Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

คนสุรินทร์แห่ซื้อหวยตัวเดิม ‘106’ จนเกลี้ยงแผง เชื่องวด 16 พ.ย.ออกซ้ำ

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692322

คนสุรินทร์แห่ซื้อหวยตัวเดิม '106' จนเกลี้ยงแผง เชื่องวด 16 พ.ย.ออกซ้ำ

คนสุรินทร์แห่ซื้อหวยตัวเดิม ‘106’ จนเกลี้ยงแผง เชื่องวด 16 พ.ย.ออกซ้ำ

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.12 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (15 พ.ย.65) ผู้สื่อข่าวแนวหน้าออนไลน์ได้รับแจ้งจากแหล่งขาวว่าที่บ้านหาญฮี ม.5 ต.ดอนแรด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากสามัคคีช่วยกันสร้างศาลเจ้าพ่อขุนเพียรหลังใหม่แทนศาลเจ้าหลังเก่า สถานที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้านติดกับถนนใหญ่สายดอนแรด-บึงบูรพ์ หลังรับแจ้งจึงลงพื้นที่พบกับชาวบ้านทั้งหญิงและชายกว่า 20 คนกำลังช่วยกันทำงานทั้งปรับพื้นที่ ผสมปูน เทปูน บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน 

นายนิพนธ์ บุญประสิทธิ์ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 101 ม.3 กล่าวว่า วันนี้ชาวบ้านหาญฮีได้ออกมาช่วยกันก่อสร้างศาลเจ้าพ่อขุนเพียร ซึ่งเป็นศาลเจ้าพ่อที่ชาวบ้านหาญฮีให้ความเคารพและเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ คอยช่วยเหลือปกป้องพี่น้องลูกหลานให้อยู่เย็นเป็นสุขมาตลอด เมื่อเดินทางไกลชาวบ้านจะมาบอกกล่าวให้ท่านได้ตามปกป้องลูกหลาน เช่น ที่บริเวณสะพานเจ้าพ่อขุนเพียรแห่งนี้จะมีรถวิ่งมาประสบอุบัติเหตุหลายครั้ง บางรายรถตกสะพานแต่ก็รอดชีวิตปลอดภัยทุกราย ส่วนตนเพิ่งประสบอุบัติเหตุรถตกถนนพลิกคว่ำหลายตลบเมื่อไม่นานมานี้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจึงเป็นแรงบันดาลใจที่ตนและชาวบ้านได้ช่วยกันรวบรวมปัจจัยตามกำลังศรัทธาทำการก่อสร้างศาลหลังใหม่ให้เจ้าพ่อ โดยชาวบ้านจะจัดพิธีแห่เจ้าพ่อรอบหมู่บ้านก่อนขึ้นศาลหลังช่วงปีใหม่ 2566 นี้

ขณะที่บรรยากาศบริเวณศาลเจ้าพ่อ ชาวบ้านและนักเสี่ยงโชคที่มาร่วมกันสร้างศาลต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงเลขท้ายรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 ว่า “จะมาตัวเดิม” เหมือน 2 งวดที่ผ่านมา 106 ทำให้ลอตเตอรี่ที่ลงท้ายด้วยเลข 61 60 16 06 ขายจนเกลี้ยงแผง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.ทะลักตราดช่วงเอเปคห้องพักเกาะช้างเหลือ 10% ส่วนเกาะกูดปกติ

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692289

นทท.ทะลักตราดช่วงเอเปคห้องพักเกาะช้างเหลือ 10% ส่วนเกาะกูดปกติ

นทท.ทะลักตราดช่วงเอเปคห้องพักเกาะช้างเหลือ 10% ส่วนเกาะกูดปกติ

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.10 น.

นักท่องเที่ยวต่างชาติทะลักเข้าตราดช่วงเอเปคห้องพักเกาะช้างเหลือ 10% ส่วนเกาะกูดปกติ ด้านนักท่องเที่ยวกัมพูชาแห่เที่ยวตราดคึกคัก

จากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคในระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวันหยุดนั้นทำให้มีวันหยุดยาวถึง 5 วันส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดตราดเพิ่มขึ้น

นายสารพล ประศาสน์ศิลป์ นายกสมาคมโรงแรมรีสอร์ท จ.ตราด เปิดเผยว่า วันนี้นักท่องเที่ยวต่างประเทศได้ทางเข้ามายังจังหวัดตราดและเข้ามาท่องเที่ยวที่อำเภอเกาะช้างจำนวนมาก ทำให้ในเดือนพฤศจิกายน 2565 จำนวนห้องพักถูกจองเพิ่มขึ้น 50% ซึ่งคาดว่าจะต่อเนื่องไปถึงปลายปี ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนหนึ่งจะเดินทางไปท่องเที่ยวทางภาคเหนือ แต่เป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักของอำเภอเกาะช้างอยู่แล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจะยังเติบโตต่อไปถึงช่วงปลายปี 2565 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไม่จองนานเหมือนเก่าที่จองระยะยาว แต่วันนี้จะจองห่างกันเพียง 1-2 สัปดาห์เท่านั้นขณะที่การจัดกิจกรรมเสริมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดก็มีผลอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เป็นหลักเพราะมีการประชาสัมพันธ์ในระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่าทุกปีหลังเกิดโควิด 19 ระบาด 

ขณะที่นายสัคศิษฐ์ มุ่งการ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรปที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของอำเภอเกาะช้างเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหยุดยาวการประชุมเอเปคที่รัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุด 3 วัน และต่อเนื่องในวันเสาร์ อาทิตย์ทำให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง 5 วัน ซึ่งจะเห็นความคึกคักจากการที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไปเช่ารถจักรยานยนต์ขับท่องเที่ยวไปรอบเกาะช้างทั้งด้านเกาะช้างใต้และเกาะช้าง และยังจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงปลายปี 2565 และครึ่งเดือนแรกของปี 2566 ซึ่งหากรวมจำนวนนักท่องเที่ยวแล้วจะเกินกว่า 30,000 คนเป็นอย่างน้อย ไม่ต้องไปไกลแค่ช่วงเดือนพฤศจิกายนจำนวนห้องพักบนเกาะช้างเหลือไม่เกิน 10% จากทั้งหมดหมื่นกว่าห้อง 

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวด้วยว่า อีกส่วนหนี่งที่นักท่องเที่ยวเดินทางมา จ.ตราด และเข้าไปเกาะช้างเนื่องจากภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของเกาะช้างมีความปลอดภัยทั้งในเรื่องการแพร่ระบาดของโรค หรือความปลอดภัยด้านอื่นๆ รวมทั้งความเป็นธรรมชาติของเกาะช้าง ที่ช่วงนี้ท้องฟ้าสดใสทะเลสวยงาม และป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อยู่แล้ว ทั้งนี้ ที่อำเภอเกาะช้าง ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งการจัดกิจกรรมกีฬาในการวิ่งบิกินีรัน 2565 และการจัดเทศกาลอาหารทะเลขึ้น ซึ่ง 2 ช่วงเป็นการจัดในเดือนพฤศจิกายน 2565 และใกล้เคียงกัน ซึ่งห้องพักส่วนใหญ่จะเต็มเกือบทั้งหมด 

“แต่สิ่งที่ดึงดูดได้อีกระดีบหนึ่งก็คือการจัดประกวดมิสแกรนด์ตราด ปี 2565 ขึ้นที่จังหวัดตราดและมีการทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่บนฝั่งและพื้นที่บนเกาะโดยผู้ว่าราชการจังหวัดตราดก็สนับสนุนการจัดกิจกรรมนี้อย่างเต็มที และพาสาวงามทั้งหมดทำกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวขึ้นครบทั้ง 7 อำเภอ ซึ่งจะเกิดผลต่อการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวระดับหนึ่งด้วย อีกทั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราดก็เข้ามาสนับสนุนกิจกรรมนี้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตราดผ่านทางเวทีประกวดซึ่งส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดให้เป็รที่รู้จักกว้างขวางมากยิ่งขึ้น”

นายสัคศิษฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตามแนวชายแดนจังหวัดตราด ด้านจังหวัดเกาะกง นักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาก็เดินทาบเข้ามาซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าของจังหวัดตราดจำนวนมาก หลังมีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็กอย่างเป็นปกติ ทำให้นักท่องเที่ยวนี้ ที่มีเงินเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดจตราดเพิ่มมากขึ้น และเข้าจับจ่ายซื้อขายสินค้าเพิ่มรายได้เข้าจังหวัดตราดมากยิ่งด้วย

ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปอำเภอเกาะกูดผ่านทางท่าเทียบเรือบ้านแหลมศอก ต.อ่าวใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด แม้จำนวนจะยังเป็นปกติแต่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปมีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับสึกหลวงตา! นั่งก๊งพญานาคจนตาฉ่ำ ต่อปากต่อกลอน ท้าชกล็อคคอนักข่าว

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692267

จับสึกหลวงตา! นั่งก๊งพญานาคจนตาฉ่ำ ต่อปากต่อกลอน ท้าชกล็อคคอนักข่าว

จับสึกหลวงตา! นั่งก๊งพญานาคจนตาฉ่ำ ต่อปากต่อกลอน ท้าชกล็อคคอนักข่าว

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.05 น.

ถอดสบงแล้วทรงอยากเป็นนักมวยเก่า หลวงตาวัย 65 นั่งก๊งพญานาค ตาฉ่ำอยู่หน้าร้านชาวบ้าน ผู้สื่อข่าวไปเจอสอบถาม บอกว่ามาจากหนองบัวลำภู กลับมาเยี่ยมบ้านที่อุดรฯ หลังจากจัดงานกฐินประสบความสำเร็จ อ้างกินพญานาคไม่ผิด สุดท้ายท้าชกนักข่าว นักข่าวอาวุโสโดนล็อคคอ ไม่พอใจที่ถูกทักว่าเดินเซ

15 พฤศจิกายน 2565 เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอ้ดมินเพจบ้านดุงอัพเดท รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านบ่อศิลา ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่ามีพระเมาอาละวาดท้าต่อยเจ้าของร้านขายของชำ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับผู้สื่อข่าว

เมื่อไปถึงพบบริเวณเตียงนั่งเล่นหน้าร้านค้าในหมู่บ้าน โดยมีผู้ใหญ่บ้านบ้านบ่อศิลากำลังพูดคุยด้วย เมื่อไปถึงผู้สื่อข่าวถาม ‘หลวงตาเป็นพระมาจากไหน’ หลวงตาก็บอกว่า ‘เป็นพระจริงทำไมถามนักเลงจัง’ อาตมาก็เป็นพระจริงก็ต้องพูดนักเลงเหมือนกัน

บอกสั้นๆว่าชื่อพระน้อย อายุ 60 กว่าปี มาจากวัดศรีสว่าง อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ‘ผมรับกฐินแล้วก็มาเยี่ยมญาติที่บ้านแห่งนี้ ผมพักที่วัดดงหวาย’

โดยลักษณะท่าทางพระรูปนี้พูดลิ้นรัวอยู่ตลอดเวลา ผู้สื่อข่าวถามว่า ‘ได้ท้าต่อยเจ้าของร้านมั้ย และดื่มพญานาคใช่ไหม’

หลวงตาน้อยก็บอกว่า ‘ผมกินพญานาคจริง แต่ยาบ้าผมไม่ได้เล่น  ผมกินไม่ได้กินสะเปะสะปะ ผมกินไม่ได้ไปหาเรื่องใคร แต่ผมกินแล้วจะมีแต่คนหาเรื่องอาตมา ใส่ร้ายป้ายสีอาตมา’

ผู้สื่อข่าวถามว่า มันผิดศีลนะหลวงตา? หลวงตาตอบกลับมาว่า ‘อ้าวเล่นบั้งไฟและกินพญานาคทำได้ อาตมายอมรับกินพญานาคจริงๆ’ แต่จังหวะนั้นเองหลวงตาน้อยเดือดขึ้นหน้า อาตมากินเพื่อเป็นยา อย่ามาถ่ายรูปกัน อย่ามาหาเรื่องหาราวกัน พร้อมไล่ส่งผู้สื่อข่าว ‘หนีๆๆ อย่ามาหาเรื่องหาราวกู เดินเซได้อย่างไร กูเดินดีๆ’  

จากนั้นก็เดินไปหยิบสบงแล้วขว้างขวดกาแฟใส่ผู้สื่อข่าวทันที ‘ผมท้านักข่าวมึงหาเรื่องของกูหรือ กูไม่ยอม พร้อมยกแขนตั้งการ์ด’

‘เอากับกูไหม กูเป็นนักมวยเก่า ศิลาน้อย เมืองน้ำโสม นักมวยเก่งๆ กูสู้มาหมดแล้ว มึงจะเอากับกูไหม’

จากนั้นหลวงตาเดือดขึ้นอีกครั้ง ถอดสบงถอดแว่นตาทิ้งเดินดุ่มๆ เข้าหาผู้สื่อข่าวทันทีและด่ากราดนักข่าว หลวงตายังร้องตะโกนท้าชกตลอดเวลา และหลวงตาเหลือบไปเห็นนายชัยยุทธ์ หลักทอง นักข่าวอาวุโสก็เดินเซเข้าไปล็อคคอ กำหมัดจะชกที่ใบหน้า แต่ผู้ใหญ่บ้านได้ร้องห้ามเอาไว้ทันที แต่หลวงตาไม่ยอมหยุดยังเดินเซท้าชกนักข่าวตลอดเวลา จนผู้ใหญ่บ้านต้องดึงตัวออก 

หลวงตาตะโกน ‘จะเอาตำรวจมาจับอาตมาผิดอะไรหรือ’

จากนั้นเห็นท่าไม่ดีนักข่าวจึงถอยออกมา ต่อมานายสามารถ หมั่นนอก นายอำเภอบ้านดุงหลังทราบเรื่อง ได้สั่งให้ป้องกันอำเภอนำเจ้าหน้าที่ อส.ปกครองอ.บ้านดุง เข้าตรวจสอบนำตัวไปจับสึกทันที.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รวบตัวตึงระยอง! ‘พี่นกน้อย’ก่อเหตุเผาขยะบ้านร้าง แท็กทีมส่งรักษาด่วน

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692263

รวบตัวตึงระยอง! 'พี่นกน้อย'ก่อเหตุเผาขยะบ้านร้าง แท็กทีมส่งรักษาด่วน

รวบตัวตึงระยอง! ‘พี่นกน้อย’ก่อเหตุเผาขยะบ้านร้าง แท็กทีมส่งรักษาด่วน

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.00 น.

