ลิ้มรสของดีประจำเมือง ‘หัวหิน’ พร้อมจิบชายามบ่าย เคล้ากลิ่นอายตะวันตก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632019

วันที่ 02 ก.ย. 2563 เวลา 12:50 น.ลิ้มรสของดีประจำเมือง 'หัวหิน' พร้อมจิบชายามบ่าย เคล้ากลิ่นอายตะวันตกเดอะ มิวเซี่ยม พร้อมนำเสนอสุดสัปดาห์เคล้ากลิ่นอายตะวันตกแสนวิจิตร ชวนจิบชายามบ่าย ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน

อีกครั้งกับการนำเสนอธรรมเนียมจิบน้ำชาแบบดั้งเดิมสไตล์ตะวันตก ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ร่วมสัมผัสช่วงเวลายามบ่ายแสนวิจิตรตลอดทุกสุดสัปดาห์ พร้อมเพลิดเพลินกับชุดน้ำชายามบ่ายชุดพิเศษ พลางจิบชายามบ่ายหอมกรุ่นเคล้ากลิ่นอายตะวันตก ในสถานที่เลื่องชื่อแสนคลาสสิกประจำเมือง ที่ “เดอะ มิวเซียม คอฟฟี่แอนด์ทีคอร์นเนอร์”

ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ที่ เดอะ มิวเซียม คอฟฟี่แอนด์ทีคอร์นเนอร์ พร้อมนำเสนอธรรมเนียมการจิบน้ำชายามบ่ายตามขนบตะวันตก ผ่านชุดน้ำชาชุดพิเศษ 2 สไตล์ที่สร้างสรรค์ให้ทุกท่านได้เพลิดเพลิน พร้อมสรรพด้วยรายการของว่างคาวหวานแสนวิจิตรนานาชนิด เสิร์ฟคู่ชาหอมกรุ่นคุณภาพเยี่ยมจาก TWG (ทีดับบลิวจี) หลากหลายรสชาติ เพิ่มอรรถรสการจิบชายามบ่ายได้อย่างลงตัว พลางชมวิวสวนสวยสไตล์อังกฤษของโรงแรมที่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กอันสวยงามของเมือง ในบรรยากาศสบายๆ ยามบ่ายของทุกสุดสัปดาห์

ชุดน้ำชายามบ่าย ชุดหัวหิน (Hua Hin) ราคา 450++ บาท ชาคุณภาพเยี่ยมเสิร์ฟพร้อมของอร่อยรสชาติดั้งเดิมของเมืองหัวหินหลายรายการ ทั้งของว่างและของหวานเจ้าดังที่เป็นที่คุ้นหูประจำเมือง ข้าวเหนียวมะม่วงรสชาติหวานมัน ม้าฮ่อ อาหารว่างไทยโบราณคลายร้อน ลูกชุบคำจิ๋ว ต้นตำรับชื่อดัง สาคูมะพร้าวอ่อน ในถ้วยพอดีคำชวนทาน ทองม้วนบางกรอบจากตลาดฉัตรไชย รวมถึงรายการที่ขาดไม่ได้ สโคนรสใบเตย เสิร์ฟเคียงครีมและแยมรสมะพร้าวที่ปรุงเป็นพิเศษเฉพาะที่ “เดอะ มิวเซี่ยม” โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน เท่านั้น

ชุดน้ำชายามบ่าย ชุดโคโลเนียล (Colonial) ราคา 550++ บาท นำเสนอรสชาติตะวันตกคลาสสิกตามสไตล์ “โคโลเนียล” อันเป็นที่มาแห่งเรื่องราวประจำโรงแรม ด้วยรายการของว่างและของหวานแสนอมตะ จาก “เดอะ มิวเซี่ยม” ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทั้ง มาการองสไตล์ฝรั่งเศส เค้กช็อกโกแลตแสนคลาสสิก ครีมโรลเค้กรสกาแฟเข้มข้น แซนด์วิชแซลมอนรมควัน รวมทั้งสโคนรสดั้งเดิมที่ขาดไม่ได้กับครีมและแยมผลไม้รสพิเศษเติมความหวานอมเปรี้ยวให้กับยามบ่ายของคุณอย่างแน่นอน

ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบของหวานรูปแบบไหน เดอะมิวเซี่ยม ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองหลากหลายเมนูขนมหวาน ขนมอบ เค้กและคุกกี้นานาชนิด เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่ม ชาและกาแฟ รวมถึงเมนูอาหารว่าง ตลอดทั้งวัน พร้อมการบริการที่เอาใจใส่ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของสวนไม้ดัดในบริเวณโรงแรม ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสวนที่สวยที่สุดในประเทศไทย

เดอะ มิวเซียม คอฟฟี่แอนด์ทีคอร์นเนอร์ ให้บริการจิบชายามบ่ายทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 10.00 – 18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 3251 2021 หรืออีเมลล์ chbr@chr.co.th

เดอะ สตรีท รัชดา พร้อมกลับมา 24 (ชั่วโมง)อีกครั้งหลังโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632020

วันที่ 02 ก.ย. 2563 เวลา 08:32 น.เดอะ สตรีท รัชดา พร้อมกลับมา 24 (ชั่วโมง)อีกครั้งหลังโควิดเอาใจสังคมคนนอนดึก เติมเต็มครบทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง เดอะ สตรีท รัชดา พร้อมกลับมาให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว

กระแสร้านค้าและร้านอาหาร รวมถึงบริการ 24 ชั่วโมง กำลังมาแรงในกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ที่ชอบใช้ชีวิตช่วงกลางคืน ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์วิถีคนเมือง จึงกลับมาเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอีกครั้ง หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อตอบโจทย์และเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ที่ไม่ยึดติดเรื่องเวลา โดยได้รวบรวมร้านค้า ร้านอาหารแบรนด์ดังต่างๆ ไว้เพื่อรองรับลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์นอนดึก ชอบใช้ชีวิตตอนกลางคืน หรือคนที่เลิกงานดึกก็สามารถมาใช้บริการ หรือรับประทานอาหารให้อิ่มท้องได้ตลอด

สำหรับร้านที่พร้อมเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงในศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ได้แก่ Starbucks, KFC, Oishi Ramen, Kakashi, Burger King, A Ramen, Foodland supermarket, ZZ all day restaurant, Jetts 24 hours Fitness, ห้องซ้อมดนตรี Horizon Music และไปรษณีย์ไทย

นอกจากนี้ ศูนย์การค้าฯ ยังเตรียมเพิ่มร้านค้า ร้านอาหาร และบริการให้มากยิ่งขึ้น โดยในเร็วๆ นี้จะมีร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี K B.B.Q Korean Buffet เปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมงเป็นสาขาแรกในไทย และในไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ได้วางแผนเพิ่มบริการด้านโลจิสติสก์ให้กลายเป็นฮับแห่งใหม่ใจกลางเมือง ซึ่งขณะนี้ศูนย์การค้าฯ ได้มีบริการของไปรษณีย์ไทย, DHL, Kerry Express และ J&T Express โดยจะดึง SCG Express และ Flash Express มาให้บริการเพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าได้มีทางเลือกมากยิ่งขึ้น รวมถึงเปิดร้านค้าแบรนด์ดังอย่าง Mr. DIY และเปิดศูนย์การเรียนรู้ NSM Science Square ขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อเติมเต็มความรู้ให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปด้วย

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632022

วันที่ 02 ก.ย. 2563 เวลา 07:07 น.

