NIA ปิดฉาก ‘Startup Thailand League 2025’ ปลุกพลังเจนใหม่ต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจจริง ‘คิดจริง ทำจริง ขายได้จริง’

NIA ปิดฉาก 'Startup Thailand League 2025' ปลุกพลังเจนใหม่ต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจจริง 'คิดจริง ทำจริง ขายได้จริง'

NIA ปิดฉาก ‘Startup Thailand League 2025’ ปลุกพลังเจนใหม่ต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจจริง ‘คิดจริง ทำจริง ขายได้จริง’

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 22.38 น.

เลือดใหม่วงการสตาร์ตอัพ! “ทีม KLORA” ผงาดคว้าแชมป์ Startup Thailand League 2025 ระดับประเทศ ปีที่ 9  NIA ปลุกพลังเจนใหม่ต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจจริง “คิดจริง ทำจริง ขายได้จริง”

5 กรกฎาคม 2568 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ปิดฉากโครงการ Startup Thailand League 2025 อย่างเต็มความประทับใจ ด้วยการประกาศผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ และมอบรางวัลให้กับสุดยอดทีมสตาร์ตอัปนักศึกษาที่ฝ่าด่านจากกว่า 250 ทีมทั่วประเทศ โดยในปีนี้ ทีม KLORA (มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง) คว้าตำแหน่งแชมป์แห่งปี พร้อมรับโล่เกียรติยศและเงินรางวัล 50,000 บาท จากแผนธุรกิจที่ไม่เพียงนวัตกรรมล้ำ แต่ยังตอบโจทย์ตลาดและสามารถต่อยอดได้จริง

การแข่งขันปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 9 ภายใต้เป้าหมาย “สร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมรุ่นใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย” ผ่านแนวคิด Groom – Grant – Growth – Global ที่ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพผู้เข้าแข่งขัน สนับสนุนทุน ต่อยอดการเติบโตเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่ตลาดโลก โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมทั้งหมด 50 แห่งทั่วประเทศ รวมผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จาก 250 ทีม ซึ่งหลังผ่านกระบวนการคัดเลือกและบ่มเพาะ การประกวดแข่งขันไอเดียแผนงานธุรกิจสตาร์ตอัปในระดับภูมิภาค  จนได้ 14 ทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

ทั้ง 14 ทีมนี้ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเอง ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ทั้ง 8 ท่าน ได้แก่ คุณศักดิ์สิทธิ์ สุนทรกุล   ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs Start up, คุณนุชนาถ คุณความดี ​ ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาความรู้​ผู้ประกอบการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย​, คุณศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช.​, คุณไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม, คุณพิชญ์สินี เปลี่ยนสมัย Principal Cloud Consultant, CTO Office huawei cloud (Thailand)​, ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ​CEO/Co-Founder ZTRUS​, คุณนฤศันส์ ธันวารชร CEO InnoSpace (Thailand) / TVCA Director, คุณลักษมณ์ สาระยา Managing Director / TOP Ventures by  Thai Oil

ผลการแข่งขันระดับประเทศ  ทีมผู้ชนะเลิศ Startup Thailand League 2025 ได้แก่

ทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีม KLORA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รับโล่รางวัลและเงินรางวัล 50,000 บาท
รองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม POTENT มหาวิทยาลัยพะเยา รับโล่รางวัลและเงินรางวัล 30,000 บาท
รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม SC2451 (Cricktone) มหาวิทยาลัยทักษิณ รับโล่รางวัลและเงินรางวัล 20,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีรางวัล University of The Year สำหรับมหาวิทยาลัยที่ได้ร่วมผลักดันทีมนักศึกษาสู่ชัยชนะ ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ได้รับเกียรติจาก ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA และ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติมอบโล่และรางวัลแก่ทีมผู้ชนะ พร้อมกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับทีมนักศึกษาทุกทีมที่ได้รับรางวัลในวันนี้ ทุกทีมล้วนเป็นตัวแทนของคลื่นลูกใหม่ในวงการสตาร์ตอัปไทย ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจอย่างแท้จริง ในการพัฒนาแนวคิดธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและตลาดได้อย่างตรงจุด

Startup Thailand League ไม่ใช่แค่เวทีแข่งขัน แต่เป็นกลไกสำคัญในการบ่มเพาะผู้ประกอบการนวัตกรรมตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย เราได้เห็นไอเดียที่ไม่ธรรมดา เช่น ชุดหมักสาโทที่พลิกวัฒนธรรมพื้นถิ่นให้กลายเป็นสินค้าสำหรับคนรุ่นใหม่, เนื้อเยื่อตับจำลองที่ช่วยยกระดับการทดสอบยา, บาล์มหอมที่ออกแบบมาเพื่อผู้มีภาวะสมาธิสั้น, เม็ดฟู่ที่ช่วยยืดอายุดอกไม้, นวัตกรรมดูแลสัตว์, รวมถึงแพลตฟอร์มช่วยเลิกเสพติด

นอกจากนี้ ยังมีทีมที่พัฒนาโมเดลเพื่อสังคม เช่น ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงภัยพิบัติ ขนมสำหรับสุนัขแพ้ง่าย และเกมคีบของออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดสะท้อนว่า เจนใหม่ของเรากำลังคิดอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงธุรกิจ เทคโนโลยี และผลกระทบต่อสังคม ปีนี้จึงไม่ใช่แค่ปีแห่ง ‘ไอเดียดี’ แต่คือปีที่ไอเดียเหล่านั้น ‘ทำได้จริง ขายได้จริง และไปได้ไกล’

Startup Thailand League 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการสร้างระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยให้เข้มแข็งตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย โดย NIA จะยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนจากทั่วประเทศได้เข้าถึงโครงสร้างการสนับสนุนที่ครบวงจร ตั้งแต่ทุนสนับสนุน การพัฒนาทักษะทางธุรกิจ ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับนักลงทุน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เพื่อให้แนวคิดดี ๆ ของคนรุ่นใหม่ ไม่หยุดอยู่แค่บนเวที แต่กลายเป็นธุรกิจจริงที่เติบโตได้ในตลาดจริง

-(016)

เปิดบ้าน ‘KU Engineering Sparks’ กระจายโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลทางการศึกษา

เปิดบ้าน  ‘KU Engineering Sparks’ กระจายโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลทางการศึกษา

เปิดบ้าน ‘KU Engineering Sparks’ กระจายโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลทางการศึกษา

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.45 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ยอดสุดใจ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จัดงาน Open House  “KU Engineering Sparks” ระหว่างวันที่ 4 -5 กรกฎาคม 2568 ทั้งนี้เพื่อกระจายโอกาสในการเข้าถึง ข้อมูลทางการศึกษา ก่อนการสอบคัดเลือกเข้าสถาบันอุดมศึกษา รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพความสำเร็จ ของการศึกษาในแต่ละประเภทวิชา  ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ยอดสุดใจ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ‘การจัดงาน Open House ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ถือว่าประสบความสำเร็จ มีนักเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานหลายพันคน ซึ่งปีนี้เรามีการแนะนำหลักสูตรใหม่ที่น่าสนใจ เช่น Semiconductor  รวมไปถึงหลักสูตรที่จะเปิดในปีการศึกษา 2569 นั่นคือหลักสูตร AI ซึ่งจะ collab กับ Engineering เป็นหลักสูตร 4+1 นั่นคือ เรียน 4 ปี บวกกันอีก 1 ปี น้องๆ จะได้ทั้งปริญญาตรี และปริญญาโท ภายในงานยังมีการโชว์ความสำเร็จของคณะวิศวฯในการแข่งขันต่างๆ ล่าสุดพึ่ง คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันพัฒนา ออกแบบ และสร้างยานยนต์ Student Formula รายการ TSAE Auto Challange 2025

‘ปัจจุบันการเปิดบ้านอย่างครั้งนี้จะทำให้น้องเข้าใจมากขึ้น ถ้าน้องๆ สนใจที่จะเรียนวิศวะฯ จริงๆ สิ่งหนึ่งที่น้องควรจะให้ความสำคัญ คือ วิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ มีตั้งใจและมีความสนใจ เชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนวิศวฯ สำหรับน้องๆ ที่พลาดงานนี้ไม่ต้องเสียใจ ในปีนี้เราจะเปิดบ้านอีกครั้งในเดือน พฤศจิกายนครับ’

น้องๆ นิสิต นักศึกษา ที่สนใจ สามารถติดตามข้อมูลต่างๆ ได้ทาง Website https://www.eng.ku.ac.th  

-(016)

Flynowiii จับมือ ททท. ชวนชาวกรุงฯ เอนจอยวิถีชาวใต้ ใน ‘อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL’

Flynowiii จับมือ ททท. ชวนชาวกรุงฯ เอนจอยวิถีชาวใต้ ใน 'อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL'

Flynowiii จับมือ ททท. ชวนชาวกรุงฯ เอนจอยวิถีชาวใต้ ใน ‘อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL’

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.38 น.

เตรียมตัวสนุกยิ่งกว่าเดิม!!! อีเวนท์ที่เคยสร้างความประทับใจให้ชาวกรุงเมื่อปีก่อน กลับมาสร้างสีสันและคัลท์เจ๋งๆ ให้ฟิลเหมือนยกเสน่ห์ความเป็นปักษ์ใต้มาไว้ในเมืองกรุง ครบทั้งแฟชั่น ศิลปะ ดนตรี ไอเท็มเด็ด และอาหารใต้ “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” พร้อมแล้วที่จะพาคุณไปสัมผัสกับเสน่ห์ของศิลปะและวัฒนธรรมภาคใต้ตลอด 3 วันเต็ม เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปสนุกกันที่ ช่างชุ่ย Creative Park วันที่ 4-6 กรกฎาคมนี้!

หลังสร้างปรากฎการณ์ความปังเมื่อปีที่ผ่านมา Flynowiii จับมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคใต้ และ ช่างชุ่ย Creative Park ประกาศการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเทศกาลที่หลายคนเฝ้ารอ พร้อมต้อนรับชาวกรุงฯ ทั่วพระนครให้มาเอนจอยกับสีสันและมนต์เสน่ห์แดนใต้ตลอด 3 วัน มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ทุกคนได้ “ชิม-ช้อป-ชม-แชะ-สนุก” กันอย่างจุใจ

นางสาววัจนันท์ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “อัยยะ ปักษ์ใต้ FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จะประชาสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของภาคใต้ โดยเฉพาะด้านแฟชั่นผ้าภาคใต้ ผ่านกิจกรรมเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม ทั้งการสาธิต การแสดงทางวัฒนธรรม และอาหารพื้นเมืองภาคใต้ ที่สามารถสืบค้นกลับไปยังต้นกำเนิด สู่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจนถึงแหล่งท่องเที่ยวภาคใต้ พร้อมนำเสนอทริปท่องเที่ยวตามรอยวัฒนธรรมภาคใต้ ซึ่งนับเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวผ่านสินค้าและกิจกรรมต่างๆ ที่โดดเด่นของภาคใต้ ชูอัตลักษณ์เสน่ห์ไทยและจุดขาย 5 Must Do in Thailand ภายใต้แนวคิดปีแห่ง Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025”

ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ FLYNOW และ ช่างชุ่ย Creative Park กล่าวเสริมว่า “จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา เราจึงตั้งใจสานต่อความสำเร็จให้ยิ่งใหญ่และอบอุ่นกว่าเดิม อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 ไม่ใช่แค่เทศกาลอาหารและของดีจากภาคใต้เท่านั้น แต่บ่งบอกถึงพื้นที่แห่งการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและผู้คนเข้าด้วยกัน โดยความพิเศษของปีนี้ Flynowiii ได้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับ 6 แบรนด์ที่น่าจับตามองของภาคใต้ ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานบนรันเวย์ “อัยยะ ปักษ์ใต้ Fashion Show” เราจึงอยากให้ทุกคนที่มาได้สัมผัสถึงความสนุก ความจริงใจ และความมีชีวิตชีวาของชาวใต้ในทุกมิติ และกลับไปพร้อมกับความประทับใจ”

ถอดรหัสแนวคิด “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2” เทศกาลที่นำจิตวิญญาณแห่งแดนใต้มาไว้ใจกลางเมือง

เบื้องหลังความสำเร็จของเทศกาลในปีนี้ มาจากความตั้งใจของทีมผู้จัดที่ต้องการจะนำเสนอความเป็นปักษ์ใต้ในมิติที่มากกว่าแค่ภาพจำเดิมๆ โดยได้ถอดรหัสเสน่ห์แห่งปักษ์ใต้จาก 4 แกนหลัก อันเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์ทุกองค์ประกอบของงาน ไม่ว่าจะเป็น

