Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ท่าอากาศยานฯอู่ตะเภาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศครบ 10 ล้านคน

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697339

ท่าอากาศยานฯอู่ตะเภาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศครบ 10 ล้านคน

ท่าอากาศยานฯอู่ตะเภาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศครบ 10 ล้านคน

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.59 น.

ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศครบ 10 ล้านคน

วันที่ 10 ธ.ค.65 ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาระยอง-พัทยาได้มีการจัดงาน “Amazing Thailand 10 Million Celebrations” โดยมีนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และว่าที่ร้อยตรี พิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย พล.ร.อ.ระพีพงษ์ โสวรรณ ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้แทนภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพื้นที่จังหวัดชลบุรี และระยอง เข้าร่วมให้การต้อนรับและมอบของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวที่โดยสารมากับเครื่องบินเช่าเหมาลำ Azur Air เที่ยวบิน ZF 3711 เวลา 10.50 น. จากกรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย มีผู้โดยสารจำนวน 336 คน และเที่ยวบินที่ ZF 2847 เวลา 11.30 น.จากเมืองโนโวซีบีสค์ สหพันธรัฐรัสเซีย มีผู้โดยสารจำนวน 238 คน ซึ่งวางแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง  

ทันทีที่เดินทางถึงประเทศไทยได้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ การรำกลองยาวและพร้อมกับมอบของที่ระลึกเป็นถุงดอกไม้หอม ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น พร้อมบัตรกำนัลจากห้างสรรพสินค้าชั้นนำเป็นของที่ระลึกมอบแก่นักท่องเที่ยวเพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น สร้างความประทับใจและแสดงถึงความพร้อมของพื้นที่ในการเตรียมรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพตลอดจนส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าในมุมมองใหม่ (Meaningful Travel) เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ แบรนด์ Amazing Thailand ตอกย้ำให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจนักท่องเที่ยว (Top of Mind) ต่อไป 

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียถือว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว ที่มีการเดินซ้ำ และเดินทางมาเป็นครอบครัว มีวันพักเฉลี่ยประมาณ 12 วันโดยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี (พัทยา) สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) และตราด (เกาะช้าง) คาดว่าจนถึงสิ้นปี 2565 จะมีนักท่องเที่ยวจากตลาดรัสเซียมายังประเทศไทยราว 3.1 แสนคน สร้างรายได้ประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท 

โดยในวันนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการจัดงาน “Amazing Thailand 10 Million Celebrations” เฉลิมฉลองโอกาสสำคัญในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยครบ 10 ล้านคน ตามข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)ตามเป้าหมายส่งเสริมตลาดต่างประเทศของปี 2565 ของ ททท. ณ ท่าอากาศยานสำคัญ 7 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานกระบี่ ท่าอากาศยานสมุย และด่านพรมแดนทางบก 2 แห่งได้แก่ด่านพรมแดนสะเดาและด่านพรมแดนหนองคาย อีกทั้งเป็นการขอบคุณนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และประกาศความสำเร็จแบรนด์ Amazing Thailand ตอกย้ำความเชื่อมั่นประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจนักท่องเที่ยว เตรียมเดินหน้าดันยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่ 20 ล้านคนในปี 2566 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.หนองคายต้อนรับท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพื้นที่กว่า 10 ล้านคน

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697338

ททท.หนองคายต้อนรับท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพื้นที่กว่า 10 ล้านคน

ททท.หนองคายต้อนรับท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพื้นที่กว่า 10 ล้านคน

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.49 น.

ททท.ร่วมกับจังหวัดหนองคายต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยครบ 10 ล้านคนผ่านด่านพรมแดนหนองคายร่วมกับ 7 ด่านทั่วประเทศ ยืนยันความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกท่องเที่ยวในไทย

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 ธ.ค.65 ที่ด่านพรมแดนหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย – ลาวแห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยนางสาวสรัสวดี อาสาสรรพกิจ ผอ.ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท.ร่วมกันให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว ในงาน Amazing Thailand 10 million Celebrations เฉลิมฉลองโอกาสสำคัญในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยครบ 10 ล้านคนตามเป้าหมายส่งเสริมตลาดต่างประเทศของปี 2565 ของ ททท. ณ ท่าอากาศยานสำคัญ 7 แห่ง 

ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง – พัทยา, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ สนามบินสมุย และด่านพรมแดนทางบก 2 แห่ง ได้แก่ ด่านพรมแดนสะเดา และด่านพรมแดนหนองคาย อีกทั้งเป็นการขอบคุณนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และประกาศความสำเร็จแบรนด์ Amazing Thailand ตอกย้ำความเชื่อมั่นประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจนักท่องเที่ยวเตรียมเดินหน้าดันยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่ 20 ล้านคนในปี 2566

ในครั้งนี้ได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวและมอบของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว ที่เดินทางข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศไทยกว่า 300 คนซึ่งวางแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวใน จ.อุดรธานี, นครราชสีมา และชลบุรีโดย ททท. ส่งมอบบรรยากาศแห่งความประทับใจถึงนักท่องเที่ยวทันทีที่เดินทางถึงประเทศไทยด้วย Soft Power Thailand ชูอัตลักษณ์ของท้องถิ่นผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมภาคอีสานโปงลางบรรเลง ประกอบท่ารำ โดยนักท่องเที่ยวลาว เวียดนาม ที่เดินทางผ่านด่านพรมแดนหนองคายนิยมเดินทางต่อไปยัง จ.อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ศัลยกรรมที่ศูนย์ความงาม และรับบริการด้านสุขภาพที่โรงพยาบาลเอกชน รวมทั้งท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย เช่น บางแสน พัทยา ระยอง เชียงใหม่ และเชียงราย เป็นต้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! นายหน้าขายที่ดิน ขนข้าวสาร 10 ตัน แก้บน ‘ไอ้ไข่’ วัดเจดีย์

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697325

ฮือฮา! นายหน้าขายที่ดิน ขนข้าวสาร 10 ตัน แก้บน 'ไอ้ไข่' วัดเจดีย์

ฮือฮา! นายหน้าขายที่ดิน ขนข้าวสาร 10 ตัน แก้บน ‘ไอ้ไข่’ วัดเจดีย์

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.32 น.

