โปรโมชั่นใหม่ บริการใหม่ จากดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626948

วันที่ 26 มิ.ย. 2563 เวลา 10:00 น.โปรโมชั่นใหม่ บริการใหม่ จากดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมโปรโมชั่นและบริการใหม่

ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) พร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง โดยโรงแรมได้เพิ่มมาตราการเพื่อดูแลรักษาความสะอาดและสุขอนามัยของทั้งผู้ใช้บริการและพนักงานและได้ผ่านการรับรองมาตราฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA) จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงสาธารณสุขโดยกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มาตราการเพื่อดูแลรักษาความสะอาดและสุขอนามัยต่าง ๆ ได้จัดแสดงรายละเอียดไว้บนเว็บไซด์เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และภาษาจีน ส่วนรายละเอียดภาษาไทยได้แนบมากับข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้

โรงแรมได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคนไทยและผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศไทยที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนในโรงแรมหรูใจกลางเมืองและดื่มด่ำกับบรรยากาศราวกับไปพักที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยโปรโมชั่น พัก 1 คืน ฟรี 1 คืน โดยห้องพักแบบดีลักซ์ (Deluxe Room) ในราคาเริ่มต้นเพียงคืนละ 6,600++ บาท นอกจากจะได้เข้าพักในห้องพักอันกว้างขวาง เอนกายบนที่นอนใหม่แสนนุ่มสบายแล้ว ราคาห้องพักยังรวมอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นแสนอร่อยที่ห้องอาหาร ยามาซาโตะ (Yamazato) อาหารเช้าให้บริการเป็นชุดที่ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ (Up & Above) หรือภายในห้องพัก นอกจากนั้นยังได้รับยกเว้นค่าบริการเตียงเสริมสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี พร้อมอาหารเช้า (จำกัดเด็ก 2 ท่านต่อ 1 ห้อง) ขยายเวลาเช็คเอ้าท์ได้ถึง 16.00 น. และพิเศษสุดคือรับสิทธิ์ 1 แถม 1 สำหรับบริการนวดแผนไทย 60 นาที ที่ ดิ โอกุระ สปาให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ สำรองห้องพักและรับโปรโมชั่น พัก 1 คืน ฟรี 1 คืน ได้ที่ http://www.okurabangkok.com หรือ อีเมล์ reservations@okurabangkok.com ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31สิงหาคม 2563 และเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ถึง 31 สิงหาคม 2563 เท่านั้น

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเมื่อมารับประทานอาหารเมนู All you can eat มื้อกลางวัน ท่านแรกชำระค่าบริการเต็มราคา ท่านที่ 2 จะได้รับสิทธิ์ชำระเพียง 88++ บาททันที โดยอาหารเมนู All you can eat มื้อกลางวัน ราคาเริ่มต้นท่านละ 1,200++ บาท ส่วนมื้อค่ำ ลูกค้าก็ได้รับสิทธิพิเศษเช่นกัน โดยเมื่อรับประทานอาหารเมนู All you can eat มื้อค่ำ ท่านแรกชำระค่าบริการเต็มราคา ท่านที่ 2 ชำระเพียง 888++ บาท ราคาอาหารเมนู All you can eat มื้อค่ำเริ่มต้นท่านละ 1,800++ บาท สิทธิพิเศษใช้ได้ระหว่างวันที่ 2 ถึง 31 กรกฎาคม 2563 เท่านั้น

อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์ (Up & Above Bar) เชิญชวนทุกท่านกลับมาลิ้มรสขนมนานาชนิดในชุดน้ำชายามบ่ายสีม่วง สีสันของทุ่งดอกลาเวนเดอร์ในช่วงฤดูร้อนที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่พร้อมให้บริการทุกท่านระหว่างวันที่ 2 กรกฏาคม – 30 กันยายน 2563 ขนมในชุดน้ำชายามบ่ายสีม่วงธีมลาเวนเดอร์ในปีนี้ล้วนออกแบบโดยนำความงดงามของทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น มาเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับการจิบน้ำชายามบ่ายชุดพิเศษนี้ราวกับนั่งอยู่ท่ามกลางความงดงามของทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ขนมนานาชนิดน่ารักน่ารับประทานได้แก่ มาการองพิมพ์ลายลาเวนเดอร์สอดไส้ครีมรสเบอร์รี่ ช็อกโกแลตพราลีนสอดไส้แบล็คเคอเรนท์ ครัมเบิลเชอร์รี่และมะพร้าว ฟินันเซียอัลมอนด์กับมูสฮอกไกโดและแบล็คเคอเรนท์เยลลี่ ทาร์ตบลูเบอร์รี่และยูซุ มูสมะพร้าวและเยลลี่ลาเวนเดอร์ยูซุ พานาคอตต้าโยเกิร์ตกับผลเบอร์รี่ สคอนบลูเบอร์รี่ เชอร์เบตมันม่วง ขนมปังบริยอช์ไส้ซอสโหระพาโรยไข่ปลาแซลมอน ขนมปังหน้าแตงกวา ขนมปังไส้ไก่สไตล์อังกฤษ ขนมปังหน้าแซลมอนสไลด์สไตล์ฝรั่งเศสหมักด้วยบีทรูท ทั้งหมดนี้สามารถเลือกรับประทานคู่กับชามาคิยาจ แฟรส์ (Mariage Frères) ชาชั้นเลิศสัญชาติฝรั่งเศส ชากลีบดอกบัวซาโรที (Saro Tea) หรือกาแฟ ให้บริการทั้งแบบร้อนและเย็น ราคาเริ่มต้นชุดละ 1,400++ บาท ราคารวมเครื่องดื่มชาหรือกาแฟสำหรับ 2 ท่าน

ห้องอาหารยามาซาโตะ ห้องอาหารญี่ปุ่น ที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ (Michelin Plates) ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ก็ขอเชิญทุกท่านร่วมเขียนคำอธิษฐานบนกระดาษสีและแขวนบนต้นไผ่ที่นำมาประดับบริเวณหน้าห้องอาหารเพื่อขอพรกับดวงดาว ตลอดเทศกาล “ทานาบาตะ” และรับประทานอาหารชุดมื้อพิเศษที่ เชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหารยามาซาโตะได้ตระเตรียมไว้ทั้งอาหารชุดมื้อกลางวัน และมื้อค่ำ ประกอบไปด้วย อาหารน่ารับประทานหลายชนิด เป็ดรมควัน หอยแมลงภู่ และข้าวโพดอ่อนราดซอสน้ำส้มสายชูไข่แดงและตกแต่งด้วยพริกหยวกรูปดาว ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับซุปกุ้งใส่เห็ดฮิเมจิ วุ้นเส้นญี่ปุ่นและผักนานาชนิด และปลาดิบชั้นดี 3 ชนิด (ปลาทูน่า, ปลาหางเหลือง, หอยปีกนก) ปลาฮิราซึย่างซอสข้าวโพดมายองเนส มะเขือม่วงตุ๋นกับปลาไหล เผือก แครอท ราดซอสงา ปลาอินทรีย์และเนื้อย่างกับซอสมิโซะ รับประทานคู่กับเห็ดหลวงญี่ปุ่น แครอทและพริกหยวก เทมปุระปูหิมะ ปลาดาบ และผักต่าง ๆ เส้นหมี่น้ำหน้าปลาหวานญี่ปุ่นโรยด้วยเห็ดหอมและเปลือกส้มยูซุขูดเพิ่มรสชาติให้น้ำซุปกลมกล่อม อาหารชุดมื้อกลางวันราคาชุดละ 1,600++ บาท ส่วนชุดมื้อค่ำสำหรับเทศกาล “ทานาบาตะ” ราคาชุดละ 4,700++ บาท ให้บริการระหว่างวันที่ 2 ถึง 26 กรกฎาคม 2563