• ความงามบนผืนผ้า: ถอดลายศิลป์สู่งานออกแบบ หนึ่งในแรงบันดาลใจที่โดดเด่นที่สุดของปีนี้คือ ความงดงามของผ้าพื้นเมืองภาคใต้ ซึ่งมีลวดลายและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ ลวดลายเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาจัดแสดงเพียงอย่างเดียว แต่ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบกราฟิก, เวที, ของที่ระลึก และการตกแต่งทั่วทั้งบริเวณงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานรู้สึกเสมือนกำลังเดินอยู่ในแกลเลอรีศิลปะที่มีชีวิตของภาคใต้

• วัฒนธรรมอาหารใต้: ไม่เพียงความจัดจ้าน แต่แนวคิดหลักของโซนอาหารในปีนี้คือ “รสชาติแห่งความทรงจำ” เพื่อนำเสนออาหารใต้ที่ไม่ใช่แค่แกงส้มหรือคั่วกลิ้ง แต่ยังรวมถึงอาหารพื้นบ้านที่หารับประทานยาก ซึ่งแต่ละเมนูล้วนมีเรื่องราวและผูกพันกับวิถีชีวิตและสูตรลับเฉพาะตัว เป็นการเล่าเรื่องราววัฒนธรรมผ่านปลายจวักได้อย่างดีเยี่ยม

• มนต์เสน่ห์แห่งดนตรีปักษ์ใต้: เพราะ “ดนตรี” คือหัวใจของเทศกาลนี้ ได้แรงบันดาลใจจากความหลากหลายของดนตรีใต้ ตั้งแต่จังหวะที่สนุกสนานไปจนถึงเสียงปี่โนราอันทรงพลังและเนื้อเพลงของศิลปินยุคใหม่ที่บอกเล่าชีวิตคนใต้ร่วมสมัย ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงชีวิตชีวาและพลังของชาวใต้อย่างแท้จริง

• ศิลปะและวัฒนธรรม: รากเหง้าแห่งความคิดสร้างสรรค์มาจากศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวใต้ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการแสดงหนังตะลุง, การรำโนราที่ได้รับการยอมรับจาก UNESCO ไปจนถึงสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-โปรตุกีสอันงดงาม สิ่งเหล่านี้คือรากฐานทางความคิดที่ทำให้เทศกาล “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2” แตกต่าง เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ซึมซับเรื่องราวเบื้องหลังความงามที่มองเห็นด้วยตา

แนวคิดทั้งหมดนำเสนอผ่าน 6 โซนกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ที่จะทำให้คุณหลงรักปักษ์ใต้มากกว่าเดิม ได้แก่ Fashion Show, Food & Product Market, Performances, Workshop, Exhibition และ Trip รวมโปรแกรมทัวร์ภาคใต้สุดพิเศษที่ครีเอทมาเพื่ออีเวนท์นี้โดยเฉพาะ!  

ไฮไลท์เด็ดแฟชั่นโชว์สุดปังสะท้อน “สีสัน เส้นสาย ลายเส้น” โดย 6 ดีไซเนอร์รุ่นใหม่

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในเทศกาล “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 Fly 2 South Now II” ต้องยกให้แฟชั่นโชว์กลางแจ้งสุดพิเศษ นำเสนอผลงานสร้างสรรค์จาก 6 แบรนด์ดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากภาคใต้ โดยได้รับคำแนะนำและจากพี่เลี้ยงมากประสบการณ์อย่าง FLYNOW  ได้แก่ Clothear Vestiare, D’Arcy the Designs, Keziah, Spybrand, Yabulan และ Yayee ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “สีสัน เส้นสาย ลายเส้น” อันเป็นเอกลักษณ์ของผืนผ้าจากภาคใต้ ผสานแนวคิดการออกแบบที่ทันสมัยเพื่อสร้างคอลเลคชั่นพิเศษที่จะมาสะบัดบนรันเวย์สุดเก๋ ณ บริเวณลานจอดเครื่องบิน อันเป็นเอกลักษณ์ของช่างชุ่ย วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 19.30 น. ภายใต้ธีม “การเดินทางมาเชิญชวนคนกรุงเทพ ไปสัมผัสเสน่ห์ของภาคใต้”

การจัดแฟชั่นโชว์ในโลเคชั่นที่ไม่เหมือนใครนี้ เป็นการผสมผสานเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของภาคใต้และความดิบเท่ของช่างชุ่ย Creative Park ได้อย่างลงตัว ผู้ชมจะได้สัมผัสถึงความเคลื่อนไหวของสีสันและลายเส้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวใต้ ผ่านมุมมองที่สดใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจของดีไซเนอร์รุ่นใหม่เหล่านี้ นำเสนอผ่านทัพนางแบบนายแบบกว่า 40 ชีวิต นำโดย ทราย – สิรณัฐ สก๊อต, ลูกเกด – เมทินี กิ่งโพยม, สกาย – กิ่งโพยม ชาร์เพิร์ล, เดล – นฤมล พิมพ์ภักดี, แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง, และ เทีย ทวีพาณิชย์พันธุ์ จากภาคใต้ Flynowiii ที่จะมาสร้างสีสันและสะท้อนอัตลักษณ์ของชาวใต้ผ่านมุมมองแฟชั่นที่ไม่เหมือนใคร 

ปักหมุดในปฏิทินของคุณไว้ให้ดี แล้วเตรียมตัวมา “ย้ายถิ่นชั่วคราว” ไปเป็นชาวใต้ด้วยกันที่งาน “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” ระหว่างวันที่ 4-5-6 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่ 16.00-22.00 น. ที่ ช่างชุ่ย Creative Park ปิ่นเกล้า งานนี้เข้าฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย มาร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกันอีกครั้ง รับรองปีนี้มันกว่าเดิมแน่นอน!

• ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/ChangChuiBKK หรือ www.facebook.com/tiewtaibytat

• พิกัดโครงการช่างชุ่ย ย่านปิ่นเกล้า: https://goo.gl/maps/Tf3FhGBcgKK9vBsG8

#อัยยะปักษ์ใต้ #อัยยะปักษ์ใต้2 #Fly2SouthNowFestival #Fly2SouthNowFestivalII #เที่ยวใต้ #เที่ยวใต้byททท #AmazingThailand #flynowiii #ช่างชุ่ย

-(016)

5 ชาติยุโรปถอดบทเรียนสร้างชาติด้วยระบบนวัตกรรม – สตาร์ตอัป ในงาน SITE 2025

5 ชาติยุโรปถอดบทเรียนสร้างชาติด้วยระบบนวัตกรรม – สตาร์ตอัป ในงาน SITE 2025

5 ชาติยุโรปถอดบทเรียนสร้างชาติด้วยระบบนวัตกรรม – สตาร์ตอัป ในงาน SITE 2025

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

5 ชาติยุโรปถอดบทเรียนสร้างชาติด้วยระบบนวัตกรรม – สตาร์ตอัปเวทีเสวนา “Innovation Ecosystem and National Competitiveness in the Face of Global Uncertainties” งาน SITE 2025  ขณะที่อธิบดีกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชี้ไทยต้องเรียนรู้จากโมเดลความสำเร็จของยุโรปเพื่อสร้างสังคมนวัตกรรมที่แข็งแรง ยั่งยืนและแข่งขันได้ในระดับโลก

5 กรกฎาคม 2567 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์กรมหาชน) หรือ NIA จัดงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2025 หรือ SITE 2025 ภายใต้แนวคิด “Global Innovation Partnership – AI & Sustainability: The Next Era of Innovation” ที่พารากอน ฮอลล์ โดยหนึ่งในไฮไลต์ของ SITE 2025 คือเวทีเสวนาระดับนานาชาติภายใต้หัวข้อ “Innovation Ecosystem and National Competitiveness in the Face of Global Uncertainties” ที่มีตัวแทนระดับสูงจาก 5 ประเทศยุโรป ได้แก่ ชิลี เช็ก ฟินแลนด์ สวีเดน และฮังการี และตัวแทนจากประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรม เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง

โดยนายปาตริซิโอ เฟร์นันโด พาวเวลล์ โอโซริโอ (H.E. Mr. Patricio Fernando Powell Osorio) เอกอัครราชทูตชิลีประจำประเทศไทย กล่าวเปิดเวที ว่า การสร้างระบบนวัตกรรมต้องมีทั้งกรอบสถาบัน นโยบายที่ชัดเจน และความร่วมมือจากภาคประชาชน โครงการ “Startup Chile” ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญของการดึงดูดผู้ประกอบการจากทั่วโลกมาร่วมสร้างสรรค์ไอเดียในประเทศ เพื่อกระตุ้นผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทรัพยากรท้องถิ่น เช่น เหมืองแร่ เกษตร และประมง

ด้าน นายปาเวล ปีเตล (H.E. Mr. Pavel Pitel) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็ก กล่าวถึงการพลิกฟื้นเศรษฐกิจด้วยการสร้างระบบนวัตกรรมที่อิงกับรากฐานการศึกษากว่า 700 ปี ว่า เช็กประสบความสำเร็จในการสนับสนุนสตาร์ตอัปและเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งในอุตสาหกรรมการแพทย์ นาโนเทคโนโลยี และอวกาศ พร้อมใช้กลไก “Regulatory Sandbox” เพื่อให้สตาร์ตอัปฟินเทคสามารถทดลองนวัตกรรมในโลกความจริงได้อย่างปลอดภัย

ขณะที่นางเอวา กริสตีนา กูวายา-ซันโทปูโลส (H.E. Ms. Eeva Kristiina Kuvaja-Xanthopoulos) เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ ชี้ว่า การพึ่งพาบริษัทเดียวอย่าง Nokia ทำให้ฟินแลนด์เผชิญวิกฤตอย่างหนักเมื่อธุรกิจล่มสลาย รัฐบาลจึงลงทุนใหม่ทั้งระบบ รวมมหาวิทยาลัย 3 แห่งก่อตั้ง Aalto University และบรรจุหลักสูตรผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับประถม ส่งผลให้จำนวนสตาร์ตอัปเติบโตถึง 10 เท่าใน 15 ปี

ส่วน นางอันนา ฮัมมาร์เกรน (H.E. Mrs. Anna Hammargren)  เอกอัครราชทูตสวีเดน ยกกรณีศึกษาเกี่ยวกับนวัตกรรมสีเขียว เช่น เหล็กไร้มลพิษ เรือไฟฟ้า และการดักจับคาร์บอน โดยเน้นว่าสวีเดนยังคงเป็นผู้นำด้าน R&D ระดับโลก ด้วยการลงทุนกว่า 3% ของ GDP และรักษาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์

สำหรับนางสาวคามิลลา บัลลา (Ms. Kamilla Balla)  ผู้แทนจากฮังการี ได้นำเสนอ “John von Neumann Programme” แผนยุทธศาสตร์นวัตกรรมแห่งชาติ ที่มุ่งพัฒนา 9 ด้าน เพื่อผลักดันฮังการีให้ก้าวสู่ 1 ใน 10 ประเทศผู้นำนวัตกรรมของโลกภายในปี 2040

ปิดท้ายด้วย นางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ อธิบดีกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ที่สรุปว่า การเชื่อมโยงระหว่างประเทศจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้ของไทยในอนาคต พร้อมย้ำว่าประเทศไทยสามารถเรียนรู้จากโมเดลความสำเร็จของยุโรป และปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น เพื่อสร้างสังคมนวัตกรรมที่แข็งแรง ยั่งยืน และแข่งขันได้ในระดับโลก

ททท.ชวนประชาชนร่วมงานแห่เทียนพรรษาพระราชทานฯ พร้อมชมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ จ.สกลนคร

ททท.ชวนประชาชนร่วมงานแห่เทียนพรรษาพระราชทานฯ พร้อมชมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ จ.สกลนคร

ททท.ชวนประชาชนร่วมงานแห่เทียนพรรษาพระราชทานฯ พร้อมชมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ จ.สกลนคร

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 08.44 น.

