4 สัญลักษณ์ใหม่การันตีรสชาติแบบคนไทยแท้ๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/629540

วันที่ 30 ก.ค. 2563 เวลา 08:20 น.4 สัญลักษณ์ใหม่การันตีรสชาติแบบคนไทยแท้ๆกินเที่ยวสุขใจสัมผัสรสไทยแบบออริจินัล สังเกตตราสัญลักษณ์ Thai SELECT 4 รูปแบบใหม่ การันตีรสชาติแบบคนไทยแท้ๆ

ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด “อาหารไทย” ยังคงได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติและคนไทยที่อาศัยในต่างประเทศอยู่เสมอด้วยลักษณะเด่นเฉพาะตัวเรื่องของรสชาติวัตถุดิบปรุงรสที่มีส่วนผสมของสมุนไพรและสีสันที่น่ารับประทาน

ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในต่างประเทศทั่วโลกมากกว่า 12,000 ร้าน โดยจะมีร้านอาหารที่อ้างว่าเป็นร้านอาหารไทยแต่ให้บริการอาหารที่มิใช่รสชาติไทยแท้ปะปนอยู่ด้วย ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของอาหารไทยในภาพรวม ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT (ไทย ซีเล็คท์) ที่มอบให้โดยกรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จึงเป็นเครื่องหมายที่ช่วยการันตีและมอบความไว้วางใจให้ผู้ที่ต้องการลิ้มรสชาติไทยแท้แบบคนไทยรับประทานได้เป็นอย่างดี

กว่า 20 ปีที่มีการมอบตราสัญลักษณ์มานั้น ด้วยบริบทแวดล้อมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป และจำนวนร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น กรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศ (DITP) จึงมีการอัปเดตตราสัญลักษณ์ไทย ซีเล็คท์ พร้อมจัดกลุ่มใหม่ให้ชัดเจนและเข้าใจง่ายขึ้น โดยกลุ่มที่จะได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

ส่วนที่ 1 ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ซึ่งได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามเกณฑ์รูปแบบของร้านการตกแต่งร้านคุณภาพของอาหารและการบริการดังนี้

  • Thai SELECT Signature ร้านอาหารไทยที่ให้บริการอาหารไทยแท้คุณภาพยอดเยี่ยม มีการ ตกแต่งร้านสวยงาม และมีการบริการที่เป็นเลิศ เป็นร้านที่มีความโดดเด่นในภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ของ อาหารไทย ปัจจุบันร้าน Thai SELECT Signature ตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ รวม 299 ร้าน Thai SELECT Signature
  • Thai SELECT Classic ร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่ให้บริการอาหารรสชาติตามมาตรฐาน อาหารไทย มีคุณภาพดีมีการตกแต่งร้านและการบริการที่อยู่ในระดับดี มีจำนวน 1,174 ร้านทั่วโลก Thai SELECT Classic
  • Thai SELECT Casual ตราสัญลักษณ์ใหม่ สำหรับร้านอาหารไทยที่ให้บริการอาหารที่มี รสชาติไทย แต่มีข้อจำกัดในด้านบริการ (Limited Service Restaurant) อาจจะเป็นร้านที่มีขนาดเล็ก มีความ เรียบง่าย ให้ความรู้สึกสะดวกสบายในการใช้บริการ เช่น ร้านอาหารไทยในฟู้ดคอร์ท ร้าน Fast Food ร้านอาหารที่มีที่นั่งจำกัดหรือไม่มีที่นั่งหน้าร้าน Food Truck หรือร้านอาหารไทยที่มีเมนูไม่มากแต่ล้วนเป็น อาหารไทยที่มีรสชาติตามต้นตำรับไทย หรือเป็นร้านที่ให้บริการอาหารไทยแนว Street Food เป็นต้น Thai SELECT Casual

ส่วนที่ 2 ผลิตภัณฑ์อาหารไทย ซึ่งทาง DITP จะมอบให้กับผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ได้แก่ อาหารไทยสำเร็จรูปพร้อมปรุงหรือพร้อมรับประทาน เครื่องแกง เครื่องปรุงรส ขนมไทย เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภคหรือร้านอาหารไทย สามารถปรุงอาหารไทยได้สะดวกและมีรสชาติตามตำรับอาหารไทย ซึ่งผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวต้องเป็นสินค้าส่งออกที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล มีจำนวนทั้งสิ้น 553 ผลิตภัณฑ์ จาก 50 บริษัท Thai SELECT PRODUCT

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ให้ข้อมูลว่า “ตรา สัญลักษณ์ Thai SELECT ทั้ง 4 แบบ จะเป็นภาพลักษณ์ของอาหารไทยและผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ปรากฏตามร้านอาหารไทยในต่างประเทศจำนวน 1,473 ร้าน หรือบนผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในโมเดิร์น เทรด และ ร้านจำหน่ายสินค้าอาหารจากเอเชีย โดยนอกจากการมอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT แล้ว กรมฯ ยังได้ ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในต่างประเทศ การประชาสัมพันธ์ร้านอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับ Thai SELECT ผ่านสื่อต่างๆ ทั้ง ช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ การใช้ผู้มีชื่อเสียงในต่างประเทศช่วยโปรโมท รวมถึงสนับสนุนการบริการใน รูปแบบ Delivery โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งกรมฯ ได้มีการปรับแผนแนวทางการ ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องให้สอดรับกับสถานการณ์สภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป”

สำหรับการส่งเสริมธุรกิจบริการร้านอาหารไทยและยกระดับร้านอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับ สากลถือเป็นการสร้างมูลค่าให้แก่อาหารไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก ช่วยสร้างกระแสความต้องการสินค้าอาหารไทย อย่างยั่งยืน ตลอดจนกระตุ้นความต้องการในกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลต่อการขยายการส่งออกสินค้าวัตถุดิบ สิ่งปรุงรส รวมถึงสินค้าอาหารของไทยและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องสู่ตลาดโลก ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิต อาหารหรือครัวของโลกทั้งในด้านสินค้าเกษตร อาหารไทย ธุรกิจบริการและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในด้านอาหาร ไทยต่อไป

อลังการกับบุฟเฟ่ต์รูปแบบใหม่ในห้องอาหาร ‘เรนทรี คาเฟ่’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/629521

วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลา 18:55 น.อลังการกับบุฟเฟ่ต์รูปแบบใหม่ในห้องอาหาร ‘เรนทรี คาเฟ่’ตามติดความอร่อยกับนิวคอนเซ็ปต์ที่มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัย ในห้องอาหาร ‘เรนทรี คาเฟ่’ ตื่นตาตื่นใจไปกับแกรนด์ซีฟู้ดดินเนอร์ บุฟเฟ่ต์แนวใหม่สุดอลังการของโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล

แกรนด์โอเพนนิ่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับห้องอาหาร ‘เรนทรี คาเฟ่’ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล โรงแรมแห่งแรกของประเทศไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งให้กับโรงแรมที่ปฏิบัติตามมาตรฐานสูงสุดทั้งในด้านความสะอาดสุขอนามัย และมีการเว้นระยะห่างทางสังคม 

ต้องบอกเลยว่างานนี้ทำให้ใครหลายคนหายคิดถึงรสชาติความอร่อยและบริการที่แสนประทับใจ หลังจากที่ห้องอาหาร ‘เรนทรี คาเฟ่’  ปิดให้บริการไปก่อนหน้านี้ช่วงสถานการณ์โควิด ล่าสุด ได้เผยโฉมการออกแบบและการเตรียมความพร้อมเพื่อให้สอดคล้องกับกฎและระเบียบของรัฐบาลรวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย เพื่อความมั่นใจของผู้ใช้บริการ ด้วยการโชว์คอนเซ็ปต์บุฟเฟ่ต์แนวใหม่ที่ทุกเมนูจะพร้อมเสิรฟ์ถึงโต๊ะอาหาร ทั้งเมนูร้อน เมนูเย็น และของหวาน โดยเสิร์ฟจากรถเข็น รวมถึงเมนูที่เสิร์ฟจานต่อจาน ในขณะที่สถานีปรุงอาหารสดเชฟจะรังสรรค์เองทุกเมนู

ในส่วนเรื่องของความอร่อยที่นี่ไม่เป็นสองรองใคร เริ่มที่เมนูเย็นที่เสิร์ฟมาในรถเข็นโดยบริกรที่เดินแวะเวียนมามอบความอร่อยให้ถึงโต๊ะอาหาร พลาดไม่ได้กับซีซ่าร์สลัด ปูและกุ้งลุยสวน เซบิเชปลากระพงแดง ลิ้มรสความอร่อยกันต่อกับรถเข็น Artisan ที่เสิร์ฟอาหารยอดนิยมนานาชนิด อาทิ ซานพร้อมเสิร์ฟคีช (quiche) เทอร์รีนซีฟู้ดค็อกเทลบูราต้าและอื่นๆอีกมากมาย

