นก จริยา เปิดเส้นทางรัก จอนนี่ แอนโฟเน่ เล่านาทีจับโป๊ะ! สามีมีกิ๊กกลางกองถ่าย

นก จริยา เปิดเส้นทางรัก จอนนี่ แอนโฟเน่ เล่านาทีจับโป๊ะ! สามีมีกิ๊กกลางกองถ่าย

9 ม.ค. 2568 14:40 น.

นก จริยา เปิดเส้นทางรัก จอนนี่ แอนโฟเน่ เล่านาทีจับโป๊ะ! สามีมีกิ๊กกลางกองถ่าย

นับเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่เก่งรอบด้าน สำหรับ นก จริยา แอนโฟเน่ ที่นอกจากจะมีฝีมือด้านการแสดงแล้วยังพ่วงตำแหน่งผู้จัด เมื่อได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 เสาร์ที่ 11 มกราคม เวลา 11.00 น. ทางช่องวัน 31 นก จริยา รับจีบพระเอกตัวท็อปของวงการอย่าง จอนนี่ แอนโฟเน่ ก่อน วิธีจีบจะเป็นอย่างไร? และความขี้โมโหของเธอทำสามีเกือบขิต!?

พร้อมเล่าประสบการณ์จับโป๊ะคุณสามีคุยกับกิ๊กคากองถ่ายละครพีกมาก เรื่องนี้จบแบบใด? และความคิดเรื่องความรักฉบับนก จริยา เพราะรักคือความไม่แน่นอน ปีหน้าอาจเลิกกันก็ได้ แค่เราอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยอมรับเคยมีวินาทีที่เกือบเดินออกมาจากชีวิตคุณสามี แต่คิดไปคิดมาข้อดีของเขามีมากกว่าข้อเสีย ก็เลยให้อภัยแล้วไปกันต่อกับความรักครั้งนี้…

อยู่ในแวดวงการแสดง หนุ่มๆ เข้ามาเยอะไหมเอ่ย?
นก จริยา : มีค่ะ มีพี่ๆ ใดๆ ก็เข้ามาคุยโน้นนี่นั่นนะคะ แต่เราเป็นคนระวังตัว ไม่คุยกับใคร

แล้วยังไง ทำไมพระเอกดังอย่างคุณจอนนี่ถึงได้เข้ามาได้ ใครจีบใคร?
นก จริยา : เราจีบเขาค่ะ เราก็หาเบอร์โทรของเขา เรานี่ทอดสะพานตลอดค่ะ

เป็นคนขี้หึงไหม?
นก จริยา : ขี้โมโหมากกว่าขี้หึงค่ะ

แต่ก็โหดอยู่เพราะมีอยู่เหตุการณ์หนึ่งถอยรถชน พูดง่ายๆ คือนก จริยา เกือบจะฆ่าสามี?
นก จริยา : มันเคลียร์กันไม่ได้ค่ะ แล้วนกก็โกรธแล้วจะขับรถกลับบ้านตัวเอง เขาก็เลยเดินมาเอาของ เราก็แบบไม่ง้อเราด้วย เราก็จอดเราไว้หน้าบ้านแล้วก็ถอยๆๆ แล้วเห็นพี่จอนเดินเข้าประตูไปแล้ว ใจเราคิดว่า “ตาย” แล้วก็พุ่งไปใส่ประตูเลย ถามว่าโดนไหม เขานอนอยู่ใต้ประตูค่ะ

แล้วจับได้อย่างไรเอ่ย?
นก จริยา : มันมาโป๊ะแตกวันที่อยู่ดีๆ เราไปเยี่ยมพี่จิ๋ม แล้วก็ถามถึงว่าพี่จิ๋มขา น้องคนนี้เขาเป็นอย่างไร พี่จิ๋มตอบมาว่าคนนี้เหรอ!! ต้องไม่ธรรมดา นกก็เลยโทรหาช่างแต่งหน้าเลย มีอะไรไหนเล่าให้ฟังสิ บอกออกมาทุกสิ่งทุกอย่างว่าพูดว่าอะไร ก็เลยมีความรู้สึกว่างั้นขอเคลียร์เลยดีกว่า นกก็เลยพูดเป็นประโยคเลยว่า ผู้ชายพูดอย่างนี้ ผู้หญิงพูดอย่างนี้ นัดกันตรงนี้เอาไง เขาก็บอกว่าโอเค จบ

รักคือความไม่แน่นอนคืออย่างไรเอ่ย?
นก จริยา : คือพี่เป็นคนที่เมื่อเขาเดินออกนอกบ้านแล้วพี่ไม่ตาม พี่ไม่เคยเช็ก ไม่เคยค้นกระเป๋าพี่ไม่เคยอะไร พี่อยากได้พื้นที่สบายใจ ก็เคยพูดว่าถ้าเดินออกไปอย่าสร้างความเดือดร้อนให้ที่บ้านนะ ถ้าไม่รู้ไม่เป็นไร ถ้ารู้แล้วก็ไม่ได้นิ่งต้องให้เกียรติพี่

32 ปี ถือว่ายิ่งใหญ่มาก แต่พี่นกก็บอกว่าไม่คอมมิตว่าจะเป็น 33, 34 หรือ 35?
นก จริยา : ใช่ค่ะ ปีหน้าอาจจะเลิกกันก็ได้

นก จริยา : คือที่เขาไม่น่ารักมุมนั้นมันมี แต่หลายๆ มุมของเขาน่ารัก แล้วเราก็เอามาเวทกันว่าเราจะยังเดินไปด้วยกันต่อกับคนนี้ได้ไหม

ที่พี่นกเคยเวทกันขนาดนี้เพราะเราเคยคิดว่าจะไม่ไปต่อ เคยถึงจุดนั้นไหม?
นก จริยา : เคยถึงจุดนั้นค่ะ เก็บผ้าเก็บผ่อนรอเลย แต่เขาก็เดินกลับเข้ามาแล้วบอกว่าเขาอยู่กับคนอื่นไม่ได้เขารู้ตัว เขาจะปรับปรุงในส่วนนี้ เราก็ยังให้โอกาสกัน

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดการ์ดงานแต่ง เจมส์-โฟม ไม่เหมือนใคร เรียบๆ แต่น่ารักมาก บ่งบอกความเป็นตัวตน

เปิดการ์ดงานแต่ง เจมส์-โฟม ไม่เหมือนใคร เรียบๆ แต่น่ารักมาก บ่งบอกความเป็นตัวตน

9 ม.ค. 2568 12:37 น.