เทศบาลตำบลงิ้วด่อน อ.เมือง จ.สกลนคร  ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญชวนประชาชนร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ในวันที่  7-9 กรกฎาคม 2568 นี้ โดยในปีนี้ ได้รับพระราชทานฯ เทียนพรรษาและพัดรอง ถวาย พระครูปริยัติบูรพาภิรม เจ้าคณะตำบลธาตุเชิงชุมเขต 1 จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีการจัดขบวนแห่เทียนพรรษาพระราชทานอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า รวม 9 ขบวน เริ่มจากสำนักงานเทศบาลตำบลงิ้วด่อน ไปยังวัดโพนงาม บูรพาภิรมย์ บ้านโพนงาม หมู่ 9 ตำบลงื้วด่อน ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เริ่มขบวนแห่เวลาประมาณ 08.00 น. และมีพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทาน ในเวลา 09.00 น.

-(016)

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ ไข่ไก่เพื่อน้อง’ ฝีมือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้านตัดผม

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ ไข่ไก่เพื่อน้อง’  ฝีมือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้านตัดผม

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ ไข่ไก่เพื่อน้อง’ ฝีมือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้านตัดผม

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พูดถึง “บ้านร้านตัดผม” หลายคนอาจเผลอนึกถึงร้านตัดผม…แต่จริงๆ แล้วนี่คือชื่อของหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ที่มีตำนานน่ารักๆ เล่าขานกันมาว่าเมื่อก่อนมีคนพบเห็นหญิงสาวใส่ชุดไทยชอบมานั่งหวีผมอยู่บนก้อนหินริมธารน้ำ ก้อนหินตรงนั้นดันมีรูปร่างเหมือนเก้าอี้ กรรไกร หวี จนชาวบ้านเชื่อว่าเป็นของเจ้าแม่ เลยตั้งศาลบูชาไว้ที่นี่ จนตอนหลังต้องย้ายมาไว้ในโรงเรียนบ้านร้านตัดผม เพราะพื้นที่เดิมถูกน้ำท่วมจากการทำถนน…และนับแต่นั้นมา ศาลนี้ก็กลายเป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียนไปโดยปริยาย

โรงเรียนบ้านร้านตัดผม ไม่ได้มีแต่ตำนานเท่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของชุมชนอีกด้วย ที่นี้สอนเด็กนักเรียนตั้งแต่ อนุบาล 1 ถึง ม.3 รวมกันถึง 550 คน บนพื้นที่กว้างขวางถึง 50 ไร่ ปี 2565 โรงเรียนแห่งนี้ได้เข้าร่วมโครงการ “เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน” ของมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และซีพีเอฟ จุดเริ่มต้นมาจาก ผอ.วิชิต สุขประวิทย์ ที่ตอนนั้นอยู่ที่โรงเรียนบ้านแหลมยางนา ซึ่งได้ขอร่วมโครงการฯนี้ เมื่อย้ายมาเป็นผอ.โรงเรียนบ้านร้านตัดผม จึงตัดสินใจขอเข้าร่วมโครงการฯด้วย เพราะเล็งเห็นประโยชน์ที่เด็กและชุมชนจะได้รับ

น้องปันปัน – กิตติพัศ ถิ่นวงค์เกลอ ตัวแทนนักเรียนชั้น ป.6 เล่าว่า ก่อนหน้านี้ โรงเรียนมีแค่แปลงผักเล็กๆ กับโรงเพาะเห็ด ยังไม่มีแหล่งโปรตีนเป็นของตัวเอง ต้องซื้อวัตถุดิบจากตลาดมาทำอาหารกลางวัน แต่พอมีโครงการเลี้ยงไก่ไข่ เด็กๆ ก็ได้ลงมือจริง ได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงสัตว์ ได้กินไข่ไก่สด สะอาด ปลอดภัย ที่ตัวเองช่วยกันดูแล “ไก่ไข่ที่นี่กินอาหารมื้อเดียว แต่เป็นมื้อที่คำนวณปริมาณเป๊ะๆ ตามจำนวนไก่ 150 ตัว พวกเราจะช่วยกันเกลี่ยอาหารให้ทั่วถึงทุกตัว ระบบน้ำก็ต้องดี น้ำไม่ขาด แถมยังมีวิธีจัดการมูลไก่ นำไปตากแห้งไปทำปุ๋ยใส่ต้นปาล์มน้ำมัน 300 ต้นที่โรงเรียนปลูกไว้ และยังนำไปใช้เป็นปุ๋ยในแปลงผักปลอดสาร กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารกลางวันได้อีก” น้องปันปัน บอก

น้องแอม – จิรัชญา แก้วกอง บอกว่า โครงการนี้ให้ประโยชน์เยอะมาก นักเรียนได้กินไข่ดีๆ ได้เรียนรู้วิธีเลี้ยงไก่จริงๆ ได้ทำงานเป็นทีม ฝึกจดบันทึก คิดเลข บริหารจัดการ ฝึกทำบัญชี แถมยังได้ความภูมิใจว่า โรงเรียนเราสามารถผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองได้ แถมไข่ที่เหลือจากนัก เรียนบริโภค ก็นำไปจำหน่ายให้ผู้ปกครองในราคาถูกกว่าตลาด เป็นไข่สดใหม่จริงๆ เก็บได้นานด้วย ตอนนี้มีรายได้สะสมเป็นทุนของโครงการฯ เก็บไว้ถึง 150,000 บาทแล้ว พร้อมต่อยอดเลี้ยงไก่ไข่ในรุ่นต่อไป “เราเลี้ยงไก่ไข่ 150 ตัว ทุกวันจะได้ไข่ 120-130 ฟอง พวกเราจะช่วยกันเก็บและส่งให้แม่ครัวก็นำไปทำเมนูอาหาร ทำให้มีไข่ทานครบทุกคน สัปดาห์ละอย่างน้อยคนละฟอง โดยเฉพาะไข่พะโล้ที่เป็นเมนูที่พวกเราชอบกันมากๆ เราภูมิใจมากๆเลยที่ได้รับหน้าที่ดูแลแม่ไก่ทุกตัว ให้มีไข่ไก่ให้ได้ทานอย่างเพียงพอไม่ต้องซื้อจากตลาดเหมือนเมื่อก่อน” น้องแอม บอก