ฟินกับรถเข็นประเภท Antipasto หรืออาหารเรียกน้ำย่อยจะมีทั้งหมูหรือเนื้อรมควัน คาเวียร์กับ blinis (แพนเค้กของยุโรป) ทาร์ทาร์เนื้อกับทรัฟเฟิล ในขณะที่รถของหวานแสนอร่อยจะมีทั้งข้าวเหนียมมะม่วง เครปซูเซตต์ รัมบาบา ส่วนไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวงคือขนมและบรรดาของหวาน อาทิ ขนมไทย ช็อกโกแลต ไอศกรีม ที่บอกเลยว่าอร่อยที่สุด 

ห้องอาหาร เรนทรี คาเฟ่ เปิดให้บริการ วันพฤหัส-วันอาทิตย์ ตั้งอยู่ที่ชั้นล็อบบี้  โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน ให้บริการเวลา 12.00 น. – 14.30 น., บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ เวลา 18.00 น. – 22.30 น., วีคเอนด์บรั้นช์ บุฟเฟ่ต์มื้อสายในวันเสาร์-อาทิตย์ ราคา 2,500++ บาท/ท่าน พร้อมเครื่องดื่มแบบไม่อั้น ได้แก่ น้ำอัดลม, น้ำผลไม้, ม็อกเทล, น้ำเปล่า, กาแฟอิลลี่ และชา ตั้งแต่เวลา 12.00–15.30 น. และเสริมด้วยแพ็กเกจเครื่องดื่ม 2 แพ็กเกจให้คุณเลือก ได้แก่ แพ็กเกจ The Royal ที่ที่สามารถเลือกดื่มได้หลากหลายประเภทและ แบรนด์ (ไม่รวมเครื่องดื่มสุดพรีเมียม) ราคา 1,400++ บาท/ท่าน และแพ็กเกจ Princess VA ที่สามารถเลือกดื่มได้หลากหลายประเภทและแบรนด์ รวมถึงเครื่องดื่มสุดพรีเมียมจากฝรั่งเศส ราคา 3,000++ บาท/ท่าน

ส่วนใครอยากได้อรรถรสแบบจัดเต็ม ต้องลองบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน บริการในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ราคา 1,300++ บาท/ท่าน, บุฟเฟ่ต์มื้อเย็น บริการในวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ ราคา 1,700++ บาท/ท่าน ส่วนวันศุกร์และเสาร์มื้อเย็นจะเป็นบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดราคา 1,900++ บาท/ท่าน (วันจันทร์-วันพุธ หยุด) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 02-650-8800 อีเมล fb.theathenee@luxurycollection.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.theatheneehotel.com

Coconut Festival ชมชิมชิลของดีมหาชัยในห้าง @เซ็นทรัล พลาซา มหาชัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/629386

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 08:08 น.Coconut Festival ชมชิมชิลของดีมหาชัยในห้าง @เซ็นทรัล พลาซา มหาชัยการกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ของงาน “Mahachai Coconut Festival 2020” รวมของดีที่ต้องลองก่อนใคร ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา มหาชัย วันนี้–2 สิงหาคม 2563

และแล้วที่เวลาที่หลายคนรอคอยก็มาถึง ยิ่งใหญ่อีกครั้งกับงาน “Mahachai Coconut Festival 2020” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา มหาชัย โดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐของจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร จัดงานรวมของดีมหาชัยมาไว้ในที่เดียวเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าขึ้นชื่อของสมุทรสาคร อาทิ มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ผลไม้มหัศจรรย์มากคุณค่า สินค้าท้องถิ่นของดีจังหวัดสมุทรสาครให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมอันหลากหลาย ด้วยการจัดงานในแบบวิถีใหม่ New Normal ตามมาตรการแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” อย่างเคร่งครัด เพื่อความมั่นใจ และปลอดภัยของผู้ใช้บริการภายในศูนย์การค้าและผู้เข้าเที่ยวชมงาน ตั้งแต่วันนี้–2 สิงหาคม 2563 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย

ภายในงานจะได้พบกับไฮไลท์มากมายที่คัดสรรมาสำหรับผู้เที่ยวชมงาน อาทิ Coco Café คาเฟ่ร้านดัง “บ้านสวนพาฝัน” มาตั้งอยู่กลางศูนย์การค้าครั้งแรกในมหาชัย ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสุดชิลเหมือนเดินอยู่ในสวนมะพร้าว พิเศษสำหรับสมาชิก The1 รับฟรีเครื่องดื่มมูลค่า 85 บาท เมื่อใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าครบ 1,000 บาท

Coco Market พบกับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ทั้งแบบสดและแปรรูป อาหารคาวหวาน ผลิตภัณฑ์สบู่และสปา และอีกมากมาย Coco Paradise ให้ทุกท่านได้อิ่มอร่อมกับเมนูอาหารจากร้านดัง อาทิ ร้านหยกสด ร้านขนมไทยที่ใช้ใบเตยแท้ 100% ผสมกับกะทิสด กับเมนูที่ขึ้นชื่ออย่าง อินทนิล หยกมณี, ร้านสรินทร์ทิพย์ ขนมเบื้องโบราณสอดไส้ด้วยมะพร้าวอ่อน, ร้าน DADAYA-โอบันยากิ เจ้าแรกๆในประเทศไทย ที่มาพร้อมเมนูพิเศษ โอปันยากิไส้มะพร้าวอ่อน เฉพาะในงานนี้เท่านั้น, ร้านแม่ประไพตลาดน้อย 1985 ที่นำ ห่อหมกพุดดิ้ง สูตรดั้งเดิมกว่า 40 ปี, ร้าน KO IN โรตีฟิวชั่น ชาชัก (ชาชักโกอิน) โรตีชาโคใส่มะพร้าวอ่อน เสิร์ฟในลูกมะพร้าวทานคู่กับชาสูตรเฉพาะของทางร้าน, ร้านหว่อง หมี่ฮ่องกง & ซอส พบกับเมนูโกยซี่หมี่ยอดมะพร้าว และหมี่ฮ่องกงสูตรต้นตำรับ เส้นทำเอง พร้อมซอสปรุงรสสำเร็จ กุ้งอบวุ้นเส้นเศรษฐี กุ้งอบวุ้นเส้นเห็ดหอม สูตรพิเศษ และกระเพาะปลา ใส่ยอดมะพร้าวอ่อนรสเลิศ, ร้านปลาจับหลัก รักเมืองนนท์ ที่นำเมนูทอดมันย่างสมุนไพรไร้น้ำมัน ใส่หน่อกะลามะพร้าว หมูสะเต๊ะ มังกรทองเยาวราช หมูเนื้อนุ่มไร้มัน อันดับ1ของเยาวราช, ร้าน S.COCO กับเมนูน้ำตาลสดจาดเกสรมะพร้าวน้ำหอม ส่งตรงจากสวนบ้านแพร้ว มีรสหวาน และกลิ่นหอมจากดอกมะพร้าวแท้ๆ

Coco Music ฟังเพลงเพลินๆ ในบรรยากาศสวนมะพร้าว กับนักร้องและศิลปินมากมายภายในงาน Coco DIY กิจกรรมที่ให้ผู้ที่สนใจร่วม Workshop วิธีการทำ วุ้นมะพร้าวน้ำหอม สานตะกร้าทางมะพร้าว และพุดดิ้งมะพร้าวอ่อน ฟรี (จำกัดรอบละ 20 ท่านเท่านั้น) เพียงใช้จ่ายภายในงาน Coconut Festival 2020 และ Coco Fin ฟินสุดสุดกับราคามะพร้าวน้ำหอมในราคาเพียง 15 บาท และกิจกรรมสุดพิเศษนาทีทอง มะพร้าวน้ำหอมในราคาเพียงลูกละ 7 บาท

ร่วมสัมผัสเรื่องราวผลไม้สุดมหัศจรรย์ของมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้วในบรรยากาศสวนมะพร้าวภายในศูนย์การค้าได้ที่งาน Mahachai Coconut Festival 2020 ตั้งแต่วันนี้-2 สิงหาคม 2563 บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย

Back to Nature คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/629209

วันที่ 25 ก.ค. 2563 เวลา 09:10 น.Back to Nature คิดถึง...อ้อมกอดธรรมชาติ ท่องธรรมชาติเที่ยวตามลายแทง 5 เส้นทางท่องเที่ยวสวยงามภาคกลาง สัมผัสกับความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ

เปิดตัว 5 เส้นทางท่องเที่ยวสวยงามภาคกลาง ที่พัฒนาและสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมให้คนไทยได้หายคิดถึงธรรมชาติ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศให้กลับมาอีกครั้ง ตามโครงการ “คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ (Back to Nature)” เพื่อกระตุ้นความถี่การเดินทางแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติภาคกลาง ควบคู่แนวคิดการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Tourism) ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักและสัมผัสกับความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ นอกจากนี้ ททท. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัยในการท่องเที่ยว หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวควบคู่ไปด้วย

