Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ธรรมะวันอาทิตย์ : ‘วัดลาดคำ’สอนเดินจงกลม คลายเครียด

Posted on December 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697474

ธรรมะวันอาทิตย์ : 'วัดลาดคำ'สอนเดินจงกลม คลายเครียด

ธรรมะวันอาทิตย์ : ‘วัดลาดคำ’สอนเดินจงกลม คลายเครียด

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.34 น.

11 ธันวาคม 2565 หลายคนเครียดกับปัญหาต่างๆ การเข้าวัดปฏิบัติธรรม จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่จะทำให้คลาดเครียด จิตใจสบาย ได้เป็นอย่างดี จึงขอแนะนำ วัดป่าลาดคำ ด้วยบรรยากาศที่สงบร่มรื่น ลมพัดเย็นสบาย ไร้แสงแดด จึงมีญาติโยม พุทธศาสนิกชน เดินทางเข้ามาทำบุญอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นวันพระ หรือวันธรรมดา เพราะวัดป่าลาดคำ เป็นวัดที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองอำนาจเจริญมากนัก ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตก ของตัวเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ มีพเจ้าอาวาสวัดป่าลาดคำ พระสงฆ์ 10 รูป สามเณร 2 รูป ไม่มีแม่ชีมัคนายก 1 คน สังกัด มหานิกาย บนเนื้อที่ 27 ไร่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้แมกไม้นานาพันธุ์

โดยเฉพาะไม้พะยูงที่ยังคงเหลืออยู่กว่า 50 ต้น ประกอบกับสำนักงานอัยการ จ.อำนาจเจริญนำมาปลูกใหม่เพิ่มเติมอีก จำนวน 100 ต้น ในแต่ละต้น จะมีป้ายคำสอนติดอยู่ทั่วป่า ปัจจุบันจึงมีไม้พะยูงขึ้นเต็มพื้นที่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่สำคัญ มีการก่อสร้างหอปู่ตาจันทร์ ขึ้น มาเมื่อหลายสิบปีก่อน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ การปกป้องป่าไม้ ทำให้ขบวนการมอดไม้ ไม่กล้าเข้ามาตัดไม้พะยูงหรือพันธุ์ไม้หายากที่นี่ ว่ากันว่า หากใครลักลอบเข้าไปตัดไม้ทำลายป่าภายในวัด ไม่เกิน 3 วัน จะประสบเคราะห์กรรม เกิดอาถรรพ์ ถึงกับล้มป่วยและเสียชีวิตไปในที่สุด  

วัดป่าลาดคำ เป็นวัดเก่าแก่ มีเจ้าอาวาสผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนหลายสิบรูป ที่โดนเด่น เป็นที่รู้จักของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลายและศรัทธามาก ก็คือ หลวงพ่อใส เมื่อท่านมรภาพไปแล้ว จึงมีญาติโยมที่นับถือท่าน และมีความศรัทธาในคำสอนของหลวงพ่อใส ได้ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์จำนวนหนึ่ง ก่อสร้างเป็นรูปปั้นองค์จำลองของหลวงพ่อใส ไว้ที่ด้านข้างศาลาการเปรียญ เพื่อให้พุทธศาสนิกชน ได้กราบไหว้ ระลึกถึงคุณงามความดีของหลวงพ่อใส 

สำหรับเจ้าอาวาสวัดป่าลาดคำ รูปปัจจุบัน ได้รับการถ่ายทอดวิชา เดินจงกลมและวิชาความรู้ด้านอื่นๆจากพระถวิล สุญธาติ เจ้าอาวาสองค์ที่แล้ว ซึ่งพระถวิล เป็นลูกศิษย์ท่านพุทธธาตุภิกขุ ซึ่งปัจจุบัน พระถวิล ได้ไปอยู่ที่สวนโมก จ.นครศรีธรรมราช เมื่อหลายปีมาแล้ว 

จึงทำเป็นทางเดินรอบวัด สำหรับพุทธศาสนิกชน ใช้เดินจงกลม ฝึกสมาธิ การหายใจเข้าออก กำหนดลมหายใจเข้าออก ระหว่างที่เดินจงกลม ก็จะอยู่ท่ามกลางป่าไม้ ร่มไม้ สงบ ร่มรื่น ตามทางเดินแบบดินปนดินทรายธรรมชาติ ทำให้นุ่มฝ่าเท้า และทางเดินรูปร่างคล้ายกะลาเป็นบางช่วง หากย่ำเท้าเหยียบลงไป ก็เป็นการนวดฝ่าเท้าไปในตัว ทำให้รู้สึกสบายเท้าสุดวิเศษ ทำเอาบรรดาผู้มาเดินปฏิบัติธรรมสมาธิ จงกรม ต่างติดใจ ต้องหวนกลับมาเดินเป็นประจำ ที่สำคัญเป็นการออกกำลังกายอีกทางหนึ่งด้วย  

เจ้าอาวาสวัดป่าลาดคำ เทศนาต่อพุทธศาสนิกชนและญาติโยมทั้งหลาย โดยการ ยึดแนวคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในเรื่อง การทำบุญ แก่พุทธศาสนิกชนนำไปปฎิบัติ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงการเกิดบุญไว้ 3 ประการ คือ 1. บุญเกิดจากการให้ทาน 2. บุญเกิดจากการรักษาศีล 3. บุญเกิดจากการภาวนาอบรมจิตใจ โดยสรุปแล้ว การสร้างความดีทุกประการล้วนเป็นแหล่งของการเกิดผลบุญกุศลทั้งสิ้น แล้วก่อให้เกิดอานิสงส์ที่จะสร้างความสำเร็จในชีวิตได้ทั้งสิ้น  

เมื่อกำลังให้ของแก่ใคร ไม่ว่าจะถวายของแก่พระสงฆ์ ให้ของแก่ พ่อ แม่  พี่ น้อง ญาติมิตร แม้เอาข้าวให้สุนัขกิน เอาอาหารโยนให้ปลากิน เอาเศษอาหารโปรยให้มดกิน ย่อมเกิดกระแสบุญขึ้น เป็นกระแสเรืองรอง แผ่ออกจากตัวผู้กำลังให้ เพียงไม่กี่วินาทีแสงนี้ จะพุ่งหายขึ้นไปเบื้องบน แล้วสะสมเป็นกองบุญของผู้ให้อยู่บนเทวโลก   

ดังนั้น ขณะให้ของแก่ใครจึงควรอธิษฐานจิต คิดทันทีว่า บุญนี้จงเป็นของเทวดารักษาตัวข้า หรือบุญนี้จงเป็นของเจ้ากรรมนายเวรของข้า หรือ บุญนี้จงเป็นของเทวดา ภูต ผี ปีศาจ เปรต ครุฑ นาค ยักษ์ ที่อาศัยอยู่ในสถานที่เลือกสวนไร่นาหรือเคหะสถานบ้านเรือนของข้า หรือบุญนี้ จงเป็นของเทวดารักษาบุตรของข้า จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบิดามารดาของข้า เป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่า เราต้องการแก้ไขในจุดใด.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เบตง’คึกคัก!มาเลเซียแห่เที่ยวช่วงปิดเทอม โกยเงินเข้าฟื้นเศรษฐกิจ

Posted on December 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697464

‘เบตง’คึกคัก!มาเลเซียแห่เที่ยวช่วงปิดเทอม โกยเงินเข้าฟื้นเศรษฐกิจ

‘เบตง’คึกคัก!มาเลเซียแห่เที่ยวช่วงปิดเทอม โกยเงินเข้าฟื้นเศรษฐกิจ

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.04 น.

