Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สาวน้อยสาวใหญ่! โชว์ลีลา’รำวงย้อนยุค’ งานช้างแฟร์สุรินทร์

Posted on November 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692611

สาวน้อยสาวใหญ่! โชว์ลีลา'รำวงย้อนยุค' งานช้างแฟร์สุรินทร์

สาวน้อยสาวใหญ่! โชว์ลีลา’รำวงย้อนยุค’ งานช้างแฟร์สุรินทร์

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 07.51 น.

18 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่สนามกีฬาศรีณรงค์ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์  ได้มีการจัดงานมหัศจรรย์งานช้างแฟร์สุรินทร์ ประจำปี 2565 โดยมีนายพิจิตร บุญทัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน

งานช้างแฟร์สุรินทร์ ประจำปี 2565 นี้ มีการจัดกิจกรรมหลากหลายกิจกรรม รวมถึงมีการจัดกิจกรรมรำวงย้อนยุคแบบโบราณขึ้น โดยมีเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ทั้ง 17 อำเภอ ข้าราชการ พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ มาร่วมสร้างสีสัน

ทั้งนี้บรรยากาศรำวงย้อนยุคแบบโบราณเป็นไปอย่างคึกคัก แต่ละอำเภอนั้นแต่งตัวกันอย่างจัดหนักจัดเต็ม ขนนางรำกันมาอย่างมากมาย มีทั้งสาวเล็ก สาวใหญ่ ออกมาโชว์ลีลาประชันกัน  

รวมถึงหนูน้อยวัย 6 ขวบ ชื่อน้องพลอยขวัญ สตารัตน์ ที่มาจากอำเภอสนม ขึ้นไปวาดลีลาออกสเต็ปเต้นโชว์บนเวที ทำเอาคนดูถึงอึ้งอดอมยิ้มไม่ได้ กับลีลาความน่ารักของหนูน้อยคนนี้ และเหล่าสาวๆนักเต้นรำวงย้อนยุค.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : การเมืองร่วมถกนโยบาย ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน

Posted on November 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692522

รายงานพิเศษ : การเมืองร่วมถกนโยบาย  ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน

รายงานพิเศษ : การเมืองร่วมถกนโยบาย ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ร่วมกับมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (FES) จัดเสวนาหัวข้อ “วิกฤตค่าครองชีพกับคนทำงาน-ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย?” เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองทั้งที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อยู่ในสภา ณ ปัจจุบัน และที่เป็นพรรคใหม่ซึ่งเตรียมนโยบายสำหรับการเลือกตั้งในอนาคต รวม 6 พรรค เข้าร่วมแสดงมุมมอง ซึ่ง “การคุ้มครองและสร้างความเป็นธรรมให้กับแรงงาน” เป็นหนึ่งในประเด็นที่พูดกันในวงเสวนานี้

พิสิฐ ลี้อาธรรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2565 ได้ขอหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีกลุ่มผู้ใช้มอเตอร์ไซค์รับ-ส่งอาหารโดยรับงานผ่านแอปพลิเคชั่น หรือ “ไรเดอร์” ชุมนุมประท้วง เนื่องจากถูกลดค่าจ้างและเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการทำงาน ซึ่งในขณะที่บริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นสามารถลดรายจ่ายลง บรรดาไรเดอร์กลับต้องทำงานหนักขึ้นแต่รายได้ไม่เพิ่มขึ้น

“ผมเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานเข้ามาดูแล เพราะถือว่าไรเดอร์น่าจะเป็นแรงงาน ไม่ใช่พาร์ทเนอร์อย่างที่ตกลงกันกับนายจ้าง พูดง่ายๆ คือนายจ้างเลี่ยงบาลีในการใช้คำว่าลูกจ้างโดยที่มาใช้คำว่าพาร์ทเนอร์ ผมเรียกร้องกระทรวงแรงงานต้องให้ไรเดอร์ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ทั้งหลายเข้าสู่ประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งก็จะได้สิทธิประโยชน์ประกันสังคมทั้ง 7 ประการ
ตั้งแต่เจ็บป่วย อุบัติเหตุ ไปจนถึงชราภาพ และเรื่องของประกันว่างงานด้วย ซึ่งผมมองไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมผู้ใช้แรงงานอย่างไรเดอร์จะต้องถูกกีดกันออกจากระบบ”
 พิสิฐ กล่าว

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกพรรค และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในประเด็นของไรเดอร์ ถึงเวลาที่ต้องแก้ไขกฎหมายให้ทันกับยุคสมัย เพราะความสัมพันธ์ในการทำงานในปัจจุบันไมได้มีเฉพาะนายจ้างกับลูกจ้าง แต่ยังมีรูปแบบการทำงานผ่านแพลตฟอร์มซึ่งกฎหมายไทยยังไปไม่ถึง เช่น จะทำอย่างไรจึงคุ้มครองเรื่องค่าจ้าง
พื้นฐานได้ ไม่ใช่ให้เจ้าของแพลตฟอร์มทำการตลาดแล้วผลักภาระมาที่ไรเดอร์แบบที่เป็นอยู่

“คนมากควรจะมีอำนาจการต่อรองมาก แต่ ณ วันนี้สถานการณ์คือคนมากแต่อำนาจการต่อรองกลับน้อย นี่คือบทบาทที่อำนาจนิติบัญญัติต้องเข้าไปแก้ไขกฎหมายให้ทันสมัย ไม่ปล่อยให้ไรเดอร์และผู้รับจ้างจากระบบแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจจะไม่ใช่ไรเดอร์เท่านั้น เราจะต้องพูดถึงบริการรับจองโรงแรมต่างๆ ด้วย ซึ่งต้องให้มีความเป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการไทยด้วย” วิโรจน์ กล่าว

เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยสนับสนุนแนวคิดสูตรคำนวณค่าแรงขั้นต่ำ โดยให้สูตรไว้ว่า “ร้อยละของการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำควรเท่ากับร้อยละของการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อบวกกับการร้อยละของการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพของแรงงาน” เช่น ในปีที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ผลิตภาพของแรงงานเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 1 ค่าแรงขั้นต่ำในปีถัดไปก็จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เป็นต้น

