PEZ PLAY: Austrian Cult Brand Goes Digital!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

TRAUN, Austria–25 Jan–PRNewswire/InfoQuest

– Cross reference: Picture is available at AP Images (http://www.apimages.com) –

A special innovation is taking the cult brand PEZ from Austria into the digital age in 2016. PEZ PLAY is making classic PEZ products an entertaining interactive experience on mobile phones and tablets, fun for kids and adult gamers alike. The free games are quickly downloaded using a code, and then the digital gaming experience can begin!

 PEZ Gabriele / Head of Marketing Gabriele Hofinger with the new PEZ dispenser "Angry Birds" (PRNewsFoto/PEZ International GmbH)

Head of Marketing Gabriele Hofinger with the new PEZ dispenser “Angry Birds” (PRNewsFoto/PEZ International GmbH)

     (Photo: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160122/325072 )

 PEZ Angry Birds / The new PEZ dispenser "Angry Birds" (PRNewsFoto/PEZ International GmbH)

The new PEZ dispenser “Angry Birds” (PRNewsFoto/PEZ International GmbH)

     (Photo: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160122/325074 )

PEZ PLAY is being unveiled at the exclusive Cologne International Sweets and Biscuits Fair in 2016. “By launching PEZ PLAY, PEZ has again proven how the brand remains contemporary,” comments Marketing Director Gabriele Hofinger, “The digital games have updated the cult brand for today, enhancing its appeal by linking one generation to the next. “

 

Angry Birds and Bricks Breaking

The first PEZ PLAY game to be marketed will be a PEZ Angry Birds mini game. As an exclusive partner of ROVIO, all PEZ Angry Birds dispensers will bear a ‘bird code’ from spring 2016 onwards – in the run-up to the movie – giving free access to the new PEZ game.

The next developmental step will be the release of a second app game in the second half of 2016: Bricks Breaking, in the iconic PEZ design. Additional free fun and educational games will be available for buyers of classic PEZ candies, providing more product benefits and entertainment for consumers.

The PEZ Group is a global enterprise. Japan and Australia are major markets for the company alongside Europe and the US. PEZ products are available in more than 80 countries. Annually about 70 million dispensers and 5 billion candies are manufactured. Worldwide 750 people are employed by PEZ.

Contact: Gabriele Hofinger, MBA, Head of Marketing & Licensing
E-mail: gh@pez.at Phone: +43(0)732-38999-610

Source: PEZ International GmbH

นอร์ทสตาร์ แต่งตั้งมาร์ค โรเจอร์ส ขึ้นแท่นรองประธานบริษัท พร้อมรุกขยายธุรกิจสู่ตะวันออกกลางและแอฟริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แฮมิลตัน,เบอร์มิวดา–25 ..–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

บริษัท นอร์ทสตาร์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส (เบอร์มิวดา) จำกัด มีความยินดีที่จะประกาศว่า มาร์ค โรเจอร์ส ได้รับการเลื่อนตำแหน่งสู่บทบาทที่มีความสำคัญยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทได้รุกขยายกิจการไปยังตะวันออกกลางและแอฟริกา

มาร์คเข้าร่วมงานกับนอร์ทสตาร์ในตำแหน่งผู้อำนวยการเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2558 ก่อนจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองประธานบริษัท ซึ่งในบทบาทใหม่นี้ เขาจะมีส่วนร่วมมากขึ้นในกิจกรรมทั่วโลกของบริษัท และจะเป็นหัวหอกสำคัญในการรุกขยายธุรกิจสู่ตะวันออกกลางและแอฟริกา โดยในขณะนี้ นอร์ทสตาร์กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการตั้งสำนักงานใหม่ในตะวันออกกลางและแอฟริกา ในย่านการเงิน DIFC ของดูไบ และในเร็วๆนี้จะมีการประกาศรายชื่อตัวแทนของบริษัทที่จะประจำอยู่ที่สำนักงานแห่งนี้

อเลฮานโดร โมเรโน หัวหน้าฝ่ายกระจายสินค้าของนอร์ทสตาร์ กล่าวว่า “ผมเคยทำงานกับมาร์คสมัยอยู่บริษัทอื่น ผมเลยตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับมาร์คอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง เขามีประสบการณ์โชกโชนและมีความสัมพันธ์อันดีกับคนในวงการทั่วโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลในขณะที่เรากำลังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายกิจการไปยังตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาซึ่งเรามีโอกาสเติบโตอย่างมาก และผมก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับมาร์คในภูมิภาคนี้”

มาร์ค โรเจอร์ส กล่าวว่า “ผมไม่สามารถปฏิเสธโอกาสในการรับบทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้นในบริษัทแห่งนี้ ซึ่งมีประวัติการดำเนินงานยาวนานกว่า 17 ปี พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและทีมงานมากประสบการณ์ นอร์ทสตาร์ เป็นบริษัทที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งทั่วโลก”

เกี่ยวกับนอร์ทสตาร์

 

บริษัท เนชั่นไวด์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส (เบอร์มิวดา) จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็นนอร์ทสตาร์ ในปี 2548 บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้านอกสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นยังนำเสนอแผนการลงทุนที่ยืดหยุ่นและอัตราดอกเบี้ยคงที่ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก ผลิตภัณฑ์อัตราดอกเบี้ยคงที่ของบริษัทนั้น มีอัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันกับเจ้าอื่นได้ และมีตัวเลือกเพิ่มเติมในการคุ้มครองเงินต้นด้วย ผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่นของนอร์ทสตาร์เอื้อให้นักลงทุนเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากผู้จัดการสินทรัพย์ชั้นนำที่คัดสรรมาอย่างดี โดยไม่เสียค่าโอนในการลงทุนแบบเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของนอร์ทสตาร์มีระบบป้องกันการแยกบัญชีให้แก่ลูกค้า สภาพคล่องที่เชื่อถือได้ และช่วงการทำสัญญาที่หลากหลายให้เลือก ตลอดจนสิทธิประโยชน์ของBermuda trust structure ที่ครอบคลุมความมั่นคงทางการเงิน ความเป็นส่วนตัว และความยืดหยุ่นในการถ่ายโอนความมั่งคั่ง ทั้งนี้ การประสานงานกับพันธมิตรมากมาย อาทิ ธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ส่งผลให้นอร์ทสตาร์มีลูกค้าในกว่า 100 ประเทศ

นอร์ทสตาร์ ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของ Bermuda Monetary Authority และดำเนินการในรูปแบบ Segregated Account Company

นอร์ทสตาร์มีความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุน ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้านอกสหรัฐอเมริกาบรรลุเป้าหมายทางการเงินตามที่ตั้งไว้ นอร์ทสตาร์นำเสนอแผนการลงทุนทั้งที่มีอัตราดอกเบี้ยผันแปรและอัตราดอกเบี้ยคงที่ภายใต้ Bermuda trust structure ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีจำหน่ายทั่วโลกผ่านเครือข่ายธนาคาร ดีลเลอร์ และตัวกลางทางการเงินต่างๆ แต่ไม่มีจำหน่ายให้แก่ชาวอเมริกัน ผู้ถือสัญชาติอเมริกัน หรือพลเมืองของเบอร์มิวดา

ที่อยู่: Northstar Financial Services (Bermuda) Ltd., Maxwell Roberts Building, 1 Church Street, Hamilton HM11, Bermuda

โทร. +1-441-296-1351, แฟ็กซ์: +1-441-296-1349, อีเมล: northstarbermuda@nfs.bm , เว็บไซต์: http://www.northstarfinancialservices.bm

ที่มา: Northstar

IBS Software เซ็นสัญญาจัดหาระบบบริการผู้โดยสารครบวงจรกับสายการบิน SunExpress

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อันทาเลีย, ตุรกี–22 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ผลิตภัณฑ์ของ IBS จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการจองตั๋วและจัดการที่นั่งผู้โดยสารให้แก่สายการบินในยุโรป

          IBS Software (IBS) ได้รับเลือกจาก SunExpress Airline ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง เตอร์กิช แอร์ไลน์ และ ลุฟท์ฮันซ่า ให้เป็นผู้จัดหาระบบการให้บริการผู้โดยสาร หรือ Passenger Services System (PSS) ภายใต้สัญญาระยะเวลาหลายปี ซึ่งลงนามอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้โดย จาอัน อัลเบรชท์ กรรมการผู้จัดการของSunExpress อาห์เม็ด คาลิสคาน รองกรรมการผู้จัดการของ SunExpress และ วีเค แมทธิวส์ ประธานบริหารของ IBS Group ในเมืองอันทาเลีย ประเทศตุรกี โดย IBSจะทำการติดตั้งและดำเนินการระบบ PSS ที่มีชื่อว่า iFly Res สำหรับการจัดการตั๋วเครื่องบิน สำรองที่นั่ง และการเช็คอินผู้โดยสารแบบครบวงจร แพลตฟอร์มของ IBSจะมาแทนระบบเดิมที่ใช้งานมานาน ซึ่งจะช่วยให้ SunExpress ได้เปิดรับช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ ทั้งจากธุรกิจเที่ยวบินตามตารางการบินปกติและการเช่าเหมาลำเครื่องบิน

