Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชาวบุรีรัมย์ฮือไล่เจ้าอาวาสวัดดัง​ปม’รื้อเตาเผาศพ อมเงินวัด ตบไวยาวัจกร​’

Posted on November 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694709

ชาวบุรีรัมย์ฮือไล่เจ้าอาวาสวัดดัง​ปม'รื้อเตาเผาศพ อมเงินวัด ตบไวยาวัจกร​'

ชาวบุรีรัมย์ฮือไล่เจ้าอาวาสวัดดัง​ปม’รื้อเตาเผาศพ อมเงินวัด ตบไวยาวัจกร​’

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.02 น.

ชาวบ้านฮือไล่เจ้าอาวาส​วัดแห่งหนึ่งในเมืองบุรีรัมย์ รับไม่ได้รื้อเตาเผาศพเดิมที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคเงินซ่อมทิ้ง กินเงินวัด และตบไวยาวัจกรต่อหน้าชาวบ้านในวันทอดกฐิน ตัวแทนคณะสงฆ์สำนักพุทธรับปากสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน​ เบื้องต้นให้ย้ายออกจากวัดชั่วคราว​ หวั่นบานปลาย

วันนี้ (27 พ.ย.65) ชาวบ้านหลายชุมชนในเขต ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้รวมตัวกันประท้วงขับไล่เจ้าอาวาส​วัดแห่งหนึ่ง เพราะรับไม่ได้ที่เจ้าอาวาสมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่างทั้งสั่งรื้อเตาเผาศพที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคเงินซ่อมแซม หลังจากเตาระเบิดในช่วงโควิดระบาด โดยเจ้าอาวาสอาวาส​อ้างว่า​ที่สั่งรื้อเพราะได้รับงบจากสำนักพุทธมาจัดซื้อเตาเผาใหม่ทั้งที่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เตาเผาใหม่เลย ซึ่งเตาเดิมที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคซ่อมก็ยังใช้ได้และเจ้าอาวาสยังใช้อำนาจเกินเหตุด้วยการตบไวยาวัจกรวัดต่อหน้าชาวบ้านหลายคน แล้วด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายในวันที่ 15 ต.ค.65 ที่บริเวณใต้ศาลาวัด ช่วงประมาณ 11.00 น.ซึ่งเป็นวันที่มีการทำบุญทอดกฐินในวัด โดยเจ้าอาวาสอ้างว่า​ไม่พอใจที่ไวยาวัจกรไปเคาะระฆังบนหอระฆังในวันทอดกฐิน ทั้งที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว หากมีกองกฐินมาครบแล้วก็จะต้องเคาะระฆังเพื่อให้รับรู้โดยทั่วกัน 

อีกทั้งยังมีพฤติกรรมบริหารจัดการเงินวัดไม่โปร่งใสหลายอย่าง เช่น เงินกฐิน 160,000 บาทที่มีการทอดกฐิน​ เมื่อวันที่ 15 ต.ค.65, เงินที่บริจาคเอกชนจ่ายค่าตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์​ ปีละประมาณ 130,000 บาท ก็ไม่เคยชี้แจงรายละเอียดให้คณะกรรมวัด หรือชาวบ้านรับทราบ แต่กลับบอกว่าเงินไม่พอจ่ายค่าน้ำค่าไฟ จากพฤติกรรมของเจ้าอาวาสรูปดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านต่างหมดศรัทธา​ จึงอยากให้ย้ายออกจากวัดนี้ไป

นายสมจิตร อดีตคนขับรถเจ้าอาวาส บอกว่า ตั้งแต่เจ้าอาวาสรูปนี้​เข้ามาอยู่ที่วัด 8 ปีก็มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทั้งเรื่องสีกา ตบไวยาวัจกรวัดในวันทำบุญทอดกฐินต่อหน้าชาวบ้าน เพียงเพราะไม่พอใจที่ไวยาวัจกรไปเคาะระฆังแจ้งว่ากองกฐินครบแล้ว ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว และยังบริหารเงินวัดไม่โปร่งใส ไม่เคยชี้แจงให้กรรมการวัดและชาวบ้านรับรู้เลย และที่รับไม่ได้คือสั่งรื้อเตาเผาศพเดิมที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันบริจาคเงินซ่อมแซมตอนที่เตาเผาระเบิดในช่วงโควิดระบาด ซึ่งเหมือนเป็นการทำลายศรัทธาชาวบ้าน เพราะอ้างว่าได้เงินมาเปลี่ยนเตาเผาใหม่ แต่ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแต่กลับรื้อเตาเผาเดิมทิ้งทั้งที่ยังใช้งานได้ และที่จริงก็สามารถทำเป็นเตาเผาคู่ได้ จากพฤติกรรมของเจ้าอาวาสรูปนี้จึงอยากให้ย้ายออกจากวัดไป เพราะชาวบ้านหมดศรัทธา

ด้านนายสุวรรณ ไวยาวัจกรวัด ยืนยันว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมาได้ถูกเจ้าอาวาสปรี่เข้ามาจะตบหน้าแต่ใช้แขนบังเอาไว้จึงโดนตบที่แขนไป 1 ครั้ง แล้วด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย เพียงพอไม่พอใจที่ตนไปเคาะระฆังบนหอระฆังในวันทอดกฐิน ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันอยู่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าอาวาสถึงโกรธ ตัวเองก็งงเพราะไม่ได้ทำผิดอะไร แต่วันนั้นเห็นว่าเป็นวันบุญกฐินจึงไม่ได้ตอบโต้อะไร แต่หลังจากนั้นก็ได้ไปร้องต่อคณะสงฆ์เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าอาวาส 

ขณะที่ตัวแทนคณะสงฆ์ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนา ก็ได้มาพูดคุยกับชาวบ้านที่มาประท้วง พร้อมรับปากว่าจะดำเนินการสอบข้อเท็จจริงตามที่ชาวบ้านร้องให้แล้วเสร็จใน 15 วัน แต่เบื้องต้นก็ได้ย้ายเจ้าอาวาสวัดออกจากวัดไปก่อนชั่วคราวแล้ว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : นมัสการพระบรมสารีริกธาตุองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้อยู่เย็นเป็นสุข

Posted on November 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694693

ธรรมะวันอาทิตย์ : นมัสการพระบรมสารีริกธาตุองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้อยู่เย็นเป็นสุข

ธรรมะวันอาทิตย์ : นมัสการพระบรมสารีริกธาตุองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้อยู่เย็นเป็นสุข

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.14 น.

