พานาโซนิค ปล่อยของใหม่ VIERA OLED TV สู้ศึกตลาดจอภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ค. 2560 04:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004049

พานาโซนิค รุกตลาดผลิตภัณฑ์ภาพและเสียงรับกระแส 4K ส่ง ทีวีโอแอลอีดี VIERA 10 ซีรี่ย์ 24 รุ่น รุกขยายฐานลูกค้าระดับกลางถึงไฮเอ็นด์ ย้ำเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ ชูจุดเด่นดำสนิททุกพิกเซล คมชัดทุกเฉดสี คุณภาพแบบญี่ปุ่น…

นายฮิเดคาสึ อิโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มภาพและเสียงว่า ในปีที่ผ่านมา กลุ่มผลิตภัณฑ์ภาพและเสียงของพานาโซนิค มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยพานาโซนิคยังคงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด ด้วยแนวคิด “ความเป็นพรีเมียม ด้วยคุณภาพญี่ปุ่น” (Premium Products with Japan Quality) เพื่อตอบรับความต้องการ และทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งทุกผลิตภัณฑ์นั้นมาพร้อมกับจุดเด่นด้าน “คุณภาพ (Quality)” และการออกแบบ (Design) อันเป็นเอกลักษณ์ของพานาโซนิค

กก.ผจก.บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดผลิตภัณฑ์ไฮไลท์เด่นในปีนี้ คือ Panasonic VIERA OLED TV ที่ได้นำนวัตกรรมจอภาพ OLED ผสานกับ 4K Hexa Chroma Drive Pro เทคโนโลยีด้านภาพ เอกลักษณ์เฉพาะพานาโซนิค ควบคู่ไปกับการพัฒนาร่วมกันกับทีมสร้างภาพยนตร์จากฮอลลีวูด ทำให้ได้ภาพที่ดำสนิท สีสันคมชัดทุกเฉดสี สมจริง ดังที่ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการ หรือตรงกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ขณะเดียวกันพานาโซนิคยังได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ มาพัฒนาในผลิตภัณฑ์ LED TV รุ่นอื่นๆ เพื่อนำเสนอคุณภาพที่ดีต่อผู้บริโภค ส่วนผลิตภัณฑ์ Home Audio พานาโซนิคยังคงเน้นคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม เต็มอิ่มทุกความหนักแน่นของดนตรีทุกรูปแบบ มีความง่ายในการเชื่อมต่อ และเพื่อรองรับความต้องการของตลาด 4K ที่เพิ่มมากขึ้น จึงได้แนะนำผลิตภัณฑ์ Ultra HD Blu-ray Player เข้าสู่ตลาดด้วย

ด้าน นายโยสุเกะ อิชิกาวะ ผู้อำนวยการส่วนการขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าความต้องการจอภาพในกลุ่ม 4K จะมีโอกาสเติบโตกว่า 140% โดยในส่วนของพานาโซนิคจะมุ่งเน้นที่กลุ่มพรีเมียม (Premium Marketing) ให้มากยิ่งขึ้นและตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 10% มีการทำตลาดกลุ่มจอภาพที่เป็น Strategic Product คือ 4K และ OLED ผ่านดีลเลอร์หรือพาร์ทเนอร์ที่มีศักยภาพ และสื่อสารถึงคุณสมบัติที่เหนือกว่าด้านคุณภาพญี่ปุ่น (Japan Quality) และเทคโนโลยี 4K Hexa Chroma Drive Pro ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของพานาโซนิค เป็นต้น

