เปิดภาพ น้องณดา ออกงานกับ พ่อบรู๊ค ลุคนี้สวยปังมาก แม่กบ ยังต้องกรี๊ด

เปิดภาพ น้องณดา ออกงานกับ พ่อบรู๊ค ลุคนี้สวยปังมาก แม่กบ ยังต้องกรี๊ด

27 ม.ค. 2568 18:20 น.

เปิดภาพ น้องณดา ออกงานกับ พ่อบรู๊ค ลุคนี้สวยปังมาก แม่กบ ยังต้องกรี๊ด

นับวันยิ่งโตยิ่งสวยจริงๆ สำหรับ น้องณดา ลูกสาวคนสวยของนางเอกสาว กบ สุวนันท์ และสามีหนุ่ม บรู๊ค ดนุพร ปุณณกันต์ ซึ่งตอนนี้ตัวสูงมากๆ แซงหน้าคุณแม่ไปแล้ว ทำเอาแฟนๆ แห่คอมเมนต์ชมว่าลูกสาวบ้านนี้สวยน่ารักจริงๆ

และล่าสุด น้องณดา สามารถไปออกงานกับคุณพ่อแทนคุณแม่แล้วจ้า ซึ่งในอินสตาแกรม @kob_nada_nadol ได้โพสต์ภาพของ น้องณดา ที่ใส่ชุดเดรสสีขาว แต่งหน้าทำผมดูสวยหวานมาก ลุคนี้คุณแม่อย่างกบยังต้องกรี๊ดเลย ซึ่งคุณแม่กบเขียนข้อความบรรยายว่า “ออกงานกับคุณพ่อแทนแม่ได้แล้วว ชุด @lastelle สวยมากก .. แม่กรี๊ดลุคนี้ของสาวน้อยเว่อร์”

ส่องคอมเมนต์ก็มีทั้งคนในวงการบันเทิงรวมถึงเพื่อนๆ แฟนๆ แสดงความคิดเห็น อาทิ เป็นสาวแล้วหลานยาย, พวกเราแก่ขนาดนั้นแล้วเหรอ ไม่จริ้งงงงงงงงงงงงงง ยังเหมือนดูคลิปน้อง “บั๋นตึ่งณดาด้วยนะก๊ะ” อยู่เลย, สวยยยยยยย, เจอที่งานน้องน่ารักมากๆ, มองหานึกว่าคุณแม่จะมาด้วย, เด็กน้อยในวันนั้น โตเป็นสาวแล้วในวันนี้ เราไม่แก่ไงไหว, ลูกเป็นสาวแล้ว แต่แม่ก็ยังสาวเหมือนเดิม ดีงามจริงๆ ค่ะ, สูงเท่าพ่อแล้ว ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ช่อง 3 โพสต์เตือนซาแซงสะกดรอยตาม หลิงหลิง คอง ถ้าไม่หยุดจะดำเนินคดี

ช่อง 3 โพสต์เตือนซาแซงสะกดรอยตาม หลิงหลิง คอง ถ้าไม่หยุดจะดำเนินคดี

27 ม.ค. 2568 17:22 น.

ช่อง 3 โพสต์เตือนซาแซงสะกดรอยตาม หลิงหลิง คอง ถ้าไม่หยุดจะดำเนินคดี

เรียกว่าเป็นประเด็นร้อนมาพักใหญ่ สำหรับกรณีที่นักแสดงสาวชื่อดัง หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง ถูกบุคคลบางกลุ่มสะกดรอยตามและขับรถตามไปยังสถานที่ต่างๆ ที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จนทำให้แฟนๆ ต่างเป็นห่วงความปลอดภัยของนักแสดงสาว

ล่าสุดต้นสังกัดอย่างสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โพสต์จดหมายแถลงขอให้บุคคลดังกล่าวหยุดพฤติกรรมหรือการกระทำใดๆ ที่แสดงออกถึงการคุกคามต่อสิทธิของนักแสดง ไม่เช่นนั้นจะรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของนักแสดงสาว

“กรณีนักแสดงในสังกัดสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 คุณหลิงหลิง คอง ถูกบุคคลบางกลุ่มสะกดรอยตามและขับรถตามไปยังสถานที่ต่างๆ อันเป็นพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง สร้างความวิตกกังวลถึงความไม่ปลอดภัย และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุต่อตัวนักแสดงได้

สถานีฯ จึงขอให้ท่านยุติพฤติกรรมดังกล่าว หรือการกระทำใดๆ ที่แสดงออกถึงการคุกคามต่อสิทธิของนักแสดงโดยทันที หากพบว่ายังมีการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิ สถานีฯ จะดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดเพื่อปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของนักแสดงต่อไป 

ทั้งนี้ทางสถานีฯ ขอขอบคุณแฟนคลับทุกท่านที่มอบความรักและให้การสนับสนุนต่อคุณหลิงหลิง คอง และนักแสดงของสถานีฯ มาโดยตลอด ทางสถานีฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะให้ความรักและการสนับสนุนนักแสดงต่อไป ด้วยความเคารพในสิทธิส่วนบุคคล” 

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แม่ทับทิม อัญรินทร์ ไฟเขียวให้คบ ไทด์ เอกพันธ์ ชมเป็นคนดี มั่นใจดูแลลูกสาวได้

แม่ทับทิม อัญรินทร์ ไฟเขียวให้คบ ไทด์ เอกพันธ์ ชมเป็นคนดี มั่นใจดูแลลูกสาวได้

27 ม.ค. 2568 16:04 น.

แม่ทับทิม อัญรินทร์ ไฟเขียวให้คบ ไทด์ เอกพันธ์ ชมเป็นคนดี มั่นใจดูแลลูกสาวได้

หลังจากที่นักแสดงหนุ่มจิตอาสา ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดใจถึงเรื่องคบหาดูใจนางเอกสาวรุ่นน้อง ทับทิม อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ ซึ่งมีอายุห่างกัน 28 ปี จนกลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ ซึ่งมีแฟนๆ ที่ต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับทั้งคู่มากมาย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์สอบถาม คุณแม่เปิ้ล ธัญยธรณ์ ธีราธนันพัฒน์ คุณแม่และผู้จัดการส่วนตัวของทับทิม ว่าหลังมีกระแสข่าวออกมาได้พูดคุยกันในครอบครัวบ้างหรือไม่ ซึ่งคุณแม่กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องปกติ จริงๆ ในครอบครัวทราบมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ในมุมมองของคุณแม่ ความรักครั้งนี้อยู่ในสายตาคุณแม่ตลอด เพราะน้องไปไหนกับแม่ตลอดเหมือนเดิม เรื่องที่มีคนมาดูแล น้องโตแล้ว อยู่ที่น้องตัดสินใจ คิดว่าน้องคงตัดสินใจดีแล้ว จริงๆ คุณแม่เห็นความเคลื่อนไหวตลอด ก็โอเค

ถามว่าตอนเริ่มคุยกัน เขามาปรึกษาคุณแม่ไหม คุณแม่เผยว่า มีตลอด ฝ่ายพี่ไทด์มาบอกคุณแม่เหมือนกันว่าขอคุยกับน้อง รับรู้มาตลอด 2-3 ปี ณ ตอนนี้ก็ไปไหนกับลูกตลอดเหมือนเดิม ถึงคุยกันแม่ก็ยังไปตลอด ถามว่าไฟเขียวไหม พี่ไทด์ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ดูๆ แล้วก็เป็นคนดีคนนึง เป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาน่าจะมีความคิดที่ดี คิดว่าน่าจะดูแลลูกเราได้

ส่วนความประทับใจในตัวไทด์ คุณแม่ตอบว่า จริงๆ คุณแม่รู้จักพี่ไทด์มานานมาก 10 กว่าปีแล้ว ตอนนั้นน้องทำงานเป็นพิธีกรร่วมกัน แล้วแม่ก็ไปด้วยกันตลอด เห็นความเคลื่อนไหวจนสนิทสนมกัน เรื่องทุกอย่างคุณแม่รู้เพราะสนิทกันมานานแล้ว แต่ที่มาคบกันก็ประมาณ 2-3 ปีนี้เอง จริงๆ ไปไหนด้วยกันตลอด ไม่ได้ปิดหรือเปิดอะไร ใครเห็นก็ไม่ได้ปิดอะไร

