ครอบครัวจัดเซอร์ไพรส์ นก สินจัย ฉลองครบรอบ 60 กะรัตสุดอบอุ่น

ครอบครัวจัดเซอร์ไพรส์ นก สินจัย ฉลองครบรอบ 60 กะรัตสุดอบอุ่น

23 ม.ค. 2568 11:04 น.

ครอบครัวจัดเซอร์ไพรส์ นก สินจัย ฉลองครบรอบ 60 กะรัตสุดอบอุ่น

เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี หรือ 60 กะรัต ของนักแสดงในตำนาน นก สินจัย ได้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นและน่าจดจำในค่ำคืนพิเศษ ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยมี นก ฉัตรชัย และ กัน เปล่งพานิช ลูกชายคนโต เป็นผู้จัดงานเซอร์ไพรส์ครั้งนี้ เพื่อรวมตัวเพื่อนสนิทและบุคคลสำคัญในวงการที่เคยร่วมงานกับเธอเกือบ 200 คน ตั้งแต่ด้านแฟชั่น ละคร ภาพยนตร์ และผลงานในอดีต อาทิ นก ฉัตรชัย, กัน-บอม-ดอม เปล่งพานิช, น้องเรย์ เปล่งพานิช (หลานชาย), บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ, แจ๊สสยาม (ผู้กำกับคนแรก), ลูกเกด เมทินี, แหม่ม คัทลียา, หน่อย บุษกร, อนันดา เอเวอริ่งแฮม, กบ ทรงสิทธิ์, กัปตัน ภูธเนศ, อ้อม พิยะดา, เจี๊ยบ โสภิตนภา, เอมี่ มรกต, คิด เบญจรงคกุล, อาร์ท อารยา, ใหญ่ อมาตย์ และอีกมากมาย ในงานที่จัดขึ้นภายใต้ธีม “Nok Sinjai: The Living Legend”

บรรยากาศในงานถูกเนรมิตให้กลายเป็น mini exhibition ที่รวบรวมผลงานอันทรงคุณค่าและเป็นตำนานของ นก สินจัย ตั้งแต่หนังเรื่องแรกที่เธอแสดง ไปจนถึงฉากสำคัญจากละคร ละครเวที แฟชั่น และพรีเซ็นเตอร์ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือ mini fashion show สุดพิเศษ ที่บรรดานางแบบในงานได้ใส่ชุดจากแบรนด์ที่ นก สินจัย เคยสวมใส่ในการทำงาน และออกมาเดินสร้างเสียงหัวเราะและความประทับใจให้กับแขกในงาน

อีกหนึ่งความเก๋ในงานคือ ค็อกเทลสูตรพิเศษ ที่รังสรรค์ขึ้นโดยแบรนด์ พระยา รัม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครไอคอนิกของ นก สินจัย เช่น มธุสร (จากเรื่อง ล่า), เพียงดาว (มารยาริษยา), และแม่พลอย (สี่แผ่นดิน) โดยแต่ละแก้วสะท้อนคาแรกเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวละครเหล่านี้

ในช่วงสุดท้ายของงาน กัน เปล่งพานิช ลูกชายคนโต ได้สร้างเซอร์ไพรส์สุดประทับใจด้วยการร้องเพลง “SHE” ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความรักและความชื่นชมต่อคุณแม่ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าซาบซึ้ง

การเฉลิมฉลองในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรวมตัวของเพื่อนๆ และคนที่รัก นก สินจัย เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกย่องชีวิตและผลงานของเธอในฐานะนักแสดงระดับตำนานที่เป็นที่รักของคนไทยตลอดมา

สำหรับ นก สินจัย เปล่งพานิช เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2508 เป็นนักแสดง นางแบบ พรีเซ็นเตอร์ พิธีกร และผู้จัดละครที่มีผลงานการแสดงภาพยนตร์และละครมากมาย เธอเริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 16 ปี และได้ฝากผลงานที่เป็นตำนานในทุกด้านของวงการบันเทิงไทย ด้วยความสามารถและความทุ่มเทในงานศิลปะ ทำให้เธอเป็นที่ยอมรับและเคารพในวงการบันเทิงไทยและสากล

ชมภาพ แพท ณปภา-พี ชานนท์ สวยหล่อในชุดไทยเข้าพิธีแต่งงานแบบเรียบง่ายที่วัด

ชมภาพ แพท ณปภา-พี ชานนท์ สวยหล่อในชุดไทยเข้าพิธีแต่งงานแบบเรียบง่ายที่วัด

23 ม.ค. 2568 10:28 น.

ชมภาพ แพท ณปภา-พี ชานนท์ สวยหล่อในชุดไทยเข้าพิธีแต่งงานแบบเรียบง่ายที่วัด

หลังจากที่ แพท ณปภา ยอมใจอ่อนตกลงแต่งงานกับ พี ชานนท์ แฟนหนุ่มรุ่นน้องหลังจากที่คบหาดูใจกันมานาน และพีก็ได้พิสูจน์ตัวเองว่าสามารถดูแลแพท และ น้องเรซซิ่ง ลูกชายได้เป็นอย่างดีและมีความเสมอต้นเสมอปลาย 

ล่าสุดในเช้าวันนี้ (23 ม.ค.68) แพท ณปภา ก็ได้ฤกษ์ดี จูงมือ พี ชานนท์ พร้อมด้วยลูกชายสุดที่รัก เข้าพิธีแต่งงานแบบไทยเรียบง่าย ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่นและอบอุ่นสุดๆ มีเพื่อนๆ ของสาวแพทไปร่วมงานและยังพร้อมใจแต่งตัวสวยหล่อด้วยชุดไทยอีกด้วย บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยนะคะ 

พอร์ช-อาม จดทะเบียนสมรส หลังคบกัน 16 ปี ดีใจสมรสเท่าเทียมเกิดขึ้นจริง (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2837704

23 ม.ค. 2568 10:28 น.

