แหวกฟ้าหาฝัน : Art after 1980 in Goulandris Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Art after 1980 in Goulandris Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Art after 1980 in Goulandris Museum Athens

วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบศิลปะสมัยใหม่คงทราบดีว่า งานศิลปะร่วมสมัยเริ่มมาตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1940 แต่ผลงานในช่วงต้น ๆ นั้นยังคงมีรูปแบบที่ค่อนข้างเหมือนกันในบริเวณภูมิศาสตร์ใกล้เคียงกัน แต่นับจากทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา ศิลปะร่วมสมัยนั้นมีความหลากหลายมากจนแทบไม่มีรูปแบบที่แน่นอนจนไม่สามารถที่จะใช้คำว่า ism หรือแนวทางศิลปะแบบใดแบบหนึ่งได้เลย ยิ่งกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นแนวคิด หัวข้อ หรือวัสดุที่ถูกนำมารังสรรค์งานก็ยังมีความหลากหลายมากอีกต่างหาก ลักษณะของงานศิลปะนับจากทศวรรษที่ 1980 จึงมีความแตกต่างทางด้านความคิด มีความเป็นโลกาภิวัตน์ มีการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า อาทิ 3D มีการแสดงออกทางด้านการเมือง สังคม และไม่มีเขตแดนที่แน่นอน

Art after 1980 ที่น่าสนใจใน Goulandris Museum ชิ้นแรกก็คือ The Painter’s Studio ของ Anselm Kiefer ศิลปินชาวเยอรมัน เขาเกิดวันที่ 8 มีนาคม 1945 ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงไม่กี่เดือนในครอบครัวที่มีบิดาเป็นครูในเมืองที่เสียหายอย่างหนักจากสงคราม ห้าปีต่อมาบิดาของเขาย้ายเมืองเพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตได้ดีขึ้นก่อนที่เขาจะไปเข้ารับการศึกษาทางด้านกฎหมายที่ University of Freiburg หลังจากเรียนไปได้ไม่กี่เทอม เขาก็หันไปเรียนทางด้านศิลปะแทนที่มหาวิทยาลัยเดิม และจบการศึกษาด้านศิลปะในปี 1969 เขาย้ายเมืองอีกครั้งเพื่อไปเปิดห้องภาพ งานของเขามักเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์เยอรมันในช่วงสงคราม กฎเกณฑ์ของนาซี และเรื่องราวเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวโดยเขามักใช้วัสดุที่หาได้ทั่วไปในราคาถูก อาทิ ฟาง เถ้าถ่าน ดินโคลน งานของเขาจึงออกแนวหมองหม่นและสะท้อนกับด้านมืดของเยอรมันตรง ๆ The Painter’s Studio ที่เขารังสรรค์บ้านด้วยวัสดุง่าย ๆ อาทิ ฟาง และดินโคลนให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เละเทะยุ่งเหยิงหม่นหมองเป็นผลงานที่แสดงอัตลักษณ์งานของเขาได้อย่างเต็มที่

Emergence No 5 ของ Aris Koutroulis เป็นผลงานอีกชิ้นที่น่าสนใจ Aris Koutroulis เป็นชาวเอเธนส์ที่เกิดในปี 1938 หลังจากทุกข์ทรมานจากสงครามโลกครั้งที่สองอยู่หลายปี บิดาก็พาเขาย้ายไปนิวยอร์ค สหรัฐฯ เมื่ออายุได้ 13 ปี เขาเลยได้มีโอกาสอาศัยอยู่ในวังวนของศิลปินที่ย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯ ในทศวรรษที่ 1950-60 เขาเป็นคนชอบเส้นตามแนวนอนและสีสันจึงรังสรรค์ผลงาน Emergence No 5 ออกมาได้อย่างลงตัวใกล้เคียงกับแนวทางศิลปะแบบ Collage แต่เต็มไปด้วยอิสระ แม้ผลงานของเขาจะมิได้สร้างสรรค์จนเกิดแนวทางศิลปะใหม่ แต่เขาก็ได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมอาชีพและได้รับรางวัลต่าง ๆ จำนวนไม่น้อย

ใน Goulandris Museum ยังมีผลงานของศิลปินกรีกอีกผู้หนึ่งที่น่าทึ่งนั่นคือ Sophia Vari เธอเกิดในครอบครัวที่มีบิดาเป็นคนกรีกและมารดาเป็นคนฮังการี เธอเข้าเรียนศิลปะเมื่ออายุเพียงแค่ 16 ปี หลังจากมีประสบการณ์กับการเดินทางไปอียิปต์ และได้มีโอกาสสัมผัสงานประติมากรรมมากมาย เธอก็เริ่มชื่นชอบที่จะใช้วัสดุที่มีความหลากหลายในการสร้างสรรค์งาน อาทิ ทองแดง หินอ่อน ต่อมา เธอเริ่มออกแบบงานประติมากรรมขนาดเล็กจนจิวเวลรี่ของเธอเริ่มได้รับความนิยม งานประติมากรรมที่ไร้รอยต่อเยี่ยงนี้ส่งผลให้เธอได้รับรางวัลในการออกแบบมากมาย นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า ผลงาน The Day of Days เป็นงานประติมากรรมรูปทรงเรขาคณิตที่มีความอ่อนช้อยแปลกตาและสามารถแปลงมาเป็นจี้ห้อยคอที่น่าสนใจได้อย่างง่ายดาย

ศิลปะหลังทศวรรษที่ 1980 อีกชิ้นที่น่าสนใจ Maria Callas no 4 ซึ่งเป็นของ Julian Schnabel ศิลปินแนว Neo Expressionism คนสำคัญ เขาเกิดที่เมืองนิวยอร์ค สหรัฐฯ ในครอบครัวชาวยิว เขาจบปริญญาตรีทางด้านศิลปะจาก University of Houston และได้เช่าห้องทำสตูดิโอ เมื่อ Jim Harithas ผู้อำนวยการของ Contemporary Arts Museum Houston อนุญาตให้เขาจัดแสดงผลงานในมิวเซียมก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจาก ARTnews ในการแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรกของเขาที่ Mary Boone Gallery ปี 1979 ถือว่าเป็นนิทรรศการที่ประสบความสำเร็จมากเพราะทำให้เขาสามารถขายผลงานได้เป็นจำนวนมาก นับจากนั้นมาเขาก็ได้ร่วมจัดนิทรรศการกับศิลปินดัง ๆ และนิทรรศการเดี่ยวอีกเป็นจำนวนมาก ลักษณะเด่นของงานแนว Neo Expressionism ของเขาก็คือ จิตรกรรมบนผืนผ้าใบ ผ้ามัสลิน หรือไม้ชิ้นใหญ่โดยใช้วัสดุต่าง ๆ อาทิ พลาสเตอร์ ขี้ผึ้ง ภาพถ่าย เขากวาง กำมะหยี่และเซรามิกเป็นองค์ประกอบของชิ้นงาน Maria Callas no 4 ของเขาเป็นส่วนหนึ่งในชุดงานที่เป็นเรื่องราวของ Maria Callas นักร้องโอเปรารังสรรค์โดยได้รับแรงบันดาลใจจากฉากละครจึงต้องอาศัยจินตนาการจากไม่น้อยจากผู้ชมว่าเขาต้องการสื่ออะไรกันแน่ 

