ตามรอยเส้นทางสายมะเขือเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/633669

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 11:01 น.ตามรอยเส้นทางสายมะเขือเทศ พาเที่ยวงาน “Discover Doi: FROM FARM TO CITY” กับภาพจำที่เปลี่ยนไปของ “มะเขือเทศ ดอยคำ”

“มะเขือเทศ” ผลไม้สีแดงที่คนไทยคุ้นเคยและอุดมไปด้วยวิตามินเอ ไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัย แท้จริงแล้วเป็นผลไม้จากต่างแดน มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในแถบอเมริกากลาง ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลก และด้วยเทรนด์สุขภาพมาแรงในช่วง 2-3 ปีมานี้จึงทำให้มะเขือเทศกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของสายเฮลตี้

หากเอ่ยถึง “น้ำมะเขือเทศ” หลายคนต้องพ่วงคำว่า “ดอยคำ” ต่อท้ายอย่างแน่นอน เพราะมะเขือเทศเป็นผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจของดอยคำ ซึ่งดอยคำไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนสื่อกลางคอยสร้างความผูกพันระหว่างเกษตรกรไทยกับชาวเมือง

วันนี้มีโอกาสได้มาร่วมชมนิทรรศการ “Discover Doi: FROM FARM TO CITY” ตามรอยการเดินทางของผลผลิตมะเขือเทศที่ถูกคัดสรรจากเกษตรกรไทยภาคอีสานตอนบน ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดจนถึงมือคุณ จัดโดย ดอยคำ ร่วมกับ สยามดิสคัฟเวอรี่ เนรมิตพื้นที่ Co-Creation Space ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม เป็นประตูสู่โลกแห่งมะเขือเทศที่รัก เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของมะเขือเทศไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมกับได้ลองลิ้มรสความอร่อยของน้ำมะเขือเทศแท้ 100% จากมะเขือเทศต้นฤดูกาล นับว่าเป็นนิทรรศการที่จะเปลี่ยนภาพจำ มะเขือเทศดอยคำ ในมุมที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

ภายในนิทรรศการได้นำเสนอเรื่องราวเส้นทางมะเขือเทศดอยคำผ่านลายเส้นภาพวาด แบ่งเป็น 3 ลวดลาย คือ เส้นทางสายมะเขือเทศ แสดงพื้นที่เพาะปลูกมะเขือเทศที่อุดมสมบูรณ์ในเขตอีสานตอนบน การขึ้นค้าง วิธีการปลูกผลผลิตมะเขือเทศแบบแนวตั้ง โดยการใช้คานไม้พยุงลำต้นไม่ให้ราบไปกับพื้นดิน ช่วยลดสาเหตุการเน่าเสียของผลมะเขือเทศ ทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น และ รถอีแต๊ก ยานพาหนะที่เป็นเอกลักษณ์ของเกษตรกรภาคอีสานตอนบน ใช้บรรทุกมะเขือเทศจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ระดับความสุกเหมาะสม พร้อมนำไปเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ “ครอบครัวมะเขือเทศ”

นอกจากนี้ ทางดอยคำยังนำเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง หรือ “AR” (Augmented Reality) มาใช้เป็นสื่อกลางในรูปแบบ AR Games เกม “งับมะเขือเทศ” และ VDO 3 มิติ บอกเล่าเรื่องราวเส้นทางมะเขือเทศ แบ่งออกเป็น 3 เรื่องราว ได้แก่ ของขวัญธรรมชาติ พืชผลล้ำค่าจากแดนไกล บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ต้นกำเนิดของผลมะเขือเทศ รวมไปถึงประวัติและวัฒนธรรมการบริโภคมะเขือเทศในประเทศไทย, เส้นทางสายมะเขือเทศแห่งแดนอีสาน บอกเล่าที่มาของคำว่า “เส้นทางสายมะเขือเทศ” ภายใต้การดำเนินงานเกี่ยวกับการให้ความรู้และส่งเสริมทักษะการปลูกผลผลิตมะเขือเทศแก่เกษตรกรภาคอีสานตอนบน ของดอยคำ และ ที่ 1 แห่งความภาคภูมิใจ ผลผลิตที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตให้ กินดี…อยู่ดี เรื่องราวของโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 3 อ.เต่างอย จ.สกลนคร ที่แปรรูปผลผลิต “เส้นทางสายมะเขือเทศ” สู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ “ครอบครัวมะเขือเทศ”เป็นผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจ เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตให้ กินดี…อยู่ดี โดยสามารถร่วมกิจกกรมได้เพียง Add Line @DoiKham

ภายในงานยังมี ตลาดนัดสินค้าดอยคำ (Pop-Up Market) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อสินค้าดอยคำภายในงานตั้งแต่ 350 บาท รับฟรี! หน้ากากอนามัยแบบผ้า ลาย “มะเขือเทศที่รัก” มูลค่า 150 บาท ฟรี 1 ชิ้น หรือ ซื้อสินค้าดอยคำ ครบ 500 บาท ขึ้นไป รับฟรี! แก้ว AR มะเขือเทศที่รัก พิมพ์ลายและชื่อได้ตามต้องการ จำนวนจำกัด 100 ชิ้น โดยโปรโมชั่นแก้ว AR เฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตลอดระยะเวลาที่จัดงาน นอกจากนี้ยังมีหมวกที่ระลึก ซึ่งสามารถซื้อได้ในราคา 890 บาท มีขายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

สำหรับใครที่กังวลเรื่องรสชาติของน้ำมะเขือเทศที่ทานยาก แนะนำให้ลองน้ำมะเขือเทศแท้ 100% จากธรรมชาติของดอยคำกับ 3 รสชาติ ได้แก่ Tomato Sunrise (โทเมโท ซันไรส์) ต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยความสดชื่นให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า กับสูตรลับน้ำมะเขือเทศแท้ ผสานรสชาติเผ็ดจัดจ้านจากสมุนไพรเผ็ดร้อน และซอสพริกทาบาสโก เพิ่มสีสันด้วยพริกลูกชุบสีแดงสด, Tomato Sunshine (โทเมโท ซันไชน์) จากสูตรน้ำมะเขือเทศรสชาติยอดนิยมของร้านดอยคำ (Tomato Legend) ผสมผสานความเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์จากน้ำเสาวรสแท้ เพิ่มรสสัมผัสนุ่มละมุนด้วยวิปครีมกลิ่นวานิลลาเข้ากันได้ดีกับมะเขือเทศเชอร์รีอบแห้ง และ Tomato Sunset (โทเมโท ซันเซ็ท) น้ำมะเขือเทศสีม่วงเข้ม จากการผสมผสานรสชาติเอกลักษณ์ของน้ำมัลเบอร์รีแท้ พร้อมสัมผัสมิติแห่งการผ่อนคลาย ด้วยกลิ่นหอมแห่งสมุนไพรนานาชาติหลากชนิด พร้อมตกแต่งด้วยมะเขือเทศเชอร์รี จำหน่ายราคา 80 บาท ต่อแก้ว

“Discover Doi: FROM FARM TO CITY” นิทรรศการที่จะเปลี่ยนภาพจำของมะเขือเทศดอยคำ ในมุมที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน มาร่วมตามรอยเส้นทางมะเขือเทศ และเปิดประสบการณ์รสสัมผัสที่แตกต่างของน้ำมะเขือเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 8 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00–20.00 น. ณ Co-Creation Space ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-656-6992 หรือ www.doikham.co.th, Line ID: @DoiKham

