม่ ที่อัดแน่นด้วยสีสันของไฟนีออนสดใสฟรุ้งฟริ้ง แถมยังมีโปรมื้ออาหารสุดคุ้ม โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินถูกๆ มาให้เลือกชมกันด้วย

พร้อมแล้ว ตามมาดูรายละเอียดกันเลย

1. งาน Sale น่าช็อป!

End of Season SALE
วันนี้ – 7 ก.พ. 2559 ชวนไปช็อปล้างสต๊อกในงาน “Central End of Season SALE” ณ เซ็นทรัลสาขาฟิวเจอร์พาร์ค ภายในงานพบกับสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ดังมากมาย ขนมาลดราคาสูงสุด 70% และยังสามารถลดเพิ่มได้อีก 25% จากการใช้จ่ายผ่านเดอะวันการ์ดและบัตรเครดิต

ไปช็อปกันให้สะใจ

NEON FEST BKK
11 ก.พ. 2559 เป็นต้นไป เตรียมตัวพบกับงาน “NEON FEST BKK” ณ ลุมพินีสแควร์ (สวนลุมไนท์เก่า) เปิดตลาดเวลา 17.00-24.00 น. ภายในงานพบกับ ร้านค้าในตู้คอนเทนเนอร์สุดชิค 71 ตู้ รวมกว่า 800 ร้านค้า พร้อมบรรยากาศการตกแต่งสไตล์ NEON ที่จะสร้างสีสันให้ชาวกรุงเทพฯ กินดื่มเที่ยว ที่เดียวครบ (ทุกวันพฤหัส ถึง วันอาทิตย์) พร้อมชมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของประเทศไทย ทั้งหมดนี้บนเนื้อที่กว่า 9,000 ตารางเมตร

เตรียมพบกับตลาดนัดไลฟ์สไตล์ แนวฮิปสเตอร์

2. โปรโมชั่นอาหารรสเลิศ!

Shoot From The Shore
โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ เอาใจคนรักอาหารทะเล มอบโปรโมชั่นใหม่จากห้องอาหาร เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล ‘Shoot From The Shore’ ให้คุณอิ่มอร่อยสุดคุ้มไปกับเมนูซีฟู้ดสดๆ นานาชนิด เมนูจานเด็ด ได้แก่

– หอยนางรมสดเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงต่างๆ
– หอยนางรมอบชีส (oyster Thermidor)
– ปลาซาชิมิสดๆ มีทั้งปลาทูน่า ปลาแซลมอน และปลาฮามาจิ
– กุ้งแทนดอรี สไตล์อินเดีย
– แกงโกนปลาเก๋าทะเลและหอยลายจากมะนิลา
– ปูศรีลังกาเผา เสิร์ฟคู่เนยกระเทียม มะเขือเทศ และอะโวคาโด
– ปลาแมคเคอเรลอบพาร์สลีย์มะนาว
– ปูอลาสก้าซอสมิโซะย่างถ่าน
– หอยลายมะนิลาผัดกะเพรา
– ปลาทูแมคเคอเรลผัดเปรี้ยวหวานแบบเมดิเตอร์เรเนียน เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่ง
– ปลาเก๋าทะเลทอดกรอบที่เสิร์ฟคู่กับซัลซ่าและซอสบ๊วย

มื้อนี้หรูมากๆ

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่มารับประทานโปรโมชั่นนี้ รับกุ้งเมนล็อบสเตอร์ครึ่งตัวต่อ 1 ท่านทันที โปรโมชั่นนี้ราคาเริ่มต้นเพียง 1,850 บาทต่อท่าน มาพร้อมกุ้งเมนล็อบสเตอร์ครึ่งตัวสำหรับทุกท่าน ให้บริการทุกวันอังคาร เวลา 18.00-22.30 น. ตั้งแต่วันนี้-31 มี.ค. 2559 ณ ห้องอาหาร เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล ชั้น 2 โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2344 4000