 IBS Software Inks Multi-Year Contract With SunExpress / IBS Group Executive Chairman V K Mathews and SunExpress Managing Director Jaan Albrecht signing the contract

IBS Group Executive Chairman V K Mathews and SunExpress Managing Director Jaan Albrecht signing the contract

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160122/786851)

 IBS Software / IBS Software

IBS Software

For media enquiries, please contact Mathew Joshua at +91-471-6614363 or email: mathew.joshua@ibsplc.com. More information on IBS is available at http://www.ibsplc.com

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20121122/577929)

          ระบบ PSS รุ่นใหม่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการต่อเครื่องระหว่างสายการบิน (interline) และการใช้รหัสเที่ยวบินร่วมกัน (codeshare) ของ SunExpressได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ทางสายการบินยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มรายได้อย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากความยืดหยุ่นในการขายบริการเสริม การเปิดตัวบริการที่เป็นแหล่งรายได้ใหม่ๆออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น และการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเปลี่ยนขั้นตอนส่วนใหญ่ที่เป็นแบบแมนนวลไปเป็นระบบอัตโนมัติ

          นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การบินที่ระบบ PSS จะสามารถรองรับโปรแกรม New Distribution Capability (NDC) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยจัดการกับข้อจำกัดด้านการจัดจำหน่ายที่อุตสาหกรรมเผชิญอยู่ในปัจจุบันได้ NDC เป็นโปรแกรมสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เปิดตัวโดย IATA โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาและผลักดันการใช้มาตรฐานการส่งข้อมูลแบบ XML ในตลาดการบิน ทั้งนี้ ความสามารถดังกล่าวนี้จะเปิดทางให้ SunExpress สามารถจัดจำหน่ายได้แม้กระทั่งบริการเสริมที่ซับซ้อนแก่ตัวแทนและผู้ใช้ NDC รายอื่นๆ

          IBS ได้รับเงินลงทุนในรูปแบบ private equity จำนวน 170 ล้านดอลลาร์จาก Blackstone เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ทั่วโลก โดยมีบุคลากรมืออาชีพเกือบ 3,000 คนประจำสำนักงาน 9 แห่ง และนำเสนอผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ยุคใหม่มากมายให้กับสายการบินอันดับต้นๆของโลก ตลอดจนสนามบินที่มีผู้โดยสารคับคั่ง เรือสำราญระดับแนวหน้า ตัวแทนจำหน่ายด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่ และบริษัทน้ำมันและก๊าซชั้นนำ สายการบิน SunExpress ในตุรกี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SunExpress Deutschland ในแฟรงค์เฟิร์ต เยอรมนี ดำเนินธุรกิจเที่ยวบินทั้งแบบตามตารางบินและแบบเช่าเหมาลำ และให้บริการผู้โดยสารประมาณ 9 ล้านคนต่อปี ในมากกว่า 100 เมืองของตุรกีและเมืองส่วนใหญ่ในยุโรป ภูมิภาคทะเลแดง หมู่เกาะคานารี (สเปน) กรีซ ตูนิเซีย บัลแกเรีย และโอมาน

          จาอัน อัลเบรชท์ กรรมการผู้จัดการของ SunExpress กล่าวในพิธีลงนามว่า “เรามีการเติบโตที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และตามกลยุทธ์การเติบโตของเรานั้น เราจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนระบบการจองเพื่อยกระดับการปฏิบัติงานประจำวัน ผ่านการสร้างรายได้เพิ่มและส่งเสริมช่องทางจำหน่ายร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ เราจึงดีใจที่ได้ร่วมมือกับ IBS และตั้งตารอที่จะได้ใช้ขีดความสามารถของระบบใหม่อย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มรายได้ของเรา”

          “การเซ็นสัญญาในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากขั้นตอนการประเมินที่เข้มงวด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนใน iFlyRes และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อนำไปสู่ สายการบินดิจิทัลนั้นกำลังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ประวัติผลงานที่โดดเด่นของเราในการมอบมูลค่าแก่ลูกค้า รวมทั้งความเป็นมืออาชีพและคำมั่นสัญญาที่เรามีต่อพนักงาน ทำให้เราเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือในบรรดาผู้ให้บริการเปลี่ยนระบบที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรม ผมมุ่งหวังว่าความร่วมมือกับ SunExpress จะประสบความสำเร็จด้วยดี” วีเค แมทธิวส์ ประธานบริหารของ IBS Group กล่าว

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBS ได้ที่ http://www.ibsplc.com

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          Bratati Ghosh

          ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดของ IBS

          อีเมล: bratati.ghosh@ibsplc.com

          โทร: +1 470 363 6488

          แหล่งข่าว: IBS Software

เวียนนาทำสถิตินักท่องเที่ยวพักค้างคืนสูงสุด 6 ปีซ้อนในปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เวียนนา–25 ม.ค.พีอาร์นิวสไวร์/อินโฟเควสท์

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ดีที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกรุงเวียนนา ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวพักค้างคืนถึง 14.3 ล้าน เพิ่มขึ้น 5.9% จากปี 2557 และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่

รายการโยง: รับชมภาพได้ที่ AP Images (http://www.apimages.com) และ

http://www.presseportal.de/nr/106784

 Vienna / Vienna achieves 6th successive overnight record in 2015 (PRNewsFoto/Vienna Tourist Board)

Vienna achieves 6th successive overnight record in 2015 (PRNewsFoto/Vienna Tourist Board)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160121/324637 )

ในปี 2558 กรุงเวียนนาสามารถทำสถิติใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวพักค้างคืน 14.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.9% จากสถิติเดิมในปี 2557 สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักค้างคืนมีจำนวนทั้งสิ้น 6.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.1% โดยในช่วงเดือนธันวาคม 2557 ถึงเดือนธันวาคม 2558 ความจุของที่พักแรมในกรุงเวียนนาเพิ่มขึ้น2,840 เตียง เป็น 64,200 เตียง ขณะที่อัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นแตะ 72% (เทียบกับ 71% ในปี 2557) รายได้จากการขายห้องพักสุทธิโดยภาคธุรกิจบริการต้อนรับ ในระหว่างเดือนมกราคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้นในอัตราตัวเลขสองหลักที่ 15.5% สู่ระดับ 665.6 ล้านยูโร ประมาณ 82% ของผู้ที่พักค้างคืนในกรุงเวียนนาช่วงปี 2558 นั้นเป็นชาวต่างชาติ กลยุทธ์ของเราในการลดการพึ่งพาตลาดรายย่อย และมุ่งเป้าไปที่ตลาดที่มีอนาคตสดใสและมีการเติบโตจำเพาะนั้นประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ งานฉลองครบรอบ 150 ปีถนนวงแหวน Ringstrasse ถือเป็นถนนสู่ความสำเร็จของกรุงเวียนนาอย่างแท้จริง” นอร์เบิร์ท เคทเนอร์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวเวียนนา กล่าว โดยเป้าหมายของเขาในขณะนี้คือการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่พักค้างคืนเป็น 18 ล้านคนภายในปี 2563

สำหรับนักท่องเที่ยวจาก 10 ประเทศที่พักค้างคืนสูงสุดในเวียนนาประจำปี 2558 ได้แก่ เยอรมนี ซึ่งนำมาอีกครั้งด้วยจำนวน 2,783,000 (+5%) ตามมาด้วยออสเตรีย (2,617,000, +5%) สหรัฐอเมริกา (843,000, +13%) อิตาลี (750,000, + 8%) สหราชอาณาจักร (588,000, +18%) สเปน (437,000, +13%) สวิตเซอร์แลนด์ (435,000, +9%) รัสเซีย (408,000, -32%) ฝรั่งเศส (371,000, +2%) และญี่ปุ่น (286,000, -4%)

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจากจีนที่เข้าพักค้างคืนในกรุงเวียนนาก็ขยายตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง (285,000, +21%) เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาหรับในทวีปเอเชีย (198,000, +48%) เกาหลีใต้ (187,000, +19%) ออสเตรเลีย (164,000, +10%) ตุรกี (148,000, +15%) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (123,000, +45%)และอินเดีย (90,000, +39%)

www.vienna.info

ข้อมูลเพิ่มเติม:
Vienna Tourist Board

Isabella Rauter
โทร: +43-1-211-14-301
อีเมล: media.rel@vienna.info
http://www.vienna.info
http://b2b.vienna.info

ที่มา: Vienna Tourist Board

ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ สยายปีกครอบคลุม 100 ประเทศและดินแดน ปิดท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

แม็คลีน, รัฐเวอร์จิเนีย–(บิสิเนส ไวร์)–21 ม.ค. 2559

– บริษัทโรงแรมรายใหญ่ที่สุดในโลกมีการเปิดโรงแรมเกือบหนึ่งแห่งทุกวันในปี 2558 และยังคงเดินหน้าพัฒนาห้องพักมากที่สุดในอุตสาหกรรม

ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ (NYSE:HLT) ได้ขยายกิจการไปสู่ 100 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก โดยได้ปักธง Hilton แห่งล่าสุดที่โรงแรม The Hilton N’ Djamena ในประเทศชาด

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ Smart News Release ซึ่งประกอบด้วยสื่อมัลติมีเดียและข่าวฉบับเต็มได้ที่:
http://www.businesswire.com/news/home/20160120006606/en/