เปิดการ์ดงานแต่ง เจมส์-โฟม ไม่เหมือนใคร เรียบๆ แต่น่ารักมาก บ่งบอกความเป็นตัวตน

หลังจากที่จัดงานแต่งงานแบบเรียบง่ายแต่อบอุ่นไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สำหรับคู่ของ เจมส์ จิรายุ และ โฟม เบ็ญจมาส ท่ามกลางความยินดีของ ครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ เพื่อนสนิททั้งในและนอกวงการที่ไปร่วมเป็นสักขีพยานในการเริ่มต้นชีวิตคู่ของทั้งคู่

ล่าสุด เจมส์และโฟมเดินสายส่งการ์ดเชิญเพื่อนๆ ทั้งในและนอกวงการไปร่วมงานฉลองมงคลสมรสที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11 มกราคมนี้ โดยการ์ดงานแต่งของทั้งคู่บอกเลยว่าน่ารักไม่เหมือนใคร เพราะใช้ภาพตอนเด็กของเจมส์และโฟมมาใส่ชุดเจ้าบ่าวและเจ้าสาว เป็นการ์ดแต่งงานดาราที่ดูเรียบง่ายแต่น่ารักสุดๆ เพราะมีดีเทลไม่เหมือนใครจริงๆ บ่งบอกความเป็นตัวตนของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี 

เลิกอีกคู่ แบงค์ พชร เคลียร์สถานะ นิหน่า ตัดสินใจร่วมกันที่จะหย่า

เลิกอีกคู่ แบงค์ พชร เคลียร์สถานะ นิหน่า ตัดสินใจร่วมกันที่จะหย่า

9 ม.ค. 2568 11:48 น.

เลิกอีกคู่ แบงค์ พชร เคลียร์สถานะ นิหน่า ตัดสินใจร่วมกันที่จะหย่า

เป็นอีกหนึ่งคู่คนบันเทิงถูกจับตาสถานะความเป็นสามีภรรยา สำหรับ นิหน่า สุฐิตา และ แบงค์ พชร และเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมานิหน่าออกมาโพสต์รีวิวชีวิตช่วงปี 67 ว่า

“Goodbye 2024 อีกปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งสิ่งรอบตัว และภายในจิตใจตัวเอง โดยเฉพาะ 3 เดือนหลังของปี รู้สึกว่าตัวเองสามารถนิ่งได้มากขึ้น ปลงได้มากขึ้นบ้าง และเอาหลัก Let Them มาใช้ในชีวิต

สิ่งที่เราควบคุมได้คือตัวเราเอง ชีวิตของเรา สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เลยคือชีวิตและการกระทำของคนรอบข้าง ที่เราต้องปล่อยเขาไป และเราค่อยคิดว่า เราจะทำยังไงกับสิ่งที่เขาทำกับเรา

เป็นปีที่รู้แล้วจริงๆ ว่าโลกนี้มันก็เป็นแบบนี้ การเปลี่ยนแปลงคือนิรันดร์ หากเรารักตัวเองอยู่กับตัวเองได้มากพอ เราจะผ่านทุกสิ่งไปได้ กอดตัวเองเยอะๆ ในวันที่โลกไม่เป็นใจ แม้ไม่มีใคร เรายังมีตัวเราเองนะ

ทำดีที่สุดในทุกๆ วัน คือสิ่งที่เราตั้งเป้าในปี 2025 จะยิ้มให้เยอะๆ มีความสุขกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ รักคนที่ควรรัก แคร์คนที่ควรแคร์ และรักตัวเองให้เยอะๆ เพราะไม่มีใครรู้เลยว่า ชีวิตจะพาเราไปตรงไหน และมันจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ตรงไหน

ขอบคุณทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งที่ยังอยู่และผ่านไป ขอบคุณคนที่เคียงข้าง ที่คอยให้กำลังใจ ให้เราผ่านอีกปีที่ยากนี้ไปได้ ขอบคุณเป็นพิเศษกับช่วง Christmas ที่ผ่านมา ที่เราได้ไปอยู่ในที่ที่เราคิดว่าจริงๆ แล้ว เราก็ต้องการความสุขง่ายๆ เท่านี้เองในชีวิต Thank you for showing me how life and love should be, simple and happy. ขอให้ 2025 เป็นปีที่ดีของเรา และของทุกๆ คนนะคะ” ยิ่งทำให้หลายคนก็สงสัยกับสถานะของแบงค์และนิหน่า เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับคำตอบที่ชัดเจนในเรื่องนี้

และล่าสุด แบงค์ พชร ได้ออกมาโพสต์เคลียร์ชัดถึงสถานะความสัมพันธ์กับภรรยาสาว โดยโพสต์ภาพเสื้อที่มีข้อความ NO DRAMA พร้อมแคปชั่นว่า “ปี 2566 เราตัดสินใจร่วมกัน ที่จะหย่าตามกฎหมาย แล้วต่างคนต่างทำหน้าที่ผู้ปกครอง ของบุตรทั้งสอง ขอให้ข้อมูลแค่นี้ครับ”

เปิดความเชื่อ แซม ยุรนันท์ อุ้มพระพุทธรูปออกมาจากเรือนจำ เหมือนเป็นการเริ่มชีวิตใหม่

เปิดความเชื่อ แซม ยุรนันท์ อุ้มพระพุทธรูปออกมาจากเรือนจำ เหมือนเป็นการเริ่มชีวิตใหม่

9 ม.ค. 2568 11:31 น.

เปิดความเชื่อ แซม ยุรนันท์ อุ้มพระพุทธรูปออกมาจากเรือนจำ เหมือนเป็นการเริ่มชีวิตใหม่

หลังจากที่สำนักงานคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ไม่ฟ้องนักแสดงหนุ่ม แซม ยุรนันท์ และ มิน พีชญา ในคดีดิไอคอนกรุ๊ป เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนพอที่จะรับฟังได้ว่าร่วมกระทำความผิด

จากนั้นในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. แซม ได้ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ โดยแซมใส่เสื้อลายสีดำ-เทา สวมหน้ากากอนามัย หมวกแก๊ปสีดำ อุ้มพระพุทธรูป ด้าน มุก มาริษา ภรรยา เดินออกมาคู่กันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นก็ได้โผกอดลูกชายลูกสาวที่มารอรับกันทั้ง 4 คน ก่อนจะขึ้นรถกลับออกไป 

สำหรับความเชื่อของการถือพระพุทธรูปออกจากเรือนจำนั้น ด้าน อาจารย์อ๊อด วีรชัย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong เปิดเผยถึงความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

“ถือพระพุทธรูป

1. การแสดงความสำนึกบุญคุณ:
การถือพระพุทธรูปเป็นการแสดงถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และการขอบคุณที่ได้รับโอกาสใหม่ในชีวิตหลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในคุก.