เจ้าหน้าที่พม. ประสานตำรวจรวบตัวตึงระยอง หลังก่อเหตุเผาขยะในบ้านร้างที่ระยอง เจอตัวอยู่กับชาวบ้านที่นับถือ ยันไม่ยอมไป เลี้ยงตัวเองได้ ก่อนจะถูกจับตัวส่ง รักษาที่ รพ.ระยอง ชาวบ้านเผยเห็นด้วยส่งไปรักษา ขืนปล่อยไว้ไม่พ้นยาเสพติด

15 พฤศจิกายน 2565 เมื่อเวลา 13.00 น. นางสาวเรวดี จันทเปรมจิตต์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดระยอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หมู่บ้านเก้ายอด ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง ว่าพบ ‘นกน้อย ตัวตึงระยอง’ ได้มาอาศัยอยู่บ้านคนรู้จัก หลังก่อเหตุเผาขยะที่บ้านร้างจนลามไหม้สิ่งของภายในบ้าน จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง ระยอง และ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างพรกุศล เดินทางไปตรวจสอบ เพื่อนำตัวไปรักษาที่ รพ.ระยอง

เมื่อเดินทางไปถึงบ้านที่ “ตัวตึงระยอง” อาศัยอยู่ ซึ่งเป็นบ้านของชาวบ้านที่ “ตัวตึงระยอง” รู้จัก จึงเข้าไปตรวจสอบ พบกับ น.ส.นกน้อย(ตัวตึงระยอง) อยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปพูดคุยและแจ้งว่าจะพาตัวไปส่งบ้านแม่ที่ เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี แต่ตัวตึงระยองกลับไม่ยอม วิ่งเข้าไปแอบในบ้าน

โดย น.ส.นกน้อย ตัวตึงระยอง ได้โต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองไม่ได้เป็นอะไร ไม่อยากกับไปอยู่กับแม่แล้ว เพราะแม่ไล่ออกจากบ้าน เพราะ แม่ว่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาบ้า ซึ่งไม่ได้ยุ่งเกี่ยวเลย อยากอยู่ที่ตรงนี้ เพราะที่ตรงนี้มีคนเข้าใจและดูแลและอยู่มานานแล้ว

นอกจากนี้ตนเองก็สามารถดูแลตัวเองได้ละหาเงินได้อีกด้วย จะไม่ไปไหนเด็ดขาด ต่อมาก็ได้มีเจ้าของบ้านผู้หญิงสูงอายุ ได้บอกว่าอยู่ก็ให้อยู่แต่ดูแลไม่ได้เพราะเดินไม่สะดวก แล้วก็มีผู้ชายที่อ้างว่า นกน้อยหายป่วยแล้ว คนไม่อยากไปจะไปบังคับเขาได้อย่างไร และมีสิทธิ์อะไรมาบังคับเขา ก่อนจะพานกน้อยเข้าไปในห้องหลังบ้าน

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงวางแผนและเข้าควบคุมตัวนกน้อย โดยที่ตัวตึงระยองพยายามขัดขืน แต่สุดท้ายก็ถูกจับขึ้นเปลแล้วมัดตัวส่ง รพ.ระยอง เพื่อรักษาต่อไป

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ต่างก็ต้องการให้พาตัวตึงระยองไปรักษา ไม่อยากให้อยู่ในหมู่บ้านเก้ายอดแห่งนี้ เพราะทุกคนต่างก็ทราบดีว่ามักจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนการเผาบ้านร้าง คาดว่าเป็นฝีมือของตัวตึงระยอง เพราะมีคนเห็นว่าเผาขยะแล้วลามไปลุกไหม้ในบ้าน แต่ก็มีเพียงสิ่งของภายในบ้านที่ถูกไหม้ แต่ตัวบ้านไม่ถูกไหม้ สำหรับบ้านร้างดังกล่าวมีเจ้าของ แต่ไม่มีใครอยู่อาศัยมานานแล้ว โดยตัวตึงระยองได้เข้าไปอาศัยอยู่นานแล้ว

ด้าน น.ส.เรวดี จันทร์เปรมจิตร ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ระยอง ได้กล่าวว่า สำหรับกรณีของ น.ส.นกน้อย ไม่สามารถปล่อยให้อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้ เพราะบ้านที่มาอาศัยก็ไม่ใช่ญาติ และไม่พร้อมจะดูแล

นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงจำเป็นต้องพาตัวไปรักษา และแจ้งให้ทางครอบครัวทราบต่อไป ซึ่งเบื้องต้นทางมารดาก็พร้อมจะดูแล แต่ น.ส.นกน้อยได้หนีออกมาเอง ก็คงต้องรอให้อาการดีขึ้นก่อนถึงจะส่งกลับไปอยู่กับครอบครัวต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อเมืองพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 8 เดือนปลูกผักในครัวเรือนส่งเสริมเด็กกินผักสร้างภูมิสีเขียว

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692223

พ่อเมืองพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 8 เดือนปลูกผักในครัวเรือนส่งเสริมเด็กกินผักสร้างภูมิสีเขียว

พ่อเมืองพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 8 เดือนปลูกผักในครัวเรือนส่งเสริมเด็กกินผักสร้างภูมิสีเขียว

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.49 น.

ผู้ว่าฯโคราชอุ้มลูกน้อย “น้องตะวัน” วัย 8 เดือนกะเตงเชิญชวนร่วมปลูกผักในครัวเรือน ส่งเสริมเด็กกินผักสร้างภูมิสีเขียว น้อมนำแนวพระราชดำริของ “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว

วันที่ 15 พ.ย.65 ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยคุณนาย “นางอรจิรา ศิริมงคล” นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เปิดจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา สร้างคลังอาหารโดยให้หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครราชสีมาร่วมกิจกรรมสร้างกระแสรณรงค์ปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยได้ใช้พื้นที่ว่างภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ทำเป็นแปลงปลูกผักสวนครัวจำนวน 12 แปลง เพื่อปลูกผักสวนครัวจำนวน 12 ชนิด ได้แก่ ผักบุ้ง พริก คะน้า ผักกาดขาว ผักกาดเขียว กระเพรา แมงลัก โหระพา มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว กวางตุ้ง และผักชี และเมื่อผักสวนครัวพร้อมเก็บผลผลิตจะได้เก็บผักสวนครัวที่ปลูกแบ่งปันให้กับประชาชน ได้นำไปประกอบอาหารบริโภคในครัวเรือนเป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือนของประชาชนฃน

ทั้งนี้ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และนางอรจิรา ศิริมงคล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ได้อุ้ม “น้องตะวัน” วัย 8-9 เดือนบุตรชายมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย เพื่อเชิญชวนให้ทุกครัวเรือนใช้บริเวณพื้นที่ว่างของบ้านพัก สถานที่ราชการ ปลูกผักสวนครัว และรณรงค์ประชาชนทุกครัวเรือน สร้างแหล่งอาหารในครัวเรือน โดยปลูกผักสวนครัวอย่างน้อยครัวเรือนละ 10 ชนิดเพื่อไว้รับประทานในครัวเรือน โดยเฉพาะเด็กเล็กควรที่จะเริ่มรับประทานผักตั้งแต่อายุยังเล็ก เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรค ตั้งแต่อายุยังน้อย

ด้านนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมา ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้แนวคิดจะพัฒนาใครเขาต้องพัฒนาเราก่อน สร้างกระแสรณรงค์ปลูกผักสวนครัวผ่านผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง ดำเนินการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ รวมถึงพืชสมุนไพร จัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน จัดตั้งศูนย์แบ่งปันเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า ส่งเสริมกิจกรรมพื้นที่ว่าง สร้างอาหาร เพื่อสานพลังความต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและยา สู่ทุกครัวเรือนคือคลังอาหาร ทุกหมู่บ้านคือศูนย์แบ่งปัน เกิดชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ปัจจุบันจังหวัดนครราชสีมามีการดำเนินการแล้ว 289 ตำบล 38 หมู่บ้านต้นแบบ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จะฮาขนาดไหน ไปดูลูกชายพารีวิวบ้าน เมื่อคุณแม่ชอบสีเขียว

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692214

จะฮาขนาดไหน ไปดูลูกชายพารีวิวบ้าน เมื่อคุณแม่ชอบสีเขียว

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.30 น.

