เบสท์ คำสิงห์ ฝึกเลี้ยง น้องคากิ 1 วัน เผยตอนนี้ยังไม่เจอคนที่ใช่ (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2828386

เบสท์ คำสิงห์ ฝึกเลี้ยง น้องคากิ 1 วัน เผยตอนนี้ยังไม่เจอคนที่ใช่ (คลิป)

29 พ.ย. 2567 18:42 น.

เบสท์ คำสิงห์ ฝึกเลี้ยง น้องคากิ 1 วัน เผยตอนนี้ยังไม่เจอคนที่ใช่ (คลิป)

รายการ Oh! Baby สัปดาห์นี้ เป็นวันเกิดของ คุณแม่ใบหม่อน พอดี ครบรอบ 25 ปี คุณแม่เลยพา “น้องคากิ” ไปทำบุญเลี้ยงอาหารที่สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ แล้ววันนี้ ป๊ะป๋าแจ็ค ก็มีนัดกับน้องสาวคนสวย “เบสท์ คําสิงห์” ไว้ด้วย ซึ่งจะพา คากิ ไปเที่ยวสวนสัตว์ด้วยกัน งานนี้สาวเบสท์โดนแซวว่าฝึกเลี้ยงลูกไว้ก่อน พ่อค่อยหาเอาทีหลัง เพราะยังไม่เจอคนที่ใช่

ทำไมถึงมาทำบุญที่นี่?

แจ็ค แฟนฉัน : ต้องบอกว่าภรรยาเป็นคนเลือกสถานที่แห่งนี้ เพราะว่าใบหม่อนมีความเซนซิทีฟเรื่องเกี่ยวกับเด็ก เขาไม่ชอบความรุนแรง ครอบครัวที่ไม่มีความสุข

ใบหม่อน : ใช่ค่ะ ตั้งแต่มีลูก บางบ้านใช้ความรุนแรงเด็กเขาก็จะจำ

เวลาที่แจ็คโมโหมีวิธีจัดการยังไง?

แจ็ค แฟนฉัน : ท้ายที่สุดแล้วใบหม่อนกับผมก็เห็นตรงกันว่า มีอะไรก็มองหน้าลูกเยอะๆ เวลาจะทำอะไรไม่ดีนึกถึงหน้าลูก สุดท้ายเดี๋ยวเราก็ใจเย็นเอง

ตอนนี้ครอบครัวเป็นไงบ้างคะ?

แจ็ค แฟนฉัน : ตอนนี้นะเวลามีลูกจะใจเย็น ไม่กล้าทำอะไรไม่ดี

ใบหม่อนยังหวงเหมือนเดิมไหม?

ใบหม่อน : ก็เป็นห่วงเหมือนเดิมแหละ แต่ก็ไม่ค่อยได้ตามได้อะไรเขาแล้ว ซึ่งแต่ก่อนตาม แล้วก็จะบอกว่าทำไมต้องนั่งใกล้คนนี้ด้วย ทำไมต้องกดไลค์คนนี้ด้วย

แจ็ค แฟนฉัน : ใบหม่อนเขาชมเบสด้วยนะ ว่าเป็นผู้หญิงที่มีวินัยแล้วก็ทำงานเก่ง

ใบหม่อน : เจอครั้งแรกที่ ม.รังสิต ยังพูดกับเพื่อนเลยว่าคนนี้หน้าสวยเนอะ

เบสท์ คำสิงห์ : ใบหม่อนนี่ดาวมหาวิทยาลัยนะ เห็นพี่แจ็คแบบนี้มีเครียดด้วยนะคะ มีการวางแผนการเงินและการใช้ชีวิตของลูก เครียดมากในช่วงที่ท้องอยู่

แจ็ค แฟนฉัน : ต้องวางแผนดีๆ แต่พอออกมาแล้ว ลูกดังกว่าพ่อ (หัวเราะ) ลูกงานเยอะ โชคดีไป

เจอคนที่ใช่หรือยัง?

เบสท์ คำสิงห์ : ยังค่ะ แค่ใช่ยังพิสูจน์ไม่ได้

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

COCKTAIL นำทีมหลายวงดังเตรียม COUNTDOWN 2025 ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828196

COCKTAIL นำทีมหลายวงดังเตรียม COUNTDOWN 2025 ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา

29 พ.ย. 2567 18:30 น.

COCKTAIL นำทีมหลายวงดังเตรียม COUNTDOWN 2025 ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เตรียมสัมผัสที่สุดแห่งปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ริมโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุดของกรุงเทพฯ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่สุดยิ่งใหญ่ ใน “CHANG MUSIC CONNECTION PRESENTS ASIATIQUE THAILAND COUNTDOWN 2025”

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น (เอเชียทีคฯ) ภายใต้การบริหารงานของ กลุ่มแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง พร้อมพันธมิตรจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารกสิกรไทย จัดงานเคานต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่สุดยิ่งใหญ่ริมโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุดของกรุงเทพฯ กับ “Chang Music Connection presents ASIATIQUE Thailand Countdown 2025”

ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่ เอเชียทีคฯ บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาไมเคิล ฮาริท Chief Commercial Business Officer ของกลุ่มแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทาง AWC ได้จัดงาน ASIATIQUE Thailand Countdown ที่เอเชียทีคฯ มาตั้งแต่ทาง AWC เปิดเอเชียทีคฯ

ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่ 10 โดยมีการเว้นช่วงที่มีสถานการณ์โควิดไป เราเป็น 1 ในเดสติเนชั่นของการจัดงาน Countdown ของประเทศไทยและของโลกเลยว่าได้ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม การจัดงานปีนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองเข้าสู่ปี 2568 ที่เราอยากให้ทุกคนร่วมประสบการณ์สุดพิเศษไปพร้อมๆ กัน

เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในครั้งนี้เพื่อจัดกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความสนุก ความสุขและความทรงจำที่น่าประทับใจ เพื่อขอบคุณลูกค้าผู้มีอุปการคุณทุกๆ ท่าน และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เป็นอีกหนึ่ง soft power ที่พวกเราจะช่วยกันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวในทุกๆ เทศกาล”

การจัดงาน Chang Music Connection presents ASIATIQUE Thailand Countdown 2025 ภายใต้แนวคิด ROCK & LUCK โชคดีปีใหม่ ท้ายปีมีร็อก ที่มาพร้อมกับคอนเสิร์ตจากวงร็อคระดับตำนานของไทย ได้แก่ BIG ASS กับร็อคแบบจัดเต็ม, COCKTAIL กับการแสดงเคานต์ดาวน์สุดท้ายแห่งปีแบบเต็มวง และ GETSUNOVA ที่มาสนุกส่งท้ายปีต้อนรับปีใหม่ พร้อมการแสดงพิเศษจากศิลปิน OneN’Only จากญี่ปุ่น Calypso และ Siam Fantasy ที่มาเติมเต็มค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองให้สมบูรณ์แบบ

และอีก 1 ไฮไลท์ของงาน คือ การแสดงพลุสุดอลังการที่ออกแบบโดยมืออาชีพระดับโลก ซึ่งจะกระจายสีสันเต็มท้องฟ้าเหนือน่านน้ำเจ้าพระยาในธีม Chao Phraya Jump Up! เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจและเพิ่มความสนุกสนาน จะเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดสำหรับการฉลองปีใหม่ของคนไทยและนักท่องเที่ยวทุกคน

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมงาน ASIATIQUE Thailand Countdown 2025 สามารถเดินทางมาที่ เอเชียทีคฯ ได้สะดวกทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัวที่มีบริการลานจอดรถ ถึง 3 ลาน หรือเดินทางโดย รถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีสะพานตากสิน และใช้บริการ เรือรับส่ง (Shuttle Boat) ที่ให้บริการฟรี ทุกวันตั้งแต่เวลา 16:00 – 23:30 น. และในช่วงวันงานเคานต์ดาวน์เรือรับส่งจะขยายเวลาให้บริการถึง 02:00 น.

“Chang Music Connection presents ASIATIQUE Thailand Countdown 2025” จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น บริเวณริมโค้งน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 17:00 น. เป็นต้นไป โดยเปิดให้เข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ตลอดทั้งวัน 

ร่วมเฉลิมฉลองปีใหม่กับเรา ที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น – All Day Everyday Happiness ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “Chang Music Connection presents ASIATIQUE Thailand Countdown 2025” ได้ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงาน

ฮันนี่ ณภัค นางงามสายบุญ ช่วยเหลือชาวยะลาที่ประสบภัยน้ำท่วม

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828419

ฮันนี่ ณภัค นางงามสายบุญ ช่วยเหลือชาวยะลาที่ประสบภัยน้ำท่วม

29 พ.ย. 2567 18:00 น.

ฮันนี่ ณภัค นางงามสายบุญ ช่วยเหลือชาวยะลาที่ประสบภัยน้ำท่วม

ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือคนไทยที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง สำหรับนางงามสายบุญ ฮันนี่ ณภัค มุทธาเสถียร เจ้าของมงกุฎ MRS.CLASSIC UNIVERSE2024 คนล่าสุด สาวไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวทีนางงามระดับโลก ซึ่งเจ้าตัวก็ปวารณาตนอุทิศทำงานเพื่อสังคมด้วยหัวใจจิตอาสา

และเมื่อพี่น้องชาวยะลาประสบภัยน้ำท่วม แม้เจ้าตัวยังติดภารกิจนางงามอยู่ต่างประเทศ สาวฮันนี่ ก็ไม่นิ่งเฉย จับมือ คุณคริส มาธร ธรรมอชิรกุล (สามี) ให้ความช่วยเหลือด่วน ผ่านทีมงานอาสาดุสิต ทีมจิตอาสาที่ลงพื้นที่ไปช่วยพ่อแม่พี่น้องที่จังหวัดยะลาทันที งานนี้เจ้าตัวรีบส่งกำลังใจผ่านโลกโซเชี่ยลมาถึงพ่อแม่พี่น้องชาวยะลาที่กำลังได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้

“ตอนนี้ฮันนี่ยังอยู่ต่างประเทศค่ะ กลับไทยน่าจะกลางเดือนธันวาคม เห็นข่าวจากโลกโซเชี่ยลว่า พี่น้องชาวยะลากำลังประสบภัยน้ำท่วม น้ำท่วมเกือบมิดบ้านเลยเห็นแล้วรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก อยากจะช่วยเหลือพวกเขาจัง

เลยติดต่อไปยัง ทีมดุสิตอาสา ที่ ฮันนี่ เคยสนับสนุน ตอนที่น้ำท่วมเชียงรายค่ะ ฮันนี่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยด้วยกันค่ะ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วม และทีมอาสาทุกคนด้วยนะคะ พวกเราคนไทยไม่ทิ้งกันค่ะ”

ถือเป็นสาวงามที่สวยทั้งภายนอก และภายในจริงๆ

วิทวัจน์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ทำ “ตีสิบเดย์” เทปสุดท้าย เด๋อ-ตุ๊ก ร่วมย้อนตำนาน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828376

วิทวัจน์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ทำ "ตีสิบเดย์" เทปสุดท้าย เด๋อ-ตุ๊ก ร่วมย้อนตำนาน

29 พ.ย. 2567 17:59 น.