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ยุโรปร้อนจนต้องร้องขอชีวิต

ประมวลภาพผู้คนในหลายประเทศของยุโรป หาวิธีต่างๆ เพื่อรับมือสภาพอากาศร้อนจัด จากคลื่นความร้อนรุนแรงที่แป่ปกคลุมพื้นที่ยุโรปกลางและใต้มาอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายประเทศอุณหภูมิพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียส ร้อนกว่ากรุงเทพฯ บ้านเรา และมีทีท่าว่า สภาพอากาศร้อนจัดในยุโรปเช่นนี้ กำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติและเกิดขึ้นซ้ำๆ จากผลพวงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ที่ล้วนมาจากน้ำมือของมนุษย์เราทั้งสิ้น

คุยกัน7วันหน : ‘ทรัมป์-มัสก์’ สัมพันธ์ร้าว เสี่ยงกระทบอาณาจักรธุรกิจมหาศาล

คุยกัน7วันหน :  ‘ทรัมป์-มัสก์’ สัมพันธ์ร้าว เสี่ยงกระทบอาณาจักรธุรกิจมหาศาล

คุยกัน7วันหน : ‘ทรัมป์-มัสก์’ สัมพันธ์ร้าว เสี่ยงกระทบอาณาจักรธุรกิจมหาศาล

วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีในฐานะซีอีโอของเทสลา (Tesla) และ สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เคยมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกันมาก ถึงขั้นที่มัสก์บริจาคเงินสนับสนุนหลายร้อยล้านดอลลาร์ รวมถึงช่วยหาเสียงจนมีส่วนทำให้ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีที่แล้ว และเข้าไปช่วยงานการเมืองให้ประธานาธิบดีทรัมป์ในรัฐบาลชุดนี้ โดยเป็นผู้นำของกระทรวงประสิทธิภาพของรัฐบาล (DOGE) ซึ่งมีเป้าหมายในการลดการใช้จ่ายของรัฐบาล ก่อนที่เขาจะถอนตัวในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม แต่ทั้งคู่ก็แตกคอกันในเวลาต่อมา จนนำไปสู่การเปิดศึกวิวาทะกันแบบไม่มีใครยอมใครเมื่อต้นเดือนมิถุนายน ก่อนจะลดอุณหภูมิความขัดแย้งลงชั่วคราว

แต่ล่าสุด ทั้งคู่เปิดฉากตอบโต้กันรอบใหม่ ชนวนเหตุจากการที่มัสก์ออกมาวิจารณ์ร่างกฎหมายลดภาษีและการใช้จ่ายที่ผู้นำสหรัฐฯ เรียกว่าร่างกฎหมายที่ยิ่งใหญ่และงดงาม (One Big Beautiful Act) ซึ่งผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภาแล้ว และกำลังรอการรับรองจากสมาชิกสภาผู้แทนราฎรในวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น มัสก์ให้เหตุผลว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มหนี้สาธารณะอีก 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันที่สหรัฐฯ แบกหนี้สินรวมมากถึง 36.2 ล้านล้านดอลลาร์อยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายนี้จะยกเลิกมาตรการจูงใจด้านพลังงานสะอาดของอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน หมายความว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ของมัสก์ จากการยกเลิกเงินอุดหนุน 7,500 ดอลลาร์ที่ให้กับผู้ซื้อรถ EV ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะตัดเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลางทั้งหมดที่มอบให้กับบริษัทของมัสก์ ทั้งเทสลาและสเปซเอ็กซ์ ด้านมัสก์ก็ไม่ยอมง่ายๆ ขู่จะตั้งพรรคใหม่ขึ้นมาท้าชนกับรีพับลิกัน

ความสัมพันธ์ที่พลิกผันทำให้ตลาดมีความกังวล ซึ่งสะท้อนผ่านราคาหุ้นของเทสลา ที่เคยพุ่งสูงทำสถิติ 479.86 ดอลลาร์ต่อหุ้น หลังประธานาธิบดีทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง กลับดิ่งลงมาเคลื่อนไหวแถวกว่า 300 ดอลลาร์ในขณะนี้ โดยนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ราคาหุ้นของเทสลา ลดลงแล้วร้อยละ 22 ถือเป็นผลงานที่ย่ำแย่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ แต่มูลค่าตลาด (market cap) ยังคงอยู่แถว 1 ล้านล้านดอลลาร์

ราคาหุ้นที่ลดลงดังกล่าวส่งผลให้ความมั่งคั่งของมัสก์ลดลงด้วย ข้อมูลจาก Bloomberg Billionaires Index ระบุว่า ความมั่งคั่งสุทธิของมัสก์ ลดลงมากถึง 33,900 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ขัดแย้งกันในรอบแรก การลดลงเกิดจากหลายปัจจัย อาทิ ราคาหุ้นของเทสลา ที่ขณะนั้นลดลงร้อยละ 14 และความตึงเครียดระหว่างมัสก์กับประธานาธิบดีทรัมป์ อย่างไรก็ตาม แม้จะรวยลดลง แต่มัสก์ยังคงเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลก แม้ความมั่งคั่งของมัสก์จะหายไปแล้วราว 71,000 ล้านดอลลาร์ จากที่มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของเขาเคยพุ่งทำสถิติที่ 486,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นมหาเศรษฐีคนแรกที่รวยทะลุหลัก 400,000 ล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นของเทสลา และการประเมินมูลค่าที่สูงของสเปซเอ็กซ์

