ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน
http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05075010759&srcday=2016-07-01&search=no
| วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626 |
กศน ทั่วไทย
หนึ่งตะวัน
ศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ : แหล่งเรียนรู้ของชาวลุ่มน้ำปากพนัง
“พ่อสอนว่า…ทฤษฎีใหม่ ยืดหยุ่นได้ และต้องยืดหยุ่น เหมือนชีวิตของเรา ทุกคนต้องมียืดหยุ่น”
ศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่บ้านหนำหย่อม เลขที่ 363 หมู่ที่ 2 ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็น “ศูนย์รวมปราชญ์ ศาสตร์แห่งภูมิปัญญาไทย” ของนายเชาวรัตน์ รักษาพล หรือ ครูเชาว์ เขาทะลุ ที่ให้ความสำคัญกับน้ำมากที่สุด “น้ำคือหัวใจของเกษตรกรไทย”
จากแนวความคิดสู่การปฏิบัติ
“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นทางรอดทางเดียวในสังคมปัจจุบัน เพื่อให้พออยู่พอกิน ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหรา พอใจในความต้องการ มีความโลภน้อย ยืนบนขาตนเองได้ พึ่งพาตนเองได้ ชีวิตย่อมมีความสุข โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ได้ และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤต เพื่อความมั่นคง และความยั่งยืนของการพัฒนาชุมชนบ้านเกิดของตนเอง
จากพื้นฐานดั้งเดิมของคนในชุมชนลุ่มน้ำปากพนัง พี่น้องส่วนใหญ่มีอาชีพทางด้านการเกษตร พ่อแม่บรรพบุรุษของเรา ส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ แล้วทำงานราชการ ภาคเอกชน ไม่มีใครกลับมาทำอาชีพทางด้านการเกษตร หรือจะมีก็มีน้อยมาก ฐานทรัพยากรอาหารก็ลดน้อยลงทุกที การเดินทางในแต่ละวันของครูเชาว์ ได้พบได้เห็นช่องทางด้านการเกษตร เห็นช่องทางอาชีพ เห็นผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพทางด้านการเกษตรมากมายเช่นกัน จึงเกิดความคิดที่จะริเริ่มการสร้างบ้านหนำหย่อม
ครูเชาว์ เขาทะลุ เป็นที่รู้จักกันในแวดวงสื่อสารมวลชน จากลูกชาวนาที่เติบโตมาตามวิถีแห่งชีวิตคนลุ่มน้ำปากพนัง ได้ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน ได้เห็นวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยที่นับวันยิ่งประสบปัญหาต่างๆ มากมาย มีความเป็นอยู่ที่ถอยหลังลงเรื่อยๆ จนกระทั่งปัญหาต่างๆ ของเกษตรกรได้สะท้อนสู่สังคม เรียกร้องความช่วยเหลือจากผู้รู้และรัฐบาล
และสัญญาณที่ดีก็ปรากฏ เมื่อรัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริม ช่วยเหลือ ตระหนักถึงการแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกร เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หลุดพ้นจากภาระหนี้สิน จากการตกอยู่ภายใต้อำนาจนายทุน การจำนองและจำนำพื้นที่ทำกิน เกษตรกรเปลี่ยนสภาพจากในอดีตเป็นเจ้าของที่ดิน กลายมาเป็นผู้เช่าที่ดินจากนายทุน
แต่ในขณะเดียวกันก็มีเกษตรกรกลุ่มเล็กๆ ที่สามารถฝ่าฟันผ่านวิกฤตมาได้ จนมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถพัฒนาความเป็นอยู่คุณภาพชีวิต คุณภาพครอบครัว จนก้าวไปสู่ความสุขได้ ทำให้เห็นความแตกต่างของคนสองกลุ่ม ทั้งที่มีอาชีพและพื้นฐานชีวิตในแบบเดียวกัน ปัญหาและความแตกต่างดังกล่าวได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นมากขึ้น จนเกิดเป็นการจับกลุ่มพูดคุย ปรึกษาหารือ เวทีการเสวนา พบปะ ทั้งในรูปแบบของชาวบ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน นักวิชาการ จนถึงนักการเมือง พูดคุยกันมากขึ้นตามลำดับ จึงเป็นเสมือนเวทีแห่งการเรียนรู้ เพื่อหาทางออกและพัฒนาคุณภาพชีวิตนั่นเอง
ที่มาของศูนย์เรียนรู้
สวนเกษตรทฤษฎีใหม่
ครูเชาว์โชว์
“เมืองเบี้ยซัด” หรือปัจจุบันคือ อำเภอปากพนัง บ้านเกิดเมืองนอนของครูเชาว์ เดิมมีความเจริญรุ่งเรืองมาก เมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เป็นเมืองท่า มีการทำมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างคึกคัก
