Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ภัยเงียบของผู้สูงอายุ ‘โรคกระดูกพรุน’ ที่ควรรู้ไว้

Posted on December 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695310

ภัยเงียบของผู้สูงอายุ 'โรคกระดูกพรุน' ที่ควรรู้ไว้

ภัยเงียบของผู้สูงอายุ ‘โรคกระดูกพรุน’ ที่ควรรู้ไว้

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.36 น.

จากวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันที่เจริญก้าวหน้าไปมาก ทำให้สามารถยืดอายุไขของมนุษย์ได้ยาวนานมากขึ้น ทำให้กลุ่มประชากรผู้สูงอายุของทั้งโลก มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี สำหรับในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2565 คาดการณ์ว่ามีประชากรสูงอายุ ประมาณ 12 ล้านคน และน่าจะมีผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุน  อยู่ประมาณ  3-4  ล้านคน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ป่วยมากกว่า ร้อยละ 50 ไม่ทราบว่าเป็นโรคนี้ และไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม  

ความสำคัญของ “โรคกระดูกพรุน” 

นพ.สุนทร ศรีสุวรรณ์ ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ (กระดูกและข้อ) โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ กล่าวว่า โรคนี้เปรียบเหมือน ภัยเงียบ คือ “เป็นโรค แต่ไม่รู้ตัว” ไม่ค่อยแสดงอาการ กว่าจะรู้ บางทีก็เกิดกระดูกหักแล้ว หากเป็นกระดูกชิ้นเล็กหัก อาทิ เช่น กระดูกข้อมือ กระดูกฝ่าเท้า ก็อาจจะไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตมาก

แต่หากเป็นกระดูกส่วนที่สำคัญ เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก จะส่งผลให้เกิดภาวะทุพพลภาพมาก และผู้ป่วยบางท่าน อาจจำเป็นต้องรับการผ่าตัด (ซึ่งผู้สูงอายุ ย่อมมีความเสี่ยง ต่อภาวะแทรกซ้อนมากกกว่า คนหนุ่มสาว) และผลการผ่าตัดในผู้ป่วยบางรายอาจไม่ดีมากนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ อาทิ โรคประจำตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความสามารถในการเรียนรู้กระบวนการกายภาพบำบัด ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุด คือการป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ เป็นหัวใจสำค้ญในการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ

สาเหตุของโรคกระดูกพรุน 

ปกติกระดูกของคนเราจะมีความหนาแน่นของเนื้อกระดูกสูงสุด ในช่วงอายุประมาณ 30 ปี หลังจากนั้น เมื่ออายุมากขึ้นความหนาแน่นของกระดูกก็จะค่อยๆลดลง ตามวันเวลาทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลงด้วย หากเปรียบเทียบกระดูกก็เหมือนโครงสร้างบ้าน เทียบได้กับ ปูนและเหล็กเส้น เมื่อเวลาผ่านไปเหล็กก็เสื่อมสภาพอาจเกิดสนิม เนื้อปูนก็อาจกะเทาะหลุดลอก ทำให้บ้านเสี่ยงต่อการทรุดตัวพังทลายลง กระดูกก็เช่นกันเมื่อเนื้อกระดูกลดน้อยลง ก็ทำให้มีโอกาสหักยุบ งอตัวได้ง่ายขึ้น ผู้ป่วยบางท่าน อาจไม่ได้ ทำงานอะไรหนักหรือรับอุบัติเหตุใดๆ แค่ก้มตัวบางทีกระดูกก็เกิดการยุบตัวได้เอง อันเป็นผลสืบเนื่อง จากโครงสร้างกระดูกที่เสื่อมสภาพ 

อาการของโรคนี้ อาจตรวจพบอาการบางอย่าง อาทิ เช่น
1.ความสูงที่ลดลง อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีสาเหตุ ,  กระดูกสันหลังโก่งโค้งงอมากขึ้น (หลังค่อม)
2. ปวดตามข้อทั่วร่างกายเป็นเวลานาน โดยเฉพาะกระดูกที่รับน้ำหนักร่างกาย เช่น กระดูกสันหลัง , กระดูกสะโพก 
3. กระดูกหัก   ซึ่งเป็น ภาวะแทรกซ้อนสุดท้ายแล้ว แปลว่า กระดูกพรุนมาก จนไม่แข็งแรงพอ ที่จะรับน้ำหนัก หรือทนต่อแรงกระแทกต่างๆ  

ส่วนใหญ่ ผู้ป่วยโรคนี้ จะวินิจฉัยเป็น 2 กลุ่ม 
1. กลุ่มที่ ยังไม่เกิดภาวะกระดูกหัก  ส่วนใหญ่ กลุ่มนี้ อาจได้รับการวินิจฉัย จากการตรวจสุขภาพ หรือ พบแพทย์เฉพาะทางมาก่อนครับ  ทำให้ สามารถวินิจฉัย และ รักษาโรคนี้ได้ ตั้งแต่เนิ่นๆ     
2. กลุ่มที่เกิดภาวะกระดูกหักแล้ว  ผู้ป่วยกลุ่มนี้ มา โรงพยาบาลเพราะว่ามีภาวะกระดูกหักเกิดขึ้นแล้วครับ  เป้าหมายการรักษาในผู้ป่วยกลุ่มนี้ คือ รักษากระดูกที่หัก และ  ลดโอกาสการเกิดกระดูกหัก ที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ในอนาคตครับ

ฉะนั้นความสำคัญของ การวินิจฉัยโรคนี้ คือ  “ความใส่ใจ ตระหนักรู้“ โรคกระดูกพรุน คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

ปัจจัยเสี่ยง โรคกระดูกพรุน มีอะไรบ้างครับ ? ผู้สูงอายุ ทุกคนครับ โดยเฉพาะ ผู้หญิง ที่อายุ มากกว่า 65 ปี และ ผู้ชาย ที่อายุมากว่า 70 ปี สตรี วัยหมดประจำเดือนทุกคน ทั้งที่  ประจำเดือนหมดเอง โดยธรรมชาติ และ สตรีที่ประจำเดือนหมดจากสาเหตุอื่นๆ   หากใครยิ่ง หมดประจำเดือนมานาน ก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้นครับ รูปร่าง ผอม  ตัวเล็ก  ( ค่าดัชนีมวลกาย  BMI  น้อยกว่า 18 ) ใช้ยา สเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน , สูบบุหรี่ หรือดื่มเหล้าเป็นประจำ เชื้อชาติ โดยเฉพาะคนไทย ซึ่งเป็นชาวเอเชีย ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงครับ เคยมีประวัติ โรคกระดูกพรุน หรือ  มีกระดูกสะโพกหัก ในครอบครัวมาก่อน รับประทานอาหาร ไม่เพียงพอ ขาดแคลเซียม [Poor Nutrition] ขาดการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการออกกำลังที่มีการลงน้ำหนัก [Weight –Bearing Exercise] เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ [Rheumatoid  Arthritis] , โรคไต การดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน  