ขณะเดียวกัน บริษัทเทสลากำลังเผชิญความท้าทายหลายเรื่องที่ประเดประดังเข้ามา นอกเหนือจากกระแสต้านที่เกิดจากการเข้าไปทำงานการเมืองของมัสก์ ที่กระทบยอดขายและชื่อเสียงแล้ว เทสลาก็เผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด EV ทั่วโลก ข้อมูลล่าสุด ระบุว่า ยอดส่งมอบรถ EV ของเทสลาลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 384,122 คัน ลดลงร้อยละ 13.5 เมื่อเทียบกับ 443,956 คัน ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นการลดลงต่อเนื่องจากยอดส่งมอบในไตรมาสแรกปีนี้ที่อยู่ที่ 336,681 คัน ลดลงร้อยละ 13 เมื่อเทียบรายปี

เทสลาเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงโดยเฉพาะจากผู้ผลิตรถ EV ของจีน ซึ่งทยอยออกรถรุ่นใหม่และราคาจับต้องได้มากกว่า ขณะที่รถของเทสลาไม่ค่อยมีรุ่นใหม่ ๆ ลูกค้าบางส่วนเลื่อนการสั่งซื้อเพื่อรอรุ่น Model Y SUV เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ที่เริ่มจัดส่งในเดือนมีนาคม การที่เทสลาจะบรรลุเป้าหมายในการกลับมาเติบโตอีกครั้งในปีนี้ บริษัทจะต้องส่งมอบรถยนต์มากกว่า 1 ล้านคันในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่และเป็นความท้าทายอย่างมาก ถึงแม้ว่าตามปกติแล้วยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังจะแข็งแกร่งขึ้นก็ตาม

วอชิงตัน โพสต์ ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มัสก์และธุรกิจของเขาได้รับเงินจากการทำสัญญากับรัฐบาล รวมถึงเงินกู้ เงินอุดหนุน และเครดิตภาษี รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 38,000 ล้านดอลลาร์ แต่จำนวนเงินทั้งหมดอาจมากกว่านี้ เพราะตัวเลขนี้รวมเฉพาะสัญญาที่เปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น ขณะที่งานด้านการป้องกันประเทศและข่าวกรองเป็นความลับของรัฐบาลกลาง สัญญาของรัฐบาลที่ทำกับสเปซเอ็กซ์ ผ่านองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา และกระทรวงกลาโหมถือเป็นเงินส่วนใหญ่ ส่วนเทสลา ได้รับเงินอุดหนุนด้านกฎระเบียบมูลค่า 11,400 ล้านดอลลาร์จากโครงการของรัฐบาลกลางและมลรัฐที่มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงยอดขายของบริษัทได้รับแรงหนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีรถ EV ของรัฐบาลกลาง ที่อุดหนุนเงิน 7,500 ดอลลาร์สำหรับผู้ซื้อรถ

แน่นอนว่า หากรัฐบาลทรัมป์ยกเลิกมาตรการนี้ก็จะส่งผลกระทบอย่างมาก เจพี มอร์แกน ประเมินว่า การยกเลิกเงินอุดหนุนรถ EV อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของเทสลามากถึง 1,200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณร้อยละ 17 ของรายได้จากการดำเนินงานในปี 2567 และจะกระทบต่อการขายเครดิตคาร์บอนอีกราว 2,000 ล้านดอลลาร์

ความบาดหมางระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และมัสก์ ยังอาจทำให้เกิดความท้าทายใหม่ต่ออาณาจักรธุรกิจของมัสก์ ซึ่งมากกว่าการไม่จ่ายเงินอุดหนุนรถ EV โดยเฉพาะเมื่อเทสลาที่เป็นแหล่งรายได้หลัก กำลังหันไปเดิมพันกับความสำเร็จของระบบแท็กซี่ไร้คนขับ (robotaxi) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เพื่อทดแทนยอดขาย EV ที่ชะลอตัว ดังนั้น การขยายธุรกิจแท็กซี่ไร้คนขับจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบเกี่ยวกับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติทั้งในระดับมลรัฐและรัฐบาลกลาง

แม้เทสลา จะเกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่สเปซเอ็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอากาศยานที่มีมูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์ กลับต้องพึ่งพาสัญญาจากรัฐเพื่อสนับสนุนธุรกิจมากกว่า ซึ่งหลายปีมานี้ สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ และใช้บริการจรวดของสเปซเอ็กซ์ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับผลกระทบอย่างมาก ประเมินว่า นับตั้งแต่ปี 2543 สเปซเอ็กซ์ได้ทำสัญญามูลค่ารวม 22,000 ล้านดอลลาร์ จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และนาซา

นอกจากนี้ ยังไม่รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ ที่อาจเผชิญความเสี่ยง ทั้งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X, บริษัทปัญญาประดิษฐ์ xAI และบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ นิวรัลลิงก์ (Neuralink) ต่างก็เผชิญการกำกับดูแลจากรัฐบาลกลาง

เพิ่มความเสี่ยงว่า มัสก์จะแตกหักกับทรัมป์ต่อหรือไม่ หรือหลังจากนี้ จะยอมลดวิวาทะเดือดกลับมาฟื้นสัมพันธ์ เพื่อประคองอาณาจักรธุรกิจของเขาให้อยู่รอดต่อไปได้

ดาโน โทนาลี

NIA ปิดฉาก ‘Startup Thailand League 2025’ ปลุกพลังเจนใหม่ต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจจริง ‘คิดจริง ทำจริง ขายได้จริง’

NIA ปิดฉาก 'Startup Thailand League 2025' ปลุกพลังเจนใหม่ต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจจริง 'คิดจริง ทำจริง ขายได้จริง'

NIA ปิดฉาก ‘Startup Thailand League 2025’ ปลุกพลังเจนใหม่ต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจจริง ‘คิดจริง ทำจริง ขายได้จริง’

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 22.38 น.

