Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

นทท.ทะลักสังขละบุรีคาดช่วงไฮซีซั่นไปจนถึงปีใหม่เงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694482

นทท.ทะลักสังขละบุรีคาดช่วงไฮซีซั่นไปจนถึงปีใหม่เงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

นทท.ทะลักสังขละบุรีคาดช่วงไฮซีซั่นไปจนถึงปีใหม่เงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.09 น.

“สะพานไม้ ด่านเจดีย์ นทีสามประสบ มรดกทุ่งใหญ่ ไทย กะเหรี่ยง รามัญ สารพันธรรมชาติ อภิวาทหลวงพ่ออุตตมะ เมืองสังขละชายแดน สุดแคว้นตะวันตก” นี่คือคำขวัญของอำเภอสังขละบุรี เมืองชายแดนด้านตะวันตกของจังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันมีนายสุทธิพร ศิวเวทพิกุล เป็นนายอำเภอ

อำเภอสังขละบุรีอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี 230 กิโลเมตรโดยประมาณ การเดินทางจากตัวอำเภอเมือง กาญจนบุรี จะต้องผ่านอำเภอที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติศิลปะและวัฒนธรรมอันสวยงาน 2 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอไทรโยค อำเภอไทรโยค อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรี 50 กิโลเมตร เป็นอำเภอที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงนักท่องเที่ยวทั่วประเทศต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี เช่นน้ำตกไทรโยคน้อย และน้ำตกไทรโยคใหญ่ ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ปัจจุบันมีนายสุพล คำเสนาะ เป็นหัวหน้าอุทยานฯ มีนายเนรมิต เหลืองอร่ามฟ้าเป็นนายอำเภอ 

อำเภอที่ 2 คือ อำเภอทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรีประมาณ 145 กิโลเมตร มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่นเขื่อนวชิราลงกรณ เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล “เขาช้างเผือก” ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ รวมทั้งบ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก ชุมชนกลางสายหมอก เป็นต้น ก่อนขึ้นอำเภอสังขละบุรี นักท่องเที่ยวสามารถแวะเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้อย่างสบายใจ 

สำหรับการท่องเที่ยวที่บริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือที่นิยมเรียกกันว่าสะพานมอญ ที่เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเรีย เชื่อมต่อระหว่างชุมชนชาวมอญ บ้านวังกะ หมู่ 2 กับเขตเทศบาลตำบลวังกะ อ.สังขละบุรี และเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางอากาศปกคลุมไปด้วยสายหมอกที่เย็นสบาย

โดยมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ พร้อมใจกันสวมชุดพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญ ที่มีสีสันอันสวยงาม เดินทางไปรอทำบุญใส่บาตรและถวายดอกไม้แด่พระสงฆ์ที่บริเวณชิงสะพานทั้งสองฟากฝั่ง โดยเฉพาะฝั่งชุมชนชาวมอญบ้านวังกะ  นักท่องเที่ยวต่างก็สบายใจและอิ่มบุญกันทุกคน

โดยมีการคาดการณ์ว่าช่วงไฮซีซั่นนี้ นักท่องเที่ยวได้จองห้องพักตามโรงแรมและรีสอร์ทต่างๆที่มีอยู่เกือบเต็มหมดแล้ว นักท่องเที่ยวที่มาโดยไม่ได้จองก็ขอให้นำเต้นท์ติดมาด้วย ซึ่งทางอำเภอและเทศบาล ได้จัดเตรียมสถานที่เอาไว้รองรับแล้ว สำหรับเม็ดเงินที่สะพัดในพื้นที่ในช่วงไฮซีซั่นไปจนถึงปีใหม่ คาดว่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หรือมากกว่านั้นอย่างแน่นอน – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผวากลางดึก! ผีพลทหารเฮี้ยน ดึงขา ดึงแขนบนกุฎิต้นจัน เรียก’จ่า ผมขอโทษ’

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694476

ผวากลางดึก! ผีพลทหารเฮี้ยน ดึงขา ดึงแขนบนกุฎิต้นจัน เรียก'จ่า ผมขอโทษ'

ผวากลางดึก! ผีพลทหารเฮี้ยน ดึงขา ดึงแขนบนกุฎิต้นจัน เรียก’จ่า ผมขอโทษ’

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.11 น.

ผวากลางดึก! ผีพลทหารเฮี้ยน ดึงขา ดึงแขนบนกุฎิต้นจันและเรียก ‘จ่า ผมขอโทษ’

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พ.ย.65 นางสมศรี วงศ์จันทร์ อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 85 หมู่ 5 ต.หนองฉาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ได้นำศพลูกชาย พลทหารขจรศักดิ์ ศรียากูล ซึ่งถูก 11 นักโทษพลด้วยกันรุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 39 จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 20 พ.ย.65 ที่ผ่านมา แล้วนำศพมาบำเพ็ญกุศลที่ศาลาวัดทุ่งหลวง หมู่ 11 บ้านทุ่งหลวง ต.ทุ่งพง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยมีหน่วยทหารของมณฑลทหารบกที่ 39  ตั้งเคลื่อนย้ายศพจาก จ.พิษณุโลก ถึง จ.อุทัยธานี นำมาวัดทุ่งหลวง พร้อมกับส่งกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 8 นาย มาดูช่วยเหลือเจ้าภาพภายในงาน โดยทหารนั้นได้เข้าพัก ที่กุฎิต้นจัน ภายในวัด ซึ่งเป็นกุฎิที่เก่าแก่หลังใหญ่และเป็นไม้เก่า โดยบางชิ้นเป็นไม้ตะเคียนและเสาบ้างต้นเป็นเสาไม้ตะเคียนที่ตกมันอยู่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายเดชนรินทร์ ศรียางกูล ซึ่งเป็นเจ้าภาพงานศพ และเป็นน้องชายของผู้ตายได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กุฎินี้มีชื่อเรียกว่า กุฎิต้นจัน ซึ่งชาวบ้านในระแวกนี้ทราบดี ซึ่งเสาไม้บ้างต้นเป็นไม้ตะเคียนเสาตกมันและช่วงเช้าของคืนวันที่ 2 ได้มีนายทหารมาเล่าให้ตนเองฟังว่า โดนผีหลอก ผีดึงขา ดึงแขน ซึ่งเขาบอกว่าเป็นผีพี่ชายผมมาหลอก