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

ไทยเทอเรส ท้าลองความอร่อยครบเครื่อง กับรสชาติไทยแท้ในข้าวคลุกห่อใบบัว คัดสรรเมนูสุดตรึงใจให้ทุกคนได้ชิม บอกเลย..งานนี้อร่อยจนต้องขอห่อกลับบ้าน

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้
ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

ชูอาหารไทยให้สูงค่า ไทยเทอเรส (THAI TERRACE) ร้านอาหารในเครือ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ชวนชิมอาหารโบราณกับเมนู “ข้าวคลุกห่อใบบัว” ที่มีให้เลือกอร่อยกันถึง 5 รสชาติ กับเมนูที่หากินได้ไม่ง่าย แถมพิถีพิถันทุกขั้นตอน อร่อย สะอาด บรรจงคัดสรรใบบัวธรรมชาติที่ไร้สารเคมีจึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย พร้อมให้ทุกคนได้ลิ้มรสเคล้าความอร่อยอย่างไทยแท้ ในราคาเพียง 199 บาท

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้
ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

สำหรับ 5 เมนูสุดอร่อยในข้าวคลุกห่อใบบัว ประกอบด้วย เมนูข้าวผัดธัญพืช-แปะก๊วยห่อใบบัว ข้าวผัดสูตรพิเศษที่อุดมด้วยโภชนาการ เต็มอิ่มด้วยธัญพืชหลากหลายและแปะก๊วย สรรพคุณดีต่อร่างกาย เพิ่มโปรตีนด้วยหมูทอดน้ำปลา เสิร์ฟในห่อใบบัวแบบวิถีรักษ์สิ่งแวดล้อม หนึ่งทางเลือกอร่อยของคนใส่ใจมื้ออาหาร

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้
ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

เมนูข้าวผัดแกงเขียวหวานไก่-กุนเชียง-ไข่ต้มห่อใบบัว อีกหนึ่งเมนูที่ต้องลิ้มลอง ข้าวผัดแกงเขียวหวานไก่ หอมกลิ่นเครื่องแกงและสมุนไพร อัดแน่นด้วยโปรตีนจากเครื่องเคียงทั้งกุนเชียงทอดและไข่ต้ม รสชาติเข้มข้นอร่อยเต็มคำ เสิร์ฟในห่อใบบัว สะท้อนภูมิปัญญาพื้นบ้าน เพิ่มสเน่ห์อาหารไทยให้น่าลิ้มลองยิ่งขึ้น

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

ต่อด้วย เมนูข้าวอบกุนเชียง-หมูทอดน้ำปลาห่อใบบัว ข้าวอบกุนเชียงปรุงรสกลมกล่อม คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี เพิ่มความอร่อยด้วยหมูทอดน้ำปลารสเข้ม จัดเสิร์ฟในห่อใบบัวอย่างประณีต เมนูอร่อยถูกใจคนรักกุนเชียงและสาวกหมูทอด

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

เมนูข้าวผัดน้ำพริกกะปิ-ปลาทูทอดห่อใบบัว น้ำพริกกะปิรสจัดจ้านผัดคลุกเคล้ากับข้าวหอมมะลิ รับประทานคู่กับปลาทูทอดเครื่องเคียงหลักของน้ำพริกกะปิ จัดเสิร์ฟในห่อใบบัวแบบไทยพื้นบ้าน หนึ่งจานไทยรสอร่อยแฝงเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

ปิดท้ายที่ เมนูข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ-หมูทอดน้ำปลาห่อใบบัว ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือสูตรเฉพาะจาก “ไทยเทอเรส” ด้วยรสชาติจัดจ้าน เข้ากันอย่างลงตัวกับหมูทอดน้ำปลาแสนอร่อย เสิร์ฟในห่อใบบัวตามแบบไทยโบราณ หนึ่งเมนูครบเครื่องรสอาหารไทยที่ต้องลอง

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้
ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

ร่วมสัมผัสกับความอร่อยสุดคลาสสิค กับ “ข้าวคลุกห่อใบบัว” หลากคลายความอร่อย รสชาติไทยแท้ๆที่พร้อมให้ทุกคนได้ลิ้มลอง คลุกมาพร้อม แถมห่อใบบัวมาสวยงาม พร้อมเครื่องเคียงแน่นห่อ หอมอร่อยกันได้ ตั้งแต่วันวันนี้–15 กันยายน 2563 ที่ร้านไทยเทอเรสทุกสาขา *ยกเว้นฟู้ดลอฟท์ชิดลม (เซ็นทรัล ชิดลม)  และโพโรโระ อควาพาร์ค (เซ็นทรัล บางนา)

พักผ่อนชิลๆ ริมชายหาด @เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632003

วันที่ 01 ก.ย. 2563 เวลา 19:55 น.พักผ่อนชิลๆ ริมชายหาด @เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหินเซ็นทารา ปักหมุดโลเคชั่นใหม่สุดปัง! เดินทางสะดวกทั้งชะอำ-หัวหิน ตอบโจทย์การพักผ่อนและสัมมนา เพลิดเพลินกับสระน้ำ เครื่องเล่น พร้อมเดินเฉิดฉายบนชายหาดส่วนตัว

เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ “เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน” รีสอร์ทแห่งใหม่ล่าสุดและนับเป็นแห่งแรกในชะอำ ภายใต้การดูแลของ “เซ็นทารา” เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

โดยเซ็นทาราได้พัฒนารูปแบบและปรับปรุงพื้นที่เดิมของโรงแรมบีช การ์เด้น ให้มีความทันสมัย อีกทั้งยังนำเอามาตรฐานในแบบเซ็นทาราเข้ามาให้บริการ สลัดลุคเดิมๆ ด้วยการนำเสนอโรงแรมรูปโฉมใหม่ที่ไฉไลกว่าเก่า ด้วยห้องพักที่อัพเกรดขึ้นแต่ราคายังคงเข้าถึงได้ พร้อม เนรมิตพื้นที่พักผ่อนส่วนกลางใหม่ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว นักเดินทาง กลุ่มครอบครัว พร้อมรองรับการจัดประชุมสัมมนา โดดเด่นด้วยโลเคชั่นติดชายหาดที่ดึงดูด ทั้งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และอยู่ระหว่างหาดขึ้นชื่อทั้งชะอำและหัวหิน

เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เป็นโรงแรมขนาด 190 ห้อง ที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกเฉพาะห้อง ทีวีจอแบนพร้อมสัญญาณดาวเทียมช่องต่างประเทศ ตู้เซฟ ตู้เย็น เครื่องชงชากาแฟ ไดรเป่าผม ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงฟรี มีห้องพักให้เลือกหลายขนาดพร้อมกับวิวที่เลือกได้ตามความชอบ โดยเริ่มตั้งแต่ห้องขนาด 26-56 ตารางเมตร ภายในห้องพักตกแต่งอิงกับบรรยากาศธรรมชาติ ได้กลิ่นอายชายทะเล ถ่ายทอดผ่านโทนสีฟ้า น้ำเงินเข้ม และสีแทน ให้ความรู้สึกสุดผ่อนคลาย ทว่า ยังคงความสะดวกสบายตามสไตล์เซ็นทาราไว้อย่างครบถ้วน

บรรยากาศภายในห้องพัก

Superior

Deluxe

Deluxe ocean

Deluxe pool access

Deluxe pool terrace

Centra suite

Centra ocean suite

เติมความสุขทุกวันพักผ่อน

จัดเต็มกับความสนุกสนานในพื้นที่ส่วนกลางสุดหฤหรรษ์ ทั้งสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่มาพร้อมสไลเดอร์สีเหลืองสดใสที่สามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เอาใจหนูๆ ด้วยสระเด็กกับเห็ดสีแดง สนุกกับเกมส์และกิจกรรมสุดมันส์ที่ ห้องนีโม่คิดส์ คลับ ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ได้อาบแดดพักผ่อนสุดสบายบนเก้าอี้นอนริมสระ รีแลกซ์ด้วยการนวดผ่อนคลายที่ เซนส์ บาย สปา เซ็นวารี หรือเลือกเวิร์คเอ้าท์สร้างสุขภาพดีที่ฟิตเนสก็ยังได้

สำหรับใครที่มองหาสถานที่จัดงานประชุมสัมมนา จัดอีเว้นต์ งานแต่งงาน และงานเลี้ยงฉลองในโอกาสต่างๆ เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน ก็ตอบโจทย์ด้วยสถานที่จัดเลี้ยงที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ และยังมีห้องสัมมนาจัดเลี้ยง 3 ห้อง ที่สามารถรองรับลูกค้าได้มากถึง 300 คน