เลือดใหม่วงการสตาร์ตอัพ! “ทีม KLORA” ผงาดคว้าแชมป์ Startup Thailand League 2025 ระดับประเทศ ปีที่ 9  NIA ปลุกพลังเจนใหม่ต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจจริง “คิดจริง ทำจริง ขายได้จริง”

5 กรกฎาคม 2568 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ปิดฉากโครงการ Startup Thailand League 2025 อย่างเต็มความประทับใจ ด้วยการประกาศผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ และมอบรางวัลให้กับสุดยอดทีมสตาร์ตอัปนักศึกษาที่ฝ่าด่านจากกว่า 250 ทีมทั่วประเทศ โดยในปีนี้ ทีม KLORA (มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง) คว้าตำแหน่งแชมป์แห่งปี พร้อมรับโล่เกียรติยศและเงินรางวัล 50,000 บาท จากแผนธุรกิจที่ไม่เพียงนวัตกรรมล้ำ แต่ยังตอบโจทย์ตลาดและสามารถต่อยอดได้จริง

การแข่งขันปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 9 ภายใต้เป้าหมาย “สร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมรุ่นใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย” ผ่านแนวคิด Groom – Grant – Growth – Global ที่ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพผู้เข้าแข่งขัน สนับสนุนทุน ต่อยอดการเติบโตเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่ตลาดโลก โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมทั้งหมด 50 แห่งทั่วประเทศ รวมผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จาก 250 ทีม ซึ่งหลังผ่านกระบวนการคัดเลือกและบ่มเพาะ การประกวดแข่งขันไอเดียแผนงานธุรกิจสตาร์ตอัปในระดับภูมิภาค  จนได้ 14 ทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

ทั้ง 14 ทีมนี้ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเอง ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ทั้ง 8 ท่าน ได้แก่ คุณศักดิ์สิทธิ์ สุนทรกุล   ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs Start up, คุณนุชนาถ คุณความดี ​ ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาความรู้​ผู้ประกอบการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย​, คุณศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช.​, คุณไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม, คุณพิชญ์สินี เปลี่ยนสมัย Principal Cloud Consultant, CTO Office huawei cloud (Thailand)​, ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ​CEO/Co-Founder ZTRUS​, คุณนฤศันส์ ธันวารชร CEO InnoSpace (Thailand) / TVCA Director, คุณลักษมณ์ สาระยา Managing Director / TOP Ventures by  Thai Oil

ผลการแข่งขันระดับประเทศ  ทีมผู้ชนะเลิศ Startup Thailand League 2025 ได้แก่

ทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีม KLORA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รับโล่รางวัลและเงินรางวัล 50,000 บาท
รองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม POTENT มหาวิทยาลัยพะเยา รับโล่รางวัลและเงินรางวัล 30,000 บาท
รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม SC2451 (Cricktone) มหาวิทยาลัยทักษิณ รับโล่รางวัลและเงินรางวัล 20,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีรางวัล University of The Year สำหรับมหาวิทยาลัยที่ได้ร่วมผลักดันทีมนักศึกษาสู่ชัยชนะ ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ได้รับเกียรติจาก ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA และ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติมอบโล่และรางวัลแก่ทีมผู้ชนะ พร้อมกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับทีมนักศึกษาทุกทีมที่ได้รับรางวัลในวันนี้ ทุกทีมล้วนเป็นตัวแทนของคลื่นลูกใหม่ในวงการสตาร์ตอัปไทย ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจอย่างแท้จริง ในการพัฒนาแนวคิดธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและตลาดได้อย่างตรงจุด

Startup Thailand League ไม่ใช่แค่เวทีแข่งขัน แต่เป็นกลไกสำคัญในการบ่มเพาะผู้ประกอบการนวัตกรรมตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย เราได้เห็นไอเดียที่ไม่ธรรมดา เช่น ชุดหมักสาโทที่พลิกวัฒนธรรมพื้นถิ่นให้กลายเป็นสินค้าสำหรับคนรุ่นใหม่, เนื้อเยื่อตับจำลองที่ช่วยยกระดับการทดสอบยา, บาล์มหอมที่ออกแบบมาเพื่อผู้มีภาวะสมาธิสั้น, เม็ดฟู่ที่ช่วยยืดอายุดอกไม้, นวัตกรรมดูแลสัตว์, รวมถึงแพลตฟอร์มช่วยเลิกเสพติด

นอกจากนี้ ยังมีทีมที่พัฒนาโมเดลเพื่อสังคม เช่น ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงภัยพิบัติ ขนมสำหรับสุนัขแพ้ง่าย และเกมคีบของออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดสะท้อนว่า เจนใหม่ของเรากำลังคิดอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงธุรกิจ เทคโนโลยี และผลกระทบต่อสังคม ปีนี้จึงไม่ใช่แค่ปีแห่ง ‘ไอเดียดี’ แต่คือปีที่ไอเดียเหล่านั้น ‘ทำได้จริง ขายได้จริง และไปได้ไกล’

Startup Thailand League 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการสร้างระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยให้เข้มแข็งตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย โดย NIA จะยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนจากทั่วประเทศได้เข้าถึงโครงสร้างการสนับสนุนที่ครบวงจร ตั้งแต่ทุนสนับสนุน การพัฒนาทักษะทางธุรกิจ ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับนักลงทุน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เพื่อให้แนวคิดดี ๆ ของคนรุ่นใหม่ ไม่หยุดอยู่แค่บนเวที แต่กลายเป็นธุรกิจจริงที่เติบโตได้ในตลาดจริง

-(016)

เปิดบ้าน ‘KU Engineering Sparks’ กระจายโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลทางการศึกษา

เปิดบ้าน  ‘KU Engineering Sparks’ กระจายโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลทางการศึกษา

เปิดบ้าน ‘KU Engineering Sparks’ กระจายโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลทางการศึกษา

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.45 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ยอดสุดใจ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จัดงาน Open House  “KU Engineering Sparks” ระหว่างวันที่ 4 -5 กรกฎาคม 2568 ทั้งนี้เพื่อกระจายโอกาสในการเข้าถึง ข้อมูลทางการศึกษา ก่อนการสอบคัดเลือกเข้าสถาบันอุดมศึกษา รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพความสำเร็จ ของการศึกษาในแต่ละประเภทวิชา  ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ยอดสุดใจ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ‘การจัดงาน Open House ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ถือว่าประสบความสำเร็จ มีนักเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานหลายพันคน ซึ่งปีนี้เรามีการแนะนำหลักสูตรใหม่ที่น่าสนใจ เช่น Semiconductor  รวมไปถึงหลักสูตรที่จะเปิดในปีการศึกษา 2569 นั่นคือหลักสูตร AI ซึ่งจะ collab กับ Engineering เป็นหลักสูตร 4+1 นั่นคือ เรียน 4 ปี บวกกันอีก 1 ปี น้องๆ จะได้ทั้งปริญญาตรี และปริญญาโท ภายในงานยังมีการโชว์ความสำเร็จของคณะวิศวฯในการแข่งขันต่างๆ ล่าสุดพึ่ง คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันพัฒนา ออกแบบ และสร้างยานยนต์ Student Formula รายการ TSAE Auto Challange 2025