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสมปอง ทศภาค ซี่งเป็นช่างไฟ และเปิดเครื่องเสียงในงานศพ กล่าวว่า กุฏิหลังนี้อยู่ใต้ต้นจัน จึงตั้งชื่อกุฎิต้นจัน ซึ่งมีสิ่งลี้ลับอยู่ตลอด มองเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง ซึ่งคนเฒ่าคนแก่ บอกว่ามีเสาตกมัน ซึ่งเสาตกมันนั้นจะอยู่รอบนอก ซึ่งทหารที่มานอนที่กุฏิ พอรุ่งเช้ามาทหารได้เดินพูดคุย และสอบถามที่รถยนต์เครื่องเสียงตนเอง ว่าวัดนี้มีอะไร ตนเองก็ตอบว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีหลวงปู่แสงและช้าง หลังจากนั้นทหารก็ถามว่าสิ่งอื่นๆ ทีลี่ลับที่มองไม่เห็น ตนเองก็ตอบว่ามันก็มีอยู่ หลังจากนั้นพี่ ทหารก็เล่าให้ฟังว่า พี่นอนบนกุฎิ หลังจากหลับแล้วโดนผีมากวน มีคนมาดึงขา ดึงแขน และเคาะประตูห้อง  โดยมีคำพูดเป็นบางประโยค พูดว่า จ่า ครับผมขอโทษ  ซึ่งเสียงนั้นน่าจะเป็นผู้เสียชีวิต ซึ่งผู้พันนั้นก็รู้จักกับผู้ตายด้วย หลังจากนั้นตนเองประมาณตี 4 เปิดเครื่องเสียงเข้าก็สะดุงตื่น ซึ่งตนเองก็เชื่อว่า คนตายนั้นจะรู้สึกตัวอีกครั้งประมาณ 2-3 วัน และได้มายังที่วัดดังกล่าว

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามกลุ่มทหารที่ขึ้นไปนอนบนกุฎิจัน ว่า โดยท่านผู้พันนั้น นอนพักภายในห้องคนเดียว ส่วนพวกตนเองได้นอนกันอยู่หน้าห้องและในคืนที่ 2 ท่านผู้พันท่านโดนจริงๆ และก็มาเล่าให้พวกตนเองฟัง

ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามพระภายในวัด ว่าได้มีทหารมาบอกว่า โดนผีอำผีหลอก ตนเองก็บอกว่าใครมานอนที่กุฎิต้นจัน หลังนี้ก็จะต้องโดนแบบนี้ และแนะนำให้ไปจุดธูปบอกปู่แสง อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งหลวงและอดีตเกจิดัง หลังจากนั้นกลุ่มทหารก็ไปจุดธูปบอกดังกล่าว

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อึ้งสองสามีภรรยายกเงิน 1 แสนค่าสินไหมลูกวัย 3 ขวบถูกรถชนดับให้วัดทั้งหมด

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694475

อึ้งสองสามีภรรยายกเงิน 1 แสนค่าสินไหมลูกวัย 3 ขวบถูกรถชนดับให้วัดทั้งหมด

อึ้งสองสามีภรรยายกเงิน 1 แสนค่าสินไหมลูกวัย 3 ขวบถูกรถชนดับให้วัดทั้งหมด

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.10 น.

“หลวงพ่อพบโชค” เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย อึ้งสองสามีภรรยาฐานยากจน ผัวมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างทั่วไป ภรรยามีอาชีพทำแหนมขายในตลาดมีรายได้วันละ 100-200 บาท นำเงิน 1 แสนบาทที่ได้จากค่าสินไหมลูกน้อยวัย 3 ขวบถูกรถชนตายยกบริจาคให้วัดทั้งหมด เตรียมเชิดชูชื่อหน้าโรงพยาบาลใหม่

วันที่ 26 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจของ “พระไพศาลประชาทร วิ.” หรือ “หลวงพ่อพบโชค” เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ได้นำเสนอภาพคู่สามีภรรยาชื่อนายอิ่นจินดา อายุ 40 ปี และนางสิงห์นิตย์ จินดา อายุ 38 ปี ชาวชุมชนห้วยปลากั้ง ได้ผู้บริจาคเงินจำนวน 100,000 บาทให้กับทางวัดห้วยปลากั้งเพื่อนำไปทำกิจกรรมสาธารณกุศล

อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อพบโชค ระบุว่า ความเป็นมาของการบริจาคดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทำให้ตกตะลึงและแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง เนื่องจากนายอิ่น และนางสิงห์นิตย์ ได้นำเงินสดค่าสินไหมทดแทนจากกรณีบุตรสาวอายุ 3 ขวบถูกรถทับชนจนเสียชีวิตจำนวน 100,000 บาท แต่กลับไม่เก็บไว้ใช้เองและนำไปบริจาคให้กับทางวัดห้วยปลากั้ง ทั้งหมด

หลวงพ่อพบโชค เปิดเผยว่า นายอิ่นและนางสิงห์นิตย์ มีบ้านพักอยู่ที่หน้าวัดห้วยปลากั้ง และมีบุตรสาวเพียงคนเดียว โดยนายอิ่น มีอาชีพรับเหมาก่อสร้างทั่วไป ส่วนนางสิงห์นิตย์ มีอาชีพทำแหนมขายในตลาดมีรายได้วันละ 100-200 บาทถือว่ามีฐานะยากจนแต่เมื่อประมาณ 6 เดือนได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ที่ขับผ่านหน้าบ้านได้ชนและทับศีรษะบุตรสาวจนเสียชีวิตคาที่ตรงถนนหน้าบ้านตัวเองขณะที่นางสิงห์นิตย์ กำลังทอดปลาให้ลูก ซึ่งวันเกิดเหตุตนและเจ้าหน้าที่วัดได้ไปดูและสอบถามว่ามีค่าจัดงานศพและอื่นๆ หรือไม่อย่างไร ปรากฎว่าทั้งคู่ไม่มี ทำให้ทางวัดช่วยเหลือค่าโลงศพและจัดพิธีศพให้ทั้งหมด 

ต่อมาคดีอุบัติเหตุของลูกสาวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมผ่านชั้นตำรวจไปจนถึงชั้นศาล ซึ่งหลวงพ่อได้พยายามให้กำลังใจและบอกกล่าวกับทั้ง 2 คนว่า หากการเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่ความสุขสูงสุด แม้เราจะได้เงินมากมายก็ตามก็ไม่อาจทดแทนความสูญเสียลูกไปได้แต่การทำความดีเป็นสิ่งยิ่งใหญ่กว่าดังนั้นนายอิ่นและนางสิงห์นิตย์ จึงไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดและยินยอมในคดีมาโดยตลอด

หลวงพ่อพบโชค กล่าวด้วยว่า กระทั่งล่าสุดคดีได้ข้อยุติถึงที่สุดให้คู่กรณีจ่ายเงินให้ทั้ง 2 คนจำนวน100,000 บาท โดยทั้งคู่ได้เดินทางมาที่วัดและบริจาคให้กับวัดห้วยปลากั้งเพื่ออุทิศส่วนบุญไปถึงลูกทั้งหมด ทำให้ตนตกใจมากและพยายามเกลี่ยกล่อมให้ทั้งคู่นำเงินไปเก็บไว้ใช้ผ่อนเบาความยากจนเนื่องจากทั้งคู่ก็ไม่ได้มีฐานะดีมีรายได้วันละไม่กี่ร้อยบาท ขณะที่หลวงพ่อมีเงินเพื่อทำสาธารณกุศลอยู่แล้ว 