ชินเนนไค
โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ มอบโปรโมชั่นอาหารญี่ปุ่นชุด “ชินเนนไค (Shinnen kai)” หรือเทศกาลแห่งการสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานตามธรรมเนียมนิยมของชาวญี่ปุ่น เพื่อฉลองความสำเร็จของธุรกิจ และพูดคุยเพื่อวางแผนธุรกิจสำหรับปีใหม่ โดยมีเมนูใหม่พร้อมเสิร์ฟ ได้แก่ เมนูอาหารชุดมื้อค่ำ ประกอบไปด้วย ปลาดิบชั้นดี 3 ชนิด ไก่ทอด เกี๊ยวใส่ปลาหมึกนึ่งกับซอสขิงและต้นหอม กุ้งเทมปุระ ซูชิ มิโซะซุป และขนมหวานพุดดิ้งชาเขียว

อยากทานอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ ต้องมาชิม

โปรโมชั่นนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 2,000 บาท ให้บริการทุกคืน ตั้งแต่วันนี้-24 มกราคม 2559 เวลา 18.00-22.30 น. (ราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2687-9000

3. ตั๋วบินสุดคุ้ม!

Hello 2016!
สายการบินแอร์เอเชีย จัดโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาสุดคุ้มต้อนรับต้นปี 2559 กับโปรโมชั่น “Hello 2016” มอบตั๋วราคาถูกราคารวมเริ่มต้นที่ 290 บาท โดยมีต้นทางจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังจุดหมายปลายทางมากมาย บินในประเทศ เช่น

โปรตั๋วถูกๆ แอร์เอเชีย

– อุบลราชธานี, สกลนคร เริ่มต้นที่ 290 บาท
– นครศรีธรรมราช, เชียงใหม่, เชียงราย, อุดรธานี, นครพนม, พิษณุโลก เริ่มต้นที่ 390 บาท
– กระบี่, หาดใหญ่, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี เริ่มต้นที่ 490 บาท
– ขอนแก่น, ตรัง เริ่มต้นที่ 590 บาท
– นราธิวาส เริ่มต้นที่ 990 บาท

โปรโมชั่นนี้ สามารถจองได้ตังแต่วันนี้-10 ม.ค. 2559 และใช้เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 2559-5 ก.พ. 2560 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2515-9999

New Year Surprise
สายการบินนกแอร์ มอบโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษต้อนรับปีใหม่ 2559 กับโปร “New Year Surprise” ราคาเริ่มต้นเพียง 888 บาท สามารถจองได้ตั้งแต่วันนี้-11 ม.ค. 2559 เพื่อใช้เดินทางได้ตั้งแต่ 12 ม.ค.-30 ก.ย. 2559 สำรองที่นั่งก่อนเดินทางอย่างน้อย 7 วัน

โปรบินถูกๆ จากนกแอร์

โดยราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 888 บาทต่อเที่ยวบินสำหรับ 1 ท่าน (รวมทุกอย่างแล้ว) สำหรับเส้นทาง พิษณุโลก, อุดรธานี, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, สกลนคร, กระบี่, สุราษฎร์ธานี, นครพนม และนครศรีธรรมราช

และยังมีราคาเริ่มต้นที่ 988 บาทต่อเที่ยวบินสำหรับ 1 ท่าน (รวมทุกอย่างแล้ว) สำหรับเส้นทาง เชียงใหม่, เชียงราย, ภูเก็ต, หาดใหญ่, น่าน, ร้อยเอ็ด, บุรีรัมย์, เลย และตรัง

ส่วนราคาเริ่มต้นที่ 1,088 บาทต่อเที่ยวบินสำหรับ 1 ท่าน (รวมทุกอย่างแล้ว) สำหรับเส้นทาง ย่างกุ้ง, โฮจิมินห์, ฮานอย, ชุมพร แม่สอด, เชียงใหม่-อุดรธานี, แพร่, ระนอง และลำปาง สอบถามเพิ่มเติม โทร. Call Center 1318
ที่มาภาพบางส่วน : airasianokairfutureparkneonfestbkk

ท่องเที่ยววิถีไทย ในเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559396

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ม.ค. 2559 06:01

 

มหกรรมท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร จัดฉลองศักราชใหม่ ด้วยงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559” (Thailand Tourism Festival : TTF 2016) เพื่อหนุนปีท่องเที่ยววิถีไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน โดยยกขบวนทั้งของกิน ของใช้ และการแสดงจาก 5 ภาค ทั่วเมืองไทยมาไว้ที่สวนลุมพินี

