“กวิน” จัด 3 งานแสดงใหญ่ มั่นใจเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย วานิชหนุ่ม 15 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004330

ในขณะที่ภาคเอกชนหลายแห่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศในครึ่งปีหลัง ว่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไรนั้น มีภาคเอกชนจำนวนหนึ่งที่มีความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนสุดท้าย

โดยเฉพาะการจัดงานแสดงสินค้าซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าพบกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมาย ยิ่งแสดงสินค้าที่มีผู้แสดงจากในประเทศและต่างประเทศมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ย่อมสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อขายที่จะเกิดขึ้นในระหว่างงานแสดง

นายกวิน กิตติบุญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท กวิน อินเตอร์เทรด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดงานแสดงสินค้ากล่าวว่า ทำให้บริษัทมีความมั่นใจ จึงได้จัดงาน 3 งานแสดงใหญ่นานาชาติ แฟรนไชส์ อาหารและเครื่องดื่ม และค้าปลีก ภายใต้แนวคิด “One Stop Shop Franchise/ Hotel/ Retail Solutions”

“งานทั้ง 3 ประกอบด้วย ซึ่งเป็นงานแสดงแฟรนไชส์นานาชาติใหญ่ที่สุดในอาเซียน งาน Thailand Retail, Food & Hospitality Services (TRAFS 2017) ปีที่ 11 หรืองานแสดงนานาชาติอันดับ 1 อุปกรณ์ วัตถุดิบ ของใช้ โรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร กาแฟ เบเกอรี่ และไอศกรีม งาน TFBO 2017 และงาน ASEAN Retail 2017 ปีที่ 2 งานแสดงนานาชาติสำหรับธุรกิจค้าปลีก โดยงานทั้ง 3 จะมีขึ้นแล้วในวันนี้จนถึง 16 ก.ค.นี้เท่านั้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ พื้นที่แสดง 15,000 ตร.ม. มีผู้แสดงเกือบ 350 บริษัท 600 บูธ สินค้ากว่า 850 แบรนด์ชั้นนำจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมถึง Country Pavilions จาก 5 ประเทศ”

งานแสดงทั้ง 3 เป็นงานแสดงเดียวในภูมิภาคอาเซียนที่รวมธุรกิจแฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่มสำหรับโรงแรมและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับอาหาร และธุรกิจค้าปลีกไว้ในที่เดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อ นักลงทุนประมาณ 30,000 คน จาก 40 ประเทศ ที่คาดว่าจะมาชมงานและมีการสั่งซื้อกว่า 450 ล้านบาทตลอดงาน

งาน TF BO 2017 มีผู้เข้าร่วมแสดงถึง 150 บริษัท เกือบ 200 แบรนด์ จาก 10 ประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยและเทศเลือกพิจารณาลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์หลากหลาย โดยมีแบรนด์แฟรนไชส์ที่มาจากต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น เป็นต้น ตัวอย่างแบรนด์แฟรนไชส์จากต่างประเทศที่มองหาผู้ร่วมทุน อาทิ Subway, Bread Papa, Pizza Maru, Seorae, DIDIM, AUPEC, Delice, Tudari, Yoogane, Bruxie, Red Rooster, Guiga, Mapogalmegi, Manhattan Ring Cake, BUCA รวมไปถึง Country Pavilions จากเกาหลีและมาเลเซีย ที่ต้องการหาผู้ร่วมทุนในไทยอีกด้วย

นอกจากแบรนด์ต่างประเทศที่เข้าร่วมงานแล้ว ยังมีแบรนด์แฟรนไชส์ไทยหลากหลายธุรกิจ ประกอบด้วย อาหาร เบเกอรี่ กาแฟ เครื่องดื่ม งานพิมพ์ การดูแลรักษารถยนต์ การศึกษา อสังหาริมทรัพย์ อาทิ Doi Chaang Coffee, Coffman, Ochaya, Coffee World, The Waffle, N&B Pancake, Hokkaido, Bee honey Café, I-Cha, DDB, เย็นตาโฟ เครื่องทรง โดย อ.มัลลิการ์, ข้าวขาหมูยูนนาน, Microink, Ido4Idea, Moly care, J-wash, Autoquiks, Sense Math, Play fun clay Thailand, Raise Learning Center, Ipanda, Anny Talk, บ้าน
รักภาษา, Optimo, AVIDA เพื่อให้นักลงทุนและผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจได้เลือกลงทุน โดยมีงบการลงทุนตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้าน

สำหรับงาน TRAFS 2017 นายกวินกล่าวว่า ผู้แสดงกว่า 150 บริษัทได้เตรียมสินค้ากว่า 500 แบรนด์จากทั่วโลก ประกอบด้วย อุปกรณ์ของใช้ วัตถุดิบอาหาร และเครื่องดื่ม สำหรับโรงแรม และ Hospitality services ทั้งหมดเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต คอนโดมิเนียม เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ภัตตาคาร ร้านกาแฟ เบเกอรี่ ไอศกรีม สอดคล้องกับการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มนอกบ้านของคนไทยอีกด้วย

สำหรับงาน ASEAN Retail ผู้แสดงไทยและเทศจาก เกาหลี, ไต้หวัน และจีน กว่า 150 แบรนด์ นำเสนอนวัตกรรม/เทคโนโลยีสินค้าบริการใหม่ล่าสุด เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก ศูนย์การค้า ซุปเปอร์มาร์เกต ในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าดังกล่าว มีผู้แสดงจากในประเทศและต่างประเทศมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ย่อมสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อขายที่จะเกิดขึ้นในระหว่างงานแสดงจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจในภาพรวมให้เจริญเติบโตขึ้น!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th 

