ท้าให้ลอง “NUNONG Desserts & More” เบเกอรี่ที่ (ไม่) ธรรมดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1011817

คำพูดที่ว่า “ผู้หญิง” กับ “ขนมหวาน” เป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้นั้น คงเป็นเรื่องจริงมาแต่ช้านาน ซึ่งดูได้จากผู้หญิงหลายคนเห็นขนมหวาน เบเกอรี่ เค้ก ถึงขั้นวิ่งเข้าใส่ ซื้อติดไม้ติดมือมาทานชนิดที่เรียกว่าไม่กลัวอ้วน

เปิดเรื่องเรียกน้ำย่อยมาขนาดนี้ ผู้อ่านคงเดาได้ว่า Business On My Way สัปดาห์นี้ต้องนำเสนอธุรกิจเกี่ยวกับอะไรหวานๆ เป็นแน่ เพื่อไม่เสียเวลาก็ขอพาท่าน ผู้อ่านไปรู้จักกับแบรนด์เบเกอรี่โฮมเมดน้องใหม่ “NUNONG Desserts & More” (นุน้อง เดสเซิร์ท แอนด์ มอร์) เบเกอรี่ที่นำเสนอความต่างที่ไม่ธรรมดา

คุณน้อง (สุเทวี เย็นคงคา) เจ้าของแบรนด์เล่าว่า ก่อนที่จะมาเริ่มทำเบเกอรี่อย่างจริงจัง ตนมีความฝันมาตั้งแต่เด็กว่า อยากจะทำขนมเบเกอรี่ขาย ซึ่งก็มีพี่สาวที่แสนดีเป็นผู้สนับสนุนและสานฝันให้เป็นจริงในที่ดี โดยส่งเสริมให้ไปลงคอร์สเรียนทำเบเกอรี่จากสถาบันที่เปิดสอน ซึ่งก็ใช้เวลาเก็บประสบการณ์เรียนอยู่ถึง 7 เดือน จากนั้นจึงตัดสินใจมาลงมือเริ่มทำเบเกอรี่จำหน่าย

“พี่สาวถือเป็นแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ตัวน้องเองได้เดินตามความฝัน นั้นคือได้ทำในสิ่งที่ตนรักและชอบ ซึ่งเดิมทีตัวน้องก็เป็นคนที่ชอบทานเบเกอรี่เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว พี่สาวก็มองว่าในเมื่อชอบทานก็น่าไปเรียนวิธีการทำดู เพื่อจะได้สานฝันและสร้างรายได้ให้ตนเองได้อีกด้วย”

สำหรับแบรนด์เบเกอรี่ NUNONG Desserts & More นี้ ทำมาได้ประมาณเกือบ 2 ปี ซึ่งในช่วงแรกก็ทำให้คนใกล้ชิดได้ลองทานก่อน โดยส่วนใหญ่ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า รสชาติอร่อย สามารถทำขายได้ ซึ่งก็เป็นแรงผลักดันให้ตัดสินใจลองทำออกจำหน่ายในที่สุด

คุณน้องเล่าว่า หลังจากที่ตัดสินใจทำเบเกอรี่ขาย ก็มานั่งปรึกษากับพี่สาวอยู่นาน เพราะต้องยอมรับว่าในตลาดก็มีคู่แข่งเป็นจำนวนมาก ใครคิดทำธุรกิจอะไรไม่ออกส่วนใหญ่ก็จะคิดเปิดร้านกาแฟทำเบเกอรี่ขาย จึงต้องมีการวางแผนให้ดี และในที่สุดก็ปิ๊งไอเดียหาความต่างได้ว่า อยากจะลองนำสมุนไพรของไทยมาเป็น (พระเอก) ส่วน ผสมหลักให้กับเบเกอรี่ ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ตัวสมุนไพรอีกด้วย

เริ่มแรกก็หยิบนำดอกอัญชันมาเป็นตัวทดลอง กับเมนูอัญชันมะพร้าวพุดดิ้งสด และตามมาด้วยกระเจี๊ยบ ที่นำมาพัฒนาเป็นเมนูกระเจี๊ยบซาหริ่มโรลน้ำกะทิ ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าดีเกินคาด

“จากนั้นตัวน้องเองก็เริ่มศึกษาหาข้อมูลของสมุนไพรชนิดอื่นๆ เพื่อนำมารังสรรค์เป็นเบเกอรี่อยู่ตลอดเวลา ล่าสุดก็ไปเจอใบชาอัญสัม หรือใบเมี่ยง ซึ่งเป็นพันธุ์ชาของทางภาคเหนือ แล้วเกิดความคิดที่อยากจะนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็ได้มาเป็นเมนูเค้กชาเขียวหน้านิ่มในที่สุด”

ปัจจุบันเมนูเบเกอรี่ที่ทำก็มีหลากหลาย เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือก อาทิ เค้กวนิลา, เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม, เค้กชาเขียวหน้านิ่ม, เค้กส้ม, เค้กสตรอเบอรี่, เค้กลูกตาล, เค้กโรลอัญชันมะพร้าวพุดดิ้งสด, เค้กกาแฟ, มัทฉะถั่วแดงโรล และกลุ่มเค้กผลไม้หน้าต่างๆ

“เมนูไฮไลต์ที่ลูกค้าชอบและมียอดสั่งซื้อสูง จะเป็นเชดด้าชีส เค้กทุเรียน รวมถึงเค้กหน้าผลไม้ตามฤดูกาล โดยเร็วๆนี้กำลังจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่มาเอาใจคนชอบมะยงชิด กับเมนูเค้กมะยงชิดอีกด้วย”

และเมื่อถามถึงสภาวะการแข่งขันในตลาดเบเกอรี่โฮมเมด คุณน้องเล่าว่า มีการแข่งขันที่ดุเดือดมาก รวมถึงกระแสการดูแลสุขภาพก็มาแรง อีกทั้งประเทศไทยก็กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะไม่เลือกทานเบเกอรี่ เพราะรู้สึกว่ามีน้ำตาลสูง ไม่ดีต่อสุขภาพ ถือเป็นโจทย์ที่ยากหากจะเจาะตลาดนี้

ทั้งนี้ เบเกอรี่ NUNONG Desserts & More ก็ไม่ได้มองข้ามประเด็นดังกล่าว ซึ่งก็คิดพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา โดยคิดถึงขั้นอยากที่จะทำขนมเค้กให้ลูกค้าทานแล้วไม่ส่งผลเสียด้านสุขภาพ (คุณน้องเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ) ซึ่งอาจจะเป็นเค้กที่ไม่ใช้น้ำตาลเป็นส่วนผสม หรือเลือกสมุนไพรไทยที่มาใช้ทดแทนความหวานได้

