Keio Plaza Hotel จัดแสดงตุ๊กตาญี่ปุ่น ต้อนรับเทศกาลเด็กผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–20 ม.ค. 2559

– นำเสนอวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นผ่านการแขวนเครื่องประดับ 6,000 ชิ้น พร้อมโชว์ศิลปะการห่อของขวัญแบบ “โอริกะตะ” และการผูกเงื่อนแบบ “มุซุบิ”

Keio Plaza Hotel (KPH) โรงแรมระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นในย่านชินจูกุ โตเกียว เตรียมเปิดพื้นที่พิเศษเพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ภายใต้ชื่องาน “Enjoying Japan’s Traditional Girls’ Doll Festival (Hinamatsuri)” ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนมีนาคม 2559 โดย “ฮินะมัตสึริ” เป็นงานประเพณีประจำปีของญี่ปุ่นที่ครอบครัวจะมารวมตัวกันเพื่ออธิษฐานให้ ลูกสาวของตนมีสุขภาพดีและมีความสุข เทศกาลนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากการจัดแสดงตุ๊กตาและเครื่องประดับ สีสันสดใส ซึ่งแฝงไปด้วยบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิตามช่วงเวลาจัดงาน สำหรับการจัดแสดงของทางโรงแรมในปีนี้ประกอบ ไปด้วยผลงานผ้าไหมทอมืออันงดงามเป็นจำนวนกว่า 6,000 ชิ้น เพื่อถ่ายทอดกลิ่นอายของเทศกาลตุ๊กตาตามแบบฉบับญี่ปุ่นให้ผู้มาเยือนได้ สัมผัส นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังจะจัดแสดงศิลปะการห่อของขวัญแบบ “โอริกะตะ” และการผูกเงื่อนแบบ “มุซุบิ” ซึ่งเป็นกลวิธีที่ใช้ในการทำเครื่องประดับตุ๊กตา “ฮินะมัตสึริ” ด้วยเช่นกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของประเพณีอันเก่าแก่นี้ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ Smart News Release ซึ่งประกอบด้วยสื่อมัลติมีเดียและข่าวฉบับเต็มได้ที่:
http://www.businesswire.com/news/home/20160120005523/en/

 

http://mms.businesswire.com/media/20160120005523/en/505303/4/photo.jpg
เครื่องประดับแขวนสำหรับเทศกาล “ฮินะมัตสึริ” ทำจากผ้าไหมโบราณอันล้ำค่าและประดิษฐ์ขึ้นด้วยความเอาใจใส่ เพื่อให้งานเย็บที่ออกมานั้นมีความสมบูรณ์แบบ เครื่องตกแต่งแต่ละชิ้นล้ วนมีความหมายในตัวเพื่อเป็นเครื่องรางแห่งความสุขแก่เด็กผู้หญิง (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

“โอริกะตะ” หรือศิลปะการห่อของขวัญ มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 600 ปี โดยถือกำเนิดขึ้นในหมู่นักรบชั้นสูงของญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่า “ซามูไร” นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงต้นกำเนิดของวัฒนธรรมการห่อของขวัญของญี่ปุ่น ซึ่งไม่ได้มีขึ้นเพื่อใช้ห่อของขวัญเพียงเท่านั้น แต่ยังถือเป็นวิธีการแสดงความขอบคุณต่อผู้รับด้วย ทั้งนี้ ทางโรงแรมเตรียมจัดแสดงศิลปะการห่อของขวัญจาก Yamane Origata School ในรูปแบบต่างๆถึงราว 30 แบบ

สำหรับการจัดแสดงศิลปะการผูกเงื่อนแบบ “มุซุบิ” ทางโรงแรมได้รับเกียรติจากศิลปิน Toshiko Tanaka โดยวัฒนธรรมการผูกเงื่อนนั้นผสมผสานลักษณะการใช้งานและความงดงามได้อย่างลง ตัว ซึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องเหล่านักรบด้วยการป้องกันไม่ให้ของขวัญที่ห่อเรียบร้อยแล้ว ถูกเปิดออก

และเพื่อเป็นการต้อนร ับการจัดแสดงครั้งนี้ ทางภัตตาคาร 9 แห่งภายในพื้นที่โรงแรมจึงเตรียมนำเสนอเมนูพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตุ๊กตา อย่างยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน

เกี่ยวกับ Keio Plaza Hotel

Keio Plaza Hotel (KPH) เป็นหนึ่งในโรงแรมนานาชาติชั้นนำของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ ใจกลางกรุงโตเกียว โรงแรมของเรามีร้านอาหารและบาร์กว่า 20 แห่ง เราต้อนรับแขกหลากหลายกลุ่มจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มาเยือนโรงแรม ของเรา ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก บริการชั้นเยี่ยม และการต้อนรับอันอบอุ่น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราที่ http://www.keioplaza.com หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม

รับชมข่าวต้นฉบับบนเว็บไซต์ businesswire.com ได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20160120005523/en/

ติดต่อ:
Keio Plaza Hotel Tokyo
Sunaho Nakatani
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
โทร. +81-3-3344-0111
อีเมล: s-nakatani@keioplaza.co.jp

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คว้าตำแหน่ง “Leader” 3 ปีซ้อนในรายงาน “Magic Quadrant for Network Services, Global” ประจำปี 2559 ของการ์ทเนอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–20 ม.ค. 2559

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น (เอ็นทีที คอม) ผู้นำด้านข้อมูล คลาวด์ และการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของ เอ็นทีที (NYSE: NTT) ประกาศว่า บริษัทได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มผู้นำ หรือ Leaders ในรายงาน “Magic Quadrant for Network Services, Global” (Magic Quadrant)*1 ซึ่งเผยแพร่โดย การ์ทเนอร์ อิงค์ ในเดือนมกราคม 2559 ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยเอ็นทีที คอม ได้รับการประเมินว่ามีความครบถ้วนสมบูรณ์ในแง่ของวิสัยทัศน์และความสามารถใน การดำเนินการ