ผู้ว่า ททท. “ยุทธศักดิ์ สุภสร” กล่าวว่า งานนี้เป็นการแสดงสินค้าด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศครั้งยิ่งใหญ่ หลากหลายแง่มุม ทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยคัดเลือกของดีของเด็ดจากทั่วทุกภูมิภาค ทุกจังหวัดมารวมอยู่ในงานเดียว ภายใต้แนวคิด “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร” ในงานประกอบด้วย 4 โซนหลัก คือ โซนที่ 1 “12 เมืองต้องห้าม…พลาด Plus” เส้นทางท่องเที่ยวที่เป็นที่สุด ห้ามพลาดของ 24 จังหวัดทางเลือกใหม่ และชมภาพยนตร์ไทยในอดีตที่หาดูได้ยากในโซนนี้

ส่วนโซนที่ 2 เป็นหมู่บ้าน 5 ภูมิภาค รวมของดีทั่วเมืองไทย ทั้งสินค้าและการแสดง เพื่อสร้างการรับรู้ถึงเอกลักษณ์ของพื้นที่ใน 5 ภูมิภาค มีการแสดงที่หาดูได้ยาก ในสโลแกน “ของแท้ 100% การันตี โดย ททท.” อาทิ ภาคเหนือ จัดการแสดง 5 นางพญาผ้าซิ่นแห่งล้านนา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดการแสดงจำลองนาข้าว ภาคใต้ จัดตลาดจำลองย้อนยุคสไตล์ชิโนโปรตุเกส ตลาดการค้าย่านสถานีรถไฟ และตลาดหน้าศาลเจ้า รวมทั้งมีการสาธิตการทำหนังตะลุง, การทำกรงนก, ภาคกลาง จัดในธีมสุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม จำลองบรรยากาศตลาด “15 ตลาดบก 16 ตลาดน้ำ” มานำเสนออาหารและสินค้าท้องถิ่นที่โดดเด่น เป็นต้น

โซนที่ 3 รวมของดีจาก 50 ชุมชนในเขต กทม. มารู้จักอาหารอร่อยและสินค้าเด่น คัดสรรสินค้าเด็ดอาหารดังจากทุกชุมชน และโซนสุดท้าย เป็นเวทีใหญ่กับกิจกรรมบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เวลา 12.00- 22.00 น. โดยเข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 13-17 ม.ค. ศกนี้ ที่สวนลุมพินี ซึ่งสามารถเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน MRT สถานีสีลม และรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง.

แสงสุดท้ายที่ทุ่งบัวตอง…สู่แสงแรกบนภูชี้เพ้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554616

โดย หนีกรุงไปปรุงฝัน 3 ม.ค. 2559 16:05

 

ค่ะ ณ จุดๆ นี้ดิฉันได้พิชิตหนึ่งพันกว่าโค้งสู่ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ จ. แม่ฮ่องสอน เป็นครั้งแรกในชีวิต บอกได้คำเดียวว่า “จะตายแล้วค่ะ”

พี่เอกโชเฟอร์จอมพลังของทีมหนีกรุงยังคงหมุนพวงมาลัยไปมาด้วยใบหน้าสดชื่นระรื่นใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดิฉันมองตาพี่ชายผ่านกระจกหลังด้วยสายตาวิงวอนร้องขอชีวิต

“จอดเถอะพี่”

พี่ชายหัวเราะเยาะน้องสาวแบบไม่เหลือเยื่อใย ก่อนจะเทียบรถเข้าข้างทางอย่างนุ่มนวล ชนัตพล หวังเพิ่ม หรือพี่กอล์ฟ หรือพี่เฉื่อย ลืมตาตื่นมาเหมือนโดนเสียบปลั๊ก (เพราะตอนหลับพี่แกก็หลับง่ายเหมือนถอดปลั๊ก) หยิบกล้องแล้วเปิดประตูลงไปถ่ายรูปราวกับเป็นระบบสั่งการอัตโนมัติ เช่นเดียวกับพี่เอก พี่ชายสายตลก กับน้องจ๋อม น้องสาวฝึกงานสายเส้นตื้น ซึ่งทั้งสองได้จับคู่กันเล่นมุกและหัวเราะมาตลอดทาง จนเจอโค้งแม่ฮ่องสอนจึงได้สลบคอตกไปตามกัน