วิทวัจน์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ทำ “ตีสิบเดย์” เทปสุดท้าย เด๋อ-ตุ๊ก ร่วมย้อนตำนาน

ต้องบอกว่าใจหายจริงๆ เมื่อพิธีกรดัง วิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์ ประกาศจะทำรายการ “ตีสิบเดย์” ทางช่อง 3 เป็นเทปสุดท้ายในวันที่ 30 พ.ย. 2567 ปิดฉากการเป็นพิธีกรมานานกว่า 40 ปี ทำเอาแฟนๆ เสียดายไม่น้อย เพราะเป็นรายการที่มีมานานมากๆ

และล่าสุดรายการ “ตีท้ายครัว” ก็ได้ไปร่วมอยู่ในความทรงจำเทปสุดท้ายรายการ “ตีสิบเดย์” ที่จะออนแอร์วันที่ 30 พ.ย. 2567 งานนี้ทำเอา วิทวัจน์ ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่หลังถ่ายรายการเสร็จ ก่อนที่จะเปิดใจกับเหล่าพิธีกรตีท้ายครัวไว้ว่า “น้ำตาเอ่อขึ้นมา มัน 40 ปี ทำมา 4,000 กว่าเทป ซึ่งก็เยอะมาก ทำมายาวนาน กลัวคนเบื่อก็รีบไปก่อนที่คนจะเบื่อ มันมีคนเบื่อแล้ว”

นอกจากนี้ยังมี 2 พิธีกรในตำนาน ทั้ง ตุ๊ก ดวงตา ตุงคะมณี และ เด๋อ ดอกสะเดา ที่เคยทำพิธีกรกับ วิทวัจน์ มาตั้งแต่รายการ “4 ทุ่มสแควร์” ทางช่อง 7 ก่อนที่ทางรายการจะย้ายมาช่อง 3 และเปลี่ยนชื่อรายการเป็น “ตีสิบ” มาร่วมรำลึกย้อนตำนานเมื่อตอนทำรายการด้วยกันอีกด้วย

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

พ่อน้องมากิ แจงปมลูกสาวไข้สูงเข้าฉากถ่ายซีรีส์ ทิชา ย้ำความปลอดภัยสำคัญที่สุด

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2828358

พ่อน้องมากิ แจงปมลูกสาวไข้สูงเข้าฉากถ่ายซีรีส์ ทิชา ย้ำความปลอดภัยสำคัญที่สุด

29 พ.ย. 2567 16:47 น.

พ่อน้องมากิ แจงปมลูกสาวไข้สูงเข้าฉากถ่ายซีรีส์ ทิชา ย้ำความปลอดภัยสำคัญที่สุด

หลังจากที่เกิดดราม่ากรณีซีรีส์ “ทิชา” ทางช่องวัน 31 และหลายคนบอกว่านักแสดงเด็กเล่นสมจริง ดูป่วยจริงๆ ก่อนที่จะมีคนเฉลยว่า แท้จริง น้องมากิ มาชิตา สุทธิกุลพานิช ที่รับบท อู่ยี่ (ทิชาวัยเด็ก) ป่วยไข้ขึ้นสูง 40 องศาจริงๆ จนเกิดกระแสวิจารณ์ แม้หลายคนจะชื่นชมในสปิริตนักแสดง แต่ก็เป็นห่วงสุขภาพของน้อง และตั้งคำถามว่าลุกลามไปถึงการทำงานในกองถ่ายว่ามีสวัสดิภาพ มีความปลอดภัยหรือไม่ มีการคุ้มครองการทำงานของนักแสดงที่โหมงานหนักจนมากเกินไปหรือไม่ ฯลฯ

ล่าสุด คุณพ่อของน้องมากิ ก็ได้ชี้แจงถึงเรื่องนี้ผ่านทางทวิตเตอร์ (X) ว่า “ขออนุญาตอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ วันนั้นมากิมีถ่ายอยู่ชีนเดียวไปถึงกองก็ปกติดีไม่มีปัญหา วันนั้นถ่ายเป็นซีนแรกด้วย ก็ถ่ายทำตามปกติ จนเหลือคัทสุดท้าย มากิเดินมาบอกว่ารู้สึกปวดหัว จับดูตัวอุ่นๆ เลยถามมากิว่าไหวมั้ย? มากิบอกว่าไหวเหลืออีกคัทเดียวเอง

จากนั้นก็ถ่ายคัทที่เหลือจนเสร็จอย่างรวดเร็วและรีบพามากิไป รพ. จึงทราบว่ามาก็มีไข้สูง เรื่องทั้งหมดเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า

มากิเป็นนักแสดงเด็กมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ ในฐานะนักแสดง บางครั้งมันก็จะมีเหตุการณ์เฉพาะหน้า ที่ต้องเมเนจให้ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความปลอดภัยของลูกย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ครับ

ส่วนที่ลบโพสต์ไป เพราะไม่อยากให้มีการเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ ทีโพสต์ไปทีแรก เพียงอยากเล่าเรื่องราว behind the scene โดยลืมคิดไปว่าอาจสร้างความไม่สบายใจให้หลายๆ คน ต้องขออภัยจริงๆ ที่คิดน้อยไปครับ”

หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ (X) คนหนึ่งบอกว่า “ขอโควทไปแจ้งให้ทุกคนสบายใจนะคะ วันก่อนตั้งคำถามไปเพราะคิดว่าทีมงานเป็นคนโพสต์ สงสัยว่าน้องมีไข้สูงทำไมถึงให้ถ่ายจนได้ชีนนี้มาออกอากาศ” จากนั้นคุณพ่อก็ตอบว่า “ยินดี และขอบคุณมากๆ ครับ ผมเองก็คิดน้อยไปด้วย แหละครับ ทำให้หลายๆ คนไม่สบายใจ ต้องขออภัยด้วยครับ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ทำสร้อยทอง 5 บาทหาย หลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้ วอนขอคืนแค่พระ

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2828337

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ทำสร้อยทอง 5 บาทหาย หลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้ วอนขอคืนแค่พระ

29 พ.ย. 2567 15:46 น.

