มหกรรม Windoor Expo 2016 เตรียมเปิดฉากวันที่ 8-10 มีนาคม ณ เมืองกว่างโจว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว, จีน–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– นวัตกรรมและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกระแสหลักของงานจัดแสดงระดับแนวหน้าแห่งวงการอุตสาหกรรมหน้าต่าง ประตู และผนังของจีนในปีนี้

Windoor Expo คือมหกรรมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ประตู หน้าต่าง และผนังแห่งแรกในจีน ซึ่งจัดโดยบริษัท Citiexpo โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดธุรกิจใหม่และสร้างความร่วมมือใหม่ๆในอุตสาหกรรมมาเป็นเวลากว่า 22 ปี สำหรับงานประจำปี 2016 นี้จะจัดขึ้นในวันที่ 8-10 มีนาคม ณ Poly World Trade Center ในเมืองกว่างโจว ประเทศจีน

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160127/0861600831

มหกรรม Windoor Expo 2016 จะจัดแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นล่าสุดเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์และเครื่องมือที่นำมาใช้กับหน้าต่างและประตู กรอบอาคาร อลูมิเนียมโปรไฟล์ และซิลิโคนที่ใช้สำหรับงานโครงสร้าง โดยบริษัทจากเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย เบลเยียม ฮ่องกง ลิกเตนสไตน์ มาเลเซีย โปแลนด์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน

ปัจจุบันแนวโน้มที่สำคัญๆ กำลังเกิดขึ้นในจีน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น โดยอาศัยเทคโนโลยีเปี่ยมนวัตกรรม ฟังก์ชั้นการใช้งานใหม่ หรือระบบแบบบูรณาการ ผสานไปกับความสะดวกสบาย ทั้งนี้ ผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 550 รายและแบรนด์ จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในระหว่างมหกรรม Windoor Expo ครั้งนี้ด้วย โดยจะมีการนำเสนอโซลูชั่นระดับนวัตกรรมและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอันโดดเด่นภายในงานรวมถึง:

– Interpon D Powders นำเสนอโดยบริษัท AkzoNobel

– Aluminum Alloy Opening Window Hardware โดย ASSA ABLOY/Shandong Guoqiang Hardware Technology Co., Ltd

– Ravenna Series Handle โดย Hoppe (Shanghai) Ltd

– Undercut Anchor For Interior Decoration โดย Fischer (Taicang) Fixings Co., Ltd

– Residential 70-series Folding Doors นำเสนอโดย Brio Windows & Doors System Co., Ltd

– Uralac(R)Easycure Powder Coating Resins โดย DSM (China) Limited

สามารถดูรายชื่อผู้จัดแสดงและรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.windoorexpo.com

การอบรมและการประชุม

เนื่องด้วยความสนใจในด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการพัฒนาอย่างยังยืนสำหรับแวดวงอาคารกำลังเพิ่มสูงขึ้นในจีน บริษัท Citiexpo จึงได้ร่วมกับบริษัท DGNB System ในการจัดฝึกอบรมให้แก่ DGNB Consultants ในวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2558 ในเมืองกว่างโจว โดยนายเฮลมุต เมเยอร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอาคารผสมผสานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจากเยอรมนี จะมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและแนวโน้มล่าสุดเกี่ยวกับอาคารที่มีความยั่งยืนในการประชุม Academic Exchange Conference ที่จัดขึ้นร่วมกับงาน Windoor Expo ในวันที่ 9 มีนาคม 2016

การจับคู่ธุรกิจ

การเข้าร่วมงานและเข้าร่วมกิจกรรมภายในงานนั้นไม่มีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดี ผู้ที่สนใจจะต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้างาน ผู้ซื้อที่ได้ทำการลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าก่อนวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2016 จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมรายการ Business Match Making Program ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการหาตำแหน่งของผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ผู้ซื้อสนใจ และจะช่วยจัดหาข้อมูลเกี่ยวกับซัพพลายเออร์ก่อนที่งานจะเริ่ม ตลอดจนจะทำการติดต่อประสานงานกับซัพพลายเออร์ที่ได้รับการคัดสรรผ่านการนัดหมายพบปะกันแบบตัวต่อตัว

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.windoorexpo.com/

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160127/0861600831

ไมค์ เคนเนวิค ซีอีโอ VoiceBox เตรียมบรรยายหัวข้อ ผู้ประกอบการสามารถกำหนดอนาคตของอินเทอร์เน็ตได้อย่างไร ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบลเลวิว, วอชิงตัน และสิงคโปร์–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ในฐานะที่เป็นวิทยากรคนสำคัญของงาน Scale Up Singapore ซึ่งจะจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ไมค์ เคนเนวิค ผู้บริหารมากประสบการณ์ จะอภิปรายถึงการผลักดันโอกาสต่างๆที่เกิดขึ้นในยุคที่อินเทอร์เน็ตคือทุกสิ่ง (Internet of Things) การบรรยายในหัวข้อ Opportunity Knocks: From IoT to Talking Things ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ 30 ปีของเขาในสายงานด้านเทคโนโลยี โดยเขาจะหยิบยก VoiceBox และการขยายธุรกิจในเอเชียมาเป็นกรณีศึกษา

VoiceBox เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีเสียงที่ได้รับการยอมรับ และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีภาษาธรรมชาติในตลาดยานยนต์ โดยมีการติดตั้งบนรถยนต์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงภูมิภาคเอเชีย บริษัทมีสำนักงานในโตเกียวและไทเป และอยู่ในระหว่างการจัดตั้งสำนักงานในสิงคโปร์และปักกิ่ง

“นอกเหนือจากความสัมพันธ์ด้านการค้าแล้ว เรายังจะลงทุนในส่วนของการสร้างศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยี ตามแผนริเริ่มการวิจัยและการพัฒนาเชิงรุกของเรา” นายเคนเนวิคกล่าว “ขณะที่ประสบการณ์ล่าสุดของเราในตลาดระดับโลกอย่างสิงคโปร์ก็ได้รับผลสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง”

VoiceBox ซึ่งมีทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับการจัดอันดับโดย IEEE ให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก กำลังมุ่งความสนใจไปที่เทคโนโลยีต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง โดยล่าสุดบริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Advisory Board) ซึ่งจะประกอบไปด้วยนักวิทยาศาสตร์วิจัยที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก

มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ติดอันดับมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของโลกอย่างสม่ำเสมอ และได้รับการพิจารณาว่าเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของเอเชีย โดยทางมหาวิทยาลัยได้ให้การส่งเสริมนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการอย่างจริงจัง