แต่ปรากฎว่าทั้งนายอิ่ นและนางสิงห์นิตย์ก็ยืนยันที่จะนำเงินจำนวนนี้บริจาคทั้งหมดเพราะพวกเขาได้หารือกันมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะนำเงินมาบริจาคแล้ว ทำให้ทางวัดได้รับเงินไว้สมทบทุนก่อสร้างโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคมภายในวัดห้วยปลากั้ง ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ โดยจะนำเอาชื่อของนายอิ่นและนางสิงห์นิตย์ จินดา ติดเอาไว้ตรงด้านหน้าอาคารของโรงพยาบาลเพื่อเป็นเกียรติประวัติต่อไป

“แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีผู้บริจาคเพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้จำนวนมาก ก็มี ก็จะไม่นำรายชื่อมาติดไว้ด้านหน้าโรงพยาบาล เหมือนกับทั้ง 2 คนนี้ เพราะยังไม่ถือว่าใช่ผู้ที่ทำบุญที่ยิ่งใหญ่ ทั้งอื่นและนิตย์เขาเป็นคนฐานะยากจนแม้แต่เงินแสนเขาก็ไม่เคยจับต้องมาก่อน แต่เมื่อได้เงินมากลับไม่เก็บไว้ใช้เองอและนำมาทำบุญให้ทั้งหมด จากนั้นก็กลับไปทำงานลำบากเหมือนเดิม พวกเขาจึงถือเป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง” หลวงพ่อพบโชค กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หนาวนี้’เที่ยวไหน!โพลเปิด 5 จว.ปชช.อยากไป ลุ้นแคมเปญกระตุ้นช่วงไฮซีซั่น

Posted on November 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694466

‘หนาวนี้’เที่ยวไหน!โพลเปิด 5 จว.ปชช.อยากไป ลุ้นแคมเปญกระตุ้นช่วงไฮซีซั่น

‘หนาวนี้’เที่ยวไหน!โพลเปิด 5 จว.ปชช.อยากไป ลุ้นแคมเปญกระตุ้นช่วงไฮซีซั่น

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.27 น.

‘หนาวนี้’เที่ยวไหน!โพลเปิด 5 จว.ปชช.อยากไป ลุ้นแคมเปญกระตุ้นช่วงไฮซีซั่น

26 พฤศจิกายน 2565 “กรุงเทพโพลล์” โดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “นักท่องเที่ยวกับการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นหนาวนี้” โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มนักท่องเที่ยว จำนวน 1,203 คน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 77.3 เห็นว่าการท่องเที่ยวหน้าหนาวนี้จะคึกคักค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 22.7 เห็นว่าจะคึกคักน้อยถึงน้อยที่สุด

สำหรับปัจจัยที่ทำให้คนอยากออกมาท่องเที่ยวหน้าหนาวนี้พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 62.4 อยากออกมาเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย รองลงมาคือ อยากรับบรรยากาศ อากาศหนาว คิดเป็นร้อยละ 58.1 และมีช่วงวันหยุดยาวหลายวัน คิดเป็นร้อยละ 38.4

ส่วนเรื่องที่อาจทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว ทำให้คนออกมาเที่ยวน้อยลงหน้าหนาวนี้พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 66.5 เห็นว่าคนไม่มีเงินไปเที่ยว รองลงมาร้อยละ 56.3 เห็นว่าข้าวของ ที่พัก อาหารราคาสูงขึ้น และร้อยละ 39.7 เห็นว่าน้ำมันยังราคาแพง

เมื่อถามว่าอยากให้มีนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย เช่น เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง เป็นของขวัญปีใหม่ เพื่อทำให้ประชาชนออกมาเที่ยวมากขึ้นหรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 84.5 อยากให้มี ขณะที่ร้อยละ 9.3 ไม่อยากให้มี ส่วนร้อยละ 6.2 ไม่แน่ใจ

เมื่อถามว่าจังหวัดท่องเที่ยวที่อยากไปเที่ยว สัมผัสบรรยากาศหนาวมากที่สุดพบว่า นักท่องเที่ยวอยากไปเชียงใหม่ มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 49.4 รองลงมา คือ เชียงรายคิดเป็นร้อยละ 13.0 , เพชรบูรณ์คิดเป็นร้อยละ 11.4 , น่านคิดเป็นร้อยละ 7.1 และเลยคิดเป็นร้อยละ 5.3

สุดท้ายเมื่อถามถึงรูปแบบการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวอยากเที่ยวในหน้าหนาวปีนี้มากที่สุดคือ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น เดินป่า กางเต็นท์ คิดเป็นร้อยละ 46.0 รองลงมาคือการท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตในชนบท คิดเป็นร้อยละ 36.0 และการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์และฟาร์มสเตย์ คิดเป็นร้อยละ 32.9

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กระจกเบนซ์ป้ายแดงร้าวละเอียด เพราะตัดหญ้าข้างทาง แห่โฟกัสทะเบียนเป็นแถว

Posted on November 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694463

กระจกเบนซ์ป้ายแดงร้าวละเอียด เพราะตัดหญ้าข้างทาง แห่โฟกัสทะเบียนเป็นแถว

กระจกเบนซ์ป้ายแดงร้าวละเอียด เพราะตัดหญ้าข้างทาง แห่โฟกัสทะเบียนเป็นแถว

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 07.51 น.

แห่โฟกัสทะเบียนเป็นแถว กระจกเบนซ์ป้ายแดงร้าวละเอียด เพราะสะเก็ดซัดเข้าเต็มๆจากตัดหญ้าข้างทาง

ทำเอาใจหาย! เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Daorung Coolness เผยภาพกระจกรถป้ายแดงร้าวละเอียด ขณะอยู่ที่ด่านเก็บเงินบางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากถูกสะเก็ดจากเครื่องตัดหญ้าข้างทางกระเด็นใส่อย่างรุนแรง โดยเจ้าของรถระบุข้อความว่า 

” ตกใจ! พระเจ้าลูกยังมีชีวิตอยู่และไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เสียงยังกับระเบิด! เครื่องตัดหญ้าข้างทางที่ทุกคนอาจมองข้ามว่าไม่อันตราย!ถ้ารถไม่ติดฟีมล์ ก็ตรงหัวคนขับพอดี!ขอบคุณพระเจ้าที่คุ้มครองตลอดการเดินทาง “

ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตและเพื่อนๆในเฟซบุ๊กได้เข้าไปแสดงความห่วงใย ทั้งยังแอบลุ้นว่าหรือป้ายแดงจะให้โชคในงวดนี้ 

ขณะที่เจ้าตัว ยังได้อัพเดทด้วยว่า ” ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆและอาจารย์ทุกท่าน ขอบคุณทุกความห่วงใยกลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัย ระหว่างทางขับกลับมากระจกข้างที่ร้าวก็เริ่มลดลงๆเหลือครึ่งหนึ่ง เปิดแอร์ขับไม่ได้ ขอพระเจ้าฝนอย่าตกนะคะ พระเจ้าน่ารัก ถึงบ้านได้ 20 นาทีฝนเทลงมาแรงมากๆขอบคุณพระเจ้า “

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’ สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(1)

Posted on November 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694423

สกู๊ปพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’  สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(1)

สกู๊ปพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’ สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(1)

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.55 น.