จากตัวเมืองอำนาจเจริญ ด้านทิศเหนือ ไปตามถนนชยางกูร (อำนาจเจริญ – มุกดาหาร) สายหลัก ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งวัดป่าธรรมรังสี ต.ไร่สีสุก อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ เหมาะสำหรับผู้แสวงหาความเงียบสงบสุข ต้องการปลีกวิเวก ปฏิบัติธรรม ถือศีล ภาวนา สมาธิเพราะปกคลุมไปด้วยต้นไม้หลากหลายพันธุ์ยืนต้นขึ้นอยู่ทั่วบริเวณบนเนื้อที่จำนวน 47 ไร่ ประกอบด้วย กุฎิ ศาลาการเปรียญ อุโบสถ เป็นต้น 

สำหรับเจดีย์สิทธิธรรมรังสี บรรจุพระบรมสารีริกธาตุองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ใกล้กับอุโบสถที่ความสูง 15 เมตร ฐานกว้าง 9 เมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2520 เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพุทธศาสนิกชน เดินทางเข้ามากราบไหว้บูชา ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นมงคลชีวิตอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ ไม่ไกลทางเข้าวัดมากนัก จะพบเห็น ศาลาไม้ทรงไทย ประดิษฐาน หุ่นขี้ผึ้ง หลวงพ่อลี ธรรมสาโร ซึ่งหลวงพ่อลี ธรรมสาโร ได้บูรณะวัดป่าธรรมรังสีแห่งนี้อยู่หลายปี 

ส่วน หลวงพ่อเศียร ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปครึ่งองค์ หรือ พระเศียรจำลอง ว่ากันว่า พระเศียรองค์จริง ขุดขึ้นมาจากใต้ดิน ขณะที่รถแมคโค ปรับพื้นที่บริเวณวัด ขุดพบเศียรพระซึ่งอยู่ใต้ดิน จึงทำพิธีอัญเชิญขึ้นมา 3 วัน สามารถนำขึ้นมาได้ จากนั้น หลวงพ่อลี ธรรมสาโร ได้อัญเชิญเศียรพระไปไว้ที่วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ และได้ทำเศียรพระจำลอง จากองค์จริงขึ้น ซึ่งประดิษฐานภายในอุโบสถ วัดป่าธรรมรังสี อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ที่ผ่านมา เป็นที่นิยมของผู้คน เข้ามาอธิฐานขอพรเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงนี้ จะมีผู้คน เข้ามาอธิษฐานขอพร จาก หลวงพ่อเศียร มากเป็นพิเศษ เพื่อปัดเป่าปัญหาต่างๆให้ผ่านพ้นไปด้วยดี 

พระอธิการเพลิง ปกสิโร อายุ 73 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมรังสี กล่าวว่า อาตมาเป็นเหลน หลวงพ่อลี ธรรมสาโร วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ เมื่อสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ พลวงพ่อลี ธรรมสาโร เดินธุดงค์ โปรดสัตว์ไปหลานพื้นที่ในประเทศไทย และข้ามไปประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)อยู่หลายปี จากนั้น กลับมาที่ประเทศไทย ทางภาคอีสาน กระทั่งเดินธุดงค์มาถึง บริเวณป่าใกล้กับหมู่บ้านไร่สีสุก เกิดนิมิต เหล่ารุกขเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ป่าแห่งนี้ ต้องการให้สร้างสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ ก็เลยก่อสร้างวัดธรรมรังสีขึ้น ระหว่างที่รถแมกโค ขุดปรับพื้นดิน และขุดพบ เศียรพระ

โดยใช้เวลาอัญเชิญขึ้นมา 3 วัน จึงสามารถนำขึ้นมาจากใต้ดินได้ ต่อมา ได้อันเชิญไปประดิษฐานที่วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ กระทั่งปัจจุบัน และได้ทำเศียร เรียกว่า หลวงพ่อเศียร จำลอง ขึ้นมาแทนองค์เดิม โดยประดิษฐานภายในอุโบสถ วัดป่าธรรมรังสี ส่วนหลวงพ่อลี ธรรสาโร สร้างหลวงพ่อเศียรจำลองได้ไม่นาน ก็มรณภาพ ขณะมีอายุ 55 ปี 

พระอธิการ เพลิง ปกสิโร อายุ 74 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมรังสี เทศนา ให้กำลังใจ แก่ญาติโยม ที่ประสบปัญหาหลายด้านว่า ว่า ขอเป็นกำลังใจ ให้ทุกคนมีสติ ตั้งสติให้ดี จะผ่านพ้นวิกฤติต่างๆไปได้ และให้ยึด ปฏิบัติ ตามคำสอน องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่อง ศีล ภาวนา สมาธิ และคิดเสมอว่า การเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย ไม่มีใครหนีพ้น ไม่วันใดวันหนึ่ง จะต้องเกิดขึ้นกับทุกคน ถ้าเข้าถึงแก่นของหลักธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว จะทำให้สบายใจ คลายเครียดลงได้ในระดับหนึ่ง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คาดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควฯ 10 วันเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 40 ล้าน

Posted on November 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694680

คาดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควฯ 10 วันเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 40 ล้าน

คาดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควฯ 10 วันเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 40 ล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.30 น.

จากกรณีจังหวัดกาญจนบุรี ได้กำหนดจัดงานสัปดาห์สะพานแม่น้ำแควและงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี พ.ศ.2565 ขึ้นระหว่างวันที่ 26 พ.ย.-5 ธ.ค.65 รวม 10 วัน 10 คืน โดยคืนที่ผ่านมา พ.ต.ท.อนุศิลป์ สิริเวชชะพันธ์ นายกสมาคมชาวกาญจน์ อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไฟขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย และครอบครัวของ พ.ท. บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี ผู้มีบทบาทในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ด้านมนุษยธรรม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ 

โดยมี ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้กล่าวรายงานมี รศ.ดร.พญ.เรวิกา ไชยโกมินทร์  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี  นายรณภพ เวียงสิมมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นางวิมลทิพย์ เวียงสิมมา รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ดร.กิรดา ลำโครัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ภาครัฐ ภาคเอกชน นักท่องเที่ยว และประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2523 และจัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันโดยในปี 2565 นี้ เป็นครั้งที่ 42 แล้ว 

สำหรับวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดกาญจนบุรี และเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญของท่านพันโท บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ ผู้มีบทบาทในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ได้ช่วยเหลือเชลยศึกโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จนได้รับการยกย่องในด้านมนุษยธรรม มาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรีให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกด้วย

