Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

น่ารัก!’เด็กๆอนุบาล’ร่วมลอยกระทงในสระน้ำโรงเรียน ปลูกฝังประเพณีไทย

Posted on November 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690852

น่ารัก!'เด็กๆอนุบาล'ร่วมลอยกระทงในสระน้ำโรงเรียน ปลูกฝังประเพณีไทย

น่ารัก!’เด็กๆอนุบาล’ร่วมลอยกระทงในสระน้ำโรงเรียน ปลูกฝังประเพณีไทย

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.18 น.

โรงเรียนอนุบาลเซนต์พอล จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีลอยกระทง เพื่อปลูกฝังให้เด็กนักเรียนสำนึกถึงบุญคุณของแม่น้ำที่ให้เราได้อาศัยน้ำกิน น้ำใช้ ตลอดจนเป็นการขอขมาต่อแม่พระคงคา เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมของไทยไว้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา บรรยากาศเป็นไปด้วยความน่ารักของครูชาวต่างชาติและเด็กนักเรียนวัยอนุบาล

วันนี้ (8 พ.ย.65) ในวันนี้ถือว่าเป็นลอยกระทง ทำให้ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ตามสถานศึกษาต่างๆ จัดงานประเพณีลอยกระทงให้กับเด็กๆ นักเรียน กันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่โรงเรียนอนุบาลเซนต์พอล ตั้งอยู่ 251 ถนนประชาอุทิศ ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นโรงเรียนสองภาษาระดับชั้นเนอสเซอรี่-อนุบาล วันนี้ได้จัดกิจกรรม สืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2565 เพื่อปลูกฝังให้เด็กนักเรียนได้แสดงความสำนึกถึงบุญคุณของพระแม่คงคา ที่ให้เราได้อาศัยน้ำกิน น้ำใช้ ตลอดจนเป็นการขอขมาต่อแม่พระคงคา ที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไปในน้ำอันเป็นสาเหตุให้แหล่งน้ำไม่สะอาด เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมของไทยไว้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา และยังเป็นกาส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

โดยบรรยากาศภายในโรงเรียนอนุบาลเซนต์พอล ในวันนี้ทางคณะครู อาจารย์ได้ร่วมกันตกแต่งสถานที่เป็นบ่อน้ำเล็กๆ ไว้เพื่อให้เด็กๆ ได้ลอยกระทง โดยทางครูได้แจ้งให้ทางผู้ปกครองทำการบ้านด้วยการให้สอนน้องๆทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ที่บ้านและนำมาร่วมกิจกรรมกับทางโรงเรียนในวันนี้โดยคณะครู-อาจารย์ ทั้งชาวไทยและต่างชาติได้แต่งกายด้วยชุดไทย เพื่ออนุรักษ์ความเป็นไทย และเด็กๆ นักเรียนก็แต่งกายด้วยชุดไทย จากนั้นได้ร่วมพิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทง ด้วยการรำไทยด้วยเพลงรำวงวันลอยกระทง ครูชาวไทยเองก็ช่วยสอนครูต่างชาติเกี่ยวกับท่ารำ และสอนเด็กๆ ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้น เนอสเซอรี่–ระดับชั้นอนุบาล3 ก็รำกันอย่างน่ารัก เก้ๆ กังๆ ทั้งเด็กๆ และครูชาวต่างชาติเป็นภาพบรรยากาศที่น่ารักในการสืบสานประเพณีลอยกระทงอีกด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

7 เหตุผลและความเชื่อของการลอยกระทง

Posted on November 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690849

7 เหตุผลและความเชื่อของการลอยกระทง

7 เหตุผลและความเชื่อของการลอยกระทง

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.03 น.

ประเพณีลอยกระทงนั้น ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อว่าประเพณีนี้ได้สืบต่อกันมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า “พิธีจองเปรียญ” หรือ “การลอยพระประทีป” และมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่าเป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอน

สาเหตุที่มีประเพณีลอยกระทงขึ้นนั้น เกิดจากความเชื่อหลาย ๆ ประการของแต่ละท้องที่ ได้แก่

1.เพื่อแสดงความสำนึกถึงบุญคุณของแม่น้ำที่ให้เราได้อาศัยน้ำกิน น้ำใช้ ตลอดจนเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา ที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ลงไปในน้ำ อันเป็นสาเหตุให้แหล่งน้ำไม่สะอาด

2.เพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทนัมมทานที เมื่อคราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ และได้ทรงประทับรอยพระบาทไว้บนหาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่าแม่น้ำเนรพุทท

3.เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ เพราะการลอยกระทงเปรียบเหมือนการลอยความทุกข์ ความโศกเศร้า โรคภัยไข้เจ็บ และสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ให้ลอยตามแม่น้ำไปกับกระทง คล้ายกับพิธีลอยบาปของพราหมณ์

4.เพื่อเป็นการบูชาพระอุปคุต ที่ชาวไทยภาคเหนือให้ความเคารพ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล โดยมีตำนานเล่าว่าพระอุปคุตเป็นพระมหาเถระรูปหนึ่งที่มีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถปราบพญามารได้

5.เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมของไทยไว้มิให้สูญหายไปตามกาลเวลา และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

6.เพื่อความบันเทิงเริงใจ เนื่องจากการลอยกระทงเป็นการนัดพบปะสังสรรค์กันในหมู่ผู้ไปร่วมงาน

7.เพื่อส่งเสริมงานฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ เพราะเมื่อมีเทศกาลลอยกระทง มักจะมีการประกวดกระทงแข่งกัน ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เกิดความคิดแปลกใหม่ และยังรักษาภูมิปัญญาพื้นบ้านไว้อีกด้วย – 003

ข้อมูล/ภาพจาก https://bit.ly/2I16xVa

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ส.ส.เอกภพ’แนะรื้อมาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ชี้คนไทยกว่า10ล้านควรมีทางเลือก

Posted on November 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690769

'ส.ส.เอกภพ'แนะรื้อมาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ชี้คนไทยกว่า10ล้านควรมีทางเลือก

‘ส.ส.เอกภพ’แนะรื้อมาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ชี้คนไทยกว่า10ล้านควรมีทางเลือก

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.44 น.

