8 เมนูดังจาก 10 ร้านอาหารสิงคโปร์ที่อร่อยได้ในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649768

วันที่ 06 เม.ย. 2564 เวลา 13:40 น.8 เมนูดังจาก 10 ร้านอาหารสิงคโปร์ที่อร่อยได้ในไทยการท่องเที่ยวสิงคโปร์ชวนลิ้มรส 8 เมนูดังจาก 10 ร้านอาหารสัญชาติสิงคโปร์ในไทยรับวันสงกรานต์ ฉลองช่วงเวลาแห่งครอบครัว

ใกล้ถึงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของไทยที่สมาชิกในครอบครัวจะได้ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อญาติผู้ใหญ่ผู้มีพระคุณ พร้อมทั้งรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงยังได้มีโอกาสได้การรับประทานอาหารอร่อยๆ ร่วมถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอย่างสนุกสนานและอบอุ่น ด้วยเหตุนี้เอง การท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board) ได้จับมือกับ GrabFood  นำเสนอ “8 เมนูดังจาก 10 ร้านอาหารสิงคโปร์” ในไทยเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ให้อิ่มอร่อยแบบง่ายๆ ราคาสบายกระเป๋า

เครดิตภาพ: https://bk.asia-city.com/

เมนูที่ 1 ข้าวมันไก่สิงคโปร์ (Singapore Chicken Rice) เมนูที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกยกให้เป็นอาหารประจำชาติสิงคโปร์ที่จะพลาดไม่ได้ โดยจะมีความแตกต่างจากข้าวมันไก่ทั่วๆไป ตรงที่นำข้าวสารลงไปผัดกับมันไก่เจียวและกระเทียมทั้งกลีบในกระทะ ก่อนจะนำไปหุงให้มีกลิ่นหอมจากน้ำซุปไก่ผสมสมุนไพร ทำให้ข้าวมีความมันและร่วนซุยดูน่ารับประทาน ส่วนเนื้อไก่ใช้ไก่คัดพิเศษ นำมาต้มในน้ำซุปหอมกลิ่นกระเทียมและขิง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสามชนิด สามารถหาทานข้าวมันไก่รสชาติสิงคโปร์แท้ๆ ได้ที่ ร้านบุญตงกี่ (Boon Tong Kee) เปิดให้ลิ้มลองความอร่อยกว่า 12 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นร้านต้นตำรับที่เริ่มต้นจากรถเข็นเล็กๆ จนกลายเป็นร้านดังที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องห้ามพลาด และอีกหนึ่งร้านในดวงใจใครหลายๆ คนคือ ร้าน เซอร์เจนท์ คิทเช่น (Sergeant Kitchen) ที่ใช้เครื่องเทศในการหุงข้าวกว่า 14 ชนิด พร้อมน้ำจิ้มและไก่ต้มเนื้อนุ่มละเอียดแบบละลายในปาก ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะทางร้าน

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/hawkerchanTH

เมนูที่ 2 ไก่ต้มซีอิ๊ว (Boiled Chicken With Soy Sauce) อีกหนึ่งเมนูไก่ที่ขึ้นชื่อลือชา สูตรเด็ดคือการใช้ไก่คัดพิเศษเพื่อให้ได้เนื้อที่เต็มคำ แล้วนำไปตุ๋นกับสมุนไพร ซีอิ๊วและเหล้าจีน ทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรเฉพาะที่มีความหอมจากพริกโทบันจันผสมผสานกับน้ำมันงา ทำให้รสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทย ซึ่งร้านที่ทำไก่ต้มซีอิ๊วอร่อยล้ำจนได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ 1 ดาว คือ ร้านฮอกเกอร์ ชาน (Hawker Chan) ของเชฟ Chan Hong Meng ที่ได้รับการขนานนามว่า “ร้านอาหารมิชลินสตาร์ราคาถูกที่สุดในโลก” จนนักชิมจากทั่วสารทิศปักหมุดมาเพื่อลิ้มรส

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/jumboseafoodbangkok

เมนูที่ 3 ปูผัดพริก (Chilli Crab) หนึ่งในเมนู Zi Char (ซือชา) ยอดฮิตของสิงคโปร์ สาเหตุที่เมนูนี้สามารถครองใจนักชิมทั่วโลกได้นั้น เป็นเพราะมีวัตถุดิบและกระบวนการปรุงที่พิถีพิถัน โดยเลือกใช้ปูทะเลสายพันธุ์ศรีลังกาที่มีขนาดใหญ่ บวกกับซอสพริกที่ผสมผสานรสชาติจากวัตถุดิบอันหลากหลาย ทั้งกระเทียม หอมแดง ขิง ปรุงรสด้วยซอสพริก ซอสมะเขือเทศ น้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือและน้ำมันงา จนออกมาเป็นเมนูปูผัดพริกที่รสชาติกลมกล่อมหอมเครื่องเทศ เสิร์ฟคู่กับหมั่นโถวนึ่งหรือทอดร้อนๆ ที่แค่ได้กลิ่นก็น้ำลายสอแล้ว สำหรับนักชิมชาวไทยสามารถลิ้มรสความอร่อยได้ที่ ร้านจัมโบ้ ซีฟู้ด (JUMBO Seafood) ที่มีเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Award-Winning Chili Crab นำเข้าซอสพริกจากสิงคโปร์ทำให้คงรสชาติความอร่อยแท้ๆ แบบไม่ผิดเพี้ยน

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/songfabktthailand/

เมนูที่ 4 บักกุ๊ดเต๋ (Bak Kut Teh) แบบจีนแต้จิ๋วจากร้านซงฟา บักกุ๊ตเต๋ (Song Fa Bak Kut Teh) การันตีความอร่อยตั้งแต่ปี 1969 จนได้รับรางวัล Michelin Bib Gourmand 2016 – 2019 ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่สูตรน้ำซุปใสรสชาติเข้มข้นด้วยเครื่องเทศต่างๆ ทั้งกระเทียมกลีบใหญ่ และพริกไทยขาวคั่วอบ อีกทั้งยังเลือกเฟ้นแต่ซี่โครงหมูเกรดพรีเมียมนำมาตุ๋นจนเนื้อนุ่มกำลังดี ทานคู่กับซีอิ๊วดำจนเป็นรสชาติที่นุ่มนวลกลมกล่อม จะรับประทานกับปาท่องโก๋หรือข้าวสวยร้อนๆ ก็ฟินกำลังดี ส่วนร้าน โอลด์ สตรีท บักกุ๊ตเต๋ (Old Street Bak Kut Teh) ก็มีเมนูที่ต้องร้องว้าว! อย่างบักกุ๊ตเต๋กบแบบแห้ง ที่เนื้อกบนุ่มหนึบผัดกับซอสหม่าล่าเข้มข้น กลิ่นหอมติดจมูก เสิร์ฟแบบร้อนๆ สำหรับคนที่อยากทานบักกุ๊ดเต๋รสชาติสิงคโปร์แท้ๆ ต้องลอง

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/ChuanKitchenCTW

เมนูที่ 5 ลักซา (Laksa) เมนูที่มีการผสมผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมเปอรานากันอันเด่นชัด ซึ่งลักซาของสิงคโปร์จะมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยจะใช้เส้นเหมือนก๋วยเตี๋ยว รูปร่างกลมมีความเหนียวนุ่มหนึบและเครื่องแกงที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพรอันหลากหลาย ทั้งพริกชี้ฟ้าแดง หอมแดง ตะไคร้ ข่าและขมิ้นสด นำมาโขลกกับหัวกะทิเข้มข้น เพื่อความกลมกล่อมของรสชาติ เสิร์ฟพร้อมกับปลาเส้น กุ้งสด หอยแครง เนื้อไก่ เต้าหู้ ไข่ไก่ พริกเผาซัมบัล และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คือ ใบลักซา (ผักแพรว) สำหรับคนไทยสามารถอิ่มอร่อยกับเมนูนี้ได้ที่ ร้าน ชวน คิทเช่น (Chuan Kitchen) ร้านอาหารสัญชาติสิงคโปร์ที่เข้ามาเปิดในไทยเจ้าแรกๆ ตั้งแต่ปี 2005

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/4FingersTH

เมนูที่ 6 ไก่ทอดกรอบสไตล์สิงคโปร์ (Singapore Crispy Chicken) จากร้านโฟร์ฟิงเกอร์ คริสปี้ชิกเก้น (4Fingers Crispy Chicken) ที่มีรสชาติโดดเด่นจากการหมักไก่กับเครื่องเทศจนเข้าเนื้อ ทอดด้วยเทคนิคพิเศษจนหนังไก่กรอบแต่เนื้อยังคงความชุ่มฉ่ำ พร้อมคลุกเคล้าซอสซอยการ์ลิค (Soy Garlic Sauce) ที่มีกลิ่นหอมของกระเทียม และซอสแบบเผ็ด (Hot Sauce) ที่ได้กลิ่นพริก พร้อมรสสัมผัสที่จัดจ้าน หรือเลือกทานแบบผสมผสานทั้งสองรสชาติก็ยิ่งยั่วน้ำลาย

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/YaKunThailand

เมนูที่ 7 ขนมปังปิ้งสังขยา (Kaya Toast) เมนูยามเช้า ทานง่ายและอิ่มท้อง ซึ่งมีที่มาจากชาวจีนไหหลำ ถือกำเนิดครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อปี ค.ศ.1944 สำหรับคนไทยที่หลงใหลความกรุบกรอบของขนมปังปิ้งบนเตาถ่านร้อนๆ และความหอมหวานของสังขยาเลิศรสที่เป็นสูตรเฉพาะ จิ้มกับไข่ลวก ทานคู่กับชาหรือกาแฟดำโบราณ สามารถสั่งทานได้ที่ ร้านยาคุน คายาโทสต์ (Ya Kun Kaya Toast) ร้านดังต้นตำรับขนมปังปิ้งสิงคโปร์