‘ปัจจุบันการเปิดบ้านอย่างครั้งนี้จะทำให้น้องเข้าใจมากขึ้น ถ้าน้องๆ สนใจที่จะเรียนวิศวะฯ จริงๆ สิ่งหนึ่งที่น้องควรจะให้ความสำคัญ คือ วิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ มีตั้งใจและมีความสนใจ เชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนวิศวฯ สำหรับน้องๆ ที่พลาดงานนี้ไม่ต้องเสียใจ ในปีนี้เราจะเปิดบ้านอีกครั้งในเดือน พฤศจิกายนครับ’

น้องๆ นิสิต นักศึกษา ที่สนใจ สามารถติดตามข้อมูลต่างๆ ได้ทาง Website https://www.eng.ku.ac.th  

-(016)

Flynowiii จับมือ ททท. ชวนชาวกรุงฯ เอนจอยวิถีชาวใต้ ใน ‘อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL’

Flynowiii จับมือ ททท. ชวนชาวกรุงฯ เอนจอยวิถีชาวใต้ ใน 'อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL'

Flynowiii จับมือ ททท. ชวนชาวกรุงฯ เอนจอยวิถีชาวใต้ ใน ‘อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL’

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.38 น.

เตรียมตัวสนุกยิ่งกว่าเดิม!!! อีเวนท์ที่เคยสร้างความประทับใจให้ชาวกรุงเมื่อปีก่อน กลับมาสร้างสีสันและคัลท์เจ๋งๆ ให้ฟิลเหมือนยกเสน่ห์ความเป็นปักษ์ใต้มาไว้ในเมืองกรุง ครบทั้งแฟชั่น ศิลปะ ดนตรี ไอเท็มเด็ด และอาหารใต้ “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” พร้อมแล้วที่จะพาคุณไปสัมผัสกับเสน่ห์ของศิลปะและวัฒนธรรมภาคใต้ตลอด 3 วันเต็ม เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปสนุกกันที่ ช่างชุ่ย Creative Park วันที่ 4-6 กรกฎาคมนี้!

หลังสร้างปรากฎการณ์ความปังเมื่อปีที่ผ่านมา Flynowiii จับมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคใต้ และ ช่างชุ่ย Creative Park ประกาศการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเทศกาลที่หลายคนเฝ้ารอ พร้อมต้อนรับชาวกรุงฯ ทั่วพระนครให้มาเอนจอยกับสีสันและมนต์เสน่ห์แดนใต้ตลอด 3 วัน มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ทุกคนได้ “ชิม-ช้อป-ชม-แชะ-สนุก” กันอย่างจุใจ

นางสาววัจนันท์ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “อัยยะ ปักษ์ใต้ FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จะประชาสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของภาคใต้ โดยเฉพาะด้านแฟชั่นผ้าภาคใต้ ผ่านกิจกรรมเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม ทั้งการสาธิต การแสดงทางวัฒนธรรม และอาหารพื้นเมืองภาคใต้ ที่สามารถสืบค้นกลับไปยังต้นกำเนิด สู่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจนถึงแหล่งท่องเที่ยวภาคใต้ พร้อมนำเสนอทริปท่องเที่ยวตามรอยวัฒนธรรมภาคใต้ ซึ่งนับเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวผ่านสินค้าและกิจกรรมต่างๆ ที่โดดเด่นของภาคใต้ ชูอัตลักษณ์เสน่ห์ไทยและจุดขาย 5 Must Do in Thailand ภายใต้แนวคิดปีแห่ง Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025”

ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ FLYNOW และ ช่างชุ่ย Creative Park กล่าวเสริมว่า “จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา เราจึงตั้งใจสานต่อความสำเร็จให้ยิ่งใหญ่และอบอุ่นกว่าเดิม อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 ไม่ใช่แค่เทศกาลอาหารและของดีจากภาคใต้เท่านั้น แต่บ่งบอกถึงพื้นที่แห่งการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและผู้คนเข้าด้วยกัน โดยความพิเศษของปีนี้ Flynowiii ได้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับ 6 แบรนด์ที่น่าจับตามองของภาคใต้ ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานบนรันเวย์ “อัยยะ ปักษ์ใต้ Fashion Show” เราจึงอยากให้ทุกคนที่มาได้สัมผัสถึงความสนุก ความจริงใจ และความมีชีวิตชีวาของชาวใต้ในทุกมิติ และกลับไปพร้อมกับความประทับใจ”

ถอดรหัสแนวคิด “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2” เทศกาลที่นำจิตวิญญาณแห่งแดนใต้มาไว้ใจกลางเมือง

เบื้องหลังความสำเร็จของเทศกาลในปีนี้ มาจากความตั้งใจของทีมผู้จัดที่ต้องการจะนำเสนอความเป็นปักษ์ใต้ในมิติที่มากกว่าแค่ภาพจำเดิมๆ โดยได้ถอดรหัสเสน่ห์แห่งปักษ์ใต้จาก 4 แกนหลัก อันเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์ทุกองค์ประกอบของงาน ไม่ว่าจะเป็น

• ความงามบนผืนผ้า: ถอดลายศิลป์สู่งานออกแบบ หนึ่งในแรงบันดาลใจที่โดดเด่นที่สุดของปีนี้คือ ความงดงามของผ้าพื้นเมืองภาคใต้ ซึ่งมีลวดลายและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ ลวดลายเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาจัดแสดงเพียงอย่างเดียว แต่ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบกราฟิก, เวที, ของที่ระลึก และการตกแต่งทั่วทั้งบริเวณงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานรู้สึกเสมือนกำลังเดินอยู่ในแกลเลอรีศิลปะที่มีชีวิตของภาคใต้

• วัฒนธรรมอาหารใต้: ไม่เพียงความจัดจ้าน แต่แนวคิดหลักของโซนอาหารในปีนี้คือ “รสชาติแห่งความทรงจำ” เพื่อนำเสนออาหารใต้ที่ไม่ใช่แค่แกงส้มหรือคั่วกลิ้ง แต่ยังรวมถึงอาหารพื้นบ้านที่หารับประทานยาก ซึ่งแต่ละเมนูล้วนมีเรื่องราวและผูกพันกับวิถีชีวิตและสูตรลับเฉพาะตัว เป็นการเล่าเรื่องราววัฒนธรรมผ่านปลายจวักได้อย่างดีเยี่ยม