ทานอาหาร ครบ 5 หมู่ ตามหลักโภชนาการ และ เลือกทานอาหารที่มี แคลเซียมและวิตามินดี สูง อาทิ เช่น นม  , โยเกิร์ต , ปลาตัวเล็ก , กุ้งแห้ง ,  ผักใบเขียว , พืชตระกูลถั่ว , เต้าหู้ , งาดำ เป็นต้น 

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  เช่น  เดินเร็ว ๆ  ,  รำไทเก็ก ,  รำกระบอง , เต้นลีลาศช้าๆ  เป็นต้น  

ดูแลรักษา โรคประจำตัว อย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตัว อย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ 

ปรับเปลี่ยนสภาวะ สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน  เพื่อ ลดโอกาสการหกล้ม เช่น  เพิ่มหลอดไฟ ในจุดที่มีโอกาสหกล้ม , ปรับพื้นห้องน้ำ ให้ระดับเดียวกัน , เพิ่มราวจับ เพื่อช่วยทรงตัว ในจุดที่มีโอกาสหกล้ม เป็นต้น  

การตรวจวินิจฉัย ทางการแพทย์  การตรวจที่เป็น มาตรฐาน ในปัจจุบัน คือการตรวจ เอ็กซเรย์เพื่อหาความหนาแน่นของมวลกระดูกครับ  หรือ เรียก ทางการแพทย์ว่า DEXA scan ( เด๊กซ์ซ่า สแกน )  โดยเป็นการตรวจโดยใช้ รังสีเอ็กซเรย์ทางการแพทย์ เช่นกัน (แต่ใช้ในปริมาณที่น้อยกว่ามาก และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ) ตรวจบริเวณ กระดูกสันหลังและกระดูกสะโพก โดยการวินิจฉัย ว่า เป็นโรคกระดูกพรุน ค่าความหนาแน่นกระดูกที่ได้ ต้อง น้อยกว่าหรือเท่ากับ   -2.5  (ลบ 2.5) ซึ่งแนะนำให้เริ่มทำการรักษา โดยใช้ยาสำหรับโรคกระดูกพรุน ได้ทันทีครับ  

ซึ่งตามปกติ เครื่องตรวจความหนาแน่นกระดูกนี้ จะมีราคาแพง และ มีใช้ตาม โรงพยาบาลใหญ่ๆ เท่านั้น ทางองค์การอนามัยโลก [WHO] ได้เล็งเห็น ความสำคัญของโรคนี้ เป็นอย่างมาก จึงได้มีการพัฒนา เครื่องมือตรวจคัดกรองอีกรูปแบบนึง ที่ สามารถใช้ตรวจประเมินความเสี่ยง  โอกาสที่จะเกิดกระดูกหักในอนาคต  เรียกว่า  FRAX  Tool ซึ่งสามารถทำการ คำนวณ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้    ซึ่งหมอขอไม่กล่าว รายละเอียดเชิงลึกนะครับ แต่เชื่อเหลือเกินว่า แพทย์เฉพาะทาง ณ โรงพยาบาลใกล้บ้านของท่านที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้ สามารถใช้  FRAX Tool และ รักษาโรคกระดูกพรุนได้อย่างแน่นอนครับ อ่าน จบ แล้ว อย่าลืม กลับไปดูปัจจัยเสี่ยง  และพาคนที่คุณรัก ไปตรวจหา โรคกระดูกพรุน  จะได้ รักษาแต่เนิ่นๆ  และมีคุณภาพชีวิตที่ดี  ตลอดไปครับ  

นพ.สุนทร  ศรีสุวรรณ์ อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ (กระดูกและข้อ) โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สามารถหาความรู้ทางโรคกระดูกและข้อได้เพิ่มเติมที่ http://www.thedoctorbone.com 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ย้อนเรื่องราวพบ ‘น้องทับเสลา’ ลูกช้างป่าหลงโขลงก่อนส่งน้องเข้าป่าวันนี้

Posted on December 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695249

ย้อนเรื่องราวพบ 'น้องทับเสลา' ลูกช้างป่าหลงโขลงก่อนส่งน้องเข้าป่าวันนี้

ย้อนเรื่องราวพบ ‘น้องทับเสลา’ ลูกช้างป่าหลงโขลงก่อนส่งน้องเข้าป่าวันนี้

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.53 น.

วันนี้ (30 พ.ย.65) เพจ “ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช” ได้ย้อนเรื่องราวการพบ “น้องทัพเสลา” ลูกช้างป่าหลงโขลงที่นำมาอนุบาลไว้ กลับคืนสู่ป่าอย่างเต็มรูปแบบในวันนี้ หลังจากที่ทดลองปล่อยอิสระแบบจำกัดพื้นที่แล้วพบว่าหากินคู่กับแม่รับได้เป็นอย่างดี หวังให้เข้าโขลงที่หากินบริเวณใกล้เคียงได้ ซึ่งจะนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ 

เรื่องราวพบ “ลูกช้างป่าพลัดหลง” ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 หลังเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง​ พบกับลูกช้างป่า​ (ช่วงแรกยังไม่สามารถรู้เพศชัดเจน ตอนพบจึงยังระบุว่าเพศผู้) อายุประมาณ 2-3 เดือน​ พลัดหลงแม่ เดินเดี่ยวเข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วย 

นายธานี วงศ์นาค หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งในขณะนั้น เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านเรื่องพบลูกช้าง 1 ตัว เพศผู้​ อายุประมาณ 2-3 เดือน เดินเข้าไปในหมู่บ้าน บ้านไผ่งาม ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ตั้งแต่ช่วงกลางดึกของคืนวันที่  27 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา

หลังรับแจ้ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พร้อมหัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเจ้าหน้าที่จำนวน  30 นาย จึงเข้าพื้นที่เพื่อเพื่อตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

