Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ทอผ้าขิด’ลวดลายอีสาน สินค้าOTOP ฝีมือชาวนาอำนาจเจริญ

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689629

'ทอผ้าขิด'ลวดลายอีสาน สินค้าOTOP ฝีมือชาวนาอำนาจเจริญ

‘ทอผ้าขิด’ลวดลายอีสาน สินค้าOTOP ฝีมือชาวนาอำนาจเจริญ

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.56 น.

2 พฤศจิกายน 2565 การทอผ้าขิด หนึ่งในสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ต.คำพระ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อแม่รุ่นสู่รุ่น ด้วยลวดลายหลากหลายแบบอีสานแท้ๆ ผลิตเป็นสินค้า กลายเป็นหมอนขิด กระเป๋าและอื่นๆเกือบ 100 ชนิด วางจำหน่ายอยู่ที่ศูนย์วิสาหกิจชุมชนตำบลคำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ทว่าที่โดดเด่น เป็นบุญตาแก่บรรดานักท่องเที่ยวที่พบเห็นมากที่สุดก็คือ การทอผ้าฝ้ายขิดคำพระเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในหลวงรัชกาลที่ 9 (เมื่อครั้งยังไม่สวรรณคต) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2543  ซึ่งเป็นผ้าฝ้ายขิดยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาว 2,199.99 เมตร ก็มีไว้ให้ชมที่นี่เช่นกัน 

นางสมจิตร หลักวัฒน์ รองประธานศูนย์วิสาหกิจชุมชนตำบลคำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เล่าถึงความเป็นมาของการทอผ้าฝ้ายขิดคำพระว่า  จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ได้ระบุว่า ยายของนางภา สุพล ได้ถ่ายทอดความรู้ด้านการทอผ้าชิดให้ นางทอง สุพล(เกิดเมื่อปี พ.ศ.2433) โดยเป็นการทอผ้าย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ชนิดต่างๆ เพื่อทำเป็นหมอนไว้ใช้ในครัวเรือน

ต่อมาการทอผ้าขิดได้รับความสนใจและรู้จักกันแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากปี พ.ศ.2518 จ.อุบลราชธานี (เมื่อครั้งอำนาจเจริญเป็นอำเภอหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี)ได้จัดประกวดผ้าในงานกาชาดจังหวัดอุบลราชธานีและนางทอง สุพล ได้ทอผ้าขิดและทำเป็นหมอนขิดส่งเข้าประกวด ปรากฏว่า ได้รับรางวัลที่ 1 ทำให้ชาวบ้านสนใจและได้มีการถ่ายทอดความรู้ด้านการทอผ้าในหมู่บ้านเรื่อยมา และนำผลงานเข้าประกวดในงานกาชาด จ.อุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ.2523

โดยนางฮู้ ลาภาอุตม์ ได้รับรางวัลที่ 2 จึงถือว่า การทอผ้าขิดคำพระเป็นมรดกตกทอดภูมิปัญญาที่ได้สืบสานต่อกันมา ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริม มีการสร้างงาน สร้างรายได้ในชุมชนและขยายไปสู่หมู่บ้านใกล้เคียง จึงมีการผลิตหมอนขิดทั้งอำเภอ จนเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ ถ้าเอ่ยถึงหมอนขิด จะต้องมาจาก อ.หัวตะพาน เท่านั้น 

นางสมจิตร หลักวัฒน์ รองประธานศูนย์วิสาหกิจชุมชน ต.คำพระ กล่าวว่า ได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลคำพระ เมื่อปี พ.ศ.2531 โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหัวตะพาน ปัจมีสมาชิกประมาณ 102 คน ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวดผ้าขิด ณ ศูนย์ศีลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ปี พ.ศ.2537 และได้พัฒนาบริหารจัดการกิจการของกลุ่ม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 จนกลายเป็นวิสาหกิจชุมชนต้นแบบของจังหวัดอำนาจเจริญ