 

เศรษฐกิจดีแบบมีข้อกังขา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1005075

เปิดรายงาน กนง.พบปัจจัยเสี่ยงยังรุมเร้า

รายงาน กนง.ระบุชัดแม้จะปรับประมาณ การเศรษฐกิจปีนี้ขึ้นจาก 3.4%เป็น 3.5% แต่ยังต้องเฝ้าติดตามความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยหลายด้านอย่างใกล้ชิด ทั้งเงินเฟ้อต่ำ–หนี้ครัว เรือนสูง–เอกชนไม่เชื่อมั่น ลงทุนรัฐล่าช้า–เอสเอ็มอีไร้ความสามารถ–หนี้เสียพุ่ง–อสังหาฯ ชะลอตัว

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายนโยบายการเงิน กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการอนุมัติรายงานนโยบายการเงิน โดยแม้ว่าจะมีการปรับขึ้นประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขึ้นจาก 3.4% เป็นการขยายตัวในระดับ 3.5% จากเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่อเนื่องชัดเจน เป็นผลจากการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แต่เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่ำกว่าที่ประมาณการได้ ทั้งจากเศรษฐกิจต่างประเทศ และเศรษฐกิจในประเทศ ทำให้ กนง.ยังคงแสดงความเป็นห่วงและให้ ธปท.จับตาในหลายเรื่อง

สำหรับเรื่องแรกยังคงให้ติดตามผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่เร่งขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยมองว่าการขยายตัวของการอุปโภคบริโภคในประเทศยังคงขยายตัวอย่างค่อยเป็นไปค่อยไป โดยในส่วนของรายได้เกษตรนั้น แม้ในปีนี้จะเริ่มกลับมาขยายตัวสูงขึ้น แต่รายได้ของเกษตรไทยยังต่ำกว่าที่เคยได้ในปี 2557 เนื่องจากรายได้ของเกษตรกรไทยตกต่ำไปมากในปี 2558-2559 จากภัยแล้ง ขณะที่รายได้จากการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียงบางอุตสาหกรรม ไม่กระจายตัวเท่าที่ควร นอกจากนั้น หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยลบต่อการใช้จ่ายในระยะต่อไป

กนง.ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจจะต่ำต่อเนื่องนานกว่าที่ ธปท.คาดไว้ก่อนหน้า โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาจนถึงช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ หรือขยับเลื่อนไปไตรมาสที่ 1 ของปีหน้า อัตราเงินเฟ้อจึงจะแตะขอบเป้าหมายล่างของ กนง.ที่ 1% ได้ อย่างไรก็ตาม อีกปัจจัยหนึ่ง ซึ่ง กนง.มีความเป็นห่วงและสั่งให้ ธปท.ติดตามคือ การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เพราะเกรงว่า หากเรื่องดังกล่าวกระทบต่อแรงงานจนเกิดการขาดแคลนในอนาคต อาจจะกระทบต่อต้นทุนในการผลิต และลงทุนของธุรกิจได้

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.กล่าวต่อว่า การลงทุนของประเทศเป็นอีกส่วนที่ กนง.แสดงความเป็นห่วง โดยได้ปรับลดประมาณการการลงทุนทั้งของภาคเอกชน และของรัฐในปีนี้ลง โดยในส่วนของภาคเอกชนนั้น กนง.ปรับลดการขยายตัวลงเหลือ 1.7% จาก 2% ในการประมาณการครั้งก่อน ในขณะที่ลดประมาณการการขยายตัวการลงทุนภาครัฐจากที่คาดว่าจะขยายตัว 11.8% เหลือ 7.7% ทั้งนี้ ในส่วนของเอกชนนั้น เห็นเฉพาะการลงทุนเพื่อการขยายกำลังการผลิตในภาคส่งออกและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่ธุรกิจอื่นๆ ไม่เห็นการฟื้นตัวชัดเจน โดยการลงทุนภาคก่อสร้างลดลงต่อเนื่องตามธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่ทำไม่ได้เต็มที่

นอกจากนั้น ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนต่อเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้คนไม่กล้าลงทุน รวมทั้งไม่กล้าขึ้นค่าจ้างแรงงาน และขึ้นราคาสินค้า ซึ่งกระทบต่อภาพรวมของการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ โดยหากต้องการให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ 1.7% ครึ่งหลังของปีนี้การลงทุนภาคเอกชนจะต้องขยายตัว 3%

สำหรับการลงทุนภาครัฐนั้น กนง.คาดว่าการใช้จ่ายด้านการลงทุนภาครัฐบางส่วนจะล่าช้าออกไปบ้าง เช่น โครงการมอเตอร์เวย์ 2 สาย ที่ติดปัญหาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม การเลื่อนการเบิกจ่ายงบกลุ่มจังหวัด การเลื่อนการเบิกจ่ายโครงการเน็ตประชารัฐ การเลื่อนการเบิกจ่ายโครงการรถไฟทางคู่ และรถไฟสายสีส้ม และสายสีแดง แต่โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะช่วยเพิ่มการลงทุนได้ส่วนหนึ่ง