รายงาน Magic Quadrant ของการ์ทเนอร์เป็นการประเมินความครบถ้วนสมบูรณ์ในแง่ของวิสัยทัศน์และความ สามารถในการดำเนินการของเหล่าผู้ให้บริการ การ์ทเนอร์ระบุว่า “ปัจจุบัน ผู้จัดจำหน่ายในกลุ่ม Leaders ต่างทำผลงานได้เป็นอย่างดี และรักษาความมีเสถียรภาพขององค์กรด้วยการมองทิศทางตลาดอย่างชัดเจน องค ์กรเหล่านี้นำเสนอบริการเครือข่ายที่ครอบคลุมเข้าถึงขอบเขตภูมิศาสตร์เป็น อาณาบริเวณกว้าง พร้อมด้วยคุณภาพในการให้บริการ ผู้ให้บริการเหล่านี้สามารถตอบสนองความต้องการด้านเครือข่ายทั่วโลกของ ธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแง่ของขนาด การจัดหน่ายตามขอบเขตทางภูมิศาสตร์ และอุตสาหกรรมในแนวตั้ง เหล่าผู้นำสามารถกำหนดทิศทางตลาดด้วยการขยายความครอบคลุม พัฒนาขีดความสามารถระดับแนวหน้าและรูปแบบการค้าใหม่ๆ และใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อรองรับการดำเนินงานในระดับต่างๆได้”

รับชมรายงาน “Magic Quadrant for Network Services, Global” ได้ที่

Magic Quadrant

Figure 1. Magic Quadrant for Network Services, Global

Figure 1.Magic Quadrant for Network Services, Global

http://www.gartner.com/technology/media-products/reprints/ntt_com/274439.html

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เอ็นทีที คอม ภายใต้วิสัยทัศน์ Global Cloud Vision ได้เสริมความแข็งแกร่งและขยายเครือข่าย ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีระดับโลกอื่นๆ โดยโครงการริเริ่มล่าสุดของเอ็นทีที คอม ได้แก่ “Arcstar Univer sal One Multi-Cloud Connect” ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อไปยังบริการคลาวด์ของผู้ให้บริการรายอื่น ที่นอกเหนือไปจากเอ็นทีที คอมได้โดยตรง และกำลังจะเริ่มการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลกว่า 30 แห่งทั่วโลกด้วยเครือข่ายแบบปิดซึ่งมีความเร็วเต็มที่ 10 กิกะบิตภายในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เอ็นทีที คอม ซึ่งเป็นหุ้นส่วนไอซีทีระดับโลก ตั้งใจที่จะขยายและยกระดับบริการเครือข่ายทั่วโลกต่อไปอีก เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถขยายธุรกิจระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล

ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ:

การ์ทเนอร์ไม่ได้ให้การรับรองผู้ค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใดๆที่กล่าวถึงในรายงานการวิจัย และไม่ได้แนะนำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีเลือกเฉพาะผู้ค้าที่ได้รับการจัดอันดับ สูงๆเท่านั้น รายงานการวิจัยของการ์ทเนอร์เป็นความคิดเห็นของหน่วยงานวิจัยของการ์ทเนอร์ ดังนั้นจึงไม่ควรตีความว่าเป็นข้อเท็จจริง ทั้งนี้ การ์ทเนอร์ปฏิเสธการรับรอง การแสดงความเห็น หรือการกล่าวเป็นนัยใดๆ เกี่ยวกับรายงานการวิจัยนี้ และปฏิเสธการรับรองค วามสามารถทางการค้าหรือความสมบูรณ์เพื่อจุดมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงใดๆ

*1 Gartner, “Magic Quadrant for Network Services, Global” by Neil Rickard, Bjarne Munch 14 January 2016

เกี่ยวกับ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่าย global Tier-1 IP Network และ Arcstar Universal One (TM) VPN ถึง 196 ประเทศทั่วโลก และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัยกว่า 130 แห่ง โซลูชั่นของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ยังสามารถใช้งานร่วมกับบริษัทในเครือเอ็นทีที กรุ๊ป ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA
www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

รางวัลและเกียรติคุณ – เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์

http://www.ntt.com/resource-center/awards/

รายงานบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์

http://www.ntt.com/resource-center/analyst_reports/

สื่อมวลชนติดต่อ:
เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น
(น.ส.) ยูโกะ มิยาโมโตะ / (น.ส.) ฮานะ ทสึจิย่า
โทร. +81 3 6700-4010
ฝ่ายวางแผนองค์กร

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160119005996/en/

สำนักข่าว Anadolu Agency เปิดรับผลงานเข้าร่วมการประกวดภาพถ่าย “Istanbul Photo Awards 2016”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อังการา, ตุรกี–22 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

การประกวดภาพถ่ายระดับนานาชาติซึ่งจัดโดยสำนักข่าว Anadolu Agency มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดถึง 12,000 ภาพในปีที่แล้ว

 Anadolu Logo / About Anadolu Agency: As a global news agency, Anadolu Agency (AA) is among the ten most influential agencies in the world. With 95 years of strong experience, AA provides thousands of news, photo, video, info- graphics and information to its subscribers...

About Anadolu Agency: As a global news agency, Anadolu Agency (AA) is among the ten most influential agencies in the world. With 95 years of strong experience, AA provides thousands of news, photo, video, info- graphics and information to its subscribers worldwide as a “Reliable Source of News.” Through its large global network of correspondents and photo-journalists in 86 countries, AA covers the region and the world 7/24 in 10 languages in a wide array ranging from politics to economics, energy to sports, health to science and technology and culture. For more information, please visit the Anadolu Agency website athttp://www.aa.com.tr/en

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150828/261880LOGO )

Anadolu Agency / Promotion Fund of the Turkish Prime Ministry and the Turkish Cooperation and Coordination Agency are the sponsors of the event while Turkish Airlines is the contest's official carrier. Detailed information about the contest is available on "istanbulphotoawards.com". Twitter www.twitter.com/IstPhotoAwards, Facebook www.facebook.com/IstanbulPhotoAwards, Instagram https://www.instagram.com/istanbulphotoawards/ (PRNewsFoto/Anadolu Agency)

Promotion Fund of the Turkish Prime Ministry and the Turkish Cooperation and Coordination Agency are the sponsors of the event while Turkish Airlines is the contest’s official carrier. Detailed information about the contest is available on “istanbulphotoawards.com”. Twitter http://www.twitter.com/IstPhotoAwards, Facebook http://www.facebook.com/IstanbulPhotoAwards, Instagramhttps://www.instagram.com/istanbulphotoawards/ (PRNewsFoto/Anadolu Agency)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160120/324050 )

Istanbul Photo Awards / ENTRY TO ANADOLU AGENCY'S ISTANBUL PHOTO AWARDS STILL OPEN (PRNewsFoto/Anadolu Agency)

