ผลักดัน‘หนังใหญ่’ ไทย ให้ก้าวไปสู่ ‘มรดกโลก’

ผลักดัน‘หนังใหญ่’ ไทย  ให้ก้าวไปสู่ ‘มรดกโลก’

ผลักดัน‘หนังใหญ่’ ไทย ให้ก้าวไปสู่ ‘มรดกโลก’

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เป็นอีกก้าวที่สำคัญ ที่ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการเสนอรายการ “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย” เพื่อขอขึ้นทะเบียนต่อองค์การยูเนสโก ในหมวด “แนวปฏิบัติที่ดีในการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นหมวดที่ประเทศไทยยังไม่เคยเสนอมาก่อน
พร้อมกันนี้ ครม.เห็นชอบให้อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นผู้ลงนามในเอกสารเพื่อยื่นต่อยูเนสโก ให้ทันภายในวันที่ 31 มี.ค.2569 ที่ผ่านมา ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด

รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า การเสนอ “หนังใหญ่” ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย ในการใช้การทูตทางวัฒนธรรมถ่ายทอดคุณค่า และภูมิปัญญาของชุมชนไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยเฉพาะการนำเสนอต้นแบบการอนุรักษ์โดยชุมชน ที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า การเสนอขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากระดับชุมชน สู่การนำเสนอในระดับนโยบายและเวทีนานาชาติ เพื่อให้เกิดการยอมรับในฐานะต้นแบบการอนุรักษ์วัฒนธรรม

โดยความพยายามของชุมชนหนังใหญ่ 3 ชุมชน ได้แก่

1.ชุมชนหนังใหญ่วัดขนอน จ.ราชบุรี

2.ชุมชนหนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง
และ 3.ชุมชนหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี

ในการฟื้นฟูหนังใหญ่ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและนานาชาติ

            ประวัติความเป็นมาของหนังใหญ่ : มหรสพที่เก่าแก่ของไทยชนิดนี้ กล่าวกันว่า มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่หลักฐานการแสดงหนังใหญ่เริ่มมีปรากฏในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่รัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง)

ในสมัยรัตนโกสินทร์ ปรากฏหลักฐานในการแสดงหนังใหญ่ ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ร.1) โดยระบุว่า ทรงมีบทพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนา เพื่อใช้แสดงหนังใหญ่เพิ่มขึ้น จากเดิมที่แสดงอยู่เรื่องเดียว คือ เรื่องรามเกียรติ์

สมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2) มีหลักฐานการสร้างตัวหนังใหญ่และบทวรรณคดีที่ใช้ในเรื่องรามเกียรติ์ ใช้แสดงหนังใหญ่ชุดพระนครไหว ซึ่งต่อมาได้มีการนำมาเก็บไว้ ณ โรงละครแห่งชาติหลังเก่า แต่ถูกไฟไหม้เกือบหมด

สมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) พบการทำหนังใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี และหนังใหญ่วัดขนอน จ.ราชบุรี
หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี เป็นมรดกวัฒนธรรมอายุกว่า 100 ปี บุกเบิกโดย “ครูเปีย” นายหนังเร่จากอยุธยา สมัยหลวงพ่อเรืองเจ้าอาวาสองค์แรก (ประมาณ พ.ศ. 2399) โดดเด่นด้วยตัวหนังโบราณชุดรามเกียรติ์ที่แกะสลักอย่างประณีต ปัจจุบันเป็น 1 ใน 2 คณะหนังใหญ่สุดท้ายของไทยที่ยังคงอนุรักษ์สืบทอดกันมา

หนังใหญ่ชุดเดิม: ได้รับมาจากวัดตึก และคณะหนังเร่ ที่นำมาถวายหลวงพ่อเรือง (พระครูสิงหมุนี) และได้มีการฝึกหัดชาวบ้านบางมอญให้เชิดหนัง จนมีชื่อเสียงและได้รับการยกย่อง

ยุคทอง: ในสมัยขุนบางมอญกิจประมวญ (นวม ศุภนคร) คณะหนังใหญ่มีชื่อเสียงโด่งดัง เดินสายแสดงเป็นประจำ จนกระทั่งซบเซาลงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และอุทกภัยปี 2485 ที่ทำให้ตัวหนังเสียหาย

การอนุรักษ์: ปัจจุบันมีการฟื้นฟูโดยชุมชน ร่วมกับสถาบันการศึกษา มีการซ่อมแซมตัวหนังเก่าและแกะตัวหนังใหม่ทดแทน โดยมีพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่จัดแสดงบนชั้นบนของศาลาการเปรียญ

การเข้าชม: เปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ จันทร์-ศุกร์ 09.00 – 16.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ 08.30 – 17.00 น. สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ โทร 036-543-150

วัดขนอนหนังใหญ่ ตั้งอยู่ที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายที่มีชื่อเสียงด้านการอนุรักษ์ “หนังใหญ่” สมบัติวัฒนธรรมล้ำค่า ริเริ่มโดย พระครูศรัทธาสุนทร (หลวงปู่กล่อม) ในสมัย ร.5 โดยมีตัวหนังดั้งเดิมกว่า 313 ตัว ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นชุมชนดีเด่นด้านการอนุรักษ์

ความเป็นมา: วัดขนอนก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อ “วัดกานอน” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โดยบริเวณนี้ในอดีตเคยเป็นจุดตั้งด่านเก็บภาษีอากรหรือ “ขนอน”

การกำเนิดหนังใหญ่: ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) พระครูศรัทธาสุนทร (หลวงปู่กล่อม) เจ้าอาวาสรูปที่ 10 ได้ริเริ่มสร้างหนังใหญ่ชุดแรกขึ้น ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเดิม และรวบรวมช่างฝีมือมาแกะสลักเรื่องรามเกียรติ์

หนังใหญ่วัดขนอนมีทั้งหมด 313 ตัว (ชุดดั้งเดิม) แสดงเรื่องรามเกียรติ์เป็นหลัก และเป็นวัดเดียวที่มีคณะหนังใหญ่เป็นของตนเองสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

การฟื้นฟู: สมเด็จพระกินาฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้เก็บรักษาหนังใหญ่ดั้งเดิมไว้ และทรงจัดสร้างชุดใหม่มาใช้แสดง โดยคณะหนังใหญ่วัดขนอนได้รับการยกย่องเป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลกจากยูเนสโก (ACCU) เมื่อปี พ.ศ. 2550
            รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า หนังใหญ่วัดขนอน จ.ราชบุรี เป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบสำคัญของไทย เคยได้รับรางวัลชุมชนที่มีผลงานดีเด่นในการฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จาก Asia/Pacific Cultural Centre for UNESCO (ACCU) เมื่อเดือน มิ.ย.2550 ในฐานะตัวอย่างการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมที่โดดเด่น สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนไทยในการรักษาและฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม

หนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง เป็นมรดกวัฒนธรรมอายุกว่า 200 ปี ก่อตั้งโดยพระยาศรีสมุทรโภคชัยโชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เจ้าเมืองระยองคนแรก ซึ่งสั่งซื้อตัวหนังมาจากพัทลุงในปี พ.ศ. 2431 เพื่อจัดแสดงงานสำคัญ ปัจจุบันเก็บรักษาและจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วัดบ้านดอน โดยมีการฟื้นฟูเชิดหนังใหญ่แบบโบราณเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

จุดเริ่มต้น (พ.ศ. 2431): พระยาศรีสมุทรโภคชัยโชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) ได้สั่งซื้อตัวหนังใหญ่จำนวน 200 ตัวมาจากจังหวัดพัทลุง โดยขนส่งทางเรือสำเภาข้ามอ่าวไทย

การเก็บรักษาและสถานที่: เดิมทีหนังใหญ่ชุดนี้ถูกนำไปเก็บไว้ที่วัดจันทอุดม (วัดเก๋ง) ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกซ้อม ต่อมาเมื่อวัดบ้านดอนสร้างเสร็จ จึงย้ายตัวหนังมาเก็บรักษาที่วัดบ้านดอน (ต.เชิงเนิน) เพื่อให้สะดวกต่อการสืบทอด

ช่วงเวลาที่ว่างเว้น: หนังใหญ่เคยเสื่อมความนิยมลงตามยุคสมัย และมีการหยุดเล่นไปช่วงหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีการห้ามการละเล่นไทยหลายอย่าง ทำให้หนังใหญ่ถูกเก็บและทิ้งให้ผุพังไปตามกาลเวลา

การฟื้นฟู (พ.ศ. 2523 – ปัจจุบัน): ได้มีการรื้อฟื้นคณะหนังใหญ่ขึ้นมาใหม่ โดยชาวบ้านร่วมกับผู้นำชุมชนในสมัยนั้น (เช่น ครูอำนาจ มณีแสง) นำหนังเก่ามาบูรณะ และจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่ออนุรักษ์หนังเก่าที่เหลืออยู่กว่า 100 ตัว และสร้างตัวหนังชุดใหม่ขึ้นทดแทน

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวด้วยว่า รายการที่นำเสนอต่อยูเนสโกดังกล่าวนี้ มีความพร้อมครบถ้วนทั้งด้านข้อมูล เนื้อหา และการมีส่วนร่วมของชุมชน หากไม่ยื่นต่อยูเนสโกภายในวันที่ 31 มี.ค.2569 ที่ผ่านมา ก็จะต้องเลื่อนออกไปอีก 1 ปี ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสสำคัญในการแสดงบทบาทในเวทีโลก

นี่คือจังหวะสำคัญของประเทศไทย ในการยืนยันบทบาทด้านวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ

การผลักดันหนังใหญ่ สู่ยูเนสโกในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม หากยังเป็นการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในการใช้วัฒนธรรมเป็นพลังสร้างสรรค์ สร้างความเข้าใจ และเชื่อมโยงผู้คนในเวทีโลกอย่างยั่งยืนด้วย
 

ตะลึงทั้งงาน! โอปอล สุชาตา งามดั่งนางในตำนาน กลางงานพนมรุ้ง

ตะลึงทั้งงาน! โอปอล สุชาตา งามดั่งนางในตำนาน กลางงานพนมรุ้ง

ตะลึงทั้งงาน! โอปอล สุชาตา งามดั่งนางในตำนาน กลางงานพนมรุ้ง

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 22.01 น.

เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งงาน สำหรับการปรากฏตัวของ “โอปอล สุชาตา” ที่มาในลุค “พระนางภูปตินทรลักษมีเทวี” ภายในงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ซึ่งปีนี้ยังคงจัดอย่างยิ่งใหญ่ สะท้อนความงดงามของวัฒนธรรมไทยโบราณ ณ ปราสาทหินพนมรุ้ง

โดย โอปอล ปรากฏตัวในชุดไทยโบราณประยุกต์สีทองอร่าม โดดเด่นด้วยเครื่องทรงสุดวิจิตร ทั้งศิราภรณ์และเครื่องประดับที่ออกแบบอย่างประณีตทุกดีเทล เสริมลุคให้ดูสง่างามราวกับตัวละครในตำนาน สะกดสายตาผู้ร่วมงานและนักท่องเที่ยวได้อย่างอยู่หมัด

คิตตี้ เคลื่อนไหวแล้ว หลัง เอส กันตพงศ์ เปิดใจปมฟ้องหย่า ลูกไม่เรียกพ่อ

คิตตี้ เคลื่อนไหวแล้ว หลัง เอส กันตพงศ์ เปิดใจปมฟ้องหย่า ลูกไม่เรียกพ่อ

คิตตี้ เคลื่อนไหวแล้ว หลัง เอส กันตพงศ์ เปิดใจปมฟ้องหย่า ลูกไม่เรียกพ่อ

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.35 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตา สำหรับกรณีของนักแสดงหนุ่ม “เอส กันตพงศ์” ที่ออกมาเปิดใจต่อหน้าสื่อครั้งแรก หลังถูกอดีตภรรยาชาวต่างชาติ “คิตตี้ คริสตินา” ฟ้องหย่า พร้อมยื่นเรื่องต่อศาลเกี่ยวกับสิทธิในการปกครองลูกสาว

ก่อนหน้านี้ คิตตี้ได้ให้เหตุผลของการยุติความสัมพันธ์ว่า ชีวิตรักที่ผ่านมาไม่ราบรื่น อีกทั้งมองว่าความสัมพันธ์ควรเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ควรมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าเธอพยายามหาทางออกร่วมกันแล้ว แต่ไม่เคยถูกมองเห็นหรือรับฟัง จึงต้องพึ่งกระบวนการทางกฎหมาย โดยยืนยันว่าไม่ได้ต้องการพาลูกไป แต่ต้องการหาทางออกที่ดีที่สุด

ด้าน เอส กันตพงศ์ เปิดเผยว่า บางประเด็นที่อดีตภรรยาให้สัมภาษณ์นั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พร้อมระบุว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกฟ้องทั้งเรื่องหย่าและสิทธิการปกครองบุตรแบบ 100% อีกทั้งยอมรับว่าเคยฟ้องกลับ โดยให้เหตุผลว่าเก็บเรื่องนี้มานานหลายปี

นักแสดงหนุ่มยังเผยอีกว่า หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือความรู้สึกของตนในฐานะพ่อ หลังพบว่าลูกเรียกตนว่า “ลุง” ขณะที่เรียกชายอีกคนว่า “พ่อ” จึงตัดสินใจใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิและหน้าที่ของตน

ล่าสุด คิตตี้ คริสตินา ได้เคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรม ด้วยข้อความสั้นๆ ว่า “Truth doesn’t need noise to be heard” (ความจริงไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดังเพื่อให้ใครได้ยิน) ท่ามกลางกำลังใจจากผู้ติดตามจำนวนมาก

ช่อง3แจงแล้ว! ปมลิฟต์เวทีพลาด คิมเบอร์ลี่-เบลล่า เกือบเกิดอุบัติเหตุ

ช่อง3แจงแล้ว! ปมลิฟต์เวทีพลาด คิมเบอร์ลี่-เบลล่า เกือบเกิดอุบัติเหตุ

ช่อง3แจงแล้ว! ปมลิฟต์เวทีพลาด คิมเบอร์ลี่-เบลล่า เกือบเกิดอุบัติเหตุ

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.58 น.

5 เมษายน 2569 กลายเป็นเหตุการณ์ชวนลุ้นระทึกในมหกรรมฉลองครบรอบ 56 ปีของ ช่อง 3 เมื่อสองนางเอกตัวแม่ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส และ เบลล่า ราณี เกือบประสบอุบัติเหตุกลางเวที ระหว่างขึ้นโชว์ผ่านระบบไฮดรอลิก ท่ามกลางสายตาผู้ชมจำนวนมาก

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะทั้งสองกำลังขึ้นแสดงโชว์ในงาน “Channel 3 Land Dom” โดยเวทีลิฟต์ยกตัวนักแสดงเกิดทำงานผิดพลาด ส่งผลให้การขึ้นเวทีไม่เป็นไปตามแผน สร้างความตกใจให้กับผู้ชมในสนาม อย่างไรก็ตาม ด้วยสปิริตระดับมืออาชีพ ทั้งคิมเบอร์ลี่และเบลล่าตัดสินใจแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยการปีนขึ้นเวทีด้วยตนเอง ก่อนโชว์ต่อจนจบอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางเสียงเชียร์และคำชื่นชมจากแฟนๆ

นอกจากนี้ ยังมี ญาญ่า อุรัสยา ที่ร่วมโชว์ในชุดเดียวกัน ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ความผิดพลาดดังกล่าวเช่นกัน แต่ทุกคนปลอดภัยดี ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุด ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ออกแถลงการณ์ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ขอแสดงความเสียใจและขออภัยต่อเหตุการณ์ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างการจัดการแสดงในช่วงของ เบลล่า-ญาญ่า-คิมเบอร์ลี่ ในมหกรรมฉลองครบรอบ 56 ปี ช่อง 3 Land Dom เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569 ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักแสดงและผู้ที่เกี่ยวข้องในการแสดงชุดดังกล่าว

สถานีฯ ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของนักแสดงและทีมงานทุกคนเป็นอันดับแรก และมิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สถานีฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดถึงสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวร่วมกับออร์แกไนเซอร์ ซึ่งพบว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค ส่งผลให้ลิฟต์ยกตัวนักแสดงไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด รวมทั้งได้มีการทบทวนขั้นตอนและมาตรการด้านความปลอดภัยในการจัดการแสดงอื่น ๆ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สถานีฯ ขออภัยต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่าจะให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของนักแสดง ทีมงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่อไป

โดนใจชาวเน็ต! สุนารี โพสต์แรงถึงเศรษฐกิจ อ่านแล้วจุกทั้งไทม์ไลน์

โดนใจชาวเน็ต! สุนารี โพสต์แรงถึงเศรษฐกิจ อ่านแล้วจุกทั้งไทม์ไลน์

โดนใจชาวเน็ต! สุนารี โพสต์แรงถึงเศรษฐกิจ อ่านแล้วจุกทั้งไทม์ไลน์

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.51 น.

5 เมษายน 2569 กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ทันที เมื่อราชินีลูกทุ่ง “สุนารี ราชสีมา” ออกมาโพสต์ข้อความสะท้อนสถานการณ์เศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

       โดยเจ้าตัวได้เขียนข้อความว่า “ใครที่กังวลเรื่องน้ำหนักสบายใจได้นะจ๊ะ เพราะอีกไม่กี่วันพวกเราก็จะไม่มีจะแ-ด-ก-กันละ”

หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามากดไลก์และแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม หลายคนมองว่าเป็นมุกที่เจ็บแต่จริง และสะท้อนความรู้สึกของประชาชนในยุคนี้ได้ตรงจุด ขณะที่บางส่วนก็ร่วมแชร์ประสบการณ์ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ทั้งราคาสินค้า อาหาร และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ขอบคุณที่มา Sunaree Ratchasima – สุนารี ราชสีมา

ริชชี่ เปิดใจครั้งแรก! ปัดพูดเหตุเลิก ก็อต รับบางครั้งเราอาจเลือกผิด

ริชชี่ เปิดใจครั้งแรก! ปัดพูดเหตุเลิก ก็อต รับบางครั้งเราอาจเลือกผิด

ริชชี่ เปิดใจครั้งแรก! ปัดพูดเหตุเลิก ก็อต รับบางครั้งเราอาจเลือกผิด

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.01 น.

5 เมษายน 2569 กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตา สำหรับการออกมาเปิดใจครั้งแรกของนางเอกสาว “ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส” หลังยุติความสัมพันธ์กับนักแสดงหนุ่ม “ก็อต อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์” เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวย้ำชัดไม่ขอพูดถึงสาเหตุการเลิกรา แต่ยืนยันว่าทำดีที่สุดแล้ว และอย่างน้อยก็ได้รักคนเป็น แม้บางครั้งจะเลือกผิดพลาด

เมื่อวานนี้ (4 เม.ย.) ริชชี่เผยว่า สภาพจิตใจในตอนนี้ดีขึ้นมาก และรู้สึกขอบคุณทุกกำลังใจจากครอบครัวและแฟนคลับที่คอยซัพพอร์ตมาตลอด ช่วงเวลายากลำบากที่ผ่านมานั้น เธอไม่ได้เผชิญเพียงลำพัง โดยมีครอบครัว โดยเฉพาะคุณน้าที่เป็นมิชชันนารี เดินทางมาจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อพาไปทำกิจกรรมทางศาสนา ทำให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาหนักหนาไปได้

       “มันมีแต่ความรักจนไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองไปทุกข์หรือเศร้ากับตรงนั้น” ริชชี่กล่าว พร้อมยอมรับว่า แม้เคยจินตนาการว่าการเลิกราจะเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่เมื่อเกิดขึ้นจริงกลับไม่เลวร้ายอย่างที่คิด

สำหรับคำถามเรื่องความเสียดาย ริชชี่เผยว่าไม่เสียใจ เพราะอย่างน้อยช่วงเวลาหนึ่งเธอได้รักอย่างเต็มที่ และเป็นความรักที่ตั้งใจจริง พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมาเธอเป็นคนจริงจังกับความรักมาก ถึงขั้นเคยคิดอยากมีรักครั้งเดียวในชีวิต แต่เมื่อเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามคาด ก็ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เติบโตขึ้น

       อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวไม่ขอพูดถึงสาเหตุการเลิกรา โดยมองว่าไม่มีประโยชน์ บางครั้งเราอาจเลือกคนผิด และมันก็พลาดได้ แม้ชีวิตด้านอื่นจะประสบความสำเร็จมาตลอด แต่เหตุการณ์นี้กลับทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น และเข้าใจชีวิตมากกว่าเดิม

       ริชชี่ขอโฟกัสกับการใช้ชีวิตและการทำงาน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องความรักเป็นอันดับแรก พร้อมมองว่าความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคนสองคน หากทำดีที่สุดแล้วแต่ไม่เวิร์ก ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเอง

ส่วนโอกาสกลับไปร่วมงานกับอดีตคนรัก เจ้าตัวเผยว่ายังไม่ทราบว่าจะมีโอกาสหรือไม่ แต่หากต้องร่วมงานกันจริงก็เชื่อว่าสามารถทำงานได้ตามปกติ เพราะจะแยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ริชชี่ยังกล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่กำลังพุ่งสูงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัด เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ โดยระบุว่าครอบครัวได้ปรับตัวด้วยการอยู่ในบ้าน ปิดหน้าต่าง และใช้เครื่องฟอกอากาศ พร้อมแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด

แม้จะมีปัญหาฝุ่น แต่ริชชี่ยืนยันว่าเชียงใหม่ยังคงเป็นเมืองที่น่าอยู่ และหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ววัน เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง

‘ชมพู่ อารยา’ ฉลองครบรอบ 10 ปี ร้านโปรด ในบรรยากาศสุดอบอุ่น

‘ชมพู่ อารยา’ ฉลองครบรอบ 10 ปี ร้านโปรด ในบรรยากาศสุดอบอุ่น

‘ชมพู่ อารยา’ ฉลองครบรอบ 10 ปี ร้านโปรด ในบรรยากาศสุดอบอุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Kay’s จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี อย่างอบอุ่น กับอีเวนต์สุดพิเศษ “Kay’s Breakfast Party” ที่ชวนแขกคนพิเศษมาร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขในบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์ Breakfast Community ของคนรักอาหารเช้า พร้อมตอกย้ำเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็น Best Brunch in Bangkok

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการปรากฏตัวของซูเปอร์สตาร์สาว ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ที่มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ Kay’s โดยชมพู่เผยว่า Kay’s เป็นหนึ่งในร้านโปรดของเธอ ที่มักแวะมาทานอาหารเช้าและบรันช์อยู่เสมอ เพราะหลงรักทั้งเมนูที่มีเอกลักษณ์และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง

ภายในงาน ชมพู่ยังร่วมสร้างโมเมนต์สุดน่ารัก ด้วยการเขียนการ์ดอวยพรให้กับ Kay’s โดยเขียนคำว่า “Congrats” พร้อมวาดรูป ขนมปัง ประกอบในข้อความอวยพรอย่างเป็นกันเอง สะท้อนความผูกพันและความประทับใจที่มีต่อร้านแห่งนี้ นอกจากนี้ ยังร่วมสนุกกับกิจกรรมไฮไลต์ของงานอย่าง “French Toast Painting Workshop” เวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้แขกได้เพ้นท์และตกแต่ง Signature French Toast ของ Kay’s ด้วยครีมชีสหลากสี โดยชมพู่ได้ร่วมลงมือเพ้นท์ French Toast อย่างสนุกสนาน ท่ามกลางบรรยากาศ Breakfast Party ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

Celebrity Gossip : 5 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 5 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 5 เมษายน 2569

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– แองเจลินา โจลี เดินทางไปเยี่ยมชมโรงละคร Golden Temple และโรงภาพยนตร์ Battambang ในเมืองบัตตัมบัง ระหว่างการเยือนกัมพูชาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามรายงานของสื่อ The Phnom Penh Post โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดบัตตัมบอง เจ้าหน้าที่จากกรมวัฒนธรรมและศิลปะ รวมถึงเจ้าหน้าที่เทศบาลให้การต้อนรับและนำชมสถานที่ การเดินทางมาครั้งนี้ของโจลีเป็นไปตามคำเชิญของ Phare Ponleu Selpak หน่วยงานไม่แสวงกำไรในพื้นที่ ซึ่งกำลังมองหาการสนับสนุนสำหรับการบูรณะและปรับปรุงโรงละครเก่าแก่ทั้งสองแห่ง เพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัด โดยโรงละครและโรงภาพยนตร์แห่งนี้ สร้างขึ้นในทศวรรษ 1960 เป็นสัญลักษณ์ของยุคทองของวงการภาพยนตร์กัมพูชา แต่ปัจจุบันเสื่อมโทรมลงอย่างมาก

– เกิดดรามาหลังมีการเผยตัวอย่างซีรีส์ Harry Potter ของ HBO ก่อนฉายจริงช่วงคริสต์มาส 2566 เมื่อ พาพา เอสซิอิดู นักแสดงผิวดำชาวอังกฤษ ถูกเลือกให้รับบท ศาสตราจารย์ เซเวรัส สเนป สร้างความแตกแยกในหมู่แฟน ๆ อย่างมาก เนื่องจากตัวละครสเนปตามต้นฉบับของ เจ.เค. โรว์ลิง ถูกบรรยายว่าเป็นชายผิวขาว ผอม และมีผมมัน ๆ การที่ตัวละครถูกเปลี่ยนเชื้อชาติจึงทำให้แฟน ๆ บางส่วนมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องโดยไม่สอดคล้องกับต้นฉบับ เป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาดและไม่ซื่อสัตย์ต่อเนื้อหาต้นฉบับ อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างซีรีส์ยังได้รับคำชมจากแฟน ๆ หลายคนที่เห็นภาพสวยและอารมณ์เข้มข้น

– ร็อบ ชไนเดอร์ นักแสดงและดาวตลกชาวอเมริกัน แสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย เสนอว่าสหรัฐฯ ควรนำระบบเกณฑ์ทหารกลับมาใช้อีกครั้ง โดยให้เยาวชนอเมริกันทุกคนเมื่ออายุครบ 18 ปี ต้องเข้ารับราชการทหารเป็นเวลา 2 ปี หรือสามารถเลือกทำงานอาสาสมัครทั้งในและต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของการรับใช้ชาติได้ ชไนเดอร์ยังระบุว่า การเป็นพลเมืองอเมริกันมาพร้อมกับเสรีภาพและโอกาสที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งเป็นที่อิจฉาของทั่วโลก แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาโดยไม่มีต้นทุน พร้อมชี้ว่าการให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมกันรับใช้ชาติ ไม่ว่าจะต่างเชื้อชาติ ศาสนา หรือความเชื่อ จะช่วยสร้างความเป็นหนึ่งเดียวทั้งต่อประเทศและต่อกันเอง สหรัฐฯ ยุติระบบเกณฑ์ทหารตั้งแต่ปี 1973 อย่างไรก็ตาม หลายประเทศทั่วโลกยังคงมีการบังคับรับราชการทหาร อาทิ เดนมาร์ก และเกาหลีใต้

– ภาพของ คริส เจนเนอร์ กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียของจีนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยถูกนำมาใช้เป็น “สัญลักษณ์แห่งความโชคดี” และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่บนแพลตฟอร์มอย่าง Xiaohongshu, Weibo และ Douyin ผู้ใช้พากันเปลี่ยนรูปโปรไฟล์และภาพพื้นหลังเป็นรูปของเธอเพื่อดึงดูดความสำเร็จและความมั่งคั่ง ผู้ใช้มีการตัดต่อภาพเธอให้สวมชุดในอาชีพต่างๆ เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จในสายงานนั้นๆ หรือขอให้สอบผ่าน  แฮชแท็กเกี่ยวกับคริส เจนเนอร์ มียอดเข้าชมมากกว่า 52.9 ล้านครั้ง และมีโพสต์ที่เกี่ยวข้องเกือบ 100,000 โพสต์ บนแพลตฟอร์ม Xiaohongshu เหตุผลก็เพราะชาวเน็ตจีนให้การยอมรับ คริส เจนเนอร์ ในฐานะนักธุรกิจหญิงที่ทำงานหนักและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของอาณาจักร คาร์ดาเชียน-เจนเนอร์ จนได้รับฉายาว่า “ไท่โฮ่ว” (Tai Hou) หรือ “Queen Mother” ซึ่งสื่อถึงความทรงอำนาจ ความทะเยอทะยาน และความสามารถในการจัดการด้านการเงิน

– เทย์เลอร์ สวิฟต์ สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนเพลงด้วยการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง Elizabeth Taylor ซิงเกิลที่ 3 จากอัลบั้มล่าสุด The Life of a Showgirl เพื่อยกย่องนักแสดงระดับตำนานผู้ล่วงลับ มิวสิกวิดีโอนี้ไม่มีภาพของนักร้องดังปรากฏอยู่เลย แต่เป็นการรวบรวมฟุตเทจจากภาพยนตร์คลาสสิก เช่น Cleopatra, Cat on a Hot Tin Roof, Who’s Afraid of Virginia Woolf?, A Place in the Sun และภาพจากเหตุการณ์จริงในชีวิตของ เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ มาตัดต่อรวมกัน สวิฟต์ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากทายาทของอดีตนักแสดงดัง และมีรายงานว่าเธอจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ฟุตเทจสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ เนื้อเพลงกล่าวถึงประเด็นเรื่องชื่อเสียง ความรัก และการถูกจับตามองจากสาธารณะ ซึ่งสวิฟต์มองว่า ชีวิตของเธอมีความคล้ายคลึงกับเทย์เลอร์ ในฐานะบุคคลที่เป็นที่รักแต่ก็นำมาซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.59 น.

“มิว นิษฐา” รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ “เซนต์“ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย “มาริน-มาคิน” มาเติมเต็ม พร้อมยิ้มทุกครั้งที่มองหน้าลูก

เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่น่าอิจฉา สำหรับ ชีวิตของ “มิว นิษฐา” ที่ล่าสุดได้ไปออกรายการคุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 เพราะไม่ว่าชีวิตคู่กับสามีที่ชื่อว่า “เซนต์ ธราภุช คูหาเปรมกิจ” ตลอดหกปีที่เป็นคู่ชีวิตกันมา ความหวานไม่เคยตก มีแต่กราฟพุ่งขึ้นตลอด ยิ่งได้สองจิ๋ว “มาริน-มาคิน” มาเติมเต็ม ชนิดที่ว่าเราไปคนดูทางบ้านยังยิ้มตาม รวมไปถึงความสำเร็จล่าสุดของเจ้าตัว กับผลงานเรื่อง “เส้นตายสายลวง“ ที่ตอนนี้ติดทั้งอันดับหนึ่งในประเทศไทย และอันดับหนึ่งระดับโลก บอกเลยเป็นชีวิตที่น่าอิจฉามาก

อัปเดตพัฒนาการของ 2 จิ๋ว ”มาริน-มาคิน“?

“อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วเราท้องกันคนละรอบนะ แม้คนจะบอกว่าสองจิ๋วเหมือนฝาแฝดกัน พอขนาดเวลาเค้าเล่นด้วยกัน เรานั่งมอง เรายังรู้สึกเลยว่าเค้าเหมือนกัน อย่างมารินในวัยสี่ขวบ เค้าโตเร็ว อย่างล่าสุดก็ปั่นจักรยานสองล้อได้แล้ว เพราะเค้าไปขอคุณครู เค้าเห็นรุ่นพี่ปั่น สรุปปั่นได้เฉย เค้าเริ่มเป็นตัวของตัวเอง มีความคิด ชอบแล้วก็ไม่ชอบ ซึ่งชุดที่เค้าชอบก็จะเป็นเดรส แล้วเค้าชอบไปดูคอนเสิร์ตมาก ซึ่งคอนเสิร์ตแรกที่เข้าไปดูก็คือคอนเสิร์ตของพี่ตูน บอดี้แสลม ตอนนั้นเค้าอายุแค่สามขวบ เค้าไปถึงครั้งแรกเค้าก็ดูตกใจเพราะว่าเสียงมันดัง ไปไปมามาสนุก เต้นใหญ่เลย แล้วอย่างตอนนี้ก็จะชอบพี่ Billkin เป็นพิเศษ”



เราเคยคิดไหมว่าอยากให้ลูกเราเข้าวงการ?

“ไม่ได้คิดเลย เพราะอย่างร้องเพลง หรืออย่างที่เค้าชอบเต้น เราก็มองว่ามันเป็นงานอดิเรกของเค้ามากกว่า มองว่าเป็นความสามารถพิเศษ ซึ่งถามว่าอยากให้เข้าวงการไหม สำหรับมิว มิวเฉยๆ นะคะ ไม่ได้มองว่าอยากให้ลูกตามรอยแม่ หรืออะไร เค้าอาจจะเป็นอะไรอื่นๆก็แล้วแต่น้องเค้าเลย”

แต่ได้ข่าวว่าเค้าเป็นสายลุยมาก ?

“ลุยมาก ลุยกว่าแม่อีก อย่างล่าสุดไปฉีดยา เค้าไม่ร้องทั้งคู่เลย และปกติเด็กต้องฉีดตรงก้นใช่ไหม มารินบอกว่าขอฉีดตรงแขน ซึ่งเขาใจเด็ดมาก ส่วนมาคินก็ไม่ร้องเลย เป็นเด็กที่ไม่ค่อยร้อง อย่างสัตว์เลื้อยคลาน เค้าก็ไม่ค่อยกลัว หรือไปสวนสัตว์เค้าก็จะมีให้จับงู ที่ไม่ได้มีพิษอะไร อย่างเราก็ไม่ชอบจิ้งจก แต่เขาก็จับได้ แต่ที่เขาไม่กล้าจับก็คือตุ๊กแก ส่วนเรื่องความกวนก็น่าจะได้มาจากคุณพ่อ มารินจะมีความกวน ความแสบ อาทิเช่นจะเดินอยู่มาจิ้มก้นแม่ (หัวเราะ) มาแหย่เรา“

เห็นว่าคนเล็กก็ขนาดสองขวบ ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง?

”มาคิน ชอบรถ จำยี่ห้อรถได้ เราก็งงมาก จำโลโก้รถได้ ซึ่งเขาก็ก๊อปปี้พี่เค้าเลย เวลาพี่เค้าทำอะไร เค้าก็จะทำเลียนแบบ เค้าติดพี่สาวมาก พี่สาวกลับมาจากโรงเรียน ก็รีบวิ่งไปกอด หรือบางทีเราต้องไปส่งลูกคนโต เค้าก็อยากไปด้วย เราก็ต้องหิ้วเค้าไปด้วย ซึ่งมาคินก็น่าจะให้เข้าตอนอายุสามขวบ อีกอย่างแม่ก็ติดลูก เพราะว่าถ้าไปด้วยกันสองคน เดี๋ยวบ้านเงียบ“

บ้านนี้เลี้ยงลูกแบบไหน?

”บ้านเราสอนเขาทั้งสองคน พยายามให้เขาทั้งสองคนช่วยเหลือตัวเอง เราก็จะสอนให้เขาคั้นน้ำส้ม หรือสอนทำขนม หรือบางทีก็สอนล้างจาน เราก็ให้ดาว เป็นคะแนนความดี นานๆ ก็ทำบ้าง ซึ่งถามว่าเร็วไหมในการที่สอนเขา ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่เขาทำได้ในวัยที่เขาสามารถทำได้ ให้เขาได้ช่วยเหลือตัวเอง หรือให้เค้าอาบน้ำเอง ซึ่งเราก็นั่งเฝ้า นั่งดู หรือบางทีเราก็ให้พี่สาว อาบให้น้องชายด้วย เค้าก็ทำเป็น“



พอสองคนได้ไปโรงเรียนแล้ว เรามีแพลนคนที่ 3 เลยไหม?

”คิดว่าไม่แล้ว เพราะว่าเราวางไว้สองคนตั้งแต่แรกแล้ว แต่อีก 10% อาจจะมีคนที่สาม ถ้าสองคนนี้เค้าโตไปประมาณนึงแล้ว และที่เหลือไว้ 10% เพราะว่าเราเอ็นจอยกับการมีลูกๆ มีเด็กๆ ในบ้าน แต่ตอนนี้สองคนกำลังดี ซ้ายจูงคนนึง ขวาจูงคนนึง“

อย่างระหว่าง เต้ย กับ มิ้นท์ ใครจะมีข่าวดีก่อน?

”อย่างพี่เต้ยไม่ค่อยได้เจอ เพราะว่าเค้าอยู่ต่างประเทศเยอะ เค้ากำลังอินเลิฟ เค้ากำลังแฮปปี้ เพราะคนที่นัดยากที่ 1 คือพี่แมท ถัดมาก็พี่เต้ย แต่เราก็ไม่รู้ว่าระหว่างพี่เต้ย กับมิ้นท์ใครจะมีข่าวดีก่อนกัน แต่เราก็อยากให้ทั้งคู่มีข่าวดีทั้งคู่ เพราะพี่เต้ยเค้าก็คลั่งรักมาก“

ขอถามเรื่องชีวิตคู่หน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง?

”แต่งงานกันมา 6 ปีแล้ว ซึ่งถ้าถามว่าเราเติมความหวานกันยังไงบ้าง ก็ไปทริปด้วยกัน ไปกันสองคน ฝากลูกไว้กับคุณยาย ซึ่งถามว่าคุณเซนต์ เค้าเป็นคนแบบไหน เค้าเป็นคนมีหลายมุม เวลาทำงานก็คือทำงาน ถ้าอยู่บ้านก็จะมีความเล่นๆ กวนๆ บ้าง ถามว่าเค้าเป็นคนตลกไหม แต่ที่เรามอง เค้าเล่น มันก็ตลก ถ้าเค้าอยู่ในมุมกับครอบครัว เขาจะมีมุมเล่นๆ“

ชีวิตก่อนแต่งหลังแต่งแตกต่างกันไหม?

”ก็แอบรู้สึกว่า หลังแต่งทุกอย่างมันดีขึ้น และตั้งแต่มีสองจิ๋ว ชีวิตยิ่งกลมเข้าไปอีก ก่อนที่จะมีสองจิ๋ว มันก็เป็นชีวิตคู่ที่สวีทๆ มันก็เป็นความสุขอีกแบบ แต่พอมีลูกเข้ามา มันเหมือนว่ายิ้มในใจตลอดเวลา มันมีความสุข มองเค้าสองคน เราก็นั่งยิ้มตลอดเวลา แทบจะไม่ทะเลาะกันเลย แต่ถามว่ามันเหนื่อยไหมกับการมีลูก มันก็เหนื่อยขึ้นเยอะ แต่มันเป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่าทุกนาที ซึ่งเราสองคนก็มีช่องว่างให้กันและกัน เข้าใจ คุยกันเยอะๆ การสื่อสารกันเยอะเยอะมันก็จะทำให้ชีวิตคู่ดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย“



การรับงานแสดงต้องถามสามีสามีก่อนไหม?

”ถ้าพูดถึงงานแสดงเราก็ตัดสินใจเอง เราก็จะบอกเขาว่าตอนนี้มีเรื่องอะไรติดต่อมาบ้าง ก็จะถามความเห็นเขา คิดว่าเป็นไง แต่เค้าก็ให้สิทธิ์เราในการตัดสินใจเอง เค้าให้อิสระเรามาก เพราะอย่างเรื่องล่าสุด เส้นตายสายลวง ที่ตอนนี้ขึ้นอันดับหนึ่งของ Netflix ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งมิวดีใจมากเพราะว่าขึ้นอันดับหนึ่งในไทยภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง เราก็ตกใจเหมือนกัน แล้วเราก็ดีใจที่หนังไทยเราติดอันดับหนึ่งระดับโลก เพราะเราหายจากการแสดงไป 3 ปี และเรื่องนี้ที่รู้สึกว่ายากสุดก็คือช่วงเวิร์คช็อป มันเป็นช่วงที่เราต้องเคาะ จูนเข้าหาตัวละคร แล้วที่เรากลับมารับงานแสดง ก็เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสแกมเมอร์ เพราะไม่ว่าชนชาติใดเราก็สามารถโดนหลอกได้ ซึ่งทีมได้ทำการบ้านหนักมาก เค้าไปลงพื้นที่จริงมา เค้ามีข้อมูลเชิงลึกมาก ได้คุยกับพี่เขาครั้งแรก เรายังโมโหเลยมันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็นในข่าว เป็นข้อมูลเชิงลึก ซึ่งเราก็เข้าใจว่าหลายคนลุ้นอยากให้มีภาคสอง มิวก็ลุ้นเหมือนกัน“

อย่างตอนนี้เครื่องมันติดแล้ว เราจะรับเงินแสดงอีกไหม?

”ถ้าของมิวนะ มิวรับอีกแน่นอน ถ้าบทไหนมันน่าสนใจเราก็จะรับ“

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

 

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา – เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา - เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา – เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.02 น.

4 เมษายน 2569 ทำเอาทะเลลุกเป็นไฟเมื่อ 2 สาวสุดสวยเพื่อนซี้อย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล และ นางเอกสาว เดียร์น่า ฟลีโป แท็กทีมเที่ยวทะเลกับแก๊งเพื่อนๆ งานนี้สาวเดียร์น่า ได้เผยภาพบรรยากาศล่องเรือกลางทะเล พร้อมเสิร์ฟช็อตเด็ดผ่านทางไอจีส่วนตัว “@dianaflipo” พร้อมแคปชั่น “nauti” เรียกได้ว่าต้องสะดุดให้กับความสวยและเซ็กซี่ของทั้ง 2 สาวแน่นอน 

โดยหลังจากที่สาวเดียร์น่า ได้ออกมาโพสต์ภาพนี้ออกไปนั้นเหล่าแฟนๆ ก็เข้ามาคอมเมนต์ชมความสวยของทั้ง 2 สาวกันเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่ายอดไลก์รัวๆ กันเลยทีเดียว