ผอ.ส่วนการขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในปีนี้ ได้แก่ พานาโซนิค เวียร่า จำนวน 10 ซีรี่ย์ 24 รุ่น ตั้งแต่ขนาด 32 นิ้ว ถึง 77 นิ้ว โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ คือ Panasonic VIERA OLED TV รุ่น TH-65EZ1000T ขนาด 65 และ 77 นิ้ว ภายใต้คอนเซ็ปท์ COLOUR ALIVE in TRUE BLACK  ที่มีคุณสมบัติเด่น คือ การปรับแต่งสี (Tuning) โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสีจากฮอลลีวูดเพื่อให้ได้คุณภาพของสีสมจริงตรงกับที่ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการ ระบบประมวลผลเฉดสี (Processor) ด้วยเทคโนโลยี 4K Hexa Chroma Drive Pro ที่แสดงผลของเฉดสีได้ถึง 6 สี แบบ 3 มิติ ให้รายละเอียดในทุกความสว่างตั้งแต่ดำสนิทที่สุดในระดับ 0 ถึงจนถึงสว่างที่สุดถึง 1,000 nit เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่อย่าง HEXA AI เพื่อปรับปรุงสีให้สดใสและแสดงสีผิวได้ดียิ่งขึ้น และ HEXA Boost ซึ่งสามารถสั่งใช้งานได้ผ่านรีโมทคอนโทรล เพื่อปรับสีให้สดใส และ จอภาพ (Panel) Master HDR OLED ทำให้ได้ภาพจากเทคโนโลยี OLED  ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันยังได้เพิ่มฟังก์ชั่น HDR Multi Support เพื่อให้สามารถรองรองรับภาพระดับ HDR (High Dynamic Range) ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิตอล ภาพยนตร์จากเครื่องเล่นบลูเรย์ และจากการส่งสัญญาณของสถานีโทรทัศน์ ซึ่งผู้ชมสามารถรับชมภาพที่มีรายละเอียดเต็ม 100% จากต้นฉบับ และคมชัดในทุกองศาของจอภาพ ส่วนในแง่การออกแบบ Panasonic VIERA OLED TV มาพร้อมกับ Dynamic Blade Speaker Sound bar ที่ติดตั้งแบบ built in บริเวณฐานขาตั้งของทีวี ให้เสียงกังวานคมชัดเหนือกว่า และในผลิตภัณฑ์ 4K รุ่นอื่นๆ อาทิ EX750 EX600 และ ES680 ยังมีการออกแบบขาตั้งให้สามารถปรับทิศทางหรือระดับความสูงของขาตั้งให้เข้ากับการตกแต่งห้องได้หลากหลายสไตล์

สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขายที่พานาโซนิคเตรียมไว้เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผลิตภัณฑ์กลุ่ม 4K  ได้แก่ กิจกรรม “4K Double Excite”  ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2560 โดยมอบสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพียงสั่งจอง Panasonic VIERA OLED TV รุ่น TH-65EZ1000T  รับฟรีตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ประเทศญี่ปุ่นจำนวน 2 ที่นั่ง มูลค่า 48,310 บาท และรับเครื่องเล่นบลูเรย์ 4K Player มูลค่า 13,990 บาท นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิ์ผ่อนสินค้า 0% สูงสุด 15 เดือนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับคะแนนสะสม Club Panasonic ทันที 2 เท่า และรับชมภาพยนตร์ผ่าน MONOMAXXX ฟรีถึง 2 เดือน

“สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มความบันเทิงอื่นๆ ในปีนี้พานาโซนิคยังเปิดตัวชุดเครื่องเสียง (Home Audio)  กลุ่มต่างๆ อีกมากมาย ได้แก่ กลุ่ม Home Theatre System มีผลิตภัณฑ์เด่นอย่าง Sound bar รุ่นใหม่ HTB18 / HTB488 และ HTB688 ซึ่งมีดีไซน์ที่สวย หรู เลือกใช้ได้ตามขนาดของทีวี ให้คุณภาพเสียงแบบ 3.1 และ 2.1 ชาแนล และเชื่อมต่อได้อย่างสะดวกด้วยระบบ Bluetooth กลุ่ม Micro System มีรุ่น HC400 และ HC1000 ที่มีความบางเฉียบ เหมาะสำหรับการติดตั้งบนผนังหรือจุดต่างๆ ของห้องได้อย่างลงตัว และยังเชื่อมต่อจากหลายอุปกรณ์ได้ กลุ่ม Mini System มี Urban Audio รุ่น UA3 ซึ่งสะดวกต่อการเชื่อมต่อ มีลำโพงที่ให้เสียงคุณภาพถึง 6 ตัว เหมาะกับทุกงานปาร์ตี้สังสรรค์ที่ต้องการจัดทั้งภายในบ้าน พร้อมทั้งยังเคลื่อนย้ายได้สะดวกตอบรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน  และเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ของการชมภาพยนตร์ 4K พานาโซนิคยังเปิดตัว Ultra HD Blu-ray Player รุ่น UB400 ซึ่งสามารถรองรับแผ่น UHD ได้จากทุกภูมิภาคทั่วโลก ให้ความคมชัดระดับ 4K มาพร้อมชิพประมวลผล HCX เพื่อมอบภาพที่มีสีสันคมชัด สมจริง เต็มอิ่มทุกการรับชม” มร.อิชิกาวะ กล่าว.

