ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สานต่อโครงการ ติดปีกเติมฝันแบ่งปันให้น้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 18 ก.ค. 2560 11:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1008219

นายประภาส ทองสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน มอบอุปกรณ์การทดลองทางห้องเรียนวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์วิชาการเกษตร เครื่องกรองน้ำ อุปกรณ์สนามเด็กเล่น รองเท้านักเรียน และสิ่งของที่จำเป็นต่างๆ ภายใต้โครงการ ติดปีกเติมฝันแบ่งปันให้น้อง ให้แก่โรงเรียนบ้านโคกสี โรงเรียนบ้านหนองเดิ่น โรงเรียนบ้านห้วยทราย โรงเรียนชุมพรนาเจริญ โรงเรียนชุมชนบ้านชมสอาด ต.ชุมพร อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน และคุณภาพชีวิตของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลให้ดีขึ้น โดยมี คุณชยันต์ ศิริมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ให้เกียรติมาเป็นประธานการรับมอบ ณ อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด เมื่อเร็วๆ นี้

 

แม็คโคร ลั่นฆ้องชัยเปิดงานแม็คโครโฮเรก้า ครั้งที่ 12

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 18 ก.ค. 2560 11:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1008224

แม็คโคร ตอกย้ำความเป็น “คู่คิดธุรกิจคุณ” และผู้นำศูนย์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคครบวงจรที่มีคุณภาพในราคาขายส่ง ด้วยระบบสมาชิก ที่ยืนหยัดเคียงคู่ผู้ประกอบการกลุ่มร้านค้าปลีกและกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร หรือธุรกิจโฮเรก้า มากว่า 28 ปี เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์สนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจโฮเรก้า ที่มุ่งเน้นส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ลั่นฆ้องชัย เปิดงานแม็คโครโฮเรก้า ครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด The Creativity เพิ่มมูลค่าธุรกิจ ด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ ภายในงานอัดแน่นไปด้วยสาระความรู้ความบันเทิง นวัตกรรมใหม่ สินค้าเกี่ยวกับอาหารและอุปกรณ์ สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจโฮเรก้าที่ครบวงจรที่สุด และสินค้าราคาพิเศษ ตลอดระยะเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้เข้าชมงาน พร้อมร่วมการอบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

กิจกรรมไฮไลต์สุดพิเศษ ครั้งแรกกับการแข่งขัน “แม็คโคร โฮเรก้า ชาเลนจ์ 2017” การแข่งขันปรุงอาหารเหนือแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พร้อมเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 400,000 บาท และประกาศณียบัตร ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ได้รับการรับรองการแข่งขันโดยสมาคมเชฟโลก หรือ “WACS ENDORSED” (WACS: World Association of Chefs Societies) ที่ใช้มาตรฐานสากลส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานเชฟไทย

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการตลาด บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม็คโครในฐานะ “คู่คิดโฮเรก้า” นอกจากจะจัดหาและพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการมืออาชีพให้ได้สินค้าครบครัน มีคุณภาพ ในราคาที่ดีที่สุดแล้ว ยังเล็งเห็นว่าองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนและผลักดันให้กิจการของสมาชิกผู้ประกอบการธุรกิจโฮเรก้าของแม็คโคร ซึ่งประกอบด้วย โรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนได้ คือ การมีโอกาสในการแลกเปลี่ยนและพัฒนาความรู้ ความสามารถให้แก่ผู้ประกอบการ แม็คโครจึงมุ่งมั่นส่งเสริมความแข็งแกร่งและพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง การจัดงาน “แม็คโคร มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของแม็คโคร และพันธมิตรคู่ค้า ต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อปี 2548 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม นำเสนอทิศทาง รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจโฮเรก้า เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้มีเวทีฝึกฝนทักษะ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

ระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน และเพื่อยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ซึ่งได้รับการตอบรับจากสมาชิกและผู้ประกอบการเป็นอย่างดียิ่ง

นางสาว อรสา ตอไมตรีจิตร ประธานคณะกรรมการจัดงาน แม็คโคร มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและเครื่องปรุง ครั้งที่ 12 กล่าวว่า “งาน แม็คโคร โฮเรก้า ในครั้งนี้ ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด The Creativity เพิ่มมูลค่าธุรกิจ ด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ ด้วยมุ่งหวังว่า ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในธุรกิจอาหารจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการ สร้างแรงจูงใจให้กับผู้บริโภค สร้างรายได้ให้กับชุมชน สังคม และประเทศชาติ โดยหวังไว้ว่าการนำเอาความคิดสร้างสรรค์ที่ใหม่แปลกแตกต่างและทำให้เกิดขึ้นจริงได้ จะทำให้ธุรกิจอาหารจะเติบโตอย่างรวดเร็วและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง”