พอร์ช-อาม จดทะเบียนสมรส หลังคบกัน 16 ปี ดีใจสมรสเท่าเทียมเกิดขึ้นจริง (คลิป)

หลังจากที่มีการรับรอง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ในประเทศไทย และเปิดให้คู่รัก LGBTQ+ (คนที่มีความหลากหลายทางเพศ) สามารถจดทะเบียนสมรสได้ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป เรียกว่าเป็นข่าวดีที่ชาว LGBTQ+ รอคอยมานาน หลังจากพยายามผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม มานานหลายปี

โดยบรรยากาศในช่วงเช้าวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ณ สำนักงานเขตพระนคร ก็มีคู่รัก LGBTQ+ มาจดทะเบียนสมรส รวมไปถึงคู่รักนักแสดงดัง พอร์ช อภิวัฒน์ อภิวัฒน์เสรี และ อาม สัพพัญญู ปนาทกุล 2 นักแสดงนำจากซีรีส์ “อัยย์หลงไน๋” ทางช่อง 3 เดินทางมาจดทะเบียนสมรสเมื่อช่วงเช้าเช่นกัน หลังจากทั้งคู่คบหากันมานานกว่า 16 ปี

โดยหลังจากเสร็จสิ้นการจดทะเบียนสมรส พอร์ช-อาม โชว์ใบทะเบียนสมรสให้สื่อมวลชนที่มาทำข่าวได้เก็บภาพ พร้อมทั้งโชว์ความหวานจุ๊บที่แก้มกันเบาๆ ก่อนจะหัวเราะด้วยความเขิน อีกทั้งยังมีการโยนช่อดอกไม้เพื่อส่งต่อความรักดีๆ ให้กัน

ซึ่ง พอร์ช เผยถึงความรู้สึกว่า มันปลื้มใจ เกินฝันว่าวันนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ ในวันที่ความรักของทุกคนได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าเท่าเทียมกัน วินาทีที่จดทะเบียนก็น้ำตาไหลเลย รู้สึกว่านี่ฝันอยู่ใช่ไหม วันที่เราจดทะเบียนสมรสกันจริงๆ มันเกิดขึ้นแล้วในวันนี้ที่ประเทศไทย

ที่เลือกจดเขตพระนคร เพราะว่าเกิดที่เขตนี้ และจบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เหมือนกัน ก็อยู่ในเขตพระนคร หลังจากนี้ก็จะใช้ชีวิตคู่กันไปอย่างมั่นคง ปลอดภัย ทะเบียนสมรสใบนี้เหมือนเป็นเข็มขัดนิรภัยเวลานั่งรถ เราไม่รู้หรอกว่าจะได้ใช้มั้ยในอนาคต แต่ถ้าวันนึงเกิดอะไรขึ้นและต้องการใช้มัน เราก็อุ่นใจว่ามีสิ่งที่ช่วยเหลือประคับประคองอยู่ด้วยกฎหมาย

เรื่องการรับบุตรบุญธรรมก็วางแผนไว้เมื่อเราพร้อม ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็จะมี แต่ก็น่าจะต้องรีบมีเพราะอายุเริ่มเยอะแล้ว ก็อยากมีลูกทั้งคู่ ถ้ามี พอร์ช-อาม ตัวน้อยๆ ก็คงน่ารักดี แต่เราต้องดูแลเขาให้พร้อมเติบโตในสังคมปัจจุบันอย่างมีความสุขและปลอดภัย วันนี้ที่จดทะเบียนคุณแม่ก็ดีใจ ที่ผ่านมาเขาก็ซัพพอร์ตมาตลอด ไม่ว่าเราจะเป็นยังไงก็เป็นลูกของเขา อยากมีครอบครัวเขาก็ซัพพอร์ต ส่วนคำมั่นสัญญา ก็อยากบอกว่ารักนะครับ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันมา ทำให้ภาพที่สวยที่สุดที่เราคุยกันไว้ได้เกิดขึ้นจริงๆ อยู่กันไปจนเป็นคนชราไปด้วยกัน

ด้าน อาร์ม บอกว่า มันเกินกว่าที่เราจะจินตนาการไปแล้วว่าจะมีวันนี้จริงๆ ที่เราได้จรดปากกาลงในใบทะเบียนสมรสกับคนที่เรารักซึ่งเป็นเพศเดียวกัน เมื่อคืนยังคุยกันอยู่เลยว่าไม่ตื่นเต้น ชิล แต่เอาจริงๆ ตั้งแต่ตอนนั่งตรงเคาน์เตอร์ ใจเต้นตึกๆ แล้วนึกย้อนกลับไปว่าวันนี้แหละที่ต่อสู้กันมา วันนี้แหละประชาชนไทยรอคอย วันนี้แหละคือวันที่เรามีสิทธิ์เหมือนกับมนุษย์ทุกคน

ที่เลือกเขตนี้ อามก็โตมาในเขตพระนคร และจบธรรมศาสตร์เหมือนกัน เขตนี้เป็นเขตที่เราสองคนใช้ชีวิตและผูกพันกัน ซึ่งกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีประโยชน์ในเรื่องสวัสดิการ โดยเฉพาะสวัสดิการทางการแพทย์ซึ่งสำคัญมาก อันดับ 2 คือเรื่องมรดก การทำธุรกิจด้วยกัน ทำธุรกรรมร่วมกัน รวมถึงการรับบุตรบุญธรรมที่เป็นการสร้างครอบครัวให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ด้วย