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงานมีทั้งการออกร้านกาชาดเพื่อการกุศล นำรายได้ไปใช้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และกิจกรรมสาธารณกุศลในพื้นที่ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์โตโยต้ายาริส และรางวัลรถจักรยานยนต์ ทีวีสี ตู้เย็น ไมโครเวฟ รวมทั้งชิงรางวัลต่างๆ อีกมากมาย 

ไฮไลต์ของงานฯในการแสดง แสง เสียง (Light and Sound) ย้อนรอยประวัติศาสตร์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ในปีนี้มาในรูปแบบการแสดงจินตภาพประกอบ แสง เสียง และสื่อผสมอิงประวัติศาสตร์  ใช้ชื่อชุดว่า “บันทึกมิตรภาพ…ทางรถไฟสายมรณะ” มีการแสดงทั้งหมด 4 องค์

ประกอบด้วย องค์ที่ 1 สงครามมหาเอเชียบูรพาองค์ที่ 2 เส้นทางรถไฟสายมรณะ องค์ที่ 3 ความเมตตาไร้พรมแดน องค์ที่ 4 รอยจารึกสู่สันติภาพ ออกแบบและจัดสร้างฉากต่างๆ อาทิ ค่ายกักกัน ฉากค่ายเชลย หรือฉากอื่นๆ พร้อมจอ LED ประกอบฉากบทเวทีมาพร้อมกับเทคนิคพิเศษประกอบการแสดงที่ทันสมัย ได้รับมาตรฐานและมีความปลอดภัย  พร้อมชมขบวนรถไฟหัวรถจักรไอน้ำ สีดำ-เขียวสวยสง่า พ่นไอน้ำสีขาว และเสียงหวูดเป็นเอกลักษณ์ที่หาชมยากมาประกอบการแสดง ใช้เวลาความยาวประมาณ 40 นาที ต่อ 1 รอบการแสดง มีทั้งหมดจำนวน 11 รอบ เปิดให้เข้าชมฟรีทุกรอบการแสดง

นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซนแสดงนิทรรศการของหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน โซนจำหน่ายสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาวสินค้าที่มีคุณภาพ โซนสวนสนุกระดับพลีมียม โดยจำหน่ายบัตรค่าบริการเครื่องเล่น และร้านค้าที่หลากหลาย มาจำหน่าย พร้อมชมการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง  สำหรับการเข้าชมได้เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมภายในงานสัปดาห์ข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ได้โดยไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู พร้อมทั้งมีระบบการบริหารจัดการเพื่อรองรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศภายในงานวันนี้ (27 พ.ย.65) เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้ารวมทั้งเข้าไปรับประทานอาหารตามร้านค้าต่างกันเป็นจำนวนมาก ถึงแม้อากาศจะค่อนข้างร้อนอบอ้าวก็ตาม

ทั้งนี้ นายวรพัทธ์ แก้วแต้ม ตัวแทนผู้รับสิทธิ์การจัดกิจกรรมภายในงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ดำเนินการทำงานสะพานข้ามแม่น้ำแควมาตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในเรื่องแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวที่มีการปรับปรุงสร้างขึ้นมาค่อนข้างสูง และรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรีติดอยู่ 1 ใน 10 ของประเทศไทยมาตลอด

แต่อาจจะมีการชะลอตัวลงมาบ้างในช่วงปี พ.ศ.2564 เนื่องจากเกดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเมื่อมีการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควฯ ขึ้นมาในปีนี้จะสังเกตพบว่าที่พักตามโรงแรมและรีสอร์ทต่างๆที่มีอยู่ถูกจองล่วงเต็มเกือบทั้งหมด นั่นหมายถึงนักท่องเที่ยวที่มาไม่ได้มาเที่ยวงานสัปดาห์สะพานแม่น้ำแควฯเพียงอย่างเดียว แต่นักท่องเที่ยวได้ไปท่องเที่ยวตามสถานที่สำคัญๆเช่นไปรับประทานอาหารตามร้านรวมทั้งไปล่องแพ ไปเที่ยวเขื่อนและไปเที่ยวที่สะพานมอญ อ.สังขละบุรี ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ได้รับผลจากการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควโดยตรง สำหรับการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควในปีนี้ จากการประเมินรายได้ของร้านค้าต่างที่มีอยู่ภายในงานกว่า 400 ร้านค้า คาดว่าเมื่อสิ้นสุดการจัดงานฯในวันที่ 5 ธ.ค.65 ร้านค้าต่างๆจะมีรายได้รวมกันไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท – 003 
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้านขายเสื้อผ้าชายหาดสมิหลายิ้มแก้มปริ! นทท.มาเลเซียแห่ซื้อเป็นของฝากญาติ

Posted on November 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694669

ร้านขายเสื้อผ้าชายหาดสมิหลายิ้มแก้มปริ! นทท.มาเลเซียแห่ซื้อเป็นของฝากญาติ

ร้านขายเสื้อผ้าชายหาดสมิหลายิ้มแก้มปริ! นทท.มาเลเซียแห่ซื้อเป็นของฝากญาติ

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.06 น.

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลายังคงมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียให้เข้ามาท่องเที่ยวและมาช้อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าฝากญาติมิตรเป็นจำนวนมากก่อนเดินทางกลับประเทศวันนี้ พ่อค้าแม่ค้าขายเสื้อผ้าชายหาดสมิหลารับทรัพย์ยิ้มแก้มปริ

วันที่ 27 พ.ย.65 ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวนมากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและช้อปปิ้งซื้อเสื้อผ้านำไปฝากญาติมิตรก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศวันนี้ ส่งผลทำให้ร้านค้าที่ขายเสื้อผ้าบริเวณชายหาดสมิหลากว่า 20 ร้าน เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ตั้งใจมาซื้อเสื้อผ้าจากร้านขายเสื้อผ้าริมชายหาด เนื่องจากเสื้อผ้าที่นี่ ราคาถูกกว่าที่อื่นและมีแบบให้เลือกหลากหลาย มีสีสันสดใสสวยงาม ทั้งของผู้หญิงและของผู้ชายรวมทั้งของเด็กๆด้วย โดยทางร้านรับเงินริงกิตของมาเลเซีย หากไม่มีการแลกเงินบาทของไทยมา ทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียสามารถใช้เงินริงกิตได้โดยไม่ต้องกังวล อีกทั้งพนักงานขายในร้านเกือบทุกร้าน สามารถพูดภาษามาเลย์ได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งเป็นจุดขายที่ชาวมาเลเซียชอบใจ เนื่องจากสามารถต่อรองราคาสินค้าภาษาเดียวกันได้ง่ายขึ้น

ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เข้ามาท่องเที่ยวช้อปปิ้งร้านขายเสื้อผ้าริมชายหาด นำเงินเข้ามาใช้จ่ายในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะบริเวณชายหาดแหลมสมิหลา ในช่วงวันหยุดวันศุกร์ เสาร์และวันอาทิตย์เป็นเวลา 3 วัน หลายล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดสงขลากระเตื้องขึ้น พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของทั้งรถเข็นและร้านขายเสื้อผ้าสามารถยิ้มได้ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียสิงคโปร์และอินโดนีเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดสงขลาที่แหลมสมิหลาเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากชายหาดแหลมสมิหลา ยังมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เข้ามาท่องเที่ยวสัมผัสชายหาดทรายที่ขาวสะอาด ทะเลที่สวยงาม แม้ว่าในช่วงนี้จะเป็นช่วงฤดูมรสุมลมตะวันออกเฉียงเหนือของภาคใต้ฝั่งตะวันออกก็ตาม – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แห่ร่วมพิธีเสริมดวงบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณวัดเถรพลาย ลุ้นเลขหางประทัดคึกคัก

Posted on November 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694662

แห่ร่วมพิธีเสริมดวงบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณวัดเถรพลาย ลุ้นเลขหางประทัดคึกคัก

แห่ร่วมพิธีเสริมดวงบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณวัดเถรพลาย ลุ้นเลขหางประทัดคึกคัก

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.41 น.

“ดัง ขลัง ดี” ชาวบ้านร่วมเสริมดวง เสริมโชค เสริมลาภ เสริมบารมี พิธีบวงสรวงองค์พระเจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยา และองค์ท้าวเวสสุวรรณโชคดี ท้าวเวสสุวรรณปลดหนี้ วัดเถรพลาย ครั้งที่ 10 ลุ้นเลขหางประทัดเสี่ยงโชค

วันที่ 27 พ.ย.65 ที่วัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี มีการประกอบพิธีบวงสรวงองค์พระเจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยาและองค์ท้าวเวสสุวรรณโชคดี ท้าวเวสสุวรรณปลดหนี้ที่ประดิษฐานอยู่หน้าองค์พระเจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยา อายุเก่าแก่กว่า 400 ปีของวัดเถรพลาย ซึ่งทำพิธีบวงสรวงต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 10 เพื่อเพิ่มความขลังโดยมีชาวบ้านและนักเสี่ยงโชคเดินทางมาร่วมพิธีกันจำนวนมากทุกครั้งที่ประกอบพิธีบวงสรวง ชาวบ้านเชื่อกันว่ามากราบไหว้ท้าวเวสสุวรรณแล้วจะประสบความสำเร็จ สมหวัง โชคดี มีโชค มีลาภ และช่วยปลดหนี้สินได้ 

ที่ผ่านมาชาวบ้านใกล้ไกลทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์ต่างเดินทางมาขอพรขอโชคลาภกันไม่ขาดสาย โดยที่ลานหน้าบริเวณท้าวเวสสุวรรณโชคดี และท้าวเวสสุวรรณปลดหนี้ บรรดานักเสี่ยงโชคที่มากราบไหว้ขอพร ร่วมพิธีบวงสรวงต่างยืนรอลุ้นเลขหางประทัด ปรากฏได้เลข 033 – 49 ส่วนผู้ที่จุดธูปในกระถางธูปใหญ่ได้เลข 918-305 เป็นต้น ก่อนที่ชาวบ้านจะหาซื้อเลขดังกล่าวที่แผงขายลอตเตอรี่ในวัดเพื่อซื้อไว้เสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 ธ.ค.65 ต่อไป

พระครูพิสุทธิรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย กล่าวว่า สถานที่ใดที่มีองค์ท้าวเวสสุวรรณ ประดิษฐานนั้นเชื่อกันว่าท่านจะเป็นผู้ปกปัก ผู้รักษา ให้มีความสุข มีโชค มีลาภ มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต ทางวัดจึงต้องมีการบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณเป็นประจำเพื่อให้เทพยาดาได้รับรู้และเข้มขลัง ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้นและยังเป็นความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ในการเสริมดวง เกิดโชค เกิดลาภ ที่เดินทางมากราบไหว้ขอพร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดเถรพลาย ซึ่งมีหลวงพ่อ 5 พี่น้องประกอบด้วยหลวงพ่อดำ หลวงพ่อสีชมพู องค์พระเจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยา ที่มีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประดิษฐานอยู่หน้าองค์พระเจดีย์ ตลอดจนองค์ท้าวเวสสุวรรณปางโชคดี และปางปลดหนี้ ซึ่งทางวัดได้กำหนดให้มีพิธีบวงสรวงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์-จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2565 รวม 10 ครั้ง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกาะสมุยคึกคักเรือสำราญลำแรกนำนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ 636 คน

Posted on November 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694657

เกาะสมุยคึกคักเรือสำราญลำแรกนำนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ 636 คน

เกาะสมุยคึกคักเรือสำราญลำแรกนำนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ 636 คน

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.17 น.

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 27 พ.ย.65 ที่บริเวณท่าเทียบเรือแห่งที่ 1 อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย นางศุภกาญจน์ ยอดฉุน ผู้อำนวยการการท่องเท่ี่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเกาะสมุย นายปกรณ์ กาญจนโอภาส รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย นายอรุณ บุปผโก ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะสมุย นางชนัญทิพย์ ธนภัทรธีรานันท์ อุปนายกสมาคมสปาสมุย ได้ให้การต้อนรับนักเที่ยวที่เดินทางมากับเรือสำราญ เอ็ม.วี.ไวกิ้ง มาร์ส การต้อนรับครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พล.ร.ท.จรัสเกียรติ ไชยพันธุ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 , พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี มอบหมายให้ พ.ต.ท.หญิงภิญญาพัชญ์ ฤทธิ์เดช สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้ร่วมมอบช่อดอกไม้ต้อนรับทีมกัปตันเรือสำราญ เอ็ม.วี.ไวกิ้ง มาร์ส ในโอกาสนำนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่เดินทางมาจอดแวะเกาะสมุยจำนวน 636 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สัญชาติอเมริกา และสัญชาติออสเตรเลีย การให้การต้อนรับภายใต้แคมเปญ สมุย ออลเวย์ส วอร์ม “Samui Always Warm” หรือ เกาะสมุยอบอุ่นเสมอ