‘เบตง’คึกคัก!มาเลเซียแห่เที่ยวช่วงปิดเทอม โกยเงินเข้าฟื้นเศรษฐกิจ

11 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆและในย่านธุรกิจเมืองเบตง ยังคงคึกคัก มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทั้งทางรถบัสเป็นกรุ๊ปทัวร์ และรถตู้โดยสาร นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมีความชื่นชอบอาหาร อากาศ แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งมาเยี่ยมญาติพี่น้องที่อยู่ใน อ.เบตง ด้วย เพราะนักท่องเที่ยวบางคนเคยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแล้วเมื่อ กว่า 2 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้เข้ามาอีก เพราะติดสถานการณ์โควิด-19

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้ามาท่องเที่ยวที่อำเภอเบตง จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเกือบทั้งหมด และมีนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียนของมาเลเซีย ตั้งแต่วันที่ 10-31 ธันวาคม 65 และเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ในวันจันทร์ 2 มกราคม 66

ขณะเดียวกัน ในวันนี้ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดสัปดาห์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวด้วยเช่นเดียวกัน ส่งผลให้สถานประกอบการ ร้านอาหาร สตรีทฟูด ขายดิบขายดี รวมทั้งร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึก มีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย เข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้าเพื่อนำกลับไปเป็นของฝากให้ญาติพี่น้อง  ทำให้ร้านค้าที่ขายเสื้อผ้าในย่านธุรกิจ ใจกลางเมืองเบตงได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ตั้งใจมาซื้อเสื้อผ้า เนื่องจากเสื้อผ้าที่นี่ราคาถูกกว่าที่อื่นและมีแบบให้เลือกหลากหลาย มีสีสันสดใส ทั้งของผู้หญิงและผู้ชายรวมทั้งของเด็กๆด้วย

อีกทั้งพนักงานขายในร้านก็สามารถพูดภาษามาเลเซียได้อย่างคล่องแคล้ว ซึ่งเป็นจุดขายที่ชาวมาเลเซียถูกใจที่สามารถต่อรองราคาสินค้าภาษาเดียวกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลทำให้แหล่งท่องเที่ยว สถานประกอบการ ร้านอาหาร โรงแรม กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง และมีเงินหมุนเวียนเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่อีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร่วมบุญสร้างหลวงพ่อโต องค์พระสูง49เมตร สระบัว8ไร่ แลนด์มาร์คใหม่เที่ยวใกล้กทม.

Posted on December 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697457

ร่วมบุญสร้างหลวงพ่อโต องค์พระสูง49เมตร สระบัว8ไร่ แลนด์มาร์คใหม่เที่ยวใกล้กทม.

ร่วมบุญสร้างหลวงพ่อโต องค์พระสูง49เมตร สระบัว8ไร่ แลนด์มาร์คใหม่เที่ยวใกล้กทม.

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.42 น.

ชาวพุทธร่วมบุญสร้างองค์พระสูง 49 เมตร สระบัว 8 ไร่ ผุดแลนด์มาร์คใหม่เที่ยวOne Day Tripใกล้กทม. 

11 ธันวาคม 2565 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมที่นาป่าวัดอัยยิการาม หมู่2 ตำบลบึงบอน อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี พุทธศาสนิกชนร่วมงานบุญถวายหลวงพ่อโตปางป่าเลไลยก์ พระพุทธรูปขนาดใหญ่สูง 49 เมตร เนื่องจากครบรอบการก่อสร้างได้ดำเนินมา 7 ปี และร่วมบุญบริจาคซื้อก่อบัวหลวงและบัวสาย เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์รอบองค์พระ บนพื้นที่ 8 ไร่ และกำลังดำเนินการเพิ่มอีก 10 ไร่ เพื่อเป็นแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยงแห่งใหม่ของจังหวัดปทุมธานี

โดยมี พระครูธัญกิจโกศล เจ้าอาวาสวัดอัยยิการาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายสำเนียง บุญนะ นายกองค์การบริหารส่วน ตำบลบึงบอน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมี คุณวาสนา ปั้นทอง สารวัตรกำนัน , คุณสมพงษ์ ทองคำ สมาชิก อบจ.หมู่ 2 , คุณพนิดา พุ่มประสพ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 , คุณสภาพร คำยนต์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2, คุณเทียน คล้ายนุช ที่ปรึกษาหมู่บ้าน อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.2 และประชาชนร่วมออกโรงทานอาหารและน้ำดื่ม ซึ่งวัดอัยยิการาม ได้ดำเนินการสถานปฏิบัติธรรมและเป็นสวนสุขภาพเพื่อให้ประชาชนในชุมชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์พร้อมเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจภายในชุนชน เน้นหลักหมู่บ้านศีล 5 ครอบครัวอบอุ่น ได้ก่อสร้างพระพุทธรูปหลวงพ่อโต ปางป่าเลไลยก์ สูง 49 เมตร และสระบัวหลวง บนพื้นที่ 8 ไร่

นายสำเนียง บุญนะ นายกองค์การบริหารส่วน ตำบลบึงบอน กล่าวว่า ในนี้ประชาชนได้มาร่วมบุญจำนวนมากซึ่งเป็นงานบุญประจำปีของวัดอัยยิการามหลังจากที่หยุดไปนานกว่า 3 ปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 พระครูธัญกิจโกศล เจ้าอาวาสวัดอัยยิการาม มีความประสงค์จะสร้างหลวงพ่อโตองค์สูง 49 เมตร เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้แวะเวียนเข้ามาบูชากราบไหว้ขอพรเป็นสิริมงคล ได้ดำเนินการมา 7 ปีแล้ว ยังขาดปัจจัยในการก่อสร้างอีกจำนวนหนึ่ง จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนเข้ามาร่วมสร้างบุญสร้างหลวงพ่อโตให้เสร็จสำเร็จ

นางวาสนา ปั้นทอง สารวัตรกำนันตำบลบึงบอน กล่าวว่า สำหรับวัดอายิการามได้ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยการปลูกบัวหลวงบนพื้นที่ 8 ไร่แล้ว และอยู่ระหว่างการปรับสระบัวเพื่อที่จะปลูกบัวสายบนพื้นที่ 10 ไร่ เพื่อเป็นแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยงแห่งใหม่ของจังหวัดปทุมธานีให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาเที่ยวชมเก็บภาพดอกบัวที่สวยงาม

นอกจากนี้ยังจะมีการก่อสร้างสะพานข้ามไปชมกลางสระบัว เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถชมดอกบัวได้อย่างใกล้ชิดและเป็นจุดชมวิว ปัจจุบันก็สามารถเข้ามาชมได้แล้วและยังสามารถร่วมบุญกับทางวัดได้อีกด้วย จึงฝากให้ประชาชนทั่วไปทั้งในจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาชมบัวที่สวยงามและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของชาวจังหวัดปทุมธานี.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มหากุศล! ทำบุญพระธาตุพนม โรงทานข้าวเหนียวนึ่ง 109 หวด ข้าวสาร 5 ตัน แจกจ่ายญาติโยม

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697435

มหากุศล! ทำบุญพระธาตุพนม โรงทานข้าวเหนียวนึ่ง 109 หวด ข้าวสาร 5 ตัน แจกจ่ายญาติโยม

มหากุศล! ทำบุญพระธาตุพนม โรงทานข้าวเหนียวนึ่ง 109 หวด ข้าวสาร 5 ตัน แจกจ่ายญาติโยม

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.57 น.

