ส่องราคาคอนโด เปิดโผย่านไหนแพง อยู่ดีกว่าบ้านจริงหรือ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1010169

เป็นปัญหาโลกแตก เมื่อมีกระทู้ในโลกโซเชียลถามว่าควรจะซื้อคอนโดหรือบ้านดี เแต่คำตอบที่ได้รับมักหาข้อสรุปยาก บ้างก็ว่าขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการของแต่ละคน ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์จึงสอบถามจาก “ดร.โสภณ พรโชคชัย” กูรูประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ พร้อมลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของผู้ซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัย ใครที่กำลังลังเลใจจะได้ตัดสินใจซื้อได้อย่างสบายใจ

คอนโดย่านไหน ราคาแพงเท่าไหร่ ควรรู้ไว้ก่อนคิดจะซื้อ

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บ. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จก. (AREA) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในไทย เก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่พ.ศ. 2537 อีกทั้งเป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพโดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ

เปิดเผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีทำเลสร้างคอนโดทั้งหมด 78 ทำเล มีทั้งหมดเกือบ 1,834 โครงการ ในกรุงเทพฯ มีห้องใหม่ราว 6 หมื่นยูนิต ราคาต่ำสุด 1.5 แสนบาทต่อ ตร.ม. แพงสุด ตร.ม.ละ 4 แสนบาท ส่วนย่านปริมณฑล เช่น รัตนาธิเบศร์-ท่าอิฐ ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี นั้นมีโครงการเปิดใหม่เกือบ 30 แห่งมีห้องชุดเกือบ 2 พันยูนิต

“ห้องชุดในย่านรัชดาภิเษกราคาต่อตร.ม.ไม่เกิน 1.5-2 แสน ตอนนี้มีคอนโดที่กำลังสร้างและสร้างเสร็จแล้วประมาณ 100 โครงการ ส่วนย่านสาทร ราคาประมาณ 3 แสนบาทต่อ ตร.ม. สำหรับย่านชิดลม เพลินจิต หลังสวน นานา ทองหล่อ-สุขุมวิท 39-49 ราคาประมาณ 3-4.5 แสนบาทต่อ ตร.ม.” ดร.โสภณแจงราคาย่านดังๆ ของกรุงเทพฯ

การตั้งราคาขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอะไร ยิ่งสูง ยิ่งแพงจริงหรือ?

ดร.โสภณ ตอบข้อซักถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าห้องชุดที่อยู่ชั้นสูงๆ ขึ้นไปราคายิ่งแพงขึ้น เหตุเพราะวิวทิวทัศน์ดี ห้องชุดราคาแพงสุดมักเป็นชั้นที่สูงสุดของโครงการ ราคาอยู่ที่ ตรม. ละประมาณ 400,000 บาท ยิ่งเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางไปไหนสะดวก ติดกับรถไฟฟ้า ติดแม่น้ำราคามีแนวโน้มแพงขึ้นอีก เพราะราคาที่ดินแพงอยู่แล้ว

“การตั้งราคาขายนั้นพิจารณาจากองค์ประกอบหลายส่วน คือ เปรียบเทียบตลาด และต้นทุนในการก่อสร้างพัฒนาโครงการ รวมถึงราคาในการซื้อที่ดินด้วย ตอนนี้จะเห็นว่ารอบๆ กรุงเทพฯชั้นนอกมีคอนโดผุดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะตามสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้ม เหลือง และชมพู ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีทำให้ผู้ซื้อมีโอกาสได้เลือกที่ถูกใจ แต่ก็ต้องสู้กับราคาที่แพงเพราะความสะดวกสบายในการเดินทางด้วย” ดร.โสภณชี้แจงอย่างละเอียด

ควรพิจารณาอะไร ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด

กับข้อสงสัยนี้ ดร.โสภณ ผู้คร่ำหวอดด้านอสังหาริมทรัพย์นาน 30 ปี ชี้แนะว่าให้เลือกซื้อที่ชอบใจ เปรียบเทียบหลายๆ โครงการเพื่อได้โปรโมชั่นที่ตรงใจ

