Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เปิดภาพ‘น้าแอ๊ด’เข้ากราบขอขมา‘ผู้ว่าฯสุพรรณ’ สำนึกผิด-ขอโอกาสปรับปรุงตัว

Posted on November 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689862

เปิดภาพ‘น้าแอ๊ด’เข้ากราบขอขมา‘ผู้ว่าฯสุพรรณ’ สำนึกผิด-ขอโอกาสปรับปรุงตัว

เปิดภาพ‘น้าแอ๊ด’เข้ากราบขอขมา‘ผู้ว่าฯสุพรรณ’ สำนึกผิด-ขอโอกาสปรับปรุงตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.50 น.

เปิดภาพ‘น้าแอ๊ด’เข้ากราบขอขมา‘ผู้ว่าฯสุพรรณ’ สำนึกผิด-ขอโอกาสปรับปรุงตัว

ความคืบหน้ากรณี “แอ๊ด คาราบาว” หรือนายยืนยง โอภากุล ตำนานเพลงเพื่อชีวิต วิพากษ์วิจารณ์นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี บนเวทีคอนเสิร์ตกลางงานวันเกิดนายปิยพจน์ เกียรติชูสกุล หรือกำนันพุก กำนันคนดัง ต.บางเลน ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสองพี่น้อง นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดสุพรรณบุรี จนมีการแจ้งความร้องทุกข์ สภ.สองพี่น้อง และต่อมา “แอ๊ด คาราบาว” ได้ขึ้นเวทีออกมายกมือไหว้กราบขอโทษ ผวจ.สุพรรณบุรี ในงานทำบุญทอดกฐิน จ.ลพบุรี

ล่าสุดวันนี้ (3 พฤศจิกายน 2565) เพจเฟซบุ๊ก “ธรรมะจูงควาย” โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ระบุว่า “แจ้งข่าวสารการขอขมาของ แอ๊ด คาราบาว เมื่อเย็นวันที่ 31 ตุลาคม 2565 เวลา 16:15 น. กระผม นายยืนยง โอภากุล ( แอ๊ด คาราบาว ) ได้เดินทางไปศาลากลางจังหวัด และได้เข้าพบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป โดยมี ผบช.ภ.7 และ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อกราบขอขมาที่ได้กล่าว วาจาล่วงเกินท่านตามที่เป็นข่าว บัดนี้ท่านผู้ว่าฯ ได้มีเมตตายอมรับคำขอขมา และให้อภัยแก่กระผมแล้ว กระผมจึงขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และท่านผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดด้วยความซาบซึ้งใจในความเมตตาครั้งนี้ด้วยครับ”

“แทนคำขอขมา กระผมขอตอบแทนด้วยการแต่งเพลงประจำจังหวัด ในเชิงประวัติศาสตร์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้ง 77 จังหวัดให้แก่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อนำไปดำเนินการจัดสร้าง เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ของจังหวัดต่างๆ ต่อไป รวมทั้งขอปวารณาตัวมีส่วนร่วมในการสมัครเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีขององค์การยูเนสโก ที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีกำลังดำเนินการอยู่”

“จึงกราบเรียนมาถึงพี่น้องประชาชน และชาวมหาดไทยทุกท่าน ว่ากระผมสำนึกผิดแล้ว และขอโอกาสให้ผมได้ปรับปรุงตนเองตามแนวทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป”

ขอบคุณเพจ ธรรมะจูงควาย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

GISTDA แจ้งเตือน‘ชิ้นส่วนจรวด’ตกสู่พื้นโลก 5 พ.ย. โอกาสกระทบไทย 1.4%

Posted on November 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689858

GISTDA แจ้งเตือน‘ชิ้นส่วนจรวด’ตกสู่พื้นโลก 5 พ.ย. โอกาสกระทบไทย 1.4%

GISTDA แจ้งเตือน‘ชิ้นส่วนจรวด’ตกสู่พื้นโลก 5 พ.ย. โอกาสกระทบไทย 1.4%

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.26 น.

GISTDA แจ้งเตือน‘ชิ้นส่วนจรวด’ตกสู่พื้นโลก 5 พ.ย. โอกาสกระทบไทย 1.4%

3 พฤศจิกายน 2565 ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศของ GISTDA ใช้ระบบการจัดการจราจรอวกาศ (Space Traffic Management System) หรือ ZIRCON ในการติดตามและคาดการณ์การตกของชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ช 5บี วาย4 (Longmarch 5B-Y4) ซึ่งพบว่า ชิ้นส่วนของจรวดดังกล่าวจะตกสู่พื้นโลกในวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2565 และอาจส่งผลกระทบกับประเทศไทยได้ เนื่องจากวัตถุอวกาศนี้ผ่านประเทศไทยทุกวัน (ตามภาพกราฟิกแสดงให้เห็นทิศทางการเคลื่อนตัวผ่านประเทศไทย) โดยวันนี้ (3 พ.ย.) จะโคจรในช่วงเวลาประมาณ 13:54 ถึง 13:56 น. พาดผ่านบริเวณพื้นที่บางส่วนของจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน หนองคาย อุดรธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี

สำหรับวัตถุอวกาศดังกล่าวขณะนี้โคจรสูงจากพื้นโลกโดยเฉลี่ยประมาณ 177 กิโลเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 21.6 ตัน (ระหว่างที่วัตถุอวกาศกำลังตกสู่โลกนั้น จะมีน้ำหนักน้อยกว่านี้ เนื่องจากจะมีบางส่วนถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ)

ส่วนจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดตกของชิ้นส่วนจรวดฯ ขณะนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และจะสามารถคาดการณ์ได้แม่นยำก็ต่อเมื่อวัตถุอวกาศอยู่ห่างจากพื้นโลกโดยเฉลี่ยไม่เกิน 130 กิโลเมตร (ระยะห่างของวัตถุอวกาศกับพื้นโลกมีผลอย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์และคาดการณ์จุดตก ดังนั้นยิ่งใกล้โลกเท่าไรจะยิ่งแม่นยำมากขึ้น) ทั้งนี้ การแจ้งเตือนชิ้นส่วนจรวดตกสู่โลกในครั้งนี้ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศของ GISTDA ใช้ระบบ ZIRCON ที่ทีมนักวิจัยของ GISTDA พัฒนาขึ้น ทำการวิเคราะห์ติดตาม และคาดการณ์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล

สำหรับปฏิบัติการของลองมาร์ช 5บี วาย4 ในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อนำโมดูลเหมิงเถียน (Mengtian) มาเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศเทียนกง (Tiangong Space Station) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้นักบินอวกาศทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์และการวิจัยบนอวกาศ อาทิ การทดลองด้านฟิสิกส์ของไหล, วัสดุศาสตร์, เทคโนโลยีอวกาศ และอื่น ๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ณ วันนี้ มีโอกาสได้รับผลกระทบเพียง 1.4 % ซึ่งถือว่าน้อยมาก อย่างไรก็ตาม GISTDA จะติดตามสถานการณ์และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงของการตกของชิ้นส่วนจรวดนี้ตลอด 24 ชั่วโมง และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

Cr.ข้อมูลและภาพระบบZIRCON: ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ GISTDA

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสื้อกันหนาวมือสอง! ชาวเบตงแห่ซื้อหลังลมหนาวมาเยือน ผู้ค้าตลาดนัดยิ้มร่าโกยเงิน

Posted on November 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689845

เสื้อกันหนาวมือสอง! ชาวเบตงแห่ซื้อหลังลมหนาวมาเยือน ผู้ค้าตลาดนัดยิ้มร่าโกยเงิน

เสื้อกันหนาวมือสอง! ชาวเบตงแห่ซื้อหลังลมหนาวมาเยือน ผู้ค้าตลาดนัดยิ้มร่าโกยเงิน

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.15 น.

3 พฤศจิกายน 2565 ภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไปของไทยว่า ตั้งแต่ ในช่วงวันที่ 3 – 4 พฤศจิกายน 2565 อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งในช่วงวันที่ 4 – 5 พฤศจิกายน 2565 ส่วนมากด้านตะวันตกของภาค ส่วนในช่วงวันที่ 5 – 8 พฤศจิกายน 2565 อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอุณหภูมิต่ำสุด 14 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. ทำให้ประชาชนเริ่มนำเสื้อกันหนาว และเสื้อแขนยาวออกมาสวมใส่เพื่อต้อนรับหน้าหนาวในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประชาชนที่มีญาติพี่น้องอยู่ทางภาคเหนือและอีสาน  ต่างออกมาหาซื้อเสื้อกันหนาวมือสองกันคึกคักเนื่องจากมีราคาถูกกว่า  

ขณะที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดบันนังซิแน ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นตลาดนัดขายเสื้อผ้ามือสอง ต่างพากันนำเสื้อกันหนาวออกขาย จนทำให้บรรยากาศการเลือกซื้อเสื้อกันหนาวมือสองเริ่มกลับมาคึกคัก

ด้านพ่อค้าขายเสื้อผ้ามือสอง เผยว่า เมื่อลมหนาวมาเยือนทางภาคเหนือและอีสาน ตลาดเสื้อกันหนาวมือสองที่อยู่ทางภาคใต้ก็เริ่มกลับมามีลูกค้าถามหาอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง  หลังเงียบเหงาจากการระบาดโควิด-19 กว่า 3 ปี

โดยวันนี้นำเสื้อผ้ากันหนาวออกจากแผง โดยมียอดขายต่อวันไม่น้อยกว่า 200-300 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าจะหาซื้อส่งไปให้ญาติในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน และมีบรรดานักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศก็มาซื้อเช่นกัน  อย่างวันนี้มีคนซื้อกันหนาวเพื่อที่จะเดินทางไปเที่ยวเกาหลี โดยหาซื้อกันหนาวหนาๆมีขนซับด้านในเพื่อความอบอุ่น ตกตัวละ 80 บาทเท่านั้น

สำหรับเสื้อกันหนาวที่นำมาจำหน่าย ส่วนใหญ่นำมาจากตลาดจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และทางยุโรป สินค้าจะถูกส่งมาทางมาเลเซียเข้ามาทางภาคใต้ของประเทศไทย สินค้ามือสองมีหลากหลายมาก เช่น เสื้อผ้าเด็ก ผู้ใหญ่ รองเท้า ตุ๊กตา กระเป๋า หมวก ตลอดจนเสื้อยกทรง ภายในกระสอบจะบรรจุประมาณ 50-100 กิโลกรัม จึงทำให้มีราคาไม่แพง และมีราคาเริ่มต้นที่ตัวละ 20 จนถึงตัวละ 200 บาท

ด้านลูกค้าที่มาเลือกซื้อเสื้อกันหนาวมือสอง เผยว่า ตลาดนัดแห่งนี้ถือเป็นตลาดนัดที่มีเสื้อผ้าหลากหลายให้เลือกซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสภาพดี และมีหลากหลายรูปแบบ ที่สำคัญคือ ราคาไม่แพงจนสามารถซื้อฝากญาติที่ต่างจังหวัดทางภาคเหนือและภาคอีสานได้หลายคน เพียงแต่ต้องนำไปซักเพื่อทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนใส่เพื่อสุขอนามัย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คู่บ่าว-สาว’จ๊าก!จดทะเบียนสมรส ได้กระดาษใช้ซ้ำ‘ใบมรณบัตร’สาเหตุการตายสยอง

Posted on November 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689841

‘คู่บ่าว-สาว’จ๊าก!จดทะเบียนสมรส ได้กระดาษใช้ซ้ำ‘ใบมรณบัตร’สาเหตุการตายสยอง

‘คู่บ่าว-สาว’จ๊าก!จดทะเบียนสมรส ได้กระดาษใช้ซ้ำ‘ใบมรณบัตร’สาเหตุการตายสยอง

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.09 น.