ซึ่งกิจกรรมของกลุ่มประกอบด้วย การทอผ้าลายขิด จากด้ายฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ,การแปรรูปจากผลิตภัณฑ์จากผ้าขิด,การบริหารศูนย์วิสาหกิจชุมชน อ.หัวตะพาน ซึ่งตั้งอยู่หน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลคำพระ และการหาตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ส่วนหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ,สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ/จังหวัด,สำนักงานเกษตรอำเภอ/จังหวัด,องค์การบริหารส่วนตำบลคำพระ,หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ทั้งระดับอำเภอและจังหวัด 

ผลงานของกลุ่มที่ประทับใจ เช่น เมื่อปี พ.ศ.2537 ได้รับรางวัลชนะเลิศกรรมการพัฒนาดีเด่นระดับเขต, ได้รับรางวัลชนะเลิศผ้าขิดย้อมสีธรรมชาติ รางวัลที่ 1 -2 -3 ณ.ศูนย์ศีลปาชีพบางไทร, พ.ศ.2539 ได้รับรางวัลชนะเลิศหมู่บ้านหัตถกรรมสร้างสรรค์ มูลนิธิหม่อมฯงามจิตร, พ.ศ.2541 ได้รับรางวัลตำบลพัฒนาดีเด่น,ได้เข้าเฝ้าทูลเกล้าถวายผ้าขิดเฉลิมพระเกียรติฯ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ,พ.ศ.2544 ได้รับรางวัลแม่บ้านเกษตรกรดีเด่นอันดับ 2 ของประเทศ, พ.ศ.2545 ได้รับรางวัลแปรรูปผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์,ได้รับรางวัลชนะเลิศชุมชนไทยสู้ภัยเศรษฐกิจและได้รับมาตรฐานสินค้า ระดับ 5 ดาว ของจังหวัดอำนาจเจริญ 4 ดาวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ,พ.ศ.2547 ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มผช.15(1)2546) เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2547, พ.ศ.2549 ได้รับมาตรฐานสินค้า ระดับ 5 ดาว ขอประเทศและปี พ.ศ.2550 ได้รับรางวัลประกวดผ้าขิด รางวัลที่ 1,2,3 ในงานกาชาด จ.อำนาจเจริญ อีกด้วย 

ส่วนที่โดดเด่นประชาชนเข้ามาชมมากที่สุด ก็คือการทอผ้าฝ้ายขิดยาวที่สุดในโลก ความยาว 2,199.99 เมตร เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2543 เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯภูมิพลอดุลบเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการทอมือลงลวดลายในเนื้อผ้าฝ้ายที่ลงตัวกลมกลืน กลายเป็นลายโบราณ 72 ลาย สวยงามมาก ก็ได้นำมาแสดงไว้ที่นี่ เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้และอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำเอง ใช้เอง แฮปปี้! ‘ป้ายจราจร’ในชุมชน DIYจากถาดอาหารถวายเพลพระ

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689619

ทำเอง ใช้เอง แฮปปี้!  'ป้ายจราจร'ในชุมชน DIYจากถาดอาหารถวายเพลพระ

ทำเอง ใช้เอง แฮปปี้! ‘ป้ายจราจร’ในชุมชน DIYจากถาดอาหารถวายเพลพระ

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.47 น.

2 พฤศจิกายน 2565 ที่บ้านห้วยป่าน ตำบลผาสามยอด อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย ชาวบ้านในหมู่บ้านรวมกลุ่มกันนำเศษวัสดุเหลือใช้ พระชุมชนท้องที่ท้องถิ่น โรงเรียน ร่วมมือกันเป็นอย่างดี ทำป้าย เครื่องหมายสัญญาณ จราจรใช้เองในหมู่บ้าน ลดอุบัติเหตุในชุมชนได้ผล คนขับรถต่างถิ่นเห็นแล้วอึ่ง แบบนี้ก็มีด้วย