ส.ส.เอกภพ เผยผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังคงถูกจับกุมดำเนินคดีโดยมิชอบด้วยการอ้างพรบ.ฉบับเก่า ชี้ให้เห็นว่าการแบนบุหรี่ไฟฟ้าที่ทำไม่ได้จริงมีผลเสียในทางปฏิบัติและกระทบสิทธิประชาชน เปิดหลักฐานใหม่ชี้ไม่มีความสัมพันธ์ของการเป็นโรคหัวใจกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ถามกลับฝ่ายคัดค้านบุหรี่ไฟฟ้าว่าอยากให้คนสูบบุหรี่ต่อไปหรือ ชี้ไทยจำเป็นต้องรื้อมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าและควรให้สิทธิคนไทยกว่า 10 ล้านคนที่สูบบุหรี่ได้มีทางเลือก 

นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ หรือหมอเอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จ.เชียงราย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับประเด็นการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าและมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน ระบุว่า “ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่กรรมาธิการการสาธารณสุขได้ตั้งอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องปัญหาควบคุมยาสูบ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากหลากหลายกรณี หลายพื้นที่ว่าตัวเองหรือญาติพี่น้องถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า จากบันทึกการจับกุมที่หลายคนส่งมาให้ดู พบว่าเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาโดยอ้างอิง พรบ.ศุลกากร ฉบับเก่า ยังมีการอ้างอิงมาตรา 27ทวิ ซึ่งไม่มีใน พรบ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และอ้างอิงมาตรา 242 กับ 246 ซึ่งได้มีเอกสารของสำนักงานตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค และ มีการตีความโดยตัวแทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด ว่า บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็น “ของต้องห้ามนำเข้า” ไม่ได้อยู่ใน พรบ.ศุลกากรฉบับล่าสุดที่มาตรา 242 กับ 246 ตัดคำว่า ของต้องห้าม ออกไปจากมาตรานี้ต่างจากกฎหมายฉบับเดิม”

นพ.เอกภพยังได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีการจับกุมผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอีกว่า ยังคงมีการจับกุมดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใช้ให้เห็นอยู่ รวมไปถึงการจับกุมเข้าห้องขัง ตั้งเงินประกันตัวสูง เป็นผลจากการที่มาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้านั้นใช้ไม่ได้จริง ส่งผลเสียและลิดรอนสิทธิของประชาชน

ส.ส.หมอเอกตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติมในเรื่องที่มีโฆษณาต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าออกมาให้เห็นกันได้ทั่วไปว่า สรุปแล้วบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายกว่าบุหรี่มวนหรือไม่ พร้อมยกตัวอย่างการศึกษาทางการแพทย์ที่มีข้อสรุประบุในเอกสารของ World Heart Federation ชี้ว่าอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มจากคนไม่สูบบุหรี่ที่ 1.79 เท่า ขณะที่คนสูบบุหรี่มวนนั้นเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2.72 เท่า ซึ่งสรุปได้ว่าคนสูบบุหรี่มวนนั้นเสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจมากกว่า พร้อมย้ำว่าการไม่สูบบุหรี่เลยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ควรให้สิทธิคนไทยที่สูบบุหรี่กว่า 10 ล้านคนได้มีทางเลือกด้วย

สำหรับประเด็นบุหรี่ไฟฟ้ากับเยาวชนที่เป็นที่ถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง นพ.เอกภพได้ยกเอกสารจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาซึ่งมีการระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีผลดีต่อสาธารณสุขมากกว่าความเสี่ยงต่อการเข้าถึงของเยาวชน

“ผมย้ำเสมอว่าการไม่สูบบุหรี่เลยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ในเมื่อมีข้อมูลว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน จึงต้องดูข้อมูลให้ครบถ้วน ประเทศไทยมีอัตราผู้สูบบุหรี่ลดลงดน้อยมากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าเราจะใช้งบประมาณรณรงค์ไปหลายพันล้านบาท เราจึงจำเป็นต้องหาวิธีการใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ รื้อเครือข่ายความคิดเก่าที่เกาะกุมกันด้วยผลประโยชน์ เพื่อให้ได้แนวทางใหม่ในการจัดการควบคุมยาสูบของประเทศ แนวทางใหม่ที่คำนึงถึงสิทธิของผู้สูบและไม่สูบบุหรี่ ชีวิตชาวไร่ยาสูบ ความเป็นจริง ไม่อคติต่อข้อมูลทางวิชาการ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน”

ที่มา: https://www.facebook.com/DoctorEkkapob/posts/pfbid0CX5mz8cWKV4Ttf7N8JcdvH1q4rtdj4BJkZEuuXo9KKi14DQ298YDpfdvhtZDVZ8fl

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิด 3 เหตุผล ที่ต้องดู ‘จันทรุปราคาเต็มดวง’ ช่วงเทศกาลวันลอยกระทง

Posted on November 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690738

เปิด 3 เหตุผล ที่ต้องดู 'จันทรุปราคาเต็มดวง' ช่วงเทศกาลวันลอยกระทง

เปิด 3 เหตุผล ที่ต้องดู ‘จันทรุปราคาเต็มดวง’ ช่วงเทศกาลวันลอยกระทง

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.20 น.

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้โพสต์ชักชวนดูปรากฎการณ์”จันทรุปราคาเต็มดวงเหนือฟ้าเมืองไทย” ในวันที่ 8 พ.ย.​ 65 ผ่านเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบุว่า

1 ตรงกับวันลอยกระทง

นานทีมีหนที่ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงจะเกิดขึ้นตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสองพอดี หมายความว่า คนไทยทั้งประเทศจะได้ฉลองวันลอยกระทงไปพร้อมกับดวงจันทร์เต็มดวงสีแดงอิฐ ชมด้วยตาเปล่าได้ทั่วประเทศ นับเป็นโอกาสที่พิเศษมากเลยทีเดียว และพิเศษสุดกับพวกเราชาว NARIT ที่จัดกิจกรรมลอยกระทงชมจันทร์สีแดงอิฐแบบเฉพาะกิจ แต่งชุดไทยเก๋ ๆ มาชมจันทรุปราคาด้วยกันที่หอดูดาว พบกันได้ที่จุดสังเกตการณ์หลัก 4 แห่ง เชียงใหม่ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา และสงขลา

2 เห็นดวงจันทร์เต็มดวงเป็นสีแดงอิฐตั้งแต่โผล่พ้นจากขอบฟ้า

จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ ดวงจันทร์จะขึ้นจากขอบฟ้าขณะอยู่ในช่วงคราสเต็มดวงพอดี หรือก็คือดวงจันทร์อยู่ในเงามืดของโลกทั้งดวง ทำให้เราจะเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ (ช่วงเวลาเกิดคราสเต็มดวงที่สังเกตได้ในไทย ประมาณ 17:44 – 18:41 น. รวมระยะเวลา 57 นาที) จากนั้นดวงจันทร์จะเคลื่อนออกจากเงามืดเข้าสู่เงามัวของโลก เกิดเป็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน จะมองเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งบางส่วน และเมื่อดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลกทั้งดวง จะเกิดเป็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว มองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีความสว่างลดลงเล็กน้อย ก่อนสิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลา 20:56 น. เมื่อดวงจันทร์โคจรออกจากเงาของโลกหมดทั้งดวง