2. การเริ่มต้นชีวิตใหม่:
พระพุทธรูปถือเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความเมตตา และปัญญา การถือพระพุทธรูปแสดงถึงความตั้งใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยศีลธรรมและคุณธรรม.

3. การปลดปล่อยทางจิตใจ:
การพ้นจากคุกไม่ได้หมายถึงเพียงอิสรภาพทางร่างกาย แต่ยังสื่อถึงการปลดปล่อยจิตใจจากความทุกข์โทษ พระพุทธรูปเป็นตัวแทนของการปฏิบัติธรรมและการค้นพบสันติสุขภายใน.

4. การอธิษฐานและขอพร:
บางคนถือพระพุทธรูปพร้อมอธิษฐานขอให้ชีวิตใหม่ปราศจากอุปสรรค และมีความมั่นคงทางจิตใจและความสำเร็จในอนาคต”

เปิดเหตุผล มิน พีชญา ไม่ตัดผมและแต่งหน้าได้ ขณะออกเรือนจำ เพราะเป็นแค่ผู้ถูกฝากขัง

เปิดเหตุผล มิน พีชญา ไม่ตัดผมและแต่งหน้าได้ ขณะออกเรือนจำ เพราะเป็นแค่ผู้ถูกฝากขัง

9 ม.ค. 2568 10:28 น.

เปิดเหตุผล มิน พีชญา ไม่ตัดผมและแต่งหน้าได้ ขณะออกเรือนจำ เพราะเป็นแค่ผู้ถูกฝากขัง

หลังจากที่ มิน พีชญา ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ โดยมีครอบครัวพร้อมกับ เคลวิน แฟนหนุ่มได้มารอรับ ซึ่งมินได้ปรากฏตัวออกมาโดยสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงยีนส์ สวมหมวกแก๊ปสีดำ คาดแว่นตากันแดดไว้บนศีรษะ ผมยาวประบ่า พร้อมใบหน้ามีรอยยิ้ม แต่ดูซูบผอมไปบ้าง

และได้พูดเปิดใจครั้งแรกพูดสั้นๆ ว่า ขอบคุณความยุติธรรมและขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ พร้อมกับยืนยันความบริสุทธิ์ทั้งหมด เพราะได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว ตอนนี้พร้อมรับงานแต่ขอให้ผู้จัดการเป็นผู้ดูแล

ซึ่งทันทีที่นางเอกสาวปรากฏตัว บนโลกออนไลน์ต่างก็พากันสงสัยอย่างมากว่าทำไมนางเอกสาวถึงไม่ได้ตัดผมเหมือนคนอื่นๆ ที่เข้าไป เรื่องนี้ทางด้าน สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้พูดถึงเรื่องนี้ทางรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บอกว่า ผู้หญิงไม่ต้องตัดผม ต่างจากผู้ชาย มันมีระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการตัดผมผู้ต้องขัง ข้อ 8 เผยว่า นักโทษเด็ดขาดหญิง ให้ไว้ผมยาวไม่เกินต้นคอ หรือหากไว้ผมยาวเกินกว่าต้นคอ ต้องรวบผมหรือผูกผมให้เรียบร้อย ขณะเดียวกันยังมีข้ออื่นๆ ว่าด้วยการตัดผม แต่ข้อนี้ก็ครอบคลุมอยู่แล้ว

และเรื่องที่บางคนบอกว่า ทำไมถึงได้แต่งหน้า ซึ่งสรยุทธบอกว่า ระหว่างที่กำลังออกมาในขั้นตอนกระบวนการปล่อยตัว ญาติก็สามารถนำอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปให้ได้ เช่นเดียวกับเสื้อผ้า และรวมถึงประเด็นที่ นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ ก็ตอบคำถามเรื่องนี้ย้ำว่า ผู้หญิงไว้ผมยาวได้ แต่มัดให้เรียบร้อย หรือถ้าร้อนก็ตัดได้ หลายคนดังๆ ก่อนหน้านี้ที่เป็นผู้หญิง อาจจะตัดเอง

และขณะเดียวกัน มิน พีชญา ยังเป็นผู้ต้องขัง เรียกว่า ฝากขัง ไม่ใช่ผู้ต้องขังเด็ดขาด ศาลยังไม่ตัดสิน การดูแล ท่านระบุว่ายังมีความแตกต่างกับผู้ต้องขังเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกายภาพ ยังมีการแยกกันฝากขัง ไม่ปะปนกัน และผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีอย่างกรณีของมิน ผู้หญิงสามารถไว้ผมยาวได้ เพียงแต่ว่ามัดรวบให้เรียบร้อย หรือถ้าร้อนอยากตัด ก็ตัดได้

“ตี๋ ธนพล” ยิ้มรับสถานะโสด รู้ตัวรักคนยาก แต่คบใครก็ไม่คิดเลิก เปิดใจแต่ยังไม่เจอคนที่ใช่

“ตี๋ ธนพล” ยิ้มรับสถานะโสด รู้ตัวรักคนยาก แต่คบใครก็ไม่คิดเลิก เปิดใจแต่ยังไม่เจอคนที่ใช่

9 ม.ค. 2568 07:09 น.