ส่วนดิฉันในเวลานี้ วิ่งลงจากรถ ล้างหน้า ดมยา สะบัดแขน บิดตัวไปมา นาทีนี้ให้ตีลังกาก็ทำแล้วค่ะ ร่างกายปั่นป่วนมากเหมือนโดนพายุทอร์นาโดถล่ม พยายามยืนนิ่งๆ ตั้งสติ อยากร้องขอความช่วยเหลือจากใครสักคน ลองหันไปมองทีมงานหนีกรุงทั้งสี่คน ไม่มีใครสนใจดิฉันเลยค่ะ ทุกคนต่างมุ่งมั่นส่องเลนส์ไปทางทิศตะวันตกเพื่อเก็บบรรยากาศของแสงสุดท้าย ดิฉันถอนหายใจ…หันมองพระอาทิตย์ตกดินในสถานที่แปลกหน้าเป็นครั้งแรก

โอ้โห…
พระอาทิตย์สีส้มระบายสีลงบนท้องฟ้าสีชมพู ม่วง น้ำเงิน สาดแสงส้มเข้มลงบนเทือกเขาที่ซ้อนทับกันหลายเลเยอร์ ภูเขาที่อยู่ด้านหน้าสุดมีจุดเล็กๆ สีเหลืองของดอกบัวตองน่ารักๆ อยู่ทั่ว อืม…ฟื้นคืนชีพแล้วค่ะ

พี่เฉื่อยเดินมาหาดิฉันด้วยความเร็วหนึ่งกิโลเมตรต่อสองวัน (คือ ช้าจริงๆ ค่ะคุณพี่) ก่อนจะคลี่ยิ้มเฉื่อยๆ ไปทั่วใบหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงง่วงๆ ว่า

“คอลัมน์หลงรักประเทศไทยหลังจากนี้…พี่ยกให้แกนะ พี่อยากถ่ายรูปอย่างเดียวให้มันดีที่สุดไปเลย”

พูดจบ ชายหนุ่มก็เดินจากไปโดยไม่ได้ไถ่ถามความรู้สึกของหญิงสาว ไม่แม้จะถามความสมัครใจหรือคิดถึงจิตใจของผู้อ่านที่ต้องมาอ่านตัวอักษรประหลาดๆ…ไม่มีเลยจริงๆ

ท้องฟ้าอับแสง สมองสติดิฉันก็มืดมนเช่นกัน…ตอนนี้เครียดมากค่ะ คอลัมน์หลงรักประเทศไทยนี่มัน คืออะไร!
พี่เฉื่อยถ่ายภาพ น้องดำรายงาน

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ ‘มะขวัญ’ ชื่อนี้ไม่มีความหมาย มารับหน้าที่หลงรักประเทศไทยผ่านตัวอักษรแทนคุณชนัตพล หวังเพิ่ม หรือพี่เฉื่อย ช่างภาพมือโปรของหนีกรุง ขอออกตัวไว้ตั้งแต่บัดนี้ว่าไม่ใช่คนโลกสวยหรือโลกมืด เป็นคนมองโลกแบบที่มันเป็นนี่แหละค่ะ แต่ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่ทำให้ดิฉันรับหน้าที่เขียนคอลัมน์นี้ได้คงเป็นความรักและเคารพในธรรมชาติอย่างสุดซึ้ง ซึ้งถึงขนาดที่ชอบกอดต้นไม้เป็นงานอดิเรก แต่ดิฉันไม่ได้บ้านะคะ วางใจได้ ฝากตัวอักษรเหล่านี้ด้วยค่าาาาา

โอเค…พร้อมแล้ว ขอต้อนรับสู่บันทึกการเดินทางทั่วไทยครั้งแรก…ที่แม่ฮ่องสอนจ้าาาาา

ที่งานรื่นเริงใกล้บ้านคุณ

แฟนหนีกรุงหลายคนอาจสงสัยว่า เวลาชาวหนีกรุงออกทริปแต่ละคราว เรื่องราวเริ่มต้นยังไง