10 ธ.ค.65 ที่บริเวณวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มีชาวบ้านกว่าพันคน เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมเข้าคิวต่อแถว เพื่อรับข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม หลังจากทราบว่ามีเจ้าของธุรกิจ นายหน้าค้าที่ดิน จะนำข้าวสารจำนวน 2,000 ถุง หรือ 10 ตัน มาแก้บน “ไอ้ไข่” เด็กวัดเจดีย์ ก่อนจะมอบข้าวสารให้กับชาวบ้าน

กระทั้งเวลา 10.00 น.นายพชร มโนธรรมรักษา นายหน้าขายที่ดินใจบุญพร้อมทีมงานจากกรุงเทพมหานคร เดินทางมาพรเอมด้วยรถบรรทุกสิบล้อพร้อมข้าวสาจำนวน 2,000 ถุง ถึงบริเวณวัด ก่อนที่เจ้าหน้าที่วัดประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่มารอรับข้าวสาร ให้เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบบริเวณพื้นที่ว่างหน้าศาลา  ระหว่างคนงานจะช่วยกันขนข้าวสารจำนวน 2,000 ถุง ไว้ในศาลา แล้วทางนายพชร และคณะประกอบพิธีแก้บนไอ้ไข่ เด็กวัด แล้วช่วยกันแจกจ่ายข้าวสารให้กับชาวบ้านคนละ 1 ถุง 

นายพชร เผยว่า เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่าน ตนเดินทางมาทำบุญที่วัดเจดีย์ พร้อมญาติๆ เพื่อกราบไหว้บนบานไอ้ไข่ เด็กวัด ขอให้ประสบความสำเร็จขายที่ดิน ยอมรับว่าก่อนมาบนบานไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ ที่ดินแปลงดังกล่าวขายยากมาก แม้ว่าจะมีการทำโฆษณาหลายรูปแบบ แต่สุดท้ายขายที่ดินแปลงดังกล่าวได้ หลังบนบานไอ้ไข่ วันนี้จึงเดินทางมาแก้บนไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ ตามที่บนบานไว้ ส่วนสาเหตุที่บนบานไอ้ไข่ ด้วยข้าวสาร เพราะต้องการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับชาวบ้าน ส่วนยอดเงินที่ขายที่ดินแปลงดังกล่าว ขอเก็บเป็นความลับ.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดยาวคึกคัก!! นทท.แห่สัมผัสลมหนาว-ทะเลหมอก ‘ผามออีแดง’

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697323

หยุดยาวคึกคัก!! นทท.แห่สัมผัสลมหนาว-ทะเลหมอก 'ผามออีแดง'

หยุดยาวคึกคัก!! นทท.แห่สัมผัสลมหนาว-ทะเลหมอก ‘ผามออีแดง’

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.52 น.

หยุดสุดสัปดาห์และเป็นวันรัฐธรรมนูญซึ่งจะมีวันหยุดชดเชยในวันจันทร์อีก 1 วันนักท่องเที่ยวนับพันคนขึ้นสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนจุดชมวิวผามออีแดง วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม มีกิจกรรมวิ่งสู่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เจ้าหน้าที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นเที่ยวชมทิวทัศน์ได้ในเวลา 09.00 น.

10 ธ.ค.65 เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์และเป็นวันรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีวันหยุดชดเชยในวันจันทร์ที่ 12 ธ.ค. อีก 1 วัน มีนักท่องเที่ยวนับพันคนแห่ขึ้นเที่ยวชมทิวทัศน์ตะวันขึ้นสามแผ่นดิน สัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนจุดชมวิวผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อุณหภูมิ 19 องศาเซลเซียส ลมแรง คนที่ชื่นชอบอากาศหนาวก็จะถูกใจกับสภาพอากาศแบบนี้ นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมตะวันขึ้นสามแผ่นดินที่สวยงามแล้ว ยังได้ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ ภาพประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า สถูปคู่ และปราสาทโดนตวล โบราณสถานเก่าแก่

นายวีระชัย กำลังงาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เปิดเผยว่า เนื่องจาก ในเช้าวันที่ 11 ธ.ค. 65 จังหวัดศรีสะเกษได้จัดการแข่งขันเดิน-วิ่ง มินิ&ฮาล์ฟมาราธอน สู่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โดยจะปล่อยตัวนักวิ่งในเวลา 05.00 น. ทางอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารจึงจำเป็นต้องปิดเส้นทางขึ้นสู่จุดชมวิวผามออีแดงในช่วงเช้า และจะเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปขึ้นชมทิวทัศน์บนผามออีแดงได้ในเวลา 09.00 น. วันเดียวกันเป็นต้นไป ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แลนด์มาร์คใหม่ ‘ถนนคนเดินปาย’ เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697322

แลนด์มาร์คใหม่ 'ถนนคนเดินปาย' เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว

แลนด์มาร์คใหม่ ‘ถนนคนเดินปาย’ เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.47 น.

เทศบาลตำบลปายได้ดำเนินโครงการจัดระเบียบการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่สาธารณะ “ถนนคนเดินปาย ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ ปลอดโฟม ลดการใช้ถุงพลาสติก และภายใต้มาตรการโควิด – 19 โดยกำหนดพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ผ่อนผันจำหน่ายสินค้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ภาคครัวเรือน ซึ่ง “ถนนคนเดินปาย” เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งรวม วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม ของชาวอำเภอปาย

นายอเนก ปันทะยม นายอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เป็นประธานในพิธีเปิด ถนนคนเดินปาย ภายใต้โครงการ จัดระเบียบการจำหน่ายสิที่สาธารณะ “ถนนคนเดินปาย ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ ปลอดโฟม ลดการใช้ถุงพลาสติก และอยู่ภายใต้มาตรการโควิด – 19” โดยมี พ.ต.อ.ทีฆวุฒิ บัณฑิตชูสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปาย เป็นผู้กล่าวรายงาน และ นายคณัสภูชิต แสนคำ นายกเทศมนตรีตำบลปาย กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันจัดงานและกำหนดระเบียบของถนนคนเดินปาย เพื่อให้ถนนคนเดินปาย เป็นแหล่งท่องเที่ยว ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ ปลอดโฟม ลดการใช้ถุงพลาสติก รวมไปถึงการป้องกันตัวเองตามมาตรการป้องกันการระบาดของ โรคโควิด-19 ในพื้นที่ อำเภอปาย อีกด้วย

โดยกำหนดพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ผ่อนผันจำหน่ายสินค้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ภาคครัวเรือน ซึ่ง “ถนนคนเดินปาย” เป็น สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งรวม วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม ของชาวอำเภอปายผมขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ คณะทำงาน ที่มีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว จนทำให้การจัดระเบียบการจำหน่ายสินค้าในที่ สาธารณะ ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลปาย มีความเป็นรูปธรรม

นายอเนก ปันทะยม นายอำเภอปาย ระบุว่า “ปาย” เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะ ถนนคนเดินปาย เป็นแหล่งรวมสีสัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ป่งบอกถึง วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรมของขาวอำเภอปาย การจัดระเบียบผู้จำหน่ายสินค้าในที่ทางสาธารณะของเทศบาลตำบลปาย กำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี และทำให้พื้นที่ผ่อนผันมีการบังคับใช้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย เกิดการขับเคลื่อนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อสุขภาพที่ดี ด้วยโภชนาการคุณภาพที่ดีของอาหาร-เครื่องดื่มสร้างการรับรู้และความเข้าใจ ส่งเสริมอาหารพื้นบ้าน่ อาหารท้องถิ่น ภายใต้คำขวัญ “อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอส์” เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบรรยากาศแห่งการท่องเที่ยวของอำเภอปาย