นายรุ่ง แต้จั้น ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนตำบลผาสามยอด 10 หมู่บ้าน เล่าให้ฟังว่า ในเรื่องป้ายจราจรที่ทำจากเศษวัสดุเหลือใช้ขณะนี้มีหมู่บ้านนำร่อง 3 หมู่บ้านได้แก่ บ้านห้วยป่านหมู่ที่  1บ้านห้วยป่าน หมู่ที่ 9 , บ้านห้วยสวรรค์หมู่ที่ 8 ตอนนี้มีการติดตั้งและผลิตไปแล้วประมาณ 70 – 80 ป้ายในทั้งสามหมู่บ้าน โดยชุมชนมีการตั้งเป้าไว้ประมาณ 200 ป้าย และมีการรับบริจาคและผลิตอย่างต่อเนื่อง โครงการนี้เป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องมาจากการแยกขยะในชุมชน โดยการนำวัสดุเหลือใช้ในที่นี้ก็คือการนำถาดเหล็กที่ใช้ในเวลานำอาหาร ภัตตราหารต่างๆไปถวายพระ ที่อยู่ในวัดต่างๆในพื้นที่ทางชุมชน คิดดัดแปลงทำอย่างไรให้นำไปใช้ประโยชน์ได้

เมื่อก่อนนี้เราจะนำวัสดุเหลือใช้แบบนี้หากเก่าหรือเสียก็จะนำไปทิ้งจนเป็นของเก่าหมดค่า ทิ้งไว้เฉยเฉย ซึ่งขนาดนี้สามารถนำไปทำเป็นป้ายจราจร อะไรต่างๆได้เป็นการเริ่มจากไอเดียเล็กๆของชาวบ้านในหมู่บ้านที่ช่วยกันคิดในหลายหลายคน ออกมาต่อยอดและไป ร่วมกับชุมชนไปร่วมกับอบต.ผาสามยอด และผู้นำท้องที่ท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน

นายรุ่ง เล่าอีกว่า วัสดุเหลือใช้ชิ้นแบบนี้นำมาจากวัดวุฒิ​สมานชัย ซึ่งพระครูสมานชัยวุฒิ รองเจ้าคณะอำเภอเอราวัณ ท่านได้เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่อาจจะเหลือใช้แล้วในปัจจุบันก็นำมาบริจาคให้กับกลุ่มชุมชนในหมู่บ้าน นำไปทำป้ายจราจรติดตาม 3 แยก 4 แยกในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นภาพเก่าถาดพาข้าวเก่าซึ่งจะเป็นลวดลาย สีสัน ภาพวาดในรูปต่างๆ สวย เป็นลายดอกไม้ สีสันสดุดตา ซึ่งขณะนี้มีการสำรวจแล้วประมาณ 50 หมู่บ้าน จะต้องมีการทำขึ้นมาเพิ่มอีกประมาณ 200 ป้าย ซึ่งขณะนี้ได้ลงมือทำไปประมาณครึ่งหนึ่งแล้ว

โดยได้รับผลตอบรับจากชุมชนได้ดีมาก มีผลดีกับชุมชน เป็นสัญลักษณ์เป็นเครื่องหมายจราจรที่เห็นชัดเจนในการเป็นสัญลักษณ์เส้นทางเรื่องหมาย ความปลอดภัยซึ่งสิ่งเหล่านี้ชุมชนมีส่วนร่วมในการชี้พิกัดว่าจุดไหน มุมไหนแยกไหนสามแยกสี่แยกไหนเป็นจุดเสี่ยงซึ่งจะต้องใช้ป้ายแบบไหนสัญลักษณ์อย่างไรชุมชนก็มีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก

สำหรับค่าใช้จ่ายนั้นมีน้อยมาก เนื่องจากซื้อเพียงเหล็กเป็นเสาและถาดนั้น ก็นำมาจากวัดเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ส่วนสีทางองค์การบริหารส่วนตำบลผาสามยอด เป็นผู้สนับสนุน ส่วนแรงงานการทำต่างๆก็เป็นของคนในชุมชน ซึ่งจะนัดกันมาทำในวันที่ว่างหลังจากไปทำสวนทำไร่ทำนา เสร็จทั้งหมดนี้เป็นความร่วมมือระหว่างชุมชนชาวบ้าน ส่วนปกครองท้องถิ่น อบต. วัด โรงเรียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ทุกคนร่วมกันทำจนสำเร็จมาได้เกินครึ่งไปแล้ว ที่สำคัญเราได้ใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือใช้นำมาใช้ประโยชน์ที่ได้ผลเกินคาด

