‘กระแต-โตชิ’ทำถึงมาก!สลัดลุคสายแดนซ์ สวมชุดโขนโบราณสุดวิจิตรประกาศความภูมิใจในความเป็นไทย

'กระแต-โตชิ'ทำถึงมาก!สลัดลุคสายแดนซ์ สวมชุดโขนโบราณสุดวิจิตรประกาศความภูมิใจในความเป็นไทย

‘กระแต-โตชิ’ทำถึงมาก!สลัดลุคสายแดนซ์ สวมชุดโขนโบราณสุดวิจิตรประกาศความภูมิใจในความเป็นไทย

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.46 น.

กลายเป็นโพสต์ไวรัลที่ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตถึงกับขนลุกไปตามๆ กัน เมื่อนักร้องสาวนิยาม “ราชินีสายแดนซ์” อย่าง กระแต อาร์สยาม (นิภาพร บุญยะเลี้ยง) ควงคู่หนุ่มคนสนิทดีกรีนักเต้นมือโปร โตชิ-จิรทีปต์ ปันธิ ออกมาสลัดภาพลักษณ์ความเซ็กซี่และสเต็ปการเต้นที่ดุดัน เปลี่ยนโหมดมาสวมชุดโขนโบราณสุดประณีตจาก อาภรณ์งามสตูดิโอ ซึ่งการแปลงโฉมในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การถ่ายแฟชั่นทั่วไป แต่เป็นการถ่ายทอดศิลปะชั้นสูงของไทยผ่านชุดเครื่องโขนย้อนยุคที่จัดเต็มทั้งงานปักและเครื่องประดับตามแบบแผนโบราณ ซึ่งทั้งคู่ถ่ายทอดออกมาได้ดูมีมนต์ขลัง ทรงพลัง และสง่างามราวกับตัวละครในวรรณคดีหลุดออกมามีชีวิตจริงโดย กระแต อาร์สยาม ระบุข้อความว่า

“ภูมิใจที่ได้เกิดในประเทศไทยและเป็นเกียรติมากๆที่ได้ใส่ชุดที่งดงามและทรงพลังที่สุด  ด้วยเครื่องแต่งกายโขนโบราณและเครื่องประดับที่อายุ100กว่าปีนาฏศิลป์ไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ภาพจิตรกรรมไทยสมัย ปลายอยุธยา-ต้นรัตนโกสินทร์

สงกรานต์ ปีใหม่ไทยที่จะถึงนี้ แตรและโตชิ ขอส่งต่อเสน่ห์ไทยศิลปะและมรดกวัฒนธรรมที่งดงามที่สุด  เป็น soft power ที่ทรงคุณค่าที่สุด

ตัวนาง นุ่งผ้าลายอย่าง ชักชายสะบัด ห่มผ้าตาดทองปักปีกแมลงทับโบราณ อายุ ร้อยกว่าปี  สวมศิราภรณ์ ที่เรียกว่า รัดเกล้าเปลว

ตัวพระ แต่งยืนเครื่อง ด้วยผ้าไหม ปักดิ้นเลื่อมอย่างโบราณฝีมือ #ครูบิ๊ก #พีรมณฑ์ชมธวัช แห่ง #อาภรณ์งามสตูดิโอ  ทั้งสองตัวละคร สวมเล็บทองงอนยาว และห้อยอุบะด้านขวา ทัดดอกไม้ด้านซ้าย ตามขนบละครหลวง

ซึ่งงานนี้ระหว่างการถ่ายรูปก็มีเรื่องเล่าที่ชวนขนลุก ตอนถ่ายรูป พี่ตากล้องกดชัตเตอร์แล้วรูปไม่ขึ้น รอบสองกดแล้วแฟลชไม่ออก ต้องยกมือไหว้ขอครู บอกว่า  “ครูช่วยด้วย”  จึงถ่ายออกมาได้… และรูปแรกที่ได้คือแฟลชไม่ติดเลย!

‘แม่พระธรณี’มงคลสัญลักษณ์กับความเชื่อในสังคมไทย

‘แม่พระธรณี’มงคลสัญลักษณ์กับความเชื่อในสังคมไทย

‘แม่พระธรณี’มงคลสัญลักษณ์กับความเชื่อในสังคมไทย

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พระศรีวสุนธรา” หรือ “พสุนธรานารี” ที่เรียกขานกันในนาม “พระแม่ธรณี หรือ พระแม่ธรณีบีบมวยผม” เป็นที่เคารพนับถือว่าเป็นเทพแห่งพื้นแผ่นดิน มีปรากฏในตำนานทั้งศาสนาพราหมณ์ฮินดู และพุทธศาสนา

โดยเชื่อว่า ‘แผ่นดิน’ เป็นจุดก่อเกิดสรรพสิ่งทั้งปวงในโลก แผ่นดินจึงเปรียบเสมือน ‘มารดา’ ผู้หล่อเลี้ยงโลก และยกย่องเป็นเทพีผู้ค้ำจุนโลก และสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ จะเห็นได้จากการสร้าง “รูปเคารพพระแม่ธรณี” ตามสถานที่หรือหน่วยงานต่างๆ มากมาย