3 ชมได้อีกที3ปีข้างหน้า

หลังจากนี้จะไม่มีปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นในประเทศไทยไปอีก 3 ปี จะได้ชมดวงจันทร์สีแดงอิฐทั้งดวงแบบนี้อีกทีคือวันที่ 8 กันยายน 2568

นอกจากนี้ในเพจ NARIT ยังแชร์ข้อมูลปรากฏการณ์และรายละเอียดกิจกรรมสังเกตการณ์ เกาะกระแสจันทรุปราคาช่วงนี้ #ภาพถ่ายดาราศาสตร์ฝีมือคนไทย ประจำสัปดาห์ เป็นภาพชุดปรากฏการณ์ของจันทรุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 เหนือยอดเจดีย์วัดหัวคู้ กรุงเทพมหานคร ฝีมือของคุณนราธิป รักษา เจ้าของรางวัลชมเชยการประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ ปี 2565 ประเภทปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์

จันทรุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 นั้นเรียกกันว่า “Super Blue Blood Moon” เนื่องจากเป็นจันทรุปราคาเต็มดวง (Total Lunar Eclipse) ที่ตรงกับดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี (Super Full Moon) และยังเป็นดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่ 2 ของเดือน (Blue Moon) เป็นจันทรุปราคาเต็มดวงที่มีคนให้ความสนใจชมจำนวนมากเนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำ ในครั้งนั้นดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกตั้งแต่เวลา 17:51 น. แล้วค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 18:48 น. และเข้าสู่จันทรุปราคาเต็มดวงตั้งแต่เวลา 19:51-21:07 น. ยาวนานกว่า 1 ชั่วโมง 16 นาที จากนั้นดวงจันทร์เริ่มออกจากเงามืด และพ้นจากเงามัวของโลกเวลา 23:08 น. ถือว่าสิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคา ดังที่เห็นในชุดภาพนี้
สำหรับช่างภาพที่สนใจถ่ายภาพปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 นี้ ถือเป็นโอกาสอันดียิ่ง นอกจากจะได้บรรยากาศของเทศกาลลอยกระทงแล้ว ยังสามารถส่งเข้าประกวด #มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์ ได้อีกด้วย และหากไม่เก็บภาพจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ ต้องรอไปอีก 3 ปีเลยทีเดียว ในวันที่ 8 กันยายน 2568

ดูข้อมูลปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3Trwe6d
เทคนิคการถ่ายภาพ : ถ่าย Multiple Exposer ห่างกันภาพละ 15 วินาที เพื่อนำภาพมาเลือกและเรียงต่อกันให้ได้ Sequence เหนือฉากหน้าที่เลือกคือ วัดหัวคู้ กทม
วันที่ถ่ายภาพ : 31 มกราคม 2018 เวลา 19:15 น.
สถานที่ถ่ายภาพ : เขตลาดกระบัง กทม. เจ้าของภาพ : นายนราธิป รักษา – ผู้ได้รับรางวัลชมเชยการประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ ปี 2565 ประเภทปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รอเลย! จันทรุปราคาเต็มดวง ในคืนวันลอยกระทง เริ่ม 15:02 – 20:56 น.

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FNARITpage%2Fposts%2Fpfbid09rDx3DgHaAu1qpbgJVV4zuBFhnDLV1eT1npcjjyQsy9hg97URbJmCsCY2Zgk81FSl&show_text=true&width=500 ,

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทอดกฐิน’วัดตะคร้อ’นครราชสีมา สักการะ ‘หลวงปู่คง’ อดีตเจ้าอาวาสผู้ทรงธรรม

Posted on November 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690712

ทอดกฐิน'วัดตะคร้อ'นครราชสีมา สักการะ 'หลวงปู่คง' อดีตเจ้าอาวาสผู้ทรงธรรม

ทอดกฐิน’วัดตะคร้อ’นครราชสีมา สักการะ ‘หลวงปู่คง’ อดีตเจ้าอาวาสผู้ทรงธรรม

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.50 น.

ฤดูกฐินทานเริ่มขึ้นหลังออกพรรษา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พุทธศาสนิกชนจะได้สร้างสมบารมีทานตามพระธรรมวินัยโดยการทอดกฐินยังวัดต่างๆที่มีอยู่ทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นคือที่ “วัดตะคร้อ” ตำบลเมืองคง อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดที่ได้รับกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มานาน 3 ปี และ เมื่อถึงฤดูกาลกฐินทานก็ส่งผลให้ขาดผู้มาร่วมงานทอดกฐิน ทำให้วัดขาดปัจจัยในการทำนุบำรุงศาสนสถานและค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้เพื่อเป็นกิจของสงฆ์ เพราะคนก็ไม่เข้าหาวัด วัดก็ไม่เข้าหาคน  

เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดคลี่คลาย ในช่วงฤดูทอดกฐินปี 2565 นี้ทำให้ “วัดตะคร้อ” นั้น มีเจ้าภาพทอดกฐินและคณะพุทธศาสนิกชนเดินทางมาร่วมงานทอดกฐินกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ทำให้ปีนี้วัดตะคร้อมีปัจจัยที่ได้รับจากการทอดกฐินโดยมีเจ้าภาพคือ ดร.ศิริธัช โรจนพฤกษ์ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิสถาบันพลังจิตตานุภาพ , ดร.นิวัฒน์ แจ้งอริยวงศ์  และ กลุ่มโรงเรียนเทคโนโลยีบริหารธุรกิจรักไทยทั้ง 14 แห่ง 

สำหรับที่ “วัดตะคร้อ” นั้น มีประวัติที่น่าสนใจคือ ประวัติของ “หลวงปู่คง” หรือ พระครูคงคนครพิทักษ์ (คง ฐิติปัญโญ) อดีตเจ้าอาวาส “วัดตะคร้อ” โดยท่านอุปสมบทครองผ้ากาสาวพัสตร์ พ.ศ.2474 ตามความต้องการของบิดามารดา ซึ่งในขณะนั้นหลวงปู่อายุ 21 ปี โดยความตั้งใจแต่ทีแรกท่านเพียงต้องการบวชเพื่อทดแทนคุณบิดามารดา และเป็นไปตามค่านิยมของท้องถิ่นที่ผู้ชายทุกคนต้องได้บวชเรียนก่อนการครองเรือน 