 

ตลาดนัดจตุจักร ปรับสู่ยุค 4.0 ชูความทันสมัย ช็อปสบาย ไวไฟฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ค. 2560 04:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1004024

การรถไฟแห่งประเทศไทย และ ออนไลเนอร์เปิดตัวโครงการ “กิจกรรมตลาดนัดจตุจักร เสริมสร้างประชารัฐ และประเทศไทย 4.0” พร้อมเปิดตัว Free Wi-Fi ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้งาน และเตรียมพัฒนาตลาดร้อนเป็นตลาดบนโลกออนไลน์เร็วๆนี้…นายปิยะฉัตร โพธิ์ฉัตรแก้ว ประธานกรรมการ บริษัท ออนไลเนอร์ จำกัด ผู้รับสัมปทาน และเป็นผู้ดูแลโครงการ “กิจกรรมตลาดนัดจตุจักร เสริมสร้างประชารัฐ และประเทศไทย 4.0” กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นสาธารณูปโภคในภาคส่วนที่เกี่ยวกับระบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวก จึงจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในจุดสำคัญ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก จึงได้เกิดโครงการนี้ขึ้น การให้บริการ Free Wi-Fi ในพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร ให้เป็น “ตลาดนัดจตุจักร 4.0” เพื่อเป็นการตอบสนองโมเดลพัฒนาประเทศ “ไทยแลนด์ 4.0” ของรัฐบาล ที่โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน ประชาชน สถาบันศึกษาและสถาบันวิจัยต่างๆ ประกอบการส่งเสริมธุรกิจ SME และ Startup เพื่อขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ให้พร้อมและมีโครงสร้างด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมที่มีคุณภาพ มีอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมพื้นที่บริการแก่ประชาชนมากที่สุด เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงกันได้ทุกภาคส่วนอย่างไร้ขีดจำกัด

ประธานกรรมการ บริษัท ออนไลเนอร์ กล่าวต่อว่า “โครงการตลาดนัดจตุจักร 4.0” คือการให้บริการโครงข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ต (Wi-Fi) โดยไม่คิดมูลค่าสำหรับประชาชน และนักท่องเที่ยว สามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถเข้าใช้งานได้ง่ายเพียงลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง หรือใช้บัญชีออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ก็สามารถเข้าใช้งานได้ทันที นอกจากนี้บริการ “ตลาดนัดจตุจักร 4.0” ยังครอบคลุมถึงการค้นหาร้านค้าและสินค้า, ระบบการนำทางด้วยมือถือไปยังร้านค้าต่างๆ ภายในตลาดนัดจตุจักร รวมทั้งกิจกรรมพิเศษ และส่วนลดของร้านค้าภายในตลาดนัดจตุจักรอีกด้วย

ด้าน นายเชนท์ สุวัณณพัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออนไลเนอร์ จำกัด กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมายังตลาดฯ แบ่งเป็นชาวไทย 70% และ 30% เป็นชาวต่างชาติ โดยถ้านับแค่วันที่ตลาดนัดเปิด คือวันอังคาร ถึงวันอาทิตย์ มีนักท่องเที่ยวประมาณ 2.8 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งในความเป็นจริง นักท่องเที่ยวจะมากที่สุดคือวันศุกร์ ถึงวันอาทิตย์ โดยกลุ่มคนไทย จะเป็นกลุ่มชนชั้นกลาง ช่วงอายุ 14-35 ปี โดยประมาณ มีรายได้ต่อรายประมาณ 15,000-45,000 บาท ซึ่งกลุ่มนี้ มีกำลังซื้อ ในพื้นที่สูง เพราะพฤติกรรมคนเดินจตุจักรมักไม่ได้มาเดินเล่นตากแอร์แล้วไม่ใช้จ่ายเหมือนห้างสรรพสินค้า อย่างน้อยกลุ่มคนที่มาจตุจักร ต้องใช้จ่ายประมาณ 300 บาทต่อราย ต่อการมา 1 ครั้ง ในขณะที่นักท่องเที่ยว จะอยู่ในช่วงอายุ 20-55 ปี โดยมีนักท่องเที่ยวจีนเป็นอันดับหนึ่ง และจากมาเลเซีย เป็นอันดับสอง การใช้จ่ายต่อรายประมาณ 500 บาทขึ้นไป และกลุ่มเสื้อผ้าและเครื่องประดับ เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาคือต้นไม้ และสัตว์เลี้ยง และที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น คือ สินค้าตกแต่งบ้าน และสินค้าเกี่ยวกับสปา

นอกจากการให้บริการสาธารณูปโภคเกี่ยวกับระบบออนไลน์แล้ว โครงการนี้ยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มช่องทางการค้าขายให้กับร้านค้าภายในตลาดนัดจตุจักร http://www.ChatuchakShopping.com (ที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้) ให้สามารถติดต่อซื้อขายระหว่างกันได้ง่ายขึ้น และยังมีแผนการพัฒนาในเฟสที่ 2 ให้สำหรับร้านค้าโดยพัฒนาร้านค้าออนไลน์ให้ผู้เช่าพื้นที่ในตลาดนัดสวนจตุจักรได้ใช้งานฟรี สามารถอัพโหลดรูปขึ้นร้านค้าได้ไม่จำกัด พร้อมบริการ Online Payment เพื่อพัฒนาให้เป็นต้นแบบตลาด Cashless Society สอดรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลอีกด้วย.