สำหรับปีนี้เป็นการจัดงาน “แม็คโคร มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์ ครั้งที่ 12” หรือ “แม็คโคร โฮเรก้า ครั้งที่ 12” ระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแม็คโครได้รวบรวมองค์ความรู้ เคล็ดลับในการประกอบธุรกิจร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จ, แนวคิดธุรกิจใหม่เสริมรายได้ ที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจได้อย่างยั่งยืน นวัตกรรมใหม่ และสินค้าเกี่ยวกับอาหารและอุปกรณ์สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจโฮเรก้าที่ครบวงจรที่สุด จากผู้ประกอบการโดยตรงกว่า 200 ร้านค้า และกิจกรรม ที่หลากหลาย โดยปีนี้ได้นำแนวคิดในการสร้างมาตรฐานของธุรกิจอาหารแบบครบวงจรมานำเสนอ ด้วยรูปแบบที่แตกต่างบนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร และกิจกรรมอบรมสัมมนากว่า 70 โดยคาดหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้แสดงสินค้าและผู้เข้าชมงานอย่างยิ่ง

พิเศษสุดๆ พบกับกิจกรรม “แม็คโคร โฮเรก้า ชาเลนจ์ 2017” สุดยอดการแข่งขันปรุงอาหารเหนือ ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พร้อมรางวัลรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท โดยปีนี้ได้รับการรับรองการแข่งขันจากสมาคม เชฟโลก หรือ “WACS ENDORSED” (WACS: World Association of Chefs Societies) ด้วยมาตรฐานสากลส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานเชฟไทยให้ก้าวไกลไปสู่เวทีระดับโลกได้อย่างแท้จริง โดยแบ่งประเภทการแข่ง ดังนี้ 1) การแข่งขันปรุงอาหารเหนือในแบบสมัยใหม่ 2) การแข่งขันปรุงอาหารเมนูเส้นข้าวซอยฟรีสไตล์ และ 3) การแข่งขันปรุงอาหารเมนูสร้างสรรค์จากไส้อั่ว

ภายในงานจะได้พบกับความความยิ่งใหญ่อลังการของ แม็คโคร พาวิเลี่ยน (Makro pavilion ) นำเสนอไอเดียใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ โดยจำลองร้านแบบสมจริง อาทิ The Gangster ร่วมทำอาหารราคาเดียว ด้วยตัวคุณเอง ในแบบ “สนุก มันส์ ฟัน แชร์”, Catering @ Home สาธิตการทำ Catering Box Set ในแบบสร้างสรรค์, Coffee & Spa ไอเดียต่อยอดธุรกิจร้านกาแฟและสปา, สุขสมวัย ประสบการณ์ใหม่ของร้านอาหารเพื่อผู้สูงอายุ, B&B บ้านเฮา ไอเดียปรับโฉมบ้านให้กลายเป็นที่พักสุดชิคกับธุรกิจยอดฮิตในปัจจุบัน

ครั้งแรกกับมุม 3D Design โปรแกรมการออกแบบร้านอาหาร ที่ได้มาตรฐานมีเอกลักษณ์ สไตล์คุณ พร้อมผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษา ในการออกแบบร้านอาหาร ออกแบบพื้นที่ Hostel หรือ โลโก้ให้กับธุรกิจ Hostel, “ออกแบบโลโก้อย่างไร ให้ธุรกิจรุ่งเรือง” กับซินแสเป็นหนึ่ง

เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้มูลค่าธุรกิจ สร้างรายได้ ไม่รู้จบกับกูรูผู้รู้ อาทิ “เพิ่มมูลค่าธุรกิจ ด้วยแนวคิด Eco Design” กับ ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, “เพิ่มมูลค่าให้อาหารจานเด็ด” กับ ฟู้ดสไตลิสต์ไทย ดังไกลระดับโลก คุณขาบ สุทธิพงษ์ และ “ทำร้านอย่างไรให้ยั่งยืน” “สูตรสำเร็จ 21 ปี ร้านอาหาร Good View” กับ คุณธนิต ชุมแสง