เด็กๆ ป.4–6 ยังตั้งชุมนุม “เลี้ยงไก่ไข่” มีสมาชิก 15 คน ช่วยกันดูแลแม่ไก่แบบจริงจัง แบ่งเวรกันเข้าไปให้อาหาร เกลี่ยอาหาร ตรวจเช็คน้ำ ดูพัดลมระบายอากาศ ทุกขั้นตอนคือมาตรฐาน ที่พี่ๆ สัตวบาลจากซีพีเอฟมาคอยแนะนำตั้งแต่เริ่มจนถึงปลดแม่ไก่ ทำให้โรงเรียนเลี้ยงไก่ได้ผลผลิตดี มีเงินทุนส่งให้รุ่นต่อไปต่อเนื่อง สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ส่วนเด็กๆ ที่ไม่เข้าชุมนุมก็ยังได้ประโยชน์ เพราะโรงเรียนเปิดเป็น “ศูนย์เรียนรู้” ให้เข้าไปดูการเลี้ยงไก่ไข่ได้ ไม่ว่าจะนักเรียน ผู้ปกครอง หรือชาวบ้านในชุมชนก็มาเยี่ยมชมบ่อยๆ

ทั้งหมดนี้เพราะ “ไข่ไก่เพื่อน้อง” ที่เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งเรียนรู้ และคลังอาหารชุมชนในที่เดียว ไม่ใช่แค่ที่โรงเรียนบ้านร้านตัดผม

ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 988 แห่งทั่วประเทศ มีนักเรียนกว่า 223,000 คน และบุคลากรทางการศึกษากว่า 16,500 คน ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ โดยตั้งเป้าหมายมีโรงเรียนร่วมโครงการ 1,008 แห่ง ภายในปี 2568

โรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท โทร. 02-858-1241 หรือ 063-871-6545 และ 092-870-0783

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรม CSR “ผมสวย…ด้วยรัก ครั้งที่ 71” โดย กรกช ลิมพะสุต ผจก.โครง การ CSR บมจ.โอซีซี นำทีมงาน CSR ทีมช่างผมจาก Black Amber, Easy cut และช่างผมจิตอาสาเข้าพื้นที่ตัดผมฟรีให้กับกลุ่มผู้สูงอายุกว่า 80 คน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและค่าใช้จ่ายของศูนย์พักพิง สานต่อโครงการ CSR ขององค์กร โดยมี สนิทอาสนะ หัวหน้าศูนย์พักพิงผู้สูงอายุ ต้อนรับ ณ ศูนย์พักพิงผู้สูงอายุบ้านลุงสนิท ต.คุ้งกระถิน อ.เมืองราชบุรี

แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ฉลอง 40 ปี เคียงข้างสังคมไทย จับมือ สพฐ. ยกระดับโครงการ ‘McHappy Smile’ ครอบคลุม 4 ภาคทั่วไทย

แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ฉลอง 40 ปี เคียงข้างสังคมไทย จับมือ สพฐ. ยกระดับโครงการ ‘McHappy Smile’ ครอบคลุม 4 ภาคทั่วไทย

แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ฉลอง 40 ปี เคียงข้างสังคมไทย จับมือ สพฐ. ยกระดับโครงการ ‘McHappy Smile’ ครอบคลุม 4 ภาคทั่วไทย

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในโอกาสฉลองครบรอบ 40 ปี บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ภายใต้แบรนด์ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เดินหน้าเคียงข้างสังคมไทย ยกระดับโครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วไทย ด้วยการผนึกความร่วมมือกับสำนัก งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มอบรอยยิ้ม มื้อแห่งความสุข พร้อมส่งเสริมประสบการณ์อาชีพผ่านการเรียนรู้นอกห้องเรียนแก่ เด็กและเยาวชนไทย จำนวนกว่า 400 คนทั่วประเทศ

กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า “แมคโดนัลด์มีพันธกิจในการอยู่เคียงข้างสังคม พร้อมวัฒน ธรรมองค์กรที่เสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนของพนักงานผ่าน กิจกรรมจิตอาสาต่างๆ จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ตั้งแต่ปี 2566 และเพื่อร่วมฉลองครบรอบ 40 ปี แมคโดนัลด์ ประเทศไทย จึงสานต่อโครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ พร้อมขยายสู่ 4 ภาคทั่วประเทศ เพื่อร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังในการสร้างรอยยิ้ม เติมเต็มความสุขให้เด็กและเยาวชนไทยจำนวนกว่า 400 คน เพราะเราเชื่อว่าการสร้างประสบการณ์ที่ครบถ้วน ทั้งความสุข มื้ออาหารอร่อย และการเรียนรู้อย่างเหมาะสม จะเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กไทย ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศได้อย่างแท้จริง

โครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ความสุขแบบครบวงจรและสร้างความประทับใจให้กับน้องๆ โดยไม่เพียงแต่เน้นเรื่องความสนุกสนานเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการเปิดโลกทัศน์ให้เด็กๆได้สัมผัสกับการบริการมาตรฐานระดับโลกของแมคโดนัลด์อย่างใกล้ชิด เริ่มตั้งแต่ โชว์แบบเพลินๆ (Play+Learn) จากพี่โรนัลด์และผองเพื่อน ที่สอดแทรกความรู้ในการดูแลตัวเองออกกำลังกายอย่างเหมาะสม  นอกจากนั้นน้องๆ ในโครงการจะได้เปิดโลกผ่านทัวร์ร้านแมคโดนัลด์ เพื่อช่วยฝึกทักษะและสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตผ่านการเรียนรู้นอกห้องเรียนจากบรรยากาศการทำงานหน้าร้านจริง ตั้งแต่จุดสั่งซื้อสินค้าหน้าเคาน์เตอร์การบริการเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ สาธิตการทำงานในห้องครัว รวมถึงการบริการของแมคไดรฟ์ทรู เพื่อเรียนรู้การทำงานเป็นทีม และการส่งมอบความสุขผ่านบริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิ ภาพ นอกจากนั้นน้องๆ ยังได้มีช่วงเวลาสุดพิเศษกับ Birthday Party’ เพื่อให้น้องๆ ได้ร่วมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันผ่านเมนูอา หารกลางวันที่จัดเตรียมอย่างพิถีพิถัน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพระดับโลกของแมคโดนัลด์ เป็นการเติมเต็มรอยยิ้มและความทรงจำดีๆ ให้กับเด็กๆ