“ตี๋ ธนพล” ยิ้มรับสถานะโสด รู้ตัวรักคนยาก แต่คบใครก็ไม่คิดเลิก เปิดใจแต่ยังไม่เจอคนที่ใช่

หายหน้าจากจอจนมีแฟนๆบ่นคิดถึง ล่าสุด ตี๋-ธนพล จารุจิตรานนท์ นักแสดงหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มละลายใจ มาเดินสายสวัสดีปีใหม่ เลยต้องอัปเดตผลงานละคร “แสนรัก” ของค่ายทีวีซีน ทางช่อง 3 ที่มีโปรแกรมออนแอร์ปีนี้อย่างแน่นอน พร้อมอัปเดตสถานะหัวใจมีใครมาดามอกดามใจแล้วหรือยัง เริ่มจากปีนี้จะมีผลงานละครเรื่องอะไรให้แฟนๆได้ติดตามกันบ้าง “ปีนี้มีละครแสนรัก รับบท เป็นรณกร เป็นน้องคนเล็กสุดเอาแต่ใจที่สุด เล่นกับกองทัพ พีค, มีน-พีรวิชญ์ สิงโต-สกลรัฐ และก็ตี๋ จะเป็น 4 อาตี๋ จริงๆ 3 อาตี๋ แม่เดียวกันแต่สิงโตจะเป็นอีกแม่นึง พี่ต่าย-เพ็ญพักตร์ จะเป็นแม่คนไทย แต่ใน 4 พี่น้องผมจะเป็นคนเล็กสุดเลย แต่นอกจอเป็นพี่โตสุด”

รู้สึกยังไงบ้างจากเป็นพี่โตสุดแต่ต้องเล่นเป็นน้องเล็กสุดซะงั้น?

“รู้สึกว่าโอเคดีนะครับ ถึงแม้ตัวจะโตแต่สมองเราเด็กสุดแต่ก็โอเคนะ (หัวเราะ) อินเนอร์เป็นน้องคนเล็กได้”

บทนี้ถือว่ายากมั้ย?

“ยากครับ เพราะว่าละครเรื่องนี้จะมีการถ่ายทอดตั้งแต่เด็กๆ อายุ 15 จนถึงอายุ 25 เลย เป็นการเติบโตของตัวละคร มีปม มีดราม่าแต่ละตัวละคร มีจุดเปลี่ยนจุดพีกของเรื่องด้วย เป็นเรื่องความรักของแม่และมีเรื่องวัฒนธรรมคนจีนเข้ามาด้วย รักลูกชายมาก ยิ่ง 3 พี่น้อง จะเป็นความรักที่อยากให้ลูกคนนี้เป็นแบบนี้ คนกลางเป็นแบบนี้ จริงๆรักเท่ากันแต่การปฏิบัติอยากให้ลูกไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการคนละแบบ ซึ่งลูกมีความต้องการของตัวเองอยู่แล้วอยากได้นั้นอยากได้โน่นแต่ความเป็นแม่ และต้องดูแลลูกชายทั้ง 3 คนหนักหน่วงนะของผู้หญิงคนนึงที่จะต้องดูแลลูกชายถึง 3 คน แล้วเป็นผู้ชายที่แสบทั้ง 3 คนเลย”

อยากรู้เวลา 4 หนุ่มอยู่ด้วยกันในกองละครเป็นยังไงบ้าง?

“ป่วนมาก และพูดเก่งทุกคนไม่มีใครแพ้ใคร เอาจริงๆผู้หญิงในเรื่องนี้คือเบาไปเลยเพราะผู้ชายพูดเก่งมาก อยู่ในกองสนุกมากทั้งถ่ายติ๊กต่อก เล่นติ๊กต่อกกัน ซ้อมบทกัน ดราม่าหนักหน่วง”

แสดงว่าแต่ละคนจะมีมุมเรื่องเล่นๆ แต่จริงจัง?

“ใช่ครับ เอาจริงๆ เหมือนไปกองเหมือน ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน สนุกสนาน”

อัปเดตสถานะหัวใจตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

“โสดสนิท”  

ไม่มอง ใคร หรือว่าหล่อเลือกได้ เอาดีๆ?

“เอาจริงๆนะต้องบอกก่อนว่าเราโฟกัสเรื่องงานและยังไม่มีคนที่มาทำให้หัวใจเราเต้นตุ๊บตั้บ มันก็เลยยังอยู่แบบนี้ไปก่อน ส่วนคนใกล้ชิดก็จะเป็นเพื่อนๆ ไม่ได้มีใครที่คิดจะมาเป็นแฟนมาคุยแบบนั้น”

มีโมเมนต์เหงาๆมั้ยกับเพื่อนๆ แนะนำบ้างหรือเปล่า?

“คือเมื่อก่อนเคยเหงานะเพราะเราโสดมาสักพักแต่ละครั้งที่มีแฟนจะมีแกร็บค่อนข้างห่าง หมายถึงคบคนนี้พอเลิก กว่าจะคบคนใหม่ก็จะ 4-5 ปี กว่าจะมีใหม่ก็นาน”

ตัวตนเราจริงๆเป็นประเภทรักคนยากเหรอ?

“ใช่ครับ รักคนยากมากแต่ถ้ารักแล้วก็จะเป็นคนปักใจกับคนนี้เลย”

ถ้ามีแฟนก็จะเป็นสายคลั่งรักมั้ย?

“ใช่ๆ ถ้ามีแฟนนะ เอาเป็นว่าเวลาผมคิดจะคบกับใคร ไม่เคยคิดจะเลิกแบบนี้เลย เป็นคนจริงจังกับความรักมากๆ เพราะฉะนั้นการจะเปิดใจคบคนใหม่ต้องค่อนข้างชัวร์มากๆ ยิ่งอายุเราเพิ่มขึ้นด้วยแล้วเนี่ย ความรักในวัยเด็กก็จะเป็นรักแบบเด็กๆ แต่ตอนนี้หากเราจะคบใครเราจะใช้ความเป็นผู้ใหญ่ในการตัดสินใจแล้ว ขอแค่อยู่กับคนนี้แล้วสบายใจ เขาเข้ากับครอบครัวเราได้มั้ย เข้ากับเพื่อนเราได้มั้ย เข้ากับเราได้มั้ย แล้วนิสัยตรงกันหรือเปล่า คือคิดอะไรแบบนี้มากขึ้น”

แสดงว่ายิ่งโตยิ่งสแกนคนที่จะมาเป็นแฟนมีข้อจำกัดมากขึ้น?