จุดประกายไอเดีย เติมความคิดสร้างสรรค์ผสานความอร่อยจากเชฟดังในวงการ อาทิ “อาหารไทย สไตล์อินโนเวทีฟ” กับ เชฟกระทะหล่อ เชฟปิง สุรกิจ เข็มแก้ว “ฉีกกฎอาหารพื้นบ้าน สู่ฟิวชั่นจานอร่อย” กับ เชฟเมย์ พัทธนันท์ ธงทอง “สูตรลับขนมหวานสไตล์ยุโรป” กับ เชฟเต็งหนึ่ง คณิศ ปิยะปภากรกูล Master Baker เหรียญทอง จากโอลิมปิกอาหารและเบเกอรี่ ประเทศเยอรมนี

พิเศษสุดกับเมนูไข่ซุปตาร์ จาก มาริโอ้ เมาเร่อ และลิ้มรสเมนูสุดฟิน” กับ ตี๋หล่อ อินเทรนด์ เป็นกันเอง กันต์ กันตถาวร พร้อมรับชมการทำอาหารง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง กับ “C.I.Y Cook it yourself” ไม่ต้องจำ ทำเองเลย กับผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารนานาชาติ

สุดพิเศษกับ มินิคอนเสิร์ตจากนักร้องขวัญใจมหาชนหลากหลายแนวเพลง “บี้ สุกฤษฎิ์” “อาภาพร นครสวรรค์” และ คู่ดูโอ้ “กัน-แก้ม”

ร่วมชิม ช็อป กับวาไรตี้ร้านอาหารดัง ในบรรยากาศแปลกตา สไตล์ “ชิโนโปรตุกีส พร้อมทั้งสินค้าเกี่ยวกับอาหารและอุปกรณ์สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจโฮเรก้าที่ครบวงจรที่สุด จากผู้ประกอบการโดยตรงกว่า 200 ร้านค้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานครั้งนี้จะการเปิดโอกาสทางธุรกิจและเป็นประโยชน์ ต่อทั้งผู้เข้าชมงาน และผู้แสดงสินค้าให้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจได้อย่างยั่งยืน” นางสาว อรสา กล่าวในที่สุด

*** แม็คโคร โฮเรก้า ครั้งที่ 12 The Creativity สนับสนุนให้ผู้ประกอบการสร้างธุรกิจ เพิ่มมูลค่าธุรกิจ ด้วยแนวคิดสร้างสรรค์***

 

เบนซ์ ทีทีซี ฉลอง 35 ปี พาลูกค้าตะลุยหิมะด้วยขุมพลัง AMG ไกลถึงนิวซีแลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 18 ก.ค. 2560 11:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1008189

บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด และ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ อุบลราชธานี จำกัด นำโดย นายอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และผู้แทนจาก บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จำกัด จับรางวัลเฟ้นหาผู้โชคดีทั้ง 5 ท่านที่จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมในกิจกรรม AMG Winter Driving Experience 2017 ที่จัดขึ้นในโอกาสฉลองครบรอบ 35 ปีของบริษัทฯ อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อได้เปิดโลกสัมผัสประสบการณ์ความเป็นที่สุดแห่งสมรรถนะของ AMG ท่ามกลางหิมะและทิวทัศน์ที่ถือเป็นที่สุดของโลก ณ ประเทศนิวซีแลนด์ โดยการจับรางวัลในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากข้าราชการระดับสูงของ จ.อุบลราชธานี อาทิ นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, พันตำรวจเอกนรภัทร สุบรรณ ณ อยุธยา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร จังหวัดอุบลราชธานี, นาวาอากาศเอกปรีชา ศรีวรมณ์ ผู้แทนผู้บัญชาการกองบิน 21 ร่วมเป็นสักขีพยานในการจับรางวัลครั้งนี้ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ อุบลราชธานี จำกัด

“แสนสิริ” จัดเต็มรุกครึ่งปีหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ก.ค. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/1007927

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 บริษัทฯยังคงเดินหน้ารุกเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง 16 โครงการ มูลค่ารวม 39,260 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 7 โครงการ มูลค่า 22,350 ล้านบาท, บ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่า 16,150 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ 1 โครงการ มูลค่า 760 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังมีแผนเปิดภายใต้บริษัทร่วมทุนกับบีทีเอสอีก 3 โครงการ มูลค่า 10,000 ล้านบาท