“คนที่คิดจะซื้อคอนโด อย่างแรกให้ซื้อที่ชอบใจ ถูกใจ บางคนชอบคอนโดที่สูงแค่ 8 ชั้น บางคนชอบที่มี 20 ชั้นขึ้นไป และเลือกดูคอนโดหลายๆ แบบสัก 10 โครงการ แล้วนำมาเปรียบเทียบว่าที่ไหนคุ้มกว่ากันก็ตัดสินใจซื้อ เช่น ให้ข้อเสนอและส่วนลดไหม มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ ที่จอดรถ หรือฟิตเนสหรือเปล่า มีของแถมอะไรบ้าง วัสดุที่ใช้สร้างสมราคาไหม และทำเลที่ตั้งของห้องที่ต้องการตรงกับทิศตะวันตกไหมเพราะ แดดส่องตอนบ่าย อากาศในห้องจะร้อนเมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศก็ต้องทำงานหนักว่าเดิม ส่งผลต่อค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นด้วย”

ดร.โสภณ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมทั้งฝากเตือนด้วยความห่วงใยอีกว่าสำหรับคนที่จะผ่อนซื้อว่าควรเช็กสภาพคล่องเงินในบัญชีให้ดีว่าสามารถผ่อนไหวในระยะยาวหรือไม่ เช่น อีก 20-30 ปีข้างหน้า คุณจะอายุเท่าไหร่ และถึงตอนนั้นหากคุณปลดเกษียณแล้ว จะมีเงินพอที่จะผ่อนคอนโดครบตามสัญญาได้หรือไม่

ซื้อคอนโด หรือบ้าน แบบไหนดีและคุ้มค่ากว่ากัน

สำหรับข้อฉงนที่ชาวโซเชียลคาใจนี้ ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับแหล่งข่าวที่ซื้อคอนโดแห่งหนึ่ง สูง 20 ชั้น มีทั้งหมด 4 ตึก รวมแล้วมีห้องชุดเกือบ 1 พันย่านห้วยขวางได้ 5 ปี บอกว่าเลือกซื้อคอนโดดังกล่าวขนาด 32 ตร.ม. ชั้น 5 ในราคาเกือบ 2 ล้านบาท เพราะอยู่ย่านกลางเมือง ไปไหนมาไหนสะดวกเพราะใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน อีกทั้งใกล้ที่ทำงาน ใกล้ห้าง เหตุที่ไม่ซื้อบ้านเพราะตนเป็นสาวโสด อยู่เพียงลำพัง หากซื้อบ้านพื้นที่กว้างเกินทำให้รู้สึกเหงา

“ตัดสินใจซื้อคอนโด เพราะไม่ต้องเสียเวลาดูแลทำความสะอาดมาก เนื่องจากขนาดห้องไม่ใหญ่โตเหมือนบ้าน ในอนาคตก็ปล่อยขายหรือให้เช่าได้ง่ายกว่าบ้าน เวลาไปต่างจังหวัดหลายวันก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีขโมย เพราะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน ทั้งแม่บ้าน รปภ. กล้องวงจรปิด ระบบเข้าออกด้วยคีย์การ์ด

แต่ถ้าใครคิดสร้างครอบครัวในระยะยาว หรือมีสมาชิกในบ้านมากกว่าสองคน การซื้อบ้านคงเหมาะสมกว่า ทั้งบ้าน และคอนโดต่างมีข้อดี ข้อด้อยต่างกัน ถ้าเรารู้ความต้องการของตัวเองได้ ก็จะรู้ว่าอะไรเหมาะกับตัวเรา” แหล่งข่าวเจ้าของคอนโดกล่าวสรุป

เงื่อนไขการใช้ชีวิตและความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หากตอบโจทย์ชีวิตตัวเองได้ ปัญหาว่าจะต้องเลือกซื้อระหว่างคอนโด หรือบ้านก็จะหมดไป

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

กนง.เตือนผู้ส่งออกระวังเงินบาทแข็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1010327

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 4/2560 วันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยว่า ในภาคต่างประเทศเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทยปรับดีขึ้นเล็กน้อย และยังมีแรงส่งเศรษฐกิจต่อเนื่อง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศส่วนใหญ่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ โดยในช่วงหลังการประชุมคณะ กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ผ่านมาธนาคารกลางประเทศส่วนใหญ่ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิม ยกเว้นธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ 1.00-1.25%

