สังสรรค์บนสวรรค์ชั้นดาดฟ้า @Cooling Tower Rooftop Bar #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634856

วันที่ 07 ต.ค. 2563 เวลา 16:50 น.สังสรรค์บนสวรรค์ชั้นดาดฟ้า @Cooling Tower Rooftop Barชวนชิลล์บนตึกระฟ้า จิบค็อกเทลเย็นๆ ลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ พร้อมชมวิวอันงดงามของท้องฟ้าใจกลางมหานคร @Cooling Tower Rooftop Bar โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท

กินเที่ยวครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ ชวนทุกคนไปเปิดประสบการณ์ใหม่บนที่สูง ณ Cooling Tower Rooftop Bar (คูลลิ่ง ทาวเวอร์ รูฟท็อป บาร์) บาร์บนชั้นดาดฟ้าใจกลางสุขุมวิท ที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับการจิบค็อกเทลสูตรเฉพาะ พร้อมอาหารชั้นเลิศและวิวทิวทัศน์อันงดงาม

สำหรับ Cooling Tower Rooftop Bar ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวและมีระดับ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์เพื่อไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง ตกแต่งร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสบายๆ โดยหากแปลตรงตัวตามชื่อ Cooling Tower Rooftop Bar ก็คือสถานที่ที่อากาศ น้ำ และความร้อน มาพบกันแล้วแปรเปลี่ยนเป็นความเย็น สถานที่แห่งนี้จึงมีบรรยากาศตรงตามคอนเซ็ปต์ ทั้งความเย็นของแรงลมด้วยการเป็นบาร์ที่เปิดโล่งบนชั้นดาดฟ้า ผสานแสงแดดอ่อนๆ ยามอาทิตย์จะลับขอบฟ้า เพียบพร้อมด้วยค็อกเทลเย็นๆ สูตรเฉพาะที่มิกซ์โซโลจิสต์รังสรรค์ขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวการออกแบบตกแต่งสถานที่ และอาหารชั้นเลิศ เพื่อความเพลิดเพลินสุดผ่อนคลายของทุกคน

ดื่มกินให้เต็มอรรถรสด้วยม็อกเทล ค็อกเทล ซอฟต์ดริ้งค์ เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มต่างๆ พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารจานแชร์ริ่ง เอร็ดอร่อยกับเมนูทาปาส อาหารว่าง ของทอด และอาหารจานโปรดประเภทปิ้งย่าง เพิ่มอรรถรสยิ่งขึ้นด้วยเสียงเพลงจากดีเจที่คอยเปิดเพลงเติมเต็มความสุขตลอดค่ำคืน

แฮงค์เอ้าท์ครั้งต่อไปไม่อยากเอ้าท์ ไปกันได้ที่ Cooling Tower Rooftop Bar โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นดาดฟ้าสูงสุดของโรงแรม เปิดให้ดื่มด่ำช่วงเวลาสุดแสนพิเศษ ทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึงเที่ยงคืน อาหารจานหลักให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. และเมนูของว่างตั้งแต่เวลา 17.00-22.30 น. ช่วงแฮปปี้อาวร์ เปิดบริการเวลา 17:30- 19:30 น. ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับค็อกเทล ไวน์ เบียร์ขวดและเบียร์สด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ รับส่วนลด 20% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไข สอบถามข้อมูลและสำรองที่นั่ง: +66 2 090-7888 หรือ FBreservations@carltonhotel.co.th

Sweet In Your Area รวมร้านดังเอาใจสายหวาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634878

วันที่ 07 ต.ค. 2563 เวลา 10:10 น.Sweet In Your Area รวมร้านดังเอาใจสายหวานศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เอาใจสายหวาน จัดงาน “Sweet In Your Area” รวมร้านดัง อร่อยฟินทั้งไอศกรีม เบเกอรี่ ขนมหวาน 6-12 ต.ค.นี้ ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น G

ความหวานกำลังมาเยือน! ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จัดงาน “Sweet In Your Area” รวบรวมขนมนานาชนิดจากร้านดังมากมายไว้ที่นี่ที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นขนมหวานแบบไทยๆ ไปจนถึงหวานแบบอินเตอร์จากญี่ปุ่น สิงคโปร์ อังกฤษ พร้อมมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ให้ได้แชะลงโซเชียลกัน มาเติมความหวานกันได้ ระหว่างวันนี้-12 ตุลาคมนี้ ที่บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ร้านเบเกอรี่ ไอศกรีม เครื่องดื่ม และขนมหวานสุดอร่อยหลากหลายสไตล์ ที่ส่งมายั่วใจสายหวาน ได้แก่ SO DOUGH ร้านโดนัทสุดฮอต จากครัวเบเกอรี่โรงแรม Dwella Suvarnabhumi ที่มาพร้อมกับโดนัทนุ่มนิ่ม ละมุนลิ้น เสิร์ฟพร้อมดิปหลากรสให้เลือกชิม, Scones’ n Me พร้อมเสิร์ฟ ความหอม อร่อย อบ สด ใหม่ ของสโคน ในสไตล์อังกฤษแท้ๆ, Ya Kun Kaya Toast ร้านกาแฟและขนมปังสัญชาติสิงคโปร์อันเลื่องชื่อ ที่มีขนมปังซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดอย่าง ขนมปังปิ้งไส้สังขยาสไตล์สิงคโปร์ รับประทานพร้อม

ชาร้อนรสชาติกลมกล่อม และมีความหอมอบอวลที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ส่วนสายขนมไทยต้อง SANE CAFE (เสน่ห์ คาเฟ่) คาเฟ่ขนมไทยหนึ่งเดียวในย่านถนนข้าวสาร กับขนมไทยโบราณหารับประทานได้ยาก นำมาประยุกต์รูปลักษณ์แบบใหม่ แต่ยังคงรสชาติที่เป็นแบบไทยแท้ดั้งเดิม ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช ที่นำความอร่อยของขนมปังสูตร 30 ปี มาให้ลิ้มลองความกรอบนอกนุ่มใน ไส้ทะลักหลากหลายรสชาติให้เลือก โดยเฉพาะสูตรเนย หอม กรอบ อร่อยแบบสุดๆ และ GOZ Bakery บราวนี่ฟัดจ์ มีไส้ ที่มีรสชาติเข้มข้นสุดๆ หวานกำลังดี คัดสรรแต่เฉพาะวัตถุดิบเกรดpremium มาทำเป็นขนมบราวนี่แสนอร่อย มีหลากหลายรสชาติให้ได้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นช๊อคโกแลตแท้ หรือชาเขียวเกรดพรีเมี่ยม ที่นำเข้าจาก Uji ประเทศญี่ปุ่น

สายหวานที่ต้องการความเฮลตี้ต้องมา! Bake A Wish Japanese Homemade Cake โฮมเมด เบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นที่มีสูตรเบเกอรี่อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเมืองโกเบ เป็นเฮลตี้เบเกอรี่เหมาะสำหรับลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย, The Pia House ขนมเปี๊ยะปิ้งโฮมเมดเพื่อสุขภาพ แป้งบางหวานน้อย ไม่มีส่วนผสมของนม เนย ไข่ ปราศจากไขมันทรานส์ และแคลอรี่น้อยกว่าขนมเปี๊ยะทั่วไป, FARMER’S GRAIN กราโนล่าโอ๊ตอบกรอบเพื่อคนลดน้ำหนัก สดใหม่จากเตาบ้านลุงฟาร์มเมอร์ ที่ทำกราโนล่าด้วยความรักและห่วงใยในสุขภาพ อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ รับประทานง่าย พกพาสะดวก

คนรักไอศกรีมห้ามพลาดเช่นกัน กับ YUANYUAN ร้านไอศกรีมสไตล์โฮมเมดจากย่านเยาวราช ไฮไลต์ที่ไอศกรีมน้ำเต้าหู้ ที่มีรสชาติกลมกล่อม หวานกำลังดี และไอศกรีมมะพร้าว รสนัวอร่อย หวาน มัน, MOMO STORY By KYO ROLL EN นำเสนอครั้งแรก! ของความอร่อยใหม่สุดเฮลตี้ ของซอฟต์ครีมรสชาติใหม่ รสพีชญี่ปุ่น “โมโม” สูตร Low Fat-Low Sugar หวานน้อย ไขมันต่ำ กลิ่นหอม รสหวานอมเปรี้ยวจากพีชและโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพ

สายผลไม้มาฟินได้กับ DIAMOGLACE กับเมนูของหวานสุดฮิต “สตรอว์เบอร์รี่เคลือบน้ำตาลกรอบ” สตรีทฟู้ดยอดนิยมในแถบทวีปเอเชีย และ YUZU HOUSE by Honey moni มาพร้อมผลิตภัณฑ์คุณภาพจากส้มยูซุ คั้นสดจากผล แช่แข็งส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มยอดนิยม จาก BOBAABAR เครื่องดื่มทุกเมนูปราศจากครีมเทียม นมข้น ใช้ใบชาและวัตถุดิบพรีเมียม ลูกค้าสามารถเลือกเปลี่ยนนมเป็นแบบไขมันต่ำ นมถั่วเหลือง หรือนม อัลมอนด์ได้ตามต้องการ และสามารถเลือกน้ำตาลแคลน้อยได้ โดยสามารถเลือกความหวานได้ตั้งแต่ 0-100%

ใครรู้ตัวว่าเป็นสายหวานตัวจริง ต้องไม่พลาดมาฟินที่งาน Sweet In Your Area ระหว่างวันนี้-12 ตุลาคมนี้ ที่บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

‘หงเปา’ จัดโปรสุดคุ้มบุฟเฟ่ต์ติ่มซำอร่อยล้ำๆ กว่า 40 เมนู ในราคาเพียง 699 บาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634841

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 18:18 น.‘หงเปา’ จัดโปรสุดคุ้มบุฟเฟ่ต์ติ่มซำอร่อยล้ำๆ กว่า 40 เมนู ในราคาเพียง 699 บาทครั้งแรกและครั้งเดียวในรอบทศวรรษของ ‘หงเปา’ ร้านอาหารจีนพรีเมียมสไตล์กวางตุ้งสูตรต้นตำรับ กับ ‘บุฟเฟต์ติ่มซำ’ อิ่มอร่อยไม่อั้นกับพาเหรดติ่มซำคำโตๆ ตอกย้ำสโลแกน The Best Dim Sum in Town

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ไม่มาครั้งนี้ถือว่าพลาดเรื่องดีๆ อย่างแน่นอน สำหรับโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ติ่มซำจากร้าน หงเปา (Hong Bao) ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งสูตรต้นตำรับแท้ๆ ที่ปักหมุดในประเทศไทยมาเกือบทศวรรษ  ขึ้นชื่อด้านติ่มซำและความอร่อยของเมนูอาหารแดนมังกร จากฝีมือของทีมเชฟมากประสบการณ์ที่ส่งตรงจากมาเก๊าและกวางตุ้ง และครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ พามาที่สาขาสิงห์ คอมเพล็กซ์ หนึ่งใน 2 สาขากลางกรุงที่เปิดให้บริการในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ (สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 4 และสาขาตึกสิงห์ คอมเพล็กซ์ ชั้น 2) จากหงเปาทั้งหมด 8 สาขาในกรุงเทพฯ และอีก 1 สาขาใน จ.ภูเก็ต

สำหรับชื่อ “หงเปา” เป็นคำในภาษาจีน มีความหมายว่า “ซองแดง” ซองที่มีเงินของขวัญบรรจุอยู่ภายใน มอบให้กันในช่วงเทศกาลสำคัญ หรือที่พวกเราคุ้นเคยกันในนาม “อั่งเปา” นั่นเอง ร้านหงเปามาในสโลแกนที่ว่า The Best Dim Sum in Town ซึ่งนอกจากมาตรฐานในเรื่องรสชาติความอร่อยเพราะทุกเมนูทำสดใหม่ทุกวัน ความพิถีพิถันในการเลือกสรรวัตถุดิบ และบริการชั้นเลิศแล้ว หงเปายังมาในราคาที่สมเหตุสมผล ส่วนทางด้านการตกแต่ง ที่สาขานี้ตกแต่งในสไตล์ไชนีสโมเดิร์น รายล้อมด้วยบรรยากาศสวยงาม มีการผสมผสานวัฒนธรรมจีนและความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เน้นงานไม้ล้อกันโทนสีน้ำตาลของเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ สามารถรองรับลูกค้าได้กว่า 80 ที่นั่ง

ส่วนทางด้านความอร่อยในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ หงเปาจัดมาให้เต็มอิ่มกว่า 40 เมนู สนนราคาสุทธิเพียง 699 บาท (1 ชั่วโมง 30 นาที) เฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ ไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สำหรับเด็กความสูงต่ำกว่า 110 cm ทานฟรี เริ่มกันที่เมนูที่ทุกโต๊ะต้องสั่งอย่าง ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งกรอบ เมนูที่ผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอน บวกกับความชำนาญของเชฟ ก่อนทานราดด้วยซอสซีอิ้วสูตรหงเปา…เข้ากั๊นเข้ากัน ตามด้วย ก๋วยเตี๋ยวหลอดเป็ดย่าง และก๋วยเตี๋ยวหลอดหมูอบน้ำแดง

อร่อยกันต่อกับเมนูติ่มซำ อาทิ ฮะเก๋าปู ขนมจีบกุ้ง เซี่ยงไฮ้เสี่ยวหลงเปา ฟองเต้าหู้ห่อหมูนึ่งน้ำแดง เกี๊ยวหมูกุยช่ายนึ่ง เกี๊ยวนึ่งผักปวยเล้งกับหอยเชลล์ ขาไก่นึ่งเต้าซี่ ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่และพริก รสชาติหวานๆ เผ็ดๆ อร่อยเด็ดเลยทีเดียว

ด้านของทอดต้องสั่ง เปาะเปี๊ยะไส้กุ้งและเห็ดทรัฟเฟิล เมนูฟิวชั่นที่ใช้กุ้งแชบ๊วยมาจับคู่กับทรัฟเฟิล เปาะเปี๊ยะสูตรเด็ดที่ทางร้านครีเอทขึ้นเองตามความชอบของเจ้าของร้าน ทอดมากรอบๆ ฟูๆ เสิร์ฟคู่ซอสทรัฟเฟิลหอมๆ ฟินต่อกับ เปาะเปี๊ยะทอดไส้เป็ดย่าง สลัดทะเลทอด เกี๊ยวกุ้งทอดวาซาบิ เกี๊ยวทอดไส้หมูและกุยช่าย ทอดมันปลาหมึก ขนมผักกาดทอด และข้าวเหนียวทอดสูตรโบราณ หน้าตาคล้ายแครอทกรอบอร่อย

เมนูซาลาเปาแป้งหนา นุ่มกว่า ฟูกว่า นึ่งมาร้อนๆ อัดแน่นด้วยไส้หมูแดงชุ่มฉ่ำ ปิดท้ายด้วยเมนูหวานกันบ้างกับ ซาลาเปาไส้เม็ดบัว ซาลาเปาไข่เค็มลาวา เสิร์ฟมาร้อนๆ ลาวาไหลเยิ้มๆ ฟินสุดๆ ไปเลย สุดท้ายต้องบอกว่ากลับบ้านไม่ได้ หากยังไม่ได้ลองชิม มาลัยโก๊ะ แป้งนึ่งสีน้ำตาล หอม ฟู ทำจากน้ำตาลทรายแดง คล้ายขนมสาลี่แต่ดีกรีความอร่อยล้ำกว่าเยอะ

ก่อนกินเจปีนี้ ไปกินบุฟเฟ่ต์ติ่มซำอร่อยๆ กันได้ที่ร้าน ‘หงเปา’ สาขาตึกสิงห์ คอมเพล็กซ์ ชั้น 2 และสาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 4 สำหรับคนที่แชร์โพสโปรโมทบุฟเฟ่ติ่มซำจากหน้าเพจ Facebook หงเปา รับฟรี Refill ชามะลิ หรือเก็กฮวย และพิเศษ! สำหรับสาขาสิงห์ คอมเพล็กซ์ รับฟรี เป็ดย่างหงเปา 1 จาน เมื่อมาทานบุฟเฟต์ติ่มซำ 4 ท่านขึ้นไป โปรโมชั่นเริ่มแล้ววันนี้-16 ตุลาคม 2563 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้น วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ที่พักแห่งใหม่ใจกลางพัทยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634708

วันที่ 05 ต.ค. 2563 เวลา 11:11 น.เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ที่พักแห่งใหม่ใจกลางพัทยาเบสท์เวสเทิร์น โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ในพัทยา “เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น” ใช้ชีวิตให้เป็น…ความสุขก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม

ขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว สำหรับ เบสท์เวสเทิร์น โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ซึ่งล่าสุดถือฤกษ์ดีวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ปักหมุดสร้างแลนด์มาร์คในเมืองพัทยาด้วยการเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ล่าสุด ในชื่อ “เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น” ที่พักแห่งใหม่ใจกลางเมืองแห่งสีสันในภาคตะวันออก

