Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฟังแบบอึ้งๆอีกมุม!!! สาววัย 19 เปิดใจโต้’ลุงหวิน’กรณีหลอกเอาเงิน 2 แสนแขนก็ไม่ให้จับ

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699279

ฟังแบบอึ้งๆอีกมุม!!! สาววัย 19 เปิดใจโต้'ลุงหวิน'กรณีหลอกเอาเงิน 2 แสนแขนก็ไม่ให้จับ

ฟังแบบอึ้งๆอีกมุม!!! สาววัย 19 เปิดใจโต้’ลุงหวิน’กรณีหลอกเอาเงิน 2 แสนแขนก็ไม่ให้จับ

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 22.00 น.

ฟังอีกมุมแบบอึ้งๆ!! “น้องทราย”สาวรุ่นลูกวัย 19 เปิดหน้าสู้”ลุงหวิน”หลังออกมาแฉโดนหลอกเอาเงินไปเกือบ 200,000 บาท แต่แขนก็ไม่ให้จับ ยอมรับหลอกเอาเงินจริง หลังโดนผู้เฒ่าคราวพ่อตามตื้อไม่ยอมเลิก แถมเคยหลอกไปสวนยางหวังจะข่มขืนด้วย

วันนี้ (19 ธ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีลุงหวิน วัย 58 ปีอ้างโดนสาววัย 19 ปีหลอกเปย์หนักนานเกือบปี สูญกว่าสองแสนบาท แต่ไม่ได้แอ้มหรือแม้แต่จับขาอ่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยเรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อลุงหวิน ออกมาเปิดเผยว่านานกว่าปีแล้วที่ถูกสาวคนหนึ่งอายุ 19 ปีมาหลอกให้รักหลอกให้หลง พูดหวานและยังส่งภาพหวิวมาให้ดูทำให้ตนเองเกิดอารมณ์ ยอมรับว่าเหงาอยู่สวนยางพารา อยากจะมีอะไรบ้าง แต่สุดท้ายก็โดนสาววัย 19 หลอกมานานนับปีสูญเงินไปกว่าสองแสนบาท ซึ่งตอนแรกอยากได้เงินคืนบ้าง เพราะไม่ได้นอนกับเขาเลยแถมยังมาล่อให้ไปรอที่รีสอร์ทที่นั่นที่นี่หลายครั้ง แต่ไปแล้วก็รอเด้อ อยากจะฝากถึงสาวคนนี้อยากมาหลอกกันอีกเลย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: ลุงวัย58แค้น!! หวังได้แอ้มสาวรุ่นลูกวัย 19 ถูกหลอกสูญเงินกว่า 2 แสน)

ล่าสุดวันนี้  เวลา 18.00 น.”น้องทราย”สาววัย 19 ปี ได้ออกมาเปิดเผยผู้สื่อข่าวว่า หนูรู้จักลุงหวินเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมปี 64 ตอนไปเล่นกับเพื่อนแถวบ้านลุงแกในหมู่บ้าน แล้วมีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในหมู่บ้านมาคุยกับหนูบอกว่า พี่อยากกินหมูกระทะ พี่ช่วยหนูหน่อยได้ไหมไปขอตังค์กับลุงให้หน่อย หนูไม่รู้ว่าเพื่อนรุ่นน้องกับกับลุงรู้จักกันระดับไหน หนูก็ไปคุย วันนั้นลุงแกแต่งตัวหล่อเลย มาพูดคุยด้วยบอกว่า อยากรู้จักเพราะนอนกับเมียไม่ได้มา 3 ปีแล้ว  

“พอกินหมูกระทะเสร็จ หนูไม่ได้ไปกระซิบข้างหูและบอกให้ลุงไปรอที่สวนยางพารา แต่หลังจากนั้นมาก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเอาชื่อตัวเองไปอ้างกับลุงหวิน แต่ตัวเองไปรับเงินเอง หนูมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นหนี้ด้วย แต่ผู้หญิงคนนี้ไปอ้างกับลุงว่าจะเอาเงินมาใช้หนี้ให้หนู ต่อมาลุงมาบอกว่าให้หนูไปนอนด้วยเพราะใช้หนี้ให้แล้ว หนูก็งง จากนั้นหนูก็พยายามออกห่างไม่อยากรู้จักหรือเกี่ยวข้องด้วย แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังเอาชื่อหนูไปโกหกเอาเงินจากลุงหวินมาตลอด เพราะรู้ว่าลุงหวินชอบเด็กสาวๆ แต่หนูไม่ชอบเลย พูดตรงๆ”น้องทราย กล่าว

สาววัย 19 กล่าวอีกว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นยอมรับหนูหลอกเอาเงินจริง ในเมื่อเขาตามตื้อไม่ยอมจบ หนูก็เลยหลอกเอาเงินให้เข็ดเลย ส่วนเงินลุงหวินโอนเงินให้จริงไม่ถึงสองแสนแน่ แต่ถ้า 100,000 น่าจะถึง เพราะเขาตามตื๊อตลอด พอหนูรู้จักกันมาเรื่อยๆ เขาเป็นคนทักให้ตนมาเอาเงินเอง มีอยู่วันหนึ่งเขาล่อให้หนูไปสวนยาง ตนก็ไป แล้วลุงคนนี้พยายามข่มขืน แต่หนูหนีออกมาได้ หนูก็เลยบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้ให้จบไปเลย แต่ที่ผ่านมาเขาไม่ยอมจบ พยายามตามตื้อหนูตลอด แต่ตนไม่ชอบคนแก่ ส่วนตัวอยากจบมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมาแกไม่ยอมจบมีแต่อยากได้แต่ตัวหนู

“หนูไม่เคยทักไปหาลุงคนนี้ก่อน เขาทักให้หนูเข้าไปหาทุกครั้ง หนูก็บอกว่าถ้าจะให้ไปหาก็โอนเงินมาให้ก็แค่นั้นในเมื่อลุงแกไม่ยอมจบหนูก็หลอกให้โอนเงินให้เลย “น้องทราย กล่าวตอนท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อบต.แม่สามแลบ เปิดการท่องเที่ยวแม่น้ำสาละวิน-ทะเลหมอก

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699250

อบต.แม่สามแลบ เปิดการท่องเที่ยวแม่น้ำสาละวิน-ทะเลหมอก

อบต.แม่สามแลบ เปิดการท่องเที่ยวแม่น้ำสาละวิน-ทะเลหมอก

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.37 น.

อบต.แม่สามแลบ เปิดการท่องเที่ยวแม่น้ำสาละวิน-ทะเลหมอก ผวจ.หนุนเที่ยวแนวผจญภัย แนะเคารพกติกา-ชุมชน นักวิชาการชี้เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญ

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 ที่กลอเซโล ทะเลหมอกสองแผ่นดิน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้จัดพิธีเปิดการท่องเที่ยวลุ่มน้ำสาละวินและทะเลหมอก พร้อมทั้งจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับการดำเนินงานบนพื้นที่สูงมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นประธาน

นายเชษฐากล่าวว่า ที่นี่มีให้เลือกในการชมหมอกและแม่น้ำสาละวิน การที่เราพัฒนาพื้นที่แห่งนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน ซึ่งเป็นกระแสหลักของโลก ดังนั้นการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกับ อบต.แม่สามแลบในการพัฒนา ทำให้เป็นเกียรติและศักดิ์ศรีของประชาชนในพื้นที่ที่ได้อยู่อย่างมีความสุข ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศได้รับรู้และอยากมาดังนั้นต้องรักษาให้เป็นการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

นายเชษฐาให้สัมภาษณ์ว่า พื้นที่บริเวณนี้มีทั้งป่าไม้ แม่น้ำและกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมทั้งอากาศหนาวเย็น ทางจังหวัดได้ส่งเสริมให้เป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน นักท่องเที่ยวที่เข้ามาส่วนใหญ่รักการผจญภัย และพื้นที่แห่งนี้เป็นป่าเขาสูงดังนั้นควรที่จะศึกษาข้อมูลมาก่อน ที่สำคัญคือต้องเคารพกติกาและเคารพชุมชนด้วย