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ในตลาดการเงินโลกปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินในภูมิภาคในบางจังหวะจากแรงขายเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ของผู้ส่งออกไทยที่มีต่อเนื่องในระยะข้างหน้า โดย กนง.ประเมินว่า เงินทุนยังไหลเข้าตลาดการเงินในประเทศในภูมิภาครวมถึงไทยเพราะ สินทรัพย์ของไทยที่ยังน่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเสถียรภาพต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี กนง.จึงให้ติดตามการเคลื่อนย้ายเงินทุนระยะสั้นต่อไป ขณะที่ภาคเอกชนควรบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

สำหรับเศรษฐกิจไทย กนง.ตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนที่ ธปท.มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่สะท้อนในเครื่องชี้การบริโภคอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการบริโภคที่ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) ที่เพิ่มขึ้นในระยะหลัง จึงขอให้ ธปท.ติดตามการใช้จ่ายผ่านช่องทางนี้มากขึ้น นอกจากนี้ กนง.ยังได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2561 ว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ 3.7% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากทั้งการลงทุนภาครัฐและการใช้จ่ายในประเทศ ขณะที่การขยายตัวของการส่งออกจะชะลอลงบ้างจากปีนี้.

 

ดึง “อิสราเอล” แก้ภัยแล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1010324

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลอิสราเอล ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ในการตั้งคณะทำงานร่วมด้านการเกษตร และจัดประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการ ความร่วมมือด้านการเกษตร อาทิ ด้านการเกษตร พืช ปศุสัตว์ ประมง การพัฒนาด้านชลประทาน การบริหารจัดการน้ำ และการพัฒนาด้านสหกรณ์ เพื่อร่วมกันสนับสนุนเทคโนโลยีด้านการเกษตร ระบบชลประทาน จากอิสราเอลที่ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในภาคการเกษตร ทั้งระบบน้ำหยดบนผิวดิน แบบฝังใต้ดิน แบบฉีดฝอย เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย นำน้ำกลับมาใช้ใหม่เทคโนโลยีการผลิตน้ำจืดจากน้ำเค็ม ฯลฯ ที่ไทยมีความสนใจเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ภัยแล้งในไทย

“ทั้งสองฝ่าย ยังมีความร่วมมือ อีก 3 ด้าน คือ 1.การใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับพื้นที่เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพื่อนำไปขยายผลผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 882 ศูนย์ และศูนย์เครือข่ายทั่วประเทศ 2.ให้คำแนะนำช่วยเหลือ การเลือกการพัฒนาและการประยุกต์ใช้เครื่องมือ และเครื่องจักร ฯลฯ ที่จะเชื่อมโยงและนำมาพัฒนาแผนที่เกษตร เพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก 3.กำหนดแผนงานโครงการ และพื้นที่ดำเนินการในไทย โดยมีผู้เชี่ยวชาญอิสราเอลมาให้คำแนะนำ”.

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 20/07/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1010287

 

ปลดกระเป๋ารถเมล์ปี 2562 เหตุ ขสมก.ติดตั้งระบบอี-ทิคเก็ตแทนขายตั๋ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1010305

บอร์ด ขสมก.ปลดกระเป๋ารถเมล์ในปี 2562 หลังจากระบบอี–ทิคเก็ต สมบูรณ์แบบ ด้าน “พิชิต” สั่งเดินหน้าประมูลรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันใหม่ เพื่อแก้ไขหนี้ ขสมก.ในระยะยาว หลังพบภาระต้นทุนสูงลิ่วปีละ 4.7 พันล้านบาท

นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ขสมก.มีความกังวลถึงโครงการติดตั้งระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์บนรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) หรือระบบอี-ทิคเก็ต ทั้งหมด 2,600 คันว่า ในช่วงการเปลี่ยนผ่านระบบเก่าไปสู่ระบบใหม่จะเกิดปัญหาความล่าช้าระหว่างการขึ้น-ลงจนกระทบต่อการจราจรโดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนเนื่องจากผู้โดยสารต้องหยอดเหรียญ และกดปุ่มเลือกเส้นทางซึ่งเป็นระบบใหม่อาจจะไม่มีความคุ้นชินทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง ดังนั้น ขสมก.จะยังให้มีระบบกระเป๋ารถเมล์ต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ปี นับตั้งแต่เริ่มใช้อี-ทิคเก็ตโดยหลังจากนั้นจะยุบตำแหน่งกระเป๋ารถเมล์ทั้งหมดภายในปี 2562