ในปี 2558 กลยุทธ์ของบริษัทได้มุ่งเน้นไปที่การเติบโตจากภายใน (Organic Growth) ซึ่งนำโดยแบรนด์เด่นและเป็นผ ู้นำตลาด 12 แบรนด์ ส่งผลให้ ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ยังคงเป็นบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและบริการต้อนรับระดับโลกที่ใหญ่ ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุด สำหรับความสำเร็จด้านอื่นๆ ประกอบด้วย:

– ทำสถิติเซ็นสัญญาพัฒนาห้องพักมากกว่า 100,000 ห้อง จากเดิมที่มีแผนพัฒนาอยู่แล้ว 275,000 ห้องทั่วโลกซึ่งมากที่สุดในอุตสาหกรรม โดยครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคิดเป็นเกือบ 20% ของห้องพักทั้งหมดที่กำลังก่อสร้างทั่วโลก
– มีจำนวนห้องพักรวม (Gross Room) เพิ่มขึ้นมากกว่า 50,000 ห้อง และมีห้องพักสุทธิ (Net Room) มากกว่า 43,000 ห้อง ซึ่งเพิ่มขึ้น 6.6% ในส่วนของโรงแรมที่บริหารโดยบริษัทและโรงแรมที่เป็นแฟรนไชส์
– ห้องพัก 14,500 ห้องถูกเปลี่ยนมาจากแบรนด์ของคู่แข่งและโรงแรมอิสระอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 30% ของห้องพักทั้งหมดที่เปิดให้บริการในปี 2558

นอกจากนี้ในปีที่ผ่ านมา ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ยังได้:

– สร้างงานใหม่กว่า 20,000 ตำแหน่งโดยประมาณ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดโรงแรมและรีสอร์ทที่บริหารโดยบริษัทและที่เป็นแฟรนไช ส์
– ต้อนรับลูกค้ากว่า 140 ล้านคนที่เข้ามาใช้บริการโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของ บริหาร และเป็นแฟรนไชส์ รวมถึงโรมแรมประเภทแบ่งเวลา

นับตั้งแต่ปี 2550 ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ได้ขยายธุรกิจเพิ่มกว่า 50% และประสบความสำเร็จในการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ 3 แบรนด์ ซึ่งมีห้องพักรวมกันเกือบ 60,000 ห้อง ทั้งที่เปิดหรืออยู่ในระหว่างการพัฒนาระยะต่างๆ ซึ่งกระตุ้นการเติบโตของบริษัท ทั้งนี้ เพื่อเป็นการนำเสนอทางเลือกให้แก่แขกผู้เข้าพักและเจ้าของโรงแรมมากยิ่งขึ้น ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ จะเปิดตัวแบรนด์ขนาดกลางในช่วงต่อไปของเดือนนี้ ซึ่งจะเสริมการเติบโตของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ

“การขยายกิจการเข้าสู่ประเทศที่ 100 คือบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของแ บรนด์ต่างๆของเรา ซึ่งส่งให้ ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ยังคงเป็นบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและบริการต้อนรับระดับโลกที่เติบโต เร็วที่สุด ด้วยห้องพักจำนวนมากที่สุด” คริสโตเฟอร์ เจ แนสเซตตา ประธานและซีอีโอ ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ กล่าว “เราพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะก้าวเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของบรรดาเจ้าของ โรงแรมด้วยการผลักดันผลตอบแทนที่ดีที่สุด ตลอดจนนำเสนอแบรนด์น่าสนใจที่ตอบสนองทุกความต้องการของแขกผู้เข้าพัก และสร้างสถานที่ทำงานที่ดีเยี่ยมสำหรับทีมงานของเรา”

ไฮไลท์ของภูมิภาคในปี 2558

– อเมริกา: ถือเป็นปีแห่งการทำลายสถิติสำหรับตลาดที่ใหญ่ที่สุดของฮิลตัน เวิลด์ไวด์ โดยบริษัทได้ลงนามอนุมัติแผนการพัฒนามากกว่า 500 สัญญา ซึ่งหมายความว่ามีการเซ็นสัญญามากกว่า 1 ฉบับต่อวัน และคิดเป็นห้องพักทั้งสิ้น 65,000 ห้อง นอกจากนี้ บริษัทยังรุกหน้าเข้าสู่ตลาดใหม่ๆในละตินอเมริกาและแคริบเบียน (ด้วยโรงแรม 100 แห่งที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน) ซึ่งรวมถึงอารูบา โบลิเวีย และกัวเตมาลา
&nb sp;      – ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา: ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ได้เปิดห้องพักกว่า 7,000 ห้องทั่วยุโรปในปี 2558 และยังเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ในแง่ของการทำสัญญาต่างๆ ซึ่งรวมถึงในบอตสวานาและอาร์เมเนีย
– เอเชียแปซิฟิก: ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ได้เปิดให้บริการห้องพักกว่า 5,000 ห้องในภูมิภาคนี้มาเป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน อีกทั้งมีการเติบโตที่สำคัญในแง่ของการกำหนดราคาห้องพัก ตั้งแต่โรงแรมหรูไปจนถึงโรงแรมราคาประหยัดที่ให้บริการแบบจำกัด ด้วยการรุกตลาดใหม่ๆของ Hilton Garden Inn, Hampton by Hilton, Embassy by Hilton และ Hilton Hotels & Resorts ในหลายประเทศ

ไฮไลท์ของแบรนด์ในปี 2558

แบรนด์หรูและโดดเด่นด้วยไลฟ์สไตล์

– Conrad Hotels & Resorts: มีโรงแรมภายใต้ชื่อแบรนด์นี้เปิดให้บริการเป็นจำนวนทั้งสิ้น 23 แห่ง โดยได้มีการเพิ่มจำนวนห้องพักอีกกว่า 900 ห้อ ง จากเดิมที่มีแผนพัฒนาอยู่แล้วกว่า 6,000 ห้อง ซึ่งรวมถึงโรงแรม Conrad Shenzhen ขนาด 300 ห้อง โรงแรม Conrad San Luis Potosi ขนาด 135 ห้อง และโรงแรม Conrad Chicago ขนาด 287 ห้อง นอกจากนี้ ทาง Conrad ยังได้มีการลงนามในข้อตกลงใหม่ 3 ฉบับในจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อต่อยอดเครือโรงแรม 11 แห่งที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และโรงแรม 5 แห่งที่ปัจจุบันเปิดให้บริการอยู่ในประเทศจีน
– Waldorf Astoria Hotels & Resorts: มีโรงแรมภายใต้ชื่อแบรนด์นี้เปิดให้บริการเป็นจำนวนทั้งสิ้น 25 แห่ง โดยมีแผนพัฒนาเพิ่มอีกกว่า 2,000 ห้อง นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงแรม Waldorf Astoria Beverly Hills ขนาด 170 ห้อง ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโรงแรม Beverly Hilton อันโด่งดัง
– Canopy by Hilton: แบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2557 นี้มีโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาหรือมีการลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงแล้ว ทั้งสิ้น 28 แห่ง โดยมีแผนเปิดตัวโรงแรมแห่งแรกของแบรนด์นี้ที่กรุงเรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด ์ ในไตรมาสสองของปี 2559

แบรนด์บริการเต็มรูปแบบ

– Hilton Hotels & Resorts: แบรนด์ Hilton Hotels & Resorts เป็นเจ้าของห้องพักกว่า 55,000 ห้อง จนส่งผลให้ทางแบรนด์มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนามากที่สุดเมื่อเทียบกับ แบรนด์ระดับสูงรายอื่นๆของโลก โดยสองในสามของโครงการเหล่านี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
– Curio – A Collection by Hilton: นับตั้งแต่ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อ 18 เดือนที่ผ่านมา ทางแบรนด์ก็ได้เติบโตอย่างรวดเร็วจนมีโรงแรมในเครือมากถึง 84 แห่ง คิดเป็นห้องพักกว่า 17,000 ห้องที่ปัจจุบันเปิดให้บริการหรืออยู่ในระยะต่างๆของการพัฒนาในกว่า 20 ประเทศ
– DoubleTree by Hilton: แบรนด์นี้ได้เปิดให้บริการโรงแรมทั้งสิ้น 45 แห่ง อีกทั้งได้เพิ่มห้องพักอีกเกือบ 14,000 ห้องในโครงการพัฒนา โดยเกือบ 80% ตั้งอยู่นอกภูมิภาคอเมริกาเหนือ

แบรนด์บริการห้องชุด

– Embassy Suites by Hilton: ได้เปิดโรงแรมใหม่ทั้งสิ้น 8 แห่งในปี 2558 และได้มีการลงนามในข้อตกลงที่จีนและซาอุดิอาระเบีย นอกจากนี้ Embassy ยังประกาศขยายธุรกิจในอีกหลายๆพื้นที่ โดยได้มีการลงนามที่ฮาวายและเกาะเซนต์คิตส์ในทะเลแคริบเบียน
– Homewood Suites by Hilton: มีแผนเปิดให้บริการโรงแรมแห่งที่ 400 ของแบรนด์ในปี 2559 และยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจนี้ต่อไปทั้งในสหรัฐอเมริกาและตลาด โลก โดยได้รับการจัดอันดับเป็น “Top Upscale Extended-Stay” ในการสำรวจ J.D. Power 2015 North America Hotel Guest Satisfaction Index Study(SM) เป็นปีที่ 6 ติดต่อกันแล้ว
– Home2 Suites by Hilton: เปิดให้บริการโรงแรมใหม่ทั้งสิ้น 28 แห่งในปี 2558 และได้ปิดท้ายปีด้วยจำนวนโรงแรมระหว่างการพัฒนาเกือบ 300 แห่ง โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการโรงแรมแห่งที่ 100 ของแบรนด์ได้ในปลายปี 2559 นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังได้มีกา รลงนามในข้อตกลงเพื่อพัฒนาโรงแรมในเครือ Home2 อีกกว่า 160 แห่งในปี 2558