ทั้งนี้ อบต.แม่สามแลบ ได้เชิญนักข่าวและช่างภาพจากส่วนกลางกว่า 10 คน ร่วมสำรวจการท่องเที่ยวในลุ่มน้ำสาละวินตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม โดยได้เชิญนักวิชาการ เช่น ดร.รัศมี ชูทรงเดช นักโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านมาบอกเล่าเรื่องราว โดยเริ่มล่องเรือตามลำน้ำสาละวินจากหมู่บ้านแม่สามแลบมาจนถึงหมู่บ้านสบเมย ซึ่งตลอดเส้นทางอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ หาดทรายและหินผาที่สวยงาม

นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ กล่าวว่า ทั้งหมู่บ้านแม่สามแลบและหมู่บ้านสบเมยเป็นหมู่บ้านเก่าแก่โดยประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงเช่นเดียวกับชาวบ้านตลอดแม่น้ำสาละวินที่ไหลผ่านจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ต่างมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายผูกพันอยู่กับแม่น้ำและป่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทะเลหมอกกลอเซโลได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ แต่ในลุ่มน้ำสาละวินไม่ได้มีเพียงทะเลหมอกกลอเซโลเท่านั้น ตลอดเส้นทางถนนจากหมู่บ้านแม่สามแลบไปจนถึงหมู่บ้านสบเมยยังมีม่อนเขาต่างๆ อีกหลายแห่งที่มีทะเลหมอกสวยงาม ที่สำคัญคือในพื้นที่นี้ยังมีแม่น้ำสาละวินที่งดงาม

“ที่ผ่านมาข่าวของสาละวินมักถูกโยงเกี่ยวกับเรื่องความรุนแรง แต่จริงๆ แล้วแม่น้ำสาละวินยังมีมุมอื่นๆ ที่สวยงามมากมาย ทั้งวิถีชีวิตผู้คนสองฝั่งที่เชื่อมโยงเป็นพี่น้องกัน ป่าไม้และธรรมชาติสองฟากฝั่งที่ยังบริสุทธิ์ มีปลาหลากหลายที่รสชาติเยี่ยม เราอยากให้นักท่องเที่ยวได้เห็นและรับรู้ถึงความงดวามของภูมินิเวศ ประวัติศาสตร์ในพื้นที่ เราไม่อยากให้นักท่องเที่ยวแค่มีเช็คอินในวันเดียวแล้วก็กลับ แต่เรามีทางเลือกให้ด้วย” นายก อบต.แม่สามแลบ กล่าว

ดร.รัศมี กล่าวว่าลุ่มน้ำสาละวินไม่ได้มีแค่ป่าเขา แต่ยังมีความน่าสนใจด้านแหล่งโบราณคดี เช่น ถ้ำผีแมนที่มีอายุมากกว่า 2 พันปี บริเวณพรมแดนแห่งนี้มีชุมชนอยู่อย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงกัน ในอดีตมีผู้คนเชื่อในเรื่องของความตายและนำโลงไปซ่อนไว้ในถ้ำตามความเชื่อ ดินแดนแถบนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เฉพาะของตัวเอง ถ้ามีการสำรวจเชื่อว่าในลุ่มน้ำสาละวินน่าจะค้นพบแหล่งโบราณเพิ่มขึ้นอีก

“ในนอดีตแม่น้ำสาละวินเคยเป็นเส้นทางค้าไม้ระดับโลก การจะพัฒนาทางเศรษฐกิจ เช่น จะสร้างเขื่อน หรือผันน้ำ ต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยเพราะทำให้เราเข้าใจตัวเอง เราต้องมองธรรมชาติและวัฒนธรรมควบคู่กันไปด้วย” ดร.รัศมี กล่าว

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมูสะเต๊ะ’ขายดีช่วงหน้าหนาว เจ้าดังเจ้าเด็ดหนองคาย ย่างแทบไม่ทัน

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699240

'หมูสะเต๊ะ'ขายดีช่วงหน้าหนาว เจ้าดังเจ้าเด็ดหนองคาย ย่างแทบไม่ทัน

‘หมูสะเต๊ะ’ขายดีช่วงหน้าหนาว เจ้าดังเจ้าเด็ดหนองคาย ย่างแทบไม่ทัน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.16 น.

19 ธันวาคม 2565 สภาพอากาศที่จังหวัดหนองคาย ในช่วง 2-3 วันนี้ อากาศหนาว อุณหภูมิลดลง มีลมแรง โดยเฉพาะในช่วงเย็น จนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส ชาวหนองคายได้สัมผัสอากาศหนาวเย็น และเลือกอาหารรับประทานในช่วงเย็น ประเภทปิ้งย่าง

โดยเฉพาะที่ร้านปุ๊ หมูสะเต๊ะ ริมถนนประจักษ์ เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ซึ่งเป็นร้านหมูสะเต๊ะเก่าแก่ ขายมานานกว่า 30 ปี เป็นเจ้าดัง เจ้าเด็ดของเมืองหนองคาย มีลูกค้ามาซื้อหมูสะเต๊ะอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ด้วยความโดดเด่นของน้ำจิ้ม และน้ำอาจาดที่เข้ากันอย่างลงตัว ทำให้อากาศหนาวนี้ ได้รับประทานหมูสะเต๊ะร้อนๆ อร่อยๆ ก็เป็นความสุขไปอีกแบบ

คุณปุ๊ เจ้าของร้านบอกว่า ในช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็นอย่างนี้ หมูสะเต๊ะที่ร้านขายดีมาก ราคาชุดละ 60 และ 100 บาท แล้วแต่ลูกค้าจะเลือกซื้อ เฉลี่ยไม้ละ 6 บาท โดยจะเตรียมหมูมาวันละ 800-1,000 ไม้ ขายหมดทุกวัน อีกทั้งช่วงใกล้จะสิ้นปี มีงานเลี้ยงปีใหม่ ก็มีลูกค้ามาสั่งจองหมูสะเต๊ะแล้วหลายรายๆ ละประมาณ 5,000-10,000 ไม้ ต้องเตรียมตัวขายให้ทัน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เดินป่าชม ‘น้ำตกวังหินฮ่อม-น้ำตกผาคุคำ’ เพชรเม็ดงามกลางป่าขุนเขาบ้านนาหิน

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699235

เดินป่าชม 'น้ำตกวังหินฮ่อม-น้ำตกผาคุคำ' เพชรเม็ดงามกลางป่าขุนเขาบ้านนาหิน

เดินป่าชม ‘น้ำตกวังหินฮ่อม-น้ำตกผาคุคำ’ เพชรเม็ดงามกลางป่าขุนเขาบ้านนาหิน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.11 น.

สายผจญภัยต้องไม่พลาด เดินป่าระยะทาง  5 กิโลเมตร ชมความงามของน้ำตกวังหินฮ่อม และน้ำตกผาคุคำ สวยงาม เพชรเม็ดงามกลางปาขุนเขาบ้านนาหิน ต.น้ำกุ่ม อ.นครไทย จังหวัดพิษณุโลก สัมผัสชีวิตสโลไลฟ์ได้อย่างเพลิดเพลิน

19 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านนาหิน ต.น้ำกุ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้มีกลุ่มชาวบ้านที่ทำอาชีพเกษตรกรรม ยามว่างได้ตั้งกลุ่มเพื่อเป็นไกด์ชุมชนเพื่อพานักท่องเที่ยวชมความงามทางธรรมชาติในพื้นที่บ้านนาหิน นำโดยนายพิชิต  ใจน่าน เป็นหัวหน้ากลุ่ม ที่ร่วมกันเปิดหมู่บ้านบ้านนาหิน ให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมธรรมชาติที่สมบูรณ์ภายในขุนเขาบ้านนาหิน โดยเฉพาะน้ำตกที่สวยงามไม่เหมือนใคร ที่บริเวณในคลองคุ ที่มีต้นน้ำ จาก 2 สาขา ได้แก่คลองอีปุ๋มกับคลองซำทองไหลมารวมกันเป็นคลองคุ ไหลลดหลั่นตามชิ้นหินน้อยใหญ่ จนเป็นน้ำตกวังหินฮ่อม ที่มีจำนวน 3 ชั้น แต่ละชั้นงดงามแตกต่างกันไป ทั้งที่หลากเป็นชั้นหินกว้าง บางชั้นเป็นน้ำตกไหลลงซอกหิน แปลกตาสวยงาม และน้ำตกผาคุคำ ที่เป็นน้ำตกที่มีความสูงกว่า 100 เมตร สวยงามอย่างมาก นักท่องเที่ยวเมื่อได้เห็นแล้วจะตื่นตาตื่นใจ ถ่ายภาพไปโชว์เพื่อนกันอย่างสวยงาม