ENTRY TO ANADOLU AGENCY’S ISTANBUL PHOTO AWARDS STILL OPEN (PRNewsFoto/Anadolu Agency)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160120/324051 )

Istanbul Photo Awards 2016 การประกวดภาพข่าวและกีฬาระดับนานาชาติซึ่งจัดโดยสำนักข่าว Anadolu Agency (@anadoluagency) จะเปิดรับผลงานเข้าประกวดไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2559

เงินรางวัลรวม 58,000 ดอลลาร์จะตกเป็นของผู้คว้าอันดับ 1, 2 และ 3 ในสี่หมวดการแข่งขัน ได้แก่ news single, news story, sports single และ sports story นอกจากนั้นยังมีรางวัล “Photo of the Year” ด้วย

สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ที่ http://www.istanbulphotoawards.com

รางวัลในหมวดต่างๆ ประกอบด้วย

หมวด              ผู้ชนะที่ 1       ที่ 2                ที่3

News Single:     $8000        $3000            $1500

News Story:      $8000        $3000            $1500

Sports Single:   $8000        $3000            $1500

Sports Story:    $8000        $3000            $1500

สำหรับผู้ชนะรางวัล  “Photo of the Year” จะได้รับเงินรางวัลอีก 8,000 ดอลลาร์

Istanbul Photo Awards (@IstPhotoAwards) เป็นการประกวดภาพข่าวและกีฬาระดับนานาชาติรายการเดียวของตุรกี โดยในปีที่แล้วมีผลงานส่งเข้าประกวดถึง 12,000 ภาพ จากช่างภาพมืออาชีพในกว่า 100 ประเทศ

– รายชื่อคณะกรรมการตัดสิน  “Istanbul Photo Awards 2016”

กรรมการตัดสินที่กลับมารับหน้าที่อีกครั้ง ได้แก่ Liu Heung Shing ผู้อำนวยการ Shanghai Center of Photography, Georges De Keerle ผู้บริหารของ Getty Images, Michel Scotto ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจภาพของ AFP, Guillaume Herbaut ผู้ชนะรางวัล World Press Photo รวมถึง Ahmet Sel บรรณาธิการใหญ่ฝ่ายภาพข่าว และ  Fırat Yurdakul บรรณาธิการภาพของ Anadolu Agency

กรรมการหน้าใหม่ที่ร่วมตัดสินในปีนี้ประกอบด้วย Daniel Berehulak เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์และผู้ชนะรางวัล “Photo of the Year” ปี 2015, James Wellford บรรณาธิการภาพของนิตยสาร Newsweek, Nicolas Jimenez ผู้อำนวยการภาพของหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส Le Monde และ Laurent Van der Stockt เจ้าของรางวัล Excellence-Journalism Prize จาก Columbia University

หนังสือภาพ “Istanbul Photo Awards 2015″

ผลงานภาพอันยอดเยี่ยมที่ชนะการประกวดในปีที่แล้วได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือภาพ Istanbul Photo Awards 2015 โดยเผยให้เห็นภาพข่าวสำคัญๆทั่วโลกในปี 2014 และสะกดความสนใจด้วยภาพถ่ายกีฬาสีสันสดใส ปกของหนังสือเล่มนี้เป็นภาพการแพร่ระบาดของอีโบลาในไลบีเรีย ซึ่ง Daniel Berehulak ถ่ายให้กับหนังสือพิมพ์ New York Times เพื่อเผยให้เห็นถึงความหดหู่ใจระหว่างการแพร่ระบาดของโรค และได้รับเลือกให้เป็น “Photo of the Year 2015” ในการประกวดภาพถ่าย Istanbul Photo Awards

ภาพของบรรดาผู้ชนะได้รับการจัดแสดงที่ Shanghai Center of Photography รวมถึงที่ท่าอากาศยานนานาชาติสำคัญๆในตุรกี

ติดต่อ

            Esra Kirecci

            โทร. +90-530-067-59-57

            อีเมล: ekirecci@aa.com.tr

            ที่มา: Anadolu Agency

Wynyard เผยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เลือกใช้ซอฟต์แวร์ของ Wynyard

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โอ๊คแลนด์, นิวซีแลนด์–22 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– ซอฟต์แวร์ของ Wynyard จะช่วยให้รัฐบาลไทยป้องกันและปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร 

         Wynyard Group (NZX: WYN) ผู้นำด้านซอฟต์แวร์และบริการต่อต้านอาชญากรรม ประกาศทำข้อตกลงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)  เรื่อง โซลูชั่นการบริหารจัดการคดีสืบสวน เพื่อช่วยจัดการกับการทุจริตภายในรัฐบาล

          ป.ป.ท. เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐบาล และรับผิดชอบต่อคดีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการ นอกจากนี้ ป.ป.ท. ยังมีหน้าที่ผลักดันกลยุทธ์แห่งชาติในทุกหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าหน่วยงานดังกล่าวได้ใช้นโยบายและมาตรการที่มุ่งป้องกันและปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร

          ซอฟต์แวร์ของ Wynyard จะถูกนำมาใช้เพื่อช่วยในการสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริต ซึ่งมุ่งไปที่ข้าราชการพลเรือนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในภาครัฐบาลและฝ่ายบริการสาธารณะ 

          รัฐบาลไทยได้เลือกใช้ซอฟต์แวร์การบริหารจัดการคดีของ Wynyard เพื่อนำโซลูชั่นแบบเดี่ยวและผสมผสานมาใช้กับกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมกับทำให้การกำหนดสิทธิการเข้าถึงหลักฐานส่วนบุคคลและข้อมูลที่ได้มีการจัดเก็บไว้ในระบบเป็นไปอย่างปลอดภัย

          โซลูชั่นของ Wynyard จะทำให้ทีมงานของ ป.ป.ท. สามารถทำงานร่วมกันและแบ่งปันข้อมูลของคดีต่างๆระหว่างองค์กร ตลอดจนค้นหาเบาะแสการสอบสวนใหม่ๆ ตลอดจนปิดคดีและการสืบสวนได้รวดเร็วขึ้น

          เครก ริชาร์ดสัน ซีอีโอ Wynyard กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงชื่อเสียงระดับโลกที่เพิ่มขึ้นของ Wynyard ในการช่วยเหลือลูกค้าแก้ปัญหาอาชญากรรมที่ร้ายแรง

          “เทคโนโลยีของ Wynyard ถูกนำไปใช้โดยหน่วยงานรัฐบาลทั่วโลก และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลไทยเลือกใช้เทคโนโลยีของเราเพื่อช่วยในการป้องกันการทุจริตในภาคสาธารณะ เราเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆในฐานะผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เพื่อการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมที่ร้ายแรงและข้อมูลข่าวกรอง