แบรนด์บริการเฉพาะ

– Hampton by Hilton: ความร่วมมือกับ Plateno Hotels Group ช่วยเร่งการขยายตัวของแบรนด์ในจีน โดยปัจจุบันได้เปิดให้บริการโรงแรมแล้ว 1 แห่ง และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้อีกกว่า 400 แห่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังมีจำนวนห้องพักแซงหลัก 200,000 และมีจำนวนห้องที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทำสถิติสูงสุดที่กว่า 50,000 ห้อง
– Hilton Garden Inn: HGI เตรียมเปิดให้บริการห้องพักที่ 100,000 และเมื่อได้มีการลงนามในข้อตกลง 2 ฉบับที่ฮาวายแล้ว ก็จะทำให้ HGI มีการดำเนินงานในมลรัฐทั้ง 50 แห่งของสหรัฐในปี 2559

แบรนด์ห้องพักแบบแบ่งเวลา

– Hilton Grand Vacations ยังคงเติบโตเป็นอย่างดีแม้มีเงินทุนน้อย โดยไม่นานมานี้ได้เปิ ดตัวโรงแรม Las Palmeras ขนาด 315 ห้องในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริด้า และโรงแรม Ocean 22 by Hilton Grand Vacations ขนาด 220 ห้อง ที่เมืองเมอร์เทิลบีช รัฐเซาท์แคโรไลนา

โปรแกรมมอบสิทธิประโยชน์แก่ผู้เข้าพัก ซึ่งได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมาแล้ว

– Hilton HHonors มีผู้สมัครเป็นสมาชิก Hilton HHonors เพิ่มขึ้นถึง 6 ล้านคนในปี 2558 ทำสถิติปีที่มีผู้สมัครสูงสุด ส่งผลให้มีสมาชิกรวมกันเป็นจำนวนกว่า 50 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 52% ของผู้เข้าพักในเครือโรงแรมของบริษัท

ยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพัก

ฮิลตันยังคงเดินหน้ายกระดับและพลิกโฉมประสบการณ์การเข้าพักของผู้มาเยือน เพื่อมอบความยืดหยุ่นให้กับผู้เข้าพัก ไม่ว่าจะก่อน ระหว่าง หรือหลังเข้าพักก็ตาม:

– บริการเช็คอินแบบดิจิทัล ซึ่งเปิดโอกาสให้แขกสามารถเช็คอินแล ะเลือกห้องพักของตนได้ในโรงแรมกว่า 4,400 แห่งทั่วโลกนั้น ถูกใช้งานแล้วกว่า 8.5 ล้านครั้งนับตั้งแต่ที่ได้เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2557
– โรงแรมเกือบ 100 แห่งในสหรัฐได้มีการติดตั้ง Digital Key ซึ่งเปิดโอกาสให้แขกประจำสามารถข้ามขั้นตอนการเช็คอินที่เคาน์เตอร์ เพื่อเข้าถึงห้องพักของตนได้โดยตรงผ่านแอพ Hilton HHonors บนสมาร์ทโฟน และ
– แอพ Hilton HHonors มียอดผู้ดาวน์โหลดแล้วกว่า 2.5 ล้านคนในปี 2558

เมื่อปี 2558 ฮิลตันได้จับมือเป็นพันธมิตรกับเหล่าผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมชั้นนำ ตามรายชื่อดังนี้:

– ความร่วมมือกับ Tesla ส่งผลให้ทางฮิลตันมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าครอบคลุมโรงแรมเพิ่มขึ้นเป็น 50 แห่งในสหรัฐ โดยมีแผนยกระดับให้ครอบคลุมโรงแรม 100 แห่งภายในปลายปี 2559
– ความร่วมมือกับ Uber เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักสามารถกำหนดการ แจ้งเตือนอัตโนมัติ เพื่อเรียกบริการรถรับส่งจากโรงแรม และสามารถใช้งานคู่มือท่องเที่ยวแบบดิจิทัล เพื่อหาข้อมูลร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนชั้นนำในพื้นที่จากการจัด อันดับของผู้ใช้งาน Uber
– ความร่วมมือกับ Amazon Locker เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักและสมาชิกชุมชนสามารถรับส่งพัสดุได้อย่างสะดวกและ ปลอดภัย

อุทิศตนให้กับชุมชนที่เราดำเนินงาน

– Open Doors: ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ได้ประกาศความตั้งใจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชน 1 ล้านคนภายในปี 2562 โดยปัจจุบันได้เข้าถึงเยาวชนแล้วกว่า 400,000 ราย ผ่านโครงการฝึกงาน การส่งเสริมศักยภาพในอาชีพ และการฝึกฝนทักษะการดำเนินชีวิต
– Global Month of Service: เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โรงแรมในเครือฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ทั่วโลก ได้ผนึกกำลังเพื่อจัดการกับปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ในโครงการที่บริษัทจัดขึ้นทุกปีอย่าง Global Month of Service โดยเมื่อรวมพลังกันแล้ว เหล่าอาสาสมัครได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการมากถึง 4,145 โครงการ หรือคิดเป็นเวลากว่า 213,000 ชั่วโมงใน 92 ประเทศ

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจทั่วโลกของฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ได้ที่ 100.hilton.com และคลิกที่นี่เพื่อรับชมวิดีโอเฉลิมฉลองการดำเนินงานครบ 100 ประเทศของสมาชิกฮิลตัน เวิลด์ไวด์

* รวมจำนวนห้องพักที่ได้รับการอนุมัติแต่ยังไม่ได้มีการลงนาม

ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ใน อนาคต ตามความหมายของมาตรา 27A แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ ปี 2476 (Section 27A of the Securities Act of 1933) ฉบับแก้ไข และมาตรา 21E แห่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ ปี 2477 (Section 21E of the Securities Exchange Act of 1934) ฉบับแก้ไข ข้อความเหล่านี้ป ระกอบด้วย แต่ไม่จำกัดเพียงข้อความที่เกี่ยวข้องกับการคาดการณ์ผลการดำเนินธุรกิจของฮิ ลตัน ผลประกอบการ สภาพคล่องและทรัพยากรทุน และข้อความอื่นๆที่ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีต ซึ่งรวมถึงข้อความในส่วน “Outlook” ของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตเหล่านี้สามารถบ่งชี้ ได้ด้วยคำต่างๆ อาทิ “มุมมอง” “เชื่อ” “คาดว่า” “เป็นไปได้” “เดินหน้า” “อาจจะ” “จะ” “ควร” “น่าจะ” “หาทาง” “ประมาณ” “วางแผน” “คาดเดา” “ตั้งใจ” “เตรียม” “ประมาณการ” “คาดหวัง” หรือคำเหล่านี้ที่มีความหมายในเชิงลบ หรือคำที่คล้ายกันอื่นๆ ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตดังกล่าวขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและ ความไม่แน่นอนหลายประการ ได้แก่ ความเสี่ยงในอุตสาหกรรมโรงแรมและบริการต้อนรับ ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของฮิลตัน การแข่งขันเพื่อดึงแขกเข้าพักในโรงแรม ข้อตกลงการจัดการและแฟรนไชส์ และยอดขายแบบแบ่งเวลา ความเสี่ยงที่สืบเนื่องจากการทำธุรกิจกับเจ้าของโรงแรมบุคคลที่สาม การลงทุนอย่างมีนัยสำคัญของฮิลตันในอสังหาริมทรัพย์แบบเป็นเจ้า ของและแบบให้เช่า ประสิทธิภาพของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของฮิลตั น การเติบโตของช่องทางการจองภายนอกระบบของฮิลตัน ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจนอกสหรัฐอเมริกา และหนี้สินของฮิลตัน สำหรับปัจจัยเพิ่มเติมอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างออกไปอย่างมากจากที่ระบุไว้ใน ข้อความคาดการณ์ สามารถพบได้ภายใต้หัวข้อ “Part I—Item 1A. Risk Factors” ของรายงานประจำปีบนแบบฟอร์ม Form 10-K สำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ที่ได้มีการยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“SEC”) เนื่องจากปัจจัยดังกล่าวอาจได้รับการปรับปรุงเป็นครั้งคราวในแบบแสดงรายการ ข้อมูลที่ฮิลตันได้ยื่นต่อ SEC ตามกำหนดเวลา โดยสามารถเข้าดูได้จากเว็บไซต์ของ SEC ที่ www.sec.gov ทั้งนี้ ด้วยเหตุที่มีหรือจะมีปัจจัยสำคัญซึ่งอาจเป็นเหตุให้ผลที่แท้จริงแตกต่างออก ไปอย่างมากจากที่ระบุในข้อความคาดการณ์เหล่านี้ ผู้อ่านไม่ควรตีความว่าการพิจารณาปัจจัยสำคัญต่างๆล่วงหน้านั้นมีความ ละเอียดถี่ถ้วน และควรอ่านปัจจัยเหล่านี้ประกอบกับข้อความเตือนอื่นๆที่มีการระบุถึงในข่าว ประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ และในเอกสารอื่นๆที่ฮิลตันยื่นต่อ SEC บริษัทไม่มีภาระผูกพันในการเผยแพร่ข้อความที่มีลักษณะเป็ นการคาดการณ์ที่ได้รับการปรับทบทวน ไม่ว่าจะมีข้อมูลใหม่ หรือความเคลื่อนไหวอื่นใดเกิดขึ้นในอนาคต เว้นแต่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