“นอกจากการรุกเปิดโครงการไฮไลต์สำคัญยังมีในส่วนของการขับเคลื่อนองค์กรตามกลยุทธ์ Sansiri Transformation (แสนสิริ ทรานส์ฟอร์เมชั่น) หรือการรุกปรับองค์กรอย่างเต็มรูปแบบใน 4 ด้าน เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง คือ การบริหารการเงิน, การบริหารการพัฒนาโครงการ, การบริหารกลยุทธ์การตลาด และการบริหารด้านเทคโนโลยี โดยจะจัดทัพทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในแต่ละด้านมาช่วยบริหาร เพื่อให้บริษัทฯก้าวสู่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำด้านเทคโนโลยีที่ครอบคลุมทุกมิติอย่างเต็มรูปแบบ”

อย่างไรก็ตาม อีกด้านที่บริษัทฯให้ความสนใจคือ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย Property Technology ล่าสุดได้พัฒนาเดลิเวอรี่ โรบอท ชื่อน้องแสนดี หุ่นยนต์ที่สามารถส่งอาหาร สิ่งของได้ โดยวางแผนนำร่องใช้ในโครงการ เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า เป็นโครงการแรกในช่วงปลายปีนี้.

 

กู่หาม.44 ล้ม สัมปทานเดินรถร่วมบริการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ก.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1007920

นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยหลังยื่นหนังสือให้กรมการขนส่งทางบก เพื่อเสนอเส้นทางเดินรถประจำทางของ ขสมก.ให้แก่ประธานอนุกรรมการปฏิรูปเส้นทางเดินรถประจำทางว่า ขสมก.หารือกับสหภาพ ขสมก. เพื่อศึกษาปฏิรูปเส้นทางเดินรถพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล เพื่อให้เส้นทางเหล่านี้วิ่งให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดสหภาพ ขสมก.ได้นำเสนอเส้นทางที่เหมาะสมที่จะเดินรถรวม 138 เส้นทาง เพื่อให้กรมฯออกใบอนุญาตเดินรถเป็นเวลา 7 ปี การให้ ขสมก.วิ่งให้บริการในเส้นทางเหล่านี้ จะช่วยคานอำนาจต่อรองของรถร่วมเอกชน

นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมฯได้ดำเนินการ ตามที่กระทรวงคมนาคมสั่งการ โดยเดือน ก.ค.นี้จะมีการทดสอบเดินรถ 8 เส้นทาง ในเขต 8 การเดินรถ เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนในเส้นทางเดินรถใหม่ที่กำหนดขึ้น จากนั้นกรมฯจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา เพื่อเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ประกาศยกเลิกสัมปทานเส้นทางเดินรถของรถร่วมบริการทั้งหมด เพื่อนำมาปรับเป็นเส้นทางเดินรถใหม่.

 

สศอ.จัดการประชุมวิชาการ OIE Forum ประจำปี 60 เชิญชวนภาคเอกชน-ปชช. ระดมความคิดผลักดันอุตฯไทยก้าวสู่ “ไทยแลนด์ 4.0”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Advertorial 18 ก.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1007452

นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 สศอ. จะจัดงานการประชุมวิชาการ สศอ. (OIE Forum) ประจำปี 2560 ภายใต้หัวข้อ “อุตสาหกรรม 4.0 จุดเปลี่ยนประเทศไทย” หรือ “Industry 4.0 Roadmap : Transforming towards Thailand 4.0” เพื่อให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม, นักลงทุนทั้งภาคการผลิตและบริการ, ภาครัฐ, สมาคมการค้าระหว่างประเทศ, สมาคมบริษัทหลักทรัพย์, สถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน และประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในการบูรณาการ เชื่อมโยงแนวคิดและให้ข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม, มาตรการในการแก้ไขปัญหาภาคอุตสาหกรรม รวมถึงคาดการณ์แนวโน้มและแจ้งเตือนด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมต่อไป

“สศอ. ในฐานะหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีแนวนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถยกระดับก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงภายใต้โมเดล “ประเทศไทย 4.0” ของรัฐบาล จึงได้กำหนดจัดงานสัมมนาขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ณ ห้องรอยัลจูบิลี่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี”

สำหรับกิจกรรมภายในงาน สศอ. ได้รับเกียรติจาก นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Industry 4.0 Roadmap : มิติใหม่สู่ประเทศไทย 4.0” พร้อมจัดงานเสวนาในหัวข้อ “อุตสาหกรรม 4.0 จุดเปลี่ยนประเทศไทย” โดยได้รับเกียรติจาก นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเสวนากับ นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และผู้ประกอบการภาคเอกชนในองค์กรชั้นนำ ผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน),บริษัท ซีที เอเชียโรโบติก จำกัด ผู้ผลิตหุ่นยนต์ดินสอ และอาจารย์จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาร่วมเสวนาในครั้งนี้