มหากุศลโรงทานข้าวเหนียวนึ่ง 109 หวด ข้าวสาร 5 ตัน พลังศรัทธาชาวไทย-ลาวนับหมื่น นุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมบูชาพระธาตุพนม

11 ธันวาคม 2565 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณลานธรรม หน้าวัดพระธาตุพนมมหาวรวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้มีพลังศรัทธาประชาชน นักท่องเที่ยว พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย ชาวลาวนับหมื่นคน เดินทางมาร่วมทำบุญนุ่งขาวห่มขาว ปฏิบัติธรรมบูชาองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี  และยังเป็นพระบรมเจดีย์ที่สำคัญของไทย ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 

โดยทางวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ร่วมกับพุทธศาสนิกชนจัดกิจกรรมมาต่อเนื่องทุกปี ในช่วงส่งท้ายปี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตุพนม ตลอดจนถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงราชการที่ 9  เฉลิมพระเกียรติแด่ในหลวงรัชกาลปัจจุบัน   ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมสนับสนุน ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้น้อมทำบุญสร้างกุศล ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ลดละเลิก อบายมุข เสริมบุญบารมี ส่งท้ายปีเก่า รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ให้บรรดานักท่องเที่ยวสายบุญจากทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมทำบุญ ในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 ธันวาคม 2565 เชื่อกันว่าหากใครได้มีโอกาส มาร่วมพิธีจะทำให้จิตใจสงบร่วมเย็นเป็นสุข  ซึ่งถือเป็นพิธีสำคัญที่พุทธศาสนิกชน จะได้ร่วมกันทำบุญทุกปี

สำหรับกิจกรรมในงาน จะเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม 2565  ทางพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เป็นประธานสงฆ์ นำประกอบพิธี ไหว้พระรับศีล เจริญพระพุทธมนต์ พร้อมแสดงปฐมธรรมกถา นำภาวนาปฏิบัติธรรมบูชาพระธาตุพนม สวดมนต์เจริญภาวนาข้ามคืน ไปจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 11 ธันวาคม 2565

โดยภาคเช้าจะได้มีการร่วมจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร  ถวายภัตตาหารเช้าพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และร่วมกิจกรรมทำบุญ บูชาองค์พระธาตุพนม  โดยตลอดงานได้มีพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธาทั่วสารทิศ ทั้งชาวไทย ชาวลาว เดินทางมาทำบุญปฏิบัติธรรมกันคึกคัก

ขณะเดียวกันทุกปีถือเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ สำหรับคณะสายบุญ อาทิ มหาทานลำชี มหาทานลำปาว ทานของมหาชนที่เดินทางมาจาก จ.กาฬสินธุ์ ได้นำบรรดาสายบุญกว่า 200 คน มาร่วมตั้งโรงทาน จัดเตานึ่งข้าวเหนียว จำนวน 109 หวด ตลอดทั้งวัน ทั้งคืน

พร้อมเตรียมข้าวสารจำนวน เกือบ 5 ตัน มานึ่งทำบุญตักบาตร รวมถึงตั้งโรงทานข้าวเหนียว อาหารอีสาน น้ำดื่ม แจกจ่ายให้กับพุทธศาสนิกชน รวมถึงประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งในพื้นที่ และต่างจังหวัดที่มาร่วมงาน ถือเป็นภาพแห่งความประทับใจ และแสดงออกถึงพลังศรัทธาของนักบุญ ที่มาร่วมสาธุบุญในครั้งนี้

ด้าน นายมนูญ พงษ์เทพ อายุ 59 ปี ตัวแทนสายบุญ  มหาทานลำชี มหาทานลำปาว ทานของมหาชน เปิดเผยว่า คณะสายบุญดังกล่าว มีตัวแทนชาวบ้านสายบุญ เดินทางมาจากพื้นที่หลายอำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ ด้วยความศรัทธาต่อองค์พระธาตุพนม จึงได้ระดมสายบุญ มาตั้งโรงทานข้าวเหนียวทุกปี

โดยจะมีการตั้งเตานึ่งข้าวเหนียว 109 หวดบริเวณหน้าวัด เพื่อแจกจ่ายให้กับพลังศรัทธา ประชาชน นักท่องเที่ยว รวมถึงอาหารอีสาน ได้รับประทานกันตลอดทั้งวันทั้งคืน รวมถึงหลังจากปฏิบัติธรรมข้ามคืน ในช่วงเช้าได้นึ่งข้าวเหนียว นำไปตักบาตรพระสงฆ์ ถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตุพนม ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจที่สุดที่ได้มาร่วมงานทุกปี และได้มีโอกาสสร้างบุญมหากุศลอันยิ่งใหญ่.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ดราม่า‘ค่าจ้างขั้นต่ำ600/วัน’ การเมืองหาเสียง-เศรษฐกิจกังวล

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697401

สกู๊ปแนวหน้า : ดราม่า‘ค่าจ้างขั้นต่ำ600/วัน’  การเมืองหาเสียง-เศรษฐกิจกังวล

สกู๊ปแนวหน้า : ดราม่า‘ค่าจ้างขั้นต่ำ600/วัน’ การเมืองหาเสียง-เศรษฐกิจกังวล

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.45 น.

สัปดาห์นี้เชื่อเหลือเกินว่าไม่น่าจะมีเรื่องใดเรียกเสียงฮือฮาไปมากกว่าการประกาศนโยบาย “ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 600 บาท” ในงานประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2565 ของ “พรรคเพื่อไทย” เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2565 พร้อมกับเปิดตัวอีกหลายนโยบายเพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้ และกลายเป็น “ดราม่า” เกิดวิวาทะในสังคมว่าจะทำได้จริงหรือ?

ไล่ตั้งแต่ในขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามอาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกระแสข่าวอย่างต่อเนื่องว่าน่าจะเข้าร่วมกับ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ในช่วงเวลาอีก 2 ปีที่เหลือ ที่ยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกฯได้ตามกรอบรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 โดยในวันเดียวกับที่พรรคเพื่อไทยประกาศนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 600 บาท พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งคำถามผ่านสื่อที่ทำเนียบรัฐบาล ว่านโยบายดังกล่าวจะทำได้จริงหรือ?

“ก็ต้องไปดูว่าทำได้จริงหรือเปล่าหลายเรื่องก็มีการเปิดเผยมาโดยตลอดซึ่งการจะทำโน่นทำนี่มันไม่ง่ายนักหรอกที่จะทำวันนี้เราก็ทำโครงสร้างต่างๆ มากมายเพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคต ซึ่งก็ต้องดูว่ามีผลกระทบอะไรบ้างหรือเปล่า การจะเพิ่มค่าแรงก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง ต้องดูว่านักลงทุน ผู้ประกอบการรับไหวหรือไม่วันนี้มันก็มีความแตกต่างอยู่แล้ว ในเรื่องของค่าแรง แรงงานที่มีฝีมือค่าแรงก็สูง ซึ่งสูงมากกว่า 600 บาทต่อวันเสียอีก

ขณะนี้เรามีการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อตอบสนองแรงงานยุคใหม่ที่ต้องทำงานกับเครื่องจักร และกิจการที่มีรายได้สูง วันนี้ต้องสนับสนุนไปทำนองนั้นก่อน บางโรงงานราคาโดยเฉลี่ยของแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วมีผู้ที่มีรายได้มากกว่าที่กำหนดไว้มากพอสมควร แต่ทั้งหมดต้องฟังผู้ประกอบการด้วย ประชาชนก็ต้องได้ประโยชน์ เราต้องสนับสนุนให้ได้ค่าแรงตามขีดความสามารถตามความเป็นจริง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เช่นเดียวกับ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย. 2565 ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหาร “พรรคพลังประชารัฐ” พรรคแกนนำฝ่ายรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเป็นอีกคนหนึ่งที่คาดว่าจะเข้าร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เตือนพรรคเพื่อไทยเรื่องหาเสียงขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 600 บาทต้องระมัดระวังด้วย

“เพื่อไทยหากจะหาเสียงอะไรก็แล้วแต่ ควรคำนึงถึงหายนะทางเศรษฐกิจด้วย อย่าหาเสียงเพราะนึกสนุกแบบนี้ เพราะสิ่งที่พูดออกมามันเหมือนการโยนระเบิดเวลาให้เจ้าของกิจการ การหาเสียงแบบนี้เป็นการโยนภาระให้ภาคเอกชน แต่ตัวเอง
ได้คะแนนเสียงซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้จะกระทบต่อนักลงทุนต่างประเทศเพราะจะไม่กล้าเข้ามาลงทุน การออกมาพูดแบบนี้ส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ หากจะหาเสียงอะไรก็แล้วแต่ ควรคำนึงถึงหายนะทางเศรษฐกิจด้วย” สุชาติ กล่าว