“ค่าแรงควรจะเป็นเท่าไร? ผมตอบแล้วเราใช้สูตร อาจจะมีบวกขึ้นเล็กน้อยคิดตามการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจต่างๆ ขึ้นเมื่อไหร่? เราเสนอให้ขึ้นทุกปี ขึ้นตามสูตรตรงไปตรงมา ไม่ต้องมีใครต่อรองกันเรื่องพวกนี้เพราะเป็นสิ่งที่ควรจะได้จากข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการ ขึ้นแล้วต้องทำอะไรต่อ? แน่นอนรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นของแรงงานสะท้อนกลับไปถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ เรื่องนี้เราเข้าใจ และรัฐบาลจะต้องมีมาตรการไปช่วยผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษี การดูแลเรื่องภาษีนิติบุคคล” รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว

มนัส โกศล หัวหน้าพรรคแรงงานสร้างชาติ เสนอแนะว่า ขอให้เปลี่ยนจาก “ค่าจ้างขั้นต่ำ” เป็น “ค่าจ้างแรกเข้า”
เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ผู้ประกอบการจะใช้ค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับนั้นเป็นค่าจ้างแรกเข้าเวลารับคนมาทำงาน ในขณะที่แรงงานที่มีทักษะสูงหรือมีประสบการณ์ทำงานมานานไม่ได้รับการปรับค่าจ้างขึ้นด้วย ดังนั้นจึงต้องมี “โครงสร้าง
ค่าจ้างแรงงานประจำปี”
 ในแต่ละสถานประกอบการนอกจากนั้น “ประมวลกฎหมายแรงงาน” ต้องเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหานิยามของกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวกับแรงงาน ที่ใช้ถ้อยคำต่างกัน

“พ.ร.บ. ที่ยุ่งเกี่ยวกับลูกจ้างทั้งหมด 14 ฉบับ เราพยายามผลักดันประมวลกฎหมายรงงานให้เกิดขึ้น จะไปแก้คำนิยามที่ไม่ตรงกัน ตรงไหนไม่มีอุทธรณ์ต้องแก้ อันนั้นคือประมวลกฎหมายแรงงาน ซึ่งตอนนี้ พ.ร.บ.ประมวลฯ เข้าสถาผู้แทนราษฎรแล้ว ไม่ทราบพิจารณาหรือยัง แต่อีกชั้นเราพยายามผลักดันในอีกกลุ่มหนึ่งเพื่อให้ได้เพื่อให้เกิดประมวลกฎหมายแรงงาน ที่จะแก้ไขคำนิยาม” มนัส กล่าว

สาวิทย์ แก้วหวาน หัวหน้าพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย ย้ำความสำคัญของการรวมตัวของแรงงาน ซึ่งที่ผ่านมาได้เคลื่อนไหวเพื่อให้แรงงานกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไรเดอร์ ลูกจ้างภาครัฐ แม้กระทั่งแรงงานข้ามชาติได้รวมตัวกัน แต่นโยบายรัฐมองการรวมกลุ่มของแรงงานว่าเป็นปัญหาความมั่นคง ทำให้ชาติไม่แข็งแรง จึงพยายามออกกฎหมายเพื่อสกัดกั้นไม่ให้แรงงานได้รวมตัวกัน เพราะหากแรงงานเข้มแข็งจะปกครองได้ยาก เช่น แยกแรงงานในส่วนของภาคเอกชนกับรัฐวิสาหกิจออกจากกันให้ใช้กฎหมายคนละฉบับ แยกกฎหมายระหว่างแรงงานในระบบกับนอกระบบ

“รัฐจะอ้างว่าแรงงานนอกระบบไม่มีนายจ้าง เราเจรจากับรัฐได้ เช่น พวกไรเดอร์ทั้งหลาย ทำไมเราปล่อยให้พวกแอปพลิเคชั่นเหล่านั้นซึ่งเรามองว่าไม่มีนายจ้างที่มีตัวตน แต่ความจริงมันมีตัวตนกันอยู่ หลายประเทศถ้าไม่ดำเนินการตามมาตรฐานเขาไม่ยอมให้เปิดแอปฯ ในประเทศนั้น มันสามารถทำได้ ดังนั้น การเจรจารัฐต้องทำหน้าที่ แต่การจะให้รัฐเข้ามาทำหน้าที่คนต้องรวมกลุ่มกันก่อนเพื่อเจรจากับรัฐ” สาวิทย์ กล่าว

ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึง ข้อเสนอของภาคประชาชน เรื่องลดชั่วโมงการทำงานจาก 48 ชั่วโมง เหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ว่าเห็นด้วย ซึ่งในสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา บริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกหลายแห่งปรับเปลี่ยนทั้งชั่วโมงการทำงานและรูปแบบการทำงานที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศตลอดเวลา อีกทั้งให้เวลาพนักงานไปทำอย่างอื่นได้ด้วย เรื่องนี้น่าจะสามารถพิจารณากันได้ เช่นเดียวกับเรื่องการตั้งสหภาพแรงงาน

“ปัญหาหลักๆ ตอนนี้คือกฎหมายค่อนข้างที่จะซับซ้อนในการที่จะจัดตั้งกลุ่มสหภาพขึ้นมา ว่ามันมีกระบวนการค่อนข้างยาว
และมีเอกสารอะไรหลายๆ อย่าง มันก็เป็นระบบราชการเหมือนกัน
ถ้าเกิดมาแก้ในเรื่องตัวบทกฎหมาย ทำอย่างไรให้มันเร็วขึ้น สะดวกขึ้นและง่ายขึ้น ก็น่าจะตอบโจทย์ตรงนี้” ธิดารัตน์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เผยลูกเสือโคร่งของกลางทั้ง 4 ตัว มีพฤติกรรมติดคน คาดอาจเป็น’เสือเลี้ยง'(คลิป)

Posted on November 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692608

เผยลูกเสือโคร่งของกลางทั้ง 4 ตัว มีพฤติกรรมติดคน คาดอาจเป็น'เสือเลี้ยง'(คลิป)

เผยลูกเสือโคร่งของกลางทั้ง 4 ตัว มีพฤติกรรมติดคน คาดอาจเป็น’เสือเลี้ยง'(คลิป)

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 22.47 น.