ช้อปของดี The Best Of Nakornpathom วันส้มโอมณฑลนครชัยศรีและของดี 100 ปี ‘นครปฐม’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/633614

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 10:30 น.ช้อปของดี The Best Of Nakornpathom วันส้มโอมณฑลนครชัยศรีและของดี 100 ปี ‘นครปฐม’อุดหนุนสินค้าไฮไลท์ของจังหวัดนครปฐม ช้อปเพลินในงาน “The Best Of Nakornpathom” วันส้มโอมณฑลนครชัยศรีและของดี 100 ปี ‘นครปฐม’ @ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา วันนี้–1 ตุลาคม 2563

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา ร่วมกับ จังหวัดนครปฐม, หอการค้าจังหวัดนครปฐม, เกษตรจังหวัดนครปฐม, สมาคมส้มโอไทย การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม จัดงาน The Best Of Nakornpathom วันส้มโอมณฑลนครชัยศรีและของดี 100 ปีนครปฐมเพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมสินค้าไฮไลท์ของจังหวัดนครปฐมให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นพร้อมเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรพบลูกค้าโดยตรง

ภายในงานพบกับบรรยากาศตลาดโบราณ ย้อนยุค มณฑลนครชัยศรี ลิ้มรสส้มโอหวานนครชัยศรี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Gi) เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นมีที่เดียวในโลก คุณภาพดีระดับส่งออกจากสวนส้มโอชื่อดัง อาทิ สวนไททวี(นครชัยศรี), สวนอภิสิทธิ์, สวนแม่สายใจ, สวนวิรัตน์, สวนอารีย์, สวนส้มวารุณีย์, สวนพิทักษ์ ที่การันตีความหวานกับส้มโอสายพันธุ์แท้ดั้งเดิมของนครชัยศรี ทั้ง 5 สายพันธุ์ ขาวพวง , ขาวหอม, ขาวแป้น, ข้าวน้ำผึ้ง และ ขาวทองดี ชิมเมนูเด็ดแปรรูปจากส้มโอ กว่า 30 ร้านค้า เช่น ยำส้มโอสูตรโบราณทรงเครื่อง, แยมส้มโอ, เปลือกส้มโอเชื่อม, น้ำส้มโอปั่น เป็นต้น อีกทั้งรวบรวมร้านอาหารชื่อดังกว่า 100 ปี อาทิ ข้าวหลามแม่ลูกจันทร์, เจ๊เอ็งหมูแผ่น, เมี่ยงคำลำพญา, สมปองหมูหัน, เจ๊เตียวขนมจีนแกงป่า ขนมเปี๊ยะครูสมทรง, วุ้นคุณอุ๊, น้ำปลาหวานมะยม, ข้าวยำตำผลไม้ทรงเครื่อง, ครัวรสแซ่บนครปฐม และพลาดไม่ได้กับกุ้งเผาสดๆจากฟาร์ม พร้อมร่วมชมการประกวดหนูน้อยธิดาส้มโอ ชิงเงินรางวัลกว่า 20,000 บาท ในวันที่ 27 กันยายน 2563

ตามไปช้อปของดีของดังนครปฐมกันได้ ระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 1 ตุลาคม 2563 ณ ลานกิจกรรมชั้น1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา

รวมร้านอร่อยฮิตติดลมบน @Siam Discovery SO(CIAL) DELICIOUS #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/633668

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 09:55 น.รวมร้านอร่อยฮิตติดลมบน @Siam Discovery SO(CIAL) DELICIOUSสยามดิสคัฟเวอรี่ ชวนลิ้มลองของอร่อยยอดฮิตติดกระแสบนโลกออนไลน์ ในงาน “Siam Discovery SO(CIAL) DELICIOUS” เริ่มแล้ววันนี้-30 กันยายน 2563

ครั้งนี้ชวนชิมของอร่อยที่ สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม จากสารพันร้านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในโลกโซเชียล ในงาน “Siam Discovery SO(CIAL) DELICIOUS” ห้ามพลาด!! ขนมที่ว่าฮิต อาหารที่ว่าเด็ดที่พาเหรดกันมาเปิดเป็นป๊อบอัพ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563 ที่ ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่

ชาวสยามสามารถลิ้มรสซูชิจากฝั่งธนฯ ได้อย่างเอร็ดอร่อยเมื่อ “Nakajima Suisan by Siam Takashimaya” ซูชิและซาซิมิสดๆ ที่ให้รสชาติความเป็นญี่ปุ่นเต็มๆ คำ ไม่ว่าจะเป็น “ข้าวห่อสาหร่ายแซลมอน” (Hosomaki Salmon), ข้าวห่อสาหร่ายไส้ไข่หวาน (Hosomaki Tamagoyaki), ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปูอัด (Hosomaki Kanikama) มในราคาเริ่มต้น 50 บาท หรือจะเป็นซาซิมิสดๆ เช่น แซลมอนจุกๆ ในราคาแพคละ 150 บาท รวมถึงข้าวปั้นหน้าต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย

ต่อด้วย “Milli House of Ice Cream” ไอศกรีมโฮมเมดที่โด่งดังแถวย่านเก่าแก่อย่างถนนเจริญกรุง มีรีวิวแน่นๆ มาให้ลอง ด้วยไอศกรีมที่ปั่นโฮมเมด ให้รสชาติกลมกล่อม ไม่ปรุงแต่งรสและสี สามารถละเมียดความอร่อยได้อย่างกลมกล่อมละมุนลิ้นทุกคำ ไม่ว่าจะเป็นรส Earl Grey Blueberry, Vanilla Lemon Tart และ Salted Caramel Cookies ใส่โคนเริ่มต้นที่ 69 บาท หรือใส่ถ้วยเริ่มต้นที่ 85 บาท

สายช็อกโกแลตห้ามพลาด “Midnight Madness” ช็อกโกแลตระดับพรีเมียมจากหลายประเทศมาผสมเป็นรสต่างๆ ที่ทางร้านแนะนำเลยเป็นซิกเนเจอร์ Midnight Madness ดาร์คช็อกโกแลต 70% จาก 3 แหล่งที่มาเป็นช็อกโกแลตเข้มข้นเต็มคำ แต่ถ้าอยากได้ความสดชื่นจากผลไม้ ต้องลอง Femme Fatale ดาร์คช็อกโกแลตจากแอฟริกาตะวันตกและเวเนซูเอล่าที่ผสมกับราสป์เบอร์รี่เพียวเร่ อมเปรี้ยวหน่อยๆ หรือสั่ง Before Sunrise ดาร์คช็อกโกแลต 75% จากแทนซาเนียที่ผสมกับยูสุเพียวเร่

และร้าน “Soft Bites by The Artwins” ที่มีทั้งเค้กดาร์คช็อกโกแลต มัทฉะ และไมโลที่ใช้ส่วนผสมพรีเมียม ชุ่มฉ่ำไปด้วยซอสละลายไปกับเนื้อเค้ก ที่ทานคำแรกถึงขั้นหยุดไม่อยู่ พร้อมด้วยคุกกี้หลายรสชาติเข้มข้น เช่น รส Salted Caramel, Dark Chocolate Chunk, Nutella และรสอื่นอีกมากมาย