การลงพื้นที่ พบลูกช้างป่า ตัวยังเล็ก อายุประมาณ 2-3 เดือน เดินอยู่ตรงทางเข้าศาลาประชาคมของหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ ร่วมกับราษฎรบ้านไผ่งาม ช่วยกันจับลูกช้าง เพื่อนำออกจากหมู่บ้าน แต่จับตัวไว้ไม่อยู่ เนื่องจากลูกช้างแข็งแรงและดิ้น จึงได้เปลี่ยนแผนเป็นร่วมกันทำการต้อนลูกช้างให้ออกจากหมู่บ้าน กลับเข้าป่าไปหาฝูงแทน

แต่ปรากฏว่าเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน ลูกช้างได้หลบหายไปท่ามกลางความมืด เจ้าหน้าที่ก็ไม่ละความพยายาม ยังแกะรอยติดตามลูกช้างอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเกรงว่าลูกช้างอาจจะได้รับอันตราย เช่น ตกลงไปในบ่อน้ำ หรืออาจโดนสุนัขไล่กัด ในคืนนั้นเจ้าหน้าที่ออกติดตามหาลูกช้างกันตลอดทั้งคืน แต่ไม่พบ

กระทั่งเวลาประมาณ 08.30 น.ของวันที่ 28 เมษายน 2563 เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้พบลูกช้างป่ากำลังเดินอยู่บนเส้นทางระหว่างบ้านไผ่งาม-ทุ่งแฝก จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ชุดติดตามลูกช้าง มาช่วยจับลูกช้าง จนสามารถจับไว้ได้ พร้อมต้อนเพื่อนำไปอนุบาลต่อที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งในเบื้องต้นก่อน เพราะไม่ทราบแน่ชัดว่าลูกช้างพลัดหลงฝูงบริเวณใด และจากช้างฝูงใด เพื่อความปลอดภัยของลูกช้าง เจ้าหน้าที่จึงนำลูกช้างไปพักไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ก่อน

โดยทาง ขสป.ห้วยขาแข้ง ได้ให้ชุดลาดตระเวนติดตามฝูงช้างในพื้นที่ รวมทั้งตรวจสอบกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า ว่ามีการบันทึกฝูงช้างที่มีลูกช้างไว้หรือไม่ เพื่อวิเคราะห์ ว่าลูกช้างมาจากฝูงช้างใด จะได้นำลูกช้างกลับเข้าสู่ฝูงให้ถูกฝูงต่อไป

ซึ่งจากการสอบถามราษฎรในพื้นที่บ้านไผ่งาม และบ้านบึงเจริญ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับบริเวณที่เกิดเหตุ แจ้งว่าฝูงช้างที่ลูกช้างพลัดหลง น่าจะพลัดหลงมาจากป่าในพื้นที่ป่าที่เตรียมการจะประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ท้องที่ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี คาดว่าน่าจะพลัดหลง เพราะตกใจและแตกตื่น เมื่อเจอกลุ่มชาวบ้านที่ออกมาหาตัวอึ่ง โดยกลุ่มชาวบ้าน เมื่อเจอช้างมักจะจุดประทัด เพื่อไม่ให้ช้างเข้ามาใกล้ ทำให้ช้างทั้งฝูงตกใจวิ่งหนีไป ทิ้งลูกช้าง 1 ตัว ไว้  ทำให้ลูกช้างพลัดหลงออกจากฝูงดังกล่าว

ต่อมาเมื่อเช้าวันที่ 28 เมษายน 2563 นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 ในขณะนั้น พร้อมทีมงานสัตวแพทย์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ลงพื้นที่เพื่อตรวจดูสภาพและสุขภาพของลูกช้าง พบว่าลูกช้างมีความแข็งแรงมาก ส่งเสียงร้องเป็นบางครั้ง โดยเฉพาะเวลาหิวนม

ต่อมาจึงได้เรียกเจ้าหน้าที่ประชุมเพื่อวางแผนในการหาทางปล่อยลูกช้างให้คืนสู่ฝูงอย่างปลอดภัย ซึ่งจะต้องทำอย่างรอบคอบ เพื่อให้ทั้งเจ้าหน้าที่ และลูกช้างปลอดภัย เพราะหากปล่อยลูกช้างเข้าผิดฝูง ลูกช้างอาจถูกช้างต่างฝูงทำร้ายจนตายได้ รวมทั้งหากได้รับการเลี้ยงดูไม่ถูกวิธี ลูกช้างอาจป่วยหรือติดโรคได้ ดังนั้นเพื่อความรอบคอบ ปลอดภัย และให้การปฎิบัติตรงตามหลักวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) จึงขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่ผู้มีความรู้ และประสบการณ์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาช่วยให้คำแนะและดำเนินการโดยด่วนต่อไป

ทั้งหมดเป็นเรื่องราวในครั้งแรกที่พบกับ “ทับเสลา” ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันที่ดี ที่ “ทับเสลา”ลูกช้างป่าพลัดหลงในวันนั้นพร้อมแล้วที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตในป่าเป็นลูกช้างป่าอย่างเต็มตัว “ทับเสลา” ได้รับการดูแลฝึกฝนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเหล่าพ่อๆแม่ๆที่สนับสนุนในทุกๆด้าน และส่งกำลังใจมาอย่างต่อเนื่องรวมถึงติดตามผ่านเพจ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง และ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แม้แต่ทางเพจเอง และในโอกาสดีๆนี้ทางเพจจะได้นำเรื่องราว เหตุการณ์ต่างๆ มาลำดับให้ทราบกันต่อไป ขอขอบคุณและชื่นชมผู้สนับสนุนทุกๆท่าน ทุกหน่วยงาน ที่ปฏิบัติภารกิจกันมาอย่างเต็มที่เรียกได้ว่า #งานช้าง ที่ต้องดำเนินกันมาทั้งก่อนหน้านี้และหลังจากนี้อย่างต่อเนื่อง

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fprhotnews02%2Fposts%2Fpfbid0ELp1bNPNAmHaWVANVTGAXqShFANwjrw7fnjjZm1i7MRTrw7FbQoNn5kYDqSqCa9Ml&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อบต.อีเซ’ เตรียมจัดงานรับขวัญคนลุ่มน้ำห้วยทับทันสุรินทร์-ศรีสะเกษ

Posted on December 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695238

'อบต.อีเซ' เตรียมจัดงานรับขวัญคนลุ่มน้ำห้วยทับทันสุรินทร์-ศรีสะเกษ

‘อบต.อีเซ’ เตรียมจัดงานรับขวัญคนลุ่มน้ำห้วยทับทันสุรินทร์-ศรีสะเกษ

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.15 น.