จากหลักคิดที่ว่า “เราต้องภูมิใจกับอดีต เราต้องเรียนรู้ปัจจุบัน เราต้องสร้างสรรค์อนาคต” จึงได้คิดรวมพลัง รวมความคิด สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยการเรียนเชิญผู้รู้ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละสาขาอาชีพ มาร่วมกันจัดการเรียนรู้ขึ้น เพื่อให้เป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านประสบการณ์ตรง เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เกิดจากความตั้งใจ มุ่งมั่น จากผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ ผู้ประสบความสำเร็จในแต่ละสาขาอาชีพ ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยยึดหลักการ “หัวใจเกษตร” 3 ประการ คือ
1. พอเพียง พอมีกิน
2. อยู่ดีมีสุข
3. มั่งมีศรีสุข
ข้อห้ามเกษตรกร มี 2 ข้อ คือ
1. อย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกัน
2. อย่ารุกราน อย่าทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2557 ครูเชาว์ เขาทะลุ ได้ตัดสินใจรวบรวมผู้รู้ ผู้สำเร็จของแต่ละสาขาอาชีพ โดยเฉพาะผู้สนใจอาชีพทางด้านการเกษตร ก่อตั้ง “ชมรม ฅนลุ่มน้ำ พึ่งพาตนเอง” โดยมีเป้าหมายรวบรวมผู้รู้ในพื้นที่ให้เป็นครูผู้สอน เหมือนเข็มทิศในการดำเนินงาน ถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งทางด้านวิชาการและประสบการณ์จริงจากการทำงานด้านการเกษตรมาทั้งชีวิต
สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นเสมือนแผนที่นำทางให้กับสมาชิกหรือบุคคลที่มีความสนใจในด้านการเกษตร ใครสนใจเรื่องอะไร สามารถไปเรียนรู้โดยตรงได้จากปราชญ์ที่ได้แนะนำไว้ให้ชมรม ฅนลุ่มน้ำ พึ่งพาตนเอง มี นายสมเกียรติ ทิศนุ่น นักธุรกิจที่ขันอาสามาเป็นประธานชมรม และคณะกรรมการอีก 16 คน จะทำหน้าที่ประสานงานให้กับผู้ที่มีใจรักการเกษตร เน้นการพึ่งพาตนเองเหมือนดั่งจุดมุ่งหมายชมรม บุคคลใดสนใจ เพียงแค่เข้ามาเรียนรู้ เปิดใจ เปิดตา เปิดรับความรู้ จากปราชญ์ ก็สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ได้ทันที การเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จากปราชญ์ผู้รู้ ครูแห่งภูมิปัญญา ทั้ง 10 คน ได้แก่
1. พ่อแอ็ด บ้านบางดุก ได้รับการยกย่องในเรื่องส้มโอทองดีและส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งได้ชื่อว่า “ราชินีส้ม” เมืองลุ่มน้ำปากพนัง
2. ลุงนัน (นายนัน ชูเอียด) บ้านหนองธง เชี่ยวชาญในเรื่องสะละ อินทผลัม มะละกอเรดเลดี้ จนมีผู้เดินทางไปศึกษาดูงาน
3. น้าเอียด (นายเลื่อน พรหมวี) บ้านหัวคู ขึ้นชื่อเรื่องสวนสมรม (สวนเกษตรผสมผสาน)
4. น้องบ่าว (นายสุรศักดิ์ เกิดคง) ชุมพร ชำนาญเรื่องมะนาว
5. ผู้ใหญ่ชลอ (นายชลอ เอี่ยมสุทธิ์) บ้านน้ำบ่อ เรื่องผักสวนครัว
6. ครูชาญ (นายชาญณรงค์ ไชยรัตน์) บ้านดิน เรื่องไบโอดีเซล และการสร้างบ้านจากดิน บุคคลตัวอย่างมูลนิธิบุคคล พอเพียง 2558
7. นางขวัญใจ กลับสุขใส ปลูกไผ่ควนขนุน ร่ำลือเรื่องพันธุ์ไผ่นานาชนิด และการแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ “น้ำไม้ไผ่”
8. คุณชลอ (นายชลอ วรรณสุข) บ้านบางบูชา รู้มากนักเรื่องฟักทอง
9. ผู้ใหญ่นัด (นายนัด อ่อนแก้ว) บ้านปันแต ขึ้นชื่อเรื่องข้าวสังข์หยด นำข้าวนาชุมชนขึ้นห้างดัง
10. พี่อ็อต (นายละม้าย เสนขวัญแก้ว) เขาพังไกร เรื่องข้าวไข่มดริ้น ปลูกฟื้นคืนพันธุ์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองนครศรีธรรมราชได้อย่างงดงาม
นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนจากส่วนราชการหลายภาคส่วน ได้ร่วมกันสร้างเสริมความรู้ให้กับผู้สนใจอย่างถูกวิธี ในสาขาอาชีพด้านการเกษตร เช่น การปลูกส้มโอทับทิมสยาม ส้มโอทองดี มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวกะทิ กล้วย หมาก มะนาว ชมพู่ ละมุด เสาวรส สะละพันธุ์สุมาลี ขนุน ไผ่ มะขาม มะละกอ เตย ข่า ชะอม ทุเรียนน้ำ ต้นจาก มะม่วง มะม่วงหิมพานต์ ตะไคร้ มะกรูด ผักหวาน ผักบุ้ง ฯลฯ รวมแล้วมากกว่า 28 พันธุ์ ได้เรียนรู้เรื่องพันธุกรรมพืช ในพื้นที่เดียวกันว่าพืชชนิดไหน มีความเจริญเติบโตเป็นอย่างไร โดยมีปราชญ์ผู้รู้เป็นผู้ดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดมา
ครูเชาว์ เล่าว่า “ถึงวันนี้ ผ่านมา 2 ปีกว่า สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ได้รับความสนใจและต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ จากกระทรวง ทบวง กรม ผู้ที่สนใจจากหลายหลากสาขาอาชีพ น้องๆ นักเรียน นักศึกษา ทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียนที่เข้ามาเยี่ยมชมสวน ร่วมแลกเปลี่ยนเสนอแนะ เรื่องการพัฒนาอาชีพ ณ วันนี้ สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้ต้อนรับผู้มาเยือน 15,329 คน ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกร และผู้ที่สนใจในด้านการเกษตรเป็นอย่างดี…”
จุดประกายจนประสบความสำเร็จ
ด้วยวิถีแห่งชีวิตลูกเกษตรกร ได้เรียนรู้จากครูผู้สอน เรียนรู้จากครูแห่งภูมิปัญญา ได้เห็นช่องทางที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรอยู่ได้ จากผลผลิตทางด้านการเกษตร แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ครูเชาว์ ให้ข้อคิดว่า “เราต้องเป็น ?นักธุรกิจเกษตรกร? คนทำสวนเราต้องเรียกว่า ?เจ้าหน้าที่สวน? ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน อาทิ 3 ปี เราจะไม่ซื้ออะไรกิน (ยกเว้น เกลือ หัวหอม หัวเทียม) 5 ปี เราต้องรวย เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน คนรุ่นใหม่ มาสนใจอาชีพเกษตรครับ”
ในฐานะที่ครูเชาว์ อดีตเคยเป็นครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน และเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณของครูอยู่ในตัว ไม่เคยลืมอดีตของตนเอง และรักพวกพ้อง จึงได้มีการประสานและร่วมคิดร่วมทำงานกับ ครู กศน. อย่างสม่ำเสมอ โดย นายสุรศักดิ์ อนันต์ ผอ.กศน. อำเภอปากพนัง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอปากพนัง ได้มอบหมายให้ ครูอรวรรณ ศรียาโยชน์ ครูอาสาสมัครฯ และ นายทวนชัย จันทร์ศรีคง ครู กศน. ตำบล ผู้รับผิดชอบพื้นที่ตำบลหูล่อง สำรวจแหล่งเรียนรู้ และได้คัดเลือกบ้านหนำหย่อมแห่งนี้ เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง
ประกอบกับครูเชาว์เป็นเจ้าของสวนที่มีจิตอาสา อยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในชุมชน และมีความประสงค์ให้ศูนย์แห่งนี้เป็นที่เรียนรู้ ศึกษาดูงาน ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กิจกรรมต่างๆ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอปากพนัง จึงเลือกให้ศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ เป็นอีกหนึ่งแห่งที่นักศึกษา ผู้รับบริการได้เข้ามาศึกษาดูงาน เช่น การจัดค่ายส่งเสริมค่านิยม 12 ประการ ฐานการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ของนักศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นักศึกษาได้มาเรียนรู้ ดูของจริง มีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครศรีธรรมราช โดย นางเกษร ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ส่งเสริมให้สถานศึกษาในสังกัด ดำเนินการโครงการส่งเสริมหมู่บ้านเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษาและประชาชน มีความตระหนัก ซาบซึ้ง เกิดการรับรู้และเห็นความสำคัญในพระราชกรณียกิจการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพื้นที่ของตนเอง
คณะทำงานของโครงการวางแผนและถอดองค์ความรู้ ณ ศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ ถือเป็นการรวมพลังในการร่วมแรงร่วมใจพัฒนาความรู้และขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นรูปธรรมในระดับชุมชนตามพระราชดำรัส “การพึ่งตนเอง เพื่อพัฒนาแก้ไขปัญหาความยากจนของราษฎร”
ครูเชาว์ มีคติชีวิตว่า “สังคมดีไม่มีขาย อยากได้ต้องช่วยกันทำ อยากให้สังคมดี มีเงินช่วยเงิน มีแรงช่วยแรง ไม่มีเงินไม่มีแรง ช่วยให้กำลังใจ” ปรัชญาชีวิตที่ยึดมั่นมาตลอดคือ “สืบสาน เจตนารมณ์ อุดมการณ์ของบรรพบุรุษ” จึงได้พัฒนาสวนแห่งนี้ให้เป็นตัวอย่างสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องการทำสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ ให้เป็นต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานของประชาชนในลุ่มน้ำปากพนัง
ท่านใดสนใจพาคณะมาศึกษาดูงาน ติดต่อที่ นายเชาวรัตน์ รักษาพล โทร. (089) 474-0111 ศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ จึงนับเป็นภาคีเครือข่าย กศน. ที่มีส่วนสำคัญในการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ที่มีค่ายิ่งสำหรับชาวลุ่มน้ำปากพนัง