ไม่เว้นแม้แต่ขั้วการเมืองที่เป็นพันธมิตรกับพรรคเพื่อไทยอย่าง “พรรคก้าวไกล” กับกรณีของว่าที่ผู้สมัคร สส.ลำปาง เขต 1 ของพรรคอย่าง ทิพา ปวีณาเสถียร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Tipa Paweenasatien – ทิพา ปวีณาเสถียร” ระบุว่า“ค่าแรงในลำปาง ปี 54 จาก 156-กระโดดเป็น 300, 310, 315- SME ตายเป็นเบือ! ถ้าจาก 315-ขยับเป็น 600-ฉันก็คงไม่รอด!!” ซึ่งในเวลาต่อมาเจ้าตัวได้ลบข้อความดังกล่าวออกไป พร้อมกับทางพรรคก้าวไกลได้ออกแถลงการณ์ผ่าน
ทวิตเตอร์ “@MFPThailand” ซึ่งเป็นบัญชีทวิตเตอร์ทางการของพรรค ขอโทษกับกรณีที่เกิดขึ้น

“พรรคก้าวไกลเสียใจอย่างมากที่ว่าที่ผู้สมัครของพรรค ได้ด่วนวิพากษ์วิจารณ์นโยบายดังกล่าวโดยขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ พรรคขอน้อมรับคำวิจารณ์ทั้งหมด และขออภัยพรรคเพื่อไทย และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอย่างสูง พรรคก้าวไกลตระหนักดีว่าการขึ้นค่าแรงอย่างเป็นธรรม สอดคล้องกับค่าครองชีพ จะทำให้พี่น้องชาวไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ซึ่งก็ถือเป็นแนวนโยบายและคุณค่าหลักที่พรรคก้าวไกลยึดถือเช่นกัน”แถลงการณ์ของพรรคก้าวไกล ระบุ

หันไปดูภาคเอกชน ในการประชุม “คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)” ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย ในวันที่ 7 ธ.ค. 2565 แสดงความกังวลเรื่องหาเสียงขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 600 บาทเช่นกัน โดย สนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธาน กกร. ให้เหตุผลว่า การพิจารณาปรับค่าแรงต้องมองในทุกมิติ ทั้งในมุมของนายจ้างและลูกจ้าง รวมถึงการคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายค่าจ้างของนายจ้างซึ่งมีผลต่อการจ้างงานโดยรวม

“จากกรณีขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวันเมื่อปี 2554 ที่ถึงแม้จะดำเนินการได้สำเร็จ แต่ต้องยอมรับว่าช่วงแรกโดยเฉพาะ SME ปรับตัวค่อนข้างลำบาก ส่วนธุรกิจหรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่บางรายก็ปรับเป็นการย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นแทน ขณะเดียวกัน หากทยอยขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาทต่อวัน จากปัจจุบันที่ค่าแรงเฉลี่ยอยู่ที่ 328-354 บาทต่อวัน ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นการทยอยขึ้นก็จะทำให้ต้นทุนภาคธุรกิจปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 70% ทำให้ภาคธุรกิจอาจปรับตัวไม่ทัน” สนั่น กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 ธ.ค. 2565 แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ชี้แจงเรื่องนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 600 บาท ว่า เข้าใจดีถึงสาเหตุที่มีข้อถกเถียง เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจประเทศไม่ดี จึงคิดภาพว่าหากค่าแรงเพิ่มเป็น 600 บาท ต้นทุนผู้ประกอบการต้องเพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าหากคิดในวันนี้เดือดร้อนแน่ แต่พรรคนั้นพูดถึงเศรษฐกิจภาพรวมทั้งประเทศที่จะเติบโตพร้อมๆ กันทั้งระบบ ซึ่งทั้งนายจ้างและลูกจ้างได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย

“วันนี้ไม่แปลกเลยที่คนจะคิดว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้น วันนี้ยังคิดไม่ได้ ค่าแรงขึ้นเป็น 600 บาท ยังคิดไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจยังไม่ดี เมื่อเศรษฐกิจดีทั้งระบบแล้วจะไปโดยธรรมชาติของเศรษฐกิจ การเติบโตเศรษฐกิจเราต้องการเติบโตทั้งระบบทั้งประเทศ คนทุกชนชั้น คนทุกฐานะได้รับประโยชน์ ได้มีโอกาสได้มีศักดิ์ศรี มีเกียรติที่จะสามารถออกมาใช้ชีวิตจับจ่ายใช้สอย ลดหนี้สิน ดูแลครอบครัวได้” แพทองธาร ระบุ

สำหรับประเด็นข้อเถียงเรื่องการปรับค่าจ้างนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีมาทุกครั้งที่มีข่าวว่าจะปรับ ระหว่างฝ่ายสนับสนุนที่มองว่าจะทำให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยบางส่วนมองไปไกลถึงการเปลี่ยนจากค่าจ้างขั้นต่ำ (Minimum Wage) เป็นค่าจ้างที่เหมาะสมกับการดำรงชีพ (Living Wage) เพื่อให้แรงงานทุกคนอยู่ได้สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในขณะที่ฝ่ายคัดค้านกังวลผลกระทบด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และเมื่อผู้ประกอบการแบกรับไม่ไหวก็อาจย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ค่าจ้างถูกกว่า หรือใช้เครื่องจักรเข้ามาทดแทนแรงงานคน!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘พะเยา’เดินหน้าปั้น‘เด็กภูมิดี’ ปลุกพลัง‘ครอบครัว-ชุมชน’เข้มแข็ง

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697399

สกู๊ปพิเศษ : ‘พะเยา’เดินหน้าปั้น‘เด็กภูมิดี’  ปลุกพลัง‘ครอบครัว-ชุมชน’เข้มแข็ง

สกู๊ปพิเศษ : ‘พะเยา’เดินหน้าปั้น‘เด็กภูมิดี’ ปลุกพลัง‘ครอบครัว-ชุมชน’เข้มแข็ง

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นับเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว ที่กลุ่มชาติพันธุ์ภูไทจากกาฬสินธุ์และมุกดาหาร และชาวอีสานจากโคราช-ขอนแก่น ได้อพยพถิ่นฐานมาตั้งรกรากยัง “ชุมชนบ้านจำไก่” ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 6 หมู่บ้าน/ชุมชน รวมถึง“ชุมชนบ้านใหม่ราษฎร์บำรุง” หมู่ที่ 5 ต.สันโค้ง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ที่เป็นชุมชนผสมผสาน “สองวัฒนธรรมประเพณี” อีสานภูไท-ล้านนา อย่างกลมกลืนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและยังคงใช้ชีวิตตามแบบวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปสู่โลกของสื่อดิจิทัลเข้าถึงและส่งผลกระทบต่อเด็กในชุมชนชนบท ทำให้ครอบครัวและชุมชนบ้านจำไก่จำเป็นต้องปรับตัวให้รู้เท่าทันสื่อ เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กปฐมวัย ซึ่งกำลังอยู่ในวัยทองแห่งการเรียนรู้ให้ลดการเล่นมือถือ

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านใหม่ราษฎร์บำรุง จึงริเริ่มทำ “โครงการมหัศจรรย์สื่อสร้างสรรค์ 3 ดี สู่ชุมชน” เพื่อดึงเด็กให้หันมาสนใจทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้นแทนการเล่นมือถือ โดยมี “ครูป้อม-บุปผาคนสนิท” ครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กบ้านใหม่ราษฎร์บำรุง สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลสันโค้ง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ผู้จุดประกายและนำแนวทาง 3 ดี “สื่อดี ภูมิดี พื้นที่ดี” มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับเด็กปฐมวัยในพื้นที่โดยร่วมมือกับครอบครัวและชุมชน