หากชื่นชอบขนมปังหอมกรุ่นจากเตา ขอแนะนำ “GINPAN” ร้านเบเกอรี่ออนไลน์สไตล์ญี่ปุ่นกับขนมปังปอนด์ระดับพรีเมียมสูตรดั้งเดิม เมนูขายดี คือขนมปังมันหวาน Sweet Potato Shokupan ขนาด 300 กรัม ราคา 200 บาท และยังมีรสชาเขียวถั่วแดง หรือ Nama Shokupan Original ทานคู่กับมัทฉะสเปรดเพิ่มความอร่อยให้กับขนมปังได้ดียิ่งขึ้น

ปิดท้ายด้วย “Noodam Kitchen by Chef Frame” ดื่มด่ำไปกับกาแฟสกัดเย็น เข้มข้นด้วยรสชาติกาแฟอย่างกลมกล่อม อีกทั้งยังมีชานม น้ำสมุนไพร และโยเกิร์ตหลายรสชาติ พร้อมเครื่องดื่มรสผลไม้รวม บลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่และเบเกอรี่ต่างๆอีกมากมาย

ตามมาพบกับความอร่อยใจกลางเมือง เดินทางง่ายด้วยรถไฟฟ้าลงสถานีสยามได้แล้วที่งาน Siam Discovery SO(CIAL) DELICIOUS ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2563

#SiamDiscovery #TheExploratorium #BeRevolutionary #SocialDelicious

เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร A Chef’s Trip #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/633348

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 08:25 น.เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร A Chef’s Tripกินเที่ยวเรื่องเดียวกัน กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงอาหารหลังสถานการณ์โควิด กับ A Chef’s Trip ตามรอยเชฟดังในโครงการ “คิดถึงอาหารจานโปรด…กับเชฟคนโปรด”

เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างต่อเนื่องเต็มรูปแบบเลยจริงๆ สำหรับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งล่าสุดได้ร่วมกับ สมาคมธุรกิจร้านอาหาร (Restaurant Business Association) พร้อมทั้งภาคเอกชน บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP ENERGY ผู้นำในธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “เวิลด์แก๊ส” ร่วมตอกย้ำนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงอาหารหลังสถานการณ์ COVID-19 จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแพ็คเกจกินเที่ยวเรื่องเดียวกัน โดยมีเชฟอาหารชื่อดังเป็นจุดดึงดูดให้ทุกคนออกมากินเที่ยว ในรูปแบบไลฟสไตล์เชฟ กับโครงการ A Chef’s Trip คิดถึงอาหารจานโปรด…กับเชฟคนโปรด

โดยมีแนวคิดในการรวบรวมเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร พร้อมรณรงค์สร้างความร่วมมือตามมาตรฐาน SHA (Safety and Health Administration) อันจะเป็นเอกลักษณ์และเพิ่มความมั่นใจในการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ร่วมกันจัดทำแคมเปญประชาสัมพันธ์ครั้งใหญ่ รวมทั้งสิ้น 17 จังหวัดภาคกลางผ่านระบบดิจิทัล E-Coupon ในแอพลิเคชั่นวงใน ไฮไลท์จะเป็นการเน้นกินเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เชิงการท่องเที่ยวอาหารในราคาพิเศษ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว สอดประสานความร่วมมือรัฐและเอกชนร่วมกันในการทำแคมเปญและสื่อประชาสัมพันธ์ คาดหวังให้เกิดประโยชน์ทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวโดยพร้อมกัน

“โครงการคิดถึงอาหารจานโปรด…กับเชฟคนโปรด หรือ A Chef’s Trip ถูกจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชนผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศด้วยสื่อดิจิทัล โดยใช้อาหารและเชฟเป็นตัวดึงดูด เน้นการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวตามมาตรฐาน SHA (Safety and Health Administration) และที่สำคัญมีความคาดหวังให้คนกรุงเทพมหานครและทุกจังหวัดภาคกลาง ได้ออกไปจับจ่ายใช้สอยให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในองค์รวม ได้ประโยชน์ทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวโดยทั่วกัน โดยเริ่มต้น 17 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, ราชบุรี, กาญจนบุรี, อยุธยา, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, สิงห์บุรี, สระบุรี, ลพบุรี, เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ ด้วยแพ็กเกจลดราคาท้าโควิด กับ 30 ร้านอาหารอร่อยชื่อดัง เปิดขายให้กับบุคคลทั่วไปผ่านแอลิเคชั่นวงใน (Wongnai) พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 10-20% จำหน่ายคูปอง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.63 ถึง 30 ก.ย.63 และมีระยะเวลาการใช้คูปองได้ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. 63 ถึง 30 สิงหาคม 64 (ระยะเวลา 1 ปี)” นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กล่าว

เส้นทางแรกออกแบบโดย “เชฟแอนดี้ ยัง” เชฟมิชลินสตาร์ 1 ดาว ปี 2020 พร้อมเพื่อนร่วมทริปพิธีกรรายการอาหาร ลิตา อินทร์ชลิตา ในทริป “ราชบุรีกี่ทีก็ใช่ เส้นทางสุดใช่ไปกับใครก็ฟิน”

One day with Chef Trip กับเชฟคนโปรด ต้องออกเดินสายตะลุยกินกับร้านอร่อยจานเด็ด แวะสวนผึ้งเช็คอินคาเฟ่สุดชิค กับที่เที่ยวเข้าฟาร์มออแกนิค เก็บผักสดใหม่มาทำอาหารและภาพความประทับใจกันหน่อย มาราชบุรีเมืองโอ่งมังกรทั้งที ห้ามพลาดกับการเดินทางไปตามหาความเป็นมาเปิดตำนานอารยธรรมโอ่งกว่า 100 ปี ที่เรื่องของโอ่ง

The Beginning สวนผึ้ง

ฟาร์มและโฮมสเตย์ขนาดเล็ก จุดเริ่มต้นโดยการได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทาง โดยจะแบ่งสัดส่วนของฟาร์มอออกเป็น โรงเลี้ยงไส้เดือน แปลงปลูกผัก บ้านไก่ และคอกม้า ซึ่งเรามีความตั้งใจให้ส่วนประกอบต่างๆ ในฟาร์มสามารถพึ่งพากันเอง ชมและเรียนรู้การขยายพันธุ์ต้น blackberry ซึ่งเป็นต้นไม้ตระกูลเบอรี่ที่มีคนปลูกน้อยมากในประเทศไทย โดยแต่ละครอบครัวจะได้เรียนรู้และได้ทำการขยายพันธุ์ ต้น Blackberry ชมฟาร์มผักออแกนิค เก็บไข่ ผักและผลิตผลในฟาร์มและให้อาหารม้าโพนี่ รวมถึงเก็บไข่เป็ดเพื่อนำมาทำเป็นไข่เค็มใบเตย และทานเมนูจากผลผลิตจากฟาร์มออแกนิค

Morning Glory The Bakery House

แวะมาจิบชา กับคาเฟ่เบเกอรี่กลางป่าสไตล์โฮมเมด ร้านเบเกอรี่น่ารักๆแต่รสชาติไม่ธรรมดา แถมบรรยากาศ ท่ามกลางขุนเขา พร้อมกระต่ายตัวน้อย และการนำวัตถุดิบชั้นดีมาผสมผสานกับวัตถุดิบตามฤดูกาลที่หาได้ในสวนผึ้ง กับเบเกอรี่ที่เป็นสูตรจากทางร้าน โดยเชฟสาวสวยอย่างเชฟเอ๋ ที่คิดค้นและปรับสูตรจนความอร่อยแบบเฉพาะของร้าน ที่พิถีพิถันทำเองทุกขั้นตอน เมนูที่ต้องแนะนำที่มาถึงแล้วต้องสั่งเซทไฮท ที่เป็นซิกเนเจอร์ก็จะเป็นตัว เบอร์รี่พิตตาชิโอ้มูสเค้ก มาการอง สโคนและแยมโฮมเมด มัลเดอลีนช็อคโกแลต จิบชาอุ่นๆกลิ่นหอมออกรุ่น คู่กับ เค้กแสนอร่อยแล้ว ต่อด้วยเมนูท่านง่ายอิ่มท้องอย่าง เบอร์เกอร์หมูโฮมเมด กับ บริยอชเสริฟมากับมูสตับบด ที่อร่อยไม่แพ้กัน