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/breadtalkthailand

เมนูที่ 8 เบเกอรี่จากร้านเบรดทอล์ค (Breadtalk) ร้านเบเกอรี่ชื่อดังจากสิงคโปร์ที่มีสาขากว่า 51 สาขาทั่วไทย ด้วยขนมปัง โทสต์ และเค้กกว่า 100 รายการ เมนูเด็ดของที่นี่คือ ขนมปังหมูหยองและขนมปังไก่หยอง ซึ่งเป็นต้นตำหรับและเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน เหมาะสำหรับช่วงวันหยุดยาวหยุดอยู่บ้าน การันตีรสชาติและคุณภาพด้วยสถิติการขาย 1 ชิ้นในทุกๆ 10 วินาที หรือกว่าร้อยล้านชิ้นทั่วโลก

สำหรับผู้ที่สนใจจะลิ้มลอง 8 เมนูดังอาหารสัญชาติสิงคโปร์แบบส่งตรงถึงหน้าบ้านอย่างทันใจ สามารถสั่งได้ง่ายๆ เพียงค้นหาชื่อร้านเหล่านี้ในแกร็บฟู้ด เลือกเมนูที่ต้องการพร้อมใส่โค้ด “ILOVESG” เพื่อรับส่วนลดทันที่ 100 บาทต่อการสั่งอาหารมูลค่า 250 บาทขึ้นไป นอกจากนี้รับฟรี กิ๊ฟท์เซ็ตสุดพรีเมียม “SG Clean Kit” แทนความห่วงใยจากการท่องเที่ยวสิงคโปร์ สำหรับ 200 ท่านแรก เพียงถ่ายภาพหรือแคปหน้าจอใบเสร็จ ส่งอินบอกซ์มาที่ เฟซบุ๊ก VisitSingaporeTH ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 เมษายน 2564 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/VisitSingaporeTH/

Wonderful Pearl Cruise สีสันแห่งสายน้ำยามค่ำคืน กินเที่ยวครบจบที่เดียว!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649691

วันที่ 05 เม.ย. 2564 เวลา 14:55 น.Wonderful Pearl Cruise สีสันแห่งสายน้ำยามค่ำคืน กินเที่ยวครบจบที่เดียว!!เติมความสุขแบบพิเศษในทุกวัน บนเรือสำราญ Wonderful Pearl Cruise ล่องเจ้าพระยา ตื่นตาการแสดง อิ่มเอมกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง

ภาพ : เฉลิมภพ มีนอก

อยากล่องเรือสำราญลำใหญ่ ดินเนอร์กลางลายลม พร้อมชมวิวสายน้ำแห่งเจ้าพระยายามค่ำคืน แนะนำ Wonderful Pearl Cruise เรือสีชมพูที่คู่รักต้องมาสักครั้ง กับโปรโมชั่นราคาพิเศษเพียง 890 บาท (จากปกติ 2,500 บาท) พิเศษ!!! ตั๋วชุด 12 ใบ 9,900 บาท เก็บไว้ใช้ได้ 1 ปี

พร้อมจัดเต็มอาหารอร่อยๆ ในรูปแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติ อิ่มอร่อยหลากหลายทั้งคาว หวาน ผลไม้ ครบครันด้วยอาหารไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง และซีฟู้ด พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ถ่ายรูปกับวิวสวยๆ และที่สำคัญ ไม่ต้องห่วงเรื่องโควิด เพราะทางเรือดูแลเรื่องความสะอาดปลอดภัยตามมาตรฐานด้านการอนามัยอย่างแน่นอน

ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศดินเนอร์บนเรือสำราญ Wonderful Pearl Cruise แบบนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Wonderful Pearl Cruise สำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-861-0255 , Email : Sale@wonderfulpearl.com , Line : @wonderfulpearl , Website : http://wonderfulpearl.com/

นอนบ้านเก่า ฟังเรื่องเล่าในตำนาน @ปิ๊กบ้าน โฮสเทล ลำพูน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649658

วันที่ 05 เม.ย. 2564 เวลา 14:10 น.นอนบ้านเก่า ฟังเรื่องเล่าในตำนาน @ปิ๊กบ้าน โฮสเทล ลำพูนชวนสัมผัสกลิ่นอายการใช้ชีวิตแบบ Slow Life ที่ “ปิ๊กบ้าน โฮสเทล ลำพูน” โฮสเทลเล็กๆ กลางเมืองลำพูน นอนพักค้างคืนในบ้านไม้โบราณ พร้อมหวนรำลึกถึงอดีตในเมืองเก่ากับวิถีชีวิตแบบเนิบๆ ช้าๆ และคุณค่าของการได้พักผ่อน

หนึ่งในเสน่ห์ของวันพักผ่อนสำหรับใครหลายคน คือการดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย หลีกหนีความวุ่นวาย ไม่ต้องขวนขวายหรือรีบเร่ง เหมือนช่วงชีวิตในวัยเด็กกับบ้านไม้ที่คุ้นเคย สำหรับใครที่อยากลองย้อนอดีตไปสัมผัสกลิ่นอายการใช้ชีวิตแบบนี้แล้วละก็ ขอแนะนำ “ปิ๊กบ้าน โฮสเทล ลำพูน (PickBaan Hostel)”

โฮสเทลเล็กๆ กลางเมืองลำพูน ที่พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนชิลๆ แก่ผู้มาเยือน ด้วยบรรยากาศเหมือนนอนพักค้างคืนที่บ้านไม้โบราณสไตล์ย้อนยุค ในย่านเมืองเก่าที่มีกลิ่นอายชีวิตแบบเนิบๆ ช้าๆ จากตัวบ้านไม้เก่าใจกลางเมืองลำพูนที่ถูกอัพสเกลให้อยู่สบายขึ้นด้วยเครื่องเรือนร่วมสมัย และสิ่งสะดวกสบายที่ครบครัน เปิดให้บริการห้องพักแบบไพรเวทและบังก์เบด ได้อารมณ์วินเทจ

สำหรับที่นี่เปิดให้บริการห้องพัก 4 แบบ คือห้องพัก 1 คน 550 บาท ห้องพัก 2 คน 750 บาท หัองพัก 4 คน (เตียง 2 ชั้น) 1,200 บาท ทั้ง 3 ออปชั่นนี้พักในบ้านที่มีหัองสุขาอยู่ใต้ถุนบ้าน หัองน้ำ/หัองสุขาแชร์กันประมาณ 6-8 คน นอกจากนี้ ยังมีบริการที่พักเหมาหลังแบบวิลล่า 2 ห้องนอน มีห้องน้ำ/ห้องสุขาอยู่ชั้นเดียวกัน พร้อมหัองนั่งเล่นทีวี ตู้เย็น คืนละ 1,800 บาท (พักห้องเดียว 950 บาท หัองน้ำแชร์กัน 4 คน)

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คืออาหารการกิน ซึ่งปิ๊กบ้าน โฮสเทล ลำพูน จัดเต็มอาหารเช้าอิ่มจุใจ ปรุงสดใหม่ พร้อมจัดเตรียมใส่ในปิ่นโตส่งตรงถึงห้องกินข้าวของบ้านทุกเช้า

ส่วนใครที่อยากเติมเต็มอรรถรสในพักผ่อน ก็สามารถสนุกไปกิจกรรมเก๋ๆ อย่างการปั่นจักรยานชมเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ในเมืองเล็กๆ ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างเข้มแข็ง อีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือการเดินทอดน่องเที่ยวชิลๆ ในเมืองที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ทั้งยังมีคาเฟ่น่ารักๆ มากมายให้นั่งทอดหุ่ย

และสำหรับคนกลัวแดดร้อนหรือติดฝน แค่เดินลงจากบ้านพักไม่ถึง 5 ก้าว ก็มีคาเฟ่น่ารักแสนอบอุ่นชื่อเดียวกัน อย่าง ปิ๊กบ้าน คาเฟ่ ไว้คอยบริการเครื่องดื่มร้อน เย็น และขนมแสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็นครัวซองต์ ชูครีม สโคน และอีกหลากตัวเลือกที่อร่อยเลื่องชื่อแบบต้องโทรจองเลยเชียว

อยากสัมผัสชีวิต Slow Life ใจกลางเมืองลำพูน ไปกันได้ที่ ปิ๊กบ้าน โฮสเทล ลำพูน (PickBaan Hostel) ตั้งอยู่ที่ถนนราชวงศ์ (ซอยหลังไปรษณีย์ลำพูน) ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดเชียงใหม่ 30 กม. ห่างจากอำเภอแม่ริม 45 กม. และห่างจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ซึ่งเป็นสนามบินที่อยู่ใกล้ที่สุด 28 กม. มีบริการรถรับส่งสนามบิน สอบถามโทร. 082-493-3838 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก PickBaan Hostel & Cafe  หรือจองห้องพักได้ที่ booking.com , hotels.com , traveloka.com

ฉลองมหาสงกรานต์ ณ ใจกลางกรุง @เซ็นทรัล เอ็มบาสซี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649654

วันที่ 05 เม.ย. 2564 เวลา 09:35 น.ฉลองมหาสงกรานต์ ณ ใจกลางกรุง @เซ็นทรัล เอ็มบาสซีโพสต์ทูเดย์ ชวนเที่ยวกลางเมืองรุ่งเรืองทั่วไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม กับงาน “A Sense of Thai 2021 Presented by Tourism Authority of Thailand” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมฉลองมหาสงกรานต์ ณ ใจกลางกรุง วันนี้–18 เม.ย. 2564

ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการเริ่มต้นเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ของไทย ที่ตั้งใจมอบความสนุกสุขใจ แบบครบรสทั้งเที่ยวชม เที่ยวชิม เที่ยวช้อป ครบในงานเดียว ณ ใจกลางกรุงเทพฯ โดยปีนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ศูนย์กลางของการใช้ชีวิตทุกรูปแบบ ทั้งด้านศิลปะ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “A Sense of Thai 2021 Presented by Tourism Authority of Thailand”  ในคอนเซ็ปต์ ‘เที่ยวกลางเมือง รุ่งเรืองทั่วไทย’ Amazing ยิ่งกว่าเดิม ระหว่างวันที่ 1-18 เม.ย. 64 เพื่อเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวและพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยนี้ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ระดับโลกของทุกคนในครอบครัว พร้อมร่วมใจกันฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาสดใสอีกครั้ง ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและผลักดันธุรกิจการท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวคนไทยสามารถสัมผัสกับการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์นี้ได้เช่นกัน ภายใต้มาตรการการป้องกันตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขอย่างรัดกุม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เล็งเห็นโอกาสที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงเทศกาลสงกรานต์ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาพลิกพื้นอีกครั้ง พร้อมส่งเสริมกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพชาวไทยให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มมากขึ้น ด้วยเชื่อมั่นในทำเลที่ตั้งของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี อยู่ในทำเล ที่มีศักยภาพสูงในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย และเล็งเห็นถึงศักยภาพความพร้อมในทุกด้าน จึงเป็นโอกาสดีที่ทุกคนจะได้สัมผัสกับเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมไทย รวมทั้งสินค้าและบริการระดับ พรีเมี่ยม ตลอดจนกิจกรรมพิเศษมากมาย รวมไปถึงดีลสุดคุ้มจากผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวที่นำมารวบรวมไว้มากมายเฉพาะงานนี้ เรามั่นใจว่างานครั้งนี้จะสามารถดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพชาวไทย รวมไปถึงกลุ่ม ผู้นิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศให้หันกลับมาเที่ยวในเมืองไทยมากขึ้น

บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เผยว่า “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี มีความตั้งใจที่จะจัดงานฉลองเทศกาลสงกรานต์อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยปีนี้ได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดงาน “A Sense of Thai 2021 Presented by Tourism Authority of Thailand” ครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของไทย พร้อมสัมผัสกับความสมบูรณ์พร้อมด้านสินค้าและบริการ ที่หลากหลาย ตอบรับความต้องการทุกรูปแบบการใช้ชีวิตทั้งช้อปปิ้ง วัฒนธรรม และการกินดื่ม รวมถึงสิ่งอำนวย ความสะดวกที่ครบครัน อีกทั้งมอบความสุข สนุกสนาน และความประทับใจกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้กลับมาคึกคัก ตลอดจนช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการช่วยขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้”

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ทุกคนจะได้สัมผัสกลิ่นอายมนต์เสน่ห์แห่งเมืองเหนืออันเป็นรากฐานทางประเพณีและวัฒนธรรมที่งดงามและมีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่าภาคอื่นของไทย เริ่มกันที่ความสวยงามตระการตาของ Umbrella Forest ร่มพื้นเมืองนับร้อยอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ มีสีสันสวยงามและลวดลายต่างๆที่นำมาตกแต่งวางเรียงรายที่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าฯ จากนั้นเมื่อเข้ามาภายในศูนย์การค้าฯ ที่บริเวณ Atrium Space ชั้น G ได้ถูกเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็น Lanna Land ผ่านพื้นที่ 6 โซนมหัศจรรย์ดินแดนล้านนา

ไม่ว่าจะเป็น โซน ‘Bathing Buddha’ เชิญร่วมสรงน้ำพระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ได้อัญเชิญ องค์พระมหามุนีศรีหริภุญชัย (องค์จำลอง) จากวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน ให้พุทธศาสนิกชนสักการะและสรงน้ำ ทั้งยังมีการจำลองประเพณี “ใส่ขันดอกอินทขิล” ที่สืบทอดต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยเชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองพ้นภัยพิบัติ เกิดความร่มเย็นเป็นสุข และมีความเจริญรุ่งเรือง โดยภายในงานมีการเตรียมข้าวตอกดอกไม้ให้ผู้ร่วมงานนำไปกราบไหว้อีกด้วย

โซน ‘Long Flag Landmark’ จำลองประเพณี “แห่ไม้ค้ำโพธิ์จอมทอง” ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นเอกที่มีมานานกว่า 100 ปี ของชาวอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ตามความเชื่อว่า ไม้ค้ำเป็นส่วนหนึ่งในพิธีสืบชะตาราศี เป็นการค้ำชีวิตของตนเองให้ยั่งยืนนาน ให้มีความร่มเย็นเป็นสุข และยังเป็นการค้ำจุลพระบวรพุทธศาสนา ดังนั้นในเทศกาลสงกรานต์หรือประเพณีปี๋ใหม่เมืองของคนล้านนา ทุกคนจะต้องทำบุญสืบชะตาราศีของตน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่ตนเองได้มีชีวิตอย่างสงบสุข

โซน ‘Pavilion of the North’ เป็นการจำลองหมู่บ้านสันติชล อีกหนึ่งชุมชนท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะการโล้ชิงช้าม้ง ซึ่งนอกจากการเดินเยี่ยมชมบรรยากาศแล้ว ยังมีการจำลองชิงช้าม้งให้ลูกค้าได้ถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลกันแบบรัวๆ รวมถึงการจำลองประเพณี “ตานตุง” ซึ่ง “ตุง” หมายถึง “ธง” ในภาษาไทยกลาง ทำขึ้นเพื่อใช้ในงานพิธีทางพุทธศาสนาและงานมงคลต่างๆ ของชาวเหนือ ด้วยความเชื่อว่า ชายตุงจะพาขึ้นสวรรค์ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งล้านนา อีกทั้งในโซนนี้ยังมีการจำลองพระเจดีย์ทราย โดยลูกค้าสามารถนำตุงมาปักเพื่อเป็นสิริมงคลได้อีกด้วย

โซน ‘Peace Mountain’ มีการจำลองภูเขา อีกหนึ่งจุดเด่นของบรรยากาศและธรรมชาติทางภาคเหนือที่ โอบล้อมด้วยขุนเขา โดยลูกค้าสามารถสร้างสรรค์งานแฮนด์เมดดีๆ อย่างต้นไม้ จากโซนเวิร์กช็อปแล้วนำมาปัก เสมือนจำลองการปลูกป่า เติมพื้นที่สีเขียว สร้างความอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังเป็นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โซน ‘Thai Dessert Café by Sane Café’ พบกับคาเฟ่ขนมไทยที่มาเสิร์ฟความหอมหวานให้กับทุกท่าน ทั้งเมนูของหวานทั้งขนมสดและขนมแห้ง และเครื่องดื่มแบบไทยๆ พร้อม Kids workshop ทำขนมลูกชุบ ตั้งแต่การปั้นขึ้นรูปเป็นลายต่างๆและการทาสีสันให้กับลูกชุบ เพียงร่วมบริจาค 100 บาท เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทำลูกชุบ ระหว่างวันที่ 1-18 เม.ย. 64 เวลา 12.00 – 18.00 น. (จำกัดจำนวน 30 ชุดต่อวัน) โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะนำไปบริจาคโครงการ Thai Fight COVID-19 ผ่านทางมูลนิธิ เตียง จิราธิวัฒน์

รวมถึงโซน ”Workshop” ที่จะจัดขึ้นตลอดการจัดงานของทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00–19.00 น. ที่ชั้น G เพียงร่วมบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา เพื่อเข้าโครงการ Thai Fight COVID-19 ผ่านทางมูลนิธิ เตียง จิราธิวัฒน์ สามารถร่วมทำตุงกระดาษ หรือต้นไม้กระดาษ เพื่อนำไปปักในโซนจำ ลองพระเจดีย์ทราย หรือในโซนจำลองภูเขา

ส่วนในวันที่ 13–18 เม.ย. พบกับเวิร์กช็อป ‘Make your own Songkran Bath Bombs’ ภายใต้การจำลองบรรยากาศของเทศกาล โดยในช่วงนี้ของทุกปีชาวล้านนาจะมีการขนทรายเข้าวัดในเทศกาลที่เรียกว่า วันสังขานต์ล่อง วันเนาว์ และวันเถลิงศก หรือที่เรียกว่า วันพญาวัน งานนี้จึงได้นำผง Bath bomb ที่มีสีเหมือนทรายมาให้ลูกค้าปั้นเป็นก้อนทรงกลม พร้อมใส่กลิ่นดอกไม้ไทย และปักตุงหรือธงลงไป หรือจะนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสุดพิเศษจากร้านค้าภายในศูนย์

วันที่ 1-18 เม.ย. ‘Songkran Collection Early Preview at Sretsis Store’ ครั้งแรกของการเปิดตัวคอลเลคชั่นสงกรานต์ประจำปี 2564 จากร้าน Sretsis ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ ‘Special Promotion and How-to Scarf Styling Demonstration by Jim Thompson’ รับส่วนลด 10% เมื่อช้อปผ้าพันคอ ผ้าไหมไทย ครบ 3,000 บาท จากร้าน Jim Thompson พร้อมร่วมชมการสาธิตวิธีการสไตลิ่ง และมิกซ์แอนด์แมทช์ผ้าพันคอกับลุคต่างๆ อีกทั้งตลอดเดือน เม.ย. นี้ เอาใจสาวๆ มาเรียนรู้วิธี ‘Tye-die Nail Painting Promotion by 20 Nail Studio’ เพ้นท์เล็บลายผ้ามัดย้อมสุดแนว พร้อมรับส่วนลด 10% จากร้าน 20Nail Studio

อีกทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคล ในวันที่ 11-12 เม.ย. การแสดงฟ้อนรำผสานศิลปะการเต้นแนวคอนเทมโพรารี่แดนซ์ ในชื่อชุด มนต์เสน่ห์ล้านนา พร้อมเติมความรื่นรมย์ด้วยการแสงดนตรีพื้นบ้านทางภาคเหนือ ซึ่งมีสะล้อ ซอ ซึง ในทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตลอดจนช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 3-4, 10-11,13-18 เม.ย. 64 เวลา 12.00 -13.00 น./ 15.00-16.00 น./ 18.00-19.00 น.

นอกจากกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นนี้ เพื่อเพิ่มสีสันให้ทุกคนได้สนุกกับการแต่งตัวช่วงหน้าร้อนนี้ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้ร่วมมือกับแฟชั่นแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายอย่าง Leisure Projects ในสไตล์ Modern luxury casual wears ที่ครั้งนี้นำเทรนด์เสื้อผ้ามัดย้อมมาสร้างสรรค์เสื้อยืดคอลเลกชั่นพิเศษ ‘Tie Dye Shirt by Leisure Projects’ ที่ออกแบบขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ด้วยเทคนิคการมัดย้อมจริง บนโทนสีที่หลากหลาย มีทั้งหมด 4 ลาย ซึ่งแต่ละลายได้นำไอเดียที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแต่ละภาคมาใส่ในการออกแบบ ได้แก่ ภาคเหนือ เน้นสีเขียว สื่อถึง ภูเขาเเละป่าที่อุดมสมบูรณ์ของภาคเหนือ, ภาคใต้ เน้นสีฟ้า สื่อถึงความสดใสของทะเลของภาคใต้, ภาคอีสาน สื่อถึงภูมิปัญญาชาวบ้านที่นำฝ้ายหรือผ้าไหม ไปย้อมกับ ดินภูเขาไฟให้ผ้ามีสีดินน้ำตาลอ่อนกับน้ำตาลแดง และภาคกลาง เน้นสีครามสื่อถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวง มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน โดยวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1-18 เม.ย. ที่ Pop up shop ชั้น G ราคา 990 บาท ทั้งนี้ ยังมีเหล่านักแสดงคู่จิ้นสุดฮอต จะมาร่วมทำกิจกรรมการกุศลประมูลเสื้อยืดกับเหล่าแฟนคลับ ในวันเสาร์ที่ 3 เม.ย. เวลา 15.00-17.00 น. พบกับ กร กรณรัสย์, เต้ ชยพัทธ์, มิวซ์ ณัฐวิทย์ และวันเสาร์ที่ 10 เม.ย. พบกับ คูเปอร์ ภัทรพสิษฐ์ และปอย กฤษณพงศ์ จากซีรี่ส์ “My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังวะ” โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจะนำสมทบทุนโครงการ Help Thai Fight COVID-19 ผ่านทางมูลนิธิ เตียง จิราธิวัฒน์

จากนั้นแวะมาเติมพลังให้อิ่มท้องกันต่อที่ Eathai (อีทไทย) ชั้น LG ที่สุดแห่งอาณาจักรอาหารไทย…ใหญ่สุด…มากสุด…ครบสุด โดยในวันที่ 9 -18 เม.ย. พบกับ Food Festival by TAT x EATHAI ที่รวบรวมร้านอาหารสตรีทฟู้ดชื่อดังจาก Michelin guide มาไว้ที่นี่ ให้ทุกคนได้เลือกอร่อยกันแบบสบายๆ และยังจัดกิจกรรม Chef’s Table สร้างสรรค์มื้อค่ำสุดพิเศษกับ “Chef Boy Piyachart x Leisure Projects by Eathai” ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง คุณนัท – ณัฐพล กนกวลีวงศ์ ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์ของแบรนด์ Leisure Projects และ เชฟบอย ปิยะชาติ พุทธวงษ์ เชฟอาหารและขนมไทยชื่อดังจากร้านอาหารระดับ 1 ดาวมิชลิน โดยเชฟบอยได้มาเนรมิตรเซ็ทเมนูอาหารไทยขึ้นชื่อจากทั้ง 4 ภาคกับทาง Eathai ไม่ว่าจะเป็น แกงคั่วเนื้อน่องแก้วกำแพงแสนใบยี่หร่าจากภาคใต้, น้ำพริกนครบาลจากภาคกลาง, แกงฮังเลหอยเชลล์ย่างจากภาคเหนือ และ ยำมะเขือเผาแบบอีสานทรงเครื่องจากภาคอีสาน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ จากจังหวัดสุรินทร์ ภายใต้การตกแต่งบรรยากาศและโต๊ะอาหารให้มีสีสันและความสนุกสนานตามสไตล์ของ Leisure Projects พร้อมเชิญชวนเหล่านักชิมมาสังสรรค์และสัมผัสประสบการณ์ลิ้มรสความอร่อยมื้อพิเศษนี้ ในราคา 3,600++ บาท ต่อ 2 ท่าน ในวันที่ 10 และ 11 เม.ย. นี้เท่านั้น เวลา 18.00 – 20.00 น. (จำกัด 16 ท่านต่อรอบ) โดยลูกค้าสามารถสำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 2160 5995 หรือจองผ่าน line@eathaibycentral

ขึ้นมาที่ OPEN HOUSE ชั้น 6 พบกับงาน Thai Coffee Bean Community เอาใจคนรักกาแฟสด ด้วยการจัดนิทรรศการรวบรวมความรู้เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์กาแฟ 4 ภาคจากทั่วประเทศไทย ทั้งวิธีปลูกและรสชาติที่แตกต่าง รวมถึงวิธีการทำกาแฟตั้งแต่เริ่มเก็บเมล็ดจนมาถึงการเป็นเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือจากจังหวัดน่าน ภาคตะวันตกจากจังหวัดตาก ภาคตะวันออกจากจังหวัดเลย ภาคใต้จากจังหวัดชุมพร พร้อมทั้งจัดให้มีสเตชั่นสำหรับให้ลูกค้าเข้าไปทดลองชิมจากไร่กาแฟทั้ง 4 ภาค ราคา 350 บาท และยังมีเมล็ดกาแฟจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าซื้อกลับบ้านได้อีกด้วย

พร้อมกันนี้ ยังมีกิจกรรม Coffee bean Talk นำโดย คุณฟาน อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ บาริสต้าหนุ่มผู้หลงใหลในศาสตร์กาแฟและหนึ่งในหุ้นส่วนร้าน Coffeeology พร้อมทั้ง คุณทอมมี่ ธนบัตร กายเยอร์ บาริสต้าหนุ่มมาดเท่ลูกครึ่งไทย-อเมริกันชื่อดัง ที่จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์กาแฟ 4 ภาคจากทั่วประเทศไทยและการปลูกกาแฟให้กับลูกค้า พร้อมร่วมทำเวิร์กช็อป Cold brew Workshop และ Drip coffee Workshop ในวันที่ 4, 11, 18 เม.ย. 64 เวลา 14.00–16.00 น. จำนวน 8 คนต่อวัน ราคา 2,500 บาทต่อท่าน อีกทั้งภายในบริเวณ OPEN HOUSE นี้ ยังถูกเนรมิตพื้นที่ให้เป็นสวนดอกไม้กลางกรุง โดย Sunset Flowers by TAT x Boonta Flower and Cafe พร้อมจุดถ่ายรูปมากมาย และสามารถเลือกซื้อดอกไม้สวยๆ ติดไม้ติดมือไปฝากคนที่คุณรักกันอีกด้วย

ความอิ่มอร่อยยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อเหล่าภัตตาคารและร้านอาหารชั้นนำ รวมถึงคาเฟ่ภายในศูนย์ฯ กว่า 40 ร้าน อาทิ Albero, ATM Tea Bar, Cha Tra Mue, Coffee Beans by Dao, Coffeeology, Iberry, Kay’s Boutique Café, Kyo Roll En, Muteki by Mugendai, Peppina ร่วมจัดเต็มความอร่อยครบทุกสไตล์และเป็นส่วนหนึ่งของ Amazing Thai Taste เพื่อส่งเสริมนำวัตถุดิบหลักของไทย โดยเฉพาะผลไม้ไทยมาทำเป็นเมนูสุดพิเศษที่ทุกคนจะได้ลิ้มลอง เฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 1-18 เม.ย. นี้ ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เท่านั้น พร้อมดื่มด่ำและเต็มอิ่มกับเมนูแนะนำ Amazing Thai Recommended ที่ใครได้ลิ้มลองเป็นต้องติดใจ ทั้งเมนูอาหารไทยคาว-หวานสุดแสน อะเมซิ่ง ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อทุกคนตลอดงาน

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจการท่องเที่ยว, โรงแรม และสปา ภายในงานยังได้จัด ‘Songkran Marketplace by Tourism Authority of Thailand’ โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-18 เม.ย. ที่บริเวณชั้น 2–3 ชวนให้ทุกคนมาช้อปแพจเกจทัวร์โรงแรม และสปาระดับพรีเมี่ยมทั่วประเทศ จากเหล่าผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบด้านการท่องเที่ยวในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว และเติมเต็มอรรธรสการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ

พลาดไม่ได้! กับโปรโมชั่นร้อนแรง “Summer of Style ’21 ต้อนรับเทศกาลนี้ เฉพาะวันที่ 1–18 เม.ย. 64 รับฟรีคะแนน The 1 1,000 คะแนน เมื่อช้อปครบทุก 10,000 บาท (สูงสุด 3,000 คะแนน ต่อหมายเลข The 1) รวม 1 ล้านคะแนน เพียงรวบรวมใบเสร็จจากร้านค้าภายในศูนย์การค้าฯ กลุ่ม Fashion, Beauty & Lifestyle ได้ภายในวันเดียวกัน นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 64 ถึง 30 เม.ย. 64 ยังมีสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นอีกมากมาย รางวัลมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท ตลอดจนรับข้อเสนอสุดพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/centralembassy หรือ www.centralembassy.com สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2119-7777 #2001

#ASenseofThai2021 #CentralEmbassy #AmazingThailand

Royal Osha ส่งเมนู ‘ข้าวแช่ชาววัง’ และ ‘ข้าวยำ’ ต้อนรับคิมหันตฤดู เพื่อคนสำคัญ วันสำคัญ และโอกาสพิเศษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649485

วันที่ 02 เม.ย. 2564 เวลา 08:52 น.Royal Osha ส่งเมนู ‘ข้าวแช่ชาววัง’ และ ‘ข้าวยำ’ ต้อนรับคิมหันตฤดู เพื่อคนสำคัญ วันสำคัญ และโอกาสพิเศษสุนทรียศาสตร์แห่งการเฉลิมฉลองและมอบความเป็นสิริมงคล ต้อนรับคิมหันตฤดู ด้วยความละเมียดละไมของ “ข้าวแช่ชาววังและข้าวยำ” ตำรับ “รอยัล โอชา” ร้านอาหารไฟน์ ไดนิ่งสุดหรู การันตีความอร่อยเหนือระดับ โดยมิชลิน

ร่วมสัมผัสความเหนือระดับของ Royal Osha (รอยัล โอชา) ร้านอาหารไทยไฟน์ ไดนิ่งสุดหรู ที่พร้อมมอบความพิเศษเอกสิทธิ์สำหรับคนสำคัญ วันสำคัญ และโอกาสพิเศษ ที่สุดแห่งความประณีตบรรจงคัดสรรวัตถุดิบหลากหลายจากทั่วโลกและสิ่งที่ดีที่สุดจากประเทศไทย และพิถีพิถันในการถ่ายทอดเรื่องราวของศิลปะวัฒนธรรมความเป็นไทย หมุนเวียนเมนูไปตามฤดูกาลและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ของแต่ล่ะท้องถิ่น ทั้งภาคกลาง-เหนือ -อีสาน และใต้ ในรูปแบบ A la carte และ Set menu ภายใต้แนวคิด “Classic Thai Elegance Reinvented” ความสง่างามของอาหารไทยรสชาติดั้งเดิม ผสมผสานสุนทรียศาสตร์ ทั้งรูป รส และกลิ่นของอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น ทว่าคงเอกลักษณ์ไว้ไม่เสื่อมคลายได้อย่างลงตัว การันตีความอร่อย โดยมิชลิน และเชฟวิชิต มุกุระ เชฟมิชลิน 1 ดาว  2020

เพื่อต้อนรับคิมหันตฤดู ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่ไทย ซึ่งนิยมส่งมอบความเป็นสิริมงคลให้กับคนสำคัญ รอยัล โอชา และเชฟวิชิต มุกุระ จึงรังสรรค์เมนู “ข้าวแช่ชาววังและข้าวยำ” รสชาติละเมียดละมุนอันเป็นแบบฉบับเฉพาะตัวของรอยัล โอชา พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมการรับประทานอาหารตามฤดูกาล ที่เชฟวิชิต มุกุระ Executive Chef and Partner ร้านอาหารรอยัลโอชาได้บรรจงรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตและพิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบพรีเมี่ยมปรุงรสตามกรรมวิธีโบราณที่สลับซับซ้อนเพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และเข้ากันได้อย่างลงตัว

คุณศุภาพิชญ์ พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ ร้านอาหารรอยัล โอชา กล่าวว่า “เรามีความตั้งใจที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชาวต่างชาติและคนไทยได้สัมผัสอาหารไทยในอีกมุมหนึ่ง อย่างเหนือระดับทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการปรุง และถ่ายทอดวัฒนธรรม เรื่องราวและวิถีชีวิต การกินอยู่ของคนไทยผ่านการปรุงรสชาติอาหาร นับว่าเป็นการยกระดับอาหารไทยที่มีเสน่ห์ รสชาติดี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้เป็นที่รู้จักอย่างขวางขว้างยิ่งขึ้น โดยมีแผนที่จะขยายสาขาร้านรอยัล โอชา ไปยังต่างประเทศ ทั้งที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อให้ชาวต่างชาติได้สัมผัสความเป็นไทยผ่านเสน่ห์ของรสชาติอาหารไทยสไตล์ไฟน์ ไดนิ่งอย่างแท้จริง 

ทุกเมนูของเรา คือเมนูพิเศษซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความรักและความใส่ใจ โดยมีคุณเกวลิน พิทยานุกุล เชฟผู้วิจัยและพัฒนาเมนู และเชฟ วิชิต มุกุระ เชฟมิชลินไกด์ 2020 เป็นผู้ที่ร่วมกันครีเอทเมนูในสไตล์ไฟน์ ไดนิ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความละเมียดละไม ซึ่งได้รับการการันตีรสชาติอาหารและบรรยากาศชั้นเลิศ ด้วยรางวัลอันดับหนึ่งร้านอาหารไทยแนะนำจากหลากหลายเวทีทั่วโลก

รอยัล โอชา มอบบรรยากาศที่ดีที่สุดให้กับช่วงเวลาแห่งความสุข สะท้อนศิลปวัฒนธรรมไทยในสไตล์ไทยวิจิตร โมเดิร์น ตั้งแต่ประตูทางเข้าภายนอกร้านติดกับถนนวิทยุในทุกค่ำคืน จะฉายภาพ จิตรกรรมจากวรรณคดีอมตะของไทย “รามเกียรติ์” ตอน หนุมานอมพลับพลาไว้ เมื่อเดินผ่านทางเข้าก็เปรียบ เสมือนได้เดินเข้ามาเยี่ยมชมพลับพลาของพระราม ท่ามกลางบรรยากาศและมนต์เสน่ห์ของพระราชวังสมัยโบราณ มอบความรู้สึกเรียบ หรู หรา ด้วยสถาปัตยกรรมโทนสีเข้มตัดกับสีทองจากทองคำแท้บริสุทธิ์แฝงกลิ่นอายความเป็นไทยไว้ในทุกรายละเอียด ทั้งจิตรกรรมฝาผนังบริเวณชั้นลอยที่บอกเล่าเรื่องราว รามเกียรติ์ และโคมแชนเดอเลียร์รูปชฎาขนาดใหญ่ ที่ประดับด้วยอัญมณีส่องประกายระยิบระยับเล่นสีแสงไฟ จุดดึงดูดสายตาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของร้านรอยัล โอชา แต่งแต้มบรรยากาศให้โมเดิร์นขึ้น ด้วยเส้นโค้งเว้าของเฟอร์นิเจอร์ ให้มื้ออาหารค่ำน่าประทับใจอย่างมิรู้ลืมในทุกโอกาสพิเศษแด่คนสำคัญของคุณ” ศุภาพิชญ์ กล่าว

ด้าน คุณเกวลิน พิทยานุกุล เชฟผู้วิจัยและพัฒนาเมนู และเจ้าของร้านอาหารรอยัล โอชา กล่าวว่า “ความแตกต่างของรอยัล โอชา จากร้านอาหารไทยแบบพรีเมี่ยมทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารที่จัดเตรียมอย่างดี โดยเชฟมิชลินที่มีชื่อเสียง ใส่ใจในทุกขั้นตอนการสร้างสรรค์อาหาร เพื่อให้เป็นร้านอาหารที่ทุก ๆ คนเลือกมาในวันสำคัญ และโอกาสสำคัญต่าง ๆ ในชีวิต เราให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพดีจากเกษตรกรในหลากหลายจังหวัดทั่วไทย รวมทั้งเสาะแสวงหาของดีขึ้นชื่อในแต่ละภาค มาสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยรสเลิศ เพื่อให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติดั้งเดิมของอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ทั้งในรูปแบบ A la carte และ Set menu โดยจะสลับสับเปลี่ยน หมุนเวียนเสิร์ฟตามฤดูกาล คิมหันต์ วสันต์ เหมันต์ เพื่อ คงคุณค่าและรสชาติที่ดีที่สุดของวัตถุดิบในแต่ละฤดูกาลไว้ และสร้างสรรค์เมนูอาหารภายใต้แนวคิด “อาหารเป็นยา” เราจึงเลือกใช้พืชผักและสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณทางยามาเป็นวัตถุดิบปรุงอาหาร และจัด Set menu อาหารประจำฤดูกาลให้ได้อิ่มอร่อย พร้อมช่วยบำรุงร่างกายจากภายในด้วยอาหารไทยเลิศรสหลากหลายเมนู และยังช่วยรักษาระบบนิเวศให้สมดุล”