ทั้งนี้ กนง.ยังห่วงความสามารถในการแข่งขัน และการอยู่รอดของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สะท้อนจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน กนง.ยังอยากให้ติดตามหนี้เอ็นพีแอลที่ไม่ได้เกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงิน ตั๋วแลกเงิน (บีอี) หรือสหกรณ์ เพราะหนี้เสียในจุดเหล่านั้นก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การใช้จ่ายและครัวเรือนไทยในอนาคตเช่นกัน

“กนง.ยังได้ติดตามสถานการณ์ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยภาพรวมยังไม่ถึงระดับที่น่ากังวล แต่ต้องติดตามความเสี่ยงในอาคารชุดบางทำเลที่ใช้เวลานานกว่าจะขายหมด โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเส้นรถไฟฟ้าสีม่วงที่ใช้เวลาขายจนหมดนานถึง 37 เดือน จากค่าเฉลี่ยที่ 15 เดือน ขณะที่เส้นรถไฟฟ้าสีเขียวใช้เวลาขาย 33 เดือน ทำให้ต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องต่อไป”

นายจาตุรงค์ กล่าวด้วยว่า ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ กนง.ยังมองว่าจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้อีก 1 ครั้ง และขึ้นต่อเนื่องอีก 3 ครั้งในปีหน้า.

 

งานคือเงิน 15/07/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย หมึกเขียว 15 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004177

ความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่เพียงมีความคิดที่ดีเลิศ แต่อยู่ที่ต้องรู้จักนำความคิดนั้นไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง

สารพัด ตำแหน่งงานน่าสนใจ มีให้ คนขยัน เลือกจับจองเสมอที่ งานคือเงิน

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รับนักวิชาการสาธารณสุข 2 อัตรา กลุ่มงานบริหารทั่วไป วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขาวิชา สาธารณสุขศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ หรือ วิทยาศาสตร์การแพทย์ มีความรู้เกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นโยบายและการแบ่งส่วนราชการกระทรวงสาธารณสุข ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายสาธารณสุข ตามเอกสารพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามเอกสารพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรฐานงานด้านสาธารณสุขและระบบบริการสุขภาพ การคุ้มครองผู้บริโภค การวิจัยด้านสาธารณสุข สมัครทางอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ http://hss.job.thai.com รับถึง 18 ก.ค.นี้

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับอาจารย์ 1 อัตรา สังกัดภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ วุฒิ ปริญญาเอก สาขาวิชา Security System, Network Programming หรือสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง ต้องมีผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษที่ไม่เกิน 2 ปี ได้แก่ TOEFL (Paper Based) ไม่ต่ำกว่า 500 คะแนน, TOEFL (Computer Based) ไม่ต่ำกว่า 173 คะแนน, TOEFL (Internet Based) ไม่ต่ำกว่า 61 คะแนน, IELTS ไม่ต่ำกว่า 5.0 คะแนน หรือ CU–TEP ไม่ต่ำกว่า 60 คะแนน สมัครที่งานบริหารทรัพยากรบุคคล ส่วนสนับสนุนวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โทร.0-2329-8000 (-99) ต่อ 3589 หรือ 0-2329-8400 (-11) ต่อ 208 รับถึง 18 ก.ค.นี้

กรมวิชาการเกษตร รับเจ้าหน้าที่ธุรการ (เขต 2) 1 อัตรา วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชา พาณิชยการ มีความรู้ความสามารถปฏิบัติงานเกี่ยวกับรับ ตามเอกสาร ส่ง ลงทะเบียน แยกประเภท และจัดส่งหนังสือเอกสารให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เก็บ และค้นหาหนังสือ ร่างโต้ตอบเอกสาร ตอบ พิมพ์ ตรวจทาน และคัดเวียนหนังสือเอกสาร ระยะเวลาการจ้างไม่เกิน 4 ปี ทำสัญญาจ้างปีต่อปี ภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับ หรือภายในระยะเวลาเริ่มต้นถึงสิ้นสุดแต่ละโครงการ สมัครที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก สอบถาม โทร.0-5531-1305, 0-5531-1990 หรือดูจากเว็บไซต์ http://www.doa.go.th/oard2 หรือที่ www.doa.go.th (หน่วยงานสังกัดกรม กอง ศูนย์ สำนัก กองการเจ้าหน้าที่ ข่าวการสอบ กองการเจ้าหน้าที่) รับถึง 18 ก.ค.นี้