นายพิชิต  ใจน่าน  หัวหน้ากลุ่มท่องเที่ยวบ้านนาหิน กล่าวว่า ที่บ้านหนองหิน ต.น้ำกุ่ม อ.นครไทย มีภูเขาและธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะตกที่อยู่กลางหุบเขามีความสวยงามอย่างมาก ในปีนี้อยากให้นักท่องเที่ยวที่ชอบแบกเป้เดินป่า ระยะทาง กว่า  5 กิโลเมตร เดินลัดเลาะไปตามลำธารน้ำคลองคุ ระหว่างทางมีตัวทากบ้างให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นเต้นกัน แต่เมื่อไปถึงบริเวณน้ำตกวังหินฮ่อม นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความงามของน้ำตกแต่ละชั้นอย่างสวยงาม และสามารถนอนกางเต้นบริเวณหน้าน้ำตกได้อย่างสบาย กลางคืนนอนฟังเสียงน้ำไหลตลอดเวลา ชิมอาหารพื้นบ้านทั้งหลามไก่ ปิ้งปลา ได้อย่างอร่อย ส่วนช่วงเช้าก็ชิมกาแฟ สัมผัสชีวิตสโลไลฟ์ได้อย่างลงตัว

นอกจากยังมีน้ำตกผาคุคำ ที่อยู่ห่างหมู่บ้านไม่มากนัก แต่อยู่ในซอกหินก้อนมหึมา ลำน้ำจากคลองคุ ไหลลงพื้นหินที่สูงกว่า  100 เมตร โดยนักท่องเที่ยวจะต้องปีนบันไดไม้ไผ่ขึ้นไปบนชั้นหิน เพื่อชมความงามของน้ำตกอย่างตื่นตาตื่นใจ โดยน้ำตกทั้ง 2 แห่ง นี้อยู่ในเส้นทางเดินป่าเดียวกัน ทำให้นักท่องเที่ยว สามารถไปเที่ยวชมได้แบบ 2 วัน 1 คืน ได้อย่างสบาย โดยมีไกด์ชุมชนคอยดูแลความปลอดภัยตลอดทั้งทริป

ส่วนนักท่องเที่ยวที่อยากไปเที่ยวชมความงามของน้ำตกวังหินฮ่อม และน้ำตกผาคุคำ ที่บ้านหนองหิน ต.น้ำกุ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ก็สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0966891832

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหม็นจนหายใจไม่ออก! ประท้วงหน้าฟาร์มหมู กลิ่นขี้หมูโชยไกลหลายหมู่บ้าน

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699216

เหม็นจนหายใจไม่ออก! ประท้วงหน้าฟาร์มหมู กลิ่นขี้หมูโชยไกลหลายหมู่บ้าน

เหม็นจนหายใจไม่ออก! ประท้วงหน้าฟาร์มหมู กลิ่นขี้หมูโชยไกลหลายหมู่บ้าน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.28 น.

19 ธันวาคม 2565 ตัวแทนชาวบ้านหมู่ 4 หมู่ 5 ต.วังลึก และหมู่ 2 หมู่ 3 หมู่ 4 ต.หนองหญ้าปล้อง อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย กว่า 100 คนได้รวมตัวกันมาเดินถือป้ายประท้วง บริเวณหน้าฟาร์มเลี้ยงหมู ที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา หมู่ 5 ต.วังลึก อ.บ้านด่านลานหอย ขณะมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีปล่อยน้ำเสีย และส่งกลิ่นเหม็นทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนต่อเนื่องมานาน 3 เดือน

นางรุ่งรัศมี ตัวแทนชาวบ้าน บอกว่า หลังจากฟาร์มหมูแห่งนี้ได้นำหมูกว่า 2,800 ตัว มาเลี้ยงตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2565 ปัญหาก็เกิดขึ้นทันที ทั้งเรื่องน้ำเสียสิ่งปฏิกูลไหลออกมายังพื้นที่นาข้าวจนได้รับความเสียหาย และส่งกลิ่นเหม็นไปไกล 3-5 กิโลเมตร ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ 2 ตำบล 5 หมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียง ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก

นอกจากนี้ ก็ทำให้เด็กและคนแก่เจ็บป่วยกันอีกหลายราย บางคนแน่นหน้าอก บางคนหายใจไม่สะดวก แล้วก็นอนไม่หลับ เพราะเหม็นตลอดทั้งวันทั้งคืน แล้วแต่ลมจะพัดกลิ่นไปทิศทางไหน ชาวบ้านจึงอยากให้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบแก้ไขปัญหา และสั่งปิดฟาร์มเลี้ยงหมูโดยเร็ว เพราะชาวบ้านทุกคนเดือดร้อนจริงๆ ถ้าไม่เดือดร้อนคนนั้นก็คงจมูกตันไปแล้ว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แนะ‘สายชาบู-หมูกระทะ’ เน้น‘แยก’อุปกรณ์คีบของสุก-ดิบป้องกัน‘ไข้หูดับ’

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699159

แนะ‘สายชาบู-หมูกระทะ’ เน้น‘แยก’อุปกรณ์คีบของสุก-ดิบป้องกัน‘ไข้หูดับ’

แนะ‘สายชาบู-หมูกระทะ’ เน้น‘แยก’อุปกรณ์คีบของสุก-ดิบป้องกัน‘ไข้หูดับ’

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.15 น.

‘สัตวแพทย์ ม.เกษตรฯ’ แนะวิธีป้องกัน ‘โรคไข้หูดับ’ เน้นแยกอุปกรณ์คีบระหว่างเนื้อสุก-ดิบออกจากกัน โดยเฉพาะในการทาน ‘ชาบู-หมูกระทะ’ ย้ำปรุงสุกเท่านั้น เน้นเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากผู้ผลิตและแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ สังเกตสัญลักษณ์ ‘ปศุสัตว์ OK’ เพื่อยกระดับความปลอดภัย

19 ธันวาคม 2565 ผศ.น.สพ.ดร. อลงกต บุญสูงเนิน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายชันสูตรโรคสัตว์ กำแพงแสน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่เรื่องของผู้ป่วยที่เชื่อว่าเป็นโรคไข้หูดับ จากการรับประทานหมูกระทะ เเต่ไม่ได้เปลี่ยนตะเกียบคีบหมูดิบ ล่าสุด แพทย์จากสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ให้ข้อมูลว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นโรคไข้หูดับ หรือ Streptococcus suis แต่เกิดจากการติดเชื้อที่มีชื่อคล้ายกันคือ Streptococcus agalactiae หรือ Streptococcus group B อย่างไรก็ตาม ไข้หูดับ ยังคงเป็นโรคที่ผู้บริโภคต้องเฝ้าระวังและสามารถป้องกันได้

“ไข้หูดับ เป็นโรคที่ไม่ติดต่อระหว่างคนสู่คน แต่เกิดจากการรับเชื้อที่ปนเปื้อนในอาหาร หรืออยู่ในผลิตภัณฑ์จากเนื้อสุกร ซึ่งโอกาสเกิดขึ้นไม่มาก การป้องกันคือต้องระวังพฤติกรรมในการบริโภค โรคนี้มีรายงานว่าสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการทานเนื้อสุกรดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ หรือมีการใส่เลือดเข้าไป อาทิ ลาบ ลู่ หมู-ตับหมก ซอยจุ๊ ที่เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ Streptococcus suis จนเกิดไข้หูดับได้ ดังนั้นต้องทานอาหารที่ปรุงสุกเท่านั้น ส่วนผู้ที่ต้องสัมผัสกับเนื้อสุกรดิบโดยตรงก็ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่มีแผล ซึ่งเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย” ผศ.น.สพ.ดร.อลงกต กล่าว

สำหรับเกษตรกรผู้ทำงานในฟาร์มเลี้ยงสุกร หรือพ่อค้า-แม่ค้าเนื้อสุกร ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับมากกว่าคนทั่วไป ควรสวมรองเท้าบูทยาง สวมถุงมือ หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด ควรล้างมือล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสสุกรหรือเนื้อสุกร ส่วนผู้บริโภค ที่ชื่นชอบชาบู หรือหมูกระทะ อุปกรณ์และภาชนะในการใช้รับประทานอาหาร ต้องเน้นย้ำเรื่องสุขอนามัยในการใช้อุปกรณ์ร่วม ระหว่างเนื้อที่สุกแล้วกับเนื้อที่ยังไม่สุก หากใช้ร่วมกันจะทำให้เกิดการสัมผัสกันระหว่างเชื้อจากเนื้อที่ยังไม่สุกได้ แนะนำให้แยกอุปกรณ์ที่คีบระหว่างเนื้อที่ปรุงสุกแล้วกับที่เนื้อที่ยังดิบอยู่ และต้องปรุงสุกด้วยอุณหภูมิ 60-80 องศาเซลเซียส เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัยและปลอดโรค

“การเลือกซื้อเนื้อสุกรที่ปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื้อสุกรต้องมาจากฟาร์มมาตรฐาน และร้านจำหน่ายมีสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ที่กรมปศุสัตว์รับรองความปลอดภัยตลอดกระบวนการผลิต ซึ่งกรมฯ มีการส่งเสริมและเข้าตรวจสอบฟาร์มอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่า เนื้อสุกรมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ควรสังเกตลักษณะของเนื้อสุกร ต้องเป็นสีธรรมชาติ มีสีอมชมพู ไม่เข้มหรือซีดเกินไป มีความฉ่ำน้ำแต่ต้องไม่เหลวหรือแข็งเกินไป และสังเกตรอยโรค หรือลักษณะผิดปกติ เช่น เป็นก้อนเนื้อ ก้อนเลือด หรือจุดหนอง ลักษณะแบบนี้ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะมีโอกาสที่จะมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ และควรเก็บรักษาเนื้อสุกรที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียสเป็นอย่างน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเพิ่มจำนวนขึ้นของเชื้อที่อาจจะปนเปื้อนมา” ผศ.น.สพ.ดร. อลงกต กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มแชร์อุทาหรณ์ไม่ถึง5นาทีโดนสูบเกือบ2แสน หมดเลยโบนัสลูกน้อง

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699155

หนุ่มแชร์อุทาหรณ์ไม่ถึง5นาทีโดนสูบเกือบ2แสน หมดเลยโบนัสลูกน้อง

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.12 น.

หนุ่มแชร์อุทาหรณ์ ไม่ถึง 5 นาที โดนสูบเงินจากบัญชีเกือบ 2 แสน

ผู้ใช้ติ๊กต๊อกชื่อว่า abbus1911 ได้มาเล่าอุทาหรณ์วิธีการของมิจฉาชีพหลอกดูดเงินจากบัญชีไปจำนวน 176,000 บาท โดยระบุว่า

…และแล้ววันซวยของผมก็มาถึง ผมโดนมิจฉาชีพหลอกเงินไปภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ผมเสียเงินไป 176,000 บาท และอาจจะเสียมากกว่านี้ด้วย ถ้าผมไหวตัวไม่ทัน ผมจะมาเล่าให้ฟังว่าผมโดนยังไง และจะป้องกันยังไง มิจฉาชีพรายนี้โทรมาหาผม โดยอ้างตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร อ้างว่าจะปิดแอพคนละครึ่งให้ ไม่งั้นจะต้องเสียภาษีส่วนเกิน ถ้าไม่ปิดแอพ ซึ่งก็ทำให้ผมหลงเชื่อ จากนั้น เค้าให้ผมแอดไลน์กับเขา ให้ผมดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น

โดยเขาให้เราตั้งรหัส 2 ครั้ง พอถึงช่วงตอนนี้ จะมีหน้าจอค้างขึ้นมา เขาบอกว่าห้ามแตะโทรศัพท์ วินาทีนั้น ที่เราห้ามแตะโทรศัพท์ มันคือช่วงที่เค้ากำลังสูบเงินเรา แต่ความโชคดีของผม ผมเริ่มเอ๊ะใจขึ้นมา ผมพยายามปิดเครื่องและออกจากแอพ ให้ได้ไวที่สุด เพราะมิจฉาชีพน่าจะสูบเงินเราได้ ตอนเราค้างอยู่ในแอพ พอผมปิดเครื่อง แล้วเปิดเครื่อง ผมก็ตรวจสอบเงินในบัญชี ปรากฎว่าเงินหายไปตามนี้เลย คือผมไหวตัวทัน คือจริงๆในโทรศัพท์เครื่องนั้นมีแอพหลายธนาคาร และมีเงินอยู่เยอะมากในโทรศัพท์เครื่องนี้ แต่เขาทำได้แค่แอพเดียว นี่คือเงินพนักงานของผมสิ้นปีนี้

และจากนั้น ได้ไปแจ้งตำรวจ ซึ่งเราก็ทำได้แค่ตามขั้นตอนที่ตำรวจบอก ซึ่งเปอร์เซ็นการได้คืนน้อยมาก จึงอยากเรื่องให้เป็นอุทาหรณ์หลายๆคน ถึงแม้จะเสพข่าวตลอดแต่เมื่อเกิดกับตัวเองก็พลาดได้…

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แม่กำปอง’Long Life.? เลียบหมู่บ้านส่อง‘วิถี’ในวันที่‘ทุน-เที่ยว’ไหลบ่า

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699151

‘แม่กำปอง’Long Life.? เลียบหมู่บ้านส่อง‘วิถี’ในวันที่‘ทุน-เที่ยว’ไหลบ่า

‘แม่กำปอง’Long Life.? เลียบหมู่บ้านส่อง‘วิถี’ในวันที่‘ทุน-เที่ยว’ไหลบ่า

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.05 น.

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่พื้นที่สีเขียวโอบกอดไว้ เป็นรูปตัว G กลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีหมู่บ้านเล็กๆ ที่รู้จักกันดี… 
“หมู่บ้านแม่กำปอง” 

มนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศที่สงบ เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน การพูดจาของคนในหมู่บ้านไพเราะ มีน้ำใจ ถึงแม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไปอย่างกว้างขวาง 

มนต์เสน่ห์ของ “แม่กำปอง” ที่หลายคนหลงใหลคงหนีไม่พ้นธรรมชาติที่ยังคงสวยงาม และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับมาสูดอากาศให้เต็มปอด เดินเล่นชิลๆ เดินถ่ายรูป เดินหาของกิน ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ใครชอบเที่ยวแบบ Slow life 

แต่แน่นอนว่าเมื่อไรที่มีคนไปจำนวนมากหรือเป็นสถานที่ขึ้นชื่อ สิ่งแวดล้อมรอบๆ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน เปลี่ยนไปแล้วมีผลดีผลเสียต่อชุมชนหรือไม่?



ไม่มีใครจะรู้สึก 

“สัมผัส” ถึงความเปลี่ยนแปลงได้ดีไปกว่า… 

“ผู้คนแห่งแม่กำปอง”…

“อดีตพ่อหลวง” ธีรเมศร์ ขจรพัฒนภิรมย์ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ , ประธานการท่องเที่ยวโดยชุมชนแม่กำปอง และอดีตผู้ใหญ่บ้านแม่กำปอง เปิดเผยกับทีมข่าว “แนวหน้าออนไลน์” ถึงความพิเศษของชุมชนท่องเที่ยวแม่กำปอง ว่า แม่กำปองมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และมีหลายปัจจัยเพราะตนจะไม่ทำให้เป็นเฉพาะท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ด้วย สิ่งที่จูงใจนักท่องเที่ยวคือต้นทุนทางธรรมชาติ และการมีอัธยาศัยของคนในชุมชน รวมถึงอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และจะมีนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตนเป็นผู้บุกเบิกคนแรกและปี 2543 ตนเริ่มเปิดหมู่บ้านแม่กำปองเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยรูปแบบการพักเป็นแบบโฮมสเตย์โดยให้นักท่องเที่ยวพักกับชาวบ้าน ปัจจุบันรูปแบบอย่างนั้นก็ยังมีอยู่ แต่มาตอนนี้มาในรูปแบบของบ้านพักก็เพิ่มขึ้น 

“ต้นทุนเป็นตัวสำคัญ เช่น ต้นทุนทางธรรมชาติ ต้นทุนวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมีอยู่ ถ้าเราไม่มีต้นทุนตรงนี้ให้ยั่งยืนอนาคตเราอาจจะเจอกับสิ่งที่เปลี่ยนไป ถ้าความเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นเยอะก็จะทำให้กระแสหรือความต้องการของนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสวิถีดั้งเดิมก็จะลดน้อยลง ดังนั้นผมจะเน้นต้นทุนธรรมชาติมากที่สุด โดยเน้นการจัดการดูแลทรัพยากร และกรรมการหมู่บ้านจะตั้งกฎกติกาขึ้นมาภายในหมู่บ้าน หากใครจะสร้างสิ่งก่อสร้างขึ้นมาก็ต้องสร้างให้กลมกลืนกับธรรมชาติให้มากที่สุด เน้นให้เป็นวิถีแบบเดิมๆ และเน้นการปลูกฝังลูกหลานให้กลับมาทำงานบ้านเกิด” 