ถามว่ามีความกังวลในเรื่องอายุที่ห่างกันไหม คุณแม่บอกว่า จริงๆ คุณแม่ก็พยายามดูอยู่เหมือนกัน คอยสอนน้องในวัยที่ห่างกัน ก็ต้องคอยเรียนรู้ซึ่งกันและกันเหมือนกัน แต่จริงๆ ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งคู่

เมื่อถามถึงเรื่องการสร้างอนาคตร่วมกัน คุณแม่เผยว่า ตอนนี้ทั้งคู่ก็กำลังดูๆ กันอยู่ ค่อยๆ คิด ค่อยเป็นค่อยไป ก็อยู่ที่อนาคตว่าเขาจะยังไง สุดท้ายอยู่ที่น้อง จริงๆ น้องก็ตามใจฝ่ายคุณพ่อคุณแม่เหมือนกัน ในเมื่อเราไม่มีปัญหาอะไรกันก็โอเค เพราะน้องก็เป็นห่วงคนรอบข้างเหมือนกัน เรื่องแพลนแต่งงานสร้างครอบครัว เขาก็มีวางแผนไว้บ้าง แต่คงยังไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน ตอนนี้ทุกอย่างก็โอเค พี่ไทด์เป็นคนดีคนนึงในสายตาคุณแม่ ตอนนี้ครอบครัวก็ไฟเขียว

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

อ.ยิ่งศักดิ์ รับเจอผลกระทบข่าวยุติพิธีกร ลั่นจะกลับมาทำงานอีก ขอให้รอติดตาม

อ.ยิ่งศักดิ์ รับเจอผลกระทบข่าวยุติพิธีกร ลั่นจะกลับมาทำงานอีก ขอให้รอติดตาม

27 ม.ค. 2568 14:29 น.

อ.ยิ่งศักดิ์ รับเจอผลกระทบข่าวยุติพิธีกร ลั่นจะกลับมาทำงานอีก ขอให้รอติดตาม

เรียกว่าเป็นประเด็นร้อนก่อนหน้านี้ สำหรับการยุติบทบาทพิธีกรรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทางช่อง 8 ของพิธีกรชื่อดัง อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ โดยทางรายการส่งจดหมายชี้แจงและให้เหตุผลว่า อ.ยิ่งศักดิ์ มีปัญหาด้านสุขภาพ จนหลายคนเข้าใจไปว่าป่วยหนัก ก่อนที่เจ้าตัวจะไลฟ์ชี้แจงว่าไม่ได้ป่วยหนักอะไรขนาดนั้น แต่ที่ผ่านมาก็ขับรถไปมากลับบ้านมืดๆ ค่ำๆ แพ้แรง พร้อมทั้งขอบคุณแฟนๆ ก่อนจะเผยว่าตอนนี้ขอใช้ชีวิตสงบๆ ทำงานในสิ่งที่ตัวเองพอทำได้ และอยากเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ในต่างจังหวัด

แต่ดูเหมือนว่าชาวเน็ตก็ยังคงคาใจและวิจารณ์เรื่องนี้ไปต่างๆ นานา ล่าสุด อ.ยิ่งศักดิ์ ออกมาไลฟ์ผ่านทาง TikTok @yingsakfood เพื่อชี้แจงเรื่องที่ทุกคนสงสัย ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากข่าว ญาติตกใจว่าตนป่วยอะไร ยอมรับว่าไม่ได้เห็นประกาศก่อนล่วงหน้า และไม่คิดว่าจะได้รับผลกระทบขนาดนี้ ไม่ได้พูดว่าจะไม่ยอม หรือโวยวาย แค่จะบอกให้ฟังว่าการประกาศแบบนี้มีผลกระทบ ส่วนข่าวตนไม่สบาย จริงๆ ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ส่งผลกระทบสินค้าที่เป็นพรีเซนเตอร์เกี่ยวกับสุขภาพ ต้องกราบขออภัยจริงๆ เพราะเขาเริ่มได้รับผลกระทบจากข่าวนี้

อ.ยิ่งศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ ต่อไปนี้จะทำงานเพื่อประโยชน์กับสังคม หากมีช่องไหนรับและให้เกียรติตน ตนจะรีบไปทำ ย้ำว่าตนจะกลับมาทำงาน ตอนนี้มี 3 ช่องให้เลือก 3 รายการ โดยรายการที่ตนจะเลือกทำงานนั้น ต้องเข้าใจตนมากที่สุด ไม่ใช่ช่องไหนจ่ายตนมากที่สุด ย้ำจะทำต่อไป เพื่อประโยชน์กับคนอื่น ตนสู้ตาย จะทำให้สุดความสามารถ จะไม่ออกจากวงการบันเทิง เพราะความเสียหายมันเกิดขึ้นกับคนรอบข้างดิฉันเยอะมาก

ส่วนเรื่องร้านกาแฟที่ต่างจังหวัดที่เคยพูดไว้ อ.ยิ่งศักดิ์ บอกว่าจะพักโครงการไปก่อน และจะกลับมาทำให้สุขภาพแข็งแรง แก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ขอเรียกร้องความเสียหายกับใคร ก่อนจะฝากถึงคนที่คิดอะไรมุมเดียว มีแต่คนถามว่าทำไมไม่ทำรายการ มันก็จำเป็นจะต้องตอบ แต่คิดไหมว่าสิ่งที่ต้องตอบ ผลเสียหายคือต่อชีวิตตนมากมาย

ถัดจากวินาทีนี้ไปจะเดินหน้า สู้เพื่อให้เห็นความสามารถ ไม่คิดจะเอาคืนใคร ถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม ที่คุณคิดจะก้าวเดินออกไปข้างหน้า แล้วคุณเหยียบคนอื่นหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน ก้าวเดินของคุณเป็นก้าวที่ไม่บริสุทธิ์ ตนต้องการเดินออกไปอย่างสงบ ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่ตนตั้งใจทำงานจริงๆ และฝากให้ไปคิดว่า จะทำอะไรครั้งต่อไปรอบคอบกว่านี้ แล้วอย่าเอาวิธีการแบบนี้ไปทำกับคนอื่น ไม่น่ารัก ให้เกียรติกันหน่อย ส่วนตนขอทำงานที่รักและอยู่อย่างสงบๆ ขอพักอีกนิดเดียวแล้วจะกลับมา

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

วันนี้ที่รอคอย! วู้ดดี้-โอ๊ต อิ่มใจจดทะเบียนสมรส หลังเคยจัดงานแต่ง 11 ปีที่แล้ว

วันนี้ที่รอคอย! วู้ดดี้-โอ๊ต อิ่มใจจดทะเบียนสมรส หลังเคยจัดงานแต่ง 11 ปีที่แล้ว

27 ม.ค. 2568 13:01 น.

วันนี้ที่รอคอย! วู้ดดี้-โอ๊ต อิ่มใจจดทะเบียนสมรส หลังเคยจัดงานแต่ง 11 ปีที่แล้ว

บทพิสูจน์รักแท้ที่ไม่จำกัดเพศอย่างแท้จริง! ของ วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา และ โอ๊ต อัครพล จับจิตรใจดล หลังจากที่เฝ้ารอมานาน ล่าสุด วู้ดดี้-โอ๊ต ได้จูงมือเข้าพิธีจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ และถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีนายทะเบียนจากสำนักงานเขตปทุมวัน ดำเนินการจดทะเบียนสมรส ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์แบบ

หลังจากที่ทั้งคู่ได้ยืนหยัดเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และร่วมผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมร่วมเฉลิมฉลองหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของประเทศไทย ซึ่งเป็นชาติแรกของอาเซียนที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมรองรับสิทธิเสรีภาพให้กับคนทุกเพศ โดยมี เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในงาน พร้อมด้วยคณะทำงานจากหลายภาคส่วนที่ช่วยผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายดนุพร ปุณณกันต์, นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร, อรรณว์ ชุมาพร (วาดดาว) ฯลฯ มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางความยินดีของครอบครัว เพื่อนๆ เหล่าเซเลบดาราชื่อดัง ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ

โดย วู้ดดี้-โอ๊ต กล่าวว่า วันนี้รู้สึกอิ่มใจมาก คนที่เรารักก็มารวมกันอยู่ตรงนี้ ความรักได้กระจายตัวออกไป ได้เป็นเราแบบ 100% มันไม่ใช่แค่เรื่องของเพศสภาพ มันเป็นความสมบรูณ์แบบของการสร้างครอบครัว สมรสเท่าเทียมเราใช้เวลาเดินทางมา 10 กว่าปี เรามาไกลมาก จากนี้ไปมันก็จะพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ความเหมาะสม มนุษย์ทุกคนในประเทศไทยวันนี้มีความเท่าเทียมกันหมดแล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่ทั้งโลกต้องมีคือการให้เกียรติ ยอมรับ และเข้าใจ

เมื่อ 11 ปีที่แล้ว เราทั้งคู่ได้จัดพิธีแต่งงานแบบส่วนตัว ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม และยังไม่มีกฎหมายรองรับ มาถึงวันนี้ที่ประเทศไทยเปิดกว้าง ยอมรับในความหลากหลายทางเพศทุกรูปแบบ นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย ดังนั้น การแต่งงานในครั้งนี้ จึงถือเป็น perfectly married การแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ และถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ วู้ดดี้-โอ๊ต ขอร่วมฉลองพร้อมกับคู่รักทุกคู่ ที่ได้แต่งงานอย่างถูกต้องจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมฉบับนี้ ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ชีวิตคู่ที่มั่นคง มีสิทธิในการสร้างครอบครัวโดยไม่จำกัดเพศ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวการขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยจะเป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังรอคอยเสรีภาพ หันมาพิจารณาการรับรองสิทธิของชาว LGBTQIAN+ มากขึ้น เหมือนที่ประเทศไทยทำสำเร็จแล้วในวันนี้

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ไฮโซพก เขียนข้อความถึง ณัย-แต้ว ในวันแต่งงาน ต้อนรับน้องสะใภ้สุดอบอุ่น

ไฮโซพก เขียนข้อความถึง ณัย-แต้ว ในวันแต่งงาน ต้อนรับน้องสะใภ้สุดอบอุ่น

27 ม.ค. 2568 12:08 น.

ไฮโซพก เขียนข้อความถึง ณัย-แต้ว ในวันแต่งงาน ต้อนรับน้องสะใภ้สุดอบอุ่น

เป็นงานวิวาห์ที่อบอุ่นมากๆ สำหรับงานแต่งงานของนางเอกสาว แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ และนักธุรกิจหนุ่ม ณัย ประณัย พรประภา ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีคนในครอบครัวตลอดจนเพื่อนๆ ผู้ใหญ่ คนรอบข้าง มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น

ด้านนักธุรกิจหนุ่ม พก ประธานวงศ์ พรประภา พี่ชายคนโตของณัย ก็ได้โพสต์ภาพบรรยากาศงานแต่งงานของ แต้ว-ณัย และเขียนแคปชั่นเป็นภาษาอังกฤษว่า “Congrats again you two. Here’s a morning engagement photo dump of this special morning. I couldn’t be happier for both of you. Welcome to our quirky family sister #pranainataphorn #picnicwithmonet”

ซึ่งแปลความหมายได้ว่า ยินดีกับทั้งคู่อีกครั้ง นี่คือภาพงานหมั้นหมายตอนเช้าในช่วงเช้าวันพิเศษแบบนี้ ฉันมีความสุขมากๆ ที่เห็นทั้งสองคนมีวันนี้ ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวที่แปลกๆ แหวกแนวไม่เหมือนใครของเรานะจ๊ะน้องสาวคนใหม่

โดยมีแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีและส่งอีโมจิหัวใจเต็มไอจี ว่าแต่น้องชายก็สละโสดไปแล้ว เมื่อไรจะถึงคิว ไฮโซพก สละโสดบ้างน้า อิอิ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แพทริเซีย โพสต์ภาพแรก น้องแพทริค ลูกชาย โมเมนต์รวมตัว 4 คนพ่อแม่ลูกสุดอบอุ่น

แพทริเซีย โพสต์ภาพแรก น้องแพทริค ลูกชาย โมเมนต์รวมตัว 4 คนพ่อแม่ลูกสุดอบอุ่น

27 ม.ค. 2568 11:01 น.

แพทริเซีย โพสต์ภาพแรก น้องแพทริค ลูกชาย โมเมนต์รวมตัว 4 คนพ่อแม่ลูกสุดอบอุ่น

เป็นคุณแม่ลูกสองเรียบร้อยแล้ว สำหรับนางเอกสาว แพทริเซีย กู๊ด ที่ล่าสุดเพิ่งคลอดลูกคนที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา ณ รพ.เมดพาร์ค ซึ่งในครั้งนี้เจ้าตัวได้ลูกชาย และตั้งชื่อว่า น้องแพทริค งานนี้คุณสามีอย่างนักธุรกิจหนุ่ม โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์ แฮปปี้สุดๆ

ล่าสุด แพทริเซีย กู๊ด ได้โพสต์ภาพแรกของลูกชายลงในอินสตาแกรม @patriciagood ซึ่งมีทั้งภาพ 3 คนพ่อแม่ลูก และภาพเดี่ยวที่เห็นความน่ารักของลูกชายแบบเต็มๆ เขียนแคปชั่น “He’s here! Welcome to the family baby Patrick พาน้องแพทริคมาแนะนำตัวครับ ไม่แน่ใจว่าคนนี้เหมือนคุณพ่อหรือคุณแม่มากกว่ากัน” 

ก่อนจะโพสต์คลิปสุดน่ารัก น้องแพทริคนอนยิ้ม เห็นลักยิ้มชัดมาก เรียกว่าได้มาจากคุณแม่แบบเต็มๆ จากนั้นนางเอกสาวก็โพสต์ภาพครอบครัว 4 คนพ่อแม่ลูกพร้อมหน้า โดยมี น้องเอลิเซีย ลูกสาวคนโต มาร่วมถ่ายภาพด้วย เขียนแคปชั่นสั้นๆ “Officially a family of four” 

ส่องคอมเมนต์ก็มีเพื่อนๆ ในวงการรวมถึงแฟนๆ ที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน้องแพทริคน่ารักมาก พร้อมทั้งส่งอีโมจิหัวใจรัวๆ และแสดงความยินดีมากมายเต็มไอจีเลยทีเดียว

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

“ใหม่” อิ่มใจควงคู่ทำบุญ “เต๋อ” พาเข้าสายธรรมะ อัปเดตฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดปิดแอ็กเคาต์หนีเยอะ

“ใหม่” อิ่มใจควงคู่ทำบุญ "เต๋อ" พาเข้าสายธรรมะ อัปเดตฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดปิดแอ็กเคาต์หนีเยอะ

27 ม.ค. 2568 07:01 น.

“ใหม่” อิ่มใจควงคู่ทำบุญ “เต๋อ” พาเข้าสายธรรมะ อัปเดตฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดปิดแอ็กเคาต์หนีเยอะ

ประเดิมต้นปีด้วยการทำบุญใหญ่ สาว “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” เพิ่งควงหนุ่ม “เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” ร่วมบุญครั้งใหญ่ถวายที่ดินเพื่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม ณ วัดดงป่างิ้ว อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ อิ่มบุญอิ่มใจถ้วนหน้า เจอ ใหม่ มาร่วมงาน “KING POWER CHINESE NEW YEAR 2025 ช้อป ดวง ปัง SHOP THE LUCKIEST FORTUNES” ณ ฟาวน์เท่น สแควร์ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เลยได้อัปเดตชีวิตและเล่าเรื่องไปทำบุญเริ่มจาก

“เป็นการทอดผ้าป่าที่มีความสุขมาก เป็นการรวบรวมเงินซื้อที่ดินเพื่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เป็นพี่เต๋อที่ตั้งใจมาก่อน แล้วก็มาชวนใหม่ แล้วใหม่ก็เลยได้ไปจอย ก็คือปิดงบให้ได้ประมาณไร่ 2 งาน”

ตั้งแต่ปีที่แล้ว?

“ใช่ค่ะตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะทำกันมาเรื่อยๆเหมือนเค้ามีแผนนี้มาสักพักนึงแล้ว แล้วก็ต้องขอบคุณชาว เชียงใหม่ด้วย ต้อนรับดีมากทำพิธีสืบชะตาให้ด้วย เพิ่งเคยเป็นครั้งแรกที่เข้าไปนั่งที่เป็นโดม ก็รู้สึกขลัง ศักดิ์สิทธิ์”

ได้ไปเสริมชะตาเรื่องความรักมั้ย?