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สังกัดศูนย์สัมมนาและฝึกอบรม รับลูกจ้างประจำเงินรายได้ ตำแหน่ง พนักงานเตรียมอาหาร 2 อัตรา วุฒิ มัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า มีความรู้ความชำนาญในการเตรียมอาหาร มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือ มีประสบการณ์ในการทำงานแผนกห้องครัวในโรงแรม หรือ มีประสบการณ์ทำครัวในภัตตาคาร/ธุรกิจอาหารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี มีใจรักงานบริการ ขยัน อดทน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สามารถทำงานล่วงเวลาและเข้างานเป็นรอบได้ ต้องมีใบรับรองแพทย์ผ่านการตรวจโรค Hbs Ag/AB/TB มีความสามารถในการดูแล การจัดเก็บรักษาวัสดุ วัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารไม่ให้เสียหาย-สูญหาย ทำความสะอาดวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในครัวให้มีคุณภาพตามหลักสุขาภิบาลอาหาร และตรวจสอบดูแลรักษาการใช้งานให้ถูกต้องตามลักษณะการใช้งาน เพื่อลดการชำรุดเสียหาย-สูญหาย จัดเตรียมวัตถุดิบ อาหารสด ผัก ผลไม้ ตามที่พ่อครัวกำหนด หรือมอบหมายอย่างมีคุณภาพตามรายการและในงานจัดเลี้ยงให้ถูกต้องตามจำนวนของผู้ใช้บริการในแต่ละวัน, ลูกจ้างประจำลักษณะพิเศษ ตำแหน่ง พ่อครัว 1 อัตรา วุฒิ มัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า มีความรู้ความชำนาญในการปรุงอาหารไทยและนานาชาติมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ มีความรู้ความชำนาญในการปรุงอาหารไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีประสบการณ์ในการทำงานแผนกห้องครัวในโรงแรม หรือ ประสบการณ์ทำครัวในภัตตาคาร/ ธุรกิจอาหารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี สามารถทำงานล่วงเวลาและเข้างานเป็นรอบได้ มีใจรักงานบริการ ขยัน อดทน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ต้องมีใบรับรองแพทย์ผ่านการตรวจโรค Hbs Ag/AB/TB มีความสามารถดูแลจัดการงานทุกด้านในการเตรียมอาหาร การปรุงอาหารในส่วนที่รับผิดชอบตามที่หัวหน้างานกำหนดให้มีคุณภาพและมาตร-ฐานการผลิตควบคู่ไปพร้อมกับการควบคุมต้นทุนในส่วนที่รับผิดชอบ ดูแลควบคุมการเก็บรักษาวัตถุดิบ ตรวจสอบวัตถุดิบที่จะใช้ประกอบอาหารประจำวันให้เป็นไปตามหลักสุขาภิบาลอาหาร สมัครที่กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โทร.0-2504-7133 ถึง 18 ก.ค.นี้

มหาวิทยาลัยศิลปากร รับอาจารย์ 1 อัตรา สังกัดคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วิทยาเขตสารสนเทศเพชบุรี จังหวัดเพชรบุรี วุฒิ ปริญญาเอก สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง สามารถ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษได้ดี มีประสบการณ์ทำงานและการสอนที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การตลาด การตลาดดิจิทัล เศรษฐศาสตร์ การวิจัยทางธุรกิจ ไม่น้อยกว่า 3 ปี (หากมีประสบการณ์ด้านการทำวิจัย ในด้านการบริหารธุรกิจ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศจะพิจารณาเป็นพิเศษ) ต้องมีผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรกำหนด สมัครที่กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 7 สำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ โทร.0-2849-7544 หรือที่งานการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม โทร.0-3425-5790 หรือที่สำนักงานวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี จ.เพชรบุรี โทร.0-3259-4043 (-50) ต่อ 41008,41003,41006 ถึง 21 ก.ค.นี้

มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา กลุ่มวิชาการภาษา วัฒนธรรม การสื่อสารและการพัฒนา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย รับอาจารย์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมสุขภาพ มานุษยวิทยาการแพทย์ (Medical Anthropology) หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีทักษะการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิเคราะห์สถิติขั้นสูง มีประสบการณ์สอน หรือการบรรยายวิชาการในระดับอุดมศึกษาและมีผลงานวิจัย/หรืออยู่ระหว่างพัฒนาผลงานเพื่อตีพิมพ์ทางวิชาการในฐานข้อมูลสากล มีความรู้และทักษะในการใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และการวิจัยในระดับ ดีมาก (หากมีความรู้ภาษาอาเซียนหรือภาษาอื่นจะพิจารณาเป็นพิเศษ) มีความรู้ความสามารถปฏิบัติงานเกี่ยวกับการวิจัย การสอน การให้คำแนะนำแก่นักศึกษา การบริการทางวิชาการที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม โดยเฉพาะในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง, อาจารย์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก ทางด้าน สื่อ วัฒนธรรมดิจิทัล ภาพยนตร์ศึกษา วัฒนธรรมร่วมสมัย ศิลปะและการออกแบบ อุตสาหกรรมสร้าง-สรรค์ หรือสาขาใกล้เคียง มีประสบการณ์สอนหรือบรรยายวิชาการในระดับอุดมศึกษา และมีผลงานวิจัย/หรืออยู่ระหว่างการพัฒนาผลงานเพื่อตีพิมพ์ทางวิชาการในฐานข้อมูลสากล มีความรู้และทักษะในการใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และการวิจัยระดับดีมาก มีประสบการณ์ในการทำวิจัยแบบบูรณาการข้ามศาสตร์ หรือประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสื่อ องค์กรบริหารจัดการวัฒนธรรม ธุรกิจการท่อง-เที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเฉพาะบริบทเอเชีย มีความสนใจการพัฒนานวัตกรรมทางวัฒนธรรม และ/หรือธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ เช่น design thinking, service design, business model canvas (หากมีความรู้ภาษาอาเซียนหรือภาษาอื่นๆ จะพิจารณาเป็นพิเศษ) มีความรู้ความสามารถปฏิบัติงานหลักเกี่ยวกับการสอน การให้คำปรึกษาในการทำวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ของนักศึกษาในหลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวัฒน-ธรรมศึกษา ผลิตผลงานวิชาการ อาทิ ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและวิชาการ หนังสือบริการวิชาการ ทุกตำแหน่งต้องอายุไม่เกิน 45 ปี มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษระดับดี โดยมีผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษที่ไม่เกิน 2 ปี ได้แก่ IELTS (Academic Module) ไม่ต่ำกว่า 6 คะแนน, TOEFL IBT (Internet Based) ไม่ต่ำกว่า 79 คะแนน, TOEFL-IPT ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน, TOEFL-CBT ไม่ต่ำกว่า 213 คะแนน หรือ MU GRAD Test ไม่ต่ำกว่า 80 คะแนน ต้องไม่ติดเงื่อนไขการชดใช้ทุนกับหน่วยงานใด และหากเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว หรือจบ ร.ด.ปี 3 สมัครที่ระบบ E-Recruitment Online ที่ http://www.op.mahidol.ac.th/orpr/E-Recruitment ถึง 31 ก.ค.นี้