ปิดท้ายที่ เชฟวิชิต มุกุระ เชฟมิชลิน 2020 Executive Chef and Partner ร้านอาหารรอยัล โอชา กล่าวว่า “การรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารรสขม เปรี้ยว และจืดเพื่อรักษาสุขภาพที่ช่วยดับความร้อนในร่างกาย เช่น ข้าวแช่ สำหรับคิมหันตฤดูนี้ รอยัล โอชา เตรียมความพิเศษให้ทุกท่านร่วมค้นหาเสน่ห์ของ “ข้าวแช่ชาววัง และข้าวยำ” ตำรับ รอยัล โอชา เมนูสุดพิเศษนี้ได้ถูกถ่ายทอดอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการปรุงให้ยังคงไว้ซึ่งรสชาติ รูปลักษณ์ และกลิ่นหอมที่ลงตัว โดยใช้ข้าวหอมมะลิเสาให้ที่คัดสรรมาอย่างพิเศษ นำมาขัดจนสะอาด และหุงจนได้เมล็ดข้าวที่เรียวสวย ใส ไม่มีฝุ่นข้าว แล้วนำมาดงกับน้ำลอยดอกไม้ที่ประกอบด้วยดอกไม้ 4 ชนิด ( ดอกชมนาด, ดอกกระดังงา, ดอกกุหลาบมอญ, ดอกมะลิ) ซึ่งน้ำที่ใช้สำหรับลอยดอกไม้ที่มีค่าความเป็นด่างถึง 8.8 (ph. 8.8)  มีคุณประโยชน์ในการปรับสมดุลร่างกาย และยังทำให้กลิ่นของดอกไม้ออกมาผสมกับน้ำได้อย่างสมบูรณ์ โดยจะรับประทานเคียงกับเครื่องข้าวแช่ อีก 7 อย่าง ประกอบด้วย ลูกกะปิทอด พริกหยวกสอดไส้ไข่เค็มชุบแป้งทอด หมูฝอยหวาน หอมแดงสดไส้ชุบแป้งทอด ไชโป๊วผัด และผักสดแกะสลัก ทั้งกระชาย มะม่วง และแตงกวา แนะว่ากระชายให้ทานคู่กับกะปิ และมะม่วงกับแตงกวาให้ทานคู่ไปกับเครื่องอื่นๆ จะครบรส ชื่นใจยิ่งนัก

สำหรับข้าวยำ คืออัตลักษณ์อาหารของภาคใต้ เป็นเมนูที่มีความโดดเด่นผสานความหลากหลายของสมุนไพรกับวัตถุดิบชั้นเลิศคลุกเคล้าน้ำยำสูตรพิเศษให้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัวอย่างที่สุด ทั้งนี้ ได้นำประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการอาหารมากกว่า 4 ทศวรรษ ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ มารังสรรค์เมนูที่มีความท้าทายอย่างมาก เพื่อให้คนทั่วโลกมองว่าอาหารไทยไม่ใช่เพียงสตรีทฟู้ด แต่เป็นอาหารที่มีความลึกซึ้งแฝงไปด้วยศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม  ผสานกับวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าอาหารแต่ละจานจะครบรสแบบอาหารไทยดั้งเดิม และคุ้มค่ากับราคาอย่างแน่นอน” 

ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการรับประทาน  “ข้าวแช่ชาววัง และข้าวยำ” ตำรับ รอยัล โอชา ณ รอยัล โอชา ถนนวิทยุ ซอยร่วมฤดี ได้แล้วทุกวันตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม ทุกวัน มื้อเที่ยง เวลา 11.00 – 15.00 น. และ มื้อเย็น เวลา 18.00 – 23.00 น. ในราคา 880++ บาท/ท่าน สำหรับมื้อกลางวัน  และ 3,000 ++ ต่อ/ชุด สำหรับมื้อกลางวันและมื้อเย็น (ชุดข้าวแช่พรีเมียม)  นอกจากนี้ ทางร้านยังมีข้าวแช่บรรจุในกล่องสวยงามสำหรับมอบให้คนสำคัญหรือผู้ใหญ่ในช่วงฤดูร้อนนี้ ในราคา 2,250 บาท/กล่อง (ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองล่วงหน้า 2 วัน)

สำหรับผู้สนใจลิ้มลองเมนูสไตล์ Chef’s Table โดย เชฟวิชิต มุกุระ กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ สอบถามรายละเอียดได้ทาง โทร. 02-256-6555 หรืออีเมล reservations@royalosha.com

ช้อปสนุกสุดฟินอินซัมเมอร์ @The Street Summer Fest 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649377

วันที่ 01 เม.ย. 2564 เวลา 09:01 น.ช้อปสนุกสุดฟินอินซัมเมอร์ @The Street Summer Fest 2021ชวนมาช้อปสนุกสุดฟินอินซัมเมอร์ พร้อมเซลฟี่เช็กอินในบรรยากาศบีชบาร์ใจกลางรัชดา กับ “The Street Summer Fest 2021” ที่ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา

อีกหนึ่งในสถานที่เช็กอินโดนใจนักช้อป ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ไลฟ์สไตล์มอลล์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เปิดตัวแคมเปญ “The Street Summer Fest 2021” พบกับโปรโมชันต่างๆ มากมาย และกิจกรรมช้อปสนุก สุดฟินอินซัมเมอร์ในรูปแบบ summer on the beach สีสันแห่งฤดูร้อน เพลิดเพลินไปกับสินค้าแฟชั่น อาหารเครื่องดื่ม มาเซลฟี่เช็กอินในบรรยากาศบีชบาร์ใจกลางเมืองย่านถนนรัชดา ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม – 30 เมษายน 2564

นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา กล่าวว่า “ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา เพิ่มสีสันความสนุกให้กับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบการ ช็อป ชิม ชิล โดยเราได้จัดแคมเปญ The Street Summer Fest 2021 ภายใต้แคมเปญดังกล่าว มีการจัดกิจกรรมและโปรโมชันรวมทั้งการมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับลูกค้ามากมาย

พบกับกิจกรรมช้อปสนุก สุดฟิน อิน ซัมเมอร์ ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม – 30 เมษายน 2564 ลูกค้าที่ ช้อปสินค้าภายในศูนย์การค้าฯ สามารถนำใบเสร็จมาแลกของสมนาคุณ ได้แก่ รับฟรี Mini Cup Colorful สำหรับลูกค้าช้อปครบ 700 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ (สิทธิพิเศษสมาชิกเดอะ สตรีท พอยท์ ช้อปเพียง 600ขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ) รับฟรี ผ้าปูชายหาด Summer Beach Towel สำหรับลูกค้าช้อปครบ 2,500 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ (สิทธิพิเศษสมาชิกเดอะ สตรีท พอยท์ ช้อปเพียง 2,300 ขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ) และสำหรับลูกค้าสมาชิกเดอะ สตรีท พอยท์ สามารถนำ 300 คะแนน มาแลกรับ The Street Umbrella ฟรี 1 คัน ได้อีกด้วย

โปรโมชั่นสุดพิเศษ MONDAY SUMMER SALMON อิ่มสุดคุ้มรับซัมเมอร์กับโปรโมชันพิเศษกับบุฟเฟต์มา 4 จ่าย 3 ที่ร้าน NETA FISH&MEAT และโปรโมชันพิเศษ เมนู 1 แถม 1 จาก 4 ร้านอาหารดัง ได้แก่ SUSHI-OO, KIZAKAYA, SHAKARIKI432 และ ZZ ALL DAY RESTURANT ทุกวันจันทร์ที่ 22, 29 มีนาคม และ 5, 12, 19, 26 เมษายน 2564

เลือกฟันส์มันๆ ในงาน The Street Summer Fest 2021 พบกับยกกองทัพร้านค้าแฟชั่น อุปกรณ์เที่ยวทะเล อาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ มากมายกว่า 50 ร้านค้าในบรรยากาศบีชบาร์ ร่วมสนุกกับกิจกรรมเวิร์คช็อป DIY ของใช้และเครื่องประดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สายคล้องแมส จัดสวนในขวดแก้ว เพ้นท์กระเป๋าผ้ารักษ์โลก พร้อมเคลิบเคลิ้มและแฮงค์เอ้าท์ไปกับเสียงเพลงจากมินิคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น นนท์-ธนนท์, ออฟ-กัน, Klear, FLUFFYPAK และBetter Weather ที่จะผลัดเปลี่ยนกัน

มาสร้างสีสัน พร้อมขับกล่อมเสียงเพลงไพเราะตลอดช่วงเวลาการจัดกิจกรรม ในวันที่ 24-28 มีนาคม 2564 เวลา 16:00 – 22:00 น. ณ ลานด้านหน้า ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา แล้วมาช้อปสนุกสุดฟินอินซัมเมอร์ กับ “The Street Summer Fest 2021” ที่ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ทางได้ทาง www.thestreetratchada.com หรือเฟสบุ๊ก www.facebook.com/TheStreetRatchada หรือ โทร. 02-232-1999

ปักหมุด Vacation Escape คลายร้อนกับ Central Summer Plays เพลย์ชีวิตให้สุด ช้อปไม่หยุดรับซัมเมอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649267

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 08:15 น.ปักหมุด Vacation Escape คลายร้อนกับ Central Summer Plays เพลย์ชีวิตให้สุด ช้อปไม่หยุดรับซัมเมอร์ออกไปค้นหาแรงบันดาลใจ ซัมเมอร์นี้ต้องเช็กอินที่เซ็นทรัล ปักหมุด Vacation Escape เที่ยว-เพลย์-กิน-ช้อป-อัพรูปสุดชิค กับแคมเปญ “Central Summer Plays” เริ่มแล้ววันนี้–4 พ.ค. 64

  • Photo Landmarks จุดเช็คอินถ่ายรูปสวยทุกมุมเหมือนยก Photo Studio มาไว้ที่เซ็นทรัลทุกสาขา
  • พลาดไม่ได้กับมหกรรมไทยเที่ยวไทย Thailand Travel & Lifestyle Fair ยิ่งใหญ่ที่สุด รวมดีลดีที่สุดแห่งปี ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สปา เรือยอร์ช รถเช่า และอื่นๆ อีกมากมาย
  • ช้อปสนุกกับ SUMMER MARKETS 33 สาขาทั่วไทย พร้อมโปรโมชั่นจากร้านค้าทั่วศูนย์ฯ รับ cash back สูงสุด 13% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือ cash voucher สูงสุด 1,000 บาท พร้อมลุ้นแพคเกจที่พักหรู และ gadgets สุดล้ำ
  • ตามติดเทรนด์ Summer กับ “Central Pattana x Vogue Thailand” ชูแฟชั่นไบเบิล นำเสนอเทรนด์ไลฟ์สไตล์ให้ปังรับซัมเมอร์