เริ่มจากการประชุมกันในหมู่กอง บก. เพื่อหาธีมหลักของแต่ละเล่ม เช่น ความรัก/แสง/ลอย หลังจากนั้นก็เฟ้นหาสถานที่เด็ดดวงพวงสร้อย แล้วรอทางคุณ บก. นกเขา ศิลปินรูปหล่อเคาะสถานที่ เสร็จสรรพก็แบกกระเป๋าออกเดินทางเลย

คร่าวๆ แค่นี้ ส่วนจะแวะที่ไหน กินอะไร หรือพักยังไง…ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโชคชะตาล้วนๆ

ค่ำคืนนี้ในตัวอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ก็เช่นกัน เราทั้งห้าคนรู้แค่ว่าพรุ่งนี้เช้าต้องไปทุ่งดอกบัวตอง แต่เราไม่รู้ว่าคืนนี้จะหลับจะนอนกันที่ไหน จึงต้องเข้าออกๆ โรงแรมเกสต์เฮาส์ รีสอร์ตเป็นว่าเล่น (เพราะช่วงนี้เป็นเทศกาลทุ่งดอกบัวบาน คนเยอะเหลือเกิน) ประมาณสองทุ่มกว่ากับจุดหมายที่มืดมน พี่อุหันไปเห็นแสงไฟสีๆ ชิงช้าสวรรค์ และร้านรวงมากมาย

“เทศกาลงานรื่นเริงทุ่งดอกบัวตองบาน แวะๆๆ”

เท่านั้นละค่ะ ความกังวลเรื่องที่นอนก็หายไปจนหมดสิ้น ทุกคนในรถขณะนี้เหมือนเด็กห้าขวบ ตื่นเต้นกับแสง สี เสียงยามค่ำคืนมากมากมากมาก

น้องจ๋อม : พี่ๆ นั่นๆ ไส้กรอกสีแดงโง่ๆ เวลามีงานวัดแถวบ้าน หนูต้องซื้อทุกทีเลย
พี่เฉื่อย : โห…เวลาพี่ไปงานวัดต้องระบายสีปูนปลาสเตอร์ สมัยพี่ต้องหล่อปูนเองด้วย
พี่อุ : พวกคุณยังอ่อนครับ ผมนี่ ต้องบ้านผีสิง เมื่อก่อนกลัวมาก ขาสั่น นอนไม่หลับเลย

ค่ะทุกคนแสดงความชราและความเป็นเด็กต่างจังหวัดออกมาได้ชัดเจนทีเดียวค่ะ ระหว่างที่ทุกคนกำลังรำลึกอดีตอันหอมหวาน ดิฉันได้ยินเสียงหมาหอนผสมกับเพลงลูกทุ่งดังมาจากลำโพงตัวใหญ่…ตรงท้ายงาน มีบ้านผีสิง

ล้วงเงิน 20 บาท เดินฉับๆ เข้าไปด้วยความมั่นใจราวนางแบบบนแคตวอล์ก บ้านผีสิงแค่นี้…ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก

“เห้ยมะขวัญ เจ๋งว่ะ เข้าบ้านผีสิงคนเดียวเลยเว้ย” พี่เฉื่อยตะโกนมาแต่ไกล

มันแน่นอนอยู่แล้วค่ะ เพราะผีย่อมไม่กลัวผีด้วยกัน (ฮ่าๆๆ) เดินผ่านม่านดำ เป็นทางทึมๆ ทอดยาว มีผีกระสือพลาสติกห้อยลงมาเป็นสิ่งกีดขวางหนึ่งตัว (น่ากลัวตรงไหน…พูดซิ) ดิฉันตบไส้กระสือเล่นอย่างผู้มีชัย….แล้วมัน….ก็มาโดยที่เราไม่รู้ตัว

“แฮร่ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

อีผีปลอม อีคนปลอมเป็นผีมันวิ่งไล่ค่ะ ด้วยสัญชาตญาณก็ต้องกรี๊ดและวิ่งหนีสิคะ จะรออะไรอยู่ ดิฉันวิ่งหนีออกมาด้วยความเร็วแสง ถึงหน้าบ้านผีสิงเห็นพี่เฉื่อยกำลังล้วงกล้องออกมาเพื่อถ่ายรูป