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับอาจารย์ A-5 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในภาควิชาสัตวแพทย์สาธารณสุขศาสตร์ วุฒิ ปริญญาเอก หรือ จะจบปริญญาเอกในปีการศึกษา 2559 สาขาวิชา สัตวแพทย์สาธารณสุข จุลชีววิทยา พยาธิวิทยา หรือ สาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ต้องมีพื้นปริญญาตรี สัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต เภสัชศาสตร์บัณฑิต หรือแพทยศาสตร์บัณฑิต ต้องมีผลทดสอบภาษาอังกฤษที่ไม่เกิน 2 ปี ได้แก่ TOEFL (Paper-based Test : PBT) ไม่น้อยกว่า 550 คะแนน, TOEFL (Internet-based Test: IBT) ไม่น้อยกว่า 79 คะแนน, CU-TEP ไม่น้อยกว่า 75 คะแนน, IELTS ไม่น้อยกว่า 6.5 คะแนน ไม่มีภาระผูกพันเรื่องการชดใช้ทุนใด หรือเงื่อนไขอื่น ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ มีความรู้ ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์เหมาะสมกับหน้าที่ สมัครทาง www.hrm.chula.ac.th/recruitmentonline สอบถามเพิ่มเติมที่หน่วยการเจ้าหน้าที่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.0-2218-9773ถึง 31 ก.ค.นี้

หมึกเขียว

 

“กฤษนะ ละไล” ผู้ทุ่มเททุกลมหายใจให้กับ “อารยสถาปัตย์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004304

คุณภาพชีวิตที่ดีเป็นสิ่งที่คนทุกคนล้วนปรารถนา ซึ่งก็ควรจะมีให้สำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย ที่เป็นประชากรบนโลก หนึ่งในนั้นที่ไม่ควรมองข้าม และควรมอบโอกาสที่ดีให้คงเป็นกลุ่มผู้ทุพพลภาพ (ผู้พิการ) เนื่องจากเขาเหล่านั้นก็ควรมีสิทธิ์ดำเนินชีวิตได้เฉกเช่นคนปกติ

แน่นอนสิ่งที่จะมาช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบในจุดนี้ได้คือ การออกแบบที่คำนึงถึงด้าน “อารยสถาปัตย์” หรือแนวคิดการออกแบบสภาพสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ สิ่งของ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆตัวให้รองรับการใช้งานของมวลสมาชิกในสังคม

วันนี้ Business On My Way ขอพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับหนึ่งในบุคคลสำคัญที่เป็นส่วนหนึ่งการผลักดันประเทศไทยสู่อารยสถาปัตย์อย่างแท้จริง กับคุณอ๋อย “กฤษนะ ละไล” ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล

คุณอ๋อยเล่าว่า อันที่จริงอารยสถาปัตย์ไม่ใช่แค่ออกแบบมาอำนวยความสะดวกให้เฉพาะผู้พิการ แต่ยังมีประโยชน์เพื่อคนทั้งมวล ไม่ว่า ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยขาหัก มนุษย์ล้อ เป็นต้น อีกทั้งปัจจุบันสังคมไทยก็เริ่มเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ก็มีโอกาสได้ใช้ หากสถานที่นั้นๆมีการออกแบบด้านอารยสถาปัตย์ที่ดี

“หลังจากที่ผมเริ่มรณรงค์อยู่หลายปีให้ผู้คนในสังคมเห็นความสำคัญของอารยสถาปัตย์ ก็มีทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ หันมาให้ความสำคัญด้านนี้มากขึ้น ซึ่งก็มีการปรับปรุงพื้นที่ทางลาดเอียงเพื่อรถวีลแชร์ พื้นที่จอดรถ และห้องน้ำเพื่อคนทุพพลภาพมากขึ้น”

สำหรับหน่วยงานที่มีส่วนร่วมพัฒนาอารยสถาปัตย์นั้น ประกอบด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สำนักงานกรุงเทพมหานคร (กทม.), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเซ็นทรัล เป็นต้น ต่างก็มีส่วนช่วยพัฒนาอารยสถาปัตย์ในด้านต่างๆ

คุณอ๋อยเล่าว่า ในพื้นที่ต่างจังหวัด ก็มีในหลายจังหวัดเล็งเห็นความสำคัญและพัฒนาจนได้เป็น “เมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์” โดยปัจจุบันก็มีหลายจังหวัดปรับสภาพแวดล้อมให้รองรับการใช้งานของคนทั้งมวล อาทิ อ.แม่สอด ตาก, อ.เมือง น่าน, ลำปาง, เชียงใหม่, ลำพูน, สุราษฎร์ธานี, กระบี่, พังงา, ภูเก็ต และกรุงเทพฯ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในพื้นที่กรุงเทพฯก็มีโซนบางนา ที่มีความชัดเจนในการออกแบบด้านอารยสถาปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของสำนักงานเขตบางนา วัดผ่องพลอย-วิริยาราม บางนา โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา รวมถึงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลบางนา เป็นต้น ก็นำอารยสถาปัตย์มาพัฒนาพื้นที่ให้รองรับการใช้งานของคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกายได้