ในโอกาสฉลองครบรอบ 40 ปี ของแมคโดนัลด์ ประเทศไทย โครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ผนึกความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อเข้าถึงโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาภายใต้สังกัด สพฐ. ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยในปีนี้ โครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ได้เริ่มต้นที่พื้นที่ภาคกลาง โดยมีน้องๆ จากโรงเรียนวัดไผ่ล้อม (พูลประชาอุปถัมภ์) จ.นครปฐม กว่า 100 คนเข้าร่วมกิจกรรม ก่อนจะยกขบวนสู่ จ.นครศรีธรรมราช (ภาคใต้), จ.ชลบุรี (ภาคตะวันออก) และ จ.พิษณุโลก (ภาคเหนือ) ตั้งเป้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้เด็กและเยาวชนกว่า 400 คน พร้อมด้วยพลังพนักงานจิตอาสาจากแมคโดนัลด์ที่ร่วมกิจกรรมถึง 600 ชั่วโมง นอกจากนั้น ในปีนี้โครงการ  ‘McHappy Smile’ ยังมีการสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาหรืออุปกรณ์การเรียนรู้ที่จำเป็นเพื่อสร้างทักษะและการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมอีกด้วย

ภัทริยาวรรณ พันุธ์ุน้อย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า“การส่งเสริมด้านโภชนาการและพลานามัยที่เหมาะสม ในช่วงวัยของนักเรียนระดับประถมศึกษา ถือเป็นพื้นฐานสำคัญต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกาย อารมณ์และการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งโครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาเด็ก ไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่เป็นการมอบมื้ออาหารที่อิ่มอร่อย หรือโชว์ที่สนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสอดแทรกความรู้ในการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ส่งเสริมให้เด็กๆได้ออกกำลังกาย อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์นอกห้องเรียนและสัมผัสบรรยากาศของการทำงานที่หน้าร้านจริง ซึ่งจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ต่อการประกอบอาชีพในอนาคต ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กไทยในยุคปัจจุบัน”

“ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา แมคโดนัลด์ ประเทศไทย มุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ในการหล่อเลี้ยงผู้คนและส่งเสริมชุมชนมาโดยตลอด โครงการพัฒ นาสังคม ‘McHappy Smile’ เป็นอีกโครงการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแมคโดนัลด์ ประเทศไทย ในการตอบแทนสังคม เพราะเราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยเติมเต็มรอยยิ้มและความสุขให้กับเด็ก เยาวชน และครอบครัวในสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน” กิตติวรรณ กล่าวปิดท้าย

ปัจจุบัน แมคโดนัลด์ ประเทศไทย พร้อมให้บริการอาหารคุณภาพมาตรฐานระดับโลกกว่า 240 สาขาทั่วประเทศติดตามโครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ รวมถึงกิจกรรมพิเศษในโอกาสร่วมฉลอง 40 ปีกับแมคโดนัลด์ ประเทศไทย ได้ที่ Facebook.com/McThai   

กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธาน กก.บริหาร บจ.แมคไทย

กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธาน กก.บริหาร บจ.แมคไทย

คุณแหน : 5 กรกฎาคม 2568

คุณแหน :  5 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 5 กรกฎาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll เมื่อเร็วๆนี้ อานุสรา จิตต์มิตรภาพ ,ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ที่ปรึกษาชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯ 2515 และผู้แทน ร่วมกันมอบเงินบริจาคให้ สภากาชาดไทย 30,000 บาท และ มอบเงิน 30,000 บาท สมทบทุนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เพื่อพระสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นผู้รับมอบ ณ ตึกอำนวยการ ขออนุโมทนาบุญด้วย..

ll นายกสมาคมแบดมินตันไทยฯ พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร แสดงความชื่นชมและยินดีกับนักแบดมินตันไทย 2 คู่ ในการแข่งขันแบดมินตัน รายการ US OPEN 2025 ที่สหรัฐอเมริกา ได้แก่ อันนา – มูนา ซึ่งคว้าแชมป์ประเภทหญิงคู่ และ ไตเติ้ล – เจน คว้ารองแชมป์ประเภทคู่ผสม…ขอชื่นชมในผลงานอันยอดเยี่ยมในครั้งนี้..

ll ยินดีกับ ผศ. ดร.พงศ์ภัค บานชื่น รองคณบดีฝ่ายพัฒนาองค์กรและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ตรวจประเมินรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ประจำปี 2568..

ll ขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.รัตตมา รัตนวงศา สังกัดภาควิชานวัตกรรมการสื่อสารและพัฒนาการเกษตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในโอกาสที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์” ตั้งแต่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา..

ll ศิริวรรณ วงศ์ศิริกุล เปิดคอนโดหัวหินบีช ต้อนรับเพื่อนรักจากเชียงใหม่ ประนอม-สมจิต เฉินบำรุง ที่หอบเครื่องพริกแกงน้ำเงี้ยว แคปหมู มาจากภาคเหนือ กินแกล้มกับปูทะเลสดๆ ของทะเลหัวหิน โดยมีผลไม้ล้างปากเป็น ทุเรียนป่าละอู เงาะ มังคุด ฯลฯ อิ่มหนำสำราญและสุขสันต์หรรษาขนาดไหน ไม่ต้องบรรยายกันให้มากความ ทั้งนี้มีเพื่อนร่วมก๊วน อาทิ เฉิดฉัน จ๋วงพานิช และ ธนิต วิจิตรพันธุ์ มาร่วมทริปด้วย เมื่อวีคเอนด์ที่ผ่านมา..

ll พอสูงวัยสถานที่พบปะกัน ของเพื่อนๆ ไม่แคล้วต้องที่โรงพยาบาล วันก่อน ภณิดา บานชื่น พบปะเพื่อนรักราชินีร่วมรุ่น ประพิมพรรณ สิทธิมงคล ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลนี้ทั้งคู่..

ll เป็นทันตแพทย์แต่คราวนี้ ทพญ.โฉมไฉไล เอกจิตต์ ต้องสวมบทเป็นคนไข้บ้าง โดยเข้ารับการผ่าตาเป็นต้อกระจกที่ศิริราช เมื่อหลายวันก่อน..

ll สวดพระอภิธรรมศพ คุณพ่อสุชาติ วรรณฉัตรสิริ บิดา จุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ วันนี้สุดท้าย (5 ก.ค.) 18.30 น. ณ ศาลา 1 วัดสุทธิวราราม และ พระราชทานเพลิงศพ 6 ก.ค. 14.00 น. ครอบครัวผู้วายชนม์ ฝากเรียนเชิญญาติมิตรมาร่วมงานดังกล่าวด้วยความเคารพยิ่ง..