จะฮาขนาดไหน ไปดูลูกชายพารีวิวบ้าน เมื่อคุณแม่ชอบสีเขียว 

ผู้ใช้ติ๊กต๊อก @joshbch เผยคลิปสุดฮาระบุว่า เหตุเกิดจากแม่ชอบสีเขียว จากนั้นจึงพาเดินชมภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น สีผนังบ้านยันเพดาน , ผ้าปูที่นอน , ชั้นวางของ , ผ้าม่าน , ราวตากผ้า , ไม้แขวนเสื้อ , ตะกร้าผ้า , หมอนพิงหลัง , ฟุตบอลของหลาน , แก้วน้ำ , กล่องยา , ผ้าเช็ดตัว , เก้าอี้นั่ง , กระติ๊บข้าว , เสื่อโยคะ กระโปรงหรือผ้าถุงโทนสีเขียว , ผ้าเช็ดเท้า , อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน , แม้กระทั่งขนมปังก็ยังต้องเป็นห่อสีเขียว 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เก็บ’พุทรา3รส’บนเกาะกลางน้ำโขง ชาวบ้านยิ้มแป้นขายราคาดี รับซื้อไม่อั้น

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692211

เก็บ'พุทรา3รส'บนเกาะกลางน้ำโขง ชาวบ้านยิ้มแป้นขายราคาดี รับซื้อไม่อั้น

เก็บ’พุทรา3รส’บนเกาะกลางน้ำโขง ชาวบ้านยิ้มแป้นขายราคาดี รับซื้อไม่อั้น

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.25 น.

เกษตรกรชาวบ้านท่ามะเฟืองยิ้มแป้น เก็บพุทรา3รส บนเกาะดอนกลางน้ำโขง แม่ค้ารับซื้อหน้าสวนไม่อั้น ราคาดีกว่าปีก่อนเท่าตัว

15 พฤศจิกายน 2565 บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่ามะเฟือง ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เกษตรกรชาวสวนได้นำผลผลิตพุทรา ที่เก็บมาจากเกาะดอนต่ำ ดอนแตง เกาะดอนกลางแม่น้ำโขง มาช่วยกันคัดแยก

โดยมีแม่ค้ามารอรับซื้อถึงที่ ซึ่งพุทราที่เกษตรกรปลูกไว้บนดอนต่ำ ดอนแตง พื้นที่กว่าพันไร่นั้น เป็นพุทราพันธุ์ 3 รส มีรสชาติเปรี้ยว หวาน กรอบ อร่อย ผลโต ลูกดก

นางสาวสุชาดา โคติเวช ผู้ใหญ่บ้านท่ามะเฟือง กล่าวว่า บริเวณดอนต่ำดอนแตง ซึ่งเป็นเขตแดนของประเทศไทยนั้น เกษตรกรชาวบ้านท่ามะเฟือง ได้ปลูกพืชผลไว้หลายอย่าง เช่น พริก มะเขือ ข้าวโพด ส่วนในช่วงนี้จะเป็นพุทรา3 รส ที่กำลังให้ผลผลิต โดยพบว่าปีนี้พุทราให้ผลผลิตดีค่อนข้างเยอะ เกษตรกรสามารถเก็บพุทธาได้วันละ 4-5 ตัน

เมื่อเก็บมาแล้วก็จะช่วยกันคัดแยกขนาดและคุณภาพของพุทรา ก่อนส่งขายให้พ่อค้าแม่ค้าที่จะมารับซื้อถึงหน้าสวน ซึ่งปีนี้สามารถขายได้ราคาดีกว่าปีที่แล้ว โดยปีที่แล้วขายได้ กก.ละ 6 บาท 1 ถุง 60 บาท แต่ปีนี้ขายได้ กก.ละ 10-12 บาท ถุงละ 100-120 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ และเป็นที่ต้องการของตลาดด้วย พ่อค้าแม่ค้ารับซื้อไม่อั้น.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โผล่อีกตัว! กบสีทองสุดเชื่องในคลองหลัง’วัดหนองกรับ’คอหวยลูบขอเลขเด็ด

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692205

โผล่อีกตัว! กบสีทองสุดเชื่องในคลองหลัง'วัดหนองกรับ'คอหวยลูบขอเลขเด็ด

โผล่อีกตัว! กบสีทองสุดเชื่องในคลองหลัง’วัดหนองกรับ’คอหวยลูบขอเลขเด็ด

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.09 น.

โผล่อีกตัว! กบสีทองในคลองหลังวัดหนองกรับ อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง สุดเชื่องเผยตัวที่พบล่าสุดเป็นกับตัวผู้ พร้อมตั้งชื่อ “เจ้าเงิน” ทางวัดเตรียมจัดพิธีแต่งงานให้ ขณะที่ชาวบ้านแห่ชมพร้อมลูบขอเลขเด็ด ส่วนบรรดาเซียนหวยไม่พลาดส่องเลขธูปตีเลขจากกบทั้ง 2 ตัวเป็น “929 29”

จากกรณีที่ทางวัดหนองกรับ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้ปรับภูมิทัศน์ริมคลองหลังวัดเป็นพื้นที่เขตอภัยทาน จนพบกบสีทองตัวใหญ่ที่สุดแสนเชื่องให้คนลูบคลำตัวโดยไม่หนี แถมเรียกชื่อเจ้าทองโผล่มาหาทันที จนเป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านที่แห่มาชมกันเพียบ และไม่พลาดส่องเลขเด็ดตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดหนองกรับ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลังมีการโพสต์คลิปว่าพบกบเชื่องอีกหนึ่งตัวเป็นกบสีทองเพศผู้ หลังจากที่พบ “เจ้าทอง” กบสุดเชื่องที่ขึ้นมาโชว์ตัวให้คนลูบคลำจนเป็นที่ฮือฮา โดยกบตัวที่พบใหม่นี้มีความเชื่องเช่นกัน

เมื่อเดินทางไปถึงวัดหนองกรับ บริเวณหลังวัด ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน ริมคลอง พบมีคนแห่ลงไปริมคลองจำนวนมาก จึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่ากำลังมุงดูกบสีทองที่โผล่ขึ้นมาให้ลูบคลำจับตัวด้วยความเชื่อง ซึ่งนับว่าเป็นความแปลก แต่จะให้จับเฉพาะผู้หญิง แต่ถ้าเป็นผู้ชายให้จับแล้วก็มุดลงน้ำ จนเป็นที่ฮือฮาสำหรับผู้ที่มาดู ต่างก็ชื่นชอบในความเชื่องของเจ้าทอง

นายจรัญ จันทร์มณี ฝ่ายประชาสัมพันธ์วัดหนองกรับ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ได้พบกบเพศผู้อีก 1 ตัวที่มาโผล่ริมตลิ่งและก็มีความเชื่องเหมือนกับเจ้าทอง จึงเชื่อว่าคงจะเป็นคู่ของเจ้าทอง เพราะเจ้าทองเป็นกบเพศเมีย จึงได้ตั้งชื่อให้กับตัวใหม่นี้ว่า “เจ้าเงิน” คาดว่าคงจะอยู่ด้วยกัน แต่วันนี้ยังไม่โผล่คงจะยังหลบซ่อนตัวเพราะเมื่อคืนฝนตกลงมาอย่างหนัก จนทำให้น้ำไหลแรง แต่คงจะยังอยู่ในพื้นที่นี้ 