“อีกสถานที่ที่สร้างความประทับใจในด้านการออกแบบอารยสถาปัตย์คือ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. (ปั๊ม ปตท.) ที่ปรับปรุงพื้นที่ปั๊มให้มีทางลาด ทั้งทางเข้าห้องน้ำ ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊ม พื้นที่จอดรถเพื่อคนพิการ ห้องน้ำคนพิการและผู้สูงอายุ ซึ่งก็มีแผนให้ปรับปรุงปั๊มทั่วประเทศ”

คุณอ๋อยยังเล่าอีกว่า จากการร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน ที่ทุ่มเทผลักดันให้ประเทศไทยมีอารยสถาปัตย์ ก็ทำให้เกิดการต่อยอดไปอีกขั้นกับการจัดงาน “มหกรรมอารยสถาปัตย์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล” THAILAND Friendly Design EXPO ที่จัดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก มีหน่วยงานส่งนวัตกรรมเกี่ยวกับอารยสถาปัตย์มาร่วมแสดงผลงาน

หนึ่งในนั้นก็มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำเทคโนโลยีด้านการสื่อสารเพื่อคนพิการด้วยแอพพลิเคชั่น อีกทั้งยังมีกลุ่มธุรกิจสตาร์ตอัพที่มาร่วมพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ด้านอารยสถาปัตย์ นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอเทคโนโลยีบ้าน อุปกรณ์เครื่องใช้เพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการ ซึ่งในปีนี้ก็มีแผนจะจัดขึ้นอีกเช่นกัน

ในด้านสถานที่ท่องเที่ยวก็มีหลายแหล่งพัฒนาพื้นที่ให้มีอารยสถาปัตย์ อาทิ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ดอยอินทนนท์ เขาพระวิหาร เป็นต้น ล่าสุดเตรียมจัดงาน Friendly Design Trip การท่องเที่ยวไทยเพื่อคนทั้งมวล ซึ่งก็จัดทริปเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้จะพาไปเที่ยวสวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ซึ่งทริปนี้จะเดินทางโดยรถไฟ ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งรถไฟก็ได้ปรับให้มีอารยสถาปัตย์อีกด้วย

คุณอ๋อยเล่าทิ้งท้ายว่า ถือเป็นเรื่องราวที่ดีที่ทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญกับอารยสถาปัตย์ เพราะประโยชน์ที่จะได้ไม่ใช่แค่กับผู้พิการ ผู้สูงวัย แต่จะมีส่วนช่วยพัฒนาให้เมืองไทยก้าวสู่ประเทศที่มีอารยสถาปัตย์ทัดเทียมนานาประเทศทั่วโลก.

 

ไร้สัญญาณเงินฝืด!! ธปท.ยันเศรษฐกิจฉลุย เชื่อคุมรูดปรื๊ด ไม่กระทบบริโภค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ค. 2560 19:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004937

แบงก์ชาติ ยันเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง ไม่เห็นสัญญาณเงินฝืด คาดปีนี้ขยายตัว 3.5% หวั่นความเสี่ยงกำลังซื้อในประเทศไม่กระจายตัว หนี้เน่าเอสเอ็มอีสูงขึ้น ห่วงผลกระทบจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว เชื่อคุมบัตรเครดิต-สินเชื่อ ไม่กระทบบริโภค…

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่ง ธปท.คาดการณ์ว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 3.5% และปี 61 เติบโตได้ 3.7% แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยด้านต่างประเทศ เช่น เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่อาจขยายตัวต่ำกว่าคาด และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ, ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า, ผลกระทบจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของจีน

ขณะที่ความเสี่ยงในประเทศนั้น กำลังซื้อในประเทศยังไม่กระจายตัวไปอย่างทั่วถึง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคมากกว่าที่คาด, ความสามารถในการชำระหนี้ของ SMEs ที่ยังคงเห็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สูงขึ้น, ผลกระทบจากนโยบายการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว รวมทั้งพฤติกรรมการมองหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (search for yield) ในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงของตลาดต่ำกว่าที่ควร

สำหรับมาตรการควบคุมสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ ธปท.เตรียมปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่จะมีความเข้มงวดมากขึ้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภาคประชาชน เนื่องจากเป็นหลักเกณฑ์ที่จะนำมาใช้กับลูกค้ารายใหม่ ไม่ใช่ลูกค้ารายเดิมที่ได้รับสินเชื่ออยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งภายในปีนี้ รวมถึงทยอยปรับลดขนาดงบดุลตามขั้นตอนและวิธีการที่ประกาศไว้ รวมทั้งในปี 61 ที่ยังคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 3 ครั้งนั้น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เห็นว่าขณะนี้ยังมีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป และยังไม่ถึงเวลาที่จะลดการผ่อนคลายลง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ยังไม่ปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ +/- 2.5% หรือในกรอบ 1-4% แต่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ราวปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มเป็นขาขึ้น ซึ่งจะช่วยให้อุปทานที่เคยเป็นตัวกดดันเงินเฟ้อจะหายไป รวมทั้งปัจจัยจากฐานเงินเฟ้อที่ต่ำในช่วงครึ่งปีแรก