ก็ต้องขอบคุณบรรพบุรุษที่ร่วมต่อสู้กันมากว่า 20 ปีที่ได้มาในกฎหมายสมรสเท่าเทียม ถ้าไม่มีพวกเขาสู้มาเพื่อเรา ก็คงไม่มีวันนี้ วันนี้ที่มาจดทะเบียน แม่ก็ถามว่าเปลี่ยนนามสกุลไหม ใครจะเปลี่ยนหาใคร ก็เดี๋ยวอามจะไปใช้นามสกุลของพอร์ช เรื่องคำมั่นสัญญา อยากบอกพี่พอร์ชว่ารักพี่พอร์ชเหมือนกัน ก็จะอยู่ข้างๆ ไปจนวันนั้นที่เราฝันไว้ จะอยู่ข้างๆ ไปตลอด

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

“ลีน่า ลลินา” ปลื้มได้เล่นซีรีส์แซฟฟิกคู่ “หมิว ณัชชา” เป็นรุ่นน้องที่สนิทกัน

“ลีน่า ลลินา” ปลื้มได้เล่นซีรีส์แซฟฟิกคู่ “หมิว ณัชชา” เป็นรุ่นน้องที่สนิทกัน

23 ม.ค. 2568 08:09 น.

“ลีน่า ลลินา” ปลื้มได้เล่นซีรีส์แซฟฟิกคู่ “หมิว ณัชชา” เป็นรุ่นน้องที่สนิทกัน

กลายเป็นปีทองของ ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์ นางเอกสาวหน้าหวาน นอกจากละคร “แม่เลี้ยง” ของค่ายทีวีซีน กำลังออนแอร์ ยังแฮปปี้สุดๆ ได้เล่นซีรีส์แซฟฟิก หลัง ดิว-ปิ่นกมล มาลีนนท์ ผู้บริหารและผู้จัดช่อง 3 ได้ปล่อยภาพซีรีส์แซฟฟิกเรื่องใหม่ ที่จับคู่ ลีน่า-ลลินา กับ หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ จนเกิดกระแสฮือฮาได้ไม่น้อยเลย เจอ ลีน่าเริ่มจาก

บทบาท “ดารินกานต์” เป็นยังไงบ้าง?

“เป็นบทบาทใหม่ๆ ต่อจากเรื่อง โลกหมุนรอบเธอ ความร้ายจะเพิ่มขึ้นมา ท้าทายมากๆ ทำการบ้านหนักมากเพราะเป็นตัวก่อปัญหาต่างๆ บทยาวมาก เมื่อก่อนจะได้รับบทหวานๆ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องเราต้องดึงอีกมุมของตัวเองออกมา มีความดื้อ ไม่ฟังใคร มีความ ฟาดฟัน”

เรื่องนี้ฟาดกับรุ่นใหญ่เหมือนกัน?

“ใช่ค่ะ พี่แอน-สิเรียม, พี่แอน-วาสนาด้วย คือพลังของเราต้องเท่าเค้า ดรอปกว่าเค้า ตัวละครจะดรอปไปด้วยเพราะตัวดารินเป็นคนไม่ยอมใครเลย”

ดูตัวเองเล่นร้ายเองรู้สึกยังไงบ้าง?

“มันท้าทายนะ คนละแบบ คนละรสชาติ คนดูจะรู้สึกยังไง ก็มีคอมเมนต์ชมว่าเป็นคนหน้าหวานแต่เล่นร้ายได้ ดีใจที่ฟีดแบ็กกลับมาอย่างนี้”

เล่นเองมีแอบหมั่นไส้ดารินบ้างมั้ย?

“ไม่นะ สงสารตัวละครด้วยซ้ำ ด้วยความที่เขาต้องการความรัก เราเข้าใจตัวละคร แต่ไม่รู้คนดูจะเข้าใจหรือเปล่า”

เราเสพติดคอมเมนต์ด่าเหมือนกันนะ?

“ประมาณนึงแล้วกัน (หัวเราะ) อย่าด่าแรงก็พอเพราะมันน่าด่าจริงๆในหลายๆซีน ต้องขนาดนี้เลยเหรอ ท้ายๆเรื่องคนดูจะเข้าใจว่าทำไม อาปิ่นจะบอกว่าให้เล่นให้สุดพลังเลย คนดูจะฟีดแบ็กยังไงเป็นเรื่องของอนาคต”

ก่อนหน้า ดิว-ปิ่นกมล ผู้บริหารของช่อง 3 ได้ ปล่อยภาพซีรีส์แซฟฟิกเรื่องใหม่เป็นยังไงบ้าง?

“ฟีดแบ็กดีค่ะ แฟนคลับหลายๆท่านก็รอเราลงซีรีส์แซฟฟิกอยู่ เหมือนเขาเห็นเรามาในแนวนี้ หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เขาไม่ได้จับคู่กับใครนะ แต่เขาแค่อยากเห็นลีน่าลงแซฟฟิกแค่นั้นเลย ถามว่าเรามีเสน่ห์ในมุมนั้นตรงไหน ก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาอาจจะเห็นบางอย่างในคาแรกเตอร์เราที่สามารถดึงมาเล่นได้ คือมีคอมเมนต์แบบนี้มาสักพักแล้วค่ะ ตอนแรกก็ไม่เห็นจนคนมาทักเยอะๆก็เริ่มคิดว่าหรือว่าจะได้ (หัวเราะ) ก็เป็นเป้าหมายต่อไป ปีที่แล้วเขียนไว้อยู่ว่าได้ลงซีรีส์แซฟฟิก มีอยู่ในเป้าหมายปีที่แล้ว ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะได้เล่นไหม แต่เราตั้งไว้ก่อนก็คิดว่ามันมีโอกาสมากขึ้นเผื่อมันจะเป็นไปได้ หนูเขียนไว้ 20 ข้อเลย แต่แบ่งเป็นหลายพาร์ตนะ พาร์ตการเงิน พาร์ตทำงาน พาร์ตเพื่อน ก็เช็กถูกไปหลายข้อนะ ในพาร์ตการทำงานก็มีว่าหาเงินได้เท่าไหร่ ติ๊กถูกแล้ว ก็ขยันหน่อย เพราะเรามีเป้าหมายการเงินอยู่ เรื่องความรักปีที่แล้วก็เขียนว่าขอให้ความรักไม่มีปัญหา หมายถึงกับคนที่เคยคบ ข้อนี้ก็เลยไม่ได้เช็กถูก แต่เราเช็กถูกในด้านการทำงาน ปีนี้ก็เลยไม่มีเป้าหมายความรัก ไม่เขียนเลย (หัวเราะ) ปีนี้เน้นกราฟงาน กราฟความรักคือทิ้งไปก่อน ไม่สนใจ”