เกี่ยวกับฮิลตัน เวิลด์ไวด์

ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ (NYSE: HLT) เป็นบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและบริการระดับโลก ตั้งแต่โรงแรมและรีสอร์ทสุดหรู บริการเต็มรูปแบบ ไปจนถึงห้องชุดสำหรับเข้าพักระยะยาวและโรงแรมที่ให้บริการเฉพาะแบบ โดยตลอดระยะเวลา 97 ปี ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ได้ทุ่มเทเพื่อคงไว้ซึ่งรูปแบบการบริการชั้นเลิศ แบรนด์ระดับโลกทั้ง 12 แบรนด์ในเครือฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ประกอบไปด้วยโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์แบบ Timeshare ทั้งที่เป็นผู้บริหารกิจการเอง เป็นแฟรนไชส์ เป็นเจ้าของ และเป็นแบบสัญญาเช่า รวมกว่า 4,600 แห่ง ซึ่งมีห้องพักรวมกันกว่า 758,000 ห้อง ใน 100 ประเทศและดินแดน ได้แก่ Hilton Hotels & Resorts, Waldorf Astoria Hotels & Resorts, Conrad Hotels & Resorts, Canopy by Hilton, Curio – A Collection by Hilton, DoubleTree by Hilton, Embassy Suites by H ilton, Hilton Garden Inn, Hampton by Hilton, Homewood Suites by Hilton, Home2 Suites by Hilton และ Hilton Grand Vacations นอกจากนี้ บริษัทยังบริหารจัดการโปรแกรมมอบสิทธิประโยชน์ Hilton HHonors(R) ซึ่งคว้ารางวัลการันตีมาแล้ว สมาชิก Hilton HHonors ที่จองห้องพักโดยตรงผ่านทางช่องทางต่างๆของฮิลตันจะได้รับสิทธิประโยชน์มาก มาย อาทิ ฟรี Wi-Fi มาตรฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งให้บริการเฉพาะสมาชิก HHonors ผ่านทางแอพชั้นนำของอุตสาหกรรมอย่าง Hilton HHonors ไม่ว่าจะเป็นการเช็คอิน เลือกห้องพัก และเข้าห้องพักโดยใช้กุญแจดิจิทัล รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ news.hiltonworldwide.com และติดตามความเคลื่อนไหวของฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ได้ที่ facebook.com/hiltonworldwide, twitter.com/hiltonworldwide, youtube.com/hiltonworldwide, flickr.com/hiltonworldwide และ linkedin.com/company/hilton-worldwide

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com:
http://www.businesswire.com/news/home/20160 120006606/en/

ติดต่อ:
Astrid Egerton-Vernon
Hilton Worldwide
+1 703 883 5696
astrid.egerton-vernon@hilton.com

e-Shang และ Redwood Group ประกาศควบรวมกิจการเชิงกลยุทธ์ รุกสร้างแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ด้านโลจิสติกส์ชั้นแนวหน้าของเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้, สิงคโปร์ และโตเกียว–22 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          บริษัท e-Shang Cayman Ltd (“e-Shang”) และ Redwood Group Asia, Pte. Ltd. (“Redwood”) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่พัฒนา รวมทั้งเป็นเจ้าของ และบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ด้านโลจิสติกส์ในเอเชีย ประกาศในวันนี้ว่า ทั้งสองบริษัทได้บรรลุข้อตกลงควบรวมกิจการแบบใช้หุ้นทั้งหมด โดยเมื่อควบรวมกิจการเรียบร้อยแล้ว บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้จะเปลี่ยนชื่อเป็น e-Shang Redwood (“ESR”) พร้อมก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ด้านโลจิสติกส์รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของเอเชีย ด้วยโครงการต่างๆที่บริษัทเป็นเจ้าของและพัฒนาเป็นพื้นที่รวมกันกว่า 3.5 ล้านตารางเมตรในประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เช่นเดียวกับสำนักงานบริหารจัดการเงินทุนและกองทุนในฮ่องกงและสิงคโปร์

          เมื่อการควบรวมกิจการสำเร็จเรียบร้อย ก็จะส่งผลให้บริษัท ESR เป็นเจ้าของ (i) โครงการพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับต้นๆในทันทีในแต่ละตลาดที่บริษัทดำเนินงาน (คิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 8 ล้านตารางเมตร), (ii) มีบริษัทข้ามชาติชั้นนำเป็นผู้เช่า ไม่ว่าจะเป็น Amazon, JD.com, 1haodian, H&M, Carrefour, DB Schenker, Daimler, Askul และอื่นๆอีกมากมาย และ (iii) มีสถาบันระดับบลูชิปที่มีความหลากหลายร่วมเป็นหุ้นส่วนด้านเงินทุน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง APG, PGGM, CPPIB, Morgan Stanley และ Goldman Sachs

          e-Shang ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 จากความร่วมมือระหว่างบริษัทไพรเวทอิควิตี้ระดับโลกอย่าง Warburg Pincus กับสองนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ชาวจีนที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในวงการ บริษัทเป็นผู้พัฒนาคลังสินค้าคุณภาพระดับสถาบันในจีนและเกาหลีใต้ นับตั้งแต่วันก่อตั้ง e-Shang ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว จนทุกวันนี้มีคลังสินค้าโลจิสติกส์อันทันสมัยที่อยู่ภายใต้การปฏิบัติงานและอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นพื้นที่รวมกันกว่า 2 ล้านตารางเมตร ซึ่งรองรับกับความต้องการของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ภายนอก บริษัทค้าปลีก และบริษัทอี-คอมเมิร์ซในจีน ปัจจุบัน e-Shang เป็นผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ภายนอกที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเหล่าบริษัทอี-คอมเมิร์ซชั้นนำ เช่นเดียวกับระบบโลจิสติกส์แบบห่วงโซ่เย็น จนกลายเป็นเจ้าของคลังสินค้าสมัยใหม่ชั้นนำรายหนึ่งของจีน

          เพื่อสนับสนุนทุนในการขยายกิจการของบริษัท e-Shang จึงได้ระดมเงินทุนจาก Warburg Pincus ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง เช่นเดียวกับบรรดานักลงทุนระดับโลกรายอื่นๆอย่าง Goldman Sachs, APG และ CPPIB โดยเมื่อปี 2557 ทาง e-Shang ได้เริ่มบุกตลาดเกาหลีใต้ ด้วยการร่วมมือกับสองนักลงทุนมากประสบการณ์ของเกาหลีในการก่อตั้ง Kendall Square Logistics Properties ซึ่งปัจจุบันมีโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นพื้นที่รวมกันกว่า 600,000 ตารางเมตร รวมถึงโครงการที่บริษัทเป็นเจ้าของกว่า 1.0 ล้านตารางเมตร หลังจากนั้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน e-Shang ได้ประกาศจัดตั้งธุรกิจร่วมทุนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับ APG และ CPPIB เพื่อต่อยอดการให้บริการในเกาหลีใต้

          Redwood ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 โดย Stuart Gibson และ Charles de Portes บริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์โลจิสติกส์ ด้วยความรู้และประสบการณ์อันเป็นที่ยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาภายใน การให้เช่า และการบริหารจัดการสินทรัพย์ ผ่านโครงการที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานและอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นพื้นที่รวมกันมากถึง 1.2 ล้านตารางเมตร และยังมีการทำงานอยู่ตามจุดสำคัญๆทั่วจีนและญี่ปุ่น 

          บรรดาผู้ก่อตั้ง Redwood ถือเป็นผู้นำร่องการพัฒนาคลังสินค้าคุณภาพระดับสถาบันในเอเชีย ด้วยการจัดตั้งทั้งแพลตฟอร์ม Prologis และ AMB ที่ญี่ปุ่นในปี 2542 และ 2546 ตามลำดับ และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 90 และเพื่อเป็นการผลักดันการเติบโตทางธุรกิจ ผู้ก่อตั้ง Redwood จึงเลือก Equity International (“EI”) เป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ในปี 2556 EI เป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ระดับแนวหน้า ซึ่งมีประธานและผู้สนับสนุนคือ Sam Zell ขณะเดียวกัน Redwood ยังมีกองทุนขนาดใหญ่และหุ้นส่วนการลงทุนระดับโครงการรายอื่นๆ ได้แก่ PGGM, Morgan Stanley, PAG และ CBRE