          ซอฟต์แวร์การจัดการคดีการสืบสวนที่มีประสิทธิภาพของ Wynyard ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างสอดคล้องกับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายระดับชั้นนำ ซอฟต์แวร์ดังกล่าวยังได้ถูกนำไปใช้เพื่อบริหารจัดการการสืบสวนที่ซับซ้อน ซึ่งครอบคลุมเรื่องการค้าและการลักลอบส่งออก-นำเข้าสิ่งเสพติด องค์กรอาชญากรรม ปฏิบัติการลับ การสืบสวนคณะกรรมการไต่สวนแห่งชาติและการสืบสวนอิสระ รวมทั้งการสืบสวนของหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแล สำนักงานระหว่างรัฐ และหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย  

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.wynyardgroup.com

   WYNYARD ADVANCED CYBER THREAT ANALYTICS

    WYNYARD ADVANCED CRIME ANALYTICS

   WYNYARD INVESTIGATIONS CASE MANAGEMENT

  WYNYARD RISK MANAGEMENT

King Abdullah Economic City เปิดตัวมูลนิธิ Red Sea Foundation มุ่งส่งเสริมการค้าในภูมิภาคทะเลแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาวอส,สวิตเซอร์แลนด์–22 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

– ภูมิภาคทะเลแดงเป็นตลาดเกิดใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

– จำนวนประชากรในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นจาก 620 ล้านคน เป็น 1.3 พันล้านคนภายในปี 2593

– องค์กรไม่แสวงผลกำไรแห่งนี้จะสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศและให้คำแนะนำด้านนโยบาย

 

ฟาฮ์ด อัล ราชีด กรรมการผู้จัดการและกรุ๊ปซีอีโอของ King Abdullah Economic City กล่าวว่า การพัฒนากรอบการทำงานเพื่อส่งเสริมการค้าในภูมิภาคทะเลแดง คือสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาตลาดเกิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้อย่างยั่งยืน

 King Abdullah Economic CEO / Fahd Al Rasheed Managing Director and CEO of King Abdullah Economic City announces the establishment of the Red Sea Foundation at Davos (PRNewsFoto/King Abdullah Economic)

Fahd Al Rasheed Managing Director and CEO of King Abdullah Economic City announces the establishment of the Red Sea Foundation at Davos (PRNewsFoto/King Abdullah Economic)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160121/324494 )

 

ในอีเวนต์พิเศษระหว่างการประชุม World Economic Forum ที่ดาวอส คุณอัล ราชีด ได้ประกาศจัดตั้งมูลนิธิ Red Sea Foundation องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ให้คำแนะนำด้านนโยบาย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมศักยภาพของภูมิภาค พร้อมทั้งให้การสนับสนุนด้านนโยบายที่จำเป็นเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาในภูมิภาค

 

มูลนิธินี้จะมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา โดยจะมีคณะกรรมการที่ปรึกษาระดับโลกซึ่งประกอบด้วยผู้มีอำนาจกำหนดนโยบาย ผู้นำธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่รับผิดชอบในเรื่องการวิจัย คิดค้น และส่งเสริมคำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับนโยบาย

“ทะเลแดงเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลก และมีบทบาทสำคัญในการพาณิชย์โลกมานานนับพันปี แต่ทุกวันนี้ ประเทศที่อยู่รอบๆทะเลแดงกลับได้ประโยชน์จากจุดนี้เพียงน้อยนิด อย่างไรก็ดี สิ่งเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนไป” คุณอัล ราชีด กล่าว “ที่นี่เป็นตลาดเกิดใหม่ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วที่สุดในโลกและโดนเอาเปรียบน้อยที่สุด การก่อตั้งมูลนิธิเพื่อส่งเสริมการค้าจะช่วยยกระดับการไหลเวียนของสินค้าในภูมิภาคทะเลแดง อีกทั้งยังสร้างความมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรืองให้กับภูมิภาค อันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด”

องค์การสหประชาชาติระบุว่า จำนวนประชากรของ 20 ประเทศที่ใช้ทะเลแดงเป็นเส้นทางการขนส่งหลัก จะเพิ่มขึ้น 110% จากเดิม 620 ล้านคน เป็น 1.3 พันล้านคนภายในปี 2593 ขณะที่จำนวนคนชนชั้นกลางในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้น 150% จาก 137 ล้านคน เป็น 343 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ คาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะผลักดันให้จีดีพีของภูมิภาคเติบโตขึ้นถึง 3 เท่า จาก 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน เป็น 6.1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2593 ส่วนการค้าคาดว่าจะขยายตัวขึ้นถึง 5 เท่า จากเดิม 8.81 แสนล้านดอลลาร์ เป็น 4.7 ล้านล้านดอลลาร์

ในบรรดาการขนส่งสินค้าทางทะเลทั่วโลกในแต่ละปี จะเป็นการขนส่งสินค้าผ่านทะเลแดงราว 10% ขณะเดียวกัน การขยายขอบเขตไปยังคลองสุเอซจะทำให้รองรับการขนส่งได้มากขึ้นถึง 2 เท่า และทำให้ขนส่งสินค้าได้มากกว่าเดิม 

โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่ยังคงขาดแคลนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางการพัฒนา ยกตัวอย่างเช่น มีท่าเรือในภูมิภาคเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่สามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ได้ ทั้งนี้ ท่าเรือ King Abdullah Port ของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเปิดให้บริการในปี 2558 จะเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในทะเลแดงภายในปี 2560

สำหรับปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประกอบด้วย ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่เท่ากัน รวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆที่ทำให้การค้าข้ามพรมแดนมีต้นทุนสูงขึ้น โดยข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า เงินทุกๆดอลลาร์ที่ใช้ในการผลิตสินค้าชิ้นหนึ่ง จะมีค่าใช้จ่ายทางการค้าถึง 2.19 ดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงค่าขนส่งและภาษี

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการยกระดับความร่วมมือด้านการค้าข้ามพรมแดน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน รวมทั้งเพิ่มบทบาทของบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมในห่วงโซ่คุณค่าทั่วโลก ซึ่งอาจผลักดันการเติบโตของจีดีพีได้เกือบ 30% เป็น 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ และยกระดับการค้ากว่า 180% เป็น 6.3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2593