นายอำเภอปายกล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญที่สุด ชาวอำเภอปาย จะต้องช่วยกันรักษาความเป็นระเบียบของบ้านเมือง ช่วยกันรักษาความสะอาด ขอฝากพี่น้องขาวปาย ช่วยกันอนุรักษ์ และรักษาถนนคนเดินนี้ไว้ ให้เป็นอีกหนึ่งช่องทาง ของคนป่ายที่จะได้มาพบปะสังสรรค์ นำเสนองานศิลปะ วัฒนธรรม หรืองานฝีมือ ขอขอบคุณ ทุก ๆ ฝ่าย โดยเฉพาะคณะทำงานจากเทศบาลตำบลปาย เจ้าหน้าที่ ตำรวจ และคณะกรรมการชุมชน ที่ได้ดูแลเรื่องนี้เป็นอย่างดี

นายคณัสภูชิต แสนคำ นายกเทศมนตรีตำบลปาย เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลปาย มีโครงการจัดระเบียบการ จำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ “ถนนคนเดินปาย ปลอดเหล้า ปลอดบุรี่ ปลอดโฟม ลด การใช้ถุงพลาสติก ภายใต้มาตรการโควิด-19 ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดระเบียบการจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ พ.ศ.2546 และ เทศบัญญัติทศบาลตำบลปาย เรื่อง การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ พ.ศ. 2550 เทศบาลตำบลปายได้ดำเนินโครงการจัดระเบียบการจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ “ถนนคนเดินปาย ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ปลอดโฟม ลดการใช้ถุงพลาสติก ด้วยมาตรการโควิด – 19” โดยกำหนดพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ผ่อนผันจำหน่ายสินค้า เพื่อสร้างรายได้ภาคครัวเรือน และขับเคลื่อนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อสุขภาพที่ดี.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แค่ขำๆหนุกๆ!! ลูกชายเจ้าของร้านทองโพสต์ปืนโชว์ เผยต้องระวัง-ตื่นตัว

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697307

แค่ขำๆหนุกๆ!! ลูกชายเจ้าของร้านทองโพสต์ปืนโชว์ เผยต้องระวัง-ตื่นตัว

แค่ขำๆหนุกๆ!! ลูกชายเจ้าของร้านทองโพสต์ปืนโชว์ เผยต้องระวัง-ตื่นตัว

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.28 น.

เจ๊เจ้าของร้านทองใน อ.เมืองสงขลายืนถ่ายรูปคู่ปืนลูกซองโพสต์ลงเฟสบุ๊คจนกลายเป็นไวรัลแชร์ต่อกันจำนวนมาก เผยเป็นผลพวงมาจากเหตุปล้นร้านทองที่ จ.ตาก ทำให้ทางร้านทองตื่นตัวป้องกันเหตุร้าย

จากกรณีไวรัสบนโลกเชียล จากเหตุการณ์คนร้ายบุกปล้นร้านทองที่ จ.ตาก และถูกเจ้าของร้านยิงตอบโต้จนคนร้ายเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 1 ราย เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ปรากฏว่าในวันที่ 9 ธ.ค.65 ที่ จ.สงขลา ทางห้างทองพลอยกนก ซึ่งตั้งอยู่ใน อ.เมืองสงขลา ได้โพสต์ภาพเจ้าของร้านทอง ซึ่งเป็นผู้หญิงสูงวัย ยืนถือปืนยาวอยู่ภายในร้าน พร้อมเขียนแคปชั่น “สวัสดีค่ะ..วันนี้ร้านเปิดค่ะ” จนมีการแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน และในเวลาต่อมาเจ้าของโพสต์ได้ลบภาพดังกล่าวทิ้งไปแล้ว 

ล่าสุด..ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังร้านทองแห่งนี้เพื่อสอบถามถึงที่มาที่ไปของภาพนี้ โดยพบกับ นายกัปตัน อายุ 32 ปี ลูกชายเจ้าของร้านและยังเป็นเจ้าของร้านทองแห่งนี้ด้วย ได้เล่าให้ฟังว่า ผู้หญิงในภาพเป็นคุณแม่ของตน

โดยเมื่อเช้านี้ คุณพ่อได้ชวนคุณแม่ออกไปซ้อมยิงปืน และเอาปืนออกมาดู ซึ่งเป็นปืนลูกซองบาเรตต้า T1 และถ่ายรูปโพสต์ลงเพจของร้านและเฟสบุ๊คส่วนตัวของคุณแม่ โดยโพสต์เมื่อตอนเที่ยง ปรากฏว่า กลายเป็นไวรัล ที่มีการแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก และมีคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ก็จะเขียนแซวเล่นสนุกๆ

นายกัปตัน บอกว่า ที่แม่เอาปืนมาถ่ายรูปโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนหนึ่งก็มาจากเหตุปล้นทองที่ จ.ตาก ซึ่งค่อนข้างน่ากลัวและหลังจากนี้ต้องระวังมากขึ้น เพราะเหตุการณ์ชิงทองที่สงขลาอย่างมากก็แค่เข้าไปวิ่งราวแล้วชิงทองไปแต่ที่ จ.ตากเป็นการยิงประตูเข้ามา

นายกัปตัน บอกว่า จากเหตุการณ์ปล้นร้านที่ จ.ตาก ก็ต้องระวังมากขึ้นปกติทางร้านก็จะมีวิธีป้องกันอยู่แล้ว เช่น ใช้ประตูไฟฟ้า ถ้ามีคนผิดสังเกต เช่น สวมแจ๊กเก็ตหรือปิดบังอำพรางใบหน้า ก็จะล๊อคประตูทันที และใช้ลูกกรงเหล็กกั้นไว้ภายในอีกชั้น เค้าเตอร์ก็จะเป็นปูนยิงไม่เข้า หรือถ้าเกิดเหตุขึ้นมา ก็ให้พนักงานวิ่งหลบหนีไปก่อนเพื่อความปลอดภัย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอแล็บแพนด้า’อึ้งเจอลงประกาศขายธนบัตรปลอม ขายกันโต้งๆแบบนี้เลย

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697306

'หมอแล็บแพนด้า'อึ้งเจอลงประกาศขายธนบัตรปลอม ขายกันโต้งๆแบบนี้เลย

‘หมอแล็บแพนด้า’อึ้งเจอลงประกาศขายธนบัตรปลอม ขายกันโต้งๆแบบนี้เลย

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.14 น.