ความคืบหน้าการดูแลลูกเสือโคร่งของกลาง 4 ตัว หลังตรวจยึดจากผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ จ.มุกดาหารนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รวบพ่อค้าสัตว์ป่าคาปั้มน้ำมันมุกดาหาร ยึดของกลางลูกเสือโคร่ง 4 ตัว)

ล่าสุด สพ.ญ.คชรินทร์ ราชสินธุ์ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) รายงานว่า วันนี้ (16 พ.ย.65) เวลา 08.00 – 13.00 น. ลูกเสือโคร่งของกลางที่อยู่ในการดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) จำนวน 4 ตัว (เพศผู้ จำนวน 2 ตัว , เพศเมีย จำนวน 2 ตัว) มีพฤติกรรมร่าเริง ไม่พบอาการซึม อุณหภูมิร่างกายปกติ ปัสสาวะปกติ อุจจาระเหลว โดยให้ลูกเสือกินนมผงชนิด KMR ทุก 2-3 ชั่วโมง (การกินปกติ)  เบื้องต้นลูกเสือโคร่งของกลางทั้ง 4 ตัว มีพฤติกรรมติดคน คาดอาจเป็นเสือเลี้ยง แต่ทั้งนี้ยังต้องรอผลตรวจยืนยันสายพันธุ์อีกครั้ง

สำหรับผู้ที่สอบถามเข้ามาเพื่อขอร่วมสนับสนุนนมผง KMR ให้น้องๆ สามารถจัดส่งได้ที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เลขที่ 189 ถ.แจ้งสนิท ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000 หรือโทร. 08-6333-6681

ขอบคุณข้อมูล ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fprhotnews02%2Fvideos%2F1569036030216242%2F&show_text=false&width=267&t=0

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้องเจริญสติให้เป็นนิสัยให้ใจอยู่กับร่างกาย ไม่ว่ากำลังทำอะไรก็ให้อยู่กับงานนั้นๆ

Posted on November 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692594

ต้องเจริญสติให้เป็นนิสัยให้ใจอยู่กับร่างกาย ไม่ว่ากำลังทำอะไรก็ให้อยู่กับงานนั้นๆ

ต้องเจริญสติให้เป็นนิสัยให้ใจอยู่กับร่างกาย ไม่ว่ากำลังทำอะไรก็ให้อยู่กับงานนั้นๆ

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.15 น.

“…ถ้าไม่มีสติ เวลาบังคับให้ใจนิ่ง ให้เข้าสู่สมาธิ ใจก็จะไม่ยอมเข้า บริกรรมพุทโธๆได้เพียง ๒ – ๓ วินาที ก็จะลอยไปคิดเรื่องอื่น ดูลมหายใจก็เช่นเดียวกัน เราจึงต้องเจริญสติให้เป็นนิสัย ให้ใจอยู่กับร่างกาย ไม่ว่าร่างกายกำลังทำอะไร กำลังเดินก็ให้อยู่กับการเดิน กำลังยืนก็ให้อยู่กับการยืน กำลังนั่งก็ให้อยู่กับการนั่ง กำลังนอนก็ให้อยู่กับการนอน กำลังรับประทานอาหาร อาบน้ำแต่งตัว ล้างถ้วยล้างชาม ซักเสื้อผ้า ทำงานต่างๆ “ก็ให้อยู่กับงานนั้นๆ”

หรือจะบริกรรมพุทโธไปกับการเคลื่อนไหวของร่างกายก็ได้ “ไม่ให้ใจไปคิดเรื่องอื่น” ให้บริกรรมพุทโธๆไป พระบางรูปท่านจะใช้การบริกรรมพุทโธเป็นเชือกไว้ดึงใจ ตื่นขึ้นมาก่อนที่จะลุกก็บริกรรมพุทโธๆไปภายในใจ กำลังลุกขึ้นมายืนก็พุทโธๆ เข้าห้องน้ำไปทำกิจก็พุทโธๆตลอดเวลา ให้จิตว่างจากเรื่องราวต่างๆ แล้วจะมีความสงบในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สงบเต็มที่ คือ..ไม่ฟุ้งซ่าน จะว่างจากอารมณ์ต่างๆ พอถึงเวลานั่งสมาธิ ก็จะรวมเข้าสู่ความสงบได้อย่างรวดเร็ว…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ท่าขี้เหล็กสั่งปิดโรงงานทำปูนขาวส่งกลิ่นโชยกระทบถึงแม่สายแล้ว

Posted on November 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692566

ท่าขี้เหล็กสั่งปิดโรงงานทำปูนขาวส่งกลิ่นโชยกระทบถึงแม่สายแล้ว

ท่าขี้เหล็กสั่งปิดโรงงานทำปูนขาวส่งกลิ่นโชยกระทบถึงแม่สายแล้ว

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.47 น.