กับหมิว-ณัชชา รู้จักกันมาก่อนมั้ย?

“จริงๆ รู้จักน้องมาหลายปีแล้ว เป็นรุ่นน้องที่จุฬาฯ น่าจะ 6 ปีได้แล้ว เป็นคนใกล้ตัว ตอนแรกก็ไม่เคยคิดเลย ช็อกมากไม่คิดเลยว่าจะเป็นหมิว เพราะหนูไปไหว้ขอพรว่าขอให้ได้คู่ที่ศีลเสมอกัน ทำงานด้วยกันได้ การทำงานตรงนี้มันต้องทำงานด้วยกันอีกยาวมากๆ ก็เลยไปขอพรไว้ พอรู้ว่าเป็นน้องก็รู้สึกดีค่ะ เพราะการแสดงแบบนี้มันต้องเปิดมากๆมีเลิฟซีนค่อนข้างเยอะด้วย น่าจะเยอะสุดในชีวิตหนูแล้วค่ะ”.

BOYNEXTDOOR กระแสแรงเกินต้าน บัตรคอนเสิร์ตแรกในไทย SOLD OUT อย่างรวดเร็ว

BOYNEXTDOOR กระแสแรงเกินต้าน บัตรคอนเสิร์ตแรกในไทย SOLD OUT อย่างรวดเร็ว

22 ม.ค. 2568 20:22 น.

BOYNEXTDOOR กระแสแรงเกินต้าน บัตรคอนเสิร์ตแรกในไทย SOLD OUT อย่างรวดเร็ว

6 หนุ่มบอยกรุ๊ปสุดฮอต BOYNEXTDOOR ทั้ง “ซองโฮ (SUNGHO), รีอู (RIWOO), แจฮยอน (JAEHYUN), แทชาน (TAESAN), อีฮัน (LEEHAN)” และ “อุนฮัก (WOONHAK)” เตรียมขึ้นเวทีในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย กับงาน “BOYNEXTDOOR TOUR ‘KNOCK ON Vol.1’ IN BANGKOK” ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

หลังจากที่เปิดจำหน่ายบัตรทั้งรอบเมมเบอร์ และรอบปกติไปเมื่อวันที่ 18-19 มกราคมที่ผ่านมา กระแสตอบรับจากเหล่า “ONEDOOR” (วันดอร์ – ชื่อแฟนคลับ) ก็แรงเกินคาด เพราะบัตรคอนเสิร์ตทุกที่นั่งถูกจับจองหมดเกลี้ยงภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว! การันตีความฮอตของทั้ง 6 หนุ่มที่ได้รับความรักอย่างล้นหลามจากแฟนคลับชาวไทย

งานนี้หนุ่มๆ BOYNEXTDOOR ที่ได้รับการตอบรับอันอบอุ่นจากแฟนๆ ชาวไทย ตื่นเต้น และซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากพวกเขาสัญญาว่าจะเตรียมโชว์สุดพิเศษมาให้สมกับที่ทุกคนตั้งตารอ รับรองว่างานนี้สนุก พร้อมโมเมนต์สุดประทับใจที่จะเกิดขึ้นบนเวทีนี้อย่างแน่นอน!

ด้านผู้จัด “ไอมี่ไทยแลนด์” (iMe Thailand) ก็เตรียมจัดเต็มแสง สี เสียง พร้อมสร้างประสบการณ์คอนเสิร์ตที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้กับทั้งศิลปิน และแฟนๆ ทุกคน งานนี้ใครที่มีบัตรไว้ในครอบครองแล้ว เก็บบัตรของคุณไว้ให้ดี แล้วเตรียมนับถอยหลังสู่ค่ำคืนสุดมันส์ ที่จะเต็มไปด้วยความสนุก ที่หนุ่มๆ กำลังซุ่มซ้อมเตรียมมามอบให้แฟนๆ ที่รักทุกคน รวมทั้งโมเมนต์ความประทับใจที่จะไม่มีวันลืมอีกด้วย!!

เอกพันธ์-บิณฑ์ เผยนาทีเห็นร่าง แตงโม นิดา เล่าละเอียดถึงบาดแผลที่เจอ

เอกพันธ์-บิณฑ์ เผยนาทีเห็นร่าง แตงโม นิดา เล่าละเอียดถึงบาดแผลที่เจอ

22 ม.ค. 2568 19:59 น.