ในเวลานั้น หลวงปู่อุปสมบท ณ วัดบ้านวัด ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีหลวงพ่อทุย( พระครูศีลวิสุทธิพรต) เจ้าอาวาสวัดเดิม อำเภอพิมาย  ในขณะนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รัยฉายาว่า “ฐิติปัญโญ” ซึ่งมีความหมายว่าผู้มีปัญญาตั้งมั่น และเมื่ออุปสมบทแล้วได้ไปศึกษาเล่าเรียนกับหลวงพ่อทุย 

หลวงพ่อทุยถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้แก่พระภิกษุคง และต่อมาในปี พ.ศ 2480 หลวงพ่อทุยได้แนะนำให้ท่านได้ไปศึกษาเล่าเรียนกับกับหลวงพ่อเขียว (พระครูปทุมญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดบัวใหญ่ ) “พระภิกษุคง” จึงได้รับใช้และอุปัฏฐากหลวงพ่อเขียว จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นเลขานุการของหลวงพ่อเขียว ที่วัดบัวใหญ่พระภิกษุคงได้ศึกษาวิชาความรู้ และคาถาอาคมต่างๆจนมีความเชี่ยวชาญ ในขณะที่ท่านอยู่ที่วัดบัวใหญ่ท่านขึ้นชื่อว่าเป็นพระที่เทศน์ได้เก่งมากจนได้รับกิจนิมนต์ให้ไปเทศน์ในงานต่างๆทั้งใกล้และไกลมิได้ขาด ในช่วงนี้ท่านยังได้มีโอกาสออกธุดงค์ไปลาว และเขมร

ในปี พ.ศ.2493 เมื่อตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดตะคร้อว่างลง หลวงพ่อเขียวเห็นว่าพระภิกษุคง มีความสามารถทางการปกครอง จึงสนับสนุนให้เป็นเจ้าอาวาสวัดตะคร้อ เมื่อพระภิกษุคงได้รับมอบหมายงานเรียบร้อยแล้ว ท่านมักหาเวลาเพื่อมาอุปัฏฐากหลวงพ่อเขียวเสมอๆ จนกระทั่งหลวงพ่อเขียวมรณภาพ 

“วัดตะคร้อ” ในสมัยที่หลวงปู่คงเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งต้องดูแลเรื่องการปกครองวัด ท่านได้บริหาร ปกครอง ดูแลพระลูกวัด จากวัดที่ขาดแคลน  จนมีเสนาสนะ และ พระอุโบสถ รวมทั้งตั้งโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรม  จนกระทั่งได้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของกระทรวงศึกษาธิการ

“หลวงปู่คง” จึงนับเป็นพระสุปฏิปันโน พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่พุทศาสนิกชนเคารพนับถือได้อย่างสนิทใจ ด้วยวัตรปฏิบัติที่งดงามน่าเลื่อมใส นอกจากนี้ “หลวงปู่คง” ยังสร้างคุณประโยชน์อย่างมากมายแก่พระพุทธศาสนา ทำให้ชาวพุทธมีความยึดมั่นในธรรม โดยท่านเน้นอบรมกุลบุตรจากทั่วประเทศที่ส่งมาบวชเรียนกับท่าน 

หลวงปู่คงละสังขารในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2548 สิริอายุ 95 ปี 73 พรรษา โดยระหว่างที่ท่านทำหน้าที่เป็นพระอุปัชฌาย์อุปสมบท มีอาการแน่นหน้าอก และ หายใจไม่ออก จนหมดสติ และ ในวันเดียวกันท่านก็ละสังขาร หลังคณะศิษย์นำท่านส่งโรงพยาบาลมหาราช ซึ่งแพทย์สรุปสาเหตุการมรณภาพของท่านว่า เกิดจากโรคหัวใจล้มเหลวและเส้นเลือดหัวใจตีบตัน 

หลังจากหลวงปู่คงละสังขารแล้ว ปรากฎว่าสังขารของท่านไม่เน่า ไม่เปื่อย นอกจากนั้นเกศาและเล็บของท่านยังงอกยาวขึ้นทุกปี โดยมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาที่วัดตะคร้อเพื่อน้อมกราบสักการะในสรีระสังขารของท่าน และ น้อมกราบรำลึกถึงคุณงามความดีของ “หลวงปู่คง” ที่ทำไว้ในพระพุทธศาสนา และท่านยังคงแสดงธรรมเรื่องของ “ไตรลักษณ์” ให้ประจักษ์

ผ่านร่างที่ไม่เน่าที่ว่า ทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย แม้ร่างกายก็ไม่สามารถเอาไปได้ แม้จะไม่เน่าไม่เปื่อย มีธรรมชาติของผมและเล็บขึ้นมา แต่ก็ไม่มีแล้วซึ่งลมหายใจ อันเป็นไปตามหลักธรรมขององค์สมณโคดมบรมครูที่ว่า “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา”  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพาะต้นอ่อนผักบุ้ง’ต่อยอด’สินค้าแปรรูป พลัสนวัตกรรมเครื่องรดน้ำอัจฉริยะขายคนเมือง!

Posted on November 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690710

เพาะต้นอ่อนผักบุ้ง'ต่อยอด'สินค้าแปรรูป พลัสนวัตกรรมเครื่องรดน้ำอัจฉริยะขายคนเมือง!

เพาะต้นอ่อนผักบุ้ง’ต่อยอด’สินค้าแปรรูป พลัสนวัตกรรมเครื่องรดน้ำอัจฉริยะขายคนเมือง!

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.42 น.

