หัวเว่ยเปิดตัว 5 โครงการใหม่กรุยทางสู่การเปลี่ยนโฉมสู่ระบบดิจิตอลของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอนและปักกิ่ง–17 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เปิดกว้าง ประสานความร่วมมือ และแบ่งปันความสำเร็จเพื่ออุตสาหกรรมอันสดใส

หัวเว่ย เปิดตัว 5 “โครงการริเริ่มขนาดใหญ่ (Big Initiatives)” ของบริษัทสำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิตอล นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้รับรองแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับการทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมประสบความสำเร็จไปพร้อมๆกัน และยังเปิดตัวโซลูชั่นนวัตกรรมสำหรับ 4.5G อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) วิดีโอ 2K/4K และ Safe City โครงการริเริมขนาดใหญ่และโซชูชั่นนวัตกรรมเหล่านี้ถือเป็นพันธกิจในระยะยาวของหัวเว่ยเพื่อสร้างโลกที่มีการเชื่อมโยงที่ดีกว่าผ่านการทำงานร่วมกันภายในวงการ

หัวเว่ยคาดว่า ตลาดอุตสาหกรรมวิดีโอจะมีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และตลาดคลาวด์สำหรับองค์กรจะมีมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การเชื่อมต่อของ IoT คาดว่า จะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า และยังก่อให้เกิดโอกาสอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม โครงการริเริ่มขนาดใหญ่ของหัวเว่ยได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ โดยทั้ง 5 โครงการริเริ่มขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วย บิ๊กวิดีโอ-จากทุกที่, บิ๊กไอที-ความเป็นไปได้,บิ๊กโอเปอเรชั่น-ความคล่องตัว, บิ๊กอาร์คิเทคเจอร์-ความยืดหยุ่น, บิ๊กไปป์-มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง

การเปลี่ยนโฉมไปสู่ดิจิตอลนับเป็นกลไกใหม่สำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และยังจะเพิ่มอำนาจด้านนวัตกรรมให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ” วิลเลียม ซู ผู้อำนวยการบริหารของคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาดเชิงกลยุทธ์ของหัวเว่ยในลอนดอนกล่าว “หัวเว่ยจะเดินหน้าเปิดศักยภาพใหม่ๆของแพลตฟอร์มต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมมีศักยภาพในการสร้างระบบนิเวศแบบเปิด ให้ความร่วมมือระหว่างกัน และเป็นอุตสาหกรรมแบบวิน-วิน เพื่อเร่งการเปลี่ยนโฉมไปสู่ระบบดิจิตอล”

หัวเว่ยได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการแบบเปิดร่วมกับพันธมิตรเพื่อร่วมมือกันสร้างสรรค์นวัตกรรม สนับสนุนการให้บริการใหม่ๆในเชิงพาณิชย์ โดยห้องปฏิบัติการมากกว่า 10 แห่งทั่วทั้งจีน ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆได้นำมาซึ่งพันธมิตรกว่า 600 ราย สำหรับกลุ่มนักพัฒนานั้น หัวเว่ยได้สร้างแพลตฟอร์ม eSDK ที่นำเสนอเครื่องมือพัฒนาที่มีความยืดหยุ่นและใช้งานง่ายตลอดจนบริการสนับสนุน บริษัทยังได้เปิดตัวโปรแกรมสนับสนุนนักพัฒนามูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่อำนวยความสะดวกต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม สำหรับการเปลี่ยนโฉมไปสู่ระบบดิจิตอลของอุตสาหกรรมในแนวตั้งนั้น หัวเว่ยได้ร่วมมือกับที่ปรึกษาและพันธมิตรด้านซอฟต์แวร์ในการสร้างระบบนิเวศเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมบางประเภท เพื่อจัดหาโซลูชั่นที่ครบวงจรให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การขนส่ง พลังงาน ภาครัฐ และการเงิน หัวเว่ยยังสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกับทั้งพันธมิตรต้นน้ำและปลายน้ำ เพื่อช่วยให้พันธมิตรเหล่านี้สามารถปรับตัวเข้ากับแนวโน้มด้านโทรคมนาคมแบบใหม่ เช่น การปฏิบัติการของ 5G, SDN/NFV และระบบดิจิตอล

หัวเว่ยได้พัฒนาโซลูชั่นแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับวิดีโอ 2K/4K ซึ่งรวบรวมคอนเทนท์และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมในบริการด้านวิดีโอ ส่วนในระบบบคลาวด์คอมพิวติ้งนั้น หัวเว่ยได้ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมเพื่อนำเสนอบริการคลาวด์ โดยกลยุทธ์เกี่ยวกับคลาวด์ของหัวเว่ยจะเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรในการสร้างระบบนิเวศคลาวด์แบบเปิด โดยหัวเว่ยจะเน้นไปที่การสร้าง IaaS, การดำเนินการให้ PaaS ใช้งานได้ และ รวบรวม SaaS เพื่อมอบอำนาจให้กับพันธมิตรของเราในการสร้างมูลค่าด้วยแอปพลิเคชั่นและการสร้างมูลค่าในระดับสูงด้วยการผลักดันจากข้อมูล

หัวเว่ยให้ความสำคัญกับธุรกิจหลักของบริษัทและมุ่งมั่นเรื่องการเพิ่มอำนาจให้กับการเปลี่ยนโฉมไปสู่ระบบดิจิตอลของผู้ให้บริการโทรคมนาคมด้วยการลงทุนด้านกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าความพยายามในการเน้นไปที่กลยุทธ์ระยะยาวและความมุ่งมั่นจะนำไปสู่ความสำเร็จครั้งใหม่” ไรอัน ติง ผู้อำนวยการบริหารของคณะกรรมการและประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชันของหัวเว่ยในปักกิ่งกล่าว

ในงาน Mobile World Congress (MWC) ที่กำลังจะมีขึ้น หัวเว่ยจะนำเสนอนวัตกรรมต่างๆ อาทิ 4.5G, IoT, และโซลูชั่น Safe City ของบริษัท ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลกและธุรกิจอื่นๆบรรลุเป้าหมายเรื่องความคล่องตัว การเร่งการเปลี่ยนแปลง และการประสบความสำเร็จทางธุรกิจในยุคดิจิตอล

4.5G จะนำเสนออัตราข้อมูลบรอดแบนด์ไร้สายที่อัตราความเร็วถึง 1,000 Mbit/s ซึ่งช่วยให้สามารถส่งข้อความเสียงความชัดเจนสูง วิดีโอ 2K/4K HD และประสบการณ์เสมือนจริงได้จากทุกที่ นอกจากนี้ 4.5G ยังจะช่วยทำให้ IoT มีความเป็นไปได้ ซึ่งจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น และช่วยให้บริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมต่างๆขยายตัวไปสู่ตลาดอุตสาหกรรม  ในขณะที่ GigaRadio ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของหัวเว่ยที่จะเปิดตัวในงาน MWC ปีนี้เป็นเทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับ 4.5G โดย GigaRadio จะถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์เป็นวงกว้างในปี 2559 และจะช่วยเร่งการใช้งาน 4.5G ไปทั่วโลก