เรื่องของโอ่ง

เข้าชมเรื่องราวความเป็นมาของโอ่งราชบุรี เปิดตำนานอารยธรรมโอ่งกว่า 100 ปีของโอ่งมังกรผ่านอนิเมชั่น 3 มิติ ศึกษาประวัติศาสตร์ของโอ่งตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน พร้อมเข้าชมกรรมวิธีการผลิตอันประณีต ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน ตั้งแต่การปั้น การตกแต่งลวดลาย และบรรยากาศจำลองภายในเตามังกร ซึ่งใช้ในการเผาโอ่งมาช้านาน ชมการสาธิตวิธีการปั้นโอ่งมังกร โดยช่างฝีมือมากประสบการณ์ กิจกรรม workshop ปั้นโอ่ง และเพ้นท์โอ่งมังกร ชิ้นเดียวในโลกด้วยมือของคุณเอง (หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม มีบริการจัดส่งถึงหน้าบ้าน โอ่งที่ปั้นและเพ้นท์เรียบร้อยแล้ว จะจัดส่งถึงบ้าน ภายใน 3 สัปดาห์ (เนื่องจากต้องรอโอ่งแห้งสนิท และนำไปเผา)

ร้านอาหาร ” โอ่งข้าว โอ่งน้ำ”

ร้านอาหารรูปร่างทรงกลม ตั้งอยู่ภายในโครงการ “เรื่องของโอ่ง” ร้านอาหารได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงโอ่ง ตัวร้านสามารถมองเห็นวิวรอบด้าน บริการอาหารไทย จีน ฝรั่ง ผสมผสาน

เส้นทางที่ 2 ออกแบบโดย “เชฟพลอยคนสวย Top Chef Season 2” พร้อมกับการรีวิวตลอดเส้นทางของ  เฉียง-วรฉัตร ธำรงวรางกูร สจ๊วตหนุ่มเจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “ไปอยู่ไหนมา”  ในทริป “กาญจนบุรี กี่ทีก็ว้าว กับเส้นทางสุดชิค”

สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์คกาญจนบุรี

ให้ความรู้สึกอีกแบบ คือ ได้ใกล้ชิดสัตว์มากที่สุด ทั้งในโซนเสือ สิงโต ม้าลาย ยีราฟ จุดเด่นคือ ยีราฟยื่นหัวเข้ามากินอาหารในรถ ให้ได้ถ่ายภาพแบบใกล้ชิด สนุกและตื่นเต้น ร้องกรี๊ด กันทั้งคันรถ นอกจากนี้ยังมีทัวร์ยีราฟแบบ private ที่ให้บริการรถส่วนตัวนำเที่ยว สามารถใกล้ชิดยีราฟและม้าลายได้มากขึ้นไฮไลท์ความสนุกของการมาเที่ยวสวนสัตว์แห่งนี้เลย นั่นก็คือ เราจะได้ป้อนอาหารยีราฟแบบใกล้ชิด บางตัวก็เอาหัวยื่นเข้ามาภายในรถ เพื่อเข้ามาหาอาหาร สร้างความสนุกและตื่นเต้น (ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท อาหารซื้อเพิ่มชุดละ 100 บาท มี 4 ถาดส่วนทัวร์ private ถ่ายภาพยีราฟแบบใกล้ชิด ต้องจองล่วงหน้าทางข้อความในเพจ ไม่รับจองทางโทรศัพท์ โดยจ่ายเพิ่มคนละ 1000 บาท (พร้อมอาหาร 1ถาด) สามารถจองได้ทางข้อความในเพจ เริ่มรอบแรก 09.00 น. รอบละ 20 นาที หลังจากทัวร์ private แล้ว สามารถนั่งรถบัสเที่ยวต่อได้)

The Village Farm to Café

คาเฟ่สุดโมเดิร์นแห่งกาญจนบุรี ที่ตกแต่งบรรยากาศในสไตล์ฟาร์ม รูปทรงสี่เหลี่ยมหลังคาจั่ว แบบเรือนกระจกคล้ายกับโรงนา 4 หลังติดกัน ในเครือของร้านอาหารคีรีมันตรา คือ โอบล้อมด้วยวิวทิวทัศน์ของภูเขาเขียวขจีที่เบื้องหน้าคือสระน้ำที่ประดับน้ำพุ

จัดทำเป็นลานไม้ยื่นไปในสระน้ำ สำหรับนั่งเล่น เดินชมวิว แถมมีทุ่งปอเทืองสีเหลืองพริ้วไหวติดกับโรงเรือนปลูกผัก ให้ได้ถ่ายรูปเล่น เรื่องของเมนูอาหารและเครื่องดื่มก็เด็ดไม่แพ้กัน โดยเน้นอาหารสไตล์ฟิวชั่นเพื่อสุขภาพ คัดสรรวัตถุดิบที่มีความสดใหม่ในทุกเมนู ของหวานที่เป็นซิกเนอเจอร์ของร้าน ขนมเต่าน้อย ตัวเต่าเป็นขนมปังแบบนิ่มสอดไส้ครีม มาพร้อมกับไอศครีมเมล่อน และเมล่อนสด

Kan Machi Cafe

คาเฟ่ญี่ปุ่นหนึ่งเดียวในกาญจนบุรี มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก เช่น ศิลปะฝาท่อแบบญี่ปุ่น เสาโทริอิสีแดงขนาดใหญ่ อาคารญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล สวนญี่ปุ่น เทศกาลปลาคาร์ฟ และจำลองถนนญี่ปุ่นขนาดย่อ อาหารเสิร์ฟเป็นเซตฉบับญี่ปุ่น เช่น ข้าวแกงกระหรี่หมูทอดทงคัตสึ ข้าวไก่เทอริยากิ ไดฟูกุสตรอเบอรี่ Signature Set มาทั้งที ไม่มีพลาดอยู่แล้ว!! “Matcha Ceremony Set” ชุดชงชา ที่ให้คุณรังสรรค์ด้วยตัวเอง เสิร์ฟมาพร้อมน้ำร้อน ชาเขียวมัทฉะ อุปกรณ์ชงชาต่างๆ ทานคู่กับวุ้นถั่วแดงรูปปลาคาร์ฟ

สำหรับผู้สนใจไปทานอาหารตามรอยเชฟกับโครงการ “คิดถึงอาหารจานโปรด…กับเชฟคนโปรด” A Chef’s Trip  สามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ได้ที่  Wongnai: https://bit.ly/2GiosLY หรือ Facebook : คิดถึงอาหารจานโปรดกับเชฟคนโปรด

ส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632982

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 13:30 น.ส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟพาส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟ แชะและแชร์รูปแบบจอย! จอย! ที่อุโมงค์ Art Gallery ตลอดกันยายนนี้

หากนึกถึง LINE STICKERS หลายคนคงนึกถึงตัวแทนคำพูดและความรู้สึกดีๆ ที่กดส่งผ่านแชทกันทุกวี่ทุกวัน ไม่ว่าจะห้องแชทครอบครัว เพื่อนฝูง คนพิเศษ หรือเพื่อนร่วมงาน LINE STICKERS ก็ตอบโจทย์ทุกบทสนทนาได้อยู่หมัด แต่อีกความโดดเด่นจากบริการ LINE STICKERS ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือการเปิดกว้างทางความคิดสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่บนแพลตฟอร์มระดับโลกให้เหล่าครีเอเตอร์ทั้งมือใหม่และมือโปรมาปลดปล่อยจินตนาการได้อย่างไม่รู้จบ ทั้งลายเส้น สีสัน คาแรกเตอร์ ไปจนถึงงานแอนิเมชัน จนออกมาเป็นสติกเกอร์หลายร้อยหลายพันชุดให้ทุกคนเลือกใช้กัน

อุโมงค์ Art Gallery ครั้งแรกของ LINE STICKERS และ LINE MELODY ภายใต้คอนเซ็ปต์ JOIN THE JOY สร้างปรากฏการณ์ชมงานศิลป์บนผนังทางเดิน ณ ทางออกที่ 3 ของ MRT พหลโยธิน ด้วยการนำเสนอสติกเกอร์ถึง 150 ชุดและโมโลดี้อีก 30 เพลง ในบรรดาผลงานเด็ดๆ โดนๆ เหล่านี้ก็มีสติกเกอร์ฝีมือ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราขอยกมาเล่าให้ฟังและรู้จักกันมากขึ้น ลองไปดูกันเลยว่ามีครีเอเตอร์คนโปรดของคุณรวมอยู่ด้วยหรือเปล่า!

1. shhuunns (อภิชาต ธีรวิทยานิพนธ์) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “ดึ๊บ ดึ๊บ”

คาแรกเตอร์มนุษย์ตัวขาวหัวกลมน่าตียียวนกับข้อความสุดกวนสะกิดต่อมฮา เดาไม่ยากเลยว่าสติกเกอร์นี้คือ “ดึ๊บ ดึ๊บ” (Dueb Dueb) ผลงานของคุณอภิชาต ธีรวิทยานิพนธ์ หรือ shhuunns กราฟิกดีไซเนอร์ผู้ลาออกจากงานประจำมาเป็น ครีเอเตอร์อย่างจริงจัง สำหรับคาแรกเตอร์ดึ๊บ ดึ๊บ นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากท่าทางการเต้นกวนๆ ของวัยรุ่นหน้าเวทีหมอลำทางภาคอีสาน พอนำข้อความมาใส่ให้เข้ากับบริบทก็ยิ่งโดนใจผู้ใช้สุดๆ

2. Koranan (กรนันท์ ชื่นพิชัย) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “Animal Addict”

นอกจากจะเป็นนักเขียน Story Board และช่างภาพฝีมือดีแล้ว คุณกรนันท์ ชื่นพิชัย หรือ Koranan ยังเป็นนักวาดมากความสามารถผู้สร้างสรรค์ลายเส้นละเอียดๆ เบื้องหลังคาแรกเตอร์ก๊วน “Animal Addict” บอกเล่าไอเดียเมื่อผู้คนเสพติดสรรพสัตว์ แทนยานพาหนะที่เคยขับขี่ ความโหด มันส์ ฮา จึงบังเกิด นอกจากนี้สติกเกอร์ชุด “จ่าแอ๊ด” และ “ป่าโฉด” ก็เป็นผลงานของคุณกรนันท์เช่นกัน

3. POORBOYLIFE (เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “POORBOY”

คาแรกเตอร์เจ้าลิงละม้ายคล้ายบิ๊กฟุตสีขาวขนฟูไถสเก็ตบอร์ดตัวนี้ เป็นผลงานของคุณเกษมวิทย์ ชวีวัฒน์ หรือ POORBOYLIFE ที่ตั้งใจสะท้อนเรื่องราวชีวิตของตัวเองโดยตรง ตัวคุณเกษมวิทย์ชื่นชอบงาน Graffiti และเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามาสู่เมืองใหญ่ เหมือนกับเจ้า “POORBOY” ที่ต้องลาจากป่ามาสู่เมืองใหญ่เช่นกัน

4. B&B Design ครีเอเตอร์เบื้องหลัง บุบบิบ

สาวน้อยน่ารักผู้มาพร้อมกับความสดใสเกินต้าน จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากน้อง “บุบบิบ” (Boobib) ซึ่งมีคู่เป็นหนุ่ม “บู้บี้” (Boobie) ผลงานของ B&B Design ครีเอเตอร์ที่มีสติกเกอร์ให้เลือกสรรสำหรับทุกสถานการณ์และทุกไลฟ์สไตล์ นับรวมกันแล้วมากกว่า 100 ชุดเลยทีเดียว

5. nualtong (นวลตอง ประสานทอง) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “helloladyfinger”

หากใครที่ติดตามวงการศิลปะอยู่แล้วน่าจะคุ้นชื่อของคุณนวลตอง ประสานทอง หรือ nualthong นักวาดภาพประกอบผู้โลดแล่นอยู่ในวงการมามากกว่าทศวรรษ ทั้งภาพประกอบนิตยสารดัง หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค ฯลฯ รวมถึงสติกเกอร์ชุด “helloladyfinger” นี้ที่มาพร้อมกับลายเส้นเอกลักษณ์ของการวาดคาแรกเตอร์ผู้หญิงในแบบฉบับของตนเอง พร้อมข้อความภาษาอังกฤษแบบฟีลกู๊ด ส่งให้ใครก็แฮปปี้

6. cartoonmunin (มุนินทร์ สายประสาท) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง มุนินฺ

คุณมุนินทร์ สายประสาท หรือ cartoonmunin นักวาดการ์ตูนมืออาชีพคนเก่งที่มีผลงานหนังสือรวมกว่า 10 เล่ม และสร้างสำนักพิมพ์ของตัวเองในชื่อ 10 มิลลิเมตร (10mm. Studio) ซึ่งตัวละครจากหนังสือของเธอก็ได้ต่อยอดมาเป็นสติกเกอร์ไลน์ “มุนินฺ” ผู้หญิงที่จริงจังกับทุกเรื่อง ทั้งเรื่องรัก เรื่องเล่น เรื่องสนุกๆ รวมถึงคาแรกเตอร์อื่นๆ เช่น “คุณปลาวาฬ” และสมาชิกครอบครัว “บ้านโลมา” ด้วยเช่นกัน

7. กิตติ รุจิเรกานุสรณ์ ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “ขิงขิง”

เด็กสาวผมสั้นสไตล์การ์ตูนหัวโต มาพร้อมแอคติ้งใบหน้าสุดดราม่า คาแรกเตอร์นี้ก็คือสาวน้อย “ขิงขิง” ผลงานของคุณกิตติ รุจิเรกานุสรณ์ นั่นเอง ตัวการ์ตูนของเธอมาพร้อมความน่ารัก สีสันหวานสดใส แต่ที่ต้องยกนิ้วให้คือใบหน้าสื่ออารมณ์ ทั้งเบ้ปาก มองบน มองแรง ก็สื่อสารออกมาได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้น้องขิงขิงยังมีเพื่อนๆ คาแรกเตอร์สไตล์เดียวกันคือ “น้องขนุน” และ “น้องน้อยหน่า” อีกด้วยนะ

หากเดินแชะภาพกับผลงานของศิลปินและครีเอเตอร์คนโปรดกว่า 180 รายการจนจุใจแล้ว ก็สามารถยกมือถือขึ้นมาสแกน QR Code ผ่าน Virtual LINE Store เพื่อดาวน์โหลด LINE STICKERS และ LINE MELODY ที่ถูกใจได้ทันที สร้างประสบการณ์การใช้งานแบบง่ายๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปิดให้ชมแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563 ทุกวัน เวลา 06.00-00.00 น. ที่ MRT พหลโยธิน ทางออก 3 ติดตามอัปเดตความเคลื่อนไหวของ LINE STICKERS และ LINE MELODY ได้ที่ LINE Official Account @linestickersth และ @linemelodyth

Riedel พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่เอาใจคนรักเส้นด้วย Pasta e Basta 5 เส้น 5 ซอส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/633174

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 08:11 น.Riedel พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่เอาใจคนรักเส้นด้วย Pasta e Basta 5 เส้น 5 ซอสอิ่มอร่อยง่ายๆ ตอบโจทย์คนกรุงไลฟ์สไตล์ยุ่งๆ ในช่วงเวลารีบๆ “Riedel Restaurant & Wine Cellar” รังสรรค์เมนู Pasta e Basta เนรมิตมื้ออร่อยง่ายสไตล์อิตาเลียน

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

กินเที่ยวครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ พามาที่เกษร วิลเลจ ไลฟ์สไตล์เออร์บันใจกลางเมือง พร้อมกับการนำเสนอเรื่องของความอร่อยครั้งใหม่ของ “Riedel Restaurant & Wine Cellar” ร้านที่เหล่าคนรักไวน์ตัวจริงต่างคุ้นหูกันดีในฐานะผู้ผลิตแก้วไวน์ระดับเวิลด์คลาส อีกทั้งยังเป็น Artisan Wine Bar แห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่เสิร์ฟไวน์ด้วยแก้วและอุปกรณ์จากแบรนด์ Riedel

สำหรับความพิเศษของ Pasta e Basta ที่ Riedel Restaurant & Wine Cellar รังสรรค์มาในครั้งนี้ คือโฮมเมดพาสต้าสไตล์อิตาเลียนที่เชฟโชว์ความสดใหม่แบบทำให้เห็นกันกลางร้านที่ Pasta Station โดยมีเส้นมาให้เลือกกันถึง 5 แบบ ได้แก่ เส้นสปาเก็ตตี้, ลิงกวินี่, เฟตตูชินี่, บีโกลี่ และโปเตโต้ น็อคคี ซึ่งลูกค้าสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เส้นพาสต้ากับซอสในแบบที่ตัวเองชอบ โดยมีให้เลือกด้วยกัน 5 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นซอสโบโลเนส, คาโบนาร่า, เพสโต้, อากริโย เอะ โอริโย หรือจะเป็นซอสอาราเบียตต้า

เมนูแนะนำ

Spaghetti Carbonara (320 บาท) สปาเก็ตตี้เส้นเหนียวนุ่มคลุกเคล้ากับมากับครีมซอสรสชาติเข้มข้นจากส่วนผสมของชีสเพโกริโนและไข่แดงออร์แกนิก กลมกล่อมถึงขีดสุด อัพความฟินด้วยเบคอน ก่อนโรยด้วยชีสอีกที จานนี้เผลอแป๊บเดียวหมดไม่รู้ตัว

Aglio e Olio Seafood  (320 บาท) อากริโย เอะ โอริโย เมนูเรียกยากที่ตัวซอสมีส่วนผสมของกระเทียมและน้ำมันมะกอก ผัดมากับซีฟู้ดทั้งกุ้ง หมึก เพิ่มความแซ่บด้วยพริกแห้ง ส่วนทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่การใช้น้ำปลาปลากะตักนำเข้าจากอิตาลีที่มีความเป็นมาเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ทำให้มีกลิ่นและรสชาติเอกลักษณ์ที่ไม่มีเหมือนใคร ด้านเส้นพาสต้าสีเขียวทำจากผักเคล หรือผักคะน้าใบหยัก ซูเปอร์ฟู้ดฉายา “ราชินีผักใบเขียว“ ทำสดใหม่ อร่อย เหนียว นุ่ม ประโยชน์เต็มๆ

Basil-Pesto (320 บาท) ซอสเพสโต้ที่มีส่วนผสมของใบโหระพาฝรั่ง ถั่วไพน์นัท พาร์เมซานชีส และน้ำมันมะกอก ใครสั่งจานนี้การันตีความเข้มข้น

ยังมี Creamy Bolognese (320 บาท) ซอสโบโลเนสที่มีส่วนผสมของเนื้อ 3 ชนิด ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ และความอร่อยที่ได้ใจไปเต็มๆ Spicy Arrabbiata (320 บาท) เมนูพาสต้าซอสอาราเบียตต้ารสเผ็ด มีส่วนผสมของมะเขือเทศสดและพริกแดง อร่อยครบรส

คนรักเส้นสามารถตามไปลิ้มลองความอร่อยของเมนู Pasta e Basta ได้แล้ววันนี้ ที่ Pasta Station ร้าน Riedel Restaurant & Wine Cellar ตั้งอยู่ที่ เกษร วิลเลจ ชั้น 2 (ช่วงเวลา 11:00–15:00 น.) ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00–24.00 น. สอบถามโทร. 02 656 1133, Line ID : @riedelbkk, เฟซบุ๊ก : Riedel Restaurant & Wine Cellar

ตามไปกิน ลิ้นติดโปรแฟร์ เริ่มแล้ววันนี้ที่เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632972

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 10:30 น.ตามไปกิน ลิ้นติดโปรแฟร์ เริ่มแล้ววันนี้ที่เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้าเซ็นทรัลรวมดาวร้านเด็ด จากรายการลิ้นติดโปร GO ติดดาว จัดงาน “ลิ้นติดโปรแฟร์ ครั้งที่ 1” เอาใจนักชิม รวบรวมสุดยอดร้านอาหารคาว-หวานอร่อยฮิตติดดาวจากทั่วประเทศมาเสิร์ฟเมนูอร่อยกว่า 100 ร้านค้า

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ร่วมกับ รายการลิ้นติดโปร GO ติดดาว ทางไทยทีวีสีช่อง 3 จัดงาน “ลิ้นติดโปรแฟร์ ครั้งที่ 1” เอาใจสายช้อป นักชิม ภายในงานรวบรวมสุดยอดร้านอาหารคาว-หวาน อร่อยฮิตติดดาว จากทั่วประเทศมาเสิร์ฟเมนูอร่อยกว่า 100 ร้านค้า

อาทิ ปู ปริศนา กับ พริกกรอบคลุกงา Selected by poo, สุเมธ กับ หมูแดงสวรรค์ ตราน้าเมธขี่หมูบินเล่นกีต้าร์โปร่ง, เจ๋ง อรรถกานต์ และคุณปอ ปุณยวีร์ กับ สวนในศีล, ตุ๊ก จันทร์จิรา กับ Ichidaifuku, ผัดไท กับ TANGMO SMOOTIES HEALTHY BY พี่ผัดไท, สุเทพ สีใส กับ กระปิโหว่สูตรโบราณ Byสีใส, บูม สุภาพร กับอาหาร oh my gyo, เกล รดา กับเจ๊ดจั๊บ, ฮาย อาภาพร กับฮายแดดเดียว, หนุ่ม อรรถพร กับ A LAMB, กระชายจู๋จี๋, ซ้งเสรีทอง, ม่าม๊าโฮมเมด, EASY BANANA, อ๊อด-เจน แกงเขียวหวานสะท้านฟ้า, BeNeil Coconut, กาละแมศรีขรภูมิ, ปิ่นมณีปลาส้มไร้ก้าง, อ้วนนะหมูกรอบชาชู

ต่อด้วย ร้านจรินทร์หนองมน, แม่ปราณี, อาอีซ๊ะ เกี๊ยวทอดนางฟ้า, ดุจชญา, ข้าวต้มแปลงนาม,ไฮโซหมูปิ้ง, No name fresh milk, หมูตุ้งติ้ง, พิมพิรา หมี่กรอบ, เจ้นิด แกงเขียวหวาน, พรกมลทองม้วนสด, รัชฎาลุยสวน,ลูกชิ้นปลาเยาวราชสองพี่น้อง, บ้านปลาทูมหาชัย, ขนมหนวดมังกรขอนแก่น, ศรีจันทร์ซีฟู้ด,หอยจ้อปูทอง เยาวราช, ครัวจันทมาศ, มุกดา ปลาแดดเดียว จ.สมุทรสงคราม, JLD Dragon, เฟรชชี่ฟู้ด มะขามแปรรูป, ใจดีกรอบแก้ว และบ้านโดนัท, ร้านขนมเบื้องที่ขายมากกว่า 30 ปี, จ๊อปู ย.ยักษ์ยิ้ม สูตรทำจ๊อได้มาจากอาม่า (สูตรเด็ดตลาดเก่าอ่างศิลา), บ้านฝอยทอง ร้านขนมหวานที่มีตำนานมากว่า 50 ปี, เจ๊พริกกุยช่ายตลาดพลู กุยช่ายตลาดพลูตำนาน 60 ปี (สูตรอากง)

ร่วมยกทัพความอร่อยในงาน ”ลิ้นติดโปรแฟร์” ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 16 – 20 กันยายน 2563 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาปิ่นเกล้า

ขนมไหว้พระจันทร์พรีเมี่ยมที่เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632975

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 15:40 น.ขนมไหว้พระจันทร์พรีเมี่ยมที่เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนมอบความรักและความปรารถนาดีด้วยขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิมและสูตรใหม่ทั้ง 5 รสชาติ วันนี้ที่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนทุกท่านร่วมสืบสานเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ประจำปี 2563 ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 1 ตุลาคม 2563 ที่ซิงก์เบเกอรี่ ชั้น G หรือห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยร่วมส่งมอบขนมไหว้พระจันทร์ให้แก่คนสำคัญของคุณ เพื่อแสดงถึงความรัก ความปรารถนาดี และความเคารพรักต่อผู้รับ

ขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิมและสูตรใหม่ทั้ง 5 รสชาติ อาทิ ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม, เม็ดบัวไข่เค็ม, พุทราจีนไข่เค็ม, โหงวยิ้ง และ คัสตาร์ด เราได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศนานาชนิด นำมารังสรรค์ ปรุงอย่างพิถีพิถัน พร้อมบรรจุลงในกล่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับมอบเป็นของขวัญแทนใจให้แก่คนที่คุณรัก กล่องเสี้ยวพระจันทร์ ต่อ 1 ชิ้น ราคา 118 บาทสุทธิ และกล่องชมจันทร์ ต่อ 4 ชิ้น ราคา 988 บาทสุทธิ

พบกับขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษรสชาติที่แสนอร่อยได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 1 ตุลาคม 2563 ณ ซิงก์เบเกอรี่ ชั้น G หรือห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯและบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งจองล่วงหน้าได้ที่ โทร 02-100-6255 หรือ diningcgcw@chr.co.th ติดตามข่าวสารของซิงก์ เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่ เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/zing เฟสบุ๊ค: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

SACICT เพลินคราฟต์ ร่วมเชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632824

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 10:30 น.SACICT เพลินคราฟต์ ร่วมเชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่าเซ็นทรัลพัฒนา เชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่า จับมือศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดงาน “SACICT เพลินคราฟต์” งานรวมสินค้าทำมือร่วมสมัยครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า

ตอกย้ำภาพลักษณ์ในการเป็น Center of Life หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคน ล่าสุด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดงาน “SACICT เพลินคราฟต์” เชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่า ร่วมสนับสนุนการสร้างโอกาสและรายได้ให้กับชุมชนเพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรม ศ.ศ.ป. สู่สาธารณชนต่างๆ ทั่วประเทศในรูปแบบการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่เลือกสรรมาอย่างพิถีพิถันผสมผสานดีไซน์อันทันสมัย

ภายในงานมีจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมร่วมสมัยเข้ากับชีวิตประจำวัน โดยฝีมือของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิก SACICT กว่า 40 ร้านค้าอันประกอบด้วย งานจักสาน, งานปั้น, งานแกะสลัก, งานเครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องประดับ,งานผ้าทอ, งานเครื่องหนัง และงานฝีมือประเภทต่างๆ จากหลากหลายจังหวัด ทั่วทุกภาคของประเทศที่เลือกเฟ้นมาเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบนเวที การแสดง ดนตรีสด Workshop งานคราฟต์เก๋ ๆ จากครูฯ และนักสร้างสรรค์งานคราฟต์ ที่ผลัดเปลี่ยนมาให้ได้ทำกันในแต่ละวัน อาทิ การทำหุ่นกระบอกจิ๋ว, ถักสร้อยข้อมือจากฝ้ายธรรมชาติ, การทอไหมพรม พวงกุญแจ ด้วยกี่ทอมือจิ๋ว, การถุงหอมปรับอากาศ, ปั้นดิน white clay และยังมีดารานักแสดงชื่อดังมาร่วมทำ Workshop บนเวที อาทิ กาย ศิวกร, หลิว มรกต และอีกมากมาย รวมถึงการพูดคุยเสวนากับผู้ประกอบการงานคราฟต์ และกลุ่มสถาปนิก นักออกแบบ ในการนำงานคราฟต์ไปใช้ ในชีวิตประจำวัน และพลาดไม่ได้กับ Mini concert จากเหล่าศิลปินมีชื่อเสียงที่ยกทัพมามอบความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมงาน อาทิ ชบา กฤติมา, เต๋า The Voice, คิง The Voice, สินเจริญ บราเธอร์, ศิลปินวง Portrait และ วง Moving and Cut

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนงานหัตถกรรมไทยไปด้วยกันในงาน “SACICT เพลินคราฟต์” วันที่ 15–21 กันยายน 2563 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 และเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ชั้น 1 สอบถามหรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook : ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือโทร. 1289

The Glass House Silver ร้านอร่อยหลากอารมณ์ ณ หาดวงศ์อมาต พัทยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632910

วันที่ 14 ก.ย. 2563 เวลา 11:30 น.The Glass House Silver ร้านอร่อยหลากอารมณ์ ณ หาดวงศ์อมาต พัทยาชิลริมหาดวงศ์อมาต Top 3 หาดที่สวยที่สุดในพัทยา ชมอาทิตย์ตกดิน กินอาหารอร่อย เพลิดเพลินกับบีชคลับและดนตรีอะคูสติก ที่ร้าน The Glass House Silver

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว เอาใจคนคิดถึงทะเลอีกครั้ง คราวนี้พาไปชิมอาหารของร้านซึ่งเป็นหนึ่งในร้านริมชายหาดที่สวยที่สุดในพัทยา กับร้าน The Glass House Silver โดยคุณบัวเจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังว่าถึงแม้ The Glass House Silver จะเป็นร้านที่ผ่านการรีโนเวทมาแล้วเกือบทั้งหมด แต่ที่นี่ก็ยังคงมีกลิ่นอายความเป็นร้านเดิมอย่าง Silver lining ไว้ให้แฟนคลับได้ทุเลาคิดถึง ทั้งชื่อร้านที่ต่อท้ายด้วย Silver และเมนูอาหารญี่ปุ่นกับเวสเทิร์นสไตล์ที่ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ ส่วนทางด้านคุณภาพและมาตรฐานความอร่อย แน่นอนว่าต้องมาในแบบฉบับของ The Glass House

นอกจากรสชาติความอร่อยของอาหารและความสดใหม่ไม่มีฟรีซของสารพันเมนูซีฟู้ดแล้ว The Glass House Silver ยังมีจุดขายคือโลเคชั่นที่ใกล้ เดินทางมาง่าย รายล้อมด้วยโรงแรมชื่อดังระดับห้าดาว และที่สำคัญคืออยู่บนหาดวงศ์อมาตที่สวย เม็ดทรายขาว อีกไฮไลท์ในช่วงเย็นคือตัวอาคารเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่สามารถเลื่อนได้ เพื่อเปิดให้ลูกค้าซึบซับกับบรรยากาศชายทะเล รับลมเย็นๆ ชมพระอาทิตย์ตกดินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมฟังดนตรีสดเพราะๆ จากอะคูสติกกีต้าร์ ได้อารมณ์บีชคลับสุดประทับใจ

เมนูอาหารฟิวชั่น

ชิลด์แองเจิ้ลแฮร์ (290 บาท) ซิกเนเจอน์เมนูสปาเก็ตตี้ฟิวชั่นผสานความเป็นญี่ปุ่น สปาเก็ตตี้แองเจิ้ลแฮร์ กับพอนซึยูสุ และซัลซ่าแซลมอน โรยหน้าด้วยอิกูระ เสิร์ฟเย็นพร้อมน้ำแข็ง อร่อยถูกปากทั้งคนไทยและต่างชาติ

แซลมอนไดนาไมท์โรลล์ (395 บาท) แซลมอนนำเข้าจากญี่ปุ่น เบิร์นไฟหอมๆ มาพร้อมปลาไหลญี่ปุ่น อะโวคาโด้ และซอสสไปซี่รสชาติทุกอย่างลงตัว ชิ้นใหญ่เต็มคำ

เมนูอาหารไทย

ปลากะพงทอดราดน้ำปลา (580 บาท) อาหารประจำภาคตะวันออก เมนูที่ขายดีที่สุดของ The Glass House ปลากะพงทั้งตัวทอดกนอบ พรมด้วยน้ำปลาสูตรเฉพาะ ท็อปด้วยเส้นหมี่ทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มน้ำปลา และน้ำจิ้มซีฟู้ด

แกงคั่วเจ้าสมุทรใบชะพูลทอด (350 บาท) ก้ามปู กรรเชียงปู ผัดกับเครื่องแกงปักษ์ใต้สูตรเฉพาะที่ทางร้านโขลกเอง หอมเครื่องเทศทางใต้ ผัดมาแบบขลุกขลิก รสชาติเผ็ดร้อน ทว่า กลมกล่อมด้วยรสของกะทิ ท็อปด้านบนด้วยเนื้อปูที่ให้มาแบบเน้นๆ ทานคู่กับใบชะพลูทอดกรอบ

น้ำพริกมะขาม (290 บาท) นำพริกมะขามอ่อนกับพรีเซนเทชั่นเก๋ๆ ที่ใส่มาในครกหินใบย่อมๆ เสริมทัพด้วยกุ้งลวก ไข่ต้ม และผักเคียงนานาชนิด

ผัดสามเหม็น เมนูที่ชื่อฟังแล้วสะดุดหูจนอยากลอง จานที่รวมของเหม็นสามอย่างมาเจอกัน ทั้งสะตอ ชะอม และกระเทียมดอง ผัดมากับวุ้นเส้น และไข่ อร่อยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ต้มยำกุ้งน้ำข้น หม้อไฟที่คนชอบทานรสจัดต้องยกนิ้วให้ เพราะถือว่าจัดจ้านในย่านชลบุรีที่สุดแล้ว หลังจากได้ลองชิมมาหลายร้าน ใครไม่สั่งถือว่าพลาด

เมนูซูเปอร์ยำ

หมวดเมนูที่เพิ่งครีเอทเพิ่มเข้ามาใหม่ในรายการอาหาร แนะนำ ยำเหลาผลไม้แซ่บ เฟ้นหาปลาร้ารสเด็ดจากเจ้าดังเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติและความนัว แต่ให้กลิ่นไม่แรง พาเหรดเมนูของดิบ อาทิ แซลมอนซาชิมิ หอยแครงตัวใหญ่ที่ทางร้านดองเอง สด สะอาด ไข่แดงเค็ม ไข่ปลาหมึก ไข่ปลาเรียวเซียว ตัดเลี่ยนด้วยรสชาติเปรี้ยวหวานของผลไม้ ทั้งสตรอเบอร์รี่ องุ่น แอบเปิ้ล ฝรั่ง ข้าวโพด ปิดท้ายกรุบๆ ด้วยไหลบัว ยั่วๆ จ้า…

ของหวานและเครื่องดื่ม

เครปบานาน่า คาลัว คาราเมล (350 บาท) เครปทำสดที่ใช้เวลารอประมาณ 10-15 นาที แต่กินหมดแทบจะทันทีที่ถึงโต๊ะ เพราะความกรอบอร่อย ครบรสลงตัว แถมเท็กซ์เจอร์สุดกรุบกรอบทุกคำที่เคี้ยว ฟินหนักมากทั้งพีแคน โอรีโอ้ บลูเบอร์รี่ กล้วยหอม ราดเยิ้มๆ ด้วยซอสคาราเมลที่เติมคาลัวร์ลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

คริสปี้โรตีไวท์ช็อกครีม (150 บาท) แป้งโรตีบางๆ ทอดมากรอบๆ ไม่อมน้ำมัน ดริปกับซอสไวท์ช็อกกับครีมที่ตีรวมกับออกมาเป็นเนื้อเบาๆ กินแล้วไม่รู้สึกผิด

The Glass House Silver ให้ความสำคัญกับมาตรการรัฐเพื่อความปลอดภัยพร้อมใส่ใจในสุขลักษณะ ทั้งการจัดที่นั่ง การใช้เครื่องล้างจาน เครื่องอบความร้อน การใช้น้ำร้อนลวกช้อส้อมที่โต๊ะเสริมความมั่นใจของผู้ใช้บริการ การฉีดพ่นทำความสะอาดร้าน โต๊ะเก้าอี้และเบาะนั่งด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ พร้อมให้พนักงานทุกคนใส่แมสตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ สวมใส่ถุงมือ มีการสแกนเช็กอินการเข้าใช้บริการ เพิ่มจุดแอลกอฮอล์ฟู้ดเกรดให้ทั่วถึงภายในร้าน เพื่อความสุขสำราญของทุกคน

ตามไปดื่มด่ำบรรยากาศคลาสสิกยูโรเปี้ยน พร้อมสัมผัสประสบการณ์อินไซด์เอ้าท์ได้ที่ The Glass House Silver หาดวงศ์อมาต พัทยาเหนือ ซอยนาเกลือ 18 ร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น. สอบถามที่โทร. 098-930-9800 หรือเฟซบุ๊ก The Glass House Pattaya (The Glass House Silver)