เอกพันธ์-บิณฑ์ เผยนาทีเห็นร่าง แตงโม นิดา เล่าละเอียดถึงบาดแผลที่เจอ

เป็นอีกคนที่รู้เรื่องบาดแผลของ แตงโม นิดา สำหรับสองพี่น้องอาสากู้ภัย เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ และ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่วันนี้เดินทางมาร่วมงานเสวนาวิชาการ ไทยทันเทรนด์ 2568 จับกระแสสตรีมมิ่งกับความสำเร็จอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงโลก ณ ห้อง Boontarik 2 โรงแรม Chartrium Grand Bangkok ซึ่งทั้งคู่ได้ให้สัมภาษณ์กับมวลชนสัมภาษณ์ถึงการรื้อคดีแตงโมเอาไว้ว่า 

– มีการจำลองเหตุการณ์ตกเรือ หวังรื้อคดีแตงโม เพราะหลายคนสงสัยเรื่องบาดแผล บิณฑ์เห็นด้วยกับการรื้อคดี ความยุติธรรมมันมีในประเทศไทย หลายคนบอกว่ากฏแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ แต่ว่ามันจะเมื่อไหร่

– คนไทย 80 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยว่าจะต้องทำสิ่งนี้ให้มันถูกต้อง และกู้ศักดิ์ศรีของกฎหมายให้ความถูกต้องมันกลับมา ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ทุกวันนี้มันไม่ถูกต้อง มียศก็ตัดไปทิ้งไป พวกคนจนๆ เอาเขาติดคุก (ทุบโต๊ะ)

– เอกพันธ์อยู่ในเหตุการณ์ตลอด ไปเจอมาแล้วก็ส่งภาพให้บิณฑ์ดู พอเห็นบอกคำเดียวไม่ใช้อุบัติเหตุ ต้องมีอะไรสักอย่าง คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็บอกว่าไม่น่าใช่อุบัติเหตุ 

– เอกพันธ์ บอกว่า เขาพูดว่าที่ตนเห็นเสริมเติมแต่งหรือเปล่า สิ่งที่คุณพูดระวังนะ คำพูดต่างๆ อาจจะพูดด้วยความคะนอง มันอาจจะเป็นฟีดแบ็กกลับมาทำให้ตนต้องติดคุก

– เขาบอกจะเอาติดคุก ดาราที่ทำมูลนิธิ สิ่งที่เห็นตนก็พูดออกไป มันไม่ใช่ความผิด ไม่ได้ไปเติมแต่งบาดแผลอะไรเลย

– วันนั้นถ้าเกิดตนไม่พูดทุกสิ่งทุกอย่างจบ นักข่าวถามว่าเอะใจเรื่องบาดแผลที่เกิดขึ้นมันไม่น่าจะใช่ใบพัดเรือ แต่คนบนเรือเขาออกข่าวไปก่อนหน้านั้นแล้วว่า แตงโมตกน้ำแล้วโดนใบพัดเรือเสียชีวิต แต่ตอนที่ตนเห็นบาดแผล คิดว่ามันไม่ใช่ใบพัดเรือแน่นอน สิ่งที่ตนเห็นแผลยาวประมาณหนึ่งคืบ และลึกมาก ตรงโคนขาด้านในข้างขวา เลยต้องเล่นประเด็นนี้ขึ้นมา เลยทำให้เรื่องไม่จบ ต้องมีการพิสูจน์กันจนปัจจุบันนี้ กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ก็ครบ 3 ปีเต็ม

– เหตุผลที่เรื่องบาดแผลไม่ได้รับการตรวจสอบตั้งแต่วันนั้น เอกพันธ์ บอกว่า มันมีขบวนการหนึ่ง มากดสำนวนเกี่ยวกับคดีนี้เอาไว้ไม่ให้ขยายต่อ ไม่ให้เรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามาในสำนวนแล้วให้เรื่องจริงไม่สามารถไปต่อได้ คนบนเรือต้องผิดหมด เพราะทำให้ผู้อื่นถึงกับชีวิตโดยที่ไม่ใช้อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม แต่ไม่มีใครกล้าพูดความจริง แต่ละคนไม่มีใครพูดเหมือนกันเลย กระทั่งคนที่อยู่ใกล้แตงโมที่สุด แต่ทำไมสำนวนถึงจะตามให้คนบนเรือถูกและมีอิสรภาพ แล้วตัดสินไปแล้วด้วยประมาท

– เอกพันธ์ พูดถึงเรื่องศพของแตงโม เมื่อมีคนถามว่า มือแตงโมถูกไพล่ไปข้างหลังว่า ศพคว่ำหน้า มืออยู่ข้างหลัง แต่ไม่มีเครื่องพันธนาการต่างๆ คนจมน้ำก็ลอยไปตามกระแสน้ำ ตอนนั้นเห็นแต่ตนยังไม่ได้เห็นหน้า เห็นสะโพกนิดหน่อยเพราะใส่บอดี้สูท แต่ไม่ได้บอกว่ามือไขว้หลังโดนมัด หรืออาจจะโดนมัดแล้วมาปล่อยลงน้ำหรือเปล่า อันนี้ตนไม่รู้เพราะไม่เห็น

– แต่ไม่เชื่อว่าตกน้ำเพราะไปฉี่ท้ายเรือ เพราะตอนแรกคิดว่าอย่างนั้นจริงๆ แต่มาเอ๊ะนึดหนึ่งว่าอืดขึ้นมา ตามธรรมชาติคนเราจมน้ำ ทุรนทุราย 2-3 วันต้องอืดขึ้นมาแน่นอน แต่สภาพของน้องไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติแบบคนธรรมดาตกน้ำตาย ตาจะต้องถลนออกมาเยอะ หรือตา จมูกอาจจะต้องมีเลือด แต่หน้าน้องไม่ได้เป็นอย่างนั้น ท้องแบน หน้าฝั่งขวาบวมช้ำ บวมปูด ตาอีกข้างหนึ่งไม่มีอะไร เปิดเห็นตาขาว-ดำ เห็นลูกตา ฝั่งหนึ่งต้องโดนของแข็งตีแน่นอน แล้วถ้าโดนใบพัดเรือทำไมหน้า ผิวพรรณไม่เละไม่อะไรเลย แต่น่าจะโดนของแข็งแต่ไม่รู้อะไร