หมายเหตุ : บทความนี้เดิมชื่อเรื่องว่า “Reinvent Growth อย่างไร เมื่อประชากรในเมืองมีมากเกินไปและสูงวัยขึ้น” ซึ่งเขียนโดย GJ van der Zanden, Senior Advisor & Visiting Professor Sustainability Leadership (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

ในวันที่ 15 พ.ย. 2565 องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้คาดการณ์ว่า จำนวนประชากรโลกจะถึง 8 พันล้านคน ซึ่งเมื่อ 100 ปีก่อนเราเกิดขึ้นมาในโลกที่มีประชากรน้อยกว่า 2 พันล้านคน ถึงแม้ว่าการเติบโตจะชะลอตัวบ้าง แต่ก็กล่าวได้ว่าประชากรในโลกเพิ่มขึ้น 200,000 คน ในทุกๆ วันมนุษย์ไม่เพียงแต่เพิ่มจำนวนขึ้น แต่ยังสูงวัยขึ้นอีกด้วย ประเทศญี่ปุ่นและบางส่วนของยุโรปมีจำนวนผู้สูงวัยมากที่สุดในโลก ในทศวรรษข้างหน้าคาดว่าประเทศจีนจะมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด โดยอาจมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มจาก 18% จากประชากรทั้งหมด 1.4 ล้านคน ในวันนี้เป็น 32% ในปี 2583

ประชากรที่อาศัยในเมืองคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 55% ในวันนี้เป็น 68% ภายในปี 2593 ซึ่งหมายความว่าจะมีคนเพิ่มขึ้น 2.2 พันล้านคน ซึ่งต้องมีที่พัก อาหาร ต้องเดินทางและใช้บริการต่างๆ การเติบโตนี้จะทำให้เกิดมหานครใหม่ในแอฟริกาและเอเชีย ส่งผลให้มีการบริโภค-อุปโภคเพิ่มขึ้นอย่างมาก เฉพาะในเอเชียใต้และตะวันออกเฉียงใต้เพียงอย่างเดียว ภายในปี 2583 คาดว่าจะมีปริมาณการบริโภคอุปโภคตามเมืองต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2553

ธรรมชาติจัดสรรทุกอย่างให้เราอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่การรีไซเคิลน้ำ การย่อยของเสีย การผลิตอาหารหรือการนำ CO2 ออกจากอากาศเพื่อสร้างออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไป เมื่อมนุษย์เติบโตขึ้น ผลกระทบที่ตามมาก็สูงขึ้นไปด้วย เมื่อธรรมชาติมาอยู่ในมือมนุษย์ ความสามารถของธรรมชาติในการจัดสรรทรัพยากรและความสามารถในการรับผลกระทบก็ถูกลดลงด้วย

วิถีชีวิตในบางรูปแบบส่งผลกระทบต่อโลกมากกว่ารูปแบบอื่น ปัจจุบันมนุษย์ “Over-Use” ธรรมชาติบนโลกมากเกินไป ถ้าทุกคนใช้ชีวิตบนโลกสไตล์สหรัฐอเมริกา เราต้องมีโลกมากกว่า 5 โลก ถ้าใช้ชีวิตสไตล์ยุโรปเราต้องมีประมาณ 3 โลก สไตล์บราซิล 1.6 โลก ในสไตล์อินเดีย 0.8 โลก เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติ สร้างก๊าซเรือนกระจกสู่อากาศ และสร้างขยะเกินกว่าวัฏจักรของโลกจะรับได้

เชื้อเพลิงฟอสซิลที่เราเผาผลาญในแต่ละปี (และ CO2 ที่ปล่อยสู่ชั้นอากาศ) เทียบเท่ากับ การเผาผลาญพืชทั้งโลกเป็นเวลา 400 ปี ในขณะเดียวกัน การตัดไม้ทำลายป่าอย่างไม่หยุดยั้งนั้นได้เปลี่ยนป่าอเมซอนจากแหล่งกักคาร์บอนให้กลายเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาดว่าช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานในการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้นถึง 40% ภายใน พ.ศ. 2573 หากทุกคนยังใช้ชีวิตแบบเดิม

ผลกระทบของมนุษย์ต่อโลกมักมีการแสดงเป็นสูตรง่ายๆ คือ : Impact = Population x Affluence x Technology การเติบโตของประชากรนั้นไม่ได้ช่วยลด Impact ของมนุษย์แน่นอน สำหรับปริมาณการบริโภคต่อคนหากใช้ GDP เป็นตัวชี้วัดนั้น เติบโตเกือบ 7 เท่า (PPP) ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ความหวังสุดท้ายคือเทคโนโลยี หลายๆ คนอาจบอกว่าเทคโนโลยีมีพลังมหาศาล ที่จะนำมาสู่นวัตกรรมที่สามารถมาแก้ไขปัญหาของมนุษย์ได้

แต่คนมักจะมองข้ามประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น ซึ่งเทคโนโลยีอาจทำให้เกิดผลกระทบเพิ่มขึ้นมากกว่าที่จะลดลง 1.The rebound effect (ผลย้อนกลับ) ประสิทธิภาพในการผลิตทำให้สินค้าราคาลดลงกระตุ้นให้เราบริโภคมาก เช่น เมื่อมีเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง เราก็ซื้อมาใช้มากขึ้น หรือเที่ยวบินถูกลงคนก็เดินทางมากขึ้นเป็นเท่าตัว ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

2.Unintended consequences (ผลที่ตามมาโดยไม่ได้ตั้งใจ) ข้อดีของเทคโนโลยีมักทำให้เรามองข้ามผลกระทบด้านลบ เช่น เทคโนโลยีใหม่อย่าง 5G สร้างความเหลื่อมล้ำมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนในการเข้าถึงเทคโนโลยีนั้นจำกัดเฉพาะประชากรที่มีฐานะและพื้นที่ประชากรหนาแน่น หรือการที่ social media สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันได้ ในขณะที่สามารถที่จะให้ข้อมูลที่ผิดๆ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้จำนวนมาก