หากใครสนใจหรือต้องการ บริจาค สิ่งของที่เหลือใช้ แนวแปลกๆ ติดต่อโทรศัพท์ 087 947 4394

.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยวงานลอยกระทงสวรรค์ บูชาธาตุทั้งสี่ ‘วัดพระธาตุดอยกองมู’แม่ฮ่องสอน

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689614

เที่ยวงานลอยกระทงสวรรค์ บูชาธาตุทั้งสี่ 'วัดพระธาตุดอยกองมู'แม่ฮ่องสอน

เที่ยวงานลอยกระทงสวรรค์ บูชาธาตุทั้งสี่ ‘วัดพระธาตุดอยกองมู’แม่ฮ่องสอน

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.55 น.

ชวนเที่ยวงานนมัสการพระธาตุดอยกองมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประเพณีลอยกระทงสวรรค์หนึ่งเดียวของประเทศไทย ณ วัดพระธาตุดอยกองมู 4-8 พฤศจิกายนนี้

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 พระสุมณฑ์ศาสนกิตติ์ เจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน. เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยกองมู เจริญพรเชิญร่วมทำบุญในงานนมัสการพระธาตุดอยกองมู (ประเพณีลอยกระทงสวรรค์) ณ วัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 4-8 พฤศจิกายน 2565 นี้ ภายในงานมีการทำบุญตักบาตรเท่าอายุ ลอยกระทงสวรรค์ บูชาธาตุทั้งสี่ (ธาตุเลปา) อีกทั้งยังมีมหรสพสมโภช เช่น การประกวดร้องเพลง การแสดงดนตรี การแสดงของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ ลิเกไทใหญ่ ( จ้าดไต) และการประกวดดอกไม้ไฟ

ในงานประเพณีดังกล่าว มีการลอยกระทงสวรรค์ ขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยกระทงดังกล่าวประดิษฐ์จากลูกโป่งอัดแก๊ส  ผูกเชือกกับกระทงทำจากกระดาษสาสีสดใส  มีเทียนเล่มเล็กๆ  อยู่ตรงกลางกระทงสมัยก่อนจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำลำธารไม่มาก  ชาวแม่ฮ่องสอนจึงเปลี่ยนวิธีการลอยกระทงโดยลอยขึ้นฟ้า โดยชาวไทใหญ่มีความเชื่อว่า การได้ลอยกระทงสวรรค์ จะส่งผลให้ตนเองและครอบครัว มีแต่ความสุข ความเจริญ คิดสิ่งใดจะสมประสงค์และพ้นจากโรคเคราะห์ภัยพาลทั้งปวง ถือว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ของเมืองสามหมอก และเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

นอกจาการลอยกระทงสวรรค์แล้ว ยังมีการบูชาพระธาตุดอยกองมู คือการบูชาธาตุทั้งสี่ (ธาตุเลปา)  ซึ่งประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ คนไทใหญ่เชื่อว่า เมื่อธาตุใดธาตุหนึ่งอ่อน หมายความว่าไม่มีพลังจะไปสร้างความสมดุลกับธาตุที่เหลือ ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง จึงต้องเสริมธาตุเพื่อให้เกิดความสมดุลในร่างกายก็คือการถวายธาตุทั้งสี่บูชาพระธาตุนั่นเอง

วัดพระธาตุดอยกองมู เดิมเรียกว่า วัดปลายดอย เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญ ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดยจองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ.2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ ซึ่งนำมาจากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดยพระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนองค์แรก จากวัดสามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจนและสวยงามมาก.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศรษฐีใหม่!‘สลากดิจิทัล’ถูกรางวัลที่หนึ่ง 14 ใบ พบคนเดียวถูก 10 ใบรับ 60 ล้านบาท