– บิณฑ์กล่าวเสริมเขาทำแผนมาแล้ว ตกเรือปุ๊บเรือมันก็แล่นไปข้างหน้า จะโดนใบพัดเรือได้อย่างไร

– ทางด้านปอบอกว่าแตงโมมีเกาะเรือ 10 วินาที ถ้าเกาะแล้วแต่เอาขาแหย่ไปที่ใบพัด มี 3 ใบหมุนตามกัน บาดแผลที่ขามันต้องเปิดเห็นกระดูก แต่นี่มันไม่ใช่แผนแบบนั้น นี่มันโดนกรีดลงมาตรงๆ เลย

– เอกพันธ์เดาว่าเขาจะมีการคิดว่าแตงโมตกน้ำแล้วโดนใบพัดเรือ แต่ลืมคิดไปว่าใบพัดเรือมันหมุน เขาเลยไม่รู้จะทำยังไง เอามีดมากรีดเพื่อจะให้สมกับว่าโดนใบพัดเรือ แต่เขาไม่ได้มีความฉลาดว่าใบพัดเรือมันเป็นยังไง แต่คงจะรีบ แล้วตรงน่องมีแผลแทงเข้าไปแล้วมันจุกออกมา

– แผลมีดและใบพัดไม่เหมือนกัน ทุกคนเขารู้หมด แต่มีคนใหญ่กว่านิติเวชมาบอกให้มันเป็นแบบนี้ว่าโดนใบพัด

– เอกพันธ์ไม่กลัวโดนฟ้อง อย่างที่คุณอาสนธิบอก ความจริงมีหนึ่งเดียว ทำไมทุกคนไม่พูดความจริง ถ้าพูดความจริงทุกอย่างก็กระจ่าง แต่ไม่พูดความจริง คนที่เขาสงสารน้อง เขาก็ต้องรวมตัวกันเพื่อค้นหาความจริง หาความยุติธรรมให้กับน้องแตงโม น้องเป็นคนที่น่ารักมาก 

– เอกพันธ์บอกว่าเคยถูกเรียกไปให้ปากคำหรือเป็นพยาน แต่พอถึงเวลาเขายกเลิก เขาไม่ให้ไปก็งง แต่ถ้าเกิดเขาเอาเราไป ถ้าเกิดเราพูดอะไรเขาคงกลัวว่าในสำนวนเขาจะลงไม่ได้ เพราะเราพูดความจริง เราเป็นพยานได้เพราะเราเห็นแผลคนแรก

– ขนาดตนจะเอาน้องไปส่งที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต แต่อยู่ๆ มีโทรศัพท์มายศใหญ่โทรมาบอกว่าขอให้เอาน้องแตงโมไปโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งตนก็เถียงร้อยเวรให้มาที่นี่ และจะถึงแล้ว แต่เขาบอกให้กลับรถตอนนี้เลย ให้ฟังเขาคนเดียว

– มีอำนาจมืดมาข่มขู่ด้วย ก็มีทนายที่ตั้งโต๊ะกับคุณแม่ เขาใส่ใหญ่เลย

– บิณฑ์ถึงกับพูดออกมาในตอนที่สัมภาษณ์ว่า ฟังนะกูไม่กลัวมึง

ติ๊ก ชีโร่ เลื่อนแถลงข่าว เคลียร์ประเด็นอุบัติเหตุ มีคนเสียชีวิต 2 ราย

ติ๊ก ชีโร่ เลื่อนแถลงข่าว เคลียร์ประเด็นอุบัติเหตุ มีคนเสียชีวิต 2 ราย

22 ม.ค. 2568 18:49 น.

ติ๊ก ชีโร่ เลื่อนแถลงข่าว เคลียร์ประเด็นอุบัติเหตุ มีคนเสียชีวิต 2 ราย

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ติ๊ก ชีโร่ นักร้องชื่อดัง ได้ขับรถชนและมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไปเมื่อช่วงปลายปี 2567 ท่ีผ่านมา ล่าสุด ผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ดังกล่าวเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย และล่าสุด พ่อเหยื่อ ติ๊ก ชีโร่ เมาแล้วขับ ได้ร้องขอความเป็นธรรมว่าไม่ได้รับการเยี่ยวยาแต่อย่างใด 

งานนี้ทางภรรยาของ ติ๊ก ชีโร่ จึงขอแถลงข่าวเพื่อชี้แจงในฝั่งของตนบ้าง โดยได้นัดสื่อมวลชนเพื่อจะแถลงข่าวในวันที่ 22 ม.ค. 2568 เอาไว้ว่า 

“ติ๊ก ชีโร่ ฝากแจ้งหมาย ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนทุกท่าน เข้าร่วมการแถลงข่าวที่เป็นประเด็นล่าสุดของพี่ติ๊ก ซีโร่ นะคะ วันพุธที่ 22 ม.ค.2568 เวลา 17.00 น ที่ ร้าน Eat View (นิมิตรใหม่)” 

ก่อนที่ภรรยาของ ติ๊ก ชีโร่ จะมีการแจ้งเพื่อเลื่อนวันและเวลาที่จะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวเอาไว้ผ่านทางเฟซบุ๊กของตัวเองว่า “ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนทุกท่าน เข้าร่วมการแถลงข่าวที่เป็นประเด็นล่าสุดของพี่ติ๊ก ชีโร่ นะคะ Edit เปลี่ยนแปลงวันและเวลา แถลงข่าววันที่ 23.1.2568 เวลา 15.00 น. ร้าน Eat View (นิมิตรใหม่) อ้อขอแถลงทุกๆ อย่างในวันที่แจ้งนะคะ ทุกคนจะได้สารที่ตรงกันไม่บิดเบือน ขอบคุณค่ะ” 