คุณน้องเล่าว่า ล่าสุดได้ออกผลิตภัณฑ์เค้กอินทผลัม ออกมาเจาะตลาดกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องด้วยตัวอินทผลัมเองก็ให้ความหวานอยู่แล้ว และก็มีประโยชน์ในตัวเอง จึงไม่ต้องปรุงแต่งใส่น้ำตาลเพิ่ม ซึ่งก็มีเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้า

ท้ายสุดคุณน้องได้กล่าวให้กำลังใจใครที่อยากทำธุรกิจของตนเองว่า หากใครที่มีความฝันก็ขอให้ตั้งใจทำตามฝันนั้นให้เต็มที่ แม้ผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ก็ให้รู้ว่าเราได้ทำสุดความสามารถแล้ว ซึ่งตัวน้องเองก็ไม่ได้เรียนด้านทำเบเกอรี่มาโดยตรง แต่ด้วยความรักและชอบ จึงศึกษาและลงมือทำดู

สำหรับใครที่สนใจอยากลิ้มลองรสชาติก็สามารถสั่งได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Nunong Desserts & More หรือไปแวะหาชิมได้ที่ร้าน De Riviere (เดอ รีเวียร์) ถนนเลียบคลอง 11.

 

เศรษฐกิจระดับล่างอ่วม! “ณรงค์ชัย” จี้รัฐแก้แรงงาน-เกษตร-เอสเอ็มอี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1012372

“ณรงค์ชัย” กระตุ้นรัฐบาลลงมือช่วยเศรษฐกิจระดับล่างทั้งภาคแรงงาน-เกษตรกร-เอสเอ็มอีที่กำลังกระอัก หวั่นปัญหาจัดการแรงงาน-ที่ดินเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจระยะยาว ชี้ไม่ต้องห่วงเอกชนรายใหญ่เพราะดูแลตัวเองได้ ชี้เศรษฐกิจปีนี้โตได้ตามคาดหลังส่งออกไปได้ดี และมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) กล่าวในสัมมนา “เกาะติดเศรษฐกิจไทย (ครึ่งหลังปี 60)…สดใสหรือไร้แวว” ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าจะเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินไว้คือ เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3.5% เนื่องจากตัวเลขส่งออกดีและมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ สิ่งเหล่านี้ล้วนดีต่อเศรษฐกิจมหภาคและเอกชนขนาดใหญ่ได้รับประโยชน์ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือระดับจุลภาค ทั้งระดับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กลุ่มแรงงานภาคประชาชน รวมถึงเกษตรกรที่ยังประสบปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

“สิ่งที่กังวลต่อเศรษฐกิจไทย เชื่อว่ารัฐบาลรู้อยู่แล้วว่ามีปัญหาอะไร และจะแก้ยังไง อยู่ที่ว่าจะลงมือทำอย่างจริงจังหรือไม่ รัฐบาลต้องดูแลเศรษฐกิจระดับจุลภาค เศรษฐกิจระดับล่าง กำลังซื้อประชาชน ไม่ต้องห่วงเอกชนรายใหญ่ พวกนี้ดูแลตัวเองได้”

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันประเทศไทยยังประสบปัญหาเรื่องการจัดการแรงงาน ทั้งแรงงานไทย แรงงานต่างด้าว จากการออกกฎหมายออกมาแก้ปัญหาแต่กลับเกิดปัญหาขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการจัดการที่ดิน ทั้งปัญหารุกล้ำที่ดินสาธารณะ รุกป่า ซึ่งทั้งปัญหาแรงงานและที่ดินจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถแก้ไขให้ราบรื่นได้ ซึ่งหากสถานการณ์แรงงานและที่ดินยังเป็นเช่นนี้ ก็จะส่งผลต่ออุปทานหรือซัพพลาย สิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับภาคผลิต ภาคบริการ ทั้งการจัดการวัตถุดิบ แรงงาน และพื้นที่ กระทบทั้งการลงทุนของธุรกิจขนาดเล็ก เอสเอ็มอี กระทบกำลังซื้อ กลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจระดับจุลภาคที่จะฉุดเศรษฐกิจในระยะยาว

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังพึ่งพาเพื่อนบ้านมากเกินไป โดยเฉพาะความมั่นคงทางด้านพลังงาน เนื่องจากไทยซื้อไฟฟ้าจากลาวเพื่อนำมาใช้ในประเทศเป็นจำนวนมาก จึงกังวลว่าในอนาคตหากไทยไม่สร้างความพร้อมจากภายใน แต่หวังจะพึ่งพิงเพื่อนบ้านต่อไปจะส่งผลกระทบได้ในอนาคต เช่นเดียวกับการที่ไทยประสบปัญหาด้านแรงงานจากผลกระทบ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว เพราะใช้แรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงที่แรงงานไหลออกนอกประเทศส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ปรับตัวดีขึ้น จากสัญญาณเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวชัดเจน ส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย โดยคาดว่าการส่งออกปีนี้สามารถเติบโตได้ 5% ทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้เติบโตอยู่ที่ 3.5% ขณะเดียวกัน ยังมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่เริ่มมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปีนี้และต่อเนื่องไปในปีหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ แต่ยังคงต้องติดตามภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ผันผวนอาจกดดันทิศทางค่าเงินบาทผันผวนตามไปด้วย รวมถึงการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวที่เหมาะสม

ด้านนายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า แนวโน้มในอนาคตไทยมีโอกาสนำเข้าพลังงาน 100% จากปัจจุบันนำเข้า 80-85% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีการลงทุนต่างๆ เช่น การลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ส่งผลให้ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การผลิตพลังงานในไทยกลับลดลง ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยต่างๆ เช่น การต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้า, การเปิดสัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ หรือรอบที่ 21 ยังมีความล่าช้า และยังไม่แน่ใจว่าหากเปิดสัมปทานแล้วจะจัดหาแหล่งก๊าซธรรมชาติได้มากหรือไม่ เพราะปัจจุบันการจัดหาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยยังหาได้น้อยมาก

“ขณะนี้เราพึ่งพานำเข้าก๊าซธรรมชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน ต่อไปของเขาก็ต้องหมดลง ตอนนี้ไทยก็หันมานำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอล–เอ็นจี) ต่อเนื่องเพื่อมาผลิตไฟฟ้า มีการคาดการณ์กันว่า ภายใน 20 ปีไทยต้องนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีสูงถึง 30 ล้านตันต่อปี ซึ่ง ปตท.มีคลังสำรองก๊าซแอลเอ็นจีได้ประมาณ 2.15 ล้านตัน และเตรียมสร้างคลังเพิ่มเป็น 10 ล้านตัน เพราะฉะนั้นที่เหลืออีกกว่า 20 ล้านตัน ต้องสร้างคลังเพิ่มอีกกว่า 4-5 แห่ง ก็ต้องวางแผนกันให้ดี เพราะต้องใช้ระยะเวลาการสร้างแต่ละคลัง 7-8 ปี ค่าก่อสร้างกว่าแสนล้านบาท”.