นอกจากนี้ยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจโดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ประกอบการในองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยจะมีห้องเสวนาย่อย 3 ห้อง คือ

ห้องที่ 1 เรื่อง “Industry 4.0 : Pathways to the Smart Production” (บรรยายภาษาอังกฤษ/ล่ามแปลภาษา) ร่วมเสวนาจาก Core Technologies of TRUMPF, องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO กรุงเทพฯ), สมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์, สถาบันไทย-เยอรมัน, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาเครื่องกล ร่วมให้ความรู้

ห้องที่ 2 จะเป็นหัวข้อ “Big Data : Industrial Intelligence Information (I3)” โดยมีผู้ร่วมเสวนาจากสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน), สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), บริษัท Accenture Thailand และบริษัท Cisco Systems (Thailand) จำกัด และบริษัท Stelligence จำกัด ร่วมให้ความรู้

และห้องที่ 3 หัวข้อ “Maker Community : ถอดบทเรียนนักประดิษฐ์สู่ธุรกิจทำเงิน” โดยมีผู้ร่วมเสวนาจาก สถาบันพลาสติก, บริษัท กราวิเทคไทย (ไทยแลนด์) จำกัด, ผู้ร่วมก่อตั้ง Tribes Maker Space, บริษัท จี.ไอ.บี เทรดดิ้ง จำกัด และผู้ก่อตั้ง Reconomy ร่วมให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ www.registeroieforum2017.com โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2202-4274

 

ธปท.พิมพ์ธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ก.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1007919

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้จัดพิมพ์ธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมพระเกียรติ ร.9 โดยได้รับพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการ ขณะนี้กระบวนการออกแบบจัดพิมพ์ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างการกระจายธนบัตรที่ระลึกดังกล่าวไปยังธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั่วประเทศ โดยนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะแถลงข่าวรายละเอียดรูปแบบ และการจ่ายแลกธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษนี้ในวันที่ 20 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ ธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษดังกล่าว เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะจัดทำธนบัตรที่ระลึกทั้งชุด 5 ใบ คือ ในทุกชนิดราคาของธนบัตรที่ใช้ อยู่ในปัจจุบัน คือ ชนิดราคา 20 บาท ชนิดราคา 50 บาท ชนิดราคา 100 บาท ชนิดราคา 500 บาท และชนิดราคา 1,000 บาท โดยแม้ว่าเป็นธนบัตรที่ระลึก แต่เพื่อให้ประชาชนทุกคนที่มีความต้องการสะสมธนบัตรที่ระลึกสามารถรับการจ่ายแลกได้อย่างทั่วถึง ไม่มีปัญหาขาดตลาด หรือไม่สามารถแลกได้ ธปท.จึงมีนโยบายที่จะจัดพิมพ์ธนบัตรที่ระลึกในวโรกาสดังกล่าว ในทุกชนิด ราคาโดยไม่จำกัดจำนวน สามารถที่จะจัดพิมพ์เพิ่มได้ตลอดเวลา โดยพิจารณาจากความต้องการของประชาชนว่ายังต้องการจ่ายแลกเพื่อสะสมหรือไม่เป็นหลัก

สำหรับธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษนี้ ได้รับการออกแบบให้มีความสวยงามเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องการจัดทำเพื่อเป็นที่ระลึกทางประวัติศาสตร์ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติมาอย่างยาวนาน และการจัดทำธนบัตรที่ระลึกในทุกชนิดราคานี้ เนื่องจากต้องการกระจายธนบัตรที่ระลึกไปยังประชาชนในทุกพื้นที่ และทุกฐานะ ประชาชนส่วนใหญ่สามารถที่จะเข้าถึงและจ่ายแลกเพื่อสะสมธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษชุดนี้ได้.