นายสนิท พรหมวงศ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า จากกรณีที่ ขสมก.ดำเนินการขอเส้นทางจำนวน 138 เส้นทางเพื่อไปบริหารนั้น ขบ.ไม่ติดขัดเรื่องการมอบเส้นทาง ส่วนเรื่องจำนวนว่าจะขอ 138 เส้นทาง หรือมากกว่านั้น ก็ไม่เป็นปัญหาขึ้นอยู่ว่าจะสอดรับกับโครงข่ายระบบขนส่งตามเป้าหมายของกระทรวงคมนาคม หรือไม่ หาก ขสมก.เดินหน้าแผนจัดซื้อรถเมล์ใหม่ทั้งโครงการจัดซื้อรถเมล์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) 489 คัน และรถเมล์ไฟฟ้า 200 คันให้ได้ตามเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนรถเมล์ให้ถึง 3,000 คัน จากปัจจุบันซึ่งมีรถเมล์อยู่ราว 2,700 คัน ตามที่ ขสมก.ระบุไว้ในการทำเรื่องขอบริหารเส้นทางจำนวน 138 เส้นทาง ถ้าหากสามารถจัดหารถได้ตามเป้าทาง ขบ.ก็ยินดีที่จะแบ่งสัดส่วนเส้นทางให้ตามจำนวนที่ ขสมก.ต้องการ

ขณะที่ นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ได้สั่งให้ ขสมก.จัดหารถเมล์ใหม่โดยเร็ว หลังจากที่มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถส่งมอบได้ ขณะที่การจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้าที่ติดปัญหาราคากลางยังไม่อนุมัติ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการจัดหารถเมล์ใหม่ ตามแผนงานคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด ถ้าหากโครงการรถเมล์ไฟฟ้าไม่ สามารถเดินหน้าได้ กระทรวงคมนาคมจะเปลี่ยนไปจัดหารถเมล์พลังงานทางเลือกรูปแบบอื่นแทน เพื่อเร่งจัดหารถเมล์เป็นแบบไหนก็ได้ให้คนกรุงเทพฯ ได้ใช้รถใหม่ที่เป็นพลังงานสะอาดตามแผน 1,600 คัน

“การจัดหารถเมล์ใหม่เป็นหนึ่งในแผนฟื้นฟูกิจการที่ ขสมก.ได้เสนอมา เพื่อแก้หนี้สินนับแสนล้านบาท ทั้งนี้ หาก ขสมก.ไม่จัดหารถโดยสารใหม่ได้จะส่งผลให้ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต้นทุนที่สูงมากปีละ 4,700 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าดอกเบี้ยปีละ 3,000 ล้านบาท ค่าสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 1,200 ล้านบาท และค่าบำรุงรักษารถเก่าอีก 500 ล้านบาท”

ด้านนายยุกต์ จารุภูมิ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ขสมก. กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด ขสมก.มีมติอนุมัติราคากลาง โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษา 489 คัน โดยใช้ราคากลางเดิมที่บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด เคยประมูลได้และมีการลงนามในสัญญาวงเงิน 3,387 ล้านบาท สาเหตุที่บอร์ด ขสมก.ยืนยันราคากลางเป็นราคาที่บริษัท เบสท์ริน เคยประมูลได้ เนื่องจากโครงการนี้ได้มีการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว และการยกเลิกสัญญาก็มาจากการที่บริษัท เบสท์ริน ไม่สามารถส่งมอบรถได้ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับราคากลาง

อย่างไรก็ตาม อาจมีการปรับแก้เงื่อนไขการส่งมอบรถเมล์เพื่อลดปัญหาการส่งมอบรถไม่ทัน เช่น ราคากลางเดิมมีเงื่อนไขให้นำรถไปจดทะเบียนก่อนแล้วส่งมอบรถ หรือจะเปลี่ยนเป็นส่งมอบรถก่อนแล้วนำไปจดทะเบียน และหากมีการปรับแก้ไขเสร็จเรียบร้อยต้องเสนอให้ผู้อำนวยการ ขสมก.อนุมัติราคากลางใหม่ ก่อนเปิดประชาพิจารณ์ทางเว็บไซต์ต้นเดือน ส.ค.และเปิดขายซองประกวดราคาในเดือน ส.ค. จากนั้นจะประมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ออกชั่นในเดือน ก.ย. เพื่อส่งมอบรถเมล์ใหม่ภายในปีนี้

นายประยูร กล่าวว่า หากการเปิดประกวดราคากลาง 3,387 ล้านบาท และไม่มีเอกชนสนใจซื้อเอกสารประกวดราคา หรือมีเอกชนสนใจแค่ 1 ราย การเปิดประกวดราคากลางในวงเงินดังกล่าวต้องถูกยกเลิก แล้ว ขสมก. ต้องกลับมาทบทวนพิจารณาเรื่องราคากลางใหม่อีกครั้ง และอาจจะใช้ราคากลาง 4,021 ล้านบาท ตามราคากลางตั้งต้นที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะทำให้เกิดความล่าช้าไปอีก 2 เดือน หรือส่งมอบรถได้ในช่วงเดือน ก.พ.61.