 

อุตสาหกรรมเสื้อผ้าคึกคัก! แรงงานผุดศูนย์ ปั้นมืออาชีพ ป้อนตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ค. 2560 20:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1003777

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่งผุดศูนย์ฯ ฝึกมืออาชีพป้อนตลาด หลังตลาดอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ทั้งไทยและต่างประเทศ ต่างยกนิ้วให้งานตัดเย็บช่างไทย หวังแก้ปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือ..

นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม มีความต้องการแรงงานฝีมือมากเป็นพิเศษ เพื่อผลิตเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มให้ทันต่อการอุปโภคใช้สอยของประชาชน โดยเฉพาะเสื้อผ้าสีดำที่มีความต้องการเป็นอย่างมาก จากทุกภาคส่วนในการแสดงความไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้ง ภูมิภาคอาเซียนและต่างประเทศ ต่างก็ต้องการเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มจากประเทศไทยเช่นกัน กพร.ในฐานะหน่วยงานหลักในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานไทยเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อส่งเสริมการมีงานทำที่ดี ซึ่งจะสอดคล้อง 8 วาระปฏิรูป กระทรวงแรงงาน เพิ่มผลิตภาพแรงงานสู่ Thailand 4.0 และ มิติใหม่ของการส่งเสริมการมีงานทำของแรงงานทั่วไป ของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชนเร่งผลิตแรงงานฝีมือป้อนสู่ตลาด โดยล่าสุดร่วมกับบริษัท ฮงเส็งการทอ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่มีชื่อเสียง

เบื้องต้น เตรียมจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมทักษะการใช้จักรอุตสาหกรรมในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน (สพร.) และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน (สนพ.) ใน 6 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ สุพรรณบุรี นครปฐม กำแพงเพชร สุรินทร์ กาฬสินธุ์ และกำแพงเพชร เป็นสถานที่ในการฝึกอบรมหลักสูตรเตรียมเข้าทำงาน สาขาการใช้จักรอุตสาหกรรม ระยะเวลาการฝึกอบรม 60 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการฝึกอบรม จะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ การควบคุมจักร การใช้จักรเข็มเดียว การใช้จักรโพ้ง การใช้จักรลา การเย็บเข้ารูปชิ้นงานด้วยจักรอุตสาหกรรม และจะมีการฝึกอบรมในสถานประกอบกิจการต่ออีกด้วย การดำเนินการต่างๆ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยงระหว่างการฝึก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่พัก เมื่อผ่านการฝึกอบรมจะได้รับโอกาสเข้าทำงานในบริษัท

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าศูนย์ฯ จะเป็นต้นแบบในการสร้างแรงงานไทยให้มีความรู้ความสามารถ ในการเย็บ การใช้เครื่องจักรอุตสาหกรรม โดยจะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการประกอบอาชีพในการเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว พร้อมลดปัญหาขาดแคลนแรงงานในสาขานี้

ทั้งนี้ อยากเชิญช่างเย็บเข้ารับทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติกับทาง กพร. เพื่อรับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ระดับ 1 วันละ 320 ระดับ 2 วันละ 370 บาท ระดับ 3 วันละ 500 บาท สนใจเข้ารับการฝึกและทดสอบฯ หรือโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-245-4035.

 

ศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่งรับคดีไทยทีวี ฟ้องเรียกค่าเสียหาย กสทช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ค. 2560 19:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1003834

ศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่งรับคดีไทยทีวี ฟ้อง กสทช. ขอให้เพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตทีวีดิจิตอล และให้ชดใช้ค่าเสียหาย ชี้ได้รับความเดือดร้อน เสียหาย…

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. มีรายงานข่าวจากศาลปกครอง ว่า ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 137/2559 คดีหมายเลขแดงที่ 695/2559 ระหว่าง บริษัท ไทยทีวี จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) กับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ : กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) โดยมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้รับคำฟ้องในข้อหาที่ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์ไว้พิจารณา และให้ศาลปกครองชั้นต้น รับคำฟ้องในข้อหาที่ฟ้องขอให้ชดใช้ค่าเสียหายไว้พิจารณา เมื่อผู้ฟ้องคดีแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องแล้ว