สำหรับคนเมืองที่กำลังท้อแท้ต้องอ่านเรื่องราวของ 2 อาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชาด้านการเพาะต้นอ่อนผักบุ้งจนนำมาสู่ “สินค้าแปรรูป” อาทิ กิมจิ, ครีมสลัดพร้อมสลัดโรลที่มีส่วนประกอบสำคัญคือต้นอ่อนผักบุ้ง รวมไปถึงการ “ต่อยอด” ไปสู่นวัตกรรม “เครื่องรดน้ำอัจฉริยะ”

นายดิเรก ขำคง หรือในแวดวงเกษตรเรียกว่า อาจารย์ดิเรก อายุ 51 ปี มีภรรยาชื่อนางสาวทิพย์รัตน์ ยอดธรรม หรือ อาจารย์ทิพย์ อายุ 50 ปี ทั้งคู่เป็นชาวจังหวัดราชบุรี และเป็นอาจารย์ในโลกโซเชียลที่เผยแพร่ความรู้ด้านการปลูกต้นอ่อนผักบุ้งในยูทูบเป็นช่องหลัก โดยใช้ชื่อว่า “บ้านพระพรต้นอ่อนผักบุ้งออร์แกนิก” มีผู้ติดตามกว่า 7,000 คน ซึ่งชื่อนี้เป็นยังเป็นที่รู้จักในช่องทางเฟสบุ๊ค และ มีผู้ติดตามถึง 9,800 บัญชีเฟสบุ๊คโดย “ต้นอ่อนผักบุ้ง” ของบ้านพระพรฯนั้นขายในราคา 200-250 บาทต่อกิโลกรัม 

นายดิเรกเล่าให้ฟังว่า เมื่อ 6 ปีที่แล้ว (พ.ศ.2559)ไม่มีใครทำต้นอ่อนผักบุ้ง เพราะเป็นสิ่งแปลกใหม่ และ ภรรยามีอาการแพ้ทุกอย่างที่เป็นสารเคมี จึงเริ่มคิดว่าจะปลูกอะไร จึงมาค้นพบว่า ปลูกต้นอ่อนผักบุ้งน่าจะดี และคิดอีกว่าจะปลูกยังไง ปลูกที่ไหน ซึ่งตอนนั้นผมกับภรรยาใช้เวลาทดลอง 2 ปี โดยการเริ่มต้นปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง และในช่วงเริ่มต้นยังไม่มีรายได้จากช่องทางอื่น จึงต้องขายของในบ้านที่มีอยู่ เพื่อมาเป็นต้นทุนในการปลูก และใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆภายในครอบครัว

“ผมกับภรรยาเป็นคนเหมือนกันคือทุ่มทุนสร้าง ทำอะไรแล้วจะต้องทำให้ดีและทำให้สำเร็จ จึงทุ่มเทกับการปลูกต้นอ่อนผักบุ้งมาก” นายดิเรก บอกถึงจุดเริ่มต้นที่ยากลำบากกว่าจะมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกต้นอ่อนผักบุ้งออร์แกนิก เพราะชีวิตมักมีอุปสรรคและไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตลอดเส้นทาง ทำให้ในช่วง 2 ปีแรก (ระหว่างปี 2559-2561) ของการปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง เป็นช่วงชีวิตที่นายดิเรกและภรรยาจะต้องต่อสู้กับอุปสรรคบนเส้นทางการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นก้าวแรกของการปลูกต้นอ่อนผักบุ้งออร์แกนิค 

“ชีวิตช่วงนั้นยิ่งกว่าล้มลุกคลุกคลาน เพราะเริ่มปลูกยอดต้นอ่อนผักบุ้ง ครั้งละ 20-30 ถาด แต่พอไม่มีรายได้เข้ามา ก็เกิดความเครียด ตอนนั้นก็สู้กันใหม่หลายรอบมาก และ ประสบปัญหาทั้งรากลอย ล้ม และ ใช้เวลาเป็นปีๆก็สู้กันใหม่ ตอนนั้นฝึกทำเอง ไม่มีอาจารย์สอน ดินที่ใช้ก็ใช้กาบมะพร้าวอย่างเดียวก็มีปัญหาเรื่องเชื้อรา พอผ่านไปปีกว่า เกือบสองปี ถึงจะผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ ด้วยการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยเราจดบันทึกตลอดว่า การปลูกของเราล้มเหลวเพราะอะไร โดยการปลูกช่วงแรก ช่วงเวลาตี 1-2 จะมาดูถาดผักบุ้งและผลัดกันดูกับภรรยา ซึ่งเราเลี้ยงต้นผักบุ้งอ่อนเหมือนเลี้ยงลูก แต่ก็เป็นช่วงที่เจอปัญหา” 

“โดยตอนนั้นคุณทิพย์ ภรรยาได้แนะนำวิธีที่แก้ปัญหาในหลายๆข้อ เช่น รากไม่ยอมลงดิน มีสาเหตุเพราะตอนแรกเราไม่ได้วางถาดมาซ้อนกัน คุณทิพย์บอกให้เอาไม้กดทัพ และ นำกระถางทับไว้ จึงทำตามที่ภรรยาบอก ปรากฎว่า รากมันก็ลงดิน ต่อมาเจอปัญหาต้นสั้น เราก็แก้ปัญหา โดยทดลองทำหลายอย่าง สุดท้ายก็มาเจอว่า เราควบคุมแสงให้มันมืด และนำพลาสติกมาคลุม หลังจากนั้นก็พบว่า มีเชื้อราขึ้นอีก รากก็เน่า ทำให้ต้องทิ้งไปเป็นร้อยถาด ปลูกไม่ได้ก็ปลูกใหม่ คือไม่ยอมแพ้ ตอนนั้นก็มาคิดว่า พลาสติกมันอบเกินไป อากาศเข้าไม่ได้ คุณทิพย์ก็เคยบอก แต่เราไม่เคยทำ ต่อมาจึงเปลี่ยนมาใช้สแลนก็ดีขึ้น แต่ปรากฎว่าก็ยังมีเชื้อรา เราก็มาเจาะลึกเรื่องสูตรดิน จึงปรับมาใช้หน้าดิน 30 กิโลกรัม ขลุยมะพร้าว 3 กระสอบ แกลบดำ 1 กระสอบ ก็จบปัญหาทุก อย่างที่เจอมาตลอดทั้ง 2 ปี โดยมีหลัก 3 ข้อ ได้แก่ ดินดี กดทับถาด เข้าห้องมืด” นายดิเรกเล่าให้ฟังถึงการต่อสู้กับอุปสรรคด้วยความเพียรบนเส้นทางเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันผลิตผลของ “บ้านพระพรต้นอ่อนผักบุ้งออร์แกนิก” ได้เข้าระบบพีจีเอส (PGS) ซึ่งเป็นระบบประกันคุณภาพในระดับท้องถิ่น ที่ให้การรับรองผู้ผลิตโดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และตั้งอยู่บนฐานของความเชื่อถือ เครือข่ายทางสังคม และการแลกเปลี่ยนความรู้ โดยนายดิเรกเข้ากลุ่มของสามพรานโมเดล จังหวัดนครปฐม ซึ่งจะมีคณะกรรมการตรวจสอบและลงข้อมูลต่างๆผ่านแพลตฟอร์มของเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ 