เกี่ยวกับ VoiceBox Technologies Corporation

VoiceBox ให้บริการอย่างครบวงจรสำหรับบริษัทต่างๆ ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ปฏิบัติการด้วยเสียง โดยนำเสนอเทคโนโลยีรู้จำเสียงพูดอัตโนมัติ (ASR) เทคโนโลยี NLU เทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (TTS) พร้อมด้วยบริการด้านข้อมูล การทดสอบ และการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ บริษัทได้รับรางวัลCES Best in Show ร่วมกับพันธมิตรหลายรางวัล VoiceBox ได้รับการติดตั้งในรถยนต์และผลิตภัณฑ์ของโตโยต้า เฟียต ดอดจ์ ไครสเลอร์ มาเซราติ เรโนลต์ มาสด้า ซูบารุ และทอม-ทอม ใน 23 ภาษา ทั่ว 3 ทวีป ซึ่งล้วนขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเสียงของ VoiceBox ที่ได้รับรางวัลและได้รับการคุ้มครองโดยสิทธิบัตรกว่า 30 รายการ บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเบลเลวิว มลรัฐวอชิงตัน และมีสำนักงานอยู่ที่ลอสแอนเจลิส มิวนิก เนเธอร์แลนด์ และโตเกียว ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://www.voicebox.com/technology/

การพบกันของสองไอคอน: บล็อกเกอร์สาวคนดัง “เชียร่า เฟอร์ราญี่” ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเตอร์คนใหม่ของแพนทีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาดริด–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – แพนทีน เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด “เชียร่า เฟอร์ราญี่” (Chiara Ferragni)” สไตล์ไอคอนแห่งโลกดิจิตอล

          แพนทีน เลือก เชียร่า เฟอร์ราญี่ บล็อกเกอร์ชื่อดังและแฟชั่นไอคอนตัวแม่ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่

 Pantene Chiara Ferragni / Pantene has recruited top digital fashion icon and international trendsetter Chiara Ferragni as its new global brand ambassador. (PRNewsFoto/Pantene)

Pantene has recruited top digital fashion icon and international trendsetter Chiara Ferragni as its new global brand ambassador. (PRNewsFoto/Pantene)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160126/326081 )

          เชียร่า เฟอร์ราญี่ คือบล็อกเกอร์สาวที่สร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ในโลกแห่งสไตล์อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยจำนวนผู้ติดตามอินสตาแกรมมากกว่า 5 ล้านคน ความร่วมมือกับแพนทีนจึงถือเป็นการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นของเธอสู่โลกแห่งความงาม เชียร่า สาวผู้ก่อตั้งเว็บไซต์แฟชั่น TheBlondeSalad.com ขึ้นในปี 2552 คือโฉมหน้าและตัวแทนเส้นผมคนใหม่ของแพนทีน ซึ่งเป็นสุดยอดเคล็ดลับความงามของเธอ

          เชียร่าพูดถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ฉันหมกมุ่นกับผมตัวเองมากเลย ฉันคิดเสมอว่าเมื่อผมฉันสวย ฉันก็จะรู้สึกและดูสวยขึ้น แล้วก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย ตอนฉันเป็นวัยรุ่น ฉันชื่นชอบโฆษณาเก๋ๆ ของแพนทีนมาก และเมื่อฉันเริ่มเดินทางไปที่ต่างๆ บ่อยๆ ฉันไว้ใจให้แพนทีนดูแลเส้นผมของฉัน ฉันจึงรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของแพนทีน เพราะผมสวยสุขภาพดีช่วยให้ฉันรู้สึกและดูสวยและแข็งแกร่งมากขึ้น”

          สาวอิตาเลียนผู้มีชื่อเสียงในโลกแฟชั่นคนนี้เชื่อว่า เส้นผมทำให้ลุคโดยรวมของเธอเจิดจรัสยิ่งขึ้น โดยกล่าวว่า “เส้นผมเป็นมากกว่าแค่ส่วนประกอบ มันช่วยสร้างและเติมเต็มลุคของฉัน การที่เส้นผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้นั้นทำให้ฉันมั่นใจ และตอนนี้ฉันสามารถพลิกฟื้นสุขภาพผมได้จริงๆ เพื่อรักษาเส้นผมให้สวยงามไปตลอด”

          ด้านลายาล อัมมาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์ของแพนทีน แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งแฟชั่นไอคอนแห่งโลกดิจิตอลขึ้นเป็นตัวแทนแบรนด์ระดับโลกว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ประกาศความร่วมมือระหว่างแฟชั่นไอคอนระดับแนวหน้าของโลกและแบรนด์ดูแลเส้นผมอันดับ 1 ของโลก เชียร่าคือแบบอย่างของผู้หญิงยุคใหม่ที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีความต้องการใส่ใจดูแลเส้นผมสูงมาก เธอเปลี่ยนทรงผมอยู่เสมอเพื่อโพสต์ลงอินสตาแกรมทุกวัน แต่ผมของเธอก็ยังสวยสมบูรณ์แบบ แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ เพราะเชียร่าเลือกแพนทีน แบรนด์ที่เธอชื่นชอบ และเธอใช้แพนทีนมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น”

          ติดตามเชียร่าทางอินสตาแกรมได้ที่ http://www.instagram.com/chiaraferragni และบล็อกของเธอ http://www.theblondesalad.com

          ที่มา: แพนทีน

Henley & Partners เปิดตัวหนังสือคู่มือการวางแผนเรื่องสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนในต่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Henly & Partners ประกาศเปิดตัวหนังสือคู่มือเกี่ยวกับการวางแผนเรื่องสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นคู่มือที่มีความสำคัญ

          Henly & Partners ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านการวางแผนเกี่ยวกับสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนได้ประกาศเปิดตัวคู่มือ Global Residence and Citizenship Handbook ฉบับที่ 5 ซึ่งคู่มือเล่มนี้มีความสำคัญสำหรับกลุ่มผู้มีฐานะและที่ปรึกษาของกลุ่มผู้มีฐานะ เช่น บริษัทกฎหมาย ที่ปรึกษาด้านภาษี ธนาคารเอกชน และสำนักงานครอบครัว ซึ่งมีความสนใจในเรื่องสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนในต่างประเทศ

 Henley and Partners Logo / Henley & Partners (PRNewsFoto/Henley & Partners)

Henley & Partners (PRNewsFoto/Henley & Partners)

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160122/324963LOGO )

          ชีวิตความเป็นอยู่ส่วนบุคคล และการทำธุรกิจในระดับสากล รวมทั้งทางเลือกที่ 2 หรือแม้กระทั่งที่อยู่อาศัยแห่งที่ 3 หรือการเป็นพลเรือนที่ 3 ตลอดจนเสรีภาพที่พ่วงมาด้วยนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่พัฒนาไปแบบโลกาภิวัฒน์ ประเทศต่างๆเองก็มองหาวิธีการใหม่ๆที่จะส่งเสริมการเติบโต และพุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ในการนำเสนอที่อยู่อาศัยและสถานะการเป็นพลเรือนให้แก่นักลงทุนกันมากขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งการลงทุนทางเศรษฐกิจ

          ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Henley & Partners มีความโดดเด่นในฐานะที่เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เชี่ยวชาญในเรื่องการดำเนินการเฉพาะทาง โดยบริษัทได้เปิดตัวคู่มือฉบับที่ 5 เพื่อรับมือกับภูมิทัศน์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคู่มือดังกล่าวได้นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องในประเทศต่างๆที่ได้มีการรายงาน รวมทั้งเนื้อหาใหม่ๆเกี่ยวกับสถานที่อยู่อาศัยจากการลงทุนในประเทศออสเตรเลีย และ Guernsey, การเป็นพลเรือนจากการลงทุนในเกรนาด้า, ดัชนีข้อบังคับเรื่องวีซ่าที่ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมของ Henly & Partners และเนื้อหาชุดใหม่ของดัชนีโครงการที่อยู่อาศัยระดับโลก รวมทั้งดัชนีโครงการเป็นพลเรือนทั่วโลก

          คู่มือเล่มนี้ยังมีเนื้อหาครอบคลุมแง่มุมที่สำคัญทั้งหมด ทั้งเรื่องกฎระเบียบของที่อยู่อาศัย กฎหมายพลเรือน สถานะการเป็นพลเรือนแบบคู่ หนังสือเดินทาง และการเดินทางแบบปลอดวีซ่า การวางแผนด้านอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องในระดับสากลมากยิ่งขึ้นอีกมากมาย

          หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นโดยคริสเตียน เอช เคลิน นักกฎหมายชาวสวิส และประธานของ Henly & Partners และยังเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกและเจ้าหน้าที่ชั้นนำในด้านการวางแผนสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนในต่างประเทศ

          หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

          คู่มือโกลบอล เรซิเดนซ์ แอนด์ ซิติเซนชิป แฮนด์บุ๊ค วางจำหน่ายในรูปของสื่อสิ่งพิมพ์ที่ร้านหนังสือออนไลน์รายใหญ่ๆทุกแห่ง รวมถึง amazon.com และบาร์นส์ แอนด์ โนเบิล รวมทั้งจำหน่ายในรูปแบบอี-บุ๊ค ผ่านทางร้านจำหน่ายอีบุ๊คชั้นนำ รวมถึง amazon.com และ iTunes

    

          ISBN (Paperback): 978-0-9927818-5-9

          ISBN (Hardback): 978-3-9524052-7-7

          ISBN (eBook): 978-0-9927818-6-6

          สนนราคา 128 ดอลลาร์สหรัฐ/ 99 ยูโร / 79 ปอนด์

          ความยาว 566 หน้า

          เกี่ยวกับ Henley & Partners

          Henley & Partners เป็นผู้นำระดับโลกด้านการวางแผนเรื่องสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือน โดยในแต่ละปี บุคลและครอบครัวที่มีฐานะหลายร้อยราย รวมทั้งที่ปรึกษาต่างพึ่งพาความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านนี้

          แนวคิดเรื่องการวางแผนด้านสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนซึ่งจัดทำโดย Henley & Partners ในทศวรรษที่ 19 นั้น ในช่วงเวลาที่กระแสโลกาภิวัฒน์ได้แผ่ขยายออกไปนั้น สถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนได้กลายมาเป็นประเด็นที่น่าสนใจในกลุ่มผู้ประกอบการที่เดินทางไป-มาระหว่างประเทศรวมทั้งนักลงทุนที่ทำงานร่วมกับ Henly & Partners จำนวนมากขึ้น

          บริษัทยังได้บริหารจัดการแนวทางการให้คำแนะนำแก่รัฐบาล  [https://www.henleyglobal.com/countries-government-advisory ] และยังได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ โครงการเป็นพลเรือนต่างๆ ซึ่งสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้สูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์จนถึงปัจจุบัน

          http://www.henleyglobal.com

          แหล่งข่าว:  Source: Henley & Partners

การพบกันของสองไอคอน: บล็อกเกอร์สาวคนดัง “เชียร่า เฟอร์ราญี่” ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเตอร์คนใหม่ของแพนทีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาดริด–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – แพนทีน เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด “เชียร่า เฟอร์ราญี่” (Chiara Ferragni)” สไตล์ไอคอนแห่งโลกดิจิตอล

          แพนทีน เลือก เชียร่า เฟอร์ราญี่ บล็อกเกอร์ชื่อดังและแฟชั่นไอคอนตัวแม่ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่

Pantene Chiara Ferragni / Pantene has recruited top digital fashion icon and international trendsetter Chiara Ferragni as its new global brand ambassador. (PRNewsFoto/Pantene)

Pantene has recruited top digital fashion icon and international trendsetter Chiara Ferragni as its new global brand ambassador. (PRNewsFoto/Pantene)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160126/326081 )

          เชียร่า เฟอร์ราญี่ คือบล็อกเกอร์สาวที่สร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ในโลกแห่งสไตล์อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยจำนวนผู้ติดตามอินสตาแกรมมากกว่า 5 ล้านคน ความร่วมมือกับแพนทีนจึงถือเป็นการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นของเธอสู่โลกแห่งความงาม เชียร่า สาวผู้ก่อตั้งเว็บไซต์แฟชั่น TheBlondeSalad.com ขึ้นในปี 2552 คือโฉมหน้าและตัวแทนเส้นผมคนใหม่ของแพนทีน ซึ่งเป็นสุดยอดเคล็ดลับความงามของเธอ

          เชียร่าพูดถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ฉันหมกมุ่นกับผมตัวเองมากเลย ฉันคิดเสมอว่าเมื่อผมฉันสวย ฉันก็จะรู้สึกและดูสวยขึ้น แล้วก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย ตอนฉันเป็นวัยรุ่น ฉันชื่นชอบโฆษณาเก๋ๆ ของแพนทีนมาก และเมื่อฉันเริ่มเดินทางไปที่ต่างๆ บ่อยๆ ฉันไว้ใจให้แพนทีนดูแลเส้นผมของฉัน ฉันจึงรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของแพนทีน เพราะผมสวยสุขภาพดีช่วยให้ฉันรู้สึกและดูสวยและแข็งแกร่งมากขึ้น”

          สาวอิตาเลียนผู้มีชื่อเสียงในโลกแฟชั่นคนนี้เชื่อว่า เส้นผมทำให้ลุคโดยรวมของเธอเจิดจรัสยิ่งขึ้น โดยกล่าวว่า “เส้นผมเป็นมากกว่าแค่ส่วนประกอบ มันช่วยสร้างและเติมเต็มลุคของฉัน การที่เส้นผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้นั้นทำให้ฉันมั่นใจ และตอนนี้ฉันสามารถพลิกฟื้นสุขภาพผมได้จริงๆ เพื่อรักษาเส้นผมให้สวยงามไปตลอด”