ที่นี่เป็นโรงแรมขนาดกลางที่ให้บริการห้องพักและห้องสวีทรวม 164 ห้อง ทุกห้องถูกออกแบบตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัย ไล่โทนสีฟ้า สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความเป็นเมืองทะเล มีภาพกราฟิตี้ที่มองผ่านช่องบันไดสีแดง ซึ่งเป็นอีกมุมถ่ายภาพที่สายอาร์ทต้องชอบ พร้อมรองรับคนยุคดิจิทัลด้วยอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ส่วนเรื่องของสุขอนามัยก็ไม่ต้องกังวล เพราะที่นี่มีมาตรการคัดกรองให้ผู้ใช้บริการอุ่นใจ ทั้งการตรวจวัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบออโต้ที่มีให้บริการตามจุดต่างๆ และการเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย

ภายในโรงแรมครอบคลุมด้วยบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ร้านอาหารริมสระ “XSO Kitchen” ให้บริการอาหารไทยและนานาชาติรสชาติอร่อย พร้อมเสิร์ฟทั้งมื้อเช้า กลางวัน และมื้อเย็น ส่วนบริเวณล็อบบี้มี “Exe Bar” บาร์ที่ให้บริการเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวหลากหลาย  

พลาดไม่ได้กับการแหวกว่ายในสระว่ายน้ำ ที่รองรับสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมมีเก้าอี้และเตียงนอนคอยให้บริการ

ส่วนที่ชั้นสองมีฟิตเนสเซ็นเตอร์ เอาใจสายฟิตและคนรักสุขภาพ พร้อมทั้งห้องเสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก ตอบโจทย์สมาชิกทุกคนในครอบครัว

“พวกเรามีความยินดีที่มีโอกาสได้ต้อนรับและให้บริการผู้เข้าพักและนักเดินทางทุกท่านด้วยมาตรฐานสากลอันเยี่ยมยอดในแบบฉบับของเบสท์เวสเทิร์น ณ เมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองแห่งสีสันและเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เพียงไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพ ท่านก็สามารถเดินทางมาพักผ่อนคลายในบรรยากาศริมทะเลที่พัทยาได้ และยังมีกิจกรรมที่หลากหลายให้ได้เลือกทำตามความชื่นชอบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว และยังสะดวกสบายสำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปยังนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ไม่ไกลจากพัทยาอีกด้วย” โอลิเวียร์ แบร์ริแวง ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาคเอเชีย บีดับเบิลยูเอช โฮเทล กรุ๊ป กล่าว

สำหรับโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ตั้งอยู่บนทำเลที่แสนสะดวกดวกสบายใจกลางเมือง บนถนนพัทยาเหนือ ใกล้กับหาดพัทยา และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สามารถเลือกทำกิจกรรมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า สวนน้ำ และสนามกอล์ฟชื่อดัง เหมาะสำหรับทั้งการพักผ่อนหลังจากการทำงานหรือผ่อนคลายในวันหยุดแสนสบาย อยู่ห่างจากกรุงเทพเพียง 2 ชั่วโมง โดยรถยนต์ หรือเพียง 1.30 ชั่วโมงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ 40 นาทีจากท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา

นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะทำให้การเดินทางไปยังพัทยาสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในอนาคต เพื่อรองรับนักเดินทางและตอบโจทย์การเข้าพักที่หลากหลายมากขึ้น เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ยังมีอีก 2 โรงแรมที่อยู่ในแผนดำเนินงานในระยะต่อไป ได้แก่ โรงแรมบลูเฟียร์ บีดับเบิลยู พรีเมียร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์เวสเทิร์น และโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พรีเมียร์ เบย์เฟียร์ พัทยา

ปัจจุบันเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ทมีโรงแรมในประเทศไทยทั้งหมด 14 แห่ง นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์โรงแรมชั้นนำในประเทศไทย นำเสนอหลากหลายโรงแรมและรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวและนักเดินทางได้เลือกเข้าพักตามความต้องการในจังหวัดและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ อาทิ กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี และพัทยา เป็นต้น

อยากสัมผัสความสุขในวันพักผ่อนแบบนี้ มาได้ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ถนนพัทยาเหนือ สอบถามรายละเอียดและสำรองห้องพักได้ที่ โทร +66 33 112 999 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.bestwesternasia.com

ลูน่า ลาไนย์ ระเบียงจันทร์โฉมใหม่ไฉไลกว่า มาพร้อมโปรจัดเต็ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634281

วันที่ 30 ก.ย. 2563 เวลา 09:09 น.ลูน่า ลาไนย์ ระเบียงจันทร์โฉมใหม่ไฉไลกว่า มาพร้อมโปรจัดเต็มประเดิมความไฉไลของห้องอาหารริมทะเล “ลูน่า ลาไนย์ (Luna Lanai)” บีชคลับโฉมใหม่ในรีสอร์ทหรูริมชายหาดชะอำ-หัวหิน @เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา

โพสต์ทูเดย์ ครั้งนี้ เรามากันที่ “ลูน่า ลาไนย์ (Luna Lanai)” ห้องอาหารริมทะเลสไตล์บีชคลับที่มีการปรับรูปโฉมใหม่ ให้อะไรๆ มากกว่า ทั้งให้ความชิลกว่าด้วยบรรยากาษที่นั่งชิลที่มีให้เลือกหลายโซน ทั้งโซนบาร์ในห้องปรับอากาศเพดานสูง ล้อมรอบด้วยประตูกระจกใส ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และที่นั่งสีฟ้าน้ำทะเลสดใสไล่ระดับ กระเบื้องสีทราย พร้อมแสงไฟจากโคมไฟ พบกับบาร์เแบบโมเดิร์น พร้อมเพลิดเพลินกับการมองบาร์เทนเดอร์ไปพลางๆ

หรือจะเลือกนั่งด้านนอกสูดอากาศบริสุทธิ์ อิ่มเอมไปกับสายลม แสงแดด และสีฟ้าครามของท้องทะเลอ่าวไทยกับวิวหาดทรายสีขาวทอดยาวแบบพาโนราม่า ส่วนใครที่อยากได้ความผ่อนคลาย เอนกายสบายๆ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ เลือกที่นั่งเป็นโซนเอาท์ดอร์กลางแจ้ง ที่มีทั้งเตียงอาบแดด โต๊ะพร้อมร่มบังแดดสีสันสดใสให้นั่งจิบชายามบ่าย พร้อมสัมผัสความสวยงามของวิวทะเลอย่างใกล้ชิด สำหรับที่นี่มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ หลายมุม อาทิ กาเซโบ้ขนาดใหญ่ และเตียงอาบแดดคู่กับร่มสีฟ้าชิคๆ ที่มีฉากหลังเป็นสระว่ายน้ำสไตล์ลากูน พร้อมให้กระโดดลงไปดับร้อนกับครอบครัว ผองเพื่อน หรือคนรู้ใจ

ทางด้านอาหารและเครื่องดื่ม ห้องอาหารลูน่า ลาไนย์ จัดมาให้ครบ ทั้งค็อกเทล ม็อกเทลสีสันสดใส น้ำผลไม้สด มะพร้าวน้ำหอมเติมความสดชื่นเข้ากับบรรยากาศทะเล มีอาหารไทย รวมถึงซีฟู้ดสดใหม่ที่ส่งตรงจากเรือชาวประมง และวัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อใช้รังสรรค์เมนูพื้นบ้านที่หาทานไม่ได้ทั่วไป 

ซิกเนเจอร์เมนูที่มาแล้วห้ามพลาด จานแรกยกให้ แกงคั่วสับปะรดทะเล (380 บาท) เสิร์ฟมาในลูกสับปะรด รูปสวยรวยรส กินจนหมดไม่มีเหลือ ต่อด้วย ยำกุ้งฟู เนื้อกุ้งล้วนๆ ชุปแปงบางๆ ทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน และ ปลากระพงทอดน้ำปลา (690 บาท) มาพร้อมกับมะม่วงสับสามรส และน้ำยำรสเด็ด สูตรเฉพาะของลูน่า ลาไนย์

ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย (370 บาท)

ผัดกะเพราเนื้อแก้มวัว (390 บาท)

ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ (390 บาท)

ทิรามิสุไอศครีมวานิลลา (220 บาท)