ชุมชนบ้านจำไก่ได้ดำเนินการโครงการฯ จนประสบความสำเร็จและสร้างต้นแบบ “ครอบครัว 3 ดี” ที่เข้มแข็ง พร้อมถอดบทเรียน “3 ดี 3 สร้าง” ให้เป็นแนวทางและพี่เลี้ยงให้แก่เครือข่ายชุมชนอื่นๆ จวบจนวันนี้ก็เป็นเวลา 7 ปีเต็มแล้ว

“เราเริ่มต้นทำโครงการจากจุดเล็กๆ ในครอบครัว ค่อยขยายไปใหญ่แบบเป็นขั้นตอน เริ่มด้วยทดลองนำแนวคิด 3 ดีกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านใหม่ราษฎร์บำรุงก่อน แล้วจึงเจาะลึกเข้าไปยังครอบครัวและขยายไปสู่ชุมชน 3 ดี เพราะครอบครัวสำคัญสุดต่อการพัฒนาเด็ก ถ้าเราไม่เริ่มที่ครอบครัว ก็จะสร้างเด็กไม่ได้ผลสำเร็จ เราจึงเริ่มจากปลูกจิตสำนึกให้แก่เด็กและผู้ปกครอง ด้วยการดึงผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม จากนั้นทำข้อตกลงร่วมกันจัดพื้นที่ทำกิจกรรมเรียนรู้ในบ้าน” ครูป้อม กล่าว

สำหรับข้อตกลงร่วมกัน หรือ “กติกา” เป็นภาคบังคับที่ครอบครัวเข้าร่วมโครงการ 3 ดีจะต้องทำก็คือ การจัดพื้นที่ในบ้านทำกิจกรรมอย่างน้อย 3 มุม ได้แก่ มุมอ่านหนังสือ มุมปลูกผักสวนครัว และมุมคัดแยกขยะ เพื่อสร้างอุปนิสัยที่ดีให้แก่เด็กระยะยาว แต่หากครอบครัวใดทำเพิ่มได้ 4 มุม เช่น มีมุมเล่นอิสระ มุมน้ำ มุมทรายก็จะยกให้เป็นครอบครัวต้นแบบของชุมชน

ด้วยเป้าหมายที่ต้องการดึงเด็กออกจากมือถือโดยเน้นให้ทำกิจกรรมมากขึ้น ชุมชนจึงตั้งกติกา “ลด” ใช้มือถือในเด็กให้เหลือเพียง 20-30 นาทีต่อวัน และต้องมีผู้ปกครองคอยชี้แนะอยู่ด้วย รวมถึงยังห้ามผู้ปกครองดูมือถือต่อหน้าเด็ก และห้ามดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือทะเลาะเบาะแว้งกันในครอบครัวอีกด้วย

หลังจากครอบครัวสำเร็จในการสร้างพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ภายในครอบครัวแล้ว จึงขยายแนวคิดครอบครัว 3 ดี ไปสู่ชุมชน 3 ดีโดยจัดพื้นที่สาธารณะปลอดภัยในชุมชน เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองได้ทำกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกันเดือนละ 2 ครั้ง รวมถึงการถ่ายทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถือเป็น “จุดเด่น”ของชุมชนให้กับเด็ก

“เราโดดเด่นด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผสมผสานสองวัฒนธรรมอีสาน-ล้านนา ซึ่งมีศูนย์เรียนรู้ของชุมชนและปราชญ์ชาวบ้าน มาช่วยถ่ายทอดความรู้การทำสื่อพัฒนาเด็ก เพื่อให้เด็กซึมซับวิถีชีวิตดั้งเดิมและสืบสานเอาไว้ เช่น การละเล่นพื้นบ้านการจักสาน การทอผ้าภูไท การทำตุง การทอเสื่อกก หรือการแสดงดนตรีโปงลาง เป็นต้น”

ผลจากการดำเนินโครงการครอบครัวและชุมชน 3 ดี เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยชุมชนบ้านจำไก่ ตลอด 7 ปีกว่า 200 ครอบครัว ได้ช่วยให้เด็กลดหน้าจอมือถือได้จริง เกิดพื้นที่ในชุมชนให้เด็กทำกิจกรรมอย่างปลอดภัย ตลอดจนเกิดเครือข่ายดูแลเด็กร่วมกันภายในชุมชน

ครูป้อม กล่าวถึงผลที่ได้จากการทำงานตามแนวคิดยุทธศาสตร์ 3 ดี สื่อดี พื้นที่ดี ภูมิดี ของศูนย์พัฒนาเด็กบ้านใหม่ราษฎร์บำรุง ก็คือ การได้โมเดลพัฒนาเด็กปฐมวัย “3 ดี 3 สร้าง” เพื่อเป็นแนวทางการทำงานพัฒนาเด็กเล็กให้แก่เครือข่ายต่อไป ประกอบด้วย หนึ่ง… “สร้างคน” โดยครูมีทักษะการจัดกิจกรรม มีคณะทำงานที่เข้มแข็ง ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจการจัดพื้นที่ในครอบครัวและจัดกิจกรรมร่วมกับเด็ก ทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีและมีความสุข

สอง…“สร้างการมีส่วนร่วม” ตั้งแต่ผู้นำชุมชน รพ.สต.ผู้ปกครอง ครู ผู้นำท้องถิ่นมาร่วมคิด- ร่วมทำ- ร่วมรับผลประโยชน์ด้วยกัน

สาม… “สร้างสุขภาวะ” (ทางกาย จิตใจ สังคมและปัญญา) เด็กมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ฉลาดรู้ในการบริโภค มีจิตใจที่มีความสุขในการทำกิจกรรมและรู้จักควบคุมอารมณ์ ส่วนทางด้านสังคม เด็กมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี รู้จักแบ่งปัน รู้จักรอคอย และมีสติปัญญาที่ดี รู้จักคิดวิเคราะห์และตัดสินใจ รู้เท่าทันสื่อ รู้เท่าทันตัวเอง

“หัวใจของความสำเร็จและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัว 3 ดีของบ้านจำไก่ในวันนี้เกิดได้ก็ เพราะสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเกี่ยวกับเด็ก มีการจัดประชุมชี้แจงและอบรมผู้ปกครองบ่อยๆ จนเกิดความเข้าใจ และเปิดใจร่วมกันจัดพื้นที่ภายใต้แนวคิด 3 ดี และมีการติดตามผลสม่ำเสมอ รวมทั้งยังขยายเครือข่ายและอบรมเครือข่ายครูผู้ดูแลเด็กปฐมวัยในพื้นที่จังหวัดพะเยา จนวันนี้เราขยายครบทั้ง 9 อำเภอแล้ว” ครูป้อม กล่าว 

“ชุมชนบ้านร่องห้า” ต่อยอดจากบ้านต้นไม้ สู่ครอบครัว 3 ดี

ชุมชนบ้านร่องห้าป่าสัก ม.13 ต.บ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา เป็นหนึ่งในเครือข่ายพื้นที่ขยายของ ต.สันโค้ง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่เพิ่งดำเนิน“โครงการมหัศจรรย์ 3 ดีเพื่อการพัฒนาเด็กสู่ชุมชนบ้านร่องห้า” มาได้ 10 เดือนที่ผ่านมา เริ่มจากการนำกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์เข้าถึงพื้นที่ชุมชน และขยายเข้าสู่ครอบครัว ตามแนวทาง 3 ดี มาใช้ เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กในชุมชนมีพื้นที่ดี สื่อดี และภูมิปัญญาดี เพื่อดึงเด็กออกจากการเล่นมือถือ

ด้วยลักษณะพื้นที่ของชุมชนบ้านร่องห้า เป็นชุมชนเมือง ประชาชนตั้งบ้านเรือนกระจายไปตามพื้นที่ของเมือง ทำให้ไม่มีพื้นที่เล่นและจัดกิจกรรมเรียนรู้ให้แก่เด็ก ผู้นำชุมชนและคนในชุมชนจึงร่วมกันจัดหาและทำพื้นที่ “ชุมชน 3 ดี” ขึ้นมา เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แก่เด็ก จึงเกิดกิจกรรมบ้านต้นไม้ให้เด็กได้เล่นอิสระ ก่อนที่จะขยายแนวทางไปสู่ครอบครัว 3 ดี