จังหวัดท่าขี้เหล็ก เมียนมา สั่งปิดโรงงานปูนขาวแล้ว หลังส่งกลิ่นโชยข้ามประเทศก่อผลกระทบถึงแม่สาย ด้านนายอำเภอแม่สาย ยังไม่ฟันธงมาจากแหล่งใด แต่สั่งตั้งวอร์รูมแล้ว

วันที่ 16 พ.ย.65 นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคติดต่อที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ฝ่ายปกครองและเทศบาลตำบลแม่สายมิตรภาพ นำเครื่องตรวจวัดปริมาณสารเคมีในบรรยากาศและเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ ไปตรวจวัดและติดตั้งไว้บริเวณ บก.ควบคุมที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง บ้านสันทรายใหม่ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศประเมินผลกระทบ ภายหลังจากที่บริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะหมู่บ้านติดชายแดนประมาณ 7-8 หมู่บ้านจะได้รับกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นการเผาไหม้และกลิ่นคล้ายถ่านหินลิกไนต์โซยมาจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยได้รับกระทบมานานกว่า 2 เดือนยังไม่มีแนวโน้มที่กลิ่นดังกล่าวจะหายไป

นายณรงค์พล กล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านทางอำเภอได้ดำเนินการตามขั้นตอน มีการทำหนังขอความร่วมมือไปยังประเทศเพื่อนบ้านและประสานสำนักงานสาธารณสุข มาตรวจปริมาณสารเคมีและกลิ่นที่เกิดขึ้น เมื่อพิสูจน์ออกมาว่าเป็นสารไฮโดรเจนไซยาไนท์ (HCN) และมีปริมาณกลิ่นที่เกินมาตรฐานนั้นก้ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปิดประตูหน้าต่างๆ เมื่อมีกลิ่นรุนแรงและให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พร้อมกันนี้จะมีการเปิดปฎิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินเพื่อดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่ประสบเหตุ

นายณรงค์พล กล่าวด้วยว่า กรณีหนังสือประสานไปยังประเทศเมียนมาจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมาว่ากลิ่นมาจากอะไรหรือมีการดำเนินการอย่างไรบ้างแล้วและตอนนี้ทางเราทราบเพียงว่ามีสารและกลิ่นจากการเผาไหม้ แต่ยังระบุไม่ได้ว่าเกิดจากสาเหตุหรือทำกิจกรรมอะไร เพราะสามารถเกิดได้จากหายกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการทำยางแผ่นรมควัน เกิดจากการเผาขยะในบ่อขยะ หรือเกิดจากการถลุงทองที่ใช้ถ่านหินลิกไนต์หรือเกิดจากการนำถ่านหินลิกไนต์ไปผลิตปูนขาวหรือไปเผาอิฐ อันนี้ไม่สามารถทราบได้ ซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์กันต่อ ตอนนี้ที่ทำได้คือการป้องกันไม่เกิดผลกระทบ

นายวิทวัส อินเสียน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักป้องกันควบคุมโรคติดต่อที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศสามารถตรวจวัดได้ทั้งค่าฝุ่นละอองในอากาศทั้งค่า Pm.10 Pm.2.5 โดยสามารถอ่านค่าแบบเรียลทามได้เลย โดยเครื่องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตสามารถอ่านค่าได้จาก จ.เชียงใหม่ได้เลย นอกจากนี้ยังตรวจค่าก๊าชต่างได้เช่น ก๊าซซันดฟอไดออกไซค์ ไนโตรเจนไดออกไซค์และคาร์บอนมอนน็อกไซค์ เป็นต้น

ล่าสุดทางนายอำเภอแม่สาย พร้อมด้วยสาธารณสุขอำเภอแม่สาย ได้นำหน้ากากอนามัย N95 ซึ่งมีคุณสมบัติในการกรองฝุ่นละอองและกลิ่นได้ดีจำนวน 5,000 ชิ้น ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่อาสามัครสาธารสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม.ที่ทำการเทศบาลแม่สายมิตรภาพเพื่อนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านเพื่อบรรเทาความเดือนร้อน โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้มีโรคประจำตัวและกลุ่มผู้สูงอายุ ที่อาจได้รับอันตรายจากกลิ่นดังกล่าวได้

ด้านนางบุษดี ทาคำมา อายุ 48 ปี ชาวบ้านเวียงหอม หมู่ 4 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เล่าว่า ชาวบ้านต้องทนกลิ่นเหม็นที่รุนแรงคล้ายกลิ่นการเผาไหม้มานานกว่า 1 เดือนโดยเฉพาะช่วงเวลาเย็นเวลาประมาณ 5-6 โมงเย็น ยาวไปถึงกลางคืนกว่าจะหายไปอีกทีในช่วงกลางวันเท่านั้น ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างลำบาก ซึ่งในบ้านมีเด็กเล็กอาศัยอยู่เกรงจะได้รับอันตรายจากกลิ่นดังกล่าว ซึ่งอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือด้วย

นายนคร หลวงสิทธิ์ อายุ 57 ปี ชาวบ้านศรีป่าแดง ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย พ่อค้าในตลาดสันทรายใหม่ กล่าวว่า พื้นที่บ้านศรีป่าแดงไม่ค่อยได้กลิ่นกลิ่นเท่าไหร่ แต่เมื่อมาขายของที่ตลาดสันทรายใหม่ จะได้กลิ่นที่รุนแรงมากคล้ายกลิ่นไฟไหม้ถ่านหินลิกไนต์ แสดงว่าต้นทางของกลิ่นน่าจะอยู่ใกล้บริเวณนี้ โดยเฉพาะช่วงตอนมาขายของในช่วงเช้าประมาณตี 4 จะรุนแรงมาก สร้างความลำบากแก่การดำรงชีวตแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ทนและสวมหน้ากากป้องกันกลิ่นเหม็นและไม่รู้ว่าจะมีอันตรายหรือไม่

นอกจากนี้ ล่าสุดนายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย ได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงกำนันตำบลแม่สาย และผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านใน ต.แม่สาย ว่าหลังจากที่มีการประสานไปยังนายอำเภอท่าขี้เหล็ก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และ TBC ฝ่ายเมียนมาไปแล้ว ทางสำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่สาย ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) กรมอนามัย ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมืองเทศบาล ต.แม่สายมิตรภาพ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมาเวลา 20.00 น.และทางอำเภอแม่สาย ขอแจ้งความคืบหน้าและข้อเท็จจริงว่ากลิ่นดังกล่าวเป็นกลิ่นจากสารไฮโดรเจนไซยาไนต์ (HCN) และเมื่อวัดค่าจากเครื่องตรวจ Multi RAE ได้ค่า 0.5 จากค่าปกติ 0.0 ppm จึงถือว่ามีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจในพื้นที่ 4 หมู่บ้านได้แก่หมู่บ้านเหมืองแดงใต้ หมู่บ้านเวียงหอม หมู่บ้านสันทราย และหมู่บ้านสันทรายใหม่ ต.แม่สาย