“ใช่ครับ จะมีข้อจำกัดเพิ่มมากขึ้น มันไม่ได้คิดแค่ตัวเองฝ่ายเดียวแล้วเพราะว่าเรื่องของความรักพอมันโตขึ้น จะเกี่ยวกับครอบครัว เกี่ยวกับคนรอบข้างทั้งหมด เพราะว่าถ้าได้คนที่รักเฉพาะเราคนเดียวเราก็ไม่ได้อยากได้ แต่เราอยากได้คนที่รักเราและรักคนที่อยู่รอบข้างเราด้วยเพื่อให้คนรอบข้างมีความสุข แต่การจะหาคนคนนั้นค่อนข้างยากเหมือนกัน ถ้าเจอก็ดี แต่ถ้าไม่เจอก็ไม่เป็นไร ถ้าจะรักใครสักคนก็อยากเจอคนที่ดีๆ ไปเลยไม่อยากคบเล่นๆ คบไปก่อนค่อยมาดูๆตรงนี้ก็ไม่เอาแล้ว เอาชัวร์ก่อนเพราะเราไม่อยากเสียใจเพราะเคยเสียใจมาแล้วก็เลยไม่อยากกลับไปเสียใจแบบนั้นอีก”.

“แซม-มิน” พ้นเรือนจำ อัยการไม่ฟ้องคดีดิไอคอน ปล่อยทันที “กันต์” กับ 15 บอสไม่รอด

"แซม-มิน" พ้นเรือนจำ อัยการไม่ฟ้องคดีดิไอคอน ปล่อยทันที "กันต์" กับ 15 บอสไม่รอด

9 ม.ค. 2568 06:01 น.

“แซม-มิน” พ้นเรือนจำ อัยการไม่ฟ้องคดีดิไอคอน ปล่อยทันที “กันต์” กับ 15 บอสไม่รอด

“อัยการคดีพิเศษ” มีความเห็นไม่ฟ้อง “บอสแซม-บอสมิน” คดีดิ ไอคอน กรุ๊ป แจงเหตุมีความเห็นสวนดีเอสไอที่สั่งฟ้อง เพราะเห็นว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมีพยาน หลักฐานไม่พอรับฟังได้ว่าร่วมกระทำความผิดกับผู้ต้องหาอื่น ส่วนผู้ต้องหาอีก 16 คน รวมทั้ง “บอสพอล-บอสกันต์” และ 1 นิติบุคคล สั่งฟ้องกราวรูด หลังอัยการมีความเห็นเรือนจำรอหมายปล่อยจากศาล ได้เมื่อไหร่สามารถปล่อยตัวจากเรือนจำได้ทันที ด้าน “ดีเอสไอ” รีบแถลง ขอพิจารณาเหตุผลของอัยการอย่างละเอียดก่อน แล้วจะพิจารณามีความเห็นแย้งหรือไม่ภายใน 30 วันถ้าดีเอสไอแย้งต้องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด ส่วน สคบ.แถลงสั่งเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงของบริษัทดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด เพราะฝ่าฝืนมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง 2545

กรณีการสืบสวนคลี่คลายคดีบริษัทดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด ดำเนินธุรกิจขายตรงเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ กล่าวหาหลอกให้ลงทุนและหาลูกข่ายมาเป็นสมาชิก สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการนำดารานักแสดงชื่อดังมาร่วม หลังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เดินเครื่องสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 18 คน ตั้งแต่นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล เจ้าของ นายยุรนันท์ หรือบอสแซม ภมรมนตรี น.ส.พีชญา หรือบอสมิน วัฒนามนตรี และนายกันต์ หรือบอสกันต์ กันตถาวร รวมถึงแม่ข่ายและผู้เกี่ยวข้อง คุมตัวฝากขังเข้าเรือนจำไปแล้ว ต่อมาโอนสำนวนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณาแจ้งข้อหากู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่ และ พ.ร.บ.ขายตรงฯเพิ่มเติมในเรือนจำ ส่งสำนวนให้คณะทำงานพนักงานอัยการพิจารณาสั่งคดีตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าจากสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 8 ม.ค. นายศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการ ฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยว่า ตามที่สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด รับสำนวนจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.67 คดีระหว่างนายณัฏฐ์ ธนาพิพัฒน์ดลภัค กับพวก ผู้กล่าวหาบริษัทดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 19 คน ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจโดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต

เหตุเกิดระหว่างวันที่ 12 ส.ค.63 ถึงวันที่ 31 ส.ค.67 ท้องที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ และหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต่อเนื่องกัน คิดเป็นค่าเสียหายรวมประมาณ 649,912,290 บาท เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก เป็นคดีที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ ถือเป็นคดีสำคัญตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่งตั้งคณะทำงานร่วมกันพิจารณา บัดนี้สำนักงานคดีพิเศษพิจารณาสำนวนดังกล่าวแล้วมีความเห็นและคำสั่งดังนี้

นายศักดิ์เกษมกล่าวว่า อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องบริษัทดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด โดยนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ต้องหาที่ 1 นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ผู้ต้องหาที่ 2 นายจิระวัฒน์ แสงภักดี หรือบอสแล็ป ผู้ต้องหาที่ 3 นายกลด เศรษฐนันท์ หรือบอสปีเตอร์ ผู้ต้องหาที่ 4 น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือบอสปัน ผู้ต้องหาที่ 5 นายฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือบอสหมอเอก ผู้ต้องหาที่ 6 น.ส.นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ หรือบอสสวย ผู้ต้องหาที่ 7 น.ส.ญาสิกัญจณ์ เอกชิสนุพงศ์ หรือบอสโซดา ผู้ต้องหาที่ 8 นายนันทธรัฐ เชาวนปรีชา หรือบอสโอม ผู้ต้องหาที่ 9 นายธวิณทรภัส ภูพัฒนรินทร์ หรือบอสวิน ผู้ต้องหาที่ 10 น.ส.กนกธร ปูรณะสุคนธ์ หรือบอสแม่หญิง ผู้ต้องหาที่ 11 น.ส.เสาวภา วงษ์สาขา หรือบอสอูมมี ผู้ต้องหาที่ 12 นายเชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์ หรือบอสทอมมี่ ผู้ต้องหาที่ 13 นายหัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์ หรือบอสป๊อบ ผู้ต้องหาที่ 14 นางวิไลลักษณ์ ยาวิชัย หรือบอสจอย ผู้ต้องหาที่ 15 นายธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์ หรือบอสออฟ ผู้ต้องหาที่ 16 และนายกันต์ กันตถาวร หรือบอสกันต์ ผู้ต้องหาที่ 19

“ตามข้อหาฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจโดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง 2545 มาตรา 3 19 20 38 46 47 และ 54 พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2534 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ตามความเห็นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 17 ต่อศาลอาญาวันนี้ ศาลอาญารับไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อทย.14/2568 ศาลอาญานัดสอบคำให้การจำเลยที่ถูกฟ้องวันที่ 9 ม.ค. เวลา 09.00 น.” นายศักดิ์เกษมกล่าว