นายสุวรรณ โสดา นากยกองค์การบริหารส่วนตำบลอีเซ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวแนวหน้าว่า จากที่พี่น้องในพื้นที่ตำบลอีเซ ประสบกับปัญหาน้ำลำห้วยทับทันไหลเอ่อท่วมหมู่บ้านตลอดทั้งไร่นาเสียหายจำนวนมากไปแล้วนั้น ช่วงนี้เหตุการณดังกล่าวได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ทาง อบต.อีเซ จึงได้หารือกับผู้นำชุมชน พี่น้องคณะกรรมการหมู่บ้าน เตรียมจัดกิจกรรมวัฒนธรรมสายน้ำ คนลุ่มน้ำห้วยทับทัน สานสัมพันธ์สุรินทร์ – ศรีสะเกษขึ้นในรหว่างวันที 2 – 3 ธันวาคม 2565 ที่บริเวณลานพระใหญ่ บ้านหนองฮู หมู่ 3 ต.อีเซ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ 

ทั้งนี้เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีกับพี่น้องจากสองฝั่งลำห้วยทับทัน สุรินทร์ ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตอาศัยลำห้วยทับทันในการดำเนินชีวิตตลอดมา การจัดการดิน น้ำ ป่า ริมห้วยทับทันเราไม่สามารถจัดการได้เพียงชุมชนเดียว หรือฝั่งเดียวได้ ทุกชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกันจำเป็นต้องมีส่วน และมีความรู้ร่วมในการจัดการกับทรัพยากรธรรมชาติไปด้วยกัน ซึ่งจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมาทำให้พี่น้องทั้งสองฟากฝั่งต่างได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก หลายหมู่บ้านต้องอพยพหอบลูกจูงหลานไปหลับนอนตามศาลาวัดเป็นแรมเดือน

ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักร่วมกัน และสร้างเครือข่ายมิตรไมตรีในการที่จะปกป้องทรัพยการ จึงได้จัดกิจกรรมนี้ ภาคเช้าวันที่ 2 ธันวาคม 2565 จะเป็นการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ เรียกรับขวัญของพี่น้องจากสองฟากฝั่ง ประกอบด้วยชุมชนจากตำบลอีเซ ตำบลตาโกน ตำบลเมืองจันทร์ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และพี่น้องจากตำบลหนองหลวง อำเภอโนนนารายณ์ ตำบลเบิด ตำบลยางสวาง ตำบลดอนแรด อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ มาร่วมในพิธี รับขวัญผูกข้อต่อแขน

จากนั้นจะเปิดเวทีนั่งเสวนาถึงการจัดการดิน น้ำ ป่า ทั้งสองฟากฝั่งว่าเราจะป้องกันตัวและดูแลรักษาทรัพยากรอย่างไรถึงจะมีชีวิตที่ปลอดภัยได้ โดยมีตัวแทนจากส่วนราชการ เช่น กรมชลประทาน ประมงจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด ป่าไม้จังหวัด มาร่วมรับฟังและให้ข้อเสนอแนะก่อนที่จะนำข้อมูลจากเวทีเข้าสู่เวทีประชาคมของแต่ตำบลกันต่อไป จากนั้นภาคบ่ายจะเป็นการให้พี่น้องได้เล่นสนุกสนานชกมวยทะเล แข่งขันเรือหาปลา ขณะที่กลางคืนก็จะขับร้องสรภัญญะ

ส่วนในวันที่ 3 ธันวาคม 2565 ภาคเช้าจะชวนพี่น้องร่วมปั่นจักรยานไปให้กำลังใจกันตามหมู่บ้านโดยเฉพาะหมู่บ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม มารวมที่จุดจัดงาน และชมการแข่งขันเรือยาว 40 ฝีพายจากหลายทีม มาดูเทคนิคการควบคุมเรือในลำน้ำที่คดโค้งไม่เหมือนที่ใด

นายสุวรรณ โสดา ยังกล่าวอีกอีกว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องทั้งสองฝั่งแล้ว ยังส่งเสริมให้พี่น้องชุมชนได้นำสินค้าการเกษตร หรือที่เป็นเอกลักษณ์มาจำหน่ายด้วย โดยเฉพาะตำบลอีเซ เรามีความโดดเด่นเรื่องผ้าย้อมสีจากเปลือกมะดันป่า ซึ่งชุมชนได้อนุรักษ์ไม้มะดันริมห้วยทับทัน และนำเปลือกมะดันที่เหลือทิ้งจากการทำไม้ปิ้งไก่มาย้อมสีผ้า ทำให้ผ้าย้อมจากสีเปลือกไม้มะดันดูงดงามและสร้างชื่อให้กับจังหวัดศรีสะเกษ นอกจากนี้บริบทพื้นที่ของลำห้วยทับทัน มีทัศนียภาพโขดหินจากธรรมชาติที่ดูงดงามเหมาะที่จะมาบันทึกภาพสวย ๆจากธรรมชาติแห่งลำห้วยไว้จึงอยากเชิญชวนทุกท่านมาชมด้วยกัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิถีชาวบ้านชาวสามโก้ ลงแขกตากข้าวตามลานวัดเก็บไว้กินในครอบครัว

Posted on December 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695234

วิถีชาวบ้านชาวสามโก้ ลงแขกตากข้าวตามลานวัดเก็บไว้กินในครอบครัว

วิถีชาวบ้านชาวสามโก้ ลงแขกตากข้าวตามลานวัดเก็บไว้กินในครอบครัว

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.56 น.