‘คู่บ่าว-สาว’จ๊าก!จดทะเบียนสมรส ได้กระดาษใช้ซ้ำ‘ใบมรณบัตร’สาเหตุการตายสยอง

3 พฤศจิกายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก “หมอแล็บแพนด้า” ของ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ดังนี้ “โอยยยย แฟนเพจท่านนึงไปจดทะเบียนสมรสมา แต่หลังใบเสร็จเป็นกระดาษใช้ซ้ำจากใบมรณะบัตรครับ”

“สวัสดีค่ะ ไปจด​ทะเบียนสมรสมาได้ใบเสร็จ​ ด้านหลังใบเสร็จเป็นรายละเอียดครบเกี่ยวกับมรณบัตรของใครคนนึง​ อยากให้หน่วยงานรัฐ​ โรงพยาบาลหรือสถานที่ที่มีข้อมูลส่วนตัวของคนอื่นใส่ใจมากกว่านี้ค่ะ​ สมัยนี้ยิ่งมิจเยอะมากด้วยค่ะ”

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวนี้ได้รับการเผยแพร่ออกไปปรากฏว่าโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกสู่โลกโซเชียลแล้วเกือบ 1 พันครั้ง และได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยหลายฝ่ายแสดงถึงความกังวลว่าข้อมูลส่วนตัวอาจจะรั่วไหลออกไปได้ ขณะที่ชาวเน็ตบางส่วนวิจารณ์ว่าประหยัดเกินเหตุ ส่วนบางรายบอกว่าอาจจะแค่หยิบกระดาษผิดเฉยๆก็ได้ บ้างบอกว่าถ้าคู่ไหนถือความมงคลเจอแบบนี้เข้าไปจะรู้สึกยังไง, และครั้งหน้าให้ผู้จดทะเบียนสมรสนำกระดาษมาเอง เป็นต้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บวงสรวง’เจ้าพ่อวังกรูด’ จัดแข่งเรือยาวประเพณีบุรีรัมย์ ชิงจ้าวยุทธจักรลำน้ำมูล

Posted on November 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689837

บวงสรวง'เจ้าพ่อวังกรูด' จัดแข่งเรือยาวประเพณีบุรีรัมย์ ชิงจ้าวยุทธจักรลำน้ำมูล

บวงสรวง’เจ้าพ่อวังกรูด’ จัดแข่งเรือยาวประเพณีบุรีรัมย์ ชิงจ้าวยุทธจักรลำน้ำมูล

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.09 น.

3 พฤศจิกายน 2565 เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ข้างศาลเจ้าพ่อวังกรูด ริมแม่น้ำมูล ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสตึก จ.บุรีรัมย์ นายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอสตึก พร้อมด้วย นายวีรวิชญ์ พีรยศพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก  พ.ต.อ.วชิรวิทย์ วรรณธานี ผกก.สภ.สตึก หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชนชาวสตึก และพี่น้องชาวเรือ ได้ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อวังกรูด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวเรือ

ขอให้การจัดงานแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดบุรีรัมย์เป็นไปด้วยความราบรื่น ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการรักษาประเพณีที่ดีงาม ขอให้ลูกเรือทีมเรือทุกทีมมีความปลอดภัยในการแข่งขันฯ ขอให้ปกปักรักษาคุ้มครองลูกหลานของเจ้าพ่อวังกรูด แคล้วคลาดปลอดภัย เจริญก้าวหน้ามั่นคงทางอาชีพการงาน ขอความอุดมสมบูรณ์พืชผลทางการเกษตร และมีการรำถวายเจ้าพ่อวังกรูด

ทั้งนี้ จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อำเภอสตึก เทศบาลตำบลสตึก ส่วนราชการ พี่น้องประชาชน บริษัท ห้างร้านในอำเภอสตึก จัดงานแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดบุรีรัมย์  ประจำปี 2565 ในระหว่างวันที่ 5-6  พ.ย. 2565 ณ ลำน้ำมูล สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา หน้าที่ว่าการอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์งานประเพณีของท้องถิ่น และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด

นายวีรวิชญ์ พีรยศพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก กล่าวว่า ประเพณีแข่งเรือยาวจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสื่อที่อธิบายถึงความเป็นมา ภูมิหลัง ประวัติศาสตร์ และเป็นมรดกของชาวอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ในอดีต ที่แสดงถึงการใช้ประโยชน์จากเรือและแม่น้ำ เป็นบ่อเกิดประเพณีวัฒนธรรม แม้ปัจจุบันการสัญจรทางเรือจะมีน้อย แม่น้ำก็ยังเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอีกมากมายหลายด้าน เช่น การเกษตร การประมง และการรักษาความสมดุลของธรรมชาติ ขอให้ช่วยกันอนุรักษ์เพื่อประโยชน์สำหรับพี่น้องตลอดไป

อีกทั้ง ยังจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นสื่อในการที่จะเชื้อเชิญให้แขกต่างถิ่นได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอีกทางหนึ่ง ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโดยรวมจะดีขึ้น และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศและแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์

ในปีนี้มีเรือยาวจากทั่วภาคอีสาน เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 29 ลำ ร่วมประชันฝีพาย ประกาศศักดาชิงจ้าวความเร็วแห่งลำน้ำมูล แบ่งการแข่งขันเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทเรือไม้ ก ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 55 ฝีพาย จำนวน 8 ลำ ประเภทเรือไม้ ข ขนาดกลางไม่เกิน 40 ฝีพาย จำนวน 10 ลำ ประเภทเรือท้องถิ่น เรือโลหะไม่เกิน 36 ฝีพาย จำนวน 11 ลำ มีที่เดียวของประเทศไทย ซึ่งการแข่งทั้งสามประเภทเรือชิงถ้วยพร้อมเงินรางวัลกว่า 5 แสนบาท

นายวีรวิชญ์ กล่าวต่อว่า ภายในงานจะมีขบวนแห่เทิดพระเกียรติ ขบวนแห่ชุมชน 3 เผ่า ขบวนนางรำ ขบวนช้างแห่ ซึ่งบ่งบอกถึงวิถีชีวิตของชาวจังหวัดบุรีรัมย์เป็นการสื่อถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของท้องถิ่น ส่วนการแข่งขันช้างว่ายน้ำข้ามลำน้ำมูล ในปีนี้งด เนื่องจากระดับน้ำมูลสูง