          ด้านลายาล อัมมาร์ ผู้อำนวยการแบรนด์ของแพนทีน แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งแฟชั่นไอคอนแห่งโลกดิจิตอลขึ้นเป็นตัวแทนแบรนด์ระดับโลกว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ประกาศความร่วมมือครั้งนี้ระหว่างแฟชั่นไอคอนแนวหน้าและแบรนด์ดูแลเส้นผมอันดับ 1 ของโลก เมื่อเรารู้ว่าแพนทีนเป็นแบรนด์โปรดของเชียร่า เราคิดว่าความร่วมมือนี้จะเป็นอีกก้าวต่อไปของเราแน่นอน สำหรับแพนทีน เราเชื่อในการทำสิ่งที่แตกต่าง และการที่เชียร่าได้สร้างกลุ่มผู้ติดตามและมีอิทธิพลอย่างมหาศาลบนโลกออนไลน์ เป็นผลมาจากความคิดและตัวตนที่แท้จริงของเธอ มุมมองเกี่ยวกับความงามและสไตล์ของเธอดึงดูดความสนใจจากการที่เราสามารถเข้าถึงและจุดประกายแรงบันดาลใจ ถ้าพูดกันทั้งหมดแล้ว เธอคือไอคอนในยุคของเราอย่างแท้จริง”

          ด้านลายาล อัมมาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์ของแพนทีน แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งแฟชั่นไอคอนแห่งโลกดิจิตอลขึ้นเป็นตัวแทนแบรนด์ระดับโลกว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ประกาศความร่วมมือระหว่างแฟชั่นไอคอนระดับแนวหน้าของโลกและแบรนด์ดูแลเส้นผมอันดับ 1 ของโลก เชียร่าคือแบบอย่างของผู้หญิงยุคใหม่ที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีความต้องการใส่ใจดูแลเส้นผมสูงมาก เธอเปลี่ยนทรงผมอยู่เสมอเพื่อโพสต์ลงอินสตาแกรมทุกวัน แต่ผมของเธอก็ยังสวยสมบูรณ์แบบ แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ เพราะเชียร่าเลือกแพนทีน แบรนด์ที่เธอชื่นชอบ และเธอใช้แพนทีนมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น”

          ติดตามเชียร่าทางอินสตาแกรมได้ที่ http://www.instagram.com/chiaraferragni และบล็อกของเธอ http://www.theblondesalad.com

          ที่มา: แพนทีน

NEC เสริมแกร่งธุรกิจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วยการเปิด Cyber Security Factory ในสิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์ และ ญี่ปุ่น–27 ม.ค.–เบอร์นามา-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (NEC Corporation)(NEC; TSE: 6701) ประกาศเปิดตัว Cyber Security Factory ในสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ โดยการโรงงานดังกล่าวจะช่วยเสริมผลงานระดับโลกให้แก่ศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย

          เมื่อปี 2557 เอ็นอีซี ได้จัดตั้ง Cyber Security Factory สาขาแรกที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยการทำหน้าที่เป็นหน่วยงานพิเศษซึ่งมุ่งเน้นการตอบโต้การคุกคามและการโจมตีทางไซเบอร์ โดยได้ให้บริการหลากหลายรูปแบบแก่กลุ่มลูกค้าในญี่ปุ่น อันประกอบด้วย บริการสอดส่องติดตามเครือข่ายและเว็บไซต์แบบมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง บริการพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของมัลแวร์และที่มาของการรั่วไหลของข้อมูล รวมถึงการบริการฝึกอบรมแบบเป็นทีมเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่พนักงานรักษาความปลอดภัยระดับมืออาชีพ

          Cyber Security Factory สาขาใหม่ในสิงคโปร์จะทำงานร่วมกับหน่วยปฏิบัติการด้านการรักษาความปลอดภัยของเอ็นอีซี ซึ่งกระจายอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ทั่วโลกซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้บริการเครือข่ายที่เชื่อมต่อระหว่างกัน และแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับภัยคุกคามด้านไซเบอร์ รวมทั้งบริการด้านการรักษาความปลอดภัยแก่ลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกๆวัน

          เอ็นอีซีทำงานร่วมกับรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อเสริมความพร้อมให้กับประเทศในการต่อกรกับการคุกคามทางไซเบอร์ครั้งล่าสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอ็นอีซี และคณะกรรมการพัฒนาเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสิงคโปร์(EDB) ได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการติดตามและฝึกอบรมตามยุทธศาสตร์(STRAT) เพื่อเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้านไอทีไซเบอร์รุ่นใหม่ชาวสิงคโปร์

          “อุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ต้องก้าวหน้าและมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อผลักดันการวิจัยและการพัฒนาคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการการคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ การจัดตั้ง Cyber Security Factory บ่งชี้ว่า บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก อย่างเอ็นอีซีผนวกรวมศักยภาพขั้นสูงของบริษัทเข้ากับเหล่าผู้มีประสบการณ์ในสิงคโปร์ไว้ได้อย่างไร โรงงานต่างๆ เช่น Cyber Security Factory  จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถจัดการกับความท้าทายด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ดียิ่งขึ้น เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นแรงบันดาลใจให้บริษัทต่างๆทำเช่นเดียวกัน เพื่อพัฒนาภาพรวมของความปลอดภัยทางไซเบอร์” เดวิด โค ผู้บริหาร Cyber Security Agency สิงคโปร์ ซึ่งเป็นแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมในงานเปิดตัว Cyber Security Factory เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ในสิงคโปร์ กล่าว   

          “การเปิดตัว Cyber Security Factory ในสิงคโปร์เป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับเอ็นอีซี เราร่วมมือกับลูกค้าคุ้มกันความปลอดภัยของระบบข้อมูล และเราเป็นหน่วยงานแรกในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจจะส่งผลเสียอย่างรุนแรง การสูญเสียข้อมูลส่วนตัว รวมทั้ง ข้อมูล และ/หรือ รายได้ โรงงานดังกล่าวเปิดตัวได้ถูกจังหวะกับชุดโซลูชั่นความปลอดภัยสาธารณะของเราที่รัฐบาลและบริษัทต่างๆเลือกใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่พลเมืองและทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเมืองและสังคมที่ปลอดภัยมากกว่าเดิม” ทาน บุน ชิน กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายความปลอดภัยระดับโลก เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น กล่าว

          (*) http://sg.nec.com/en_AP/press/201409/ap_20140924_03.html

 

          เกี่ยวกับเอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น

          บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้นำด้านการบูรณาการเทคโนโลยีเครือข่ายและไอทีเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้แก่ภาคธุรกิจและผู้คนทั่วโลก เอ็นอีซี นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นซึ่งเกิดจากการผสมผสานประสบการณ์และทรัพยากรจากทั่วโลกของบริษัท ส่งผลให้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าของเอ็นอีซีสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้ เอ็นอีซีได้ใช้ความชำนาญกว่า 100 ปีในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ผู้คน ธุรกิจ และสังคม พัฒนาก้าวหน้าต่อไป  สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nec.com

          เอ็นอีซี กรุ๊ป ดำเนินงานตามแผนการบริหารจัดการระยะกลาง โดยชู “โซลูชั่นเพื่อสังคม” เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย ความมั่นคง ประสิทธิภาพ และความเท่าเทียมกันทางสังคม เอ็นอีซียึดวิสัยทัศน์ “Orchestrating a brighter world” ด้วยเป้าหมายที่จะเข้าไปช่วยรับมือกับความท้าทายหลากหลายด้านและสร้างคุณค่าทางสังคมแบบใหม่เพื่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nec.com/en/global/about/ solutionsforsociety/message.html