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ทำสร้อยทอง 5 บาทหาย หลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้ วอนขอคืนแค่พระ

เดินหน้าช่วยเหลือสังคมมาตลอด สำหรับนักแสดงหนุ่ม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่ล่าสุดตั้งใจลงพื้นที่ทำภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ จ.ยะลา และตั้งใจทำงานเหมือนดังเช่นทุกเคสที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวกลับเจองานเข้าจนได้ เพราะสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท และพระเลี่ยมทอง 3 องค์ หลุดหายไปโดยไม่รู้ตัว

ซึ่ง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพื่อขอความช่วยเหลือให้คนที่พบเจอนำพระมาคืน ส่วนสร้อยคอยินดีที่จะให้ไป โดยมีเนื้อหาดังนี้

“สวัสดีครับเพื่อนๆ ครับ ผมมีเรื่องรบกวนพี่ๆ เพื่อนๆ ครับ

คือเมื่อวานนี้ ช่วงเวลาประมาณเวลาห้าทุ่ม ผมได้ทำภารกิจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่จนภารกิจเสร็จเรียบร้อย ก็เปิดรถ เพื่อจะเปลี่ยนเสื้อที่เปียกเพราะฝนตกตลอดทั้งวัน แต่ด้วยเป็นเสื้อคอกลมคอเต่า อาจจะทำให้สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง หลุดออกไปจากคอ แต่ตอนนั้นไม่รู้สึกว่าสร้อยคอได้หายไปแล้ว มารู้สึกอีกทีก็เกือบถึงปัตตานี เพราะเมื่อคืนนี้ที่จังหวัดยะลาไม่มีที่พักเลย ต้องนั่งรถมาพักที่ปัตตานี เลยแจ้งให้กู้ภัยที่ยะลาตามหา ในเวลานั้น แต่ก็ไม่มีผู้ใดพบเห็น

จึงอยากจะรบกวนทุกๆ ท่านนะครับ ที่อยู่บริเวณบนสะพานตรงที่น้ำท่วม และทำภารกิจกันเมื่อคืนนี้ ถ้าใครพบเจอสร้อยคอทองคำ พร้อมกับพระเลี่ยมทองของผม 3 องค์ ขอความกรุณาเอาพระมาคืนผมครับ ส่วนสร้อยคอผมยินดีที่จะให้ไป ผมขอพระคืนครับ เพราะมีคุณค่าทางจิตใจของผมครับ ผมพยายามหารูปถ่ายของพระกับสร้อยหาไม่มีครับ ยังไงถ้าท่านใดเจอนะครับกราบขอบพระคุณมากครับ ผมขอแค่พระครับ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

นานา เล่าการเป็น Super Friend ของทุกคน ต้องรับฟังและไม่มีอีโก้ (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2828284

นานา เล่าการเป็น Super Friend ของทุกคน ต้องรับฟังและไม่มีอีโก้ (คลิป)

29 พ.ย. 2567 14:21 น.

นานา เล่าการเป็น Super Friend ของทุกคน ต้องรับฟังและไม่มีอีโก้ (คลิป)

เรียกว่าทำสุดในทุกหน้าที่จริงๆ สำหรับ นานา ไรบีนา อดีตดีเจและนักแข่งรถสาว ที่ปัจจุบันเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ดูแลลูกแฝด น้องบีน่า-น้องบรู๊คลิน แถมยังต้องแบ่งเวลามาดูแลธุรกิจ เป็นภรรยาสายซัพพอร์ตที่รับไม้ต่อไอเดียจาก เวย์ ไทยเทเนี่ยม สามี มาทำให้ทุกอย่างเป็นรูปเป็นร่าง และอีกหนึ่งบทบาทที่เห็นได้ชัดเจน คือการเป็น Super Friend ที่ซัพพอร์ตเพื่อนๆ ทุกคน และเป็นกาวใจให้เพื่อนๆ แก๊งนางฟ้าด้วย

ล่าสุด นานา มาเปิดใจแบบตรงไปตรงมาถึงการทำทุกหน้าที่ของเธอผ่านรายการ “Sisterhood” EP.5 ทาง YouTube : Mirror Thailand โดยมี คุณแนท ธนวลัย วัชรพล ผู้ก่อตั้ง Mirror Thailand รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ ซึ่ง นานา ยอมรับว่าเป็นคนแอ็กทีฟ ทำอะไรเร็วมาก เพราะจะมีสมาธิมากกว่า ถ้าทำอะไรช้าจะไม่มีสมาธิ ชอบจัดแจงตลอดเวลา ส่วนเวย์จะเป็นอาร์ติสต์สูง ค่อยๆ ครีเอตแล้วโยนมาให้เรา เราก็สนุก ทำได้ แล้วทำเลย