นอกจากนั้น ห้องอาหารยามาซาโตะ ยังเปิดให้บริการสั่งอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำหรับกลับไปรับประทานที่บ้าน โดยเชฟ ฮางิวาระ ได้คัดเลือกเมนูอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับที่ทุกท่านชื่นชอบและยังคงรสชาติอร่อยถูกปากเมื่อนำกลับไปรับประทานที่บ้าน และมอบส่วนลดพิเศษ 30% ทันทีเมื่อทำการสั่งอาหารโดยตรงกับทางโรงแรม (ยกเว้นเมนูเบนโตะและดงบุริ) เมนูน่ารับประทาน อาทิ คาคิ ฟราย (Kaki Fry) หรือหอยนางรมชุบเกล็ดขนมปังทอด ที่เชฟคัดสรรแต่หอยนางรมสด ๆ ตัวโตมาชุบแป้งและเกล็ดขนมปังทอดจนกรอบนอกนุ่มในเป็นเอกลักษณ์ ราคา 400 บาท ปลาหิมะย่างซอสเทอริยากิ (Ginmutsu Teriyaki) ปลาหิมะเนื้อหนานุ่มย่างด้วยซอสเทอริยากิสูตรพิเศษของห้องอาหารยามาซาโตะรสชาติอร่อยกลมกล่อม ราคา 750 บาท อาหารจานพิเศษที่พลาดไม่ได้ คือ สเต็กเนื้อซัทซึมะ (Satsuma) ที่เชฟเลือกใช้เนื้อวากิวชั้นดีคัดพิเศษจากจังหวัดคาโงะชิมะ (Kagoshima) มาย่างให้สุกตามที่ต้องการบนเตาร้อนแบบเทปปันยากิ ราคา 2,700 บาท ยามาซาโตะเบนโตะ (Yamazato bento) ซึ่งเป็นอาหารชุดสุดคุ้มค่าและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการราคาเพียง 600 บาท ประกอบไปด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยแบบญี่ปุ่น ไข่ม้วนญี่ปุ่น กุ้งเทมปุระ ถั่วแระญี่ปุ่น ลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น ไก่ทอดแบบญี่ปุ่น มันญี่ปุ่น ปลาซัมมะตุ๋น สลัดมันฝรั่ง ผักตุ๋นแบบญี่ปุ่น ข้าวโรยหน้าด้วยผงปรุงรสแบบญี่ปุ่น ผักดอง และ ซุปมิโซะนอกจากนั้นยังมี เบนโตะหมูผัดขิงสไตล์ญี่ปุ่น (stir-fried ginger pork bento) ราคา 500 บาท

ส่วนรายการอาหารในเมนูดงบุริ อาหารแนะนำได้แก่ ข้าวหน้าปลาแซลมอนและไข่ปลาแซลมอน (salmon & salmon roe donburi) ราคา 700 บาท, ข้าวหน้าปลาไหลย่าง (grilled eel donburi) ราคา 650 บาท และ ข้าวหน้าหมูทอดทงคัตสึ (pork loin cutlet donburi) ราคา 450 บาท และ อื่น ๆ อีกหลายรายการ สั่งอาหารได้ทุกวันระหว่างเวลา 11:30 น. ถึง 14:30 น. และ 17:30 น. ถึง 21:30 น. ที่ห้องอาหารยามาซาโตะ โทรศัพท์ 02-687-9000 อีเมล์ yamazato@okurabangkok.com ส่วนบริการเดลิเวอรี่นั้น จะใช้บริการผ่าน Line Man หรือ Grab โดยค่าบริการจัดส่งจะถูกเรียกเก็บปลายทางตามที่ Line Man หรือ Grab กำหนด

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจสั่งอาหารติดต่อ 02 687 9000 หรือ fbreservations@okurabangkok.com

ปลดปล่อยหลังปลดล็อก ลองประสบการณ์ ‘กินหรู อยู่สุรวงศ์’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626950

วันที่ 26 มิ.ย. 2563 เวลา 09:00 น.ปลดปล่อยหลังปลดล็อก ลองประสบการณ์ 'กินหรู อยู่สุรวงศ์'ปลดล็อกแล้วไปปลดปล่อยกับประสบการณ์ “กินหรู อยู่สุรวงศ์” ที่โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ทานครบ 5,000 บาท รับฟรีห้องพักโรงแรม แมริออท สุรวงศ์

นักเที่ยวนักชิมไม่ควรพลาด ปลดล็อกแล้วไปปลดปล่อยกับประสบการณ์ “กินหรู อยู่สุรวงศ์” ที่โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เพียงมาอิ่มอร่อยที่ร้านอาหารใดก็ได้ในโรงแรม และมียอดค่าใช้จ่ายครบ 5,000 บาท รับไปเลยห้องพักฟรีให้ท่านได้มาเปลี่ยนที่นอนคลายเครียดหลังปลดล็อค และพิเศษไปกว่าเดิม ใช้จ่ายครบ 8,000 บาท รับฟรีห้อง 2 Bedroom Residential Suite สำหรับเข้าพักได้ถึง 4 ท่าน เริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2563

เพลิดเพลินไปกับอาหารหลากหลายบนมาตรการความปลอดภัย และความสะอาดอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นจากพระยา คิทเช่น ซึ่งเป็นห้องอาหารไทยต้นตำรับหลากหลายเมนู,  เย่า เรสเตอรองท์ ห้องร้านอาหารจีนสไตล์โมเดิร์นบนชั้น 32, เย่า รูฟทอปบาร์ บาร์เปิดโล่งสไตล์เซี่ยงไฮ้พร้อมวิวกรุงเทพฯ และเดอะ ล็อบบี้ เลาจน์ เพียงใช้จ่ายถึงราคาที่กำหนด แล้วรับเวาเชอร์ห้องพักฟรี

  • รับฟรีห้องพัก 2 Bedroom Residential Suite (เรสซิเดนท์เชียล สวีท 2 ห้องนอน สำหรับเข้าพัก 4 ท่าน) 1 คืน เมื่อทานอาหารครบ 8,000++ บาท
  • รับฟรีห้องพัก Deluxe Room (สำหรับเข้าพัก 2 ท่าน) 1 คืน เมื่อทานอาหารครบ 5,000++ บาท

เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2563 และสามารถจองเพื่อเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2563 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02 088 5666

สด สะอาด ปลอดภัย ช้อปเพลินเกินห้ามใจ @The Farm 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626938

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 18:10 น.สด สะอาด ปลอดภัย ช้อปเพลินเกินห้ามใจ @The Farm 2020ร่วมส่งความสุขผ่านความสด สะอาด ‘เซ็นทรัล’ ให้ทุกคนได้เลือกสรรสินค้าคุณภาพกับงาน The Farm 2020 ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 13 สาขา ตั้งแต่วันนี้-18 ธ.ค. 2563

กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 4 สำหรับงาน The Farm 2020 โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด และบริษัท เจียไต๋โปรดิ๊วซ์ จำกัด จากแนวคิด The Greatest Farm For The Greatest Food “คัดสดจากฟาร์ม คัดสรรคุณภาพเพื่อทุกคน” ให้ทุกคนสามารถเดินช้อปปิ้งได้อย่างไร้กังวลภายใต้มาตรการเซ็นทรัล สะอาด ปลอดภัย

พบกับฟาร์มโซนต่างๆ ที่ตั้งใจคัดสรรสิ่งดีๆ เพื่อมอบความสด สะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพให้กับผู้บริโภค อาทิ Greatest Fresh ผักผลไม้ปลอดสารพิษ ที่คัดสดส่งตรงจากฟาร์มถึงมือ ให้นักช้อปได้เลือกกินอาหารเป็นยาต้านโรค เสริมสุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกันได้ทุกวัน Greatest Food รังสรรค์เมนูอร่อยจากวัตถุดิบสดใหม่ รสชาติดีที่ต้องได้ลิ้มลอง Greatest Farmer ปลูกผักทานเองได้ง่ายแม้พื้นที่น้อย กับชุดปลูกผักหลากหลายชนิดที่คัดสรรมาโดยเกษตรกรตัวจริง พร้อมเปิดประสบการณ์ ลองลิ้มชิมรสไปกับ 6 ซิกเนเจอร์เมนูสุดพิเศษประจำงานนี้ อาทิ เมล่อนสดปั่น จากเจียไต๋ฟาร์ม ฟาร์มคุณภาพชั้นนำระดับประเทศ พิซซ่าเวียดนาม ไอศครีมน้ำอ้อย และน้ำอ้อย 9 สีคั้นสด จากโครงการ 1 ไร่ 1 แสน น้ำนมข้าวโพดไร่สุวรรณ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมูทตี้และไอศกรีมเคลจาก LED FARM

เจียไต๋ฟาร์ม คัดสรรผลไม้เกรดพรีเมี่ยมจากฝีมือเกษตรกรไทย ที่ไม่ใช่แค่บ่มเพราะผลผลิต แต่ช่วยบ่มเพาะธุรกิจชุมชนไปจนถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ กลายเป็นของขวัญสุดพิเศษที่สุขใจทั้งคนให้และคนรับ กับคุณภาพของพืชผลต่างๆ เช่น เมล่อนมรกต เมล่อนโกลเด้นสวีท ผลไม้ยอดนิยมขวัญใจผู้บริโภค มีประโยชน์ช่วงยับยั้งการสร้างสีเมลานิน ซึ่งเป็นต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ ช่วยชะลอความแก่และเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว แตงหอมเตยอโรมาติก เนื้อแน่น กรอบ กลิ่นหอมใบเตย ทั้งต้น ผล และดอก แตงโมทัมอัพ ฟักทองมินิบอล ข้าวโพดหวาน นานาพันธุ์ ข้าวโพดหวานม่วง อีกทั้งยังมีชุดปลูกผักโฮมการ์เด้น ปลูกง่ายแม้พื้นที่น้อย คัดเมล็ดพันธ์ที่ดีที่สุด ควบคุมการเพราะปลูกจากเกษตรกรไทย