นอกจากจะได้ชมการประชันฝีพายของบรรดาเรือยาวแต่ละลำที่สนุกสนานตื่นเต้นแล้ว ยังจะได้ร่วมชมกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่จัดขึ้น ทั้งการแข่งขันเซปักตะกร้อ 2 คน พบกับนักตะกร้อชั้นนำจากทั่วประเทศ การแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากทุกท้องถิ่น ของกินของดีเมืองสตึก ให้ประชาชนที่มาเที่ยวงานได้เลือกซื้อไปเป็นของฝาก และของที่ระลึก ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชาวบ้าน และผู้ผลิตสินค้าโอท็อปได้เป็นอย่างดี คาดว่าจะมีเงินสะพัดในจังหวัดช่วงการจัดงานไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

จึงเชิญชวนให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว มาร่วมชมงานและสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีแข่งขันเรือยาว ให้อยู่คู่เมืองบุรีรัมย์ อีกทั้งการจัดงานประเพณีดังกล่าว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดในอีกทางหนึ่งด้วย นายวีรวิชญ์ กล่าว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันเพ็ญเดือนสิบสอง! ชวนลอยกระทง กะลาเทียนลอยเคราะห์ ‘7 สี 7วัน’

Posted on November 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689836

วันเพ็ญเดือนสิบสอง! ชวนลอยกระทง กะลาเทียนลอยเคราะห์  '7 สี 7วัน'

วันเพ็ญเดือนสิบสอง! ชวนลอยกระทง กะลาเทียนลอยเคราะห์ ‘7 สี 7วัน’

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.05 น.

3 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าสามัคคีธรรม บ้านห้วยทรายคำ หมู่ที่ 6 ตำบลนาแขม อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย นายณรงค์ จีนอ่ำรองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเลยเป็นประธานการแถลงข่าว“งานสืบสานประเพณีลอยกระทงกะลาเทียนลอยเคราะห์ ประจำปีพ.ศ.2565” ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2565ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ วัดป่าสามัคคีธรรม บ้านห้วยทรายคำหมู่ที่ 6 ตำบลนาแขม อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย

พระอธิการเอกสิทธิ์ กิตติคุตโต เจ้าอาวาสวัดป่าสามัคคีธรรม กล่าวว่า การจัดงานประเพณีลอยกระทงกะลาเทียนลอยเคราะห์จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ปีนี้เป็นปีที่ 9จุดเริ่มต้นของกระทงกะลาเทียนลอยเคราะห์ คือ “ความเสียดาย”จากเศษวัสดุเหลือใช้ เช่น กะลามะพร้าวและเศษผึ้งเศษเทียนที่ญาติโยมนำมาใช้ในงานกิจกรรมต่างๆ ภายในวัด จึงมีแนวคิด“ทำกระทงกะลาลอยเคราะห์” 

โดยนำกะลามะพร้าวมาประดิษฐ์เป็น“กระทง” เศษผึ้งเศษเทียน มาประดิษฐ์เป็น“กลีบดอกบัว”วางกึ่งกระทงกะลา และนำเศษผ้าฟั่นเป็นใส่เทียนแล้วนำกระทงกะลาที่สมบูรณ์ เข้าในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ก่อนนำกระทงกะลาไปลอย ทั้งนี้กระทงกะลา 1อัน แทนอายุ 12 ปี ซึ่งปีแรกๆ ทำ“กลบดอกบัว” สีเหลืองอย่างเดียวแต่ปัจจุบัน ได้ทำ“กลีบกระทง” ให้ครบ 7 สี (สีประจำวันเกิด)ตามความเชื่อของแต่บุคคลเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ผู้ลอยกระทงกะลาเทียนลอยเคราะห์ ซึ่งวัดได้ส่งเสริมแนวคิดให้คนในชุมชน เรื่องหลัก 3 R การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ช่วยลดปริมาณขยะด้วยการลดการใช้ การนำกลับมาใช้ซ้ำ และการนำขยะกลับมาใช้ใหม่(Reduce Reuse and Recycle)

ผ่านการจัดงานประเพณีลอยกระทงกะลาเทียนลอยเคราะห์เป็นการเสริมสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน เยาวชนและผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมทำร่วมกัน ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สอดคล้องกับกิจกรรมที่ทางวัดป่าสามัคคีธรรมได้จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมเยาวชนในชื่อว่า “ละจากหน้าจอ ล้อหมุน ไปทำดี”

นายวุฒิพงศ์ พรหมภักดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาแขม กล่าวว่า การบำรุงรักษา ศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาตำบลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลนาแขมก็ได้ขับเคลื่อนงานเพื่อสืบสาน รักษาและต่อยอดศิลปะ จารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เกิดความยั่งยืนแก่คนในชุมชน ตัวอย่างเช่นงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปีองค์การบริหารส่วนตำบลนาแขม ได้จัดงานทุกปีโดยกำหนดจัดตามวัดในเขตพื้นที่ตำบลนาแขม แต่ปี พ.ศ.2565 นี้ได้บูรณาการกับทุกภาคส่วนทั้งในพื้นที่ และส่วนราชการระดับจังหวัดยกระดับงานประเพณีลอยกระทงประจำปี 

โดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ“กระทงกะลามะพร้าว”ของวัดป่าสามัคคีธรรมมาเป็นนำเสนอผ่านงานวัฒนธรรมประเพณีวิถีชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวตำบลนาแขมหวังให้งานดังกล่าว เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นและถูกบรรจุไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย สร้างอาชีพสร้างรายได้คุณภาพชีวิตของชาวนตำบลนาแขมและตำบลข้างเคียงที่ดีขึ้น อีกทั้งได้ขับเคลื่อนงานพัฒนาตำบลให้สอดคล้องกับประเด็นการพัฒนาจังหวัดเลยด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน ด้วย

นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานเลย กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในช่วงเดือนแรกสำหรับงบประมาณปี ๒๕๖๖ จะเห็นได้ว่าบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักไม่ว่าจะเป็นฝั่ง อ.เชียงคาน อ.ภูกระดึง อ.ภูเรือ และ อ.ด่านซ้ายตลอดจนพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และวนอุทยานต่างๆได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวกลุ่มแค้มเปอร์จำนวนมากโดยเฉพาะรัฐบาลประกาศให้เพิ่มวันหยุดยาวในเดือนตุลาคม ๖๕ซึ่งส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย

โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตลอดทั้งเดือนตุลาคม ประมาณ 290,000 คน มีรายได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ส่วนอัตราการเข้าพักเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80%

สำหรับในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ไปจนถึงเดือนมกราคม ๒๕๖๖ เป็นช่วง High Seasonคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 350, 000 คน จะมีรายได้หมุนเวียนกว่า 1,700 ล้านบาท รายได้เหล่านั้นจะกระจายลงไปสู่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวอันได้แก่ ที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้าของที่ระลึกชุมชนที่นักท่องเที่ยวไปเยือน การใช้พาหนะ น้ำมันและร้านกาแฟชิคชิล

ส่วนแผนงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดเลย ททท.สำนักงานเลย เราได้มีการบูรณาการร่วมกันกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด อพท.5 ตำรวจท่องเที่ยว หอการค้าจังหวัดและสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเลยตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องจัดทำปฏิทินท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวสามารถมาท่องเที่ยวที่จังหวัดเลยได้ตลอดทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นงานวัฒนธรรมประเพณีที่โดดเด่น กิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว กิจกรรมดนตรีและดอกไม้งามเป็นต้น สรุปสั้นๆ คือ คิดสร้างสรรค์ต่อยอดจากงานเดิมแล้วเพิ่มเติมกิจกรรมใหม่ๆ เข้าไป เช่น กิจกรรมว่าด้วยเรื่องกาแฟ Ca

(fe’) Camp หรือกิจกรรมการทำโปรโมชั่นช่วง Green Season เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลับมาพัก มาท่องเที่ยวจังหวัดเลยในช่วงฤดูฝน เพื่อให้สมกับชื่อ “เที่ยวเลย ไม่เคยเหงา”ท้ายที่สุดนี้ ผมเชื่อมั่นว่ากิจกรรมต่างๆ ที่ ททท. สำนักงานเลยได้รับความอนุเคราะห์ รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ให้กับมาคึกคักดั่งกับปี๒๕๖๒ เช่นเดิมร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวกันนะครับ “หลงเลยเลยรัก เลยรอ รอเลย”

นางสาวณัณธิญาจ์ มังคละคีรี วัฒนธรรมจังหวัดเลย กล่าวว่า การจัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทงกะลาเทียนลอยเคราะห์ นี้เป็นการส่งเสริม สนับสนุนและยกระดับงานประเพณีที่สำคัญหรือที่โดดเด่นของพื้นที่ตามยุทธศาสตร์แลบทบาทของกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคือ “สืบสานรักษา ต่อยอดและเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน”เพื่อปลุกวัฒนธรรมในตัวคนไทยให้ตื่นสนับสุนนความคิดสร้างสรรค์และค่านิยมเชิงบวกเพื่อสร้างสรรค์สินค้าและบริการทางวัฒนธรรมที่แข่งขันได้

รวมทั้งเสริมสร้างสังคม คุณธรรมและสันติสุข ภายใต้แนวคิด“วัฒนธรรมทำงาน วัฒนธรรมทำเงิน และวัฒนธรรมทำดี”ในรูปแบบการบูรณาการกับทุกภาคส่วนโดยมุ่งหวังให้เกิดการขับเคลื่อนงานท่องเที่ยงสู่ความยั่งยืนและเกิดความสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดเลย อย่างแท้จริงในงานสืบสานประเพณีลอยกระทงกะลาเทียนลอยเคราะห์ ประจำปีพ.ศ.2565 นี้ จะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ตั้งแต่เวลา17.00 น. เป็นต้นไป ณ วัดป่าสามัคคีธรรม มีจัดกิจกรรม อาทิเช่น 

1.การลอยกระทงกะลาลอยเคราะห์ (ที่มี 1 เดียวในอำเภอเมืองเลย)

2.การประกวดกระทงใหญ่ของตำบลนาแขม

3.การประกวดหนูน้อยนพมาศ 4. การแสดงศิลปวัฒนธรรม และ 5.การสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม/ผลิตภัณฑ์ชุมชนและที่จะสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาร่วมงาน คือการเลือกบูชากระทงกะลาเทียนลอยเคราะห์ตามสีประจำวันเกิดของตนเองการคำนวณอายุตนเองเพื่อได้มาซึ่งจำนวนของกระทงกะลาลอยเคราะห์(1 อัน ต่อ 12 ปี) การลอดอุโมงค์ไฟมหามงคลที่มีความยาวกว่า 500เมตร เพื่อไปลอยกระทงกะลาลอยเคราะห์ เสริมสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ป่วยจิต’ห้ามรับเข้าทำงาน(1) 2 มุม‘บวก-ลบ’ทำอย่างไรเหมาะ?

Posted on November 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689765

‘ป่วยจิต’ห้ามรับเข้าทำงาน(1)  2 มุม‘บวก-ลบ’ทำอย่างไรเหมาะ?

‘ป่วยจิต’ห้ามรับเข้าทำงาน(1) 2 มุม‘บวก-ลบ’ทำอย่างไรเหมาะ?

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 07.00 น.