นอกจากนี้นายจรัญ ได้โชว์คลิปกบตัวใหม่ซึ่งมีสีทองแต่จะมีสีดำขลิบ รูปร่างจะเล็กกว่าเจ้าทอง แต่ก็มีความเชื่องและยอมให้จับตัวได้ ซึ่งในอนาคตหากกบอีกตัวยังอยู่ก็เตรียมจะจัดพิธีแต่งงานให้ทั้งคู่ สำหรับท่านใดที่ต้องการมาดูเจ้าทอง และเจ้าเงิน กบแสนเชื่อง ก็มาดูได้ ซึ่งตามความเชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ได้สัมผัสตัวเจ้าทอง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล

ด้าน น.ส.ฐิติพร อ่อนพันธ์ อายุ 48 ปี ชาวบ้านที่มาชมความเจ้าทอง เปิดเผยว่า ตนมาเห็นและสัมผัสกับตัวเองรู้สึกทึ่งมากกับความเชื่องของกบเพราะเกิดมาเพิ่มเคยเห็น นับเป็นความแปลกกับความเชื่อง และเชื่อว่ามาให้โชค

ส่วนเจ้าหน้าที่ดูแลธูปเทียนของวัดหนองกรับที่อยู่ตรงศาลพระพี่นาง ทางลงคลอง เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีข่าวเจ้าทองออกไปมีคนเดินทางมาดูเจ้าทองกันจำนวนมาก แต่ก็สมหวังทุกคน เพราะเจ้าทองจะโผล่ให้เห็นและให้ลูบคลำกันทุกคน นอกจากนี้ทางวัดยังจัดโบว์สีตามวันเกิดให้ผูกกับราวสะพานเพื่อให้สมปราถนาตามคำขอในโบว์ด้วย

ส่วนบรรดาเซียนหวย ไม่พลาดส่องเลขธูป และ ตีเลขจากกบทั้งสองตัว โดยตีเป็นเลข 929 29

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดบทวิเคราะห์ ‘10 คำถามน่ารู้ APEC’ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692189

เปิดบทวิเคราะห์ ‘10 คำถามน่ารู้ APEC’ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล

เปิดบทวิเคราะห์ ‘10 คำถามน่ารู้ APEC’ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.36 น.

เปิดบทวิเคราะห์ ‘10 คำถามน่ารู้ APEC’ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล

15 พฤศจิกายน 2565 ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย นำเสนอบทวิเคราะห์เรื่อง “10 คำถามน่ารู้เกี่ยวกับ APEC” ระบุว่า APEC มีความสำคัญต่อไทยอย่างมาก โดยการส่งออกสินค้าของไทยมากกว่า 70% ถูกส่งออกไปยังกลุ่ม APEC และนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม APEC ซึ่งสร้างรายได้ประมาณ 2 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

สำหรับการประชุม APEC ครั้งที่ 29 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล (Open Connect Balance)” Krungthai COMPASS มองว่าควรจับตาการผลักดันการขับเคลื่อนเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก FTAAP ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ และหนุนการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานในหมู่สมาชิก อีกทั้ง คาดว่าการประชุมในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ดีขึ้นในหลายมิติซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาวได้

1. APEC คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) เป็นการรวมกลุ่มแบบพหุภาคี 21 เขตเศรษฐกิจ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตมหาสมุทรแปซิฟิก ประกอบด้วย รัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีนไทเป(ไต้หวัน) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน ปาปัวนิวกินี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก เปรู และ ชิลี โดยไทยเป็นหนึ่งใน 12 เขตเศรษฐกิจผู้ร่วมก่อตั้ง และประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเมื่อปี 2535 และปี 2546 APEC ถูกจัดตั้งเมื่อปี 2532 เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นทางเศรษฐกิจ ให้สมาชิกที่มีแนวนโยบายที่แตกต่างกันหาแนวทางร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยเน้นประเด็นด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือในเศรษฐกิจของทุกภาคส่วน พลังงาน สาธารณสุข E-commerce และสิ่งแวดล้อม เพื่อลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางการค้า (สินค้าและบริการ) การลงทุน และการเดินทางระหว่างประเทศ

2. APEC แตกต่างจากข้อตกลงพหุภาคีอื่น ๆ อย่างไร

APEC คือ การรวมกลุ่มเพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ครอบคลุมหลายมิติในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ต่างจากข้อตกลงในพหุภาคีอื่น ๆ ที่เน้นเจรจาเพื่อการค้า การดำเนินความร่วมมืออยู่บนพื้นฐานของฉันทามติ ความสมัครใจ และความยืดหยุ่น รวมถึงไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย สมาชิกสามารถดำเนินการเพื่อนำไปสู่การเปิดเสรีทางการค้า การลงทุนตามความพร้อมของแต่ละสมาชิก การประชุม APEC ไม่ใช่ความร่วมมือเฉพาะของภาครัฐเท่านั้น แต่เป็นความร่วมมือจากภาคเอกชนด้วย ซึ่งก็คือ APEC Business Advisory Council (ABAC) หรือสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจของ APEC ซึ่งทุกปีจะมีการรวมตัวกัน เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านธุรกิจและความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อสรุปคำแนะนำประจำปีต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC

3. APEC สำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจโลก

APEC ถือเป็นความร่วมมือพหุภาคีที่สำคัญของโลกทั้งในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งมูลค่า GDP รวมกันประมาณ 61% ของทั้งโลก และจำนวนประชากรที่คิดเป็นสัดส่วนถึงกว่า 1 ใน 3 ของพลเมืองทั้งโลก จึงมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางการค้า การลงทุน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากข้อมูลของ World Bank ในปี 2564 พบว่า มูลค่า GDP ของสมาชิก APEC เท่ากับ 59.4 ล้านล้านดอลลาร์ รวมกันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 61% ของ GDP ในจำนวนนี้ 3 ชาติสมาชิกหลักของ APEC ถือเป็นประเทศที่มีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่ 3 ลำดับแรกของโลก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น ส่วนไทยมีขนาดทางเศรษฐกิจอยู่ในลำดับที่ 11 (GDP เท่ากับ 0.5 ล้านล้านดอลลาร์) รองจากไต้หวัน (0.7 ล้านล้านดอลลาร์) และเมื่อเทียบในกลุ่มอาเซียนถือเป็นลำดับที่ 2 รองจากอินโดนีเซีย (1.2 ล้านล้านดอลลาร์) ทางด้านประชากร APEC มีพลเมืองในปี 2564 รวมกันทั้งสิ้น 2.9 พันล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 37% ของทั้งโลก ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 ชาติสมาชิกสำคัญที่จำนวนพลเมืองอยู่ใน 5 ลำดับแรกของโลก ได้แก่ จีน (อันดับ 1) สหรัฐฯ (อันดับ 3) และอินโดนีเซีย (อันดับ 4) ส่วนไทยอยู่ในลำดับที่ 9 ของกลุ่ม APEC และถือเป็นลำดับที่ 4 ของกลุ่มอาเซียนที่เป็นสมาขิก APEC

นอกจากจะเป็นการรวมกลุ่มที่มีขนาดใหญ่แล้ว APEC ยังเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากสัดส่วนกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมดของสมาชิก APEC ในปี 2564 สูงถึง 63.6% สะท้อนว่าโครงสร้างทางประชากรกว่า 2 ใน 3 ยังอยู่ในวัยทำงาน ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนของทั้งโลก (59%) บ่งชี้โอกาสในการลงทุน และการเข้าถึงตลาดที่มีแนวโน้มเติบโต นอกจากนี้ APEC ยังเป็นตลาดที่มีพลวัตสูง เนื่องจากหลายประเทศอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นเมือง จากข้อมูลของ United Nations พบว่า APEC มีประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองสูงถึง 73% มากกว่าสัดส่วนของโลก (56.6%) การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานมาสู่เมืองของประชากรใน APEC จึงเป็นโอกาสทางการตลาดที่สำคัญต่อไปในอนาคต โดยภาพรวม Krungthai COMPASS ประเมินว่าความร่วมมือของกลุ่ม APEC จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

4. ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับ APEC เป็นอย่างไร

เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศค่อนข้างสูง โดยในปี 2564 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศ (ทั้งสินค้าและบริการ) มากถึง 116.7% ของ GDP สะท้อนถึงความสำคัญของการเปิดประเทศเพื่อส่งเสริมภาคต่างประเทศให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะด้านการส่งออกและการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าสูงถึง 53.4% และ 45.4% ของ GDP ไทยพึ่งพาด้านการค้ากับกลุ่ม APEC ทั้งการส่งออกสินค้าที่มากถึง 72.1% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด ขณะที่การนำเข้าสินค้าจากกลุ่ม APEC คิดเป็น 71.9% ของการนำเข้าจากทั่วโลก ตลาดการส่งออกและนำเข้าสินค้าที่สำคัญ คือ สหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น นอกจากนี้ ไทยยังมีการเชื่อมโยงทางด้านการลงทุนกับกลุ่มสมาชิก APEC อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนโดยตรงจากประเทศสมาชิก APEC ที่ไหลเข้าต่อเนื่อง และการลงทุนของไทยในประเทศสมาชิก APEC เพิ่มขึ้นเช่นกัน สำหรับด้านการท่องเที่ยว ก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจากกลุ่มประเทศ APEC สูงถึง 28.1 ล้านคน คิดเป็น 70.4% ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาไทยทั้งหมดในปี 2562 โดยสัญชาติที่เดินทางมามากที่สุดคือ จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

5. กลุ่ม APEC มีบทบาทอย่างไรต่อภาคอุตสาหกรรมของไทย

ในกลุ่ม APEC มีหลายชาติในภูมิภาคเอเชียที่พึ่งพาการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจีน ไทย และเกาหลีใต้ ที่อัตราส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Share of Manufacturing to GDP) คิดเป็นสัดส่วนสูงประมาณเกือบ 30% ของ GDP ล่าสุดในปี 2564 สัดส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมต่อ GDP ของชาติข้างต้น ถือเป็น 3 ลำดับแรกของ APEC ที่ระดับ 27.4% 27.0% และ 25.4% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าอัตราส่วนของ APEC (15.4%) และของโลก (17.0%) บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมเป็นกลไกขันเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยและหลายชาติในเอเชียซึ่งได้ชื่อว่าเป็นโรงงานของโลก กรณีของไทยนั้น Krungthai COMPASS พบว่า สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย 4 อันดับแรกในปี 2564 เป็นผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (คิดเป็น 26.2% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด) ยานยนต์และชิ้นส่วน (14.2%) ผลิตภัณฑ์ยาง (5.8%) และพลาสติก (5.3%) ซึ่งสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกส่งออกไปยัง APEC ทั้งผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ฯ ที่ผลิตป้อนตลาด APEC ถึง 77.3% ยานยนต์ฯ (57.5%) ผลิตภัณฑ์ยาง (72.5%) และพลาสติก (72.8%) แสดงถึงบทบาทของการค้าระหว่างกันในกลุ่มสมาชิก (Intra-trade) ที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างสูง ซึ่งต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ร่วมกันจากเงื่อนไขทางการค้าและการลงทุนที่เอื้อแก่สมาชิกในกลุ่มภายใต้กรอบ APEC รวมถึงความพยายามในการลดอุปสรรคทางการค้าและปรับกฎเกณฑ์ที่ช่วยให้ตลาด APEC เปิดกว้างแก่ชาติสมาชิกให้สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดจะช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของบรรดาสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

6. นักท่องเที่ยวต่างชาติจาก APEC มีความสำคัญต่อไทยอย่างไร

นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทยเมื่อเปรียบเทียบกับสมาชิกอื่นในกลุ่ม APEC สะท้อนจากที่ไทยเป็นประเทศพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในกลุ่ม APEC ซึ่งคิดเป็น 11.8% ของ GDP ในปี 2562 (หรือคิดเป็นมูลค่า 1.9 ล้านล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวในกลุ่ม APEC คิดเป็น 66.2% ของรายได้ทั้งหมด โดยสัญชาติที่สำคัญ คือ จีน คิดเป็นร้อยละ 1 ใน 4 ของรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด รองลงมาคือ มาเลเซีย (5.6%) รัสเซีย (5.4%) และญี่ปุ่น (4.9%) 

7. ความสามารถในการแข่งขันของไทยอยู่ระดับไหน หากเทียบกับสมาชิก APEC

หากพิจารณาถึงขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในโลก จากการจัดอันดับของ International Institute for Management Development หรือ IMD ปี 2565 เผยว่าไทยมีความสามารถทางการแข่งขัน 63.7 คะแนน จาก 100 คะแนน และอยู่อันดับที่ 33 จาก 63 ประเทศทั่วโลก โดยไทยถูกจัดอันดับลดลง 5 อันดับ จากทั้ง 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ด้านสภาวะเศรษฐกิจ อยู่อันดับที่ 34 (ลดลง 13 อันดับ) ลดลงจากด้านเศรษฐกิจภายในประเทศและการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ด้านราคาปรับดีขึ้น ด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ อยู่อันดับที่ 31 (ลดลง 11 อันดับ) โดยปัจจัยสำคัญที่ลดลงคือด้านการคลังและกฎหมายทางธุรกิจ ด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ อยู่อันดับที่ 30 (ลดลง 9 อันดับ) โดยปัจจัยสำคัญที่ปรับลดลงคือผลิตภาพและประสิทธิภาพ ขณะที่การบริหารจัดการยังคงอันดับเดิม และด้านโครงสร้างพื้นฐาน อยู่อันดับที่ 44 (ลดลง 1 อันดับ) ลดลงจากด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานทั่วไปและการศึกษาปรับดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้อันดับความสามารถทางการแข่งขันลดลงมากที่สุด คือ ด้านสภาวะเศรษฐกิจเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าหลายประเทศเนื่องจากไทยพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยวสูง จึงทำให้อันดับของไทยอยู่ในอันดับต่ำเมื่อเทียบกับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งในปี 2562 ความสามารถทางการแข่งขันของไทยอยู่ในอันดับที่ 25 จาก 63 ประเทศ นอกจากนี้หากเปรียบเทียบในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก จะเห็นว่าความสามารถทางการแข่งขันของไทยในปี 2565 อยู่อันดับที่ 9 จาก 14 ประเทศ ซึ่งคงอันดับเดิมจากปีก่อน และอยู่สูงกว่า ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่เป็นสมาชิกใน APEC ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัวโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญจะสนับสนุนให้อันดับขีดความสามารถของไทยปรับดีขึ้นได้ในระยะข้างหน้า แม้ว่า ไทยยังมีความเปราะบางในหลายด้านโดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยังอยู่ในอันดับที่ต่ำ