ทั้งนี้เนื่องจากบริษัท ไทยทีวี เห็นว่า การที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการแทน กสทช.ได้มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ของบริษัท ไทยทีวี เนื่องจากไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ (ค่าประมูลคลื่นความถี่) และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการเพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลรายปี เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากบริษัท ไทยทีวี ได้ขอยกเลิกใบอนุญาตไปก่อนแล้ว ทำให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง เนื่องจาก กสทช.ได้แจ้งองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยออกอากาศเผยแพร่ข้อความว่า บริการโทรทัศน์ของบริษัท ไทยทีวี ถูกระงับการออกอากาศชั่วคราวตามคำสั่งทางปกครอง ซึ่งทำให้ประชาชนสับสนว่าบริษัท ไทยทีวี กระทำผิดจึงต้องถูกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต จึงต้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและชดใช้ค่าเสียหาย

“กรณีถูกสั่งพักใบอนุญาตย่อมแสดงถึงการไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืนต่อกฎหมาย หรือหลักเกณฑ์ หรือคำสั่งที่ผู้ถูกฟ้องคดีกำหนด คำสั่งพักใบอนุญาตย่อมนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาต และมีผลต่อสิทธิและหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีตามที่กำหนดในเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต อีกทั้งผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายจากคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและเรียกค่าเสียหายในกรณีดังกล่าวอีกด้วย จึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตที่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาล” คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ระบุ.

 

พาณิชย์ ลั่นไม่มีใครอ้างชื่อ ‘บิ๊กตู่-ฉัตรชัย’ ยันขายข้าวโปร่งใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ค. 2560 18:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1003760

กรมการค้าต่างประเทศ แจงเหตุ ปชป.ถล่มรัฐขายข้าวไม่โปร่งใส มีขรก.อ้างชื่อ “บิ๊กตู่-ฉัตรชัย” เรียกรับผลประโยชน์ ยันทุกขั้นตอนชัดเจน โปร่งใส ลั่นไม่มีทางที่ใคร จะแอบอ้างชื่อได้แน่…

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่านายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีการประมูลข้าวชนิดที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ของกรมการค้าต่างประเทศ และมีข้าราชการแอบอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ตัดสิทธิบางบริษัทไม่ให้เข้าร่วมประมูลข้าว เพื่อประโยชน์ของกลุ่มเอกชนค้าข้าวของอำนาจเก่า ทำให้ราชการได้รับความเสียหาย และประเทศชาติเสียประโยชน์ ว่า กรมฯขอชี้แจงว่า การประมูลข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่อาหารคนและสัตว์ เป็นการเปิดประมูลที่มีการประกาศเงื่อนไขชัดเจน โปร่งใส โดยกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลต้องเป็นนิติบุคคล ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคนและสัตว์ ไม่มีประวัติเคยกระทำความเสียหายแก่ทางราชการ โดยมีการชี้แจงรายละเอียดเงื่อนไขให้ผู้สนใจทราบก่อนการประมูลทุกครั้ง

ส่วนการตัดสิทธิ์ผู้ที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อกำหนดตามประกาศประมูล ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ชัดเจน โดยพิจารณาจากเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นประมูลนำมาแสดงต่อคณะทำงาน รับซองราคาซื้อ โดยในการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน คณะทำงานฯ ดำเนินการร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนำผลการพิจารณาเสนอคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐ เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวพิจารณาให้ความเห็นชอบ และนำเสนอประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย ในฐานะรองประธานกรรมการ นบข. ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบการตัดสิทธิ์ และรายงานให้ นบข. ทราบ

ทั้งนี้ การตัดสิทธิ์ด้วยเหตุขาดคุณสมบัติของผู้เสนอซื้อแต่ละราย จึงเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง เป็นการดำเนินการตามแผนงานและกรอบการปฏิบัติที่คณะกรรมการ นบข. มีมติเห็นชอบ เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของรัฐ ซึ่งสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้ในทุกขั้นตอน