 

ไขคำตอบ! คนโสด ขึ้นคาน ไร้ทายาท ตายไป…ใครจะเผา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.ค. 2560 05:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004944

สังคมไทยยุคปัจจุบัน มีคนจำนวนมากเลือกที่จะเป็นโสดอยู่บนคานทองไปตลอดชีวิต หรือ แต่งงานแล้ว แต่เลือกที่จะไม่มีลูก ซึ่งวันใด วันหนึ่ง คู่รักเกิดเสียชีวิตไปก่อน ทำให้อีกฝ่ายต้องอยู่ตัวคนเดียว เมื่อถึงเวลานั้นมาถึง ใครจะเป็นคนจัดงาน…

เมื่อความตายเป็นสัจธรรมของทุกๆ ชีวิต ที่ไม่ว่าจะเกิดมารวยหรือจนก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อตายไปแล้วสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตประเภทอื่น คือการจัดพิธีหลังความตาย ที่เรียกว่า การจัดงานศพ หลายคนอาจยังละเลยในการนึกถึง คิดว่าเป็นเรื่องน่ากลัวที่ต้องมานั่งคิดเรื่องงานศพของตนเอง แต่จริงๆ แล้วเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคน ควรจะตระหนักไว้ หากอนาคตเกิดอะไรขึ้น ก็เพื่อคนข้างหลังจะได้ไม่เดือดร้อน..

ทั้งนี้ สังคมไทยยุคปัจจุบัน มีคนจำนวนมากเลือกที่จะเป็นโสดอยู่บนคานทองไปตลอดชีวิต หรือ แต่งงานแล้ว แต่เลือกที่จะไม่มีลูก ซึ่งวันใด วันหนึ่ง คู่รักเกิดเสียชีวิตไปก่อน ทำให้อีกฝ่ายต้องอยู่ตัวคนเดียว เมื่อถึงเวลานั้นมาถึง ใครจะเป็นคนจัดงานศพให้เรา อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย หรือแม้แต่คนที่มีลูกหลาน แต่ไม่อยากเป็นภาระหรือสร้างความยุ่งยากในวาระสุดท้ายของชีวิต ควรทำอย่างไร?

‘ไทยรัฐออนไลน์’ มีคำตอบสำหรับคนที่กำลังมองหาทางเลือกบั้นปลายชีวิต ซึ่งอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ทุกคนสามารถวางแผนได้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและศึกษาข้อมูล ดังนี้

บ้านพักคนชรา แบบรัฐดูแล

บ้านพักคนชรา เช่นเดียวกับบ้านบางแคนั้นมี 12 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะมีศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ฯ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกหนึ่งแห่งเท่านั้น ที่จะมีห้องแบบหอพัก ส่วนที่อื่นๆ จะเป็นประเภทสามัญเพียงอย่างเดียว แบ่งเป็น 3 ประเภท

1. ประเภทสามัญ จัดอุปการะเลี้ยงดูผู้สูงอายุโดยไม่ต้องเสียค่าบริการใดๆทั้งสิ้น

2. ประเภทเสียค่าบริการแบบหอพัก แบ่งออกเป็นห้องเดี่ยว เสียค่าบริการเดือนละ 1,500 บาท และห้องคู่เดือนละ 2,000 บาท มีบริการทั้งหมด 40 ห้อง

3. ประเภทพิเศษ (บังกะโล) เป็นบ้านเดี่ยวที่ปลูกสร้างในที่ดินของศูนย์พัฒนาฯ โดยผู้ปลูกสามารถอยู่ได้จนถึงแก่กรรม และต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

หากไม่มีญาติ ทางบ้านพักคนชราบางแค จะรับหน้าที่เป็นธุระจัดแจง พิธีสวดเป็นเวลา 1 คืน โดยจัดงานบริเวณอาคารศาลาธรรม เสร็จสิ้นพิธีการสวด ก็จะนำศพไปเก็บไว้ที่วัดนิมมานรดี (วัดบางแค) แล้วจะนำออกมาฌาปนกิจพร้อมกันในเดือนมีนาคมของทุกปี

บ้านพักคนชรา แบบเอกชนดูแล

หากเป็นบ้านพักคนชราของเอกชน จะต้องมีญาติมาเซ็นรับรองการอยู่ ซึ่งเมื่อเสียชีวิตทางบ้านพักฯ จะติดต่อให้ญาติมารับศพไปจัดการตามพิธีทางศาสนา

อยู่คนเดียว มีทายาท แต่ไม่อยากเป็นภาระ

ประชากรส่วนใหญ่มีทั้ง แต่งงาน แต่ไม่มีบุตร และรักที่ไม่จำกัดเพศ ในอนาคตอันใกล้นี้ สังคมไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุ แล้วก็จะไม่มีลูกมีหลาน หรือบางคนมีครอบครัว แต่ไม่อยากเป็นภาระ หากเสียชีวิต มูลนิธิ จะนำศพส่งทางโรงพยาบาล เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต หากไม่มีญาติมาติดต่อรับศพ ทางมูลนิธิจะนำศพไปรวมไว้ที่สุสานศพไร้ญาติ เมื่อถึงเวลาล้างป่าช้า จะจัดตามพิธีทางศาสนาแล้วเผารวมกัน