“สภาพพื้นที่ของบ้านร่องห้า อยู่ในกลางชุมชนและเป็นชุมชนเมืองตั้งบ้านอยู่กันกระจาย เด็กเล็กที่มาเรียนใน ศพด.บ้านร่องห้าส่วนใหญ่มาจากนอกเขตพื้นที่ หลังสำรวจพื้นที่แล้วทางคณะทำงานและชุมชนบ้านร่องห้า จึงลงความเห็นให้นำพื้นที่รกร้างของชาวบ้านซึ่งแต่เดิมไม่มีใครกล้าเข้าไป มาร่วมกันปรับเปลี่ยนและสร้างกิจกรรมบ้านต้นไม้ฐานต่างๆ ให้แก่เด็กได้เล่นร่วมกัน เช่น มุมปีนป่าย ชิงช้ากระดานลื่น ปีนป่ายการทรงตัว มุมทราย เป็นต้น ทำให้วันนี้มีผู้ปกครองนำเด็กๆ เข้ามาใช้พื้นที่มากขึ้นทุกวัน กลายเป็นพื้นที่มีชีวิตขึ้นมา” วรรณา เพ็งศรี ครูผู้ดูแลเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านร่องห้า กล่าว

ทั้งนี้ พื้นที่บ้านต้นไม้ เกิดขึ้นได้ เพราะการร่วมแรงร่วมใจและระดมทุนของคนในชุมชน คณะทำงาน วัด โรงเรียน ร่วมกันบริจาคสิ่งของ ทราย ไม้ เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับเด็กของชุมชน

ครูวรรณา บอกว่า หลังจากได้ทำพื้นที่สร้างสรรค์ในพื้นที่ชุมชน คณะทำงานจึงขยายโครงการ 3 ดี เข้าสู่ ศพด.บ้านร่องห้าและครอบครัว 3 ดี โดยที่ผ่านมาพื้นที่ศพด.บ้านร่องห้า ได้สร้างฐานกิจกรรมสไปเดอร์แมน ให้เด็กทุกคนในศูนย์ได้เล่นและทำกิจกรรมร่วมกัน

ส่วนกิจกรรมครอบครัว 3 ดี ปัจจุบันมีครอบครัวตัวอย่างแล้ว 15 ครอบครัว ได้จัดพื้นที่สร้างสรรค์ในบ้าน หรือ มุมกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ได้แก่ มุมหนังสือ มุมบทบาทสมมุติ มุมกิจกรรมการเล่น เช่น การเล่นทราย การเลี้ยงปลา ปลูกผักสวนครัว โดยผู้ปกครองร่วมทำกิจกรรมกับเด็กๆ ด้วย

นอกจากนั้น ผู้ปกครองของครอบครัว 3 ดี ยังมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแชร์ประสบการณ์ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เช่น มีการตั้งกลุ่มไลน์ 3 ดี แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแชร์ข้อมูลกัน

ทางด้าน สายใจ คงทน กลุ่ม wearehappy กล่าวว่า โครงการมหัศจรรย์สื่อสร้างสรรค์ 3 ดีสู่ชุมชน ของ จ.พะเยา ถือว่ามีความเข้มแข็งมาก โดยเฉพาะการขยายเข้าสู่ครอบครัว 3 ดีของชุมชนบ้านจำไก่ ซึ่งประสบความสำเร็จในการนำกิจกรรมเรียนรู้ทักษะชีวิตเข้าสู่ครอบครัว เพื่อลดการเล่นหน้าจอมือถือของเด็กและสร้างทักษะทางสังคม โดยชวนครอบครัวเข้ามาร่วมและอบรมผู้ปกครองในการทำสื่อสร้างสรรค์ที่บ้าน และตั้งกติกา 3 ดีร่วมกันขึ้นเพื่อลดการเล่นมือถือของเด็ก ขณะเดียวกัน ชุมชนเองก็ทำพื้นที่ส่วนกลางสร้างกิจกรรมเรียนรู้ต่างๆ

“ห้องเรียนไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยมเท่านั้น บริบทการเรียนรู้มีอยู่รอบตัวมากมาย ด้วยการหาพื้นที่ดีๆ ภายในชุมชน เช่น ใต้ต้นไม้ พื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่ายคล้ายสนามเด็กเล่น ซึ่งทำให้เกิดการรวมตัวมาเล่นของเด็ก ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการฝึกทักษะต่างๆ ทางกาย สังคม สติปัญญา พอเกิดพื้นที่ดีก็เกิดการขยายต่อไปพื้นที่อื่นๆ ต่อไป”

สายใจ กล่าวทิ้งท้ายว่า จากการที่ครอบครัว 3 ดีทำพื้นที่กิจกรรมเรียนรู้ช่วยเพิ่มทักษะและเสริมพัฒนาการให้เด็กได้ดีขึ้น เกิดผลลัพธ์ลดการเล่นหน้าจอมือถือของเด็กได้จริง และทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องเล่าจากชาวศรีลังกา นโยบายเกษตรซ้ำเติมเศรษฐกิจ

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697382

เรื่องเล่าจากชาวศรีลังกา  นโยบายเกษตรซ้ำเติมเศรษฐกิจ

เรื่องเล่าจากชาวศรีลังกา นโยบายเกษตรซ้ำเติมเศรษฐกิจ

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับการประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยวัชพืช (International Weed Science Congress : IWSC) โดยงาน IWSC 2022 ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งที่ 8 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-9 ธ.ค. 2565ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ซ.สุขุมวิท 22 ถ.สุขุมวิท กรุงเทพฯ เป็นเวทีรวมคนทำงานด้านวิทยาศาสตร์ในภาคเกษตรกรรมจากทั่วโลก มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการกำจัดวัชพืช

โดยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 7 ธ.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้พุดคุยกับ ศ.พุทธิ มารัมเบ (Prof.Buddhi Marambe) อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเพาะปลูก (Crop Science) คณะเกษตรมหาวิทยาลัยเปราเดนิยา (University of Peradeniya) ประเทศศรีลังกา หนึ่งในนักวิชาการที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ โดยมี จรรยา มณีโชตินายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย และอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านวัชพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เป็นล่ามช่วยแปลภาษาจากอังกฤษเป็นไทย

ย้อนไปเมื่อช่วงกลางปี 2565 หนึ่งในข่าวที่ทั่วโลกให้ความสนใจคือวิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกา เมื่อรัฐบาลยอมรับว่าประเทศเข้าสู่สถานะล้มละลาย ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศร่อยหรอ ท่ามกลางสภาพสังคมที่ย่ำแย่เพราะขาดแคลนน้ำมันซึ่งเชื่อมโยงกับการผลิตกระแสไฟฟ้า จุดกระแสชุมนุมประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี และปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูหลังได้รับเงินกู้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank)

“..รัฐบาลรู้มาตั้งนานแล้วแต่เขาไม่เคยบอกประชาชนว่าเรามีปัญหาเรื่องเงินทุนสำรอง..” ศ.พุทธิ กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศของตนซึ่งปัญหาเศรษฐกิจในศรีลังกายังเชื่อมโยงไปถึงปัจจัยการดำรงชีพพื้นฐานอย่าง “อาหาร” เพราะนโยบาย “แบนปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช” ที่รัฐบาลเลือกใช้ เหตุผลที่บอกกับประชาชนคือรัฐบาลเป็นห่วงสุขภาพ แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงคือ “ต้องการแก้ปัญหาเงินตรารั่วไหลออกนอกประเทศ” เนื่องจากปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชนั้นศรีลังกาต้องนำเข้าทั้งหมด ไม่ได้ผลิตเองในประเทศแต่อย่างใด