8. APEC มีความสำคัญเพียงใดต่อภาคการเงินและการขับเคลื่อน Digital economy 

ศักยภาพของ APEC สามารถสะท้อนได้จากแนวโน้มการเติบโตของระบบการเงินและเศรษฐกิจดิจิทัลที่ช่วยให้เขตเศรษฐกิจกลุ่มนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการกระจายธุรกิจและขยายตลาดออกไปในภูมิภาค การระดมทุนของสมาชิก APEC มีแนวโน้มเติบโตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดต่อ GDP ล่าสุดในช่วงปี 2559 ถึงปี 2563 ของหลายประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Emerging Markets ในเอเชีย เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย จีน ฟิลิปปินส์ รวมถึงไทยที่ตัวเลขดังกล่าวแตะระดับ 107% ต่อ GDP และถือเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 3 ของชาติอาเซียนที่เป็นสมาชิก APEC การเติบโตของตลาดทุนดังกล่าวถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในแสวงหาผลตอบแทนและกระจายความเสี่ยง นอกจากนี้ ระบบการเงินของ APEC ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังได้รับปัจจัยหนุนจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล Deloitte  คาดว่า เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ในทิศทางที่เติบโตอย่างรวมเร็ว จากการค้าผ่านระบบ E-commerce และ Digital Banking ที่ช่วยกระตุ้นธุรกรรมข้ามพรมแดนระหว่างสมาชิก APEC สอดคล้องกับตัวเลขสัดส่วนการเข้าถึง Internet ต่อประชากร ซึ่งเป็นดัชนีหนึ่งที่บ่งชี้ถึงความพร้อมของระบบนิเวศน์ทางดิจิทัล โดยอัตราการเข้าถึง Internet ของสมาชิกกลุ่ม APEC ในปี 2564 เท่ากับ 81.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 59.9% ขณะที่ตัวเลขของหลายชาติในเอเชียและไทยต่างมีสัดส่วนที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของโลก นวัตกรรมล่าสุดจากการพัฒนาระบบข้อมูลเปิดที่เชื่อมโยงกัน (Interoperable Open Data) ซึ่งธนาคารกลางในกลุ่มอาเซียนรวมถึงไทยได้ร่วมกันผลักดันเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินระหว่างประเทศผ่าน QR Payment ถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค Krungthai COMPASS คาดว่า ตลาด APEC ที่มีพัฒนาการก้าวหน้าไปไกลกว่าหลายส่วนของโลกดังกล่าวข้างต้น จะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการขยายช่องทางการค้าและการลงทุนจากตลาดที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องแห่งนี้

9. การเข้าร่วม APEC ของไทย ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างไร 

นับตั้งแต่ไทยได้เข้าเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง APEC กับอีก 11 เขตเศรษฐกิจเมื่อปี 2532 นั้น ความร่วมมือที่ไทยได้ดำเนินการร่วมกับ APEC ในการสนับสนุนการค้าเสรีและลดอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ได้มีส่วนช่วยให้การค้าระหว่างไทยกับสมาชิกในกลุ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตลอดช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ไทยร่วมกับชาติสมาชิกได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดอัตราภาษีศุลกากรและข้อจำกัดทางการค้าระหว่างกัน ตลอดจนแสวงหาแนวทางอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุนและปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน เช่น พิธีการศุลกากร มาตรฐานสินค้า ผลจากการดำเนินการดังกล่าว ช่วยให้ไทยกับสมาชิกกลุ่ม APEC มีความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกันมากขึ้น Krungthai COMPASS พบว่า สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยัง APEC เพิ่มจาก 63.8% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดในปี 2533 เป็น 72.1% ในปี 2564 โดยมูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2533 เป็น 192.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2564 หรือเพิ่มขึ้นถึง 13.1  เท่าตัว ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา การส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาด APEC เติบโตโดยเฉลี่ย (CAGR) ถึงประมาณปีละ 9.6%  แม้จะมีความล่าช้าในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีของกลุ่ม APEC ซึ่งเป็นความริเริ่มตามปฏิญญาโบกอร์เมื่อปี 2553 ขณะที่การเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาภายใต้กรอบขององค์การการค้าโลก (WTO) ยังไม่สามารถบรรลุข้อสรุปได้ แต่ความพยายามผลักดันการลดอัตราภาษีศุลกากรและอุปสรรคทางการค้าระหว่างสมาชิก APEC ที่ดำเนินมาโดยตลอด 3 ทศวรรษ ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญและเอื้อต่อการค้าระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยอีกด้วย

10. ประเด็นสำคัญของการประชุม APEC ครั้งนี้คืออะไร และจะส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจไทยและโลก   

สำหรับการประชุม APEC ครั้งที่ 29 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจะได้พบปะเยี่ยมเยือนกันภายหลังจากการแพร่ระบาด ประกอบกับสมาชิก APEC ต่างอยู่ในช่วงปรับเศรษฐกิจเพื่อรองรับความท้าทายใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น การประชุมครั้งนี้จึงถูกจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล (Open Connect Balance)” ภายใต้ประเด็นหลักที่ไทยมุ่งผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจากครั้งนี้ ได้แก่ (1) การเปิดโอกาสด้านการการค้าเสรีและการลงทุนผ่านเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of Asia-Pacific: FTAAP) ซึ่งไทยจะนำเสนอแผนงานการขับเคลื่อน FTAAP โดยมีเป้าหมายให้สามารถจัดตั้งขึ้นได้ภายในปี 2583 โดยจะผลักดันให้ผู้นำ APEC ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อรับรองแผนงานดังกล่าว (2) การจัดตั้งกลไก APEC Safe Passage เพื่อส่งเสริมการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัยระหว่างกลุ่มสมาชิก ซึ่งจะช่วยผลักดันการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว และ (3) การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน โดยสนับสนุนภาคธุรกิจและยกระดับวิสาหกิจ MSME เพื่อดำเนินกิจการอย่างสมดุลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการขับเคลื่อนการเงินที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยไทยได้เสนอโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG) เป็นแนวคิดหลักในการประชุมครั้งนี้

ในบรรดาความริเริ่มของไทยดังกล่าว การขับเคลื่อน FTAAP ถือเป็นประเด็นหลักที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ซึ่งหากไทยสามารถผลักดันประเด็นนี้ให้มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมได้ จะส่งผลให้เกิดเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้สำเร็จ ความคืบหน้าดังกล่าวจะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับประเทศนอกกลุ่ม APEC ทั้งยังจะช่วยกดดันให้การเจรจาเปิดเสรีทางการค้าในกรอบของ WTO ที่ชะงักงันให้เดินหน้าต่อไป จากการศึกษาของ World Bank  ประเมินว่า FTAAP จะช่วยให้การส่งออกและ GDP ของไทยเติบโตสะสมในช่วง 10 ปีภายหลังการจัดตั้งประมาณ 4.1% และ 0.8% ตามลำดับ

นอกจากนี้ World Bank ยังพบว่า หากเปรียบเทียบผลได้จากการเปิดเสรีทางการค้าในกรอบ FTAAP เทียบกับกรอบอื่น ๆ แล้ว FTAAP จะช่วยให้ GDP ของโลกเพิ่มขึ้นได้มากกว่ากรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership: CPTPP) และกรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 0.1% และ 0.6% ตามลำดับ ซึ่ง Krungthai COMPASS คาดว่า FTAAP จะเป็นกลไกสำคัญในการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ และหนุนการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานในหมู่สมาชิก ประกอบกับความพยายามจัดตั้ง FTAAP ในกรอบพหุภาคึจะช่วยลดการเผชิญหน้าและช่วยผ่อนคลายข้อขัดแย้งของชาติมหาอำนาจได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทยในระยะยาว

Implication:

APEC ถือเป็นการรวมกลุ่มเพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ครอบคลุมหลากหลายมิติในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยสมาชิกของ APEC คือเขตเศรษฐกิจ 21 เขตที่มีพื้นที่ติดกับน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและประชากร การรวมกลุ่ม APEC มีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทยอย่างมากเนื่องจากไทยพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศสูง โดยเฉพาะด้านการส่งออกสินค้าและด้านการท่องเที่ยวซึ่งคู่ค้าส่วนใหญ่ (ประมาณ 2 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกและรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ) เป็นสมาชิกในกลุ่ม APEC