อดีตผู้ใหญ่บ้านผู้บุกเบิกหมู่บ้านแม่กำปอง ให้ความเห็นอีกว่า มีความกังวลเกี่ยวกับนายทุน แต่ทางหมู่บ้านฯก็มีข้อกำหนดที่ชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่ ปี 2559 ซึ่งตนเห็นว่าน่าจะมีนายทุนเข้ามาแฝงอยู่ในหมู่บ้านฯ โดยคนที่เข้ามาอยู่ที่นี่ได้ต้องเป็นทายาท หากไม่เป็นทายาทก็ไม่สามารถที่จะเข้ามาประกอบธุรกิจได้ แต่ถ้าอยู่อย่างเดียวได้โดยไม่มีการประกอบธุรกิจใดๆ แต่ต้องมาทำข้อตกลงกันก่อน 10 ปีที่ผ่านมา 

“หมู่บ้านแม่กำปองเราเปลี่ยนไป แต่เปลี่ยนไปในรูปแบบที่ว่า ลูกหลานที่ไปทำงานข้างนอกกลับเข้ามาอยู่กับพ่อแม่มาขยายกิจการ จากเดิมที่เป็นโฮมสเตย์ก็ทำเป็นบ้านพักเปิด ร้านค้าขึ้นมา จึงทำให้มีจำนวนบ้านเพิ่มขึ้น ตอนนี้บ้านของชาวบ้านที่อยู่จริงๆมีแค่ 120 หลังคาเรือน ที่เหลือเป็นบ้านพักทั้งหมด เมื่อก่อนจะเป็นพื้นที่โล่งทั้งหมด แต่เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นรายได้ของชาวบ้านก็ดีขึ้น การท่องเที่ยว 10 ปีหลังมานี้ผลตอบรับดีมาก ถือว่าอยู่ในความพอดี”

“อดีตพ่อหลวง” กล่าวว่า หากถามว่าการท่องเที่ยวจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ มันก็จะกระทบในส่วนหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่งก็ดีขึ้น ผมคิดว่าเราลดการตัดต้นไม้ไปส่วนหนึ่งเมื่อคนในหมู่บ้านหันมาประกอบกิจการ เพราะเมื่อก่อนคนในหมู่บ้านฯประกอบอาชีพปลูกใบเมี่ยงใบชา ซึ่งจะต้องมีการต้ม พอมีการต้มก็ต้องหาฟืนก็จะเข้าไปหาไม้ในป่ามา ผมเห็นว่าตรงนี้ช่วยให้ต้นทุนทางธรรมชาติกลับมาดีขึ้นได้

“ทุกวันนี้ผมกันนายทุนไม่ให้เข้ามาในหมู่บ้าน เพราะอย่างที่ถามมาว่ากลัวหรือไม่ว่าธรรมชาติจะหายไป ชาวบ้านจะขายที่ดินให้นายทุนมาทำกิจการภายในหมู่บ้านฯ ไม่ได้เด็ดขาด เพราะมีข้อห้ามและกติการ่วมกันอยู่ โดยจะมีบทลงโทษ โดยจะตัดสวัสดิการออกทั้งหมด หมู่บ้านแม่กำปองรายได้ส่วนหนึ่งทุกหลังจะต้องจ่ายสวัสดิการชุมชน เพื่อนำมาพัฒนาหมู่บ้าน ระเบียบก็คือระเบียบ ซึ่งในอดีตเคยมีเราผลักดันออกไปนอกหมู่บ้านเลย ผมยังเชื่ออยู่ว่าหมู่บ้านฯจะไม่ถูกกลืนไปโดยนายทุน เพราะผมเติมเต็มความคิดให้กับชาวบ้านตลอด” พ่อหลวงพรมมินทร์ พวงมาลา อดีตผู้ใหญ่บ้านแม่กำปอง กล่าว 

สำหรับพื้นที่ของหมู่บ้านแม่กำปองนั้น เป็นเนื้อที่ประมาณ 6 ตารางกิโลเมตรกว่า พอเข้ามาในพื้นที่แม่กำปองขึ้นไปก็จะเป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ลักษณะของหมู่บ้านฯจะเป็นเหมือนรูปตัว G ซึ่งศูนย์กลางของหมู่บ้านแม่กำปองก็คือ “วัดคันธาพฤกษา” หรือ “วัดแม่กำปอง” ซึ่งมีโบสถ์กลางน้ำ และพิพิธภัณฑ์เมี่ยงอยู่ด้วย 

“ผมอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาสัมผัสดูว่าระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ว่าธรรมชาติยังดีอยู่กับบรรยากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และไมตรีของชาวบ้านที่ยังเป็นดังเดิม และหากมาแม่กำปองมาแล้วต้องมาหา “ยำใบเมี่ยง-เทมปุระใบเมี่ยง” กินดู เพราะถือว่าเป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านแม่กำปอง” พ่อหลวงพรมมินทร์ พวงมาลา อดีตผู้ใหญ่บ้านแม่กำปอง กล่าวทิ้งท้าย 

ขณะที่ “พี่น้อย” ชาวบ้านรายหนึ่งให้ความเห็นว่า ตนอยู่ที่แม่กำปองมาตั้งแต่ ปี 2539 ตั้งแต่ค่าแรงงานเมื่อก่อนถ้าเป็นผู้หญิง 130 บาท ผู้ชาย 150 บาท แต่ตอนนี้ ผู้หญิง 500 บาท และผู้ชายถ้าต่ำกว่า 600 บาท ก็จะไม่ทำ เป็นเพราะการท่องเที่ยวและความเจริญเข้ามาสังคมชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนเป็นคนมีจิตใจที่ดีกับเพื่อนกับฝูง แต่ตอนนี้จะกลายเป็นนักธุรกิจ คนหนุ่มที่พอมีกำลังก็จะออกรถมารับนักท่องเที่ยว ผู้หญิงก็จะมาขายของให้นักท่องเที่ยว 

“วิถีชีวิตล้วนมีแต่เงินนำหน้า ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนไหว้วานเด็กๆทำโน้นทำนี้เล็กๆน้อยก็อาสาช่วย แต่ตอนนี้กลับต้องจ้างถึงจะทำ ตอนนี้การท่องเที่ยวกลืนวิถีชีวิตของชาวบ้านหมด การท่องเที่ยวดีในเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวไม่ดีเพราะทำให้ของทุกอย่างแพงไป ชีวิตของชาวบ้านกลายเป็นคนเมืองคือต้องหาเงิน หากมองในแง่ความเป็นอยู่เงินทองดีขึ้น แต่สังคมความเป็นอยู่ของชาวบ้านเปลี่ยนไป แน่นอนว่าคนรุ่นเก่าไม่ชอบ เพราะเสียงดังรบกวน นักท่องเที่ยวพุกพล่าน พักผ่อนไม่เต็มที่ จากหมู่บ้านที่สงบ แต่คนรุ่นใหม่ชอบ อย่าลืมว่า แม่กำปองดีที่สุด คือ อากาศดี , อารมณ์ดี , อาหารดี” พี่น้อย กล่าว 

ทั้งนี้ ขณะที่ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” ได้ลงพื้นที่ ก็ได้พูดคุยกับ ชาวบ้านรายหนึ่งเล่าความเป็นมาของแม่กำปองให้ฟังว่า โฮมสเตย์ตอนนี้มีนิดเดียว แต่บ้านพักมีจำนวนมาก ยังไงถึงจะเป็นโฮมสเตย์ก็ไม่ได้พักกับชาวบ้านแล้วเหมือนกัน เพราะแยกออกไปคล้ายๆบ้านพัก แต่มีห้องมาสร้างติดกับบ้าน ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ที่เมื่อก่อนจะมีนักท่องเที่ยวมาพักที่บ้านของชาวบ้านจริงๆ เรียกมากินข้าวล้อมวงกัน แต่ตอนนี้รายได้มันเพิ่มขึ้นก็จริง แต่มันก็ไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อน แม่ทำโอมสเตย์ตั้งแต่ ปี 2543 ตอนนี้ก็มีลูกหลานมาทำต่อเป็นแบบบ้านพักเป็นห้องๆ 