“จุดมุ่งหมายของมูลนิธิ Red Sea Foundation คือ การส่งเสริมศักยภาพอันมหาศาลของภูมิภาคนี้ ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ สนับสนุนการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคทะเลแดง และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ” คุณอัล ราชีด กล่าว “ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ล้วนมีบทบาทสำคัญในความร่วมมือนี้ มูลนิธิ Red Sea Foundation ถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้ทุกฝ่ายได้มารวมตัวกัน เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ในการผลักดันเศรษฐกิจโลก”

ภูมิภาคทะเลแดงประกอบด้วยประเทศทั้งหมด 20 ประเทศ ทั้งที่มีเขตแดนติดกับทะเลแดงหรือใช้ทะเลแดงเป็นเส้นทางหลักในการขนส่ง ได้แก่ บุรุนดี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก จิบูตี อียิปต์ เอริเทรีย เอธิโอเปีย อิรัก จอร์แดน เคนยา มาดากัสการ์ โมซัมบิก รวันดา ซาอุดิอาระเบีย โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย แทนซาเนีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยูกันดา และเยเมน

เกี่ยวกับ King Abdullah Economic City

King Abdullah Economic City (KAEC) เป็นเมืองใหม่ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก KAEC ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของประเทศซาอุดิอาระเบีย ครอบคลุมพื้นที่ 181 ล้านตารางเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับขนาดของกรุงวอชิงตันดีซี เมืองแห่งนี้ได้รับการพัฒนาโดย Emaar, The Economic City บริษัทร่วมทุนในซาอุดิอาระเบียซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549

KAEC สามารถรองรับประชากรได้ถึง 2 ล้านคนภายในปี 2578 โดยมีทั้งท่าเรือ King Abdullah Port เขตที่พักอาศัยริมชายฝั่ง เขตทางรถไฟ Haramain Railway และเขตอุตสาหกรรม Industrial Valley

ที่มา: King Abdullah Economic City

ยูเนี่ยนเพย์ รุกพัฒนาบริการชำระเงินรองรับนักท่องเที่ยวจีนกว่า 6 ล้านราย ฉลองเทศกาลตรุษจีนในต่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้, จีน–22 ม.ค.–ซินหัว–เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          จีนรั้งอันดับ 1 ของโลกในเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต่างประเทศและการใช้จ่ายในระหว่างการเดินทางไปต่างประเทศเมื่อปี 2558 และในปี 2559 ตลาดท่องเที่ยวสำหรับการเดินทางไปยังต่างประเทศยังคงคึกคัก

          ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวจีนประมาณ 6 ล้านราย จะฉลองเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงในต่างประเทศ โดยการท่องเที่ยวแบบวางแผนด้วยตนเอง และการท่องเที่ยวแบบเจาะลึก ถือเป็นแนวโน้มการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ และบัตรยูเนี่ยนเพย์ได้กลายมาเป็นหนึ่งของเพื่อนที่ดีที่สุดของนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกนอกประเทศ

          เทศกาลตรุษจีนและปีใหม่: การท่องเที่ยวในต่างประเทศแซงหน้าการท่องเที่ยวในประเทศ

 

          จากข้อมูลขององค์การท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน พบว่า นักท่องเที่ยว 120 ล้านรายจากจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งเดินทางไปต่างประเทศในปีที่แล้วมียอดใช้จ่าย 11,625 หยวนต่อราย โดยนักท่องเที่ยว 2 ใน 3 เป็นนักท่องเที่ยวที่วางแผนการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง 

          การท่องเที่ยวต่างประเทศซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงนี้ ซึ่งสามารถดูได้จากการจองของบริษัททัวร์รายใหญ่ และเมืองหลักๆที่ได้รับความนิยม อาทิ เซี่ยงไฮ้,ปักกิ่ง, ซูโจว, หางโจว, หนานจิง และกวางโจว

          บัตรยูเนี่ยนเพย์เป็นทางเลือกในการชำระเงินที่ถูกใจนักท่องเที่ยวชาวจีนมากที่สุด เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของนักท่องเที่ยวได้อย่างไร้ที่ติ การใช้งานบัตรยูเนี่ยนเพย์ในต่างประเทศนี้ยังได้ขยายขอบเขตจากการรับชำระสินค้าหรูหราไปยังกิจกรรมอื่นๆ เช่น ความบันเทิง เป็นต้น การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ณ ห้างสรรพสินค้า, ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงโรงแรมในต่างประเทศนั้นเพิ่มขึ้นเช่นกัน และสัดส่วนของการใช้จ่ายด้านความบันเทิง, อาหาร และตั๋วเครื่องบินก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

          บัตรยูเนี่ยนเพย์อำนวยความสะดวกแก่การเดินทางในต่างประเทศ

        

          แนวโน้มการท่องเที่ยวต่างประเทศของจีนได้รับความสนใจจากตลาดต่างประเทศอย่างกว้างขวาง เมื่อปีที่แล้วนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปเยือนออสเตรเลียสูงกว่า 1 ล้านราย โดยในปัจจุบันโรงแรมต่างๆ รวมถึงเอเจนซี่ท่องเที่ยวในประเทศออสเตรเลียหลายแห่งให้บริการเป็นภาษาจีน, มีไกด์ที่พูดภาษาจีนได้ อีกทั้งยังมีอาหารจีนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วย

          การให้การยอมรับในบัตรยูเนี่ยนเพย์นั้น ถือเป็นวิธีการที่สำคัญสำหรับการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนของผู้ประกอบการต่างชาติจำนวนมาก นอกจากนี้ยังกลายเป็นดัชนีสำคัญในการวัดระดับความพึงพอใจของกลุ่มลูกค้าชาวจีนอีกด้วย

          ปัจจุบัน บัตรยูเนี่ยนเพย์สามารถใช้ได้กับร้านค้าจำนวน 27 ล้านแห่งและตู้เอทีเอ็มจำนวน 1.9 ล้านตู้ในกว่า 150 ประเทศและภูมิภาค ครอบคลุมร้านค้าแบบดั้งเดิม เช่นเดียวกับสถานที่ที่เกี่ยวข้องการใช้จ่ายประจำวันทั่วไป พร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย

          ยูเนี่ยนเพย์ยังให้บริการด้านอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก โดยผู้ถือบัตรสามารถจองตั๋วรถไฟออนไลน์ จ่ายค่าแท็กซี่ในออสเตรเลีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และไต้หวันได้ หรือจะจ่ายค่าเช่ารถยนต์ในไต้หวันและไทยก็ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ยังขยายขอบเขตการให้บริการที่ครอบคลุมการคืนเงินภาษี รวมถึงเป็นตัวช่วยในการกดเงินสดฉุกเฉินได้อีกต่างหาก

          ล่าสุด ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เปิดตัวแคมเปญการตลาดที่สำคัญ โดยกว่า 400 ร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียง 12 กลุ่ม และ 12 แบรนด์ด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ต่างมอบส่วนลดกว่า 15% ให้แก่ผู้ถือบัตรยูเนี่ยนเพย์ นอกจากนี้ 6 กลุ่มโรงแรมชื่อดังยังมอบส่วนลดกว่า 30% สำหรับการจองออนไลน์ผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์อีกด้วย

          ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.unionpayintl.com/

 

          ที่มา: ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

Consumer Goods Forum ชี้อุตสาหกรรมสินค้าผู้บริโภคต้องเดินหน้ายกระดับระบบแช่เย็นคาร์บอนต่ำต่อไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–21 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

Consumer Goods Forum ประกาศความสำเร็จในการปฏิบัติตามมติว่าด้วยการแช่เย็น พร้อมเผยแพร่อนุสารบอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จของการแช่เย็นตามธรรมชาติ

 

Consumer Goods Forum (CGF) ประกาศความสำเร็จในการปฏิบัติตามมติว่าด้วยการแช่เย็นปี 2553 พร้อมทั้งได้เผยแพร่อนุสารการแช่เย็นเป็นเล่มแรก นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการบริหาร CGF ยังได้เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนความยั่งยืนเป็นผู้หาวิธีที่มีประสิทธิภาพในการยกระดับระบบแช่เย็นที่ปล่อยคาร์บอนต่ำต่อไปในอนาคต

 Consumer Goods Forum Logo / The Consumer Goods Forum (PRNewsFoto/The Consumer Goods Forum)

The Consumer Goods Forum (PRNewsFoto/The Consumer Goods Forum)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20151201/292056LOGO )

 

ในปี 2553 CGF ได้ตั้งปณิธานว่าจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเป็นผลพวงมาจากระบบแช่เย็นที่องค์กรสมาชิก CGF ใช้อยู่ ก๊าซทำความเย็นในระบบแช่เย็นส่วนใหญ่ (ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน: HFC) ถือเป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ ซึ่งในขณะนั้น เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำที่จะมาแทนที่ก๊าซ HFC ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ดังนั้น CGF จึงได้ทดลองปฎิบัติตามแนวทางใหม่ในการแช่เย็นจนถึงปี 2558

 

ปัจจุบัน สมาชิกของ CGF ได้ทำการติดตั้งระบบแช่เย็นคาร์บอนต่ำในซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 4,000 แห่ง รวมทั้งในตู้แช่ไอศกรีมและเครื่องดื่ม 4 ล้านตู้ทั่วโลก ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ก็หันมาใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ ผลงานดังกล่าวได้มอบบทเรียนที่มีคุณค่าให้แก่อุตสาหกรรม ทั้งในแง่ของการเลือกใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ค่าใช้จ่าย ความต้องการด้านพลังงาน ประสิทธิภาพในสภาพอากาศที่ร้อนกว่า รวมถึงความพร้อมของบุคลากรที่ทำการติดตั้งระบบและวิศกรซ่อมบำรุง

 

บทเรียนเหล่านี้ล้วนถูกบันทึกไว้ในอนุสารการแช่เย็นที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งมีการยกตัวอย่างประสบการณ์จริงนับสิบของบรรดาผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตที่เป็นสมาชิก CGF ในการเลิกใช้ก๊าซ HFC และหันมาใช้สารทำความเย็นธรรมชาติชนิดอื่นๆแทน ซึ่งทาง CGF ขอแสดงความชื่นชมสมาชิกที่ใส่ใจต่อปัญหาสำคัญเช่นนี้ และหวังว่าอนุสารดังกล่าวจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆเริ่มลงมือทำเช่นกัน

 

เอ็มมา โคลส์ รองประธานผู้รับผิดชอบด้านการค้าปลีกของบริษัท Albert Heijn และ Royal Ahold และอังเดร โฟรี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายคุณค่าสิ่งแวดล้อมของบริษัท SABMiller plc และประธานร่วมของกลุ่มงานแช่เย็นของ CGF กล่าวว่า “CGF ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงที่ประกาศถึงอันตรายของก๊าซ HFC มาตั้งแต่ปี 2553 และแม้ว่าปี 2558 จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและผลักดันอุตสาหกรรมให้ก้าวหน้าต่อไป ด้วยเหตุนี้ คณะผู้บริหารจึงได้ขอให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนความยั่งยืนแสวงหาและพูดคุยกันถึงแนวทางที่ดีที่สุดในการเดินหน้าต่อไปหลังปี 2558 รวมถึงความเป็นไปได้ของมติใหม่

 

นอกจากนี้ CGF ยังได้เผยแพร่อนุสารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับปรับปรุง ซึ่งมีการยกตัวอย่างกว่า 20 ตัวอย่างจากสมาชิกที่เปลี่ยนแปลงธุรกิจของตนเองเพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสภาพภูมิอากาศ ผ่านการดำเนินกิจกรรมต่างๆเกี่ยวกับอาหารที่ถูกทิ้ง การรีไซเคิล แหล่งทรัพยากรที่ยั่งยืน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

 

เกี่ยวกับ Consumer Goods Forum

 

Consumer Goods Forum (CGF) คือเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับโลกที่ยึดหลักความเสมอภาค บรรดาสมาชิกของเครือข่ายได้ร่วมกันผลักดันให้ทั่วโลกใช้หลักปฏิบัติและมาตรฐานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสินค้าผู้บริโภคทั่วโลก สมาชิกเหล่านี้ประกอบด้วยซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทค้าปลีก ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และอื่นๆ กว่า 400 แห่งจาก 70 ประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายของอุตสาหกรรมทั้งในด้านภูมิศาสตร์ ขนาด ประเภทสินค้า และรูปแบบธุรกิจ บริษัทสมาชิกมียอดขายรวมกัน 2.5 ล้านล้านยูโร มีการจ้างพนักงานโดยตรงรวมกันเกือบ 10 ล้านคน และมีลูกจ้างที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่มูลค่าอีก 90 ล้านคน ทั้งนี้ CGF กำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริหารที่ประกอบด้วยซีอีโอจากบริษัทผู้ผลิตและบริษัทค้าปลีก 50 ราย