“ปัจจุบันเรื่องสุขภาพจิต กลายเป็นประเด็นที่สังคมมีความตระหนักถึงมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่สถานการณ์หลายอย่างล้วนเป็นสิ่งเร้าที่อาจทำให้เกิดการสะสมความเครียดในจิตใจ” ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาครอบครัว การงาน การเจ็บป่วยหรือโรคภัยต่างๆ เศรษฐกิจ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งหากใครจัดการความเครียดต่างๆ เหล่านั้นไม่ได้ อาจมีแนวโน้มภาวะทางอารมณ์ผิดปกติ หรือต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพจิตค่อนข้างสูง จนบางคนอาจถึงขั้นกลายเป็น “ผู้ป่วยโรคจิตหรือโรคอารมณ์ผิดปกติ” ซึ่งมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยพบว่า “ปีงบประมาณ 2564 มีการให้บริการผู้ป่วยจิตเวช จำนวน 327,527 คน เพิ่มขึ้นจากปีงบ 2563 ที่มีจำนวน 265,202 คน” รวมถึงข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข รายงานจำนวนผู้ป่วยโรคทางจิตที่มักเกิดปัญหากับการทำงาน ที่มารับบริการด้านจิตเวช ประจำปีงบประมาณ 2564 อาทิ โรคจิตเภท 284,273 คน โรคอารมณ์สองขั้ว 34,675 คน โรคซึมเศร้า 353,267 คน และโรคจิตอื่นๆ 102,703 คน นอกจากนี้ จากรายงานขององค์การอนามัยโลก ยังพบอีกว่า ประชากร 1 ใน 8 คน หรือ 970 ล้านคนทั่วโลก กำลังเผชิญกับความเจ็บป่วยด้านสุขภาพจิต

อาทิ โรคซึมเศร้า วิตกกังวล โดยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่วนรายงานของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ปีงบประมาณ 2564 พบว่า มีการขึ้นทะเบียนคนพิการประเภท 4 ด้านจิตใจหรือพฤติกรรม จำนวน 164,230 คน คิดเป็นร้อยละ 7.84 ของคนพิการที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด และส่วนใหญ่อายุ 15-59 ปีซึ่งยังอยู่ในวัยทำงาน ทั้งนี้ ข้อมูลตัวเลขดังกล่าวยิ่งตอกย้ำว่า ปัญหาสุขภาพจิตเป็นปัญหาสำคัญทั้งในระดับประเทศและโลกที่สังคมมิอาจเพิกเฉย

ทั้งนี้ “จากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2565 เห็นชอบร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. … ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เสนอปรับปรุงกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2553 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจโรคจิตหรือโรคอารมณ์ผิดปกติ” โดยคณะกรรมการการแพทย์ของ ก.พ. ก่อนประกาศราชกิจจานุเบกษา

สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎ ก.พ. ดังกล่าวมีการ “ยกเลิกโรควัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ” ซึ่งเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ ออกจากลักษณะต้องห้าม ของผู้ที่จะเข้ารับราชการพลเรือน ขณะที่มีการ “เสนอให้โรคจิต(Psychosis) หรือโรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) ที่มีอาการเด่นชัดรุนแรงหรือเรื้อรัง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ เป็นลักษณะต้องห้าม” ซึ่งลักษณะต้องห้ามดังกล่าว อาจมีความไม่สอดคล้องกับประเด็นในด้านสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพของกลุ่มคนพิการทางจิตสังคม และกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช

และนโยบายการส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการในหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนหลักการไม่เลือกปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (CRPD) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีให้การรับรอง ซึ่งการระบุให้โรคจิตหรือโรคอารมณ์ผิดปกติเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะเข้ารับราชการพลเรือน อาจส่งผลให้กลุ่มคนพิการทางจิตสังคม และกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช ปฏิเสธการเข้าสู่กระบวนการรักษา

ทำให้สภาวะความเจ็บป่วยมีความรุนแรงมากขึ้น ตลอดจนเป็นการซ้ำเติมและตีตราต่อคนพิการทางจิตสังคมว่าไม่สามารถทำงานได้ ทั้งๆ ที่กลุ่มคนพิการทางจิตสังคม และกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและหายขาดจากโรคได้ หากได้รับการรักษาและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง ประเด็นนี้จึงเป็นที่มาของเวทีเสวนา “ปิดช่องว่าง สร้างโอกาส เพิ่มความเป็นธรรม กับประเด็นสุขภาพจิต จิตเวชและจิตสังคม” จัดโดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ชวนผู้คนที่เกี่ยวข้องมาขบคิด แลกเปลี่ยน และรับฟังความคิดเห็น

ด้วยเพราะกฎหมายเป็นฐานคิดที่สำคัญต่อการมองเรื่องสิทธิและเสรีภาพ ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชน จึงขยายความกฎหมายในมุมที่เกี่ยวข้องและควรนำมาตีความด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ในสายตาทางกฎหมาย มองคนกลุ่มจิตเวช/จิตสังคม ผ่านประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ด้วยมาตราต่างๆ โดยในประเด็นด้านการประกอบอาชีพ สิ่งสำคัญคือเรื่องกระบวนการ

เช่น อาชีพผู้พิพากษา ต้องมีกระบวนคัดกรองที่มีหลักฐานทางการแพทย์รับรอง “แต่เนื่องจากโรคทางจิตมองไม่เห็นทางกายภาพ จึงเป็นเรื่องที่ประเมินค่อนข้างยาก” แต่มีความสำคัญมาก เพราะสุขภาพจิตส่งผลต่อสุขภาพกายและการแสดงออกของมนุษย์ นอกจากนั้นยังมีประเด็นเรื่องหลักความเสมอภาคที่ว่า สิ่งที่มีสาระสำคัญเหมือนกัน ต้องได้รับการปฏิบัติที่เหมือนกัน ซึ่งสาระสำคัญของมนุษย์มีสองเรื่องคือ กายและจิต

“ถ้าคนขาขาดถูกปฏิเสธไม่ให้เป็นคนขับรถ ย่อมไม่ขัดต่อหลักความเสมอภาค เนื่องจากร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ แต่กรณีมิติทางจิตใจ เป็นเรื่องที่มองไม่เห็น จึงต้องอาศัยองค์ความรู้ของจิตแพทย์ อธิบายให้เห็นว่า บุคคลนั้นๆ มีความบกพร่องในระดับที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งถ้าถูกประเมินว่าจิตไม่เหมือนกับบุคคลทั่วไป หากต้องมีการปฏิบัติงาน ถือว่าไม่ขัดต่อหลักความเสมอภาค” ศ.ดร.บรรเจิด อธิบาย