การต้อนรับเรือสำราญลำแรกที่จอดแวะยังเกาะสมุยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเกาะสมุย ได้ร่วมกับสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย บริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวมอบน้ำดื่มพร้อมของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน นอกจากนี้ยังได้จัดการแสดงรำมโนราห์ศิลปะวัฒนธรรมภาคใต้ต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างถ่ายรูปเพื่อเก็บความประทับใจที่มาเกาะสมุยครั้งแรก

สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเลือกซื้อโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบ One Day Trip ตามแหล่งท่องเที่ยวได้แก่ วัดพระใหญ่ วัดแหลมสุวรรณาราม หาดเฉวง เที่ยวเชิงธรรมชาติ soft adventure รับประทานอาหารซีฟู้ดบนเกาะสมุย และนักท่องเที่ยวบางส่วนได้ซื้อทัวร์เดินทางต่อไปท่องเที่ยวที่เกาะพะงัน และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง สำหรับนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ไม่ได้ซื้อโปรแกรมนำเที่ยวจะเดินท่องเที่ยวบริเวณชุมชนท่าเรือหน้าทอน ซึ่งทำให้การมาของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นการกระจายรายได้ให้กับร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านนวดแผนไทย และใช้บริการสปาภายในโรงแรมต่างๆ บนเกาะสมุย คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดบนเกาะสมุยไม่ต่ำกว่าสองล้านบาทภายในหนึ่งวัน

นางศุภากาญจน์ ยอดฉุน ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเกาะสมุย กล่าวว่า การต้อนรับภายใต้แคมเปญ สมุย ออลเวย์ส วอร์ม “Samui Always Warm” เป็นแคมเปญใหญ่ที่ช่วยปลุกกระแสการท่องเที่ยวของประเทศไทยหลังการสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 โดยจะนำเสนอให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกรับรู้ว่าประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลกมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว

โดยแคมเปญนี้เป็นการดำเนินการที่สอดรับกับช่วงไฮซีซั่นของเกาะสมุย และเพื่อต้องการสื่อสารหลักที่นำเสนอนี้ 2 ประเด็นคือ เมืองไทยมีสภาพอากาศอบอุ่นพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เผชิญกับอากาศที่หนาวเย็น พร้อมนำเสนอให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเห็นว่าประเทศไทยเป็นเมืองที่ผู้คนที่มีน้ำใจไมตรี และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งเกาะสมุยได้รับการจัดอันดับให้เป็นเกาะท่องเที่ยวที่ดีที่สุดอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกในปี 2565 จากนิตยสาร Travel and Leisure ที่ระบุว่าคนเกาะสมุยเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยน้ำใจไมตรียินดีต้อนรับทุกคนที่มาเยือนด้วยความอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อน หลังจากที่เรือสำราญ เอ็ม.วี.ไวกิ้ง มาร์ส เสร็จสิ้นภารกิจวันนี้แล้วเรือจะนำนักท่องเที่ยวจำนวน 636 คนพร้อมด้วยลูกเรือจำนวน 470 คน เดินทางต่อไปยังท่าเทียบเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่อไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชมทะเลหมอก‘ยอดภูบ่อบิด’ อีกหนึ่งที่สุดแห่งเมืองเลย

Posted on November 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694655

ชมทะเลหมอก‘ยอดภูบ่อบิด’ อีกหนึ่งที่สุดแห่งเมืองเลย

ชมทะเลหมอก‘ยอดภูบ่อบิด’ อีกหนึ่งที่สุดแห่งเมืองเลย

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.02 น.

ชมทะเลหมอก‘ยอดภูบ่อบิด’ อีกหนึ่งที่สุดแห่งเมืองเลย

27 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เลย ว่า ตามรายงานอุตุนิยมวิทยา จ.เลย มีอากาศเย็นหลังฝนตกในช่วงเช้า กับมีหมอกหนาปกคลุมในหลายพื้นที่ โดยในเขตเทศบาลเมืองเลย อุณหภูมิ 18-22 องศาเซลเซียส และในหลายๆอำเภออุณหภูมิทั่วไปยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในช่วงเช้า

อย่างที่ “ยอดภูบ่อบิด” เป็นอีกภูหนึ่งที่มีจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งวันนี้ไม่ผิดหวัง มีทะเลหมอกสวยงาม โดย “ยอดภูบ่อบิด” อยู่ใกล้กับเขตเทศบาลเมืองเลย ห่างจากตัวเมืองแค่ 1 กม. จึงมีนักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น และชมทะเลหมอก ซึ่งการเดินทางจากตีนภูถึงยอดภูใช้เวลาเพียง 30-40 นาที ภูบ่อบิดจึงเป็นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในกลุ่มผู้ที่ชอบเดินออกกำลังกายตอนเช้า

ทั้งนี้ บนยอดภูบ่อบิดจะมีทัศนียภาพที่สวยงาม สามารถมองเห็นทัศนียภาพในตัวเมืองจังหวัดเลย แบบ 360 องศา และยังมองเห็นยอดภูต่างๆ เช่น ภูผาล้อม ภูผายา ภูข้าว อำเภอ นาด้วง ผานาง ผาเกิง อำเภอเอราวัณ และภูเก้า ภูพานคำ ของจังหวัดหนองบัวลำภู จึงเป็นจุดชมเมืองที่สวยสุดอีกแห่งของ จ.เลย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นครพนม’คึกคัก!นักท่องเที่ยวแห่ไหว้‘พญานาค’แน่น คอหวยเปิด‘เลขเด็ด’งวดต่อไป

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694627

‘นครพนม’คึกคัก!นักท่องเที่ยวแห่ไหว้‘พญานาค’แน่น คอหวยเปิด‘เลขเด็ด’งวดต่อไป

‘นครพนม’คึกคัก!นักท่องเที่ยวแห่ไหว้‘พญานาค’แน่น คอหวยเปิด‘เลขเด็ด’งวดต่อไป

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.55 น.