          เอ็นอีซีเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ สงวนลิขสิทธิ์ ส่วนเครื่องหมายของสินค้าและบริการอื่นๆ ที่ระบุไว้ ณ ที่นี้ เป็นเครื่องหมายการค้าของผู้ที่เป็นเจ้าของสินค้าและบริการนั้นๆ (C)2016 NEC Corporation

 

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

          NEC Asia Pacific

          ชื่อ : Masako Hirano

          โทร   : +65 6379 2570 / +65 9018 6652

          อีเมล : M-hirano@nec.com.sg

          

          ชื่อ  : Adeline Sim

          โทร   : +65 6379 2571 / +65 9615 7590

          อีเมล : adeline_sim@nec.com.sg

 

          แหล่งข่าว : NEC ASIA PACIFIC

ผลวิเคราะห์ครั้งใหม่เผย SIR-Spheres(R) Y-90 resin microspheres มอบผลการรักษาที่คล้ายคลึงกันแม้ผู้ป่วยมีอายุต่างกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซิดนีย์–27 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์-เฟิร์สคอลล์/อินโฟเควสท์

          การวิเคราะห์กลุ่มย่อยโดยใช้ข้อมูลจากการวิจัย MORE ที่มีผู้ป่วยเข้าร่วม 606 คน ได้เผยให้เห็นถึงผลลัพธ์ในการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย (mCRC) ไปยังตับ ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป

          Sirtex รายงานว่า ผลการวิเคราะห์ครั้งใหม่โดยใช้ข้อมูลจากการวิจัย MORE ในกลุ่มผู้ป่วยโรค mCRC จำนวน 606 รายที่ได้รับการรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ในศูนย์การแพทย์ 11 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการเผยแพร่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาทางวารสาร Clinical Colorectal Cancer สามารถพิสูจน์ได้ว่า อายุของผู้ป่วยไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับการรักษาด้วย SIR-Spheres(R) Y-90 resin microspheres

Sirtex Logo / Sirtex Logo

Sirtex Logo

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150119/724485 )

          “ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการวิจัย MORE พิสูจน์ได้ว่า อายุเพียงอย่างเดียวไม่สมควรนำมาเป็นปัจจัยกีดกันผู้ป่วยออกจากการพิจารณาหรือการรักษาด้วย SIR-Spheres(R) Y-90 resin microspheres” นพ.แอนดรูว์ เอส เคนเนดี หัวหน้าคณะวิจัย และผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งสถาบัน Sarah Cannon Research Institute กล่าว “เนื่องจากผู้ป่วยโรค mCRC สูงวัยมักได้รับการรักษาด้วยยาที่ออกฤทธิ์น้อยกว่า ดังนั้น การควบคุมเนื้องอกภายในตับด้วยเทคนิครังสีบำบัดภายในเฉพาะจุด หรือเรียกอีกอย่างว่าการอุดเส้นเลือดด้วยสารกัมมันตรังสี (radioembolisation) อาจเป็นผลดีต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้ เราจะเดินหน้าทำการวิจัยในด้านนี้ต่อไป เพื่อเสาะหาวิธีการรักษาที่ได้ผลมากที่สุดสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ พร้อมยกระดับผลลัพธ์ในการรักษาด้วยเช่นกัน”

          การวิเคราะห์ข้อมูลจากการวิจัย MORE ได้แบ่งผู้ป่วย 606 รายออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกประกอบด้วยผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 70 ปี ณ เวลาที่รักษาจำนวน 446 ราย ส่วนอีกกลุ่มคือผู้ป่วยที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปจำนวน 160 ราย นอกจากนี้ คณะนักวิจัยยังได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลแยกเป็นพิเศษสำหรับผู้ป่วยอายุ 75 ปีขึ้นไปจำนวน 90 ราย โดยอายุเฉลี่ยสำหรับกลุ่มแรก กลุ่มที่สอง และกลุ่มพิเศษนี้อยู่ที่ 55.9 +/- 9.4 ปี, 77.2 +/- 4.8 ปี และ 80.2 +/- 3.8 ปีตามลำดับ ซึ่งทางคณะนักวิจัยพบว่า แม้ว่าผู้ป่วยจะมีอายุต่างกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีความคล้ายคลึงกัน

          อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยกลุ่มที่สอง (อายุ 70 ปีขึ้นไป) มีแนวโน้มมากกว่า (P < 0.001) ในการเผชิญกับการแพร่กระจายไปยังตับซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับเนื้องอกปฐมภูมิ (metachronous tumour) หรือต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาเนื้องอกปฐมภูมิ (P = 0.009) ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวยังมีแนวโน้มได้รับเคมีบำบัดน้อยกว่า (P = 0.036) หรือไม่เคยได้รับเคมีบำบัดเลย (P < 0.001) และหลังการวินิจฉัยโรคก็ต้องรอนานกว่าจะได้รับการอุดเส้นเลือดด้วยสารกัมมันตรังสี (P = 0.011) นอกจากนี้ ผู้ป่วยสูงวัยมักไม่ค่อยได้รับการอุดเส้นเลือดด้วยสารกัมมันตรังสีมากกว่าหนึ่งครั้ง

          สำหรับสถิติการอยู่รอดโดยรวมนั้นไม่ต่างกันมากนัก (P = 0.335) ระหว่างกลุ่มที่มีอายุมากกว่า (9.3 เดือน) กับกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า (9.7 เดือน) และยังไม่พบความแตกต่างที่มีความเกี่ยวข้องกับอายุในแง่ของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ (P = 0.433) ซึ่งรวมถึงอาการไม่พึงประสงค์ที่มีความรุนแรงกว่า หรือระดับ 3+ (P = 0.482) ภายในระยะเวลา 90 วันของการรักษา และเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่มีอายุมากกว่ามีอาการข้างเคียงในทางเดินอาหารน้อยครั้งกว่าผู้ป่วยกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า

          นอกจากนั้นยังพบข้อมูลที่มีความคล้ายคลึงกันจากการเปรียบเทียบระหว่างผู้ป่วยกลุ่มพิเศษที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป กับกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 75 ปี โดยอัตราการอยู่รอดโดยรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 9.3 เดือน เทียบกับ 9.6 เดือน (P = 0.987) ตามลำดับ และไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญไม่ว่าจะเป็นอาการไม่พึงประสงค์ระดับ 3+ (P = 0.398) หรืออาการไม่พึงประสงค์ระดับอื่นๆ (P = 0.158) ภายในระยะเวลา 90 วันของการรักษา