“อันนั้นไม่ต้อง ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติค่ะ ขอแค่งาน ขอแค่ความสุข”

เพราะความรักมันดีอยู่แล้ว?

“อยู่ตัวค่ะเรื่อยๆ”

ภาพที่ไปทำบุญแล้วใส่ชุดขาวคนเกือบยินดีกับใหม่ด้วยแล้ว?

“พูดจริงๆมั้ย คิดว่าใหม่จะเก็บรูปไว้ก่อน ถ้าเกิดต้องหมั้นขึ้นมาจะได้ไม่ต้องเสียตังค์เยอะ ใหม่เอาชุดไปเลย แล้วมีช่างภาพมาพร้อมก็ต้องจ่ายตังค์เพิ่มแต่ไม่ได้ต้องลงรูป เพราะคอนเทนต์มันต้องเกิด ก็เลยต้องลงจริงๆเพราะต้องให้พี่ๆรับบุญ รู้ว่าเรามาทำบุญแล้วนะ ต้องอนุโมทนาสาธุกัน”

มีโปรเจกต์บุญใหญ่ๆต่ออีกมั้ย?

“ปีนี้น่าจะมีได้ทำบุญอีกค่ะ”

ให้เต๋อชี้นำไป?

“ก็พี่เต๋อเป็นคนมีบุญมากๆที่พาใหม่ไปทำบุญด้วย ก็ดีใจที่พี่เต๋อพาเข้า พี่เต๋อพาหนูเข้าสายธรรมะมากขึ้นตั้งแต่เค้าบวช ไม่รู้เป็นเพราะว่าเค้าอยากหาเรื่องที่จะเข้าวัดบ่อยๆหรือเปล่า เค้าก็เลยเริ่มพาใหม่เข้าไปเยอะๆ”

ไม่กลัวเหรอว่าเค้าเข้าไปในนั้นแล้วเค้าไม่ออกมา?

“ตอนแรกหนูกลัวแต่ตอนนี้หนูเริ่มเข้าไปด้วย เริ่มรู้สึกสบายใจ นั่งสมาธิได้นานขึ้น โอเคนะลุง ไม่บวชตลอดชีวิตเนอะ พี่เต๋อคอนเฟิร์มแล้ว”

เวลามางานเต๋อต้องมาดูแลตลอดเลยมั้ย?

“อยากให้มาตลอด (ยิ้ม)”

ทำไมต้องพกเต๋อไปด้วยตลอด?

“วันนี้ผู้ช่วยป่วย”

ก็เลยให้พี่เต๋อมาเป็นผู้ช่วย?

“ไม่ใช่ เหมือนมีพี่เต๋อมาคอยดูแลผู้จัดการก็จะมาเหมือนกันแต่เมื่อคืนนอนดึก”

ผู้จัดการไปเที่ยว?

“ก็ใช้ชีวิตให้เวิร์กไลฟ์บาลานซ์ เราทำงานหนัก เราก็ต้องเที่ยวด้วยเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วค่ะ แล้วก็ทำบุญด้วย”

ถามถึงคดีความที่เราฟ้องเป็นยังไงบ้าง?

“ช่วงแม่หยัวใช่มั้ยคะ ตอนนี้ใหม่ปล่อยให้เป็นเรื่องของทนายไปเลย ก็ได้อัปเดตว่าระเบิดตัวเองไปค่อนข้างเยอะ ปิดแอ็กเคาต์ ไปเยอะมากเลย (หัวเราะ) มันเป็นเคสที่สอนเลยนะว่าเวลาที่เราจะว่าใคร แล้วพอมันจะเกิดความซวยเข้าใกล้ตัว ก็จะหนีแล้วมันก็จะเป็นอย่างนี้ ฉะนั้นเวลาเราโพสต์อะไรเราคิดก่อนนิดนึงดีกว่า เรามีสติ เรารู้ว่าคำที่เราพูดไปมันย้อนกลับมาทำร้ายเราดีกว่า ไม่งั้นก็จะเป็นแบบนี้ ระเบิดแอ็กเคาต์ แต่ใหม่เชื่อว่าเค้าอาจจะเปิดใหม่ขึ้นมาเป็นวงจรนี้ไปเรื่อยๆ”

ที่จริงมันสามารถตามได้ว่าเป็นใครมั้ยหรือเราก็ปล่อยผ่าน?

“มันอยู่ในช่วงคล้ายๆอย่างนั้น พอเราเห็นว่าไม่ทำอะไรแล้ว เหมือนจะให้อภัย เหมือนเสียเวลาชีวิตเราเหมือนกันที่มาตามอะไรอย่างนี้ ก็เซฟเอาไว้ ยังไม่รุนแรงอะไรขนาดนั้นแต่ก็พร้อมเสมอ แค่ว่าพอมันจะไปลงดีเทลจริงๆการทำอะไรแบบนี้ บางทีเวลาชีวิตเรามีค่ามากๆที่จะไปทำอะไรหลายๆอย่าง อันนี้น่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายเลยเพราะว่าตอนนี้มีทั้งธุรกิจนู่นนี่นั่นที่เราจะต้องทำเดี๋ยว 16 ก.พ.นี้ ก็จะเปิดค่ายดูแลนักแสดงเป็นครั้งแรกค่ะ”.

เปิดใจ คุ้ย ทวีวัฒน์ ผู้กำกับหนังผีตัวพ่อในบทบาทใหม่ นั่งแท่นผู้บริหาร 13 สตูดิโอ

เปิดใจ คุ้ย ทวีวัฒน์ ผู้กำกับหนังผีตัวพ่อในบทบาทใหม่ นั่งแท่นผู้บริหาร 13 สตูดิโอ

26 ม.ค. 2568 23:20 น.

เปิดใจ คุ้ย ทวีวัฒน์ ผู้กำกับหนังผีตัวพ่อในบทบาทใหม่ นั่งแท่นผู้บริหาร 13 สตูดิโอ

นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักผู้กำกับตัวพ่อหนังสยองขวัญ คุ้ย ทวีวัฒน์ วันทา หลังจากที่เจ้าตัวสร้างปรากฎการณ์กำกับภาพยนตร์ “ธี่หยด” ทั้ง 2 ภาคจนกวาดรายได้รวมกันทะลุไปกว่า 1,200 ล้านบาท ล่าสุดผู้ คุ้ย ทวีวัฒน์ วันทา นั่งแท่นประเดิมงานบริหารในฐานะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เธอทีน สตูดิโอ จำกัด หรือ 13 สตูดิโอ ค่ายหนังน้องใหม่ที่มีคาแร็คเตอร์ชัดเจน เน้นผลิตแต่หนังระทึกขวัญและสยองขวัญเข้าสู่ตลาดหนังไทย

วันนี้บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ได้สัมภาษณ์พูดคุยกับผู้กำกับหนังตัวพ่ออย่าง คุ้ย ทวีวัฒน์ ถึงอีกบทบาทใหม่ในฐานะผู้บริหารค่ายหนังถึงที่มาที่ไปของการทำค่ายหนังที่จะผลิตแต่หนังสยองขวัญ ระทึกขวัญ ซึ่งเจ้าตัวจะมาตอบคำถามที่เราอยากรู้แบบหมดเปลือกให้ฟังว่า 

นั่งแท่นประเดิมค่ายหนัง 13 สตูดิโอ ผลิตหนังแนวสยองขวัญ หนังผี

เพราะอะไรถึงลุยตลาดหนังระทึกขวัญ หนังสยองขวัญ ซึ่งเราได้รับคำตอบจากผู้กำกับตัวพ่อหนังสยองขวัญว่า 

“จริงๆ แล้ว ตั้งแต่ที่ทำหนังมาเกือบ 20 ปี รู้สึกว่าอยากทำหนังสยองขวัญ อยากทำบริษัทหนังสยองขวัญมาตั้งนานแล้ว เพราะบริษัทต่างประเทศ อย่าง มิราแม็กซ์ (Miramax) ก็จะมีไลน์ที่ทำหนังสยองขวัญวัยรุ่น ผู้กำกับดังๆ อย่าง แซม เรย์มี (Sam Raimi) เขาก็มี Ghost House Picture เพื่อซัพพอร์ตหนังสยองขวัญ