3.Politics and invested interests (การเมืองและผลประโยชน์) ถึงโลกจะไม่ขาดแคลนเงินในการแก้ปัญหาความยากจน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือด้านมลพิษ การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มักจะชะลอตัวลงเพราะการต่อต้านทางการเมืองหรืออิทธิพลและผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมใหญ่ๆ เช่น อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งนี้ เมื่อเราใช้ต้นทุนธรรมชาติไป ความสามารถในการรับผลกระทบของธรรมชาติก็ลดลง

“โมเดลปัจจุบันเน้นไปที่การสร้างความมั่งคั่ง เป็นการเติบโตด้วยต้นทุนของธรรมชาติหรือของสังคม ที่เรียกได้ว่า เป็น Perverse Growth ในปี 2552 Trucost ระบุว่าต้นทุนธรรมชาติของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเราคือ 7.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 13% ของ GDP ในทำนองเดียวกัน สหรัฐฯ ใช้เงินประมาณ 120-190 พันล้านเหรียญสหรัฐในแต่ละปี เพื่อรักษาอาการหมดกำลังใจและภาวะซึมเศร้า ที่มาพร้อมกับ GDP ของประเทศ นี่คือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เราต้องการหรือไม่?”

ในอนาคตเราอาจเป็น “คนหลายโลก” ปัญหาและแนวทางแก้ไขของเราเป็นแบบ “หลายโลก” แต่ตอนนี้เรามีเพียงโลกเดียว ผู้นำต้องลืมความฝันลมๆ แล้งๆ ของเรื่องหลายโลกและหันมาแก้ไขปัญหาของวันนี้ และลืมความเชื่อที่ว่าเมื่อเราบริโภคมากขึ้นจะทำให้ GDP สูงขึ้น และเราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เราต้องหาทางระดมนวัตกรรมสร้างการเติบโตใหม่ให้เข้ากับขีดจำกัดทางนิเวศวิทยาโลก และตอบโจทย์ทางสังคม แนวคิดใหม่ๆ และโมเดลทางธุรกิจอย่างการหมุนเวียนกลับมาใช้ การร่วมมือกันของอุตสาหกรรม การแบ่งปันต่างๆ

การมี Products เป็น Service แทนที่จะเป็นผลิตภัณฑ์ การคิดใหม่และแก้ปัญหาโดยวิถีธรรมชาติ แสดงให้เห็นว่าเราสามารถลดทอนการผลิตเพื่อการบริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ยังคงเติบโตทางเศรษฐกิจ งานวิจัยโดย Accenture ปี 2558 คาดการณ์ว่า Circular Economy สามารถสร้างผลผลิตเพิ่มเติมได้มากถึง 4.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน ปี 2573 โดยการลดของเสีย การกระตุ้นนวัตกรรม และการสร้างงาน สหภาพยุโรปนำร่อง แผนปฏิบัติการ Circular Economy Action Plan เพื่อนำไปสู่ EU Green Deal

บริษัทต่างๆ เช่น Philips บริษัทข้ามชาติของเนเธอร์แลนด์ใช้แนวคิด Circularity เป็นแกนกลางของกลยุทธ์ และกำลังจะบรรลุเป้าหมายในปี 2568 ที่ 25% ของรายได้จะมาจากธุรกิจ Circular Business และไม่เพียงแค่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเท่านั้น นักลงทุนก็ดูให้ความสนใจกับ Circularity ดูจากข้อมูลอ้างอิงจาก Circular Business ของ Blackrock ที่ว่าเงินลงทุนใน Seed capital 20 ล้าน ในปี 2562 กลายมาเป็น 2 พันล้านในปี 2564

การที่มีคนอาศัยในเมืองหนาแน่นทำให้ระบบการทำ Urban Farming โดยใช้ hydroponics เป็นที่สนใจมากขึ้น แม้การลงทุนจะสูงและยังคงมีความท้าทายหลายอย่าง แต่เทคนิคนี้สามารถผลิตอาหารโดยใช้น้ำน้อยลง 90% ไม่ต้องใช้ดินและสามารถผลิตอาหารได้มากถึง 4 เท่าของผลผลิตต่อตารางเมตรด้วยวิธีดั้งเดิม หลายแหล่งข้อมูลคาดว่า การผลิตด้วย hydroponics ทั่วโลกจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเป็น 10-13 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นทศวรรษนี้

(อ่านต่อหน้า 7 ฉบับวันที่ 27 พ.ย. 2565)

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์

แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ตุ๊กตุ๊ก’ฟีเวอร์! นักท่องเที่ยวมาเลย์แห่ใช้บริการ นั่งเที่ยวชมเมืองเก่าสงขลา

Posted on November 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694425

'ตุ๊กตุ๊ก'ฟีเวอร์! นักท่องเที่ยวมาเลย์แห่ใช้บริการ นั่งเที่ยวชมเมืองเก่าสงขลา

‘ตุ๊กตุ๊ก’ฟีเวอร์! นักท่องเที่ยวมาเลย์แห่ใช้บริการ นั่งเที่ยวชมเมืองเก่าสงขลา

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.01 น.

นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้หันมาใช้บริการรถตุ๊กตุ๊ก เพื่อนั่งท่องเที่ยวชมเมืองสงขลาแทนรถรางท่องเที่ยว เนื่องจากมีความสะดวกสบาย ไม่ต้องมีการจองคิวล่วงหน้า สามารถใช้บริการได้เลย แถมราคาก็ถูกอีกด้วย เพียงราคาเที่ยวละ 500 บาท นั่งได้ 10 คน คนละ 50 บาทเท่านั้น

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะชายหาดแหลมสมิหลา สงขลา นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก หลังจากในช่วงที่มีการเลือกตั้งในประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 19 พ.ย.65 ที่ผ่านมา จะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาน้อยและเมื่อผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียก็เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากตามปกติ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

กลุ่มผู้ขับรถตุ๊กตุ๊กในเขตเทศบาลนครสงขลา ได้รวมตัวกัน 7 – 8 คัน หันมาเปิดให้บริการรับ – ส่งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย นั่งรถชมเมืองเก่าสงขลา รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายจุด โดยใช้เวลานำนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียไปเที่ยวชมเมืองเก่า และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยคิดค่าบริการเที่ยวละ 500 บาท รถตุ๊กตุ๊กนั่งได้ 10 คน ก็ตกราคาคนละ 50 บาท ซึ่งจะดีกว่านั่งรถรางท่องเที่ยว ที่จะต้องมีการจองคิวล่วงหน้า 3 – 4 วัน เป็นการยุ่งยาก สำหรับไกด์นำเที่ยว จึงต้องหันมาใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กนั่งชมเมืองของกลุ่มตุ๊กตุ๊กที่รวมตัวกัน 7 – 8 คัน มาให้บริการนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ เท่านั้น ส่วนวันธรรมดาปกติก็จะวิ่งรับ – ส่งผู้โดยสารในเขตเทศบาลนครสงขลา ตามเส้นทางรอบเมืองสงขลา