 

VAPE ONE PUSH ใหม่ กลิ่นซากุระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 19 ก.ค. 2560 18:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1009907

แม่บ้านมีเฮ! ข่าวดีสเปรย์กำจัดยุงสุดล้ำจากญี่ปุ่น เปิดตัวกลิ่นใหม่ เวปวันพุช กลิ่นซากุระ แตกต่างสไตล์ญี่ปุ่น เวปวันพุช กลิ่นซากุระใหม่ กด 1 ครั้ง กำจัดยุง 12 ชั่วโมง ปลอดภัยต่อเด็กและปกป้องทุกคนในครอบครัว ด้วยสารสำคัญที่พัฒนาเลียนแบบมาจากธรรมชาติ (สารไพรีทรัม) พร้อมนวัตกรรมใหม่จากญี่ปุ่น ด้วยละอองสเปรย์ขนาดเล็ก หาซื้อได้แล้วตามร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ มีทั้งกลิ่นส้มที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มแม่บ้านในขณะนี้ และกลิ่นใหม่ ซากุระ สไตล์ญี่ปุ่น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.vapeonepush.in.th/
และ https://www.facebook.com/vape.onepush.1/

 

เดนท์สุ เอ็กซ์ ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งซีอีโอใหม่ “สรรค์ฉัตร จันทร์สระแก้ว”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 19 ก.ค. 2560 18:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1009964

สรรค์ฉัตร จันทร์สระแก้ว

กรุงเทพฯ, กรกฎาคม 2560 – บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท เดนท์สุ อีจิส เน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) ประกาศแต่งตั้ง นายสรรค์ฉัตร จันทร์สระแก้ว ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด แทน มร.มิตสึยูกิ นากามูระ ที่ได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ โกลบอล บิซซิเนส เซ็นเตอร์ บริษัท เดนท์สุ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น และตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ ร่วมด้วย โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป นับเป็นการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งโดยใช้แนวคิดธุรกิจรูปแบบใหม่มุ่งเน้น “สร้างประสบการณ์การสื่อสารที่เหนือกว่า” (Experience Beyond Exposure) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นหนึ่งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

เมื่อเร็วๆ นี้ เดนท์สุ มีเดีย (ประเทศไทย) ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น “เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย)” โดยมีผลนับตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่ง เดนท์สุ เอ็กซ์ฯ มุ่งเน้น “สร้างประสบการณ์การสื่อสารที่เหนือกว่า” (Experience Beyond Exposure) เพื่อสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า โดยการบูรณาการให้บริการ best-in-class แบบมืออาชีพอย่างครบวงจรรวมถึงช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจแก่ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร ให้สามารถอยู่เหนือคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและยุทธศาสตร์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่องค์กรมากยิ่งขึ้น

“ผมไว้วางใจและมั่นใจในศักยภาพการบริหารและพลังความเป็นผู้นำของ คุณสรรค์ฉัตร ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสานต่อและขับเคลื่อนเดนท์สุ เอ็กซ์ฯ ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง และนับได้ว่านี่คือกลยุทธ์ในการปรับยุทธศาสตร์องค์กรเพื่อมุ่งสู่ความเป็นหนึ่งภายใต้การพัฒนาของอุตสาหกรรมการสื่อสารให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” มร.มิตสึยูกิ นากามูระ กรรมการผู้จัดการ โกลบอล บิซซิเนส เซ็นเตอร์ บริษัท เดนท์สุ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น และ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ กล่าว