          เกี่ยวกับ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres

          SIR-Spheres Y-90 resin microspheres เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในขั้นตอนการทำรังสีร่วมรักษาที่เรียกว่าการนำรังสีเข้าสู่ร่างกายเฉพาะจุด (SIRT) หรืออีกชื่อหนึ่งคือการอุดเส้นเลือดด้วยสารกัมมันตรังสี อันเป็นการฉายรังสีปริมาณสูงโดยตรงไปที่เนื้องอกในตับ โดยใช้อนุภาคเรซินเคลือบสารกัมมันตรังสี Y-90 หลายสิบล้านอนุภาค ซึ่งแต่ละอนุภาคมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ แพทย์ด้านรังสีร่วมรักษาจะฉีดอนุภาคเรซินเหล่านี้ หรือที่เรียกว่า microspheres เข้าไปในหลอดเลือดแดงเฮปาติกผ่านทางสายสวนที่ถูกสอดทางหลอดเลือดแดงโคนขาผ่านการกรีดบริเวณขาหนีบ หลังจากนั้น SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ก็จะฝังตัวอยู่ในเส้นเลือดฝอยรอบๆเนื้องอกในตับ และแผ่รังสีเบตาระยะสั้นที่มีความเข้มสูง (เฉลี่ย 2.5 มม. สูงสุด 11 มม.) ไปยังเนื้องอกในตับ โดยไม่สร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อดีในตับ ขณะที่ค่าความถ่วงจำเพาะระดับต่ำของ Y-90 resin microspheres ส่งผลให้เลือดสามารถส่งกัมมันตภาพรังสีไหลเวียนได้อย่างทั่วถึงทั้งในและรอบๆเนื้องอกในตับ

          SIR-Spheres microspheres ผ่านการรับรองสำหรับการนำไปใช้ในออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา (FDA PMA) สหภาพยุโรป (CE Mark) อาร์เจนตินา (ANMAT) สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี และอีกหลายๆประเทศในเอเชีย เช่น อินเดีย สิงคโปร์ และฮ่องกง นอกจากนั้นยังมีการจัดส่ง SIR-Spheres microspheres ไปอีกหลายประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ มาเลเซีย ไทย ไต้หวัน และอิสราเอล

          SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ผ่านการรับรองในสหรัฐเพื่อใช้ในการรักษามะเร็งตับที่ลุกลามจากมะเร็งลำไส้ใหญ่และผ่าตัดเฉือนเนื้อร้ายไม่ได้ ร่วมกับการทำเคมีบำบัดหลอดเลือดในตับโดยใช้ floxuridine นอกจากนั้นยังมีการนำไปใช้เพื่อรักษามะเร็งตับชนิดที่ผ่าตัดไม่ได้ในออสเตรเลีย สหภาพยุโรป อาร์เจนตินา บราซิล และอีกหลายประเทศในเอเชีย เช่น อินเดียและสิงคโปร์

          เกี่ยวกับ Sirtex

          Sirtex Medical Limited (ASX: SRX) เป็นธุรกิจเฮลธ์แคร์สัญชาติออสเตรเลียระดับแนวหน้าของโลก ที่มุ่งยกระดับการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผลิตภัณฑ์เด่นของบริษัทคือรังสีบำบัดเฉพาะจุดสำหรับรักษามะเร็งตับที่มีชื่อว่า SIR-Spheres Y-90 resin microspheres โดยมีการส่งมอบไปแล้วราว 55,000 โดส เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งตับในศูนย์การแพทย์กว่า 900 แห่ง ในกว่า 30 ประเทศ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ http://www.sirtex.com 

          SIR-Spheres(R) เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Sirtex SIR-Spheres Pty Ltd

          เกี่ยวกับ Sarah Cannon Research Institute

Sarah Cannon Research Institute เป็นหน่วยวิจัยในสังกัดของ Sarah Cannon ซึ่งเป็นสถาบันด้านโรคมะเร็งระดับโลกในเครือ HCA ทางองค์กรมีความมุ่งมั่นในการยกระดับการรักษาผู้ป่วย จนก้าวขึ้นเป็นองค์กรวิจัยทางคลินิกชั้นแนวหน้าของโลก ซึ่งดำเนินการทดลองทางคลินิกเพื่อชุมชนผ่านหน่วยงานในเครือ ซึ่งมีเครือข่ายแพทย์กว่า 1,000 คนทั่วสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร Sarah Cannon ได้นำร่องการทดลองทางคลินิกเป็นครั้งแรกในมนุษย์มาแล้วราว 200 การทดลองนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 ในบรรดาการทดลองทางคลินิกเพื่อรักษาโรคมะเร็งที่ได้รับการรับรองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น เกือบ 80% จากทั้งหมดเป็นการทดลองที่มี Sarah Cannon เป็นผู้นำ นอกจากนี้ Sarah Cannon ยังให้บริการด้านการจัดการ การขึ้นทะเบียนยา และบริการสนับสนุนด้านการวิจัยสำหรับผู้อุปถัมภ์อุตสาหกรรมและส่งเสริมการพัฒนาตัวยา ตลอดจนศูนย์วิจัยที่มีบทบาทสำคัญ ผ่านองค์กรวิจัยที่ทำสัญญาร่วมกัน สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ sarahcannon.com

          อ้างอิง: Kennedy AS, Ball DS, Cohen SJ et al .  Safety and efficacy of radioembolization in elderly (? 70 years) and younger patients with unresectable liver-dominant colorectal cancer. Clinical Colorectal Cancer 2015 Nov 2; ePub doi: 10.1016/j.clcc.2015.09.001.

          200-EUA-0116

          ที่มา: Sirtex Medical Limited

“Boredom or Love till the Very End” นวนิยายเรื่องใหม่เพื่อชีวิตรักที่ยืนยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

รีกา, ลัตเวีย–27 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ปัจจุบัน คู่แต่งงานมากถึงครึ่งหนึ่งปิดฉากชีวิตคู่ด้วยการหย่าร้าง และเรื่องเซ็กซ์มักถูกอ้างว่าเป็นสาเหตุหลัก ดังที่ระบุไว้ในการวิจัยซึ่งจัดทำขึ้นในฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

          http://www.multivu.com/players/uk/7710151-boredom-or-love-till-the-very-end/ 

Andrey Rider / Boredom or Love till the Very End: A Novel and a Recipe for Keeping Love Ablaze (PRNewsFoto/Valento Projects SA)

Boredom or Love till the Very End: A Novel and a Recipe for Keeping Love Ablaze (PRNewsFoto/Valento Projects SA)

          (ภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160125/325704 )

          หลายคนเกิดคำถามว่า ปัญหานี้มีทางออกหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วความรักยืนยาวเพียง 3 ปี และจบลงโดยที่เราไม่สามารถทำอะไรได้ นักเขียนนวนิยาย “อังเดรย์ ไรเดอร์” เชื่อว่าปัญหานี้มีทางออก นั่นคือ การจุดไฟรักให้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