10 ธ.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก “หมอแล็บแพนด้า” ของ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความที่เห็นแล้วต้องอึ้ง เนื่องจากเป็นการลงประกาศขายธนบัตรปลอมเป็นปึกๆในโลกโซเซียล โดยประกาศขายผ่านทางเพจ”จำหน่ายแบงค์-ธนาบัตร”อย่างโจ่งครึ่มแบบไม่กลัวเกรงต่อกฏหมาย ซึ่งมีข้อความระบุว่า…

เตรียมส่งให้ลูกค้าวันนี้อีก 2 ล้าน 8 แสนครับ ไม่ลงบ่อยแต่มีเรื่อยๆนะครับ วันนี้มีอีก 4 ล้านนะครับใครที่สนใจอยากสั่งสอบถามเข้ามาได้เลยครับ เอาไปใช้หนี้ได้ จ่ายค่าเทอมได้ จ่ายค่ารถค่าบ้านได้ บอกเลยแบงค์ทำมาเพื่อใช้งานโดยเฉพาะไม่ได้เอาหลอกตาคนอื่นเน้นใช้งานจริง

ขณะที่หมอแล็บแพนด้า ระบุว่า ธนบัตรปลอม ขายกันโต้งๆแบบนี้เลย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่าธนบัตรปลอมจากกลุ่มดังกล่าวถูกนำไปใช้ตามท้องตลาดจริง ทั้งนี้ ได้มีผู้เข้าไปแสดงความติดเห็นจำนวนมาก อาทิ คนซื้อต้องโง่ขนาดไหน ขนาดคนขายมันยังขายแบงค์ปลอมแลกเงินจริงอยู่เลย, จะมาขายทำไม ทำไมไม่ไปใช้เองวะ,ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ เหมือนเพจโชว์รูปแบงค์จริงที่ไปก็อปมา รีวิวก็สร้างเอง พอมีคนโอนเงินให้แล้วบล็อกหรือเปล่า,มันเกรียนครับหมอ คนบ้าอะไรเอาของปลอมมาขายอีกทีเพื่อ!!!,

อนึ่ง โทษฐานปลอมหรือแปลงธนบัตร คือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-400,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 240 ส่วนคนที่นำธนบัตรปลอมไปใช้โดยรู้ว่าเป็นของปลอม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-300,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 244 แต่ถ้าคนที่นำธนบัตรปลอมไปใช้ ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมยันขืนนำออกใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 245

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FMTlikesara%2Fposts%2Fpfbid08bqRWj9wKjaPNBvJtB5gMpvU4VkZNkCan7Gg4UAZBsEQzWHYRUWvQtFUVeGhH28vl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวผู้ไทยเรณูเชือดวัวแก้บนปีละกว่าพันตัวจัดประเพณีบวงสรวง ‘ปู่ถลา’ บรรพบุรุษชนเผ่า

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697305

ชาวผู้ไทยเรณูเชือดวัวแก้บนปีละกว่าพันตัวจัดประเพณีบวงสรวง 'ปู่ถลา' บรรพบุรุษชนเผ่า

ชาวผู้ไทยเรณูเชือดวัวแก้บนปีละกว่าพันตัวจัดประเพณีบวงสรวง ‘ปู่ถลา’ บรรพบุรุษชนเผ่า

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.46 น.

พลังศรัทธาชาวผู้ไทยเรณู จัดประเพณีบวงสรวงปู่ถลา บรรพบุรุษชนเผ่า เชือดวัวแก้บนปีละกว่าพันตัว ฮือฮาประทับร่างทรง ถวายเครื่องเซ่นไหว้สุดโปรด ก้อยดิบใส่เลือดสด เลขเด็ด 84 เกลี้ยงแผง

ที่ศาลเจ้าปู่ถลา ในเขตเทศบาลตำบลเรณู อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.65 ที่ผ่านมา ชนเผ่าผู้ไทยเรณูนครร่วมประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์บวงสรวงเจ้าปู่ถลา ซึ่งเป็นผีบรรพบุรุษของเผ่าผู้ไทยหรือภูไท เคารพนับถือที่สุด ได้มีนางสุเพ็ญศรี ยิ่งผล อายุ 79 ปี ที่เรียกว่าเจ้าจ้ำ หรือร่างทรงปู่ถลา และนายสุเมธ แก้วมณีชัย อายุ 60 ปี ผู้ดูแลประกอบพิธีกรรมความเชื่อ นำชาวบ้านลูกหลานชนเผ่าผู้ไทยเรณูนคร พร้อมด้วยประชาชน นักท่องเที่ยว จากทั่วสารทิศ ได้เดินทางมาร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้

โดยการประกอบพิธีบวงสรวงเซ่นไหว้เจ้าปู่ถลา สิ่งที่ขาดไม่ได้และเชื่อกันว่าเป็นของโปรดเจ้าปู่ถลา คือ เนื้อวัวสด จึงต้องมีหัววัว ขาวัว ทั้ง 4 ขา และหางวัว นำมาจัดวางใส่ถาดถวาย รวมถึงเมนูจากเนื้อวัว ประกอบด้วย ก้อยดิบ ใส่เลือด ลาบเนื้อ ย่างเครื่องใน ต้มเนื้อ นอกจากนี้ยังมีบุหรี่ เหล้าขาว ส่วนดอกไม้ที่จะถวายต้องเป็นสีแดงจึงเน้นดอกกุหลาบเป็นหลัก และหลังจัดเครื่องสักการะบูชาถวายเจ้าปู่ถลาแล้ว ถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ทุกคนรอคอยกลายเป็นที่ฮือฮาเสมอคือเจ้าปู่ถลา ได้ประทับร่างทรงนางสุเพ็ญศรี  ยิ่งผล อายุ 79 ปี ที่ชนเผ่าผู้ไทยเรณุนคร ภาษาถิ่นเรียกว่าเจ้าจ้ำหรือร่างทรงปู่ถลา มีอาการสั่นนั่งชันเข่าเหมือนคนแก่ และพูดคุยสื่อสารกับชาวบ้าน ระบุว่า เจ้าปู่ถลามารับเครื่องเซ่นไหว้ โดยเฉพาะก้อยดิบ ลาบเลือดวัวสดๆ ซดกินจนหมดถ้วย สูบบุหรี่พร้อมกันครั้งละ 2 มวน และยกขวดเหล้าขาวดื่มเป็นอึกๆ พร้อมอวยพรให้ลูกหลาน มีความร่มเย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรือง

และที่ขาดไม่ได้อีกหนึ่งอย่าง คือทางลูกหลานเผ่าผู้ไทย ได้ขอเลขมงคลประจำงวดวันที่ 16 ธันวาคม 65 เจ้าปู่ถลาไม่ทำให้ผิดหวังได้บอกเลขมงคล 84 ทุกคนต่างพากันไปเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่จนเกลี้ยงแผง

ด้าน นายสุเมธ แก้วมณีชัย อายุ 60 ปี เจ้าจ้ำ ผู้ดูแลการประกอบพิธีแก้บน เซ่นไหว้บวงสรวงเจ้าปู่ถลา กล่าวว่า สำหรับเจ้าปู่ถลาเป็นมเหศักดิ์หลักเมือง บรรพบุรุษ ผู้ปกปักรักษา ชนเผ่าผู้ไทยมาแต่อดีต ตามประเพณีความเชื่อ โดยจากตำนานชนเผ่าผู้ไทย มีการอพยพย้ายถิ่นมาจากเมืองวังอ่างคำ สปป.ลาว ข้ามน้ำโขงมาก่อตั้งบ้านเมือง ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม และมีความเชื่อว่าเจ้าปู่ถลาคือบรรพบุรุษ เป็นทหารนักรบผู้กล้าที่ต่อสู้ดูแลชนเผ่าผู้ไทย ดูแลบ้านเมืองมาแต่อดีต หลังมีการอพยพย้ายถิ่นฐานมาก่อตั้งที่ อ.เรณูนคร จึงมีการปั้นรูปเหมือนเจ้าปู่ถลา ตามประเพณีความเชื่อ โดยมีคนได้นิมิตเห็นรูปร่างหน้าตา ก่อนนำมาประดิษฐานไว้ที่ศาลเจ้าปู่ถลาแห่งนี้ ตั้งแต่ก่อตั้งเมืองอายุนานเกือบ 200 ปี ทำให้เกิดความเคารพศรัทธามาถึงปัจจุบัน