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า “นับจากที่คนไทยและนักท่องเที่ยว ต่างให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ตามนโยบาย โซเชียล ดิสแทนซิ่ง (social distancing) และ Work from home ที่ให้เว้นระยะห่าง อยู่และทำงานที่บ้าน ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อย คิดถึงธรรมชาติและอยากกลับมาเที่ยวได้ตามปกติอีกครั้ง เราจึงนำเสนอ 5 เส้นทางท่องเที่ยวในจังหวัดที่อยู่ในภาคกลาง คือ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ อ่างทอง และสมุทรสาคร โดยเน้นกิจกรรมผ่านการรับรู้ทั้ง 5 ด้วยรูปแบบที่คุณจะต้องประทับใจและเก็บเป็นความทรงจำครั้งใหม่ วันนี้เราจึงประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการรับรู้และเป็นทางเลือกในการเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง”

เส้นทางที่ 1 Your Nature Sound Collection : จ.กาญจนบุรี วันที่ 1-2 ส.ค. 2563

ชวนทุกคนบันทึกความทรงจำเก็บเสียงของธรรมชาติ จากการเดินป่า ล่องแพ และเล่นน้ำที่ชุมชนช่องสะเดา จ.กาญจนบุรี ไปพร้อมกับ Hear & Found ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงดนตรีที่มากประสบการณ์ เกิดเป็นคอลเลคชั่นเสียงธรรมชาติที่ได้มาด้วยตัวเอง เอาไว้เปิดฟังทุกครั้งในยามที่คิดถึงธรรมชาติ โดยในทริปนี้ได้มีพันธมิตรร่วมโครงการได้แก่บริษัทมหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ที่ได้สนับสนุนอุปกรณ์ JBL ในการเพิ่มอรรถรสในการฟัง และบริษัท Silver Voyage Club ในการพาผู้ร่วมทริปไปท่องเที่ยวในวิถี New Normal

เส้นทางที่ 2 Smell the Nature : จ.สมุทรสาคร วันที่ 8 ส.ค. 2563

รับกลิ่นไอทะเล พร้อมทำกิจกรรม Aromatic Sea Salt กลิ่นพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นจาก PANPURI ที่จะทำให้คุณผ่อนคลายจากความตึงเครียดและเหนื่อยล้า พร้อมเยี่ยมชมป่าชายเลน ฟอกปอดจากการสูดอากาศบริสุทธิ์ ที่ชุมชนบางหญ้าแพรก จังหวัดสมุทรสาคร

เส้นทางที่ 3 Capturing the True Beauty of Nature : จ.สุพรรณบุรี วันที่ 15-16 ส.ค. 2563

ออกเดินทางร่วมกับนักเล่าเรื่องด้วยภาพจากเพจ Imminimus ถ่ายภาพกับธรรมชาติที่คิดถึง ร้อยเรียงกับเรื่องราวบอกความในใจของนักเดินทางแต่ละคน เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรี ขึ้นเขาไปยังป่าสนสองใบ เก็บภาพถ่ายเป็นความทรงจำดี ๆ 

เส้นทางที่ 4 Yummy By Nature : จ.อ่างทอง วันที่ 22 ส.ค. 2563

เดินลุยสวน ย่ำไปในท้องร่อง เก็บพืชผัก ผลไม้สดๆ และผลิตภัณฑ์คุณภาพดีจากธรรมชาติ มาปรุงรสให้ทานกันโดยเชฟบุ๊ค เชฟชื่อดัง ที่จะเปลี่ยนจากวัตถุดิบในท้องถิ่น ให้เป็นอาหารเลิศรสจนทุกคนนึกไม่ถึง ที่ชุมชนบ้านแห จังหวัดอ่างทอง

เส้นทางที่ 5 Living with Nature Touch : จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 5-6 ก.ย. 2563

ไปบำบัดความคิด คลายความกังวล ทิ้งความเครียด แล้วมารังสรรค์สร้างงานศิลปะผ่านการสัมผัสด้วยมือ ที่เกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กับ Studio Persona ศิลปินผู้รักในงานศิลปะเพื่อการบำบัดจิตใจและความรู้สึก พร้อมกิจกรรม Mandala Art ศิลปะที่ช่วยสร้างสมาธิ โดยการนำขยะมาสร้างเป็นงานศิลปะและตอบสนองต่อการท่องเที่ยวแบบ Responsible Tourism

สำหรับโครงการ คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ (Back to Nature) ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ อาทิ แมคโดนัลด์ รับกาแฟฟรี 2,000 สิทธิ์ ทุกสาขาในภาคกลางผ่านช่องทาง Drive Thru เพียงแคปหน้าจอโพสต์รายละเอียดของโครงการ คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ รวมถึงแคมเปญมากมายที่ร่วมกับร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโรงแรมในภาคกลาง โดยนำเสนอเป็นดีลส่วนลด

อยากเที่ยวตามลายแทงไปสัมผัสธรรมชาติ หรือสนใจจองทริปและดีลส่วนลดมากมาย ดูรายละเอียดได้ที่ Facebook Page: Creative District Thailand

ส่องแอคทิวิตี้สุดเทรนดี้ ก่อนท่องซาฟารีเวิลด์ใน 1 วัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/629040

วันที่ 23 ก.ค. 2563 เวลา 08:40 น.ส่องแอคทิวิตี้สุดเทรนดี้ ก่อนท่องซาฟารีเวิลด์ใน 1 วันแค่มาดูสัตว์มันน้อยไป!! ซาฟารีเวิลด์ New Look ในยุค New Normal เพิ่มแอคทิวิตี้สุดเทรนดี้ เติมความสนุกสุดตื่นเต้นที่ใครได้เห็นต้องว้าววววว!!!

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

กินเที่ยวครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ ชวนท่อง ซาฟารีเวิลด์ (Safari World) ดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยได้มาทัศนศึกษาชมอาณาจักรสัตว์ป่าแอฟริกา ล่องลุ่มน้ำอเมซอน ดูการแสดงโชว์สุดตื่นตาจนกลับไปเล่าให้ปู่ย่าฟังด้วยความตื่นเต้น

มีโอกาสได้กลับมาใหม่หลังจากวันที่สวนสัตว์ต้องงดให้บริการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ความตื่นเต้นในวันเก่าก็หวนกลับมาอีกครา แต่ครั้งนี้เติมความแปลกตาด้วยสัตว์ชนิดใหม่ การแสดงโชว์ที่เร้าใจกว่าเดิม และเมนูในธีมซาฟารีที่ลั่นชัตเตอร์เก็บภาพมุมไหนก็สวยจนเพื่อนๆ ในโซเชียลต้องอิจฉา

1 วันในซาฟารีเวิลด์ เราจะได้ทำกิจกรรมสุดมัน(ส์)มากมาย เริ่มตั้งแต่ช่วงสาย บุกซาฟารีปาร์ค (Safari Park) โซนสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์หลากสายพันธุ์อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ รวมระยะทางกว่า 8 กม. นักท่องเที่ยวสามารถขับรถยนต์เข้าไปด้วยตนเองหรือใช้บริการรถโค้ชของซาฟารีเวิลด์ (ค่าบริการคนละ 60 บาท) เพื่อตื่นตาตื่นใจไปกับสัตว์ป่าอนุรักษ์ สัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์แปลกและสัตว์หายากนับพันตัว นอกจากนี้ ยังมีอุทยานนกน้ำที่หาดูได้ยากในประเทศไทย มีฝูงนกนานาชนิดทั้งใหญ่และเล็กที่ส่วนใหญ่บินมาจากท้องฟ้าตามธรรมชาติ เพื่ออาศัยทำรังวางไข่ลอดทั้งปี เพราะที่นี่เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์

สำหรับแอคทิวิตี้ที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงในซาฟารีปาร์คคือ การชมโชว์ฟีดดิ้ง (เวลา 10.00 น.) ดูการให้อาหารเสือและสิงโตแบบใกล้ชิด ต่อด้วยการนั่งรถชมสัตว์นานาชนิด แต่ละจุดจะได้เห็นฝูงม้าลาย ยีราฟ แรดขาว ควายป่า หมี ระหว่างทางจะผ่านจุดที่รถถูกรายล้อมไปด้วยนกที่หาดูได้ยากสายพันธุ์ต่างๆ  เรียกว่าได้ฟีลเหมือนขับรถลุยแอฟริกาเลยทีเดียว

ออกจากสวนสัตว์เปิด มุ่งตรงสู่มารีนปาร์ค (Marine Park) พื้นที่ที่รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ให้บรรยากาศเหมือน “ป่ากลางกรุง” เดินชมสัตว์และโชว์ต่างๆ ได้ตามอัธยาศัยในพื้นที่กว่า 250 ไร่ มีทั้งโซนแสดงสัตว์น้ำ แวะชมความอลังการกับที่สุดของโชว์ระดับโลกทั้ง 7 โชว์  ตื่นเต้นกับสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์ ทึ่งกับความแสนรู้และความสามารถที่เกิดจากการฝึกฝน