จากนั้น ก็ได้อัปเดตเพื่อขอเปลี่ยนแปลงเวลาและสถานที่ที่จะแถลงข่าวในเรื่องนี้อีกครั้งว่า “Edit ทางเราขอเปลี่ยนวันและเวลาแถลงข่าวเป็น วันที่ 23.1.2568 เวลา 11:00 น สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทยนะคะ เรียนเชิญสื่อมวลชนทุกแขนงมารับฟังแถลงการณ์ของพี่ติ๊ก ชิโร่ นะคะ”

ในวันพรุ่งนี้เตรียมฟังเรื่องราวอีกมุมจากฝั่งของ ติ๊ก ชีโร่ ที่จะออกมาชี้แจงในกรณีดังกล่าวได้ทางไทยรัฐออนไลน์ ในเวลา 11.00 น. 

สรุปให้ ไผ่ ลิกค์ ออกมาเคลียร์ประเด็น ดิว อริสรา ถูกอดีตเลขาแฉเรื่องเงินกู้

สรุปให้ ไผ่ ลิกค์ ออกมาเคลียร์ประเด็น ดิว อริสรา ถูกอดีตเลขาแฉเรื่องเงินกู้

22 ม.ค. 2568 17:36 น.

สรุปให้ ไผ่ ลิกค์ ออกมาเคลียร์ประเด็น ดิว อริสรา ถูกอดีตเลขาแฉเรื่องเงินกู้

หลังจากที่มีข่าวอักษรย่อของดาราสาวคนหนึ่ง ว่าไปชักชวนคนมาปล่อยเงินกู้กินดอก หรือบางกระแสบอกว่า ไปยืมเงินชาวบ้านมาปล่อยกู้กินดอก โดยอ้างว่าเอาเงินไปให้ สส.ยืม และดาราสาวยังชวนมาร่วมโควต้าลงทุนลอตเตอรี่เพราะได้โควต้าจากผู้ยิ่งใหญ่ อ้างว่าได้จากคนที่ชื่อธรรมนัส

ล่าสุดทางด้าน ไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม มือขวาของ ธรรมนัส และมีสถานะเป็นพี่ชายที่แสนดีของดาราสาวที่กำลังเป็นข่าว โดยไผ่ได้พูดในรายการเจาะลึกทั่วไทยว่า 

– เรื่องนี้เอ่ยชื่อไปเลย เพราะรู้กันอยู่แล้ว ว่าคนที่เป็นข่าวคือ ดิว อิสรา

– ไผ่เล่าว่า ไม่รู้เรื่องมาก่อน ได้รู้ตามข่าว และท่านธรรมนัสได้ส่งข่าวมาให้ดู และได้โทรถามดิวในบางส่วนแล้ว

– ไผ่ไม่สามารถพูดแทนอีกฝ่ายได้ทั้งหมด พูดได้เท่าที่คุยและในมุมมองของไผ่เอง

– ยืนยันว่าไผ่ไม่ได้ไปกู้หรือยืมเงินของใครตามที่เป็นข่าวออกมาข้างต้น และไม่เคยข่มขู่ใครอย่างที่หลายคนเข้าใจจากที่อ่านข้อความในแชท

– ในส่วนที่บอกว่าไผ่เอาเงินไปให้คนอื่นกู้อีกที ไผ่เป็นคนรับเรื่องร้องเรียนเรื่องพวกนี้จากชาวบ้านทุกวัน คงไม่ทำเรื่องแบบนี้อย่างแน่นอน 

– ไผ่บอกว่า ดิวอยากเห็นข้อความในการฟ้องก่อน ว่าอีกฝ่ายจะฟ้องอะไรแล้วค่อยออกมาพูด รู้แค่ว่าเรื่องเกิดจากฝั่งอดีตเลขาที่ชื่อซาบีน่าและได้ออกไปแล้ว

– ถ้าดูจากเนื้อความที่หลุดออกมา คือเอาเงินไปปล่อยกู้กัน ดิวก็บอกกับไผ่แบบนั้นว่าเอาเงินไปปล่อยกู้ และคำพูดบางอย่าง ไผ่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง ดิวบอกว่าตอนนี้รอเงินจากคนนั้นคนนี้อยู่ 

– ดิวคงมีการอ้างชื่อว่าจะเอาเงินจากทางนั้นก่อน รอเงินจากทางนี้ก่อน แต่ในลักษณะข่มขู่ตามที่หลายคนเข้าใจไม่มี

– ไผ่ไม่เคยคุยกับอดีตเลขาของดิวเป็นการส่วนตัว

– ดิวบอกกับไผ่ว่า ขอดูก่อนว่าอดีตเลขาฟ้องร้องเรื่องอะไร ฟ้องแบบไหนแล้วค่อยออกมาพูด

– เมื่อวาน (20 ม.ค.) ไผ่ได้เช็กแล้วไม่มีการฟ้อง คู่กรณี (อดีตเลขาดิว) แค่มีการลงบันทึกประจำวันที่ สน.คลองตัน

– เรื่องทั้งหมดที่หลุดออกมาเป็นจากฝั่งอดีตเลขาส่วนตัว คือซาบีน่า เพราะเป็นแชทที่ดิวคุยกับซาบีน่า

– เท่าที่คุยกับดิว ไผ่ไม่สามารถพูดได้ร้อยเปอร์เซนต์เพราะไม่รู้เรื่องการเอาเงินไปปล่อยกู้ ไม่รู้ว่ามีเงินของคนอื่นด้วยหรือไม่ ไม่รู้ว่าจะใช้คำว่ายืมหรือคำว่าร่วมทุนปล่อยกู้ ไผ่จึงพูดแทนดิวในเรื่องนี้ไม่ได้