นายศักดิ์เกษมกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแซม ผู้ต้องหาที่ 17 และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน ผู้ต้องหาที่ 18 แย้งความเห็นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษจะดำเนินการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวผู้ต้องหาต่อศาลอาญา และจะดำเนินการส่งสำนวนพร้อมความเห็นคำสั่งไม่ฟ้องไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง นายยุรนันท์ และ น.ส.พีชญา สาเหตุจากอะไร นายศักดิ์เกษมตอบว่า เหตุผลที่อัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะยังมีส่วนของผู้ต้องหาที่ถูกสั่งฟ้องและคำสั่งไม่ฟ้องยังไม่เด็ดขาด ต้องเสนอต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือเห็นแย้ง จึงไม่สามารถกล่าวถึงรายละเอียดทั้งหมดได้ กล่าวได้เพียงว่า ผู้ต้องหาทั้งสองมีพยานหลักฐานไม่พอรับฟังได้ว่าทั้งคู่ร่วมกระทำความผิดในข้อหาดังกล่าวกับผู้ต้องหาอื่น การพิจารณาคดีนี้คณะทำงานทุกคนไม่มีใครได้หยุดช่วงปีใหม่เลย สำนวนคดีนี้มีเอกสารมากกว่า 3 แสนหน้า สอบพยานหลักฐานหลายพันคน ทำให้คณะทำงานต้องทำงานอย่างละเอียด และยังมีผู้ร้องขอความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายที่คณะทำงานต้องพิจารณาอีก ผู้ต้องหาทุกคนจะครบฝากขังในวันนี้ ทำให้คณะทำงานต้องเร่งทำให้เสร็จ ก่อนครบกำหนดฝากขัง

ต่อข้อถามว่าเมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องนายยุรนันท์และ น.ส.พีชญาในวันนี้ ต้องปล่อยตัวเลยหรือไม่ เพราะครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายวันนี้ นายศักดิ์เกษมกล่าวว่า ในทางปฏิบัติเมื่ออัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ต้องยื่นคำร้องต่อศาลให้ปล่อยผู้ต้องหาที่สั่งไม่ฟ้อง หลังจากนั้นต้องปล่อยตัวไม่ว่าจะครบกำหนดฝากขังหรือไม่ ส่วนประเด็นการสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดหรือไม่ ต้องรอเสนออธิบดีดีเอสไออีกครั้ง

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีอัยการคดีพิเศษมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแซม และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน ทุกข้อกล่าวหาว่า โดยกระบวนการทางกฎหมายพนักงานอัยการจะส่งคำสั่งไม่ฟ้องพร้อมความเห็นและเหตุผลกลับมาที่ดีเอสไอ จากนั้นดีเอสไอจะพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ตามที่อัยการแจ้งมา ถ้ากรณีเห็นด้วยต้องแจ้งกลับไปยังอัยการคดีพิเศษ ถือว่าจบซึ่งคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ถ้าเห็นว่ายังมีเหตุผลควรฟ้องอยู่ จะมีความเห็นแย้งไปตามขั้นตอน ต้องส่งไปที่อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด โดยระเบียบภายในดีเอสไอจะพิจารณาความเห็นแย้งหรือไม่แย้งภายใน 30 วัน หากเห็นว่ายังมีเหตุผลที่ควรให้ศาลพิจารณา เป็นหน้าที่ของกองบริหารคดีพิเศษไปรวบรวมเรื่อง ข้อมูล ตรวจความเห็นแย้ง เพื่อนำเสนอต่ออธิบดีดีเอสไอ และสามารถขยายเวลาออกไปได้อีก 30 วัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำนวนที่ดีเอสไอส่งฟ้องไป บอสแซมกับบอสมินต่างกับบอสอื่นอย่างไร พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า บอสสองคนนี้เป็นลักษณะพรีเซนเตอร์ รับรายได้จากการโฆษณาจากบริษัท แต่ปรากฏข้อมูลว่าเป็นบอสที่แสดงตัวเป็นผู้บริหารและมีรายได้จากส่วนแบ่งการประกอบธุรกิจของบริษัท รูปแบบสัญญาจะต่างจากผู้รับโฆษณารายอื่น ส่วนแตกต่างอย่างไร ขอดูรายละเอียดจากอัยการก่อนว่าอัยการให้เหตุผลอย่างไร ส่วนดีเอสไอพิจารณาเห็นว่ามีหลักฐานตามสมควรที่จะฟ้อง กรณีอัยการเห็นต่างต้องมาดูเหตุผลกัน ถามว่าในการสอบสวนของดีเอสไอมีพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวนร่วมในคณะ เหตุใดเมื่อสำนวนไปถึงอัยการคดีพิเศษจึงสั่งไม่ฟ้องบางคน โฆษกดีเอสไอกล่าวว่า อัยการเข้ามาเป็นที่ปรึกษาในคดีเฉพาะส่วนที่ดีเอสไอขอคำปรึกษา แต่การพิจารณาลงความเห็นฟ้องนั้น พนักงานสอบสวนเป็นผู้มีความเห็น เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาคดีโดยปกติ

ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายมานพ ชมชื่น ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรือนจำพร้อมดำเนินการปล่อยตัวนายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแซม ทันทีที่หมายปล่อยจากศาลมาถึง ส่วนทางด้านทัณฑสถานหญิงกลาง ยืนยันว่า พร้อมดำเนินการปล่อยตัว น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน เช่นกัน เพียงแต่ขณะนี้ยังต้องรอหมายปล่อยตัวจากศาลก่อน

ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) น.ส.ทรงศิริ จุมพล รองเลขาธิการ สคบ. รักษาราชการแทนเลขาธิการ สคบ.เผยว่า เมื่อวันที่ 7 ม.ค. สคบ.เพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงของบริษัทดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 อาศัยอำนาจตาม ม.3 ม.5 ม.44 และ ม.53 วรรคสอง (3) (5) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ในการคำสั่งเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงของบริษัทดิ ไอคอน กรุ๊ป