นายอำเภอแม่สาย แจ้งอีกว่า นอกจากนี้ทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) จึงได้ประสานให้ทางอำเภอแก้ไขปัญหาด้วยการพิจารณเาเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเพื่อบูรณาการช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ ส่วนทางกรมอนามัยจะได้นำเครื่องตรวจวัดขนาดใหญ่ไปตรวจวัดกลิ่นในวันที่ 17-18 พ.ย.65 อีกครั้ง รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาและให้งดเปิดหน้าต่างในช่วงเวลากลางคืนซึ่งเป็นช่วงเกิดกลิ่นดังกล่าวด้วย

ขณะเดียวกันมีรายงานจากทางการจังหวัดท่าขี้เหล็กว่าได้มีคำสั่งให้ปิดโรงงานทำปูนขาวชื่อ “บ้านลมอิฐ999” ตั้งอยู่บ้านสะโถ่งบน-ลาง จ.ท่าขี้เหล็ก ห่างจากชายแดน 6-8 กิโลเมตรแล้ว

โดยคำสั่งปิดดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดกลิ่นเหม็นมานานหลายเดือนขณะที่โรงงานเปิดมาได้ประมาณ 6 เดือน และเมื่อเกิดปัญหากลิ่นเหม็นมายังฝั่งไทยทางคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่นหรือทีบีซีฝ่ายไทยได้แจ้งให้ทางทีบีซีฝ่ายเมียนมา ได้รับทราบดังกล่าว 

ทั้งนี้ กลิ่นจากโรงงานยังส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในบ้านสะโถ่งบน บ้านสะโถ่งล่าง บ้านเป็งว่า บ้านผะตินบากง ฯลฯ ใน จ.ท่าขี้เหล็ก เช่นกัน และคาดว่าอาจเป็นสาเหตุเดียวกับที่ชาวบ้านฝั่งไทยได้รับผลกระทบ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แอน จักรพงษ์’ผนึกกำลังกระทรวงท่องเที่ยวฯขับเคลื่อนไทยเป็นเจ้าภาพนางงามจักรวาล 2023

Posted on November 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692548

'แอน จักรพงษ์'ผนึกกำลังกระทรวงท่องเที่ยวฯขับเคลื่อนไทยเป็นเจ้าภาพนางงามจักรวาล 2023

‘แอน จักรพงษ์’ผนึกกำลังกระทรวงท่องเที่ยวฯขับเคลื่อนไทยเป็นเจ้าภาพนางงามจักรวาล 2023

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.43 น.

‘แอน จักรพงษ์’ผนึกกำลังกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยขับเคลื่อนไทยเป็นเจ้าภาพนางงามจักรวาล 2023

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ “แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  ประชุมผนึกกำลังขับเคลื่อนไทยเป็นเจ้าภาพนางงามจักรวาล 2023 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้บรรลุเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวในปีหน้า  พร้อมทั้งผลักดัน Soft Power ไทยสู่ชาวโลก ผ่านการประกวดนางงามจักรวาล

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “นับว่าเป็นทิศทางที่ดี ที่ประเทศไทยจะมี มิสยูนิเวิร์สเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ภายใต้แนวความคิดในการส่งเสริมการตลาดเชิงรุกด้วยการต่อยอด Amazing Thailand และสานต่อ Amazing New Chapters เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าประทับใจและแตกต่าง อันจะนําไปสู่การสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี”

คุณแอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เน้นย้ำว่าการผลักดันไทยเป็นเจ้าภาพการประกวดนางงามจักรวาล และการผลักดัน Soft Power ด้านการท่องเที่ยวจะขับเคลื่อนภายใต้องค์กรหลักๆ คือ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กระทรวงวัฒนธรรม และ บริษัทเจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ถือครองลิขสิทธิ์แบรนด์ Miss Universe เพื่อมุ่งผลักดันให้ไทยเป็นเจ้าภาพนางงามจักรวาล 2023 ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวประเทศไทยได้ถึง 25 ล้านคน

คุณแอน จักรพงษ์ มั่นใจว่า การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดนางจักรวาล 2023 นอกจากจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยว ประเทศไทยแล้ว การทำ content marketing ผ่านการประกวดนางงามจักรวาล จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ และทั่วโลกได้อย่างแน่นอน โดยมีการหารือให้นางงามจักรวาล และรองชนะเลิศ 2 อันดับเดินทางมาทำกิจกรรมเผยแพร่การท่องเที่ยวไทยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึง ธันวาคม สลับกับการทำกิจกรรมที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และ ประเทศอื่นๆ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เทรนด์ ‘เกษตรคนเมือง’ ปี 2566

Posted on November 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692546

เทรนด์ 'เกษตรคนเมือง' ปี 2566

เทรนด์ ‘เกษตรคนเมือง’ ปี 2566

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.36 น.

ทิศทางของ “เกษตรคนเมือง” ในไทยในช่วงปลายปี 2565 ซึ่งมีอนาคตที่ดีและคนเมืองหันมาสนใจเรื่องการทานอาหารที่มาจากผลผลิตซึ่งมีการปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า “เกษตรยั่งยืน” (Sustainable Urban Agriculture) ที่สามารถพยากรณ์ได้ว่า ปี 2566 นั้น กระแสของ “เกษตรคนเมือง” ในไทยจะยิ่งแรงขึ้น แต่จะเป็นในรูปแบบ “ต่อยอด” คู่ไปกับธุรกิจอื่นๆ 

ล่าสุด นายสมเจตน์ ปัญจวัฒนางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัทโฟร์ ฟูดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผงโรยอาหารและผงชงเครื่องดื่มแบรนด์ “ไทเชฟ” ได้ร่วมลงทุนในธุรกิจต้นไม้ล้อมขนาดใหญ่ และ มีแผนจะทำเป็นคาเฟ่และร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ เพื่อให้คนได้มาเที่ยวชมวิถีการปลูกต้นไม้ล้อม รวมทั้งแวะทานกาแฟและก๋วยเตี๋ยวไก่ไทเชฟไปด้วย โดยใช้ชื่อว่า “สวรรค์บ้านทุ่ง” อยู่ที่คลอง 15 จังหวัดปทุมธานี 