– และ 88 คือชื่อบริษัทของดิว ไม่ใช่ มาเก๊า 888 อย่างที่หลายคนเข้าใจแต่อย่างใด 

– ประเด็นอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ไผ่ตอบแทนดิวไม่ได้

– ไผ่ ถูกคนนอกมองว่าเป็นพี่ชายที่แสนดี ปกป้องดิว น้องคนนี้ตลอด แต่มันไม่ใช่ ไผ่ดูว่าอันไหนผิดอันไหนถูกก็ต้องว่าไปตามนั้น

– ส่วนเรื่องได้โควต้าหวยจากธรรมนัส ไผ่ยังไม่ได้ถามเพราะเพิ่งรู้เช่นกัน แต่เรื่องหวยธรรมนัสไม่มีโควต้าเรื่องนี้แน่นอน

– ไผ่ไม่รู้ว่าดิวกับซาบีน่ามีปัญหาอะไรกัน

– ดิวมีครอบครัว ไผ่เข้าไปยุ่งกับดิวมากไม่ได้ แต่ยอมรับเคยเตือนอีกฝ่ายเรื่องการใช้ชีวิต และการลงทุนปล่อยกู้กินดอกว่าไม่ควรทำ เคยเตือนแล้วทั้ง 2 เรื่อง

ปันปัน ถูกคนจับคู่จิ้น โอ๊ต หลาน น็อต วิศรุต แต่เจอดับฝันบอกแค่เพื่อนกัน

ปันปัน ถูกคนจับคู่จิ้น โอ๊ต หลาน น็อต วิศรุต แต่เจอดับฝันบอกแค่เพื่อนกัน

22 ม.ค. 2568 17:35 น.

ปันปัน ถูกคนจับคู่จิ้น โอ๊ต หลาน น็อต วิศรุต แต่เจอดับฝันบอกแค่เพื่อนกัน

กลับมาใช้สเตตัสหัวใจโสดอีกครั้ง สำหรับนางเอกสาว ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ ที่เพิ่งเลิกรากับแฟนหนุ่มรุ่นพี่เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา และถึงแม้จะยังไม่มีหนุ่มรู้ใจ แต่ก็น่าจะเป็นสาวฮอตมีหนุ่มจีบเรื่อยๆ ตามสไตล์สาวสวยโสด

และที่ทำเอาคนจับตามองเห็นจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของปันปันและ โอ๊ต ธนภูมิ หลานชายหนุ่มหล่อของ น็อต วิศรุต สามีของชมพู่ อารยา ซึ่งหลายคนจะเห็นเขาผ่านทางภาพกับครอบครัวชมพู่อยู่บ่อยๆ 

ล่าสุด ปันปัน โพสต์คลิปกระโดดเกาะหลัง โอ๊ต ในระหว่างเล่นฟิตเนส โดยให้ฝ่ายชายออกกำลังกายไปด้วย เรียกว่าทดสอบความสตรองของร่างกายแบบสุดๆ พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “เอาหน่อยเพื่อนๆ”

งานนี้แฟนๆ ต่างก็พากันพายเรือจิ้นทั้งคู่ยกใหญ่ เพราะเคมีของทั้งคู่ได้มากๆ ดูใกล้ชิดสนิทสนม เหมาะสมกันสุดๆ แถมยังติดแฮชแท็ก #โอ๊ตปัน แต่งานนี้เจอ ปันปัน คว่ำเรือแบบจังๆ ตอบทันทีว่า “เพื่อนกันค่า 55” เรียกว่าดับฝันกันอย่างไวเลยจ้า!

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

https://www.tiktok.com/embed/v2/7461915894491532562?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Fentertain%2Fceleb%2F2837602

บุ๊ค พงษ์นิรันดร์ เผยสาเหตุที่เลิกเป็นดาราไปเรียนต่อที่แคนาดาเพราะเงินเดือนสูง

บุ๊ค พงษ์นิรันดร์ เผยสาเหตุที่เลิกเป็นดาราไปเรียนต่อที่แคนาดาเพราะเงินเดือนสูง

22 ม.ค. 2568 16:58 น.

บุ๊ค พงษ์นิรันดร์ เผยสาเหตุที่เลิกเป็นดาราไปเรียนต่อที่แคนาดาเพราะเงินเดือนสูง

หายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิงจนแฟนๆ คิดถึงกันไม่น้อย สำหรับนักแสดงหนุ่ม บุ๊ค พงษ์นิรันดร์ กันตจินดา ที่มีผลงานละครมากมายหลายเรื่องเช่น เพลิงนาง, ปาก, สามีสีทอง และอีกหลายเรื่อง 

และล่าสุด หนุ่มบุ๊คได้โพสต์คลิปผ่านทางติ๊กต่อกของตัวเอง พร้อมเขียนข้อความเอาไว้ว่า “ทำไมเลิกเป็นดารามาเรียนต่อที่เมือง Calgary” ซึ่งหนุ่มบุ๊คได้ให้เหตุผลที่เลิกเป็นดาราเอาไว้ดังนี้ 

– ได้ดูคอนเสิร์ต Snoop Dogg, Pitbull, DJ Snake, Skrillex, Jonas Brothers, Marshmello 

– ติดท็อปเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

– เงินเดือนขั้นต่ำ 65,000 บาท/เดือน (เพิ่งได้โปรโมต ตอนนี้แสนแล้วจ้า)

– Ice Skate เล่นฟรี Ski ขับรถ 1 ชม. ถึง Rocky Mountain 

– กินจนอ้วนแค่ไหนก็ได้ ไม่ต้องกลัวเล่นละครแล้วหน้าบวม ไม่มีใครมาทักเรื่องรูปร่าง หน้าตา ให้เสียเซลฟ์