“ด้วยลำดับขั้นตอนการปฏิบัติที่ มีการตรวจสอบกลั่นกรองดังกล่าว จึงไม่มีข้าราชการคนใดสามารถแอบอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ฉัตรชัย เพื่อการนี้ได้ เพราะคณะทำงานและคณะกรรมการแต่ละชุด มีผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมจำนวนมาก เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น จึงยืนยันได้ว่า การพิจารณาเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่โปร่งใส ชัดเจน ทั้งข้อกฎหมาย และเอกสารหลักฐาน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่บริษัท ทีพีเค เอทานอล ผู้ผลิตเอทานอล ได้เข้าร่วมการประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล เพื่อเข้าอุตสาหกรรมที่มิใช่คนบริโภค ครั้งที่ 2/60 รวมกว่า 2 ล้านตัน ที่เปิดประมูลวันที่ 15 มิ.ย.60 โดยเสนอราคาซื้อสูงสุด 74 คลัง รวม 525,833 ตัน เฉลี่ยตันละ 2,332 บาท แต่ปรากฏว่า บริษัทไม่ได้รับอนุมัติขาย เพราะบริษัทขาดคุณสมบัติตั้งแต่แรก โดยกรรมการ 2 คนของบริษัทเป็นผู้ถูกศาลฎีกาสั่งให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้กรมการค้าต่างประเทศ จากกรณีกระทำผิดในการซื้อมันสำปะหลังในสต๊อกรัฐบาลเมื่อปี 36-37 ส่งผลให้บริษัทได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลางว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และภายหลังจากศาลปกครองกลางพิจารณาแล้ว ได้มีคำสั่งให้กรมการค้าต่างประเทศชะลอการขายข้าวลอตดังกล่าว จนกว่าจะพิจารณาคดีแล้วเสร็จ รวมถึงข้าวเสื่อมลอตอื่นๆ ที่กำลังจะเปิดประมูลในเดือนก.ค.นี้อีกรวม 2.56 ล้านตัน.

 

พาณิชย์ ยืนยัน! ขายข้าวสต๊อกรัฐบาลโปร่งใส เตรียมเปิดประมูลครั้งที่3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ค. 2560 18:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1003700

‘พาณิชย์’ ยันขายข้าวสต๊อกรัฐบาลโปร่งใส มีขั้นตอนอนุมัติขายชัดเจน หลังพรรคเพื่อไทย แฉไม่โปร่งใส และเตรียมยื่นหนังสือให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ พร้อมเปิดประมูลข้าวครั้งที่ 3/60 ปริมาณกว่า 160,000 ตัน..

วันที่ 13 ก.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมยืนหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ เพื่อตรวจสอบความโปร่งใส การอนุมัติขายข้าวสต๊อกรัฐบาลของกระทรวงพาณิชย์ว่า ขั้นตอนการอนุมัติระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาลมีความโปร่งใสและเป็นธรรม เพราะหลังจากการเปิดประมูลในทุกรอบ เมื่อได้ผู้เสนอราคาซื้อสูงสุดแล้ว จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาล

เมื่อพิจารณาราคาสูงสุด ที่เสนอซื้อว่าอยู่ในเกณฑ์ของราคาขั้นต่ำ ที่กำหนดไว้โดยยึดจากราคาตลาด ขณะนั้นย้อนหลัง มาเป็นฐานข้อมูลประกอบการพิจารณาหรือไม่ หากราคาที่เสนอซื้อต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำจะไม่พิจารณาขายให้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ หลังจากที่คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวพิจารณาแล้ว ก็จะสรุปข้อมูลการเสนอซื้อเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการระบายข้าว ที่มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานพิจารณาอีกขั้นตอนหนึ่ง ก่อนเสนอให้ประธานคณะกรรมการนโยบายและบริการจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติขายในขั้นตอนสุดท้าย

สำหรับการขายข้าว ทุกอย่างมีขั้นตอนในการประกอบการพิจารณา ซึ่งที่ผ่านมา รายใดที่เสนอราคาซื้อสูงสุด แต่ราคาไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด หรือยังต่ำกว่าเกณฑ์ก็ไม่อนุมัติขาย ดังนั้น การอนุมัติขายข้าวสต๊อกรัฐบาลจึงมีความโปร่งใสเพียงพอ

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เผยว่า วันนี้กรมการค้าต่างประเทศ ได้เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไปครั้งที่ 3/60 ปริมาณ 160,000 ตัน ยื่นซองคุณสมบัติ เพื่อเข้าร่วมการประมูลข้าวลอตนี้ พบว่ามีผู้สนใจเสนอยื่นซองคุณสมบัติทั้งหมด 17 ราย โดยกรมจะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 18 ก.ค.และเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาในวันเดียวกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว พบว่าผู้เสนอซื้อขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด จะถือว่าผู้เสนอซื้อรายนั้นขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น และไม่สามารถเข้าร่วมการประมูลข้าวได้.