นางสาวพิสมัย สานคะนา ผู้ร่วมหุ้นส่วน “สวรรค์บ้านทุ่ง” เล่าให้ฟังว่า ทางคุณสมเจตน์ กับตัวเธอเองนั้นชอบต้นไม้ โดยนายสมเจตน์ทำเกี่ยวกับเครื่องปรุงรส และ มาทำเกี่ยวกับต้นไม้ได้ 5 ปี พอปลูกต้นไม้ล้อมจะทำในลักษณะขายก็ได้ หรือ ไม่ขายก็ได้ เป็นการปลูกป่าไปในตัวที่คลอง 15 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ใกล้กับชุมชนเมือง ทั้งในส่วนกรุงเทพมหานคร ,ในตัวเมืองปทุมธานี และ นครนายก 

“ทุกวันนี้มีแต่คนทำลายธรรมชาติ ก็มาคิดว่าธรรมชาติเริ่มทำลายเราเองแล้ว เพราะเราไปทำลายธรรมชาติ ก็อยากให้คนมาปลูกป่ากันเยอะ แต่ปลูกไปก็มีต้นทุน ต้นทุนการดำเนินการ ซึ่งการปลูกต้นไม้ล้อมใช้พื้นที่ประมาณ 50 ไร่ โดยพื้นที่เป็นของเพื่อน คือ คุณสมเจตน์ แล้วมาลงเงินกัน ตอนนี้มีต้นไม้หลายอย่าง เป็นพะยอม กันเกรา และ ล่ำซำ โดย 5 ปีที่ผ่านมา เราปลูกอย่างเดียว ตอนนี้เรากำลังทำสกายวอล์ก แล้วเปิดเป็นร้านกาแฟ จะเปิดเป็นคาเฟ่ เหมือนแหล่งท่องเที่ยว และเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ซึ่งอย่างเกษตรคนเมืองก็เป็นกลุ่มคนที่รักธรรมชาติ ไปด้วยกันได้ในสายกรีน อย่างสวรรค์บ้านทุ่งก็มีเป็นซุ้ม คือ จะเป็นผักปลอดสารพิษ  คนเมืองเอาไปปลูกได้ในพื้นที่เล็กๆ และในพื้นที่เดียวกันก็มีร้านอาหาร เป็น ก๋วยเตี๋ยวไก่ไทเชฟ คือ โรงงานของคุณสมเจตน์ ทำผงปรุงรสไทเชฟ เราจะมีแบรนด์ของเรา คือ ก๋วยเตี๋ยวไก่ไทยเชฟ อยู่ที่คลอง 8 สาขาแรก และ ที่สวรรค์บ้านทุ่งเป็นสาขาที่ 2” นางสาวพิสมัยเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปในการทำสวรรค์บ้านทุ่งสำหรับคนเมือง 

เรามาดูกันที่ “สิงคโปร์” ซึ่งจัดว่าเป็นนครรัฐสมัยใหม่ และ เป็นเกาะซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่เพียง 728.6 ตารางกิโลเมตร แต่พบว่า “สตาร์ทอัพ” ของสิงคโปร์มีการนำเรื่องเกษตรกรรมมาประยุกต์ใช้กับสภาพเมืองของสิงคโปร์ในได้อย่างเหมาะสมและสมดุล  

หนึ่งในสตาร์ทอัพที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ และ เป็นแรงบันดาลใจส่งต่อการทำเกษตรในเมืองนั่นคือ “เอดิเบิล การ์เด้นท์ ซิตี้” (https://www.ediblegardencity.com/) โดยมี “บีจอรน์ โลว์” (Bjorn Low) เป็นฟาวเดอร์ (Founder) ซึ่ง “เอดิเบิล การเด้นท์ ซิตี้” นั้น ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หรือ ใน ค.ศ. 2022 ด้วยการเนรมิตสวนกลางกรุงให้กับกลุ่มธุรกิจโรงแรม , ร้านอาหาร , โรงเรียน,กลุ่มธุรกิจห้างร้านบริษัท, โรงพยาบาล, บนดาดฟ้า เช่น บน Capitaspring และพื้นที่ในควีนส์ทาวน์ (Queenstown) และ สวนสาธารณะซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในสิงคโปร์ รวมไปถึงเป็นศูนย์รวมกระจายอาหารกรีนไปยังเครือข่าย และเผยแพร่ความรู้ด้านการปลูกพืชไมโครกรีน และนวัตกรรมอาหารกรีนให้คนเมือง และ ปัจจุบัน “เอดิเบิล การ์เด้นท์ ซิตี้” ขยายธุรกิจมายังโมเดล “ฟาร์มคนเมืองอย่างยั่งยืน” (A sustainable urban farming model)

กระแสของการทำฟาร์มของคนเมืองในสิงคโปร์ ได้ถูกถ่ายทอดและส่งต่อไปยังพลเมืองของสิงคโปร์ ด้วยเป้าหมายของ “เอดิเบิล การ์เด้นท์ ซิตี้” ที่ตั้งเป็นภารกิจ (MISSION) ในการเป็นฟาร์มคนเมือง (Urban Farming) ที่จะดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม และคืนผลกำไรมาในรูปแบบสุขภาพและสังคมที่ดีขึ้นจากการบริโภคอาหารสายกรีน โดยเอดิเบิลฯ ยังวางตำแหน่งของตนเองเป็นศูนย์กลางการผลิตวัตถุดิบอาหารสายกรีนไปยังกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มบริษัท, โรงพยาบาล ,โรงเรียน และ กลุ่มเฉพาะ ซึ่งจะเน้นส่งตรงพืชผักที่เหมาะกับกลุ่มต่างๆเหล่านี้ รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ที่ขายผลิตภัณธ์สายกรีนผ่าน “CITYZEN BOX” ให้กับคนเมืองได้บริโภคพืชผักของเอดิเบิล การ์เด้นท์ ซิตี้ ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งยังพบกับแนวธุรกิจใหม่ๆในสิงคโปร์ที่ตอบโจทย์คนเมืองที่หันมาดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนด้วยการบริโภคพืชผักอาหารปลอดสารพิษ โดยสตาร์ทอัพสิงคโปร์ที่น่าสนใจ