พักผ่อนสบาย กิจกรรมสนุกเยอะ ทางด้านอาหารที่นี่ก็ไม่น้อยหน้า เพราะมาด้วยกันถึง 2 ห้องอาหาร เริ่มที่ ห้องอาหารเพิร์ล นำเสนอมื้ออิ่มอร่อยอาหารเลิศรสทั้งไทยและนานาชาติแบบฟิวชั่น ตามด้วย ห้องอาหารแซนด์ ห้องอาหารและบาร์ติดหาดที่นำเสนอเครื่องดื่ม ซีฟู้ด และรสชาติอาหารไทยแบบดั้งเดิม รวมถึงไฮไลท์เมนูต่างๆ ที่นำเสนอเป็นพิเศษโดยเชฟ นอกจากนั้น แขกผู้เข้าพักยังสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืน พร้อมจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดและอาหารว่างได้ที่ สตาร์บาร์ บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน “ชะอำ” หาดชื่อดังที่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงเดินทางราว 2 ชั่วโมง ก็ยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวอยากไปสัมผัสความงดงามของท้องทะเลฝั่งอ่าวไทย และ นอกจากชายหาดขึ้นชื่อแล้ว ละแวกใกล้เคียงรวมทั้งภายในจังหวัดเพชรบุรี ยังมีสถานที่ที่น่าไปอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง), วัดถ้ำเขาย้อย, พระรามราชนิเวศน์, พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ, ตลาดกลางคืนหัวหิน  ซิเคด้า มาร์เก็ต, เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ้าท์เลท หรือจะใช้เวลาเดินทางอีกนิดเพื่อไปยัง “หัวหิน” ก็สะดวกสุดๆ

พักผ่อนครั้งต่อไปให้ เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน ดูแลคุณและครอบครัว แล้วจะรู้ว่าความสะดวก สบาย สนุกสนาน และเป็นส่วนตัว คือสิ่งที่รอคุณอยู่ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้ที่ www.centarahotelsresorts.com

121 ปีความทรงจำ ‘ล่อง รอยราชดำเนิน นิทรรศการผสานวัย’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/631798

วันที่ 30 ส.ค. 2563 เวลา 10:17 น.121 ปีความทรงจำ ‘ล่อง รอยราชดำเนิน นิทรรศการผสานวัย’นิทรรศการรูปแบบใหม่ที่จะพาทุกคน ‘ล่อง’ ไปตาม ‘รอย’ ของพื้นที่ประวัติศาสตร์ถนนราชดำเนิน กับนิทรรศการชุดพิเศษ “ล่อง รอยราชดำเนิน นิทรรศการผสานวัย” ผสานความทรงจำคนหลายเจน

หากเอ่ยชื่อ “ถนนราชดำเนิน” คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักคุ้นเคยดี แม้มิใช่ชาวกรุงเทพมหานคร เพราะถนนสายนี้เป็นถนนสายสำคัญหนึ่งในเกาะรัตนโกสินทร์ และมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของชาติมายาวนานถึง 121 ปีแล้ว ปัจจุบันถนนราชดำเนินไม่ได้เป็นเพียงแค่ถนนสายสำคัญด้านการคมนาคมของกรุงเทพมหานครในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์เท่านั้น แต่ยังเป็นถนนที่ได้บันทึกเรื่องราวในอดีต ทั้งเชิงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตผู้คน วัฒนธรรมประเพณี จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ตลอดไปจนถึงเรื่องราวการต่อสู้ทางการเมืองในหลายยุคหลายสมัยด้วย

ด้วยอายุที่ยาวนานนับร้อยปีของถนนสายนี้ นับจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริโปรดเกล้าฯ ให้สร้างถนนสายนี้ขึ้น ด้วยทรงเห็นว่าท้องที่ตำบลบ้านพานถมถึงท้องที่ตำบลป้อมหักกำลังดัสกร (ปัจจุบันคือถนนนครสวรรค์ กับถนนสามเสน) เป็นที่เปลี่ยว ยังไม่มีถนนหลวงให้ประชาชนทำการค้าขายสะดวก ประกอบกับทรงต้องการใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินระหว่างพระบรมมหาราชวังกับพระราชวังดุสิต ถนนราชดำเนินจึงได้ถือกำเนิดขึ้น พร้อมๆ กับความทรงจำมากมายของผู้คนต่างยุคต่างสมัย ต่างวัย ต่างรุ่น (Generation)

ประวิทย์ สังข์มี นักสะสมของเก่าและผู้มีส่วนร่วมในการนำเสนอวัตถุจัดแสดงในนิทรรศการชุดนี้ เป็นผู้ได้มีโอกาสสัมผัสและเห็นภาพของประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งบนถนนราชดำเนินในห้วงเวลาการผ่านร้อนผ่านหนาวที่สำคัญ เล่าถึงภาพความทรงจำเกี่ยวกับถนนสายนี้ว่า หนึ่งในความทรงจำเกี่ยวกับถนนราชดำเนินที่เขาได้ประสบมาคือ ตลาดนัดสนามหลวง ที่ในสมัยนั้นสนามหลวงยังเป็นแหล่งขายสินค้าหลากหลาย ดูคล้ายๆ กับตลาดนัดจตุจักรในปัจจุบัน ซึ่งตัวเขาชอบไปเดินหาซื้อเสื้อผ้ามือสอง ที่สมัยนั้นจะเป็นพวกเสื้อผ้ากระสอบที่จะนำมาแขวนบนราวเรียงขายเป็นแถว  “ตอนนั้นเราไม่ค่อยมีสตางค์ก็จะไปเดินเลือกซื้อเสื้อมือสองที่เขาจะแขวนราวเรียงเป็นตับไปเลย”

นอกจากเป็นแหล่งเสื้อผ้ามือสอง ซุ้มขายหนังสือตรงมุมพระแม่ธรณี ก็เป็นอีกจุดหนึ่งในความทรงจำของหนอนหนังสือและนักอ่านทั้งหลาย เพราะมีทั้งหนังสือมือสอง หนังสือเรียน วรรณกรรม นิยาย หนังสือต่างประเทศ และอีกหลากหลายประเภทที่นำมาวางขายแน่นไปหมด ภาพในเชิงลบของมุมนี้ที่ประวิทย์เล่าว่า เขารู้สึกไม่ประทับใจเลย แต่ก็ยังจดจำได้ดี นั่นคือ ส้วมสาธารณะ ที่เจ้าตัวบอกว่า “มันเหม็นมากๆ อยู่ตรงแผงขายหนังสือนั่นแหละ”

นอกจากฝั่งสนามหลวงการที่คุณพ่อของประวิทย์ทำงานอยู่บริษัทเดินอากาศไทยซึ่งตั้งอยู่ตรงสะพานผ่านฟ้าทำให้เขาได้มีโอกาสเห็นและสัมผัสกับช่วงเวลาต่างๆของถนนราชดำเนินอยู่บ่อยครั้ง 

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่เขาประทับใจมาก คือช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาที่จะมีการประดับประดาไฟบนถนนราชดำเนิน ซึ่งในแต่ละปีจะมีการจัดตกแต่งสวยงามแตกต่างกันไป ในสมัยก่อนถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในสมัยนั้นที่คนกรุงเทพฯ ตั้งตารอที่จะไปสัมผัส ตัวเขาเองก็ชอบไปเดินดูไฟงานวันเฉลิม ซึ่งสมัยก่อนจะจัดสวยมาก โดยจะเดินดูไปเรื่อยๆ กับคุณแม่

เมื่อเอ่ยถึงถนนราชดำเนินในช่วงยุคสมัยการเติบโตของประวิทย์ อีกสิ่งหนึ่งที่เขานึกถึงก็คือ โรงหนังเฉลิมไทย หรือศาลาเฉลิมไทย…โรงหนังชื่อดังแห่งยุค ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหัวมุมถนนราชดำเนินกลางกับถนนมหาไชย ที่เป็นโรงมหรสพและโรงภาพยนตร์ สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2483 ตามความประสงค์ของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม อาคารเป็นรูปทรงโมเดิร์นตามแบบตะวันตกไม่มีหลังคา คล้ายคลึงกับศาลาเฉลิมกรุง ตัวอาคารได้รับการออกแบบโดย จิตรเสน อภัยวงศ์ ที่จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจากประเทศฝรั่งเศส และตกแต่งภายในโดย ศิววงศ์ กุญชร ณ อยุธยา ในสมัยนั้นศาลาเฉลิมไทยถือเป็นหนึ่งในโรงมโหรสพที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยที่นั่งราว 1,200 ที่นั่ง พร้อมที่นั่งชั้นบน เวทีเป็นแบบมีกรอบหน้า มีเวทีแบบเลื่อนบนราง (Wagon Stage) เพื่อความรวดเร็วในการเปลี่ยนฉาก ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นโรงภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2496 และต่อมาถูกรื้อทิ้งตามมติคณะรัฐมนตรีรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2532 เนื่องจากศาลาเฉลิมไทยตั้งอยู่ด้านหน้าวัดราชนัดดารามวรวิหาร และโลหะปราสาท ทำให้เกิดการบดบังทัศนียภาพเบื้องหลัง

“เมื่อเขาทุบโรงหนังเฉลิมไทยออกไปแล้ว ก็ทำให้เห็นมุมมองของวัดราชนัดดาสวยชัดเจน อันนี้ผมชอบวิธีการปรับปรุงในมุมนี้นะ” ประวิทย์เล่าถึงความทรงจำในอีกมุม

อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ปรากฏอยู่ในห้วงเวลานั้น และติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้คนมากมายที่ร่วมยุคสมัย รวมทั้งตัวประวิทย์ก็คือ เหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งในห้วงเวลานั้นประวิทย์ยังเป็นเพียงเด็กชายวัยมัธยม แต่ด้วยเพราะบ้านอยู่ไม่ไกลจากราชดำเนิน ทำให้เขาได้มีส่วนร่วมรับรู้เหตุการณ์ด้วยประสบการณ์ของตัวเอง

“ตอนนั้นเราจะได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ และได้ยินเสียงปืนกราดยิงลงมาจากท้องฟ้า ได้ยินเสียงระเบิด เสียงปืนที่มาจากถนนราชดำเนินชัดเจน เราก็มีความพยายามอยากจะออกไปร่วมเหตุการณ์กับเขาด้วยนะตอนนั้น แต่คุณแม่ห้ามไว้ ทั้งที่นั่งรถไปนิดเดียว ข้ามเรือไปก็ถึงท่าพระจันทร์แล้ว นี่เป็นเหตุการณ์ที่เราประสบมากับตัวเอง ไม่ใช่ดูจากภาพ หรือฟังเขาเล่าเรื่อง ตอน 6 หรือ 19 ตุลา ก็เหมือนกัน สถานที่เดียวกัน ตอนนั้นเราก็ได้ยินเสียงปืนชัดเจน นี่ก็เป็นราชดำเนินในความทรงจำ”

นอกจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในมุมของการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมต่างๆ ของถนนราชดำเนินก็เป็นหนึ่งในภาพจำของเขาเช่นกันแม้ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนผ่านมาหลายยุคหลายสมัยแต่สำหรับประวิทย์เขามองว่าถนนราชดำเนินการยังมีเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างสภาพแวดล้อมน้อยมากเพราะสถานที่สำคัญหลายแห่งยังคงอยู่และมีโครงสร้างที่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยเช่นร้านอาหารศรแดงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโรงแรมรัตนโกสินทร์ยกเว้นสะพานที่มีการขยายและปรับปรุงรวมไปถึงอาคารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและกรมประชาสัมพันธ์ที่โดนไฟไหม้รวมถึงโรงหนังเฉลิมไทยที่รื้อทิ้งไป

“พูดถึงราชดำเนิน อีกสถานที่ที่ผมจะนึกถึงคือ อาคารของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเดิมเป็นของห้างแบดแมน เป็นตึกเก่าสมัย ร.5 ก่อนที่จะถูกไฟไหม้แล้วเขาทุบทิ้ง  ผมประทับใจตัวอาคารเพราะมันสวยมาก”

ด้วยความเป็นนักสะสมและชื่นชอบในประวัติศาสตร์ประวิทย์จึงเก็บสะสมภาพเก่าและสิ่งของในอดีตไว้มากมายซึ่งส่วนหนึ่งก็คือภาพที่บอกเล่าเรื่องราวความทรงจำในอดีตบนถนนราชดำเนินด้วย

“การสะสมของผมเริ่มมาจากผมชอบสะสมภาพเหตุการณ์ต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมันมีเยอะ ผมก็จะเก็บเป็นประเภท แยกเป็นเรื่องราว เป็นเหตุการณ์ อย่างราชดำเนินเองก็มีหลายเรื่อง แต่ที่ผมเก็บเป็นภาพแรกจะเป็นเรื่องของเหตุการณ์น้ำท่วมถนนราชดำเนิน ช่วงปี 2485 ซึ่งมันดูเป็นเรื่องแปลกมากในสมัยนั้น พอเห็นภาพนี้ เอ๊ะ! พายเรือที่ราชดำเนินกันเลยเหรอ ต่อมามันก็มีภาพน้ำท่วมที่เยาวราช ที่นั่นที่นี่มาอีก เลยเก็บเป็นภาพชุดน้ำท่วมกรุงเทพฯ เป็นภาพเหตุการณ์ที่อยู่ในกลุ่มที่เราสนใจอยู่แล้ว ก็เก็บสะสมมาเรื่อยๆ”

ภาพและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำบนถนนราชดำเนิน มีทั้งภาพถ่ายถนนราชดำเนินในมุมและเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ การ์ดเชิญเปิดโรงแรมรัตนโกสินทร์ ที่เจ้าตัวบอกว่า “อันนี้สนุก อ่านแล้วดูน่าสนใจดี” …เพราะเป็นการใช้ภาษาในยุคจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ซึ่งเป็นยุคที่เรียกกันว่า “ภาษาวิบัติ” เพราะมีการใช้ภาษาแบบลดตัวอักษรลงไป หรือการ์ดเชิญเปิดโรงแรมสุริยานนท์ ซึ่งตอนนั้นเปิดพร้อมกัน และตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน หรือใบเสร็จห้างแบดแมน ซึ่งพิมพ์ออกมาสวยมาก หรือการ์ดงานเปิด ททท. และถนนราชดำเนินกลาง เป็นต้น

“ของสะสมเหล่านี้อาจมีมูลค่าไม่มาก แต่มีคุณค่าทางจิตใจที่ไม่สามารถจะตีราคาได้ เพราะมันไม่มีอีกแล้ว อย่างการ์ดเชิญโรงแรมรัตนโกสินทร์ ก็ไม่มีแล้ว มันไม่ได้หาง่ายๆ มิวเซียมสยามจะเป็นสถานที่แรกที่ผมส่งของเหล่านี้ไปให้จัดแสดง นี่ยังไม่เคยโชว์ที่ไหนเลย พอดีเห็นว่าเป็นงานที่เกี่ยวกับถนนราชดำเนินเลยถือโอกาสส่งไปให้จัดแสดงเพื่อให้คนทั่วไปได้ชมกัน”

ร่วมสัมผัสนิทรรศการรูปแบบใหม่ที่จะพาผู้ชม ‘ล่อง’ ไปตาม ‘รอย’ ของพื้นที่ประวัติศาสตร์ถนนราชดำเนิน โดยมิวเซียมสยาม กับนิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่ ‘ล่อง รอยราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย’ ที่งานนี้นอกจากภาพและสิ่งของในความทรงจำมากมายที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวถนนราชดำเนินอย่างเพลิดเพลินแล้วนิทรรศการนี้ยังมีกระบวนการเล่าเรื่องที่น่าสนใจและไม่ธรรมดาอีกด้วย

นิทรรศการ ‘ล่อง รอยราชดำเนิน: นิทรรศการผสานวัย’ จัดแสดงที่มิวเซียมสยามถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 จากนั้นจะย้ายไปจัดแสดงที่หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน – 31 ตุลาคม 2563

เที่ยวใกล้กรุง ดูพันธุ์ปลาสวยงาม ช้อปของดีเมืองราชบุรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/631795

วันที่ 30 ส.ค. 2563 เวลา 09:45 น.เที่ยวใกล้กรุง ดูพันธุ์ปลาสวยงาม ช้อปของดีเมืองราชบุรีเมืองราชบุรีจัดงานโชว์ของดีถิ่นเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกของประเทศไทย ในงาน AQUA ILLUMINATION ตั้งแต่วันนี้-6 ก.ย. 2563

ใครว่า “ราชบุรีมีดีแค่โอ่ง!!” เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรีภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 และส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วง Green Season ซึ่งเป็นการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ภายใต้คอนเซ็ปต์ “คิด..แล้วไปให้ถึง” จังหวัดราชบุรี นำโดย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมด้วยเทศบาลเมืองบ้านโป่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน AQUA ILLUMINATION กิจกรรมนิทรรศการปลาสวยงามเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของจังหวัดราชบุรีให้เป็นศูนย์กลางของแหล่งเพาะพันธ์ุปลาสวยงามที่สุดในประเทศไทย

โดยงานนี้ได้นำศักยภาพของบ้านโป่งที่มีพื้นที่เพาะเลี้ยงปลาสวยงามมากที่สุดในประเทศไทยและเป็นศูนย์กลางจำหน่ายปลาสวยงามพื้นที่ใหญ่สุดในเอเชีย มาต่อยอดขยายผลเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวในลักษณะ Art Aquarium การแสดงปลาสวยงามภายใต้ตู้ปลาขนาดยักษ์และขนาดเล็กใหญ่รูปทรงแปลกตา สาดส่องด้วยแสงไฟหลากสีอย่างอลังการ เป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะ-ออกแบบ-ความบันเทิง-อะควาเรียม ที่ให้ความรู้สึกชวนพิศวงแต่สวยงาม พร้อมดนตรีบรรเลงเคล้าคลอทำให้ได้สัมผัสความงามในหลากหลายมิติ ออกแบบบรรยากาศงานโดยศิลปินนักออกแบบจัดดอกไม้ชั้นนำของเอเชีย สกุล อินทกุล ซึ่งมีชื่อเสียงในการเสนอแนวคิดเชิงปรัชญาตะวันออกผ่านศิลปะการจัดวางดอกไม้ (Flower Installation) ที่เน้นผิวสัมผัสและองค์ประกอบที่งดงาม ดูน่าตื่นตาตื่นใจเช่นเดียวกับงานประติมากรรม และใช้นวัตกรรมมัลติมีเดียโชว์แสงสีคุณภาพระดับสากลโดยทีม Digital Art จากฝีมือเด็กไทยล้วน

“ถ้ากล่าวถึงประเทศชั้นนำที่เพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามมีอยู่ 3 ประเทศด้วยกันคือ ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และไทย ซึ่งทางภาคตะวันตกของประเทศไทย อาทิ กาญจนบุรี, นครปฐม และราชบุรี ถือเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความความเหมาะสมเนื่องด้วยมีลักษณะทางสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่น มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะอำเภอบ้านโป่งที่มีบ่อเลี้ยงปลาถึงกว่า 1,700 บ่อ สามารถสร้างรายได้สู่ชุมชนมาเป็นเวลานาน จากข้อมูลจากในปี 2550 การซื้อขายสัตว์เลี้ยงทุกชนิดของประเทศมีมูลค่าร่วมหมื่นล้านบาท และในปี 2560 เพิ่มขึ้นมาถึงร่วมหนึ่งแสนล้านบาทต่อปี และในอนาคตอีกสิบปีคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นมาถึงห้าแสนล้านบาท โดยเฉพาะการเติบโตในเรื่องของปลาสวยงาม เพราะปลาสวยงามเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่สร้างมลภาวะ ไม่มีกลิ่น และสามารถเลี้ยงภายในบ้านได้อย่างสะดวก ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเล็งเห็นว่าอำเภอบ้านโป่งคือศูนย์กลางการเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกของประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางของการคมนาคม นอกจากนี้ยังมีตลาดกลางปลาสวยงามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนคือตลาดฟิชวิลเลจ เพราะฉะนั้นการจัดงานในวันนี้จึงส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ของจังหวัดราชบุรี ก็ขอเชิญชวนพี่น้องให้มาเข้าชมงานมากๆ กันนะครับ” นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

ทางด้านนายสกุล อินทกุล นักจัดดอกไม้ชื่อดังที่มาร่วมสร้างสรรค์ความงดงามของนิทรรศการปลาสวยงามในครั้งนี้ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ให้มีความน่าสนใจ และดึงดูดสายตาผู้ชมถือเป็นการสร้างประสบการณ์การเที่ยวชมงานในรูปแบบใหม่ครับ มีการปรับเปลี่ยน และเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีความหลากหลาย หรือแปลกตาไปจากเดิม อย่างแทงค์น้ำเราเอามาปรับเป็นแจกันเพื่อสร้างการดึงดูดสายตา งานในลักษณะนี้เราเรียกว่าเป็น Art Installation ซึ่งความยากของการตกแต่งนิทรรศการในครั้งนี้คือการเล่นกับสิ่งมีชีวิต อย่างตัวปลาที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยมีการใช้แสงเป็นสีสันเพื่อเพิ่มความกลมกลืนและมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น”

โดยภายในหอประชุมศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านโป่งถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่โล่งกว้างและมืดสนิท จัดตกแต่งตู้ปลาอะคริลิกน้อยใหญ่ แบ่งเป็น 3 โซนหลัก ดังนี้

โซน 1 ชนชั้นมนุษย์และสวรรค์ เป็นตู้ปลาสั่งทำจากต่างประเทศ สูง 2.4 เมตร ตกแต่งด้วย Art Work จากภาพประติมากรรมเส้นสินเทา แบ่งชนชั้นมนุษย์และสวรรค์ ต้นแบบจากภาพฝาผนังของวัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี

โซน 2 ป่าไผ่ แรงบันดาลใจจากป่าไผ่ Arashiyama ประเทศญี่ปุ่นที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมือนจังหวัดราชบุรี ติดตั้งตู้ปลาทรงกระบอก ขึ้นรูปและซ่อนให้กลมกลืนไปกับลำต้นไผ่

โซน 3 ตู้ปลาแท่งนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นมิติการมองแบบต่าง ๆ เช่น ตู้ปลาสี่เหลี่ยมทรงตั้ง ตู้ปลา 3 เหลี่ยม 4 เหลี่ยม 5 เหลี่ยม 6 เหลี่ยม 8 เหลี่ยม  ตู้ปลาผนังลายผ้าขาวม้าราชบุรี  อุโมงค์ตู้ปลาที่มีแนวคิดจากถ้ำหินงอกหินย้อยเสมือนเดินอยู่ในถ้ำที่มีปลาว่ายน้ำอยู่ด้านบน ตู้ปลาโดมไม้ไผ่ ร่วมด้วย โหลปลากัดยักษ์ความสูง 3.2 เมตร   เซ็นเตอร์พีช เป็นตู้ปลาดอกบัวบานไทย รัศมี 8 เมตร ล้อมด้วยเบญจรงค์จากจังหวัดสมุทรสงคราม

นอกจากนี้ บริเวณระเบียงข้างห้องแสดงปลายังมีการออกร้านของชุมชนท่องเที่ยวในเขตอำเภอบ้านโป่ง เช่น มอญนครชุมน์  จีนแคะบ้านห้วยกระบอก ไท-ยวนบ้านหนองปลาหมอ งานฝีมืองานศิลปะของกลุ่มศิลปินเมืองบ้านโป่ง เป็นต้น และในส่วนของเทศบาลเมืองบ้านโป่งจัดให้มีการจำหน่ายสินค้าของดีของฝากที่ชั้นล่างและบริเวณลานเอนกประสงค์ริมแม่น้ำแม่กลองอีกด้วย 

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่มีความสนใจจะซื้อปลาหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาและสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ แนะนำให้ไปเที่ยวชมที่ตลาดกลางปลาสวยงามและสัตว์เลี้ยงฟิช วิลเลจ (Fish Village)ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงาน งาน AQUA ILLUMINATION (อะควา อิลูมิเนชั่น) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันนี้ถึงวันที่ 6 กันยายนนี้ โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น. สำหรับวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ขยายเวลาให้เข้าชมได้จนถึง 22.00 น.

ปักหมุดแล้วไปกัน! เที่ยว “ชลบุรี” จังหวัดเดียวมีครบ..ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/631628

วันที่ 27 ส.ค. 2563 เวลา 16:15 น.ปักหมุดแล้วไปกัน! เที่ยว "ชลบุรี" จังหวัดเดียวมีครบ..ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์พาไปเที่ยว “ชลบุรี” ที่ไม่ได้มีแค่ทะเลตามแบบฉบับ Posttoday จัดเต็มกิจกรรมตอบโจทย์ทุกวัยไปกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ #Myชลบุรีstyle

อย่างที่รู้กันว่า จังหวัดชลบุรี คือเมืองท่องเที่ยวหลักมีแหล่งท่องเที่ยวครบครันภายในจังหวัดเดียว ไม่ว่าจะหยุดยาวหรือหยุดเสาร์-อาทิตย์ ใครๆก็คิดถึงทริปที่เติมเต็มความสุข ความสนุก และได้พักผ่อนชาร์ตพลังกันแบบเต็มที่

วันนี้จะขอเป็นไกด์นำทุกคนจัดทริปเที่ยว “MyชลบุรีStyle” ตามแบบฉบับ Posttoday เราจะไปแวะพักที่ไหน มีกิจกรรมอะไรให้ทำบ้างไปตามรอยกันเลย

‘เริ่มต้นการเดินทาง’ก่อนเริ่มต้นทริปก็ต้องมาไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซะก่อน เรามุ่งตรงมาที่ วัดสัญญาณสังวรราม พระอารามหลวงชั้นเอกประจำจังหวัดชลบุรี ภายในวัดกว้างใหญ่ร่มรื่น มีปูชณียสถานสวยงามวิจิตรเหมาะเป็นโลเคชั่นถ่ายรูปสวยๆหลายแห่ง

ด้านในจัดนิทรรศการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนาให้เข้าใจง่ายระหว่างเดินเล่นชมความสวยงาม หลังจากไหว้พระขอพรทำบุญภายในวัดแล้ว ก่อนกลับบริเวณหน้าวัดก็มีพื้นที่ทำทานให้ปล่อยปลาอีกด้วย

เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกชั้นยอดสำหรับนักท่องเที่ยวมาพัทยาเลยก็ว่าได้ เพราะเที่ยวทั้งทีก็ต้องได้กินอาหารอร่อย พักผ่อนสะดวกสบาย ราคาจับต้องได้ไปกับการบริการทุกระดับที่คุณประทับใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาพักผ่อนเพราะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ติดหาดพัทยา บรรยากาศดีมากภายในตกแต่งสวยงามกว้างขวาง สายถ่ายรูปทำคอนเทนต์ถ่ายปังได้ทุกมุมลงอินสตาแกรมแบบรัวๆ ไฮไลท์ของที่นี่คือห้องพักมีอ่างอาบน้ำสำหรับชมวิวทะเลและเมืองพัทยา นอนแช่น้ำชมวิวไป ก็แทบจะไม่อยากออกไปไหนเลย

ช่วงเย็นไปนอนชิลชมพระอาทิตย์ตกบริเวณริมสระว่ายน้ำติดทะเล สระว่ายน้ำมีจุดบริการเครื่องดื่มและอาหารให้ลิ้มรสซึมซับบรรยากาศระหว่างนอนชมแสงอาทิตย์กระทบผิวน้ำค่อยๆลับขอบฟ้า เป็นโรงแรมที่มาแล้วต้องไปซ้ำทำให้การพักผ่อนของทริปนี้พิเศษกว่าที่เคย

ร้านอาหารชื่อดังที่เวลามาชลบุรีเป็นต้องแวะกินทุกครั้ง ด้วยโลเคชั่นที่ตั้งติดชายทะเล มีลมโกรกตลอด บริเวณร้านกว้างสะอาดพนักงานบริการรวดเร็วยิ้มแย้มเป็นมิตร ที่สำคัญรสชาติอาหารอร่อยถูกปาก เพราะหัวใจหลักของอาหารทะเลคือความสดใหม่ และนี่คือเมนูแนะนำสุดปัง

ประเก๋าราดพริกสด – ปลาเก๋าบั้งทอดทั้งตัวจนกรอบ ราดด้วยน้ำซอสปรุงรสจากพริกสดและสมุนไพรหลายชนิด รสชาติหวานเปรี้ยวเค็มเข้ากัน เนื้อปลาหวานเข้าเนื้อเพราะความสดพอทานคู่กับพริกกระเทียมและน้ำซอสยิ่งชูรสให้อร่อยยิ่งขึ้น

เนื้อปูหลน – หลนขึ้นชื่อของทางร้านเพราะทำจากกะทิคั้นสดหอมมัน ใส่เนื้อปูมาเต็มคำแถมเพิ่มความมันด้วยไข่ปูก้อนโต เสิร์ฟคู่กับผักเคียงหลายชนิดไว้จิ้มทาน ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพสารอาหารครบ

ทอดมันกุ้ง – เนื้อกุ้งบดละเอียดปั้นเป็นก้อนนำไปทอดจนเหลืองอร่าม รสสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน จิ้มทานกับน้ำจิ้มบ๊วยรสชาติหวานนำ

แกงคั่วเนื้อปู – เนื้อปูสดๆไปคั่วกับพริกแกงผสานกับหัวกะทิหอมมัน จนรสกลมกล่อมถึงเครื่องเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบด้วยยอดมะพร้าวทำให้เมนูนี้ลงตัวมากขึ้น

พลาดไม่ได้ก็คงเป็น ปูนึ่ง ดาราหลักประจำร้าน ทางร้านมีปูเป็นๆสดๆตัวโตๆมานึ่งจนสุก เนื้อปูเด้งร่อนเป็นก้อน ทานเปล่าๆโดยไม่มีน้ำจิ้มยังหวานหอมเพราะความสด ยิ่งได้น้ำจิ้ม sea food สูตรเฉพาะของร้านมาชูรสเปรี้ยวเผ็ด ยิ่งทำให้อร่อยจนหยุดไม่ได้

หากว่าคุณพาลูกมาเที่ยวชลบุรีบ่อยจนเบื่อทะเลแล้ว นี่คือสนามเด็กเล่นธรรมชาติแนวใหม่ที่ต้องลอง Little Filed Farm เป็นฟาร์มของเด็กโดยเฉพาะเปิดตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อให้เด็กๆวิ่งเล่นกับสัตว์เลี้ยงภายในฟาร์ม ตามวิถีชีวิตของสัตว์ตามธรรมชาติ มีทั้งห่าน เป็ด ไก่ หมู ม้า อีกทั้งมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งให้อาหารสัตว์ แข่งกันเก็บไข่ ซุ้มเล่นขายของ วาดรูประบายสีต่างๆ เรียกว่าเด็กๆสามารถสร้างสรรค์จินตนาการในฟาร์มแห่งนี้ได้เต็มที่ราวกับเราไปอยู่ในเกม Harvestmoon ยังไงยังงั้น ตอนเที่ยงน้องๆจะได้ฝึกการทำอาหารด้วยเมนูไข่เจียวจากไข่ที่เก็บมาได้ และมีซุ้มการทำผ้ามัดย้อมให้น้องๆได้ฝึกได้ลองทำด้วย

ไฮไลท์เด็ดของที่นี่คือบ่อโคลนให้น้องๆสนุกสุดเหวี่ยงบนสไลเดอร์โคลน เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้เด็กๆเรียนรู้และสนุกไปกับพร้อมๆกัน

หลังจากมีกิจกรรมสำหรับเด็กเล็กแล้วและนี่คือกิจกรรมที่วัยรุ่นหลายๆคนใฝ่ฝันนั่นคือ ‘การแล่นเรือใบ’โดยเรือ 1 ลำ สามารถขึ้นได้ 2 คน เรือจะถูกขับเคลื่อนไปตามแรงลมตามการควบคุมของนักกีฬาทีมชาติที่้ดูแลดีเป็นกันเองแบบสุดๆ

ระหว่างอยู่บนเรือเราจะไม่รู้ตัวเลยว่าเรือแล่นไปด้วยความเร็วแค่ไหน เพราะการแล่นไปตามแนวคลื่นทำให้ไม่มีแรงกระแทกใดๆเลย เผลอแปบเดียวเรือก็แล่นมาถึงเกาะจุดหมายให้เรามานอนเล่นชิลๆทานอาหารกลางวันก็ได้ เผลอแปปเดียวหมดไปอีกวันกับการนั่งกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ

นอกจากกิจกรรมแล่นเรือใบ ที่นี่ยังมีบริการ surfboard ให้ลองเล่นลองพายหรือใช้เป็นพร็อพถ่ายรูปก็คูลไปอีกแบบ

ขากลับกรุงเทพ ก็ขอแวะร้านคาเฟ่สุดชิคที่ใครไปบางแสนต้องแวะไปเช็คอินลิ้มรสกาแฟและเบเกอรี่ท่ามกลางวิวริมผาทะเลบางแสน

แนวคิดของคาเฟ่แห่งนี้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อให้เป็นคาเฟ่เพื่อคนพื้นที่สำหรับแวะมานั่งทำงาน ผ่อนคลายหรือนัดเจอเพื่อน และเพื่อนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมาแวะมาถ่ายรูปเช็คอินกับบรรยากาศธรรมชาติ อาหารและเครื่องดื่มที่นี่จึงอร่อยถูกปากและราคาจับต้องได้

‘เค้กมะพร้าวใบเตย’เค้กหน้ามะพร้าวแป้งฟูกลิ่นหอมใบเตยเนื้อนุ่ม รสชาติไม่หวานจนเลี่ยน ตัดหวานด้วยความมันของเนื้อมะพร้าว ถือเป็นเมนูขึ้นชื่อของร้าน

‘Truffle EggxHam Croissant’ ซิกเนเจอร์จานหลักของร้าน ครัวซองท์หอมเนยนุ่มฟูสอดไส้แฮมแผ่นโตราดด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิลให้กลิ่นหอมเฉพาะขึ้นมาติดจมูกทันทีที่ลิ้นสัมผัส เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ห้ามพลาด

‘ลาเต้’ (ไม่แน่ใจชื่อ)เมล็ดกาแฟคั่วสูตรเฉพาะของทางร้าน ทำให้รสชาติเข้มกำลังพอดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆของโกโก้ เมื่อผสมกับนมแล้วทำให้ความหวานของนมเข้ามาชูรสชาติของกาแฟให้หอมยิ่งขึ้น

หลังจากนั่งชิลถ่ายรูปเพลินๆในร้านคาเฟ่เสร็จแล้ว เผลอแปบเดียวก็ได้เวลาอาหารเย็น เราเลยมาทานร้าน Hill Mare ที่อยู่ติดกัน เรียกว่ามาที่เดียวได้ถึงสอง

Hill Mare ร้านอาหารเปิดให้บริการเวลา 16.00น. นั่งชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกของทะเลบางแสน เป็นจุดแลนด์มาร์กใหม่ของคนผู้โหยหาบรรยากาศและเสียงดนตรีกับอาหารเลิศรสรับลมทะเล ใครที่อยากได้โต๊ะดีๆติดทะเลมีเพลงเพราะๆฟังเพลินต้องห้ามพลาด 

‘ปลาลุยเพลิง’ปลาทอดราดซอสพร้อมสมุนไพรนานาชนิดรสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง ต้องบอกว่าเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่หาทานที่ไหนไม่ได้

‘ข้ามผัดสัปปะรด’เมนูข้าวที่ร้านไหนก็มี แต่สำหรับ Hill Mare ย่อมไม่ธรรมดา เพราะเสิร์ฟมาในลูกสัปปะรดพร้อมรสชาติของวัตถุดิบแบบจัดเต็ม ทำให้รสชาติเข้าลิ้นอร่อยกลมกล่อมจนต้องบอกต่อ

‘แกงปู’  รสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้านถึงเครื่องแกง ตัดความเผ็ดร้อนด้วยสัปปะรดรสหวานทำให้เมนูนี้ลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่เราอยากให้ลอง

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ในตัวเมืองไม่ไกลจากชายหาดบางแสนและเขาสามมุก เป็นสะพานเลียบชายทะเลที่มีระยะทางหลายกิโลเมตร ทอดยาวจากถนนสุขุมวิทจนถึงวัดเขาบางทราย สามารถมองวิวของทะเลที่สวยงามขนาบข้าง บนสะพานมีจุดจอดรถสำหรับชมวิวทิวทัศน์ ยิ่งช่วงเย็นๆไปชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ถ่ายรูปเล่น เดินชิลๆรับลมก็เพลินไปอีกแบบ

เป็นเพียงไม่กี่สถานที่เท่านั้นที่ทางโพสต์ทูเดย์อยากแนะนำและให้ทุกคนได้ไปลอง เที่ยวชลบุรีที่ไม่ได้มีแต่ทะเล แต่มีครบทุกกิจกรรมให้ทุกเพศทุกวัยได้ไปพักผ่อนได้ตลอดทั้งปีแบบไม่มีเบื่อ

ชลบุรีในแบบของคุณเป็นแบบไหน ไปเที่ยวแล้วอย่าลืมติดแฮชแท็ก #Myชลบุรีstyle  มาอวดกันด้วยนะครับ 

ชื่นชมภูมิทัศน์รัสเซีย ในนิทรรศการ The Most Beautiful Country #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/631589

วันที่ 27 ส.ค. 2563 เวลา 10:55 น.ชื่นชมภูมิทัศน์รัสเซีย ในนิทรรศการ The Most Beautiful Countryสถานทูตรัสเซียชวนชมนิทรรศการภาพถ่าย ‘The Most Beautiful Country’ ชมภูมิทัศน์อันสวยงามของรัสเซีย ณ Groove Gallery Walk @centralwOrld

เนื่องในโอกาสครบรอบ 175 ปี สมาคมสังคมภูมิศาสตร์รัสเซีย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้ร่วมกับ สถานทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย จัดนิทรรศการภาพถ่าย “The Most Beautiful Country”

พบกับสุดยอดภาพถ่ายที่จัดแสดงภาพภูมิทัศน์ ทิวทัศน์ ธรรมชาติ อันสะท้อนถึงภูมิประเทศที่สวยงามของประเทศรัสเซีย โดยคัดเลือกจากผลงานที่ดีที่สุดของผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายประจำปีของรัสเซียทั้งหมด 39 ภาพ จากผู้ชนะการประกวดทั้งหมด 15 คน โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เป็นประธานในการเปิดงาน และ ฯพณฯ เอกตอร์ กอนเด อัลเมย์ดา เอกอัครราชทูตคิวบาประจำประเทศไทย, สุพัตรา จิราธิวัฒน์, สุทธิภัค จิราธิวัฒน์, วัฒน์ จิราธิวัฒน์ และนงนุช เพ็ชรรัตน์ ให้เกียรติร่วมงาน

ตัวอย่างผลงานที่นำมาจัดแสดง

ร่วมชื่นชมผลงานที่นำมาจัดแสดงได้บริเวณ ชั้น 2 Groove Gallery Walk @centralwOrld ระหว่างวันนี้–20 กันยายน 2563  ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @CentralLife หรือ Facebook : Central World

คิดถึงวันวานผ่านเส้นทางสุดประทับใจ ‘สุพรรณบุรี’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/631501

วันที่ 26 ส.ค. 2563 เวลา 10:10 น.คิดถึงวันวานผ่านเส้นทางสุดประทับใจ 'สุพรรณบุรี'บันทึกเส้นทางประทับใจ คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ อัศจรรย์สุพรรณบุรี

จังหวัดสุพรรณบุรี เป็น 1 ใน 5 เส้นทางท่องเที่ยวสวยงามภาคกลางที่พัฒนาและสร้างสรรค์เป็นกิจกรรม โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อให้คนไทยได้หายคิดถึงธรรมชาติ พร้อมฟื้นฟูการท่องเที่ยวในประเทศตามโครงการ คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ (Back to Nature) ควบคู่การท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Tourism) ได้รู้จักและสัมผัสกับความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัยในการท่องเที่ยว หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) และสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง

จากจุดนัดพบ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรบุรี ในตอนเช้า ทัพนักท่องเที่ยวที่คิดถึงอ้อมกอดธรรมชาติ มุ่งหน้าสู่ สุพรรณบุรี เมืองรองในภาคกลางของประเทศไทย ที่ห่างจากกรุงเทพฯเพียงแค่ 107 กิโลเมตร ประเดิมทริปนี้ด้วยมื้อกลางวันที่อิ่มท้องพร้อมชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ณ ไร่ชมอิน  ตั้งอยู่ริมเขื่อนกระเสียว เขื่อนดินที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยในอำเภอด่านช้างที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินจนลับโค้งขอบฟ้าที่สวยงามที่สุดและยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคกลาง

ชวนเก็บความประทับใจแรกกันแล้ว เดินทางกันต่อไปยัง อุทยานแห่งชาติพุเตย สมญานามดินแดนแห่งขุนเขาและป่าหนึ่งเดียวที่สมบูรณ์ที่สุดของเมืองสุพรรณบุรี ใครที่หลงใหลในธรรมชาติอันเงียบสงบ ทั้งป่า ภูเขา น้ำตก ที่นี่มีครบถ้วนบนเนื้อที่  198,422 ไร่ ผนวกกับความงดงามของแสงอาทิตย์ช่วงเช้าที่สาดส่องสวยงามไปทั่ว นักท่องเที่ยวจึงไม่รอช้าที่จะบันทึกภาพธรรมชาติอันเย้ายวน พร้อมทำ workshop กับเพจ Imminimus นักสร้างแรงบันดาลใจจากภาพถ่าย ที่ร่วมเก็บความประทับใจไปด้วยกัน โดยครั้งนี้นักท่องเที่ยวได้รับโจทย์ให้ถ่ายภาพธรรมชาติที่ต้องการสื่อความหมาย ถ่ายไว้เป็นเพื่อเตือนความทรงจำ เพื่อได้นำกลับมาดูอีกครั้งในยามคิดถึงธรรมชาติ ได้เวลาตะวันเคลื่อนคล้อยจนตกดิน จึงเข้าเช็คอินยังที่พัก จันทร์ธารา วิลล่า โรงแรมแอนด์ รีสอร์ท

เช้าวันรุ่งขึ้น นักท่องเที่ยวพร้อมใจกันตื่นมารับพลังจากแสงเช้าบริเวณริมเขื่อน พร้อมเรียนรู้เทคนิคการแต่งภาพด้วยมือถือแบบง่ายๆ เพื่อให้ภาพได้เล่าเรื่องไปพร้อมความรู้สึกอย่างสมบูรณ์แบบ กับเพจ Travelkanuman ผู้เชี่ยวชาญที่มีความโดดเด่นด้านการถ่ายภาพโดยเฉพาะภาพที่ถูกบันทึกไว้จึงเติมเต็มด้วยความสุขที่ได้รับจากธรรมชาติโดยรอบ

ก่อนจะออกเดินทางไปสักการะ พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ (หลวงพ่ออู่ทอง) พระพุทธรูปแกะสลักผาหินที่ใหญ่ที่สุดในโลกณพุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรีบริเวณเขาทำเทียมอำเภออู่ทองนอกจากเป็นหนึ่งเดียวในไทยยังเป็นมรดกคู่ฟ้าดินและตำนานมหามงคลอันยิ่งใหญ่เสริมสร้างสิริมงคลให้กับนักท่องเที่ยวในทริปนี้ยิ่งนัก

และหลังจากมื้อกลางวัน ที่ร้าน Tree of Us แล้ว ยังมีเวลาเดินเล่นย้อนวันวานที่ ตลาดเก้าห้อง 100 ปี ตลาดเก่าริมแม่น้ำ เรือนไม้ที่ปลูกติดต่อกันเรียงเป็นแถวยาว สร้างขึ้นในต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งในอดีตนั้นใช้เป็นที่ค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าของชุมชนไทย-จีน ผ่านเวลามากว่า 100 ปี จนถึงวันนี้   ปัจจุบันตั้งอยู่ในอำเภอบางปลาม้า จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุ ”ตลาดเก้าห้อง” นำมาจากชื่อของบ้านเก้าห้อง ซึ่งเป็นบ้านโบราณที่มีประวัติสืบทอดมายาวนาน  นี่คืออีกมุมมอง อันซีนสุพรรณบุรี เส้นทางการท่องเที่ยวที่ได้เก็บทั้งภาพธรรมชาติ และบันทึกความประทับใจ ไว้อย่างครบถ้วน ก่อนเดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานคร  

โครงการ คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ (Back to Nature) ยังร่วมกับพันธมิตร เพื่อมอบโปรโมชั่นพิเศษ อาทิ แมคโดนัลด์ รับกาแฟฟรี 2,000 สิทธิ์ ทุกสาขาในภาคกลางผ่านช่องทาง Drive Thru เพียงแคปหน้าจอโพสต์รายละเอียดของโครงการ คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ รวมถึงแคมเปญมากมายที่ร่วมกับร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโรงแรมในภาคกลาง ที่นำเสนอเป็นดีลส่วนลด หากใครสนใจจองทริปและดีลส่วนลดมากมายสามารถดูรายละเอียดได้ที่ Facebook : Creative District Thailand

เลือกสไตล์ที่ใช่ แล้วไปตามรอย 10 สุดยอดทริปไอเดียอะเมซิ่งไทยเท่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/631493

วันที่ 26 ส.ค. 2563 เวลา 08:30 น.เลือกสไตล์ที่ใช่ แล้วไปตามรอย 10 สุดยอดทริปไอเดียอะเมซิ่งไทยเท่เที่ยวแบบไหน ใช่ตัวเรามากที่สุด!! ส่อง 10 ผลงานสุดยอดทริปไอเดียสไตล์เท่จาก 10 ทีมผู้ชนะการแข่งขัน amazing ไทยเท่ Competition 2020 แรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “เมืองไทยสวยทุกที่ เท่ทุกสไตล์”

ประกาศผลผู้ชนะไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับกิจกรรมที่เฟ้นหาสุดยอดความคิดสร้างสรรค์ทริปท่องเที่ยวไอเดียเท่ๆ 10 สไตล์  “amazing ไทยเท่ Competition 2020” (อะเมซิ่งไทยเท่ คอมเพททิชั่น 2020) ซึ่งจัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ร่วมกับสายการบินไทยสมายล์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินนกแอร์ รถเช่า AVIS Rent A Car Thailand dtac Canon KEEN Vivo RyoiiReview และ Forever-Young.asia

กิจกรรมครั้งนี้มีผู้สมัครเข้าแข่งขันทั้งสิ้น 260 ทีมจากทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการได้คัดเลือก Finalist จำนวนทั้งสิ้น 50 ทีม ซึ่งตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้ง 50 ทีมได้ลงพื้นที่เพื่อทำภารกิจในการนำเสนอสร้างสรรค์ไอเดียและวิธีการเที่ยวในแบบเท่ๆ ตามแบบฉบับของตน ผ่านมุมมองและแรงบันดาลใจที่สดใหม่ Untold, Unseal ทั้ง 10 สไตล์ ในพื้นที่ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อนำไปสู่การแบ่งปันให้ผู้อื่นเกิดแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวตามมาบนแนวคิด “เมืองไทยสวยทุกที่ เท่ทุกสไตล์”

โดยเกณฑ์การตัดสินหาทีมผู้ชนะมีการแบ่งคะแนนออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยคะแนนที่มาจากคณะกรรมการ 60% และคะแนน Social Engagement 40% โดยทีมที่มีผลคะแนนรวมสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ ได้รับรางวัลมูลค่ารวม 500,000 บาท

สำหรับผู้ชนะทั้ง 10 ทีม 10 สไตล์ 10 สุดยอดทริปไอเดียสไตล์เท่ “amazing ไทยเท่ Competition 2020” ประกอบด้วย 

ผู้ชนะสไตล์ Hipster ทีม เที่ยวจนวันลาหมด จังหวัดสุพรรณบุรี

ผู้ชนะสไตล์ Green Lover ทีม ลาออกไหม จังหวัดเชียงใหม่

ผู้ชนะสไตล์ Young@Heart ทีม อีหล้าพาลุย จังหวัดปราจีนบุรี

ผู้ชนะสไตล์ Conqueror ทีม เสพติดเขา จังหวัดกาญจนบุรี

ผู้ชนะสไตล์ Digital nomad ทีม 1900 miles จังหวัดสมุทรปราการ

ผู้ชนะสไตล์ Social Story ทีม Crazy Journeys จังหวัดชัยนาท

ผู้ชนะสไตล์ Camera is My life ทีม CrossCutting Journey จังหวัดสมุทรปราการ

ผู้ชนะสไตล์ Me Myself & I ทีม Journeyaholic จังหวัดยโสธร

ผู้ชนะสไตล์ Voluntourist ทีม เที่ยวแล้วยัง จังหวัดตาก

ผู้ชนะสไตล์ Foodie ทีม หมีเป็ด จังหวัดพัทลุง

ชอบเที่ยวแบบไหน ไปตามรอยความเท่สัมผัสสเน่ห์แบบนี้ได้ด้วยตัวคุณเอง