พร้อมยืนยันว่า แม้อัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันที่ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ไม่ได้เห็นสัญญาณของเงินฝืดแต่อย่างใด เนื่องจากเศรษฐกิจของไทยยังมีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่เพิ่มขึ้นของภาคธุรกิจ SMEs ที่จะส่งผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ ยังไม่น่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากระดับหนี้ของ SMEs มีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับยอดสินเชื่อรวมของธนาคารพาณิชย์ อีกทั้งฐานะทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ยังมีความเข้มแข็งทั้งในส่วนของเงินกองทุน และเงินสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ยังสามารถรองรับการเป็น NPL ของ SMEs ได้

ทั้งนี้ภาคธุรกิจ SMEs ในปัจจุบันยังมีปัญหาในเรื่องความสามารถทางการแข่งขัน โดยส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและปัจจัยด้านการบริหารจัดการ ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจอยู่ในภาวะที่มีการแข่งขันสูง ทำให้ภาคธุรกิจ SMEs จำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ หากไม่มีการปรับตัว ธุรกิจจะไม่สามารถอยู่รอดได้.

 

สุขภาพดีไม่มีขาย! โลตัส ชวนวิ่งแฟนซี-มินิมาราธอน ครั้งแรกในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ค. 2560 18:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004797

คอสุขภาพห้ามพลาด! เทสโก้ โลตัส ชวนคนรักการวิ่งร่วมกิจกรรม ‘วิ่งช้อปสุดมันส์ โปรโมชั่นทะลุรันเวย์’ วิ่งแฟนซี-มินิมาราธอน สร้างสีสันครั้งแรกในประเทศไทย…

เทสโก้ โลตัส ชวนคนรักการวิ่งร่วม กิจกรรม ‘วิ่งช้อปสุดมันส์ โปรโมชั่นทะลุรันเวย์’ กับการวิ่งมินิมาราธอน และการวิ่งแฟนซี ภายใต้คอนเซปต์ Fun Fancy Run เพื่อสร้างสีสันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพียงเลือกใส่แฟชั่นที่ชอบ ในสไตล์ของตัวเอง มาวิ่งในงาน พร้อมกับ Station 9 ร้านค้า ที่ร่วมรายการ อาทิ Decathlon, Sport Dome, Bata, Darte’, MC Jean, AIIZ, Simply, KT Optic และ แว่นท็อปเจริญ

ทั้งนี้ รายละเอียดการสมัคร สามารถดูได้ที่ facebook : Fun Fancy Run หรือโทร. 06-4260-0204 จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. โดยรายได้จากการสมัคร หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปเป็นทุนจัดซื้ออุปกรณ์กีฬาบริจาคให้กับโรงเรียนในชุมชน.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับลด 1.62 ดัชนีอยู่ที่ 1,577 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ค. 2560 17:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004785

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับลดลง 1.62 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,577.79 จุด มูลค่าการซื้อขาย 34,740.29 ล้านบาท…

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 14 ก.ค. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีปรับลดลง 1.62 จุด อยู่ที่ 1,577.79 เปลี่ยนแปลง -0.10% มูลค่าการซื้อขาย 34,740.29 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,582.23 จุด และต่ำสุดที่ 1,574.66 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 4.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน).

 

นกแอร์เคาะแผนฟื้นฟูธุรกิจ เร่งหั่นค่าใช้จ่าย-ลดจำนวนเครื่องบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ค. 2560 14:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004542

บอร์ดนกแอร์ สรุปแผนฟื้นฟูธุรกิจ เล็งหั่นค่าใช้จ่าย ลดจำนวนเครื่องบิน ผลพวงจากขาดแคลนนักบินปี 59 พร้อมเร่งหาพันธมิตรใหม่…

นายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการ บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) เปิดเผยว่า บริษัทได้สรุปแผนฟื้นฟูธุรกิจของสายการบินนกแอร์ แล้ว โดยกำหนดแผนงานหลักคือการเร่งปรับลดค่าใช้จ่าย ได้แก่ การลดจำนวนเครื่องบินลงจากปัจจุบันมีจำนวนมากเกินไป ทำให้การใช้เครื่องบินไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการขาดแคลนนักบินที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อต้นปี 2559 ทำให้เครื่องบินที่มีอยู่ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ยังมีแผนลดค่าใช้จ่ายด้านอื่นอีก และหาพันธมิตรธุรกิจใหม่

ทั้งนี้สายการบินนกแอร์ เปิดเผยข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 1/60 มีจำนวนเครื่องบินทั้งหมด 31 ลำ เป็นเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 จำนวน 21 ลำ เครื่อง ATR 72-500 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบิน Q400 NextGen 8 ลำ ส่วนผลประกอบการในไตรมาส 1/60 บริษัทมีผลขาดทุน 295 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนต่อเนื่องจากปี 2559 ที่มีผลขาดทุน 2,795 ล้านบาท

และข้อมูล ณ วันที่ 29 พ.ค. 2560 กลุ่มจุฬางกูร เข้าถือหุ้นใหญ่สุด โดยนายทวีฉัตร จุฬางกูร ถือหุ้น 15.64% และนายณัฐพล จุฬางกูร ถือ 13.29% และล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. นายณัฐพล แจ้งว่าได้เข้าถือหุ้น เพิ่มเป็น 20.15% ขณะที่ บมจ.การบินไทย คงเหลือสัดส่วนหุ้น 21.57% จากเดิมถือ 28.90% เนื่องจากไม่ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนสายการบินนกแอร์ ในครั้งที่ผ่านมา.