ทางเลือกของคนที่ร่างกายแข็งแรง

บริจาคร่างกาย กรณีไม่อยากเป็นภาระใคร ไม่อยากเข้าบ้านพักคนชรา อยากใช้ชีวิตอิสระอยู่ในสังคมภายนอกแบบเดิม สามารถเลือกบริจาคร่างกายและอวัยวะตามมหาวิทยาลัย หรือโรงพยาบาลที่รับบริจาคได้ เพราะเมื่อเสียชีวิตร่างกายจะถูกส่งไปให้นักศึกษาแพทย์ ได้ศึกษาจนสำเร็จหลักสูตร เมื่อเสร็จสิ้นการเรียน ทางภาควิชาฯ จะจัดการเรื่องฌาปนกิจให้ โดยจะดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นเกียรติในการเสียสละมอบร่างกายให้เป็นวิทยาทาน

อีกหนึ่งทางเลือก คือการทำสินเชื่อ Reverse Mortgage เป็นการขายบ้านล่วงหน้าให้ กับธนาคาร คือธนาคาร เป็นผู้ผ่อนซื้อ หรือจ่ายเงิน เป็นรายงวดให้กับเจ้าของบ้าน โดยมีเงื่อนไขส่งมอบบ้านเมื่อครบกำหนดสัญญาภายในเวลาไม่เกิน 20 ปี หรือ เมื่อเจ้าของบ้านเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่มีเงินบำนาญและไม่มีเงินออม แต่มีบ้านเป็นของตนเอง จะได้มีเงินไว้ใช้จับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันและยามฉุกเฉิน หากหวังพึ่งเงินงบประมาณรัฐ ด้านสวัสดิการสังคมหรือสาธารณสุขคงไม่พอ

ส่องตัวเลข ค่าใช้จ่ายในงานศพ ?

– ค่าโลงศพ ประมาณ 3,500-100,000 บาท

– ค่าเคลื่อนย้ายศพ แล้วแต่ว่าเป็นมูลนิธิ หรือโรงพยาบาล

– ค่าดอกไม้ประดับหน้าโลง ประมาณ 4,500-20,000 บาท

– ค่าทำกรอบรูปหน้าศพ ประมาณ 350-1,000 บาท

– ค่าของชำร่วย ประมาณ 1,000-3,000 บาท

– ค่า snack box หรือ อาหารว่าง ประมาณกล่องละ 20-65 บาท

– ค่าอาหารเลี้ยงคนที่มาร่วมงาน ประมาณ 5,000-6,000 บาท

– ค่าเช่าเรือไปลอยอังคาร ประมาณ 700-1,000 บาท

– ค่าดอกไม้จันทน์ ประมาณ 300-600 บาท

– ธูปเทียน ดอกไม้ไหวพระ พวงมาลัย น้ำอบ ค่าโกศ ฯลฯ ประมาณ 2,000 บาท

สรุปแล้วการจัดงานศพเฉลี่ย ถ้า 3 คืน ประมาณ 60,000 บาท 5 คืน ประมาณ 80,000 บาท และ 7 คืน 100,000 บาท ซึ่งค่าใช้จ่าย สำหรับจัดงานสวดอภิธรรมของวัดในเมืองหลวงจะมีราคาสูงกว่าวัดต่างจังหวัด

ทั้งนี้ อาจขึ้นอยู่กับความสะดวกของเจ้าภาพ อาจใช้บริการจ้างจัดงานศพ ที่ให้บริการครบวงจร ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่นับเป็นอีกทางเลือกที่คนหันมาใช้บริการ เนื่องจากเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าภาพ ทั้งพิธีกรรมและงานบริการ เพื่อความสมบูรณ์แก่ผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย..