ll สัปดาห์ที่ผ่าน กลิ่นกัญชาจางหายไปพอควรจากม่านฟ้ากรุงเทพฯ ย่านสุขุมวิท แต่มลภาวะที่ยังคงอยู่คือ กลิ่นควันบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โจทย์นี้ฝากถึง กระทรวงสาธารณสุข – ผู้ว่า กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และทีมงานว่า สมควรจัดการขั้นเด็ดขาด จับ ปรับตามกฎหมายไม่มีละเว้น จะ kick off ในโซนที่พร้อมเสมอ หรือเป็น KPI ให้ทุกเขต เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมเหมือนกลิ่นกัญชาที่อ่อนกำลังล่องหนไป ชาวบ้านก็พร้อมปรบมือให้ด้วยความชื่นชม !!…

บารอนเนส

‘สายใยรักสองแผ่นดิน’ภาพยนตร์ฉลอง 50 ปีมิตรภาพไทย-จีน ฉายรอบปฐมทัศน์ยิ่งใหญ่ เตรียมส่งมิตรภาพถึงจีน-สิงคโปร์

‘สายใยรักสองแผ่นดิน’ภาพยนตร์ฉลอง 50 ปีมิตรภาพไทย-จีน ฉายรอบปฐมทัศน์ยิ่งใหญ่ เตรียมส่งมิตรภาพถึงจีน-สิงคโปร์

‘สายใยรักสองแผ่นดิน’ภาพยนตร์ฉลอง 50 ปีมิตรภาพไทย-จีน ฉายรอบปฐมทัศน์ยิ่งใหญ่ เตรียมส่งมิตรภาพถึงจีน-สิงคโปร์

วันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 23.06 น.

‘สายใยรักสองแผ่นดิน’ภาพยนตร์ฉลอง 50 ปีมิตรภาพไทย-จีน ฉายรอบปฐมทัศน์ยิ่งใหญ่ เตรียมส่งมิตรภาพถึงจีน-สิงคโปร์

4 ก.ค. 2568 ที่ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ มูลนิธิปัญญาวุฒิ และ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดงานฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์เรื่อง “สายใยรักสองแผ่นดิน” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน โดยได้รับเกียรติจาก นางหลี่ จี๋ เจวียน ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานคับคั่ง ภาพยนตร์รักโรแมนติกเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 50 ปีสายใยมิตรภาพไทย-จีน ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่กลางปี 2567 เล่าเรื่องราวความรักข้ามแผ่นดินของสาวไทยกับหนุ่มจีน เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการแสดงตีกลองโหมโรงวัฒนธรรมไทย หลังชมภาพยนตร์ นางหลี่ จี๋ เจวียน ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตจีนฯ แสดงความประทับใจต่อผลงาน โดยเฉพาะฉากอาหารไทยและทัศนียภาพอันสวยงาม ซึ่งสร้างความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคย “เนื้อหาของภาพยนตร์สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างตัวละครจากต่างแดน เปรียบเสมือนความสัมพันธ์ของไทยและจีนที่มีพัฒนาการอย่างมั่นคง ต่างฝ่ายต่างร่วมยินดีกับความก้าวหน้าของกันและกัน” นางหลี่ จี๋ เจวียน กล่าวย้ำและเน้นยันว่า “คำกล่าวที่ว่า ‘จีนไทยไม่ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน’ จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” นายกำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน เผยแผนการเผยแพร่ภาพยนตร์ “สายใยรักสองแผ่นดิน” ซึ่งมีคำบรรยายทั้งภาษาจีนกลางและภาษาอังกฤษ โดยเตรียมนำไปฉายให้ชาวจีนในประเทศจีนและสิงคโปร์ได้รับชมด้วย “การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้มีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศให้สอดคล้องกับชื่อภาพยนตร์ และตอกย้ำวรรคทองไทยจีนให้แนบแน่นมั่นคงตลอดไป” นายกำพลกล่าว

ด้านนายศักดิ์ชัย พฤฒิภัค เลขาธิการมูลนิธิปัญญาวุฒิ เปิดเผยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย นายปรัชญา ปิ่นแก้ว และเขียนบทโดย นายวันเฉลิม วัฒนวรกิจกุล นำแสดงโดย นายชิษณุพงศ์ สกุลนันทิพฒน์ (เอส) และ น.ส.วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ (มุก) “ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจาก ศ.ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายทำ

นอกจากนี้ ศ.ดร.ซุน เหลย ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ยังให้ความกรุณาช่วยตั้งชื่อภาษาจีนแก่ภาพยนตร์ ตรวจทานความถูกต้องของการใช้ภาษาจีน และร่วมแสดงในภาพยนตร์อีกด้วย” นายศักดิ์ชัย กล่าวเสริม นายปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ เล่าว่าการทำงานครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ใหม่และท้าทายอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเล่าเรื่องจริงอิงข้อมูลประวัติศาสตร์ย้อนไป 50 ปี ผ่านตัวละครสมมุติ “เราต้องใช้เทคนิคพิเศษหลายอย่าง เพื่อทำให้ภาพยนตร์ออกมาดีที่สุด สมจริงที่สุด และประทับใจที่สุด” นายปรัชญากล่าว พร้อมเสริมว่าเพลงและดนตรีประกอบที่ประพันธ์โดย อาจารย์ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์สมบูรณ์ครบทุกมิติ

นายชิษณุพงศ์ สกุลนันท์ทิพัฒน์ หรือ “เอส” นักแสดงนำชาย เปิดเผยว่าการรับบทเป็นคนจีนพูดไทยไม่ชัดทำให้รู้สึกกดดันและต้องทำการบ้านอย่างหนัก แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจกับผลงานที่ทุ่มเทลงไป เอสยังเล่าถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นขึ้นกับประเทศจีน โดยปัจจุบันกำลังเข้ารับการอบรมในหลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ไทย-จีน รุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นโอกาสให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศจีนในหลายมิติ นายวิชัย วิทยฐานกรณ์ อดีตประธานคณะอนุกรรมการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจไทย-จีนตอนใต้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นหลังชมภาพยนตร์ว่า ผลงานนี้เขียนบทดี ถ่ายทอดออกมาก็ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกให้อาหารที่เหลือๆ กับพระเอกที่หิว ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ และชื่นชมว่าภาพยนตร์ขมวดบทสรุปได้อย่างยอดเยี่ยม