“เห้ย อะไรวะ ยังไม่ถึงห้าวิเลย ไอ้มะห้าวิ”

ได้มาแล้วค่ะ…ฉายาหลังจากนี้ในชีวิตหนีกรุง…มะห้าวิ

แสงสุดท้ายที่ทุ่งบัวตอง

ตีสี่ เราตื่นด้วยความสดชื่นสดใส ยิ้มรับวันใหม่ ยิ้มให้แก่กัน

ประโยคข้างบนนี่ไม่มีความจริงเลยค่ะ เรานัดกันตีสี่ แต่ตื่นมาตอนตีห้า ล้างหน้า แปรงฟัน ฉกกระเป๋ากล้องแล้ววิ่งขึ้นรถทันที พี่เอกยังคงรักษาฟอร์มการขับขี่ได้เป็นอย่างดี แม้เส้นทางจะฉวัดเฉวียน แต่พี่เอกก็พาเรามาถึงทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ อย่างง่ายดายตอนใกล้หกโมงเช้า

ดิฉันลงจากรถ…เบิกสายตามองเจ้าดอกสีเหลืองที่กองพะเนินทุ่งสุดลูกหูลูกตาในเวลานี้…โอ้แม่เจ้า…
ทุ่งดอกบัวตองในแสงสลัว…ยังสวยขนาดนี้ ไม่อยากคิดว่าตอนพระอาทิตย์ขึ้นจะสวยขนาดไหน

พี่เฉื่อยไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบเดินขึ้นบันไดไปตามเนินทุ่งดอกบัวตอง หันซ้ายหันขวาหามุมที่ดีที่สุด ก่อนจะหายตัวไปในป่าสนตรงด้านบนสุดของเนิน ตั้งกล้องและเฝ้ารอความงดงามที่กำลังจะมาเยือนอย่างเงียบๆ

ดิฉัน…เดินขึ้นมายังจุดสูงสุดของทุ่งดอกบัวตองและมองกลับไปยังทิวทุ่งเหลืองอร่ามด้านล่าง สลับมองทิวเทือกเขาสีน้ำเงินเขียว ฉากหลัง…ทั้งสองทิวกำลังเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตามกำลังแสงของพระอาทิตย์ ค่อยๆ เหลือง ค่อยๆ เขียว…ค่อยๆ แสดงความสวยที่สุดที่ธรรมชาติรังสรรค์ไว้ออกมา

นี่กำลังยืนอยู่ในประเทศไทยจริงๆ เหรอวะ…สวยจังโว้ยยยยยยยยยยยยยยย !!!

อยากตะโกนให้ลั่นทุ่ง แต่ก็สงสารนักท่องเที่ยวคนอื่น เลยได้แต่ยืนอาบแสงอาทิตย์ ดื่มความงามของภูเขา ดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกบัวตองอย่างสงบ อิ่มหนำสำราญใจมาก จนได้เวลาที่กระเพาะอยากอิ่มบ้าง เลยเดินทอดน่องลงมายังร้านค้าด้านล่าง พ่อค้าแม่ขายกำลังเปิดร้านอย่างขะมักเขม้น

บนเตาถ่านหน้าร้าน…มันเผากำลังส่งกลิ่นหอมเคล้าอากาศหนาว…มาอยู่ในท้องพี่เถิดน้องมันจ๋า…

“กินข้าวกันอีหนู”

พี่สาวแม่ค้าท่าทางใจดีกับผองเพื่อนสามสี่คนกำลังตั้งโต๊ะ กลิ่นแกงหอมฉุยลอยมากับควันขาวๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง พี่สาวตักข้าวให้เสร็จสรรพ…เลยต้องร่วมวงตามประสาคนมีมารยาท (ไม่ได้หิวมากหรอก แค่น้ำลายไหลเอง)

พี่สาว 1 : ที่นี่มีมานานแล้วน้อง ตั้งแต่สมัยก่อน ก่อนไหนไม่รู้ รู้แต่นานมากแล้ว เขาว่า พวกมิชชันนารีเอาเมล็ดดอกบัวตองมาโปรยไว้
พี่สาว 2 : ไม่ใช่ เขาบอกว่า ผู้เฒ่าบ้านเรานี่แหละเอามาโปรย เอามาจากตะวันตก
พี่สาว 1 : ตะวันตกไหน กาญจนบุรีเหรอ
พี่สาว 2 : ไม่ใช่ ตะวันตกยุโรปสิโว้ย
พี่สาว 3 : เออๆ ตำนานเริ่มเยอะแล้ว กินๆ น้อง นี่เขาเรียกว่าแกงโต่เจ ใช้ถั่วปีทำ ปีหนึ่งได้กินครั้งเดียว กินๆ