“ตอนนี้กฎระเบียบของหมู่บ้านเปลี่ยนไป ตั้งแต่เปลี่ยนพ่อหลวง (ผู้ใหญ่บ้าน) มันไม่เหมือนเดิมแล้ว หละหลวมไปหมดทุกอย่าง แม่กลัวธรรมชาติมันจะหายไป คนเก่าแก่แบบเราก็คิดถึงบรรยากาศแบบเดิมๆ เพราะเมื่อก่อนแม่กำปองดีมากเดี่ยวนี้แย่ เงินไม่มีค่า ถ้าแลกกับความสุข ความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนเดินไปทักทายเพื่อนบ้านพูดคุยกัน แต่ปัจจุบันถ้าเราไม่ทักเขา เขาก็ไม่ทักเรา แต่เราเป็นเจ้าบ้านที่ดีเมื่อนักท่องเที่ยวมาพักเราก็ต้องต้อนรับอย่างดี” ชาวบ้านในหมู่บ้านแม่กำปอง กล่าวทิ้งท้าย 

เชื่อว่าหลายคนอาจจะเกิดคำถามขึ้น? หากย้อนกลับไปสัก 10 ปีก่อน จะรู้ได้เลยว่ากลิ่นไอ และเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของ “แม่กำปอง” ถูกกลืนไปด้วยวัตถุนิยม หรือทุนนิยม ผู้คนเดินกันพลุกพล่าน ไม่ต่างกับสถานที่เที่ยวทั่วไป คนในพื้นที่ต่างขยายอาณาจักรของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก ร้านค้า คาเฟ่ เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไม่ขาดสาย 

แน่นอนธรรมชาติที่ “แม่กำปอง” ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป “ลึกๆ” แล้วมันคืออะไร?!!  “เบื้องลึก” ของ “ชาวบ้าน” และ “ผู้มาเยือน” คงมี “คำตอบ” อยู่ในส่วน “ลึก” ของจิตใจ!?!?!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพจดังวิเคราะห์เบื้องต้น เหตุการณ์’เรือหลวงสุโขทัย’ จมลงนอกชายฝั่งบางสะพาน

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699118

เพจดังวิเคราะห์เบื้องต้น เหตุการณ์'เรือหลวงสุโขทัย' จมลงนอกชายฝั่งบางสะพาน

เพจดังวิเคราะห์เบื้องต้น เหตุการณ์’เรือหลวงสุโขทัย’ จมลงนอกชายฝั่งบางสะพาน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.46 น.

19 ธ.ค.65 เพจเฟสบุ๊ก ThaiArmedForce.com  ได้โพสต์ข้อเขียนวิเคราะห์เบื้องต้น เหตุการณ์ #เรือหลวงสุโขทัย จมลงนอกชายฝั่งบางสะพาน โดยมีเนื้อหาดังนี้

Disclaimer: การวิเคราะห์ต่อไปนี้อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่กองทัพเรือแถลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งยังไม่ใช่ข้อมูลที่ครบถ้วน ดังนั้นควรถือว่าเป็นความเห็นเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปทั้งหมด เนื่องจากยังมีข้อมูลอีกมากที่เรายังไม่ทราบ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ควรไปอ้างอิงว่าบทวิเคราะห์นี้คือข้อสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้

—————-
เราอ่านคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของ โฆษกกองทัพเรือ อีกครั้ง คิดว่าน่าจะพอระบุสาเหตุในเบื้องต้นได้คือ

“เนื่องจากขณะนั้นบริเวณดังกล่าวมีคลื่นลมแรง ทำให้เรือเอียงจนทำให้มีน้ำทะเลบางส่วนไหลเข้าระบบเครื่องไฟฟ้าผ่านท่อไอเสียข้างเรือ ส่งผลให้เครื่องไฟฟ้าดับส่งผลต่อเครื่องจักรใหญ่หยุดทำงาน ซึ่งผลจากเครื่องจักรใหญ่และเครื่องจักรช่วยหยุดทำงานดังกล่าว เป็นเหตุให้ไม่สามารถควบคุมเรือได้ และส่งผลให้น้ำเข้าภายในตัวเรืออย่างรวดเร็วจนทำให้เรือเอียง

…. เรือหลวงกระบุรี ได้เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ เมื่อเวลา 20.40 น. และพยายามเข้าเทียบเรือหลวงสุโขทัย เพื่อส่งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่และช่วยเหลือกำลังพลจำนวน 106 นาย แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากคลื่นลมยังคงรุนแรง ต่อมาเรือหลวงสุโขทัย มีอาการเอียงมากขึ้นและได้จมลงเมื่อเวลา 00.12 น.”
ซึ่งสรุปคร่าว ๆ ก็คือ น้ำเข้าเรือมากจากท่อไอเสียจนเรือจมนั่นเอง
—————————
เรื่องนี้มีจุดที่น่าสนใจคือ

1. ท่อไอเสียที่เราคาดน่าจะเป็นท่อไอเสียบริเวณแนวน้ำ ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าเครื่องยนต์ทำงานก็จะมีแรงผลักน้ำออกมาตลอด และมีกลไกไม่ให้น้ำเข้าเรือ และโดยปกติถ้าน้ำเข้าเรือก็จะมีการสูบน้ำออก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ชัดว่าการที่น้ำทะเลไหลเข้าท่อไอเสียมากจนทำให้เครื่องจักรใหญ่หรือเครื่องยนต์หยุดทำงานนั้นเกิดจากอะไร
แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วถ้าน้ำเข้าเรือ เรือรบจะสามารถควบคุมความเสียหายได้ด้วยการปิดท่อ ถ้าปิดไม่สำเร็จก็จะต้องทำการปิดห้องที่น้ำท่วม ซึ่งก็จะทำให้เรือแม้จะเสียสมดุลไปบ้างแต่ก็ยังลอยอยู่ได้ แต่การที่เรือเอียงลงมาน่าจะหมายถึงการควบคุมความเสียหายไม่สำเร็จจนทำให้น้ำทะลักเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ จนจมลงในที่สุด ซึ่งนี่คือหนึ่งใน Chain of Event ที่นำไปสู่การจมของเรือ

2. เรือหลวงกระบุรีพยายามเข้าเทียบเพื่อส่งเครื่องสูบน้ำให้กับเรือหลวงสุโขทัย แต่ไม่สามารถเทียบได้เพราะคลื่นลมแรง ตรงนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือน่าจะมีปัญหาบางอย่างกับเครื่องสูบน้ำของเรือหลวงสุโขทัยที่ทำงานไม่ได้หรือทำงานได้แต่ไม่สำเร็จหรือไม่ และแม้แต่เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่บนเรือหลวงสุโขทัยก็ยังไม่สามารถควบคุมความเสียหายได้จนต้องหาทางนำเครื่องสูบน้ำจากเรืออื่นมาช่วยกู้เรือ เครื่องสูบน้ำก็น่าจะเป็นอีกหนึ่ง Chain of Event เช่นเดียวกัน

3. เราไม่ทราบภาวะและเงื่อนไขของการที่ทำให้การควบคุมความเสียหายหรือ Damage control ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งคงต้องมีการสอบสวนต่อไป แต่เป็นได้ทั้งการที่กำลังพลทำทุกอย่างถูกต้องตามหลักแต่ไม่สามารถควบคุมความเสียหายได้เนื่องจากสภาวะที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินไป หรือการควบคุมความเสียหายไม่สำเร็จจากความผิดพลาดของคนหรืออุปกรณ์ อันนี้ยังไม่มีทางที่จะรู้ได้ในตอนนี้

แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลก็คือ ดูสถานการณ์แล้วน่าเป็นห่วงเหมือนกันว่า ทำไมการควบคุมความเสียหายถึงไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่สถานการณ์ไม่น่าจะรุนแรงขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวัดจากสาเหตุคือน้ำเข้าท่อไอเสีย ไม่ใช่เรือพลิกคว่ำ การควบคุมความเสียหายน่าจะลดความรุนแรงได้ ตรงนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ากำลังพลผิดเสียทีเดียว แต่ควรเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสนใจ
—————————
4. เมื่อถอยออกมามองนั้น ไม่แน่ใจว่าการประเมินข่าวอากาศก่อนที่จะส่งเรือออกปฏิบัติการนั้นมีการประเมินมากน้อยเพียงใด เพราะเรือหลวงสุโขทัยเป็นเรือขนาดไม่ใหญ่นัก โดยมีขนาดไม่ถึง 1 พันตัน การทนทะเลจึงน้อยกว่าเรือใหญ่ลำอื่น ถ้ามีการแจ้งเตือนล่วงหน้า อาจจะต้องดูว่าการประเมินสถานการณ์และสภาพอากาศก่อนส่งเรือออกไปนั้นทำอย่างสมบูรณ์แล้วหรือไม่ หรือสภาพที่เกิดขึ้นเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่มีเหตุแจ้งเตือนมาก่อน เพราะในพื้นที่ก็มีเรือขนส่งของเอกชนล่มจากสภาพอากาศเช่นกัน

5. เรือมีกำลังพลที่ไม่ใช่ประจำเรือร่วมเดินทางไปราว 30 กว่าคน ไม่แน่ใจว่าจะส่งผลต่อเสถียรภาพของเรือหรือไม่ แต่ถ้าให้ TAF คิดไว ๆ ก็น่าจะส่งผลแต่ไม่น่าจะมากขนาดนั้น ตรงนี้ยังไม่แน่ใจ ส่วนอื่นก็อาจจะส่งผลคือเมื่อมีคนเพิ่มขึ้น อุปกรณ์กู้ภัยเช่นแพยางหรือเรือยางอาจจะไม่พอ หรือกำลังพลที่ขึ้นเรือมานั้นได้รับการบรรยายสรุปถึงการหนีภัยหรือกู้ภัยหรือไม่
แต่สิ่งที่แน่ใจได้คือการเตรียมการ เพราะมีรายงานว่ากำลังพลที่ไม่ใช่ประจำเรือนั้นไม่มีเสื้อชูชีพ ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงมากที่อาจจะมีผู้เสียชีวิตได้ อันนี้น่าจะเป็นเรื่องเดียวที่ค่อนข้างมั่นใจได้ว่ามีความผิดพลาดชัดเจน
—————————
6. ย้อนกลับไปที่การควบคุมความเสียหาย ถ้าเกิดจากอุปกรณ์ที่ไม่พร้อมจริง ๆ นั้น จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดจากการซ่อมบำรุงเรือ ซึ่งการซ่อมบำรุงเรือมีปัญหามากในช่วงหลัง โดยเฉพาะหลังจากที่กองทัพเรือจัดหาเรือดำน้ำซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก รวมถึงมีโครงการเกี่ยวเนื่องแต่ไม่เป็นความเร่งด่วนอย่างการจัดหาเรือหลวงช้างที่กองทัพเรือบอกว่านำมาสนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำ ซึ่งต้องใช้งบประมาณรวมมากกว่า 7 พันล้านบาท

ผู้บัญชาการทหารเรือท่านที่แล้วกล่าวอย่างชัดเจนว่าเรือและอากาศยานของกองทัพเรือจำนวนมากไม่ได้รับการซ่อมบำรุงตามวงรอบจนส่งผลต่อความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ในปีงบประมาณ 2566 กองทัพเรือจึงของบประมาณซื้ออาวุธน้อย แต่เน้นไปที่การซ่อมบำรุงเรือมากกว่า

ซึ่งถ้าสาเหตุเกิดจากความไม่พร้อมของอุปกรณ์จริง ก็ถือว่าผู้บัญชาการทหารเรือท่านที่แล้ววางแผนได้ถูกต้อง แต่แค่เหตุการณ์มาเกิดก่อนเท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งผลกระทบที่เกิดจากการวางแผนและเปลี่ยนแผนของผู้บัญชาการทหารเรือในอดีตที่เปลี่ยนมาจัดหาเรือดำน้ำและเรือบัญชาการยกพลขึ้นบกจนทำให้ไม่มีทรัพยากรมากพอในการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ในภาพรวม

ปกติแล้ว กองทัพไทยมักจะวางแผนงบประมาณในการจัดหายุทโธปกรณ์ แต่แผนในการส่งกำลังบำรุงและซ่อมบำรุงนั้นไม่ชัดเจน หรือทำไม่ได้ตามแผนและเลือกไปจัดซื้อยุทโธปกรณ์มากกว่าจะซ่อมบำรุง ซึ่งกองทัพไทยยังมีโครงการจัดซื้ออาวุธที่มีราคาแพงและมีค่าซ่อมบำรุงแพงอีกหลายโครงการ เช่นโครงการจัดหาเรือดำน้ำ หรือโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 ตรงนี้ก็น่าเป็นห่วงว่า การจัดซื้ออาวุธราคาแพงจะดึงทรัพยากรโดยรวมของกองทัพทำให้ความพร้อมรบต่ำลงหรือไม่
—————————
7. โดยสรุปก็คือต้องย้ำอีกครั้งว่า บทความนี้ไม่ได้สรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติในครั้งนี้ เพราะเรายังไม่มีข้อมูลมากไปกว่าคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของกองทัพเรือ ดังนั้นสาเหตุอาจจะเป็นไปได้ทุกอย่างตั้งแต่กำลังพลและกองทัพเรือทำทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน แต่สภาวะธรรมชาติที่ต้องเผชิญมากเกินกว่าจะรับมือไหว หรือมีความผิดพลาดบางอย่างที่ทำให้สถานการณ์ที่ควรจะควบคุมได้กลายเป็นความคุมไม่ได้และต้องเสียเรือทั้งลำไปในที่สุด ตรงนี้ต้องมีข้อมูลมากกว่านี้ถึงจะสามารถสรุปได้

แต่สิ่งที่จะพูดได้ก็คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว แต่น่าจะมาจาก Chain of Events หลายเหตุการณ์ที่ประกอบกันจนทำให้เกิดเหตุในที่สุด และข้อต่อที่ควรพิจารณามากที่สุดคือ การควบคุมความเสียหายหรือ Damage Control ที่ทำได้ตามขั้นตอนหรือไม่ หรือมีอุปกรณ์สำคัญสำหรับการควบคุมความเสียหายพร้อมใช้งานหรือไม่ ซึ่งการควบคุมควาเสียหายจะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้
—————————
8. สำหรับเกร็ดความรู้จากอุบัติเหตุครั้งนี้ก็คือ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่กองทัพเรือมีเรือจม โดยเหตุการณ์เรือจมใหญ่ ๆ ของกองทัพเรือในอดีตคือ

– เหตุการณ์เรือหลวงธนบุรีจมในยุทธนาวีเกาะช้าง ซึ่งเรือหลวงธนบุรีถูกกองเรือฝรั่งเศสยิงจนจมลง เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2484 ในกรณีพิพาทอินโดจีน ที่ถือเป็นยุทธนาวีครั้งแรกและครั้งเดียวของกองทัพเรือไทย

– เหตุการณ์เรือหลวงสมุยถูกจมโดยเรือดำน้ำ USS Sealion ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อปี 2488 โดยเรือหลวงสมุยไปรับน้ำมันจากสิงคโปร์ และถูกเรือดำน้ำยิงจมลง

– เหตุการณ์เรือหลวงศรีอยุทธยา ถูกจมลงในเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันในปี 2502 ซึ่งเรือถูกระดมยิงและถูกทิ้งระเบิดจากกองทัพอากาศ โดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ต้องกระโดดเรือหนีออกมา

9. อีกเกร็ดหนึ่งก็คือ ในกองทัพเรือไทยนั้นมีหลักการตั้งชื่อเรือคอร์แวตต์ซึ่งจะตั้งชื่อตามเมืองหลวงและยุคสมัยของไทย ทำให้เรามีเรือที่มีชื่อครบทั้งสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ สิ่งที่น่าสนใจคือเรือส่วนใหญ่ที่ถูกตั้งชื่อนั้นมีจุดจบที่ไม่ปกติทั้งสิ้น อย่างเรือหลวงธนบุรีถูกจมลงหลังจากทำการรบกับฝรั่งเศส เรือหลวงศรีอยุทธยาจมจาเหตุการณ์ทางการเมือง และล่าสุดคือเรือหลวงสุโขทัยจมลงเมื่อวานนี้ ยังคงเหลือเรือหลวงรัตนโกสินทร์ที่ยังใช้งานได้อยู่