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.theconsumergoodsforum.com

ที่มา: The Consumer Goods Forum

HubSpot เตรียมเปิดสำนักงานโตเกียว หนุนการเติบโตในเอเชียแปซิฟิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เคมบริดจ์, แมสซาชูเซตส์–21 ..–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

HubSpot (NYSE: HUBS) บริษัทซอฟต์แวร์การขายและการตลาดแบบ Inbound Marketing ประกาศว่า บริษัทจะเปิดสำนักงานที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2559 เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ HubSpot ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลอดจนเพิ่มศักยภาพของบริษัทในการช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจในภูมิภาคปรับเปลี่ยนแนวทางการดึงดูด สร้างปฏิสัมพันธ์และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า

 HUBSPOT, INC. LOGO / HubSpot, Inc. logo - www.hubspot.com. (PRNewsFoto/HubSpot, Inc.)

HubSpot, Inc. logo – http://www.hubspot.com. (PRNewsFoto/HubSpot, Inc.)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20110817/NE53515LOGO

สำนักงานในกรุงโตเกียวจะเป็นสำนักงานแห่งที่ 3 ของ HubSpot ในภูมิภาค ต่อจากสำนักงานใหญ่ประจำเอเชียแปซิฟิกในสิงคโปร์ และที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และจะเป็นสำนักงานลำดับที่ 6 ในโลก โดยสำนักงานใหญ่ระดับโลกของ HubSpot ตั้งอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ส่วนสำนักงานใหญ่ประจำยุโรปอยู่ที่กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ และมีสำนักงานย่อยอีกแห่งอยู่ที่เมืองพอร์ตสมัท รัฐนิวแฮมป์เชียร์

“HubSpot กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก และเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เพิ่มสำนักงานในญี่ปุ่นเข้าสู่การดำเนินของเราในเอเชียแปซิฟิกเจดี เชอร์แมน ประธานและซีโอโอของ HubSpot กล่าว ญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยธุรกิจในตลาดระดับกลางที่ชื่นชอบความเป็นรูปแบบเฉพาะและใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ แบบที่HubSpot สามารถให้บริการแก่ทีมขายและการตลาดของธุรกิจเหล่านั้นได้ เราตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับลูกค้าและหุ้นส่วนของเราอย่างใกล้ชิดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละราย และร่วมเติบโตไปด้วยกัน ผ่านสำนักงานแห่งนี้

สำนักงานในญี่ปุ่นของ HubSpot จะประกอบไปด้วยทีมขาย การตลาด บริการ และงานสนับสนุน ซึ่งจะมุ่งสานความสัมพันธ์กับลูกค้าและหุ้นส่วนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมกับสำนักงานในสิงคโปร์และซิดนีย์

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมงานกับเราในกรุงโตเกียว หรือแนะนำผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถดูตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครได้ที่http://www.hubspot.com/jobs/tokyo/all-jobs

“ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์” จับมือ “บุนเดสลีกา” จัดกิจกรรมทายผลดวลลูกโทษในแคมเปญ #18TOWIN

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–21 ม.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

เปิดตัวแคมเปญ #18TOWIN ครั้งแรกที่แฟนบอลสามารถทายผลการดวลลูกโทษระหว่างแข้งดังของยุโรป ระหว่างวันที่ 22 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์นี้

 

ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ (FOX Sports) ช่องรายการกีฬาชั้นนำ เปิดตัวแฮชแท็ก #18TOWIN ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวบนโซเชียลมีเดียระดับโลกครั้งแรกของทางช่อง เพื่อโปรโมทการกลับมาของศึกบุนเดสลีกา ในวันศุกร์ ที่ 22 มกราคม 2559 เวลา 20.30 น. (ตามเวลา CET)   

 FacebookFOX / #18toWin is launching on Friday 22nd January - an exciting game to celebrate the return of the Bundesliga on FOX Sports' (PRNewsFoto/FOX Sports)

#18toWin is launching on Friday 22nd January – an exciting game to celebrate the return of the Bundesliga on FOX Sports’ (PRNewsFoto/FOX Sports)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160120/324285 )

Aubameyang Reus / 'Who will be taking Dortmund's #18toWin penalty? Marco Reus or Pierre-Emerick Aubameyang?' (PRNewsFoto/FOX Sports)

‘Who will be taking Dortmund’s #18toWin penalty? Marco Reus or Pierre-Emerick Aubameyang?’ (PRNewsFoto/FOX Sports)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160120/324286 )

Hradecky vs Fabian / 'Don't miss Lukas Hradecky vs Marco Fabian!' (PRNewsFoto/FOX Sports)

‘Don’t miss Lukas Hradecky vs Marco Fabian!’ (PRNewsFoto/FOX Sports)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160120/324287 )

 

#18TOWIN เป็นแคมเปญออนไลน์ที่มีระยะเวลา 2 สัปดาห์ โดยนักเตะดังจากทั้ง 18 สโมสรในบุนเดสลีกาจะแข่งดวลลูกโทษกับเพื่อนในทีม และเปิดโอกาสให้แฟนบอลทายผลว่านักเตะคนไหนจะยิงเข้าหรือไม่เข้า ผ่านทางโซเชียลมีเดียโดยใช้อีโมจิที่สื่อความหมายได้อย่างเป็นสากล จากนั้นทางฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ จะเผยผลการดวลลูกโทษในวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ เวลา 17.30 น. (ตามเวลา CET)

 

บรรดานักเตะดังระดับโลก เช่น มาร์โก รอยส์, ฟาเบียน จอห์นสัน, มาร์โก ฟาเบียน และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ต่างตบเท้าเข้าร่วมในแคมเปญ#18TOWIN และมีผู้ร่วมใช้แฮชแท็กนี้บนโลกออนไลน์กว่า 30 ล้านคนแล้ว  

 

ผู้ที่ร่วมทายผลและแชร์บนโลกออนไลน์จะสามารถปลดล็อกคอนเทนต์สุดพิเศษบนทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กได้ ทั้งนี้ ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ ใช้กิจกรรมดังกล่าวเพื่อกระตุ้นให้แฟนบอลทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ทั่วโลกร่วมต้อนรับการกลับมาของศึกบุนเดสลีกาในแบบที่สนุกสนานท้าทายไม่เหมือนใคร

 