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689592

เศรษฐีใหม่!‘สลากดิจิทัล’ถูกรางวัลที่หนึ่ง 14 ใบ พบคนเดียวถูก 10 ใบรับ 60 ล้านบาท

เศรษฐีใหม่!‘สลากดิจิทัล’ถูกรางวัลที่หนึ่ง 14 ใบ พบคนเดียวถูก 10 ใบรับ 60 ล้านบาท

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.06 น.

‘สลากดิจิทัล’ งวด 1 พ.ย. มีผู้ถูกรางวัลที่หนึ่ง 14 ใบ มีถูก 10 ใบคนเดียวได้เงินรางวัล 60 ล้านบาท ส่วนงวดหน้ามีสลาก 14.92 ล้านใบ

2 พฤศจิกายน 2565 พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวภายหลังการออกรางวัลงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ว่า สลากดิจิทัลงวดที่ผ่านมา มีรางวัลที่ 1 จำนวน 14 ใบ รวมเป็นเงิน 84 ล้านบาท โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 รายเดียว 10 ใบ ได้รับเงินรางวัล 60 ล้านบาท ส่วนอีก 4 ใบ เป็นของผู้โชคดี 2 ราย ถูกรางวัลรายละ 2 ใบ คนละ 12 ล้านบาท

สำหรับสลากดิจิทัล งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565  มีจำนวน 14,929,000 ใบ โดยสลากทั้งหมด เป็นของตัวแทนจำหน่าย 29,858 ราย จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 เวลา 06.00 – 23.00 น. ทุกวัน จนกว่าสลากจะหมด 

สำหรับการอำนวยความสะดวก ในการรับเงินให้เป็นไปด้วยความสะดวก ง่าย ไม่ยุ่งยาก ด้วยการโอนเงินรางวัล ผ่าน G-Wallet ในแอป ฯ เป๋าตังได้ภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งผู้ถูกรางวัลสามารถโอนต่อไปยังบัญชีของธนาคารอะไรก็ได้  จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในเดือนมกราคม 2566 อย่างแน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนดีใจซื่อ! คนขับรถ’อบจ.บุรีรัมย์’ หอบเงิน1แสน​คืนธนาคาร เพราะจ่ายเงินเกิน

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689588

คนดีใจซื่อ! คนขับรถ'อบจ.บุรีรัมย์' หอบเงิน1แสน​คืนธนาคาร เพราะจ่ายเงินเกิน

คนดีใจซื่อ! คนขับรถ’อบจ.บุรีรัมย์’ หอบเงิน1แสน​คืนธนาคาร เพราะจ่ายเงินเกิน

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.12 น.

2 พฤศจิกายน 2565 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 18.00 น. นายประพันธ์ เนาวบุตร พนักงานขับรถองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ และยังเคยเป็นพนักงานขับรถให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด 11 คน และรองผู้ว่าอีก 5 คน ได้นำเงินสด​ เป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท รวมจำนวน 100,000 บาท ไปส่งมอบให้กับทางธนาคารกรุงไทย​ สาขาบุรีรัมย์ หลังจากพนักงานธนาคารได้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าว เกินไปพร้อมกับเงินกู้สหกรณ์ที่นายประพันธ์ ได้รับอนุมัติและนัดมารับเงินที่ธนาคารในวันนี้  

โดยนายประพันธ์ เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่​ 1 พ.ย.65 ได้เดินทางไปรับเงินกู้สหกรณ์ที่ธนาคารกรุงไทย​ สาขาบุรีรัมย์ ที่ทำเรื่องยื่นกู้เอาไว้ 178,270 บาท หลังจากเซ็นเอกสารเรียบร้อยก็นั่งรอรับเงิน  เมื่อพนักงานธนาคารทำเอกสารและนับเงินเสร็จตนก็รับเงินแล้วเอาใส่กระเป๋าทันที  โดยที่ไม่ได้นับซ้ำอีกรอบเพราะมั่นใจว่าพนักงานคงนับหลายรอบแล้ว    