          Jeffrey Shen ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ e-Shang และ Stuart Gibson ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Redwood จะดำรงตำแหน่งซีอีโอร่วมในบริษัทที่ได้มีการควบรวมกิจการ นอกเหนือจากซีอีโอร่วมแล้ว Sun Dongping (ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน e-Shang) และ Charles de Portes (ผู้ร่วมก่อตั้ง Redwood ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นประธานของ ESR) จะทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการบริหาร 4 คน ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการขนส่งขนาดใหญ่และโครงการใหม่ๆของ ESR ทั่วทั้งเอเชีย พร้อมกับเดินหน้าขยายทีมงานในขอบเขตที่กว้างขึ้นและขยายความสัมพันธ์ด้านเงินทุนระดับโลก ขณะที่ทีมผู้บริหารระดับอาวุโสที่มากประสบการณ์ในแต่ละประเทศจะยังคงดำรงตำแหน่งของตนเองต่อไป เพื่อบริหารการดำเนินงานในแต่ละวันจากสำนักงานในเซี่ยงไฮ้ กวางโจว ฮ่องกง โตเกียว โอซากา โซล และสิงคโปร์

          มร. Shen แสดงความคิดเห็นว่า “ความต้องการระบบคลังสินค้าสมัยใหม่ในระยะยาวมีความสำคัญและแพลตฟอร์มที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าสูงสุดหรือ ‘client-first’ เป็นวิสัยทัศน์ของเรา ซึ่งมีเป้าหมายในการแยกแยะและนำเสนอโซลูชั่นคลังสินค้าโลจิสติกส์ครบวงจรให้แก่ลูกค้าของเราทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิค ความร่วมมือกับ Redwood จะช่วยขยาย AUM ระบบการจัดส่ง และความสัมพันธ์ด้านอีควิตี้อย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนเพิ่มความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและการดำเนินงานให้แก่ทีมงาน ผมหวังว่าจะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเหล่าผู้ก่อตั้ง Redwood เพื่อนำพาบริษัทที่ควบรวมกิจการนี้ไปสู่ก้าวต่อไปในฐานะผู้มีบทบาทโลจิสติกส์อสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้าในภูมิภาค”

          มร. Sun กล่าวเสริมว่า “ทั้ง e-Shang และ Redwood ได้สร้างแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดในตลาดต่างๆและเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งในศักยภาพของบริษัทที่ควบรวมกิจการกันนี้ ผมขอต้อนรับ Stuart, Charles และครอบครัว Redwood ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม”

          เมื่อการควบรวมกิจการเสร็จสิ้น e-Shang และ Redwood จะมีกิจการที่ครอบคลุมพื้นที่ที่แตกต่างกันและส่งเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการผธุรกิจอีคอมเมิรซ์ชั้นแนวหน้า ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบบุคคลที่ 3 (Third-Party) ในจีน ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ การควบรวมกิจการครั้งนี้จะนำมาซึ่งศักยภาพการดำเนินงานและความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ผ่านการยกระดับ นำไปสู่บริการที่ดีขึ้นและมูลค่าเพิ่มเพื่อกลุ่มลูกค้าและนักลงทุน

          มร. Gibson และ มร. de Portes ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า “เราตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับทีม e-Shang ซึ่งจะช่วยรักษาสถานะความเป็นผู้นำตลาด เพื่อนำเสนอบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทั่วทั้งเอเชีย และแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งเพื่อการเติบโตในอนาคต

          Jeffrey Perlman กรรมการผู้จัดการของ Warburg Pincus กล่าวเสริมว่า “เราพยายามสร้างแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ที่โดดเด่นในเอเชียอย่างต่อเนื่อง และการควบกิจการจะนำมาซึ่งประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญสำหรับกลุ่มที่ได้รวมตัวกัน ด้วยศักยภาพที่เพิ่มขึ้นจากการรวมตัวกัน ความสัมพันธ์ด้านเงินทุนในเชิงลึกมากขึ้น และขนาดที่ใหญ่ขึ้นในการเดินหน้านำเสนอหุ้น IPO ตามเป้าหมาย”

          การขยายตัวอย่างรวดเร็วของอี-คอมเมิร์ซ, ห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการรวมตัวกันของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่เป็นบุคคลที่สาม คือแรงผลักดันหลักที่สำคัญของอุปสงค์ที่ขยายตัวขึ้นในกลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์อสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ เช่น e-Shang และ Redwood โดยในวงการได้ประเมินว่า ภาคค้าปลีกออนไลน์เพียงภาคธุรกิจเดียว จะขยายตัวในอัตรา CAGR ที่ 31% ในระหว่างปี 2558-2561 ในจีน, 11.3% ในญี่ปุ่น และ 9.2% ในเกาหลีใต้

          เกี่ยวกับ e-Shang

          e-Shang ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ถือเป็นธุรกิจการพัฒนาแบบผนวกรวมอย่างเต็มรูปแบบ และการบริหารจัดการการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญในภาคอสังหาริมทรัพย์ในวงกว้างในเอเชีย e-Shang ร่วมก่อตั้งโดย Warburg Pincus บริษัทไพรเวทอีควิตี้ระดับโลกและสองนักธุรกิจจากจีนในปี 2554 และได้รับเงินลงทุนจาก APG Asset Management N.V. หรือกองทุนบำนาญผู้จัดการทรัพย์สินของเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 นับตั้งแต่ก่อตั้ง e-Shang ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วและปัจจุบันมีธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ค้าปลีก ศูนย์การจัดจำหน่ายรวม 20 แห่ง และโครงการต่างๆซึ่งมีพื้นที่ภายใต้การพัฒนาในจีนและเกาหลีใต้กว่า 2.3 ล้านตารางเมตร สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ e-Shang ได้ที่ http://en.e-shang.com.cn/ 

          เกี่ยวกับ The Redwood Group

          Redwood ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 โดย Charles de Portes และ Stuart Gibson และบริหารโดยมืออาชีพระดับอาวุโสของพื้นที่ในสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และจีน Redwood และหุ้นส่วนนักลงทุนสถาบันระดับโลกที่โดดเด่นได้ลงทุน พัฒนา และบริหารอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับโลจิสติกส์ในพื้นที่เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับการค้าระดับโลกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Redwood ได้ที่: www.redwoodgroup.com 

          สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

          e-Shang

          Anyi Wang:

          อีเมล: anyiwang@e-shang.com.cn 

          Redwood

          Emma Larsson:

          อีเมล: elarsson@redwoodgroup.com 

          รูปภาพ 1 – http://photos.prnasia.com/prnh/20160120/8521600391-a 

          รูปภาพ 2 – http://photos.prnasia.com/prnh/20160120/8521600391-b 

          คำบรรยายภาพ 1 – ศูนย์ e-Shang Shanghai Friends Park

          คำบรรยายภาพ 2 – ศูนย์จัดส่ง Redwood Osaka Nanko

UNStudio / Ben van Berkel เผยโฉมอาคาร Le Toison d’Or สถาปัตยกรรมแบบผสมแห่งแรกในบรัสเซลส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อัมสเตอร์ดัม–22 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          อาคาร Le Toison d’Or ซึ่งได้รับการออกแบบให้กับบริษัท ProWinko ภายใต้ความร่วมมือกับ Jaspers-Eyers Architects นั้น เป็นการผสมผสานรูปแบบของบล็อกอาคารแบบดั้งเดิมเข้ากับการพัฒนาพื้นที่แบบผสมในรูปแบบส่วนศูนย์การค้า 

 Le Toison dOr / UNStudio / Ben van Berkel complete first project, Le Toison d'Or in Brussels, Belgium (Photo: (C)Hufton+Crow) (PRNewsFoto/UNStudio)

UNStudio / Ben van Berkel complete first project, Le Toison d’Or in Brussels, Belgium (Photo: (C)Hufton+Crow) (PRNewsFoto/UNStudio)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160121/324477 )

          อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ถนน  Avenue de la Toison d’Or และเป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานที่กลมกลืนเข้ากับโครงสร้างเมืองโดยรอบ ด้วยการผสานพื้นที่ส่วนที่พักอาศัยและศูนย์การค้าปลีกเข้าไว้ด้วยกัน

          Le Toison d’Or ประกอบด้วยอพาร์ทเมนท์จำนวน 72 ห้อง (ขนาดตั้งแต่ 50-750 ตารางเมตร) พื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาด 13,000 ตารางเมตร สนามเด็กเล่นกว้าง 1,040 ตารางเมตร ที่จอดรถ 330 คัน และสวนลอยฟ้าขนาด 2,950 ตารางเมตร

          ส่วนหน้าอาคารของ Le Toison d’Or แบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ เพื่อหลีกหนีการใช้รูปแบบโครงสร้างตึกขนาดใหญ่ทั่วไป ด้วยการใช้ความหลากหลายของพื้นผิว ความลึก และรูปแบบกรอบโค้งแนวดิ่งที่สลับซ้ำกัน กรอบโค้งเหล่านี้โอบล้อมรอบระเบียงของอพาร์ทเมนท์ชั้นบน ขณะเดียวกันก็เอื้อต่อดิสเพลย์หน้าร้านขนาดใหญ่สำหรับส่วนพื้นที่ร้านค้าปลีก