‘นครพนม’คึกคัก!นักท่องเที่ยวแห่ไหว้‘พญานาค’แน่น คอหวยเปิด‘เลขเด็ด’งวดต่อไป

27 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครพนม รายงานว่า ภายหลังสถานการณ์โควิดเริ่มผ่อนคลาย อีกทั้งมีการปลดล็อกด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่ง ที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ตลอดจนจุดผ่อนปรน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ในพื้นที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง มีประชาชนทั้งชาวไทยชาวลาวเดินทางผ่านแดน ข้ามไปมาเพื่อท่องเที่ยว ระหว่างนครพนม กับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาวกันจำนวนมากส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในสองประเทศ

ในช่วงวันหยุด แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัด จะคึกคักเป็นพิเศษ นอกจากนักท่องเที่ยวหลังได้กราบไหว้ขอพรองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อายุเก่าแก่ กว่า 2,500 ปีที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม ซึ่งภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ กระดูกส่วนหน้าอกของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว ยังได้ไปกราบขอโชคลาภจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช ที่ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม เพราะมีผู้โชคดีจากการเสี่ยงโชคมาแล้วหลายราย อีกทั้งยังเชื่อว่าพญาศรีสัตตนาคราช นอกจากจะโดดเด่นด้านโชคลาภแล้ว เรื่องหน้าที่การงานก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มีจำนวนมากที่มาขอพรให้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งก็สัมฤทธิ์ผล ดังนั้นรอบบริเวณดังกล่าวจึงมีโต๊ะบวงสรวงตั้งเรียงรายอยู่หลายจุด

ล่าสุดช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ มีรถทัวร์ รถตู้นำพานักท่องเที่ยวมาเป็นหมู่คณะ ตลอดจนรถยนต์ส่วนตัวเดินทางมากราบไหว้ขอพรต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราชอย่างเนืองแน่น ในขณะที่ทางเทศบาลเมืองนครพนม ได้ให้เทศกิจร่วมกับ สภ.เมืองนครพนม จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกรวมถึงความปลอดภัยอย่างเต็มที่ และมีรถรางรองรับเพื่อพานักท่องเที่ยวชมเมืองอีกด้วย

สิ่งที่ขาดไม่ได้คือแผงลอตเตอรี่ที่วางเรียงรายเป็นหน้ากระดาน อยู่บริเวณดังกล่าว เพราะถือเป็นจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยว หลังกราบไหว้ขอโชคลาภจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช ก็จะมาเสี่ยงโชคหาเลขเด็ดกัน

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ๊น้อย แม่ค้าลอตเตอรี่ที่ถือว่าเป็นแผงใหญ่สุด ถึงเลขเด็ดประจำงวดวันที่ 1 ธันวาคม 2565 ได้รับข้อมูลเพื่อเป็นแนวทาง ว่า เลขเด็ดงวดนี้ ที่นักเสี่ยงโชคแสวงหามากที่สุด ได้แก่ 59 , 58 , 79 , 05 และที่เป็นเลขดังสุดในประเทศอยู่ในขณะนี้คือเลข 749 ซึ่งเป็นเลขฝาโลงศพ “น้องมาวิน” เด็กหนุ่มวัย 18 ปี ที่จมน้ำใต้เขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา รวมเป็นเวลานานถึง 27 วัน กว่าเจ้าหน้ากู้ภัยจะค้นหาร่างเจอ โดยสภาพศพที่จมอยู่ใต้น้ำลึกราว 70 เมตรไม่เน่าเปื่อย และ “น้องมาวิน” ถือเป็นศพที่ 9 ที่จมน้ำในเขื่อนศรีนครินทร์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ดับ‘ไฟใต้’เจรจาสันติภาพ(1) ข้อกังวล‘คนกลาง’แทรกแซง

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694599

สกู๊ปแนวหน้า : ดับ‘ไฟใต้’เจรจาสันติภาพ(1)  ข้อกังวล‘คนกลาง’แทรกแซง

สกู๊ปแนวหน้า : ดับ‘ไฟใต้’เจรจาสันติภาพ(1) ข้อกังวล‘คนกลาง’แทรกแซง

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 07.00 น.

ศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัวหนังสือ “ความขัดแย้งการเจรจาและการแบ่งสรรปันอำนาจ : กรณีศึกษาจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ของประเทศไทยและบทเรียนของบางประเทศ” เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในผู้เขียนคือ รศ.ดร.ชนินท์ทิรา ณ ถลาง อาจารย์สาขาการ
ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มีมานานนับสิบปี ซึ่งหนึ่งในข้อกังวลของหลายฝ่ายคือ “กฎหมายระหว่างประเทศ” ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายในประเทศ

โดยที่ผ่านมา จะเห็นความพยายามจากภาครัฐของไทยที่ต้องการให้มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นปัญหาหรือสถานการณ์ไม่ใช่ความขัดแย้ง และใช้คำเรียกผู้ก่อเหตุว่าเป็นผู้เห็นต่างจากรัฐ แทนที่จะเรียกชื่อขบวนการหรือองค์กรของผู้ก่อเหตุ (เช่น BRN) โดยตรง ด้วยความกังวล 1.ปัญหาจะถูกยกขึ้นสู่ระดับสากลหรือไม่ เช่น เข้าเงื่อนไข “ความขัดแย้งทางอาวุธที่ไม่ใช่ระหว่างประเทศ” ตามคำนิยามของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

2.ถ้ามีฝ่ายที่ 3 เข้ามาแล้วจะเกิดการแทรกแซงอธิปไตยของไทยหรือไม่ซึ่งฝ่ายที่ 3 นี้อาจเป็นรัฐหรือไม่ใช่รัฐก็ได้ 3.โครงสร้างพื้นฐานระหว่างประเทศบังคับให้รัฐต้องกระจายอำนาจเพื่อแก้ปัญหาหรือไม่ ซึ่งคิดต่อไปได้อีกว่าจะนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดนหรือเปล่า โดยสำหรับ “คำถามแรก (เรื่องเงื่อนไขนิยามความขัดแย้งทางอาวุธที่ไม่ใช่ระหว่างประเทศ)” มีข้อถกเถียงระหว่าง “/ฝ่ายภาครัฐ” เช่น กระทรวงการต่างประเทศ มองว่า “ไม่เข้าข่าย” เพราะเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นไม่มีองค์กรใดออกมาอ้างว่าเป็นฝีมือของตน

กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ไม่มีการจัดโครงสร้างองค์กรและสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน อีกทั้งแม้มีการก่อเหตุแต่ก็ไม่ปรากฏความสามารถในการควบคุมพื้นที่ ซึ่งแตกต่างจากสถานการณ์ในประเทศเมียนมา ที่กองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มีพื้นที่ควบคุมของตนเองชัดเจน แต่อีกมุมหนึ่ง “ฝ่ายองค์กรภาคประชาสังคม (NGO) และนักกฎหมายระหว่างประเทศ” มองว่า “เข้าข่าย” โดยให้เหตุผล

อาทิ เป็นสถานการณ์ตึงเครียดเกินกว่าความขัดแย้งภายในประเทศและมีการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธมาระยะหนึ่งแล้ว ขณะที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจริงๆ แล้วมีการจัดโครงสร้างเป็นองค์กรเพียงแต่ในองค์กรมีรูปแบบกระจายอำนาจสูง และมีการทำงานประสานกันโดยสังเกตได้จากการก่อเหตุที่หลายครั้งเกิดพร้อมกันหลายจุด อีกทั้งมีขีดความสามารถในการขนส่งและลำเลียงอาวุธ

อย่างไรก็ตาม “ในทางปฏิบัติพบว่า ภายนอกไม่ได้สนใจเหตุการณ์ในไทยเพราะเข้าข่ายนิยามตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ แต่สนใจว่าเหตุที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเพียงใดต่างหาก” เช่น เหตุการณ์ตากใบ-กรือเซะ ได้รับความสนใจจากต่างประเทศทั้งที่รัฐบาลยุคนั้นเรียกกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่ชายแดนใต้ว่าโจร อันหมายถึงมีนัยลดระดับให้เป็นเพียงการก่ออาชญากรรมเท่านั้น นอกจากนี้ “การแทรกแซงจากต่างประเทศเอาเข้าจริงก็ทำไม่ได้ง่ายๆ” จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ 1.กฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศยังคงยึดหลักอำนาจอธิปไตยของรัฐเป็นหลัก

2.การแทรกแซงไม่ใช่ทำได้ในทุกกรณี โดยระบุไว้เพียง4 กรณีเท่านั้น คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide) อาชญากรรมสงคราม (War Crimes) การกำจัดชาติพันธุ์ (Ethnic Cleansing)และอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ (Crimes Against Humanity)เพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองประชาชนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ความรุนแรงดังกล่าว ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่เข้าข่ายทั้ง 4 กรณีข้างต้น

นอกจากนั้นในทางปฏิบัติ “ตัวแสดงภายนอกเองก็ต้องจัดลำดับความสำคัญของผลประโยชน์และคำนึงถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับไทยด้วย” เช่น หากไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็คงไม่มีใครแทรกได้แซงเพราะทุกคนก็ต้องการรักษาหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน ส่วนชาติมหาอำนาจทั้งตะวันตกและตะวันออกก็มีเรื่องอื่นๆ ให้ไปสนใจมากกว่า

ขณะที่ “สิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง” ก็ไม่ได้มุ่งหวังให้ชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มขอรับการสนับสนุนเพื่อตั้งรัฐใหม่ เพราะไม่เช่นนั้นโลกก็คงแตกแยกไม่รู้จบ โดยสงวนไว้สำหรับชนกลุ่มน้อยที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกมาก่อน โดยสรุปแล้ว “การเลี่ยงใช้คำว่าความขัดแย้งไปใช้คำว่าสถานการณ์ รวมถึงเรียกผู้ก่อเหตุว่าผู้เห็นต่างจากรัฐไม่น่ามีผลใดๆ กับการป้องกันการแทรกแซงอำนาจอธิปไตย” แต่มีผลในด้านอื่นๆ เช่น ดึงดูดความสนใจเชิงลบจากตัวแสดงอื่นๆ (นักวิชาการหรือ NGO) อีกทั้งภาคส่วนอื่นๆ ก็ไม่ได้ใช้คำตามภาครัฐของไทย

“คำถามที่ 2 (การให้ฝ่ายที่ 3 เข้ามามีบทบาทในกระบวนการสันติภาพ กับความเสี่ยงต่อการที่ปัญหาถูกยกขึ้นสู่ระดับสากลซึ่งกระทบต่ออธิปไตยของประเทศ)” เมื่อดูตัวอย่างจากประเทศใกล้เคียง เช่น อินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ มีการให้ฝ่ายที่ 3 เข้ามามีบทบาท อาทิ เป็นคนกลางในการเจรจา สังเกตการณ์ ปลดอาวุธตามข้อตกลง ซึ่ง “ไม่พบว่าปัญหาถูกยกระดับเพราะการให้มีฝ่ายที่ 3” แต่มาจากปัจจัยอื่นๆ

เช่น กรณีอาเจาะห์ในอินโดนีเซีย ได้รับความสนใจจากเหตุการณ์สึนามิ จึงมีต่างชาติเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม(น้ำสะอาด อาหาร ที่อยู่อาศัย) หรือกรณีมินดาเนาในฟิลิปปินส์ สถานการณ์ถูกยกระดับเพราะมีกลุ่มติดอาวุธที่หากินกับการจับนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเรียกค่าไถ่ ทั้งนี้ ภาครัฐของทั้ง 2 ประเทศ กำหนดขอบเขตบทบาทให้ฝ่ายที่ 3 อย่างชัดเจนในกระบวนการสันติภาพ จึงเป็นไปได้น้อยมากที่ฝ่ายที่ 3 จะล้ำเส้นไปจากที่ตกลงกันไว้ อนึ่ง ฝ่ายรัฐกับกองกำลังติดอาวุธต่อสู้กันมานาน การเจรจาโดยตรงอาจสำเร็จได้ยากกว่าการมีฝ่ายที่ 3 เป็นคนกลาง

“คำถามที่ 3 (โครงสร้างพื้นฐานระหว่างประเทศบังคับให้รัฐต้องกระจายอำนาจเพื่อแก้ปัญหาจนอาจนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน)” จากการศึกษา “ไม่พบว่ามีการบังคับเช่นนั้น เนื่องจากหากมีสภาพบังคับจะเท่ากับรุกล้ำอำนาจอธิปไตยของรัฐมากจนเกินไป” อย่างในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย การกระจายอำนาจนั้นเกิดขึ้นจากเจตจำนงของรัฐเองโดยไม่มีกฎหมายหรือสถาบันระหว่างประเทศไปบีบบังคับ