 

งานคือเงิน 22/07/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย หมึกเขียว 22 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1011750

ความขยันและอดทนคือกุญแจสู่ประตูแห่งความสำเร็จในชีวิต

หมึกเขียว ขอส่งกำลังใจให้ คนสู้ชีวิต พบกับความสำเร็จตามที่มุ่งหวังในเร็ววัน และอาสาสรรหา หลากหลายตำแหน่งงานน่าสนใจ มาฝากกันเช่นเคยที่ งานคือเงิน

กรมทางหลวงชนบท กลุ่มงานเทคนิค รับ นายช่างไฟฟ้า 1 อัตรา ปฏิบัติงานที่สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 5 (นครราชสีมา) วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาวิชา ไฟฟ้ากำลัง อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีโทรคมนาคม เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งในทางที่กรมทางหลวงชนบทเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติ, พนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดกลาง ปฏิบัติงานที่แขวงทางหลวงชนบท ชัยภูมิ 1 อัตรา และ แขวงทางหลวงชนบทบุรีรัมย์ 1 อัตรา วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) ในสาขาวิชา ช่างยนต์ ช่างกลโรงงาน และสาขาวิชาอื่นๆที่เทียบเท่าในทางที่ส่วนราชการเจ้าของสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ และ ได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมาย (ชนิดที่ 2 ขึ้นไป) มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานขับเครื่องจักรกลมาไม่น้อยกว่า 7 ปี โดยจะต้องขับเครื่องจักรกลตามลักษณะงานที่กำหนดอย่างใดอย่างหนึ่งมาไม่น้อยกว่า 2 ปี ดังนี้ 1.รถแทรกเตอร์ขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 150 BHP ลงมา 2.รถตักทุกแบบต่ำกว่า 150 BHP 3.รถกระบะเทความจุตั้งแต่ 5 ตามเอกสาร 10 ลูกบาศก์-หลา 4.รถพ่นยาง 5.รถลากพ่วงขนาดตั้งแต่ 20 ตันลงมา 6.รถตีเส้น 7.รถบดไอน้ำ ตั้งแต่ 8 ตันขึ้นไป 8.รถบดสั่นสะเทือน ตั้งแต่ 8 ตันขึ้นไป 9. รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ ตั้งแต่ 8 ตันขึ้นไป 10.รถบดล้อเหล็ก 3 ล้อ ตั้งแต่ 8 ตันขึ้นไป 11.รถกลิ้งตีนแกะชนิดขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 8 ตันขึ้นไป 12.รถบดล้อยางชนิดขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 8 ตันขึ้นไป 13.รถยกแบบงาแซะเกินกว่า 5 ตัน 14.เครื่องจักรกลอื่นที่มีลักษณะเทียบเท่าตาม ข้อ 1,พนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดหนัก ปฏิบัติงานที่สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 5 (นครราชสีมา) 1 อัตรา และ แขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมา 1 อัตรา วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาวิชา ช่างยนต์ ช่างกลโรงงาน และสาขาวิชาอื่นๆที่เทียบเท่าในทางที่ส่วนราชการเจ้าของสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ และ ได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมาย ชนิดที่ 2 ขึ้นไป มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานขับเครื่อง จักรกลมาไม่น้อยกว่า 9 ปี โดยจะต้องขับเครื่องจักรกลตามลักษณะงานที่กำหนดอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ไม่น้อยกว่า 4 ปี ดังนี้ 1.รถแทรกเตอร์ขนาดเครื่องยนต์ ตั้งแต่ 150 BHP ขึ้นไป 2.รถปาดดินที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง 3.รถกระบะเทความจุตั้งแต่ 10 ลูกบาศก์หลาขึ้นไป 4.รถขุดดินทุกชนิดทุกขนาด 5.รถลากพ่วงขนาดตั้งแต่ 20 ตันขึ้นไป 6.เครื่องปูแอสฟัลต์ผสมเสร็จ 7.รถยกแบบทรัคเครน 8.เครื่องผสมดินแบบขับเคลื่อน 9.รถเกลี่ยขนาดตั้งแต่ 150 BHP ขึ้นไป 10.รถตักทุกแบบขนาด 150 BHP ขึ้นไป 11.เครื่องจักรกลอื่นที่มีลักษณะเทียบเท่าตาม ข้อ 1 สมัครที่ส่วนอำนวยการ สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 5 (นครราชสีมา) เลขที่ 224 หมู่ที่ 7 ถนนมิตรภาพ-หนองปลิง ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา 30000 โทร.0-4437-0728 (37) รับถึง 26 ก.ค.นี้

มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะวิทยาการจัดการ วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี รับ อาจารย์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก ทางด้าน การท่องเที่ยว การโรงแรม บริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ด้านการวิจัยในศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว หรือ การโรงแรม และต้องมีผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรกำหนด, ผู้ช่วยปฏิบัติการสอน 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี สาขา ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษธุรกิจ หรือสาขาอื่นๆ มีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษอย่างดี (หากมีประกาศนียบัตรรับรองความสามารถภาษาอังกฤษ (IELTS, TOEFL,CELTA etc. Certification จะพิจารณาเป็นพิเศษ) ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยวิชาภาษาอังกฤษ 2.75 ขึ้นไป มีทักษะทางคอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft Office และ Internet และทักษะทางคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง (หากมีประสบการณ์การสอนจะพิจารณาเป็นพิเศษ) สมัครที่กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 7 สำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ โทร.0-2849-7544 หรือที่งานการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวัง-สนามจันทร์ จ.นครปฐม โทร.0-3425-5790 หรือที่ สำนักงานวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี จ.เพชรบุรี โทร.0-3259-4043 (-50) ต่อ 41008, 41003, 41006 รับถึง 27 ก.ค.นี้