          นวนิยายเรื่องใหม่ของไรเดอร์อย่าง “Boredom or Love till the Very End” บอกเล่าเรื่องราวที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตคนเรา นั่นคือ ความสัมพันธ์ทางเพศของคู่แต่งงาน พร้อมกับแสดงให้เห็นว่าเซ็กซ์ช่วยรักษาความสัมพันธ์ได้อย่างไร และเราควรจัดการกับความไม่ซื่อสัตย์ของคู่ครองอย่างไร หนังสือที่ตรงไปตรงมาและแสนเร้าใจเล่มนี้จะนำเสนอเคล็ดลับในการรักษาความสัมพันธ์ อันเป็นความท้าทายที่คู่แท้ส่วนใหญ่ต่างเคยผ่านมาแล้วทั้งนั้น หนังสือเล่มนี้น่าสนใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะสำหรับสาวๆที่อยากให้คนรักมีเธอเพียงคนเดียว

          ตัวละครหลักของนวนิยายเรื่องนี้คือ “ดาเรีย” ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง แต่แล้วชีวิตรักของเธอเองกลับจืดจางลงอย่างรวดเร็ว แต่เธอไม่ยอมแพ้และลงมือแก้ปัญหาโดยไม่รู้เลยว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร

          หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น โดยสามารถสั่งซื้ออีบุ๊กเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษารัสเซียได้จากร้านค้าออนไลน์ที่เว็บไซต์andreyrider.com

          เกี่ยวกับผู้แต่ง

          อังเดรย์เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องความสัมพันธ์ของคู่รักมาอย่างยาวนาน นอกเหนือจากการแต่งนวนิยายแล้ว เขายังพัฒนาวิธีการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก ซึ่งตลอดระยะเวลา 8 ปีมีคู่รักหลายหมื่นคู่ที่ได้ประโยชน์จากวิธีการดังกล่าว

          ผลงานอื่นๆ ของผู้เขียน

          – Looking Through the Curtains หนังสือรวมเรื่องพร้อมภาพประกอบ

          – Antidepressant นวนิยายขนาดสั้นเกี่ยวกับผู้หญิงและเสรีภาพทางเพศ

          – FANTY เกมสำหรับผู้ใหญ่ มอบมุมมองใหม่ๆและสลัดความน่าเบื่อหน่ายออกจากชีวิตรัก

          – แคตตาล็อก 600 ภาพประกอบ

          – Keyhole Secrets เกมสวมบทบาทสุดเย้ายวน 200 เกม มากที่สุดในโลก 

          ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอังเดรย์ ไรเดอร์ ได้ที่ andreyrider.com

          ติดต่อ: info@andreyrider.com 

          ที่มา: Valento Projects SA

ผู้นำสมาคมพุทธศาสนาเรียกร้องทั่วโลกเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมปกป้องผู้ลี้ภัยและผู้ด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว—26 ม.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          ในวันที่ 26 มกราคม ไดซาขุ อิเคดะ ประธานสมาคมพุทธศาสนาโซคา งักไก อินเตอร์เนชั่นแนล หรือเอสจีไอ (Soka Gakkai International: SGI) ได้เผยแพร่ข้อเสนอเพื่อสันติภาพประจำปี 2559 ในหัวข้อ “ทั่วโลกร่วมใจเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์: หนทางอันยิ่งใหญ่สู่สันติภาพ” เพื่อเรียกร้องให้มีการยกระดับความพยายามในการตอบสนองความต้องการของผู้ด้อยโอกาส ซึ่งครอบคลุมถึงผู้พลัดถิ่นอันเป็นผลจากความขัดแย้งในซีเรียและพื้นที่อื่นๆ รวมถึงผู้พลัดถิ่นอันเป็นผลมาจากภัยธรรมชาติ

          ท่านอิเคดะน้อมรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ฉบับใหม่ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีผู้ใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยท่านอิเคดะได้ให้การยกย่องวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2573 ที่ชูประเด็นการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของผู้พลัดถิ่นและผู้ลี้ภัยทั่วโลก

          ประธานเอสจีไอได้เรียกร้องให้มุ่งเน้นในเรื่องของการคุ้มครองเด็กๆที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง พร้อมทั้งให้การสนับสนุนด้านการศึกษา ตลอดจนให้การสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ประเทศที่เปิดรับผู้ลี้ภัยความรุนแรงเป็นจำนวนมาก

          ท่านอิเคดะเน้นย้ำว่า การหันหน้าพูดคุยกันเป็นกุญแจสำคัญที่จะก่อให้เกิดความเห็นอกเห็นใจกันอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยกล่าวว่า “วิกฤตด้านมนุษยธรรมนั้นเหมือนการประชดประชันตรงที่ว่า ยิ่งผู้เคราะห์ร้ายเผชิญชะตากรรมเลวร้ายเท่าใด ก็ยิ่งถูกเพิกเฉยมากขึ้นเท่านั้น” ท่านอิเคดะเรียกร้องให้เรารับฟังเสียงของผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงให้ความสำคัญต่อศักดิ์ศรีและศักยภาพที่มีมาแต่กำเนิด แทนที่จะมองเพียงสถานการณ์อันเลวร้ายเท่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ตลอดจน “สร้างแผนที่โลกในใจเราขึ้นใหม่” นอกจากนี้ ท่านอิเคดะยังเน้นย้ำว่าการให้ความรู้ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือสำคัญในการขจัดการเหยียดเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติ

          ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอิเคดะยังเรียกร้องให้จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีร่วมมือกันลดมลพิษทางอากาศ จัดการกับปัญหาฝุ่นละอองและพายุทราย รวมทั้งเดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายของแต่ละประเทศตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงกรุงปารีส เนื่องจากทั้งสามประเทศปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึงหนึ่งในสามของโลก

          ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาค และสร้าง “มิตรภาพอันล้ำค่าสำหรับอนาคต” นอกจากนั้นท่านอิเคดะยังเน้นย้ำว่า หากเมืองใหญ่ทั่วโลกที่ปล่อยคาร์บอนเป็นสัดส่วนรวมกันมากถึง 75% เริ่มลงมือจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแล้ว ผู้คนในเมืองนั้นๆก็จะรู้สึกอยากมีส่วนร่วมด้วย

          ท่านอิเคดะยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความรู้และการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ผู้คนมีการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อจัดการกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดังที่ท่านซึเนซาบุโระ มากิงูจิ ผู้ก่อตั้งโซคา งักไก เรียกว่าเป็น “ความกล้าที่จะแก้ปัญหา”

          ในเรื่องของการปลดอาวุธนั้น ท่านอิเคดะได้เรียกร้องให้ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม G7 ซึ่งจะประชุมร่วมกันที่เมืองฮิโรชิมาในเดือนเมษายนนี้ เดินหน้าหารือถึงผลกระทบด้านมนุษยธรรมอันเป็นผลมาจากอาวุธนิวเคลียร์ เช่นเดียวกับการไม่แพร่ขยายอาวุธและการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ สืบเนื่องจากการที่เกาหลีเหนือได้ทดสอบนิวเคลียร์เมื่อไม่นานมานี้