แต่ปัญหาคือพอทำอะไรด้วยกันเยอะ ลูกก็เลี้ยงด้วยกัน ตัดสินใจด้วยกันเกือบทุกธุรกิจ เราก็จะทนกัน ปะทะกันทุกเรื่องตลอดเวลา มันอาจไม่ได้เฮลธ์ตี้มากในชีวิตคู่ แล้วพอถึงที่สุดก็ไม่รู้จะไปไหน เพราะสุดท้ายคือเป้าหมายเดียวกัน แต่วิธีการต่างกัน มันก็เลยพักยกแล้วคุยเรื่องอื่น สุดท้ายมันมีความรัก มีแพสชันให้กัน มันยังไม่หาย มันก็เลยยังต่อกันติด หาเรื่องรักกัน ไปเที่ยว ไม่คุยเรื่องงาน ส่วนลูกๆ รู้สึกชิน เพราะพ่อแม่ทำงานด้วยกันเยอะ

ส่วนมุมมองการเป็นผู้บริหารที่ดูแลพนักงานนับร้อยชีวิต นานาบอกว่า ทุกคนที่อยู่ในบริษัทเหมือนเป็นครอบครัวเรา สิ่งที่เราเป็นผู้บริหารที่ต้องทำมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย คือเราทำให้คุณภาพชีวิตของลูกน้องดีขึ้นเสมอและต่อเนื่อง เขาก็จะรักและอยากอยู่กับเรา ให้เขารู้สึกว่าเราอยู่ตรงนี้ มาเล่ากันได้ นานาไม่ได้ทำถูกทุกอย่าง มีอะไรบอกกันคุยกันได้ เขาก็จะรู้สึกว่ามันใกล้ชิด องค์กรมันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคนคนเดียว มันขับเคลื่อนด้วยทุกคน ฉะนั้นเขาจะมีความเป็นทีมสูง มันจะไม่อึดอัด ไม่ว่าจะเป็นนานาหรือเวย์คุยได้หมด

เมื่อถามว่าแสดงว่านานาเป็น Good Listener นานาบอกว่า ต้องเป็น เพราะว่าเราฟังเยอะ เรายิ่งได้เปรียบ สิ่งนั้นเราอาจเห็นด้วยหรือไม่ แต่ฟังไว้ก่อน แล้วเรามากลั่นกรองอีกที แล้วค่อยเลือกรับฟังในสิ่งที่สมเหตุสมผลแบบมีสติ พิธีกรบอกว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้มีเพื่อนเยอะ เพราะเป็นคนรับฟังเพื่อน จะเป็นเซ็นเตอร์ของเพื่อนทุกคน นานาบอกว่า การฟังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบางทีเพื่อนบางคนเขาไม่ได้อยากได้การแก้ไข เขาแค่อยากได้คนรับฟัง พอวันที่เราอยากให้เขารับฟังเรา ก็มีเพื่อนที่รับฟังเรา เราก็รู้สึกว่าทำไมเราโชคดีแบบนี้

ด้วยความที่นานาเป็นคนที่ทำให้เพื่อนๆ ดีกัน มีโมเมนต์ไหนไหมที่เพื่อนพยายามให้เราทำให้ 2 คนนี้ดีกัน แต่เรายังไม่พร้อมและคิดว่ายังไม่ใช่ นานาบอกว่ายังไม่มีเหตุการณ์ที่มีใครมาบอกว่าให้คู่ไหนดีกัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นออร์แกนิกที่คิดเอง แล้วไม่ได้คิดกับ 2 คนด้วย สมมติ A กับ B ทะเลากัน ก็ไม่ไปคิดกับ A และไม่ได้คิดกับ B พี่คิดของพี่คนเดียว และจะดูว่าโมเมนตัมหรือตรงไหนมันใช่ ให้มันดูออร์แกนิกที่สุด ไม่ดูเป็นการสร้างหรือกดดันขึ้นมา ซึ่งทุกอย่างมันใช้เวลา แล้วต้องเข้าใจว่าเขาโกรธหรือไม่เข้าใจเรื่องอะไร แล้วค่อยๆ ซึมซับให้เป็นโมเมนต์ที่ถูกต้องมากกว่า บางทีมันดูเหมือนสร้างขึ้นมาแต่จริงๆ ไม่ใช่

ถามว่าในอีกมุมนึง ช่วงที่เราโอเคกับเพื่อนทั้ง 2 คนที่เขาทะเลาะกันอยู่ เคยถูกมองเป็นนกสองหัวไหม นานาบอกว่า เคยคิดเหมือนกัน มีความรู้สึกว่ามันต้องคุยกับคนที่มี Logic เข้าใจว่าโตๆ กันแล้ว เธออาจจะไม่ชอบ A เพราะ A ไม่น่ารักกับเธอ แต่ A น่ารักกับฉัน ความสัมพันธ์ของเขากับฉันก็มีไง แต่เธอมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกัน เราเข้าใจ แต่เรากับเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะฉะนั้นมันต้องมีความเป็นตัวของตัวเองที่ชัดเจน ถ้าเขาคิดว่าเป็นนกสองหัว เขาคงไม่เข้าใจความคิดนี้ เราแค่รู้ว่าถ้าฉันคุยกับคนนี้ แน่ใจได้ว่าเราไม่ได้พูดร้ายให้กับอีกคนนึง

และเป็นคนที่ไม่โอเคกับคนอื่นน้อยมาก เป็นคนมีห้องในความเข้าใจที่ใหญ่มาก แม้กระทั่งใครคนหนึ่งทำอะไรผิด พี่จะเข้าใจมากว่าเขาผิดเพราะอาจจะไม่แน่ใจหรือมั่นใจพอเลยทำไปแบบนั้น เลยไม่ค่อยมีความรู้สึกโกรธ โมโห หรือไม่เข้าใจค่อนข้างน้อย แต่ถ้าไปถึงจุดที่โกรธและไม่เข้าใจ เพราะหาเหตุผลแล้วมันไม่มีเหตุผลไหนที่รองรับสิ่งนี้ได้แล้วมันสมเหตุสมผลถึงจะโกรธ