พระแม่ธรณี หรือแม่พระธรณี ยังปรากฏความสำคัญในพุทธประวัติ กล่าวคือ ในคืนที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ พญามารวัสดีและกองทัพมารเข้ารบกวนโดยอ้างเอาบัลลังก์เป็นของตน พระพุทธองค์ทรงเปล่งวาจาอ้างเอา “ธรณี” เป็นพยาน จากนั้นมีเสียงดังกัมปนาท แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พระแม่ธรณีต้องปรากฏกายเป็นพยานเอก แสดงการบิดน้ำจากมวยผมเพื่อแสดงให้เห็นถึงกุศลที่พระพุทธองค์กระทำมาตั้งแต่อดีตชาติ จนน้ำที่กรวดลงบนพื้นแล้วแม่ธรณีรับไว้นั้น มากถึงขั้นเป็นมหาสมุทร พัดเอาเหล่าพญามารกระจัดกระจายหายไป  จึงมักถูกวาดไว้ในจิตรกรรมฝาผนังตอน “พระพุทธเจ้าชนะมาร” อยู่เสมอ

คติความเชื่อเรื่องการบูชาพระแม่ธรณี ได้เผยแพร่มาจากอินเดียสู่ไทย เนื่องจากอิทธิพลคัมภีร์พระพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ อาจกล่าวได้ว่า ‘ก่อนที่จะทำอะไร ก็ให้บูชาบอกกล่าวต่อพระแม่ธรณีก่อน’ เพราะทุกอย่างในโลกล้วนกำเนิดขึ้นบนดินทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ก็ต้องบอกกล่าวขอขมา เพราะจะกระทบกระเทือนพื้นดินตั้งแต่เริ่มตอกเสาเข็มหรือขึ้นเสาเอก ฯลฯ หรือ เกษตรกรก่อนจะเพาะปลูก ก็มักจะทำพิธีบอกกล่าวแก่พระแม่ธรณี และขอพรให้ประสบความสำเร็จ พืชผลเจริญงอกงามพระแม่ธรณี ในพระพุทธศาสนา (โดยเฉพาะเถรวาทไทย) คือเทพีผู้พิทักษ์พื้นแผ่นดิน ปรากฏในพุทธประวัติช่วงมารผจญ โดยเป็นพยานยืนยันบุญบารมีของพระพุทธเจ้าด้วยการบีบมวยผมหลั่งน้ำที่กรวดไว้ตั้งแต่อดีตชาติ จนกลายเป็นมหาสมุทรพัดพากองทัพมารไป นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และการชนะอุปสรรค

บทบาทและตำนานที่สำคัญของ “พระแม่ธรณี” คือ

พยานในคืนตรัสรู้: เมื่อพญามารกล่าวหาว่าบัลลังก์ที่พระพุทธองค์ประทับเป็นของตน พระพุทธองค์ทรงเรียกพระแม่ธรณีเป็นพยาน พระแม่ธรณีปรากฏกายขึ้นและบีบมวยผม ปล่อยน้ำที่พระพุทธเจ้าทรงกรวดแผ่เมตตาไว้ตลอดการบำเพ็ญเพียรจนท่วมกองทัพมาร

ปางมารวิชัย: เป็นที่มาของพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่แสดงถึงชัยชนะเหนือหมู่มารและความเป็นผู้ค้ำจุนแผ่นดิน

ความเชื่อในไทย: คนไทยมองพระแม่ธรณีเป็น “แม่” ผู้หล่อเลี้ยงชีวิต มีความเชื่อว่าการบูชาจะช่วยให้ร่มเย็นเป็นสุข พ้นจากภัยพิบัติ และเจริญรุ่งเรืองในการทำมาหากิน โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน

รูปลักษณ์และการบูชา

ท่าทาง: รูปเคารพมักทำเป็นหญิงสาวรูปร่างอวบใหญ่ นั่งคุกเข่าบีบมวยผมทางด้านขวา ซึ่งหมายถึงการปลดปล่อยพลังงาน

คาถาบูชา: “เม กะ มะ อุ” (หัวใจพระแม่ธรณี ถอดจากเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)
เรื่องราวของ “พระแม่ธรณีบีบมวยผม” มาจากตำนานตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะพญามารก่อนตรัสรู้ ตาม “ปฐมสมโพธิกถา” ซึ่งเป็นคัมภีร์ไทยโบราณ พญามารท้าทายพระพุทธเจ้าว่าไม่มีพยานยืนยันการบำเพ็ญบารมีของพระองค์ พระพุทธเจ้าจึงทรงสัมผัสพื้นดิน เรียกพระแม่ธรณีให้เป็นพยาน พระแม่ธรณี หรือ พระศรีวสุนธรา ปรากฏตัวขึ้น บีบมวยผมให้น้ำไหลออกมาเป็นสาย น้ำนี้เปรียบเสมือนผลบุญที่พระพุทธเจ้าสั่งสมมาในอดีต ซึ่งไหลท่วมกองทัพมารจนพ่ายแพ้ไป

พระแม่ธรณีปรากฏในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น เทศน์มหาชาติ และลิลิตตะเลงพ่าย โดยในศิลปะไทยมักแสดงเป็นหญิงสาวอวบอิ่ม นั่งคุกเข่าหรือยืนในท่าคล้ายนั่งคุกเข่า มวยผมยาวสลวย มือขวายกจับโคนผม มือซ้ายจับมวยผม แสดงท่าบิดให้น้ำไหลออกมา เช่นเดียวกับในพุทธประวัติ

ตามการตีความของกรมศิลปากร การบีบมวยผมของพระแม่ธรณีไม่ใช่แค่การแสดงพลัง แต่เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินที่หล่อเลี้ยงชีวิต และการยืนยันถึงความจริงที่โลกเป็นพยานได้ นี่คือเหตุผลหลักที่ศิลปินพุทธเลือกแสดงท่านี้ในงานศิลปะ เพื่อเล่าเรื่องชัยชนะของพระพุทธเจ้าในรูปแบบที่เข้าใจง่าย

ในความเชื่อของคนไทย
พระแม่ธรณี ไม่ใช่แค่ตัวละครในตำนาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของ “แม่” ผู้ให้กำเนิดและปกป้อง ตามหนังสือ “ตำนานและความเชื่อในสังคมไทย” โดยสำนักพิมพ์มติชน การบีบมวยผม ถูกมองว่าเป็นการปลดปล่อยน้ำ ซึ่งเปรียบได้กับน้ำฝนหรือน้ำในแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงเกษตรกรรมและชีวิตคนไทย น้ำที่ไหลจากมวยผมจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือปราบมาร แต่เป็นภาพแทนของความเมตตาและพลังแห่งธรรมชาติที่พระแม่ธรณีมีต่อมนุษย์

พิธีกรรมในไทย เช่น การบูชาพระแม่ธรณีก่อนปลูกบ้าน หรือการขอฝนในพิธีโบราณ แสดงให้เห็นว่า คนไทยมองพระแม่ธรณีเป็นผู้ควบคุมทรัพยากรธรรมชาติ การบีบมวยผมในศิลปะจึงอาจสะท้อนถึงความหวังให้แผ่นดินอุดมสมบูรณ์และปกป้องจากภัยพิบัติด้วย
มุมมอง “สากล” เทพธิดาแห่งดินในวัฒนธรรมอื่น

ถ้ามองกว้างออกไป ความเชื่อเรื่องเทพแห่งดินที่ปกป้องมนุษย์ไม่ได้มีแค่ในไทย ตามข้อมูลจาก Encyclopaedia Britannica ในตำนานกรีก “ไกอา” (Gaia) เป็นเทพีแห่งโลกที่ให้กำเนิดชีวิตทั้งปวง และในอินเดีย “ปฤถวี” (Prithvi) เป็นเทวีแห่งแผ่นดินที่คอยหล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง

แม้ทั้ง 2 วัฒนธรรมจะไม่มีภาพ “บีบมวยผม” แต่แนวคิดเรื่องโลกที่เป็นพลังปกป้องและให้ชีวิตคล้ายกับพระแม่ธรณีในพุทธศาสนาอย่างไรก็ตาม การที่ไทยเลือกแสดงพระแม่ธรณีด้วยท่าบีบมวยผม อาจเป็นเอกลักษณ์ที่พัฒนามาจากการผสมผสานความเชื่อท้องถิ่นเข้ากับพุทธศาสนา ซึ่งต่างจากวัฒนธรรมอื่นที่มักเน้นภาพเทพีถือพืชหรือยืนนิ่งสงบ

แล้วทำไมต้องเป็น “มวยผม” ไม่ใช่ท่าอื่น ?
ในศิลปะพุทธ “มวยผม” เป็นทรงผมที่พบในรูปปั้นเทวีหรือนางในวรรณคดี ซึ่งอาจสื่อถึงความงามและพลังที่ซ่อนอยู่ ตามหนังสือ “ศิลปะไทย” โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี การบีบมวยผมอาจเป็นการแสดงถึงการปลดปล่อยพลังที่เก็บไว้ เหมือนน้ำที่ไหลออกมาเพื่อพิสูจน์ความจริงและขับไล่ศัตรู

“แม่พระธรณี” กับ “พรรคประชาธิปัตย์”

เล่ากันเอาไว้ว่า ในวันที่ประชุมเพื่อก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนั้นได้มีการเสนอให้เชิญ “แม่พระธรณี” มาเป็นสัญลักษณ์ของพรรคฯ ที่ประชุมเห็นพ้องตรงกัน ในความหมาย “เพื่อการให้ความร่มเย็นแก่ประชาชน”

จากนั้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2525 ได้ย้ายที่ทำการพรรคฯ จากสวนรื่นฤดีมาที่ถนนเศรษฐศิริในปัจจุบัน โดยนายปราโมช สุขุม ส.ส. กรุงเทพมหานคร เป็นผู้เสนอให้มีการจัดสร้าง แม่พระธรณีบีบมวยผมประดิษฐานไว้ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์นับจากนั้นเป็นต้นมา

พระแม่ธรณีที่ท้องสนามหลวง

ลักษณะเด่น: เป็นปูนปั้นรูปพระแม่ธรณีกำลังบีบมวยผม โดยมีน้ำสะอาดไหลออกมาจากปลายมวยผม เพื่อเป็นทานน้ำดื่มแก่ประชาชนที่มาสักการะ จึงมีอีกชื่อว่า “อุทกทาน” (การให้ทานด้วยน้ำ) สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2460พระแม่ธรณีมีศาลเก่าตั้งอยู่บริเวณหัวมุมสนามหลวง ริมถนนราชดำเนิน ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ และสะพานผ่านพิภพลีลา เป็นปูนปั้นพระแม่ธรณีกำลังบีบมวยผม ในอดีตเคยมีน้ำสะอาดไหลออกมาจากปลายมวยผม และสามารถใช้ดื่มกินได้ด้วย สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยพระราชดำริของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ด้วยมีพระราชประสงค์ในการแจกจ่ายน้ำดื่มสะอาดบริสุทธิ์แก่ราษฎร

ขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ยังทรงพระยศเป็นเจ้าฟ้าวชิราวุธฯ จึงพระราชทานคำแนะนำให้สร้างอุทกทาน หรือ พระแม่ธรณีบีบมวยผม กระทั่งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นยุคข้าวยากหมากแพง อุทกทานถูกชาวบ้านขโมยอุปกรณ์ท่อน้ำต่าง ๆ จนไม่สามารถใช้การได้

แม้จะมีการซ่อมแซมให้ใช้ได้ดังเก่าในสมัยรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่สถานที่นี้ก็ไม่ได้ใช้เป็นที่แจกจ่ายน้ำสะอาดอีกต่อไป เป็นแต่ศาลศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนเข้ามาสักการะเท่านั้น

จิตรกรรม พระแม่ธรณีบีบมวยผม วัดชมภูเวก จ.นนทบุรี

เป็นจิตรกรรมรูปพระแม่ธรณีที่ได้รับการยกย่องว่า สวยงามที่สุด หากมีโอกาส ไม่ควรพลาดที่จะเดินทางไปชม

แฟนเพลงใจหาย! โส อานนท์ นักร้อง-นักแต่งเพลงเมืองเพชรเสียชีวิตอย่างสงบ

แฟนเพลงใจหาย! โส อานนท์ นักร้อง-นักแต่งเพลงเมืองเพชรเสียชีวิตอย่างสงบ

แฟนเพลงใจหาย! โส อานนท์ นักร้อง-นักแต่งเพลงเมืองเพชรเสียชีวิตอย่างสงบ

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.50 น.

วงการเพลงพื้นบ้านต้องสูญเสียบุคลากรสำคัญ เมื่อเพจ ข่าวเพชรบุรี 24ชั่วโมง รายงานการจากไปของ โส อานนท์ นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดังแห่งเมืองเพชรบุรี เจ้าของผลงานเพลงอมตะอย่าง “เด็ดดอกชะโอน”, “รู้เรื่อง” และ “แก่งกระจาน” ซึ่งได้เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพัก ในวัย 65 ปี หลังเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งลำไส้มาเป็นระยะเวลาหลายเดือน

ครอบครัวได้กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ณ วัดประดิษฐ์วนาราม ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี โดยมีพิธีรดน้ำศพในวันอังคารที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว แฟนเพลง และชาวเพชรบุรี

สำหรับ “โส อานนท์” ตรวจพบโรคมะเร็งลำไส้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 และเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องที่ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี ก่อนจะกลับมาพักฟื้นที่บ้าน และจากไปอย่างสงบในช่วงเช้าวันที่ 7 เมษายน 2569

โส อานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2503 เติบโตในครอบครัวละครชาตรี และเป็นศิลปินที่มีผลงานโดดเด่นในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของชาวเพชรบุรี ผ่านบทเพลงที่เข้าถึงง่ายและสะท้อนรากเหง้าอย่างลึกซึ้ง

ผลงานเด่นอย่าง “เด็ดดอกชะโอน” ถ่ายทอดเรื่องราวกีฬาวัวลานพื้นบ้าน ขณะที่เพลง “รู้เรื่อง” สื่อถึงเอกลักษณ์ภาษาถิ่นเมืองเพชรบุรี ทำให้เขาได้รับการยกย่องในฐานะศิลปินผู้สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น

ตลอดเส้นทางชีวิตในวงการเพลง โส อานนท์ ได้รับรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อปี 2553 และยังได้รับ “เข็มเกียรติคุณวันอนุรักษ์มรดกไทย” ประจำปี 2563 จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในฐานะผู้สนับสนุนงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน “กลุ่มเพื่อนรักจักรยานบ้านพี่โสอานนท์” ที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูแหล่งประวัติศาสตร์ในจังหวัดเพชรบุรี โดยร่วมกับชุมชนพัฒนาพื้นที่วัดร้าง เช่น วัดท่าช้าง ให้กลับมาเป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่สำคัญของท้องถิ่นอีกครั้ง

‘ดูมันดิ’ ทำถึง !! ลุ้นใจเต้น เรียงแถวชิง KCL2026 ยอดเยี่ยม-ยอดนิยม

‘ดูมันดิ’ ทำถึง !! ลุ้นใจเต้น เรียงแถวชิง KCL2026 ยอดเยี่ยม-ยอดนิยม

‘ดูมันดิ’ ทำถึง !! ลุ้นใจเต้น เรียงแถวชิง KCL2026 ยอดเยี่ยม-ยอดนิยม

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.36 น.

2026 ปีแห่งการเดินสายกอบโกยผลกำไร จากการสร้างผลงานระดับคุณภาพ สำหรับค่ายซีรีส์-เพลง ตัวท็อปเมืองไทย ‘ดูมันดิ’ (DMD) ที่บริหารโดย “อ๊อฟชั่น กิตติพัฒน์ จำปา” ซึ่งแน่นอนว่า การตอบรับจากแฟนๆ ทั่วโลกนั่นเห็นชัดจากผลผลิตชิ้นงานที่ผ่านมาไว้ว่าจะเป็นด้านซีรีส์-เพลง โชว์ ความเป็นกันเองที่ตกแฟนๆ เข้าด้อมได้ทุกครั้ง

ล่าสุดอีกความสำเร็จของ “ดูมันดิ”ที่ต้องจับตาคือการตอบเท้าเข้าชิงติดโผรายชื่อ ลุ้นรางวัลในงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติยาวนานอีกหนึ่งเวทีระดับประเทศ “คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 22(KCL AWARDS 2026)” ที่ครั้งนี้ “ดูมันดิ”มีผลงาน รายชื่อเข้าชิงมันรวมแล้วจุกๆ เลยทีเดียว มีใครเข้าชิงสาขาไหนบ้าง ประเภทไหนบ้างเช็กพร้อมกัน

เริ่มที่ประเภทยอดเยี่ยม ที่ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และคร่ำหวอดในวงการเป็นผู้คัดสรรค์

-ประเภทเพลงไทยสากล ยอดเยี่ยม สาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม : หฤษฎ์ บัวย้อย(เก่ง) | มนตรา OST เขมจิราต้องรอด และ DEXX  | Clang Clang

-ประเภทละคร-ซีรีส์ ยอดเยี่ยม สาขานักแสดงคู่จิ้นยอดเยี่ยม : หฤษฎ์ บัวย้อย(เก่ง) และ นภัสกร ปิงเมือง(น้ำปิง) เขมจิราต้องรอด  , มติมันท์ ศรีบุญเรือง(เติ้ล) และ วรรณกร เรืองรัตน์(เฟิร์สวัน ) เขมจิราต้องรอด

ส่วนประเภทยอดนิยม หรือ Popular Vote ที่แฟนๆ ทั่วโลกร่วมโหวตเข้ามาประกอบด้วย

สาขานักร้องเพลงไทยสากลยอดนิยม ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์(นุนิว ), หฤษฎ์ บัวย้อย(เก่ง) ,พฤกษ์ พานิช(ซี),วรรณกร เรืองรัตน์(เฟิร์สวัน )

สาขานักแสดงชายยอดนิยม : พฤกษ์ พานิช(ซี) และ นภัสกร ปิงเมือง(น้ำปิง)

สาขาคู่จิ้นวาย ยอดนิยม :พฤกษ์ พานิช(ซี) และ ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์(นุนิว ) ,หฤษฎ์ บัวย้อย(เก่ง) และ นภัสกร ปิงเมือง(น้ำปิง)

สาขาละคร ซีรีส์ ยอดนิยม : เขมจิราต้องรอด

สาขา T-POP ยอดนิยม  : DEXX

รวมแล้วผลงานจากบ้าน ดูมันดิเข้าชิงถึง 7 รางวัลใหญ่ด้วยกัน ก็ต้องมาลุ้นกันต่อว่า สรุปแล้วผลงานเข้าตากรรมการกี่รางวัล แฟนคลับอวยยศให้กี่ชิ้นงาน แฟนๆ สามารถลุ้นรางวัลอื่นๆ ไปพร้อมกันกับ “งานประกาศรางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 22  หรือ  KCL AWARDS 2026” ณ ไอคอนฮอลล์, ไอคอนสยาม วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 

M STUDIO – Plan B ปลื้ม ‘มือปืน’ ไปไกลระดับโลก! เข้าชิง Audience Awards ที่อูดิเน่ อิตาลี พร้อมลุยฉายเวียดนาม–ไต้หวัน

M STUDIO – Plan B ปลื้ม 'มือปืน' ไปไกลระดับโลก! เข้าชิง Audience Awards ที่อูดิเน่ อิตาลี พร้อมลุยฉายเวียดนาม–ไต้หวัน

M STUDIO – Plan B ปลื้ม ‘มือปืน’ ไปไกลระดับโลก! เข้าชิง Audience Awards ที่อูดิเน่ อิตาลี พร้อมลุยฉายเวียดนาม–ไต้หวัน

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.42 น.

ภาพยนตร์ไทยยังคงเดินหน้าสร้างชื่อในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเทศกาล Far East Film Festival ครั้งที่ 28 ณ เมืองอูดิเน่ ประเทศอิตาลี ประกาศคัดเลือกภาพยนตร์ไทย 3 เรื่องเข้าฉายในสายประกวด เพื่อชิงรางวัล Audience Awards ซึ่งตัดสินจากคะแนนโหวตของผู้ชมโดยตรง

หนึ่งในผลงานที่ได้รับคัดเลือกในปีนี้ คือภาพยนตร์เรื่อง “มือปืน” ผลงานจากความร่วมมือระหว่าง M STUDIO และ Plan B กำกับภาพยนตร์โดย พุฒิพงษ์ นาคทอง ที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนหนังไทยเข้าร่วมเวทีระดับนานาชาติในปีนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพาผลงานไทยไปสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก พร้อมสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยที่ยังคงเติบโตและได้รับการยอมรับในเวทีสากล

นอกจากความสำเร็จบนเวทีเทศกาลแล้ว ล่าสุดยังมีอัปเดตสำคัญว่า “มือปืน” ยังเดินหน้าขยายฐานผู้ชมในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดเข้าฉายใน ประเทศเวียดนาม วันที่ 3 เมษายน 2569 และ ประเทศไต้หวัน ในวันที่ 10 เมษายน 2569 สะท้อนกระแสความสนใจของผู้ชมต่างชาติที่มีต่อภาพยนตร์ไทย และเป็นอีกหนึ่งก้าวของการผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก

สำหรับ Far East Film Festival ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลภาพยนตร์เอเชียที่สำคัญที่สุดในยุโรป และเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ภาพยนตร์จากเอเชียได้เข้าถึงผู้ชมต่างชาติ โดยเฉพาะรางวัล Audience Awards ที่สะท้อนเสียงตอบรับจากผู้ชมจริง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างกระแสและการจดจำให้กับภาพยนตร์ที่เข้าร่วม

การได้รับคัดเลือกในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของทีมผู้สร้าง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทยบนเวทีโลกอีกครั้ง

ไม่เพิ่มราคาให้เป็นภาระผู้บริโภค ‘บอย-เจี๊ยบ’ กัดฟันตรึงราคาอาหาร สู้ภาวะเศรษฐกิจผันผวน

ไม่เพิ่มราคาให้เป็นภาระผู้บริโภค ‘บอย-เจี๊ยบ’ กัดฟันตรึงราคาอาหาร สู้ภาวะเศรษฐกิจผันผวน

ไม่เพิ่มราคาให้เป็นภาระผู้บริโภค ‘บอย-เจี๊ยบ’ กัดฟันตรึงราคาอาหาร สู้ภาวะเศรษฐกิจผันผวน

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.38 น.

จากภาวะเศรษฐกิจจะสวิงแค่ไหนก็สู้ไม่ถอย สำหรับคู่รักนักสู้  “บอย อนุวัฒน์” หรือ “บอย พีซเมกเกอร์” และ “เจี๊ยบ พิจิตตรา” หลังจากที่เคยออกมาเปิดใจถึงผลกระทบจากสถานการณ์โลกที่ทำเอาต้นทุนพลังงานและข้าวของแพงขึ้นหูฉี่ กระทบเข้าจังๆ กับธุรกิจร้านอาหาร Shabu King ของทั้งคู่ แต่เจ้าตัวยืนยันคำเดิมว่าไม่มีการขึ้นราคาสินค้าหรือลดเกรดวัตถุดิบแน่นอน เพราะไม่อยากให้ลูกค้าต้องมารับภาระเพิ่มในช่วงที่ทุกคนกำลังแย่ พร้อมทั้งจะไม่มีวันลดคุณภาพ  ไม่เพิ่มราคาให้เป็นภาระผู้บริโภค แถมยังจัดโปรฯสุดพิเศษเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ สาดโปรฯแรง 5 วัน เท่านั้น ที่ Shabu king ทั้งสองสาขา กับโปรสุดพิเศษ ทานเมนู A La Carte ครบ 800 บาท ลดทันที ลูกค้าทั่วไป / สมาชิกนินจาลด 10 % (เงินสด , เงินโอน) , ลด 5 % (เครดิต) และ สมาชิกระดับ ซามูไร ขึ้นไป ลด 15 % (เงินสด , เงินโอน) , ลด 10 % (เครดิต) ตั้งแต่ 11-15 เมษายน 2569 เท่านั้น

ด้าน “หนุ่มบอย” เผยว่า “มีวิกฤตกับร้านอาหารชัดเจนที่สุดเลย เพราะคนรัดเข็มขัดมากขึ้นครับ สินค้าแพงขึ้น ต้นทุนก็สูงขึ้น แพ็กเกจก็แพงขึ้น ทุกวันเราจะได้รับรายการจากพนักงาน ว่าวันนี้ค่าอันนี้ขึ้นแล้ว แต่เราก็ยืนยันว่าจะไม่ลดคุณภาพของอาหาร เราจะตรึงไว้เท่าเดิม อาจจะมีการจัดการตลาดบางอย่าง เพื่อชดเชยกัน ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องขึ้นราคาครับ พยายามหาอะไรมาให้ผู้บริโภคได้ความคุ้มค่ามากกว่า ตอนนี้ทุกคนก็หนักกันหมด ถ้ายิ่งเราเพิ่มราคา มันก็เหมือนเอาภาระเราไปให้ลูกค้า เลยไม่เลือกวิธีนี้ดีกว่า เราสองคนอยู่ในสายอาชีพที่มีผลกระทบแรกๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในโลกนี้ ร้านอาหารกับบันเทิงโดนก่อน ก็ฝ่ากันมา ก็ต้องขอบคุณแหละครับ เพราะเราอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีแรงซัปพอร์ตจากทุกคน”…

เจี๊ยบ  เผยว่า “ตอนนี้ร้านก็ไปได้เรื่อยๆ ค่ะ เราเพิ่มแบบบุพเฟ่ต์แล้ว สงกรานต์ใครที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนแวะมาเที่ยวกับที่ Shabu king ที่ สาขาศาลายา และ สาขาพระราม 9 ซอย 37 กันได้นะคะ ช่วงนี้เราจัดโปรสุดพิเศษเพื่อทุกคน ตั้งแต่ 11-15 เมษายน 2569 เท่านั้น นะคะ”

‘อั้ม พัชราภา’ เสิร์ฟผิวเด็กฉ่ำฟู ตอกย้ำความสวยระดับตัวแม่

'อั้ม พัชราภา' เสิร์ฟผิวเด็กฉ่ำฟู ตอกย้ำความสวยระดับตัวแม่

‘อั้ม พัชราภา’ เสิร์ฟผิวเด็กฉ่ำฟู ตอกย้ำความสวยระดับตัวแม่

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.35 น.

สร้างความฮือฮาในวงการความงามอีกครั้ง เมื่อแบรนด์สกินแคร์ไทยคุณภาพอย่าง Q Russ ประกาศเปิดตัวซุปตาร์ตัวแม่ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คนล่าสุดของผลิตภัณฑ์ Q Concentrate Capsule Serum by Q Russ ตอกย้ำภาพลักษณ์ความสวยเปล่งประกายเหนือกาลเวลา

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ต้องเจอทั้งแสงแดด การแต่งหน้า และการทำงานหนักอยู่ตลอด ทำให้ผิวของ อั้มสะท้อนปัญหาที่ผู้หญิงยุคนี้ต้องเจอจริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธอยังดูเปล่งประกายอยู่เสมอ คือการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การฟื้นฟูผิวแบบลึกถึงต้นตอ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่แบรนด์สกินแคร์ไทยอย่าง Q Russ เลือกอั้มมานั่งแท่นพรีเซนเตอร์ของ Q Concentrate Capsule Serum by Q Russ เซรั่มแคปซูลหน้าเด็ก ที่เน้นฟื้นฟูผิวให้ดูฉ่ำฟู ไร้ฝ้า และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

โดย อั้ม พัชราภา ได้เผยความรู้สึกถึงการร่วมงานในครั้งนี้ว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแบรนด์ไทยที่พัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง และให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการดูแลผิว อั้มยังมองว่าเสน่ห์ของเซรั่มตัวนี้อยู่ที่การดูแลผิวได้ครบ ทั้งเรื่องความกระจ่างใส ความชุ่มชื้น ฝ้า และความอ่อนเยาว์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องการ

เธอยังเสริมอีกว่า การที่ได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง ทำให้รู้สึกมั่นใจกับผลลัพธ์ที่ผิวดูนุ่มฟูและสุขภาพดีขึ้น จึงยิ่งรู้สึกว่าการได้มาเป็นพรีเซนเตอร์ครั้งนี้ เป็นอะไรที่ “ใช่” ทั้งในแง่ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์ในส่วนของตัวผลิตภัณฑ์เอง ความโดดเด่นอยู่ที่ “เม็ดเซรั่มลดฝ้า” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อดูแลผิวอย่างตรงจุด โดย Q Russ ถือเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทยที่นำเข้าสารสกัดระดับพรีเมียมอย่าง Radicare-Eco จากสวิตเซอร์แลนด์ ที่เรียกว่าเป็น Super Anti-oxidant สารต้านผิวแก่ และ Ambre Extract จากฝรั่งเศส สารสกัดทั้งสองตัวนี้มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไทป์ 3 หรือที่เรียกว่า “Baby Collagen” ซึ่งเป็นคอลลาเจนสำคัญที่ทำให้ผิวดูเด็ก เนียนเด้ง และมีความฉ่ำฟูแบบสุขภาพดีจากภายใน นอกจากนี้ เซรั่มคิวยังพัฒนาด้วยแนวคิด “ตัดวงจรการเกิดฝ้า” ดูแลตั้งแต่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ลดเลือนชั่วคราว ทำให้ตอบโจทย์คนที่อยากดูแลผิวแบบจริงจังในระยะยาว ด้วยนวัตกรรม CELTOSOMET ที่เน้นซ่อมแซมผิวระดับเซลล์ สร้างเซลล์ผิวใหม่ภายใน 72 ชั่วโมง

‘อาร์สยาม’ปลุกตำนานจับเพลง‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ เขย่าใหม่ให้ ‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ ร้อง-เต้น ชวน Challenge สนั่น TikTok

‘อาร์สยาม’ปลุกตำนานจับเพลง‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ เขย่าใหม่ให้ ‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ ร้อง-เต้น ชวน Challenge สนั่น TikTok

‘อาร์สยาม’ปลุกตำนานจับเพลง‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ เขย่าใหม่ให้ ‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ ร้อง-เต้น ชวน Challenge สนั่น TikTok

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.19 น.

สมกับเป็นค่ายเพลงลูกทุ่งชื่อดัง อาร์สยาม’ ในเครือ อาร์เอส มิวสิค’ ที่วันนี้ มาปลุกตำนานแดนซ์ฮิตยุค 2013 ที่มียอดชมในยูทูปกว่า 200 ล้านวิว ‘รักต้องเปิด (แน่นอก) [Splash Out]’ ของกลุ่มศิลปิน 3.2.1 KAMIKAZE feat. ใบเตย อาร์สยาม’ นำมาเขย่าใหม่ เป็นเวอร์ชันสุดมัน ‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ ที่ได้สาวลูกทุ่งพลังสดใส ‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ (เขมนาฏ  ธจิรมงคลกิตต์) มาร้อง มาขยับ มาชวนทุกคนโยกตามแบบหยุดไม่ได้ พร้อมเติมสีสันใหม่ด้วยท่อนแรป 4 ภาค เพิ่มความสนุก ความแปลกใหม่ และความใกล้ชิดแบบเข้าถึงคนทั่วประเทศ

โดยเพลง ‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ ได้หยิบอินไซด์ชีวิตจริงของคนยุคนี้ ที่มีทั้งรายจ่าย ค่าบิล ค่าน้ำ ค่าไฟ และภาระรอบตัวมาถ่ายทอดผ่านจังหวะแดนซ์สนุกๆ ฟังง่าย จำไว พร้อมท่อนฮุกติดหู ‘ถ้าแน่นอก Yeah ก็ยกออก Yeah’ ที่ฟังปุ๊บก็อยากร้องตาม เต้นตามทันที

ซึ่งงานนี้ ไม่ได้มีดีแค่ความสนุก แต่ยังต่อยอดเป็น Dance Challenge บน TikTok ได้แบบเต็มตัว ด้วยจังหวะที่คุ้นหู ท่อนจำง่าย และพลังของ ‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ ที่พร้อมปลุกเพลงนี้ให้กลับมาไวรัลอีกครั้งบนโลกโซเชียล โดย ‘สาวต้นข้าว’ เผยว่า

“ดีใจมากเลยค่ะ ที่ได้เป็นคนถ่ายทอดเพลงฮิตในตำนานอย่าง ‘รักต้องเปิด (แน่นอก)’ ที่นำมา Re-Arrange ใหม่ให้เป็นเวอร์ชันสุดมันกับ ‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ ด้วยฝีมือการแต่งเนื้อร้องของ ‘นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์’ นักเขียน นักดนตรีรุ่นใหม่ ที่ทำให้เพลงนี้มีสีสัน สนุกสนาน และลงตัวมาก

เลยอยากเชิญชวนทุกคนที่ ‘แน่นอก’ กับภาระต่างๆ มา ‘ยกออก’ กันนะคะ กับกิจกรรม TikTok Challenge ‘แดนซ์ดีมีไชโย’ โดยอัดคลิปเต้นด้วยแผ่นเสียงเพลง ‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ โพสต์คลิปบน TikTok ส่วนตัว ติดแฮชแท็ก #แดนซ์ดีมีไชโย คนไหนเต้นเริ่ด เต้นถูกใจคณะกรรมการ มีสิทธ์ได้รับ ทองคำ และรางวัลอีกมายมาย’ ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ช่องทาง Facebook RsiamMusic และเงินไชโย เลยนะคะ เอ้า!ใครพร้อมแล้วมาเต้นกันเลยค่ะ!”

ฟังเพลง ‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ ของ ‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ ได้ทุกสตรีมมิ่ง แพลตฟอร์มแล้ววันนี้#ต้นข้าวอาร์สยาม #Rsiammusic #แน่นอกไชโยยกออก #แดนซ์ดีมีไชโย

ทริปเดียวครบ ‘หนุ่ม-แท่ง’พาทัวร์บุญ 2 วัดดังรับสงกรานต์ พร้อมเที่ยวแลนด์มาร์กใหม่

ทริปเดียวครบ 'หนุ่ม-แท่ง'พาทัวร์บุญ 2 วัดดังรับสงกรานต์ พร้อมเที่ยวแลนด์มาร์กใหม่

ทริปเดียวครบ ‘หนุ่ม-แท่ง’พาทัวร์บุญ 2 วัดดังรับสงกรานต์ พร้อมเที่ยวแลนด์มาร์กใหม่

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.45 น.

สายบุญสายกินห้ามพลาด “หนุ่ม-แท่ง” ลุย จ.สมุทรสงคราม ทัวร์ 2 วัดดัง ขอพรหลวงพ่อบ้านแหลม“วัดเพชรสมุทรวรวิหาร” พร้อมตะลุยแลนด์มาร์กใหม่ ที่ “วัดใหญ่” ปิดท้ายด้วยอาหารทะเลสดรสเด็ด  เสาร์ 11 เมษายนนี้

ต้อนรับเทศกาล สงกรานต์ ด้วยทริปสุดพิเศษที่ทั้งอิ่มบุญและอิ่มท้อง กับรายการ หนุ่มแท่ง อารามทัวร์ที่สัปดาห์นี้ 2 พิธีกรอารมณ์ดี หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง พาแฟนรายการบุกจ.สมุทรสงคราม เที่ยว 2 วัดดัง พร้อมตะลุยแลนด์มาร์กใหม่สุดฮิต

เริ่มต้นกันที่ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร สถานที่ประดิษฐาน หลวงพ่อบ้านแหลม พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอันเลื่องชื่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในตำนานพระพุทธรูป 5 พี่น้อง โดยประชาชนนิยมมาขอพรในเรื่องสุขภาพ หน้าที่การงานและความเป็นสิริมงคล เมื่อสมหวังจะนิยมถวายไข่เพื่อแก้บน จากนั้นยังพาไปชมพิพิธภัณฑ์ของวัด ที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่า รวมถึงพระพิฆเนศปางเทพพนมอายุกว่า 100 ปี และของสำคัญได้รับถวายมาจากในหลวงรัชกาลที่ 5

อิ่มบุญกันต่อที่ วัดใหญ่ วัดโบราณที่มีประวัติยาวนาน เดิมมีชื่อว่า “วัดเนินเดิมมี” พร้อมชมแลนด์มาร์กใหม่อย่างสะพานแขวน ออกแบบโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์กลองแม่กลอง และปลาทู ของดีประจำถิ่น อบจ. ได้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อวัดกับชุมชนได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังได้สัมผัสความงดงามของอุโบสถและศาลาการเปรียญด้วยปิดท้ายทริปแบบฟินสุด ๆ กับอาหารทะเลสดรสเด็ด พาไปอร่อยตบโต๊ะกันต่อที่ ร้านแดงอาหารทะเล (เจ้าเก่า)ที่ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบสดใหม่และรสชาติถึงเครื่อง จนเป็นร้านโปรดของนักชิมทั่วสารทิศโดย “หนุ่ม-แท่ง” เผยความประทับใจว่า การได้มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารทะเลคุณภาพ ทำให้ทริปนี้เต็มอิ่มทั้งกายและใจอย่างแท้จริง “อิ่มบุญที่ได้มากราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสมุทรสงคราม แล้วยังได้ทานอาหารทะเลอร่อย ๆ เต็มอิ่มกันจริง ๆ ครับ กับ จ.สมุทรสงคราม”ห้ามพลาด ! สายบุญและสายกิน ร่วมออกเดินทางไปสัมผัสความสุขพร้อมกันได้ ในรายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” วันเสาร์ที่ 11 เมษายนนี้ เวลา 13.30 น. ทาง ช่อง  7HD กด  35  และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com 

แม่ก็คือแม่! อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินีอวดหุ่นแซ่บ ทำหนุ่มๆ ใจละลาย

แม่ก็คือแม่! อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินีอวดหุ่นแซ่บ ทำหนุ่มๆ ใจละลาย

แม่ก็คือแม่! อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินีอวดหุ่นแซ่บ ทำหนุ่มๆ ใจละลาย

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.58 น.

7 เมษายน 2569 เรียกเสียงฮือฮาในโลกโซเชียลได้อีกครั้ง สำหรับคุณแม่สายแซ่บอย่าง “อุ้ม ลักขณา” ที่ล่าสุดออกมาเสิร์ฟลุคสุดฮอตต้อนรับอากาศร้อน นุ่งบิกินี่ตัวจิ๋ว อวดหุ่นสุดเป๊ะปัง จนแฟนๆ และหนุ่มๆ ใจละลายกันทั้งไทม์ไลน์

โดยภาพเซตนี้ ขุ่นแม่อุ้มมาในฟีลชิลๆ ริมสระว่ายน้ำสุดหรู แต่ดีกรีความแซ่บไม่ธรรมดา จัดเต็มทั้งท่าโพสสุดมั่นใจ โชว์สัดส่วนเป๊ะทุกองศา เรียกได้ว่าลงตัวทั้งความเซ็กซี่และแฟชั่นในเวลาเดียวกัน

ขอบคุณภาพจาก : @lukkanaaum