นายรุ่งเรือง อุยแก้วพะเนา วัย 59 ปี ชาวโคราช ที่มาทำงานในพื้นที่จังหวัดสงขลา กว่า 39 ปี โดยมาทำงานที่โรงงาน 19 ปี และมาขับรถตุ๊กตุ๊กในเขตเทศบาลนครสงขลา 20 ปี จนสามารถพูดภาษาปักษ์ใต้ได้ กล่าวว่า ตอนนี้เราใช้รถตุ๊กตุ๊กรับ – ส่งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียอยู่ โดยไกด์ติดต่อให้พานักท่องเที่ยวมาเลเซียไปเที่ยวเมืองเก่าสงขลา เพราะมันมีความสะดวกกว่า เมื่อนักท่องเที่ยวมาก็สามารถไปเที่ยวได้เลย รถตุ๊กตุ๊กไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า ไกด์มาติดต่อก็ไปได้เลย ในราคาต่อเที่ยว 500 บาท นั่งได้ 10 คน โดยไปเมืองเก่า ถนนนางงาม โรงสีแดง บ้านป๋า โดยใช้เวลาต่อเที่ยวประมาณ 2 ชั่วโมง บางวันก็ 2 เที่ยว บางวันก็เที่ยวเดียว ซึ่งจะได้เฉพาะวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ เท่านั้น ส่วนวันธรรมดาก็วิ่งปกติรอบเมือง ช่วงนี้มาเลเซียเยอะ รายได้ก็พออยู่ได้ ถ้ามาเลย์เข้ามาเยอะๆ พออยู่ได้

ด้าน นายอับดุลอาสิส นุ้ยแอ มัคคุเทศก์นำเที่ยวจังหวัดสงขลา ที่ประจำอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ กล่าวว่า การใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กดีเยี่ยม ตุ๊กตุ๊กสงขลาบริการดี คุยกันได้ทุกเรื่องทุกอย่าง จะไปไหนขอให้บอก ตุ๊กตุ๊กที่นี่บริการดีแน่นอน อันนี้เราไม่ต้องจองคิว แต่ว่าต้องดูเวลาด้วย แต่ส่วนใหญ่ถ้าให้ดีก็ต้องจองคิวล่วงหน้าพอถึงเวลาเขาจะมาคอยอยู่แล้วไปได้เลย โดยคิดราคาเที่ยวละ 500 บาท ซึ่งราคานี้ก็โอเค ลูกค้าถือว่าเป็นราคาที่ย่อมเยา ราคา 500 บาทนี้ พี่คนขับเขาพาไปเต็มที่เลย ไม่จำกัดเวลาบริการดีแน่นอน

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตะลึง!พบนิ่วในถุงน้ำดีผู้ป่วยกว่า 40 ก้อน แพทย์เตือนอายุน้อยก็เป็นได้

Posted on November 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694424

ตะลึง!พบนิ่วในถุงน้ำดีผู้ป่วยกว่า 40 ก้อน แพทย์เตือนอายุน้อยก็เป็นได้

ตะลึง!พบนิ่วในถุงน้ำดีผู้ป่วยกว่า 40 ก้อน แพทย์เตือนอายุน้อยก็เป็นได้

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.50 น.

ตะลึง!พบนิ่วในถุงน้ำดีผู้ป่วยกว่า 40 ก้อน แพทย์เตือนอายุน้อยก็เป็นได้

25 พฤศจิกายน 2565 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า กรณีศึกษาผู้ป่วยน่าสนใจ “โรคนิ่วในถุงน้ำดี กว่า 40 ก้อน” ผู้ป่วยหญิงอายุ 35 ปีเศษ ให้ประวัติว่ามีอาการ จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ เป็นมากเมื่อรับประทานอาหาร รักษาตนเองโดยการซื้อหายารักษาโรคกระเพาะอาหาร ยาขับลม พอบรรเทาได้บ้าง นานเข้าอาการเป็นมากขึ้น จนมีอาการคลื่นไส้ จะอาเจียนเวลารับประทานอาหาร อาการดังกล่าวนี้เป็นมานานมากกว่า 1 ปี

ต่อมามีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเฉียบพลัน ได้เข้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ตรวจพบว่ามีนิ่วอยู่ในถุงน้ำดีเป็นจำนวนมาก และมีบางส่วนอุดตันท่อน้ำดี ถุงน้ำดีอักเสบ แพทย์ได้ส่องกล้องคล้องเอานิ่วในถุงน้ำดีออก อาการปวดทุเลาลง ผู้ป่วยได้มารักษาต่อที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ส่งพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม วางแผนให้การรักษาด้วยการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกด้วยการส่องกล้อง โดยการเจาะรูเล็กๆ ผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกมาได้ เมื่อผ่าถุงน้ำดีพบว่ามีก้อนนิ่วอยู่เป็นจำนวนมาก หลังผ่าตัดผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ใช้สิทธ์บัตรทอง แม้อายุน้อย เป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีและถุงน้ำดีอักเสบได้ หากมีอาการผิดปกติทางเดินอาหารเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อาลัยหมอสอยเท้าเปล่า’ ต้นตำรับสมุนไพรรักษามะเร็งเรียนวิชาแพทย์แผนจีนยุคคอมมิวนิสต์

Posted on November 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694418

'อาลัยหมอสอยเท้าเปล่า' ต้นตำรับสมุนไพรรักษามะเร็งเรียนวิชาแพทย์แผนจีนยุคคอมมิวนิสต์

‘อาลัยหมอสอยเท้าเปล่า’ ต้นตำรับสมุนไพรรักษามะเร็งเรียนวิชาแพทย์แผนจีนยุคคอมมิวนิสต์

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.33 น.