 

‘บ้าน ธอส.เอ็กซ์โป @ เชียงใหม่’ จัดเต็มโปรโมชั่น ดอกเบี้ยพิเศษ 2.9%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ค. 2560 13:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004500

ธอส.จัดเต็มโปรโมชั่นพิเศษ ในงาน “บ้าน ธอส.เอ็กซ์โป @ เชียงใหม่” สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษ ปีที่ 1-2 อัตรา 2.90% ต่อปี ปีที่ 3 ดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี พร้อมฟรีค่าประเมิน-ค่าจดทะเบียน-ค่าธรรมเนียมเงินกู้…

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ได้จัดงาน “บ้าน ธอส.เอ็กซ์โป @ เชียงใหม่” ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทำให้คนไทยมีบ้าน ตามพันธกิจของธนาคาร พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนได้มีบ้านเป็นของตนเอง โดยรวมโปรโมชั่นสุดพิเศษไว้ในงานเดียว ทั้งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษ ปีที่ 1-2 อัตราดอกเบี้ย 2.90% ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ (MRR ปัจจุบันเท่ากับ 6.75% ต่อปี) กรณีลูกค้าสวัสดิการดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีกู้ซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR ให้กู้เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น และซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยพร้อมกับกู้เพื่อซื้อ หรือไถ่ถอนจำนอง

นอกจากนี้ยังยกเว้นค่าธรรมเนียม 1.ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกันทุกวงเงินกู้ (วงเงินกู้ต่ำกว่า 500,000 บาท คิดค่าประเมิน 1,900 บาท และวงเงินกู้ตั้งแต่ 500,001 บาท คิดค่าประเมิน 2,300 บาท) 2. ฟรีค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (1,000 บาท) และ 3.ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (0.1% ของวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ) รวมถึง ธอส.ชำระค่าจดทะเบียนจำนองให้ลูกค้า 0.50% ของวงเงินกู้ตามสัญญากู้เงินอีกด้วย

ขณะเดียวกันได้คัดทรัพย์ NPA หรือ บ้านมือสอง คุณภาพดี ทำเลเด่น ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพะเยา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย และได้รับเงื่อนไขให้ผ่อนชำระเงินดาวน์ 40% ของราคาซื้อขาย ดอกเบี้ย 0% นานถึง 48 เดือน หรือหากเทเงินดาวน์ 20% ของราคาซื้อขายในวันทำสัญญาจะซื้อจะขาย ส่วนที่เหลืออีก 80% รับสินเชื่อดอกเบี้ย 0% นาน 24 เดือน และภายในงาน ยังได้เตรียมเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ หรือ Financial Literacy ตามโครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน

ขณะเดียวกันยังมีบูธจากบรรดาพันธมิตรของธนาคาร มาร่วมอำนวยความสะดวก นำโครงการที่อยู่อาศัยทุกประเภท ทุกระดับราคา และหลากหลายทำเลที่ตั้ง ทั้งโครงการที่ก่อสร้างใหม่รวมถึงบ้านมือสองมาเปิดจำหน่ายพร้อมโปรโมชั่น รวมถึงบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ให้บริการตรวจข้อมูลเครดิตส่วนตัว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและรอรับได้ทันทีภายในงานเพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียว และศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ให้บริการข้อมูลและคำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท รวมถึงสามารถค้นหาข้อมูลของทรัพย์ที่จำหน่ายภายในงาน

พร้อมกับให้บริการแก่ประชาชนที่มีความประสงค์กรอกแบบสำรวจความต้องการที่อยู่อาศัยตาม “โครงการแอพพลิเคชั่น คนไทยมีบ้าน : Home for All” เพื่อนำผลสำรวจไปวางแผนในการพัฒนาปริมาณที่อยู่อาศัยใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละกลุ่ม มีความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งธอส.จะเตรียมแคมเปญสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษมอบให้ผู้ที่ร่วมตอบแบบสำรวจ.

 

มวยไทยไลฟ์รับรางวัล Best Show จากนักท่องเที่ยวจีนร่วมโหวต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ค. 2560 13:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004450

นักท่องเที่ยวจีนร่วมโหวตให้การแสดงมวยไทยไลฟ์ได้รับรางวัล Best Show ในเวทีงานที่จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและบริษัทสื่อของชาวจีน นับเป็นการได้รางวัลปีที่ 3…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี มอบรางวัล Top Choice ในสาขา Best Show ในงาน 2017 People’s Choice Awards Thailand Voted by Chinese Tourists จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับบริษัท Tencent สื่อยอดนิยมของชาวจีนให้แก่ นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในฐานะตัวแทนทีมผู้จัดการแสดงมวยไทยไลฟ์

สำหรับรางวัลดังกล่าว ซึ่งการแสดงมวยไทยไลฟ์ได้รับมาจากการร่วมลงคะแนนของนักท่องเที่ยวจีนทางเว็บไซต์ http://www.peopleschoiceawardsthailand.com โดยได้รับรางวัลเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ถือเป็นการตอกย้ำว่า การแสดงมวยไทยไลฟ์ เป็นการแสดงของไทยที่อนุรักษ์ศิลปะมวยไทยถ่ายทอดผ่านการแสดงที่สมจริง เทคนิดแสง สี เสียงตระการตา สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สำหรับผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. Call center 0-2108-5999 หรือ http://www.muaythailive.com