อีกรายคือ “คริสโตเฟอร์ เหลียว” (Christopher Leow :  https://christopherleow.com/) ซึ่งตั้งตำแหน่งของตนเองเป็น “เกษตรกรแบบไม่จำกัดรูปแบบ” (The Freestyle Farmer) และ เลือกทางของตัวเองชัดเจนในการเป็นเกษตรคนเมืองในสิงคโปร์ โดยการทำงานของเขาได้รวบรวมพันธมิตรในกลุ่มสตาร์ทอัพสายกรีนมาไว้ เพื่อให้เสริฟ์พืชผักการเกษตรที่มีคุณภาพถึงมือคนเมืองในสิงคโปร์ โดยพันธมิตรของเขา ได้แก่ เอดิเบิล การ์เด้นท์ ซิตี้ และ”บอทเทิล มาร์เก็ต” ( Bootle’s Market was founded by Ben Scott) ซึ่งเขาพบกับเอดิเบิลฯ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว และ เป็นหนึ่งในเครือข่ายเกษตรกรที่เติบโตมาจากเอดิเบิล การ์เด้นท์ ซิตี้ และเป็นเอดิเบิลฯ ทีม ขณะที่ในส่วน “บอทเทิล มาร์เก็ต” เป็นสตาร์ทอัพที่มีการนำเข้าแหล่งพืชผักอาหารมาโดยตรงจากประเทศมาเลเซีย, ไทย และ อินโดนีเซีย 

ด้วยความที่ “สิงคโปร์” เป็นเมืองที่ถูกจำกัดพื้นที่ด้านการเพาะปลูก ทำให้การทำเกษตรกรรมในเมืองของสิงคโปร์มีคุณค่าอย่างมาก และ ตอบโจทย์ด้านการสร้างแหล่งอาหารที่เป็นมิตรกับสุขภาพของคนเมืองโดยตรง รวมไปถึงจะเห็นว่าเกษตรคนเมืองของสิงคโปร์นั้นมีการมองในระยะยาวว่า หากในอนาคต 10-20 ปีข้างหน้าเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร วันนี้พวกเขาจะต้องทำอะไร และ นี่คือสิ่งที่ชาวเมืองในสิงคโปร์กำลังเดินหน้าทำ เพื่อความเป็นอยู่ในระยะยาว 

เพราะฉะนั้น จะเห็นว่า ประเทศไทย และ ประเทศสิงคโปร์ มีความแตกต่างในเรื่องพื้นที่การทำเกษตรกรรม แม้กระทั่งรูปแบบการทำเกษตรคนเมือง จะเห็นว่าคนเมืองของสิงคโปร์นั้นมีความต้องการหรือถวิลหาอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษ และ เร่งการปลูกพืชผักบนพื้นที่ต่างๆเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นแหล่งอาหารในอนาคต ส่วนประเทศไทยนั้นการทำเกษตรของคนเมือง ออกไปในรูปแบบแนวราบ เน้นขยายพื้นที่การทำเกษตรไปยังปริมณฑล และ ชานเมืองเป็นหลัก ดังนั้นในปี 2566 เราจะได้เห็นนวัตกรรมที่มาสนับสนุนการทำเกษตรของคนเมืองมากขึ้น ในรูปแบบที่เหมาะสมกับคนเมืองของแต่ละประเทศ โดยมีคำว่า “ภูมิศาสตร์ของเมือง” เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ 


ขอบคุณข้อมูลและภาพ 
https://www.ediblegardencity.com/
https://christopherleow.com/
FB : EDIBLE GARDEN CITY 
FB : Christopher Leow 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

งามแต้ๆเจ้า! ‘ธิดาบัวตอง’ มงลงสาวงามจาก อบต.แม่อูคอ

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692532

งามแต้ๆเจ้า! 'ธิดาบัวตอง' มงลงสาวงามจาก อบต.แม่อูคอ

งามแต้ๆเจ้า! ‘ธิดาบัวตอง’ มงลงสาวงามจาก อบต.แม่อูคอ

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.33 น.

งานรื่นเริงเทศกาลดอกบัวตองบานที่ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน มีการประกวดธิดาบัวตอง ในปีนี้ สาวงามที่คว้าชัย เป็นสาวงามจาก อบต.แม่อูคอ เจ้าถิ่นทุ่งบัวตองเป็นผู้ได้รับชัยชนะไปครอง

16 พฤศจิกายน 2565 เมื่อค่ำวานที่ผ่านมา (15 พ.ย.) หลังทำพิธีเปิดงานรื่นเริงเทศกาลดอกบัวตองบาน ของเทศบาลตำบลขุนยวม ได้มีการจัดประกวดสาวงามธิดาบัวตอง

ทั้งนี้ไฮไลต์ของงานในคืนแรก คือการประกวดธิดาบัวตอง มี อปท.ในพื้นที่ ร่วมส่งสาวงามเข้าประกวดทั้งสิ้นจำนวน 16 สาวงาม และผลการประกวดธิดาบัวตอง ประจำปี 2565

– รางวัลชนะเลิศ หมายเลข 16 นางสาววรางคณา ระวังงาน อบต.แม่อูคอ ส่งเข้าประกวด

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 หมายเลข 10 นางสาวธัญลักษณ์ กาวิชัย โรงพยาบาลขุนยวม ส่งเข้าประกวด

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 หมายเลข 4 นางสาวญาณิศา ตุ้ยสุวรรณ์ เทศบาลตำบลแม่สะเรียง ส่งเข้าประกวด