 ทั้งนี้ เจ้าปู่ถลาชาวผู้ไทยเชื่อกันว่าเป็นทหารกล้า ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีหูทิพย์ ตาทิพย์สร้างปาฏิหาริย์ให้กับลูกหลานที่มาขอพรบนบานศาลกล่าว ทั้งให้โชคลาภ คุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย จึงมีการสืบทอดประเพณีบวงสรวงเจ้าปู่มาทุกปี โดยลูกหลานชาวผู้ไทย ประชาชน นักท่องเที่ยว จะมากราบไหว้บูชา นำเครื่องราง วัตถุมงคล ไปเก็บรักษาตามความเชื่อ และเป็นสิริมงคล

นายสุเมธ แก้วมณีชัย กล่าวต่อว่าที่ขาดไม่ได้ในการถวายเครื่องสักการบูชาเจ้าปู่ถลา หรือการแก้บนจะต้องมีการนำวัวที่ชำแหละสดๆ นำเนื้อมาทำลาบดิบ ก้อยดิบ ใส่เลือดสด จะต้องนำส่วนหัวของวัว หาง และขา 4 ขามาถวายด้วย โดยจากข้อมูลการลงทะเบียน พบว่าในแต่ละปีจะมีคนที่นำวัวมาเชือดแก้บน หลังประสบความสำเร็จตามที่บนบานไว้ และเป็นเครื่องเซ่นไหว้ถวาย ปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ตัวถือเป็นพลังศรัทธาความเชื่อของชนเผ่าผู้ไทยที่มีมาแต่อดีต จากเดิมจะนำมาเชือดในพื้นที่ศาลเจ้าปู่ถลา ปัจจุบันจะนำไปเชือดชำแหละที่โรงฆ่าสัตว์เทศบาลตำบลเรณูนคร เพื่อป้องกันโรคติดต่อ ตามสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สำคัญปีนี้ทางอำเภอเรณูนคร ได้ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง และชนเผ่าผู้ไทย จัดสร้างหอเจ้าปู่ถลาหลังใหม่ ตั้งเป้างบประมาณกว่า 20 ล้านบาท โดยมาจากเงินปัจจัยที่เกิดจากพลังศรัทธาไม่ใช้งบประมาณภาครัฐ คาดแล้วเสร็จในปี 2569 เพื่อเฉลิมฉลองครบ 200 ปี อ.เรณูนคร ไปในคราวเดียวกัน 

ด้าน นางสุเพ็ญศรี ยิ่งผล อายุ 79 ปี ที่ชนเผ่าผู้ไทยเรณูนครเรียกว่า เจ้าจ้ำ หรือร่างทรงปู่ถลา กล่าวว่าศาลเจ้าปู่ถลา ถือเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาว อ.เรณูนคร ที่เป็นชนเผ่าผู้ไทย เชื่อว่าสามารถคุ้มครองปกปักษ์รักษาให้ประชาชน มีความร่มเย็นเป็นสุข แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงขอพรให้สมหวังได้ มีหลายคนที่มาขอพรแล้วประสบความสำเร็จ อาทิ การขอให้ลูกหลานสอบเรียนต่อ หรือสอบเข้าทำงานได้ ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อมีหลายคนได้ตามคำขอพรมาแล้ว ทำให้ในทุกปีจะมีผู้ที่เลื่อมใสศรัทธานำวัวเป็นตัวๆมาเชือดถวายแก้บนตามที่ได้ขอพรเจ้าปู่ถลา สมความปารถนา เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 1 -2 ตัว ยกเว้นวันพระ โดยจะนำมาชำแหละสดๆ นำหัววัว พร้อมด้วยขาวัว 4 ขา รวมกับหางด้วย ถวายเจ้าปู่ถลาพร้อมทั้งมีลาบเนื้อสดใส่เลือดสดสีแดง จัดพาอาหาร หลังถวายปู่ถลาเรียบร้อย ส่วนที่เหลือจะนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านลูกหลานกิน ถือเป็นสิริมงคล ตามความเชื่อที่มีมาแต่อดีต ที่สำคัญตามความเชื่อของชาวเรณูผู้ไทย เจ้าปู่ถลายังเป็นที่พึ่งทางจิตใจชองชาวผู้ไทยเรณูนคร และประชาชนทั่วไป ในเรื่องของการขอโชคลาภ ไปจนถึงการขอพรอื่นๆ มักมีคนมาบนบาลศาลกล่าว แล้วแต่ความประสงค์ต้องการ แต่เมื่อได้ดังประสงค์แล้ว ต้องมีการแก้บนด้วยการนำวัวเป็นตัว มาเชือดชำแหละกราบไหว้บูชาแก้บน 

นางสุเพ็ญศรี ยิ่งผล กล่าวอีกว่า ส่วนการที่จะเป็นตัวแทน หรือเจ้าจ้ำของปู่ถลา จะต้องสืบทอดมาจากปู่ย่าตายาย และสืบทอดมาจากพิธีกรรมความเชื่อเท่านั้น ขณะที่ตนไม่คิดว่าจะได้มาเป็นตัวแทนเจ้าปู่ถลา แต่เกิดขึ้นจากเรื่องปาฏิหาริย์ ที่เกิดจากความเชื่อ ปกติตนไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเนื้อดิบ แต่พอปู่ประทับทรง จะกินทุกอย่างแบบไม่รู้ตัว ถือเป็นประเพณีความเชื่อชนเผ่าผู้ไทยที่อธิบบายยาก ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลจะมีความเชื่อ ความศรัทธา

ทั้งนี้ กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทย ถือเป็น 1 ใน 9 ชนเผ่าของ จ.นครพนม ได้ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี ปีนี้จัดขึ้นระว่างวันที่ 8-10 ธันวาคม 2565 โดยเจ้าปู่ถลา ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเรณูผู้ไทย เป็นมเหศักดิ์หลักเมืองที่ชาวผู้ไทยให้ความเคารพศรัทธามาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เชื่อว่าปู่ถลาเป็นเจ้าเมืองทหารกล้า ที่มีวิชาอาคมแก่กล้า ดูแลปกปักษ์รักษาบ้านเมือง และดูแลชาวผู้ไทยมาแต่อดีต ทางอำเภอเรณูนครได้มีการก่อตั้งศาลเจ้าปู่ถลาหรือหอเจ้าปู่ถลา ตั้งอยู่ท้ายเมืองเรณูไปทางตะวันตก ห่างจากวัดปัจฉิมวาส 200 เมตร เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชา เพื่อเป็นสิริมงคล เชื่อกันว่าหากใครได้มีโอกาสมาร่วมงานบวงสรวงบูชางานเจ้าปู่ถลา จึงถือเป็นมงคลแก่ชีวิตมีความร่มเย็นเป็นสุข ทำให้ทุกปีจะมีลูกหลาน สายเลือดชาวผู้ไทย ที่เดินทาง ไปทำงานต่างจังหวัดกลับมาร่วมงาน ทุกคืนจะมีการจัดมหรสพคบงันตามประเพณี ทั้งดนตรีลูกทุ่งหมอลำ รวมถึงการแสดงฟ้อนรำศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อถวายเจ้าปู่ถลา และส่งเสริมการท่องเที่ยว