จุดเริ่มต้นของการแบนสารเคมีเกษตรในศรีลังกา เกิดขึ้นในปี 2551 โดยมีการจุดกระแสให้เลิกใช้ “พาราควอต (Paraquat)” ซึ่งแม้เหตุผลจะฟังดูแปลกๆ คือมีคนนำพาราควอดไปกินเพื่อฆ่าตัวตาย และมีการทักท้วงว่าหากแบนด้วยสาเหตุนี้คงไม่สมเหตุสมผล เพราะปัญหาไม่ได้มาจากตัวสารเคมีหรือผู้ผลิตแต่เป็นเพราะมีคนจงใจนำไปใช้แบบผิดวัตถุประสงค์ (Miss Used) แต่สุดท้ายรัฐบาลศรีลังกาก็เลือกที่จะแบน

อย่างไรก็ตาม การแบนพาราควอดยังไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรศรีลังกามากนัก เพราะรัฐบาลให้เวลาปรับตัวถึง 6 ปี โดยค่อยๆ ลดการนำเข้าจนเลิกใช้ได้จริงในปี 2557 ซึ่งเวลานั้นเกษตรกรหันไปใช้ “ไกลโฟเซต(Glyphosate)” เป็นสารกำจัดวัชพืชทดแทน กระทั่งในปี 2559รัฐบาลศรีลังกาตัดสินใจแบนไกลโฟเซต ครั้งนี้เกษตรกรได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเพราะไม่มีสารอื่นทดแทน อีกทั้งสั่งแบนทันทีโดยเกษตรกรยังไม่ทันตั้งตัว

“..ตอนจะแบนไกลโฟเซต มีพระและหมอ (ส่วนหนึ่ง) ไปบอกว่าเป็นสารพิษก่อให้เกิดโรคไตเรื้อรัง (CKD) ซึ่งยังยืนยัน (Approve) ไม่ได้ แต่ต่อมาคนเหล่านี้ก็เข้าไปเป็นสมาชิกอยู่ในรัฐสภา..” ศ.พุทธิ ระบุ ซึ่งแม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน แต่การออกมาพูดในลักษณะนี้ด้วยความเชื่อว่าตนเองเป็นผู้กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้กับนายทุนใหญ่ก็สร้างกระแสความนิยมในสังคมได้ไม่น้อยและนำไปสู่การแบนไกลโฟเซตในเวลานั้น

อนึ่ง ศรีลังกา เคยยกเลิกการแบนไกลโฟเซตในปี 2561 โดยเปลี่ยนเป็นอนุญาตให้ใช้ในพืชบางชนิด ได้แก่ ชา ยางพาราและมะพร้าว กระทั่งในปี 2564 กลับมาแบนอีกครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน
ซึ่งแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 6 เดือน แต่ครั้งนี้เป็นการแบนสารเคมีทุกประเภททั้งสารกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ย ทำให้ผลผลิตที่ได้ลดลงจนไม่ต้องคิดเรื่องการส่งออก เพราะลำพังการเลี้ยงคนในประเทศก็ยังไม่เพียงพอ

ศ.พุทธิ ยกตัวอย่างพืชสำคัญในประเทศ เช่น “ข้าว” ซึ่งศรีลังกาปลูกไว้เพื่อการบริโภคในประเทศเป็นหลัก ข้อมูลจากรัฐบาลพบว่า ผลผลิตลดลงร้อยละ 36.7 แต่ในภาควิชาการคาดว่าน่าจะลดลงมากถึงเกือบร้อยละ 50 ขณะที่ “ชา” พืชเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก ผลผลิตช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2564 หายไปถึง 12.5 ล้านกิโลกรัม โดยใบชานั้นมีราคาอยู่ที่ 4 เหรียญสหรัฐ หรือราว 140 บาทต่อกิโลกรัม เป็นต้น เพราะไม่มีปุ๋ยเคมีเพื่อบำรุงพืชและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช

ซึ่งแม้ภายหลังจะเลิกแบน โดยนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2564 เป็นต้นมาเกษตรกรศรีลังกาสามารถใช้ไกลโฟเซตได้กับพืชทุกชนิด แต่การนำเข้าปัจจัยการผลิตเหล่านี้ต้องใช้เวลา รวมถึงเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศก็ย่ำแย่มากแล้ว การจะฟื้นฟูผลผลิตให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศและส่งออกเพื่อดึงเม็ดเงินต่างชาติเข้าประเทศจึงไม่ใช่เรื่องง่ายโดยนักวิชาการชาวศรีลังกาผู้นี้ สรุปบทเรียนด้านนโยบายเกษตรของศรีลังกา ว่า การผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อเลี้ยงดูคนทั้งประเทศอย่างไรเสียก็ไม่อาจปฏิเสธสารเคมีได้

ถึงกระนั้นก็ต้องย้ำว่า การใช้สารเคมีต้องใช้ให้เป็น หรือก็คือปฏิบัติตาม แนวการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีในการผลิตพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค หรือ “GAP (Good Agricultural Practice)” อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีปริมาณสารเคมีตกค้างจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย หรือก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็คาดหวังว่า เงินกู้ที่ได้มามาจากทั้ง IMF และ World Bank จะถูกใช้เพื่อฟื้นฟูประเทศอย่างแท้จริงและจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็น ไม่ซ้ำรอยการใช้จ่ายแบบไม่สมเหตุสมผลอย่างในอดีต

จนศรีลังกาต้องเผชิญกับวิกฤตที่เป็น “บทเรียน” แก่ชาติอื่นๆอยู่ในเวลานี้!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.แห่เที่ยวสัมผัสธรรมชาติ​ชมนกอพยพหนีหนาวนับหมื่นตัวทำรังวางไข่

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697368

นทท.แห่เที่ยวสัมผัสธรรมชาติ​ชมนกอพยพหนีหนาวนับหมื่นตัวทำรังวางไข่

นทท.แห่เที่ยวสัมผัสธรรมชาติ​ชมนกอพยพหนีหนาวนับหมื่นตัวทำรังวางไข่

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.50 น.

ช่วงหยุดยาว! นักท่องเที่ยวทั้งไทย-ต่างชาติพาครอบครัวเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติ และชมนกหนีหนาว นกหายากใกล้สูญพันธ์ที่อพยพเข้ามาทำรังวางไข่ในพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำสนามบินบุรีรัมย์กว่า 200 ชนิด มากกว่า 10,000 ตัว ด้าน จนท.ให้บริการกล้องส่องนกอำนวยความสะดวกพร้อมเปิดให้กางเต็นท์พักค้างฟรี 

วันนี้ (10 ธ.ค.65) บรรยากาศช่วงวันหยุดยาวได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ได้พาครอบครัวเดินทางไปเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ ชมนกประจำถิ่น นกอพยพหนีหนาวจากต่างถิ่น และนกหายากที่ใกล้สูญพันธุ์มากกว่า 200 ชนิด อาทิ นกกาน้ำเล็ก ยางเปีย ยางควาย นกปากห่างที่อพยพเข้ามาทำรังวางไข่และหากินในเขตพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบินบุรีรัมย์ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์​ ในช่วงหน้าหนาวมากกว่า 1 หมื่นตัว

ทั้งนี้​ ยังพบนกปากช้อนหน้าขาว ซึ่งหาดูได้ยากก็ได้บินมาหากินในพื้นที่ชุ่มน้ำดังกล่าวด้วย สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว นักถ่ายภาพ  และกลุ่มที่นิยมส่องนกเป็นอย่างมาก เพราะในรอบหลายปีถึงจะได้เจอนกชนิดนี้เข้ามาหากินในพื้นที่ ส่วนนกที่อพยพมาทำรังวางไข่ลูกนกบางส่วนก็เริ่มเติบโตใกล้จะฝึกบินและออกหากินด้วยตัวเองแล้ว

น.ส.เดือนเพ็ญ พัสซัน นักท่องเที่ยว บอกว่า ครอบครัวชอบเที่ยวชมทางธรรมชาติและชอบดูนกมาก เมื่อทราบว่าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบินแห่งนี้มีนกหลายชนิดอพยพเข้ามาทำรังวางไข่และหากิน ทั้งทราบว่ามีนกปากช้อนหน้าขาวซึ่งเป็นนกที่หาดูได้ยากเข้ามาหากินในพื้นที่ดังกล่าวด้วย จึงได้พากันเดินทางมาดูแม้วันนี้จะไม่ได้เห็นนกปากช้อนหน้าขาว แต่ได้ชมนกชนิดอื่นๆ ก็รู้สึกมีความสุขและดีใจมาก ก็อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติเข้ามาเที่ยวชมและดูนกที่นี้ เชื่อว่าก็คงจะประทับใจ เพราะนอกจากจะได้ดูนกแล้วยังได้สัมผัสธรรมชาติที่แท้จริงอีกด้วย 

ด้านนายเที่ยงแสง จันทร์สมุทร พนักงานพิทักษ์ป่า ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่า​ อ่างเก็บน้ำสนามบิน บอกว่า จากที่สำรวจพบว่าช่วงนี้ได้มีนกอพยพหนีหนาวจากต่างถิ่น เข้ามาทำรังวางไข่และหากินในพื้นที่ชุ่มน้ำของเขตห้ามล่าฯ มากถึง 228 ชนิด โดยล่าสุดก็เป็นนกปากช้อนหน้าขาวซึ่งเป็นนกที่หาดูได้ยาก ก็เข้ามาหากินในพื้นที่ด้วย ทำให้มีนักท่องเที่ยวและกลุ่มอนุรักษ์นก เข้ามาเที่ยวชมและถ่ายภาพนกอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยวันละ 70 คน แต่คาดว่าช่วงวันหยุดยาวหรืออากาศหนาวเย็นมากกว่านี้ก็จะมี นทท.มาเที่ยวชมนกไม่ต่ำกว่าวันละ 100 คน ซึ่งทางเขตห้ามล่าฯ ก็มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก บริการกล้องส่องนกทุกวัน พร้อมเปิดให้นักท่อเงีท่ยวสามารถเข้ามากางเต็นท์พักค้างสัมผัสธรรมชาติได้ – 003
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โจ๋งครึ่ม! ‘แบงก์ปลอม’ระบาด เปิดเพจขายกันโต้งๆ แถมการันตีใช้ได้จริง

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697350

โจ๋งครึ่ม! 'แบงก์ปลอม'ระบาด เปิดเพจขายกันโต้งๆ แถมการันตีใช้ได้จริง

โจ๋งครึ่ม! ‘แบงก์ปลอม’ระบาด เปิดเพจขายกันโต้งๆ แถมการันตีใช้ได้จริง

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.54 น.

วันที่ 10 ธันวาคม 2565 โลกออนไลน์แห่แชร์เตือนภัย กรณีเฟซบุ๊กเพจ “จำหน่ายแบงค์-ธนบัตร” โพสต์รูปภาพธนบัตรปลอมจำนวนมาก พร้อมระบุข้อความว่า เตรียมส่งให้ลูกค้าวันนี้อีก 2 ล้าน 8 แสนครับ ไม่ลงบ่อยแต่มีเรื่อยๆ นะครับ วันนี้มีอีก 4 ล้านนะครับ ใครที่สนใจอยากสั่งสอบถามมาได้เลยครับ เอาไปใช้หนี้ได้ จ่ายค่าเทอมได้ จ่ายค่ารถค่าบ้านได้ บอกเลยแบงก์ทำมาเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ ไม่ได้เอาหลอกตาคนอื่น เน้นใช้งานจริง จำหน่ายแบงก์ใช้ได้จริง 100%

และโพสต์อีกครั้งระบุว่า เหลือไม่เยอะแล้วนะครับ ใกล้จะสิ้นเดือนแล้วผมรู้ว่าส่วนมากยังไงก็หมุนไม่ทันแน่นอน ถ้าไม่รู้จะอก้ปัญหายังไงมาปรึกษาผมได้นะครับ ผมมีธนบัตรปลอมให้ใช้งานได้ รับประกันไม่มีปัญหาแน่นอน ผมขายแบงค์ปลอมให้ได้นะครับ

คนที่ถามว่ากลัวใช้งานจริงไม่ได้ กลัวโดนจับคนที่สั่งไปยังไม่มีบัญหานะครับผมรับประกัน เลยถ้าใช้แบงค์ผมแล้วมีปัญหาผมจะรับผิดชอบให้ทุกบาทครับ พร้อมจ่ายค่าปรับให้ด้วยถ้าใช้แบงค์โดนจับ คนที่มีภาระเยอะไม่มีเงินใช้หมุนไม่ทันผมช่วยได้ครับ แค่คุณใช้ให้เป็นเรื่องเงินจะไม่ใช่บัญหาสำหรับคุณอีกต่อไป จงให้เงินวิ่งหาเราบ้างไม่ใช่จะวิ่งตามเงินอย่างเดียว สนใจแชทเพจได้เลย #ผมขายแบงค์ปลอมให้ได้ พร้อมช่วยทุกคนครับ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า เฟซบุ๊กเพจ “จำหน่ายแบงค์-ธนบัตร” ไม่สามารถค้นหาได้แล้ว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ท่องเที่ยวพังงาคึกคักช่วงปีใหม่ยอดจองห้องพักใกล้เต็มเกือบทุกโรงแรม

Posted on December 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697348

ท่องเที่ยวพังงาคึกคักช่วงปีใหม่ยอดจองห้องพักใกล้เต็มเกือบทุกโรงแรม

ท่องเที่ยวพังงาคึกคักช่วงปีใหม่ยอดจองห้องพักใกล้เต็มเกือบทุกโรงแรม

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.49 น.

ผู้​สื่อ​ข่าว​รายงาน​ว่า​ บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่หาดเขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติพาครอบครัวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด​ยาว​ พบว่าบรรยากาศที่หาดนางทองหรือหาดทรายสีดำ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสกับชายหาด ที่มีเม็ดทรายเป็นสีดำละเอียด ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยวโดยรวมพบว่ามีหลายโรงแรมมียอดจองเข้าพักเต็มและส่วนใหญ่ก็มียอดจองเข้าพักมากกว่าร้อยละ 80 ในช่วงใกล้ปีใหม่ปีนี้ ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน

​นาย​เลิศศักดิ์​ ป่นกลิ่น​ นายกสมาคม​ธุรกิจ​การท่องเที่ยว​จังหวัด​พังงา​ กล่าวว่า​ สถานการณ์​การท่องเที่ยว​ในไฮซีซั่น​นี้​เป็น​ไปในทิศทางที่ดีขึ้น​ หลังสถานการณ์​โควิด​ลดลง​ โรงแรม​ต่างๆ ในพื้นเขาหลัก​มียอดจองกว่า​ 80 %  ทางสมาคมฯ​เองก็จัดกิจกรรม​ต่างๆ​ ร่วมกะบภาครัฐเพื่อช่วยกระตุ่นการท่องเที่ยว​ให้นักท่องเที่ยว​เข้ามาท่องเที่ยว​ใน​จังหวัด​พังงา​เพิ่มขึ้นด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,256 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ชงพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตตอ.กลาง คลังเสนอครม. 5 พ.ค. นี้
เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
นายกฯ อวยพรวันแรงงานสากล ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง มีความมั่นคงในชีวิต
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
ศาลสิงคโปร์สั่งปรับนักกิจกรรมหญิง 3 คน เดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
ค่าไฟใหม่ถูกลงแน่ นายกฯ บอก อนาคตโซลาร์รูฟจะไม่แพง
สยามดนตรียามาฮ่า ฉลอง 60 ปี ลงนาม MOU ปั้นโมเดล ‘ดนตรีบำบัด’ ไทย-ญี่ปุ่น
ซูเปอร์มาร์เก็ตแทบแตก มิ้นท์ รัญชน์รวี ในลุค Grocery run ที่ทำเอาโซเชียลนอนไม่หลับ

Recent Posts

  • สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน
  • ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่
  • สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน
  • อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d