จากนั้นก็ขับรถกลับบ้านเพื่อเตรียมจะนำเงินกู้ไปใช้หนี้ แต่พอไปถึงบ้านลูกสาวก็เอาเงินออกมานับถึงทราบว่ามีเงินเกินมาอีก 100,000 บาท เพราะลูกสาวนับได้ทั้งหมด 278,270 บาท ก็ตกใจเพราะยอดเงินกู้ของตัวเองคือ 178,270 บาท จึงคิดว่าพนักงานน่าจะจ่ายเงินมาเกิน เมื่อรู้ว่ามีเงินเกินมาตนจึงรีบนำเงินที่กู้มาไปใช้หนี้ 

จากนั้นก็นำเงินที่ทางธนาคารให้เกินมา 100,000 บาท ไปส่งมอบคืนให้กับทางธนาคารถึงแม้จะเป็นช่วงค่ำ และธนาคารปิดทำการแล้วแต่ยังมีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่เพราะตนเองรู้สึกไม่สบายใจ ทั้งกลัวว่าพนักงานธนาคารที่จ่ายเงินเกินมาจะเดือดร้อน จึงรีบนำเงินไปส่งมอบคืน  

นายประพันธ์ ยังบอกอีกว่า ถึงแม้ว่าตนเองจะมีหนี้สินอยู่หลายแสนบาท แต่ก็ไม่เคยคิดจะเอาของใคร ซึ่งส่วนตัวเป็นคนตรงไปตรงมาและถือความซื่อสัตย์เป็นสำคัญ ที่ผ่านมาก็เคยขอให้ไปช่วยราชการเป็นพนักงานขับรถให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดถึง 11 คน และรองผู้ว่าฯ อีก 5 คน ก็ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์มาตลอด  

ขณะที่​ พนักงานธนาคาร ก็บอกว่าเพิ่งจะทราบว่าเงินหาย จำนวน 100,000 บาท เพราะหลังจากปิดทำการแล้วต้องนับรวมยอดเงิน แต่ยอดเงินในระบบกับจำนวนเงินจริงไม่ตรงกัน ก็กำลังเช็คในระบบว่า วันนี้มีใครมาเบิกถอนเงินบ้างเพราะคิดว่าอาจจะให้เงินเกินไปด้วย ซึ่งระหว่างที่กำลังตรวจสอบลูกค้าก็ได้นำเงิน 100,000 บาท มาส่งคืนให้พอดี ก็ดีใจและขอบคุณลูกค้าที่ได้นำเงินมาส่งคืนเอง ก็ชื่นชมในความซื่อสัตย์ของลูกค้าคนดังกล่าวด้วย ที่เมื่อทราบว่ามียอดเงินเกินไปก็รีบนำมาส่งคืน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศร้า!‘กาฟิว’ดาราสุนัขประจำหมู่บ้านถูกฆ่าโหด ชาวบ้านคาดเป็นพวกล่ากินเลือดชูกำลัง

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689583

เศร้า!‘กาฟิว’ดาราสุนัขประจำหมู่บ้านถูกฆ่าโหด ชาวบ้านคาดเป็นพวกล่ากินเลือดชูกำลัง

เศร้า!‘กาฟิว’ดาราสุนัขประจำหมู่บ้านถูกฆ่าโหด ชาวบ้านคาดเป็นพวกล่ากินเลือดชูกำลัง

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.51 น.