สำหรับการประชุม APEC ครั้งที่ 29 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพได้ถูกจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล (Open Connect Balance)” โดยไทยมุ่งผลักดันประเด็นด้านการส่งเสริมการค้าการลงทุนเสรี การเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย และการส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน เพื่อสอดรับกับการปรับตัวและฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ ความริเริ่มที่สำคัญของไทยในการประชุมคือการขับเคลื่อนเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก FTAAP ซึ่งจะเป็นเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จะส่งผลดีต่อการส่งออกและ GDP ของไทย  Krungthai COMPASS คาดว่า FTAAP จะเป็นกลไกสำคัญในการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ และหนุนการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานในหมู่สมาชิก ประกอบกับการดำเนินการจัดตั้ง FTAAP ในกรอบพหุภาคีจะลดการเผชิญหน้าและช่วยผ่อนคลายข้อขัดแย้งของชาติมหาอำนาจได้ในอนาคต อีกทั้ง การที่ไทยเป็นเจ้าภาพในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ดีขึ้นในหลายมิติโดยเฉพาะภาคบริการและการท่องเที่ยว และคาดว่าจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาวได้

Krungthai COMPASS มีข้อเสนอต่อผู้ประกอบการว่า APEC ถือเป็นโอกาสของภาคธุรกิจไทยจากความพยายามของชาติสมาชิกในการลดอุปสรรคทางการค้า การอำนวยความสะดวกด้านลงทุนและการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับการขยายการค้าและการลงทุน ทั้งยังจะช่วยการกระจายความเสี่ยงและช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกัน เนื่องจากสมาชิก APEC มีความหลากหลาย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคตอีกด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไทย-จีนจับมือหนุนประชุม APEC เปิดเวทีเสวนา ‘พลังงานอัจฉริยะ’

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692181

ไทย-จีนจับมือหนุนประชุม APEC เปิดเวทีเสวนา 'พลังงานอัจฉริยะ'

ไทย-จีนจับมือหนุนประชุม APEC เปิดเวทีเสวนา ‘พลังงานอัจฉริยะ’

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.50 น.

ภาคการศึกษาไทย-จีนร่วมจัดเสวนาออนไลน์ “APEC Energy Forum 2022” จับประเด็นปัญหาพลังงานที่กำลังรุกรานโลก  2 อดีตรัฐมนตรีพลังงานของไทยร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ชี้ทางออกพลังงานทดแทน-พลังงานสีเขียว   ประธานGWMมองเป็นยุคทองของไทยสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2565ศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน มหาวิทยาลัยประชาชนแห่งประเทศจีน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฮ่องกง ได้ร่วมกันจัดการเสวนาออนไลน์เรื่อง “APEC Energy Forum 2022 : APEC คลังสมองพลังงานอัจฉริยะ” โดยฝ่ายไทย จัดที่ห้องประชุม จันทร์ประภัสสร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม งานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 ที่กรุงเทพมหานคร 

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ร่วมกล่าวเปิดการเสวนาว่า ปัญหาพลังงานเป็นปัญหาที่กำลังเกิดในปัจจุบันและอนาคต  ราคาพลังงานที่สูงขึ้นมากในขณะนี้ได้ส่งผลต่อประชาชนทั่วโลกทั้งในประเทศที่กำลังพัฒนาและที่พัฒนาแล้ว ทางออกของปัญหาคือการมุ่งสู่พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสีเขียว ซึ่งเป็นทิศทางของโลกที่จะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนด้วย

“วันที่ 18-19 พฤศจิกายนที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC 2022 ก็หวังว่าประเทศต่างๆที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้จะร่วมกันหาทางออกในการแก้ไขความยากลำบากทางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ได้” นายพิชัยกล่าว    

ในโอกาสเดียวกันนี้นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอีกท่านหนึ่ง ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “การใช้พลังงานสีเขียวและแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย” มีข้อความตอนหนึ่งว่า นโยบายการส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้าในไทยประเทศไทยถือว่ายังอยู่ในระยะเริ่มต้น มีการจัดซื้อและใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าขนส่งสาธารณะเพื่อเป็นตัวอย่างนำร่องเพื่อทดลองตลาด  ส่วนมาตรการทางด้านภาษีได้กำหนดไว้ในอัตราที่ต่ำกว่ารถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง  มีการส่งเสริมการลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้าให้แก่ผู้ผลิต ทั้งการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ยกเว้นอากรการนำเข้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์ รวมถึงมาตรการในการลดภาษีสรรพาสามิต 

ข้อมูลจากกรมขนส่งทางบก ระบุยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2565 ว่ามีการจดทะเบียนไปแล้วถึง 12,690 คัน แบ่งออกเป็น รถจักรยานยนต์ 6,647 คัน รถยนต์ 5,625 คัน รถโดยสารและรถบรรทุกอีก 292 คัน ถือเป็นความสนใจและแนวโน้มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศและคาดว่าแนวโน้มข้างหน้าอาจมีมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีการแห่จองรถยนต์ไฟฟ้า BYD เป็นจำนวนมาก  ถือเป็นการตอบรับที่ดีของคนไทยและยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน

“พลังงานไฟฟ้าในอนาคตที่จะมีความต้องการมากขึ้น โครงสร้างพลังงานต้องปรับให้สอดคล้องกับพื้นฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด   เรื่องของต้นทุนในการผลิต วิจัย พัฒนาทรัพยากรที่เกิด โดยเฉพาะแบตเตอรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ  จำเป็นต้องตระหนักและมาพร้อมๆกันกับการเป็นฐานอุตสาหกรรมที่ครบวงจรและมีความพร้อม” นายสนธิรัตน์กล่าว

นายจาง เจียหมิง ประธานบริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง เขตอาเซียนกล่าวว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนกลายเป็นฉันทามติของทั่วโลก อุตสาหกรรมยานยนต์จะอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พลังงานใหม่อัจฉริยะจะเป็นแนวทางการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกที่ไม่ใช่เพียงวิวัฒนาการจากพลังงานเชื้อเพลิงสู่พลังงานใหม่แต่ยังเป็นการพัฒนาที่บูรณาการกับอินเตอร์เน็ต  

ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ อุตสาหกรรมรถยนต์ พลังงานใหม่ และอุตสาหกรรมรถยนต์อัจฉริยะของประเทศไทย อยู่ในช่วงเวลาการเติบโตซึ่งเป็นยุคทองที่ไม่เพียงเป็นการตอบสนองยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 แต่ยังสามารถส่งเสริม ความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย 

นอกจากนี้ยังมีการเสวนาหัวข้อ “การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานใหม่สำหรับการขนส่งที่กำลังเป็นที่นิยม” วิทยากรประกอบด้วย ดร.วิรุฬห์ พิชัยวงศ์ภักดี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน  นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานกิจการภายนอกองค์กรและส่วนราชการสาขาประเทศไทย บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง  ประเทศไทย จำกัด  นางสาววรรณา ลอลือเลิศ  กรรมการผู้จัดการ นิคมอุตสาหกรรมบ่อทอง 33 รศ.ดร.จรัล รัตนโชตินันท์ ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธาและการบริหารงานก่อสร้าง มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และ พลอากาศตรี ดร.ณัฐพัชร์ เรืองมณีญาต์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม  เป็นผู้ดำเนินรายการ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,538 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d