รวมทั้งนายดิเรกและภรรยายังได้นำผลิตผล และ ผลิตภัณฑ์แปรรูปไปจำหน่ายที่ตลาดสุขใจ จังหวัดนครปฐม ซึ่งตลาดสุขใจอยู่ในพื้นที่ของโรงแรมสามพราน โดยเจ้าของโรงแรมสามพรานเอื้อเฟื้อสถานที่และให้การสนับสนุน รวมทั้งผ่านความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ นายดิเรกยังนำผลผลิตไปจำหน่ายที่ตลาดกรีนเนอร์รี่ มาร์เก็ต (GREENERY MARKET) 

นายดิเรกเล่าว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว (พ.ศ.2562)ได้นำผลิตภัณฑ์และผลิตผลในบ้านพระพรฯ วางจำหน่ายไปกับตลาด “กรีนเนอร์รี่ มาร์เก็ต”ซึ่งเป็นบริษัทอีเว้นท์ที่ได้รับทุนจาก สสส.ให้มาทำตลาดคนเมือง โดยในช่วงแรกได้วางผลิตผลจำหน่ายที่สยามดิสคัพเวอร์รี่ ในช่วงวันเสาร์ และ อาทิตย์ เดือนละ 2 ครั้ง หลังจากนั้นเวียนไปที่ “ปาร์ค แอท สยาม” ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ และวัน โอลด์ วัน ที่เขตพระโขนง แต่ต่อมาได้รับผลกระทบจากการแพร่กระบาดของโควิด-19 จึง ทำให้ตลาดในกรุงเทพฯต้องหยุดไป แต่ยังไปขายที่ตลาดสุขใจในบางช่วง 

“ที่บ้านพระพรฯ ถือว่าเป็นรายแรกที่ทำต้นอ่อนผักบุ้งสำเร็จ ทำให้ช่วงโควิด เราก็มีแนวคิดว่า เราจะทำให้คนรู้จัก และ มีอาชีพ เพราะความรู้อยู่กับเราความรู้ก็สูญ จึงใช้ชื่อยูทูบ บ้านพระพรต้นอ่อนผักบุ้งออร์แกนิก เปิดให้ความรู้ฟรีแก่ผู้ที่สนใจมีรายได้เสริมช่วงเวิร์ก ฟอร์ม โฮม โดยเราสอนถึงขั้นที่ว่า ต้นอ่อนทุกต้นเราไม่ทิ้ง สามารถนำไปทำกิมจิ ทำสลัดโรล ขายได้เป็นล่ำเป็นสัน ก็มีหลักสูตร

สอนทำกิมจิ และ สลัดโรลด้วย โดยการที่เราเปิดสอนเพราะมองว่าถึงจุดที่สำเร็จแล้ว เราต้องถ่ายทอดความรู้ของเราไปต่อยอดให้ผู้อื่นให้มีรายได้ และหากคนที่เรียนมีทุนก็จะไปได้เร็ว เพราะเรียนทำครั้งเดียวก็ปลูกเป็นแล้ว สิบวันก็ปลูกเป็นแล้ว และสามารถกลับมาปรึกษาได้อีก เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา เราทั้งคู่ซึ้งแล้วว่าต้องเจออุปสรรคอะไรบ้าง ก็ไม่อยากให้คนอื่นเสียเวลาในการทำเกษตรอินทรีย์โดยเฉพาะการเพาะต้นอ่อนผักบุ้ง ทำให้เราถ่ายทอดความรู้ให้หมดเลยในช่องยูทูบ บางคนบอกว่า โง่ ทำไมไม่ทำให้เรารวยขึ้น ไม่เก็บความรู้ไว้ แต่เรามองว่าการให้ความรู้ ให้แล้วมีมิตรเพิ่มขึ้น ได้กัลยาณมิตรเพิ่มขึ้น ซึ่งคอร์สสอนปลูกต้นอ่อนผักบุ้งนั้นเปิดสอนฟรีผ่านยูทูบ ส่วนการทำกิมจิคิดราคาคอร์สเรียนเพียง 99 บาท และ ตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดคลี่คลายแล้ว ก็เริ่มนำผลิตผลและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆไปจำหน่ายร่วมกับตลาดกรีนเนอร์รี่ มาร์เก็ต” นายดิเรกเล่าให้ฟัง

สำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปของบ้านพระพรฯ อย่าง “กิมจิ” ซึ่งทำจากต้นอ่อนผักบุ้งนั้น ทางมหาวิทยาลัยราชภัฎจอมบึง จังหวัดชลบุรี ได้ออกค่าใช้จ่ายในการนำไปตรวจที่ห้องวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งพบว่ามีแบคทีเรียแลคติกแอซิส(Lactic Acid Bacteria) ถึง 2 ล้านตัวต่อ 1 กรัม ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย 

สำหรับดีกรีของนายดิเรกจบการศึกษาด้านไฟฟ้ากำลัง ระดับ ปวส.ที่เทคโนโลยีหมู่บ้านครู หนองแขม และ มีโอกาสทำงานในฝ่ายซ่อมบำรุงของห้างดังแห่งหนึ่ง ส่วนภรรยาจบการศึกษาระดับ ปวช.วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี โดยนายดิเรกได้นำความรู้จากสิ่งที่เรียนมาต่อยอด ประดิษฐ์เครื่องรดน้ำไฟฟ้า ที่มีระบบรดน้ำอัตโนมัตสามารถใช้กับถั่วงอก, ผักบุ้ง และ ผักอื่นๆที่ต้องการดูแลรดน้ำเป็นเวลา โดยนายดิเรกเล่าว่า เครื่องดังกล่าวมีระบบตั้งเวลารดน้ำได้เอง แต่เครื่องนี้ยังไม่ได้จดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นมา 

นายดิเรก กล่าวทิ้งท้ายว่า กระแสการบริโภคพืชผลเกษตรอินทรีย์ยังไปได้อีกไกล เพราะคนในเมืองยังมีความต้องการในการบริโภคสูง และ ผู้ผลิตยังมีน้อย ประกอบกับการผลิตอาหารทางการเกษตรอินทรีย์ต้องอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก ทำให้ได้ผลผลิตได้จำกัด ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค

เรียกว่าแนวทางการดำเนินชีวิตของนายดิเรกและภรรยานั้น เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำเกษตรอินทรีย์ โดยเริ่มจากการทำในสิ่งเล็กๆ ด้วยการเพาะต้นอ่อนผักบุ้ง นำมาสู่การต่อยอดไปยังสินค้าเกษตรแปรรูปและสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นนวัตกรรมด้านการเกษตรที่เหมาะกับวิถีชีวิตของคนเมือง เพื่อให้คนเมืองทำเกษตรอินทรีย์ได้ง่ายขึ้น  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘การให้ทาน ให้ผู้บริสุทธิ์มันได้อานิสงส์เยอะ’ โอวาทธรรม ‘หลวงปู่ปั่น สมาหิโต’

Posted on November 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690649

'การให้ทาน ให้ผู้บริสุทธิ์มันได้อานิสงส์เยอะ' โอวาทธรรม 'หลวงปู่ปั่น สมาหิโต'

‘การให้ทาน ให้ผู้บริสุทธิ์มันได้อานิสงส์เยอะ’ โอวาทธรรม ‘หลวงปู่ปั่น สมาหิโต’

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.30 น.