วิถีชาวบ้านชาวสามโก้ จังหวัดอ่างทอง ร่วมกันลงแขกตากข้าวตามลานวัด เก็บไว้สีกินในครอบครัวและทำพันธุ์ข้าวปลูก ร่วมด้วยช่วยกันสร้างความสุข ความสามัคคีในหมู่บ้าน

วันที่ 30 พ.ย.65 ที่บริเวณลานวัดมงคลธรรมนิมิต หมู่ 7 ตำบลสามโก้ อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง ชาวบ้าน 5-6 คนได้ร่วมด้วยช่วยกันนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวในนาข้าวมาทำการตากไว้ที่บริเวณลานวัดเพื่อไล่ความชื้นก่อนเก็บไว้สีกินและทำพันธุ์ข้าวปลูก โดยการร่วมกลุ่มช่วยกันนั่งเฝ้าไล่นกที่มาจิกกินข้าวเปลือก และใช้คราดไม้เดินกลับข้าวเปลือกที่ตากไว้ทุก 15-20 นาทีต่อครั้งแล้วเข้ามาพักร่มที่ศาลาวัด พูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

นางยุพิน จันทร์ทร อายุ 61 ปี เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านดอนรัก หมู่ 7 ตำบลสามโก้ อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง จะร่วมกันลงแขกตากข้าวเปลือกเพื่อเก็บไว้สีกินและนำไปทำพันธุ์ข้าวปลูก ซึ่งเป็นวิธีชาวบ้านที่ร่วมด้วยช่วยกันดูแลนกที่มาจิกกินข้าวเปลือกและช่วยกันใช้คราดไม้กลับข้าวเพื่อให้ทั่วถึงในการที่มาร่วมด้วยช่วยกันนั้นเป็นความรักความสามัคคี หากมีฝนฟ้าตกลงมาก็จะช่วยกันใช้ผ้าใบปิดข้าวที่ตากไว้ได้ทันท่วงที

ในช่วงเย็นก็จะรวมข้าวกองใว้แล้วใช้ผ้าใบปิดเพื่อกันฝนและน้ำค้าง และในตอนเช้าก็นำออกมาตากเหมือนเดิม โดยแต่ละครั้งจะทำการตากข้าวไว้นาน 2-3 วัน และทำการหักเม็ดข้าวเพื่อตรวจดูโดยการหักและกดเม็ดข้าวหากแตกออกมาเป็นเม็ดข้าว ถึอว่าใช้ได้ แต่หากป่นเป็นแป้งก็ตากต่อไปอีก และยังเป็นความสุขสนุกสนานในการพูดคุยหยอกล้อ และเมื่อข้าวตากได้ที่แล้วก็นำใส่กระสอบช่วยกันขนกลับบ้านเพื่อเก็บไว้รอสีข้าวหรือทำเมล็ดพันธุ์ต่อไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แลนด์มาร์คใหม่!! รับลมหนาวใกล้กรุงเทพฯ ชมทุ่งทานตะวันซีพีแรม 3-18 ธ.ค.นี้

Posted on December 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695232

แลนด์มาร์คใหม่!! รับลมหนาวใกล้กรุงเทพฯ ชมทุ่งทานตะวันซีพีแรม 3-18 ธ.ค.นี้

แลนด์มาร์คใหม่!! รับลมหนาวใกล้กรุงเทพฯ ชมทุ่งทานตะวันซีพีแรม 3-18 ธ.ค.นี้

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.51 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ที่แปลงทานตะวัน บริษัท ซีพีแรม จำกัด สำนักงานใหญ่ ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง” ครั้งที่ 3 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยมี นายวิเศษ วิศิษฎ์วิญญู กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีพีแรม จำกัด สำนักงานใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง และเจ้าหน้าที่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ให้การต้อนรับ ซึ่งจะเริ่มเปิดทุ่งทานตะวันพร้อมบานสะพรั่งในระหว่างวันที่ 3 – 18 ธันวาคม 2565 นี้ บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ พร้อมเลือกซื้อสินค้าทางด้านการเกษตรของชุมชน เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตร รับชมการจัดแสดงพืชผักนานาชนิด และยังได้รับกล้าผักฟรี

บรรยากาศพิธีเปิดทุ่งทานตะวัน มีการแสดงลำตัดของเด็กนักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดหน้าไม้ และการแสดงชุดดอกไม้บานสะพรั้งจากนักศึกษาศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์ซีพีแรม สำหรับบริษัท ชีพีแรม จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจตามแนวทางสู่ความยั่งยืน บนพื้นฐานการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน(Ciroular Economy) หรือการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ และคุ้มค่าสูงสุดมาปรับใช้ภายในองค์กร โดยพัฒนาพื้นที่ 45 ไร่ ของบริษัท จัดงาน “ทานตะวันบานสะพรั่งทัวระแห่ง” ครั้งที่ 3 ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยววิถีชุมชนแห่งใหม่ของจังหวัดปทุมธานีอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในชุมชนของจังหวัดปทุมธานี สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนภายในชุมชนได้อย่างยั่งยืน และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชนรอบข้างและชุมชนใกล้เดียง อีกทั้ง ยังส่งเสริม และสนับสนุนเกษตรกรในชุมชนบริเวณโดยรอบโรงงานทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย และสร้างคุณค่าให้กับสังคมรอบด้านสู่ความยั่งยืนในทุกมิติควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และชุมชนรอบข้างอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายวิเศษ วิศิษฎ์วิญญู กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีพีแรม จำกัด สำนักงานใหญ่ กล่าวว่า ครั้งนี้เราได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำศูนย์วิชาการเกษตรที่เรามีการศึกษา ทำการทดลองในการปลูกพืชต่าง ๆ เพื่อนำองค์ความรู้กระจายให้เกษตรกรและชุมขน รวมถึงให้สังคมได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ จนเราสามารถทำทุ่งทานตะวันขึ้นมาได้ในพื้นที่ของ  บริษัท ซีพีแรม จำกัด อำเภอลาดหลุมแก้ว ที่ผ่านมามีประชาชนให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะการถ่ายภาพดอกทานตะวันที่บานสะพรั่งในช่วงเดือนธันวาคมนี้ เป็นแลนด์มาร์จุดหนึ่งใกล้กรุงเทพที่เราได้มอบให้สังคม

ส่วน นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ในฐานะผมเป็นคนจังหวัดปทุมธานีจึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวปทุมและจังหวัดใกล้เคียง ให้มาร่วมงานทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง งานนี้นอกจากจะได้ดูทุ่งทานตะวันที่สวยงามแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนของเกษตรกรได้นำผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวบ้านนำมาจำหน่วย รวมถึงศูนย์เรียนรู้ที่ทางซีพีแรม จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาให้มีความรู้ด้านเกษตรกรรม สำหรับอำเภอลาดหลุมแก้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ทุกท่านสามารถพาครอบครัวเข้ามาเที่ยวแบบ One Day Trip นอกจากเที่ยวชมทุ่งทานตะวันแล้ว ยังมีทุ่งนามอญ วัดเจดีย์หอย จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเข้ามาสัมผัสบรรยากาศของอำเภอลาดหลุมแก้ว.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวโคกผักหวานร่วมซ่อมแซมหอไตรกุฏิพระไม้เสาต้นเดียวหนึ่งเดียวที่พิษณุโลก

Posted on December 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695218

ชาวโคกผักหวานร่วมซ่อมแซมหอไตรกุฏิพระไม้เสาต้นเดียวหนึ่งเดียวที่พิษณุโลก

ชาวโคกผักหวานร่วมซ่อมแซมหอไตรกุฏิพระไม้เสาต้นเดียวหนึ่งเดียวที่พิษณุโลก

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.27 น.