แต่ถามว่าถ้าเราเข้าใจแล้วเราแก้อะไรเขาได้ไหม มันไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่สามารถไปพูดแทนเขาได้ว่าทำผิดเพราะอะไร มันเป็นพาร์ตของเขาที่ต้องอธิบายกับทุกคน ถามว่ามีเรื่องที่เราจะไม่ยุ่งไหม นานาบอกว่ามี ถ้าไม่ใช่เรื่องพาร์ตความเป็นเพื่อน เช่น เรื่องในครอบครัว ธุรกิจ รับฟังได้แต่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ถ้าเป็นอะไรที่ต้องปกป้องเพื่อนเพราะไม่ถูกจริงๆ ก็จะ Stand Up ทันทีเช่นกัน

กับคำถามว่ามีวิธีรักษาความเป็นเพื่อนอย่างไร เพราะนานาเป็นคนมีเพื่อนเยอะมาก ทำยังไงให้มีเพื่อนอยู่ด้วยกันตลอดเวลา นานาบอกว่า อย่างแรกคือเรื่องความจริงใจจากข้างในจริงๆ แล้วก็อีโก้ต้องไม่มี นานาผิดได้ พูดไม่ถูกได้ บอกได้เตือนได้ พร้อมเข้าใจ และเรื่องการพูดตรงไปตรงมาแบบมีฟิลเตอร์ เชื่อว่าสิ่งนี้มันจำเป็น

มารยาทในการที่จะพูด เอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดก่อนพูด เพิ่มฟิลเตอร์ไปให้สวยงามนิดนึง แต่ไม่ประดิษฐ์ แต่ไปสู่เป้าหมาย เชื่อว่าถ้าคนที่ตั้งใจฟังจริงๆ เราพูดจากใจจริงๆ เขาจะสัมผัสได้ว่าสิ่งนี้ว่าเรารักเลยพูด แต่ถ้าใครรู้สึกต่อให้เราใช้ความพยายามพูดแล้วยังว่าเรา ก็อาจจะเป็นเพื่อนกลุ่มนึงที่ไม่สนิทมาก ซึ่งเราก็จะโอเค มันก็มีสเปซห่างกัน

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัวกับสามี เราจะรักษายังไงให้อยู่นาน นานาบอกว่า แต่ละคู่ไม่เหมือนกัน เราจะเลิกทำงานด้วยกันไม่ได้ เลยหาเวลาหาเรื่องไปรักกัน ไปเที่ยวด้วยกัน 2 คน ไม่พูดเรื่องงานกันเลย มันต้องเกิดขึ้นบ่อย สิ่งที่ลูกอยากเห็นที่สุดคือไม่อยากเห็นพ่อแม่แยกทางกัน วันนี้เขาอาจจะคิดถึงพ่อแม่ที่ไปเที่ยว 4-5 วัน แต่ว่าเขารู้ว่าเป็นพาร์ตหนึ่งของการทำเพื่อทีมของเรา เพื่อครอบครัวของเราเช่นกัน ทำให้เราไปด้วยกันตลอด

เราปรับตัวเยอะ เรื่องภาษาอังกฤษก็ต้องไปเรียน ไม่อายที่จะพูด แต่สิ่งที่ต้องปรับมากกว่านั้นคือวัฒนธรรม วิธีการ ความคิดที่เติบโตมา มันตรงข้ามทุกเรื่อง แต่เราก็รู้ตั้งแต่วันแรกว่าเรารับคนคนนี้มาด้วยจิตใจที่ชอบรักจริงๆ ฉะนั้นเราต้องยอมรับมัน จะไปเปลี่ยนก็ยาก เขาก็ต้องเข้าใจเราด้วย แต่ถามว่ายากไหมก็ยาก

ปิดท้ายการพูดคุย นานาฝากถึงกำลังใจให้ทุกคนว่า “วันนี้ไม่มีใครในโลกใบนี้ไม่เคยผิดหวัง ไม่เคยล้มเหลว ไม่เคยแฮปปี้สุด ทุกคนมีหมดทุกโมเมนต์ เพราะฉะนั้นวันนี้เดินมาถึงจุดนี้แล้วคุณเก่งมากแล้ว อยากให้ยึดสิ่งนี้ต่อไป แล้วมีความสุขทุกวัน ยิ้มให้คนในกระจกเยอะๆ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

วิว วรรณรท เผยอาการหลังผ่าตัดเนื้องอก เตือนสาวๆ อย่าละเลยตรวจสุขภาพภายใน

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2828319

วิว วรรณรท เผยอาการหลังผ่าตัดเนื้องอก เตือนสาวๆ อย่าละเลยตรวจสุขภาพภายใน

29 พ.ย. 2567 13:45 น.