แฟนบอลลีกบุนเดสลีกาในสหรัฐอเมริกา อิตาลี เนเธอร์แลนด์ ละตินอเมริกา และเอเชีย สามารถรับชมการแข่งขันสุดเร้าใจได้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคมนี้ ทางฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ 

 

#18TOWIN

 

http://www.18toWin.com

 

เกี่ยวกับฟ็อกซ์  สปอร์ตส์ 

 

ฟ็อกซ์  สปอร์ตส์ คือธุรกิจกีฬาในเครือฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์กส์ กรุ๊ป โดยฟ็อกซ์  สปอร์ตส์ เป็นช่องกีฬาชั้นนำของโลกทั้งในแง่ของการเผยแพร่เนื้อหาและการครอบครองสิทธิ์ในรายการ ทั้งยังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะผู้บุกเบิกการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา ข่าว และรายการต่างๆ รวมถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ของความเป็นเลิศในตลาดระดับสากลอย่างรวดเร็ว ผ่านการผลิตที่เข้มข้น พร้อมการวิเคราะห์และนำเสนอที่น่าติดตาม ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ เป็นผู้ถ่ายทอดรายการกีฬาที่มีคนดูและติดตามมากที่สุด ได้แก่ Barclays Premier League, Serie A, Bundesliga, FA Cup, League Cup, Coppa Italia, UEFA League, Copa Sudamericana, NFL, MLB รวมถึงกีฬาเทนนิส กอล์ฟ และการแข่งรถนัดสำคัญ ช่องต่างๆของฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ ซึ่งประกอบด้วย  FOX Sports 2, FOX Sports 3, FOX Sports Internationalและ FOX Sports Eredivisie มีผู้ชมมากถึง 73 ล้านครัวเรือน ใน 88 ประเทศ และ 8 ภาษานอกสหรัฐอเมริกา โดยสามารถรับชมได้ทั้งระบบ SD และ HD รวมถึงทางแอป FOX Sports Play   

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

Antoine Chapuy

โทร. +44(0)203-426-7126

อีเมล: antoine.chapuy@fox.com

 

Belen Frias

โทร. +34(0)91-702-26-90

อีเมล: belen.frias@fox.com

 

ที่มา: FOX Sports

ยูเออีเตรียมจัดการประชุม Global Manufacturing & Industrialisation Summit (GMIS) ครั้งแรก ณ กรุงอาบูดาบี 10-12 ต.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อาบูดาบี, ยูเออี–21 ม.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

กระทรวงเศรษฐกิจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด Global Manufacturing & Industrialisation Summit (GMIS) ครั้งแรกของโลก ณ กรุงอาบูดาบี เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคอุตสาหกรรมของประเทศ รวมทั้งขยายฐานอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดและมาตรฐานโลก

 

การประชุมนี้เป็นการรวมตัวกันของบรรดาผู้นำจากทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนตัวแทนจากภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของภาคการผลิต โดยงานนี้จะจัดขึ้นที่เกาะอัลซาดิยาต กรุงอาบูเดบี ระหว่างวันที่ 10-12 ตุลาคม 2559 ภายใต้การอุปถัมภ์ของชีค ฮัซซา บิน ซายิด อัล นะห์ยาน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ และรองประธานสภาบริหารกรุงอาบูดาบี 

 HE Li Young and HE Sultan Bin Saeed Al Mansoori / HE Li Young - Director General of UNIDO and HE Sultan Bin Saeed Al Mansoori- Minister of Economy (PRNewsFoto/GMIS)

HE Li Young – Director General of UNIDO and HE Sultan Bin Saeed Al Mansoori- Minister of Economy (PRNewsFoto/GMIS)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160120/323992 )

HE Li Young / HE Li Young - Director General of UNIDO (PRNewsFoto/GMIS)

HE Li Young – Director General of UNIDO (PRNewsFoto/GMIS)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160120/323993 )

HE Sultan Bin Saeed Al Mansoori / HE Sultan Bin Saeed Al Mansoori - Minister of Economy (PRNewsFoto/GMIS)

HE Sultan Bin Saeed Al Mansoori – Minister of Economy (PRNewsFoto/GMIS)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160120/323994 )

 

การประชุมระดับโลกครั้งนี้จัดขึ้นโดยกระทรวงเศรษฐกิจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และองค์กรพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ร่วมกับสภาวาระโลกเพื่ออนาคตของภาคการผลิตประจำสภาเศรษฐกิจโลก (Global Agenda Council for the Future of Manufacturing of the World Economic Forum) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอย่างครอบคลุมและยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ขององค์การสหประชาชาติ การประชุมนี้จะเป็นเวทีระดับโลกสำหรับการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดและองค์ความรู้ในภาคการผลิต ผ่านความร่วมมือครั้งแรกระหว่างผู้นำทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงตัวแทนจากภาคประชาสังคม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกำหนดอนาคตของภาคการผลิตผ่านแนวทางและโครงการต่างๆ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครอบคลุมและยั่งยืน ทั้งนี้ คาดว่าการประชุม GMIS จะสามารถดึงดูดตัวแทนกว่า 1,500 คนจากทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคม โดยกว่า 300 คนเป็นตัวแทนจากในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และภูมิภาคอ่าวอาหรับ  

 

ในบันทึกแถลงการณ์ นายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และ UNIDO โดยระบุว่า “ผมมีความยินดีที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการกำหนดอนาคตของภาคการผลิต การทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบจะส่งผลดีทั้งในระดับบุคคลและสังคม บัดนี้ เรามีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่เปรียบเสมือนแผนที่ไปสู่อนาคตใหม่ ซึ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครอบคลุมและยั่งยืนจะช่วยให้เราไปจึงจุดๆนั้นได้ และในขณะเดียวกันก็ผลักดันเราไปสู่แนวทางคาร์บอนต่ำอันเป็นที่ต้องการของทั่วโลก”    

 

อาบูดาบีได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดการประชุม GMIS ครั้งปฐมฤกษ์ เนื่องจากมหานครแห่งนี้มีส่วนช่วยผลักดันภาคการผลิต ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็มีความมุ่งมั่นในการสร้างฐานอุตสาหกรรมที่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม ตลอดจนมุ่งสู่เป้าหมายที่กำหนดโดย GMIS

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โมฮัมเหม็ด ชาบาน 

หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์

Global Manufacturing & Industrialisation Summit

โทร. +971559008363

Email: mohammed@gmisummit.com

 

ที่มา: Global Manufacturing & Industrialisation Summit