ดังนั้น กระบวนการที่มีข้อมูลเชิงประจักษ์จึงเป็นสิ่งสำคัญของประเด็นนี้ เช่น การคัดกรองคนก่อนเข้าทำงานต้องเป็นกระบวนการที่มีองค์ความรู้รองรับชัดเจนโดยผู้เชี่ยวชาญ เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ และการกำหนดเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรมีข้อมูลเชิงวิชาการรองรับชัดเจนและเชื่อถือได้ เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยอมรับ นอกจากนี้กระบวนการระหว่างทาง ก็เป็นเรื่องสำคัญ

“การค้นหาคนที่เกิดปัญหาสุขภาพจิตระหว่างการทำงาน ถ้าสามารถค้นหาและนำเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็ว ก็จะไม่เกิดผลกระทบต่อสังคม และยังเป็นการคุ้มครองสิทธิ์ไม่ให้เกิดการพิพากษาจากสังคม ดังนั้น ต้องสร้างความเข้าใจในสังคม และหาจุดร่วมเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ทั้งผลต่อภาครัฐหรือประโยชน์ต่อส่วนรวม พร้อมๆ กับการปกป้องคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ป่วย ซึ่งอาจไม่ใช้แค่การทบทวนกฎ ก.พ. แต่ต้องมองระดับมหภาค โดยต้องสร้างมาตรการทางสังคม เพื่อให้เกิดดุลยภาพที่สมดุลและเป็นธรรมร่วมกัน” ศ.ดร.บรรเจิด กล่าว

(อ่านต่อฉบับวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. 2565)

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่องเส้นทาง‘จ้าวเหว่ย’ เมื่อถูกยกเป็น‘กงสีใหญ่’ คุม‘5 มาเฟียจีน’หากินในไทย

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689699

ส่องเส้นทาง‘จ้าวเหว่ย’ เมื่อถูกยกเป็น‘กงสีใหญ่’ คุม‘5 มาเฟียจีน’หากินในไทย

ส่องเส้นทาง‘จ้าวเหว่ย’ เมื่อถูกยกเป็น‘กงสีใหญ่’ คุม‘5 มาเฟียจีน’หากินในไทย

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.03 น.

ส่องเส้นทาง‘จ้าวเหว่ย’ เมื่อถูกยกเป็น‘กงสีใหญ่’ คุม‘5 มาเฟียจีน’หากินในไทย

2 พฤศจิกายน 2565 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ “5 กลุ่มมาเฟียจีนในไทย” (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ชูวิทย์’ลากไส้’ 5 กลุ่มมาเฟียจีน’หากินในไทย ทุกกลุ่มเชื่อม’กงสีใหญ่’ข้ามชาติ) มีเนื้อหาดังนี้…

“การโยงมาเฟียจีนในเมืองไทยว่ามี 5 กลุ่ม ทั้งหมดขึ้นต่อ mr.a และ mr.a ขึ้นต่อ mr.b และ mr.b ขึ้นต่อ “นายเจ้าเหว่ย” โดยระบุว่านายเจ้าเหว่ยไม่เคยเข้ามาที่ประเทศไทย

แค่นี้ก็ส่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องมาเฟียธรรมดาเสียแล้ว!!!!

และอาจเกี่ยวโยงกับการเมืองระหว่างประเทศ ที่กำลังรณรงค์กันทั่วโลกว่า “จีนคือภัยคุกคามที่จะต้องถูกจัดการหรือทำลาย”!!!!

เพื่อต้องการต่อต้านจีนและทำลายภาพลักษณ์ของคนจีน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยว หรือลงทุน หรือค้าขาย หรือนักท่องเที่ยว ซึ่งกำลังโผล่ขึ้นเป็นดอกเห็ดในขณะนี้ ทั้งๆที่ 3 ปีนับแต่โคบ้าระบาดก็มีการปิดประเทศตลอดมา!!!!

ต้องเข้าใจก่อนว่า “นายเจ้าเหว่ย” เป็นใคร?

ก็จะเข้าใจโครงสร้างของเรื่องว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น!!!!

1.มีข้อตกลงจัดตั้งเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำระหว่างจีน-ลาว ฝั่งตรงกันข้ามแม่น้ำโขงกับอำเภอเชียงแสน เชียงของ ของจังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่กว้างขวางกว่า 100 ตารางกิโลเมตร มีการลงทุนสร้างเมืองเป็นวงเงินกว่าแสนล้านบาท มีสภาพ ที่กล่าวขวัญกันว่า เหมือนกับการยกฮ่องกงมาอยู่ฝั่งตรงกันข้ามเชียงราย

2.เขตเศรษฐกิจดังกล่าวมีคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจทำนองเดียวกับ eec ของประเทศไทยมีประธานที่เป็นตัวแทนจากจีนและลาว

ฝั่งลาวได้แต่งตั้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศเฉลิมชัยเป็นประธานผู้แทนฝ่ายประเทศลาว ทางจีนมีนายเจ้าเหว่ยเป็นประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมฝ่ายจีน และทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำด้วยดีมานานแล้ว

3.มีการตั้งกองกำลังผสมของเขตเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลลาว ส่วนน้อยมาจากจีนและท้องถิ่น ทำหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด มีผลงานโด่งดังมาก

4.นายเจ้าเหว่ยถูกสหรัฐคว่ำบาตร แต่ไม่ได้มีการดำเนินคดีหรือออกหมายจับใดๆ

ในอดีตทราบว่านายเจ้าเหว่ยเคยเดินทางไปประเทศลาวผ่านประเทศไทย และได้หยุดการเดินทางผ่านประเทศไทย เมื่อมีการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมระหว่างจีนลาวแล้ว ก็ไม่ได้เดินทางผ่านประเทศไทย

5.นายเจ้าเหว่ย เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานบางหน่วยในประเทศจีน ไม่ใช่มาเฟีย หรือคนไร้ถิ่นฐานดังที่ถูกกล่าวหา และเขาก็ไม่มีธุรกิจใดๆในประเทศไทย การเอานายเอนายบีไปเชื่อมโยงกับนายเจ้าเหว่ย จึงมีลักษณะชอบกล

ยิ่งขยายลามไปถึงสถานทูตจีนที่จะต้องปรึกษาหารือเพื่อป้องกันคนจีนมาเมืองไทย ก็บานไปกันใหญ่แล้ว