อย่างไรก็ตาม “อาจมีองค์กรระหว่างประเทศที่พยายามส่งเสริมการกระจายอำนาจ ในลักษณะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการแก้ไขปัญหาทางอัตลักษณ์และความขัดแย้ระหว่างชนกลุ่มใหญ่กับชนกลุ่มน้อย” ถึงกระนั้น “การกระจายอำนาจจะช่วยบรรเทาความขัดแย้งได้ก็ต่อเมื่อสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยด้วย” เพราะแม้กระจายอำนาจแต่ยังมีนโยบายจำกัดสิทธิชนกลุ่มน้อย ในระยะยาวก็ยังมีโอกาสนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน เช่น กรณีประเทศยูโกสลาเวีย ที่ต่อมาแตกออกเป็นหลายประเทศ

(อ่านต่อฉบับวันที่ 1 ธ.ค. 2565)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’ สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(จบ)

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694591

บทความพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’  สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(จบ)

บทความพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’ สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(จบ)

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หมายเหตุ : บทความนี้เดิมชื่อเรื่องว่า “Reinvent Growth อย่างไร เมื่อประชากรในเมืองมีมากเกินไปและสูงวัยขึ้น”ซึ่งเขียนโดย GJ van der Zanden, Senior Advisor & Visiting Professor Sustainability Leadership (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

(ต่อจากหน้า 5 ฉบับวันที่ 26 พ.ย.2565) เราต้องปรับตัวรับสังคมสูงวัย ไม่เพียงแต่การคงไว้ซึ่งผลิตภาพโดยรวม แต่รวมถึงการให้บริการแก่กลุ่มผู้สูงวัยนี้ด้วย ซึ่งทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจมหาศาลในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ทางไกล เทคโนโลยีด้านสุขภาพ โภชนาการผู้สูงวัย และความช่วยเหลือในการดำรงชีวิต รวมถึงการเชื่อมโยงทางสังคม

เฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างเดียว ตลาดเศรษฐกิจสำหรับผู้สูงอายุคาดว่าจะมีมูลค่า 4.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 เพื่อรองรับผู้สูงวัย 600 ล้านคน ที่มีอายุมากกว่า60 ปี ตามรายงานของ Ageing Asia Alliance ญี่ปุ่นกำลังแสดงให้เห็นว่าการใช้หุ่นยนต์ช่วยมนุษย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าจะนำมาใช้แทนที่มนุษย์ สามารถช่วยให้ประเทศดูแลประชากรผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น และทำให้ผู้สูงวัยสามารถมีส่วนร่วมในการทำงานได้นานขึ้น

นอกจากนี้ ระบบ Automation ยังตอบโจทย์ในการรักษาผลิตผลทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ในขณะที่มีปัญหาสังคมสูงวัยและจำนวนคนทำงานลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม Automation ที่เพิ่มขึ้นมักจะทำให้พนักงานสับสนในระยะแรกจริงอยู่ที่ Automation สามารถแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสังคมผู้สูงวัยได้หลายอย่าง แต่เราต้องลงทุนกับการพัฒนาบุคลากรและคิดทบทวนนโยบายการกระจายเทคโนโลยีควบคู่กันไป เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและจะไม่มีใครถูกลืม

ส่วนในฟินแลนด์ การทดลองปรับรายได้พื้นฐานทั่วประเทศในปี 2563 แม้จะไม่ได้เพิ่มการจ้างงานอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้เข้าร่วมการทดลองดีขึ้นอย่างมาก เช่นเดียวกับการสร้างการตอบรับเชิงบวกทางสังคม เช่น ระดับความไว้ใจในสังคมและสถาบันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างประสิทธิผลโดยรวมการทดลองของฟินแลนด์กระตุ้นให้เกิดการทดลองเพิ่มเติมกับแนวคิดนี้ในส่วนอื่นๆ ของโลก

นอกเหนือจากการหาวิธีแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีแล้วนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญกำลังเบนความสนใจไปยังพฤติกรรมการบริโภค เราสามารถช่วยให้คนในสังคมมีความสุขและมีสุขภาพดีขึ้นด้วยการสนับสนุนความเจริญทางด้านจิตใจมากกว่าทางด้านวัตถุได้หรือไม่? เมื่อคนเราอายุมากขึ้นและมีสติปัญญามากขึ้นก็มักจะเรียนรู้ว่า “สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนั้นได้มาฟรี” เช่น การเข้าถึงจิตใจของตนเอง การเข้าใจเพื่อนหรือการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ บางทีประชากรสูงวัยอาจเห็นคุณค่าทางวัตถุน้อยลงและนิยมปรัชญาชีวิตเพิ่มขึ้น

อุตสาหกรรมต่างๆ เช่น FMCG แฟชั่น การท่องเที่ยว อาหาร รีเทล เป็นผู้สร้างแบรนด์และสร้าง เทรนด์การบริโภคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ผู้สร้างแบรนด์มีความพร้อมมากในการนำไปสู่ การบริโภคแบบ “dematerialise” โดยไม่ลดคุณค่าของสินค้า แต่เน้นในคุณค่าที่จับต้องไม่ได้ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด หรือโดยการเปลี่ยนค่านิยมของผู้บริโภค

วัฒนธรรมการทำอาหารญี่ปุ่นดูเหมือนจะใช้หลักปรัชญานี้ได้เป็นอย่างดี เช่น ในการเสิร์ฟสตรอเบอร์รี่ลูกเดียวเป็นของหวานตอนจบมื้ออาหาร นับเป็นสุดยอดการนำเสนออาหารมื้อค่ำพิเศษแบบมินิมอล เมื่อใดที่เราเรียนรู้และนำปรัชญานี้มาใช้และจะชื่นชมว่าคำว่า “Less is more” หรือ “น้อย (สิ่ง) คือมากกว่า (ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น)” เมื่อนั้นเราอาจจะเดินมาถูกทางที่จะนำไปสู่ความเติบโตแบบยั่งยืน

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์

แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,738 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  
พรรคประชาชน เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม กรุงเทพฯ ยากไปไหม
คุณแหน : 2 พฤษภาคม 2568
มติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด สุภา ปิยะจิตติ ปมไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7หมื่นล้าน
ศุภจี ร่ายยาว ไทยช่วยไทย กางแผนช่วยประชาชนลดค่าครองชีพยามวิกฤต
นักเขียนซีไรต์ ฉะ 'พรรคส้ม-ไอซ์' สร้างความแตกแยกระหว่างรุ่น แต่ยังหาเสียงกับคนแก่

Recent Posts

  • สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน
  • ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่
  • สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน
  • อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d