วิว วรรณรท เผยอาการหลังผ่าตัดเนื้องอก เตือนสาวๆ อย่าละเลยตรวจสุขภาพภายใน

เป็นว่าที่เจ้าสาวป้ายแดงอีกคนของวงการบันเทิง สำหรับนางเอกสาว วิว วรรณรท สนธิไชย ที่เพิ่งถูกหวานใจอย่างนักร้องนักแสดงหนุ่ม แม็ค วีรคณิศร์ กานต์วัฒนกุล ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานที่ประเทศแคนาดาแบบหวานฉ่ำต่อหน้าคนในครอบครัว ท่ามกลางคอมเมนต์จากคนในวงการบันเทิงและแฟนๆ ที่ร่วมแสดงความยินดีมากมาย

ล่าสุด วิว วรรณรท บอกเล่าผ่านทางอินสตาแกรม @villwannarot ว่าเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอก และเตือนสาวๆ อย่าละเลยการตรวจสุขภาพภายในด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ได้โพสต์ภาพวิวยามค่ำคืนและเช็กอิน รพ.จุฬาลงกรณ์ ลงในไอจีสตอรี่

พร้อมทั้งเขียนแคปชั่นบอกว่า “วิวผ่าตัดเนื้องอกผ่านไปด้วยดีนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง แต่ขอบคุณที่สุดคือคุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่ดูแลเป็นอย่างดีตลอดการรักษาเลยค่ะ ที่เหลือพักฟื้นยาวไป ฝากถึงผู้หญิงทุกคนอย่าละเลยการตรวจสุขภาพภายในน้า สำคัญมาก เป็นอะไรจะได้รักษาทัน ไม่เจ็บตัวเยอะ”

งานนี้แฟนๆ ต่างส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ก็ขออวยพรให้ วิว วรรณรท หายป่วยไวๆ สุขภาพแข็งแรงด้วยนะคะ

พิธีกรสาว ดาว อภิสรา ถูกช่อง 3 เลิกจ้างหลังทำงาน 19 ปี ได้ค่าชดเชย 300 วัน

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2828266

พิธีกรสาว ดาว อภิสรา ถูกช่อง 3 เลิกจ้างหลังทำงาน 19 ปี ได้ค่าชดเชย 300 วัน

29 พ.ย. 2567 11:22 น.

พิธีกรสาว ดาว อภิสรา ถูกช่อง 3 เลิกจ้างหลังทำงาน 19 ปี ได้ค่าชดเชย 300 วัน

เป็นอีกหนึ่งพิธีกรสาวฝีมือดีของวงการ สำหรับ ดาว อภิสรา นุตยกุล พิธีกรสาวทางช่อง 3 ที่แฟนๆ จะคุ้นหน้าคุ้นตาเธออย่างดีจากรายการ “ผู้หญิงยกกำลังแจ๋ว” และเป็นอีกคนที่ถูกถามเยอะมากเกี่ยวกับเรื่องการปลดพนักงานช่อง 3 ออกครั้งใหญ่ ว่ามีเจ้าตัวเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า

ล่าสุด ดาว อภิสรา อัดคลิป TikTok แจ้งข่าวว่าสิ้นสุดการเป็นพนักงานของช่อง 3 เรียบร้อยแล้ว หลังทำงานมานานกว่า 19 ปี โดยเธอจะทำหน้าที่ในรายการ “ผู้หญิงยกกำลังแจ๋ว” เทปสุดท้ายช่วงสิ้นเดือน ธ.ค. 2567 ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

“สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคนนะคะและคุณผู้ชมที่น่ารักทุกคน หลายคนก็ได้โทรเข้ามานะคะ ทั้งโทรเข้ามา ส่งข้อความเข้ามา หรือทักมาถามตามช่องทางต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องของช่อง 3 ใช่ไหมคะ หลายๆ คนคงจะได้ยินสถานการณ์ของช่อง 3 ในตอนนี้กันนะคะ ดาวเองเป็นพนักงานช่อง 3 ค่ะ อยู่มาตั้งแต่ปี 48 ซึ่งนับมาถึงตอนนี้ก็ปี 67 ใช่ไหมคะ ก็อยู่กับช่อง 3 มาประมาณ 19 ปีแล้วค่ะ เป็นบ้านที่ทุกคนน่ารัก ทั้งเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน พี่ๆ น้องๆ ทางช่อง 3 ทุกคนตั้งแต่ รปภ. แม่บ้าน ทุกคนน่ารักกันหมดเลยค่ะ

หลายคนก็แสดงความเป็นห่วงเป็นใยว่ายังอยู่หรือไม่อย่างไรนะคะ วันนี้ก็เลยจะมาบอกทุกคนนะคะว่า จริงๆ แล้วช่อง 3 มีการปรับลดพนักงานในเที่ยวนี้เยอะมาก คือจริงๆ มีมาหลายรอบมากๆ แล้วค่ะถ้าเกิดหลายคนได้ติดตามนะคะ แต่ว่าในรอบนี้ค่ะ ด้วยความที่ดาวอยู่กับช่อง 3 มานาน ช่อง 3 ก็ดูแลดาว ทำให้ดาวได้มีวันนี้ ได้รู้จักกับทุกๆ คนนะคะ

ก็ในวันนี้อยากจะมาบอกกับทุกๆ คนว่า สิ้นสุดการเป็นพนักงานช่อง 3 แล้วนะคะสำหรับดาวตอนนี้ ถือว่าเป็นฟรีแลนซ์นะคะ แต่ว่ายังไม่สิ้นสุดการทำงานทั่วๆ ไปนะคะ ก็ยังรับงาน รับจ็อบอยู่นะ อีเวนต์ต่างๆ พิธีกรต่างๆ หรือแม้แต่งานการสอน การบรรยายนะคะ หรืองานช่องทางอื่นๆ สามารถติดต่อมาได้เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าหลายๆ คนจะเจอดาวได้หน้าจอช่อง 3 จนถึงเทปสุดท้ายก็คือสิ้นเดือนธันวาคมนะคะ เป็นเทปสุดท้ายของ “ผู้หญิงยกกำลังแจ๋ว” ของดาวเองนะคะ