ในกรณีคนจีนมาทำอะไรที่ประเทศไทย ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ของประเทศไทยที่ต้องดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย สถานทูตจีนไม่มีอำนาจปฏิบัติการในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และที่เรียกกันว่าคนจีนนั้นมีการจำแนกแยกแยะไหมว่าเป็นชนกลุ่มน้อยเผ่าใดบ้างเป็นคนไต้หวันหรืออดีตหน่วยงานของไต้หวันในประเทศไทยบ้างหรือไม่

การเชื่อมโยงดังกล่าวจึงอาจมุ่งเป้าไปที่ความสัมพันธ์ไทยจีนก็ได้ ลองนึกดูถ้าจีนเกลียดไทย ไทยเกลียดจีน อะไรจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา

6.เพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยวทั่วโลกและชาวโลกเดินทางไปยังเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ ที่เขาคาดหมายแล้วว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทย ดังนั้นจึงได้ตกลงกับลาวสร้างท่าอากาศยานขนาดใหญ่ขึ้นที่เมืองบ่อแก้วของลาว ติดกับเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ เมื่อเปิดสนามบินนี้เต็มตัวแล้วนักท่องเที่ยวทั่วโลกก็ไม่จำเป็นจะต้องบินมาลงที่ท่าอากาศยานเชียงรายหรือเชียงใหม่เพื่อเดินทางต่อไปยังเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำอีกแล้ว

ตอนนั้นก็จะรู้สึก!!!!

พี่น้องประชาชนภาคเหนือจะต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวขนาดไหนก็นึกดูกันเอาเอง!!!

การเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงเส้นทางสายไหมก็สะดุดการขนส่งสินค้าและนักท่องเที่ยวทางแม่น้ำโขงก็สะดุด ถ้าคนที่ไปมาสู่สะดุดอีกพวกหนึ่งแล้วจะเหลืออะไร จะมิใช่เท่ากับการปิดประเทศหรอกหรือ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘2 สุนัขพิตบูล’หลุดเข้าร้านขายของ ปรี่รุมกัดหนุ่มบาดเจ็บ (ชมคลิป)

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689649

‘2 สุนัขพิตบูล’หลุดเข้าร้านขายของ ปรี่รุมกัดหนุ่มบาดเจ็บ (ชมคลิป)

‘2 สุนัขพิตบูล’หลุดเข้าร้านขายของ ปรี่รุมกัดหนุ่มบาดเจ็บ (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.53 น.

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 เผยแพร่เหตุการณ์สุนัขพิตบูล 2 ตัว ของชาวบ้าน ที่หลุดพังรั้วเข้ามาในบ้าน และกำลังไล่กัดเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งพยายามต่อสู้กับสุนัข 2 ตัว จนข้าวของในร้านกระจัดกระจาย เหตุเกิดภายในขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใน ต.ท้ายหาด อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยข้อความระบุว่า  บันทึกเตือนภัย !!! เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น !!! ช่วงบ่ายวันนี้ หมาพิตบูล 2 ตัวของชาวบ้านหลุดพังรั้วเข้ามาในบ้าน น้องได้ยินเสียงดังเลยเดินไปดูเจอหมา 2 ตัวพุ่งมากัดน้องได้รับบาดเจ็บ ส่วนเราเพิ่งกลับมาจากข้างนอกเปิดประตูเข้าบ้านไม่รู้ว่ามีหมา ตกใจเพราะหมาปรี่เขามาจะกัดเราอีก หนีแทบไม่ทัน

ได้ยินลูกตะโกนบอก แม่อย่าเข้ามา !! อย่าเข้าบ้าน น้องโดนหมากัดแล้ว บอกว่าโดนหมากัด เราก็นึกว่าหมาอยู่หลังบ้าน เลยจะรีบเปิดประตูเข้าไปช่วย แต่หมาอยู่หน้าบ้านมันเห็นเรามันวิ่งปรี่เข้ามาเลย ดีที่เราเห็นหมาก่อนเลยออกประตูมาได้ทัน หมาแรงเยอะมากดันประตูแทบพัง

อยู่ในบ้านเราแท้ๆ ยังโดนกัด เลี้ยงหมาพิตบูลเพื่ออะไร เรากลัวอยู่แบบหวาดระแวง ถ้าคุณเจอแบบนี้จะทำยังไง หมอฉีดยาเยอะมากลูกเจ็บมากๆเลย แต่แม่เจ็บกว่า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สิ้น’หลวงพ่อเสน่ห์’เกจิดัง จ.อุทัยธานี สิริรวมอายุ 91 ปี

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689639

สิ้น'หลวงพ่อเสน่ห์'เกจิดัง จ.อุทัยธานี สิริรวมอายุ 91 ปี

สิ้น’หลวงพ่อเสน่ห์’เกจิดัง จ.อุทัยธานี สิริรวมอายุ 91 ปี

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.22 น.

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พระครูอุปกิตสารคุณ หรือที่ลูกศิษย์ รู้จักในนาม หลวงพ่อเสน่ห์ เจ้าอาวาสวัดพันสี หมู่ 1 ตำบลท่าโพ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ได้มรณภาพลงเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ที่โรงพยาบาลใน จ.นครสวรรค์ หลังเข้ารับการรักษาตัวจากอาการอาพาธเมื่อช่วงเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา สิริอายุ 91 ปี 69 พรรษา สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับบรรดาศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก

โดยประวัติของ “หลวงพ่อเสน่ห์ กตปุญโญ” หรือ “พระครูอุปกิตสารคุณ” เป็นพระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคม ปัจจุบันอายุ 91 ปี หลวงพ่อเสน่ห์ กตปุญโญ หรือ พระครูอุปกิตสารคุณ เป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีคณะศิษยานุศิษย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมไปถึงวงการนักนิยมสะสมวัตถุมงคล รู้จักท่านในนามของพระเกจิอาจารย์ เรืองวิทยาคม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพันสี หมู่ 1 ตำบลท่าโพ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี และเจ้าคณะตำบลหนองขาหย่าง-ท่าโพ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,110 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d