ซัมเมอร์นี้ หนีร้อนมาเที่ยวเซ็นทรัลกันเถอะ!! เพราะศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัลภูเก็ต และเซ็นทรัล วิลเลจ 33 สาขาทั่วไทย จัดแคมเปญคลายร้อน “Central Summer Plays เพลย์ชีวิตให้สุด ช้อปไม่หยุดรับซัมเมอร์” ปักหมุด Vacation Escape ให้เซ็นทรัลฯ ทุกสาขากลายเป็น Play Destinations สนุกทุกรูปแบบทั้งกิน เที่ยว ช้อป แชะภาพสวยอัพลงโซเชียลได้ทุกมุมของศูนย์การค้าเหมือนยก Photo Studio มาไว้ให้ และ ห้ามพลาด!! กับมหกรรมงานท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ “Thailand Travel & Lifestyle Fair” รวมทุกแพคเกจท่องเที่ยวในฝัน และดีลดีที่สุดแห่งปี ช้อปสนุกกับโปรโมชั่นร้านค้าทั่วศูนย์ฯ และ cash back สูงสุด 13% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือ cash voucher สูงสุด 1,000 บาท Top Spenders รับฟรี ไม่ต้องลุ้น แพ็กเกจที่พักสุดหรูจาก Hyatt Regency Koh Samui 3 วัน 2 คืน พร้อมลุ้นรางวัลอื่นทุกสัปดาห์ได้แก่ ที่พัก Park Hyatt Bangkok และ gadget สุดล้ำ Apple Watch Series 6, Apple Airpods Pro, iPad Pro 2020, iPhone 12 Pro, Samsung Smart TV, ลำโพง Marshall StanmoreII และอื่นๆ มากมาย นอกจากนี้ ยังจับมือกูรูแฟชั่นกับ “Central Pattana x Vogue Thailand” นำเสนอเทรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ให้ปังรับซัมเมอร์ พร้อมทั้งยกขบวนอีเว้นท์สนุกมาให้อีกมากมาย วันนี้ – 4 พ.ค. 64 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ

พบกับ 4 ไฮไลท์ห้ามพลาด

1. Thailand Travel & Lifestyle Fair และ Summer Market สุดชิคทุกสาขาทั่วไทย

· ยิ่งใหญ่ที่สุด มหกรรมแพ็คเกจท่องเที่ยวไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ “Dream Vacations & Travel Fair” รวมทุกแพคเกจท่องเที่ยวในฝัน และดีลดีที่สุดแห่งปีจากโรงแรมหรูระดับโลกกว่า 250 แห่งทั่วประเทศ ตั๋วเครื่องบิน เรือยอร์ช รถเช่า ร้านอาหาร สปาสุดหรู และ อื่นๆ ตั้งแต่วันนี้ – 28 มี.ค. และที่สาขาอื่นๆ ได้แก่ เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ 18 – 24 มี.ค. 64, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช 26 – 28 มี.ค., เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ 26-30 มี.ค. และที่ เซ็นทรัลพลาซา ศาลายา 1 – 7 เม.ย. 64 

· Summer Play Market ชิม ช้อป รับลมร้อน ใน Summer Markets ทุกสาขาทั่วไทย งานที่รวมทุกไอเท็มรับซัมเมอร์ ทั้งแฟชั่น accessory, gadgets พร้อมอร่อยกับเมนูคลายร้อน และเมนูพิเศษเฉพาะซัมเมอร์ อาทิ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ พบตลาด ‘ไทยนิยม’ รวมอาหารไทยช่วงหน้าร้อนที่มีให้ทานแค่ปีละ 1 ครั้ง และสดชื่นกับเมนูผลไม้คาว-หวานในงาน Waikiki Fruit Bazaar วันที่ 8 – 18 เม.ย., งาน ‘Coffee Society & Croissants World’ รวมคาเฟ่ และครัวซองต์ร้านเด็ดสุดฮิตติดเทรนด์ 2021 มาให้ลิ้มความอร่อย และที่เซ็นทรัล อุดรธานี งาน ‘Juicy Mangoes Week 2021’ รวมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดดีที่สุด คุณภาพส่งออก และอีกหลากหลายสายพันธุ์ ห้ามพลาดกับเมนูมะม่วงฟิวชั่นกว่า 20 เมนูจากร้านดังจังหวัดอุดรธานี วันที่ 29 มี.ค. – 4 เม.ย.

2. ประสบการณ์ไม่ซ้ำ เป็น Vacation Escape ในทุกจังหวัด

  • ยกฮาวายมาที่เซ็นทรัลเวิลด์ ครั้งแรกของ Waikiki Beach ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมเล่น ถ่ายรูปกับ Surfboard บนคลื่นยักษ์สูง 5 เมตร และพาราชูตเตอร์ยักษ์ 6 เมตร
  • ตื่นตากับสีสันแห่งฤดูกาลที่เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 ในงาน The Urban Wild Illuminations Art
  • พบกับ The Big Flower Show 2021 และงานสงกรานต์ย้อนยุควิถีนนท์ที่เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต
  • เช็กอิน ถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้แสนสวยในงาน Central Korat Blooming 2021 แบบไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ
  • ยก 5 หาดดังของโลกมาไว้ที่เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ได้แก่ Maldives, Hawaii, Bali, Santorini และ Pattaya
  • เสพงานศิลป์ที่ เซ็นทรัล ภูเก็ต : ในงาน Central Phuket Art Exhibition นิทรรศการงานศิลปะโดยอาจารย์ปรัชญา ศิลปินชื่อดังของภูเก็ต

3. Central Pattana x Vogue Thailand จับมือกับกูรูวงการแฟชั่น นำเสนอเทรนด์ไลฟ์สไตล์ให้ปังในช่วงซัมเมอร์, อัพเดท Collection ใหม่ล่าสุด, Summer collection ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Stylist นิตยสาร Vogue, และ Limited Collection รับปี 2021 จากแบรนด์ระดับโลกกว่า 250 แบรนด์

4. โปรโมชั่นเด็ดรับซัมเมอร์ สำหรับสมาชิก The1 รับสิทธิพิเศษมากมาย

  • ต่อที่ 1 : สายช้อป Top Spenders รับฟรี ไม่ต้องลุ้น แพ็กเกจที่พักสุดหรูจาก Hyatt Regency Koh Samui จำนวน 3 วัน 2 คืน (มูลค่ารางวัลละ 11,870 บาท) และอื่นๆ
  • ต่อที่ 2: ว้าวไปกับ 7 Weeks 7 Prizes ช้อปครบทุก 2,000 บาท รับสิทธิ์ลุ้นทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็น แพ็กเกจที่พักสุดหรู Park Hyatt Bangkok และgadget สุดปัง ได้แก่ Apple Watch Series 6, Apple Airpods Pro, iPad Pro 2020, iPhone 12 Pro, Samsung Smart TV และ ลำโพง Marshall StanmoreII พิเศษรับสิทธิ์ลุ้น x3 สำหรับลูกค้าที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
  • ต่อที่ 3: ช้อปครบรับฟรี Cash Voucher บัตรกำนัลแทนเงินสด มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท และรับเพิ่ม Movie Set จาก Major Cineplex Group และ SF Cinema มูลค่า 400 บาทเมื่อช้อปครบตามที่กำหนด (แจกระหว่างวันที่ 1 เม.ย. 64 – 30 เม.ย. 64 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด)

เปรมปรีดิ์กับเมนูพรีเมียมในบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์ ที่ห้องอาหารอูโนมาส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649141

วันที่ 30 มี.ค. 2564 เวลา 11:20 น.เปรมปรีดิ์กับเมนูพรีเมียมในบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์ ที่ห้องอาหารอูโนมาสยกขบวนความอลังการให้คุณได้อิ่มเอมไปกับบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียม ณ ห้องอาหารอูโนมาส โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

จูงมือคนรักและครอบครัวมาร่วมสร้างรอยยิ้มในวันหยุดสุดสัปดาห์ กับมื้อสายวันอาทิตย์ (ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน) ในวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน และในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564 ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มสุดพรีเมียมที่เสิร์ฟแบบไม่จำกัด กับบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์มื้อสายสไตล์สเปนสุดอลังการอันเลื่องชื่อ