กรมการขนส่งทางบก รับ นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขาวิชา นิเทศศาสตร์ ต้องสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป ของ ก.พ. มีความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ การวางแผนประชาสัมพันธ์ การผลิตสื่อ การสื่อสาร และการสร้างภาพลักษณ์เพื่อการประชาสัมพันธ์ สามารถทำข่าว เขียนข่าว และสร้างภาพลักษณ์เพื่อการประชาสัมพันธ์ มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบและภารกิจของกรมการขนส่งทางบก, นายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน 1 อัตรา วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาวิชา ไฟฟ้ากำลัง ต้องสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ตั้งแต่ระดับ ปวส. ขึ้นไป ของ ก.พ. มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบควบคุมทางไฟฟ้า การวิเคราะห์และคำนวณวงจรไฟฟ้า วิธีบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า การป้องกันระบบไฟฟ้ากำลัง และระบบไฟฟ้ากำลัง ระบบแสงสว่าง และระบบปรับอากาศ สมัครทางอินเตอร์เน็ต ที่เว็บไซต์ http://dlt.job.thai.com  รับถึง 27 ก.ค.นี้ oo โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ขยายเวลารับ พนักงานเงินรายได้ ประเภทประจำ ตำแหน่ง พนักงานทำเล่ม 1 อัตรา วุฒิ มัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) ขึ้นไป สมัครที่ฝ่ายบริหาร ชั้น 2 อาคารโรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 99 หมู่ 18 ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121 สอบถามเพิ่มเติม โทร.0-2564-3104 (-06) ต่อ 2218, 2224 หรือดูที่ http://th-th.facebook.com/ThammasatPrintHouse  รับถึง 31 ก.ค.นี้

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขยายเวลารับ อาจารย์ 2 อัตรา ปฏิบัติงานประจำภาควิชาศึกษาศาสตร์ อายุไม่เกิน 50 ปี วุฒิ ปริญญาเอก ทางด้าน การศึกษา หรือ สังคมศาสตร์ที่เน้นด้านการบริหารการศึกษา การศึกษาทั่วไป การเรียนรู้แบบบูรณาการ การพัฒนาคุณภาพประชากร และสังคมสหวิทยาการ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์งานวิจัยที่ไม่ใช่วิทยานิพนธ์ รวมทั้งมีความสามารถในการวิเคราะห์สถิติชั้นสูงในการวิจัย (หากเป็นงานวิจัยด้านการศึกษา หรือสหวิทยาการเชิงการศึกษา หรือมีผลงานทางวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ หรือระดับชาติ ที่ไม่เป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษาจะพิจารณาเป็นพิเศษ) มีความรู้ และทักษะด้านภาษาอังกฤษ (ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน) ในระดับดีมาก และผ่านเกณฑ์ตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องการกำหนดเกณฑ์การทดสอบภาษาอังกฤษของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.2559 ได้แก่ IELTS (Academic Module) คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 6 คะแนน, TOEFL IBT (Internet Based) ไม่ต่ำกว่า 79 คะแนน, TOEFL–ITP ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หรือ TOEFL–CBT ไม่ต่ำกว่า 213 คะแนน สมัครที่งานพัฒนาองค์กรและทุนมนุษย์ สำนักงานคณบดี คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม 73170 โทร.0-2800-2840 (-60) ต่อ 1006, 1110, 1105 ถึง 31 ก.ค.นี้

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขยายเวลารับ อาจารย์ A–5 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในภาควิชาสูติศาสตร์เธนุเวชวิทยาและวิทยาการสืบพันธุ์ วุฒิ ปริญญาเอก หรือเทียบเท่า หรือ จะจบการศึกษาระดับปริญญาเอกในปีการศึกษา 2559 สาขาวิชา วิทยาการสืบพันธุ์ในสัตว์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ต้องมีพื้นฐานด้านสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต ไม่มีภาระผูกพันเรื่องการชดใช้ทุนใดๆ หรือเงื่อนไขอื่น ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ต้องมีผลการทดสอบภาษาอังกฤษที่ไม่เกิน 2 ปี ได้แก่ TOEFL (Paper–based Test : PBT) ไม่น้อยกว่า 550 คะแนน, TOEFL (Internet–based Test : IBT) ไม่น้อยกว่า 79 คะแนน, CU–TEP ไม่น้อยกว่า 75 คะแนน หรือ IELTS ไม่น้อยกว่า 6.5 คะแนน (หากมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์การทำงาน และงานวิจัยทางด้านสุกรจะพิจารณาเป็นพิเศษ) มีความรู้ภาษาไทยที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานในตำแหน่ง สามารถถ่ายทอดหรือนำเสนอผลงานทางวิชาการ มีคุณลักษณะและความเหมาะสมในการเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัย สมัครทาง www.hrm.chula.ac.th/recruitmentonline สอบถามที่หน่วยการเจ้าหน้าที่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.0-2218-9773 ถึง 31 ก.ค.นี้

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ รับ พนักงานเงินรายได้ ประเภทชั่วคราว ตำแหน่ง แม่บ้าน 2 อัตรา และ พนักงานสถานที่ 1 อัตรา ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา สมัครที่สำนักงานเลขานุการคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สอบถามโทร.0-2696-5207 หรือดูรายละเอียดที่และดาวน์โหลดใบสมัครที่ http://arts.tu.ac.th  ไปที่รับสมัครงาน รับถึง 31 ก.ค.นี้

มหาวิทยาลัยมหิดล รับ ทันตแพทย์ (โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ 5 อัตรา วุฒิปริญญาทันตแพทยศาสตรบัณฑิต มีความรู้ความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์ มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความรับผิดชอบ ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ เเละมีความละเอียด รอบคอบ ต้องผ่านเกณฑ์ทดสอบภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยมหิดลกำหนด ได้แก่ IELTS (Academic Module) คะแนนไม่ต่ำกว่า 3, TOEFL IBT คะแนนไม่ต่ำกว่า 29, TOEFL ITP คะแนนไม่ต่ำกว่า 390, TOEFL CBT คะแนนไม่ต่ำกว่า 90, TOEIC คะแนนไม่ต่ำกว่า 400, MU GRAD Test คะแนนไม่ต่ำกว่า 36 มีความรู้ความสามารถในการตรวจเเละวินิจฉัยคนไข้ใหม่ งานด้านการบริหาร งานพัฒนาคุณภาพการบริการตามมาตรฐาน HA และการออกหน่วยทันตกรรมพระราชทาน สนใจสมัครทางระบบ e-Recruitment Online ที่ http://www.op.mahidol.ac.th/orpr/ERecruitment  ถึง 31 ก.ค.นี้.