สำหรับเครื่องเซ่นไหว้ก็มี ช้าง (เหล้าไห) ม้า (สุรา) และวัว จะนำวัวเป็นไปเชือดสังเวยที่ศาลเจ้าปู่ถลา แล้วทำลาบเลือด ซึ่งเป็นอาหารโปรด  ส่วนเนื้อให้นำไปทำแกง การเซ่นไหว้เจ้าปู่ถลาชาวผู้ไทย เรียกว่าแก้บ๊ะหรือแก้บน เมื่อผู้ใดได้มาบนกับเจ้าปู่ถลาไว้ จะต้องมาแก้บนทุกครั้ง ส่วนอาหารที่เหลือจากการเซ่นไหว้เจ้าปู่ เมื่อเจ้าปู่ฯอิ่มแล้ว สามารถนำมากินต่อได้ ประเพณีใหว้ปู่ถลา ปู่ถลา คือ ความเชื่อของชาวเรณูนครว่าเป็นวิญญาณของบรรพบุรุษชาวผู้ไทย ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเมืองเว เรณูนคร และปกป้องดูแลให้ความช่วยเหลือชาวผู้ไทยในการกระทำ กิจใดๆ ทุกอย่าง ถ้าใครยกมือไหว้ร้องขอบนบานให้ปู่ช่วยเหลือ เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วจะต้องแก้บนตามที่บอกกล่าว ในทุกๆ ปี ชาวผู้ไทยทั้งเมืองเรณูนคร จึงร่วมใจกันเลี้ยงปู่ถลาในวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 12 และจะมีมหรสพคบงัน -003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยวหน้าฝนให้ฟินต้อง ‘เกาะปูยู’ ชมถ้ำลอดสัมผัสทะเลหมอกสองแผ่นดิน

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697301

เที่ยวหน้าฝนให้ฟินต้อง 'เกาะปูยู' ชมถ้ำลอดสัมผัสทะเลหมอกสองแผ่นดิน

เที่ยวหน้าฝนให้ฟินต้อง ‘เกาะปูยู’ ชมถ้ำลอดสัมผัสทะเลหมอกสองแผ่นดิน

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.07 น.

หรอยนิ..เที่ยวสตูล   เปิดประสบการณ์ใหม่เที่ยวหน้าฝนให้ฟิน ชมถ้ำลอดสัมผัสหมอกหุบเขาสองแผ่นดิน ลิ้มรสหอยหลอดยักษ์กั้งตัวโต้โต

เที่ยวหน้าฝนที่ไหนจะฟินเท่าเที่ยวใต้สุดแดนสยามฝั่งอันดามัน ที่นี่ “เกาะปูยู” อ.เมือง จ.สตูล นั่งเรือออกจากฝั่งท่าเทียบเรือปูยู  ที่ ต.ตำมะลัง อ.เมืองสตูล เพียง 4 กิโลเมตร หรือประมาณ 15 นาที ก็จะพบความสวยงามทั้งสองฝั่งสองข้างทางไม่ว่าจะเป็นป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ ฝูงนกกระยางสีขาวนับร้อยตัวต่างพากันมารอต้อนรับบนต้นป่าโกงกางสร้างสีสันให้ผู้พบเห็นและนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย  จากนั้นแล่นเรือออกมาเพียงไม่นาน เหมือนหลุดเข้าไปในดินแดนหุบเขาท่ามกลางสายหมอกกลางฝน เปิดมิติใหม่ของการท่องเที่ยว และได้รับกลิ่นอายธรรมชาติของหุบเขาสันกาลาคีรีซึ่งเป็นที่แบ่งกั้นเขตแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย ก่อนที่เรือชาวบ้านจะพามุ่งหน้าไปยังถ้ำลอดปูยู โพรงหินที่เชื้อเชิญให้เข้าเยี่ยมชมธรรมชาติด้วยระยะทางความยาวเพียง 50 เมตร เสมือนหลุดไปอีก 1 เมืองสร้างความมหัศจรรย์และน่าตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย

นักท่องเที่ยว เล่าให้ฟังว่า มาเที่ยวครั้งที่สองแล้ว ครั้งแรกน้ำขึ้นไม่ได้ลอดถ้ำปูยู เลยมาลุ้นอีกรอบได้ลอดสมใจเหมือนหลุดไปอีกเมืองมีความสวยงามสมดั่งใจ  สวยมากอยากเชิญชวนมาเที่ยวปูยูกันเยอะ ๆนะคะ เพราะนั้งเรือไม่ไกลจากฝั่ง ได้ชมความสวยงามของธรรมชาติท้องทะเลสตูล

นายไพรัช สุขงาม ผอ.ททท.สำนักงานสตูล กล่าวว่า สตูลก็สามารถเที่ยวหน้าฝนได้ เป็นการเปิดประสบการณ์ความแปลกใหม่  ได้สัมผัสความสวยงามของหุบเขากลางหมอกหลังฝนตก เหมือนได้เที่ยวต่างประเทศ แต่ที่นี่อยู่ที่สตูล สวยงามเดินทางมาอย่างมาก เปลี่ยนประสบการณ์มาสัมผัสธรรมชาติที่ทะเลสตูลกัน

นอกจากความสวยงามและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ตำบลปูยู  ที่นี่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ทะเลมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นปูตัวโต หอยพิมตัวใหญ่ กั้ง และหอยไม้ไผ่หรือที่รู้จักกันในนามหอยหลอดยักษ์ เป็นหนึ่งเดียวของอาหารชั้นเลิศมาจากแหล่งความอุดมสมบูรณ์ที่นี่ของชาวตำบลปูยู

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสได้มาเยือนที่นี่   ยังมีอาหารเมนูพื้นถิ่นที่ขึ้นชื่อไว้บริการไม่ว่าจะเป็นกั้งทอดกระเทียมพริกไทย  หอยหลอดยักษ์จิ้มน้ำซีฟู้ด  หรือแกงตอแมะอาหารพื้นถิ่นแหลมมลายูที่ขึ้นชื่อก็ชวนให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมการท่องเที่ยวได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลปูยู  โทร 074-750-914 กองศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  เพื่อประสานกลุ่มแม่บ้านจัดหาอาหารตามฤดูกาล  เรือนำเที่ยว ให้บริการเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่  เที่ยวใกล้ตัวเมือง  นั่งเรือไม่ไกล  สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนหมู่บ้านชายแดนไทยมาเลเซีย   เที่ยวหน้าฝนสุดฟินให้  หรอยนิ  ที่สตูล.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘อาเซียน’ดึงดูดมหาอำนาจ ‘ฉันทามติ’ภายในยังเกิดยาก