10. มูลค่าความเสียหายจากเหตุการณ์นี้น่าจะมากกว่า 5 พันล้านบาท นอกจากความเสียหายจากตัวเงินแล้ว ยังมีความเสียหายที่เกิดกับขีดความสามารถของกองทัพเรือ เพราะเรือหลวงสุโขทัยเป็นเรือรบเพียงหนึ่งใน 5 ลำของกองทัพเรือไทยที่ถือว่าเป็นเรือชั้นแนวหน้าที่มีขีดความสามารถสูง ปฏิบัติการรบได้สามมิติคือบนฟ้า ผิวน้ำ และใต้น้ำ การสูญเสียในครั้งนี้ทำให้กองทัพเรือไทยเหลือเรือผิวน้ำชั้นแนวหน้าเพียง 4 ลำเท่านั้นคือเรือหลวงรัตนโกสินทร์ เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงตากสิน และเรือหลวงภูมิพล

ขอบคุณข้อมูล ThaiArmedForce.com

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fthaiarmedforce%2Fposts%2Fpfbid02C2PDCn3FjwrBtqrJsvytCjQA3S5Lmwuq8n6XPPfwDK9ALh2dQQkfziCR1yaCR9s4l&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จบทั้ง2ฝ่าย! ดราม่าที่พักบนสะปัน เหตุสั่งหมูกระทะข้างนอกมากิน

Posted on December 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699106

จบทั้ง2ฝ่าย! ดราม่าที่พักบนสะปัน เหตุสั่งหมูกระทะข้างนอกมากิน

จบทั้ง2ฝ่าย! ดราม่าที่พักบนสะปัน เหตุสั่งหมูกระทะข้างนอกมากิน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.05 น.

ที่พักโพสต์ชี้แจงคลิปดราม่า ลูกค้า บนสะปัน จ.น่าน จบดราม่าทั้ง 2 ฝ่าย หมูกระทะเป็นเหตุ

19 ธ.ค.2565 จากกรณีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งได้โพสต์ภาพและคลิปพร้อมระบุข้อความว่าโดนเจ้าหน้าที่ที่พักบนสะปัน จ.น่าน ออกมาโวยกลางดึก หลังจากตนได้สั่งหมูกระทะข้างนอกเข้ามาทานเพิ่มในที่พัก ซึ่งก็มีการโต้เถียงจนกลายเป็นคลิปไวรัล มีชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : นักท่องเที่ยวแฉที่พักชี้หน้าด่า เหตุสั่งหมูกระทะข้างนอกมากิน

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก สะปันซีวิว ที่พักบ้านสะปัน บ่อเกลือ น่าน Sapan See View ได้โพสต์ข้อความชี้แจงถึงดราม่าที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า

สวัสดีและกราบขออภัย จาก สะปันซีวิว นะคะ

จากเหตุการณ์ที่กำลังเป็นข่าวเกิดขึ้นกับที่พักในขณะนี้ ประเด็นเรื่องหมูกระทะ เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นการสื่อสารที่เข้าใจไม่ตรงกันระหว่างแอดมิน ลูกค้า และผู้ดูแลที่พัก จึงทำให้เกิดการโต้เถียง และเหตุการณ์บานปลาย ส่งผลให้เกิดความไม่สบายใจต่อลูกค้าที่เกิดเหตุ รวมถึงลูกค้าที่ยังไม่ได้เข้าพัก ทางที่พักน้อมรับ และกราบขออภัยเป็นอย่างสูง จะนำไปปรับปรุงและแก้ไขให้ดีขึ้นค่ะ ทั้งนี้ต้องกราบขออภัยพี่น้องคนน่านที่ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเสียหาย กราบขอภัยมากๆค่ะ 

นอกจากนี้ทางที่พักขอรับผิดชอบ ด้วยการโอนชำระเงินค่าที่พักคืนให้กับลูกค้า และจะดำเนินการถอนแจ้งความให้ค่ะ ทั้งนี้ขอความกรุณานะคะ รบกวนไม่ส่งข้อความก่อกวน หรือถ้อยคำหยาบคาย เข้ามาในอินบ๊อกของที่พักนะคะ

สุดท้ายขอบพระคุณท่านนายอำเภอบ่อเกลือใต้ที่ได้ประสานหาทางออกให้จบลงด้วยดีทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ และขอขอบพระคุณลูกค้าทุกๆท่านที่เข้าใจและขออภัยมา ณ ที่นี้อีกครั้งค่ะ

ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ก็ได้โพสต์ข้อความไม่ติดใจดราม่า โดยระบุว่าที่พัก ได้โอนเงินคืนเต็มจำนวน พร้อมจบปัญหาดราม่าดังกล่าว

จากที่ทางที่พักสะปันซีวิวได้ออกมาชี้แจงและขอโทษทางเราทั้ง 3 คนและทางที่พักได้โอนเงินคืนเต็มจำนวน

ในส่วนลูกค้านะครับ ทางเราทั้ง 3 คนไม่ติดใจอะไรแล้วนะครับเพราะอยากให้เรื่องทุกอย่างจบ

เรื่องทั้งหมดอาจจะเกิดการสื่อสารของทั้งลูกค้าและพี่แอดมินทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปคนละประเด็น ทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย ทางเราทั้ง 3 คนต้องขอโทษในส่วนตรงนี้ด้วยนะครับ ทางเราไม่ได้มีเจตนารีวิวที่พักให้เสียหายเลย

และทั้งนี้ทางผมเจ้าของโพสจะขอลบโพสที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเหตุการณ์บานปลายเพื่อจบเรื่องราวทุกอย่างนะครับ ขอบคุณ #รายการคุยทะลุดราม่า #นายอำเภอบ่อเกลือ #ท่านปลัด #ท่านกำนันที่ช่วยไกล่เกลี่ยให้เรื่องราวจบลงด้วยดีนะครับ 

สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า จ.น่านยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆมากมายไว้รอบริการนักท่องเที่ยวนะครับ ช่วงนี้อากาศกำลังหนาวมาเที่ยวกันเยอะๆนะครับ อย่าพึ่งตัดน่านออกจากรายการที่พักนะครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,930,522 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

แฟนคลับแห่คอมเมนต์! หงา คาราวาน แต่งกลอนเพื่อประกาศขายที่ดิน
ศุภจี แจงกระทู้ถามสว. ยันใช้การตลาดแบบใหม่ เกษตรกร ไม่ต้องเร่ขายสินค้าริมถนน ดึงอินฟลูฯ ช่วย
สว.เศรณี โวยราคาน้ำมันปาล์มดิ่งฮวบ ซัดอย่านั่งเทียนเช็กสต็อก ด้าน ศุภจี ฟาด พูดไม่สร้างสรรค์
เอ็ดดี้ ชำแหละการศึกษาชายแดนใต้ เมื่อห้องเรียนกลายเป็นสนามชี้อนาคต
หญิง นราวัลย์ ขอบคุณทุกฝ่ายหลังเสร็จสิ้นพิธีส่งพ่อสามีเผยสภาพจิตใจ ลิฟท์ สุพจน์ ดีขึ้นเพราะได้แรงใจดี
สว.คิกออฟซื้อข้าวกินเองวันแรก! บิ๊กเกรียง ลั่นมั่นใจช่วยประหยัดงบประมาณ
พริษฐ์ อำลาตำแหน่งโฆษกพรรคส้ม ส่งต่อ ลิซ่า มั่นใจช่วยสื่อสารเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีกว่าเดิม
ทร.ย้ำจุดยืนเดิม ยึดมั่นความโปร่งใส ปมกำลังพลถูกกล่าวหาลอบยิงนักการเมือง
"คิม จองอึน" ต้อนรับผู้แทนรัสเซีย ร่วมทำพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ทหารเกาหลีเหนือพลีชีพในสงครามยูเครน
อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว'รวยไม่ไหวแล้ว'

Recent Posts

  • ฉัตรชัย เผย รอ นายกฯ เซ็นตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่ เชื่อสถานการณ์ใต้ดีขึ้น
  • วธ.คืนชีพ ปราสาทตาควาย บูรณะใหม่สวยเหมือนเดิม เผยความต่างแค่สีวัสดุ
  • นายกฯ ทำท่าเขียนลายเซ็น เผยใกล้ได้ ครม.เศรษฐกิจ แล้ว
  • เลขา สมช.ชี้ชัด! ไทยมีสิทธิ์ยกเลิก MOU 44 แม้เขมรไม่พอใจ
  • ยศชนัน ชูโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนขยะเกษตรเป็นพลังงาน หนุนรายได้ยั่งยืน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d