เศร้า!‘กาฟิว’ดาราสุนัขประจำหมู่บ้านถูกฆ่าโหด ชาวบ้านคาดเป็นพวกล่ากินเลือดชูกำลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.จิระวัฒน์ หอมอ้ม อายุ 42 ปี ชาวบ้านหนองสว่าง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่า สุนัขที่บ้านถูกยิงเสียชีวิต ตอนนี้จับมือใครดมไม่ได้ เสียใจหนักมากเพราะสุนัขตัวนี้เลี้ยงเหมือนลูก คนในครอบครัวทั้งสามีและลูกชายทั้ง 2 คน กินไม่ได้นอนไม่หลับ และที่หมู่บ้านมีเหตุสุนัขตายปริศนาหลายตัวแล้ว ไปแจ้งความแล้วอยากให้ตำรวจตามจับคนร้ายให้ด้วย หวั่นไปก่อเหตุอีก 

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น.ส.จิระวัฒน์ ซึ่งเปิดภาพเก่าของสุนัขที่ชื่อ “กาฟิว” ให้ดู แต่เจ้าตัวเห็นแล้วถึงกับน้ำตาคลอ และบอกว่าสุนัขตัวนี้ทั้งครอบครัวรักเหมือนลูก เลี้ยงมาคู่กับสุนัขอีกตัว คนทั้งหมู่บ้านจะรู้ว่า “กาฟิว” เป็นสุนัขที่ฉลาด แสนรู้ ขี้เล่น เข้าได้กับทุกคน ไม่ดุ หากวิ่งไปไหนรอบหมู่บ้าน สุนัขในหมู่บ้านจะไม่กัด ถือเป็นดาราสุนัขประจำหมู่บ้าน จึงอยากให้ตำรวจตามจับคนร้าย เพราะไม่รู้จะไปก่อเหตุฆ่าสุนัขอีกหรือไม่ นึกภาพแล้วคิดว่าพอคนร้ายใช้ปืนยิง แล้วนำไปกดน้ำให้เลือดออกหมด แล้วนำร่างมาทิ้งในในโรงเรียน บอกได้คำเดียวว่าเสียใจอย่างมาก

ขณะที่นายนิคม หอมอ้น อายุ 58 ปี เปิดเผยว่า ครอบครัวตนเองเลี้ยงกาฟิวมาตั้งแต่เล็กๆ ภรรยา คือ น.ส.จีระวัฒน์ ป้อนข้าวป้อนน้ำตั้งแต่ตัวเล็ก กาฟิวเป็นหมาแสนรู้ ไม่ดื้อ อยู่ด้วยกันมา 10 ปี ไม่เคยมีเรื่องให้ทุกข์ใจ จะเป็นหมาขี้อ้อน เวลาอยากออกไปวิ่งเล่นก็จะมองหน้าเจ้าของทำหน้างอนๆ หรือหากจะนอน กาฟิวก็จะใช้เท้าเขี่ยเสื่อเพื่อปูนอนเอง เป็นความน่ารักที่ทำให้ครอบครัวเราผูกพัน

สำหรับวันเกิดเหตุ คือ วันที่ 24 ต.ค.65 เจ้ากาฟิวนั่งรถซาเล้งไปกับภรรยาของตน เพื่อซื้อของมาขายในตลาดบ้านดุง ส่วนตนไปเฝ้าเวรที่โรงเรียน พอกลับมาจากตลาด เวลาประมาณ 14.00 น. ไม่เห็นกาฟิวแล้ว แต่ในกล้องวงจรปิดเห็นวิ่งมายังสนามฟุตบอล ต่อมาเวลา 17.00 น. มีคนมาบอกว่า กาฟิว ตายอยู่ข้างใต้อาคารข้างห้องน้ำ จึงรีบไปดูปรากฏว่าร่างของกาฟิวมีสภาพเปียกไปทั้งตัว เหมือนคนร้ายล้างคราบเลือด บริเวณช่องท้องถูกยิงด้วยปืนอัดลม มีลูกกระสุนฝังใน

“ตนแปลกใจว่าถ้า กาฟิว ถูกยิงตรงที่พบ ทำไมไม่มีรอยเลือดเปรอะเปื้อน พบแต่ตรงช่องท้องที่ถูกยิงและบริเวณปาก เป็นรอยเลือดนับหยดได้เลย เชื่อว่าคนร้ายยิงกาฟิวจากที่อื่น แล้วล้างน้ำหรือกดตัวลงน้ำให้เลือดไหลหมด จากนั้นก็อุ้มมาทิ้งในโรงเรียน” นายนิคม กล่าว