• มนต์เสน่ห์แห่งดนตรีปักษ์ใต้: เพราะ “ดนตรี” คือหัวใจของเทศกาลนี้ ได้แรงบันดาลใจจากความหลากหลายของดนตรีใต้ ตั้งแต่จังหวะที่สนุกสนานไปจนถึงเสียงปี่โนราอันทรงพลังและเนื้อเพลงของศิลปินยุคใหม่ที่บอกเล่าชีวิตคนใต้ร่วมสมัย ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงชีวิตชีวาและพลังของชาวใต้อย่างแท้จริง

• ศิลปะและวัฒนธรรม: รากเหง้าแห่งความคิดสร้างสรรค์มาจากศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวใต้ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการแสดงหนังตะลุง, การรำโนราที่ได้รับการยอมรับจาก UNESCO ไปจนถึงสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-โปรตุกีสอันงดงาม สิ่งเหล่านี้คือรากฐานทางความคิดที่ทำให้เทศกาล “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2” แตกต่าง เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ซึมซับเรื่องราวเบื้องหลังความงามที่มองเห็นด้วยตา

แนวคิดทั้งหมดนำเสนอผ่าน 6 โซนกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ที่จะทำให้คุณหลงรักปักษ์ใต้มากกว่าเดิม ได้แก่ Fashion Show, Food & Product Market, Performances, Workshop, Exhibition และ Trip รวมโปรแกรมทัวร์ภาคใต้สุดพิเศษที่ครีเอทมาเพื่ออีเวนท์นี้โดยเฉพาะ!  

ไฮไลท์เด็ดแฟชั่นโชว์สุดปังสะท้อน “สีสัน เส้นสาย ลายเส้น” โดย 6 ดีไซเนอร์รุ่นใหม่

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในเทศกาล “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 Fly 2 South Now II” ต้องยกให้แฟชั่นโชว์กลางแจ้งสุดพิเศษ นำเสนอผลงานสร้างสรรค์จาก 6 แบรนด์ดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากภาคใต้ โดยได้รับคำแนะนำและจากพี่เลี้ยงมากประสบการณ์อย่าง FLYNOW  ได้แก่ Clothear Vestiare, D’Arcy the Designs, Keziah, Spybrand, Yabulan และ Yayee ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “สีสัน เส้นสาย ลายเส้น” อันเป็นเอกลักษณ์ของผืนผ้าจากภาคใต้ ผสานแนวคิดการออกแบบที่ทันสมัยเพื่อสร้างคอลเลคชั่นพิเศษที่จะมาสะบัดบนรันเวย์สุดเก๋ ณ บริเวณลานจอดเครื่องบิน อันเป็นเอกลักษณ์ของช่างชุ่ย วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 19.30 น. ภายใต้ธีม “การเดินทางมาเชิญชวนคนกรุงเทพ ไปสัมผัสเสน่ห์ของภาคใต้”

การจัดแฟชั่นโชว์ในโลเคชั่นที่ไม่เหมือนใครนี้ เป็นการผสมผสานเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของภาคใต้และความดิบเท่ของช่างชุ่ย Creative Park ได้อย่างลงตัว ผู้ชมจะได้สัมผัสถึงความเคลื่อนไหวของสีสันและลายเส้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวใต้ ผ่านมุมมองที่สดใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจของดีไซเนอร์รุ่นใหม่เหล่านี้ นำเสนอผ่านทัพนางแบบนายแบบกว่า 40 ชีวิต นำโดย ทราย – สิรณัฐ สก๊อต, ลูกเกด – เมทินี กิ่งโพยม, สกาย – กิ่งโพยม ชาร์เพิร์ล, เดล – นฤมล พิมพ์ภักดี, แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง, และ เทีย ทวีพาณิชย์พันธุ์ จากภาคใต้ Flynowiii ที่จะมาสร้างสีสันและสะท้อนอัตลักษณ์ของชาวใต้ผ่านมุมมองแฟชั่นที่ไม่เหมือนใคร 

ปักหมุดในปฏิทินของคุณไว้ให้ดี แล้วเตรียมตัวมา “ย้ายถิ่นชั่วคราว” ไปเป็นชาวใต้ด้วยกันที่งาน “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” ระหว่างวันที่ 4-5-6 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่ 16.00-22.00 น. ที่ ช่างชุ่ย Creative Park ปิ่นเกล้า งานนี้เข้าฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย มาร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกันอีกครั้ง รับรองปีนี้มันกว่าเดิมแน่นอน!

• ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/ChangChuiBKK หรือ www.facebook.com/tiewtaibytat

• พิกัดโครงการช่างชุ่ย ย่านปิ่นเกล้า: https://goo.gl/maps/Tf3FhGBcgKK9vBsG8

#อัยยะปักษ์ใต้ #อัยยะปักษ์ใต้2 #Fly2SouthNowFestival #Fly2SouthNowFestivalII #เที่ยวใต้ #เที่ยวใต้byททท #AmazingThailand #flynowiii #ช่างชุ่ย

-(016)

5 ชาติยุโรปถอดบทเรียนสร้างชาติด้วยระบบนวัตกรรม – สตาร์ตอัป ในงาน SITE 2025

5 ชาติยุโรปถอดบทเรียนสร้างชาติด้วยระบบนวัตกรรม – สตาร์ตอัป ในงาน SITE 2025

5 ชาติยุโรปถอดบทเรียนสร้างชาติด้วยระบบนวัตกรรม – สตาร์ตอัป ในงาน SITE 2025

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

5 ชาติยุโรปถอดบทเรียนสร้างชาติด้วยระบบนวัตกรรม – สตาร์ตอัปเวทีเสวนา “Innovation Ecosystem and National Competitiveness in the Face of Global Uncertainties” งาน SITE 2025  ขณะที่อธิบดีกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชี้ไทยต้องเรียนรู้จากโมเดลความสำเร็จของยุโรปเพื่อสร้างสังคมนวัตกรรมที่แข็งแรง ยั่งยืนและแข่งขันได้ในระดับโลก

5 กรกฎาคม 2567 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์กรมหาชน) หรือ NIA จัดงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2025 หรือ SITE 2025 ภายใต้แนวคิด “Global Innovation Partnership – AI & Sustainability: The Next Era of Innovation” ที่พารากอน ฮอลล์ โดยหนึ่งในไฮไลต์ของ SITE 2025 คือเวทีเสวนาระดับนานาชาติภายใต้หัวข้อ “Innovation Ecosystem and National Competitiveness in the Face of Global Uncertainties” ที่มีตัวแทนระดับสูงจาก 5 ประเทศยุโรป ได้แก่ ชิลี เช็ก ฟินแลนด์ สวีเดน และฮังการี และตัวแทนจากประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรม เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง

โดยนายปาตริซิโอ เฟร์นันโด พาวเวลล์ โอโซริโอ (H.E. Mr. Patricio Fernando Powell Osorio) เอกอัครราชทูตชิลีประจำประเทศไทย กล่าวเปิดเวที ว่า การสร้างระบบนวัตกรรมต้องมีทั้งกรอบสถาบัน นโยบายที่ชัดเจน และความร่วมมือจากภาคประชาชน โครงการ “Startup Chile” ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญของการดึงดูดผู้ประกอบการจากทั่วโลกมาร่วมสร้างสรรค์ไอเดียในประเทศ เพื่อกระตุ้นผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทรัพยากรท้องถิ่น เช่น เหมืองแร่ เกษตร และประมง

ด้าน นายปาเวล ปีเตล (H.E. Mr. Pavel Pitel) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็ก กล่าวถึงการพลิกฟื้นเศรษฐกิจด้วยการสร้างระบบนวัตกรรมที่อิงกับรากฐานการศึกษากว่า 700 ปี ว่า เช็กประสบความสำเร็จในการสนับสนุนสตาร์ตอัปและเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งในอุตสาหกรรมการแพทย์ นาโนเทคโนโลยี และอวกาศ พร้อมใช้กลไก “Regulatory Sandbox” เพื่อให้สตาร์ตอัปฟินเทคสามารถทดลองนวัตกรรมในโลกความจริงได้อย่างปลอดภัย

ขณะที่นางเอวา กริสตีนา กูวายา-ซันโทปูโลส (H.E. Ms. Eeva Kristiina Kuvaja-Xanthopoulos) เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ ชี้ว่า การพึ่งพาบริษัทเดียวอย่าง Nokia ทำให้ฟินแลนด์เผชิญวิกฤตอย่างหนักเมื่อธุรกิจล่มสลาย รัฐบาลจึงลงทุนใหม่ทั้งระบบ รวมมหาวิทยาลัย 3 แห่งก่อตั้ง Aalto University และบรรจุหลักสูตรผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับประถม ส่งผลให้จำนวนสตาร์ตอัปเติบโตถึง 10 เท่าใน 15 ปี

ส่วน นางอันนา ฮัมมาร์เกรน (H.E. Mrs. Anna Hammargren)  เอกอัครราชทูตสวีเดน ยกกรณีศึกษาเกี่ยวกับนวัตกรรมสีเขียว เช่น เหล็กไร้มลพิษ เรือไฟฟ้า และการดักจับคาร์บอน โดยเน้นว่าสวีเดนยังคงเป็นผู้นำด้าน R&D ระดับโลก ด้วยการลงทุนกว่า 3% ของ GDP และรักษาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์

สำหรับนางสาวคามิลลา บัลลา (Ms. Kamilla Balla)  ผู้แทนจากฮังการี ได้นำเสนอ “John von Neumann Programme” แผนยุทธศาสตร์นวัตกรรมแห่งชาติ ที่มุ่งพัฒนา 9 ด้าน เพื่อผลักดันฮังการีให้ก้าวสู่ 1 ใน 10 ประเทศผู้นำนวัตกรรมของโลกภายในปี 2040

ปิดท้ายด้วย นางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ อธิบดีกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ที่สรุปว่า การเชื่อมโยงระหว่างประเทศจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้ของไทยในอนาคต พร้อมย้ำว่าประเทศไทยสามารถเรียนรู้จากโมเดลความสำเร็จของยุโรป และปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น เพื่อสร้างสังคมนวัตกรรมที่แข็งแรง ยั่งยืน และแข่งขันได้ในระดับโลก

ททท.ชวนประชาชนร่วมงานแห่เทียนพรรษาพระราชทานฯ พร้อมชมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ จ.สกลนคร

ททท.ชวนประชาชนร่วมงานแห่เทียนพรรษาพระราชทานฯ พร้อมชมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ จ.สกลนคร

ททท.ชวนประชาชนร่วมงานแห่เทียนพรรษาพระราชทานฯ พร้อมชมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ จ.สกลนคร

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 08.44 น.

เทศบาลตำบลงิ้วด่อน อ.เมือง จ.สกลนคร  ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญชวนประชาชนร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ในวันที่  7-9 กรกฎาคม 2568 นี้ โดยในปีนี้ ได้รับพระราชทานฯ เทียนพรรษาและพัดรอง ถวาย พระครูปริยัติบูรพาภิรม เจ้าคณะตำบลธาตุเชิงชุมเขต 1 จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีการจัดขบวนแห่เทียนพรรษาพระราชทานอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า รวม 9 ขบวน เริ่มจากสำนักงานเทศบาลตำบลงิ้วด่อน ไปยังวัดโพนงาม บูรพาภิรมย์ บ้านโพนงาม หมู่ 9 ตำบลงื้วด่อน ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เริ่มขบวนแห่เวลาประมาณ 08.00 น. และมีพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทาน ในเวลา 09.00 น.

-(016)

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ ไข่ไก่เพื่อน้อง’ ฝีมือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้านตัดผม

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ ไข่ไก่เพื่อน้อง’  ฝีมือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้านตัดผม

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ ไข่ไก่เพื่อน้อง’ ฝีมือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้านตัดผม

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พูดถึง “บ้านร้านตัดผม” หลายคนอาจเผลอนึกถึงร้านตัดผม…แต่จริงๆ แล้วนี่คือชื่อของหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ที่มีตำนานน่ารักๆ เล่าขานกันมาว่าเมื่อก่อนมีคนพบเห็นหญิงสาวใส่ชุดไทยชอบมานั่งหวีผมอยู่บนก้อนหินริมธารน้ำ ก้อนหินตรงนั้นดันมีรูปร่างเหมือนเก้าอี้ กรรไกร หวี จนชาวบ้านเชื่อว่าเป็นของเจ้าแม่ เลยตั้งศาลบูชาไว้ที่นี่ จนตอนหลังต้องย้ายมาไว้ในโรงเรียนบ้านร้านตัดผม เพราะพื้นที่เดิมถูกน้ำท่วมจากการทำถนน…และนับแต่นั้นมา ศาลนี้ก็กลายเป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียนไปโดยปริยาย

โรงเรียนบ้านร้านตัดผม ไม่ได้มีแต่ตำนานเท่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของชุมชนอีกด้วย ที่นี้สอนเด็กนักเรียนตั้งแต่ อนุบาล 1 ถึง ม.3 รวมกันถึง 550 คน บนพื้นที่กว้างขวางถึง 50 ไร่ ปี 2565 โรงเรียนแห่งนี้ได้เข้าร่วมโครงการ “เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน” ของมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และซีพีเอฟ จุดเริ่มต้นมาจาก ผอ.วิชิต สุขประวิทย์ ที่ตอนนั้นอยู่ที่โรงเรียนบ้านแหลมยางนา ซึ่งได้ขอร่วมโครงการฯนี้ เมื่อย้ายมาเป็นผอ.โรงเรียนบ้านร้านตัดผม จึงตัดสินใจขอเข้าร่วมโครงการฯด้วย เพราะเล็งเห็นประโยชน์ที่เด็กและชุมชนจะได้รับ

น้องปันปัน – กิตติพัศ ถิ่นวงค์เกลอ ตัวแทนนักเรียนชั้น ป.6 เล่าว่า ก่อนหน้านี้ โรงเรียนมีแค่แปลงผักเล็กๆ กับโรงเพาะเห็ด ยังไม่มีแหล่งโปรตีนเป็นของตัวเอง ต้องซื้อวัตถุดิบจากตลาดมาทำอาหารกลางวัน แต่พอมีโครงการเลี้ยงไก่ไข่ เด็กๆ ก็ได้ลงมือจริง ได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงสัตว์ ได้กินไข่ไก่สด สะอาด ปลอดภัย ที่ตัวเองช่วยกันดูแล “ไก่ไข่ที่นี่กินอาหารมื้อเดียว แต่เป็นมื้อที่คำนวณปริมาณเป๊ะๆ ตามจำนวนไก่ 150 ตัว พวกเราจะช่วยกันเกลี่ยอาหารให้ทั่วถึงทุกตัว ระบบน้ำก็ต้องดี น้ำไม่ขาด แถมยังมีวิธีจัดการมูลไก่ นำไปตากแห้งไปทำปุ๋ยใส่ต้นปาล์มน้ำมัน 300 ต้นที่โรงเรียนปลูกไว้ และยังนำไปใช้เป็นปุ๋ยในแปลงผักปลอดสาร กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารกลางวันได้อีก” น้องปันปัน บอก

น้องแอม – จิรัชญา แก้วกอง บอกว่า โครงการนี้ให้ประโยชน์เยอะมาก นักเรียนได้กินไข่ดีๆ ได้เรียนรู้วิธีเลี้ยงไก่จริงๆ ได้ทำงานเป็นทีม ฝึกจดบันทึก คิดเลข บริหารจัดการ ฝึกทำบัญชี แถมยังได้ความภูมิใจว่า โรงเรียนเราสามารถผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองได้ แถมไข่ที่เหลือจากนัก เรียนบริโภค ก็นำไปจำหน่ายให้ผู้ปกครองในราคาถูกกว่าตลาด เป็นไข่สดใหม่จริงๆ เก็บได้นานด้วย ตอนนี้มีรายได้สะสมเป็นทุนของโครงการฯ เก็บไว้ถึง 150,000 บาทแล้ว พร้อมต่อยอดเลี้ยงไก่ไข่ในรุ่นต่อไป “เราเลี้ยงไก่ไข่ 150 ตัว ทุกวันจะได้ไข่ 120-130 ฟอง พวกเราจะช่วยกันเก็บและส่งให้แม่ครัวก็นำไปทำเมนูอาหาร ทำให้มีไข่ทานครบทุกคน สัปดาห์ละอย่างน้อยคนละฟอง โดยเฉพาะไข่พะโล้ที่เป็นเมนูที่พวกเราชอบกันมากๆ เราภูมิใจมากๆเลยที่ได้รับหน้าที่ดูแลแม่ไก่ทุกตัว ให้มีไข่ไก่ให้ได้ทานอย่างเพียงพอไม่ต้องซื้อจากตลาดเหมือนเมื่อก่อน” น้องแอม บอก

เด็กๆ ป.4–6 ยังตั้งชุมนุม “เลี้ยงไก่ไข่” มีสมาชิก 15 คน ช่วยกันดูแลแม่ไก่แบบจริงจัง แบ่งเวรกันเข้าไปให้อาหาร เกลี่ยอาหาร ตรวจเช็คน้ำ ดูพัดลมระบายอากาศ ทุกขั้นตอนคือมาตรฐาน ที่พี่ๆ สัตวบาลจากซีพีเอฟมาคอยแนะนำตั้งแต่เริ่มจนถึงปลดแม่ไก่ ทำให้โรงเรียนเลี้ยงไก่ได้ผลผลิตดี มีเงินทุนส่งให้รุ่นต่อไปต่อเนื่อง สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ส่วนเด็กๆ ที่ไม่เข้าชุมนุมก็ยังได้ประโยชน์ เพราะโรงเรียนเปิดเป็น “ศูนย์เรียนรู้” ให้เข้าไปดูการเลี้ยงไก่ไข่ได้ ไม่ว่าจะนักเรียน ผู้ปกครอง หรือชาวบ้านในชุมชนก็มาเยี่ยมชมบ่อยๆ

ทั้งหมดนี้เพราะ “ไข่ไก่เพื่อน้อง” ที่เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งเรียนรู้ และคลังอาหารชุมชนในที่เดียว ไม่ใช่แค่ที่โรงเรียนบ้านร้านตัดผม

ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 988 แห่งทั่วประเทศ มีนักเรียนกว่า 223,000 คน และบุคลากรทางการศึกษากว่า 16,500 คน ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ โดยตั้งเป้าหมายมีโรงเรียนร่วมโครงการ 1,008 แห่ง ภายในปี 2568

โรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท โทร. 02-858-1241 หรือ 063-871-6545 และ 092-870-0783

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรม CSR “ผมสวย…ด้วยรัก ครั้งที่ 71” โดย กรกช ลิมพะสุต ผจก.โครง การ CSR บมจ.โอซีซี นำทีมงาน CSR ทีมช่างผมจาก Black Amber, Easy cut และช่างผมจิตอาสาเข้าพื้นที่ตัดผมฟรีให้กับกลุ่มผู้สูงอายุกว่า 80 คน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและค่าใช้จ่ายของศูนย์พักพิง สานต่อโครงการ CSR ขององค์กร โดยมี สนิทอาสนะ หัวหน้าศูนย์พักพิงผู้สูงอายุ ต้อนรับ ณ ศูนย์พักพิงผู้สูงอายุบ้านลุงสนิท ต.คุ้งกระถิน อ.เมืองราชบุรี