นำเสนอหลากหลายเมนูสุดพรีเมี่ยม พร้อมให้คุณได้สัมผัสถึงกลิ่นอายอันทรงเสน่ห์และวัฒนธรรมของอาหารสไตล์สเปน รวบรวมเหล่าบรรดาซีฟู้ดคุณภาพเยี่ยมจัดเรียงรายบนน้ำแข็งเป็นการเรียกน้ำย่อย อาทิ ก้ามปูอลาสก้าเนื้อหวาน ล็อบสเตอร์เนื้อแน่น กุ้งลายเสือ หอยนางรมหลากหลายสายพันธุ์ ไข่ปลาคาเวียร์ ทานพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บเพื่อเพิ่มอรรถรส รวมถึง หลากหลายเมนู ทาปาสต่างๆ มาให้คุณได้เลือกสรรความอร่อยด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ ยังมีอาหารสเปนตามสั่งที่คัดสรรเมนูอาหารจานเด่น มาให้คุณได้ลิ้มลอง โดยทีมเชฟประจำห้องอาหารได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงจากสเปน นำมารังสรรค์เป็นเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งใจปรุงอย่างสุดฝีมือ พร้อมเสิร์ฟร้อนให้ทุกท่านได้ลิ้มรสกันถึงโต๊ะ มอบประสบการณ์ที่คุณไม่ควรพลาด รวมทั้งเมนูของหวาน ละลานตาอีกมากมายที่สายของหวานไม่ควรพลาด เชิญสัมผัสรสชาติและวัฒนธรรมของชาวสเปน พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น ในราคาเพียง 3,555 บาท++ ต่อท่าน เสิร์ฟพร้อมแชมเปญ จี เอช มุมม์ กอร์ดอง รูจ หนึ่งในสุดยอดแบรนด์แชมเปญของโลก จากขวดแม็กนัม หรือขวดใหญ่ ขนาดจุ 1.5 ลิตร หรือสองเท่าของขวดแชมเปญปกติ รวมถึงไวน์รสเลิศจากทั่วโลก และเครื่องดื่มพรีเมียมอื่นๆ แบบไม่อั้น (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ)

ขอให้ทุกท่านไว้ใจในการปรุงที่พิถีพิถัน ทั้งความสะอาด ปลอดภัย ใส่ใจ และห่วงใย พนักงานทุกคนผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวัน และยังผ่านการอบรมแนวทางป้องกัน นอกจากนี้เรายังทำการฆ่าเชื้อโรคอุปกรณ์ทำครัว ห้องครัว และเครื่องมือเครื่องใช้เป็นอย่างดี เราขอการันตีด้วยประกาศนียบัตรโรงแรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล์: diningcgcw@chr.co.th หรือสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.unomasbangkok.com

ติดตามข่าวสารของห้องอาหารอูโนมาสได้ที่ เว็บไซต์: www.unomasbangkok.com เฟสบุ๊ค: UNO MAS อินสตาแกรม: Unomas_Bangkok

ฉีกกฎนาเบะแบบเดิมด้วย NABE Self-Heating Hot Pot หม้อไฟญี่ปุ่นอุ่นร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649059

วันที่ 29 มี.ค. 2564 เวลา 12:45 น.ฉีกกฎนาเบะแบบเดิมด้วย NABE Self-Heating Hot Pot หม้อไฟญี่ปุ่นอุ่นร้อนประสบการณ์ตรงของคนรักอาหารญี่ปุ่น “โออิชิ” ฉีกกฎการรับประทานนาเบะแบบเดิมๆ เปิดตัวเมนูซีรีส์ใหม่ “NABE Self-Heating Hot Pot” หม้อไฟญี่ปุ่นแบบอุ่นร้อนเองได้ จัดให้หลากหลายเมนู ทั้งเนื้อหมู-เนื้อวัว-ซีฟู้ด

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ตื่นเต้นอีกครั้งกับเมนูเดลิเวอรี่ที่ครั้งนี้มาแบบหม้อไฟร้อนๆ ทานตอนไหนก็ฟิน เพราะมาในรูปแบบหม้อไฟอุ่นร้อนเองได้ กับเมนูซีรีส์ใหม่ “NABE Self-Heating Hot Pot” จากโออิชิ เจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น ที่ช่วยเติมเต็มอรรถรสในการรับประทานอาหารด้วยการผสานนวัตกรรมใหม่ เป็นเมนูหม้อไฟเดือดปุดๆ ทานร้อนๆ ได้ฟีลเช่นเดียวกับการนั่งทานที่ร้าน โดยไม่ต้องง้อไฟฟ้า เตาแก๊ส หรือแม้แต่ไมโครเวฟ เรียกได้ว่าน่าอร่อยและน่าตื่นเต้น ไปพร้อมๆ กัน

สำหรับเมนู NABE Self-Heating Hot Pot โออิชิต่อยอดสร้างความต่างจากเมนูอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมตลอดกาลอย่างนาบะ และสุกี้ยากี้ น้ำซุปน้ำดำ ที่มีให้เลือกครบทั้งเนื้อหมู-เนื้อวัว-ซีฟู้ด ภายใต้แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ได้แก่ โออิชิ อีทเทอเรียม, ชาบูชิ, โออิชิ ราเมน, และโออิชิ คิทเช่น สนนราคาเริ่มต้นที่ถ้วยละ 199 บาท

ประเดิมความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นด้วยเมนูจากชาบูชิ ที่มีน้ำซุปให้เลือกถึง 3 สูตร คือน้ำซุปน้ำใส น้ำซุปน้ำดำ และน้ำซุปน้ำต้มยำ เริ่มที่ ชาบูชิ บูตะ นาเบะ น้ำซุปน้ำใส จุใจไปกับสันคอหมูสไลซ์สุดนุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมผักนานาชนิดอย่างเห็ดชิเมจิ เห็ดเข็มทอง และผักกาดขาว รวมทั้งอุด้ง เส้นเหนียวนุ่ม รับประทานคู่กับชาบูซุป (หรือน้ำซุปน้ำใส) ก็ยิ่งอร่อยไปอีก

ต่อด้วย ชาบูชิ กิว นาเบะ น้ำซุปน้ำดำ อร่อยไปกับหม้อไฟญี่ปุ่นร้อนๆ ที่โดดเด่นด้วยเนื้อฮารามิ (หรือเนื้อส่วนพื้นท้อง) มีไขมันแทรกนุ่มฉ่ำ ผักนานาชนิด และอุด้งเส้นเหนียวนุ่ม รับประทานคู่กับคุโรซุป (หรือน้ำซุปน้ำดำ) รสชาติเข้มข้น

หรือจะเป็นชาบูชิ ซีฟู้ด นาเบะ น้ำซุปน้ำต้มยำ เต็มอิ่มไปกับซีฟู้ดสารพัด จัดเต็มทั้งปลาดอรี่ กุ้ง และหมึก มาพร้อมผักสดนานาชนิด และอุด้ง เส้นเหนียวนุ่ม รับประทานคู่กับน้ำซุปน้ำต้มยำ อร่อย จัดจ้าน ถึงใจ มีหรือจะไม่สั่งซ้ำ

นอกจากนี้ ยังมีความฟินจาก โออิชิ อีทเทอเรียม อย่างเมนูอีทเทอเรียม บูตะ นาเบะ น้ำซุปน้ำดำ, อีทเทอเรียม กิว นาเบะ น้ำซุปน้ำดำ , โออิชิ ราเมน และ โออิชิ คิทเช่น (เฉพาะสาขาภายใต้แบรนด์ โออิชิ ราเมน) บูตะ นาเบะ น้ำซุปน้ำดำ และ กิว นาเบะ น้ำซุปน้ำดำ

สำหรับขั้นตอนและวิธีทำ NABE Self-Heating Hot Pot ก็สามารถทำได้ง่ายๆ แค่ยกถาดอาหารออกจากภาชนะฐาน นำซองร้อนออกจากถุงพลาสติก และใส่ลงในภาชนะฐาน จากนั้นเทน้ำใส่ในถุงพลาสติก (ถุงที่ใส่ซองร้อน) ให้ได้ปริมาณ 100 มล. แล้วเทลงในภาชนะฐาน ตามด้วยการวางถาดอาหารลงในภาชนะฐาน เทน้ำซุปลงในถาดอาหาร และปิดฝาแล้วรอประมาณ 15 นาที ก็พร้อมทาน

เมนูหม้อไฟญี่ปุ่นแบบอุ่นร้อนเองได้ พร้อมส่งตรงถึงบ้านแล้ววันนี้ ที่ “โออิชิ เดลิเวอรี่” โทร. 1773 หรือคลิก OISHIDELIVERY.com นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางอื่นๆ ทั้งเว็บไซต์ SHOPTEENEE.com และแอปฯ foodpanda, GrabFood หรือ LINE MAN

เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน ณ ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น + บาร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649119

วันที่ 29 มี.ค. 2564 เวลา 12:06 น.เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน ณ ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น + บาร์โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ชวนทุกคนพาตัวเองออกมาจากบรรยากาศแสนเครียดจากการทำงานและมาอิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันสุดพิเศษ ณ ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น + บาร์

มาร่วมเปิดประสบการณ์กับครัวเปิดที่มาพร้อมกับอาหารชั้นเลิศจากหลากหลายประเทศมารวมกัน อาทิ อาหารไทย อาหารเอเชีย อาหารตะวันตก ของหวาน และอื่นๆ อีกมากมาย

เพลิดเพลินไปกับอาหารที่คัดสรรวัตถุดิบมาอย่างดีประกอบไปด้วย อาหารทะเลสด เช่น ปูม้า หอยนางรม โคลด์คัทพร้อม ชีสระดับพรีเมี่ยม อาหารญี่ปุ่นอย่างซูชิ ซาซิมิ และพาสต้าทำสด สำหรับท่านที่ชอบทานเนื้อก็สามารถเลือกลิ้มลอง หมูกรอบ เนื้อออสเตรเลียย่างถ่าน ขาแกะ นอกจากนี้ยังมีสเตชั่นอาหารไทยแท้พร้อมเสิร์ฟอีกมากมายอาทิ ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ส้มตำไก่ย่าง และปิดท้ายด้วยของหวานอาทิ ไอศกรีม เค้ก และทาร์ต

บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน ณ ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น + บาร์ ให้บริการทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์เวลา 11.30 -14.30 น. ในราคา 998++ บาทต่อท่าน สำรองที่นั่งหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. +66 (2) 059 5999 หรืออีเมล restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/GojiKitchenAndBar หรือไลน์ @gojikitchenbar