 

รู้ลึกทำจริง! เปิดตัว’เอพี อะคาเดมี่ แล็บ’ ศูนย์เรียนรู้อสังหาฯครบวงจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ค. 2560 17:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1003592

‘เอพี ไทยแลนด์’ ทุ่มทุนกว่า 70 ล้าน เปิดตัว ‘เอพี อะคาเดมี่ แล็บ’ ศูนย์การเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาริมทรัพย์ มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ด้านคุณภาพทั้งบุคลากรภายในและนอก พร้อมยกระดับอสังหาฯ เมืองไทย..วันที่ 13 ก.ค. 60 นายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานทรัพยากรบุคคล และผู้อำนวยการสถาบันเอพี อะคาเดมี่ เผยว่า บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรพย์ของประเทศไทย ทุ่มงบ 70 ล้านบาท มุ่งยกระดับสถาบัน เอพี อะคาเดมี่ (AP Academy) ผ่าน 3 แนวคิดหลัก 1. Experiential Learning การเรียนรู้มุ่งสู่การลงมือทำจริง จากการเปิดตัว เอพี อะคาเดมี่ แล็บ (AP Academy Lab) เพื่อการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาฯ แห่งแรกในประเทศไทย ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการทำงานในวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยเอพีนับเป็นรายแรกของวงการที่ยกห้องเรียน และห้องปฏิบัติการด้านอสังหาฯ มาไว้ในที่เดียวกัน

2. Digital Education การเปลี่ยน Platform การเรียนรู้ให้ก้าวทันโลก Digital และเด็ก Gen C ผ่านสื่อการเรียนการสอนที่เข้าถึงได้ตลอด 24 ชม. 3. Knowledge Transformation การส่งต่อองค์ความรู้ที่นำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือไอเดียใหม่ได้จริง ฉีกทุกขีดจำกัดในเรื่องการเรียนรู้และฝึกทักษะการเรียนรู้ มุ่งยกระดับคุณภาพและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ เอพี อะคาเดมี่ แล็บ เกือบ 800 ตารางเมตร ออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์การเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ทั้งพื้นที่การเรียนรู้จากการลงมือทำจริง เป็นพื้นที่จำลององค์ประกอบบ้านอย่างครบครัน จากฝีมือการออกแบบที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ของทีม AP Design Lab และ คุณแจ๊ค Supermachine Studio เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ ให้เกิดความอยากเรียนรู้ ฉีกกฎเกณฑ์ในการสร้างบ้านแบบเดิมๆ

รวมทั้งพื้นที่ในการแชร์ความรู้และความคิดเห็นร่วมกัน มีมุมพักผ่อนที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และโซนสำหรับอบรมสัมมนาที่เป็นทางการ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน สร้างให้เกิดการลงมือทำจริงในทุกขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม สถาบันเอพี อะคาเดมี่ เป็นรายแรกในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ให้ความสำคัญ ลงทุน และพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านยกระดับคุณภาพทรัพยากรบุคคล โดยเชื่อว่าคนที่มีคุณภาพย่อมมีศักยภาพมากกว่า ในการจะสร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อสามารถก้าวไปอีกขั้นในการพัฒนาบ้านและที่อยู่อาศัยคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้บุคลากรภายนอกเข้ามาเรียนรู้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสิตนักศึกษา ปีที่ 3 และ 4 โดยเรามีประสบการณ์ตรงจากการรับบัณฑิตจบใหม่หลากหลายสาขาเข้าทำงาน แต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ เนื่องจากรู้เฉพาะทฤษฎี แต่ขาดทักษะและประสบการณ์ในการลงมือปฏิบัติงาน จึงเป็นโจทย์ในการพัฒนาเอพี อะคาเดมี่ แล็บขึ้น เพื่อเป็นแล็บแห่งการเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ รวมทั้งพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ในด้านสายงานอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับขึ้น 4.48 ดัชนีอยู่ที่ 1,579 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ค. 2560 17:37

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1003680

หุ้นไทยปิดตลาดปรับขึ้น 4.48 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,579.41 จุด มูลค่าซื้อขาย 45,256.36 ล้านบาท…

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 13 ก.ค. 60 ช่วงครึ่งวันบ่าย พบว่า ดัชนีปรับตัวขึ้น 4.48 จุด อยู่ที่ 1,579.41 เปลี่ยนแปลง 0.28% มูลค่าการซื้อขาย 45,256.36 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,584.26 จุด และต่ำสุดที่ 1,575.83 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

 

คาดภาษีที่ดินใช้ปี 60 คลัง สั่งธนารักษ์ เร่งสำรวจราคาที่ดินรายแปลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ค. 2560 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1003689