 

แบงก์รัฐอ่อนแอ-บริหารไม่โปร่งใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ก.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1007917

“ทนง” ย้ำเอสเอ็มอีวิกฤติหนัก มั่นใจ ธปท.คุมค่าบาทอยู่หมัด

นายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง เปิดเผยว่า ตนเป็นห่วงสถานะสถาบันการเงินรัฐที่ค่อนข้างอ่อนแอ มีการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส เพราะต้องรับนโยบายของรัฐบาลมาดำเนินการโดยเฉพาะการมีนักการเมืองเข้ามาชี้นำในการปล่อยสินเชื่อที่เป็นความเสี่ยงต่อฐานะของธนาคาร ไม่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ส่งผลให้สถาบันการเงินรัฐบางแห่งขาดทุนอย่างหนัก ทำให้เอสเอ็มอีไม่ได้รับความช่วยเหลือมากนัก แม้มีมาตรการออกมาช่วยมากมาย จึงต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาเร่งด่วน เพื่อให้สถาบันการเงินรัฐเข้ามาพัฒนาเอสเอ็มอีได้

ขณะที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 8-9 แห่ง มีความอ่อนแอและดำเนินงานที่ไม่โปร่งใส เพราะต้องรับนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคมาใช้ แม้นโยบายรัฐบาลหลายนโยบายเป็นเรื่องดี แต่ที่เลวร้ายคือ มีนักการเมืองที่ไม่ดีทำให้แบงก์รัฐเจ๊ง

“สถาบันการเงินที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีของไทยกับญี่ปุ่นแตกต่างกันมาก โดยญี่ปุ่นมีการรวมกลุ่มของเอสเอ็มอีมาเป็นสมาชิกธนาคารรัฐ 60,000 กลุ่ม มีการสร้างเครือข่ายให้เกิดความเข้มแข็ง ขณะที่ธนาคารที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีของไทยมีปัญหาขาดทุนทุกๆปี ส่วนหนึ่งมาจากนักการเมืองใช้อำนาจแทรกแซง สั่งการให้ปล่อยสินเชื่อที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ ทำให้มีเอสเอ็มอี จำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ และเป็นห่วงเอสเอ็มอีในต่างจังหวัดที่มียอดขายและกำไรลดลง แต่ต้นทุนการผลิตไม่ได้ลดลงตามไปด้วย”

ขณะที่กรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในรอบ 2 ปี เป็นผลจากเงินทุนระยะสั้นที่ไหลเข้ามาหาผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ และไหลเข้ามาลงทุนในหุ้น เพื่อหวังเงินปันผลของงวดครึ่งปี ของบริษัทจดทะเบียนไทย เมื่อมีเงินไหลเข้าก็กดดันให้บาทแข็งค่าขึ้นไปอีก ทำให้ต่างชาติได้กำไรจากผลตอบแทนจากการลงทุนและกำไรจากค่าเงิน แต่เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวระยะสั้นๆ และเงินทุนที่ไหลเข้ามามีปริมาณน้อย เมื่อเทียบกับกระแสเงินทุนในโลก แต่จะน่ากังวลหากเงินบาทที่แข็งค่าเกิดจากการเก็งกำไรค่าเงิน ซึ่งก็ยังไม่เห็นสัญญาณนี้ เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าจนเกินไปได้

นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เงินบาทในช่วงที่เหลือของปีนี้ มีแนวโน้มแข็งค่าเฉลี่ย 35.00-35.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ จากประมาณการครั้งก่อนที่ 36.00-36.50 บาทต่อเหรียญฯ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ฯลฯ.

 

ใช้เกณฑ์ใหม่คัดสรรกรรมการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ก.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1007905

หวังรัฐวิสาหกิจไร้นักการเมือง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบ ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่างแล้ว และยังคง 6 หลักการสำคัญไว้ โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาวันที่ 18 ก.ค.นี้ สำหรับ 6 หลักการสำคัญ ได้แก่ 1.จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ระดับชาติ เพื่อกำหนดนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจอย่างมีประสิทธิภาพ 2.มีแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ 3.มีกระบวนการสรรหากรรมการที่ชัดเจน กำหนดคุณสมบัติและความรู้ที่จำเป็นสำหรับรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง 4.มีกลไกกำกับดูแลที่ดี โปร่งใส 5.พัฒนาระบบประเมินผล และ 6.จัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ

“ที่ประชุมนำหัวใจสำคัญ 2 ใน 6 ด้านมาใช้แล้ว คือ แผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ ซึ่งทำเสร็จแล้ว และแต่งตั้งคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจที่จะกำหนดคุณสมบัติสำคัญ เพื่อให้ได้กรรมการที่มีความรู้ที่จำเป็น มีความชำนาญ (Skill Matrix) ในแต่ละรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี ซึ่งจะนำมาใช้ตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป สำหรับบอร์ดรัฐวิสาหกิจที่หมดวาระ จะใช้เกณฑ์ใหม่ทันที และนักการเมืองไม่สามารถส่งคนของตัวเองเข้าไปเป็นกรรมการได้”.