          Ben van Berkel กล่าวว่า “นับเป็นสิ่งสำคัญที่ส่วนร้านค้าปลีกควรเปิดโล่งมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราอยากทำให้พื้นที่ส่วนนี้ตรงกันข้ามกับความหนักแน่นที่เด่นชัดของส่วนพื้นที่ชั้นบน เพื่อสร้างกรอบภาพที่เหมือนกับลูกบอลลูนในแนวดิ่งบนตัวอาคาร ราวกับว่าอาคารส่วนนี้กำลังจะลอยสูงขึ้นไปเหนือท้องถนน”

          ด้านหน้าอาคารรอบสวนลอยฟ้าออกแบบตกแต่งตามแนวนอน เพื่อให้สอดคล้องกับความโดดเด่นของแนวตั้งบริเวณส่วนหน้าอาคารที่ติดกับฝั่งถนน โดยระเบียงขนาดกว้างขวางนี้นำมาซึ่งประสบการณ์อันรื่นรมย์ยิ่งขึ้นให้กับชีวิตในเมือง

          อพาร์ทเมนท์ภายใน Le Toison d’Or มีหลากหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งสอดรับกับความหลากหลายทางประชากรศาสตร์ของผู้อยู่อาศัยในเมือง และเพื่อให้ภายในอาคารเปิดรับแสงแดดได้มาก ความสูงจากระดับพื้นจนถึงเพดานจึงอยู่ที่อย่างน้อย 2.7 เมตรในส่วนที่พักอาศัย ส่วนอพาร์ทเมนท์ที่ตั้งอยู่บริเวณแนวถนน  Avenue de la Toison d’Or นั้น ความสูงดังกล่าวเพิ่มขึ้นไปกว่า 3 เมตร ขณะที่ห้องครัวแบบเปิดในรูปทรงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ช่วยสร้างพื้นที่ความบันเทิงแบบเป็นกันเองขึ้นในใจกลางอพาร์ทเมนท์ และเปิดพื้นที่โล่งตลอดทั่วทั้งห้อง

          Le Toison d’Or ได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานความยั่งยืนขั้นสูง จุดเด่นหลักของอาคารคือส่วนด้านหน้าอาคาร (ประกอบด้วยแผ่นกระจกซ้อนกัน 3 ชั้น) ที่ปิดกั้นความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม ฉนวนดูดซับเสียงมาตรฐานสูง ระบบการผลิตไฟฟ้า-ความร้อนร่วม สำหรับส่วนอพาร์ทเมนท์และศูนย์ค้าปลีก รวมถึงการใช้คอนกรีตเสริมใยแก้วในตัวอาคาร

          http://download.unstudio.com/get/YzcwMmNiMzQyOWVkMzJjODIxNWY3Yj

          รูปภาพ: (C) Hufton+Crow / Eva Bloem

          แหล่งข่าว: UNStudio

UNStudio / Ben van Berkel Complete First Project in Brussels

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

AMSTERDAM–22 Jan–PRNewswire/InfoQuest

Designed for ProWinko and in collaboration with Jaspers-Eyers Architects, Le Toison d’Or is a hybridisation of a traditional building-block typology and a mixed-use development with a retail podium.

 Le Toison dOr / UNStudio / Ben van Berkel complete first project, Le Toison d'Or in Brussels, Belgium (Photo: (C)Hufton+Crow) (PRNewsFoto/UNStudio)

UNStudio / Ben van Berkel complete first project, Le Toison d’Or in Brussels, Belgium (Photo: (C)Hufton+Crow) (PRNewsFoto/UNStudio)

     (Photo: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160121/324477 )

Located on the Avenue de la Toison d’Or, the mixed-use complex integrates into the urban fabric of its surroundings, whilst simultaneously merging a retail and residential programme.

Le Toison d’Or contains 72 apartments (from 50 to 750 m2), 13,000 m2 of commercial space, a 1,040 m2 crèche, 330 parking spaces and an elevated city garden of 2,950 m2.

In order to avoid the monolithic qualities common to block structures, the façade of Le Toison d’Or is broken up by means of variations in texture, depth and the repeating rhythm of a series of curved vertical frames. These frames serve to enclose the balconies of the apartments on the upper floors, whilst also facilitating the large display windows of the retail units.

Ben van Berkel: “It was important that the retail units be as open and light as possible. We wanted to contrast this with the apparent solidity of the upper floors, to create the illusion that the vertical balloon-like frames were carrying the building; as if the whole block almost has the potential to float above the avenue.”

In contrast to the vertical articulation of the street facade, the facades surrounding the elevated courtyard garden follow a horizontal arrangement. Here generously proportioned balconies provide a more tranquil experience of city life.

The apartments in Le Toison d’Or vary in size from small to large, enabling a varied demographic of city residents. To ensure high levels of daylight in the interiors, the floor to ceiling heights reach at least 2.7 meters in living areas. For the apartments situated along the Avenue de la Toison d’Or, this height increases to more than 3 meters. Open kitchens in the form of large furniture elements create an informal entertaining space in the heart of the apartments and determine the circulation through the spaces.

Le Toison d’Or has been developed with high standards of sustainability. Main features are the excellent thermic isolation of the façade (including triple glazing), a high standard of acoustic insulation, an inventive cogeneration installation system for both the apartments and the retail units and the use of glass-fiber reinforced concrete.

http://download.unstudio.com/get/YzcwMmNiMzQyOWVkMzJjODIxNWY3Yj
Photos: © Hufton+Crow / Eva Bloem

Source: UNStudio

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ มอบชุดสมนาคุณสำหรับผู้ซื้อ Prepaid SIM for JAPAN ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–21 ม.ค. 2559

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (NTT Communication) และ เอ็นทีที เรโซแนนท์ (NTT Resonant) ด้วยการสนับสนุนจาก เนสท์เล่ เจแปน (Nestle Japan) และ นาวีไทม์ เจแปน (NAVITIME JAPAN Co.) ประกาศแจกชุดอำนวยความสะดวก Welcome to Japan Kit สมนาคุณสำหรับผู้ซื้อ Prepaid SIM for JAPAN ซิมใช้งานระยะสั้นสำหรับผู้เดินทางเยือนญี่ปุ่น โดย Welcome to Japan Kit จะมอบให้แก่ลูกค้า 1,000 คนแรกที่ซื้อ Prepaid SIM for JAPAN ผ่านทางร้านค้าออนไลน์ของเอ็นทีที คอม ตั้งแต่วันนี้

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ Smart News Release ซึ่งประกอบด้วยสื่อมัลติมีเดียและข่าวฉบับเต็มได้ที่:
http://www.businesswire.com/news/home/20160120006619/en/

Welcome to Japan Kit overview (Photo: Business Wire)http://mms.businesswire.com/media/20160120006619/en/504271/4/Welcome_to_Japan_Kit.jpg
ชุดอำนวยความสะดวก Welcome to Japan Kit (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

รายละเอียด

Prepaid SIM for JAPAN
Prepaid SIM for JAPAN จากเอ็นทีที คอม เป็นบริการอินเทอร์เน็ตเครือข่าย LTE แบบเติมเงินที่สะดวกรวดเร็ว ช่วยให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่เดินทางเยือนญี่ปุ่นเพื่อทำธุรกิจ สามารถท่องอินเทอร์เน็ตได้ถึง 100 เมกะบิตต่อวัน เป็นระยะเวลาสูงสุด 14 วัน

	 		แพ็กเกจ 7 วัน	 	แพ็กเกจ 14 วัน
ราคา			3,218 เยน (รวมภาษี)	3,780 เยน (รวมภาษี)
ปริมาณดาต้าสูงสุด				100 Mb/วัน
ความเร็วสูงสุด	 	262.5 Mbps (สำหรับอุปกรณ์และเขตที่กำหนด)
		   (หลังครบปริมาณที่กำหนด สามารถใช้งานเน็ตต่อเนื่องที่ความเร็วสูงสุด 200 Kbps)
		         (ความเร็วอัพโหลดสูงสุด 50 Mbps)

KIT KAT Green Tea of Kumamoto จากเนสท์เล่ (ชุดผลิตภัณฑ์พิเศษ)
Welcome to Japan Kit ประกอบด้วยชุดผลิตภัณฑ์พิเศษ KIT KAT Green Tea of Kumamoto ช็อกโกแลตยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติสำหรับนำไปเป็นของฝาก กล่องหนึ่งจะประกอบด้วยคิทแคท 6 ชิ้น และบัตรข้อความรูปคุมะมง ซึ่งเป็นมาสคอตหมีอันโด่งดังของจังหวัดคุมะโมะโตะ จำนวน 3 ใบ โดยปกติแล้ว KIT KAT Green Tea of Kumamoto จะวางจำหน่ายในรูปแบบกล่องบรรจุช็อกโกแลต 12 ชิ้นที่ร้านจำหน่ายของที่ระลึกในพื้นที่คิวชูและโอกินาว่า สำหรับบัตรข้อความคุมะมงสามารถหาซื้อได้เช่นกันที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ของคุมะมง

NAVITIME for Japan Travel Winter Issue
“NAVITIME for Japan Travel Winter Issue” ของ NAVITIME JAPAN นำเสนอเคล็ดลับต่างๆเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่นสำหรับชาวต่าง ชาติ อาทิ วิธีเพลิดเพลินไปกับบ่อน้ำพุร้อน หรือวิธีจ่ายค่าตั๋วโดยสารเมื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่ทางเดินรถไฟในโตเกียวสมนาคุณพิเศษ ซึ่งไม่มีแจกที่ไหน นอกจาก Welcome to Japan Kit เท่านั้น ทั้งนี้ NAVITIME JAPAN เป็นผู้จัดหาเทคโนโลยีและบริการด้านการนำทางชั้นแนวหน้า