โซลูชั่น IoT ของหัวเว่ยจะช่วยผลักดันการเปลี่ยนโฉมไปสู่ระบบดิจิตอลของบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับครัวเรือนของผู้ให้บริการโทรคมนาคมได้ด้วยการทำให้ระบบบ้านอัจฉริยะกลายเป็นจริง ส่วนเทคโนโลยี Narrow Broadband IoT (NB-IoT) บนพื้นฐาน LTE ของหัวเว่ยจะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถนำเสนอ IoT ผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้ในทุกที่ เทคโนโลยีนี้จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆในเรื่องเครื่องมือวัดแบบอัจฉริยะ การติดตามทางโลจิสติกส์ และเมืองอัจฉริยะ

โซลูชั่น Safe City ของหัวเว่ยใช้เทคโนโลยี IoT และระบบเคลื่อนที่ความเร็วสูง (MBB) ล่าสุดในการนำเสนอระบบการรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะบนพื้นฐานวิดีโอสำหรับเมืองต่างๆ ระบบเหล่านี้จะช่วยให้ภาครัฐและเจ้าหน้าที่เทศบาลสามารถป้องกันวิกฤตและปรับปรุงเรื่องการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดีขึ้น ปัจจุบัน โซลูชั่น Safe City ของหัวเว่ยได้รับการติดตั้งในกว่า 100 เมืองในกว่า 30 ประเทศ

ข้อมูลจากการคาดการณ์ระบุว่า ภายในปี 2568 จำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์รายใหม่ๆจะเพิ่มขึ้นเป็น 4 พันล้านราย และอุปกรณ์ต่างๆกว่า 1 แสนล้านชิ้นจะเชื่อมต่อเข้ากับระบบดิจิตอล และการบริโภคข้อมูลต่อบุคคลจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 500 เท่า โลกดิจิตอลและโลกความเป็นจริงจะรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว และผู้บริโภคจะต้องการประสบการณ์แบบ ROADS (Real-time, On-demand, All-online, DIY, และ Social) เป็นบรรทัดฐานใหม่

เพื่อให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมสามารถนำเสนอประสบการณ์ ROADS และตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้นั้น อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเหล่ายี้ จะต้องเพิ่มวิสัยทิศน์ของตัวเอง เปิดช่องทาง ข้อมูล และบริการใหม่ๆให้กับพันธมิตร นำโครงการริเริ่มขนาดใหญ่มาใช้ในการเปลี่ยนโฉมไปสู่ดิจิตอล และแบ่งปันทรัพยากรต่างๆผ่านการสร้างความร่วมมือ

ในงาน MWC 2016 หัวเว่ย รวมถึงผู้ให้บริการโทรคมนาคม และลูกค้าองค์กรของหัวเว่ย จะร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกอันมีค่า เกี่ยวกับการเปลี่ยนโฉมไปสู่ดิจิตอลภายในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

งาน MWC 2016 จะจัดขึ้นที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ในระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ บู๊ทจัดแสดงของหัวเว่ยจะอยู่ใน Fira Gran Via ของฮอลล์ 1และ ฮอลล์ 3 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.huawei.com/en/mwc2016

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ยเป็นผู้จัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก โซลูชั่นนวัตกรรมไอซีที ผลิตภัณฑ์ และบริการของเราถูกนำไปใช้ในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค และให้บริการแก่หนึ่งในสามของจำนวนประชากรทั่วโลก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของหัวเว่ยได้ที่ www.huawei.com

เอเชีย ลิเบอร์ตี้ ฟอรัม เปิดฉาก 18-20 ก.พ.นี้ มุ่งท้าทายการเข้าถึงเสรีภาพและความมั่งคั่งจากพื้นฐานความคิดของผู้ประกอบการแนวใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

วอชิงตัน— 17 ..–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

การประชุมเอเชีย ลิเบอร์ตี ฟอรัม (The Asia Liberty Forum) #AsiaLF16 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท แอ็ทลาสเน็ตเวิร์ก พร้อมด้วยสถาบันกิจการเพื่อประชาธิบไตยและเศรษฐกิจ (IDEAS) ซึ่งเป็นเจ้าภาพผู้จัดงาน และพันธมิตรประจำภูมิภาคอย่างศูนย์ประชาสังคม (CCS) การประชุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของผู้ที่มีความเป็นเลิศและอัจฉริยภาพสูงสุดในเอเชีย เพื่ออภิปรายและแลกเปลี่ยนวิธีการผลักดันการส่งเสริมเสรีภาพและการปฏิรูปตลาดเสรีในภูมิภาค

 Asia Liberty Forum / Asia Liberty Forum #AsiaLF16, Feb. 18-20, 2016, sponsored by Atlas Network with organizing host, the Institute for Democracy and Economic Affairs (IDEAS), and regional partner, Centre for Civil Society (CCS), is a gathering of the best and the brightest in Asia to discuss and exchange solutions that promote liberty and free-market reforms in the region. (PRNewsFoto/Atlas Network)

Asia Liberty Forum #AsiaLF16, Feb. 18-20, 2016, sponsored by Atlas Network with organizing host, the Institute for Democracy and Economic Affairs (IDEAS), and regional partner, Centre for Civil Society (CCS), is a gathering of the best and the brightest in Asia to discuss and exchange solutions that promote liberty and free-market reforms in the region. (PRNewsFoto/Atlas Network)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160216/333709)

อะไร: การประชุมเอเชีย ลิเบอร์ตี ฟอรัม ได้รับการสนับสนุนโดย บริษัท แอ็ทลาส เน็ตเวิร์ก พร้อมด้วยสถาบันกิจการเพื่อประชาธิบไตยและเศรษฐกิจ(IDEAS) ซึ่งเป็นเจ้าภาพผู้จัดงาน และพันธมิตรประจำภูมิภาคอย่างศูนย์ประชาสังคม (CCS)

เมื่อไหร่: 18-20 ก.พ. 2559

เมื่อไหร่: 18-20 กุมภาพันธ์ 2559

 

ที่ไหน: โรงแรมเรเนซองส์ (Renaissance Hotel) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ บริเวณหัวมุมของจาลัน สุลต่าน อิสเมล และจาลัน อัมปาง 50450 กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

 

สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ: แดเนียล แอนโทนี Daniel.Anthony@AtlasNetwork.org หรือโทร (202) 449-8441 หรือสื่อมวลชนท้องถิ่นในมาเลเซีย ติดต่อได้ที่: อาซรุล โมห์ด คาลิบ azrul@ideas.org.my หรือโทร (+6013) 348-6470

 

อย่างไร: ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมงานหรือต้องการจัดสัมภาษณ์ จะต้องติดต่อคุณ อาซรุล โมห์ด คาลิบ ล่วงหน้า azrul@ideas.org.my หรือโทร (+6013) 348-6470

 

ไฮไลท์ในการประชุม เอเชีย ลิเบอร์ตี ฟอรัม

 

            – การอภิปรายโดยผู้ชำนาญพิเศษ: หน้าตาแห่งอิสรภาพในเอเชีย

            – ข้อตกลงการค้า: ข้อตกลงการค้าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศกำลังพัฒนาหรือไม่?

            – บทบาทของอินเทอร์เน็ต: ความท้าทายต่อเสรีภาพบนโลกออนไลน์

            – ฟรีดอม ดินเนอร์ และการแสดงวิดีทัศน์ของการประกาศรางวัลเอเชีย ลิเบอร์ตี อวอร์ด

            – การแสดงสารคดี: India Awakes

            – การประชุมเรื่องวิกฤตทางการเงินในจีนและผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชีย

            – การนำเสนอโดย ดร. ทอม จี. ปาล์มเมอร์ ดร. แอมอนน์ บัตเลอร์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์  ดร. ไบชาลี บอมจัน และ ดร. วาน ซายฟุล วาน จาน

            สามารถดูกำหนดการณ์ทั้งหมดได้ที่นี่ [http://ideas.org.my/asia-liberty-forum-2016-3/]

เกี่ยวกับแอ็ทลาส เน็ตเวิร์ก

แอ็ทลาส เน็ตเวิร์ก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่วอชิงตัน เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร โดยมีภารกิจในการสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่ออิสระภาพทั่วโลก ด้วยการสร้างเครือข่ายกับพันธมิตรกว่า 450 ราย ใน 97 ประเทศ ผู้มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการแบ่งปันโลกที่มีความเป็นอิสระ มั่งคั่ง และสงบสุข ซึ่งรัฐบาลจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเพียงเล็กน้อยในการควบคุมกฎหมาย, ทรัพย์สินส่วนบุคคล และตลาดการค้าเสรี http://atlasnetwork.org/

เกี่ยวกับ IDEAS

IDEAS เป็นหน่วยงานด้านวิชาการแห่งแรกของมาเลเซีย ซึ่งอุทิศตนเพื่อผลักดันแนวทางในการแก้ปัญหาซึ่งอิงตลาดเป็นหลัก เพื่อที่จะรับมือกับความท้าทายของนโยบายจากภาครัฐ IDEAS เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร ในฐานะที่เป็นหน่วนงานด้านวิชาการที่มองข้ามการแบ่งพวก จุดประสงค์ของ IDEAS คือ การเติมเต็มประสิทธิภาพขององค์ประกอบโดยอิงตลาดเป็นหลัก อีกทั้งยังเป็นองค์กรที่ไม่ผูกพันกับพรรคการเมืองใด ๆ เชื้อชาติใด ๆ หรือ ศาสนาใด ๆ http://ideas.org.my/

เกี่ยวกับ CCS

ศูนย์ประชาสังคม (CCS) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงนิวเดลี เป็นผู้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางสังคมโดยการใช้นโยบายสาธารณะ ภารกิจของ CCS ในด้านการศึกษา ชีวิตความเป็นอยู่ และการฝึกอบรมด้านนโยบายถือเป็นการผลักดันทางเลือกและความโปร่งใสในหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับการนำนโยบายมาใช้ในทางปฏิบัตินั้น CCS ได้มีส่วนร่วมกับผู้บริหารด้านนโยบายและความคิดเห็นผ่านการทำวิจัย โครงการนำร่อง การสนับสนุน http://ccs.in/

Spire TalentSHIP(R) คว้าตำแหน่ง “Best Technology in HR Analytics” ในงาน World HRD Congress ครั้งที่ 24 ประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซานฟรานซิสโก–17 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

– Spire TalentSHIP(R) คือเทคโนโลยี Agile บนคลาวด์ที่ทำงานร่วมกับระบบ HRIS/HCM/HRMS ได้ทั้งหมด และสามารถปรับแต่งได้ไม่มีขีดจำกัด

 

– Spire TalentSHIP(R) เติมเต็มความสมบูรณ์ให้แก่แพลตฟอร์มต่างๆ โดยนำเสนอประสิทธิภาพ 3 ขั้น ได้แก่ การประหยัดต้นทุน การประหยัดเวลา และประสิทธิภาพการทำงานที่เป็นเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์การบริหารทรัพยากรบุคคลแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

Spire Technologies บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน contextual search & intelligence คว้ารางวัลจากการสร้างสรรค์สุดยอดเทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์ทรัพยากรมนุษย์ (Best Technology in HR Analytics) ในงาน World HRD Congress ครั้งที่ 24 ที่มุมไบ โดยได้รับมอบรางวัลจาก Dr. Sanjay Muthal กรรมการบริหารบริษัทRGF Management Search

 Spire TalentSHIP� recognized as the �Best Technology in HR Analytics� at the 24thWorld HRD Congress, 2016 / Spire receiving award for 'Best Technology in HR Analytics' at 24th World HRD Congress, 2016, Mumbai

Spire receiving award for ‘Best Technology in HR Analytics’ at 24th World HRD Congress, 2016, Mumbai

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160216/790763)

Spire TalentSHIP� recognized as the �Best Technology in HR Analytics� at the 24thWorld HRD Congress, 2016 / SPIRE LOGO

SPIRE LOGO

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160216/790763-a)

 

ตลาดเทคโนโลยีบริหารทุนมนุษย์ (HCM) ทั่วโลก มีมูลค่าราว 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และโตขึ้น 8% ทุกปี เพราะบรรดาองค์กรต่างทุ่มทุนในส่วนนี้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้มีเพียงระบบอัตโนมัติในการทำงานเท่านั้น จึงเกิดปัญหาขั้นตอน HR ที่ไร้ประสิทธิภาพ แต่ปัญหานี้จะหมดไปเพียงใช้เทคโนโลยีที่สามารถประมวลข้อมูล HR ไร้โครงสร้างได้ ซึ่ง Spire ก็ประสบความสำเร็จในจุดนี้ด้วยการสร้างสรรค์เทคโนโลยี contextual intelligence ที่มาพร้อม 3 ประสิทธิภาพในด้านHR ได้แก่ การประหยัดต้นทุน การประหยัดเวลา และประสิทธิภาพการทำงานที่เป็นเลิศ

 

Saurabh Jain ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Spire Technologies กล่าวว่า โลกเริ่มเข้าสู่ยุค Web 3.0 ระบบองค์กรอัตโนมัติและเครื่องจักรอัจฉริยะจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และระบบคัดสรรทรัพยากรบุคคลก็ได้รับผลดีจากความฉลาดของอัลกอริธึมตามไปด้วย Spire TalentSHIP(R) ทำให้ข้อมูล HR ชาญฉลาดขึ้น

 

Spire TalentSHIP(R) พิสูจน์แล้วว่าแนวคิดเครื่องจักรอัจฉริยะไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่สามารถเพิ่มศักยภาพการทำกำไรได้จริงด้วยประสิทธิภาพ HR ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ Spire TalentSHIP(R) ถูกนำไปใช้ในบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกหลายแห่ง ทั้งในอุตสาหกรรมไอที เฮลธ์แคร์ และธนาคาร

 

ผลลัพธ์ทางธุรกิจ

 

– รายได้เพิ่มขึ้น 9%

– ประหยัดต้นทุนมากขึ้น 7%

– กำไรเพิ่มขึ้น 5.4%

 

ผลลัพธ์ด้าน HR

 

ประหยัดเวลามากขึ้น 40%

            – ประหยัดต้นทุนมากขึ้น 60%

            – ประสิทธิภาพในการคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมเพิ่มขึ้น 70%

เกี่ยวกับ Spire Technologies

 

Spire ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่สามารถสร้างความหมายเชิงบริบทได้จากคอนเทนต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นข้อความ เสียง หรือวิดีโอ ทั้งที่มีโครงสร้างหรือไร้โครงสร้าง แพลตฟอร์ม contextual search & intelligence ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท เป็นเทคโนโลยีที่นำเสนอประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูล ความเร็ว และความแม่นยำแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าส่งผลต่อการประกอบธุรกิจ โดยนำเสนอศักยภาพอันโดดเด่น 2 ประการ ได้แก่ ความแม่นยำ 95% ในการค้นหาเชิงบริบท และความแม่นยำ 80% ในการจับคู่อุปสงค์-อุปทาน