อาจกล่าวได้ว่า นายสรรค์ฉัตร เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการและมีประสบการณ์ในแวดวงเอเจนซี่ มานานกว่า 20 ปี โดย นายสรรค์ฉัตร เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อาทิ การวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ การวางแผนสื่อโฆษณา การสร้างสรรค์คอนเทนต์และสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ นายสรรค์ฉัตร ได้เริ่มต้นร่วมงานกับ บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ฯ (ชื่อเดิม บริษัท เดนท์สุ มีเดียฯ) ตั้งแต่ปีพศ. 2558 ในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดนท์สุ มีเดีย (ประเทศไทย) และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เดนท์สุ มีเดีย (ประเทศไทย) เนื่องด้วยความสามารถการบริหารงานที่โดดเด่นเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพจนเป็นที่ได้รับการยอมรับ จึงทำให้นายสรรค์ฉัตร ได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ดังกล่าว

มร.มิตสึยูกิ นากามูระบริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแต่งตั้ง นายสรรค์ฉัตร จันทร์สระแก้ว ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด แทน มร. มิตสึยูกิ นากามูระ ที่ได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ โกลบอล บิซซิเนส เซ็นเตอร์ บริษัท เดนท์สุ อิงค์ และตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์

มร.นากามูระ กล่าวเสริม “ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า คุณสรรค์ฉัตร จะสามารถสานต่อการบริหารองค์กรและบุคลากรให้ประสบความสำเร็จได้อย่างดีเยี่ยม คุณสรรค์ฉัตร เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่ใช้การบริหารเชิงรุกแบบ ‘ไฮบริดโมเดล’ สามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์การสื่อสารที่เหนือกว่าให้แก่สังคมและแบรนด์ของลูกค้าสามารถประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อตอบสนองต่อทุกความต้องการและเข้าถึงและครองใจผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น”

ด้าน นายสรรค์ฉัตร จันทร์สระแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับความไว้วางใจในการเป็นผู้นำบริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ ประเทศไทย และผมขอขอบคุณลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจทุกท่านที่ให้การสนับสนุน เดนท์สุ เอ็กซ์ฯ มาโดยตลอด ซึ่งผมหวังเป็นอย่างว่าจะได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกท่านอย่างเนื่อง โดยผมมุ่งมั่นที่จะส่งเสริม ผลักดันและยกระดับให้เดนท์สุ เอ็กซ์ ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคงด้วยการสร้างประสบการณ์การสื่อสารที่เหนือกว่า (Experience Beyond Exposure) ขานรับยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

พร้อมกันนี้ มร.มิตสึยูกิ นากามูระ ได้รับการแต่งตั้งขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ โกลบอล บิซซิเนส เซ็นเตอร์ บริษัท เดนท์สุ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น และยังคงดำรงตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ร่วมด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

เกี่ยวกับ บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือชื่อเดิม คือ บริษัท เดนท์สุ มีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้นำในเครือข่ายอุตสาหกรรมสื่อ ซึ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท เดนท์สุ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น (Dentsu Inc.) ที่ได้มีการควบรวมกิจการเป็นกลุ่มบริษัท เดนท์สุ อีจิส เน็ตเวิร์ค (Dentsu Aegis Network) ส่งผลให้บริษัท เดนท์สุ มีเดียฯ มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจมีเดียเอเจนซี่แบบครบวงจรในระดับสากล ปัจจุบันบริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ฯ ประกอบด้วย 3 มีเดียแบรนด์ ได้แก่ ดีเอ็กซ์ พาเลท (dX palette) ดีเอ็กซ์ แมทริกซ์ (dX matrix) และ ดีเอ็กซ์ คิวบิค (dX cubic) และรวมถึง 3 ธุรกิจการบริการที่หลากหลายเฉพาะทาง ได้แก่ ดีเอ็กซ์ 360 (dX 360, CIA และทีม ดีเอ็กซ์ แลป (dXlab) นอกจากนี้ เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) ได้สร้างชื่อเสียงให้กับวงการมีเดียเอเจนซี่ไทย คว้า 3 รางวัลใหญ่ จากเวทีงานประกาศรางวัลระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Campaign Asia Pacific’s Agency of the Year ประจำปี 2016 โดย เดนท์สุ เอ็กซ์ฯ ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง สาขา “Creative Agency of the Year” และนับเป็นปีที่สองที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ในสาขา “Media Agency of the Year” และ รางวัลเหรียญบรอนซ์ ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สาขา “Southeast Asia Integrated Agency of the Year” มาครองได้สำเร็จ และยิ่งไปกว่านั้น เดนท์สุ มีเดียฯ ยังถูกเสนอชื่อเป็น Finalist เข้าชิงรางวัลในสาขา “Digital Agency of the Year” ร่วมด้วยทั้งนี้ ผู้บริหารบริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบด้วย คุณสรรค์ฉัตร จันทร์สระแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) ซึ่งสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเดนท์สุ เอ็กซ์ ได้ที่ www.dx-thailand.com  หรือเฟซบุ๊กเพจ https://www.facebook.com/dentsuXthailand/