พร้อมชมโซนใหม่ มินิเวิลด์ เอาใจน้องๆ หนูๆ ถ่ายรูปคู่กับนกน้อยน่ารักที่บินมาเกาะตามตัว เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้ดีทีเดียว  อีกจุดที่ต้องหยุดเดินคือ มาคอว์แลนด์ จุดแลนด์มาร์คที่สามารถถ่ายภาพกับนกแก้วมาคอว์ถึง 250 ตัว และโซนใหม่ Parrots Lane ป่านกแก้วสายพันธุ์หายาก อาทิ นกคอนัวร์สีทอง (Golden conure) นกแก้วอเมซอนหัวเหลือง (Double yellow-headed amazon)

ถึงจุดเด็ด Giraffe Terrace โซนที่ใครไม่ได้ช็อตรูปคู่กับยีราฟเหมือนมาไม่ถึงซาฟารีเวิลด์ พบกับยีราฟกว่า 200 ตัว กับเทอเรสที่ปรับปรุงใหม่ที่เปิดโอกาสให้ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ตัวใหญ่คอยาว พร้อมให้อาหารยีราฟ แล้วชักภาพสวยๆ รัวๆ

กลับบ้านไม่ได้ถ้ายังไม่ได้แวะทักทายกับอุรังอุตังแสนรู้ อีกไฮไลท์เด็ดกับการถ่ายภาพแบบ Social Distancing ด้วยท่าทางสุดน่ารัก มีฉากใสกั้น ที่สำคัญคือใครไม่เคยเห็นอุรังอุตังล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ต้องอมยิ้ม เพราะที่นี่เค้าฝึกมาดีชนิดที่คนทำอย่างไร ลิงทำอย่างนั้น

นอกจากนี้ ยังมีโซน Primate World รวบรวมลิงสายพันธุ์หายากต่างๆ อาทิ แมนดริล (Mandrill) ค่างห้าสี (Red-shanked douc langur) ลิงโคโลบัส (Abyssinian black-and-white colobus) ภายในยังมีอาณาจักรของลีเมอร์ (Lemur) ที่เรียกว่า “ลีมูเรีย“ (Lemuria) รวมลีเมอร์หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ลีเมอร์หางปล้อง (Ring-tailed lemur) ลีเมอร์สองสี (Black-and-white ruffed lemur

พบโซนสัตว์มาใหม่จากอเมริกาใต้ อย่างนกโทโก ทูแคน (Toco toucan) และจากแอฟริกา อาทิ เต่าเดือยแอฟริกา (Sulcata tortoise) โซนป่าของเอเชียที่รวบรวมสัตว์ประเภทต่างๆ อาทิ สัตว์ป่าสงวนของไทยอย่างสมเสร็จ ตะโขง และห้ามพลาด! ลูกสิงโตเผือกเกิดใหม่ จัดแสดงในโซนโลกของสัตว์สีขาว White World

สำหรับ 7 โชว์ไฮไลท์ของซาฟารีเวิลด์บนเวทีการแสดงที่ยิ่งใหญ่ ในยุค New Normal มีการจัดที่นั่งแบบไม่แออัด สามารถรักษาระยะห่างกันได้เพื่อชมการแสดงสุดประทับใจ อาทิ โชว์โลมาแสนรู้ การแสดงสงครามจารกรรมที่ปรับปรุงใหม่ตั้งแต่ทางเข้าสุดอลังการ และยังมี Manatee Aquarium ขนาดใหญ่ เพื่อชมน้องใหม่ ‘วัวทะเล’ สัตว์น้ำหายากจากประเทศคองโก แอฟริกา มีที่แรกในไทย และเพียงแห่งที่ 2 ของเอเชีย

ระหว่างวันไม่ต้องกลัวหิว เพราะที่นี่มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม ไว้คอยบริการตลอดเส้นทางเดิน แถมมาในธีมซาฟารี มีรูปสัตว์และเมนูพรีเซนเทชั่นไม่หลุดธีมสวนสัตว์เลยทีเดียว

ทั้งนี้ ซาฟารีเวิลด์มีมาตรการการรักษาระยะห่าง ปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐอย่างเข้มงวด โดยได้ผ่านการตรวจประเมินจากสำนักงานเขต และกรุงเทพมหานคร ก่อนเปิดให้บริการในครั้งนี้ พื้นที่ภายในเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบกลางแจ้ง พื้นที่กว้างขวาง อากาศถ่ายเทใต้ต้นไม้ร่มรื่น ตามมาตรฐาน Social Distancing สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 10,000 คนต่อวัน มีมาตรการคุมเข้มดูแลรักษาสุขภาพ และสุขอนามัย ทั้งนักท่องเที่ยว พนักงาน และสัตว์กว่า 50,000 ตัว มีจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ และเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าใช้บริการและภายในปาร์ค มีการรักษาระยะห่างในการเที่ยวชมสำหรับนักท่องเที่ยวและสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่นั่งสำหรับชมการแสดง จุดทานอาหาร การเปิดให้ลงทะเบียนเข้า-ออก ผ่านแพลตฟอร์ม ‘ไทยชนะ’

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบ New Normal สุดพิเศษในครั้งนี้ก่อนใครที่ ซาฟารีเวิลด์ เดือนกรกฎาคมนี้ ซาฟารีเวิลด์เปิดให้บริการในวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-5181000 ที่หรือ https://www.facebook.com/safariworld.bangkok

ชี้เป้าสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยว สุดยอดหมู่บ้าน OTOP #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/628965

วันที่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 10:45 น.ชี้เป้าสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยว สุดยอดหมู่บ้าน OTOPเฟ้นหาสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท สุดยอดหมู่บ้าน OTOP ททท.จับมือพันธมิตรกว่า 40 องค์กร ร่วมยกระดับแบรนด์ชุมชน ผลักดันการท่องเที่ยวไทยเอาใจคนชอบเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตร อาทิ กรมการพัฒนาชุมชน กรมการท่องเที่ยว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมสหกรณ์ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สนง.ส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ บริษัทพีทีทีโกบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) มหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน บริษัททัวร์ สมาคมด้านการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำงานด้านชุมชนกว่า 40 องค์กร จัดประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท และหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวชุมชนในระดับประเทศ ขยายผลสร้างการรับรู้ระดับนานาชาติ ส่งเสริมด้านการตลาด สร้างความเชื่อมั่น และสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย เพื่อยกระดับแบรนด์การท่องเที่ยวโดยชุมชน ประเดิมประกาศผล 25 ชุมชนหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท และ 100 ชุมชนหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ภายใต้นโยบายของรัฐที่มุ่งหวังพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ของชาติ ในยามที่ประเทศจำเป็นต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในจากการที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด 19

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การจัดประกวดในครั้งนี้นับว่าเป็นการจัดประกวดรางวัลท่องเที่ยวชุมชนครั้งประวัติศาสตร์ที่บูรณาการทำงานร่วมกันจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา กว่า 40 องค์กร จากวันนี้จนถึงเดือนกันยายน 2563 ทุกชุมชนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะเข้าสู่กระบวนการคัดสรรพิจารณาตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และปิดท้ายด้วยการให้นักท่องเที่ยวร่วมโหวตเพื่อให้ได้ผลตัดสินที่เป็นเอกฉันท์รอบด้านครบทุกมิติ รางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท และหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว จึงเป็นรางวัลที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับทุกชุมชนอย่างแท้จริง สำหรับผู้ชนะจากการประกวดครั้งนี้ นอกจากจะได้รับโล่รางวัลแล้วยังจะได้รับการประชาสัมพันธ์ ต่อยอดขยายผลทางการตลาดและขายอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านสื่อต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งการขายผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ระดับโลก Airbnb เป็นต้น

ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่ากิจกรรมการประกวดในครั้งนี้ จะทำให้ชุมชนมีแรงจูงใจในการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนในด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น ตลอดจนการส่งเสริมภาพลักษณ์ และยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวชุมชนได้ทั้งในระดับประเทศ และขยายผลสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติได้อีกด้วย

สำหรับการจัดประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวในครั้งนี้ มีทั้งหมด 2 ประเภทรางวัล ได้แก่

1. ประเภทสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท มี 5 สาขารางวัล ดังนี้

  • สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Best Creative Experience)
  • สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Best Agro tourism)
  • สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวโฮมสเตย์ (Best Homestay)
  • สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Best Responsible Tourism)
  • สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวสำหรับจัดกิจกรรมเอาท์ติ้งกลุ่มตลาดองค์กร (Best for Company Outing)

2. ประเภทสุดยอดหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว มี 5 สาขารางวัล ดังนี้

  • หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ ของตกแต่ง
  • หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร
  • หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
  • หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้า และเครื่องแต่งกาย
  • หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวกลุ่มผลิตภัณฑ์หลากหลาย

นอกจากนี้ ภายในงานได้ประกาศผลรายชื่อชุมชนที่ได้รับการเสนอชื่อสูงสุด ได้แก่ หมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท จำนวน 25 ชุมชน (แบ่งตามสาขาๆ ละ 5 ชุมชน) หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว จำนวน 100 ชุมชน

สำหรับการจัดประกวดทั้ง 2 ประเภท จะดำเนินการภายใต้รูปแบบเดียวกัน คือ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกหน่วยงานจะร่วมลงพื้นที่เพื่อพิจารณาตัดสิน ขณะเดียวกัน ททท. ยังได้ให้ความสำคัญกับการเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมโหวตเลือกสุดยอดชุมชน และกำหนดเกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน 2 ด้าน ทั้งจากคะแนนพิจารณาของกรรมการ 70% และ คะแนนโหวตจากนักท่องเที่ยว 30%

โดย ททท.จะจัดงานประกาศผลและพิธีมอบรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท ในวันที่ 27 กันยายน 2563 ซึ่งตรงกับวันท่องเที่ยวโลก World Tourism Day ในส่วนของรางวัลสุดยอดหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ทางคณะกรรมการจะลงพื้นที่ให้คะแนนตัดสินและมอบรางวัล ในช่วงปลายปี 2563 นี้

รายชื่อชุมชนที่ได้รับการเสนอชื่อสูงสุดการประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท ของแต่ละประเภทสาขา มีดังนี้

1. สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Best Creative Experience)

– วิสาหกิจกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์ (บ้านหน้าทับ) จังหวัดนครศรีธรรมราช

– ชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

– วิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลถ้ำรงค์ จังหวัดเพชรบุรี

– กลุ่มการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหาดส้มแป้น จังหวัดระนอง

– ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี

2. สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Best Agro tourism)

– วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนรักษ์เขาบายศรี จังหวัดจันทบุรี

– ชุมชนท่องเที่ยงบ้านหนองส่าน จังหวัดสกลนคร

– กลุ่มวิสาหกิจวนเกษตรดงเย็น จังหวัดสุพรรณบุรี

– ชุมชนท่องเที่ยวบ้านห้วยห้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

– วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

3. สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวโฮมสเตย์ (Best Homestay)

– โฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง จังหวัดเชียงราย

– หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่

– บ่อหินฟาร์มสเตย์ วิสาหกิจชุมชน เลี้ยงปลากระชังบ้านพรุจูด จังหวัดตรัง

– ชุมชนบ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย

– ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี

4. สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Best Responsible Tourism)

– วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านทุ่งหยีเพ็ง จังหวัดกระบี่

– ชุมชนตลาดโรงพักเก่าสรรพยา จังหวัดชัยนาท

– กลุ่มวิสาหกิจชุมชนล่องแก่งบ้านเขาหลัก จังหวัดตรัง

– การท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านบ่อเจ็ดลูก จังหวัดสตูล

– วิสาหกิจชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านน้ำราด จังหวัดสุราษฎร์ธานี

5. สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวสำหรับจัดกิจกรรมเอาท์ติ้งกลุ่มตลาดองค์กร (Best for Company Outing)

– ชุมชนบ้านถ้ำเสือโฮมสเตย์ จังหวัดเพชรบุรี

– ชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม

– ชุมชนตะเคียนเตี้ย จังหวัดชลบุรี

– วิสาหกิจกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์ (บ้านหน้าทับ) จังหวัดนครศรีธรรมราช

– วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวประแสโฮมสเตย์ จังหวัดระยอง

รายชื่อชุมชนที่ได้รับการเสนอชื่อสูงสุดการประกวดสุดยอดหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของแต่ละประเภทสาขา มีดังนี้ 

1. หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ ของตกแต่ง

– ชุมชนนาตีน จังหวัดกระบี่

– ชุมชนบ้านบัวขาว จังหวัดกาฬสินธุ์

– ชุมชนจักสานพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

– ชุมชนวัดศรีสุพรรณ จังหวัดเชียงใหม่

– ชุมชนบ้านเมืองกุง จังหวัดเชียงใหม่

– ชุมชนบ้านเขากอบ จังหวัดตรัง

– ชุมชนบ้านตรัง จังหวัดปัตตานี

– ชุมชนดอนทราย จังหวัดแพร่

– ชุมชนบ้านภู จังหวัดมุกดาหาร

– ชุมชนบ้านนาสะแบง จังหวัดยโสธร

– ชุมชนบ้านสวนขวัญ จังหวัดลพบุรี

– ชุมชนบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ

– ชุมชนบ้านดอนไก่ดี จังหวัดสมุทรสาคร

– ชุมชนบ้านบึงไม้ (รากไม้ตกแต่ง) จังหวัดสระบุรี

– ชุมชนบ้านชัยอุดม จังหวัดสุโขทัย

– ชุมชนหนองบัว จังหวัดสุรินทร์

– ชุมชนบ้านยางทอง จังหวัดอ่างทอง

– ชุมชนบ้านบางเจ้าฉ่า (งานจักสาน) จังหวัดอ่างทอง

– ชุมชนบ้านนาหมอม้า จังหวัดอำนาจเจริญ

2. หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร

– ชุมชนเมืองลาดพร้าว จังหวัดกรุงเทพมหานคร

– ชุมชนบ้านสรรพยา จังหวัดชัยนาท

– ชุมชนบ้านต้นโพธิ์ จังหวัดนนทบุรี

– ชุมชนบ้านใหม่พัฒนา จังหวัดน่าน

– ชุมชนบ้านบ่อหลวง จังหวัดน่าน

– ชุมชนบ้านวังส้มซ่า จังหวัดพิษณุโลก

– ชุมชนบ้านทองหลาง จังหวัดพิษณุโลก

– ชุมชนบ้านร่องใหญ่ จังหวัดเพชรบุรี

– ชุมชนบ้านหนองบัว จังหวัดลำพูน

– ชุมชนบ้านผาหนาม จังหวัดลำพูน

– ชุมชนบ้านกุดป่อง จังหวัดเลย

– ชุมชนบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ

– ชุมชนบ้านริมคลอง (ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ) จังหวัดสมุทรสงคราม

– ชุมชนบ้านทับทิมสยาม จังหวัดสระแก้ว

– ชุมชนบ้านถ้ำผึ้ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

– ชุมชนบ้านโคกน้อย จังหวัดอุดรธานี

3. หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม

– ชุมชนบ้านโป่งน้ำร้อน จังหวัดกำแพงเพชร

– ชุมชนบ้านน้อย จังหวัดขอนแก่น

– ชุมชนบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

– กลุ่มชุมชนบ้านฉางหลาง จังหวัดตรัง

– ชุมชนบ้านศาลาดิน จังหวัดนครปฐม

– ชุมชนบ้านแฝก จังหวัดนครราชสีมา

– ชุมชนบ้านหน้าทับ จังหวัดนครศรีธรรมราช

– ชุมชนซอยสหกรณ์ จังหวัดนนทบุรี

– ชุมชนบ้านบาลา จังหวัดนราธิวาส

– ชุมชนบ้านนากอ จังหวัดนราธิวาส

– ชุมชนบ้านบ่อหลวง จังหวัดน่าน

– ชุมชนบ้านมณีพฤกษ์(กาแฟ) จังหวัดน่าน

– ชุมชนบ้านทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

– ชุมชนบ้านทรายขาว จังหวัดปัตตานี

– ชุมชนบ้านแม่แจ๋ม (กาแฟ) จังหวัดลำปาง

– ชุมชนหมู่บ้านบ่อแกน้อย จังหวัดสกลนคร

– ชุมชนบ้านสวนทุเรียน จังหวัดสงขลา

– ชุมชนบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ

– ชุมชนบ้านคลองนาเกลือ จังหวัดสมุทรปราการ

– ชุมชนดอนไก่ดี จังหวัดสมุทรสาคร

– ชุมชนบ้านสหกรณ์(เกลือ) จังหวัดสมุทรสาคร

4. หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้า และเครื่องแต่งกาย

– ชุมชนบ้านหัวฝาย จังหวัดขอนแก่น

– ชุมชนบ้านหนองบัวน้อย จังหวัดขอนแก่น

– ชุมชนบ้านสันทางหลวง (ไทยอง) จังหวัดเชียงราย

– ชุมชนบ้านควนสวรรค์ จังหวัดตรัง

– ชุมชนบ้านพิมาน (ภูไท) จังหวัดนครพนม

– ชุมชนบ้านดู่นอก จังหวัดนครราชสีมา

– ชุมชนบ้านแฝก จังหวัดนครราชสีมา

– ชุมชนบ้านหนองไผ่ จังหวัดนครราชสีมา

– ชุมชนบ้านวังหอ จังหวัดนครศรีธรรมราช

– ชุมชนบ้านหนองบัว จังหวัดน่าน

– ชุมชนบ้านสนวนนอก จังหวัดบุรีรัมย์

– ชุมชนบ้านลานข่อย จังหวัดพัทลุง

– ชุมชนบ้านบางหวาน จังหวัดภูเก็ต

– ชุมชนบ้านคอเอน จังหวัดภูเก็ต

– ชุมชนบ้านป่าปุ๊ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

– ชุมชนบ้านห้องแซง จังหวัดยโสธร

– ชุมชนบ้านสระโบสถ์ จังหวัดราชบุรี

– ชุมชนบ้านศรีดอนมูล จังหวัดลำปาง

– ชุมชนบ้านหนองเงือก จังหวัดลำพูน

– ชุมชนบ้านนาป่าหนาด จังหวัดเลย

– ชุมชนบ้านกุดจิ จังหวัดสกลนคร

– ชุมชนบ้านสวนทุเรียน จังหวัดสงขลา

– ชุมชนบ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย

– ชุมชนบ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์

– ชุมชนบ้านหนองกุงพัฒนา จังหวัดหนองบัวลำภู

– ชุมชนบ้านหนองหญ้าไซ จังหวัดอุดรธานี

– ชุมชนบ้านโนนกอก จังหวัดอุดรธานี

– ชุมชนบ้านนาข่า จังหวัดอุดรธานี

– ชุมชนบ้านเสี้ยว จังหวัดอุตรดิตถ์

– ชุมชนบ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี

5. หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว กลุ่มผลิตภัณฑ์หลากหลาย

– ชุมชนบ้านปางห้า จังหวัดเชียงราย

– ชุมชนบ้านสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

– ชุมชนออนใต้ จังหวัดเชียงใหม่

– ชุมชนบ้านกิวเลน้อย จังหวัดเชียงใหม่

– ชุมชนบ้านสันป่าม่วงกลาง จังหวัดพะเยา

– ชุมชนดอนทราย จังหวัดแพร่

– ชุมชนบ้านพุงหลวง จังหวัดแพร่

– ชุมชนบ้านละอูบ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

– ชุมชนบ้านศรีล้อมแสงเมือง จังหวัดลำปาง

– ชุมชนบ้านแพะ จังหวัดลำพูน

– ชุมชนบ้านพระบาทห้วยต้ม จังหวัดลำพูน

– ชุมชนบ้านบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ

– ชุมชนบ้านริมคลอง จังหวัดสมุทรสงคราม

– ชุมชนบ้านเมืองบางโพธิ์งาม จังหวัดหนองคาย

ชิมอาหารโปรตุกีสในแบบของเชฟเนลสัน อะโมริม @ il Fumo #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/628715

วันที่ 19 ก.ค. 2563 เวลา 09:53 น.

ต้องขึ้นต้นเกริ่นมาก่อนเลยว่า รีวิวครั้งนี้คนรักอาหารโปรตุกีสพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง สำหรับร้าน il Fumo (อิล ฟูโม) อดีตร้านอาหารอิตาเลียนที่เปลี่ยนมาเป็นอาหารสัญชาติโปรตุเกส ร้านอาหารสไตล์ Fine Dining ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นอายและอิทธิพลของอาหารโปรตุกีส ทว่า ผสานความเป็นเอเชีย เพิ่มความหรูหราน่าสัมผัสลงไปตามประสบการณ์ที่สั่งสมมาในแบบฉบับของ เชฟเนลสัน อะโมริม (Nelson Amorim) แถมโดดเด่นด้วยการเน้นชูรสชาติของวัตถุดิบเป็นหลัก

ร้านนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ตั้งอยู่ที่ถนนพระราม 4 ตัวร้านรีโนเวทจากบ้านเก่าสมัยศตวรรษที่ 20 มาเป็นร้านอาหารที่ดูกว้างขวางแต่อบอุ่น ด้านในแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนบาร์ที่เล่นแสงสีสลัวดูน่าค้นหา ส่วนโซนห้องอาหารตกแต่งเรียบหรูดูภูมิฐาน มองเห็นครัวผ่านกระจกบานใหญ่

ซิกเนเจร์เมนูที่มาแล้วต้องลอง เริ่มจาก

Salada de Bacalhau – refreshing starter for our tasting menus Salted Cod Fish Tartare / Coriander / Extra Virgin Olive Oil Ice Cream สลัดปลาคอดสีสันสวยงาม เมนูชูโรงที่สื่อถึงความเป็นอาหารโปตุเกสดั้งเดิม ผ่านกรรมวิธีมากมายทั้งการหมักเกลือ ล้างน้ำ พอกเกลือตลอดหลายวัน ก่อนนำเนื้อปลามาฉีก กินคู่กับซอสผักชีสุดละมุน ตามด้วยโอลีฟออยล์ไอศกรีม รสสัมผัสเย็น ให้ความมันที่แตกต่างจากไอศกรีมที่เคยทาน ตัดรสด้วยบีทรูทและแครอท

Seafood Ravioli with Plankton & Coriander Emulsion เมนูเรียกน้ำย่อยราวิโอลีพาสต้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากท้องทะเลและสหร่าย สอดไส้ล็อบสเตอร์ สแกลล็อป เนื้อปู ปลาหมึก ราดด้วยอีมัลชันผักชี

Sous-Vide Pork Tenderlion with Bronte Pistachios & Seasonal mushrooms ซูวีหมูเทนเดอร์ลอยน์เนื้อนุ่มชุ่มฉ่า ราดด้วยพอคซอสสูตรเข้มข้น เสิร์ฟมาพร้อมพีนัทพูเร่ เสน่ห์และอรรถรสความงามเคล้ารสชาติและสัมผัสที่หาได้ยาก

อีกไฮไลท์ของอาหารโปรตุกีสต้องยกให้ Orange ‘Story’ ส้มเจริญสัมพันธไมตรีที่โปรตุเกสนำไปเผยแพร่ในยุคล่าอาณานิคม อุดมด้วยส้ม 4 สไตล์ 4 รสชาติ ทั้งบลอสซั่มแพนาคอตต้าที่หอมกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ แยมส้มผสมเนื้อส้ม ตามด้วยเกล็ดน้ำแข็งอย่างกรานิต้ารสส้ม ปิดท้ายด้วยยูสุเชอเบตรสเข้มข้น หอมหวานอมเปรี้ยวสดชื่นถึงขีดสุด

ร้าน Il Fumo (อิล ฟูโม) อยู่ที่ถนนพระราม 4 ใกล้ทางลงทางด่วน ร้านเปิดทุกวัน สอบถามโทร. 0-2286-8833 หรือที่ https://www.facebook.com/ilfumobkk

ได้กินฟินทุกคำ ‘SAY SANDWICH’ แซนด์วิชโบราณเจ้าแรกบนโลกออนไลน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/628466

วันที่ 16 ก.ค. 2563 เวลา 06:30 น.ได้กินฟินทุกคำ ‘SAY SANDWICH’ แซนด์วิชโบราณเจ้าแรกบนโลกออนไลน์จากแซนด์วิชไส้หลบ…สู่แซนด์วิชไส้ล้น “SAY SANDWICH” ชวนหวนคิดถึงแซนด์วิชโบราณสมัยไปโรงเรียน

ย้อนวันวานผ่านหนึ่งในอาหารที่ทุกคนต้องเคยกินอย่าง “แซนด์วิช” ที่หากให้เทียบกับครั้งที่ยังเป็นเด็ก คงเปรียบเหมือนแซนด์วิชกลับชาติมาเกิด เพราะจากที่เคยเห็นวางขายตามโรงเรียนหรือร้านโชวห่วย วันนี้มีขายบนแพลตฟอร์มในโลกออนไลน์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

จากภาพติดตาของขนมปังทรงสามเหลี่ยมไส้หลบที่เดากันแทบไม่ออกเลยว่าใส่อะไรมาให้บ้าง ผ่านการรังสรรค์จนได้แซนด์วิชนิวลุคยุค 2020 ภายใต้ชื่อ SAY SANDWICH (เซย์ แซนด์วิช) แบรนด์ที่ต้องการสานฝันของทุกคน พร้อมเติมเต็มส่วนที่ขาดหายให้กับแซนด์วิช ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ทั้ขนมปังสีขาวและโฮลวีทเนื้อนุ่มอบสดใหม่ อัดแน่นด้วยไส้ไก่หยอง โบโลน่าไก่เกรดคุณภาพ พริกเผาหอมหวาน ฝอยทอง ทูน่า และที่สุดกับไฮไลท์  “น้ำสลัดโฮมเมด” สูตรโบราณสีเหลืองทองที่มาพร้อมรสชาติสุดกลมกล่อม รสชาติหวานน้อยเอาใจคนห่วงใยในสุขภาพ แถมทำมาให้กินได้ทุกเชื้อชาติเพราะปราศจากส่วนผสมจากหมู

ส่วนทางด้านรสชาติมีทั้งแบบออริจินัลและแซนด์วิชเจนใหม่ที่มาในแพ็คเกจทันสมัย จัดเต็มกับใส่ไส้แน่นๆ มีให้เลือกทั้งแบบชิ้นสามเหลี่ยมและแบบกล่อง คิดถึงวัยเด็กต้องลองแซนด์วิชโบราณชิ้นสามเหลี่ยมไส้โบโลน่าไก่+ไก่หยอง (25 บาท) โฮลวีทโบโลน่าไก่+ไก่หยอง (30 บาท) สาวกทูน่ามีไส้โบโลน่าไก่+ทูน่าในน้ำแร่ คนชอบความหอมหวานได้รสเผ็ดนิดๆ ติดปลายลิ้น อยากให้ลองแซนด์วิชสูตรน้ำสลัดพริกเผาที่เย้ายวนชวนกินสุดๆ ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความแซ่บเบาๆ จากพริกเผาหอมๆ บวกความละมุนของน้ำสลัดเซย์ แซนด์วิช ซึ่งใครได้ลองเป็นต้องติดใจ เรียกได้ว่าชิ้นเดียวไม่เคยพอ

หรือจัดใหญ่จุใจกับแบบกล่องใหญ่ไส้ล้นๆ เริ่นต้นที่ราคาเพียง 65 บาท กับขนมปังขาวโบโลน่าไก่+ไก่หยอง หรือเลือกแบบขนมปังโฮลวีทโบโลน่าไก่+ไก่หยอง (70 บาท) อยากกินหลายอารมณ์เลือกรวมมิตร 3 ไส้ (80 บาท) ก็คุ้มค่าน่าลอง

ใครอยากลิ้มลองความอร่อยของแซนด์วิชในตำนานแบบย้อนวันวานให้หายคิดถึง ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของ SAY SANDWICH (เซย์ แซนด์วิช) ได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ SAY SANDWICH

มีจำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น สามารถสั่งผ่านบริการเดลิเวอรี่จาก GRAB, GET และ LINEMAN ทุกวัน ไม่มีขั้นต่ำ หรือนัดรับตามเส้นรถไฟฟ้า BTS/MRT นอกจากนี้ ยังมีบริการส่งแบบพัสดุ 1-2 วันถึง ผ่าน kerry sameday / express หรือ Flash Express สำหรับคนบ้านไกลหรือต่างจังหวัด สอบถามโทร. 094-956-6915 หรือที่ Line ID: pletz

งานช้อปต้องมา สามย่านมิตรทาวน์ยกร้านดังศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันจุฬาฯ มาขึ้นห้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/628325

วันที่ 14 ก.ค. 2563 เวลา 15:03 น.งานช้อปต้องมา สามย่านมิตรทาวน์ยกร้านดังศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันจุฬาฯ มาขึ้นห้างศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เอาใจสายช้อปสายชิม ยกร้านชื่อดังศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันจุฬาฯ ขึ้นห้าง ในงาน “MITR MARKETPLACE” รวมของเด็ดของดีกว่า 300 ร้านค้าจากน้องพี่รั้วจามจุรี ดีเดย์ 16-19 ก.ค.นี้

มาแล้วตามคำเรียกร้อง! ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ชวนมาช้อปของกิน ของใช้ ของมีสไตล์ ที่โด่งดังในตลาดออนไลน์ ในงาน “MITR MARKETPLACE” รวมมิตรศิษย์จุฬาฯ ยกตลาดขายสินค้าของพี่น้องชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกว่า 300 ร้านค้าจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ โดยเนรมิตพื้นที่รวมกว่า 3,000 ตร.ม. เพื่อให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รั้วจามจุรี ได้นำสารพัดสินค้าสุดปังทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนม เบเกอรี่ งานฝีมือ ต้นไม้ เครื่องใช้ในบ้าน มาให้เหล่านักช้อปนักชิมได้เลือกซื้อหาในราคามิตรภาพ ระหว่างวันที่ 16-19 กรกฎาคมนี้ ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น G, ชั้น 3 และชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ธีรนันท์ กรศรีทิพา รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจรีเทล บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ กล่าวว่า “กิจกรรมนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะวิกฤตโควิด-19 แต่ไม่ย่อท้อกลับนำวิกฤตมาเป็นโอกาสในการสร้างงานสร้างอาชีพ ค้นพบศักยภาพหรือตัวตนที่ซ่อนอยู่ บางคนได้อาชีพใหม่ บางคนได้อาชีพที่ 2 ไว้รองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน โดยได้เชิญพี่น้องรั้วจามจุรี ที่ประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์มาขึ้นห้างให้ผู้ซื้อผู้ขายได้พบหน้าค่าตากัน โดยคัดสรรร้านเด็ดของแต่ละประเภทสินค้ามาให้เลือกซื้อ ภายใต้นโยบายรักษาความปลอดภัยจากโควิด-19 โดยรักษาระยะห่างตลอดการจัดงาน และผู้ให้บริการต้องรักษาความสะอาดด้วยการสวมหน้ากากอนามัย และถุงมือในการให้บริการทุกร้านค้ามีการแจกบัตรคิวเพื่อลดความแออัด และสนับสนุนให้ทุกคนใช้จ่ายแบบ Cashless ผ่านแอปฯ K PLUS จากเคแบงก์ เพื่อเลี่ยงการสัมผัสเงินสดช่วยลดความเสี่ยง รวมถึงมีจุดคัดกรองก่อนเข้าใช้บริการอย่างเคร่งครัดตามมาตรการของวิถี New normal”

งาน “MITR MARKETPLACE” รวมรวมสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งอาหารเครื่องดื่ม เบเกอรี่และขนมหวาน สินค้าที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม สินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง ของใช้ในครัวเรือน ของตกแต่งบ้าน งานฝีมือ ไม้ดอกไม้ประดับ โรงแรมที่พัก และอื่นๆ รวมกว่า 300 ร้านค้า

สำหรับร้านค้าไฮไลท์ในกลุ่มอาหารเครื่องดื่ม เบเกอรี่และขนมหวานที่ไม่ควรพลาดลิ้มลอง ได้แก่ ร้านของเหล่าเซเลบริตี้ที่มากับเมนูเด็ด อาทิ สลิล ล่ำซำ เจ้าของคาเฟ่ขนมหวาน Pennii Popcorn Café ที่มีป๊อปคอร์นหลากเมนูหลายรสชาติให้ลิ้มลอง รวมถึงป๊อปคอร์นรสทุเรียนหมอนทอง ที่มีเนื้อทุเรียนกรอบๆ ให้เคี้ยวเล่นเพลินๆ, วริศ บูลกุล หนุ่มหล่อเจ้าของร้าน Acai Story เบเกอรี่เนื้อเนียนนุ่มสุดละมุนคล้ายไอศกรีม ที่มีจุดเด่นตรงส่วนผสมของอาซาอิเบอรี่ หนึ่งในซูเปอร์ฟู้ดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยบำรุงผิวพรรณ, รวิสรา สมะลาภา สาวเก๋เจ้าของ Allabout.nachos ชวนมาอร่อยกับนาโช่ที่สามารถสร้างสรรค์เมนูที่ชอบได้หลากหลายรูปแบบ

นอกจากนี้ ยังมีร้านดังทั้งอาหารคาว ขนมหวาน และเครื่องดื่ม อาทิ IceDEA ร้านไอศกรีมสุดเก๋ของ พริมา จักรพันธุ์ ณ อยุธยา, Blue Whale Café คาเฟ่สุดฮิปที่พิถีพิถันในการคิดสูตรเครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงร้านอร่อยแบบมีคอนเซ็ปต์ อาทิ BOBAABAR ชานมก๊อกไซต์บิ๊กเสิร์ฟพร้อมไข่มุกและเฉาก๊วยนุ่มๆ มี 2 รสชาติให้เลือก ชาคลาสสิคแบล็กทีลาเต้ และชาซิกเนเจอร์ทิกวนอิมลาเต้, Dancing with a Baker ขนมปังกลูเต็นฟรี ไม่มีแป้ง ปราศจากน้ำตาล ผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติ 100% ที่ยังคงความอร่อยและรสชาติเหมือนขนมปังไม่ผิดเพี้ยน, Yuzuku Original มาพร้อมผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ทำจากส้มยูสุส่งตรงมาจากเมือง Kochi แหล่งปลูกส้มยูสุที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น ทั้งเบสยูสุสำหรับผสม, น้ำส้มพร้อมดื่ม, น้ำสลัด, แยม, ซอส และเยลลี่ เป็นต้น

สินค้าที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากร้านค้าต่างๆ ที่ช้อปแล้วจะได้ฟีลกู้ด อาทิ FRESH from FARM เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็นเพื่อสุขภาพที่สั่งตรงพืชผักผลไม้จากเกษตรเขาใหญ่ สะอาด ปลอดภัย ไร้สารพิษ, Specialty Story ชุดชงชาแก้วพกพาพร้อมกระเป๋า และชาออร์แกนิกจากกลุ่มชุมชนเชียงดาว และดอยแม่สลอง, GAECOPAK บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการใช้พลาสติก และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ช้อมส้อมไบโอ, หลอดทำจากกระดาษและชานอ้อย, RePlanetMe สินค้าคัดสรรมาอย่างดี ราคาย่อมเยาและมีคุณภาพ เพื่อทำให้ “วิถีไร้ขยะ” อยู่ในชีวิตประจำวันของอย่างง่ายดายและยั่งยืน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอีกหลากหลาย ทั้ง งานฝีมือ งานแฮนด์เมด อาทิ Forte แบรนด์กระเป๋าผ้าที่คุณแม่ของเจ้าของแบรนด์เย็บด้วยตัวเองทุกใบ ภายในกระเป๋ามีซับในและช่องเล็ก ๆ, คนธ์มีของ สร้างสรรค์มาลัยผ้าขาวม้า และหน้ากากผ้าขาวม้า และ ร้านไม้ดอกไม้ประดับ อาทิ Urban tree ต้นไม้ ในร่มพร้อมกระถางโมเดิร์นที่เหล่าคนเทรนดี้ต้องมี

เตรียมมาช้อปและชิมให้อิ่มหนำสำราญใจ ในงาน “MITR MARKETPLACE” ระหว่างวันที่ 16-19 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00 – 18.00 น. ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น G, ชั้น 3 และชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

All Day Dining and More! คอนเซ็ปต์โดนใจให้อิ่มอร่อยหลากเมนูเช้าจรดค่ำจาก THE COFFEE CLUB #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/628311

วันที่ 14 ก.ค. 2563 เวลา 13:30 น.All Day Dining and More! คอนเซ็ปต์โดนใจให้อิ่มอร่อยหลากเมนูเช้าจรดค่ำจาก THE COFFEE CLUBเช็กอินฟินกับของอร่อยที่ THE COFFEE CLUB ออลเดย์คาเฟ่ยอดนิยมสัญชาติออสเตรเลียเจ้าแรกในไทย พร้อมสัมผัสความเลิศรสเต็มคุณภาพกับหลากเมนู ภายใต้แนวคิด All-Day Dining and More! เลือกอิ่มอร่อยตามใจได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

เชื่อเลยว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกับชื่อร้าน THE COFFEE CLUB (เดอะ คอฟฟี่ คลับ) กันเป็นอย่างดี ด้วยอายุอานามราว 30 ปีที่ก่อตั้งและจำนวนสาขาที่มีมากกว่า 400 สาขาใน 10 ประเทศทั่วโลก ส่วนที่บางคนยังไม่รู้ก็คือ..ร้านนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องกาแฟ!! แต่จัดเต็มด้วยบรรดาเมนูอาหารที่พาเหรดมาให้เลือกอร่อยกันแบบละลานตา ทั้งเมนูฝั่งตะวันตก อาหารไทย เมนูฟิวชั่น ของหวาน พร้อมเครื่องดื่มอีกคับคั่ง แถมยังมาในคอนเซ็ปต์ All-Day Dining and More! เรียกได้ว่าสามารถมาฝากท้องกินกันได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะมื้อเช้า มื้อกลางวัน  มื้อเย็น หรือจะเป็นสถานที่นัดพบปะพูดคุยเคล้าไปกับอรรถรสของกาแฟและอาหาร

ทางด้านโลเคชั่น THE COFFEE CLUB ก็เลือกปักหมุดเอาใจคนเมือง เน้นการเดินทางสะดวก สำหรับที่สาขาไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท มาในธีมย้อนยุคใจกลางเมือง ตกแต่งสไตล์ไทยๆ เน้นการโชว์วัสดุธรรมชาติ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ภายในร้านแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือพื้นที่นอกร้านที่นั่ง semi outdoor ตกแต่งผนังด้วยบล็อคช่องลมและต้นไม้สร้างบรรยากาศสวนหน้าบ้าน ด้านในมีเคาน์เตอร์ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของร้าน และพื้นที่ส่วนที่นั่ง indoor ตกแต่งด้วยการจำลองช่องหน้าต่างสร้างบรรยากาศที่สมจริง

ที่โดดเด่นกว่าใครคือการใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมบริการที่เป็นมิตร เน้นการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม เพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยถูกปากทุกคน พร้อมเพิ่มทางเลือกด้วยเมนูเพื่อสุขภาพ สำหรับเมนูไฮไลท์ภายใต้แนวคิด All Day Dining and More! ที่มาแล้วต้องลองอาทิ

มื้อเช้า DIY สไตล์ไทย กับเซ็ตข้าวต้มกุ๊ย ข้าวต้มหอมๆ เสิร์ฟมาร้อนๆ พร้อมเครื่องเคียงที่เลือกได้ถึง 4 อย่าง ไม่ว่าจะไชโป๊วผัดไข ไข่เจียว ผัดคะน้า ผัดผักบุ้ง ยำไข่เค็ม หมูผัดหนำเลี๊ยบ ยำปลาสลิด หรือหมูกรอบ

DIY สไตล์เวสเทิร์น เลือกเมนูไข่ในแบบที่ชอบ ไม่ว่าจะ ไข่คน ไข่ดาว หรือไข่ลวก เสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้งและมะเขือเทศย่าง มิกซ์แอนด์แมทช์เพิ่มกับเครื่องเคียงที่มีให้เลือกหลากหลาย อาทิ แฮม เบคอน ไส้กรอกหมู แซลมอนรมควัน แฮชบราวน์ ผักโขม เห็ดผัด 

เอ็นจอยกับ Brunch ช่วงสาย จับคู่กับกาแฟแก้วโปรด ห้ามพลาดเมนูยอดฮิตอย่าง Classic Eggs Benedict ไข่เบเนดิกต์คลาสสิคที่สามารถเลือกท็อปปิ้งตามใจ แฮม เบคอน หรือแซลมอนรมควัน Overload Thai Baked Eggs (220 บาท) เอร็ดอร่อยกับเมนูไข่กระทะ ครบรสด้วยกุนเชียง หมูสับ และเห็ดชิตาเกะ ที่มาพร้อมกับ French Butter Croissant

มื้อเที่ยง ลองเมนูฟิวชั่นรสไทยในรูปลักษณ์สุดอินเตอร์ Spicy Chicken Burger เบอร์เกอร์ไก่สไปซี่ซอสศรีราชา (195 บาท) ไก่ทอดกรอบๆชิ้นโตรสชาติแบบไทยๆเสิร์ฟพร้อมกับเบอร์เกอร์ขนมปังบริยอชเนื้อในนุ่มด้านนอกมีความกรอบนิดๆเพิ่มรสชาติให้จัดจ้านขึ้นด้วยซอสพริกศรีราชาและเครื่องเทศ

มื้อเย็น ถึงเวลาจานเด็ดกับเมนูซิกเนเจอร์ที่ขายดีมากอย่าง Spicy Grilled Pork Collar Pasta (220 บาท) เส้นสปาเก็ตตี้เหนียวนุ่มผสานความเข้มข้นของคอหมูย่างหมัก คลุกเคล้ากับซอสแจ่วรสแซ่บ กลมกล่อมลงตัว อีกเมนูที่อร่อยมัดใจใครต่อใครยกให้ Pad Thai with King prawns ผัดไทยกุ้งสดที่เลือกใช้กุ้งตัวใหญ่ ผัดมาในซอสผัดไทยรสเด็ดสุดเข้มข้น

คนรักสุขภาพต้อง Keto Salmon Bowl (260 บาท) เอาใจชาวคีโตด้วยเมนูคีโตแซลมอนโบลว์สลัดแซลมอนอโวคาโดที่มาพร้อมกับวัตถุดิบเพื่อสุขภาพคนธรรมดากินได้คนกินคีโตกินดี

ปิดท้ายที่เครื่องดื่มขึ้นชื่อของ THE COFFEE CLUB อย่างกาแฟชั้นดีที่เลือกใช้กาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้าจากบราซิล คั่วด้วยเทคนิคเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ที่ออสเตรเลีย Cappuccino (110 บาท) Salted Caramel Espresso Frappé (140 บาท) บ่ายๆ อยากอยากซาบซ่าสั่งโซดาน้ำอัญชันเลมอน Butterfly Pea Lemon Fizz (90 บาท) รีเฟรชความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

ตามไปเช็กอินชิมความอร่อยแบบนี้ได้ที่ The Coffee Club สาขาไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท ชั้น 2 เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 20.00 น. โทร. 06 3231 9164

.

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