หมึกเขียว

 

“สยามพารากอน วอทซ์ เอ็กซ์โป 2017”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย วานิชหนุ่ม 22 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1011844

นาฬิกา นอกจากเป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ และครองความนิยมตลอดกาลแล้ว ยังถือเป็นทางเลือกที่นักลงทุนให้ความเชื่อมั่น เพราะเมื่อเทียบกับการลงทุนในสินค้าประเภทอื่นแล้ว นาฬิกามีความยืดหยุ่นด้านการถือครองสูง สามารถหมุนเวียนเปลี่ยนมือได้คล่อง

และหากยิ่งเก็บสะสมไว้นานมูลค่าก็ยิ่งสูงขึ้นทุกปี โดยไม่ผันผวนไปตามสภาพเศรษฐกิจเช่นการลงทุนด้านอื่น ดังนั้นตลาดนาฬิกาที่มีอยู่ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย จึงยังสามารถเติบโตได้อย่างดี

ในบ้านเรา สยามพารากอน ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์จุดหมายปลายทางในการช็อปปิ้งของผู้คนทั่วโลก ได้ร่วมกับแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลก จัดงาน Siam Paragon Watch Expo 2017 งานแสดงนาฬิการะดับโลกครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีกว่า 180 แบรนด์ดัง พร้อมข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี ระหว่างวันที่ 24 ก.ค.-15 ส.ค.

นางสาวชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า สยามพารากอนในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกของการช็อปปิ้ง และให้บริการที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าลักชัวรี่จากแบรนด์เนมชั้นนำ ทั้งนาฬิกา, เครื่องประดับอัญมณี, ยนตรกรรมสุดหรู, บ้าน-คอน-โดมิเนียม ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยว ศูนย์กลางการเรียนรู้และความบันเทิงที่ครบทุกมิติมาโดยตลอด งาน “สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2017” ที่กำลังจะจัดขึ้นเป็นครั้ง 11 นี้ ทางบริษัทได้ใช้งบประมาณกว่า 45 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดงานให้เป็นงานแสดงนาฬิกาที่ยิ่งใหญ่แห่งปี บนพื้นที่กว่า 13,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด “The Legendary Timepieces” เพื่อกระตุ้นนักช็อปไฮเอนด์ที่ชื่นชอบการสะสมนาฬิกา และสำหรับการลงทุน ตลอดจนเพื่อให้เป็นงานที่นักช็อปสามารถมาเลือกซื้อนาฬิกาได้คุ้มค่าที่สุดแห่งปี

ซึ่งในปีนี้มีแบรนด์นาฬิกาชั้นนำกว่า 180 แบรนด์ จำนวนกว่า 30,000 เรือน มาจัดแสดงในธีมที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร โดยในปีนี้ได้มองว่ากำลังซื้อนาฬิกา ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องแต่งกายที่ช่วยเสริมบุคลิกและภาพลักษณ์ที่ เรียกว่า “Smart Watch” หรือนาฬิกาอัจฉริยะ จะเป็นที่สนใจมากขึ้น โดยในปีนี้พบว่าสัดส่วนนาฬิกา Smart Watch ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยคิดเป็น 15% และนาฬิกาทั่วไป 85% สัดส่วนการซื้อนาฬิกา Smart Watch จะมีเพิ่มขึ้นตามกำลังซื้อของคนไทย และภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ถึงระดับ 3-5% ในปีนี้

ทั้งนี้ ระดับราคาที่ผู้บริโภคนิยมเลือกซื้อจะอยู่ระหว่าง 50,000 -300,000 บาท เป็นสัดส่วนถึง 55% ช่วงราคาต่ำกว่า 50,000 บาท คิดเป็นสัดส่วน 25% และราคามากกว่า 300,000 บาทขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วน 20% คาดการณ์ว่าด้วยโปรโมชั่นที่พร้อมมอบส่วนลด และของสมนาคุณรวมกว่า 10 ล้านบาทในงานนี้ จะทำให้เม็ดเงินสะพัดมากที่สุดตั้งแต่เคยจัดงานมาทุกครั้งถึงกว่า 360 ล้านบาทในปีนี้

ด้าน นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้า วอทช์ แกลอเรีย นับว่าเป็นงานที่ช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดนาฬิกาทั้งในประเทศ และภูมิภาคเอเชีย ทางด้านภาพรวมของ วอทช์ แกลอเรีย หรือแผนกนาฬิกา ภายในห้างสรรพสินค้ากลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในครึ่งปีแรกเติบโตประมาณ 4% และคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ 10%

ในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากผู้ประกอบการแบรนด์นาฬิกาชั้นนำทยอยออกคอลเลกชั่นใหม่ รวมถึงการร่วมมือกันของห้าง แบรนด์ และพันธมิตรทำโปรโมชั่น ข้อเสนอ สิทธิประโยชน์พิเศษอย่างต่อเนื่อง

“งานครั้งนี้ได้รวบรวมสุดยอดนาฬิกาเรือนไฮไลต์แห่งปี ทั้งกลุ่ม Masterpiece, Luxury และ Trend ส่งตรงจากเวทีระดับโลกอย่าง Basel World และ SIHH ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ ARNOLD & SON, BREITLING, CASIO, CORUM, CHARRIOL, FREDERIQUE CONSTANT, GUCCI, GRAHAM, GRAND SEIKO, HUBLOT, MAURICE LACROIX, MAITRES DU TEMPS, MONTBLANC, NOMOS GLASHUTTE, RADO, RESSENCE, SEIKO, TAG HEUER, LONGINES, ORIS, ISSEY MIYAKE, SEVENFRIDAY และอีกมากมาย”

โดยนาฬิกาที่กลุ่มนักสะสมและนักลงทุนไม่ควรพลาดในปีนี้ อาทิ Ulysse Nardin รุ่น Grand Deck Marine Tourbillon ที่นำเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมาบรรจบกับนวัตกรรมแห่งจักรกล ถ่ายทอดเป็นความเที่ยงตรงสูงสุดของการแสดงเวลา ผ่านการออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากตำนานการเดินเรือและโลกแห่งท้องทะเล, Montblac รุ่น Time Walker ExoTourbillon Minute Chronograph Limited Edition ประดิษฐกรรมที่สามารถบอกเวลาได้เที่ยงตรง ด้วยระบบทูร์บิญอง และเลือกวัสดุไฮเทคมาผสมผสานอย่างลงตัว มีจำนวนจำกัด 100 เรือนทั่วโลก และนำเข้ามาในประเทศไทยเพียง 1 เรือนเท่านั้น นอกจากนี้ หลายแบรนด์ดังยังได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจมากมาย

โดยผู้ประกอบการแบรนด์นาฬิกาชั้นนำต่างมั่นใจในศักย-ภาพของสยามพารากอน ในการร่วมผลักดันยอดขายของธุรกิจนาฬิกาในประเทศไทยได้อย่างดี!!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th 

 

ภายใน 4 ปี ผู้ใช้เครือข่ายLTE ในไทยจะโตถึง 4 เท่าจาก 30 ล้านรายในปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ก.ค. 2560 02:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1012422

อีริคสันรายงาน คาดภายในปี 2565 เทคโนโลยี LTE ในไทยจะเติบโตขึ้นถึง 4 เท่า โดยภายในปี 2560 จะมีผู้ใช้กว่า 30 ราย ด้วยปัจจัยราคาอุปกรณ์สมเหตุสมผล ความเร็วโครงข่าย และแอปพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้น เอื้อต่อการเกิด IoT City…

อีริคสัน เผยรายงาน Mobility Report ฉบับล่าสุด เปิดเผยว่าจำนวนผู้สมัครใช้งาน LTE ในประเทศไทยจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และประสิทธิภาพการใช้งานของโครงข่ายยังคงเป็นส่วนสำคัญของยุคดิจิตอลในประเทศไทย ภายในปี 2565 LTE จะมีสัดส่วนประมาณ 60% ของจำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยในปี 2559 มีผู้สมัครใช้งาน LTE ในประเทศไทยสูงถึงเกือบ 20 ล้านราย หรือเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด ถือเป็นสามเท่าเมื่อเทียบกับปี 2558 และคาดว่าจะมีจำนวนผู้ใช้งาน LTE ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นเป็นสองเท่าระหว่างปี 2559 และปี 2560

ความต้องการที่จะปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้บริการ รวมถึงอุปกรณ์ที่ดึงดูดความสนใจ และแอปพลิเคชั่นต่างๆ ล้วนมีส่วนผลักดันให้เกิดการใช้งาน LTE โดยประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 3 ของภูมิภาคที่มีการใช้งานแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน ซึ่งแอปพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการบริการด้านการเงิน การบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ดูถ่ายทอดสด โซเชียล การเดินทาง แอปพลิเคชั่น โปรโมชั่น รวมถึงคอนเท็นท์ใหม่ๆ มีความสำคัญต่อการเติบโตของ Mobile broadband ในประเทศไทย

ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่หลายรายต้องเผชิญกับตลาดที่มีการแข่งขันอย่างสูง และแรงกดดันด้านเทคนิคที่จะยกระดับการให้บริการของตนเอง ในการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่ายนั้นต้องทำการพัฒนาระบบซอฟท์แวร์แอปพลิเคชั่นและพัฒนาโครงข่ายให้มีประสิทธิภาพเพื่อการให้บริการขั้นสูงสุด พร้อมทั้งใช้เทคนิคการวิเคราะห์ขั้นสูงเพื่อช่วยเร่งพัฒนาคุณภาพโครงข่ายและประสบการณ์การใช้งาน โดยการให้ผู้ประกอบใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการยกระดับคุณภาพโครงข่ายให้แก่ผู้บริโภค แต่ยังเป็นการขยายปริมาณความต้องการการใช้ข้อมูลอีกด้วย

นางสาวนาดีน อัลเลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การขยายโครงข่ายการให้บริการ LTE ให้ครอบคลุมพื้นที่ จะเป็นการเปิดทางสำหรับการใช้งานโครงข่ายที่กว้างขึ้นอย่าง Cat-M1/NB-IoT ที่จะสามารถทำให้เกิดการพัฒนาไปสู่ IoT City ได้อย่างมากด้วยศักยภาพในการเชื่อมต่อสูงถึง 99% ของอุปกรณ์ IoT ที่ใช้โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการเชื่อมต่อ

กก.ผจก.บ.อีริคสัน กล่าวด้วยว่า ด้วยการทำงานร่วมกันของกลุ่มผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีกทั้งรัฐบาลไทยจะสามารถยังผลประโยชน์มากมายให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ รวมถึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมด้วย โดยเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของดิจิทัลประเทศไทยอย่างแท้จริง ในขณะที่ LTE ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย การเริ่มวางแผนแนะนำเทคโนโลยี 5G ก็มีความสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคและธุรกิจทั้งหลายในประเทศไทยจะสามารถใช้ 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่.

 

‘อ.ต.ก.เดลิเวอรี่’ บริการใหม่จากตลาดสด ส่ังผ่านเว็บ กทม.ส่งภายใน 3 ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2560 19:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1012115

อ.ต.ก.เปิดบริการใหม่ เอาใจขาช็อปตลาด ส่งตรงถึงลูกค้าด้วยบริการ “เดลิเวอรี่” สื่อนอกยก เป็นตลาดสดที่ดีที่สุด ติดอันดับ 4 ของโลก

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.60 นายกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวว่า “อ.ต.ก.เดลิเวอรี่” คือ บริการใหม่ล่าสุดจากตลาด อ.ต.ก.เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ที่ไม่สามารถเดินทางมาที่ตลาดได้ด้วยตัวเอง ลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด หรือแม้กระทั่งลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ ก็สามารถซื้อสินค้ามาตรฐาน “อ.ต.ก.เดลิเวอรี่” บริการใหม่จากตลาดสดที่ดีที่สุดอันดับโลกได้

“สินค้าเกษตรคุณภาพ, สินค้าเกษตรอินทรีย์, ผัก, ผลไม้, สินค้าโครงการในพระราชดำริ 906, โครงการหลวงดอยคำ, รวมไปถึงอาหารปรุงสุก, ขนม, สินค้าดีๆ จากทั่วประเทศ และวัตถุดิบสำหรับการประกอบอาหารต่างๆ โดยซื้อผ่านทาง http://www.ortorkor.com จากนั้น อ.ต.ก.เดลิเวอรี่ จะจัดส่งสินค้าตรงถึงบ้านภายใน 3 ชั่วโมง ในเขตกรุงเทพฯ ที่สำคัญรับประกันคุณภาพสินค้า ตามมาตรฐาน อ.ต.ก.100% อีกด้วย”

นายกมลวิศว์ กล่าวต่อว่า สินค้าที่ขายในเว็บไซต์ทั้งหมด จะไม่มีการบวกราคาค่าสินค้าเพิ่มจากราคาปกติที่ขายในตลาด อ.ต.ก.และมั่นใจได้ว่าสินค้าที่สั่งทางออนไลน์ จะถูกคัดสรรอย่างดีเหมือนมาเลือกซื้อสินค้าเองที่ตลาด อ.ต.ก. นอกจากจะได้สินค้าคุณภาพดี สะดวก ส่งตรงถึงบ้านแล้ว ยังได้ช่วยสนับสนุนสินค้า จากเกษตรกรไทยโดยตรงอีกด้วย

นายกมลวิศว์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน อ.ต.ก.เดลิเวอรี่ให้บริการส่งสินค้าด้วยรถจักรยานยนต์ และรถบรรทุกขนาดเล็กในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง กำลังขยายพื้นที่บริการให้กว้างออกไปเรื่อยๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังมีบริการส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์สำหรับบริการลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดอีกด้วย ลูกค้ามีข้อสงสัยหรือแนะนำบริการ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-790-4545 ได้ตลอดวันและเวลาราชการ ติดตามข่าวสารและรับโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ Facebook Fanpage : อ.ต.ก.เดลิเวอรี่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ CNN ได้รับการคัดเลือกให้ ตลาด อ.ต.ก.ของประเทศไทยเป็นตลาดสดที่ดีที่สุด อันดับ 4 ของโลกอีกด้วย

 

ตลท.จัดงานรวมพลังเพื่อความยั่งยืน จุดประกายความคิด ธุรกิจ สังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2560 14:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1011947

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน SET Social Impact Day 2017 เพื่อจุดประกายความคิด ธุรกิจ และกิจการเพื่อสังคม รวมพลังอย่างไรให้ยั่งยืน…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงาน SET Social Impact Day 2017: Partnership for the Goals “รวมพลังเพื่อความยั่งยืน” ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจ บริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และกิจการเพื่อสังคม มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การเป็นพันธมิตรร่วมแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมสู่ความยั่งยืนกันอย่างเนืองแน่น กว่า 500 คน โดยหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม และจุดประกายความคิดให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงประโยชน์ คุณค่า ความสำคัญ และโอกาสในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับสังคมร่วมกันคือช่วงนำเสนอบทพิสูจน์ผลลัพธ์จากการลงทุนเพื่อสังคม (Social Impact Investment) และการเสวนา แชร์ความรู้จากผู้ลงมือทำจริง ในการแก้ไขปัญหาสังคมสู่การต่อยอดธุรกิจและสังคมที่ดี

ดร.ศิริกุล เลากัยกุล Brand Strategist & Sustainability Advisor, The Brand Being Consultant Co., Ltd. ได้เปิดมุมมองต่อกระแสการพัฒนาความยั่งยืนของโลก เพื่อส่งเสริมการแบ่งปันจากการลงทุน เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมอย่างยั่งยืนว่า การจะทำให้เกิดผลกระทบหรือความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคมนั้น ธุรกิจ และกิจการเพื่อสังคม จะต้องมีการรวมพลังเพื่อความยั่งยืน เพราะเมื่อปลายทางคือ เพื่อสังคม ต้นทางสังคม ก็ต้องช่วยกันด้วย ทั้งนี้พบว่า การทำงานของกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ที่กำลังได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่เข้ามาสร้างนวัตกรรมใหม่ให้สังคม และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคม ยังมีข้อจำกัดมากมาย คือเพียงมีพลัง มีความมุ่งมั่น แต่จะไปได้ไกลกว่า มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความยั่งยืนถ้าพวกเขาสามารถมีธุรกิจมาพันธมิตร มาเป็นพลังความร่วมมือ ขณะที่ในทุกกระบวนการทำงานจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก เพราะมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องมากมาย

ดร.ศิริกุล ยังได้ย้ำถึงความสำคัญของการมีพันธมิตรร่วมกันทำงานว่า จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะทำให้การแก้ไขปัญหาสังคมในด้านต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง จึงอยากให้ธุรกิจใหญ่หันมาช่วยกิจการเพื่อสังคม มากกว่าการเป็นพี่เลี้ยง แต่ควรจะต้องช่วยกันประกาศออกไปถึงความสำคัญของการมีกิจการเพื่อสังคม ธุรกิจจะต้องช่วยสร้างระบบนิเวศให้กิจการเพื่อสังคม ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และต้องถ่ายทอดเทคนิคการทำโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม และการทำงานร่วมกันจะต้องเป็นลักษณะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ที่สำคัญธุรกิจจะต้องมีความเชื่อมั่นว่า ความเจริญเติบโตของ SE จะส่งผลต่อความเติบโตของแบรนด์ในที่สุด ซึ่งประวัติศาสตร์พิสูจน์มาแล้วว่า การเติบโตต้องมีการรวมพลัง ดังนั้น ถ้าเราอยากได้อนาคตที่ยั่งยืน การที่จะร่วมกันทำ เป็นพันธมิตร มันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ขอให้เรานึกไว้คำเดียวเลยว่า วันนี้ไม่มีใครสามารถที่จะบินได้ด้วยปีกข้างเดียว

ในด้านของธุรกิจ บริษัทจดทะเบียน และกิจการเพื่อสังคม ที่ได้ผ่านประสบการณ์การเป็นพันธมิตร แก้ไขปัญหาสังคม ก็ได้สะท้อนในทิศทางเดียวกัน ถึงความสำคัญ คุณค่าและอิมแพค ที่เกิดต่อสังคมมากกว่า ของการจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันแก้ไขปัญหาสังคม โดย ดร.วิสุทธิ วิทยฐานกรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่วันนี้มี SE เกิดขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยทำให้เมืองไทยมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นมากมาย เพราะจุดเริ่มต้นของ SE คือเพื่อสังคม อย่างไรก็ตามการทำเรื่องสังคมให้เกิดผล SE ควรจะเลือกทำเรื่องเดียว ที่เป็นความถนัดเป็นเรื่องที่มีความรู้ ซึ่งหากมี SE แบบนี้มากๆ ก็จะทำให้สังคมดีขึ้น และจากประสบการณ์การทำงาน ตั้งแต่เริ่มทำงาน ก็พบว่าการทำงานกับชุมชน ก็ต้องเริ่มจากรอบๆ ก่อน คือเศรษฐกิจเริ่มจากใกล้ตัวค่อยๆ ขยายกว้างออกไปตามความคิดและที่สำคัญเริ่มจากใจที่มีการให้ก่อนก็จะสำเร็จ

ด้าน น.ส.ณัชชา โรจน์วิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ และผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัท บลิกซ์ พ็อพ ผลิตภัณฑ์ของเล่นที่คำนึงถึงพัฒนาการ ความเก่ง ความฉลาด ทักษะทางสังคม ความสุขของเด็ก โดยเฉพาะเด็กพิเศษ กล่าวว่า ความก้าวหน้าของโครงการ เกิดขึ้นได้เพราะ มีสปอนเซอร์และพาร์ตเนอร์ชิพ เพราะการเป็น SE เราไม่ได้มองถึงกำไรสูงสุด แต่ว่าเราต้องอยู่รอดได้วันนี้ เราเป็นจุดเล็กๆ แต่เขาให้ความสำคัญว่า เราจะช่วยกัน เปลี่ยนสังคม ขอให้เพื่อนๆ ที่ ทำ SE อย่าลืมแรงบันดาลใจของตัวเอง เพราะจริงๆ แล้วพลังที่ดีที่สุดก็คือแรงบันดาลใจของเรามันจะให้พลังกับเราตลอดเวลาและอยากให้ทุกท่านลองชาร์จพลังกับตัวเองบ่อยๆ ออกไปเจอเพื่อนที่ทำเหมือนๆ กันจะได้มีกำลังเดินต่อไป

ส่วน นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า นับเป็นสิ่งที่น่ายินดี ที่การทำงานภายใต้ Set Social Impact Platform ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ และกิจการเพื่อสังคม ได้มีช่องทางมาจับมือกัน ได้รับการตอบรับจากบริษัทจดทะเบียนและธุรกิจกิจการเพื่อสังคม ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์จะได้เดินหน้า ทำเรื่องการสร้างพันธมิตร ซึ่งเป็นเป้าหมายข้อที่ 17 ของ SDG ต่อไป และเชื่อเลยค่ะว่าเรื่องดีเหล่านี้เป็นเรื่องที่จะสามารถเติบโตต่อไปได้ในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ผู้สนใจเข้าไปเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการ SET Social Impact สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ผ่าน เว็บไซต์ www. SETsocialimpact.com

 

สินเชื่อบ้านคือเงิน ไทยพาณิชย์ ผ่อน 0% นาน 3 เดือน พิเศษ ฟรีค่าจดจำนอง วันนี้ – 30 ก.ย. ศกนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 21 ก.ค. 2560 14:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1011917

นางสาวจามรี เกษตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดตัวแคมเปญ “รับ แรง เร็ว สินเชื่อบ้านคือเงิน My Home My Cash” ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน พร้อมฟรีค่าจดจำนอง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้าในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมทราบผลการอนุมัติวงเงินสินเชื่อเบื้องต้น และฟรีค่าประเมินราคาหลักประกันจดจำนอง ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2560 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 0-2777-7777

 

นกแอร์ได้รับโหวตเป็นหนึ่งในสุดยอด สายการบินยอดเยี่ยมจาก Smart Travel Asia 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 21 ก.ค. 2560 14:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1011912

นาย ปิ่นยศ พิบูลสงคราม (ขวา) ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) รับมอบรางวัลสายการบินราคาประหยัดดีเด่นของโลกเป็นครั้งที่ 3 จากนางสาว พิณัฐดา ธนะบุญเรือง (ซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สมาร์ททราเวลเอเชีย จากการโหวตของนิตยสารสมาร์ททราเวลเอเชีย ประจำปี 2017 (Smart Travel Asia 2017) โดยสายการบินนกแอร์ เป็นสายการบินจากประเทศไทยเพียงสายการบินเดียว ที่ได้รับรางวัลสายการบินราคาประหยัดดีเด่นจากการโหวตทั่วโลกในปีนี้

“ที่นกแอร์เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจ ให้แก่ผู้โดยสารทุกท่านด้วยบริการที่มีคุณภาพ เรามีความยินดีที่ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน 10 สุดยอดสายการบินราคาประหยัด เราจะยังคงพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการของเราให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อผู้โดยสารของนกแอร์ทุกท่าน” กล่าวโดย นายปิ่นยศ พิบูลสงคราม ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาดและการขาย สายการบินนกแอร์

สำหรับการจัดอันดับดังกล่าว เป็นการรวบรวมผลโหวตของผู้อ่านนิตยสารทั้งจากกลุ่มที่มีประสบการณ์ในการใช้บริการของสายการบินโดยตรง จากคำบอกเล่า และจากภาพลักษณ์ของสายการบินที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสื่อออนไลน์ที่เข้ามามีบทบาทมากในปัจจุบัน โดยนิตยสาร Smart Travel Asia ถือเป็นนิตยสารออนไลน์ที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคเอเชีย ที่มีจำนวนผู้อ่านสูงถึง 1.2 ล้านคนต่อปี

 

ความจนมันน่ากลัว! แห่สมัครงานอิเกีย เปิดรับถึง 23 ก.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2560 12:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1011754

ทุกเพศทุกวัยลุยยื่นใบสมัครงานพาร์ตไทม์ของห้างอิเกีย บางใหญ่ ล้นหลาม จากตำแหน่งที่เปิดรับ 250 ตำแหน่ง โดยผู้สนใจยังมีโอกาสจนถึงวันที่ 23 ก.ค.นี้…

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อิเกีย บางใหญ่ ห้างเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านรายใหญ่เปิดรับสมัครงานพาร์ตไทม์ ปรากฏว่าการรับสมัครวันแรกเมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับการตอบรับจากทั้งนักศึกษา พ่อบ้าน แม่บ้าน และผู้อาวุโสเป็นอย่างดี มีผู้มายื่นใบสมัครมากกว่า 900 คน จากตำแหน่งที่ต้องการ 250 ตำแหน่ง ท่ามกลางทีมงานจากอิเกียให้การต้อนรับและให้คำแนะนำ

ทั้งนี้ ผู้สนใจยังสามารถสมัครงานได้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ค.นี้ ระหว่างเวลา 10.00 – 19.00 น. ที่เวสต์เกต ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต โดยให้นำสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบรับรองการศึกษา (ถ้ามี) มา โดยอิเกีย เปิดโอกาสสำหรับทุกคนที่มีความสนใจรักการแต่งบ้านและงานบริการ อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน ผลตอบแทนชั่วโมงละ 64 บาท และสวัสดิการดีเทียบเท่าพนักงานประจำ.