 

สสว.ลุย ‘SMEs Go Online’ ชวนผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ร่วมอบรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ค. 2560 18:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1010069

สสว.ลุย “SMEs Go Online” เชิญชวนผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้เข้าร่วมอบรม เจาะกลยุทธ์-ยกระดับสินค้าชุมชน 22 ก.ค.นี้ ที่ จ.สงขลา

เมื่อวันที่ 19 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ดำเนินโครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SMEs หรือ SMEs Go Online เพื่อสร้างศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่อีคอมเมิร์ซและพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะเริ่มคิกออฟอบรมเชิงปฏิบัติการ “SMEs Go Online ในยุค 4.0” ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2560 นี้ ณ โรงแรมหรรษาเจบี หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจ สมัครเข้ารับการอบรมฟรี ได้ตามวันและเวลาดังกล่าว โดยสามารถสมัครเข้าร่วมการอบรมได้ที่ http://bit.ly/2v9iCma หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล smesgoonline@etda.or.th หรือโทร 0-2123-1280

สำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการในวันที่ 22 กรกฎาคม ที่จังหวัดสงขลา ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ เจ้าของเพจ “รู้รอบตอบโจทย์ธุรกิจ” นายสุภกฤษ กุลชาติวิจิตร จะร่วมแชร์ประสบการณ์และแนะนำ “เคล็ดลับการทำสินค้าให้โดดเด่นบน e-Marketplace” นอกจากนี้ยังมีการอบรม “เขียนโพสต์ขายให้ปัง เดี๋ยวตังค์มาเอง” และกิจกรรมเวิร์คช็อปฝึกเขียนโพสต์หลากหลายวิธี ตลอดจนการสอนเทคนิคถ่ายภาพสินค้าให้โดน แต่งภาพสินค้าให้เด่น พร้อมการทำกิจกรรมเวิร์คช็อปฝึกถ่ายภาพ และแต่งรูปสินค้าผ่านมือถือ ผู้ประกอบการสามารถนำสินค้ามารับการถ่ายภาพเพื่อการขายสินค้าบน e-Marketplace ได้ฟรีภายในงาน ห้ามพลาดหากคุณต้องการพัฒนาธุรกิจให้ตรงใจผู้บริโภคยุคดิจิทัลกับโปรแกรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ “SMEs Go Online ในยุค 4.0” ตลอดเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้.</p

กสทช. นำเงินประมูลดิจิตอลทีวี งวด 4 เข้าแผ่นดิน กว่า 4 พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ค. 2560 17:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1010035

กสทช. นำเงินค่าประมูลดิจิตอลทีวี งวดที่ 4 ส่งเข้ากระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน กว่า 4 พันล้านบาท…

วันที่ 19 ก.ค. 60 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. นำเงินค่าประมูลดิจิตอลทีวี งวดที่ 4 จำนวน 4,215.15 ล้านบาท ส่งเข้ากระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้แผ่นดิน

ทั้งนี้ การนำเงินส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินของสำนักงาน กสทช. ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 80/2557 ข้อ 5 ที่กำหนดให้สำนักงาน กสทช. นำเงินรายได้จากการประมูลตามมาตรา 41 วรรคหก แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 หลังหักค่าใช้จ่ายส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับขึ้น 4.33 ดัชนีอยู่ที่ 1,575 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ค. 2560 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1010049

หุ้นไทยปิดตลาดปรับขึ้น 4.33 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,575.85 จุด มูลค่าซื้อขาย 36,282.82 ล้านบาท…

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 19 ก.ค. 60 ช่วงครึ่งวันบ่าย พบว่า ดัชนีปรับตัวขึ้น 4.33 จุด อยู่ที่ 1,575.85 เปลี่ยนแปลง 0.28% มูลค่าการซื้อขาย 36,282.73 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,578.06 จุด และต่ำสุดที่ 1,572.44 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน).