‘จุ๊บแจง’สุดช้ำ! หย่าสามีเพราะมือที่สาม…รักแท้แพ้สาวสอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/355187

'จุ๊บแจง'สุดช้ำ! หย่าสามีเพราะมือที่สาม...รักแท้แพ้สาวสอง

‘จุ๊บแจง’สุดช้ำ! หย่าสามีเพราะมือที่สาม…รักแท้แพ้สาวสอง

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 08.58 น.

หลังจากที่เพจดัง หยุดเผือกไม่ได้จริงๆ เผยข่าวเม้าท์ดาราหญิงชื่อดังมีผลงานละครเพียบ เซ็นใบหย่าสามี หลังแต่งงาน 21 ปี เหตุเพราะฝ่ายชายมีกิ๊กเป็นสาวประเภทสอง งานนี้ทำเอาชาวเน็ตตามเผือกกันยกใหญ่ว่าดาราคนนี้เป็นใครกันแน่ และหลายคนก็พุ่งประเด็นไปที่นักแสดงรุ่นใหญ่จุ๊บแจง วิมลพันธ์ เพราะคำใบ้หลายอย่างตรงกับตัวเธอมากๆ

ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร พร้อมกับยอมรับว่าเป็นดาราหญิงคนที่สามีแอบนอกใจไปคบสาวประเภทสองจริงๆ

มันเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวาน

ใช่ค่ะ เค้าก็หาอยู่ว่าใครกันนะที่ต้องหย่าขาดกับสามีทั้งที่คบกันมา 21 ปี จริงๆ ไม่อยากบอกใคร เพราะเราเป็นผู้หญิง เหมือนม้ายขันหมาก เหมือนจะแต่งงานแล้ว ที่สำคัญผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้แล้ว แล้วผู้ในวงการหลายๆ ท่านที่เราเชิญท่านมาเพื่อเป็นแขก เราก็รู้สึกว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นมันจะหมุนกลับยังไง

แล้วตอนนี้คือหย่าขาดแล้ว

หย่าแล้ว เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จริงๆ ก่อนหน้านั้นคนที่แบบว่า 20 ปีที่คบกันไม่ใช่ว่าไม่เคยนอกใจ ครั้งแรกเราให้อภัย คือเค้าโวยวายขอออกไปอยู่ข้างนอก ซึ่งเรารักเค้ามาก ทำใจไม่ได้ ลงไปกราบเท้าเค้าเลยแล้วกอดเค้า บอกว่าจะลืมทุกอย่าง แล้วกลับมาเป็นครอบครัวได้ไหม

ครั้งนึงเคยอ้อนวอนเค้า ถึงขั้นลงไปกราบเท้า ณ จุดนั้นพี่คิดอะไรทำไมทำแบบนั้น

ครอบครัวสำคัญที่สุดสำหรับเรา เวลาเรารักใครสักคนเราเต็มร้อยอยู่แล้ว คือเค้าเป็นคนดีนะคะ ดูแลครอบครัวเราดี เราเป็นพี่คนโตรับผิดชอบครอบครัวอยู่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างเวลามีแฟนเราก็จะบอกว่าครอบครัวสำคัญที่สุด ซึ่งอดีตแฟนของเราเค้าเข้าใจ แต่พอวันนึงเรามารู้ว่าคนที่เรารักเค้านอกใจ เราก็รู้สึกว่าเราต้องอยู่คนเดียวเหรอ ครั้งแรกให้อภัยกลับมาคบเหมือนเดิม พอครั้งสองก็เป็นอีก

เค้าทำผิดมาพี่จับได้ แต่พี่ไปกราบขอเค้าอยู่ อย่างงี้ผู้ชายเค้าไม่ได้ใจเหรอพี่

อันนั้นไม่รู้ คือความรักมันไม่ได้แบ่งว่าเธอได้เปรียบ ฉันเสียเปรียบ เพราะว่าความรักของนักแสดงบางคนคิดว่าต้องแอคติ้งหรือเปล่า จริงๆ มันไม่ใช่ ชีวิตจริงของเราก็คือฉันที่ต้องประคองครอบครัว ซึ่งพ่อเราเสียไปตั้งแต่มัธยมก็เลยคิดว่าการที่มีแฟนเค้าเป็นฮีโร่ของเรา พอถึงวันนึงครอบครัวเราแตกแยก  เค้าไปมีคนอื่นเรากลับอ้อนวอน พอครั้งที่สองก็เป็นอีก

ห่างกันนานไหม

ก็เฉลี่ยแล้วประมาณ 5-6 ปีครั้ง

หนูขออนุญาตถามแทนผู้หญิงหลายคน บางคนใจเด็ดเลือกที่จะไปจากชีวิตผู้ชายคนนั้นเลย แต่บางคนเลือกให้อภัย แล้วการให้อภัยแล้วกลับมาใช้ชีวิตด้วยกันระหว่างทางนั้นมีความสุขไหม

ไม่มี ระแวง ระวังมากขึ้น แล้วอะไรที่คิดว่าเราบกพร่อง เราต้องอัปตัวเองขึ้นมา ดูแลเค้ามากขึ้น ตอนเกิดครั้งแรก ครั้งสองเรารู้สึกว่ามันจะมีครั้งที่สามอีกไหม ระวังตลอด แต่มันก็มีครั้งสามมา

ครั้งที่สองคือจับได้

จับได้ค่ะ คือครั้งแรกทุบโทรศัพท์มือถือ ครั้งที่สองทุบโน๊ตบุ๊ก แต่เราก็กราบและกอดเค้าเหมือนเดิม ปัจจุบันนี้พูดได้เลยว่า มันรัก คือแบบคนเรามันรักมันทำอะไรได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แต่พอครั้งที่สามมันไม่ไหวจริงๆ มันเป็นไรที่แบบผู้หญิงคนนึงรับไม่ได้หรอก ก็อยากที่ทุกคนสงสัยทำไมครั้งที่สามเราถึงไม่ยอม  จะยอมได้ยังไง เพราะว่าครั้งนี้กลายเป็นสาวประเภทสอง เราตกใจ คือเรารับไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้น ตัวเราบกพร่องในหน้าที่ของความเป็นภรรยาหรือเปล่า สิ่งแรกของผู้หญิงต้องคิดอยู่แล้ว คือแรกๆ เค้าไม่ได้บอกเรา และเราก็ไม่ได้จับได้ เค้าปกติ เพราะน้องคนนี้เป็นเด็กฝึกงาน แล้วเค้ามีการหยอกล้อพูดคุย คนในช่อง ทีมงานก็รู้หมด แต่เค้าไม่ได้บอกเรา เราไปแค่ทำรายการเดียว ทำเสร็จก็กลับก็ไม่ได้คิดอะไร เค้าสานสัมพันธ์กันถึงไหนเราก็ไม่รู้ เหตุเกิดคือวันที่ 4 เค้าบอกว่าเค้าต้องไปดูโลเคชั่นที่เขาใหญ่ เราก็ถามเค้าทำไมต้องไปให้ทีมงานไปก็ได้  เค้าก็ขึ้นเสียงฉันจะไปไหนไม่ได้เลยเหรอ ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่เราไปรับรางวัลจากละครบุพเพสันนิวาส คนเต็มเลย แล้วเค้าก็ออกไปตั้งแต่ตีห้าครึ่ง เค้าก็ไลน์มาบอกว่าถึงรถแล้วเดี๋ยวถึงที่แล้วจะโทรมาบอก แต่เค้าก็หายไปเลย เราเลยโทรไปแต่เค้าปิดเครื่องตั้งแต่บ่ายสามถึงเที่ยงคืน

วันนั้นคือผิดปกติ

ผิดสังเกตค่ะ แต่เราคิดไปถึงเรื่องอุบัติเหตุ หรือว่าโทรศัพท์หายหรือเปล่า เราก็เลยบอกแม่ว่าคนหายจะ 24 ชม. แล้วไปแจ้งความไหม แล้วหลังจากเตรียมตัวไปแจ้งความโทรศัพท์ก็เด้งว่าสามารถติดต่อเบอร์นี้ได้แล้ว เราก็โทรไป เค้าตัดสายทิ้ง แม่โทรไปตัดสายทิ้ง แล้วไลน์กลับมาบอกว่า “ไม่กลับบ้าน 2-3 วันนะ เพราะเค้ามีเครียดเรื่องงาน ขอเคลียร์ตัวเอง ถามว่าอย่าร้องไห้ อย่าเครียด ไม่ต้องตามหา ถามว่ารักไหม ยังรักเหมือนเดิม กลับมาเค้าจะตอบทุกคำถาม และจำไว้ว่าเค้าเป็นห่วงมาก นั่นคือแมสเสจเดียวที่เค้าให้เรา หลังจากนั้นพี่เหมือนไม่ได้คำตอบอะไร หลังจากนั้นพี่หยิบโทรศัพท์มาดูทุก สิบนาทีว่าเค้าอ่านไลน์หรือยัง โทรหาเค้า เค้าไม่รับ คือคนรอมันทุกข์ทรมานใจ แต่คนไปเค้าแฮปปี้ เราก็ไม่รู้เค้าไปไหน เราร้องไห้จนไม่มีน้ำตา กินข้าวไม่ได้ แม่ต้องเอาน้ำแดง เอานมมาให้กิน แล้วน้องชายบอกว่านี่โน๊ตบุ๊กของอดีตแฟนหรือเปล่า เราบอกใช้แล้วเปิดดูปรากฎว่าเค้าลบตั๋วที่ไปเที่ยวฮ่องกง เราก็ไปกู้ขึ้นมาแล้มันเป็นวันเดียวกันกับที่เค้าหายตัวไป แล้วพักโรงแรมที่เราเคยไปพักด้วยกัน แล้วที่ร้ายที่สุดคือ เค้าเอารูปเค้าที่คบกับน้องคนนี้ไปแปะไว้ในไฟล์งานต่างๆ มีทั้งรูปกินข้าว เดินเล่น ไปทำกิจกรรมต่างๆ เราเห็นแล้วมือสั่น ร้องไห้ล้มไปเลย

คนนี้คือคนที่ทำงานกับเค้าด้วย

เป็นน้องมาฝึกงาน เค้าบอกว่ามีน้องมาฝึกงานวันที่ 9 มกราคม ซึ่งพี่กลับมาจากเที่ยวญี่ปุ่นกับเค้าวันที่ 7 มกราคม ซึ่งพี่รู้ว่าเค้าคบกันเมื่อไหร่คือเค้าเขียนไดอารี่ถึงกันวันที่ 9 มกราคม เจอกันครั้งแรกชวนมาทำรายการก็เฉยๆ พอวันที่ 11 คิดถึงจนทนไม่ไหว ส่งสติ๊กเกอร์สวัสดีวันพระไปให้  คือเค้าไม่เคยมีโมเมนต์แบบนี้กับเรา แล้วคนเป็นแฟนไปอ่านเมสเสจแบบนี้แล้วจะรู้สึกยังไง คือเราจับได้ เรารู้ไฟท์บิน เราสามารถตามไปที่สนามบินได้ พี่ให้เกียรติเค้าเราก็ไม่ไป แล้ววันอาทิตย์เค้าก็ไม่ได้กลับบ้าน พอวันจันทร์เค้าก็ไปทำงานปกติ ซึ่งเราเป็นพิธีกรอยู่ที่ช่องนั้นเราสามารถไปได้แต่เราไม่ไป เราให้เกียรติเค้า เราไม่อยากทำลายเค้า เราไม่คิดเลยว่าเค้าจะทำเราได้ขนาดนี้ พอเค้ากลับมาแม่ก็บอกว่าหายไปไหนนี่จุ๊บเข้าโรงพยาบาล เค้าก็กินข้าวปกติแล้วก็ขึ้นห้อง

ตอนนั้นเค้ารู้ไหมว่าเรารู้แล้ว

ตอนนั้นเค้ายังไม่รู้ จนยื้อพูดไป พูดมา จนจุ๊บทนไม่ไหวเลยบอกว่าจุ๊บรู้แล้วว่าพี่หนีไปฮ่องกงกับน้องคนนั้น พี่ทำแบบนี้กับจุ๊บได้ยังไง ตลอดเวลา 20 ปี ฉันมีผู้ชายดีๆ เข้ามามากมา ฉันไม่เคยนอกใจเธอเลย ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว มันไม่ได้จริงๆ

เหตุการวันที่ระเบิดเป็นไง เล่าให้ฟังหน่อย

เค้าแค่พูดว่าเธอรู้แล้วเหรอว่าฉันไปฮ่องกง เราก็บอกว่าใช่รู้ เราก็ร้องไห้ไปและพูดไปด้วย ที่ผ่านมาเธอหลอกฉันมาตลอดใช้ไหม เธอชอบแบบนี้ใช้ไหม เค้าก็บอกว่าเค้าขอโทษ เค้าไม่รู้จริงๆ รู้แต่ว่าเค้าชอบเด็กคนนี้มาก เดี๋ยวเธอกับฮันก็ต้องไปถ่ายรายการที่ฮ่องกงอยู่แล้ว แต่น้องเค้าอยากไปไหว้พระ เค้าพูดแบบไม่รักษาน้ำใจกันเลย ช่วงหนึ่งเดือนที่เค้ายังอยู่ในบ้าน เค้าไม่เคยเยียวยาเราเลย โทรไลน์หากัน นัดกินข้าวด้วยกัน

หลลังจากที่คุยกันแล้ว เค้าจบยังไง

เค้าก็พูดว่าอย่างนั้นเค้าก็ออกไปอยู่ข้างนอก ไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ แต่ถ้าครั้งนี้เค้านอกใจไปคบผู้หญิงอื่น ก็คิด 50 เปอร์เซ็นต์จะลงไปกราบเค้าอีก แต่พอเป็นอันนี้เรารับไม่ได้

ความรู้สึกพี่เป็นยังไงบ้าง

เอาง่ายๆ เวลาขับรถกลับบ้านเราร้องไห้ทุกครั้ง เวลาพักกองเราก็อยู่ในรถแล้วก็ร้องไห้จนแบบเหมือนคนคิดวนในอ่าง พี่นั่งร้องไห้กับคนที่บ้าน น้องชายมากอดพี่บอกว่า พี่จุ๊บฟังนะ เค้าบอกว่า เค้าไม่ได้รักพี่แล้ว ครั้งแรกที่เค้านอกใจพี่แล้วพี่ให้โอกาสเค้า แล้วเค้ามีครั้งที่สองก็แสดงว่าเค้าหมดรักพี่ไปตั้งแต่ครั้งแรกแล้วพี่เข้าใจไหม พอครั้งที่สองพี่ก็ให้โอกาสเค้าอีก พี่ดูแลเค้าดีขึ้นไปอีก แต่พอครั้งที่สามเค้าเปลี่ยนไปแล้ว พี่เข้าใจไหม แต่ถ้าพี่อยากกลับไปเป็นครอบครัว กี้ แม่ จะไปกราบเค้าขออ้อนวอนให้เค้ากลับมาเป็นครอบครัวพี่เหมือนเดิม

แสดงว่าพี่เป็นคนขอหย่า

ใช่ วันที่หย่า เค้าก็จะไม่หย่า เค้าบอกว่าเค้าขอออกไปอยู่ข้างนอกเดือนสองเดือน เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง วันนึงฉันอาจจะมาคุกเข่าขออยู่กับเธอก็ได้ เราก็เลยบอกว่าถ้าไม่หย่าเราจะฟ้องเค้าและน้องคนนั้นด้วย

วันที่ตัดสินใจคือไม่ได้คิดอยากได้เค้ากลับมาแล้ว

มันจะเป็นเหมือนเดิมมันไม่ได้แล้ว คือสิ่งแรกเหมือนเค้าผิดไปแล้ว เปลี่ยนไปแล้ว เค้าบอกว่าไม่เห็นเป็นไรเลย ถือว่าเค้าออกไปอยู่ข้างนอก แต่ทำทุกอย่างปกติ ทั้งทำบุญ ทำความสะอาดบ้าน เที่ยวเล่น เราก็เลยบอกไม่ต้องฉันทำได้ คือทุกสิ่งทุกอย่างมันทำร้ายจิตใจเรา แต่ไม่รู้ว่าเค้าจะได้คิดหรือเปล่า

จากการที่ตัดสินใจหย่า เพราะว่า 20 ปีพี่แจงไม่มีลูกด้วยกันใช่ไหม

ไม่มีๆ เหมือนกับพี่เลี้ยงลูก เลี้ยงหลานมาทั้งชีวิตแล้ว อายุเราสองคนก็เยอะแล้ว แล้วตัวเค้าเองก็ไม่อยากมีเหมือนกัน แต่วันนี้ก็ย้อนกลับมาคิดนะที่เธอไม่อยากมีลูกกับฉันเพราะเธอเป็นแบบนี้หรรือเปล่า

จริงหรือเปล่าที่อดีตแฟนเอากระเป๋าที่เราซื้อให้ไปขาย

ก็คือว่าไปเที่ยวด้วยกัน ก็ช้อปปกติ ล่าสุดไปญี่ปุ่นก็ซื้อกระเป๋าหลุยส์ด้วยกัน ทีนี้เราก็ถามหลังเกิดเหตุการณ์ที่เค้าหนีไปเที่ยวฮ่องกง ว่า กระเป๋าหลุยส์ใบนี้มันหายไปไหนทำไมไม่อยู่ที่บ้าน เค้าก็บอกว่าอยู่ออฟฟิต ตอนนั้นซื้อในราคาถ้าในชอปก็แสนอัป เราก็ถามเค้าว่าพี่เอากระเป๋าจุ๊บไปขายใช่ไหม พี่เอาเงินจองตั๋ว จองที่พักใช่ไหม เค้าบอกนิ่งๆ ก็คืออีกเรื่องนึงที่เธอควรจะรู้ แต่เค้าก็พูดติดตลกว่ากระเป๋าหลุยส์เวลาขายราคามันตกนะ เค้าพูดแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราก็เลยบอกว่าเฮ้ย ทำไมพี่ทำแบบนี้

นาทีนั้นที่ได้ยินคำพูดแบบนี้ออกมาจากปากคนที่เราเคยรักรู้สึกยังไง

มันเจ็บจนแบบไม่รู้จะเจ็บยังไง เราเสียใจนะ คือเราใช้เงินกระเป๋าเดียวกัน เวลาไปกินข้าว ช้อปปิ้ง เที่ยวต่างประเทศคือเราจะเป็นคนซัพพอร์ต เพราะเราหาเงินได้มากกว่า แต่เราเสียใจเพราะเางินเดือนเค้าไม่เคยมาเลี้ยงข้าวเรา แต่เอาไปเลี้ยงน้องคนนั้น เอาไปซื้อของ พาไปนู้นนี่นั้น เราเลยรู้สึกว่ามันไม่แฟร์สำหรับเราเลย ก็เลยถามเค้าว่าเธอทำแบบนี้มันทำร้ายจิตใจเรามากๆ แล้วปรากฏว่าเราเคยซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ให้เค้าเป็นของขวัญวันเกิด  ความที่เค้าเอากระเป๋าไปขาย เราก็กลัวว่าเค้าจะเอานาฬิกาไปขายด้วย เราก็เลยเอานาฬิกาโรเล็กซ์ของปลอมไปเปลี่ยนแล้วเอาของจริงไปเก็บไว้กับแม่ แล้ววันนึงเค้าอาจะไปช้อปปิ้ง เดินเล่น หรือเอาไปขาย เค้าก็มาบอกว่าเธอมาเปลี่ยนนาฬิกาโรเล็กซ์ฉันทำไม ฉันนี่โง่จริงๆ อยู่กับเธอมาไม่มีอะไรเลย เค้าพูดแบบนี้แล้วทุบนาฬิกาโรเล็กซ์ปลอมแล้วส่งรูปมาให้เรา

ที่พี่จับได้เค้าเอาของไปขายมันเป็นมูลค่าเท่าไหร่

จริงๆ นาฬิกาโรเล็กซ์เค้ายังไม่ได้ไปขาย เพราะพี่เปลี่ยนก่อน แต่พี่ว่าน่าจะได้ประมาณหลักหมื่นอยู่แล้ว แต่ก็มีอยู่กรณีนึงที่ไปดูเงินในบัญชี แล้วเงินหายไปแล้วมันไม่มีข้อความอะไรเลย เราก็เลยคิดว่าด้วยระบบแบงค์หรืออะไร เราก็เอาบุ๊กแบงค์ไปเช็กที่ธนาคาร เค้าก็บอกว่าโอนตอนตี 2-3 เข้าบัญชีนี้ ก็คือบัญชีของแฟน เราก็ถามว่ายังไง ถ้าไม่ไปแบงค์จะรู้ไหมว่าโอนเงินไป เค้าบอกว่าเค้าต้องใช้เงิน แล้วตื่นแต่เช้า แล้วเราก็ถามว่าทำไมพี่ลบข้อความเค้าก็บอกว่ากลัวรกเครื่องจุ๊บ

ขอย้อนถามนิดนึงอะไรที่ทำให้เค้าเบื่อเรา เรื่องเซ็กส์มีผลสำคัญไหม

เคยถามเค้าตั้งแต่ครั้งแรก ว่าเรามีความบกพร่องหน้าที่ความเป็นเมียไหม เรื่องนี้หรือเปล่า เค้าบอกว่าไม่ใช่ เรารองจากแม่เค้าเป็นผู้หญิงคนที่สองที่รักเค้ามากที่สุดในชีวิต เค้าไม่รู้จะหาผู้หญิงที่ไหนที่จะรักเค้าได้แบบนี้ เราก็บอกเค้าว่าฉันรักเธอ เธอกก็รู้แล้วนี่คือสิ่งที่เธอตอบแทนฉันเหรอ ซึ่งช่วงที่เครียดหนักๆ พี่ไม่อยากรับรู้อะไรเลย แบบกินยาแล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมา เคยคิดฆ่าตัวตายหลายที

แล้วอะไรที่ทำให้พี่ผ่านจุดคิดฆ่าตัวตาย 

ครอบครัวค่ะ พี่ น้อง คนรอบข้างเรา ทุกคนให้กำลังใจ พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นคนที่เป็นเพื่อนร่วมงาน คนทั่วไป รักเรามากกว่าคนที่เราคิดจะฝากชีวิตไว้กับเค้า

ถ้าอดีตแฟนมาขอคืนดีเราให้มั้ย

คงไม่แล้ว เพราะว่าช่วงระยะเวลาก่อนที่เค้าทำหรือหลังทำไปแล้ว และเค้าเยียวยาจิตใจเรา อาจไม่แน่คือจะลืมทุกอย่าง แต่เค้ายืนยันจะออกไปใช้ชีวิตที่เหลือ เราก็เคารพในการตัดสินใจของเค้า เพราะฉะนั้นเค้าก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของเรา เราเคยพูดว่าถ้ามีคนมาขอฉันแตต่งงาน ฉันจะแต่งเลย เค้าบอกว่าเธออย่าทำประชดฉันเลย เพราะเธอยังรักฉันอยู่

ทุกวันนี้พี่พร้อมจะอโหสิให้เค้าทั้งสองไหม

ทุกวันนี้ทำบุญเยอะมาก ตั้งแต่จับได้ ก็ 20 ปีเนอะ ชาติที่แล้วเราอาจจะทำเวร ทำกรรมกับเค้าไว้เยอะ ก็พยายามทำบุญเยอะๆ ให้เค้ามีชีวิตที่ดีกับชีวิตคู่ใหม่ที่เค้าเลือก ตัวเราเองก็ขอให้มีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น.ทางช่อง one31 Facebook Page :คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ จุ๊บแจง วิมลพันธ์

‘ขวัญ-เจี๊ยบ’ แฮปปี้ ร่วมงานผู้จัดฯ ‘หนุ่ม-สันติสุข’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/355061

‘ขวัญ-เจี๊ยบ’ แฮปปี้  ร่วมงานผู้จัดฯ ‘หนุ่ม-สันติสุข’

‘ขวัญ-เจี๊ยบ’ แฮปปี้ ร่วมงานผู้จัดฯ ‘หนุ่ม-สันติสุข’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จัดว่าเป็น 2 นักแสดงรุ่นใหญ่ที่คิวฮอต แต่เมื่อหนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ ผู้จัดฯไฟแรงแห่ง ค่ายเฮาส์ ออฟ มรรคเอ่ยปากชวนให้มาลงจอในซิทคอมชวนอร่อย รักปรุงรส(ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ 09.00 น.ช่อง 7HD กด 35) อดีตนางเอกหน้าหวาน ขวัญ-ขวัญฤดี กลมกล่อม และเพื่อนร่วมวงการอย่าง เจี๊ยบ-วัชระ ปานเอี่ยม ก็เซย์เยสเคลียร์คิวด่วนให้ทันที

ขวัญ เล่าให้ฟังว่า “เรื่องนี้ขวัญต้องเล่นเป็นคนที่ทำอาหารเก่งมาก แต่อยากจะบอกว่าชีวิตจริงทำกับข้าวไม่ค่อยเป็น ถนัดเป็นแม่บ้านตามสั่งมากกว่า คืออยากทานอะไรสั่งมาจะไปซื้อให้ (หัวเราะ) แต่เมนูที่ทำได้ก็มีอยู่ อย่างแกงฟักใส่กระดูกหมูเป็นสูตรที่แม่บ้านเคยทำให้ทานแล้วติดใจ เลยขอสูตรเค้ามาแล้วหัดทำเอง ถ้าใครที่อยากลองฝึกฝีมือปลายจวักดูบ้าง ในท้ายเรื่องจะมีสูตรเมนูอาหารให้ไว้ในทุกตอนด้วย ดูละครจบแล้วอย่าลืมจดแล้วลองไปทำตาม รับรองได้ทั้งความสนุกแถมยังอิ่มท้องแน่นอนค่ะ” ด้าน เจี๊ยบ กล่าวว่า “ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าดีใจที่ หนุ่ม-สันติสุข ชวนให้มาเล่นซิทคอมเรื่องนี้ ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานาน พอมาเข้าฉากด้วยกัน เลยมีแต่ความลื่นไหล ต่อมุขเสริมบทกันสนุก ในเรื่องผมรับบท “สาธิต” เป็นคนขี้น้อยใจ รักลูก รักเมีย แต่ก็ปากแข็ง ขนาดลูกพามาให้เจอกันหวังให้คืนดีก็ดันไปปากเสียใส่เพราะคิดว่าโสภาเป็นกิ๊กกับ น้าไม้ (รับบทโดย หนุ่ม-สันติสุข) เลยทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดใหญ่โต จริงๆ ชีวิตคู่แบบโสภาและสาธิตมีให้เห็นอยู่ตลอด ไม่ว่าจะทะเลาะกันเพราะความใจร้อนหรือไม่ยอมฟังเหตุผลกัน สุดท้ายจากปัญหาเล็กๆ ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ถ้าเราลองลดทิฐิและหันหน้ามาคุย ปรับความเข้าใจกันสักนิด ปัญหาต่างๆ ก็จะคลายลงซึ่งในซิทคอมเรื่องนี้จะสอดแทรกข้อคิดเรื่องความรักเอาไว้ในแต่ละตอนด้วย ยังไงก็ฝากติดตามชมกันด้วยนะครับ”

เอฟ อิ่มบุญ’ คว้าแชมป์ ‘ตามล่าหานักร้อง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/355062

เอฟ อิ่มบุญ’ คว้าแชมป์  ‘ตามล่าหานักร้อง’

เอฟ อิ่มบุญ’ คว้าแชมป์ ‘ตามล่าหานักร้อง’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สิ้นสุดไปแล้วกับโปรเจกท์ “แกรมมี่ โกลด์ ตามล่าหานักร้อง” กับเพลง “บ่มีที่ให้เจ็บ”ที่มีผู้สนใจมาลงทะเบียนรับเพลงไปฝึกซ้อมร้อง และส่งคลิปเพลง “บ่มีที่ให้เจ็บ” ในเวอร์ชั่นของตัวเองกันอย่างล้นหลามทุกคลิปถูกปล่อยลงช่องยูทูบ Grammy Gold Official พร้อมกัน ซึ่งคลิปใครมียอดวิวสูงสุดก็จะเป็นผู้ชนะ และเราก็ได้ผู้ที่คว้าชัยชนะจากโปรเจกท์นี้แล้ว ได้แก่ “เอฟ อิ่มบุญ” หรือ “อัครพงศ์ อิ่มบุญ” ที่มียอดวิวสูงสุดถึง 2 ล้านวิว มากเป็นอันดับหนึ่งจากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด โดยการนี้ทางวิทยาลัยดนตรีและศิลปินการแสดง (SCA) ร่วมยินดีและมอบทุนการศึกษา มูลค่า 150,000 บาท ที่สำคัญจะได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินภายใต้สังกัด “แกรมมี่โกลด์” ด้วย นอกจากนี้ยังได้เป็นเจ้าของบทเพลง “บ่มีที่ให้เจ็บ” อีกด้วย ด้าน “เอฟ อิ่มบุญ” พูดถึงความรู้สึกว่า “ผมรู้สึกดีใจมากครับที่ได้รางวัลนี้ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีคนชื่นชอบและเข้ามาฟังเพลงที่ผมร้องเยอะขนาดนี้ ขอบคุณแกรมมี่ โกลด์ ที่มีโปรเจกท์ดีๆ แบบนี้และให้โอกาสเด็กบ้านๆ อย่างผมได้ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงด้วยครับ”

‘ปาล์มมี่’ อึ้ง!! ถูกเซอร์ไพรส์กลางเวที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/355082

‘ปาล์มมี่’ อึ้ง!! ถูกเซอร์ไพรส์กลางเวที

‘ปาล์มมี่’ อึ้ง!! ถูกเซอร์ไพรส์กลางเวที

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลายเป็นคอนเสิร์ตสุดพิเศษที่แฟนเพลงของนักร้องสาว “ปาล์มมี่-อีฟ ปานเจริญ” ฟินกันหนักมาก กับ “GSB WOW CONCERT” ตอน DIVA จัดโดย ธนาคารออมสิน ร่วมกับ โมโน กรุ๊ป ณ สเตจ 1 MONO29 STUDIO เพราะงานนี้แดนซ์มันสมการรอคอย!!

เปิดเวทีท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของแฟนเพลง ปาล์มมี่ ที่ส่งเสียงกรี๊ดต้อนรับนักร้องสาวกันกระหึ่มฮอลล์ กับการปรากฏตัวของ ปาล์มมี่ ในลุคสุดเท่เปลือยเท้าขึ้นเวทีตามสไตล์ “ปาล์มมี่เท่านั้น!” ก่อนจะทักทายทุกคนด้วยเพลงแรก “คิดมาก” ชวนแดนซ์กันเบาๆ ก่อนส่งสัญญาณซึ้งถึงความผูกพันกับแฟนเพลง ด้วยเพลงที่หลายๆ คนคุ้นเคย ไมว่าจะเป็น “ฟ้าส่งฉันมา” และ “อยากหยุดเวลา”ที่แฟนเพลงต่างร้องเพลงกันลั่นฮอลล์ พร้อมสนุกกันต่อ เมื่อ ปาล์มมี่ พาเหรดเพลงแดนซ์มาฝากทุกคนอย่างไม่กั๊ก “นวด”, “อยากร้องดังๆ”, ทำเป็นไม่ทัก”, “Ooh” ที่เรียกทุกคนลุกขึ้นมาแดนซ์แบบไม่หวงเก้าอี้กันอีกต่อไป และเมามันอารมณ์เพลงในช่วงสุดท้าย กับเพลง “Tiktok” และ “นวด” ที่น่าจะเป็นนาทีปิดท้ายคอนเสิร์ตตามสคริปต์ แต่ยังค่ะ!! ยังไม่จบ เมื่อแฟนเพลงกลุ่ม “มิตรรัก” ได้รวมตัวกันขึ้นมาเซอร์ไพรส์สาวปาล์มมี่ กลางเวที “GSB WOW CONCERT” ด้วยการชวนทุกคนในฮอลล์ ร่วมร้องเพลง แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ฉลองอายุ 37 ปี ที่กำลังจะถึงในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ให้กับสาว ปาล์มมี่ ทำเอาเจ้าตัว มีงง!! เพราะไม่เคยคาดคิดจะเจอเซอร์ไพรส์กลางคอนเสิร์ตใหญ่ และเป็นทางการขนาดนี้ ก่อนชวนทุกคนถ่ายภาพร่วมกัน ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยความประทับใจ

‘ปุ๊กลุก+มิน+มิกกี้’ ร่วมแบ่งปัน กับแคมเปญ ‘Calories For Care’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/355063

‘ปุ๊กลุก+มิน+มิกกี้’ ร่วมแบ่งปัน กับแคมเปญ ‘Calories For Care’

‘ปุ๊กลุก+มิน+มิกกี้’ ร่วมแบ่งปัน กับแคมเปญ ‘Calories For Care’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดาราสาวคนดัง “ปุ๊กลุก” ฝนทิพย์ วัชรตระกูล ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของแคมเปญนี้ พร้อมด้วย “มิน” พีชญา วัฒนามนตรี และ “มิกกี้” นนท์ อัลภาชน์ เข้าร่วมงาน Super sports 21st Anniversary” โดย ซี อาร์ ซี สปอร์ต ร้านกีฬาซูเปอร์สปอร์ตในเครือเซ็นทรัล ฉลองครบรอบครั้งยิ่งใหญ่ คืนกำไรและความคุ้มค่าให้กับลูกค้า ผ่านของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท พร้อมร่วมแบ่งปันกับแคมเปญ “Calories For Care” โดยมี มร.โทนี่ มอร์ตัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นางสาวสิราภรณ์ วัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด ร่วมกันจัดงานแถลงและเปิดตัวแคมเปญ ณ ชั้นจี โซนบีคอน 3-4 เซ็นทรัลเวิลด์

‘แอมป์-ทับทิม’ พา ‘7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์’ลงสุราษฎร์ฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/355064

‘แอมป์-ทับทิม’ พา ‘7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์’ลงสุราษฎร์ฯ

‘แอมป์-ทับทิม’ พา ‘7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์’ลงสุราษฎร์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลับมาตอกย้ำความสนุกกันอีกครั้งกับ 2 พิธีกร “แอมป์-พีรวัศ” และ “ทัมทิม-อัญรินทร์” ที่จะชวนแฟนๆ มาให้กำลังใจกระทบไหล่กันอย่างใกล้ชิดกับพระ-นางแถวหน้าสุดฮอตมากมาย ที่พร้อมใจยกขบวนกันมาสร้างความสุขผ่านเสียงเพลงให้แฟนๆ ได้ร่วมร้องร่วมเต้นไปพร้อมๆ กัน ใน “7 สี คอนเสิร์ต ออนทัวร์” ณ ลานกิจกรรม หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สุราษฎร์ธานี วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไปโดย ช่อง 7HD กด 35  ถ่ายทอดสดให้ชมพร้อมกันทั่วประเทศ ในเวลา 18.20 น.

4 ดีเจ ขึ้นแท่นศิลปิน ‘บลู เจน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/355067

4 ดีเจ ขึ้นแท่นศิลปิน ‘บลู เจน’

4 ดีเจ ขึ้นแท่นศิลปิน ‘บลู เจน’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังส่งเสียงสดใสทักทายแฟนๆ เพลงทางคลื่นวิทยุ “MONO Fresh 91.5” (โมโน เฟรช 91.5) มาสักพักใหญ่ ล่าสุดถึงเวลาของ 4 ดีเจหนุ่มสุดฮอต ท็อป-ทศพล หมายสุข,เจได-เศรษฐศิษฏ์ ลิ้มกษิดิ์เดช, ญี่ปุ่น-ธนัฐ ธนจิระชัย และบีน-จุลศักดิ์ หาญคุณะเศรษฐ์ มาในมาดใหม่กับการเป็น ศิลปินกลุ่ม ร่วมกันครั้งแรก ในชื่อว่า “Blue Gent” (บลู เจน) ที่ทำกับ “พีชส์ มิวสิค โปรเจ็กต์” (Pitchs Music Project) ภายใต้ “ค่ายโมโนมิวสิค” ในเครือ โมโน กรุ๊ป กับซิงเกิ้ลเปิดตัว  “แค่ขอให้เป็นเรื่องเธอ”

ท็อป นำทีมเผยให้ฟังว่า “พอดีทาง โมโนมิวสิค มีแผนจะปั้นศิลปินนักร้องกลุ่มชายล้วน และทางค่ายเห็นพวกเรามีความสามารถด้านเอ็นเตอร์เทนเนอร์และร้องเพลงได้ด้วย บวกกับที่ทุกคนมีความคิดที่ตรงกันว่า อยากมีซิงเกิ้ลเป็นของตัวเองสักครั้ง” ญี่ปุ่น เสริม “พวกเราจึงตัดสินใจรวมทีมกัน เริ่มต้นปรับตัวเข้าหากันให้เป็นทีมเดียวกันก่อน เรียนร้องเพลงอย่างจริงจัง ซึ่งใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะได้ซิงเกิ้ลแรก เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ถึงเวลามาเป็นศิลปิน Blue Gent (บลู เจน) ที่มาจากคำว่า Gentleman และ Blue ซึ่งความหมายโดยรวมคือ สุภาพบุรุษที่เรียบง่าย สบายๆ มีอารมณ์เศร้าซึ้งๆ หน่อยกับเพลงแรก แค่ขอให้เป็นเรื่องเธอ” เจได เผย“เพลงนี้เป็นเพลงที่มีดนตรีย้อนยุคกลับไปในยุค 90 เป็นเพลงป๊อปฟังสบายๆ ครับ ซึ่งถูกใจพวกเรามากๆ ด้วยดนตรี ภาษา เนื้อหา ที่ฟังเข้าใจง่ายๆ เล่าถึงความรักของคนคนหนึ่ง ที่มั่นคงในความรักมากๆ ไม่ว่าเธอจะเจ็บปวดหรือทุกข์ใจแค่ไหน คนคนนี้ยังคงอยู่ตรงนี้เคียงข้างเสมอ ซึ่งเพลงนี้บอกเล่าความเป็นผู้ชายที่อบอุ่นและสุภาพมากๆ ครับ” บีน ฝากผลงาน “ผมเชื่อว่าเพลงนี้ไม่ไกลตัวเลย น่าจะฟังแล้วไพเราะและสะดุดหูคนฟังที่ชอบฟังเพลงในแนวนี้ไม่น้อย ซึ่งผมอยากจะฝากให้แฟนรายการและแฟนเพลงทุกคนได้ติดตามฟังและมีความรู้สึกอบอุ่นไปกับเพลงนี้ของพวกเราด้วยนะครับ โดยติดตามพวกเราได้ที่ FACEBOOK : MONO MUSIC”

‘เต๋า-โฟกัส’ จับคู่เสิร์ฟเพลงบ้านนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/355065

‘เต๋า-โฟกัส’ จับคู่เสิร์ฟเพลงบ้านนา

‘เต๋า-โฟกัส’ จับคู่เสิร์ฟเพลงบ้านนา

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พร้อมเสิร์ฟตอนแรก 4 สิงหาคมนี้ กับละครเพลงกลิ่นอายชนบท “มนต์ฮักทรานซิสเตอร์” ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ 5 โมงเย็น ช่อง GMM25 โดยได้นักร้องหมอลำหน้าหล่อเสียงดี “เต๋า-ภูศิลป์ วารินรักษ์” มาประกบคู่นางเอกสาว “โฟกัส จีระกุล” ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตรักและความฝันที่เต็มไปด้วยขวากหนามแสนรันทดร่วมด้วย กวาง-วรรณปิยะ ออมสินนพกุล, ดาว-ณัฐภัสสร สิมะเสถียร, สไมล์-ภาลฎา ฐิตะวชิระ, บุ๊ค-พงษ์นิรันดร์กันตจินดา, เจเน็ต เขียว, หยอง ลูกหยี, สมเล็ก-สมชาย ศักดิกุล และนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง ผลงานกำกับของ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ติดตามชมความสนุกของเหล่าอารามบอยแห่งวัดดอนน้ำไหลกันได้เสาร์นี้คร่า

เปิดคำฟ้องรักขมๆ ‘กัปตัน’ยื่นฟ้อง’มิ้ง โป๊ะแตก’ ศาลนัดไต่สวน8ต.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/355156

เปิดคำฟ้องรักขมๆ ‘กัปตัน’ยื่นฟ้อง’มิ้ง โป๊ะแตก’ ศาลนัดไต่สวน8ต.ค.

วันพุธ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 20.11 น.

1 ส.ค.61 ที่ศาลอาญา นาย ชลธร คงยิ่งยง หรือ กัปตัน-ชลธร อายุ 20 ปี นักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง มอบอำนาจให้ทนายความเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส. ศวภัทร สุนทรนันท หรือมิ้ง อายุ 23 ปีเน็ตไอดอลคนดังในโลกโซเชียล เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา 326,328

โดยนักแสดงหนุ่มระบุฟ้องสรุปความว่า โจทก์มีอาชีพเป็นนักแสดงในวงการบันเทิง รู้จักกันทั่วไปในวงการว่า “กัปตันชลธร”ส่วนจำเลย มีอาชีพรับจ้างโฆษณาผลิตภัณฑ์สินค้าผ่านสื่อออนไลน์ แอพพลิเคชั่น อินสตาแกรม มีชื่อเล่นว่า “มิ้ง” ทั้งนี้ โจทก์และจำเลยคบหาฉันท์ชู้สาวประมาณ 1 ปี ตั้งแต่ พ.ค.2560 แต่ไม่ได้เปิดเผยให้สังคมทั่วไปรับรู้

ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย.2561 เวลากลางคืน จำเลยเจตนาใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ด้วยการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเผยแพร่โฆษณา ให้ปรากฏผ่านสื่อออนไลน์ มีรายละเอียดดังนี้

นักข่าวถามว่า “รู้ผลว่าท้องเมื่อไหร่” จำเลยตอบว่า “27 พ.ค.ก็รู้พร้อมเขาตอนนั้นก็อึ้งตกใจด้วยกันทั้งคู่ตอน เขารู้เขาก็ไม่โอเคเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่แค่เขาหรอกมิ้งเองก็ไม่โอเคตกใจเบลอทำอะไรกันไม่ถูก เรามาคิดกันว่าจะเอายังไงกันดีเพราะตามกฎหมายแล้วมิ้งกับกัปตันบรรลุนิติภาวะแล้วมิ้งปรึกษาอาที่เป็นทนายความ ตามกฎหมายมิ้งกับเขามีสิทธิ์ตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งฝั่งพ่อแม่เขาหรือพ่อแม่มิ้งต้องให้เราตัดสินใจร่วมกันและทางค่ายเขาก็ไม่เกี่ยวแล้ว มันต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันของมิ้งกับกัปตันว่าจะเอายังไงต่อ แล้วพ่อแม่เขาก็พูดกับพ่อแม่มิ้งว่าถ้าตรวจสอบแล้วว่าท้องกับลูกเขาจริงระหว่างที่ท้องก็ให้ดูแลตัวเองไปไม่ต้องติดต่อกับกัปตันอีก แต่ถ้าคลอดมาแล้วตรวจดีเอ็นเอว่าเป็นลูกกัปตันจริงก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับผิดชอบนะ ทุกครั้งที่เขาพูดคือแบบนี้

นักข่าวถามว่า “แสดงว่ากัปตันก็พร้อมใช่ไหม แต่เป็นทางค่ายและพ่อแม่เขาที่ไม่อยากให้มายุ่งกับเรื่องท้องของเรา” จำเลยตอบว่า “ใช่ค่ะเขาไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจของกัปตันจนมิ้งไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรกัน มิ้งเป็นผู้หญิงพ่อแม่มิ้งยังให้ตัดสินใจด้วยตัวเองเลยว่าจะเอายังไงแต่ว่าฝ่ายเขาไม่เลย…มิ้งไม่ได้ให้ใครมามีสิทธิ์ตัดสินใจขนาดนี้ เพราะว่าตัวมิ้งเองก็ 23 แล้วและกัปตันก็บรรลุนิติภาวะ 20 แล้ว มิ้งกับกัปตันควรจะมีสิทธิ์คุยกันก่อนว่าจะเอายังไง ในเมื่อเรามีชีวิตหนึ่งในท้อง แต่ทางฝ่ายเขาบังคับให้มิ้งต้องตรวจโรงพยาบาลนี้เท่านั้นต้องทำตามที่เขาบอกทุกอย่างมิ้งก็เลยโมโหไม่เข้าใจว่าทำไมมิ้งต้องทำตามที่เขาสั่งทุกอย่าง ในเมื่อที่มิ้งขอไปแค่อย่างเดียวคือขอเจอกัปตันคุยกันส่วนตัวโดยไม่มีผู้ใหญ่มานั่งบีบเขา ทำไมไม่มีใครให้มิ้งได้ พี่ก็รู้ว่าถ้าเรานั่งคุยโดยมีผู้ใหญ่มานั่งบีบ มันมีเรื่องที่ไม่กล้าพูด”

นักข่าวถามว่า “แปลว่าเมื่อคืนหลังจากกลับตอนให้สัมภาษณ์มิ้งก็ยังไม่ได้คุยกับเขา”  จำเลยตอบว่า “ค่ะ แม่เขายึดโทรศัพท์ไปขนาดพ่อมิ้งบอกว่าลูกผู้ชายเป็นคนทำก็ต้องออกมาสิ แต่ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น ทั้งที่กัปตันเป็นคนพูดเองต่อหน้าพ่อแม่เขา ผู้จัดการค่ายเขา 2 คน แล้วก็แม่มิ้ง แม่มิ้งถามเขาว่า แน่ใจไหมว่าลูกในท้องมิ้งคือลูกเขา กัปตันพูดเลยว่ากัปตันมั่นใจ แต่มาจนวันนี้มิ้งก็ยังไม่ได้คุยกับกัปตัน…แค่ขอคุยกับลูกเขาเป็นการส่วนตัวแค่นี้มันยากเหรอ กลัวอะไรคิดว่ามิ้งจะไปขู่กัปตันเหรอหรือยังไงจะบอกว่าไม่มีอะไรให้ขู่แล้วแล้วนะ มิ้งว่ามันต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันของเราสองคน”

นักข่าวถามว่า “ตอนนี้มิ้งท้องกี่เดือน” จำเลยตอบว่า “ตอนนี้ยังไม่ได้ซาวน์แต่ถ้านับแบบที่หมอนับก็ประมาณ 1 เดือนครึ่งค่ะ” นักข่าวถามว่า “วางแผนไว้อย่างไรเลี้ยงลูกคนเดียวหรือต้องให้เขาช่วยเลี้ยง” จำเลยตอบว่า “ตอบไม่ได้ยังไม่ได้คุยกับกัปตัน แต่ถ้าเขายังพูดไม่จริงอีกมิ้งก็ไม่ยอมเขาก็คงเริ่มรู้แล้วว่ามิ้งไม่ยอมแล้ว ตอนแรกไม่ยอมมากจะให้ทำอะไรมิ้งก็ยอมได้ จะให้ไปไหนไปทำอะไร ไม่ให้พูดอะไร ไม่ให้สัมภาษณ์ ไม่ให้ลงไอจีได้หมด แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว มิ้งมีอีกหนึ่งชีวิตเข้ามาในท้องมิ้ง มันต้องปรึกษากันว่าจะเอายังไงแม่มิ้งบอกว่าจริงๆ ค่ายเขาไม่ต้องเข้ามายุ่งก็ได้ถ้าค่ายคือคนนอก ที่มิ้งเคยบอกว่าได้วันนี้มิ้งยอมไม่ได้แล้ว ต้องออกมา เพราะฝั่งครอบครัวและค่ายเขาไม่ทำตามสิ่งที่มิ้งขอ เขาจะเอาแต่ข้อเสนอของเขาอย่างเดียว ซึ่งมิ้งทนไม่ไหวแล้ว ทำไมต้องทำตามทั้งที่มิ้งบอกแล้วว่ายอมไปตรวจ ซาวด์เลยให้เห็น”

นักข่าวถามว่า “วางแผนไว้ไหม ถ้าท้ายที่สุดต้องเป็นซิงเกิลมัมพร้อมไหม” จำเลยตอบว่า “มิ้งคิดว่าต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะว่ามิ้งรู้สึกว่าทางฝั่งเขาพูดว่ารับผิดชอบ คำว่ารับผิดชอบของเขาคือการส่งเงินตามกฎหมายที่ต้องส่งเงินช่วยเลี้ยงลูก แต่ถ้าสุดท้ายมิ้งต้องเลี้ยงลูกคนเดียวอันนี้มิ้งว่าเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วมิ้งว่าทางพ่อแม่กัปตันไม่มีทางให้กลับมาคบกันอยู่แล้ว หรือให้มาอยู่ด้วยกันแน่นอน”

นักข่าวถามว่า “แล้วทางค่ายเขาจะให้ตรวจดีเอ็นเอไหม” จำเลยตอบว่า “เขาจะให้ตรวจอัลตร้าซาวด์และตรวจเลือดซึ่งมิ้งพร้อมอยู่แล้วพร้อมไปตรวจมากแต่มิ้งต้องได้สิ่งที่มิ้งต้องการ เพราะมิ้งทำตามความต้องการของเขามามากพอแล้ว มิ้งต้องได้เจอกัปตันและคุยกันส่วนตัว 2 คน … เชื่อไหมแม่กัปตันพูดกับแม่มิ้งว่า บอกลูกสาวแม่ให้ระวังไว้หน่อยก็ดี ฝั่งครอบครัวเขามีโรคพันธุกรรมเยอะ ดาวน์ซินโดรมก็มี มิ้งก็อ้าวพูดแบบนี้คืออะไรเป็นห่วงหรือยังไง มิ้งก็ไม่อยากมองเขาในแง่ร้าย”

นักข่าวถามว่า “แล้วทำไมตัดสินใจปล่อยภาพจนเป็นข่าว” จำเลยตอบว่า “ที่มิ้งตัดสินใจเปิดสาธารณะไอจีกับเขาด้วยกัน เพราะมันหาทางติดต่อเขาไม่ได้แล้วจริง ๆ มิ้งคิดว่าถ้ามิ้งเปิดขึ้นมาเขาต้องติดต่อเราบ้างแหละนะ มิ้งต้องเลือกทางแบบนี้แล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ติดต่อมาเขาเลือกที่จะหนีปัญหา มิ้งรู้แหละว่าแฟนมิ้งเป็นคนหนีปัญหา แต่มิ้งจะบอกว่าปัญหานี้มันหนีไม่ได้ แต่มิ้งขอยืนยันคำเดิมมิ้งต้องการสิ่งเดิมคือ คุยกับกัปตันสองคนถ้าเขายังยืนยันไม่ให้เจอมิ้งจะไปตรวจเองไม่ไปโรงพยาบาลที่เขาสั่งให้ไปตรวจ มิ้งจะไปฝากครรภ์ของมิ้งเอง”

นักข่าวถามว่า “ถ้าได้คุยกับเขาสองคนมิ้งจะคุยอะไร”จำเลยตอบว่า “คงคุยว่ากัปตันคิดยังไงให้เขาคิดเองด้วยความเป็นผู้ใหญ่ของเขาถ้ามันมีโอกาสนั้นอยากให้มาช่วยกันคิดจะเอายังไงต่อดีให้เราเซฟด้วยกันทั้งคู่แบบที่ไม่ต้องโดนด่ากันทั้งสองฝ่ายแบบนี้ มิ้งจะพยายามถามเขาเอาความเป็นผู้ใหญ่ของเขาออกมา เขาต้องมีความเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องมีความรับผิดชอบแล้ว มิ้งรู้ว่าเขาพูดได้ แบบที่ไม่ต้องให้ผู้ใหญ่มาพูดแทน”

รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายจากเว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ ซึ่งจากข้อความดังกล่าวโดยเฉพาะในประโยคที่ว่า “27 พ.ค.ก็รู้พร้อมเขาตอนนั้นก็อึ้งตกใจด้วยกันทั้งคู่เขารู้เขาก็ไม่โอเคเท่าไหร่” “เขาไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจของกัปตันจนไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรกันมิ้งเป็นผู้หญิงพ่อแม่มิ้งยังให้ตัดสินใจด้วยตัวเองเลยว่าจะอย่างไรแต่ว่าฟังเขาไม่เลย” “มิ้งมีอีกหนึ่งชีวิตเข้ามาในท้องมิ้ง” “เขาต้องมีความเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องมีความรับผิดชอบแล้ว”

ทั้งนี้เมื่ออ่านข้อความทั้ง 5 รวมกับข้อความในบทสัมภาษณ์ทั้งหมดทำให้บุคคลประชาชนทั่วไปที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์เข้าใจไปว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี  มีความสัมพันธ์กับจำเลยจนตั้งครรภ์แล้วไม่รับผิดชอบดูแลจำเลย และโจทก์ไม่มีวุฒิภาวะ เป็นผลทำให้จำเลยถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชังประชาชนที่เคยให้ความนิยมในตัวโจทก์เสื่อมความนิยมลงไป ต้องถูกต้นสังกัดระงับไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงต่าง ๆ ที่ออกสู่สาธารณชนรวมถึงบริษัทต่าง ๆ ที่เคยจะว่าจ้างโจทก์ก็ระงับไป

การกระทำของจำเลยมีเจตนาทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ใส่ความโจทก์โดยการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์อันเป็นผล อันเป็นผลกระทบต่ออาชีพการงานและความเจริญก้าวหน้าของโจทก์

เหตุเกิดที่บริษัท วัชรพล จำกัด แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. และตลอดทั่วราชอาณาจักรไทยเพราะเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ได้เผยแพร่ข่าวออกไปทั่วราชอาณาจักร

ขอให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยมาแก้ต่างคดี และพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด  รวมทั้งให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาใน นสพ.เดลินิวส์ ไทยรัฐ มติชน ติดต่อกันเป็นเวลา 15 วัน โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาทั้งหมด

ศาลอาญารับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2341/2561 และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์วันที่ 8 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมากัปตันและครอบครัวได้ส่งจดหมายชี้แจงถึงสื่อมวลชน ความว่า “ตามที่กัปตันและครอบครัวพร้อมด้วยต้นสังกัด ได้ทำจดหมายชี้แจงสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 24 ก.ค.61 และต่อมาได้มีความเห็นให้นำเรื่องเข้าสู้กระบวนการทางกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นจริงได้ปรากฏต่อสังคม ความคืบหน้าล่าสุด ทีมทนายความของกัปตันและครอบครัว ได้ยื่นฟ้องคดีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง 1. คดีอาญาต่อศาลอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา 2. คดีแพ่งต่อศาลแพ่ง ในฐานความผิดละเมิดการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย โดยไม่ได้เรียกค่าเสียหาย โดยคดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาล ในการสืบหาความจริงต่อไป

‘2Pcs.’กลับมาให้แฟนๆหายคิดถึงเตรียมปล่อยเพลงใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/355093

'2Pcs.'กลับมาให้แฟนๆหายคิดถึงเตรียมปล่อยเพลงใหม่

‘2Pcs.’กลับมาให้แฟนๆหายคิดถึงเตรียมปล่อยเพลงใหม่

วันพุธ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 17.00 น.

ห่างหายจากวงการเพลงไปนานกว่า 2 ปีเต็ม สำหรับศิลปินวงเพื่อนซี้อย่าง “2Pcs.”(ทูพีซ)ประกอบด้วย จีน” – ปุณณดา นาราอัครดล (ร้องนำ),ศิก” – ศิกวัสญาโณทัย(กีตาร์) และพิชชี่” – พิชญะ ยินดีพิธ (เพอร์คัสชั่น) จากค่ายเพลง What The Duck (วอทเดอะ ดัก)หลังจากหันไปจับงานด้านอื่น ๆ กัน ล่าสุดเตรียมกลับมาปล่อยเพลงใหม่ให้แฟน ๆ หายคิดถึงกัน โดยการกลับมาครั้งนี้วงยังคงเอกลักษณ์ความเป็น 2 Pcs.อยู่เช่นเคย แต่เพิ่มเติมสีสันทางดนตรีที่มีความแปลกใหม่และลูกเล่นมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของวงที่เน้นความคูลจัดจ้าน และสดใหม่ แต่ยังคงเข้าถึงง่ายอีกด้วย

โดยซิงเกิลใหม่ล่าสุด“ใช่ไหม” (Yes or No)พูดถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนของคนสองคน ว่าจริง ๆ แล้วเธอคิดยังไงกับเรากันแน่ ช่วยบอกทีได้ไหม ความลับที่เธอเก็บเอาไว้ ซึ่งเพลงนี้ “จีน” นักร้องนำขอวงเป็นคนเขียนขึ้นมาจากเรื่องจริงของเพื่อนสนิท โดยได้ “วัทEwery”มาช่วยปรับแต่งเนื้อเพลงให้ฟังง่ายและติดหูมากยิ่งขึ้น ในส่วนของดนตรี เพลงนี้มีความพิเศษมากกว่าเพลงก่อน ๆ ที่เป็นแค่Acousticธรรมดา เพราะเพิ่มกลิ่นอายความสดใสและร่วมสมัยมากขึ้น ด้วยเสียงSynthesizer และเสียงกลองไฟฟ้าผสมผสานกับกลองชุด ทำให้เพลงนี้ กลายเป็นแนวดนตรีแบบใหม่ที่วงเรียกว่า “Acoustic Synth Pop”นอกจากนั้นเพลงนี้ยังได้ “อัด The Pisat band”มาช่วยดูแลส่วนของดนตรี ทำให้เพลงสมบูรณ์แบบมากขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แฟน ๆ สามารถติดตามฟังเพลงใหม่ล่าสุด “ใช่ไหม” (Yes or No)ได้แล้ววันนี้ทาง Music Streaming ต่าง ๆ และสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของศิลปินวง “2Pcs.”(ทูพีซ) ได้ทาง www.facebook.com/whattheduckmusic และwww.facebook.com/2Pcs.Band