อาลัยหมอสอยเท้าเปล่า “พ่อหมอสอย เพชรฤทธิ์” วัย 83 ปี หรือ “สหายคำตัน” หมอพื้นบ้านหนองบัว ตำบลโคกสี อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม ต้นตำรับหมอสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง เรียนวิชาแพทย์แผนจีนยุคคอมมิวนิสต์ เสียชีวิตด้วยโรคชราเมื่อ 24 พ.ย.65 สุดทึ่งมีเมียถึง 12 คน

วันที่ 25 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครพนมรายงานว่า นับเป็นข่าวเศร้าในวงการแพทย์แผนไทย หลังสูญเสียปราชญ์ชาวบ้าน และเป็นต้นตำรับหมอยาสมุนไพรพื้นบ้าน แพทย์แผนไทยทางเลือกชื่อดัง เจ้าของ ฉายา หมอสอยเท้าเปล่า หรือ พ่อหมอสอย เพชรฤทธิ์ อายุ 83 ปี หมอพื้นบ้านตีนเปล่าของมวลชน แห่งบ้านหนองบัว ต.โคกสี อ.วังยาง จ.นครพนม ที่เสียชีวิตด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 24 พ.ย.65 ที่ผ่านมา โดยทางครอบครัวได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านพักเลขที่ 13 บ้านหนองบัว ต.โคกสี อ.วังยาง จ.นครพนม กำหนดพิธีฌาปนกิจศพ ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 ที่สถานฌาปนกิจศพชั่วคราว ใกล้บ้านพัก

สำหรับ พ่อหมอสอย เพชรฤทธิ์ อายุ 83 ปี หรือสหายคำตัน หมอพื้นบ้านตีนเปล่าของมวลชน แห่งบ้านหนองบัว ต.โคกสี อ.วังยาง จ.นครพนม  ถือเป็นอดีตสหายที่เติบโตในยุคคอมมิวนิสต์ในพื้นที่สีแดง อ.นาแก อ.วังยาง และ อ.ปลาปาก จ.นครพนม จึงได้ต่อสู้ในยุคสงครามความแตกแยกทางความคิดระหว่างรัฐกับประชาชน ทำให้พ่อหมอสอยต้องหนีเข้าป่าเพื่อต่อสู้ตามอุดมการณ์ของประชาชน โดยตัดสินใจเดินทางเข้าป่า เมื่อปี 2509 จนกระทั่งออกจากป่าเมื่อปี 2527 รวมระยะเวลาเข้าป่าเกือบ 20 ปี

โดยพ่อหมอสอยเริ่มศึกษาพื้นฐานเรื่องยาสมุนไพรพื้นบ้านจากคุณปู่ มาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนกระทั่งอายุประมาณ 17 ปี ได้เข้าป่าร่วมกลุ่มกับพรรคคอมมิวนิสต์หรือสหาย จนได้ฉายาว่าสหายคำตัน และขอไปเรียนการทหารที่ประเทศเวียดนาม 2 ปีแต่ไม่ชอบ จึงขอไปเรียนศึกษาเกี่ยวกับการแพทย์รักษาโรค รวมถึงการใช้สมุนไพรรักษาโรคที่มณฑลยูนนาน กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน  รวมระยะเวลากว่า 5 ปี ก่อนกลับมาประเทศไทย และออกจากป่าใช้ชีวิตเป็นเกษตรกร และเป็นหมอสมุนไพรรักษาชาวบ้าน

โดยเริ่มจากการรักษาคนในหมู่บ้าน รวมถึงในพื้นที่ จ.นครพนม จนมีชื่อเสียง และเดินเท้าเปล่าไปรักษาที่พื้นที่จังหวัดใกล้เคียงในภาคอีสาน จนมีชื่อเสียง ในชื่อ หมอพื้นบ้านตีนเปล่าของมวลชน แห่งบ้านหนองบัว เพราะไม่เคยสวมรองเท้า ส่วนการรักษาจะรักษาโรคทั่วไป อาทิ ไข้หวัด ความดัน เบาหวาน โรคผิวหนัง โรคกระเพาะ เป็นต้น ด้วยยาจากสูตรสมุนไพร ไปจนถึงโรคมะเร็ง และมีการศึกษาค้นหาการรักษาโรคมะเร็งให้กับภรรยาของตัวเอง ที่ป่วยจากโรคมะเร็งจนหาย ทำให้มีชื่อเสียงในการรักษาโรคมะเร็ง มีผู้ป่วยเดินทางมารักษา เป็นการรักษาแพทย์ทางเลือก หายป่วยหลายราย จนมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ

นางบุญเทียน ไชยต้นเชือก อายุ 76 ปี ภรรยาหมอสอย เปิดเผยว่า ตนกับหมอสอยได้แต่งงานอยู่กินกันนานกว่า 20 ปีหลังออกจากป่า มีลูกสาว 1 คน อายุ 28 ปี โดยคุณตาสอยเคยมีภรรยามาก่อน รวม 12 คน ลูกอีก 12 คน เพราะเป็นคนที่เดินทางไปหลายจังหวัดในพื้นที่อีสาน รวมถึงภาคอื่นๆ ของไทย ทำให้เป็นที่รู้จักมักคุ้น และไปรักษาผู้ป่วยจนหายจากโรคต่างๆ บางคนมีแม้กระทั่งยกลูกสาวให้เป็นภรรยา ทำให้มีภรรยาหลายคน ส่วนตนเป็นคนล่าสุด 

ต้องยอมรับว่าคุณตาสอย เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถด้านวิชาแพทย์สมุนไพรพื้นบ้าน เป็นที่ยอมรับของผู้ป่วยทั่วประเทศ โดยเริ่มจากรักษาคนในครอบครัว ทั้งตนและลูกสาวที่ป่วยเป็นมะเร็ง จนหายจากการใช้สมุนไพร และรักษาต่อเนื่องมาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพียงมีค่าใช้จ่ายยาสมุนไพรห่อละ 100 บาท ถือเป็นแพทย์ทางเลือกที่รักษาด้วยสมุนไพร ทำให้มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เข้ามาสนับสนุนส่งเสริม จนได้รับรางวัลมากมาย 

อาทิ เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรม ได้รับใบอนุญาต เมื่อปี 2554 ได้รับรางวัลผลงาน กรรมการประเมินรับรองหมอพื้นบ้าน ระดับจังหวัดนครพนม พ.ศ. 2558 รางวัลเชิดชูเกียรติหมอพื้นบ้าน พ.ศ.255 ผ่านการอบรมหลักสูตรระยะสั้นหลักสูตร ห่างไกลโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงด้วยวิธีองค์รวม พ.ศ.2555 นอกจากนี้ยังได้รับมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติหมอไทยดีเด่น ระดับเขตบริการสุขภาพที่ 8 พ.ศ.2558 ที่สำคัญยังได้รับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติพระธาตุพนม สาขาหมอพื้นบ้าน ประจำปีการศึกษา 2561 จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราช เจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ.2562

นางบุญเทียน ไชยต้นเชือก กล่าวอีกว่า ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของครอบครัว ถึงวันนี้จะสูญเสียคุณตาสอย สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่ครอบครัว แต่ยังมีความภาคภูมิใจที่คุณตาสอย ได้ศึกษานำความรู้ด้านแพทย์สมุนไพร มาดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยจนเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ และยังได้ถ่ายทอดความรู้ เรื่องสมุนไพร ให้กับภรรยา และลูกชาย ลูกสาว จนสามารถปรุงยาสมุนไพรพื้นบ้านรักษาโรคแทนได้ หากผู้ป่วยที่มีความต้องการที่จะเข้ารับการรักษาโรคต่างๆ จากแพทย์สมุนไพร เป็นทางเลือกนอกจากแพทย์แผนปัจจุบัน  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ศาสนาสอนให้เห็นความจริง’…ร่างกายของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

Posted on November 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694411

'ศาสนาสอนให้เห็นความจริง'...ร่างกายของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

‘ศาสนาสอนให้เห็นความจริง’…ร่างกายของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.13 น.

ธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโปรดสัตว์โลก เช่น สติปัฏฐาน ๔ ขันธ์ ๕ สมุทัย เป็นธรรมที่เชื่อมโยงกัน เกี่ยวเนื่องกัน อยู่ในพระอริยสัจ ๔ อย่างขันธ์ ๕ ก็คือกายกับใจ รูปก็คือร่างกาย ส่วนเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็เป็นอาการของใจ เมื่อมีอวิชชาจิตก็เข้าไปยึดติดกับขันธ์ ๕ ว่าเป็นเรา เป็นของเรา แต่ความจริงมันไม่ใช่ มันไม่ได้เป็นของใคร มันเป็นของมันอยู่อย่างนี้มาแต่ดั้งเดิม มีอยู่อย่างนี้ เป็นอยู่อย่างนี้ เหมือนกับโลกนี้ มีอยู่อย่างนี้มาแต่ดั้งเดิม แต่พอเรามาเกิดในโลกนี้ เราก็มาครอบครองมายึด ว่าโลกนี้เป็นของๆ เรา ต่างคนต่างแบกเอาที่ดินกันคนละผืน แล้วก็ต้องมาดูแลรักษา มาแก่งแย่ง มาทำสงครามกัน ก็เพราะความหลงที่ทำให้ไปยึดไปติดกับสิ่งต่างๆในโลกนี้

ขันธ์ ๕ เกิดขึ้นมาได้ก็เพราะอวิชชาเป็นตัวทำให้เกิด อวิชชา ปัจจยา สังขารา อวิชชาเป็นเหตุให้เกิดสังขาร สังขารคือความคิดปรุง พอคิดปรุงไปแล้วก็เกิดวิญญาณมารับทราบ แล้วก็ทำให้เกิดนามกับรูป นามกับรูปก็คือขันธ์ ๕ แล้วก็มีการสัมผัสของอายตนะ ตาได้เห็นรูปต่างๆ หูได้ฟังเสียงต่างๆ ก็เกิดเวทนาขึ้นมา เวลาเห็นรูปสวยก็มีความสุข เวลาเห็นรูปไม่สวยก็มีความทุกข์ แล้วก็เกิดตัณหาขึ้นมา รูปสวยงามก็อยากจะได้ เป็นกามตัณหา ไม่สวยงามก็เกิดความรังเกียจ เป็นวิภวตัณหา เป็นสมุทัยต้นเหตุของความทุกข์ ทำให้เกิดอุปาทาน ทำให้เกิดภพเกิดชาติ เกิดแก่เจ็บตาย 

นี่คือวัฎจักรของการเวียนว่ายตายเกิด เริ่มต้นที่อวิชชาในจิตของเรา ที่พวกเรามาศึกษากันนี้ ก็เพื่อศึกษาให้เข้าใจถึงธรรมชาติที่แท้จริง ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่อวิชชาคิด พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าเป็นไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีตัว ไม่มีตน เหมือนกับต้นไม้ ต้นเสา ศาลาหลังนี้ไม่มีตัวตน แต่พอเราสร้างเสร็จเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา จิตของเราก็มาครอบครองว่านี่ศาลาของฉัน ถ้ามีใครมารื้อเราก็จะเกิดความเสียใจ เพราะมีอุปาทานยึดติดอยู่กับศาลาหลังนี้ ชอบศาลาหลังนี้ ก็อยากจะให้อยู่กับเราไปนานๆ ถ้าใครมาทำลายก็เกิดความทุกข์ เกิดความโกรธขึ้นมา เกิดการทะเลาะวิวาท ก่อกรรมก่อเวรกันไป แล้วก็ตายจากกันไป ไปเกิดชาติหน้าต่อ ก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ นี่คือเรื่องของขันธ์ ๕

เราต้องศึกษาขันธ์ ๕ ให้เห็นว่า เป็นอนัตตา ไม่ใช่เรา เป็นอนิจจัง เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ร่างกายของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราดูตัวเราตอนที่เราเป็นเด็กกับตอนนี้ เราจะเห็นว่าไม่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่เป็นคนๆ เดียวกัน ร่างกายเดียวกัน แต่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามกาลตามเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปอยู่เรื่อยๆ เสื้อผ้าที่ซื้อมาใหม่ เดี๋ยวก็เก่า  ใช้ไปนานๆเข้าก็ขาด นี่คือความไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เจริญเต็มที่แล้วก็จะเริ่มเสื่อม ในที่สุดก็สลายไปหมด ร่างกายเมื่อคลอดออกมาจากท้องแม่ ก็เริ่มเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กลายเป็นคนแก่ แล้วในที่สุดก็ตายไป นี่คือเรื่องอนิจจัง

นอกจากเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแล้ว ก็เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนด้วย แต่เราหลงไปยึดไปติดว่าเป็นตัวตน เมื่อเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี เราก็เสียใจ เราก็ทุกข์ เพราะไม่อยากจะให้เป็นไปในทางนั้น เราอยากจะให้ร่างกายแข็งแรง สวยงาม สดชื่น อยู่ตลอดเวลา แต่ร่างกายก็ต้องเป็นไปตามกาลตามเวลา เดี๋ยวอีกหน่อยผมก็ขาว ผมก็ร่วง หนังก็เหี่ยว ไม่มีกำลังวังชาที่จะทำอะไร เจ็บไข้ได้ป่วย ต้องนอนบนเตียง แล้วในที่สุดก็ไม่หายใจ เวลาเอาไปฝัง ก็สลายกลับไปสู่ดิน  น้ำในร่างกายก็ซึมลงไปในดิน ร่างกายนี้เมื่อพิจารณาก็จะเห็นว่าเป็นธาตุ ๔ นั่นเอง ดิน น้ำ ลม ไฟ มาทางอาหารที่เรารับประทานเข้าไป แล้วก็เปลี่ยนเป็น อาการ ๓๒ เป็นผม เป็นขน เป็นเล็บ เป็นฟัน เป็นหนัง เป็นต้น.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,805 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  
พรรคประชาชน เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม กรุงเทพฯ ยากไปไหม
วุฒิสภาเปิดเวทีถก วิกฤตพลังงานไทย ระดมสมองร่วมวิเคราะห์เสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล
คุณแหน : 2 พฤษภาคม 2568
มติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด สุภา ปิยะจิตติ ปมไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7หมื่นล้าน
ศุภจี ร่ายยาว ไทยช่วยไทย กางแผนช่วยประชาชนลดค่าครองชีพยามวิกฤต

Recent Posts

  • สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน
  • ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่
  • สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน
  • อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d