โครงการ 1 ไร่ 1 แสน กับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกร ในโครงการจากหอการค้าไทย มาพร้อมกับสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ทำเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน พร้อมมีอาหารสดจากไร่ ส่งตรงจากเกษตกรถึงผู้บริโภค อาทิเช่น พิซซ่าเวียดนาม หน้าดอกไม้และสมุนไพร ที่มีส่วนผสมจากพืชผักสมุนไพรในโครงการ อุดมไปด้วยพืชผักมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกทั้งยังมีเครื่องดื่มชื่นใจจาก น้ำตาลอ้อยออร์แกนิกสด และไอศครีมจากน้ำตาลอ้อยออร์แกนิก หลากหลายรสชาติ อาทิ ไอศครีมนมสดรักษ์โลก, ไอศครีมชาเขียว, ไอศครีมช็อคโกแลต, ไอศครีมชาไทย , อีกทั้งยังมี พันนธ์ไม้กระถาง อุปกรณ์ ปลูกผักในคอนโดให้เลือกมากมาย

Tops Supermarket นำผลไม้ตามฤดูกาลและผลไม้นำเข้าหลากหลายสายพันธุ์ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมาจัดจำหน่ายภายในงาน อาทิเช่น แอบเปิ้ล กีวี่ ลูกพลับสด อโวคาโด้ จากนิวซีแลนด์ สตอเบอรี่ออสเตรเรีย สตอเบอรี่เกาหลี องุ่นอเมริกา เชอรี่แดง ส้มแมนดาริน ชัยโยฟาร์ม ผักออร์แกนิคสดจากฟาร์ม สมุนไพรต่างประเทศหลากหลายชนิด และไฮไลท์ต้นไฮเดรนเยียสายพันธุ์แท้จากฝรั่งเศส และสำหรับใครที่มีเวลาน้อย แต่อยากกินผักมาก

LED FARM ได้นำเสนอผักสดที่สามารถรับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องล้าง เพราะปลูกแบบระบบปิด ทำให้ผักที่ได้ทั้งสด สะอาด ปลอดภัยและปลอดสารพิษ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบของคนในปัจจุบันได้ ซื้อแล้วรับประทานได้เลย อีกทั้งยังมี Smoothie DIY Kit ชุดสมูตตี้แบบสำเร็จ ที่ทำให้คุณทำสมูตตี้เองง่ายๆ ได้ที่บ้าน

KU Milk (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) กับผลิตภัณฑ์มาตรฐาน สืบสานตำนานนมเกษตร และผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ที่นำนมเกษตรแช่แข็งมาปั่นพร้อมผลไม้ เย็นสดชื่น โดยไม่ใส่น้ำแข็ง เพื่อให้ได้รสชาติเอกลักษณ์ของนมเกษตรที่ไม่เหมือนใครเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นด้วยผลไม้นานาชนิด ให้ลูกค้าได้ดื่มนมปั่นที่มีความเข้มข้นมากที่สุด หลากหลายรสชาติ อาทิเช่น Mix Berry Smoothie, Strawberry Delight, Honey Low fat milk และอีกมากมาย

Salad Factory หลากหลายเมนูสลัดและเมนูอาหารแสนอร่อย พร้อมเสิร์ฟแบบ on-the-go อร่อยสุขภาพดี ทำจากวัตถุดิบคุณภาพ ปริมาณเกินราคา อีกทั้งยังมี Healthy snack จากสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจ ชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่นำผลผลิตจากเกษตรกรในชุมชน มาทำเป็นสินค้าแปรรูป อาทิ Healthy snack เห็ดหอมกรอบปรุงรส บร็อกโคลี่กรอบ กระเจี๊ยบกรอบ ส่งเสริมให้ชุมชนเกิดการต่อยอดทางธุรกิจ โดยผลักดันมาจากเกษตรกร มาเป็นวิสาหกิจชุมชม นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจำหน่ายอาหารออร์แกนิค ผัก ผลไม้ ต่างๆ อีกมากมาย

The Farm 2020 “คัดสดจากฟาร์ม คัดสรรคุณภาพเพื่อทุกคน” พร้อมส่งความสุขใกล้บ้านคุณ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สาขาต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 9 22 มิ.ย – 5 ก.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 16-22 ก.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 3 24-29 ก.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 6-19 ส.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศ 27 ส.ค. – 2 ก.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว 10-21 ก.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต 24-30 ก.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ 7- 14 ต.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา 27 ต.ค. – 1 พ.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ 3 – 9 พ.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย 11-17 พ.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า 1-7 ธ.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ระยอง 12-18 ธ.ค. 2563

ลองของใหม่ Big Boy ใหญ่เป็นสองเท่า อร่อยเป็นสองเท่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626470

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 10:30 น.ลองของใหม่ Big Boy ใหญ่เป็นสองเท่า อร่อยเป็นสองเท่าฉลองครบรอบ 84 ปี Big Boy แบรนด์อเมริกันชื่อดัง พร้อมเปิดให้บริการเดลิเวอรี่ในกรุงเทพฯ แล้ว โพสต์ทูเดย์ลองของใหม่กับฟาสต์ฟู้ดที่มาพร้อมสโลแกน ‘ใหญ่เป็นสองเท่า อร่อยเป็นสองเท่า’

จะเป็นอย่างไร เมื่อเราอยากลองของใหม่เพราะสโลแกนยั่วๆ ที่ว่า “ใหญ่เป็นสองเท่า อร่อยเป็นสองเท่า” ของแบรนด์อาหารอเมริกันในชื่อ “บิ๊กบอย (Big Boy)” แบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1936 ซึ่งกำลังจะฉลองครบรอบ 84 ขวบปีในปีนี้ กับการเข้าสู่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยอย่างเต็มตัว พร้อมให้บริการเดลิเวอรี่อย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นย้ำถึงการให้บริการอาหารอเมริกันรสเยี่ยม อาทิ ปีกไก่ทอด ซิกเนเจอร์เบอร์เกอร์ มิลค์เชค และเครื่องดื่มต่างๆ สำหรับทุกคนในครอบครัว

smiley potatoes (69/109 บาท)

French fries (79 บาท)

Classic Big Boy (109/159 บาท)

Original crispy Chicken / Thai Spicy crispy Chicken (ราคาาเริ่มต้น 2 ชิ้น 89 บาท) 

นับเป็นเดสติเนชั่นอีทส์ภายใต้ เดสติเนชั่น กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท อาหารและเครื่องดื่มที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชีย โดยการมาถึงในครั้งนี้ Big Boy ชูสโลแกนที่ว่า ‘ใหญ่เป็นสองเท่า อร่อยเป็นสองเท่า’ ของเมนูซิกเนเจอร์บิ๊กบอย ที่ลูกค้าสามารถสั่งอาหารอมริกันอันเลื่องชื่อนี้ได้ ทั้งเบอร์เกอร์ ไก่ทอด แซนด์วิช ของกินเล่น ไอศกรีม มิลค์เชค และเครื่องดื่มต่างๆ ได้เลยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านทางโทรศัพท์ 095-807-7877 ทางเว็บไซต์ https://bigboy.co.th ทาง Line Official Account ของบิ๊กบอย ประเทศไทย @bigboythailand หรือสั่งได้กับทางพันธมิตรเดลิเวอรี่ชั้นนำในประเทศไทย

พร้อมโปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดตัว เมื่อลูกค้าที่สั่งยอดขั้นต่ำตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป รับฟรี!! เสื้อยืดบิ๊กบอย 1 ตัวต่อการสั่งต่อใบเสร็จ ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2563 หรือจนกว่าของจะหมด กรุณาดูข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติม สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ลูกค้าสามารถติดตามบิ๊กบอย ประเทศไทยได้ที่  Facebook : Big Boy Thailand

กินอาหารญี่ปุ่น MICHELIN Plate ที่บ้าน ส่งตรงจากห้องอาหาร Yamazato #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626151

วันที่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 18:10 น.กินอาหารญี่ปุ่น MICHELIN Plate ที่บ้าน ส่งตรงจากห้องอาหาร Yamazatoห้องอาหาร Yamazato โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ พร้อมส่งตรงอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับ MICHELIN Plate จากมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ให้ไปอร่อยง่ายๆ ได้ที่บ้าน

เอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่นรสต้นตำรับ กับฝีมือการรังสรรค์อาหารชั้นยอด โดยเชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัว (Master Chef) ประจำห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ที่พร้อมปรับกลยุทธ์ใหม่เอาใจคนติดบ้าน ด้วยบริการสั่งอาหารรสชาติอร่อยระดับโรงแรมจากห้องอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ (MICHELIN Plate) จาก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ให้เสิร์ฟตรงถึงโต๊ะอาหารที่บ้าน

สำหรับเมนูอาหารสั่งกลับบ้านประกอบด้วยอาหารหลากหลายชนิดจัดแบ่งตามหมวดหมู่ ได้แก่ สลัดแบบญี่ปุ่น ข้าวห่อสาหร่าย อาหารประเภทย่าง อาหารประเภททอด อาหารประเภทข้าว อาหารย่างบนเตาร้อนแบบเทปปันยากิ เบนโตะ (Bento) และดงบุริ (Donburi) ซึ่งเชฟฮางิวาระได้คัดเลือกแต่อาหารญี่ปุ่นจานเด่นที่ทุกคนชื่นชอบ และยังคงรสชาติอร่อยถูกปากเมื่อนำกลับไปรับประทานที่บ้านมาให้บริการในครั้งนี้

เริ่มที่ Unagikabayaki (1,000 บาท) ปลาไหลย่างราดด้วยซอสสูตรพิเศษรสชาติกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมข้าว สลัดผัก ไข่หวานญี่ปุ่น ผักดองแบบญี่ปุ่น และซุปผักรวม หรือจะลองเป็น Kaki Fry (400 บาท) คาคิฟราย หรือหอยนางรมชุบเกล็ดขนมปังทอด คัดสรรแต่หอยนางรมสดๆ ตัวโตมาชุบแป้งและเกล็ดขนมปังทอดจนกรอบนอกนุ่มในเป็นเอกลักษณ์ ต่อด้วย Zuwai Kani Salad (600 บาท) สลัดผักสด ทานคู่เนื้อปูหิมะรสชาติหอมหวาน มอบรสสัมผัสนิ่มนวล เพิ่มความโดดเด่นให้กับจานนี้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้น ยังมี Ebiten Maki Roll ข้าวห่อสาหร่ายไส้กุ้งเทมปุระ (400 บาท) ปลาหิมะย่างซอสเทอริยากิ (Ginmutsu Teriyaki) เนื้อปลาหิมะหนานุ่มย่างด้วยซอสเทอริยากิสูตรพิเศษรสชาติอร่อยกลมกล่อม ส่วนอาหารจานพิเศษที่พลาดไม่ได้คือ สเต๊กเนื้อซัทซึมะ (Satsuma) ที่เชฟเลือกใช้เนื้อวากิวชั้นดีคัดพิเศษจากจังหวัดคาโงะชิมะ มาย่างให้สุกตามที่ต้องการบนเตาร้อนแบบเทปปันยากิ

เมนูเบนโตะและดงบุริก็น่ารับประทานไม่น้อยหน้า อาทิ Yamazato bento (600 บาท) อาหารชุดสุดคุ้มค่าและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ประกอบด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยแบบญี่ปุ่น ไข่ม้วนญี่ปุ่น กุ้งเทมปุระ ถั่วแระญี่ปุ่น ลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น ไก่ทอดแบบญี่ปุ่น มันญี่ปุ่น ปลาซัมมะตุ๋น สลัดมันฝรั่ง ผักตุ๋นแบบญี่ปุ่น ข้าวโรยหน้าด้วยผงปรุงรสแบบญี่ปุ่น ผักดอง และซุปมิโซะ ด้านเมนูดงบุริแนะนำ ข้าวหน้าปลาแซลมอนและไข่ปลาแซลมอน (700 บาท) ข้าวหน้าปลาไหลย่าง (650 บาท) และข้าวหน้าหมูทอดทงคัตสึ (450 บาท)

เมนูอาหารสั่งกลับบ้านราคาเริ่มต้นที่ 300 บาท และรับส่วนลดพิเศษ 30% ทันทีเมื่อทำการสั่งอาหารโดยตรงกับทางโรงแรม (ยกเว้นเมนูเบนโตะและดงบุริ) โดยสามารถสั่งอาหารได้ทุกวันระหว่างเวลา 11.00-20.30 น. ที่ห้องอาหารยามาซาโตะ โทร. 02-687-9000 อีเมล yamazato@okurabangkok.com หรือส่งข้อความเข้ามาที่เพจ The Okura Prestige Bangkok และรับอาหารได้ที่ร้านขนม ลา พาทิซเซอรี่ ชั้น 1 ของโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ มีบริการผ่าน Line Man / Grab โดยค่าบริการจัดส่งจะถูกเรียกเก็บปลาย

พร้อม(ให้)พัก ‘เซ็นทารา’ ปรับโฉมเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626109

วันที่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 13:22 น.พร้อม(ให้)พัก 'เซ็นทารา' ปรับโฉมเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว‘เซ็นทารา’ ปรับปรุงภูมิทัศน์ทำความสะอาดโรงแรมครั้งใหญ่ เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว

เริ่มเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวอีกครั้ง โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย จึงถือโอกาสปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ และเพิ่มความสวยงามให้โรงแรมและรีสอร์ทในช่วงหยุดให้บริการชั่วคราวจากวิกฤตโควิด-19 พร้อมกลับมาอีกครั้ง ด้วยโปรแกรม เซ็นทารา คอมพลีท แคร์ (Centara Complete Care) มาตรฐานการบริการด้านความปลอดภัยเพื่อสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการเว้นระยะห่าง สุขอนามัย และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อครอบคลุมทุกตารางนิ้ว เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ครอบครัวเซ็นทาราอีกครั้ง 

เซ็นทาราได้ใช้ช่วงเวลาที่ปิดให้บริการชั่วคราวปรับปรุง ทำความสะอาดโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราครั้งใหญ่หลายแห่งในไทย ทั้งโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต และโรงแรมโคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช เพื่อมอบประสบการณ์และความประทับใจเสมือนครอบครัวอีกครั้งเมื่อลูกค้ากลับมาพักที่เซ็นทารา

โครงการปรับโฉมห้องพักสุดหรูที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ คืบหน้าแล้วเสร็จไปจำนวนหลายชั้น โดยตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว เซ็นทาราได้ทุ่มงบ 650 ล้านบาท ปรับโฉมห้องพักและห้องสวีทของโรงแรม 5 ดาว ใจกลางกรุง โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ใหม่ทั้งหมดรวมจำนวนทั้งสิ้น 505 ห้อง ให้มีรูปแบบและดีไซน์โฉมใหม่ทั้งหมด โดยได้จับมือกับบริษัท P49 ดีไซน์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบตกแต่งภายในสำหรับโรงแรมระดับชั้นนำ ที่พักอาศัยและลูกค้ารายย่อยทั่วโลก งานดีไซน์ครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากลายเส้นและลวดลายของช่างฝีมือไทย มาผสมผสานสร้างความงามแบบไทยตามต้นกำเนิดของเซ็นทารา แต่งเติมความร่วมสมัยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับโรงแรมที่มีที่ตั้งใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทยและถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ชั้นนำของโลกก็ว่าได้ อีกทั้งยังได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีหลากหลายในปัจจุบัน

เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ได้ปรับปรุงและทาสีห้องพัก ห้องสวีท และแฟมิลี่เรสซิเดนซ์ ทั้ง 555 ห้องของรีสอร์ทที่หันหน้าสู่ชายหาดส่วนตัวให้สวยงามและเต็มไปด้วยชีวิตชีวายิ่งขึ้น รวมถึงปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวภายในรีสอร์ทให้ทันสมัยและถูกสุขอนามัย เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าพักอย่างน่าประทับใจและปลอดภัยสูงสุดสำหรับลูกค้าทุกวัยของเซ็นทารา 

เซ็นทารายังได้ปรับปรุงสระว่ายน้ำหลักของ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัยเพื่อการใช้สระอย่างปลอดภัย และมอบประสบการณ์วันหยุดที่น่าจดจำสำหรับทุกครอบครัวและคู่รัก ให้ได้เพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในรีสอร์ทอย่างเต็มที่

นอกจากนั้น ห้องพักและพื้นที่สาธารณะที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่ โรงแรมโคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช ได้แล้วเสร็จไปเป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยทางโรงแรมฯ ยังได้เปลี่ยนชื่อไลฟ์สไตล์ คาเฟ่ที่โรงแรมเป็น “คาเฟ่ 247” เพื่อสื่อถึงคาเฟ่ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ เป็นแหล่งสังสรรค์ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถนั่งเล่น นั่งทำงาน ดูหนัง พูดคุยกับกลุ่มเพื่อน และสามารถใช้เครดิต เงินสดที่คาเฟ่แห่งนี้ ซึ่งให้บริการทั้งอาหารไทยและยุโรปแบบสะดวกพร้อมทาน รวมถึงกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เซ็นทาราได้เปิดตัว เซ็นทารา คอมพลีท แคร์ (Centara Complete Care) โปรแกรมการบริการด้านสุขอนามัยที่เหนือกว่าให้สอดรับกับวิถีชีวิตแบบใหม่ที่เซ็นทาราทำงานร่วมกับอีโคแล็บ (Ecolab) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับความสะอาดและสุขอนามัย รวมถึงการรับรองจากบริษัทเอสจีเอส (SGS) ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบคุณภาพและปลอดภัยระดับนานาชาติจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและกำกับการดำเนินงานในโรงแรมทุกแห่งในเครือให้ถูกต้องตามหลักปฏิบัติ 12 ข้อ ครอบคลุมทั้งด้านการเว้นระยะห่าง สุขอนามัย และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ตลอดจนการอบรมพนักงาน การตรวจสอบคุณภาพ และการประเมินผลอย่างเข้มงวด เพื่อมอบความปลอดภัยด้านสุขภาพอย่างสูงสุดให้แก่ผู้เข้าพักที่โรงแรมทุกคน

อ่านรายละเอียด โปรแกรมเซ็นทารา คอมพลีท แคร์ (Centara Complete Care) เพิ่มเติมได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/centara-complete-care/

Low Carbon Lifestyle ท่องเที่ยวแนวใหม่แบบไร้คาร์บอน รักษ์สิ่งแวดล้อม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626033

วันที่ 15 มิ.ย. 2563 เวลา 13:25 น.Low Carbon Lifestyle ท่องเที่ยวแนวใหม่แบบไร้คาร์บอน รักษ์สิ่งแวดล้อมททท.ฟื้นฟูธรรมชาติแก้ปัญหาหมอกควัน PM2.5 ชวนปลูกป่า ‘ห้วยฮ่องไคร้’ จ.เชียงใหม่ รณรงค์เที่ยวแบบไร้คาร์บอน รักษาสิ่งแวดล้อม ผ่านเทศกาลสภาพภูมิอากาศ “Climate Festival”

ภาคเหนือของประเทศไทย คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนและนักเดินทางจากทั่วโลกอยากมาปักหมุดมากที่สุด ด้วยสภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศ ความเป็นธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนที่แฝงด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทว่า บางครั้งพื้นที่ภาคเหนือก็ยังคงประสบกับภาวะที่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวอยู่บ้าง

นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ด้วยสถานการณ์โรคโควิด-19 ปัญหาไฟป่า และ PM2.5 ส่งผลให้จังหวัดเชียงใหม่ได้รับผลกระทบอย่างมากทั้งในด้านการท่องเที่ยว รายได้ครัวเรือน และปัญหาสุขภาพ โดยปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ ได้มียุทธศาสตร์ในการจัดการมาโดยตลอด และถือเป็นสิ่งสําคัญที่มุ่งเป้าในการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาไฟป่า ปัญหาหมอกควันฝุ่นละออง PM 2.5 มีการสร้างการตระหนักรู้และสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนถึงความสําคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ป่า โครงการเทศกาลสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Festival ในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมและสร้างจิตสํานึกในการดูแลธรรมชาติ พื้นที่ป่า และสภาพแวดล้อมที่ดี ให้กับจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการใช้ชีวิตอย่างรับผิดชอบต่อธรรมชาติ

ทางด้าน นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจ โดยเฉพาะปัญหาจากขยะพลาสติก และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งจากฝุ่นละอองและจากการเผาป่าที่ปัจจุบันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ โครงการเทศกาลสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Festival จึงเริ่มต้นที่เชียงใหม่เพื่อรณรงค์วิถีชีวิตคาร์บอนต่ำ ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและปลูกต้นไม้เพิ่มเติมเพื่อบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนจึงผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยงานเทศกาลสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Festival ซึ่งเป็นการผนึกกำลังจาก 4 ภาคส่วน ได้แก่ ชนเผ่า ชุมชน ประเทศ และโลก เพื่อใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการนำพาไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Lifestyle และร่วมกันปลูกต้นไม้ในทุกๆ ที่ที่มีโอกาส เพื่อดูดซับคาร์บอนที่แต่ละคนใช้ในแต่ละปีให้ลดลง โดยมีเป้าหมายไปที่แต่ละบุคคลปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ หรือ Zero Emission

โดยกิจกรรมแรกเริ่มต้นด้วยการปลูกป่าที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า กิจกรรมคอนเสริต์ออนไลน์จาก 2 ศิลปินชื่อดัง วงลิปตา และวงมายด์ เพื่อระดมทุนสนับสนุนการปฏิบัติงานของเครือข่ายความร่วมมือในการควบคุมไฟป่า และเครือข่ายแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ และกิจกรรมปลูกป่า ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเด็ด จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับเทศกาลสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Festival เป็นเทศกาลที่ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการรณรงค์จิตสำนึก และผลักดันให้เกิดการลงมือทำจริงด้วยตนเองในการกอบกู้สภาพแวดล้อม โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้มีการปลูกต้นไม้หนี่งร้อยล้านต้นทั่วประเทศ รณรงค์ให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำอย่างแพร่หลายมากที่สุดในสังคมไทย เพื่อการมีสภาพแวดล้อมที่ดี และการดำรงอยู่อย่างยั่งยืนร่วมกันของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐเเละเอกชน อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ กองทัพบก กองทัพเรือ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าภาคเหนือที่ 1 เชียงใหม่ บริษัทนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด Forest Heroes ผู้ใหญ่บ้าน ปรีชา ศิริ หนึ่งในห้าวีรบุรุษโลก ที่ได้รับรางวัลวีรบุรุษผู้ดูแลป่าจากองค์การสหประชาชาติ พร้อมด้วยสื่อมวลชน Influencer ด้านการท่องเที่ยว จิตอาสาในพื้นที่และเซเลบริตี้นักแสดงจิตอาสาชื่อดัง แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์

ทั้งนี้ กิจกรรมปลูกป่ามีการวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด โดยมีการแจก Face Shield แอลกอฮอล์ และการปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมตามมาตรฐานคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างรัดกุมตลอดงาน

ตามล่าหาขุมทรัพย์ ปักหมุดช้อปแบรนด์เนมที่ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทยใน ‘เซ็นทรัล วิลเลจ’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/625963

วันที่ 14 มิ.ย. 2563 เวลา 12:50 น.ตามล่าหาขุมทรัพย์ ปักหมุดช้อปแบรนด์เนมที่ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทยใน ‘เซ็นทรัล วิลเลจ’ปักหมุดขุมทรัพย์แบรนด์เนมที่ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย กับโปรแรงกระแทกใจ ‘Super Brand Grand Sale’ ลดสูงสุด 90% ตลอดเดือน มิ.ย.– ก.ค.นี้

เรียกได้ว่ามากี่ครั้งก็ไม่เสียเที่ยวเพราะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในที่เดียว สำหรับ เซ็นทรัล วิลเลจ  ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย สุดยอดเอาท์เล็ตเดสติเนชั่นของการช้อปปิ้งแบรนด์เนมรวมกว่า 220 แบรนด์ 130 ร้านค้า โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ที่ครอบคลุมทุก category ทั้งแฟชั่นไฮเอนด์ สตรีทแฟชั่น อุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้าเด็ก ของเล่น ไอทีแกดเจ็ต เครื่องครัว ของแต่งบ้าน พร้อมบริการอำนวยความสะดวกจากธนาคาร และอิ่มอร่อยกับร้านอาหารยอดนิยม คาเฟ่  ศูนย์อาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ต หลังปลดล็อก เซ็นทรัลพัฒนา ตอกย้ำการเป็นผู้บุกเบิกตลาดลักชูรี่เอาท์เล็ตของไทยที่เติมเต็มทุกมิติการช้อปปิ้งในประเทศไทยให้ครบทุกรูปแบบ ครั้งแรกกับดีลแบรนด์เนมดีที่สุดแห่งปีด้วยแคมเปญลดราคาครั้งใหญ่ตลอด 2 เดือนเต็ม “Super Brand Grand Sale” ประหยัดสูงสุดถึง 90%

พาไปช้อปกันให้หายคิดถึง พบกับ Exclusive Brands ถึง 67 แบรนด์ที่มีเฉพาะที่เซ็นทรัล วิลเลจ พร้อมโปรโมชั่นสุดปังสินค้า Weekly WOW Price ราคาสุดพิเศษเริ่มต้นที่ 990 บาท และสินค้าแบรนด์เนมราคาพิเศษ อาทิ ALICE+OLIVIA, CHLOÉ, COACH, ERMENEGILDO ZEGNA, ETRO, JIMMY CHOO, KATE SPADE, KENZO, MARIMEKKO, MAX & CO., MCQ, MICHAEL KORS, MOSCHINO, OUTLET BY CLUB21, POLO RALPH LAUREN, SALVATORE FERRAGAMO, VALENTINO, VIVIENNE WESTWOOD, BATH & BODY WORKS, COCCINELLE, MELISSA, SUNGLASS HUT, VICTORIA’S SECRET และอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2563

ช้อปกันให้ฟินกับดีลดีที่สุดที่สาวกแบรนด์เนมต้องไม่พลาดในแคมเปญ “Super Brand Grand Sale” กับส่วนลดแบบ Triple Wow

ว้าวที่ 1 ประหยัดสูงสุด 35-90% พร้อมสินค้า Weekly WOW Price ราคาสุดพิเศษเริ่มต้นที่ 990 บาททุกสัปดาห์ ตลอด 2 เดือนเต็ม (มิถุนายน-กรกฏาคม) นอกจากนี้ ยังมอบโปรโมชั่นยิ่งช้อปยิ่งลด รับส่วนลด on-top เพิ่มเติมเมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขของแต่ละร้านค้า

ว้าวที่ 2 รับฟรี cash voucher on-top สำหรับสมาชิกเดอะ 1 เมื่อช้อปสินค้าแบรนด์ประจำสัปดาห์ ครบ 12,000 บาท รับฟรี 500 บาท และพิเศษสำหรับวันที่ 19-25 มิถุนายน รับฟรีเพิ่มเป็น 1,000 บาท หรือเมื่อช้อปแบรนด์อื่นๆ ครบตามเงื่อนไข รับฟรี 1,000 บาท เมื่อช้อปครบ 40,000 บาท, รับฟรี 2,000 บาท เมื่อช้อปครบ 60,000 บาท, รับฟรี 5,000 บาท เมื่อช้อปครบ 150,000 บาท และรับยอดสะสม Central Privilege x2 สำหรับยอดใช้จ่ายจากร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ

ว้าวที่ 3 สุดพิเศษกับโปรโมชั่นผ่อน 0% 3 เดือน ทั้งศูนย์การค้าสำหรับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน–15 กรกฏาคมเท่านั้น และรับเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการสูงสุด 12%

และตามไปว้าวกันให้สุดๆ กับสินค้าแบรนด์ดังในราคาเอาท์เล็ต อาทิ

· RUNWAY EIGHTY รวบรวมแฟชั่นรองเท้าแบรนด์หรู อาทิ VALENTINO ลดสูงสุด 80% รุ่น Mary Jane 7,920 บาท (ปกติ 39,600 บาท) Gladiator Sandals 8,800 บาท (ปกติ 44,000 บาท) Sneaker 7,120 บาท (ปกติ 35,600 บาท) 5,520 บาท (ปกติ 27,600 บาท) Thong Sandals 4,440 บาท (ปกติ 22,200 บาท) Ankle Strap Ballerina 7,920 บาท (ปกติ 39,600 บาท) Ankle Strap Pumps 8,480 บาท (ปกติ 42,400 บาท) JIMMY CHOO รุ่น Daria Flats 5,240 บาท (ปกติ 26,000 บาท) Lucy Flat 8,420 บาท (ปกติ 42,100 บาท) OLGANA PARIS รุ่น La Sensuelle 6,500 บาท (ปกติ 32,500 บาท) L’Amazone 6,500 บาท (ปกติ 32,500 บาท) รุ่น La Delicate 6,300 บาท (ปกติ 31,500 บาท)

· OUTLET BY CLUB 21 ลดสูงสุด 90% อาทิ กางเกง DIESEL เพียง 1,290 บาท (ปกติ 12,900 บาท) และแบรนด์อื่นๆ เช่น 3.1 PHILLIP LIM, MARNI, DKNY เมื่อช้อปครบ 6,000 บาท รับฟรี cash voucher 500 บาท, ช้อปครบ 10,000 บาท รับ 1,000 บาท และลด on-top เพิ่ม10% เมื่อช้อปสินค้าลด 70% – 80% ครบ 3 ชิ้น · MARIMEKKO ลดสูงสุด 60% เมื่อช้อปครบ 2 ชิ้น ลดเพิ่ม 5%, ช้อปครบ 3 ชิ้น ลดเพิ่ม 10%

· KENZO ช้อป 2 ชิ้น รับส่วนลด on-top เพิ่ม 30% ทั้งร้าน *ยกเว้นสินค้าที่ลด70%

· ETRO ลดสูงสุด 90% เสื้อสูท Jacket ผู้ชาย 4,940 บาท (ปกติ 49,400 บาท) Jersey Polo 1,340 บาท (ปกติ 13,400 บาท)

· TIMBERLAND ลดสูงสุด 50% และรับส่วนลด on-top เพิ่มอีก 30% พบสินค้าราคาเริ่มต้นเพียง 735 บาท รองเท้าบู้ท 2,625 บาท (ปกติ 7,500 บาท) 2,975 บาท (ปกติ 8,500 บาท)

· LACOSTE ลดสูงสุด 70% ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋า อาทิ เสื้อเชิ้ตผู้ชายเพียง 1,167 บาท (ปกติ 3,890 บาท) รองเท้าผ้าใบเพียง 1,953 บาท (ปกติ 2,790 บาท) เมื่อช้อปครบ 2 ชิ้น ลดเพิ่ม 5%, ช้อปครบ 3 ชิ้น ลดเพิ่ม 10%

· รองเท้าผ้าใบ CONVERSE ราคาเริ่มต้นที่ 500 บาท เมื่อช้อป 3 ชิ้น ลดเพิ่ม 20%, ช้อป 5 ชิ้น ลดเพิ่ม 30% รองเท้าผ้าใบ ADIDAS ลดสูงสุด 70% ราคาเพียง 1,050 บาท (ปกติ 3,500 บาท) ช้อปครบ 2,000 บาท ลดเพิ่ม 15%, ช้อปครบ 3,000 บาท ลดเพิ่ม 20%, ช้อปครบ 4,000 บาท ลดเพิ่ม 30% *ยกเว้นสินค้าลดมากกว่า 50% ไม่ร่วมรายการ รองเท้าผ้าใบ ONITSUKA TIGER ลดสูงสุด 70% ราคาเพียง 1,560 บาท (ปกติ 3,900 บาท) ช้อปครบ 5,000บาท รับส่วนลด on-top เพิ่ม 5%, ช้อปครบ 8,000 บาท ลดเพิ่ม 10%

· SUPERSPORTS พบกับ clearance sale ลดทั้งร้าน 50% และเมื่อช้อปครบ 3 ชิ้น ลดเพิ่ม 15% ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายนเท่านั้นและยังมีแบรนด์อื่นๆอีกมากมายให้เลือกช้อปได้อย่างจุใจ

ไปตามล่าหาขุมทรัพย์ ปักหมุดช้อปแบรนด์เนมที่ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทยในโลเคชั่นดีที่สุด ใกล้ที่สุด ที่ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต บนถนนสายหลักสู่สุวรรณภูมิ เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์-พฤหัสฯ เวลา 11.00-21.00 น. และศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-21.00 น.และสามารถติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.centralvillagebangkok.com

The Coffee Academics กาแฟดีระดับโลก หนึ่งในร้านที่ต้องไปเห็นก่อนตาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/625659

วันที่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 11:11 น.

The Coffee Academics กาแฟดีระดับโลก หนึ่งในร้านที่ต้องไปเห็นก่อนตาย

1 ใน 25 ร้านกาแฟที่จะต้องไปเห็นก่อนตาย “The Coffee Academics” กาแฟชั้นดีการันตีด้วยรางวัลระดับโลก กับสาขาใหม่ในเกษรวิลเลจ พิเศษด้วยโปรโมชั่น 1 แถม 1 ตลอดเดือน มิ.ย.นี้

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

จากพื้นที่การเรียนรู้และคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่หลงใหลในกาแฟย่านคอสเวย์ เบย์ ที่ฮ่องกง กลายมาเป็นจุดกำเนิดของ The Coffee Academics (เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์) โดยฝีมือของเจนนิเฟอร์ หลิว (Jennifer W.F. Liu) นักธุรกิจสาวและสถาปนิกชื่อดังแห่งเกาะฮ่องกง

และด้วยเสน่ห์ที่ใครๆ ต่างหลงใหลของกาแฟ ทำให้ The Coffee Academics มุ่งมั่นที่จะนิยามประสบการณ์แบบคอฟฟี่เฮ้าส์ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ผู้คนทั้งในฮ่องกงและจากทั่วโลกได้สัมผัส จนประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว การันตีด้วยรางวัลมากมาย อีกทั้งยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในร้านกาแฟของโลกที่จะต้องไปเห็นก่อนตาย (25 Coffee Shops Around The World You Have to See Before You Die) จากการจัดอันดับของ BuzzFeed ในปี 2557

นอกจากนี้ ยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในร้านกาแฟที่ดีที่สุดในโลก (The World’s Best Coffee Shops) จาก The Telegraph ในปี 2559 เป็นอันดับหนึ่งด้านกาแฟพิเศษ (specialty coffee) โดยองค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ประจำปี 2560 (Frost and Sullivan Report 2017)

และเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับชาวไทยเมื่อ The Coffee Academics เปิดสาขาแรกให้คอกาแฟชาวไทยได้ดื่มด่ำรสชาติที่หาทานที่ไหนไม่ได้ในช่วงปีที่ผ่านมา ณ โครงการเวลา หลังสวน ถ.หลังสวน โดยบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ภายใต้การบริหารงานของคุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ซึ่งรุดแผนธุรกิจในด้านร้านอาหาร โดยนับเป็นร้านกาแฟแบรนด์นอกในรูปแบบแฟรนไชส์แห่งแรกที่ทางอิมแพ็คเข้าบริหารและมีแผนขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต

ล่าสุดคนรักกาแฟต้องว้าวอีกครั้ง เมื่อ The Coffee Academics เปิดสาขาใหม่ซึ่งเป็นสาขาที่ 2 ในศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เออเบิร์น เอาใจคอกาแฟใจกลางกรุงด้วยราคาที่สมเหตุสมผล พิเศษด้วยกาแฟที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านคุณภาพมาตรฐานระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ทุกคนได้ลิ้มลอง เริ่มตั้งแต่กระบวนการรวมรวบและคัดเลือกเมล็ดกาแฟเขียวจากแหล่งปลูกกาแฟโดยตรง ผ่านการคั่วเมล็ดกาแฟในพื้นที่เพื่อให้คงรักษาคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นตามธรรมชาติของกาแฟแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง ตลอดจนถึงการทดสอบด้วยวิธีการคัปปิ้งอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้กาแฟทุกเมล็ดที่ถูกกลั่นเป็นกาแฟในแก้วนั้นๆ บ่งบอกถึงคำนิยามของ The Coffee Academics ที่มีต่อการชงกาแฟอันสมบูรณ์แบบ

สำหรับกาแฟซิกเนเจอร์ที่มาแล้วไม่อยากให้พลาด ยกให้ Jawa (220 บาท) กาแฟลาเต้มัคคิอาโต้ที่ใช้น้ำตาลโตนดจากอินโดนีเซีย ได้ความหอมหวาน รสชาติละมุนละไมในแบบธรรมชาติไปเต็มๆ พร้อมสัมผัสกลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบเตยที่ต้องบอกเลยว่าแปลกแต่ดี

ต่อที่ Manuka (220 บาท) ลาเต้ที่ได้ความหอมหวานจากน้ำผึ้ง Manuka แท้ส่งตรงจากประเทศนิวซีแลนด์ที่ใส่ในก้นแก้ว เมนูนี้แนะนำให้จิบกาแฟก่อนคนให้เข้ากัน เพื่อดื่มด่ำความต่างระหว่างรสชาติที่หอมหวานและความกลมกล่อม

ใครชอบเมนูร้อนแนะนำเป็น Agave (200 บาท)  ลาเต้ร้อนที่ใช้รสหวานธรรมชาติจากแม็กซิกันอากาเว่ แตกต่างด้วยกลิ่นเครื่องเทศเผ็ดร้อนอย่างพริกไทยดำ ล้ำลึกด้วยมิติกาแฟที่หาใครมาเปรียบได้ยาก ตามด้วย Okinawa (200 บาท) คาปูชิโน่ที่ใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาวาในประเทศญี่ปุ่น กรุ่นกลิ่นหอม มอบสัมผัสสุดละมุน อีกแก้วที่อยากให้คุณได้ลิ้มลอง

คอกาแฟดริปต้อง Panama Esmeralda Gesha Natural (390 บาท) กาแฟชั้นเยี่ยมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกาแฟที่แพงและดี ชงผ่านกรรมวิธีแบบ Pour Over หรือการดริปร้อน ให้กลิ่นคล้ายสตรอเบอร์รี่ เติมความสดชื่นกับอารมณ์ฟรุ้ตตี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ยังไม่หมดแค่นี้ เพราะที่ The Coffee Academics ยังมีสลัดและเบเกอรี่ที่อร่อยไม่แพ้กัน อาทิ  Vegan “Poke” Bowl (140 บาท) อัดแน่นด้วยข้าวไม่ขัดสีสไตล์อาหารเกาหลี มีทั้งผักหลากสี ควินัว ฟักทองญี่ปุ่น แครอท เห็ดชิเมจิ สาหร่าย เป็นเมนูวีแกนสำหรับคนรักสุขภาพ  Baked Cheese Cake (150 บาท) ชีสเค้กแสนอร่อยที่บนเคลือบด้วยน้ำส้มผสมเจลาติน ให้รสเปรี้ยวอมหวานทานแล้วสดชื่น พร้อมรสชีสเข้มข้นกำลังดี Pineapple Bun (75 บาท) เบเกอรี่สไตล์ฮ่องกงที่ได้ความอร่อยของขนมปังหอมนุ่ม พร้อมครัมเบิ้ลน้ำตาลที่เคลือบด้านบน หน้าตาคล้ายสับปะรด เหมาะสำหรับทานคู่กับกาแฟแก้วโปรด ปิดท้ายด้วย Roasted BBQ (85 บาท)  อีกหนึ่งเอกลักษณ์ความอร่อยสไตล์ฮ่องกงกับพายหมูแดง แป้งพายหอมๆ โรยงา ด้านในอัดแน่นด้วยไส้หมูแดงสุดอร่อย

ตามไปลิ้มลองของเด็ดของดีที่ติด 1 ใน 25 ร้านกาแฟของโลกที่จะต้องไปเห็นก่อนตาย ได้ที่ The Coffee Academics พร้อมพบกับโปรโมชั่นพิเศษฉลองการเปิดสาขาใหม่ ด้วยโปร  1 แถม 1 (เมื่อสั่งเครื่องดื่มกาแฟหรือเมนูเครื่องดื่มใดก็ได้) ตลอดเดือนมิถุนายน 2563 พบกันได้ที่ทั้ง 2 สาขา สาขาโครงการเวลา หลังสวน ถ.หลังสวน และสาขา 2 ที่ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ ตึกเกษรทาวเวอร์ ชั้น G เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.30–18.00 น. โทรศัพท์. 02-253-6399 เฟซบุ๊ก : The Coffee Academics Thailand อินสตาแกรม: TheCoffeeAcademicsTH

อยากช้อปต้องได้ช้อป! เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ ‘ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/625041

วันที่ 02 มิ.ย. 2563 เวลา 14:57 น.

อยากช้อปต้องได้ช้อป! เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ 'ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน'

นาทีนี้ต้องช้อป ‘กลุ่มเซ็นทรัล’ ผนึกพลังทุกธุรกิจในเครือและพาร์ทเนอร์ ร่วมกัน Rebuild Thailand, Rebuild Economy เดินหน้าสร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทย “ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน” ลดราคา ล็อกราคา เริ่มแล้ววันนี้-31 ก.ค. 2563

เอาใจนักช้อปพร้อมรณรงค์ช้อปปิ้งวิถีใหม่ ประหยัด ปลอดภัยไปด้วยกันในแบบ NOW Normal เมื่อกลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง 13 ธุรกิจในเครือ นำโดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น พร้อมด้วยพันธมิตรธุรกิจ ร้านค้า พาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนา (เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัลภูเก็ต, เซ็นทรัลวิลเลจ), ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ท็อปส์, ซุปเปอร์สปอร์ต, พาวเวอร์บาย, เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป, โรงแรมเซ็นทารา, เจดี เซ็นทรัล, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, บัตรเครดิตกสิกรไทย, บัตรเครดิตเคทีซี, บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ เดินหน้าแผน ‘Rebuild Thailand, Rebuild Economy’ ชูยุทธศาสตร์สร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทย มุ่งสร้างงาน สร้างรายได้ และช่วยลดค่าครองชีพประชาชน ผ่าน 2 แกนกลยุทธ์หลักคือ

  1. Strengthen Localized Economy : กระจายโอกาสเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่ายสู่ท้องถิ่น กับการเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าฟรีให้กับเกษตรกร, SMEs, รวมถึงนิสิตนักศึกษา และ New Jobbers ด้วยจุดแข็งของศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ
  2. Support NOW Normal Life : ช่วยลดค่าครองชีพและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยสินค้าลดราคากว่า 90% พร้อมทั้งจัดหาบริการที่ตอบโจทย์ ‘NOW Normal’ ให้ประชาชน เน้นช้อปปิ้งวิถีใหม่ที่ประหยัดและปลอดภัยไปด้วยกัน สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าที่มาใช้บริการด้วยมาตรฐานของมาตรการต้นแบบ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ”

โดยได้กระตุ้นให้คนไทย “ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน” เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทยอย่างเป็นรูปธรรม แสดงพลังความเป็นไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตโควิด-19 ผ่านการสนับสนุนสินค้าและการเปิดตลาดให้เกษตรกร SMEs ผู้ประกอบการไทย และศิษย์เก่าและนักศึกษามหาวิทยาลัย รวมกว่า 270 ร้าน ได้มีช่องทางในการระบายสินค้า รวมถึงเน้นลดราคาสินค้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคให้ประหยัดสูงสุดถึง 90% ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2563 ทุกศูนย์ทุกห้างทั่วประเทศ

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “จากสถานการณ์โควิด-19 ในไทยที่ดีขึ้นตามลำดับ และภาครัฐได้ประกาศคลายล็อคดาวน์ในหลายธุรกิจ ขณะนี้เพื่อช่วยให้ประเทศและเศรษฐกิจเดินหน้าอีกครั้ง กลุ่มเซ็นทรัล นำโดยเซ็นทรัลพัฒนา จึงได้แสดงพลัง Synergy ของธุรกิจในเครือ และร่วมกับพาร์ทเนอร์ เชิญชวนคนไทยให้มา ‘ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน’ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังให้กระเตื้องขึ้น เน้นชูพลัง ‘ไทยอุดหนุนไทย’ แสดงศักยภาพของผู้ประกอบการ และภาคการผลิตของไทยที่มีคุณภาพ และพลังของผู้บริโภคที่เชื่อว่ายังมีกำลังซื้ออยู่มาก ซึ่งถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันวงล้อเศรษฐกิจไทยจะสามารถเคลื่อนตัวไปได้อีกครั้ง ผ่านกลยุทธ์และกิจกรรมการตลาด ดังนี้

1) Strengthen Localized Economy: นำจุดแข็งของศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่มีอยู่ 33 สาขาทั่วประเทศ และเป็นศูนย์กลางของแต่ละท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสการเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่าย และระบายสินค้าให้กับเกษตรกร, SMEs และประชาชนที่ว่างงาน ภายใต้ ‘งานตลาดรวมใจ คนไทยช่วยชาติ’ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิ.ย. 63  นำผลไม้เกรดพรีเมี่ยมส่งออกและสินค้าแปรรูปมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา โดยได้เปิดพื้นที่ให้ฟรี ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, เซ็นทรัลพลาซา บางนา, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3, เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัลเวิลด์ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมผู้ประกอบการหน้าใหม่กับงาน ‘U Market Place’ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ก.ค. 63 ที่รวบรวมสินค้าและบริการหลากหลายของคอมมูนิตี้ศิษย์เก่าและนักศึกษาสถาบันต่างๆ จาก Online สู่ On-Ground Market ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3, เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา

2) Support NOW Normal Life: ตอกย้ำแบรนด์ซินเนอจี้ของกรุ๊ปที่มีความหลากหลายของสินค้าและบริการครอบคลุมในทุกเซกเมนต์ เน้นการลดราคาสินค้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพและช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภค เช่น โปรโมชั่นเมนูเด็ด Reprice ราคาอาหารเริ่มต้นที่ 19 บาท ณ ศูนย์อาหารที่อยู่ภายใต้ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนา ช่วยผู้บริโภคประหยัดในการจับจ่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคที่ลดราคาสูงสุดถึง 90% ในทุกศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า รวมถึงช่องทางออนไลน์ โดยจัดหาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ NOW Normal Life ของประชาชน เน้นช้อปปิ้งวิถีใหม่ที่ทั้งประหยัดและปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิพิเศษมากมายสำหรับสมาชิก The 1 อาทิ เมื่อช้อปครบทุก 2,000 บาท รับสิทธิ์ลุ้นฟรี บัตรกำนัลช้อปปิ้งจากแบรนด์ดัง, โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy S20+ รวม 64 เครื่อง พร้อมรางวัลอื่นรวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตยังสามารถได้รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้แก่ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, บัตรเครดิตกสิกรไทย, บัตรเครดิตเคทีซี, และบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ และสิทธิพิเศษอื่นๆ มากมาย”

คุณปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บจ. สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล เผยว่า “เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ และช่วยคู่ค้าให้สามารถกระจายสินค้า มีเงินหมุนเวียนในระบบ และคืนกำไรให้กับลูกค้า จึงได้จัดแคมเปญ CENTRAL MEGA SALE (เซ็นทรัล เมก้า เซล) โดยมีโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 70% ลดเพิ่มสูงสุด 37% จากคะแนน The 1 และบัตรเครดิต ใช้คะแนน The 1 เพียง 400 คะแนน (จากปกติ 800 คะแนน) แลกรับคูปองส่วนลดแทนเงินสด 100 บาท ตลอดจนรับฟรี คูปองส่วนลดแทนเงินสด เครดิตเงินคืน และบัตรของขวัญเซ็นทรัลรวมสูงสุด 22% เมื่อช้อปตามเงื่อนไข ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2563”

คุณวัตินาพร บัณฑุชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่  Brand Marketing & Advertising  บจ.เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ในเครือเซ็นทรัลรีเทล เสริมว่า “ท็อปส์และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ผู้นำฟู้ดสโตร์และพรีเมี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของไทย ได้จัดเตรียมโปรโมชั่นพิเศษให้กับลูกค้าเมื่อช้อปสินค้าที่ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ซูเปอร์สโตร์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา อาทิ ล็อคราคาสินค้า 90 วัน ตั้งแต่วันนี้ – 4 กรกฎาคม 2563 และลดราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคหลายพันรายการ,รับคูปองส่วนลดสูงสุด 50% เมื่อช้อปครบ 600 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ, รับคูปองส่วนลดเมื่อนำถุงมาช้อปปิ้ง, รับบัตรของขวัญท็อปส์เมื่อช้อปสินค้าตั้งแต่ 800 บาทขึ้นไป, สินค้าราคาพิเศษลด 30-50%, พิเศษสำหรับสมาชิกไลน์ @CPN Life รับคูปองส่วนลด 40 บาท เมื่อช้อปครบ 600 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ นอกจากนี้ ยังมีการปรับ เปลี่ยนวิถีการช้อปปิ้งใหม่เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ Now Normal ได้แก่ Seamless Experience Shopping ช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ Tops online, Tops Application, GrabMart ผ่านแอพพลิเคชั่น Grab, บริการ Chat&Shop ผ่าน Line @TopsThailand, บริการ Phone&Delivery ,บริการไดรฟ์ทรู รับสินค้าโดยไม่ต้องลงจากรถ, ช้อปสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นดอลฟิน และบริการส่งสินค้าถึงบ้าน Safety and Hygiene เป็นต้น”

มร.สเตฟาน จูเบิร์ท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริหารสินค้า และรักษาการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า “โรบินสัน จัดดีลพิเศษลดสูงสุด 70% ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน – 20 กรกฎาคม 2563 พิเศษสำหรับสมาชิก The 1 ลดเพิ่ม 12.5% เมื่อใช้คะแนนแลกเท่ายอดช้อป (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) ทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตลอดเดือนมิถุนายน รับฟรีคูปองส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขที่กำหนด (ยกเว้นวันจันทร์ – วันพฤหัสบดี ลูกค้าที่ชำระสินค้าผ่านบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน หรือบัตรเครดิตกสิกรไทย รับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 3 – 30 มิถุนายน 2563) พิเศษเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ รับคูปองส่วนลดเพิ่ม 100 บาท เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน หรือ บัตรเครดิตกสิกรไทย ตั้งแต่ 3,000 บาท ขึ้นไป / ใบเสร็จ (ตั้งแต่วันที่ 3 – 30 มิถุนายน 2563) ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ทุกสาขา, ROBINSON CHAT & SHOP, ROBINSON CALL & SHOP, ROBINSON FACEBOOK INBOX และ ROBINSON CLICK & COLLECT”

มร. ทอม ทรัสเซล รองประธานฝ่ายแบรนด์ การตลาด และดิจิทัล โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า “เซ็นทาราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยเดินหน้าเศรษฐกิจ เราจึงตั้งใจมอบข้อเสนอสุดคุ้มให้คนไทยได้ท่องเที่ยวและพักผ่อนเมื่อเราสามารถเดินทางได้อีกครั้ง โดยได้เปิดตัว “เซ็นทารา คอมพลีท แคร์” (Centara Complete Care) โปรแกรมด้านการบริการที่เพิ่มความเชื่อมั่นอย่างสูงสุดด้วยมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสุขภาพและการเว้นระยะห่างอย่างรอบด้าน แต่ยังคงไว้ซึ่งความเอาใจใส่และการบริการที่อบอุ่นอย่างเหนือระดับเฉกเช่นเดิม เพื่อลูกค้าของเซ็นทาราทุกคน สำหรับแคมเปญช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน ลูกค้าสามารถจองห้องพักและเข้าพักได้ ในราคาสุดคุ้มเริ่มต้นเพียง 864 บาทสุทธิ/คืน  และยังสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเข้าพักได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น”

คุณธีรินทร์ คูสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายารการตลาด บริษัท เพาเวอร์ บาย จำกัด ปิดท้ายว่า “ทางเพาเวอร์บายก็ลดหนักจัดใหญ่เพื่อตอบการกลับมาช้อปของลูกค้า โดยมอบโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษภายใต้คอนเซปต์ ‘Welcome Back Sale ลดสูงสุด 70% ทั้งร้าน’ รวมถึงออนไลน์ในกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ไอที อุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ลดสูงสุดถึง 70% (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) พิเศษสำหรับสมาชิก The 1 ใช้คะแนนแลกลดเพิ่ม 12.5% (ของคะแนนที่แลกแต่ไม่เกินราคาสินค้า) ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2563 ที่เพาเวอร์บายทุกสาขา และ http://www.powerbuy.co.th

พบกับแคมเปญ “ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน” มาร่วมช้อปปิ้งวิถีใหม่ที่ปลอดภัยไปด้วยกัน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัลภูเก็ต, เซ็นทรัลวิลเลจ, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสันทั่วประเทศ ซูเปอร์สปอร์ต, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, พาวเวอร์บาย, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท และช้อปออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านทางเซ็นทรัลออนไลน์ และเจดี เซ็นทรัล ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน–31 กรกฎาคม 2563