ยังไงก็ฝากติดตามช่อง 3 ต่อไปนะคะ สนับสนุนช่อง 3 ต่อไปเรื่อยๆ ก็ยังคงมีความตั้งใจสำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ยังอยู่นะคะ ที่จะผลิตคอนเทนต์ดีๆ ให้กับทุกๆ คนนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เพราะมันเป็นความสมัครใจของดาวด้วยนะคะ ที่ถือว่าโอเคเราอยู่ตรงนี้ก็ถือว่าอยู่มานานมากพอสมควรแล้ว ก็เปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ๆ ให้น้องๆ ได้ขึ้นมาด้วยนะคะ 

ส่วนใครสนใจอยากจะร่วมงานกับดาว ก็ติดต่อเข้ามาได้เลยนะ ทุกที่ ตอนนี้ว่างอยู่นะคะ เปิดโอกาสให้จีบได้นะคะ ไม่เป็นไรนะคะทุกคน ไม่ต้องให้กำลังใจ จริงๆ เป็นความสมัครใจของตัวเองด้วยนะคะ ก็ต้องขอบคุณช่อง 3 ด้วย อย่าลืมติดตามนะคะ ช่อง 3 ก็ยังคงอยู่ต่อไป อยู่เป็นเพื่อนของคุณผู้ชมทุกคนด้วยนะคะ”

และเมื่อมีคนเข้ามาสอบถามว่าจ้างออกและได้เงินชดเชย 300 วัน เป็นเงินเท่าไร ดาว อภิสรา ก็ตอบขำๆ ว่า “3 บาทค่ะ” พอคนถามอีกว่า 3 บาทนี่ทองใช่มั้ย เจ้าตัวก็บอกว่าใช่ และเมื่อมีคนแสดงความคิดเห็นว่า “19 ปี ไม่ครบ 20 ปีก็ไม่ได้  400 วันสิ” ดาว อภิสรา ก็บอกว่า “ไม่สนค่ะ เชิดค่ะ”

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

https://www.tiktok.com/embed/v2/7442305257759182087?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Fentertain%2Fceleb%2F2828266

NewJeans ยกเลิกสัญญาค่าย ADORE ประกาศเดินหน้าทวงคืนชื่อวง

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828208

NewJeans ยกเลิกสัญญาค่าย ADORE ประกาศเดินหน้าทวงคืนชื่อวง

28 พ.ย. 2567 21:53 น.

NewJeans ยกเลิกสัญญาค่าย ADORE ประกาศเดินหน้าทวงคืนชื่อวง

เป็นมหากาพย์ดราม่าสั่นสะเทือนวงการ K-POP ระหว่างค่าย HYBE กับ “มินฮีจิน (Min Hee Jin)” อดีต CEO ของ “ADOR” ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ HYBE ที่เป็นผู้สร้างวงเกิร์ลกรุ๊ปคลื่นลูกใหม่ “NewJeans (นิวจีนส์)” โดยก่อนหน้านี้ได้มีปัญหาดราม่าต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย

รวมไปถึงเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทาง NewJeans ได้ส่งหนังสือแจ้งไปทางค่าย ADOR ระบุคำขาดว่า หากค่าย ADOR ไม่ตอบสนองตามข้อเรียกร้องในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เคยร้องเรียน หรือปัญหาการละเมิดสัญญาสำคัญทั้งหมด ภายใน 14 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ หากไม่ได้รับการแก้ไข ศิลปินสาว NewJeans ทั้ง 5 คน จะทำการยกเลิกสัญญากับค่าย

จากนั้นไม่กี่วันต่อมา “มินฮีจิน” อดีต CEO “ADOR” ได้ออกมาประกาศลาออกจากบริษัท HYBE และ ADOR อย่างเป็นทางการ พร้อมกับร่ายยาวอธิบายความไม่เป็นธรรมที่ต้องเผชิญ

ล่าสุดครบ 14 วันแล้ว ทาง 5 สาว NewJeans ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่า 5 สาว NewJeans จะทำยุติสัญญากับ ADOR ภายในเที่ยงคืนของวันที่ 29 พ.ย. 2024 โดยสมาชิกทั้ง 5 คนได้เผยว่า

– สมาชิกทั้ง 5 คนตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับการยุติสัญญากับ ADOR และจะยกเลิกสัญญาในวันที่ 29 พฤศจิกายน เวลา 00:00 น. ตามเวลาของเกาหลีใต้

– เป็นเรื่องของการละเมิดเงื่อนไขในสัญญา ดูเหมือนว่า HYBE และ ADOR ไม่ได้ดำเนินการแก้ไขใดๆ เพื่อตอบสนองคำขอของ NewJeans เลย

– ส่วนงานทั้งหมดที่เคยดีลไว้ จะดำเนินการต่อ แม้ว่าสัญญาจะสิ้นสุดแล้วก็ตามที

– แม้ว่าอาจจะไม่สามารถใช้ชื่อ NewJeans ได้อีก แต่พวกเธอจะพยายามต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิในชื่อวงต่อไป

– ที่หลายคนสงสัยว่าศิลปินต้องชดใช้ค่าเสียหาย ในส่วนนี้ทั้ง 5 สาวได้เผยว่า พวกเธอไม่ได้ทำผิดต่อต้นสังกัด ทั้งยังพยายามทำกิจกรรมอย่างดีที่สุด พวกเราเลยไม่จำเป็นต้องเสียค่าเสียหาย แต่ทาง HYBE และ ADOR ต่างหากที่ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้

– NewJeans มีแพลนที่จะปล่อยเพลงใหม่และออกทัวร์รอบโลกในปีหน้า และถ้าเป็นไปได้ อยากร่วมงานกับ มินฮีจิน อดีต CEO ต่อไป