1) การประมวลข้อมูลไร้โครงสร้าง

2) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริบท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.spiretechnologies.com

ติดต่อเราได้ที่ engage@spire2grow.com

แหล่งข่าว: Spire Technologies

ไมโครชิป เปิดตัวแพลตฟอร์มพัฒนาผ่านคลาวด์ นำเสนอแนวทางง่ายที่สุดในการเริ่มต้นใช้ MCU PIC(R)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ – 16 ก.พ. พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

MPLAB(R) Xpress IDE มาพร้อมอินเตอร์เฟสสำหรับส่วนผลิตโค้ดที่ใช้ GUI นับเป็นระบบการพัฒนาผ่านออนไลน์ที่ครบถ้วนที่สุดในอุตสาหกรรม

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มพัฒนาออนไลน์ MPLAB(R) Xpress Cloud-based Integrated Development  (IDE) ซึ่งนำเสนอแนวทางง่ายที่สุดในการเริ่มต้นใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) PIC(R) โดยไม่ต้องดาวน์โหลด ลงชื่อเข้าระบบ หรือติดตั้งเพื่อเริ่มต้นการออกแบบ โดย IDE บนคลาวด์จากไมโครชิปซึ่งเปิดให้ใช้งานฟรีนี้ ชูฟีเจอร์ยอดนิยมMPLAB X IDE ซึ่งเคยกวาดรางวัลมาแล้วและตอบโจทย์สำหรับคอมพิวเตอร์พีซี โน้ตบุ๊ก และแท็บเล็ตที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต MPLAB Xpress นำเสนอชุดฟีเจอร์ที่ครบถ้วนมากที่สุดในอุตสาหกรรม ประกอบด้วยคลังตัวอย่างโค้ดที่ผ่านการรับรองความถูกต้องจากไมโครชิป, ส่วนต่อประสาน MPLAB Code Configurator (MCC) 3.0 สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมของไมโครคอนโทรเลอร์ที่ใช้ GUI และการสร้างโค้ดโดยอัตโนมัติ, คอมไพเลอร์ MPLAB XC ครบวงจรรองรับฮาร์ดแวร์ Programmer/Debugger และเนื้อที่เก็บข้อมูลออนไลน์ที่ปลอดภัย 10 กิกะบิทในบัญชี myMicrochip ผู้ใช้สามารถโยกโปรเจคไปไว้ที่MPLAB X IDE รูปแบบเต็มซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดได้ ไม่เพียงเท่านี้ยังมี MPLAB Xpress Community ที่เปิดทางให้นักพัฒนาสามารถแลกเปลี่ยนโค้ด แนวคิดการออกแบบ และความรู้ต่างๆ อีกด้วย

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160127/8521600563

MPLAB Xpress สามารถเข้าใช้งานได้จากทุกที่ในโลก ผ่านทาง http://www.microchip.com/Xpress-021516a ขณะที่ MPLAB Xpress Evaluation Boardซึ่งแจกฟรี (มีจำนวนจำกัด) นั้น สามารถขอรับโดยการกรอกแบบฟอร์มที่ http://www.microchip.com/Xpress-021516a หรือเยี่ยมชมบูธของไมโครชิปที่งาน Embedded World (ฮอล 1: บูธ 1-510) และสามารถรับชมการนำเสนอโดยสังเขปได้ที่ http://www.microchip.com/Presentation-021516a

การพัฒนาฮาร์ดแวร์ผ่านคลาวด์ได้รับการสนับสนุนโดยการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์พีซี โน้ตบุ๊ก หรือแท็บเล็ตใดๆก็ตามที่สามารถใช้ USB ได้ อาทิ MPLAB Xpress Evaluation Board แผงวงจรพัฒานี้นำเสนอ integrated programmer, ไมโครคอนโทรลเลอร์ PIC16F18855 และ เฮดเดอร์ของ mikroBUS(TM) เพื่อรองรับการขยายระบบด้วยบอร์ดรุ่น Click(TM) ของ MikroElektronika ได้มากกว่า 180 ตัว MPLAB Xpress IDE ยังรองรับ Curiosity Development Board ของไมโครชิป ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีความคุ้มค่า นำเสนอ Programmer และ Debugger ในรูปแบบผสมผสาน รวมทั้งตัวเลือกที่เพิ่มขึ้นสำหรับแผงวงจรแบบ add-on และการเชื่อมต่อกับภายนอก นอกจากนี้ IDE ในรูปแบบออนไลน์นี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับ In-Circuit Debugger/Programmer  PICkit(TM) 3 รุ่นยอดนิยมของไมโครชิป ซึ่งนำเสนอความสามารถด้านการเขียนคำสั่งโปรแกรมและการแก้จุดบกพร่องสำหรับ MCU PIC มากกว่า 1,000 ตัว

การพัฒนาด้วย MCU PIC โดยใช้ MPLAB X IDE แจกฟรีนั้นเป็นเรื่องง่ายเสมอ แต่ MPLAB Xpress ผ่านเว็บนี้จะยิ่งช่วยขจัดเวลาติดตั้ง พร้อมกับเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถสร้างแอพพลิเคชั่นทั้งระบบภายในไม่กี่นาที” Derek Carlson รองประธาน Development Tools ของไมโครชิปกล่าว “ผู้ใช้สามารถเปิดเบราว์เซอร์และสร้างโค้ดได้อย่างรวดเร็ว ด้วยอุปกรณ์ปรับตั้งค่าโค้ด MPLAB ที่ครบวงจร ซึ่งผนึกการทำงานกับ MPLAB Xpress ฟีเจอร์ซึ่งไม่อยู่ใน IDE บนคลาวด์อื่นๆแต่อย่างใด ตลอดจนสามารถทดสอบโค้ดนั้นกับซิมูเลเตอร์ แปลงโค้ด ตามด้วยเขียนคำสั่งโปรแกรม และแก้จุดบกพร่องของ MCU เป้าหมาย”

MPLAB Xpress Community ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นโปรเจคของตนเองได้อย่างรวดเร็ว แก้ไขปัญหา และจุดประกายให้แก่ผู้อื่นในการแลกเปลี่ยนแนวคิดและความรู้ต่างๆ ในส่วนของ Examples นั้นเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงโค้ดที่ใช้งานได้และเปิดให้ค้นหาได้ ซึ่งได้รับการพัฒนาและรับรองความถูกต้องโดยวิศวกรไมโครชิป อาทิ การติดตั้ง ฟังก์ชั่นพื้นฐาน และโปรเจคขั้นสูง นักออกแบบสามารถขยายฐานความรู้นี้ด้วยการเปิดให้ชุมชนผู้ใช้สามารถเข้าถึงโปรเจคที่นักออกแบบเก็บไว้ นอกจากนี้ยังมีUser Forum และ Wiki สำหรับ MPLAB Xpress โดยเฉพาะ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความร่วมมือต่อไป

การให้บริการ

MPLAB Xpress สามารถเข้าใช้งานได้จากทุกที่ทั่วโลก ผ่านทาง http://www.microchip.com/Xpress-021516a ซึ่งมีวิดีโอแนะนำการเริ่มต้นใช้งานและสาธิตการใช้งานขนาดสั้นให้รับชมด้วย สำหรับ MPLAB Xpress Evaluation Board แจกฟรี (มีจำนวนจำกัด) นั้น สามารถขอรับได้เพียงกรอกแบบฟอร์มที่ http://www.microchip.com/Xpress-021516a หรือเยี่ยมชมบูธของไมโครชิปที่งาน Embedded World (ฮอล 1: บูธ 1-510) หรือสามารถรับชมการนำเสนอโดยสังเขปได้ที่http://www.microchip.com/Presentation-021516a

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนขายหรือผู้แทนจำหน่ายทั่วโลกที่ได้รับอนุญาตจากไมโครชิป หรือเข้าชมที่เว็บไซต์ของไมโครชิป http://www.microchip.com/Homepage-021516a

แหล่งข้อมูล

สามารรับชมภาพความละเอียดสูงของ MPLAB Xpress ได้ที่ฟลิกเกอร์ หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก):

กราฟฟิคประชาสัมพันธ์: https://www.flickr.com/photos/microchiptechnology/24405880851/sizes/l

แผงวงจร MPLAB Xpress: https://www.flickr.com/photos/microchiptechnology/24488274095/sizes/l

ติดตามไมโครชิปได้ที่

– RSS Feed สำหรับข่าวผลิตภัณฑ์ของไมโครชิป: http://www.microchip.com/RSS-021516a

ทวิตเตอร์: https://twitter.com/MicrochipTech

เฟซบุ๊ก: http://www.facebook.com/microchiptechnology

ยูทูบ: http://www.youtube.com/user/MicrochipTechnology

เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ โซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอพพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศ พร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิป http://www.microchip.com/Homepage-021516a

หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ Microchip, MPLAB และ PIC  เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ในขณะที่ PICkit เป็นเครื่องหมายการค้าของไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆทั้งหมดที่ระบุถึงในข่าวฉบับนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

Daphne Yuen จากไมโครชิป
โทร:  +852-2943-5115
อีเมล: daphne.yuen@microchip.com

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160127/8521600563

Milrem เปิดตัวยานยนต์ไร้คนบังคับระบบไฮบริดตัวแรกที่รองรับการติดตั้งส่วนเสริม ณ งาน Singapore Airshow 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–16 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Milrem ผู้นำด้านโซลูชั่นการป้องกันจากเอสโตเนียและผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมทางทหาร ประกาศเปิดตัว THeMIS (Tracked Hybrid Modular Infantry System) ยานยนต์ไร้คนบังคับระบบไฮบริดตัวแรกที่รองรับการติดตั้งส่วนเสริม ณ งาน Singapore Airshow 2016 ในวันนี้

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160215/8521600929

ยานยนต์อเนกประสงค์ THeMIS สามารถให้ความช่วยเหลือและแทนที่ทหารในภารกิจที่มีความซับซ้อนและอันตราย จึงช่วยลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานพร้อมเพิ่มศักยภาพในการรบด้วย

นอกจากนี้ Milrem ได้ร่วมมือกับ Singapore Technologies Kinetics (ST Kinetics) เพื่อพัฒนา THeMIS ADDER (ยานยนต์ THeMIS ที่มีการติดตั้งป้อมปืนRWS ADDER ของ ST Kinetics) โดยจะมีการจัดแสดงในงาน Singapore Airshow 2016 โซน Unmanned Solutions Demo Square ใน ST Engineering Pavilion บูธ G01 ศูนย์จัดแสดง Changi Exhibition Centre ระหว่างวันที่ 16-21 กุมภาพันธ์นี้

THeMIS แตกต่างจากยานยนต์ไร้คนบังคับทั่วไป เนื่องจากสามารถติดตั้งส่วนเสริมได้อย่างหลากหลายบนยานยนต์ เพื่อทำภารกิจที่มีความซับซ้อนอย่างการกู้ภัย การบรรทุก และการลาดตระเวน ความยืดหยุ่นและความอเนกประสงค์ของยานยนต์ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเท่านั้น แต่ยังช่วยลดต้นทุนตลอดอายุการใช้งานของยานยนต์ ทั้งในแง่ของอะไหล่สำรองและการซ่อมบำรุง

คุลดาร์ วาร์ซี ซีอีโอของ Milrem กล่าวว่า “ยานยนต์ไร้คนบังคับจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแสนยานุภาพทางทหารในอนาคต โดยภายใน 10 ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นระบบภาคพื้นอัจฉริยะเข้ามาปฏิบัติภารกิจร่วมกับกำลังคน เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ ST Kinetics ในการพัฒนา THeMIS ADDER และเรามั่นใจว่ายานยนต์ไร้คนบังคับอเนกประสงค์เช่นนี้จะช่วยยกระดับศักยภาพด้านการป้องกันในระดับกองทัพ”

นอกเหนือจาก THeMIS แล้ว Milrem ยังได้เปิดตัว Digital Infantry Battlefield Solution (DIBS) โซลูชั่นยุทธวิธีในการใช้ยานยนต์ไร้คนบังคับอัจฉริยะในระดับกองทัพ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาร่วมกับ Estonian National Defence College โดย DIBS จะวิเคราะห์ยุทธวิธีต่างๆ และแนะนำวิธีใหม่ในการรบ ซึ่งจะได้รับการทดสอบร่วมกับกองทัพเอสโตเนีย

Milrem ประสบความสำเร็จในการทดสอบต้นแบบ THeMIS ในเบื้องต้น และ THeMIS จะพร้อมผลิตภายในสิ้นปีนี้

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงวิดีโอสาธิตและทดลองขับได้ที่ https://youtu.be/8E10KASeo1I และสามารถดาวน์โหลดวิดีโอระดับ HDได้ที่ https://www.dropbox.com/s/asnm6nkq5p764gd/Milrem%20UGV%20product%20video.mp4?dl=0

สื่อมวลชนสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ media@milrem.ee

เกี่ยวกับ Milrem AS

Milrem AS คือผู้นำด้านโซลูชั่นการป้องกันจากเอสโตเนีย ซึ่งเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมทางทหารและการซ่อมบำรุง Milrem ก่อตั้งขึ้นโดย Mootor Gruppในปี 2556 และมีพันธกิจเพื่อก้าวขึ้นเป็นพาร์ทเนอร์ที่ไว้วางใจได้ในแวดวงกลาโหมและความมั่นคง เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่น พร้อมมอบการสนับสนุนตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ บริษัทมีกิจกรรมหลัก 2 อย่าง ได้แก่ การวิจัยและพัฒนายานยนต์ไร้คนบังคับ และการซ่อมบำรุงยานยนต์ทางทหาร ทั้งนี้ Milrem เป็นสมาชิกของสมาคม Estonian Defence Industry Association

เกี่ยวกับ THeMIS

THeMIS เป็นยานยนต์ไร้คนบังคับระบบไฮบริดตัวแรกของโลกที่สามารถติดตั้งส่วนเสริมเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การใช้เป็นยานพาหนะบรรทุกของทั่วไป ไปจนถึงการใช้เป็นอาวุธขั้นสูง THeMIS เป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานที่รองรับ Digital Infantry Battlefield Solution (DIBS) ซึ่งจะได้รับการพัฒนาโดยมีเป้าหมายเพื่อลดกำลังคนในสนามรบ ทั้งนี้ ระบบควบคุมที่ยืดหยุ่นและใช้งานง่ายของ THeMIS และ DIBS จะปูทางไปสู่การรบรูปแบบใหม่ในอนาคต

สื่อมวลชนติดต่อ

Jacintha Ng/ Peh Yuxin       
The Hoffman Agency Singapore
อีเมล: milrem@hoffman.com    
โทร. +65 6361 0250

Gert Hankewitz
AS Milrem
อีเมล: media@milrem.ee
โทร. +372 566 44416

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160215/8521600929

คำบรรยายภาพ – THeMIS ADDER จัดแสดงที่งาน Singapore Airshow 2016 ระหว่างวันที่ 16-21 กุมภาพันธ์นี้

พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งชาติโตเกียว ใกล้กับพระราชวังอิมพีเรียล เตรียมจัดแสดงผลงานศิลปะชิ้นเอกแห่งศตวรรษที่ 20 ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–16 ก.พ.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งชาติโตเกียว (The National Museum of Modern Art, Tokyo) ในแขวงชิโยะดะ กรุงโตเกียว เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับชาติแห่งแรกของญี่ปุ่น โดยตั้งอยู่ในสวนคิตะโนะมารุ ติดกับพระราชวังอิมพีเรียล พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีผลงานศิลปะมากกว่า 12,500 ชิ้น และนำเสนอประวัติศาสตร์ร่วม 100 ปีของศิลปะสมัยใหม่ในญี่ปุ่น นับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา

 Collection Gallery Photo: KIOKU Keizo

          (รูปภาพ: http://prw.kyodonews.jp/opn/release/201602157902/ )

          ในฤดูใบไม้ผลิปี 2016 ผลงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย โดยเฉพาะภาพวาดญี่ปุ่น จะถูกนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ผู้ที่มาเยือนพระราชวังอิมพีเรียลสามารถแวะชมพิพิธภัณฑ์ได้อย่างสะดวกสบาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระผลิดอกบานสะพรั่งเต็มที่ โดยจะได้ชมทั้งภาพวาดญี่ปุ่นชิ้นเอกและดอกซากุระ นับเป็นการดื่มด่ำกับฤดูใบไม้ผลิอันงดงามของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

          ทางพิพิธภัณฑ์จะนำผลงานมาจัดแสดงราว 200 ชิ้น จากทั้งหมดที่มีมากกว่า 12,500 ชิ้น โดยจะเน้นไปที่ผลงานศิลปะสมัยใหม่ญี่ปุ่นชิ้นเอก ซึ่งรวมถึงผลงานที่ถูกจัดให้เป็น “สมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ” และผลงานหลายชิ้นที่ถูกนำมาจัดแสดงปีละ 4 ครั้ง คุณจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ศิลปะญี่ปุ่นยุคศตวรรษที่ 20 จากผลงานที่นำมาจัดแสดงพร้อมคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ

          ระหว่างวันที่ 8 มีนาคม ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม ทางพิพิธภัณฑ์จะจัดนิทรรศการ “MOMAT

Collection Special Feature: Spring in Full Bloom: A Nihon-ga Festival” เพื่อแสดงผลงานศิลปะที่ถูกจัดให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงผลงาน “Parting Spring” ของคาวาอิ เกียวคุโด ที่เป็นภาพซากุระร่วงหล่นลงบนผืนน้ำ ซึ่งคุณมีโอกาสเพียงปีละครั้งเท่านั้นที่จะได้ชมผลงานเหล่านี้ ขณะเดียวกันทางพิพิธภัณฑ์ยังเตรียมจัดนิทรรศการพิเศษ “Yasuda Yukihiko: A Retrospective” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม เพื่อจัดแสดงผลงานชิ้นเอกของยาสึดะ ยูกิฮิโกะ ซึ่งเป็นภาพทิวทัศน์และบุคคลในประวัติศาสตร์

          อีกจุดที่น่าสนใจภายในพิพิธภัณฑ์คือ มุม “ไฮไลท์” ที่รวบรวมผลงานสำคัญๆเอาไว้ในจุดเดียว เพื่อให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับงานศิลปะในเวลาสั้นๆ นอกจากนั้นยังมีมุมภาพวาดญี่ปุ่น รวมถึงหอชมวิวบนชั้น 4 ซึ่งมองเห็นธรรมชาติอันงดงามในพระรางวัลอิมพีเรียลอย่างเต็มตา

          ข้อมูลพิพิธภัณฑ์

          ชื่อ: พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งชาติโตเกียว

          การเดินทาง: เดินเท้า 3 นาทีจากทางออก 1b ของสถานีทาเคบาชิ รถไฟฟ้าโตเกียวเมโทรสายโทไซ และเดินเท้าราว 20-25 นาทีจากสถานีรถไฟเจอาร์โตเกียว

          โทร: +81-3-5405-8686 (ภาษาอังกฤษ)

          เว็บไซต์: http://www.momat.go.jp/english/

          ที่มา: พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งชาติโตเกียว

          AsiaNet 63414

G2A.COM เปิดออฟฟิศต้อนรับรูปปั้นตัวละครดังจากเกม The Witcher

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ, โปแลนด์, ลอนดอน และ ฮ่องกง–16 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            G2A.COM ตลาดเกมดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกได้มีส่วนร่วมในงานประมูลเพื่อการกุศลครั้งใหญ่ที่สุดในโปแลนด์ โดย G2A ได้เข้าร่วมงานประมูลของมูลนิธิ The Great Orchestra of Christmas Charity http://en.wosp.org.pl/foundation/about_us เนื่องจากต้องการมีส่วนร่วมในโครงการสนับสนุนเด็กๆที่ทางมูลนิธิได้ให้การสนับสนุนอยู่ในปัจจุบัน G2A ชนะการประมูลรูปปั้น ‘Geralt from Rivia’ ตัวละครหลักชื่อดังจากเกมดังสัญชาติโปแลนด์ The Witcher ซึ่งสร้างสรรค์และเขียนโดย Andrzej Sapkowski

 Witcher statue Rozek / Co-founder/CMO of G2A, Dawid Rozek shows his tender side posing with Gabrysia Skalska who represents the many children who have been helped by the auction of the Witcher statue that now lives at G2A offices in Rzeszow, Poland. (PRNewsFoto/G2A.com)

Co-founder/CMO of G2A, Dawid Rozek shows his tender side posing with Gabrysia Skalska who represents the many children who have been helped by the auction of the Witcher statue that now lives at G2A offices in Rzeszow, Poland. (PRNewsFoto/G2A.com)

            (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160215/333328 )

            Dawid Rozek ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานด้านการตลาด G2A.COM แสดงความยินดีที่ G2A ชนะการประมูลในครั้งนี้ เขากล่าวว่า เพื่อโครงการที่สามารถช่วยชีวิตเด็กที่ยิ่งใหญ่นี้ เราจึงประมูล Geralt ซึ่งกว่าจะชนะการประมูลได้ก็ต้องห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ผลการประมูลยังไม่ชัดเจนเท่าไรจนกระทั่งช่วงวินาทีสุดท้าย G2A ขอขอบคุณเหล่าคู่แข่งด้วย พวกเขาช่วยให้เราบริจาคเงินที่สูงมากเพื่อนำไปช่วยชีวิตผู้คน

            รูปปั้นตัวละครนี้สูง 2.5 เมตร น้ำหนัก 100 กิโลกรัม ออกแบบโดย CD Projekt RED https://www.cdprojekt.com/en เจ้าของเกมในชุด The Witcher Games ซึ่งมีมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

            รูปปั้นจาก The Witcher นำเสนอฉากที่ Geralt ต่อสู้กับ Noonwraith ตามความเชื่อโบราณในยุโรปตะวันออก Noonwraith คือวิญญาณต้องคำสาปของหญิงสาวที่เสียชีวิตหลังจากแต่งงานได้ไม่นานจากนั้นได้กลายมาเป็น Noonwraith ซึ่งในเกม The Witcher 3: Wild Hunt นั้น Noonwraith เป็นหนึ่งในปีศาจที่ Geralt พบระหว่างการเดินทางข้ามที่ราบ Velen อันกว้างใหญ่ไพศาล

            ปัจจุบันรูปปั้นนี้ได้ตั้งอยู่ที่สำนักงานแห่งหนึ่งของ G2A.COM และมันเท่มาก เราทุกคนชื่นชอบกันมาก ทุกๆวันเราก็จะนึกถึงเด็กๆที่รอดชีวิตเพราะรูปปั้นนี้” Jacqueline Purcell หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ G2A กล่าว

            Jerzy Owsiak ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Great Orchestra of Christmas Charity กล่าวว่า การชนะประมูลของ G2A เป็นการสร้างหลักประกันว่าเด็กๆหลายพันคนทั่วโปแลนด์จะได้รับการรักษาที่จะช่วยชีวิตพวกเขาได้ ขอบคุณ G2A อย่างมากที่ไว้วางใจและให้การสนับสนุน Orchestra เป็นอย่างดีเยี่ยม สิ่งที่เราเห็นก็คือ ระยะทางไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะคนดีมีอยู่อยู่ทั่วโลก เงินที่ได้รับจากการชนะประมูลของคุณจะนำไปใช้สนับสนุนงานของมูลนิธิ Great Orchestra of Christmas Charity Foundation ขอให้จำไว้ว่าเราจะทำหน้าที่ไปจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของโลก

            Great Orchestra of Christmas Charity เป็นหนึ่งในองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไรนอกภาครัฐบาลที่ใหญ่ที่สุดในโปแลนด์ มูลนิธิก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 เพื่อคุ้มครองสุขภาพเด็กและช่วยชีวิตด้วยการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลภาครัฐ ในส่วนของกิจกรรม Grand Finale นั้นจะมีอาสาสมัครทั่วประเทศโปแลนด์ออกไปขอรับบริจาคเงินเพื่อเข้าองค์กร Great Orchestra of Christmas Charity นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้บริจาคเงินได้ที่เว็บไซต์http://en.wosp.org.pl/the_grand_finale/how_to_help

            ภายหลังจากจัดกิจกรรม Grand Finale ไป 24 ครั้ง มูลนิธิสามารถรวบรวมเงินได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนบริการทางการแพทย์สำหรับทารกแรกเกิด การผ่าตัดหัวใจ ความผิดปกติแต่กำเนิด ทารกแรกเกิดและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โรคไต และการรักษาเนื้องอกในเด็กในโรงพยาบาลรัฐ

 

            สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: http://www.g2a.co, http://www.g2a.com

            แหล่งข่าว: G2A.com

BARC India ก้าวไปอีกขั้นสู่การเป็นผู้ให้บริการวัดข้อมูลผู้ชมดิจิทัล เตรียมออก RFP เร็วๆนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–16 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Broadcast Audience Research Council (BARC) India ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้ขายชั้นนำ 11 รายจากทั่วโลก หลังจากที่ได้มีการออกหนังสือขอข้อมูลเพิ่มเติม (Request for Information: RFI) สำหรับการวัดข้อมูลผู้ชมทางดิจิทัลในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

BARC India and TAM India Form A Meter Management Company To Supply Raw Data to BARC India / BARC India logo

BARC India logo

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150828/10129285 )

          สำหรับบริษัทที่ได้ยื่น RFI ประกอบด้วย Kantar Media, IMRB and ComScore, Nielsen, MediaMetrie, Gracenote, Informate, GFK, Accenture, EY, eywa Media, Gemius และ Verto Analytics

          เพื่อเร่งรัดขั้นตอนและเปิดตัวบริการวัดข้อมูลผู้ชมดิจิทัลภายในปีนี้ BARC India จึงจะออกเอกสารเชิญชวนเพื่อยื่นข้อเสนอ (Request for Proposal: RFP) ในเร็วๆนี้ และจะมีการประกาศหุ้นส่วนร่วมทุนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ BARC India ขยับเข้าใกล้ไปอีกขั้นสู่การให้บริการวัดข้อมูลผู้ชมที่นอกเหนือไปจากโทรทัศน์

          ความตั้งใจของ BARC India ในการขยายบริการเข้าสู่ธุรกิจดิจิทัล คือเพื่อวัดจำนวนผู้ชมที่ไม่ซ้ำกันบนทุกอุปกรณ์และแพลตฟอร์ม ด้วยการวัดจำนวนครั้งที่รายการถูกแสดงหรือโฆษณาถูกแสดง ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดหรือเสพคอนเทนท์/โฆษณาอย่างไร ผ่านทาง Single Source Panel

          เมื่อบริษัทร่วมทุนก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นรูปเป็นร่างแล้ว BARC India จะกลายเป็นผู้ให้บริการวัดข้อมูลผู้ชมทีวี+ดิจิทัลทั่วโลกเป็นรายแรก และ BARC India จะครอบคลุมมากกว่า 50% ของการใช้จ่ายด้านสื่อระหว่างทีวีและดิจิทัล

          เพื่อทำให้บริการมีความแข็งแกร่งและแม่นยำ BARC India จะพิจารณาความร่วมมือกับผู้เผยแพร่และผู้ผลิตคอนเทนท์ต่างๆ ต่อไป

          “คอนเทนท์จำนวนมากในปัจจุบันได้ถูกผลิตขึ้นเพื่อการบริโภคผ่านทางออนไลน์ แต่การวัดจำนวนครั้งที่คอนเทนท์เหล่านี้ถูกแสดงกลับตกสำรวจ อย่างไรก็ดี บริการวัดข้อมูลผู้ชมดิจิทัลจะเปิดทางให้เราสามารถนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคคอนเทนท์ของผู้ชม ให้แก่ผู้สร้างสรรค์คอนเทนท์และเจ้าของแพลตฟอร์ม เราดีใจกับการตอบรับที่เราได้รับจากผู้ขายทั่วโลก” Partho Dasgupta ซีอีโอของ BARC India กล่าว

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

          Mr. Partho Dasgupta

          ซีอีโอ BARC India

          อีเมล: partho.dasgupta@barcindia.co.in

          โทร. +91-2249226611

          Ms. Seema Singh

          ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร

          อีเมล: seema.singh@barcindia.co.in

          โทร. +91-9702333354

          ที่มา: Broadcast Audience Research Council

อินโฟเควสท์ และ ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านวิชาการ ชูบริการหุ้นแอสเพน (Aspen) เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนด้านการลงทุนแก่นักศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

บริษัท อินโฟเควสท์ จำกัด และ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ร่วมกันทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านวิชาการ โดยเล็งเห็นถึงประโยชน์ที่มหาวิทยาลัยจะได้รับจากการใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์หุ้นแอสเพนฟอร์บราวเซอร์ (Aspen for Browser) เป็นสื่อในการเรียนการสอนเพื่อปูพื้นฐานความรู้ด้านการเงิน-การลงทุนแก่นักศึกษา ซึ่งได้มีการกำหนดกรอบเงื่อนไขการใช้บริการและการอบรมทางวิชาการกับทางมหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อย โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุชาดา การะกรณ์ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เป็นผู้ลงนามรับการสนับสนุน พร้อมด้วยตัวแทน รับมอบอำนาจจาก คุณพรรณี ยงปิยะกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโฟเควสท์ จำกัด ผู้ให้การสนับสนุน ลงนามเป็นพยาน เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ณ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช และในวันเดียวกันนี้ ทางบริษัทฯ ยังมีการจัดอบรมการใช้งานแอสเพนฟอร์บราวเซอร์ให้แก่นักศึกษาอีกด้วย

ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจดังกล่าว นับเป็นการต่อยอดจากโครงการปูพื้นฐานสู่ตลาดการลงทุนกับแอสเพน ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่สองแล้ว โดยทางคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ได้ร่วมต่ออายุโครงการกับทางบริษัทฯ ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ในการใช้บริการแอสเพนฟอร์บราวเซอร์ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการจากบริษัทฯ ตลอดอายุโครงการไปก่อนหน้านี้แล้ว

เกี่ยวกับบริการแอสเพน >> http://www.infoquest.co.th/stock-services/

ฟลุก ไบโอเมดิคอล เปิดตัว QA-ES III Electrosurgical Analyzer ใช้ตรวจสอบและรับรองประสิทธิภาพความปลอดภัยของเครื่องจี้ไฟฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เอเวอเรตต์, วอชิงตัน–16 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

เครื่องจี้ไฟฟ้า (ESU) ที่ทำงานผิดปกติอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยอาจส่งผลให้การตัด จี้ หรือเชื่อมปิดหลอดเลือดไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยหรือแพทย์เกิดแผลไหม้ หรือถึงขั้นทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ ดังนั้น การรับรองประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจี้ไฟฟ้าให้เป็นไปตามสเปคเครื่องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ ฟลุก ไบโอเมดิคอล (Fluke Biomedical) จึงขอเปิดตัวผลิตภัณฑ์ QA-ES III Electrosurgical Analyzer ซึ่งสามารถทดสอบฟังก์ชั่นสำคัญๆทั้งหมดของเครื่องจี้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำของกำลังไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า ความถี่ ตัวประกอบยอดคลื่น หรือการต้านทานน้ำหนัก

Fluke Biomedical QA-ES III / The QA-ES III requires no additional cables, leads, external load or REM box to collect all measurements, including vessel sealing, contact quality monitor (CQM), high frequency (HF) leakage, and output power distribution in single or continuous mode. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

The QA-ES III requires no additional cables, leads, external load or REM box to collect all measurements, including vessel sealing, contact quality monitor (CQM), high frequency (HF) leakage, and output power distribution in single or continuous mode. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160210/332136

Fluke Biomedical QA-ES III / The QA-ES III has an intuitive user-interface along with multi-purpose ports with color-coded test leads to reduce set-up time and speed-up testing of modern electrosurgical units. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

The QA-ES III has an intuitive user-interface along with multi-purpose ports with color-coded test leads to reduce set-up time and speed-up testing of modern electrosurgical units. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160210/332138

FLUKE BIOMEDICAL LOGO / Fluke Biomedical. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical) (PRNewsFoto/Fluke Biomedical) (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

Fluke Biomedical. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical) (PRNewsFoto/Fluke Biomedical) (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20150304/179432LOGO

 

ผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนอย่าง QA-ES II Electrosurgical Analyzer เป็นเครื่องมือที่บรรดาเจ้าหน้าที่เทคนิคชีวการแพทย์ต่างให้ความไว้วางใจมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมาอีริค คอนเลย์ ผู้จัดการทั่วไปของฟลุก ไบโอเมดิคอล กล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง QA-ES III จะนำเสนอประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น รองรับฟังก์ชั่นไร้สาย* และพร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งสายเคเบิล สายต่อ หรือฮาร์ดแวร์เพิ่มเติมแต่อย่างใด นอกจากนั้นยังมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนถึง 5.5 ปอนด์ (2.5 กิโลกรัม) ส่งผลให้นำไปใช้ได้อย่างสะดวกสบายทุกที่

 

พอร์ตเอนกประสงค์ของ QA-ES III รวมถึงสายต่อที่แยกตามสี จะช่วยลดการเชื่อมต่อในการทดสอบและรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครื่องจี้ไฟฟ้า นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มความแม่นยำและพิสัยในการตรวจวัดการเชื่อมปิดหลอดเลือด การตรวจสอบคุณภาพของการสัมผัส (CQM) การตรวจวัดการรั่วไหลความถี่สูง (HF) รวมถึงการจ่ายกระแสไฟฟ้าเอาท์พุทในโหมดเดี่ยวหรือโหมดต่อเนื่อง

 

“QA-ES III มีประสิทธิภาพและสเปคเหนือชั้นในการทดสอบกำลังไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า แรงดันยอดถึงยอด และตัวประกอบยอดคลื่น จึงเป็นอุปกรณ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการวิเคราะห์เครื่องจี้ไฟฟ้ากำลังสูงในสมัยนี้ชิริน คาห์นนา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดของธุรกิจ QA-ES III กล่าว “QA-ES IIIสามารถเก็บผลการทดสอบได้ถึง 5,000 รายการบนหน่วยเก็บในตัว และสามารถโอนข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่าน Bluetooth หรือUSB”

 

QA-ES III ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมระดับโลกสำหรับการทดสอบเครื่องจี้ไฟฟ้า ทั้งมาตรฐาน ANSI/AAMI และ IEC นอกจากนั้นยังติดตั้งง่าย และสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายผ่านหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ พร้อมคำแนะนำการใช้งานบนจอ ขณะเดียวกันยังมีเมนูอัตโนมัติสำหรับทดสอบการจ่ายไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว และสามารถใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ Ansur เพื่อจัดมาตรฐานการทำงาน ร่นระยะเวลาทดสอบโดยรวม และลดข้อผิดพลาด ผ่านการวางระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกันอัตโนมัติที่มีเทมเพลตการทดสอบและรายงานที่ปรับค่าได้

 

*QA-ES III จะวางจำหน่ายทั่วโลก แต่ในเบื้องต้นฟังก์ชั่นไร้สายจะมีเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป (ยกเว้นรัสเซีย) จากนั้นจึงจะมีในประเทศอื่นๆ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2559

 

เกี่ยวกับฟลุก ไบโอเมดิคอล

ไว้ใจได้ในเรื่องการตรวจวัด

ฟลุก ไบโอเมดิคอล เป็นผู้นำของโลกด้านการจัดหาอุปกรณ์การวัดและการทดสอบ รวมถึงให้บริการต่างๆแก่อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ เราให้บริการแก่วิศวกรชีวการแพทย์ ช่างเทคนิครับประกันคุณภาพ นักฟิสิกส์ทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอก และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางรังสี ขณะเดียวกันบริษัทก็เดินหน้าขยายโซลูชั่นให้ครอบคลุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความปลอดภัยในวงกว้างมากขึ้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://www.flukebiomedical.com/

 

สามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลและขอรูปภาพผลิตภัณฑ์ของฟลุก ไบโอเมดิคอล และอันฟอร์ส เรย์เซฟ (Unfors RaySafe) ได้ที่

จูลี ลารี

ผู้ประสานงานฝ่ายการตลาด

โทร. +1 (425) 446-6006

อีเมล: julie.lary@flukebiomedical.com