“..การให้ทานนี้มีหลายอย่าง ทาน ให้คนธรรมดา ก็มีอานิสงส์อย่างหนึ่ง ทาน ให้พระ ก็ได้อานิสงส์อย่างหนึ่ง ถ้าหากว่าพระไม่บริสุทธิ์ อานิสงส์เราก็ไม่เต็ม ทานให้พระพุทธเจ้า เต็มผลนะ… เต็ม อย่างไหนจะรู้ว่า พระบริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์ เราก็ไม่รู้แหละ ก็ให้ทานไป แต่อานิสงส์ไม่เต็ม เหมือนอย่างเราเทน้ำใส่กระต่า กระบุงนี้แหละ เทลงไป มันก็ไม่เต็มสักที เพราะว่าตามันห่าง มันก็ไม่เต็ม เหมือนเราตักน้ำใส่ตุ่ม ถ้าตุ่มมันรั่ว มันก็ไม่เต็ม ถ้าตุ่มไม่รั่ว มันก็เต็มเร็ว เหมือนกันการทานนี้ 

ทาน ให้ผู้บริสุทธิ์มันได้อานิสงส์เยอะ แต่เราไม่รู้ ไม่รู้ก็ทานไป อย่าขี้เกียจเรื่องทานนี้ ก็เพราะว่าเราไม่รู้ มันก็ได้นิดๆ หน่อยๆ ก็นิดๆ หน่อยๆ ก็ตาม การทานนี้ มันไม่เสียผลดอก ทานอันไหน ก็ได้อันนั้นแหละ เรื่องการให้ทานนี้..”

โอวาทธรรม หลวงปู่ปั่น สมาหิโต วัดป่าศิริดำรงวนาราม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มพม่าช่วยยายวัย 77 ล้มกลางป่าหญ้าที่ไฟกำลังลุกไหม้หวิดดับ

Posted on November 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690641

หนุ่มพม่าช่วยยายวัย 77 ล้มกลางป่าหญ้าที่ไฟกำลังลุกไหม้หวิดดับ

หนุ่มพม่าช่วยยายวัย 77 ล้มกลางป่าหญ้าที่ไฟกำลังลุกไหม้หวิดดับ

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.12 น.

ยายวัย 77 ปีชาวอ่างทองหวิดดับถูกไฟไหม้ หลังล้มกลางป่าหญ้าที่ไฟกำลังลุกไหม้ โชคดีหนุ่มพม่าขับจักรยานยนต์มาพบเห็นก่อนเรียกชาวบ้านเข้าไปช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 15.10 น.วันที่ 7 พ.ย.65 ร.ต.อ.พยุพล คล้ายพันธุ์ รอง สวป.สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุหญิงชราถูกไฟไหม้อยู่กลางป่าหญ้าข้างหลังบ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงไปตรวจสอบที่เกิดพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ้งได้ทำการช่วยเหลือหญิงชราที่ล้มอยู่กลางกองไฟที่ไหม้หญ้าในพื้นที่ประมาณ 100 ตรางวา

เบื้องต้นพบว่ายายมีบาดแผลถูกไฟไหม้ที่บริเวณแขนขาทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งลำตัวบางส่วน และยังพบว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ยังถูกไฟไหม้ขาดบริเวณหน้าอก และยังพบที่คราดหญ้า และหมวกตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ยายอยู่ในอาการตกใจกลัวพูดไม่ออก และมีอาการบาดเจ็บสาหัส ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทองอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อต่อมาว่า นางวิจิตรา ศรีประเสริฐ อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านอิฐ จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่า นางวิจิตรา อาศัยอยู่กับสามีวัยชราที่บ้านอยู่ติดกับพื้นที่ที่ไฟไหม้หญ้าและทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้ติดต่อแจ้งให้ญาติทราบแล้ว

จาการสอบถามนายทอม วัย 26 ปีชาวพม่า ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า ขณะที่ตนขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านเส้นทางดังกล่าวแล้วได้พบเห็นยายล้มอยู่กลางกองไฟที่กำลังลุกไหม้หญ้า จึงได้เข้าไปช่วยเหลือและเรียกชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เคียงให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งทำการสอบถามสาเหตุที่แท้จริงของไฟไหม้นางวิจิตรา หลังอาการดีขึ้นต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เร่งตกแต่งสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทง

Posted on November 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690617

เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เร่งตกแต่งสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทง

เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เร่งตกแต่งสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทง

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.40 น.

เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เร่งตกแต่งสถานที่เตรียมจัดงานประเพณีลอยกระทง เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทย เน้นนำวัสดุจากธรรมชาติประดิษฐ์กระทงที่ย่อยสลายง่าย กิจกรรมการประกวดกระทงเล็ก การประกวดนางนพมาศ และการแสดงบนเวที

วันนี้ (7 พ.ย.65) ที่บริเวณศาลเจ้าแม่บัวลอย คลองละลมโบราณ ลูกที่ 4 ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ นายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล ได้ลงพื้นที่ดูการเตรียมความพร้อมในการจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2565 ซึ่งเจ้าหน้าที่เทศบาลได้มีการตกแต่งจัดทำเวที ประดับดวงไฟ ปรับแต่งพื้นที่ ทำความสะอาด เตรียมสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทง ซึ่งงานจะมีขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.65 นี้

โดยในปีนี้ ทางเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ได้จัดงานประเพณีลอยกระทง หลังจากว่างเว้นไม่ได้จัดงานเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ซึ่งก่อนจัดงานจะมีพิธีบวงสรวงเจ้าแม่บัวลอย สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่คูเมืองละลมโบราณ ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ

ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การประกวดกระทงเล็ก และการประกวดนางนพมาศ นอกจากนี้ ยังมีการการรำบวงสรวงเจ้าแม่บัวลอย จากนางรำกว่า 100 คน และการแสดงดนตรี ทั้งนี้ ทางเทศบาลได้จัดเตรียมที่สำหรับให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ลงไปลอยกระทงตามจุดต่างๆ ด้วย

โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายน ช่วงเช้า จะมีพิธีบวงสรวงเจ้าแม่บัวลอย ตาปู่แผ้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่คูเมืองละลม ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ ส่วนช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นการรำบวงสรวงเจ้าแม่บัวลอย ขอขมาพระแม่คงคา การประกวดกระทงเล็ก การประกวดนางนพมาศ การแสดงบนเวที และร่วมลอยกระทง              

นายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในปีนี้ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ร่วมกับสถานศึกษา บริษัท ห้างร้าน และชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาล ทั้ง 18 ชุมชน จัดงานประเพณีลอยกระทง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมไทยอันดีงามได้สืบทอดไปจนถึงอนุชนรุ่นหลัง และร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศวิทยาในชุมชน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันอนุรักษ์งานประเพณีลอยกระทงที่งดงาม – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปพิษณุโลกชิมข้าวผัดมันปูนา-ต้มแซ่บหนังควายตุ๋น เมนูซิกเนเจอร์รสเด็ด

Posted on November 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690591

ไปพิษณุโลกชิมข้าวผัดมันปูนา-ต้มแซ่บหนังควายตุ๋น เมนูซิกเนเจอร์รสเด็ด

ไปพิษณุโลกชิมข้าวผัดมันปูนา-ต้มแซ่บหนังควายตุ๋น เมนูซิกเนเจอร์รสเด็ด

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.54 น.

พาไปชิมร้านอาหารป่า สไตล์บ้านๆ ที่รสชาติอาหารสุดจัดจ้านด้วยเครื่องพริกแกงเข้มข้นสไตล์เจ้าของร้าน เมนูอาหารของที่นี่โดดเด่นด้วยอาหารป่าหลากหลายเมนู อาทิ ผัดมันปูนา ต้มแซ่บหนังควายตุ๋น ผัดเผ็ดปลาไหล ที่ร้านกล้วยอาหารป่า

วันนี้ (7 พ.ย.65) พาไปชิมร้านอาหารป่า สไตล์บ้านๆ ที่รสชาติอาหารสุดจัดจ้านด้วยเครื่องพริกแกงเข้มข้นสไตล์เจ้าของร้าน ที่ร้านกล้วยอาหารป่า ตั้งอยู่เยื้องประตูหลังโรงพยาบาลพุทธชินราช ประมาณ 50 เมตร เมนูอาหารของที่นี่โดดเด่นด้วยอาหารป่า วัตถุดิบหลากหลาย ทั้ง ปลาไหล กบ ปู หนู นก เนื้อ และอาหารตามฤดูกาล เมนูซิกเนเจอร์ที่ขายดิบขายดีคือเมนูข้าวผัดมันปูนา 

ส่วนเมนูสายเนื้อต้องไม่พลาดเมนูต้มแซ่บหนังควายตุ๋น นอกจากนี้ยังมี ผัดเผ็ดปลาไหล ต้มแซ่บปลาไหล กุ้งฝอยผัดพริกเกลือ ผัดฉ่าปลากดคัง นำมาปรุงในรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของร้านที่จะเน้นจัดจ้านเข้มข้นถึงใจบอกเลยอร่อยจนวางช้อนไม่ลง ถือเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารเด็ด ที่สายชื่นชอบอาหารป่าไม่ควรพลาด

นายเกรียงไกร ยศปัญญา อายุ 46 ปี เจ้าของร้านได้บอกว่า ก่อนหน้านี้เป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเอกชน จนมาประสบปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับเรื่องหมอนรองกระดูทับเส้นประสาท จึงออกจากงานและรักษาตัวอยู่นาน พอร่างกายเริ่มปกติเลยคิดว่าจะทำอะไรดี ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบทานอาหารป่า รู้รสอยู่แล้วว่าอาหารอะไรต้องรสแนวไหน จึงตัดสินใจเปิดเป็นร้านอาหารป่า จนวันนี้เปิดมาได้ 2 ปีแล้ว ผลตอบรับดี เพราะทางร้านมีวัตถุดิบให้เลือกทานเยอะ ทั้ง กบ หมูป่า หนู ปู ปลาไหล ปลาแม่น้ำ และวัตถุดิบตามฤดูกาล และเอกลักษณ์ของร้านคือเมนูอาหารป่าจะต้องรสจัดจ้าน จึงทำให้ถูกอกถูกใจสายที่ชื่นชอบอาหารป่าแวะเวียนมาอุดหนุนกันตลอด 

ส่วนเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ตอนนี้คือ ข้าวผัดมันปูนาที่แตกต่างจากที่อื่นเพราะมีตัวปู ก้ามปู ใหญ่ๆ ใส่มาเต็มจาน โดยเฉพาะใครที่ชอบทานก้ามปูนาล่ะก็ ถูกอกถูกใจกันแน่นอน ส่วนเมนูสายเนื้อต้องไม่พลาดเมนูต้มแซ่บหนังควายตุ๋น ที่ต้องบอกว่าใช้หนังควายตุ๋นเครื่องเทศนานหลายชั่วโมงเพื่อให้หนังนุ่ม เวลาเคี้ยวไม่เหนียว จากนั้นก็นำมาหันและปรุงน้ำต้มแซ่บ รสจัดจ้าน เวลาเคี้ยวจะกรุบๆ อร่อยมาก 

นอกจากนี้ยังมี ผัดเผ็ดปลาไหล ต้มแซ่บปลาไหล และเมนูปลาแม่น้ำสดๆ นำมาปรุงในรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน ส่วนราคาทางร้านก็มิตรภาพมากๆ เริ่มต้นที่เมนูยำ หรือพวกผัดเผ็ด เริ่มต้นที่ 80 บาท แพงสุดก็ 150 บาทเท่านั้น แต่ร้านจะให้ปริมาณเยอะจุใจแน่นอน

สำหรับใครที่อยากจะมาชิมเมนูอาหารป่า รสจัดจ้าน เป็นเอกลักษณ์ ของร้านกล้วยอาหารป่าก็สามารถมาอุดหนุนกันได้ ร้านตั้งอยู่ เยื้องประตูหลังโรงพยาบาลพุทธชินราช ประมาณ 50 เมตร ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 14.00-21.00 น.สอบถามเส้นทางสั่งอาหารได้ทาง เพจ facebook : กล้วยอาหารป่า สอบถามโทร 0844958945

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,752 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
รัฐบาลตีปี๊บ ไทยช่วยไทย กระแสแรงทั่วประเทศ วันแรกเงินสะพัด 33.7 ล้านบาท

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d