สดุดีทุกตำนานค่ะ…ไม่ว่าจะเป็นฝีมือใคร กราบขอบคุณมากที่ทิ้งสิ่งที่งดงามที่สุดไว้เพื่อทุกหัวใจที่มาเยือนที่นี่

แกงโต่เจนี่กลมกล่อมดีจริงๆ พี่ๆ เล่าว่า เมื่อหมดฤดูดอกบัวตองบานชาวบ้านจะช่วยกันตัดต้นบัวตองทั้งหมดแล้วปล่อยให้มันขึ้นใหม่…บ่มเพาะให้ผลิบานอีกครั้งเมื่อถึงฤดูกาล…ทุกคนในที่นั้นยืนยันว่ามันสวยขึ้นทุกปี

วันนี้…ทีมงานหนีกรุงเลยสดุดีความงามที่ต้องใช้เวลาของทุ่งดอกบัวตอง ด้วยการอยู่ที่นี่จนพระอาทิตย์ตก พวกเราเปลี่ยนทุ่งบัวตองเป็นออฟฟิศบ้าง ห้องอาหารบ้าง ห้องนอนบ้าง สนามเด็กเล่นบ้าง แล้วแต่ความสบายใจแต่ละคน

ซึมซับทุกความรู้สึกดีๆ…จนแสงสุดท้ายของวันลาจากไป
สู่แสงแรกบนภูชี้เพ้อ

ตีสี่ เราตื่นด้วยความจำใจ…เพราะต้องไปเก็บแสงแรกของวันใหม่ให้ได้บนภูชี้เพ้อ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรในการเดินทาง

ตอนแรกดิฉันกะว่าจะงีบเอาแรงบนรถ แต่ถนนขึ้นภูชี้เพ้อนี่หลุมๆ บ่อๆ ราวกับรถขับบนผิวดวงจันทร์ รถกระเด้งไปกระดอนมาจนพี่เฉื่อยที่หลับง่ายยังหลับไม่ลง…ท้องไส้ของพวกเราปั่นป่วนสักพักก็ถึงตีนภูชี้เพ้อ…มีขั้นบันไดทอดยาวไปสู่ด้านบน…บันไดยาวมาก…ยาวจริง ๆ…ยาวเหลือเกิน

บอกได้เลยค่ะว่าหนึ่งร้อยขั้นแรก ดิฉันและน้องจ๋อมวิ่งขึ้นไปด้วยความกระฉับกระเฉง ต้องแสดงให้คนชราอย่างพี่เฉื่อย พี่เอก พี่อุเห็นสักหน่อยว่าเรายังวัยรุ่น แต่พอผ่านขั้นที่หนึ่งร้อยไปเท่านั้น…ทั้งห้าคน…หอบแบบจะตายเลยค่ะ

บันไดภูชี้เพ้อนี่ยิ่งกว่าหนังหักมุม หลอกเราไปมุมภูเขาด้านหนึ่ง เหมือนจะถึงแล้ว…อ้าว ยังมีบันไดต่อไปที่มุมอีกด้านหนึ่ง เรียกว่าเหนือบันไดยังมีบันได ช่วงสุดท้ายก่อนถึงยอดภูเริ่มได้ยินอะไรประหลาดๆ จากชาวหนีกรุง

“ทำไมไม่สร้างลิฟต์ให้กู !!!”
“หนูจะตายแล้วค่ะ ฝากบอกพ่อแม่หนูด้วยว่าหนูรักพ่อกับแม่มาก”
“ขาจะหักแล้วคร้าบบบบบบบ”

ค่ะ…ทุกคนเข้าใจแล้วยังคะว่าทำไมที่นี่ถึงชื่อ ‘ภูชี้เพ้อ’…ใครที่มาก็เพ้อเจ้อกันแบบนี้ทุกคนแหละค่ะ