“ตามที่เลขาธิการ สคบ.ฐานะนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ขายตรงและตลาดแบบตรง 2545 รับจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงให้แก่ บริษัทดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105561093893 เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2562 เพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารและเครื่องสำอางผ่านเว็บไซต์ http://www.theicon.co.th วิธีการทำตลาดสินค้าหรือบริการลักษณะสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการตรงต่อผู้บริโภคซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง” น.ส.ทรงศิริกล่าว

รรท.เลขาฯ สคบ.กล่าวต่อว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2565 บริษัทฯยื่นคำขอแก้ไขช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์เป็น http://www.theicongroup.co.th แต่หลังจากที่ได้รับการจดทะเบียนให้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ปรากฏหลักฐานต่อนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง 2545 ว่า เมื่อเข้าไปดูสินค้าเลือกรายการลงตะกร้าชำระเงินตามขั้นตอน ปรากฏว่าไม่สามารถชำระเงินได้ เว็บไซต์ดังกล่าวขึ้นข้อความว่า “Something is not right! กรุณาเข้าเว็บไซต์ของตัวแทนเพื่อสั่งซื้อสินค้า” อีกทั้งยังมีข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบสวนผู้เสียหายให้ถ้อยคำว่า “ผู้บริโภคไม่สามารถสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทฯได้โดยตรง จะสั่งซื้อได้ผ่านลิงก์ของตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น”

“ประกอบกับมีผู้เสียหายให้การว่า หากชักชวนให้ร่วมลงทุนเป็นตัวแทนจำหน่ายตำแหน่งดีลเลอร์เป็นเงิน 250,000 บาท ผู้ชักชวนจะได้รับค่าตอบแทนจากผู้สมัครใหม่ 10,000-15.000 บาทต่อ 1 ดีลเลอร์ พฤติกรรมดังกล่าว รวมทั้งวิธีการดำเนินธุรกิจลักษณะไม่ได้มุ่งเน้นการขายสินค้า กลับมุ่งเน้นให้สมาชิกเก่าหาสมาชิกใหม่เพื่อได้รับผลตอบแทน รายได้หลักเกิดจากมีผู้สมัครรายใหม่ตำแหน่งดีลเลอร์ต่อๆกัน เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเครือข่ายในธุรกิจตลาดแบบตรง โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่าย คำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นอันเป็นการกระทำฝ่าฝืนมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง 2545 สคบ.จึงเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงของบริษัทดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด” น.ส.ทรงศิริกล่าว

ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เวลา 17.00 น. มีรถยนต์โตโยต้า เวลไฟร์สีขาว ทะเบียน ฐธ 78 กรุงเทพมหานคร มีนายเคลวิน ตีรวัฒนานนท์ แฟนหนุ่มของมินนั่งมาในรถขับเข้าไปจอดลานด้านหน้าทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อรอรับ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน หลังอัยการคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้องพร้อมกับนายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแซม ต่อมาเวลา 18.30 น. มิน-พีชญา นั่งรถคันดังกล่าวออกมา พร้อมเปิดกระจกรถตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้นๆพร้อมยกมือไหว้ว่า “วันนี้มันก็พิสูจน์แล้ว ขอบคุณกระบวนการยุติธรรมและทัณฑสถานที่ดูแลมินเป็นอย่างดี พร้อมขอบคุณแฟนคลับทุกคนด้วยที่เป็นกำลังใจให้ ทวงคืนความยุติธรรมให้กับมิน ส่วนเรื่องสุขภาพร่างกายตอนนี้ขอกลับไปพักฟื้นดูแลตัวเองก่อน น้ำหนักลงเยอะ แต่ไม่ถึงกับต้องพักกายพักใจ

“สำหรับเรื่องงานสามารถติดต่อมาได้ จะให้ผู้จัดการช่วยดูอีกครั้ง อย่างที่แถลงข่าวไปตั้งแต่แรกว่า ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม วันนี้มินขอแค่นี้ก่อนนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจ มินได้กำลังใจดีจากครอบครัว จากนี้ขอไปใช้ชีวิตกับครอบครัวก่อน และขอใช้เวลาในการปรับตัว” มินกล่าว เมื่อถูกถามว่าจากนี้ต้องไปขึ้นศาลอีกหรือไม่ มินส่ายหน้า พร้อมยกมือไหว้บอกว่า “วันนี้ขอเท่านี้ก่อน ขอไปอยู่กับครอบครัวถ้ามีโอกาสจะแถลงข่าวอีกที”

ส่วนที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หมายปล่อยตัวจากศาลส่งไปถึงเรือนจำแล้วเช่นกัน หลังจากนั้นเรือนจำปล่อยตัว แซม-ยุรนันท์ ออกมาเช่นเดียวกัน ท่ามกลางความดีใจของครอบครัวที่เดินทางมารอรับ

ล่าสุดเวลา 18.50 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นางมาริษา ภมรมนตรี ภรรยา นายยุรการ ภมรมนตรี ลูกชาย และ น.ส.ยุรริษา ภมรมนตรี ลูกสาว ของนายแซม-ยุรนันท์ และทนายความเดินทางมารับตัวแซม-ยุรนันท์ ด้วยรถตู้ฮุนไดสีขาว ภรรยานำเสื้อผ้าพร้อมรองเท้าลงจากรถเข้าไปด้านในเรือนจำเพื่อให้แซมเปลี่ยน โดยนำพระพุทธรูปใส่พานมาให้สักการะด้วย ระหว่างเดินเข้าไปรับแซม-ยุรนันท์ นายยุรการ ลูกชาย เผยว่า ขอบคุณที่เดินทางมารับพ่อด้วยกัน หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องรู้สึกดีใจ ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุที่อัยการไม่สั่งฟ้อง นายยุรการส่ายหน้าไม่ตอบ

ต่อมาเวลา 20.08 น. แซม-ยุรนันท์ เดินออกมาบริเวณประตูสวมเสื้อโปโลแขนยาวลายทางสีเทาดำ สวมกางเกงสแล็กสีดำ ปิดบังใบหน้าด้วยการสวมหมวกสีดำและใส่แมสก์สีขาว เดินไปไหว้ศาลจิตรคุปต์ และมาสวมกอดครอบครัวด้วยสีหน้ามีความสุข แซม-ยุรนันท์ เดินออกมาจากเรือนจำโดยถือพระพุทธรูปออกมาพร้อมกล่าวว่า ขอบคุณที่มาต้อนรับวันนี้ ขอบคุณกระบวนการยุติธรรม ส่วนหลังจากนี้จะแถลงเปิดใจหรือไม่ ขอกลับบ้านก่อน ถามถึงในส่วนของคดีจะดำเนินการอย่างไรต่อ หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง แซม-ยุรนันท์ไม่ตอบ แต่พูดย้ำอีกครั้งว่าขอกลับบ้านก่อน ก่อนที่ตัวแซม-ยุรนันท์ จะเดินขึ้นรถไปพร้อมกับหันมายกมือไหว้ขอบคุณสื่อและโบกมือลา

ลูกชาย-ลูกสาว แซม ยุรนันท์ ยกมือไหว้สื่อ ขอบคุณที่มารอรับพ่อด้วยกัน

ลูกชาย-ลูกสาว แซม ยุรนันท์ ยกมือไหว้สื่อ ขอบคุณที่มารอรับพ่อด้วยกัน

8 ม.ค. 2568 20:49 น.