ในตลาดต่างประเทศเขาทำกันมาสักพักแล้ว จนวันนี้รู้สึกว่า ถ้าวันนึงมีโอกาสก็อยากทำหนังสยองขวัญ ให้มันเป็นแบรนด์ที่ชัดเจนการันตีว่าเหมือนคนเห็นโลโก้บริษัทแล้ว รู้เลยว่าทำหนังสยองขวัญ

จริงๆ หนังสยองขวัญมันก็อยู่คู่กับวงการภาพยนตร์ทั้งไทยและเทศมานาน คือแนวอื่นจะซาลงไปแต่สยองขวัญยังคงอยู่ตลอด ยังไงมันก็ขายได้

แล้วหนังสยองขวัญตีว่ามันเป็นกิจกรรมกลุ่ม มันเหมือนว่าถ้าเราไปนั่งรถไฟเหาะ เราไม่นั่งคนเดียว คล้ายๆ ถ้าไปดูหนังผี ก็ไม่ดูคนเดียว ต้องชวนหลายๆ คน เพราะฉะนั้น มันเป็นความบันเทิงที่เหมือนแชร์กิจกรรมกลุ่มแล้วอยู่ด้วยกันหลายๆ คน เลยรู้สึกว่าคนเลยอยากดูหนังสยองขวัญในโรงหนังเพราะว่ามีเพื่อนเยอะ”

อะไรคือจุดแข็งของหนังสยองขวัญของไทย ที่ทำให้อยากจะเปิดค่ายเพื่อหนังแนวนี้โดยเฉพาะ และคำตอบที่เราได้คือ 

“จุดแข็งก็คล้ายๆ อันข้อต้น เพราะรู้สึกว่า ความสยองขวัญมันอยู่คู่กับเรามา มันคล้ายๆ เรากลัวแต่เราสนุก แต่ความกลัวนี้มันกลัวจนสนุก รู้สึกว่ามันเป็นกิจกรรม เป็นเรื่องที่ดี แล้วหนังสยองขวัญจริงๆ แล้วในตลาด มันจะเป็นงานขายไอเดีย คือเราไม่ได้สู้ในประเทศแล้ว เราสู้กันแบบทั่วโลก เรามีแพลตฟอร์มหลายแพลตฟอร์มที่คนดูจะได้ดูหลากหลาย เพราะฉะนั้นมันเป็นงานที่เราต้องใช้ไอเดียเข้าแลกเลย

แล้วข้อดีของประเทศไทย คือเรามี source ผีเยอะมาก มีสารพัดผี มันก็เลยรู้สึกว่ามันเป็น culture ที่ยังสนุก และยังพัฒนาอะไรได้เยอะ

ถามว่าผีไทยมันน่ากลัวกว่าผีต่างประเทศไหม ถ้าดูจากสื่ออื่นๆ เขาก็บอกว่าผีไทยน่ากลัว เพราะผีไทยเป็นผีหลอก แล้วก็หลอกเอาตาย เพราะว่าบางทีทางอเมริกาและยุโรป เขาตีคำว่าผีลำบากเหมือนกัน เพราะว่าเขาไม่เชื่อเรื่องผี เชื่อเรื่องปีศาจมากกว่า แต่ของเราเป็นผี ของเราจะแอดวานซ์กว่า”

เวลาจะต้องทำหนังผีเพื่อที่จะรองรับในตลาดในบ้านเรา และยังต้องเอาไปขายในต่างประเทศด้วย โจทย์ในการทำยากไหม ผู้กำกับคนเก่งบอกกับเราว่า

“จริงๆ ความกลัวมันน่าจะสากล มันง่าย จริง culture ไทยเรื่องคุณไสย เรื่องของการทำพิธีกรรมต่างๆ มันก็เป็นของความว้าว แปลกใหม่ในต่างประเทศอยู่ มันยังขายได้ และเขาก็พร้อมที่จะเชื่อใน culture นี้ ผมเลยรู้สึกว่าสิ่งที่เราจะทำในนามของบริษัท เราพยายามที่จะดึงให้เป็นภาษาสากลให้มากที่สุด เพราะว่าให้มันแมสทั้งในประเทศและนอกประเทศให้ได้

แต่จริงๆ แล้ว ตลาดหลักก็ยังเป็นในประเทศอยู่ เรายังซัพพอร์ต ยังเล่าเรื่องในบริบทของประเทศไทยเหมือนเดิม เพียงแค่มันอาจจะมีวิธีการเล่าที่น่าจะสื่อสารได้กว้างขึ้น”

เรายิงคำถามต่อทันทีว่า กดดันหรือไม่เพราะพี่คุ้ยทำรายได้จากธี่หยดมันค่อนข้างที่จะสูงมาก หลายคนจะคาดหวังในผลงานของพี่คุ้ย ซึ่งเจ้าตัวตอบกับเราว่า 

“จริงๆ แล้ว ผมก็มีความกดดันแหละครับ แต่เราก็ดูฟอร์มหนังแต่ละฟอร์มอยู่แล้ว ว่าฟอร์มนี้เราก็ประเมินแล้วว่าไม่ถึงธี่หยด หรือหนังเรื่องนี้มันน่าจะได้ใกล้เคียงนะ หรือหนังเรื่องนี้มันจะเป็นแบบธี่หยด จะเป็นไวรัลได้ไหม ต้องดูกระแสปากต่อปากว่ามันจะไปได้แค่ไหน ว่ามันจะเกิดไรขึ้นไหม แล้วมันจะตอบโจทย์สิ่งที่คนเขาอยากดูรึเปล่า ทั้งกดดัน ปล่อยวาง ปล่อยจอย ทั้งสนุกกับมัน แล้วก็ลุ้น ทุกอย่างครบหมดเลยครับ (ยิ้ม)”

ความตั้งใจหรือความคาดหวังในฐานะของการเป็นผู้กำกับหนังและผู้บริหารคืออะไร ซึ่งเราได้รับคำตอบว่า 

“มันมีความตื่นเต้น มันเหมือนเรากระโดดมาเล่นอีกตำแหน่ง ไม่ใช่แค่การกำกับ ความตื่นเต้นมันเกิดขึ้นแน่ แล้วผลลัพธ์ที่มันเป็นรูปธรรมชัดเจน คือเรื่องของรายได้ที่จะเกิดขึ้น คำวิจารณ์ก็ส่วนหนึ่ง แต่ในเมื่อมันเป็นเม็ดเงินที่เราลงทุน เพื่อให้องค์กรมันก้าวเดินต่อไป มันก็ตื่นเต้นครับ คาดหวังว่ามันจะต้องมีรายได้แต่ละเรื่องให้ได้ และขอให้สิ่งที่เราคิดมันถูกต้อง เพราะผมก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมคิดมันถูกหรือผิด ก็วัดใจกันไปครับ (ยิ้ม)”

13 สตูดิโอ พร้อมปล่อยหนัง 7 เรื่อง 7 รส

และเมื่อพูดคุยกันมาถึงตอนนี้ เราจึงคุยกันต่อในหัวข้อที่ว่า วันนี้เป็นฤกษ์ดีที่ได้เปิดค่ายหนัง และมีหนัง 7 เรื่องที่เตรียมจะปล่อยและเตรียมจะทำ มีเรื่องอะไรบ้าง แนะนำให้แฟนๆ ได้ฟังกันหน่อย ซึ่งพี่คุ้ยไม่รอช้า เล่าถึงหนังทั้ง 7 เรื่องให้เราฟังว่า  

“สำหรับหนังมันจะลามไปถึงอีก 2 ปีข้างหน้าเลย เพราะมันเยอะมาก มันมีทั้งโปรเจคใหญ่ด้วย โปรเจคขนาดกลางด้วย ซึ่งมีทั้งหมด 7 เรื่อง

เรื่องแรกที่พร้อมฉายในต้นปีนี้คือเรื่อง Attack วิญญาณเลขที่ 13 มันเกี่ยวกับเรื่อง การบูลลี่ในโรงเรียน ถ้าใครดูตัวอย่างหนังแล้ว จะคิดว่าคนโดนบูลลี่แล้วเป็นผีมาแก้แค้น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ใน Attack 13 เราจะเล่าอีกแบบหนึ่ง