พอขึ้นมาถึงเท่านั้นแหละ…แม่เจ้าโว้ย !!! นี่มันนิกโกะ ประเทศญี่ปุ่นชัดๆ เลย ทำไมนางสวยเช่นนี้ ภูเขาหลายลูกซ้อนกันสุดลูกหูลูกตาอยู่หลังม่านหมอกสีขาว อากาศเย็นชื่นใจ…แม้พระอาทิตย์วันนี้จะตื่นสายไปหน่อย…แต่ก็ใจดีส่งแสงรางๆ มาให้เราเห็นความสวยด้านล่าง

ชอบจริงๆ…ชอบมาก

พี่เฉื่อยไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินดุ่มๆ ไปหามุมที่สวยที่สุด เดินๆ หยุดๆ มองๆ อยู่เป็นครึ่งชั่วโมง ก่อนจะปักขาตั้งกล้องลงตรงมุมที่ตั้งใจเก็บมาเพื่อชาวหนีกรุงโดยเฉพาะ…แล้วพี่แกก็ยืนเฝ้าแสงอาทิตย์อยู่อย่างนั้น…ยืนอยู่นานจริงๆ

สงสัยว่าอะไรทำให้คนๆ หนึ่ง อดทนเพื่อภาพดีๆ ได้ขนาดนั้น

พี่เฉื่อยไม่ใช่คนกดชัตเตอร์หลายครั้ง แต่การกดแต่ละครั้ง คือ สิ่งที่คิดมาอย่างดีแล้ว มองรูปพี่แกแต่ละเฟรมก็ถึงบางอ้อว่า การเติบโตอย่างงดงามของคนทุกคนบนโลก…มันต้องใช้เวลาเพื่อสั่งสมประสบการณ์จริงๆ

ระหว่างยืนมองพี่เฉื่อย พระสงฆ์สองรูปเดินมาถึงจุดชมวิวอย่างสงบ…แต่หัวใจฉันหล่นวูบ

…ทำไมต้องมาเจอพระสงฆ์บนนี้ด้วย ?

หลายปีที่ผ่านมา พ่อของดิฉันบอกทุกคนในครอบครัวเสมอว่า ท่านอยากเดินทางธรรมเพราะเหนื่อยมาทั้งชีวิต เมล็ดความฝันนี้ถูกปลูกในใจพ่อมานานแสนนานและเติบใหญ่ขึ้นในวันที่ฉันรับปริญญา หลังจากวันนั้น…พ่อตัดสินใจเดินตามความฝันด้วยการบวชเป็นพระภิกษุและออกธุดงค์ในป่า เวลานั้นไม่มีใครในครอบครัวไม่ยินดีกับความสุขของพ่อ…และไม่มีใครไม่เจ็บปวด

ผ่านมาสองปี…ทุกครั้งที่ฉันต้องนั่งรถผ่านภูเขาทุกลูก ผ่านป่าทุกป่าในประเทศไทย ฉันมักมีความหวังเล็กๆ ในใจว่าพ่ออาจจะอยู่แถวนี้ แม้วันนี้พ่อจะย้ายกลับมาอยู่ที่วัดป่าในจังหวัดใกล้ๆ บ้าน…แต่มันไม่เคยใกล้ในความรู้สึกฉันสักที

ฉันเดินหลบผู้คนมาอีกด้านหนึ่งของภูชี้เพ้อ…รู้สึกหนาวไปหมดแล้ว เลยกอดต้นไม้ต้นหนึ่งไว้ เนื้อแข็งๆ เย็นๆ ของมันแผ่ความอบอุ่นอย่างประหลาด จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงสุดท้ายของพ่อกระซิบในความทรงจำ

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ลูกต้องมีสติและอดทนมากๆ นะลูก”

แสงแรกของวันใหม่มาแล้ว…การเดินทางครั้งใหม่ของชีวิตกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
และแน่นอนนะพ่อ…ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ลูกสาวคนนี้จะอดทนมากๆ…ไม่ต้องห่วงเลย

Text: มะขวัญ Photos: ชนัตพล หวังเพิ่ม

ที่มา – หนีกรุงไปปรุงฝัน
www.facebook.com/neekrungmagazine