พลาดไม่ได้อาหารตะวันตกที่ขึ้นชื่อ อาทิ ซี่โครงแกะออสเตรเลียย่าง (890 บาท) สเต๊กเนื้อสันในออสเตรเลีย สเต๊กอกไก่ย่าง (420 บาท) พาสต้าสไตล์โฮมเมด หรือจะเลือกอิ่มอร่อยไปกับรสชาติสดใหม่จากทะเลกับซีฟู้ดแพลทเตอร์ ทะเลรวมเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดรสชาติจัดจ้านจากรสมือแม่ครัวมือหนึ่ง

ปรับโฉมใหม่ทั้งทีต้องให้มากกว่าด้วยโปรโมชั่น TGIF – Thanks God It’s Friday ทุกเย็นวันศุกร์ ดื่มด่ำกับเครื่องดื่ม เบียร์ ไวน์ สปาร์กลิงไวน์ ฟรีโฟลว์ พร้อมคานาเป้ที่มีให้เลือกหลากหลาย ไลฟ์สเตชั่นพาสต้า และข้าวริซอตโต้สไตล์โฮมเมดที่เชฟมาปรุงให้อย่างพิถีพิถัน 2 ชั่วโมงเต็ม กินได้ไม่อั้น ตั้งแต่เวลา 18.00–20.00 น. ในราคาเพียง 790 บาทสุทธิต่อคน

ส่วนทุกเย็นวันเสาร์ เพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความสุขสุดสัปดาห์กับคนรู้ใจหรือกลุ่มเพื่อน จิบเครื่องดื่มแก้วโปรด สนุกกับเสียงเพลงไลฟ์ดีเจมันส์ๆ กับ ลูน่า บีท (Luna Beat) ตั้งแต่เวลา 16.00–18.00 น.

ต่อด้วยโปรชุดอาหารทะเลปิ้งย่างเตาถ่าน Catch of the Day Chill & Grill ที่มีเชฟมาปรุงอาหารให้ตามที่คุณต้องการ ในบรรยากาศชิลๆ ริมทะเล ให้คุณได้เลือกอิ่มอร่อย กุ้ง ปลาหมึก ปลากะพง ปูม้า ปูเนื้อ ราคาเริ่มต้นเซ็ตละ 1,200 บาท และ 1,900 บาท ตั้งแต่ 18.00-22.00 น.

ปิดท้ายด้วยโปรโมชั่นเพื่อคนพิเศษ ไพรเวทบาร์บีคิว สัมผัสประสบการณ์รับประทานอาหารบนชายหาดในบรรยากาศส่วนตัว พร้อมตกแต่งในธีมที่ต้องการ หรือจะรับประทานบาร์บีคิวปิ้งย่างกับคนที่คุณรัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัว  สามารถเลือกอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารทะเลสดๆ หรือเนื้อพรีเมียมที่มีให้เลือกหลากหลาย  พร้อมเชฟและบริกรส่วนตัว ราคาเริ่มต้นสำหรับ 2 คน เพียง 9,900 บาทสุทธิ นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังสามารถเนรมิตรดินเนอร์สุดโรแมนติก หรือจัดงานเลี้ยงในโอกาสพิเศษต่างๆ อีกด้วย

ไม่อยากพลาดเรื่องดีๆ แบบนี้ ไปกันได้ที่ ห้องอาหาร ลูน่า ลาไนย์ (Luna Lanai) โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา สอบถามโทร. (0) 32 708000 ดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ www.marriott.com/hhqsi , เว็บไซต์ภาษาไทย www.sheratonhuahin.co.th , เฟสบุ๊ค Sheratonhuahin , อินสตาแกรม Sheratonhuahin

กะเพราบุญหนักหน้าเนื้อวากิว อร่อยเป็น “บุญปาก” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634117

วันที่ 28 ก.ย. 2563 เวลา 19:30 น. กะเพราบุญหนักหน้าเนื้อวากิว อร่อยเป็น “บุญปาก”บุญใดเล่าจะเท่า “บุญปาก” กะเพราบุญหนักหน้าเนื้อวากิว@Groove เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1

 กะเพราบุญหนักหน้าเนื้อวากิว อร่อยเป็น “บุญปาก”

https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F102350408049048%2Fvideos%2F347785433043474%2F&show_text=1&width=560

อร่อยฟินกับอาหารจานเดียวที่เราคุ้นเคยแต่รสชาติไม่ธรรมดารังสรรค์แบบสไตล์เฉพาะตัว ทั้งเมนูกะเพรา ก๋วยเตี๋ยวเรือ เมี่ยงปลาทู เมนูชูโรง- กะเพราบุญหนักหน้าเนื้อวากิว ข้าวผัดกะเพราแบบแห้ง เลือกกะเพราสูตรไทยเดิม เนื้อวากิวย่างชิ้นหนานุ่มเสริม พร้อมไข่ดาว กะเพราสูตรไทยจีน ผัดแบบชุ่มฉ่ราดบนข้าวสวย อร่อยรสเข้มข้นแบบขั้นกว่า

ก๋วยเตี๋ยวเรือสิริมงคลน้ำตกวากิว เมี่ยงปลาทู เลือกใช้ปลาทูทอดตัวโตๆ ถอดก้างมาให้กินง่าย มาพร้อมกับเครื่องเคียงสมุนไพร

ร้านบุญปาก อยู่ที่โซน Groove ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 เปิดทุกวัน 10:00-16:00 น.

เช็กอินอุดรฯ ดินแดนแห่งศรัทธา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634065

วันที่ 27 ก.ย. 2563 เวลา 09:44 น.เช็กอินอุดรฯ ดินแดนแห่งศรัทธาโพสต์ทูเดย์พาไปรู้จัก “อุดรธานี” ให้มากขึ้น พร้อมชม 6 สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในจังหวัดสะอาดประจำปี 2563 พาเยือนดินแดนศักด์สิทธิ์ สักการะพญานาคราช ‘ปู่ศรีสุทโธ’ ล่องแพ ‘น้ำพาน’ ชมดอกไม้บาน ‘ปทุมมา’ แวะสปาแหล่ง ‘เกลือสินเธาว์’ ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน

“กรมหลวงประจักษ์ฯ สร้างเมือง ลือเลื่องแหล่งธรรมะ อารยธรรมห้าพันปี ธานีผ้าหมี่ขิด

ธรรมชาติเนรมิตทะเลบัวแดง แรงศรัทธาศรีสุทโธ ปทุมมาคำชะโนด”

เริ่มด้วยคำขวัญประจำ “จังหวัดอุดรธานี” จังหวัดที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และอีกไฮไลท์คือการเป็นดินแดนแห่งวัดป่า ประตูสู่ประเทศลาว ดินแดนอินโดจีน และดินแดนที่มีอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา และมีหัตถกรรมผ้าขิตที่มีชื่อเสียงขจรขจาย

เดิมทีพื้นที่จังหวัดอุดรธานีเป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 5,000-7,000 ปี โดยมีหลักฐานจากการค้นพบที่บ้านเชียงอำเภอหนองหาน และภาพเขียนสีบนผนังถ้ำที่อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานีมีอารยธรรมความเจริญในระดับสูง โดยเฉพาะลวดลายของเครื่องปั้นดินเผา สีลายเส้นที่บ้านเชียงที่มีการสันนิษฐานว่าแสดงถึงอายุของอารยธรรมที่อาจจะเก่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

หลังจากยุคบ้านเชียงแล้ว ที่นี่ก็ยังคงเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ กระทั่งล่วงเข้าสมัยทวาราวดี (พ.ศ.1200-1600) สมัยลพบุรี (พ.ศ.1200-1800) และสมัยสุโขทัย (พ.ศ.1800-2000) จากหลักฐานที่พบคือใบเสมาสมัยทวาราวดีลพบุรี และภาพเขียนปูนบนผนังโบสถ์ที่ปรักหักพังบริเวณเทือกเขาภูพานใกล้วัดพระพุทธบาทบัวบก อำเภอบ้านผือ แต่ก็ยังไม่ปรากฏชื่ออุดรธานีในประวัติศาสตร์แต่อย่างใด

จังหวัดอุดรธานี เริ่มปรากฏในประวัติศาสตร์ ราวปี พ.ศ.2117 ครั้งพระเจ้ากรุงหงสาวดีได้ทรงเกณฑ์ทัพไทยให้ไปช่วยตีกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) โดยให้สมเด็จพระมหาธรรมราชา กับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยกทัพไปช่วยรบ แต่เมื่อกองทัพไทยมาถึงเมืองหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองเวียงจันทน์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประชวรด้วยไข้ทรพิษจึงยกทัพกลับ และเมืองหนองบัวลำภูนี้เองสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ

ในปี พ.ศ. 2428 เมืองอุดรธานีปรากฎอยู่ในชื่อ “บ้านหมากแข้ง” หรือ “บ้านเดื่อหมากแข้ง” อยู่ในสังกัดเมืองหนองคายขึ้นอยู่กับการปกครองกับมณฑลลาวพวนโดยสมัยนั้นพวกฮ่อได้รวมตัวก่อการร้ายกำเริบเสิบสานขึ้นอีกในมณฑลลาวพวนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงและมีท่าทีจะรุนแรงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้และเจ้าหมื่นไวยวรนาถเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือไปทำการปราบปรามพวกฮ่อ

ภายหลังการปราบปรามฮ่อสงบแล้ว ไทยมีกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส เนื่องจากฝรั่งเศสต้องการลาว เขมร ญวน เป็นอาณานิคม เรียกว่า “กรณีพิพาท ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436)” ด้วยพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงยอมเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาประเทศไว้ จึงทรงสละดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส และตามสนธิสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ มีเงื่อนไขห้ามประเทศสยามตั้งกองทหารและป้อมปราการอยู่ในรัศมี 25 กิโลเมตรของฝั่งแม่น้ำโขง หน่วยทหารไทยที่ตั้งประอยู่ที่เมืองหนองคายอันเป็นเมืองศูนย์กลางของหัวเมือง หรือมณฑลลาวพวน ซึ่งมีกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นข้าหลวงใหญ่สำเร็จราชการ จำต้องอพยพเคลื่อนย้ายลึกเข้ามาจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อบ้านเดื่อหมากแข้ง (ซึ่งเป็นที่ตั้งจังหวัดอุดรธานีปัจจุบัน)

เมื่อทรงพิจารณาเห็นว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีชัยภูมิเหมาะสม เพราะมีแหล่งน้ำดี กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ทรงบัญชาให้ตั้งศูนย์มณฑลลาวพวน และตั้งกองทหารขึ้น ณ หมู่บ้านเดื่อหมากแข้ง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีกระแสพระบรมราชโองการให้จัดตั้งเมือง “อุดรธานี” ขึ้นที่บ้านหมากแข้ง อยู่ในการปกครองของมณฑลอุดร หลังการเปลื่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2475 แล้วได้มีการปรับปรุงระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ยกเลิกการปกครองในระบบมณฑลในส่วนภูมิภาค ยังคงเหลือเฉพาะจังหวัดและอำเภอเท่านั้น มณฑลอุดรจึงถูกยุบเลิกไปเหลือเพียง “จังหวัดอุดรธานี” สืบมา

…เล่าย้อนถึงที่มากันแล้ว ก็ขอพาทัวร์แหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่น่าสนใจแหล่งใหม่ๆ ของจังหวัดอุดรธานีเลยแล้วกัน

เริ่มกันที่ วังนาคินทร์ คำชะโนด

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงให้ความเคารพนับถือ ตั้งอยู่ที่วัดศิริสุทโธ ตำบลวังทอง เชื่อว่าเป็นประตูสู่เมืองบาดาล  มีตำนานเกี่ยวกับพญานาคตามความเชื่อของชาวอีสานและชาวลาว  ปัจจุบันบริเวณดังกล่าวมีต้นชะโนดขึ้นปกคลุมหนาแน่น โดยลักษณะของต้นชะโนดคือ ลำต้นสูงคล้ายมะพร้าว ผลเหมือนลูกหมาก ส่วนใบเหมือนต้นตาล ภายในคำชะโนดมีต้นชะโนดรวม 1,865 ต้น เป็นสถานที่ประดิษฐานศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีประทุม ต้นมะเดื่อยักษ์ และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้คนต่างมาขอพรและสมหวังดั่งปรารถนากันมากมาย

ปัจจุบันคำชะโนดเพิ่มมาตรการคัดกรอง และคำนึงถึงเรื่องความสะอาดแ สุขลักษณะ มีการฉีดพ่น้ำยาฆ่าเชื้อ การจำกัดผู้เข้าไปภายในเป็นรอบๆ รวมถึงการขอความร่วมมือเรื่องการรักษาระยะห่าง ก่อนกลับทุกคนสามารถเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก และอุดหนุนฉลากกินแบ่งรัฐบาลได้ตามอัธยาศัย

บ่อเกลือบ้านดุง แหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน

บ่อเกลือบ้านดุงถือเป็นบ่อเกลือสินเธาว์แห่งแรกแห่งเดียวในประเทศไทย จังหวัดอุดรธานีเป็นหนึ่งในหลายจังหวัดของภาคอีสานที่ผลิตเกลือสินเธาว์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยมีพื้นที่ผลิตเกลือประมาณ 3,000 ไร่ อยู่ใน 4 พื้นที่คือ พื้นที่ทำนาเกลือบ้านทุ่ง ตำบลบ้านชัย พื้นที่บ้านฝาง บ้านโพนสูงเหนือ-บ้านโพนสูงใต้ ตำบลโพนสูง พื้นที่บ้านดุงน้อย บ้านศรีสุทโธ ตำบลศรีสุทโธ และบ้านดุงเหนือ ตำบลบ้านดุง

คุณสมบัติของเกลือสินเธาว์นั้นมีแร่ธาตุอยู่หลากหลายชนิด มีคุณสมบัติไม่ทำให้ผิวแห้ง ผิวชุ่มชื้น และโคลนสามารถนำมาพอกตัวหมักตัว ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปัจจุบันมีการพัฒนาต่อยอดนำของดีจากชุมชนมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงสปาชั้นดีที่น่าไปลองสักครั้ง

ล่องแพน้ำพานจุดรวมพลคนคลายร้อน

อ่างเก็บน้ำพาน ตั้งอยู่ในอำเภอสร้างคอม ครอบคลุมพื้นที่มากถึง 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลสร้างคอม  ตำบลนาสะอาด และตำบลเชียงดา มีพื้นที่รวมกว่า 4,300 ไร่ ถือเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อีกแห่งของภาคอีสาน สัมผัสวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมพื้นบ้าน ชมเกาะกลางน้ำ (โนน) ศูนย์รวมความเชื่อของคนนาสะอาด สักการะศาลปู่บ่อโอ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนบานเรื่องการงาน ความสำเร็จ ขอฝนหน้าแล้ง แก้บนด้วยหมูทั้งตัว ภายในอ่างเก็บน้ำยังเป็นแหล่งอาศัยของปลาน้ำจืดหลากหลายชนิด ด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม จุดล่องแพน้ำพานจึงกลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้าน และเป็นที่เที่ยวอุดรธานีที่นักท่องเที่ยวเลือกมาเยือน

กิจกรรมยอดฮิตคือการล่องแพชมวิว ลงเล่นน้ำ ตกปลา ทำอาหาร และกิจกรรมภายในครอบครัว โดยสนนราคาเริ่มเพียง 300 บาท เพิ่มชั่วโมงละ 100 บาท หรือราคาเหมาวันละ 1,000 บาท ให้บริการเวลา 09.00-17.00 น. รองรับนักท่องเที่ยวได้ราว 5,000 คนต่อวัน กิจกรรมล่องแพน้ำพานจะปิดช่วงหน้ามรสุมเพื่อให้ปลาวางไข่ ช่วงเดือนมิถุนายน – กลางสิงหาคม

บ้านห้วยสำราญ ตระการไม้ดอกไม้ประดับ

เดิมที่บ้านห้วยสำราญชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ทำนาทำไร่มันสำปะหลัง ปี พ.ศ.2523 มีเกษตรกรในหมู่บ้านนำเบญจมาศพันธุ์มูเซอมาปลูกและเกิดรายได้ทำให้เกษตรกรในหมู่บ้านสนใจทำการปลูกไม้ดอก ปัจจุบันบ้านห้วยสำราญเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองอุดรธานี หมู่บ้านมีพื้นที่ 625 ไร่ ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีเกษตรกรปลูกไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายพันธุ์ เช่น มะลิร้อยมาลัย เบญจมาศ ดาวเรือง ดอกพุด คัตเตอร์ (พีค็อก) กุหลาบร้อยมาลัย ไม้ตัดใบ เป็นต้น และยังมีกิจกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ พวงมาลัยไหว้พระ มาลัยกร มาลัยแต่งงาน พานบายศรี ช่อดอกไม้สด พวงหรีด แจกัน ซุ้มประตู้ เป็นต้น ที่นี่มีไม้ดอกไม้ประดับให้ปลูกและเก็บตลอดทั้งปี สลับสับเปลี่ยนตามฤดูกาล ทำให้เกิดเป็นรายได้หลักของหมู่บ้าน

และในช่วงนี้ที่นี่ยังมีงาน “ปทุมมาเบ่งบาน เที่ยวห้วยสำราญสุขใจ” ณ วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ บ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี ที่รอให้นักท่องเที่ยวได้มาชื่นชมความงดงามของแปลงปลูกดอกปทุมมากว่า 13 สายพันธุ์ที่เบ่งบานรับหน้าฝน และดอกปทุมมาพันธุ์ห้วยสำราญดอกสีชมพูอ่อน ที่มีเฉพาะบ้านห้วยสำราญเท่านั้น

ชมรอยฝ่ามือแดงอายุ 2,500 ปี วัดภูตะเภาทอง

วัดภูตะเภาทอง นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน บ้านหนองแวงสีชมพู ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ ปัจจุบันมีพระครูเขมกาญจโนภาส (สุพรรณ) เป็นเจ้าอาวาส เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตนิกาย พื้นที่ส่วนมากเป็นลานหิน และหินขนาดใหญ่รูปร่างแปลกตา ซึ่งนักวิชาการสันนิษฐานว่าเดิมเป็นทะเล ต่อมาเกิดการยกตัวขึ้นเป็นลานหินและพื้นดิน ที่นี่รายล้อมด้วยผืนป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีไม้ป่านานาพันธุ์ที่เกิดบนภูเขาหินอย่างเหลือเชื่อ

ส่วนสองไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงวัดภูตะเภาทอง คือ “พญานาคราชสีทอง” ชื่อมุจลินท์ ซึ่งหลวงพ่อได้สร้างขึ้นตามนิมิต  บริเวณบ่อน้ำสีครามที่กั้นกลางระหว่างหินใหญ่ 2 ลูก ที่ขอบบ่อเนรมิตพญานาคสีทองขนาดใหญ่ 2 ตัว เมื่อเงาของพญานาคสะท้อนน้ำรวมกับแสงของดวงอาทิตย์ในแต่ละช่วง จะเกิดปรากฏการณ์น้ำสีต่างๆ จากคำบอกเล่าของเจ้าอาวาส ซึ่งต้องให้นักท่องเที่ยวมาพิสูจน์ความอัศจรรย์ด้วยตนเอง

“รอยฝ่ามือแดง” ที่กรมศิลปากรตรวจสอบแล้วยืนยันว่ามีอายุประมาณ 2,500 ปี ใกล้เคียงกับผาแต้ม ปรากฏบนหินขนาดใหญ่ที่ตั้งชื่อว่าเรือสำเภา เพราะมีรูปร่างคล้ายเรือ ที่วัดภูตะเภาทองช่วงเสาร์ อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประมาณวันละ 1,000 คน ส่วนวันธรรมดาก็มีประมาณ 300-400 คน สำหรับที่นี่ใครได้มาต้องอยากกลับมาอีกครั้งเพราะความน่ารักและอบอุ่นของคนในพื้นที่

จุดชมวิวสามจังหวัด ณ วัดเขาช่องชาด

วัดเขาช่องชาด  อยู่ที่อำเภอหนองวัวซอ บริเวณสันเขาภูพานคำ เขตอุทยานแห่งชาดภูเก้าภูพานคำ  ห่างจากเทศบาลตำบลอูบมุงราว 6 กม. สภาพป่าอุดมสมบูรณ์ มีป่าไม้เบญจพรรณ อาทิ ป่าไผ่ ประดู่ มะค่าโมง แดง ยาง ต้นชาด และกล้วยไม้ มีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ไก่ป่า กระรอก กระแต นก ค้างคาว งู สุนัขป่า ฯลฯ วัดเขาช่องชาด เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2520 เป็นสำนักสงฆ์ เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันคือ พระอาจารย์บุญมี ฐานะจาโร 

จุดไฮไลท์คือ พระใหญ่เขาช่องชาด พระพุทธรูปองค์สีขาว กับราวบันไดพญานาคสีทอง และจุดชมวิวที่มองเห็นภาพทิวทัศน์เขาช่องชาด ซึ่งเป็นกันชนเขตแดนระหว่างสามจังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู และขอนแก่น จุดที่สามารถมองเห็นภาพธรรมชาติภายในพื้นที่อำเภอหนองวัวซอได้เกือบทั้งหมด อีกทั้งยังมองเห็นเจดีย์วัดดอยบันไดสวรรค์ได้ชัดเจน ส่วนทางด้านตะวันตกสามารถมองเห็นอำเภอโนนสัง อำเภอเมืองหนองบัวลำภู   ทิศใต้มองเห็นเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

ก่อนจบขอทิ้งไว้ด้วยวลีของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ที่ว่า “อุดรเป็นเมืองใหญ่ อยู่เฉยไม่ได้ เกียร์ว่างไม่มี” … แล้วเราจะกลับไปอีกครั้งเพื่อเที่ยวชมจังหวัดอุดรธานี และขอขอบพระคุณที่ให้เกียรติเราได้เป็นแขกเมืองของท่านเพื่อประชาสัมพันธ์เรื่องดีๆ ที่หลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อน

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

Variations of Pauses ความงามแห่งห้วงเวลาเสมือนจริง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/633972

วันที่ 27 ก.ย. 2563 เวลา 08:45 น.Variations of Pauses ความงามแห่งห้วงเวลาเสมือนจริงดื่มด่ำไปกับความงามแห่งห้วงเวลาเสมือนจริง ผ่านนิทรรศการ “Variations of Pauses” โดย ชญานิน กวางแก้ว ณ โรสวูด กรุงเทพฯ

เมื่อชีวิตได้แสดงละครเบื้องหน้าเรา รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นับล้านถูกกลบเกลื่อนเอาไว้ บางสิ่งบางอย่างผ่านไปรวดเร็วเกินกว่าที่เราจะเข้าใจถึงความสำคัญของมันได้ทันท่วงที บ่อยครั้งที่ทุกสิ่งอย่างรอบกายเราเคลื่อนไหวแปรผันไปมาและได้มุ่งความสนใจไปในห้วงเวลามากกว่าวัตถุที่หยุดนิ่งรายล้อมตัวเรา ไม่ว่าเราจะมีสติตัดสินหรือไม่ อนึ่งการปรากฏอยู่แบบคู่ขนานขององค์ประกอบที่เป็นนามธรรมและรูปธรรมในชีวิต ก็ยังก่อให้เกิดความสับสนและขัดแย้งอยู่ดี

นิทรรศการ “Variations of Pauses” เป็นส่วนหนึ่งของ “A Symphony of Pauses” นิทรรศการแสดงเดี่ยวโดยชญานิน กวางแก้ว ที่จัดแสดงกับ ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขอบเขตของเวลาและการเคลื่อนไหว คือสิ่งย้ำเตือนให้รำลึกถึงความสอดประสาน โลกที่มองเห็นอยู่นี้คือความไม่แน่นอน หากแต่ภวังค์แห่งจิตใต้สำนึกคือชั่วนิรันดร์ ความสอดประสานของปัจจัยต่างๆ ที่สอดคล้องกันเพื่อก่อกำเนิดความทรงจำใหม่ของเราอยู่เหนือกาลเวลา ระดับขั้นที่อยู่ภายในต่างมีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับความธรรมดาที่มักประสานกับทำนอง การปรากฏขึ้นครั้งแรกในแต่ละรูปแบบดั้งเดิมได้เริ่มขึ้น ก่อนจะปรากฏขึ้นอีกหลายครั้งซ้ำซ้อนกัน ซึ่งในแต่ละครั้งก็มักนำพาการปฏิบัติรักษาซึ่งสัมพันธ์กับใจความสำคัญ ผลงานแต่ละชิ้นแสดงถึงการผันแปรของจังหวะต่างๆ กลุ่มของความหยุดชะงักที่เก็บสะสมการเปลี่ยนไหวอันแรงกล้าอันก่อให้เกิดของตัวมันเองอย่างง่ายดาย นิทรรศการในครั้งนี้ คือการเพ่งความสนใจในสิ่งธรรมดาสามัญเทียบเท่ากับเวลาที่สามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก่อนสายตา และเร็วกว่าความคิด ความปรารถนาที่ไม่สามารถกล่าวออกไปได้เพื่อหยุดยั้งเข็มนาฬิกาและรสชาติในทุกๆ จังหวะที่เป็นที่น่าพอใจ ว่าเราจะทราบได้อย่างไรว่าส่วนไหนสำคัญสำหรับเรา

ความปรารถนาของชญานินที่จะสามารถศึกษาในแต่ละชั่วขณะอันน่าจดจำของการค้นหาคำตอบของชีวิต คือการตอกย้ำในองค์ประกอบที่เขาได้ถ่ายทอดสู่ภาพผลงาน แม้ว่าหลายสิ่งจะสามารถเปลี่ยนแปลงและเติบโตไปพร้อมกับเวลา แต่ในขณะเดียวกันกลับไม่สามารถยุติสภาพของความมั่นคงได้ ฝีแปรงในงานของชญานินที่ถ่ายทอดออกมาได้เหมือนจริงอย่างมากนั้นแสดงออกถึงจังหวะเวลาที่เชื่องช้าของชีวิต หรือวัตถุที่เป็นองค์ประกอบหลักส่วนภาพที่พร่าเลือน คือห้วงเวลาต่างๆ ที่ผ่านไปรวดเร็วและรายล้อมจุดสนใจนี้ แนวความคิดถึงเวลาถูกนำเสนออย่างต่อเนื่อง แต่มันก็เร็วจนเราไม่อาจสังเกตเห็นได้ หลายๆ คราในชีวิตเรารู้สึกว่าบางอย่างเกิดขึ้นรอบตัวเราและเรามองไม่เห็น เราเพียงแค่หมุนมองรอบตัวทันทีทันใด เพื่อที่จะรู้ว่าบางสิ่งก็เปลี่ยนไปเสียแล้ว แต่มันได้ทิ้งร่องรอยว่า มันคืออะไร และทิ้งคำถามไว้ว่ามันควรจะเป็นเยี่ยงไรก่อนหน้านี้

หากเราปฏิบัติด้วยความจริงใจอย่างสูงสุด และถ้าเราสามารถเพ่งพินิจถึงแนวคิดที่ว่าวัตถุที่ไม่เคลื่อนไหวสามารถที่จะเป็นจุดสนใจได้ในชั่วขณะหนึ่ง สิ่งนี้น่าจะเปรียบดั่งองค์ความรู้ของสิ่งที่อธิบายได้ถึงชีวิตและมายาแห่งกาล เมื่อดอกไม้ร่วงโรยอย่างรวดเร็วภายในห้วงชีวิตอันแสนสั้น ผลงานจิตรกรรมของชญานินเป็นดั่งเวลาของดอกไม้ เมื่อคำนึงถึงการรับรู้ถึงเวลา ผ่านทางความโรยราของกลีบดอก พวกมันเหล่านั้นไม่สามารถตระหนักรู้ได้ถึงการเบ่งบานหรือจุดจบของมันได้เลย มันได้เห็นแต่ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของสภาพแวดล้อมของมันและไม่แม้กระทั่งเพลิดเพลินไปกับความงามอันไม่จีรังของมันเอง

โรสวูด กรุงเทพฯ และหอศิลป์ศุภโชค ดิ อาร์ต เซ็นเตอร์ (S.A.C.) ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมชมความงามของห้วงเวลาที่กับนิทรรศการ “Variations of Pauses” โดย ชญานิน กวางแก้ว ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ณ บริเวณ Art Connection, ชั้น 3 โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชมใดๆ

เกี่ยวกับศิลปิน

ชญานิน กวางแก้ว จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากสาขาวิชาจิตรกรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจากรายการ Krung Thai Art Awards 3 ในปี 2560, ร่วมนิทรรศการกลุ่มและแสดงผลงานที่ Art Expo ในปี 2559 ถึง ปี 2561 ณ ประเทศมาเลเซีย และยังได้เข้าร่วมการประกวด UOB Painting of the Year ครั้งที่ 4 และรายการ Singapore Art Stage ในปี 2560

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : rosewoodhotels.com/Bangkok และที่ Facebook :  RosewoodBangkok

ออกเที่ยวไป #สไตล์สายมู @อุบลราชธานี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634017

วันที่ 26 ก.ย. 2563 เวลา 12:10 น.ออกเที่ยวไป #สไตล์สายมู @อุบลราชธานีทริปสายบุญ ตามเส้นทางมูเตลู คิด…แล้วไปให้ถึง “อุบลราชธานี” ท่องเที่ยวบนเส้นทางสุดศักดิ์สิทธิ์ #สไตล์สายมู

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์ พาเที่ยวไปพร้อมกับทริปบุญ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดใหญ่จัดเต็ม ชวนผู้โชคดี 50 ท่านไปตะลอนทัวร์ภาคอีสาน ตามคอนเซ็ปต์ “คิด…แล้วไปให้ถึง” #สไตล์สายมู ปลุกกระแสเที่ยวไทย ฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ซึ่งครั้งนี้เป็นการเดินทางท่องเที่ยวสไตล์มูเตลูไปยัง จังหวัดอุบลราชธานี โดยสายการบินแอร์เอเชีย เริ่มออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เพียงหนึ่งชั่วโมงนักท่องเที่ยวทุกคนก็ถึงจุดหมายปลายทางที่ท่าอากาศยานอุบลราชธานี พร้อมนั่งรถต่อไปยัง “วัดป่าประชานิมิตร” อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี เข้ากราบนมัสการหลวงพ่อสุพัฒน์ เตชะพะโล เกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองอุบล เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พร้อมรับวัตถุมงคลเสริมศรัทธาไปบูชาต่อที่บ้าน ทั้งสร้อยตะกรุด ข้อมือ ผ้ายันต์ เพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัย ทำมาค้าขึ้น ถูกใจสายมู เรียกรอยยิ้มสุดปลื้มปริ่มไปตามๆ กัน

ม้ือเที่ยงเอร็ดอร่อยกับอาหารที่ “ร้านชมจันทร์” ร้านอาหารติดแม่น้ำมูล บรรยากาศดี อาหารอร่อย แถมมี Wawee Coffee คาเฟ่วิวสวยๆ ที่มีมุมถ่ายรูปให้เลือกเพียบ

ช่วงบ่ายนักท่องเที่ยวออกเดินทางกันต่อเพื่อไปยัง “ชุมชนโบราณ บ้านชีทวน” อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ชุมชนโบราณที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชนเก่าแก่ไว้อย่างเหนียวแน่น เรียกได้ว่าหากใครอยากใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ต้องมาที่นี่เท่านั้น ส่วนกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวทำร่วมกันที่นี่คือการย้อมผ้าเช็ดหน้าผ้าฝ้ายจากสีธรรมชาติ ที่ครีเอทตามความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง พร้อมเอาติดไม้ติดมือไปใช้กันได้เลย

ไฮไลท์ช่วงบ่ายคือการขึ้นรถอีแต๊ก เพื่อเยี่ยมชมชุมชนวัฒนธรรมแหล่งโบราณล้ำค่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี เริ่มที่ “วัดทุ่งศรีวิไล” ประดิษฐานหลวงพ่อพระพุทธวิเศษ พระพุทธรูปสลักจากศิลาแล ปางสมาธินาคปรก ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวตำบลชีทวน 

ต่อกันที่ “ขัวน้อยบ้านชีทวน” สะพานเชื่อมใจและสายใยของชุมชนที่มีอายุกว่า 200 ปี เป็นสะพานข้ามทุ่งนาที่ชาวบ้านยังคงใช้สัญจร เดิมทำจากไม้ ต่อมาในปี 2535 ได้จัดทำผ้าป่าสามัคคีเพื่อซ่อมแซมบูรณะขัวน้อยเป็นสะพานคอนกรีตจุดเด่นของที่นี่คือทัศนียภาพที่สวยงามของท้องทุ่งนา

“วัดอัมพวันนาราม” เป็นวัดที่จัดแสดงเรือไม้โบราณอายุกว่า 150 ปี  และ “วัดพระธาตุสวนตาล” ที่สร้างขึ้นในยุคสมัยการสร้างพระธาตุพนม เป็นที่ประดิษฐานพระธรรมเทโว พระอายุกว่า 250 ปี เรือโบราณอายุ 300 ปี และสัตภัณฑ์เชิงเทียนอายุ 150 ปี ปิดท้ายที่ “วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์” ประดิษฐานธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก โบราณสถานที่สำคัญ ศิลปะที่ผสมผสานระหว่างไทยอีสานและญวนแห่งเดียวในโลก

อาทิตย์ตกดินเยือน “วัดสิรินธรภูพร้าว” ดินแดนเรืองแสงใน อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานีชื่นชมความงดงามของวัดที่สร้างบนภูเขาสูงโดยจำลองสภาพแวดล้อมดุจวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาศพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปพระอุโบสถสีทองและพุทธศิลป์รูปต้นกัลปพฤษ์หลังอุโบสถที่ค่อยๆเรืองแสงสวยงามยามค่ำคืน

มื้อค่ำดื่มด่ำกับอาหารคำแบบพาแลงขันโตก พร้อมชมการแสดงศิลปะพื้นบ้าน อีสานโปงลางจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และการพักผ่อนแสนสบายที่ “โรงแรมทอแสง โขงเจียมรีสอร์ท” ซึ่งตกแต่งห้องพักด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย 3 ประเทศด้วยกันคือไทยขอมและบาหลี

เช้าวันรุ่งขึ้น แม้พายุโซนร้อนโนอึลจะทำให้เหล่านักท่องเที่ยวพลาดชมแสงแรกและความสวยงามตามธรรมชาติของ “อุทยานแห่งชาติผาแต้ม” แต่บรรดาสาวกมูเตลูก็ไม่พลาดที่จะไปเที่ยวชม  “วัดถ้ำคูหาสวรรค์” อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ชมความอลังการของ “ฆ้องใหญ่ที่สุดในโลก” พร้อมติดธงประเทศอาเซียนด้วยกนกลายไทยด้วยความสวยงาม ใกล้กันมีพระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม กราบสักการะหลวงปู่คำคะนิง จุลมณี ที่มรณภาพแล้วแต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย บรรดาศิษย์จึงได้จัดทำโลงแก้วประดับด้วยเพชรเทียมเป็นที่เก็บรักษาร่างของท่านไว้ให้ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้เคารพสักการะ

ต่อกันที่ “วัดพระธาตุหนองบัว” อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  วัดที่มีชื่อเสียงและมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม ไฮไลท์คือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ พระธาตุประจำปีเกิดปีมะเส็ง สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500  โดยจำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และรูปปั้นพญานาคราช 2 องค์ขนาดใหญ่งดงามที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าพระเจดีย์

ก่อนเดินทางกลับบ้าน นักท่องเที่ยวทุกคนยังได้แวะซื้อของฝากจากชุมชนที่กลุ่มพัฒนาสตรีผ้าไทยอุบลราชธานี ช็อปเสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าขาวม้า ปิดท้ายทริปนี้ด้วยของฝากสุดอร่อย ทั้งหมูยอ ก๋วยจั๊บ และแหนมซี่โครง

…เรียกว่าทริปเที่ยว #สไตล์สายมู ในครั้งนี้ ทุกคนได้กิน เที่ยว ช้อป พร้อมไหว้พระทำบุญ รับความสุขไปเต็มๆ

วาร์ปไปญี่ปุ่นกับโรดโชว์ Japan Signature 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/633803

วันที่ 24 ก.ย. 2563 เวลา 09:55 น.วาร์ปไปญี่ปุ่นกับโรดโชว์ Japan Signature 2020คิดถึงแดนซากุระ อยากวาร์ปไปญี่ปุ่น ตามพัชชี่-กัน-แอมป์ ไปเที่ยวงาน Japan Signature 2020 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ได้ตั้งแต่วันนี้ ยาวไปจนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2563

ครั้งนี้เอาใจเจแปนเลิฟเวอร์ เซ็นทรัลพัฒนา จัดโรดโชว์งาน Japan Signature 2020 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหลายสาขาทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เอาใจเจแปนเลิฟเวอร์ด้วยอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับทั้งคาวและหวานจากร้านดัง เหมือนได้วาร์ปไปกิน Signature Menu ประจำเมืองท่องเที่ยวแต่ละเมืองของญี่ปุ่น พร้อมสร้างบรรยากาศกับการช้อปของฝากซึ่งใครไปเที่ยวญี่ปุ่นก็จะต้องซื้อกลับมาฝากกัน ทั้งขนม ผลไม้ เครื่องรางยอดนิยมต่างๆ ของญี่ปุ่น ชุดยูกะตะและชุดกิโมโนลายน่ารักจากญี่ปุ่นแท้ รวมทั้งของกินของใช้อีกมากมายที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น งานนี้จัดถึงปลายปี 63

  • เริ่มที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (22 – 28 ก.ย.)
  • เซ็นทรัลพลาซา บางนา (30 ก.ย. – 7 ต.ค.)
  • เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 (9 – 15 ต.ค.)
  • เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ (6 – 15 พ.ย)
  • เซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี (19 – 25 พ.ย)
  • เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว (10 – 23 ธ.ค.)

วันนี้สามหนุ่มสาว “พัชชี่-กัน-แอมป์” จะพาทุกคนไปทัวร์ชิมและช้อปในงาน Japan Signature 2020 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

พัชชี่-พัชรินทร์ เชษฐ์สกุลวิจิตร “พอเดินเข้ามาในงานก็ได้กลิ่นน้ำซุปจากซุ้ม Ramen Café ชวนให้พุ่งไปหาเป็นที่แรก เค้ามีราเมนให้เลือกหลายร้านอยู่ค่ะ พัชชี่เลือก Yamagoya Ramen ซึ่งก็ไม่ผิดหวังสักนิด แล้วก็ลองชิมเมนู ‘ข้าวแกงกะหรี่มินิเบอร์ตอง’ เมนูขึ้นชื่อของร้าน ‘I AM CURRY’ ปิดท้ายด้วยขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ‘Nerikiri’ ที่ปั้นและแกะสลักได้อย่างน่ารักมากๆ ของร้าน GANYUDO อิ่มแล้วก็เดินเล่นต่อในงาน เลยได้แมวกวักนำโชคจากร้านสยามคะเนะ มาเป็นของฝากให้เพื่อนๆ อีกด้วยค่ะ”

กัน-อชิรวิทย์ สาลิวรรธนะ “ผมสะดุดตากับชื่อร้านเซมากู เตะ (Semaku Tei) เลยขอแวะก่อนร้านแรก ลองชิมข้าวหน้าปลาไหล ชิ้นปลาโตอวบอิ่ม อร่อยมากๆ ครับ ขอต่ออีกนิดกับ A ramen ราเมนข้อสอบ รสชาติความอร่อยผ่านฉลุย ถึงขนาดต้องให้เกรด A อย่างที่ล่ำลือกันจริงๆ และที่ไม่ควรพลาดคือชาเขียวพรีเมียมสูตรต้นตำรับเก่าแก่จากเกียวโต ของร้าน TSUJIRI ที่หอมละมุนและเข้มข้นมากเลยครับ และเพื่อให้สมกับการมาเที่ยวงานญี่ปุ่น ก็ต้องมีของฝากสุดฮิตที่ผมเองก็ชอบกินมากๆ นั่นคือ คุ้กกี้ชิโรอิ ของฝากอันดับ 1 จากเกาะฮอกไกโด งานนี้หาซื้อได้ที่ร้าน JAPAN STATION รับรองว่าใครได้ชิมแล้วเป็นต้องติดใจแน่นอนครับ”

แอมป์-ภูริกูลกฤษณ์ ชูศักดิ์สกุลวิบูล “มางานนี้ ถ้าไม่ได้แวะซุ้ม Ramen Café ถือว่ายังมาไม่ถึงนะครับ วันนี้ได้เห็นเชฟเค้าปรุงให้กินกันแบบสดๆ ร้อนๆ เลยต้องขอลองสักชาม แล้วต่อด้วยข้าวหน้าหมูทอดชาโต เมนูแนะนำของร้าน Sato Don อร่อยจนลืมอิ่มเลยครับ สำหรับของหวานปิดท้าย แนะนำไอศครีมเนื้อนุ่มเคลือบแผ่นทองคำของร้าน CREMIA ที่ดังสุดๆ ครับ ก่อนกลับผมยังแวะมาซุ้ม Central Food Hall เพื่อซื้อองุ่นสายพันธุ์ไชน์-มัสคัต กลับไปกินต่อที่บ้าน เพราะติดใจในเนื้อที่หวานฉ่ำ เปลือกบางกรอบ ไร้เมล็ด ส่งตรงจากญี่ปุ่นมาให้เลือกช้อปกันในงานนี้ครับ”

พบกับโปรโมชั่นมื้อเที่ยง เริ่มต้นเพียง 79 บาท และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อโชว์บัตรพนักงานบริษัท ในช่วงวันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 11.30 – 14.00 น. ยังจะได้รับส่วนลดพิเศษจากร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังที่ร่วมรายการ พิเศษเฉพาะในงาน Japan Signature 2020 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่าง 22 – 28 ก.ย. 63 เท่านั้น