Posted on December 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697262

สกู๊ปแนวหน้า : ‘อาเซียน’ดึงดูดมหาอำนาจ ‘ฉันทามติ’ภายในยังเกิดยาก

สกู๊ปแนวหน้า : ‘อาเซียน’ดึงดูดมหาอำนาจ ‘ฉันทามติ’ภายในยังเกิดยาก

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“55 ปี” เป็นระยะเวลาการดำรงอยู่ของ “อาเซียน (ASEAN)”หรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2510 ที่ประเทศไทย จากเริ่มต้นมีสมาชิกร่วมก่อตั้งจำนวน 5 ประเทศ จนล่าสุดในเดือน พ.ย. 2565 เพิ่งต้อนรับ ติมอร์เลสเต เข้าเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 11 ขณะเดียวกัน อาเซียนยังได้รับความสนใจจากชาติมหาอำนาจต่างๆ ทั่วโลก แต่อีกด้านหนึ่ง อาเซียนก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถรวมกันเป็นประชาคมได้อย่างเข้มแข็ง หากเทียบกับประชาคมที่คล้ายกันอย่างสหภาพยุโรป (EU)

เมื่อเร็วๆ นี้ มีวงเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “ถนนทุกสายมุ่งสู่อาเซียน : สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงหรือแค่ประชุมประจำปี” จัดโดยศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่ง ศ.ดร.นภดล ชาติประเสริฐ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ และที่ปรึกษาสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าถึงจะบอกว่าอาเซียนเป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องการเมือง

โดยช่วงแรกของการก่อตั้งเป็นความร่วมมือของชาติในกลุ่มโลกเสรีเพื่อรับมือภัยคุกคามจากชาติในกลุ่มโลกคอมมิวนิสต์ ขณะเดียวกัน ยังมีการเข้ามาของมหาอำนาจทั้ง 2 ค่าย คือสหรัฐอเมริกาในฝ่ายโลกเสรี และสาธารณรัฐประชาชนจีนในฝ่ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งจีนนั้นขัดแย้งกับสหภาพโซเวียตแม้จะเป็นมหาอำนาจร่วมค่ายคอมมิวนิสต์เหมือนกัน และไม่พอใจที่สหภาพโซเวียตพยายามขยายอิทธิพลในภูมิภาคนี้ผ่านเวียดนาม ดังนั้น อาเซียนจึงโดดเด่นขึ้นมาในฐานะเวทีประลองกำลังในระดับโลก

กระทั่งในทศวรรษ 1990 (ปี 2533-2542) สงครามเย็นสิ้นสุดลง กระแสโลกเชื่อว่าคงไม่มีสงครามใหญ่ๆ กันอีก จึงมุ่งไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งอาเซียนก็เริ่มปรับตัวเช่นกัน จากการก่อตั้งของกลุ่มชาติโลกเสรี 5 ประเทศ ในเวลาต่อมาอาเซียนเปิดรับความหลากหลายทางการเมือง หรือแม้แต่ความแตกต่างทางเศรษฐกิจ จนล่าสุดที่เพิ่งรับติมอร์เลสเตเข้าเป็นชาติสมาชิก

“ความเป็นศูนย์กลางอาเซียนเป็นปรากฏการณ์เฉพาะมากของประเทศโลกที่ 3 ซึ่งก็ไม่ได้มีเห็นในที่อื่น แม้จะมีการรวมกลุ่มในภูมิภาคต่างๆ ก็ตาม ก็ไม่ได้มีบทบาทโดดเด่นตรงนี้จริงๆ นักวิชาการญี่ปุ่นท่านหนึ่งก็เคยมาแลกเปลี่ยนกับผมด้วยซ้ำว่าบทบาทของอาเซียนก็มีลักษณะพิเศษนะ เมื่อมีการประชุมระดับผู้นำอาเซียนที่เราเรียกว่าประชุมสุดยอดอาเซียน เราสามารถเชิญประเทศต่างๆ ที่เป็นคู่เจรจาให้ส่งผู้แทนระดับสูงหรือระดับผู้นำรัฐบาลมาพูดคุยกันได้

คือเป็นประเทศกำลังพัฒนาในโลกที่ 3 ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจก็ไม่ได้ใหญ่ แต่สามารถเป็นที่รวมของผู้นำของประเทศมหาอำนาจต่างๆ ได้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ญี่ปุ่นเองเขาบอกว่าเขายังทำไมได้เลย อยู่ๆ จะจัดประชุมแล้วก็ไปเชิญผู้นำประเทศมหาอำนาจต่างๆให้มาประชุมกันอยู่เรื่อยๆ เป็นประจำ แต่อาซียนทำได้ อันนี้เป็นบทบาทซึ่งน่าจะเป็นผลพวงต่อเนื่องมาจากยุคสงครามเย็นอันนี้เป็นบทบาทซึ่งหลายๆ คนมองข้ามไป” ศ.ดร.นภดล กล่าว

หลังปี 2543 เป็นต้นมา จีนเริ่มพัฒนาประเทศจนสามารถแข่งขันกับสหรัฐอเมริกาได้ แต่ในทางกลับกันอาเซียนกลับมีบทบาทร่วมกันน้อยลง ศ.ดร.นภดล ตั้งข้อสังเกตว่า ในยุคนี้ชาติมหาอำนาจเลือกเจรจากับชาติในอาเซียนเป็นรายประเทศมากกว่าจะพูดคุยในนามอาเซียน ขณะที่อาเซียนเองก็ไม่สามารถหาฉันทามติได้แม้จะเป็นเรื่องที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับอาเซียนเอง เช่น ประเด็นทะเลจีนใต้ ประเด็นแม่น้ำโขง ประเด็นการรัฐประหารในเมียนมา เป็นต้น

ขณะที่ ศ.ดร.กิตติ ประเสริฐสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ และที่ปรึกษาศูนย์ญี่ปุ่นศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึง 3 ชาติอาเซียนที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ในปี 2565 คือไทย (APEC) อินโดนีเซีย (G20) และกัมพูชา (อาเซียน) ทั้ง 3 ประเทศ แม้จะอยู่ในอาเซียนเหมือนกัน แต่บทบาทที่ออกมาคือต่างคนต่างเล่นโดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประเทศตนเอง โดยเฉพาะไทยและอินโดนีเซีย ส่วนกัมพูชาเนื่องจากเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียนจึงยังอยู่ในกรอบของอาเซียน

ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะย้ำกันเสมอว่า “อาเซียนเป็นศูนย์กลาง(ASEAN Centrality)” แต่หากขาดการประสานความร่วมมือกันการผลักดันวาระร่วมให้โลกเห็นว่าอาเซียนให้ความสำคัญกับเรื่องใดอย่างแข็งชัดจึงยังไม่เห็นภาพชัด เช่น กรณีของประเทศไทยที่ผลักดันเศรษฐกิจ BCG (Bio Economy – เศรษฐกิจชีวภาพ, Circular Economy – เศรษฐกิจหมุนเวียน, Green Economy – เศรษฐกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) คำถามคือแล้วอาเซียนรับ BCG แบบเดียวกันไทยได้หรือไม่? จึงสร้างฉันทามติและพันธมิตรด้าน BCG ในอาเซียนได้ไม่มากพอ