คลัง เผย สนช.อยู่ระหว่างพิจารณา ก.ม.ภาษีที่ดิน ในวาระ 2 คาดอีก 45 วันเข้าวาระ 3 ชงลดเพดานราคาจาก 50 ล้าน เหลือ 20-30 ล้าน เพื่อขยายฐานจัดเก็บภาษี และหั่นอัตราลง หวังดึงคนเข้าสู่ระบบ คาดมีผลบังคับใช้ในปี 60…

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการสามัญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในวาระ 2 คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาอีก 45 วัน ก่อนเข้าสู่วาระ 3 โดยมีการเสนอให้ขยายฐานการจัดเก็บภาษีให้กว้างมากขึ้น ให้ใช้วิธีการลดเพดานราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลงจากเดิม 50 ล้านบาท เช่น ให้เหลือ 20-30 ล้านบาท พร้อมกับลดอัตราภาษีลงเพื่อดึงคนเข้าสู่ระบบ เชื่อว่าจะมีคนที่เข้าสู่ระบบภาษีได้มากอีกกว่าเท่าตัว ซึ่งจะช่วยทำให้ฐานภาษีกว้างขึ้น เพราะในหลักการแล้วระยะแรกของกฎหมายจะยังไม่เน้นการจัดเก็บรายได้ แต่เน้นประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีมากกว่า

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีข้อมูลบ้านที่มูลค่า 50 ล้านบาท และเข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีราว 2 หมื่นคน ส่วนข้อสรุปทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ต้องรอการหารือที่ตกผลึกอีกครั้ง พร้อมได้สั่งการให้กรมธนารักษ์เร่งสำรวจราคาประเมินที่ดินแบบรายแปลงทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถรองรับกฎหมายดังกล่าวที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2560 โดยขณะนี้ได้มีการประเมินที่ดินรายแปลงทั่วประเทศแล้ว 18.6 ล้านแปลง หรือคิดเป็น 60% จากที่ดินรายแปลงทั้งสิ้น 32 ล้านแปลง โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในปีนี้

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ กรมธนารักษ์ เร่งสำรวจที่ดินราชพัสดุตามแนวการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และจุดตัดสถานีต่างๆ ว่ามีพื้นที่ที่สามารถรองรับการพัฒนาเมืองใหม่ เพื่อรองรับความเจริญที่จะเกิดขึ้นตามแนวการก่อสร้างหรือไม่อีกด้วย.

 

เรื่องของสมเสร็จ! ผอ.สำนักงานสลากฯยัน งวด 16 ก.ค. ตรวจผลรางวัลได้ปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ค. 2560 16:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1003610

ผอ.สำนักงานสลากฯ แจงกรณีรูปภาพบนสลากงวด 16 ก.ค. 60 “สมเสร็จ” ไม่ใช่สัตว์ผสม ระบุงวดต่อไป จะใช้ความระวังในการตรวจสอบให้รอบคอบ ยันสลากงวดวันที่ 16 ก.ค.นี้ ตรวจผลรางวัลได้ตามปกติ …

ตามที่ปรากฏเป็นข่าว รูปภาพบนตัวสลาก งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2560 ที่เป็นรูป “สมเสร็จ” และมีข้อความภาษาไทย เขียนว่า “สัตว์ผสม” ข้อความภาษาอังกฤษเขียนว่า “Hybrid Animal” เป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจาก สมเสร็จ เป็นสัตว์พันธุ์แท้ (pure breed) มิใช่สัตว์ผสมแต่อย่างใดนั้น (งานเข้าที่กองสลาก! ลอตเตอรี่งวดนี้ระบุ ‘สมเสร็จ’ เป็นสัตว์ผสม?)

พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เผยว่า ภาพที่จัดพิมพ์ลงบนสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นภาพที่ได้รับความอนุเคราะห์จากกรมอุทยานฯ โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญคือชื่อภาพ ซึ่งมาจากความคิดและจินตนาการของผู้ถ่ายภาพ กับชื่อสัตว์ ตัวอย่างเช่น ชื่อภาพ สายน้ำแห่งชีวิต ชื่อสัตว์ เสือโคร่ง หรือ ชื่อภาพ สัตว์ผสม ชื่อสัตว์ สมเสร็จ เป็นต้น จึงทำให้การสื่อสารบนใบสลากไม่ตรงกับอัตลักษณ์สายพันธุ์ของสัตว์ที่ปรากฏบนภาพ และขออภัยในความผิดพลาด และขอยืนยันว่าในงวดต่อๆ ไปจะใช้ความระมัดระวัง และรอบคอบในการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสลากกินแบ่งรัฐบาลยืนยันว่า สลากฯ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2560 สามารถตรวจผลการออกรางวัลได้ตามปกติ.