ลูกชาย-ลูกสาว แซม ยุรนันท์ ยกมือไหว้สื่อ ขอบคุณที่มารอรับพ่อด้วยกัน

หลังจากที่สำนักงานคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้พิจารณาสำนวนและพยานหลักฐานทั้งหมดในคดีดิไอคอน โดยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องต่อ 2 ดาราดัง ทั้งนางเอกสาว มิน พีชญา วัฒนามนตรี และนักแสดงหนุ่ม แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนพอที่จะรับฟังได้ว่าร่วมกระทำความผิด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

และเมื่อเวลา 18.50 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มุก มาริษา ภมรมนตรี ภรรยา, แมมโบ้ ยุรการ ภมรมนตรี ลูกชาย พร้อมด้วย มายด์ ยุรริษา ภมรมนตรี ลูกสาว และทนายความ เดินทางเข้ามารับตัวแซม ยุรนันท์ ด้วยรถตู้ฮุนไดสีขาว โดยมุกนำเสื้อผ้าพร้อมรองเท้าลงจากรถและเข้าไปข้างในเรือนจำเพื่อให้แซมเปลี่ยนชุดและรับตัวออกมา

ต่อมา แมมโบ้ ยุรการ ลูกชาย เดินเข้ามายกมือไหว้สื่อมวลชนที่รอปักหลักทำข่าว และพูดกับสื่อสั้นๆ ว่า ขอบคุณทุกคนที่เดินทางมารับพ่อด้วยกัน เมื่อถามว่ามีความรู้สึกอย่างไรที่อัยการไม่ฟ้องคุณพ่อ แมมโบ้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจ ก่อนจะย้ำว่า ไม่มีอะไร และขอบคุณที่มารับพ่อด้วยกัน และขอให้เป็นเรื่องของครอบครัว จากนั้นผู้สื่อข่าวถามต่อว่าสาเหตุที่อัยการไม่สั่งฟ้องคุณพ่อคืออะไร แมมโบ้ ส่ายหัวไม่ตอบ พร้อมยกมือไหว้ขอบคุณสื่ออีกครั้งก่อนเดินแยกออกไป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ชมวินาที แซม ยุรนันท์ อุ้มพระพุทธรูปออกจากเรือนจำ หลังถูกฝากขัง 84 วัน

ชมวินาที แซม ยุรนันท์ อุ้มพระพุทธรูปออกจากเรือนจำ หลังถูกฝากขัง 84 วัน

8 ม.ค. 2568 20:40 น.

ชมวินาที แซม ยุรนันท์ อุ้มพระพุทธรูปออกจากเรือนจำ หลังถูกฝากขัง 84 วัน

หลังจากที่ทางอัยการได้สั่งไม่ฟ้อง แซม ยุรนันท์ และได้ปล่อยตัวในวันนี้ ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 20.07 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แซม ยุรนันท์ ได้ถูกปล่อยตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในขณะที่เจ้าตัวเดินออกมานั้นก็ได้อุ้มพระพุทธรูปออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 2 องค์ด้วยวกัน ซึ่งแซมเดินออกมาพร้อมกับภรรยา และทางด้านภรรยานั้นมีหน้าตาที่ยิ้มแย้ม เมื่อแซมได้เจอหน้าลูกๆ ก็ได้กอดกันแน่น 4 คนพ่อแม่ลูก จากนั้นแซมได้แวะกราบศาลบริเวณด้านหน้าและนำพระอีกหนึ่งองค์ไปไหว้ที่ศาล ก่อนอุ้มพระอีก 1 องค์เดินทางกลับบ้านพร้อมกับภรรยาและลูกทั้ง 2 คน

เปิดภาพ แซม ยุรนันท์ ออกจากเรือนจำ กอดครอบครัวด้วยความคิดถึง

เปิดภาพ แซม ยุรนันท์ ออกจากเรือนจำ กอดครอบครัวด้วยความคิดถึง

8 ม.ค. 2568 20:26 น.

เปิดภาพ แซม ยุรนันท์ ออกจากเรือนจำ กอดครอบครัวด้วยความคิดถึง

หลังจากที่สำนักงานคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ไม่ฟ้องนักแสดงหนุ่ม แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี และ มิน พีชญา วัฒนามนตรี ในคดีดิไอคอนกรุ๊ป เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนพอที่จะรับฟังได้ว่าร่วมกระทำความผิด

ล่าสุดเมื่อเวลา 20.07 น. แซม ยุรนันท์ ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว โดยแซมใส่เสื้อลายสีดำ-เทา สวมหน้ากากอนามัย หมวกแก๊ปสีดำ อุ้มพระพุทธรูป ด้าน มุก มาริษา ภรรยา เดินออกมาคู่กันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หลังจากนั้นแซมเข้ามากอดคนที่มารอรับ และกอด แมมโบ้ ยุรการ ลูกชาย จากนั้น แซม ก็ยืนพูดคุยกับคนที่มารอรับ และเข้ามากอด มายด์ ยุรริษา ลูกสาว ก่อนจะกอดครอบครัวพ่อแม่ลูกสุดอบอุ่น

หลังจากนั้น แซม ยุรนันท์ ยกมือไหว้สื่อมวลชน และบอกเพียงสั้นๆ ว่า ขอบคุณกระบวนการยุติธรรม ตอนนี้ขอกลับบ้านก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน ก่อนจะขึ้นรถไปทันที โดยไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนแต่อย่างใด และยกมือไหว้ โบกมือ จากนั้นรถก็ขับออกไปทันที

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม