JMA เตรียมจัดงาน “Thailand-Japan Process Engineering Forum & Business-Matching Event” ในวันที่ 24 ก.พ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–27 ม.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น/อินโฟเควสท์

          สมาคมการบริการจัดการแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Management Association: JMA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะร่วมกันจัดงาน “Thailand-Japan Process Engineering Forum & Business-Matching Event” ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในกรุงเทพฯ

 

          (รูปภาพ: http://prw.kyodonews.jp/opn/release/201601277364/)

          การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเทคโนโลยีวิศวกรรมเคมีและกระบวนการผลิตอื่นๆ ระหว่างสองประเทศ เพื่อยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีเคมีและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ

          โดยในการประชุมที่กำลังจะมาถึงนี้ ผู้บรรยายที่มีชื่อเสียงจากภาคธุรกิจและวิชาการของสองประเทศจะร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุด นอกจากนี้ บริษัทญี่ปุ่น 10 แห่งซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ทันสมัย จะทำการประกาศทางเทคนิคต่างๆ อีกทั้งจะมีการจับคู่ธุรกิจ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและเทคโนโลยีกับบริษัทของไทย การประชุมดังกล่าวจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมเพียง 150 ราย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม

          JMA จะเปิดให้สำรองที่นั่งสำหรับเข้าร่วมการประชุมและการจับคู่ธุรกิจ ที่เว็บไซต์ของสมาคมฯ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคมเป็นต้นไป โดยขอเชิญชวนผู้เข้าร่วมประชุมจากอุตสาหกรรมกระบวนการผลิต เช่น เคมี เภสัชกรรม และอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง

          บริษัทญี่ปุ่นที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมหรือมีแผนที่จะเข้าร่วมประชุม กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์ของเรา (http://www.jma.or.jp/asia/process/en/)

          ข้อมูลสังเขปของงาน

          วันที่/เวลา: 9:30-17:00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559

          สถานที่: หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ชั้น 2)

          ผู้จัดงาน: สมาคมการบริการจัดการแห่งประเทศญี่ปุ่น (JMA)

          ผู้ร่วมจัดงาน: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

          ผู้อุปถัมภ์: กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย สมาคมวิศวกรเคมีญี่ปุ่น หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)

          ผู้สนับสนุน: กลุ่มบริษัท ปตท. บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ กลุ่มบริษัทอูเบะ (ประเทศไทย)

          เกี่ยวกับสมาคมการบริการจัดการแห่งประเทศญี่ปุ่น (JMA)

          http://www.jma.or.jp.e.is.hp.transer.com/index.php

          JMA เป็นองค์กรสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2485 เพื่อวางแผนการบริหารจัดการองค์กรและอุตสาหกรรมให้แก่บริษัทญี่ปุ่น เพื่อช่วยยกระดับความสามารถในการผลิตของบริษัท JMA เป็นผู้จัดงาน “Inchem Tokyo” นิทรรศการวิศวกรรมกระบวนการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย (http://www.jma.or.jp/inchem/en/) ซึ่งจัดขึ้นในกรุงโตเกียวทุก 2 ปี มาเป็นระยะเวลากว่า 60 ปีแล้ว

          ที่มา: สมาคมการบริการจัดการแห่งประเทศญี่ปุ่น

UL เปิดตัว HazLoc แอปบนอุปกรณ์พกพาที่เชี่ยวชาญด้านเทคนิคพร้อมแจ้งข้อมูลตำแหน่งที่เป็นอันตรายทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นอร์ทบรูค, อิลลินอยส์–29 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– HazLoc แอปพลิเคชั่นใหม่สำหรับอุปกรณ์พกพา ซึ่งบอกข้อมูลตำแหน่งที่เป็นอันตรายทั่วโลก (สภาพบรรยากาศที่สามารถจุดติดระเบิดได้) ที่สอดคล้องกับกฎระเบียบด้านห่วงโซ่อุปทาน

UL ซึ่งเป็นองค์กรวิทยาศาสตร์ด้านความปลอดภัยชั้นนำระดับโลก เปิดตัวแอปแจ้งตำแหน่งที่เป็นอันตรายทั่วโลกบนอุปกรณ์พกพา เพื่อมอบความสะดวกในการทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับตำแหน่งที่เป็นอันตราย (สภาพบรรยากาศที่สามารถจุดติดระเบิดได้) สำหรับผู้ถือผลประโยชน์ในอุตสาหกรรม แอปนี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อเหล่าดีไซเนอร์ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและกำกับกฎระเบียบ (AHJs) และผู้ใช้ทั่วไปในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ เคมี การเกษตร เภสัชภัณฑ์ งานนอกชายฝั่ง และอุตสาหกรรมเหมืองแร่

 UL HazLoc app Logo / UL's new HazLoc app provides technical expertise for hazardous locations (explosive atmospheres) supply chain compliance. Free app is now available for iOS and Android. (PRNewsFoto/UL)

UL’s new HazLoc app provides technical expertise for hazardous locations (explosive atmospheres) supply chain compliance. Free app is now available for iOS and Android. (PRNewsFoto/UL)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160126/326046LOGO

 UL Enterprise Logo / UL Logo (PRNewsFoto/UL)

UL Logo (PRNewsFoto/UL)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20140721/129100

การเดินทางผ่านสภาพภูมิศาสตร์ที่ซับซ้อนในจุดที่เป็นอันตรายทั่วโลกถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม” เจฟ สมิดท์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายเทคโนโลยีพลังงานและไฟฟ้าของ UL กล่าว “แอปบนอุปกรณ์พกพาใหม่นี้นำเสนอข้อมูลสำหรับการออกแบบ การผลิต การติดตั้ง การตรวจสอบ และข้อมูลความสอดคล้องกับกฎระเบียบจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อเพียงแห่งเดียว ด้วยการมอบความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของ HazLoc ถึงมือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

แอป HazLoc ของ UL ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจาก iTunes และ Google Play ประกอบไปด้วยแอททริบิวดังต่อไปนี้:

ประเภทของสภาพบรรยากาศที่จุดติดระเบิดได้

แนวโน้มที่จะเกิดสภาพบรรยากาศที่จุดติดระเบิดได้

คุณสมบัติด้านการจุดติดระเบิดของสภาพบรรยากาศที่จุดติดระเบิดได้

การแบ่งประเภทอุณหภูมิบนพื้นฐานอุณหภูมิสูงสุดที่พื้นผิว

วิธีป้องกันการจุดติดระเบิดจากความเสี่ยงจากจุดติดไฟจากไฟฟ้าและการจุดติดไฟที่ไม่ใช้ไฟฟ้า

การทำเครื่องหมายทั้งตามที่กำหนดโดยมาตรฐานและตามกฎระเบียบของประเทศหรือภูมิภาคนั้นๆ

มาตรฐานของประเทศ ภูมิภาค และระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงฟีเจอร์ “Find Your Standard(TM)” บนพื้นฐานการคัดเลือกจากจุดข้อมูลที่เรียบง่าย 5 จุด

การป้องกันฝุ่น (Ingress Protection: IP) และการจัดอันดับประเภทสำหรับกล่องป้องกันอุปกรณ์

ทางเลือกในการติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมและการสอบถาม

ดาวน์โหลดแอป HazLoc ของ UL ได้ฟรีโดยใช้:

iTunes(R): http://bit.ly/HazLociTunesApp

Google Play(TM): http://bit.ly/HazLocAndroidApp

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอป HazLoc: http://bit.ly/HazLocApp หรือสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ UL เกี่ยวกับจุดที่เป็นอันตรายหรือน้ำมันและก๊าซ: ul.com/hazloc

โลโก้แอปเปิลและ iTunes เป็นเครื่องหมายการค้าของแอปเปิล อิงค์

Android, Google Play และโลโก้ Google Play เป็นเครื่องหมายการค้าของกูเกิล อิงค์

เกี่ยวกับ UL

ยูแอล เป็นบริษัทด้านวิทยาศาสตร์ความปลอดภัยอิสระชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 120 ปี ผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 10,000 คนปฏิบัติตามภารกิจของยูแอลในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานและการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยสำหรับทุกๆคน ยูแอลใช้การวิจัยและมาตรฐานต่างๆ เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เราเป็นพันธมิตรกับบรรดาธุรกิจ ผู้ผลิต สมาคมการค้า และหน่วยกำกับดูแลระดับนานาชาติ เพื่อนำโซลูชั่นต่างๆ เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับรอง การทดสอบ การตรวจสอบ การให้คำปรึกษา และบริการด้านการศึกษาของเรา สามารถรับชมได้ที่ http://www.UL.com

ติดต่อ:

Dagmar Ebaugh

Global Public Relations & Social Media Manager

UL Commercial & Industrial

สำนักงาน: +1-678-872-0320

มือถือ: +1-404-216-4354

อีเมล: dagmar.ebaugh@ul.com

Precision Global คว้ารางวัลจากสมาคมผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์สเปรย์ไทย ประจำปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไรย์บรูค, นิวยอร์ก–29 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

P5 Pump คว้ารางวัลด้านนวัตกรรม และขั้นตอนการผลิต

 Precision Global Aerosol Valves

บริษัท Precision Global ผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ประเภทวาล์ว, หัวขับวาล์ว และหัวจ่ายแบบต่างๆ เพื่อรองรับตลาดรายย่อย เปิดเผยว่า P5 Pumpสำหรับขวดพลาสติกของบริษัทคว้ารางวัลด้านนวัตกรรม และขั้นตอนการผลิตจากสมาคมผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์สเปรย์ไทย  (Thai Aerosol Association)

งานประกาศรางวัลของสมาคมผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์สเปรย์ไทย ประจำปี 2558 จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค สำหรับผู้ชนะรางวัลในปีนี้ ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนจากอุตสาหกรรมสเปรย์ท้องถิ่น ส่วนผู้ที่ได้รับรางวัลรายอื่นๆ ได้แก่ พร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล และ ยูนิลีเวอร์

นายแอนดรูว์ ซิมส์ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Precision Global ประจำประเทศไทย กล่าวในพิธีรับมอบรางวัลว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาคมผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์สเปรย์ไทย และเพื่อนร่วมวงการเดียวกัน  Precision Global ภูมิใจที่ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์หัวจ่ายแบบต่างๆ ที่ขับเคลื่อนผ่านนวัตกรรมไปสู่มือผู้บริโภค เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจสู่มาตรฐานสูงสุดตามแบบฉบับความเป็นเลิศของผลงานที่เคยรังสรรค์ไว้

เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 Precision Global ก็ได้รับรางวัล Quality Excellence Supplier ประจำปี 2558 จาก SC Johnson ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่อง Precision Globalในฐานะที่ให้บริการด้านการสื่อสาร และสนับสนุนธุรกิจและเทคโนโลยีขั้นสูงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ Precision Global ได้รับการยอมรับในแง่ขององค์กรที่มีเป้าหมายชัดเจน รวมถึงมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการพัฒนาระบบคุณภาพที่ดีที่สุดในโลกซึ่งช่วยขับเคลื่อนความเป็นเลิศของทั้งผู้จัดจำหน่ายและลูกค้า Precision Global เป็นบริษัทร่วมทุนของ Peak Rock Capital บริษัทจัดการกองทุนรวม ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส

 

เกี่ยวกับ Precision Global

Precision Global เป็นผู้ผลิตวาล์วสเปรย์ที่ทันสมัย และเป็นผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกในผลิตภัณฑ์ประเภทวาล์ว, หัวขับวาล์ว และหัวจ่ายแบบต่างๆ เพื่อรองรับตลาดต่างๆ รวมทั้ง ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว, ของใช้ในครัวเรือน, อาหารและเครื่องดื่ม, อุตสาหกรรม และยา Precision Global ก่อตั้งเมื่อ พ.. 2492 โดยมีสาขาหลักอยู่ที่มหานครนิวยอร์ก และมีเครือข่ายกระจายอยู่ใน 16 ประเทศ 6 ทวีป สามารถเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Precision Global ได้ที่ precisionglobal.com.

 

เกี่ยวกับ Peak Rock Capital

Peak Rock Capital เป็นบริษัทชั้นนำด้านจัดการกองทุนรวมตลาดระดับกลางที่ให้บริการด้านการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้แก่บริษัทต่างๆในอเมริกาเหนือและยุโรป โดยมุ่งเน้นไปที่การลงทุนที่สร้างโอกาสในการสนับสนุนผู้บริหารระดับสูงเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างรวดเร็วและการปรับปรุงผลกำไรผ่านการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงาน หลักการของ Peak Rock คือความเชี่ยวชาญในสถานการณ์ที่ซับซ้อน และการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน ผ่านความสามารถในการจัดหาตัวเลือกด้านทุนทรัพย์ที่เหมาะสม และการธุรกรรมแบบทันใจ สามารถเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Peak Rock Capital ได้ที่www.peakrockcapital.com

 

สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

Daniel Yunger

Kekst

โทร: +1 (212) 521-4800

“Astrid Solo Travel Advisor” เปิดตัวเว็บไซต์ท่องเที่ยวสุดหรูในราคาที่เอื้อมถึง รองรับกระแสการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวออร์ลีนส์–29 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เว็บไซต์ท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดเผยที่มาของกระแสนิยมการท่องเที่ยวทั่วโลกแบบเดี่ยวๆของนักเดินทาง

            Astrid Solo Travel Advisor (www.AstridTravel.comเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่สำหรับผู้ที่ชอบเดินทางคนเดียว ซึ่งกำลังมองหาไอเดียการท่องเที่ยวทั่วโลกแบบหรูหราในราคาที่เอื้อมถึง  โดย Visa ผู้ให้บริการทางการเงินระดับนานาชาติ เปิดเผยว่า ใน ของนักท่องเที่ยวมักจะเดินทางคนเดียว ดังนั้นเว็บไซต์จึงจะรวบรวมเรื่องเล่าการเดินทางต่างๆตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน วิดีโอเคล็ดลับ และการวางแผนวิธีการท่องเที่ยวที่ออกแบบมาสำหรับนักเดินทางกลุ่มดังกล่าวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  Astrid Solo Travel Advisor มีแนวคิดที่จะช่วยให้ผู้ที่เดินทางคนเดียวรู้สึกมั่นใจ ปลอดภัย มีแรงบันดาลใจ มีแรงกระตุ้น และไม่รู้สึกเหมือนเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเริ่มต้นการผจญภัยครั้งนี้ แอสทริด อาร์ คลีเมนต์ส ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ จะเริ่มเดินทางไปยัง 17 ประเทศทั่วโลกด้วยระยะทาง 22,000 ไมล์ ภายในระยะเวลา 50 วันเท่านั้น    

 ASTA Launch Photo / Astrid Solo Travel Advisor (www.AstridTravel.com) has launched a new website for solo travelers looking for affordable luxury ideas worldwide. Astrid Solo Travel Advisor has a vision to help solo travelers feel confident, safe, inspired, engaged, and never like a tourist. To kick off this venture, CEO and founder, Astrid R. Clements, will embark on a trip around the world, visiting seven countries and traveling 22,000 miles in only 50 days. (PRNewsFoto/Astrid Solo Travel Advisor)

Astrid Solo Travel Advisor (http://www.AstridTravel.com) has launched a new website for solo travelers looking for affordable luxury ideas worldwide. Astrid Solo Travel Advisor has a vision to help solo travelers feel confident, safe, inspired, engaged, and never like a tourist. To kick off this venture, CEO and founder, Astrid R. Clements, will embark on a trip around the world, visiting seven countries and traveling 22,000 miles in only 50 days. (PRNewsFoto/Astrid Solo Travel Advisor)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160127/326671

ฉันเคยเดินทางท่องเที่ยวไปกับครอบครัว เพื่อนๆ และไปคนเดียวทั้งในประเทศและต่างประเทศมานานกว่า 40 ปี”  แอสทริด อาร์ คลีเมนต์ส์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง  Astrid Solo Travel Advisor กล่าว “การเดินทางคนเดียวเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่อย่างแท้จริง และฉันอยากส่งต่อความรู้ความเข้าใจนั้นไปยังผู้อ่าน ซึ่งการได้ลองทำสิ่งเหล่านี้มาก่อนไม่ได้ลดความกระหายประสบการณ์ใหม่ๆของฉันเลย รูปแบบการเดินทางที่ไม่เหมือนใคร และขอบเขตความรู้เรื่องเทคโนโลยีของฉันจะทำให้ผู้ที่เดินทางคนเดียวได้เห็นถึงแนวทางใหม่ๆในการสำรวจวัฒนธรรมอื่นๆที่มีรูปแบบและชนชั้น ตลอดจนวิธีการสร้างทริปวันหยุดสุดประทับใจ!”

            AARP1 หรือ สุดยอดเทรนด์การท่องที่ยวของชาวอเมริกันอายุ 50 ปีขึ้นไป ประจำปี 2558 เปิดเผยว่า มีผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวคนเดียวประมาณเกือบ ใน ส่วนของการท่องเที่ยวทั้งหมดในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ งานวิจัยจาก TripAdvisor2 ก็ระบุว่า นักเดินทาง 62% รู้สึกว่าการเดินทางคนเดียวทำให้พวกเขามีอิสระและพึ่งพาในตัวเองมากขึ้น โดยเทรนด์ดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผู้ที่เดินทางคนเดียวได้เดินทางในรูปแบบนี้เฉลี่ย 10.9 ครั้ง และ 58% ของผู้หญิงในกลุ่มนักเดินทางประเภทดังกล่าวมีแผนเดินทางคนเดียวมากกว่า ทริปต่อ ปี 

ความหรูหราที่เอื้อมถึงด้วยขอบเขตความรู้ด้านเทคโนโลยี

แตกต่างจากการเดินทางแบบจำกัดงบ หรือเว็บไซต์ท่องเที่ยวหรูหราในราคาที่แทบไม่สามารถเอื้อมถึง เพราะ Astrid Solo Travel Advisor โฟกัสที่ไอเดียการท่องเที่ยวสุดหรูในราคาที่เอื้อมถึงสำหรับผู้ที่เดินทางคนเดียวทั่วโลก เว็บไซต์นี้จะตามรอยการเดินทางของผู้เขียนที่ได้เข้าพักในโรงแรมที่มีผู้ดูแลดีเยี่ยมและเป็นมิตรต่อผู้ที่เดินทางคนเดียว ช็อปปิ้งในร้านบูติคหรือแม้แต่ตลาดนัด รับประทานอาหารที่ร้านใหม่ๆสุดฮอต หรือเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังและสวนดอกไม้อันงดงามแบบสุดพิเศษ นอกจากนี้ Astrid Solo Travel Advisor ก็ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อแนะนำสถานที่และเมนูยอดเยี่ยม รวมถึงแอปความปลอดภัยและอุปกรณ์พกพาที่จะทำให้คุณหมดกังวลกับการเดินทางคนเดียว      

เที่ยวรอบโลกใน 50 วัน

 

            แอสทริดจะเริ่มเดินทางรอบโลกในวันที่ 31 ม.ค. นี้ โดยเธอจะใช้เวลาประมาณ 50 วันในการเดินทางบนระยะทางกว่า 22,000 ไมล์ ภายใต้งบประมาณสุดหรูในราคาที่เอื้อมถึง ค่าใช้จ่ายพื้นฐานของทริปอยู่ที่ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการช็อปปิ้งและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดทั่วไป เธอจะนั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจเพื่อเดินทางระหว่างประเทศและพักในโรงแรมระดับ ดาว ที่สนนราคา 560 ดอลลาร์สหรัฐ/วัน รวมถึงล่องเรือในแม่น้ำไนล์ด้วย Uniworld เรือสำราญสุดหรูระดับโลก    

แอสทริด จะแบ่งปันเคล็ดลับเรื่องการจองทริปการเดินทางว่าจะต้องจองเมื่อไร แต่งตัวอย่างไรและควรไปท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง ระหว่างที่เธอออกสำรวจวัฒนธรรมทั้ง รูปแบบใน ประเทศ ซึ่งได้แก่ โปรตุเกส โมร็อคโค อียิปต์ อิหร่าน อินเดีย ไทย และเวียดนาม ซึ่งทั้งหมดเป็นประเทศที่เธอไม่เคยเดินทางไปเยือนมาก่อนในชีวิตการเดินทางกว่า 40 ปี การเดินทางของแอสทริดจะแตกต่างจากทัวร์ท่องเที่ยวราคาแพงอื่นๆที่เน้นการเดินทางไปยังสถานที่หลายๆแห่ง ซึ่งคุณต้องเที่ยวอย่างเร่งรีบ แต่เธอจะใช้เวลาไปกับประเทศต่างๆ เฉลี่ยประมาณหนึ่งสัปดาห์ เพื่อสำรวจวัฒนธรรมและสัมผัสความพิเศษของแต่ละที่ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามการเดินทางของแอสทริดได้ที่ www.AstridTravel.com

อ้างอิง

1 2015 Top Travel Trends for Americans 50+. AARP, 2014.

2 Women’s Travel Survey. TripAdvisor 2015

เกี่ยวกับเรา

Astrid Solo Travel Advisor (ASTA) เป็นเว็บไซต์สำหรับผู้ที่เดินทางคนเดียวทั่วโลกที่กำลังมองหาไอเดียการท่องเที่ยวสุดหรูในราคาที่เอื้อมถึง เพื่อช่วยให้นักเดินทางเหล่านี้สามารถเดินทางไปทั่วโลกด้วยความมั่นใจ ปลอดภัย มีแรงบันดาลใจและมีแรงกระตุ้น โดย ASTA จะมีคอลัมน์ “Travel for one” หรือ “การเดินทางคนเดียว” ที่รวบรวมคำแนะนำในชีวิตจริงสำหรับผู้ที่เดินทางคนเดียว เช่น ไปไหนดี ไปอย่างไร ทำอย่างไรเมื่อคุณถึงที่หมาย และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งแตกต่างจากการท่องเที่ยวแบบจำกัดงบหรือเว็บไซต์ท่องเที่ยวราคาแพงที่แทบไม่สามารถเอื้อมถึงได้ เว็บไซต์  Astrid Solo Travel Advisor จัดตั้งขึ้นในปี 2558 โดยนักธุรกิจหญิงที่รักการท่องเที่ยวและปรารถนาจะช่วยให้ผู้อื่นสามารถเดินทางคนเดียวโดยไม่รู้สึกเหมือนเป็นนักท่องเที่ยว ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของ ASTA จะเต็มไปด้วยคำแนะนำเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ที่พักที่เป็นมิตรสำหรับผู้ที่เดินทางคนเดียว ไปจนถึงสุดยอดแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดขณะค้นหาวัฒนธรรมใหม่ๆ ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.AstridTravel.com

Intralinks เผยกิจกรรม M&A ระยะเริ่มต้นดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเอเชีย แม้ตลาดจีนเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

สิงคโปร์—(บิสิเนส ไวร์)—27 ม.ค. 2559

รายงาน Intralinks(R) Deal Flow Predictor (DFP) ฉบับล่าสุดของ Intralinks Holdings, Inc. (NYSE:IL) ผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์และบริการสำหรับการบริหารจัดการ M&A เปิดเผยว่า การควบรวมกิจการ (M&A) ระยะเริ่มต้นในหลายๆตลาดทั่วภูมิภาคเอเชียนั้นกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ว่าเศรษฐกิจจีนได้ชะลอตัวลง ขณะที่ตลาดเงินและตลาดหุ้นผันผวนอย่างหนัก สิ่งนี้บ่งชี้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 จะมีการประกาศข้อตกลงบ่อยครั้งขึ้นในตลาดต่างๆทั่วเอเชียเมื่อเทียบกับช่วง ครึ่งปีแรกของปี 2558 ในส่วนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ขณะนี้ออสเตรเลียกำลังเผชิญกับการเติบโตในขาลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากอุปสงค์อันซบเซาในภาคโลหะและเหมืองแร่ ซึ่งมีจีนเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก

รายงาน Intralinks DFP คาดการณ์ป ริมาณการประกาศข้อตกลง M&A ในอนาคตด้วยการสำรวจกิจกรรม M&A ระยะเริ่มต้น ซึ่งหมายถึงรายการธุรกรรม M&A ทั่วโลกที่อยู่ในระยะเตรียมการ หรือถึงขั้นการสอบทานธุรกิจแล้ว โดยข้อตกลงระยะเริ่มต้นเหล่านี้มักเกิดขึ้นก่อนมีการประกาศต่อสาธารณะเฉลี่ย 6 เดือน

ข้อมูลจากรายงาน Intralinks DFP ฉบับล่าสุดแสดงให้เห็นถึงการดีดตัวขึ้นของกิจกรรม M&A ระยะเริ่มต้นทั่วภูมิภาค APAC ในไตรมาสสี่ของปี 2558 หลังจากที่ได้ชะลอตัวลงอย่างหนักในไตรมาสสามของปี 2558 เมื่อประเมินข้อมูลทั้งหมดแล้ว ข้อมูลธุรกรรมระยะเริ่มต้นสามารถสรุปการคาดการณ์การประกาศข้อตกลง M&A ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า (กล่าวคือช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559) ได้ดังนี้:

– ญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดูจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจาก ความผันผวนในตลาด เช่นเดียวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงในจีน ข้อตกลง M&A ระยะเริ่มต้นในสองกลุ่มนี้ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 55% และ 11% ตามลำดับเมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งบ่งชี้ว่าการประกาศข้อตกลง M&A น่าจะยังคงเ ติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสสองของปี 2559;

– ภูมิภาคเอเชียเหนือและเอเชียใต้น่าจะมีการประกาศข้อตกลงเพิ่มขึ้นในไตรมาส สองของปี 2559 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2559 ที่น่าจะทรงตัวหรือไม่ก็ปรับตัวลดลง โดยข้อตกลงระยะเริ่มต้นในสองภูมิภาคนี้ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21% และ 14% ตามลำดับเทียบเป็นรายปี;

– อย่างไรก็ตาม ออสเตรเลียน่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรค เนื่องจากกิจกรรม M&A ระยะเริ่มต้นในประเทศนี้ได้ปรับตัวลดลง 18% เทียบรายปี ซึ่งบ่งชี้ว่าช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 น่าจะมีการประกาศข้อตกลงลดลงเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 โดยการบรรลุข้อตกลงในออสเตรเลียนั้นได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุตสาหกรรม โลหะและเหมืองแร่ อีกทั้งยังอาศัยการทำ M&A จากจีนเป็นหลัก ทั้งนี้เราเชื่อว่า การร่วงลงอย่างหนักของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกประกอบกับการชะลอตัวของ เศรษฐกิจจีน จะส่งผลให้ออสเตรเลียมีการประกาศข้อตกลง M&A ลดลงในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559

ข้อมูลจากรายงาน Intralinks DFP ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง สื่อและความบันเทิง อสังหาริมทรัพย์ และบริการสุขภาพ น่าจะมีกิจกรรม M&A คึกคักที่สุดในภูมิภาค APAC

นายฟิลิป วิทเชโล รองประธานฝ่ายกลยุทธ์และการตลาดผลิตภัณฑ์ของ Intralinks กล่าวว่า: “ในภูมิภาค APAC ข้อมูลการทำ M&A ระยะเริ่มต้นบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่แตกต่างกันไป บางภูมิภาคและบางประเทศดูจะไม่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนรวม ถึงความผันผวนที่เกิดขึ้น โดยญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดูมีแนวโน้มในการประกาศข้อตกลง M&A เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ในขณะที่ออสเตรเลียดูจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน เช่นเดียวกับความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงจากจีน อย่างไรก็ตาม เมื่อมองถึงตลาดเกิดใหม่เช่นภูมิภาค APAC แล้ว เราเห็นว่านักลงทุนควรเลิกมองภาพในระยะสั้นๆ และหันไปมองภาพรวมในระยะยาวเพื่อก่อให้เกิดความสำเร็จ โดยช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ก็จะปรากฎให้เห็นสิ่งพิสูจน์ความคิดของเรา ขณะที่บริษัทต่างๆมองหาหนทางครอบครองสิ นทรัพย์ด้วยการคว้าประโยชน์จากโอกาสในการประเมินราคา”

ผลการค้นพบอื่นๆจากรายงาน DFP แบ่งตามภูมิภาค:

– อเมริกาเหนือ (NA) – เติบโต 5.4% เทียบรายปี โดยคาดว่ากิจกรรม M&A น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นพอสมควรในครึ่งปีแรกของปี 2559 อันเป็นผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐได้ดำเนินมาตรการอย่างรอบคอบในการขึ้น อัตราดอกเบี้ยต่อไปตลอดทั้งปีนี้ เช่นเดียวกับเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง ตลอดจนต้นทุนทางวัตถุดิบและพลังงานที่ลดลงหลังราคาน้ำมันดิ่งลงหนักและเงิน ดอลลาร์แข็งค่า

– ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) – มีการทำ M&A ระยะเริ่มต้นเพิ่มขึ้น 11% เทียบรายปี ส่งผลให้ EMEA เป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตมากที่สุด โดยปัญหาทางภูมิศาสตร์การเมืองดูจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำ M&A ในภูมิภาคนี้

– ลาตินอเมริกา (LATAM) – การเติบโต 7.4% บ่งชี้ถึงการกลับมาของกลุ่มนักลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้ว ่าเศรษฐกิจบราซิลมีแนวโน้มไม่สดใส

สามารถดาวน์โหลดรายงาน Intralinks DFP ฉบับเต็ม หรือรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา

รายงาน Intralinks DFP ได้รับการรับรองว่าเป็นข้อมูลคาดการณ์ตัวเลขการประกาศข้อตกลงในอนาคตที่มี ความน่าเชื่อถือทางสถิติ

เกี่ยวกับ Intralinks

Intralinks Holdings, Inc. (NYSE:IL) เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกด้านโซลูชั่นผนวกคอนเทนต์ระดับ องค์กรที่มีความปลอดภัย ด้วยนวัตกรรมโซลูชั่นแบบ Software-as-a-Service ซอฟต์แวร์ของ Intralinks คิดค้นขึ้นเพื่อเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนและควบคุมข้อมูลข่าวสารระหว่างองค์กร ที่มีความปลอดภัยและรองรับการทำงานผ่านไฟร์วอลล์ ผู้เชี่ยวชาญกว่า 3.1 ล้านคนที่ทำงานอยู่ในบริษัทระดับ Fortune 1000 เป็นสัดส่วนมากถึง 99% ล้วนให้ความไว้วางใจต่อประสบการณ์ของ Intralinks ซึ่งมีประวัติการดำเนินงานอันน่าเชื่อถือในการทำ รายการธุรกรรมผลประโยชน์สูง รวมถึงการประสานงานทางธุรกิจที่มีมูลค่าสูงกว่า 28.1 ล้านล้านดอลลาร์ Intralinks ได้รับความไว้วางใจในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นที่ใช้งานง่าย รองรับการทำงานระดับองค์กรและระบบคลาวด์ สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.intralinks.com

เกี่ยวกับรายงาน Intralinks Deal Flow Predictor

รายงาน Intralinks Deal Flow Predictor นำเสนอมุมมองของ Intralinks ในเรื่องของระดับการสอบทานธุรกิจสำหรับ M&A ที่กำลังเกิดขึ้นในระยะเวลาที่จัดทำรายงาน ข้อมูลทางสถิติที่ปรากฎอยู่บนรายงาน Intralinks DFP แสดงให้เห็นถึงปริมาณ VDR ที่ได้ริเริ่มขึ้นหรือได้รับข้อเสนอเพื่อริเริ่ม ผ่าน Intralinks หรือผู้ให้บริการรายอื่นๆ เพื่อใช้ในการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะตามข้อเสนอทางธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขายสินทรัพย์ การถอนทุนบริษัท การขายหุ้นแบบเจาะจง การจัดหาเงิน การระดมเงินทุน ธุรกิจร่วมทุน และการเป็นหุ้นส่วน ตัวเลขสถิติเหล่านี้ไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในส่ วนแบ่งของ Intralinks ในตลาด VDR หรือการเปลี่ยนแปลงของความต้องการบริการ VDR ในตลาด ตัวเลขสถิติเหล่านี้อาจไม่สอดคล้องกับปริมาณข้อตกลงที่บรรลุผลสมบูรณ์ ซึ่งอาจมีการรายงานโดยเหล่าผู้ให้บริการข้อมูลทางตลาด ดังนั้นจึงไม่ควรยึดถือตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวกำหนดปริมาณข้อตกลงที่จะเป็นผล สมบูรณ์ในช่วงเวลาใดๆก็ตาม ตัวเลขคาดการณ์การบรรลุข้อตกลงในอนาคตที่ปรากฎบนรายงาน Intralinks DFP นั้นประเมินจากการคาดคะเนตัวเลขข้อตกลงจากระยะการสอบทานธุรกิจไปจนถึงขั้น สมบูรณ์ นอกจากนี้ ข้อมูลสถิติที่รายงานโดยผู้ให้บริการข้อมูลทางตลาดรายอื่นๆ อาจจัดทำขึ้นตามข้อมูลรายการธุรกรรมที่แตกต่างออกไปจากที่ได้ระบุไว้ข้างต้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้และรายงาน INTRALINKS DFP (เรียกรวมกันว่า “ข้อมูล”) มีจุดประสงค์เพื่อเป็นแหล่งข้อมูล “ตามที่ปรากฎให้เห็น” เท่านั้น INTRALINKS ไม่มีการรับประกัน ทำหน้าที่ดำเนินการแทน หรือให้การรับรองในรูปแบบใดๆก็ตามที่มีความเกี่ยวเนื่องกับความเหมาะสมของ เวลา ความแม่นยำ หรือความสมบูรณ์ของข้อมูล โดยข้อมูลเหล่านี้ขึ้นอยู่กับข้อสังเกตและการตีค วามของ INTRALINKS ในด้านกิจกรรมการสอบทานธุรกิจที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินงาน หรือได้รับข้อเสนอเพื่อดำเนินงาน บนแพลตฟอร์ม VDR ของ INTRALINKS หรือของผู้ให้บริการรายอื่นตามประเภทธุรกรรมของตน ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มุ่งหมายเพื่อนำไปใช้เป็นตัวชี้วัดการดำเนินธุรกิจหรือ ผลการดำเนินงานของ INTRALINKS ไม่ว่าจะเกิดขึ้นแล้ว กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือจะเกิดขึ้นในอนาคต และไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นคำมั่น รับประกัน หรือรับรองการบรรลุข้อตกลงในอนาคตไม่ว่าจะระดับใดๆ ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คำชี้แนะด้านการลงทุน หรือชักชวนให้มาลงทุนไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม

INTRALINKS DFP อนุญาตให้นำไปใช้ได้หากมีจุดประสงค์เพื่อนำไปใช้ส่วนตัวและมิใช่เพื่อการค้า INTRALINKS DFP ไม่อนุญาตให้มีการทำซ้ำ เผยแพร่ หรือตีพิมพ์ โดยไม่ได้รับหนังสืออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดแจ้งจาก INTRALINKS สำหรับผู้ที่ต้องการขอหนังสืออนุญาตในการตีพิมพ์เนื้อหาในรายงาน INTRALINKS DFP กรุณาติดต่อ info@intralinks.com

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160126006275/en/

ติดต่อ:
Intralinks
Grace Keeling
โทร. +44 407 549 5294
อีเมล: gkeeling@intralinks.com

Capella Hotel Group แนะนำโรงแรม Solis Hotel at Two Porsche Drive ในแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย (เปิดปี 2560)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

แอตแลนตา, จอร์เจีย–(Marketwired)–28 มกราคม 2559

– มอบประสบการณ์ไม่ซ้ำใคร ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกับ Porsche Cars North America ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

บริษัทลงทุนอสังหาริมทรัพย์สวิส ACRON ร่วมกับ Capella Hotel Group เตรียมแนะนำและบริหารโรงแรม Solis Hotel at Two Porsche Drive ตั้งอยู่ติดกับ Porsche Experience Center ในแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย โรงแรม Solis มีแผนเปิดในปี 2560 จะได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกที่ชนะรางวัล HOK ซึ่งเป็นบริษัทที่ออกแบบรถ Porsche ของสำนักงานใหญ่ที่อเมริกาเหนือ ขณะที่ Peter Silling & Associates จะเป็นผู้ออกแบบตกแต่งภายในโรงแรม

“เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในผู้สร้างประสบการณ์ตำนานที่ไม่ซ้ำใครให้กับ ลูกค้า Porsche เราจะเพิ่มโรงแรมเข้ามาในศูนย์ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึ งมาตรฐานระดับสูงสำหรับ Porsche ที่มีชื่อเสียงเป็นเลิศ” กล่าวโดย Horst Schulze ประธานและ CEO ของ Capella Hotel Group

“เราตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับสุดยอดอุตสาหกรรมบริการ พันธมิตรของเรา Capella Hotel Group, HOK Architects และ Peter Silling จะเป็นผู้สร้างประสบการณ์ของโรงแรมหนึ่งเดียว สมฐานะเชื่อมโยงกับแบรนด์ระดับโลก” กล่าวโดย Klaus Bender ประธานบริษัท ACRON

The Solis Hotel at Two Porsche Drive จะเป็นโรงแรมใหม่แห่งแรกบนฝั่งตะวันออกของสนามบิน Hartsfield-Jackson Atlanta International Airport หลังจากการเปิดใช้อาคารผู้โดยสารนานาชาติหลังใหม่ “เรายินดีที่ได้ร่วมงานกับเมือง City of Hapeville และ Fulton County พร้อมด้วยทีมพัฒนาของเรา นำโดย Castleton Holdings, LLC’s Bruce Bradley และ Condra Group, LLC’s Scott Condra วันที่น่าตื่นเต้นรออยู่ข้างหน้า โดยมีกำหนดการวางศิลาฤกษ์ปลายเดือนมีนาคม 2559” กล่าวโดย Greg Wilson, CEO, ACRON USA

& nbsp;  “เมือง City of Hapeville ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นโครงการระดับโลกก้าวไปข้างหน้า เราทำงานกันอย่างเต็มที่กับ ACRON และพันธมิตรของเรา the Hapeville Development Authority เพื่อให้วันนี้กลายมาเป็นความจริง โครงการนี้แสดงถึงความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่สำหรับชุมชนของเรา เราเริ่มดำเนินการในปี 2559 เป็นปีที่ 125 ของ Hapeville โครงการนี้เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งต่างๆ ในการเติบโตของชุมชนของเรา” กล่าวโดยนายกเทศมนตรี Alan Hallman, City of Hapeville, จอร์เจีย

ประธานและ CEO ของ Porsche Cars North America กล่าวเสริมว่า “Porsche ภูมิใจที่ได้เป็นผู้พัฒนาโครงการระดับโลกในพื้นที่ Atlanta Aerotropolis เรามั่นใจว่าโรงแรม the Solis Hotel at Two Porsche Drive จะกลายมาเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวของ South Metro ประตูอันสวยงามของเมือง City of Hapeville และเป็นสถานที่อันอบอุ่นและเป็นมิตร เพื่อให้แขกได้พักผ่อนหลังจากใช้เวลาในวันที่แสนตื่นเต้นที่ the Porsche Experience Center”

ศูนย์ Porsche complex แห่งใหม่ซึ่งได้เปิดในเดือนพฤษภาคม 2558 อยู่ใกล้กับสนามบิน Hartsfield-Jackson Atlanta International Airport แคมปัสแห่งนี้เป็นบ้านของพนักงานกว่า 400 คนและต้อนรับผู้เยี่ยมชมประมาณ 30,000 คนต่อปี ศูนย์ Porsche Experience Center ดึงดูดแฟนๆจากทั่วโลกมายังพื้นที่ฟื้นฟูและจัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรม รถยนต์คลาสสิกของบริษัทฯ ศูนย์ธุรกิจ ร้านอาหารซิกเนเจอร์ และถนนทดสอบการขับขี่่ระยะ 1.6 ไมล์ นอกจากนี้ Porsche ยังนำพนักงานข้องตัวแทนจำหน่ายทั่วอเมริกาเหนือ มาเยี่ยมชมศูนย์ฝึกอบรมด้านเทคนิคของบริษัทฯ

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ โรงแรม the Solis hotel จะปรนเปรอนักเดินทางด้วยโรงแรมที่ออกแบบอย่างซับซ้อนและมาตรฐาน การบริการระดับสูง โรงแรมจะให้บริการห้องพักและห้องสวีทซิกเนเจอร์ 214 ห้อง บาร์และห้องอาหารพร้อมด้วยอาหารสดใหม่และอาหารตามฤดูการ พื้นที่กิจกรรม 6,500 ตารางฟุตซึ่งรวมถึงห้องบอลรูม 3,600 ตารางฟุต เลาจน์บนชั้นดาดฟ้าที่มีทัศนียภาพอันงดงามของถนนของ Porsche แขกจะได้รับความสุขจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆของ Solis ซ ึ่งรวมไปถึงบริการรับส่งรถซื้อใหม่ของ Porsche ประสบการณ์ทดลองขับและเยี่ยมชมแคมปัส Porsche

Solis เป็นโรงแรมแบรนด์หรูซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Capella Hotel Group มีโรงแรมอยู่ในประเทศจีน ไอร์แลนด์ และรัสเซีย และมีแผนที่จะเปิดใน ออร์แลนโด รัฐฟลอริดา, โดฮา ประเทศกาตาร์ และบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ปรัชญาของ Solis คือเป็นผู้ส่งมอบความสนุกสนาน ผจญภัย ประสบการณ์ที่มีคุณค่า และความเชื่อที่ว่าความหรูหราเป็นเรื่องของความสะดวกสบายและการต้อนรับอย่าง จริงใจ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Solis Hotels & Resorts กรุณาเยี่ยมชม: www.solishotels.com

โลโก้บริษัท
http://release.media-outreach.com/i/Download/4163

เกี่ยวกับ ACRON
ACRON เป็นบริษัทจัดการลงทุนในอสังหาริ มทรัพย์ก่อตั้งในปี 2524 ที่ดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมัน การลงทุนของ ACRON ทั้งหมด จะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์เดี่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย เยอรมัน และสหรัฐอเมริกา มีทรัพย์สินในการบริการและโรงแรมเป็นหลักประมาณ 40% ของการลงทุนใน ACRON Group ในปัจจุบัน ปริมาณธุรกรรม ณ 31/12/2558 สูงกว่า 1.064 ล้านฟรังก์สวิส

ACRON Group มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองซูริค, สวิตเซอร์แลนด์ และสาขาย่อยในลักเซมเบิร์ก(ลักเซมเบิร์ก) ดุสเซลดอร์ฟ(เยอรมนี) ดัลลัส(สหรัฐอเมริกา) และริโอเดอจาเนโร(บราซิล) www.acron.ch, www.acronusa.com

เกี่ยวกับ SOLIS(R) HOTELS & RESORTS
สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อแขกนักเดินทาง แบรนด์ Solis Hotels & Resorts เป็นคอลเลกชั่นรีสอร์ทพิเศษ โรงแรมและที่พักนำเสนอการรวมกันของการออกแบบ การอยู่อาศัย และประสบการณ์ที่เหนือชั้น Solis แต่ละแห่งนำเสนอห้องพักสุดหรูพร้อมด้วยสัมผัสที่แท้จริง และการออกแบบอันโดดเด่น ความสะดวกส บายสากล อาหารสร้างแรงบันดาลใจ สปาระดับโลก กิจกรรมต่างๆที่มีชีวิตชีวา ทั้งหมดนี้บริการด้วยมาตรฐานคุณภาพสากลระดับสูงสุด

Solis Hotels & Resorts มีสำนักงานในประเทศสิงคโปร์และสหรัฐอเมริกา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.solishotels.com

ข้อมูลติดต่อ

ติดต่อข้อมูลสื่อ:
Capella Hotel Group Asia
Director, Marketing & Communications
Joleena Seah
อีเมล: joleena.seah@capellahotelgroup.com
โทรศัพท์: +65 6887 9835แอตแลนตา, จอร์เจีย–(Marketwired)–28 มกราคม 2559

– มอบประสบการณ์ไม่ซ้ำใคร ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกับ Porsche Cars North America ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

บริษัทลงทุนอสังหาริมทรัพย์สวิส ACRON ร่วมกับ Capella Hotel Group เตรียมแนะนำและบริหารโรงแรม Solis Hotel at Two Porsche Drive ตั้งอยู่ติดกับ Porsche Experience Center ในแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย โรงแรม Solis มีแผนเปิดในปี 2560 จะได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกที่ชนะรางวัล HOK ซึ่งเป็นบริษัทที่ออกแบบรถ Porsche ของสำนักงานใหญ่ที่อเมริกาเหนือ ขณะที่ Peter Silling & Associates จะเป็นผู้ออกแบบตกแต่งภายในโรงแรม

“เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในผู้สร้างประสบการณ์ตำนานที่ไม่ซ้ำใครให้กับ ลูกค้า Porsche เราจะเพิ่มโรงแรมเข้ามาในศูนย์ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึ งมาตรฐานระดับสูงสำหรับ Porsche ที่มีชื่อเสียงเป็นเลิศ” กล่าวโดย Horst Schulze ประธานและ CEO ของ Capella Hotel Group

“เราตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับสุดยอดอุตสาหกรรมบริการ พันธมิตรของเรา Capella Hotel Group, HOK Architects และ Peter Silling จะเป็นผู้สร้างประสบการณ์ของโรงแรมหนึ่งเดียว สมฐานะเชื่อมโยงกับแบรนด์ระดับโลก” กล่าวโดย Klaus Bender ประธานบริษัท ACRON

The Solis Hotel at Two Porsche Drive จะเป็นโรงแรมใหม่แห่งแรกบนฝั่งตะวันออกของสนามบิน Hartsfield-Jackson Atlanta International Airport หลังจากการเปิดใช้อาคารผู้โดยสารนานาชาติหลังใหม่ “เรายินดีที่ได้ร่วมงานกับเมือง City of Hapeville และ Fulton County พร้อมด้วยทีมพัฒนาของเรา นำโดย Castleton Holdings, LLC’s Bruce Bradley และ Condra Group, LLC’s Scott Condra วันที่น่าตื่นเต้นรออยู่ข้างหน้า โดยมีกำหนดการวางศิลาฤกษ์ปลายเดือนมีนาคม 2559” กล่าวโดย Greg Wilson, CEO, ACRON USA

& nbsp;  “เมือง City of Hapeville ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นโครงการระดับโลกก้าวไปข้างหน้า เราทำงานกันอย่างเต็มที่กับ ACRON และพันธมิตรของเรา the Hapeville Development Authority เพื่อให้วันนี้กลายมาเป็นความจริง โครงการนี้แสดงถึงความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่สำหรับชุมชนของเรา เราเริ่มดำเนินการในปี 2559 เป็นปีที่ 125 ของ Hapeville โครงการนี้เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งต่างๆ ในการเติบโตของชุมชนของเรา” กล่าวโดยนายกเทศมนตรี Alan Hallman, City of Hapeville, จอร์เจีย

ประธานและ CEO ของ Porsche Cars North America กล่าวเสริมว่า “Porsche ภูมิใจที่ได้เป็นผู้พัฒนาโครงการระดับโลกในพื้นที่ Atlanta Aerotropolis เรามั่นใจว่าโรงแรม the Solis Hotel at Two Porsche Drive จะกลายมาเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวของ South Metro ประตูอันสวยงามของเมือง City of Hapeville และเป็นสถานที่อันอบอุ่นและเป็นมิตร เพื่อให้แขกได้พักผ่อนหลังจากใช้เวลาในวันที่แสนตื่นเต้นที่ the Porsche Experience Center”

ศูนย์ Porsche complex แห่งใหม่ซึ่งได้เปิดในเดือนพฤษภาคม 2558 อยู่ใกล้กับสนามบิน Hartsfield-Jackson Atlanta International Airport แคมปัสแห่งนี้เป็นบ้านของพนักงานกว่า 400 คนและต้อนรับผู้เยี่ยมชมประมาณ 30,000 คนต่อปี ศูนย์ Porsche Experience Center ดึงดูดแฟนๆจากทั่วโลกมายังพื้นที่ฟื้นฟูและจัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรม รถยนต์คลาสสิกของบริษัทฯ ศูนย์ธุรกิจ ร้านอาหารซิกเนเจอร์ และถนนทดสอบการขับขี่่ระยะ 1.6 ไมล์ นอกจากนี้ Porsche ยังนำพนักงานข้องตัวแทนจำหน่ายทั่วอเมริกาเหนือ มาเยี่ยมชมศูนย์ฝึกอบรมด้านเทคนิคของบริษัทฯ

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ โรงแรม the Solis hotel จะปรนเปรอนักเดินทางด้วยโรงแรมที่ออกแบบอย่างซับซ้อนและมาตรฐาน การบริการระดับสูง โรงแรมจะให้บริการห้องพักและห้องสวีทซิกเนเจอร์ 214 ห้อง บาร์และห้องอาหารพร้อมด้วยอาหารสดใหม่และอาหารตามฤดูการ พื้นที่กิจกรรม 6,500 ตารางฟุตซึ่งรวมถึงห้องบอลรูม 3,600 ตารางฟุต เลาจน์บนชั้นดาดฟ้าที่มีทัศนียภาพอันงดงามของถนนของ Porsche แขกจะได้รับความสุขจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆของ Solis ซ ึ่งรวมไปถึงบริการรับส่งรถซื้อใหม่ของ Porsche ประสบการณ์ทดลองขับและเยี่ยมชมแคมปัส Porsche

Solis เป็นโรงแรมแบรนด์หรูซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Capella Hotel Group มีโรงแรมอยู่ในประเทศจีน ไอร์แลนด์ และรัสเซีย และมีแผนที่จะเปิดใน ออร์แลนโด รัฐฟลอริดา, โดฮา ประเทศกาตาร์ และบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ปรัชญาของ Solis คือเป็นผู้ส่งมอบความสนุกสนาน ผจญภัย ประสบการณ์ที่มีคุณค่า และความเชื่อที่ว่าความหรูหราเป็นเรื่องของความสะดวกสบายและการต้อนรับอย่าง จริงใจ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Solis Hotels & Resorts กรุณาเยี่ยมชม: www.solishotels.com

โลโก้บริษัท
http://release.media-outreach.com/i/Download/4163

เกี่ยวกับ ACRON
ACRON เป็นบริษัทจัดการลงทุนในอสังหาริ มทรัพย์ก่อตั้งในปี 2524 ที่ดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมัน การลงทุนของ ACRON ทั้งหมด จะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์เดี่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย เยอรมัน และสหรัฐอเมริกา มีทรัพย์สินในการบริการและโรงแรมเป็นหลักประมาณ 40% ของการลงทุนใน ACRON Group ในปัจจุบัน ปริมาณธุรกรรม ณ 31/12/2558 สูงกว่า 1.064 ล้านฟรังก์สวิส

ACRON Group มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองซูริค, สวิตเซอร์แลนด์ และสาขาย่อยในลักเซมเบิร์ก(ลักเซมเบิร์ก) ดุสเซลดอร์ฟ(เยอรมนี) ดัลลัส(สหรัฐอเมริกา) และริโอเดอจาเนโร(บราซิล) www.acron.ch, www.acronusa.com

เกี่ยวกับ SOLIS(R) HOTELS & RESORTS
สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อแขกนักเดินทาง แบรนด์ Solis Hotels & Resorts เป็นคอลเลกชั่นรีสอร์ทพิเศษ โรงแรมและที่พักนำเสนอการรวมกันของการออกแบบ การอยู่อาศัย และประสบการณ์ที่เหนือชั้น Solis แต่ละแห่งนำเสนอห้องพักสุดหรูพร้อมด้วยสัมผัสที่แท้จริง และการออกแบบอันโดดเด่น ความสะดวกส บายสากล อาหารสร้างแรงบันดาลใจ สปาระดับโลก กิจกรรมต่างๆที่มีชีวิตชีวา ทั้งหมดนี้บริการด้วยมาตรฐานคุณภาพสากลระดับสูงสุด

Solis Hotels & Resorts มีสำนักงานในประเทศสิงคโปร์และสหรัฐอเมริกา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.solishotels.com

ข้อมูลติดต่อ

ติดต่อข้อมูลสื่อ:
Capella Hotel Group Asia
Director, Marketing & Communications
Joleena Seah
อีเมล: joleena.seah@capellahotelgroup.com
โทรศัพท์: +65 6887 9835

เตรียมพบกับ “RETAILTECH JAPAN” และ “SECURITY SHOW” หนึ่งในมหกรรมไอทีค้าปลีกและการรักษาความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–26 ม.ค. 2016

นิกเกอิ อิงค์ (Nikkei Inc.) จะจัดงานนิทรรศการแสดงสินค้าครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของญี่ปุ่นขึ้น พร้อมกัน ได้แก่ “RETAILTECH JAPAN” และ “SECURITY SHOW” โดยงาน “RETAILTECH JAPAN” จะเผยโฉมระบบไอทีล่าสุดที่พัฒนาห่วงโซ่อุปทานและศักยภาพทางการตลาดของธุรกิจ กระจายสินค้า ขณะที่งาน “SECURITY SHOW” จะแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยให้แนวคิดเรื่องชุมชนปลอดภัยกลายเป็นจริงได้

งาน “RETAILTECH JAPAN” เป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดที่นำเสนออุปกรณ์และระบบสารสนเทศที่ได้รับ การออกแบบสำหรับธุรกิจค้าปลีกและกระจายสินค้า เช่น POS ระบบชำระเงิน ระบบคลังข้อมูลกลาง โลจิสติกส์ การตลาดบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ การค้าปลีกแบบผสมผสานหลายช่องทาง ป้ายดิจิตอล บิ๊กดาต้า IoT และเทคโนโลยีคลาวด์ โดยจะมีการจัดเตรียมพื้นที่ที่ กำหนดสำหรับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ คอนเทนต์ และเครือข่ายซึ่งเกี่ยวกับระบบป้ายดิจิตอลและ POP

งาน “SECURITY SHOW” จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยปกป้องชุมชนให้พ้นจากอาชญากรรมและภัย ธรรมชาติ เช่น กล้องรักษาความปลอดภัย ระบบควบคุมการผ่านเข้าออก และบริการรักษาความปลอดภัยต่างๆ โดยจะแบ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงกล้องรักษาความปลอดภัยความคมชัดสูงที่ทำงานผ่าน ระบบเครือข่าย และพื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยระดับไฮ-เอนด์ ที่ช่วยคุ้มครองสถานที่สำคัญๆจากการก่อการร้ายและความเสี่ยงอื่นๆ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์และบริการทั้งสองส่วนนี้กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในญี่ปุ่น ในขณะที่มหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2020 ณ กรุงโตเกียวเริ่มใกล้เข้ามา

นิกเกอิ อิงค์ จะจัดนิทรรศการแสดงสินค้าขึ้นพร้อมกัน 7 งาน รวมกันในชื่อ “NIKKEI MESSE” โดยนิทรรศการทั้งหมดนี้เปิดให้เข้าชมฟรี ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ทางเว็บโซต์

“RETAILTECH JAPAN” / “SECURITY SHOW”
วันที่จัดงาน: วันอังคารที่ 8 – วันศุกร์ที่ 11 มี.ค. 2016
สถานที่จัดงาน: TOKYO BIG SIGHT
จำนวนผู้เข้าชม: 125,000
ขนาดของงาน: (RETAILTECH JAPAN) 156 บริษัท/796 บูธ; (SECURITY SHOW) 142 บริษัท/ 548 บูธ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่เว็บไซต์ด้านล่าง:
RETAILTECH JAPAN = http://www.retailtech.jp/en/
SECURITY SHOW = http://www.securityshow.jp/en/

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51263578&lang=en

ติดต่อ:
NIKKEI MESSE Overseas Contact Office
c/o Space Media Japan Co., Ltd.
Chihiro ISAMI (Ms.), +81-3-3512-5670
tradefairs2016@smj.co.jp

ISID เปิดตัวธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรม Multi Finance ในอินโดนีเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว และ จาการ์ตา, อินโดนีเซีย–(บิสิเนส ไวร์)–26 ม.ค. 2016

– การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทไอทีในประเทศทำให้ได้มาซึ่งลูกค้ารายแรก ในอินโดนีเซีย

Information Services International-Dentsu, Ltd. (TOKYO:4812) (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ, โตเกียว; ประธานและซีอีโอ: เซทสึโอะ คามาอิ; “ISID”) ประกาศว่า บริษัทย่อย PT. ISID INDONESIA (สำนักงานใหญ่: จาการ์ตา อินโดนีเซีย, ประธานอำนวยการ: ทาคุยะ โอโนะ; “ISID Indonesia”) ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ PT. Indocyber Global Technology (สำนักงานใหญ่: จาการ์ต้า อินโดนีเซีย, ซีอีโอ: Bharat Ongso; “Indocyber”) ซึ่งเป็นบริษัทไอทีในอินโดนีเซีย โดย ISID Indonesia ได้แต่งตั้ง Indocyber ให้เป็นผู้จัดหาโซลูชัน “Lamp” ซึ่งเป็นโซลูชันไอทีครบวงจรสำหรับธุรกิจลีสซิ่งและการเงิน การร่วมมือเป็นพันธมิตรดังกล่าวทำให้เราได้ลูกค้าในประเทศรายแรก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเรามีเป้าหมายที่จะติดตั้ง Lamp ให้ได้ 20 บริษัทภายในอีก 3 ปีข้างหน้า

ปัจจุบัน ตลาด Multi Finance กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินโดนีเซียซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก อุตสาหกรรมดังกล่าวเติบโตขึ้นอย่างน่าจับตามองและมีสินทรัพย์รวมประมาณ 400 ล้านล้านรูเปียห์ (ณ เดือนกันยายน 2013) โดยมีบริษัทเป็นจำนวนเกือบ 200 แห่งในตลาด* Lamp เป็นโซลูชันสำเร็จที่พัฒนาโดย ISI-Dentsu Shanghai Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่: เซี่ยงไฮ้, จีน; ซีโอบีและประธาน: ชิเกยูกิ สุกะนูมะ; “ISID Shanghai”, เรียกรวมกับ ISID และ ISID Indonesia ว่า “ISID group”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ISID ในประเทศจีน โดยขณะนี้มีบริษัท 18 แห่งใน 7 ประเทศ/ภูมิภาคที่ติดตั้ง Lamp ตามสถานที่ต่างๆกว่า 200 จุดทั่วประเทศจีนและภูมิภาคอาเซียน

ISID group และ Indocyber จะร่วมมือกันพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานเสริมของ Lamp ที่ปรับให้สอดคล้องกับความต้องการในอินโดนีเซีย และจะร่วมก ันจัดหาบริการให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้อง Lamp ให้บริการในตลาดอินโดนีเซียทั้งแบบ On-premise และ SaaS ทั้งนี้ บริษัท PT. SUNPRIMA NUSANTARA PEMBIAYAAN (“Sunprima”) ซึ่งเป็นลูกค้ารายแรกของ Lamp ในอินโดนีเซีย เลือกเราเป็นพันธมิตรทางธุรกิจและได้ตัดสินใจติดตั้ง Lamp ในรูปแบบ SaaS

“ISID มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันธุรกิจ Lamp ของเราให้ก้าวต่อไปในอินโดนีเซีย เนื่องจากเราเล็งเห็นแล้วว่าอินโดนีเซียมีตลาด Multi Finance ที่เติบโตคึกคักที่สุดในบรรดาประเทศอาเซียน นอกจากบริษัทลีสซิ่งและบริษัทจัดหาเงินทุนของญี่ปุ่นแล้ว เราพร้อมที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้กับบริษัทอินโดนีเซียด้วยการผนึกกำลัง กับ Indocyber และด้วยฟังก์ชันการใช้งานของ Lamp ที่ปรับให้เข้ากับความต้องการในประเทศ” นายฟุกุยามะ รองประธานบริหารของ ISID กล่าว

Mr. Bharat Ongso ซีอีโอของ Indocyber กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการนำเอาประสบการณ์และโซลูชันของ ISID มารวมเข้ากับประสบการณ์ที่เราได้สั่งสมมาในอินโดนีเซีย จะช่วยสร้างมูลค่าและก่อใ ห้เกิดผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกค้าของเรา”

PT. Indocyber Global Technology (Indocyber)
Indocyber เป็นบริษัทไอทีของอินโดนีเซียที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ธุรกิจหลักของบริษัทคือการให้บริการทางเทคนิค บริการให้คำปรึกษา โซลูชันไอทีที่พัฒนาขึ้นเองเพื่อให้บริการบริษัทด้าน Multi Finance เป็นหลัก เช่นเดียวกับบริษัทโลจิสติกและค้าปลีก Indocyber มีสำนักงาน 6 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงที่สุราบายาและบันดุง บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2001 และมีพนักงานประมาณ 250 คน
http://www.indocyber.co.id/

* ที่มา: Indonesian Commercial Newsletter No.12 “Market Intelligence Report on Multifinance industry in Indonesia 2014” (Published by PT Data Consult, ISSN 0853-2086)

ข้อมูลอ้างอิง

ผลิตภัณฑ์ Lamp
“Lamp (Leasing & Finance Advanced Management Portal)” เป็นโซลูชันเบ็ดเสร็จสำหรับธุรกิจลีสซิ่งและการเงิน ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท ISI-Dentsu Shanghai Co., Ltd. และครอบคลุมฟังก์ชันการใช้งานพื้นฐานต่างๆ ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการลูกค้า การบริหารจัดการสัญญา การจัดการบัญชีลูกหนี้และการชำระหนี้ และการจัดการการชำระเงิน
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://www.isid.com/cn/lamp/

ข้อมูล ISID โดยสังเขป

ชื่อบริษัท:		Information Services International-Dentsu, Ltd. (ISID)
ผู้แทน:		Setsuo Kamai, President, CEO & COO
สำนักงานใหญ่: 	2-17-1, Konan, Minato-ku, Tokyo, 108-0075 Japan
เว็บไซต์:		http://www.isid.co.jp/english/
ปีที่ก่อตั้ง:		1975
เงินลงทุน:		8,180.5 ล้านเยน
พนักงาน (รวม) 	2,502 (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2015)
ยอดขาย (รวม) 	78,276 ล้านเยน (ปีงบการเงินสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2015)
ธุรกิจหลัก: 	ISID ให้บริการอย่างครบวงจร ตั้งแต่บริการให้คำปรึกษาไปจนถึงการวางแผนระบบ การออกแบบ 
		การพัฒนา การปฏิบัติการและการซ่อมบำรุง ISID มีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็น 
		"ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมโซลูชันไอที" และดำเนินธุรกิจเชิงรุกในหลายสาขา ซึ่งรวมถึงโซลูชันสำหรับ
		สถาบันการเงิน โซลูชันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โซลูชันการบัญชีแบบรวมศูนย์และการจัดการกลุ่ม HRM
		ERP การตลาด และบริการบนคลาวด์

หมายเหตุ: ชื่อบริษัทและผลิตภัณฑ์ในข่าวเผยแพร่ฉบับนี้เป็นเครื่องหมายการค้าหรือ เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัทแต่ละแห่ง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือ ได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ:
[สอบถามนอกญี่ปุ่น]
PT. ISID INDONESIA
Dicky Widjaja
โทร: +62-21-2953-0778
อีเมล: dicky.widjaja@isidsea.com
หรือ
[สอบถามภายในญี่ปุ่น]
ISID
Tetsuo Iida / Yu Tajika
Global Business Deployment Division
โทร: +81 3-6713-6120
อีเมล: g-globalbiz@group.isid.co.jp

ผลสำรวจล่าสุดเผย ผู้บริโภคมีสิทธิเลือกรูปแบบการดำเนินชีวิตมากขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–28 ม.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– สมาชิกของ Consumer Goods Forum รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติตาม Health & Wellness Resolutions & Commitments ขณะที่อุตสาหกรรมยอมรับว่ายังต้องดำเนินการมากกว่านี้

Consumer Goods Forum (CGF) เผยแพร่ผลสำรวจประจำปี 2558 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดความก้าวหน้าของสมาชิกเครือข่ายในการนำ Health & Wellness Resolutions and Commitments ไปไปปฏิบัติ ซึ่งผลสำรวจแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในด้านสำคัญๆหลายด้าน แต่ขณะเดียวกัน สมาชิกก็ยอมรับอย่างเปิดเผยด้วยว่า ต้องมีการดำเนินการมากกว่านี้เพื่อผลักดันอำนาจรวมของอุตสาหกรรมสินค้าผู้บริโภค ทั้งนี้ ผลสำรวจและรายงานดังกล่าวได้รับการพัฒนาร่วมกับDeloitte

 Consumer Goods Forum Logo / The Consumer Goods Forum (PRNewsFoto/The Consumer Goods Forum)

The Consumer Goods Forum (PRNewsFoto/The Consumer Goods Forum)

     (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20151201/292056LOGO )

การสำรวจซึ่งจัดทำเป็นปีที่ 3 และเป็นการสำรวจระดับโลกเพียงรายเดียวที่ครอบคลุมทั้งผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้าบริโภค เผยให้เห็นว่า ในปี 2558:

– 95% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้จัดทำนโยบายและโครงการตามมติ Health & Wellness Resolutions ของ CGF อย่างน้อย 1 ข้อ จากมติจำนวน 3 ข้อ ขณะที่อีก74% จัดทำนโยบายและโครงการตามมติทั้ง 3 ข้อ;

– โครงการด้านสุขภาพของอุตสาหกรรมได้ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ต่างๆถึง 84,000 รายการ ผลักดันการมีส่วนร่วมของพนักงาน 2.3 ล้านคน และทำงานร่วมกับชุมชนกว่า 5,000 ชุมชนทั่วโลก;

– สำหรับ Health & Wellness Commitments จำนวน 4 ข้อ พบว่า:  

— 49% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้สื่อสารนโยบายด้านโภชนาการและสูตรผลิตภัณฑ์อย่างเปิดเผย

— 55% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้ดำเนินโครงการด้านสุขภาพสำหรับพนักงาน

— 43% ของผู้ตอบแบบสอบถามรายงานว่า พวกเขาปฏิบัติตามคำมั่นว่าด้วยการติดฉลากผลิตภัณฑ์และข้อมูลผู้บริโภค

— 49% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เกี่ยวข้องรายงานว่า พวกเขาให้การสนับสนุนอย่างเปิดเผยต่อความมุ่งมั่นในการหยุดโฆษณาที่พุ่งเป้าไปที่เด็ก

The Resolutions and Commitments ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการของ CGF ในปี 2554 และ 2557 ตามลำดับ โดยมุ่งเน้นไปที่ขอบเขตเฉพาะที่ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตสามารถทำงานร่วมกันได้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกอาหารและรูปแบบการดำเนินชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีได้อย่างมีข้อมูลเพียงพอ ทั้งนี้ Commitments จำนวน 2 ข้อ ซึ่งว่าด้วยการมีสุขภาพที่ดีของพนักงาน และสูตรผลิตภัณฑ์และโภชนาการ จะเห็นผลภายในสิ้นปีนี้ และจะมีบทบาทสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมาย

Paul Bulcke ซีอีโอของ Nestle และ Dick Boer ซีอีโอของ Ahold ในฐานะผู้ร่วมสนับสนุน Health & Wellness Pillar ของ CGF กล่าวว่า “จากการดำเนินงานร่วมกันของเราในด้าน Health & Wellness ทำให้ในขณะนี้มีการดำเนินการเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคทั่วทุกภูมิภาคมีอำนาจในการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล อย่างไรก็ตาม เรายังมีอะไรที่ต้องทำอีกมาก ซึ่งปี 2559 นี้จะเป็นปีสำคัญสำหรับสมาชิกของ CGF ในการปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมที่อุตสาหกรรมกำหนดขึ้นเอง เราจะต้องยกระดับความพยายามและเชิญชวนบริษัทจำนวนมากขึ้นให้มาร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าหมายของเรา ผู้ซื้อ ผู้บริโภค และลูกจ้างต่างคาดหวังให้เรามีบทบาทเป็นผู้นำในการจุดประกายการรับประทานอาหารและการดำเนินชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น และเราจะยังคงรายงานความก้าวหน้าของเราต่อไป”    

ดาวน์โหลดรายงานความก้าวหน้าประจำปี 2559

เกี่ยวกับ Consumer Goods Forum

The Consumer Goods Forum  (CGF) คือเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับโลกที่ยึดหลักความเสมอภาค บรรดาสมาชิกของเครือข่ายได้ร่วมกันผลักดันให้ทั่วโลกใช้หลักปฏิบัติและมาตรฐานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสินค้าผู้บริโภคทั่วโลก สมาชิกเหล่านี้ประกอบด้วยซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทค้าปลีก ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และอื่นๆ กว่า 400 แห่งจาก 70 ประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายของอุตสาหกรรมทั้งในด้านภูมิศาสตร์ ขนาด ประเภทสินค้า และรูปแบบธุรกิจ บริษัทสมาชิกมียอดขายรวมกัน 2.5 ล้านล้านยูโร มีการจ้างพนักงานโดยตรงรวมกันเกือบ 10 ล้านคน และมีลูกจ้างที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่มูลค่าอีก 90ล้านคน ทั้งนี้ CGF กำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริหารที่ประกอบด้วยซีอีโอจากบริษัทผู้ผลิตและบริษัทค้าปลีก 50 ราย

ที่มา: The Consumer Goods Forum

Drawbridge จับมือ Miaozhen รุกให้บริการ Connected Consumer Graph แบบข้ามอุปกรณ์ในจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซาน มาเทโอแคลิฟอร์เนีย–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/ อินโฟเควสท์

          – Drawbridge และ Miaozhen ร่วมยกระดับขีดความสามารถในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภค การวัดผล และการกำหนดคุณลักษณะบนอุปกรณ์ที่หลากหลายในจีน

          Drawbridge บริษัทชั้นนำด้านการจัดการอัตลักษณ์ระบบดิจิตอลแบบไม่ระบุตัวตน และ Miaozhen Systems บริษัทชั้นแนวหน้าด้านเทคโนโลยีการตลาดข้อมูลบุคคลที่สามของจีน ประกาศเป็นหุ้นส่วนแต่เพียงผู้เดียว โดยที่ Miaozhen จะได้รับสิทธิในการใช้เทคโนโลยีของ Drawbridge เพื่อจัดทำกราฟที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษตามความต้องการเฉพาะ (custom graph) เพื่อให้บริการด้านการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบข้ามอุปกรณ์ การวัดผล และการกำหนดคุณลักษณะให้แก่กลุ่มลูกค้าในธุรกิจสุขภาพและวิทยาศาสตร์ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลตนเอง รถยนต์ เทคโนโลยี และธุรกิจอื่นๆ การเป็นหุ้นส่วนครั้งนี้จะผนวกรวมอุปกรณ์ตั้งโต๊ะและอุปกรณ์เคลื่อนที่จำนวน 1.5 พันล้านเครื่อง ที่ติดตั้ง Connected Consumer Graph (TM) ของ Drawbridge รวมถึงอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องจักร เพื่อให้บริการโซลูชั่นอัตลักษณ์ข้ามอุปกรณ์แบบไม่ระบุตัวตนในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่

 

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160127/0861600867-a

           “เป้าหมายของเราคือก้าวสู่การเป็นมาตรฐานสากลในด้านอัตลักษณ์ดิจิตอล และการรุกเข้าจีนโดยมี Miaozhen เป็นพันธมิตรของเราคือย่างก้าวอันยิ่งใหญ่ในการเปิดทางให้บรรดาแบรนด์ เอเจนซี่ และนักการตลาดดิจิตอลจากทุกๆที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแบบส่วนตัวได้อย่างแท้จริง” Kamakshi Sivaramakrishnan ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง  Drawbridge กล่าว “เราตื่นเต้นมากที่ได้นำ Connected Consumer Graph เข้าสู่ตลาดโฆษณาขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก ร่วมกับบริษัทชั้นนำในตลาดนี้”

 

          “การตัดสินใจเป็นหุ้นส่วนกับ Drawbridge เพื่อให้บริการ Connected Consumer Graph แก่นักการตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่นั้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเราในการขับเคลื่อนข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นที่สุด ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่”  Wu Minghui ซีอีโอ ประธานและผู้ก่อตั้ง Miaozhen Systems กล่าว “เราภาคภูมิใจที่ได้มอบโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวให้กับลูกค้าในการใช้ข้อมูลข้ามอุปกรณ์สำหรับการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การวัดผล และกำหนดคุณลักษณะในจีน”

 กราฟแบบ Connected Consumer Graph ของ Drawbridge พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีความน่าจะเป็น โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะสังเกตรูปแบบการเข้าถึงของผู้ใช้ ลักษณะทางประชากรศาสตร์ ความสนใจในด้านต่างๆ และข้อมูลอื่นๆ เพื่อคาดการณ์เกี่ยวกับผู้บริโภคและอุปกรณ์ของผู้บริโภค Drawbridge ได้จับตาความเคลื่อนไหวกว่า 5 หมื่นล้านครั้งต่อวัน เพื่อสร้าง Connected Consumer Graph ของบริษัท

          จากนี้ไป บรรดาพันธมิตรหลายรายอย่าง Miaozhen จะสามารถใช้งานกราฟที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการบนระบบพื้นฐานของบริษัท รวมทั้งการใช้งานข้อมูลผู้รับสารที่ได้รับอนุญาตแล้ว และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่กำหนดไว้ ตัวเลือกกราฟแบบเฉพาะช่วยยกระดับอัลกอริธึมที่เชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ของ Drawbridge เพื่อสร้างกราฟที่มีขอบเขตกว้างและปรับเปลี่ยนได้ ขณะเดียวกันก็เอื้อต่อการเก็บข้อมูลของหุ้นส่วนที่เป็นความลับ และสามารถแยกออกมาจาก Connected Consumer Graph แบบมาตรฐานของ Drawbridge ได้

          Miaozhen Systems มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการทำตลาดองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล โดยอ้างอิงตามข้อมูลปรนัย (objective data) และโซลูชั่นเทคโนโลยีนวัตกรรม Miaozhen Marketing Cloud  โซลูชั่นบิ๊กดาต้าของบริษัท จะสามารถช่วยนักโฆษณา เอเจนซี่ และผู้เผยแพร่โฆษณาออนไลน์ วัดผลและปรับการลงทุนในสื่อออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงวางกรอบและกำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน โดยแบรนด์ระดับโลกชั้นนำ เช่น Procter & Gamble, Microsoft, Volkswagen, L’Oreal, Coca-Cola, Xiaomi, Huawei, Yili และ Haier ต่างใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของ Miaozhen Systems ด้วยเช่นกัน

          เกี่ยวกับ Drawbridge

          Drawbridge เป็นบริษัทชั้นนำด้านอัตลักษณ์ข้ามอุปกรณ์แบบไม่ระบุตัวตน ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานของวิธีการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคของแบรนด์ Connected Consumer Graph ของ Drawbridge ครอบคลุมผู้บริโภคกว่า 1 พันล้านคนจากอุปกรณ์ต่างๆ กว่า 3 พันล้านเครื่อง ซึ่งได้รับการยืนยันจาก Nielsen เมื่อไม่นานนี้ว่ามีความแม่นยำถึง 97.3% แบรนด์ต่างๆ สามารถร่วมงานกับ Drawbridge ได้ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ การรับใบอนุญาตใช้ Drawbridge Connected Consumer Graph สำหรับการประยุกต์ใช้งานข้อมูลข้ามอุปกรณ์ การบริหารจัดการแคมเปญโฆษณาข้ามอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ด้วยแพลตฟอร์ม Drawbridge Cross-Device Platform หรือการร่วมมือกับ Drawbridge ในการจัดแคมเปญข้ามอุปกรณ์ สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ที่ซิลิคอน วัลเลย์ และได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก Sequoia Capital, Kleiner Perkins Caufield and Byers และ Northgate Capital อีกทั้งยังรั้งอันดับบริษัทโฆษณาและการตลาดที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก และครองอันดับ 6 จากการจัดอันดับบริษัทประจำปี 2558 โดย Inc. 5000 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.drawbridge.com

          เกี่ยวกับ Miaozhen Systems

          Miaozhen Systems เป็นบริษัทแนวหน้าด้านเทคโนโลยีการทำตลาดบุคคลที่สามของจีน ซึ่งมุ่งยกระดับการทำตลาดระดับองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอ้างอิงตามข้อมูลปรนัย (objective data) และโซลูชั่นเทคโนโลยีนวัตกรรม  Miaozhen Systems ก่อตั้งขึ้นในปี 2549 โดยมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง และสำนักงานสาขาต่างๆ ในเซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เยียนไถ สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา

          Miaozhen Systems ให้บริการ Miaozhen Marketing Cloud ซึ่งเป็นโซลูชั่นการตลาดดิจิตอลครบวงจร ที่ผสมผสานการติดตามผลการโฆษณา การใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ มุมมองเชิงลึก DMP ระบบจัดการการซื้อโฆษณาออนไลน์ และระบบการตลาดอัตโนมัติ เพื่อช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนให้ลูกค้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเช้าชม www.miaozhen.com

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160127/0861600867-a