วิธีซื้อ

Welcome to Japan Kit จะมอบให้แก่ลูกค้า 1,000 คนแรกที่ซื้อ Prepaid SIM for JAPAN ผ่านทาง NTT Com Store (http://prepaidsim.jp/) ร้านค้าออนไลน์ภาษาอังกฤษ/จีน ซึ่งบริหารงานโดย เอ็นทีที เรโซแนนท์

– ระยะเวลา: ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ของวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2559 (หรือจนกว่าจำหน่ายครบ 1,000 ชุด)
– ราคา: 3,218 เยนสำหรับแพ็กเกจ 7 วัน หรือ 3,780 เยนสำหรับแพ็กเกจ 14 วัน (รวมภาษีแล้ว)
– การส่งมอบสินค้า: เมื่อทำการสั่งซื้อทางออนไลน์ ลูกค้าสามารถกำหนดสถา นที่รับ Prepaid SIM for JAPAN และ Welcome to Japan Kit อาทิ ที่ทำการไปรษณีย์ตามสนามบินหลักๆ และโรงแรม เป็นต้น (กรณีรับที่สนามบิน จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ 200 เยนในใบเสร็จ)

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JNTO) เปิดเผยว่าจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดเป็น ประวัติการณ์ 19.73 ล้านคนในปี 2558 ขณะที่ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (Japan Tourism Agency) แสดงให้เห็นว่า ความต้องการซิมการ์ดสำหรับใช้งานในญี่ปุ่นนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในหมู่นัก ท่องเที่ยวต่างชาติ โดยผู้เดินทางเยือนญี่ปุ่นมีความประสงค์มากขึ้นที่จะใช้สมาร์ทโฟนของตนเอง เพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องไม่สะดุด เพื่อดูแผนที่ ค้นหาร้านอาหาร ร้านของฝาก เป็นต้น ตลอดจนอัพโหลดรูปภาพบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก

ข้อมูลเพิ่มเติม

– Prepaid SIM for JAPAN http://prepaidsim.jp/

เกี่ยวกับ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ Global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal OneTM VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ภูมิภาค และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัยกว่า 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ใช้ทรัพยากรของกลุ่มบริษัท เอ็นทีที ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA
www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160120006619/en/

ติดต่อ:
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์
นาย คาซุฮิโกะ นิชิดะ / นาย เคน อิชิคาวะ / น.ส. คาโยโกะ ฮิกาชิดะ
ฝ่ายการตลาดทางตรง
The First Sales Department Headquarter
อีเมล: dm24-s1@ntt.com
หรือ
เอ็นทีที เรโซแนนท์
น.ส. ยูโกะ ทาเทชิ / น.ส. นัทสึมิ ทาคาเนะ
ประชาสัมพันธ์
โทร. +81 3 6703 6250
อีเมล: pr@nttr.co.jp

เวสเทิร์น ยูเนี่ยน เผยความสำเร็จของแพลตฟอร์มชำระเงินข้ามพรมแดน ช่วยลูกค้าเข้าถึงบัญชีธนาคารกว่า 1 พันล้านบัญชี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

ซานฟรานซิสโก–(บิสิเนส ไวร์)–20 ม.ค. 2559

เดอะ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน คอมพานี (The Western Union Company) (NYSE: WU) ผู้นำด้านบริการชำระเงินทั่วโลก ประกาศในวันนี้ว่า เครือข่ายการชำระเงินผ่านบัญชี ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถโอนเงินข้ามพรมแดนเข้าบัญชีธนาคารทั่ว โลกได้โดยตรงนั้น บรรลุความสำเร็จอีกขั้น โดยช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงบัญชีธนาคารได้กว่า 1 พันล้านบัญชีแล้วในขณะนี้

Hikmet Ersek ประธานและซีอีโอของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน กล่าวว่า “เวสเทิร์น ยูเนี่ยน ได้รับการยกย่องเป็นผู้นำด้านบริการชำระเงินผ่านเครือข่ายตัวแทน ตู้เอทีเอ็ม และบริการออนไลน์ที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก โดยการยกระดับบริการชำระเงินให้ครอบคลุมบัญชีธนาคารกว่า 1 พันล้านบัญชีนั้นมอบทางเลือกที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภค เมื่อส่งเงินผ่านเวสเทิร์น ยูเนี่ยน”

“เครือข่ายชำระเงินผ่านบัญชีนับเป็นความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในแพลตฟอร์มชำระ เงินข้ามพรมแดนของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน และสะท้อนถึงกลยุทธ์แบบหลายช่องทางเพื่อเข้าถึงฐานผู้บริโภคใหม่ในยุคดิจิ ทัลที่มีบัญชีธนาคารและนิยมทำธุรกรรมบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยขณะนี้ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน กำลังเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลในระดับองค์กร ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางให้แก่ผู้บริโภคในการโอนเงิน อีกทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกในการผนวกรวมทางการเงินในประเทศเกิดใหม่ ทั่วโลก” คุณ Ersek กล่าวเพิ่มเติม

ลูกค้าสามารถโอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นเงินสด เงินจากบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต ถึงบัญชีของผู้รับโดยตรงได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่าย ผ่านเว็บไซต์ www.westernunion.com ทั้งในระบบออนไลน์หรือผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถส่งเงินไปยังบัญชีผู้รับได้จากสำนักงานตัวแทนของ WU(R) ที่ร่วมให้บริการ

แพลตฟอร์มชำระเงินข้ามพรมแดนของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน เป็นโซลูชั่นเทคโนโลยีการเงิน ชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม ด้วยการชูศักยภาพของเว็บแพลตฟอร์มใหม่สุดล้ำสมัย แอพมือถือมากประสิทธิภาพ ซึ่งผสานเข้ากับโซลูชั่นจ่ายเงินเข้า/ออกแบบดิจิทัล และฟังก์ชั่นแปลงค่าเงินต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการกระเป๋าเงินมือถือและบัญชี ธนาคารกว่า 1 พันล้านบัญชี

นอกจากนี้ ระบบควบคุม ระบบดูแลการปฏิบัติงาน และระบบตรวจสอบการฟอกเงินของ WU ทำงานด้วยเทคโนโลยี Hadoop ระดับบิ๊กดาต้าอันล้ำสมัย เพื่อให้การโอนเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ผ่านเครือข่ายสำนักงานตัวแทนกว่า 500,000 จุดใน 200 ประเทศและดินแดน เช่นเดียวกับตู้เอทีเอ็มและคีออสกว่า 100,000 แห่ง และยังมีจุดให้บริการออนไลน์ใน 33 ประเทศ

*บริการและวันที่สามารถถอนเงินได้นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยบางประการ เช่น บริการที่เลือกใช้ การขอเลื่อนการส่งมอบ ข้อตกลงพิเศษของแต่ละบริการ จำนวนเงินที่ส่ง ประเทศปลายทาง สกุลเงินที่รองรับ เงื่อนไขด้านการกำกับดูแล เงื่อนไขด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ข้อกำหนดในการพิสูจน์ตัวต น ข้อจำกัดด้านการส่งมอบ ชั่วโมงทำการของตัวแทนให้บริการ และความแตกต่างของเขตเวลา (เรียกรวมกันว่า “ข้อจำกัด”)

เกี่ยวกับเวสเทิร์น ยูเนี่ยน

เดอะ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน คอมพานี (NYSE: WU) เป็นผู้นำด้านบริการโอนเงินระหว่างประเทศ บริการของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน รวมถึงบริการภายใต้แบรนด์ Vigo, Orlandi Valuta, Pago Facil และ Western Union Business Solutions ช่วยให้ผู้บริโภคและธุรกิจต่างๆ สามารถส่งและรับเงิน ชำระเงิน และสั่งจ่ายเงินทั่วโลกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเชื่อถือได้ โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 แบรนด์เวสเทิร์น ยูเนี่ยน, Vigo และ Orlandi Valuta ได้ให้บริการผ่านเครือข่ายตัวแทนกว่า 500,000 แห่งรวมกัน ใน 200 ประเทศและดินแดน และผ่านตู้เอทีเอ็มและคีออสกว่า 100,000 เครื่องทั่วโลก รวมทั้งส่งเงินไปยังบัญชีธนาคารหลายร้อยล้านบัญชี ในปี 2557 เดอะ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน คอมพานี ได้ให้บริการทำธุรกรรมระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคจำนวน 255 ล้านรายการทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าเงินต้น 8.5 หมื่นล้าน ดอลลาร์ และการชำระเงินทางธุรกิจจำนวน 484 ล้านรายการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.WesternUnion.com

WU-F
WU-G

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160120005585/en/

ติดต่อ:
เวสเทิร์น ยูเนี่ยน มีเดีย:
แดน ดิแอซ
โทร. +1-720-332-5564
อีเมล: daniel.diaz@WesternUnion.com
หรือ
สำหรับนักลงทุน:
ไมค์ ซาลอป
โทร. +1-720-332-8276
อีเมล: mike.salop@WesternUnion.com