“แน่นอนว่าหลายชาติยังไม่พร้อม ชาติที่อาจจะยังพัฒนาน้อยก็ยังไม่พร้อม แต่ว่ามันมีหลายชาติที่พร้อม ถ้าเรา Coordinate (ประสานความร่วมมือ) และผลักดันไปด้วยกันในนามของอาเซียน อันนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้ไปคุยหรือ Coordinate กับชาติอาเซียนบ้างเลยนะ แต่ผมคิดว่ามันน่าจะมีความแข็งขันมากกว่านี้ เพื่อผลักดัน Agenda (วาระ) ของอาเซียนในเรื่องต่างๆไม่เฉพาะ BCG อันนี้เป็นเพียงตัวอย่าง” ศ.ดร.กิตติ กล่าว

ดร.กิตติ กล่าวต่อไปว่า คำว่า อาเซียนเป็นศูนย์กลาง (ASEAN Centrality) เกิดขึ้นมาได้ประมาณ 16-17 ปีแล้ว เมื่อมีการจัดประชุม East Asia Summit ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากอาเซียน +3 (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น) อาเซียน +6(เพิ่มอินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) และ +8 (ดึงสหรัฐฯ กับรัสเซียมาด้วย) แต่ด้วยความที่อาเซียนหวั่นเกรงจะถูกกลบบทบาทโดยชาติมหาอำนาจต่างๆ ที่มีศักยภาพสูงกว่าทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ จึงเริ่มย้ำเรื่องอาเซียนเป็นศูนย์กลางตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หรือก็คือคำคำนี้มาจากความรู้สึกไม่มั่นคง(Insecure) ของอาเซียนเอง

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ชี้ว่าชาติสมาชิกอาเซียนไม่ได้พยายามผลักดันบทบาทอาเซียนให้ชัด คือในปี 2561 ที่มีการพบกันระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ (ในขณะนั้น)กับ คิม จอง อึน ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งพบว่า สิงคโปร์เน้นย้ำว่าผู้นำของทั้ง 2 ชาติ เลือกสิงคโปร์เป็นสถานที่เจรจา แต่ไม่มีการกล่าวอ้างใดๆ ถึงอาเซียน โดยสิ่งที่อยากเห็นคือเมื่อชาติในอาเซียนจะแสดงบทบาทขอให้เน้นย้ำถึงการเป็นสมาชิกอาเซียน

ด้าน รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช รองผู้อำนวยสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าในเดือน พ.ย. 2565 มีทั้งการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กัมพูชา ประชุม G20 ที่อินโดนีเซีย และประชุม APEC ที่ประเทศไทย หากพิจารณาเฉพาะชาติในอาเซียนหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่แสดงบทบาทได้โดดเด่น เนื่องจาก 1.ร่วมประชุมครบทั้ง 3 งาน เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นชาติเดียวในอาเซียนที่เป็นสมาชิก G20 2.วิสัยทัศน์ของผู้นำ นั่นคือ โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

“น่าจะเป็นครั้งที่โดดเด่นมากที่อินโดนีเซียประกาศแผนวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Global Maritime Fulcrum หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า ยุทธศาสตร์แกนสมุทรโลก นั่นก็คือเปรียบให้อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางของทั้งมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ก็คือเป็นแกนกลางหลักเหมือนกันในสถาปัตยกรรมของอินโด-แปซิฟิก แล้วก็มีการกำหนด Boundaries (ขอบเขต) โดยคร่าวๆ ด้วยว่าอาณาบริเวณที่อินโดนีเซียน่าจะทำ Power Projection (การฉายภาพแห่งอำนาจ) ว่ามันควรจะแผ่ไปถึงไหนบ้าง

ซึ่งมันก็ทับๆ กับ Concept (แนวคิด) เดิมที่เป็น Concept เรื่องเขตแดน-ดินแดนของอินโดนีเซีย ที่เรียกว่านูสันตารา (Nusantara) มันก็เป็นชื่อ Concept ในเชิงดินแดน มหารัฐที่คุมมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ มันก็ทับกัน แล้วอินโดนีเซียก็ใช้ตรงนี้ที่เป็นยุทธศาสตร์ชาติ วิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ทาง Geopolitics (ภูมิรัฐศาสตร์) ไปผลกักเรื่อง ASEAN Centrality ซึ่งคำนี้ก็มีมานานพอสมควรแล้ว แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลงานของรัฐบาลอินโดนีเซีย ก็ผลักดันให้ชาติสมาชิกอาเซียนจำนวนไม่ใช่น้อยเลยน้อมรับในเรื่องนี้” รศ.ดร.ดุลยภาค ระบุ

จากบทบาทที่โดดเด่นข้างต้น ทำให้ในการประชุมอาเซียนประจำปี 2566 ซึ่งอินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพตามวาระเวียนของการเป็นประธานอาเซียน น่าจะมีแรงกดดันไม่น้อยไปถึงรัฐบาลทหารในเมียนมา ซึ่งในการประชุมอาเซียนครั้งล่าสุดที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผู้นำอินโดนีเซียก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าผิดหวังที่รัฐบาลทหารในเมียนมาไม่สามารถดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนได้ อีกทั้งพยายามกีดกันไม่ให้ผู้แทนรัฐบาลทหารเมียนมาร่วมประชุมด้วย

รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า จากข้อมูลที่ทราบ รัฐบาลชุดปัจจุบันของอินโดนีเซียค่อนข้างเห็นใจฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ดังนั้น จึงต้องจับตามองว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร แต่อีกด้านหนึ่ง ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาอย่างมิน อ่อง หล่าย ก็ประกาศว่า หากในปี 2566 สถานการณ์ทางการเมืองสงบและสามารถเจรจาสันติภาพกับฝ่ายต่อต้านได้ก็จะจัดให้มีการเลือกตั้งอีกครั้ง ซึ่งก็อาจจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันจากอินโดนีเซียได้ แต่ก็ต้องดูว่าเลือกตั้งด้วยระบบใดและจะมีกลุ่มใดร่วมเจรจาสันติภาพบ้าง!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,273 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ชงพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตตอ.กลาง คลังเสนอครม. 5 พ.ค. นี้
เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
นายกฯ อวยพรวันแรงงานสากล ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง มีความมั่นคงในชีวิต
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
ค่าไฟใหม่ถูกลงแน่ นายกฯ บอก อนาคตโซลาร์รูฟจะไม่แพง
ศาลสิงคโปร์สั่งปรับนักกิจกรรมหญิง 3 คน เดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
รมว.พม. ผนึกกำลัง 20 กระทรวง ขับเคลื่อนกลไกพัฒนาสตรี ลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ สร้างสังคมที่ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ พูดติดตลกไม่อยากใส่เสื้อกันกระสุน เพราะกลัวดูอ้วนขึ้นอีก

Recent Posts

  • สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน
  • ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่
  • สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน
  • อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d