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 หมายเลข 8 นางสาวกมลพรรณ คำแสน ชุมชนป๊อกวิทยาทรายมูล อ.ขุนยวม ส่งเข้าประกวด

-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 หมายเลข 13 นางสาวภัทร์ธีนันท์ วงศ์น้อย ที่ว่าการอำเภอขุนยวม ส่งเข้าประกวด

-รางวัลขวัญใจมหาชน หมายเลข 14 น.ส.วิชชุตา ใจมาเครือ องค์การบริหารส่วนตำบลขุนยวม ส่งเข้าประกวด.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น เดินทางมาเที่ยวชม ‘ทุ่งบัวตอง’ ที่ดอยแม่อูคอ

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692526

กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น เดินทางมาเที่ยวชม 'ทุ่งบัวตอง' ที่ดอยแม่อูคอ

กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น เดินทางมาเที่ยวชม ‘ทุ่งบัวตอง’ ที่ดอยแม่อูคอ

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.10 น.

กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น นครเชียงใหม่ พร้อมคณะ เดินทางไปเที่ยวชมทุ่งบัวตองที่ดอยแม่อูคอ โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 12.00 น. นายณรงค์พัชญ์  นาคทรัพย์ นายอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับ นายธารา  ชมสมองเลิศ  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอ  นายภคนท  รชตธนบวร  ปลัดเทศบาลตำบลขุนยวม  และนายมาโนช กิ่งเมือง หัวหน้าวนอุทยานทุ่งบัวตอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วนอุทยานทุ่งบัวตอง  ร่วมต้อนรับท่านฮิกุจิ  โคอิจิ (Mr.HIGUCHI keiichi) กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่  เที่ยวชมทุ่งดอกบัวตอง  และกาแฟเด็กน้อย (โพส่าโฮ)

ก่อนหน้านั้น เมื่อค่ำวันที่ 15 พ.ย.65 ที่ผ่านมา กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ได้ร่วมพิธีเปิดงานรื่นเริงเทศกาลดอกบัวตองบาน ที่ทางเทศบาลตำบลขุนยวม จัดขึ้น และในช่วงเช้าได้เดินทางไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานทหารญี่ปุ่นใน อ.ขุนยวม และก่อนเดินทางกลับเชียงใหม่ ได้แวะไปเที่ยวชมทุ่งบัวตองที่ดอยแม่อูคอ.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์เตือน ‘ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง’ อาการที่ไม่ควรมองข้าม

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692520

แพทย์เตือน 'ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง' อาการที่ไม่ควรมองข้าม

แพทย์เตือน ‘ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง’ อาการที่ไม่ควรมองข้าม

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.43 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เผยภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง (Writer’s cramp) อาการเกร็งที่กล้ามเนื้อมือและแขนเมื่อเขียนหนังสือ และเขียนได้ช้าลง อาจทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น แนะควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง (Writer’s cramp) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า task-specific dystonia ซึ่งเป็นอาการเคลื่อนไหวผิดปกติในรูปแบบของการบิดเกร็งผิดรูป ทีเกิดขึ้นเฉพาะบางท่าทาง เช่น เขียนหนังสือ พิมพ์ดีด เล่นดนตรี เล่นกีฬาบางชนิด เป็นต้น และอาการเกร็งจะหายไปเมื่อเลิกทำท่าทางนั้นหรือเมื่ออยู่เฉยๆ โดยจะพบอาการเกร็งมือเวลาเขียนหนังสือได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยกลุ่มโรคนี้ ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกแน่นหรือเกร็งนิ้วมือ มือ ข้อมือหรือแม้กระทั่งอาจลามถึงแขนเวลาใช้มือข้างนั้นเขียนหนังสือ ส่งผลให้ลายมือเปลี่ยนไป เขียนหนังสือช้าลง จนกระทั่งไม่สามารถเขียนหนังสือได้ บางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยต้องหัดเขียนหนังสือด้วยมืออีกข้างแทน ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยโดยตรง

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยประมาณ 10-20% อาจมีอาการของโรครุนแรงมากขึ้น จนมีอาการมือเกร็งเวลาทำกิจกรรมอื่นนอกจากเขียนหนังสือ เช่น จับช้อนหรือส้อมเวลาทานอาหาร ติดกระดุมเสื้อ เป็นต้น หรืออาจมีอาการเกร็งลามไปมืออีกข้างทำให้เป็นภาวะมือเกร็งทั้งสองข้างได้ ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็งอาจเป็นอาการนำของการเกิดโรคทางระบบประสาทอื่น ๆได้อีกด้วย เช่น โรคกล้ามเนื้อบิดเกร็ง   ทั่วตัวที่เป็นกรรมพันธุ์ เป็นต้น สาเหตุของโรคเกิดจากสมองที่มีวงจรทำงานผิดปกติ โดยส่งผลให้เกิดการบิดเกร็งของร่างกายส่วนนั้น ๆ แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาผู้ป่วยโดยการรับประทานยา และการทำกายภาพบำบัดเพื่อลด อาการเกร็ง แต่ผลการรักษามักมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร และมีผลข้างเคียงของยาเมื่อใช้ในปริมาณสูง ในปัจจุบัน การรักษาที่เป็นมาตรฐานคือ การฉีดยาโบทูลินัม ในตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่เกร็งเวลาเขียนหนังสือ ซึ่งภาวะแทรกซ้อน ที่พบได้บ่อยจากการฉีดยาโบทูลินัมคือ อาจมีกล้ามเนื้อมืออ่อนแรงชั่วคราวได้ในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังฉีด จากนั้นมือ จะกลับมามีแรงตามปกติโดยที่ไม่มีอาการเกร็งได้นาน 2-3 เดือน ทำให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันได้เป็นปกติ ดังนั้น หากมีอาการภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยป้องกันไม่ให้โรคลุกลามต่อไป.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,481 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
1 เดือนดับไฟใต้ รัฐบาลยึด ปชช.เป็นศูนย์กลาง สั่งลุย 5 แผนหลักสู่สันติสุขยั่งยืน

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d