เมื่อคนบูลลี่ตาย แล้วเป็นผี จะเป็นผีที่บูลลี่โหดขนาดไหน จะเล่าบริบทของชีวิตในมัธยมที่จะไม่ได้เล่าในประเด็นปัญหาสังคมที่เราคุ้นเคย เรื่องยาเสพติด ท้องก่อนแต่ง เราจะไม่เล่าประเด็นนี้ เราจะเล่าประเด็นว่าคุณจะเอาตัวรอดในสังคมนี้ได้อย่างไร แล้วคุณจะต้องหาจุดยืนนี้ให้ได้ ในการต่อสู้ครั้งนี้

เรื่องที่ 2 “กฤษดา พาราไดซ์” เป็นหนังของพี่ไมค์ ถ้าได้ดูพี่นาคมาก็จะรู้ว่าพี่ไมค์ขายสไตล์ จะมีเซอร์วิส มีดาราตัวจี๊ดๆ ที่เราจะเห็นแฟนคลับมาเยอะๆ คือหนังเรื่องนี้เลย มีทั้งน้องโฟร์ท น้องยอร์ช แล้วก็มีความตลก เฮฮา สไตล์พี่ไมค์ ภณธฤต รับรองว่าน่าจะตอบโจทย์ 

หนังเรื่องนี้น่ากลัวนะ มันจะเล่าถึงการที่เด็กคนนึงสูญหายในสวนสนุก แล้วเด็กกลุ่มนึงต้องไปตามหาเด็กคนนี้ แล้วเจออาถรรพ์บางอย่าง ความน่ากลัวบางอย่างที่เกิดขึ้น

เรื่องที่ 3 “สแคร์รั่ว มูฟวี่” ตอนนี้คาแรคเตอร์จะบอกว่ามาโหดฮาร์ดคอร์อย่างเดียวไม่ได้ สแคร์รั่วจะเป็นหนังตลก คอมเมดี้ ผีตลก มันเป็นการยำหนังดังๆ ทุกเรื่องที่อยู่ต้นปีที่แล้ว มาอยู่ในเรื่องเดียวกัน ด้วยเรื่องย่อ เดี๋ยวคร่าวๆ มันน่าจะเกิดขึ้นแล้วมาเล่าเรื่อง

หลานคนนึงที่อยากได้มรดกของอาม่า คือสวนทุเรียน แล้วไปทำอาม่าตาย เมื่อทำอาม่าตายก็ต้องไปติดคุก เลยต้องไปอยู่บ้านฝั่งธน อยู่บ้านแต่ละบ้าน เกิดการต่อสู้กัน สุดท้ายพระเอกต้องพยายามแก้ต่างให้ได้โดยการแหกคุก แล้วก็หนีไปหาทนายที่อยู่ดงขโมด มันก็จะเป็นสแคร์รั่ว มูฟวี่ กำกับโดย พี่แฉะ องอาจ กับน้องป้อ ณภัทร

เรื่องนี้จะไม่น่ากลัว แต่ชวนให้ขำ คอมเมดี้ บรรยากาศ horror อันนี้ซัพพอร์ตตลาดไทยเต็มๆ ต่างประเทศน่าจะงง (ยิ้ม)

เรื่องต่อไปคือ “First Camping” จะ inspir จากหนังที่ coming of age ที่สมัยก่อน จริงๆ ก็ไม่กี่ปี ที่มันจะเป็นแนวเทรนด์ที่ยังฮิตอยู่ ก็มีเรื่อง It, Stranger things Series, Black Phone มาเล่าถึงความสยองขวัญในวัยเด็กที่เจอ

ในเรื่องนี้เราก็จะหาจุดศูนย์รวมของทุกคน คือการเข้าค่ายพักแรมครั้งแรกของลูกเสือเนตรนารี แล้วคืนแรก คืนนั้นที่คุณจะต้องเจอผี เพราะเรารู้สึกว่าการเข้าค่าย เรื่องเล่าผี มันเป็นอะไรที่อยู่คู่กันมาตลอด หลายๆ คนเคยเข้าค่าย แล้วน่าจะมีส่วนร่วมในเรื่องตรงนี้ เรื่องนี้จะเป็นหนังผีที่สนุก ครื้นเครง แล้วก็ดุดัน มีความสยองขวัญเต็มเหนี่ยว อันนี้ได้พี่จง บรรจง มากำกับ

เรื่องต่อไปคือ “สมิงที่เสิงสาง” เป็นการต่อยอดจากการที่ผมได้ทำ ธี่หยด 2 มีกระแสตอบรับมากมายว่าคนอยากจะดู การที่บุกผจญภัยในป่าอันกว้างใหญ่ แล้วพร้อมกับอาถรรพ์ต่างๆ ในป่า แล้วสิ่งที่คนอยากดูที่สุด คือเสือสมิงร้าย แล้วสิ่งที่ผมทำ ถ้าเราอยากทำแต่ต้องใส่อะไรบางอย่างให้คนได้รู้จักมัน คือพูดถึงประวัติศาสตร์ด้วย

เราจะพูดถึงประวัติศาสตร์ในตอนที่เกิดคอมมิวนิสต์ขึ้น แล้วกลุ่มคนหนึ่งที่ต้องทำภารกิจที่ต้องปราบคอมมิวนิสต์ แล้วพบกับสมิง อันนี้ก็จะเป็นครื้นเครง บันเทิง ฟังแล้วดูเหมือนจะจริงจัง ซีเรียส แต่ก็เรารวมดาวหลายคนอ่ะครับ มี มาริโอ้ เมาเร่อ, กันต์ ปิ้งไก่ในตำนาน, พี่ปั๋ง ประกาศิต ก็มาประกบด้วยมาในคาแรคเตอร์ที่คล้ายๆ เหมือนผู้กององอาจใน 7 ประจัญบาน แล้วก็มีพี่แฉะ ที่มาร่วมขบวนการนี้ ก็คล้ายๆ เหมือนจ่าประพันธ์ในวัยหนุ่ม ทั้งหมดจะมารวมกันเพื่อปราบเสือสมิง ก็จะดูเถิดเทิงหน่อย อันนี้ก็ดูจะไม่น่ากลัวมาก จะเหมือนต่อยอด ธี่หยด 2 แล้วรู้สึกมันจะเป็นสไตล์นั้น คอมเมดี้ขึ้น

อีกเรื่องคือ “แร้งวัดสระเกศเปรตวัดสุทัศน์” เป็นเรื่องที่ตอนแรกถูกทาบทามมาทำเรื่องนี้แหละ รู้สึกว่า เราก็มาตีโจทย์ว่าเรื่องนี้จะเล่ายังไง แล้วก็คนคาดหวังอะไร มันจะมีทั้งความสยอง ทั้งความอาถรรพ์ แล้วเราก็เล่าถึงประวัติศาสตร์จริงในช่วงที่เกิดโรคห่าระบาด ในช่วง ร.3 ว่าโรคห่ามันเกิดขึ้น

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ โรคระบาดนี้มันดันเกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย ประเทศอื่นไม่เป็น มันเกิดอะไรขึ้น จนมีความเชื่อว่ามันอาจจะเป็นอาถรรพ์ เราเลยต้องหาวิธีที่จะแก้อาถรรพ์นี้ ในเรื่องก็จะเป็นเรื่องของการที่ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามต่อสู้กับโรคนี้ พร้อมกับอาถรรพ์ แล้วก็ความลี้ลับบางอย่างที่เกิดขึ้น เรื่องนี้จะเป็นพีเรียด มันจะมีบรรยากาศโกธิค งานดีไซน์แปลกหูแปลกตานะครับ

อีกเรื่องคือ “Home Sweet Home Return” จุดเริ่มต้นมันเริ่มจากที่ผมถูกทาบทามให้ไปกำกับเกม Home Sweet Home ภาค 3 Home Sweet Home มีอยู่ 2 ภาค แล้วผมก็บอกว่า Home Sweet Home มันเคยถูกสร้างเป็นหนังฮอลลีวูดแล้ว เขาบอกว่า เรื่องนั้นก็เป็นอีกเรื่องนึง แต่ว่าเรื่องนั้นจะไม่ได้ทำตามไลน์เกม สิ่งที่จะให้ผมทำคือ จะให้ไปกำกับเกม แล้วก็เขียนบทให้ภาค 3

ซึ่งผมก็ว่ามันแปลกดี ไม่เคยทำ แต่ก็มีเงื่อนไข ไหนๆ ผมจะไปทำแล้ว เขียนบทแล้ว ขอเอาอันนี้มาสร้างเป็นหนังได้ไหม มันก็เลยเป็นการร่วมมือกันเกิดขึ้นว่าถ้ามันมี Home Sweet Home ทั้งเวอร์ชันหนัง แล้วก็เกม ซึ่ง Home Sweet Home ข้อดีของมันก็คือ IP มันดังทั่วโลกแล้ว”

เตรียมพาหนังสยองขวัญไทยไปบุกตลาดหนังต่างประเทศ

จากหนังทั้ง 7 เรื่องที่เล่ามา เรื่องไหนที่รู้สึกหนักใจ หรือดูท้ายทายมากที่สุดในการสร้างและเข้าโรงฉาย และเราได้รับคำตอบว่า

“จริงๆ มันสนุกหมดเลย คือเราก็ร่วมพัฒนาโปรเจคกับผู้กำกับไปด้วยกัน แล้วก็ข้อดีอย่างนึงของที่นี่คือ นายทุนใหญ่ เฮียจุ้ย เขาบอกนโยบายง่ายมากเลย เขาบอกว่า เอาให้ดีที่สุด ไม่พร้อมก็ไม่ต้องทำ ไม่พร้อมก็ไม่ต้องรีบ เอาให้ดีค่อยทำ ซึ่งเรารู้สึกว่าในสภาวะของคนทำงาน เรารู้สึกแฮปปี้ เพราะว่าเราจะได้พัฒนาไปเรื่อยๆ” 

คุ้ย ทวีวัฒน์ เล่าต่อว่า “ผมเลือกผู้กำกับตามคาแรคเตอร์ ตามเรื่องเลย เราจะควบคุมมันค่อนข้างทั้งหมด แต่เราจะให้ฟรีในเรื่องของผู้กำกับ เพราะผมเชื่อว่า จริงๆ โปรเจคมันเริ่มจากที่ สารตั้งต้นมันเริ่มจากผมตั้งโปรเจคขึ้นมา คิด polt คิดไอเดียขึ้นมา แล้วเราก็หา มันเหมือนเราเปิดสโมสรขึ้นมาแล้วหานักฟุตบอลมาเตะให้ เรารู้สึกว่าคลิกไหม โอเคไหม คือบางคนเขาก็รู้สึกว่าไม่โอเค แต่เขาทำเพราะเขาร้อนเงิน อันนี้ผมก็ไม่เอานะ

ผมเอาคนที่เขารู้สึกถนัดและอยากทำ และที่ผมมองเห็น ด้วยการคัดผู้กำกับ ข้อดีก็คือ ผมเริ่มจากอาชีพกำกับ จะเห็นทุกอย่าง ตั้งแต่เริ่มไอเดีย สารตั้งต้น เขียนบท กำกับ ออกกอง ตัดต่อ จนมันเป็น หนังออกฉาย เราเห็นกระบวนการของมันทุกอย่าง เรารู้ถึงกระบวนการที่คนอื่นได้เจอ ว่าเขามีปัญหาอะไรบ้างในกองถ่าย แก้ปัญหาอย่างไร จนผลลัพธ์มันออกมา ถ้าเขาตีว่าบทคนดู ก็จะไม่สนอยู่แล้วว่าคุณเจอปัญหาอะไร เขาจะดูที่ผลลัพธ์ แต่ผมจะดูทั้งหมดว่าผู้กำกับคนนี้ เขาแก้ปัญหานี้ได้ เขาทำอย่างงี้ได้ แปลว่าเขามีของนี่หว่า แล้วก็เอามาใช้”

เราถามต่อว่าในหนังบรรดา 7 เรื่องมีเรื่องไหนที่เอาไปขายกับต่างประเทศแล้วบ้างแล้ว ซึ่งได้รับคำตอบกกลับมาว่า 

“ที่ต่างประเทศตอนนี้น่าจะเป็นการเริ่มต้น 13 สตูดิโอ เริ่มไปซื้อบูธที่ต่างประเทศแล้ว เพราะก่อนหน้านี้มีบริษัทพระนครฟิล์ม ซึ่งพระนครฟิล์มทำหนังที่มันเป็น culture ไทยจ๋า เพราะฉะนั้นในการขายต่างประเทศมันจะลำบากมาก คนต่างประเทศจะไม่เข้าใจในภาษาหนัง อันนี้จะเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะเริ่ม”

และอย่างที่รู้กันๆ ในช่วงนี้ วงการหนังไทยเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ในฐานะที่เป็นผู้กำกับหลายสิบปี ความรู้สึกตอนนี้เป็นอย่างไรที่ได้เห็นมันกลับมาคึกคักอีกครั้ง พี่คุ้ยตอบเรื่องนี้ไว้ว่า

“ผมว่ามันเป็นวัฎจักรครับ มันมีเหมือนว่าช่วงนึงสตรีมมิ่งเอาไปกินหมด ช่วงนี้ก็เป็นช่วงหนัง แล้วมันก็ลุ้นว่า มันจะขึ้น กลางปีมันจะลงไหม มันจะดาว์นไหม มันเป็นวัฎจักรครับ สุดท้ายผมว่าดูทรงหนังที่มีฟอร์มมันก็จะได้ไป

คือ ณ ตอนนี้ เหมือนได้เลยๆ ถ้าเจ็บตัว ก็เจ็บตัวเลย ที่เรารู้สึก ก็รอลุ้นว่าให้มันมีได้ทุกเดือน เดือนละเรื่อง 2 เรื่อง ให้มันได้ ทำให้คนดูรู้สึกว่ามันคึกคักและน่าดู เพราะว่าถ้ามันได้ปุ๊บ ธุรกิจมันขับเคลื่อนไป ก็อยากให้มันเป็นอย่างงั้น ก็อยากให้มันเป็นเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา ก็ลุ้นอยู่ครับ

เพราะในช่วงที่มันซบเซาผมชิ่งก่อนเลย ไม่ต้องกลัว หนีไปทำละครก่อนเลย เวลามันรู้สึกว่าตลาดหนังมันไม่สามารถที่จะเป็นอาชีพได้ ก็หนีไปทำละคร ช่วงละครมันกำลังจะดาว์น ก็ไปทำหนัง ก็เลยไม่รู้สึกอะไรมาก เพราะว่าผมหนีเอาตัวรอดตลอด (หัวเราะ)”

เมื่อคนไทยเปิดใจยอมรับหนังผีมากขึ้น

ถามต่อด้วยความอยากรู้ ว่ารู้สึกอย่างไร เหมือนคนไทยเปิดใจยอมรับตลาดหนังสยองขวัญมากขึ้น หลายคนมองว่าโปรดักส์ชั่น เนื้อเรื่อง ทำดีขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เป็นผีบ้านๆ เรื่องราวไม่ซับซ้อน ซึ่งคำตอบที่เราได้รับกลับมาคือ

“จริงๆ คนไทยยอมรับหนังผีไทยมานานแล้ว เพราะว่าถ้าดูในรายได้หนังผีทำรายได้มาตลอด แต่แค่ขาดความต่อเนื่อง มันไม่ได้มาตลอด แล้วตอนนี้ผู้สร้างก็เชื่อว่าหลายๆ คนก็พยายามคิดทางใหม่ เพราะว่าจริงๆ แล้ว ถ้ามาขายแค่ผีหลอก เคยมีผู้กำกับคนนึงพูดว่า ตอนนี้ผีมันหลอกมาครบหมดแล้ว ปีนหน้าต่าง ตีลังกา มันหลอกมาทุกท่าแล้ว มันอยู่ที่สตอรี่และเรื่องมากกว่าที่จะพาไป แล้วก็ไอเดียในการเล่า ณ ตอนนี้ก็เหมือนผู้กำกับใหม่ๆ เขาพยายามที่จะคิดอะไรใหม่ๆ ตลอด ซึ่งเป็นข้อดีครับ”

และในฐานะผู้กำกับหนัง และยังเป็นผู้บริหารค่ายหนัง อยากจะพูดอะไรถึงวงการหนังตอนนี้บ้าง ซึ่งพี่คุ้ยบอกกับเราว่า 

“จริงๆ ถ้าพูดก็คือ เป็นช่วงที่หนังมันกลับมาคึกคักแหละ เห็นหนังมีเปิดหลายๆ เรื่องมาก จริงๆ ก็บอกว่าช่วยๆ กัน แล้วเราขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกันขับเคลื่อนภาพยนตร์ไปด้วยกัน ให้มันมีความหลากหลาย เชื่อว่าทุกคนทำงานมีคุณภาพแหละ ทุกคนอยากตั้งใจทำหนังให้มันดี ลุ้นครับ ขอให้มันได้กันต่อเนื่อง นอกจากจะมีกลุ่มคนดูที่ขับเคลื่อนเรื่อยๆ แล้ว ตลาดหนังบ้านเราจะได้กว้างขึ้น แม้กระทั่งสตรีมมิ่งมันจะได้ราคาสูงขึ้น แล้วก็ไปต่างประเทศได้ครับ”

ในฐานะที่เราเป็นที่ผู้กำกับและผู้บริหาร อยากจะฝากอะไรถึงแฟนๆ หนังสยองขวัญที่ตอนนี้ตั้งตารอที่ตอนนี้ พอรู้ว่ามันมีค่ายที่ทำหนังสยองขวัญ หนังผีโดยเฉพาะ ทุกคนรอชมทั้ง 7 เรื่องนี้แล้ว

“มันก็จะมีหนังที่มันมีความเป็นสไตล์ผมอยู่ในหลายๆเรื่อง มันจะมีคาแรคเตอร์บางอย่างที่คุณอาจจะสัมผัสได้ ก็คือความตื่นเต้น โครมคราม มันมีแน่ มันมีการเซอร์วิสคนดูอยู่แล้ว เราออกตัวเป็นบริษัทที่ไม่ห่วงหล่อ เน้นมันส์อย่างเดียว มันส์กันทุกทาง ไปให้สุดทุกทางเลย ผีสุด คืออย่าคาดหวังว่าหนังเราจะมาหล่อ ไม่มีครับ ไม่ห่วงหล่อครับ เป็นหนังที่จะเดินหน้า บอกเลยว่าจะเทิดเทิงกันอย่างเดียวเลย”

สุดท้ายพี่คุ้นอยากฝากพูดถึง 13 สตูดิโอ กับแฟนๆ หนังสยองขวัญ หรือแฟนหนังของพี่คุ้ยว่าอย่างไรบ้าง เราให้โอกาสพี่ขายของเต็มที่เลย ซึ่งพี่คุ้ยก็ไม่รอช้า พูดถึง 13 สตูดิโอ ว่า

“ขอฝากบริษัท เธอทีน สตูดิโอ (13 สตูดิโอ) ด้วยนะครับ ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วย (ยิ้ม) เราเป็นบริษัทน้องใหม่ เจียมเนื้อเจียมตัว แล้วค่อยๆ ก้าวเดินมา เรามาด้วยความจริงใจมากครับ บริษัทหนังเราทำหนังสยองขวัญอย่างเดียว เพราะว่าแนวอื่นอาจจะไม่ถนัด แล้วเราก็จะทำมันอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าคุณจ่ายค่าตั๋วเข้าไปดูหนังของเราในราคา 200 บาท ยังไงก็ต้องทำให้คุ้ม 200 บาทคุณของพวกให้ได้ครับ (ยิ้ม) 

และจากการเปิดไลน์อัพหนังในงาน “Knock Knock 13 Thirteen Studio” ที่ผ่านมา เชื่อว่าแฟนๆ หนังแนวสยองขวัญหลายคน คงตั้งตารอชมกันอย่างใจจดใจจ่อ มาช่วยลุ้นและผลักดันให้วงการหนังผีไทยนอกจากจะหลอนในประเทศแล้วให้ไปหลอนที่ต่างประเทศกันนะคะ 

ลูกหมี-ซอนญ่า กับงานแฟนไซน์ครั้งแรกที่จีน สร้างความประทับใจสุดพิเศษให้แฟนๆ

ลูกหมี-ซอนญ่า กับงานแฟนไซน์ครั้งแรกที่จีน สร้างความประทับใจสุดพิเศษให้แฟนๆ

26 ม.ค. 2568 21:23 น.

ลูกหมี-ซอนญ่า กับงานแฟนไซน์ครั้งแรกที่จีน สร้างความประทับใจสุดพิเศษให้แฟนๆ

อิ่มเอมหัวใจกันถ้วนหน้า เมื่อ CHANGE2561 จับมือร่วมกับ Wuhan Star You Media co.,ltd พาสองสาวคู่จิ้นที่มาแรงมาก ลูกหมี ปัญญาพัชร และ ซอนญ่า ศรัณย์ภัทร์ นักแสดงจาก AFFAIR รักเล่นกล ซีรีส์แซฟฟิกภายใต้โปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL บินลัดฟ้ามาจัดงานแฟนไซน์ครั้งแรก ใน LMSY 1st FanSign in Tianjin ณ เมืองเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา

เรียกได้ว่าทันทีที่ ลูกหมี-ซอนญ่า ก้าวขึ้นเวทีภายในงาน LMSY 1st FanSign in Tianjin ก็ได้รับเสียงกรี๊ดเป็นการต้อนรับจากอินเตอร์แฟน Tianjin สนั่นฮอลล์

ทั้งสองสาวได้ทักทายแฟนๆพร้อมแจกยิ้มหวานๆ เพื่อให้ทุกคนได้เก็บภาพความประทับใจ จากนั้น ลูกหมี-ซอนญ่า ได้พาทุกคนไปสนุกกันกับช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสนุกกับเกมทำท่าใบ้คำ

โดยทั้งคู่ผลัดกันทำท่าใบ้คำ 10 คำ โดยจับเวลา 2 นาที ซึ่งทั้ง ลูกหมี-ซอนญ่า โชว์ลีลาท่าทางร่างกายในการใบ้คำ โดยห้ามออกเสียงมาอย่างเหนือชั้น และไปกันต่อในเกมส่งของ ที่ทั้งคู่ต้องใช้หน้าแนบกันเพื่อหยิบหนังสือขึ้นมาจากโต๊ะ แล้วช่วยกันนำหนังสือไปส่งวางไว้อีกโต๊ะหนึ่งในเกมนี้เรียกว่าพาอินเตอร์แฟนฟินกันไปทั้งฮอลล์

และในเกมสุดท้ายเกมปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับ ให้โอกาสอินเตอร์แฟนได้ใกล้ชิดมากขึ้น โดยได้สุ่มลักกี้แฟนผู้ที่โชคดีขึ้นมา 12 คน ได้มาร่วมเล่นเกมพร้อมยังได้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

และที่ทำเอาแฟนๆ ฮือฮาตื่นเต้นสุดๆ เมื่อ ลูกหมี หลุดสปอยข่าวดีว่าในงาน LMSY 1st Fan Meeting in Thailand “Be My Valentine” ที่จะมีขึ้นในวัน เสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ TRUE ICON HALL 7th FLOOR, ICONSIAM ทุกคนจะได้เห็น Teaser ซีรีส์แซฟฟิกเรื่องใหม่ของทั้งคู่พร้อมกันเป็นครั้งแรก พอได้ยินเรื่องราวดีๆแบบนี้อินเตอร์แฟน Tianjin ถึงกับกรี๊ดสนั่นฮอลล์

ก่อนจะส่งเข้าช่วงสุดท้ายเหล่าอินเตอร์แฟน Tianjin ได้ทำเซอร์ไพรส์ด้วยวีดีโอแฟนโปรเจกต์ที่ทำขึ้นมาจากใจให้กับ ลูกหมี-ซอนญ่า อย่างสุดประทับใจ และในช่วงท้ายของงานแฟนไซน์นั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและอบอุ่น เมื่ออินเตอร์แฟน Tianjin ได้ขึ้นเวทีเพื่อไปรับลายเซ็นจากลูกหมี-ซอนญ่า สบตา พูดคุยและทั้งสองสาวก็ตั้งใจเขียนชื่อพร้อมมอบลายเซ็นให้แฟนๆ แต่ละคนอย่างใกล้ชิดเรียกรอยยิ้มอย่างมีความสุขให้แฟนๆกันตลอดทั้งงาน