นายอำเภอชาติตระการ พร้อมด้วยชาวบ้านวัดบ้านโคกผักหวาน ตำบลชาติตระการ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก พร้อมใจกันอนุรักษ์และซ่อมแซม กำจัดปลวกหอไตร กุฏิพระไม้เสาต้นเดียวอายุการสร้าง 65 ปี หนึ่งเดียวในพิษณุโลก

วันที่ 30 พ.ย.65 นายกล้าณรงค์ พงศ์สิทธิคุณ นายอำเภอชาติตระการ พร้อมด้วยชาวบ้านวัดบ้านโคกผักหวาน ตำบลชาติตระการ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก พร้อมใจกันอนุรักษ์ บูรณะหอไตรไม้เสาเดียวโบราณ อายุกว่า 65 ปี หนึ่งเดียวใน อ.ชาติตระการ และ จ.พิษณุโลกที่ชาวบ้านได้ร่วมกันตั้งเก็บไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้มาเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาของชาวบ้าน ที่สร้างไว้ในปี 2500 ที่ผ่านมา

โดยนายอำเภอชาติตระการและจิตอาสามาทำความสะอาดหอไตร กุฏิเสาเดียวโบราณ และรอบบริเวณและนำเกลือเม็ดมาใส่ในหลุมที่ขุดโดยรอบพื้นปูนใต้หอไตร เพื่อทำให้ดินในบริเวณนี้เป็นดินเค็มปลวกใต้ดินจะได้หนีไป ช่วยอีกวิถีทางหนึ่ง พร้อมประสานดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซม หอไตรไม้ เสาเดียว ถือว่าเป็นนิมิตอันดียิ่ง ในการอนุรักษ์ ศิลปกรรมโบราณพื้นบ้านให้ดำรงคงอยู่คู่ชุมชนท้องถิ่นสืบ

ลักษณะของหอไตรไม้เสาเดียวโบราณ แห่งนี้มีลักษณะเด่น เป็นเสาไม้สัก ต้นเดียว มีขนาดใหญ่ เส้นรอบวงขนาด 1 คนโอบ สูงประมาณ 10 เมตร 2 ชั้น ยกต้นทุนสูง ประมาณ 1.5 เมตร ทำให้เห็นต้นเสาไม้ เพียง 1 ต้นที่สามารถรองรับอาคารไว้ได้อย่างลงตัว ตามฝีมือของช่างไม้ชาวบ้านเก่าแก่

นายกล้าณรงค์ พงศ์สิทธิคุณ นายอำเภอชาติตระการ กล่าวว่า หอไตรไม้เสาเดียว แห่งนี้สร้างขึ้นจากช่างไม้ชาวบ้าน ที่นำไม้สักมาจากป่า ตามลำน้ำในหมู่บ้าน เดิมทีตั้งใจสร้างเป็นกุฏิพระ ของวัดบ้านโคกผักหวาน แห่งนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปทางวัดได้ทำเป็นหอไตร เก็บคัมภีร์โบราณ แต่เนื่องด้วยอาคารเริ่มชำรุด ก็ได้ทิ้งไว้เฉยๆ ต่อมามีผู้จิตศรัทธา นำโดยอาจารย์ขวัญทอง สอนศิริ ปราชญ์ชาวบ้านและผู้เชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์จังหวัดพิษณุโลก ได้ร่วมกันบูรณะขึ้นมา เพื่อสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของอำเภอชาติตระการต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตลาดเกษตรกรสงขลาช่วงมรสุมพืชผักน้อยแม่ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา

Posted on December 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695209

ตลาดเกษตรกรสงขลาช่วงมรสุมพืชผักน้อยแม่ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา

ตลาดเกษตรกรสงขลาช่วงมรสุมพืชผักน้อยแม่ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.52 น.

ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาเป็นทางเลือกของชาวเมืองสงขลา ในการซื้อสินค้าพืชผักผลไม้สดจากสวนในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เนื่องจากในช่วงนี้ภาคใต้อยู่ในช่วงฤดูมรสุมฯจะมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้พืชผักได้รับความเสียหาย พืชผักที่เกษตรกรมาวางจำหน่ายมีน้อย และแม่ค้าบางรายมีการฉวยโอกาสปรับราคาสูงขึ้น

ตลาดเกษตรจังหวัดสงขลาเปิดตลาดวันอังคารและวันศุกร์สุดสัปดาห์ ยังคงขายสินค้าจากเกษตรกรตัวจริงที่นำพืชผักสดๆจากสวนมาวางขายกันสดๆ โดยมีร้านขายอาหาร พ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งประชาชนทั่วไปมาหาซื้อพืชผักผลไม้ของเกษตรกรที่นำมาจากสวน เนื่องจากในช่วงนี้ภาคใต้อยู่ในช่วงฤดูมรสุมฯจะมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้พืชผักในแปลงปลูกของเกษตรกรได้รับความเสียหาย พืชผักที่เกษตรกรมาวางจำหน่ายมีน้อย และมีการปรับราคาสูงขึ้น

โดยในวันนี้ลูกค้าที่มาซื้อพืชผักจะได้สินค้าไม่ครบตามความต้องการแล้ว ในส่วนของราคาก็มีแม่ค้าบางรายฉวยโอกาสปรับราคาผักสูงขึ้นอีกด้วย อย่างเช่นผักกึ้นฉ่ายที่ตลาดเกษตรกรสงขลาขายให้ลูกค้าขีดละ 30 บาท หากซื้อเป็นกิโลราคากิโลกรัมละ 250 บาท ในขณะที่ราคาผักกึ้นฉ่ายในตลาดทรัพย์สินพลาซ่าราคาถูกกว่าเพียงกิโลกรัมละ 100 บาทเท่านั้น

ทั้งนี้ ประชาชนที่มาจับจ่ายในตลาดได้เรียกร้องให้สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาเจ้าของตลาดช่วยเข้าไปกำกับดูแลปัญหาดังกล่าวด้วยเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่เชื่อว่าพืชผักที่ตลาดเกษตรกรสงขลา เกษตรกรนำผลผลิตมาขายถึงมือผู้บริโภคโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางจึงทำให้ราคาผลผลิตที่นำมาขาย ราคาถูกกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป

สำหรับตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลา เปิดจำหน่ายทุกวันอังคารและวันศุกร์เวลา 06.30 น.ถึง 11.00 น. ณ บริเวณด้านข้างสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา เขตเทศบาลนครสงขลา จะเห็นได้ว่าในช่วงวันอังคารและวันศุกร์จะมีประชาชนพากันมาซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาแห่งนี้กันอย่างคึกคัก เนื่องจากมีความมั่นใจสินค้าของเกษตรกรที่นำมาขายเป็นสินค้าที่ปลอดสารพิษและได้มีการรับรองคุณภาพ จากทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาทุกร้านมั่นใจในความปลอดภัยไม่มีสารเคมีเจือปน – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่เต่ามะเฟือง ขึ้นวางไข่รังที่ 2​ หาดบางขวัญ​ จนท.​เคลื่อนย้ายไปไว้ใกล้รังแรก

Posted on November 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695195

แม่เต่ามะเฟือง ขึ้นวางไข่รังที่ 2​ หาดบางขวัญ​ จนท.​เคลื่อนย้ายไปไว้ใกล้รังแรก

แม่เต่ามะเฟือง ขึ้นวางไข่รังที่ 2​ หาดบางขวัญ​ จนท.​เคลื่อนย้ายไปไว้ใกล้รังแรก

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.12 น.

30 พ.ย.65 ผู้​สื่อ​ข่าว​ได้รับแจ้งจาก​ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง​ที่​ 6​ว่าชุดลาดตระเวน​ของสำนักฯ​ พบร่องรอย​ของเต่ามะเฟือง​ขึ้นมาวางไข่​ บริเวณชายหาดบางขวัญ​ ใกล้เคียงกับที่ขึ้นมาวางไข่รัง​แรก​  ต.โคก​กลอย​ อ.ตะกั่วทุ่ง​ จ.พังงา​ เมื่อเวลา​ 03.25 น. ของวันที่​ 30​ พ.ย.​ 2565 ทั้งนี้นายประถม​ รัสมี​ ผอ.สำนักงาน​ทรัพยากร​ทางทะเล​และ​ชายฝั่ง​ที่​ 6​ ได้สั่งการให้ นาย​ สุริยะ สอนเสริม ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10(ตะกั่วป่า พังงา) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบร่องรอยการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล ที่ชายหาดบางขวัญ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเต่า​มะเฟือง​วัดขนาดพายได้ 220 ซม. อก 110 ซม. ซึ่งห่างจากจุดวางไข่เดิมไปทางทิศใต้ประมาณ 500 เมตร​ เจ้าหน้าที่ได้ขุดหาไข่เต่ามะเฟือง​จน​พบไข่เต่าที่ระดับความลึก 60 ซม. ขนาดไข่ 5.5 ซม. โดยพบว่าอยู่ในแนวน้ำทะเลท่วมถึง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ ศวบอ.เพื่อดำเนินการเตรียม​เคลื่อน​ย้ายไข่เต่ามะเฟือง​ ไปไว้ในคอกเต่าใกล้กับรักแรก​ เพื่อสะดวกในการดูแล​ต่อไป ทั้งนี้ ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟืองหาดบางขวัญ จ.พังงา จะเฝ้าดูแลการฟักไข่เต่ามะเฟืองทั้ง 2 รัง ให้เป็นไปตามหลักวิชาการ เพื่อให้มีอัตราการฟักสูงและสามารถปล่อยลูกเต่าลงสู่ทะเลได้อย่างปลอดภัยต่อไป

สำหรับรังไข่เต่ามะเฟืองรังนี้ นับว่าเป็นรังที่ 2 ของฤดูกาล 2565-2566​ หลังจากแม่เต่ามะเฟืองได้มีการวางไข่รังแรกเมื่อวันที่​ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ฤดูกาลวางไข่ของเต่ามะเฟืองจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์​ โดยประมาณ​ของทุกปี.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชวนเที่ยว ‘ทุ่งทานตะวัน’ บานสะพรั่ง ต้อนรับ นทท.

Posted on November 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695189

ชวนเที่ยว 'ทุ่งทานตะวัน' บานสะพรั่ง ต้อนรับ นทท.

ชวนเที่ยว ‘ทุ่งทานตะวัน’ บานสะพรั่ง ต้อนรับ นทท.

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.33 น.

‘ทุ่งทานตะวัน’ ริมอ่างดอกกรายในศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ กำลังบานสะพรั่งเหลืองอร่ามรอต้อนรับนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมแล้ว

สำหรับ ทุ่งดอกทานตะวัน ริมอ่างดอกกรายริมอ่างเก็บน้ำดอกกราย ภายในศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง กำลังชูช่อดอกบานสะพรั่งเหลืองอร่ามไปทั่วบริเวณเนื้อที่หลายสิบไร่ เพื่อรอต้อนรับให้นักท่องเที่ยวและผู้คนได้ไปเที่ยวชมความงาม ซึ่งขณะนี้นักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด ได้เริ่มพากันเดินทางไปเที่ยวชมความงดงามของดอกทานตะวันบาน ณ ทุ่งทานตะวันริมอ่างดอกกรายกันไม่ขาดสาย มีทั้งไปถ่ายบันทึกภาพเซลฟี่ ถ่ายหมู่ เก็บไว้เป็นที่ระลึก 

อย่างไรก็ดีสำหรับทุ่งทานตะวันริมอ่างดอกกรายแห่งนี้ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ ปลูกขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินมายังอ่างเก็บน้ำดอกกรายแห่งนี้ และเนื่องในวันพ่อทุกปี จังหวัดระยองร่วมกับศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จัดงานขึ้นทุกปีเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวระยอง

เช่นเดียวกับในปีนี้จะจัดงานน้อมรำลึกขึ้นในระหว่างวันที่ 1-7 ธันวาคม นี้ ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย ซึ่งก่อนการจัดงานทุกปี จะปลูกไร่ดอกทานตะวันขึ้นและดอกทานตะวัน ได้เริ่มทยอยบานเบ่งจากช่วงนี้ไปจนถึงช่วงระยะเวลาของวันจัดงาน สามารถดึงดูดผู้คนและนักท่องเที่ยวพากันเดินทางไปเที่ยวชมความสวยงามของดอกทานตะวันเบ่งบานในทุ่งทานตะวันแห่งนี้กันไม่ขาดสาย โดยเฉพาะในช่วงหยุดเสาร์อาทิตย์นี้  นักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่จากต่างจังหวัด ที่เดินทางไปเที่ยวพักผ่อนในจังหวัดระยอง ต่างพาครอบครัวแวะเวียนเข้าไปเที่ยวชมกันคึกคัก ขณะที่ชาวบ้านชุมชนใกล้ทุ่งทานตะวันพากันนำสิ่งของในชุมชน รวมทั้งขนม อาหารต่างๆ มาวางขายตามริมไหล่ถนนแก่นักท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเกิดขึ้นในชุมชน อีกด้วยสร้างรายได้แก่ประชาชนในชุมชนพื้นที่ริมอ่างดอกกรายและบริเวณใกล้เคียงมีรายได้ 

นายกฤษดา โชติวนิชกุล นายก อบต.แม่น้ำคู้ กล่าวว่า ทุ่งทานตะวันแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นอีกแห่งหนึ่งในตำบลแม่น้ำคู้ จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยว นอกจากจะได้ชื่นชมความงามของดอกทานตะวันแล้ว ยังช่วยสนับสนุนสร้างรายได้แก่ชุมชนรอบอ่างดอกรายและใกล้เคียง ที่นำผลิตภัณฑ์ออกมาวางขายแก่นักท่องเที่ยวตามริมสองข้างทาง อีกด้วย สำหรับทุ่งดอกทานตะวัน ณ ริมอ่างดอกกรายแห่งนี้ จะเบ่งบานเต็มพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม เป็นต้นไป และจะชูช่อบานสะพรั่งเหลืองอร่ามไปจนถึงสิ้นปีนี้เลยทีเดียว.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมปล่อยลูกช้างป่าหลงโขลง’ทับเสลา’กลับคืนสู่ธรรมชาติ 30 พ.ย.นี้

Posted on November 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695123

เตรียมปล่อยลูกช้างป่าหลงโขลง'ทับเสลา'กลับคืนสู่ธรรมชาติ 30 พ.ย.นี้

เตรียมปล่อยลูกช้างป่าหลงโขลง’ทับเสลา’กลับคืนสู่ธรรมชาติ 30 พ.ย.นี้

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 22.50 น.

กรมอุทยานแห่งชาติฯเตรียมปล่อย “น้องทับเสลา” ลูกช้างป่าหลงโขลงที่นำมาอนุบาลไว้ กลับคืนสู่ป่าอย่างเต็มรูปแบบพรุ่งนี้ หลังจากที่ทดลองปล่อยอิสระแบบจำกัดพื้นที่แล้วพบว่า หากินคู่กับแม่รับได้เป็นอย่างดี หวังให้เข้าโขลงที่หากินบริเวณใกล้เคียงได้ ซึ่งจะนับเป็นความสำเร็จสำเร็จครั้งสำคัญ

29 พ.ย.65 นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกล่าวว่า วันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.) จะปล่อยคืน “ทับเสลา” ลูกช้างป่าหลงโขลงที่นำมาอนุบาลไว้ คืนสู่ธรรมชาติอย่างเต็มรูปแบบ โดย “ทับเสลา” เป็นช้างป่าเพศเมีย ซึ่งพลัดหลงโขลงในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ขณะนั้นลูกช้างอายุประมาณ 2-3 เดือน เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ พบเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2563 จึงดูแลระหว่างรอให้โขลงมารับแต่ไม่ได้พบกับโขลง จากนั้นจึงนำมาอนุบาลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จนกระทั่งวันที่ 13 พฤศจิกายน2563 จึงเคลื่อนย้ายมาดูแลและปรับพฤติกรรมเพื่อจะได้นำไปปล่อยคืนสู่ป่าตามธรรมชาติในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จังหวัดลำปาง โดยทำคอกอนุบาลบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าหัวทุ่ง ท้องที่อำเภอห้างฉัตร มีผู้ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้รับความอนุเคราะห์ช้างแม่รับ (พังวาเลนไทน์) จากมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการจัดแม่ช้างมาเป็นช้างแม่รับ โดยคัดมา 4 ตัวปรากฏว่า “น้องทับเสลา” เข้าหากันได้ดีกับ “แม่วาเลนไทน์” ที่คอยสอนลูกช้างป่าเรียนรู้และซึมชับพฤติกรรมการดำรงชีวิตได้เองตามธรรมชาติมาตลอด ได้ทดลองหากินกับแม่รับอย่างจำกัดพื้นที่อยู่บริเวณป่าอ่างเก็บน้ำแม่ยาว เนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ โดยผูกโซ่ยาวทั้ง 2 ตัวบริเวณเดียวกันภายในรั้วไฟฟ้าที่เป็นกระแสไฟฟ้าอ่อน ลูกช้างป่าสามารถเลียนแบบพฤติกรรมช้างแม่รับในการดำรงชีวิตในป่าธรรมชาติไต้ดี กินพืชอาหารในธรรมชาติเป็นหลัก บางครั้งเสริมหญ้าบาน่า กล้วย วิตามินบี วิตามินซี และยาบำรุงตับตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

จากการตรวจสุขภาพล่าสุดพบว่า ร่างกายของทั้งลูกช้างและช้างแม่รับสมบูรณ์แข็งแรงและไม่มีเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นจึงเห็นว่า เป็นโอกาสที่เหมาะสมที่จะปลดโซ่ช้างแม่รับและลูกช้างป่าคืนสู่ป่าธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง

ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง

ขอบคุณข้อมูล : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,664 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  
พรรคประชาชน เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม กรุงเทพฯ ยากไปไหม
‘วุฒิภูมิ’หลานสุริยะ ยันไม่ขอเกี่ยวข้องความขัดแย้ง วอนยุติการพาดพิง มุ่งหน้าทำงานสร้างสรรค์
วุฒิสภาเปิดเวทีถก วิกฤตพลังงานไทย ระดมสมองร่วมวิเคราะห์เสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล
ศธ.งัดมาตรการเข้ม ลดค่าใช้จ่าย ลูกเสือไม่ต้องจัดเต็ม รองเท้า-กระเป๋า ไม่ต้องตราโรงเรียน
ราเชน อธิบดีฝนหลวงฯ พึ่งทางธรรม ลาบวช 1 เดือน ขอจบทุกปัญหา บอกครอบครัวบอบช้ำมากแล้ว

Recent Posts

  • สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน
  • ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่
  • สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน
  • อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d