          ท่านอิเคดะยังเรียกร้องให้มีการกวดขันกฎข้อบังคับด้านการซื้อขายอาวุธทั่วไป รวมถึงอาวุธขนาดเล็ก ที่อาจถูกใช้เป็นอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง พร้อมเสนอให้มีการยกระดับสนธิสัญญาการค้าอาวุธที่เพิ่งบังคับใช้เมื่อไม่นานมานี้

          ท่านอิเคดะยังเผยให้เห็นความขัดแย้งที่ว่า ความตั้งใจในการบรรลุเป้าหมายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของเพื่อนมนุษย์ เช่น SDG กลับถูกบั่นทอนด้วยการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยเน้นย้ำว่าการแลกเปลี่ยนอาวุธนิวเคลียร์แม้เพียง “น้อยนิด” ก็อาจทำให้ “ความพยายามทั้งหมดของมนุษยชาติในการแก้ไขปัญหาทั่วโลกไร้ความหมายทันที”

          ท่านอิเคดะเรียกร้องประเทศที่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (CTBT) ให้ดำเนินการทันที เพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ พร้อมยื่นข้อเสนอให้กับคณะทำงานที่ทางสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้จัดตั้งขึ้น เพื่อกำหนดมาตรการทางกฎหมายที่เป็นรูปธรรมในการยับยั้งอาวุธนิวเคลียร์

          นอกจากนี้ ท่านอิเคดะยังกล่าวถึงความคืบหน้าต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการที่กว่า 120 ประเทศได้ให้คำปฏิญาณด้านมนุษยธรรม อันเป็นพันธสัญญาเพื่อ “ประณาม ยังยั้ง และกำจัดอาวุธนิวเคลียร์” เช่นเดียวกับการที่ภาคประชาสังคมได้ร่วมเรียกร้องให้มีการปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยท่านอิเคดะได้กล่าวยกย่องการดำเนินงานขององค์กรและกลุ่มเยาวชนที่ทาง SGI ได้ให้การสนับสนุน เช่น การประชุมสุดยอดเยาวชนโลกเพื่อล้มเลิกนิวเคลียร์ ซึ่งจัดขึ้นที่ฮิโรชิมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2558

          ไดซาขุ อิเคดะ ได้เผยแพร่ข้อเสนอแก่ประชาคมโลกเพื่อแนะนำแนวทางในการรับมือกับความท้าทายระดับโลกทุกๆปี นับตั้งแต่ปี 2526 เป็นต้นมา ท่านเป็นทั้งนักพุทธปรัชญา นักประพันธ์ และนักสร้างสันติภาพ โดยได้ดำรงตำแหน่งประธานของสมาคมพุทธศาสนาโซคา งักไก อินเตอร์เนชั่นแนล (เอสจีไอ) มาตั้งแต่ปี 2518 ทั้งนี้ ข้อเสนอเพื่อสันติภาพประจำปีได้รับการเผยแพร่ในวันที่ 26 มกราคมของทุกปี เนื่องในวาระครบรอบการก่อตั้งเอสจีไอ รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.daisakuikeda.org

          แหล่งข่าว: โซคา งักไก อินเตอร์เนชั่นแนล

          ติดต่อ:

          โจแอน แอนเดอร์สัน

          ฝ่ายประชาสัมพันธ์

          โซคา งักไก อินเตอร์เนชั่นแนล

          โทร. +81-80-5957-4711

          แฟกซ์: +81-3-5360-9885

          อีเมล: anderson[at]soka.jp

G2A.COM เปิดตัวสกินของเกม Counter Strike: Global Offensive

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ, โปแลนด์, ลอนดอน และ ฮ่องกง–27 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            G2A ตลาดเกมดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ได้เพิ่มบริการให้ผู้ใช้สามารถซื้อขาย ครอบครอง และพูดคุยเกี่ยวกับลายเกม หรือ Game Skin และเปิดทางให้สกินมีบทบาทในการปรับตั้งค่าเกมเพื่อยกระดับความสนุกสนานให้แก่ผู้เล่น

 

G2A Skins / Trade Your CS:GO Skins on G2A! Choose From Our Item Galore! (PRNewsFoto/G2A.com)

Trade Your CS:GO Skins on G2A! Choose From Our Item Galore! (PRNewsFoto/G2A.com)

            (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160121/324812 )

            Dawid Rozek ผู้ร่วมก่อตั้งและซีเอ็มโอของ G2A กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งบริษัทเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งแขกที่มาร่วมงานได้แสดงความสนใจอย่างยิ่งที่อยากจะเห็นคลังสกินสำหรับเกมของพวกเขา เขาเสริมว่า เราจึงต้องตอบสนองความสนใจของคอเกมฮาร์ดคอร์เหล่านี้ที่ชื่นชอบความหลากหลาย สามารถอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: G2A.COM เปิดบ้านจัดปาร์ตี้วันเกิด G2A Winter Wonderland Party

            Game Skin คือลายที่สวมทับลักษณะภายนอกของวัตถุในเกมอย่างอาวุธหรือตัวละคร และเมื่อเปิดใช้แล้วมีผลในเกมทันที สกินมีอยู่ในเอฟเฟค ซึ่งเป็นกราฟฟิคที่ผ่านการปรับแต่งทำให้ตัวละครของผู้เล่นแตกต่างจากตัวละครอื่นในเกม เมื่อปี 2550 เกม Team Fortress 2 เปิดตัวไอเทมหมวกที่ควรค่าแก่การสะสม และต่อมาเข้าสู่ยุคเกม free 2 play ซึ่งมีเพียงสกินประเภท non-invasive (ใส่แล้วไม่มีความได้เปรียบในเกมนอกจากความสวยงาม เพื่อให้ผู้เล่นเท่าเทียมกัน) ปัจจุบัน เกมต่างๆ เช่น TF2, CS:GO, LoL ก็มีแบบแผนธุรกิจที่เปิดทางให้คอเกมสามารถสร้างสรรค์พัฒนาเกมอย่างไม่มีที่สิ้นสุดด้วยการใช้สกิน

            Dawid เปิดเผยว่า แม้สกินในเกมจะไม่มีผลต่อความสามารถในการเล่น แต่ก็ช่วยทำให้เห็นว่าเกมเมอร์คือผู้เล่นทีมีความทุ่มเท ทุ่มเทให้กับเกมและสนุกกับการปรับแต่งภาพลักษณ์ของตนเองในเกม

            G2A.COM ตอบสนองความต้องการสกินใน Counter Strike: Global Offensive เกมอีสปอร์ตซึ่งได้รับความนิยมสูงสุด ลูกค้าที่พึงพอใจหลายล้านคน ตลอดจนทีมและองค์กรอีสปอร์ตที่เก่งที่สุด อาทิ Virtus.PRO และ Natus Vincere ได้ร่วมงานกับ G2A เพื่อทำให้แน่ใจว่าคอเกมจะสนุกกับเกมในแนวทางและสไตล์พิเศษ ด้วยการตกแต่งเกมของพวกเขาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

            เข้าชมได้ที่: https://www.g2a.com/?g=15 

            ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.g2a.co/press

            ที่มา: G2A.com