นายนิคม กล่าวว่า พอกาฟิวตายทั้งบ้านเสียใจมากทั้งภรรยา ลูกชายอีก 2 คน กินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องเข้าใจคนรักหมา เขารักเหมือนคนในครอบครัว ตนอยากหาตัวคนร้ายให้ได้ ตอนนี้ยังก็มีคนสงสัยอยู่ แต่เราไม่มีหลักฐาน แต่จะหาหลักฐานตามหาคนฆ่ากาฟิวมาให้ได้ อยากถามเขาเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องฆ่ากาฟิว มันทำอะไรผิด ทำไมไม่มาบอกกันดีๆ จะไปฆ่ามันทำไม

ขณะที่ชาวบ้าน เชื่อว่า ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีคนล่าสุนัข และฆ่าตายมาแล้วหลายตัว จากนั้นจะนำร่างของสุนัขมาทิ้งในโรงเรียน ใน 3 เดือนที่ผ่านมาตายมาแล้วหลายตัว โดยชาวบ้านบอกอีกว่าที่หมู่บ้านมีคนล่าสุนัขกินเลือดเพื่อเป็นยาชูกำลัง และอยากให้ตำรวจตามจับให้ได้ ไม่เช่นนั้นสุนัขก็จะเป็นเหยื่อคนล่ากินเลือดชูกำลังไปอย่างไม่มีวันจบ

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสียงสะท้อนภาคประชาสังคม ขอสมดุล‘อุตสาหกรรม-วิถีชีวิต’

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689553

เสียงสะท้อนภาคประชาสังคม  ขอสมดุล‘อุตสาหกรรม-วิถีชีวิต’

เสียงสะท้อนภาคประชาสังคม ขอสมดุล‘อุตสาหกรรม-วิถีชีวิต’

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.21 น.

ผ่านพ้นไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ กับเวทีนวัตกรรมทางสังคม กับการเร่งรัดเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน “เสียงผู้คนในพื้นที่ ภายใต้วิกฤตภูมิอากาศ-โลกรวน” ซึ่งร่วมจัดโดยหลายองค์กรและถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ “สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” โดยหนึ่งในนั้นคือการเสวนาหัวข้อ “ชุมชนท้องถิ่นและการพัฒนาเศรษฐกิจที่เน้นภาคอุตสาหกรรม” มีตัวแทนภาคประชาสังคมหลายกลุ่มร่วมให้มุมมอง

เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง จากมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า เมื่อพูดถึง “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งได้ผ่านการทบทวนของ
สหประชาชาติและรัฐบาลนานาชาติในปี 2535 ที่มองว่า “ถ้าทิศทางการพัฒนาของโลกยังก้าวเดินไปที่เน้นภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว โลกหายนะอย่างแน่นอน”ซึ่งจะเกิดความไม่มั่นคงและไม่ปลอดภัยหลากหลายเรื่อง ซึ่งภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องถอยหลัง 1 ก้าว เพราะเป็นสาเหตุในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การทำลายสิ่งแวดล้อม การสร้างภาวะโลกร้อน และการสร้างความไม่มั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นอกจากนี้ สหประชาชาติยังให้บรรทัดฐานใหม่อีกว่า “จากนี้ไปรัฐบาลทุกประเทศต้องพาคนในชาติก้าวไปสู่ทิศทางพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยการพัฒนาที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จะต้องมี 3 เสาหลัก คือ 1.ประชาชนต้องมีส่วนร่วม มีส่วนร่วมในทุกๆ เรื่อง รวมไปถึงการตัดสินใจในนโยบายที่สำคัญของรัฐที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชน 2.ประชาชนมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งภาครัฐจะต้องจัดข้อมูลตามที่ประชาชนต้องการ

เช่น ข้อมูลเรื่องของสิ่งแวดล้อม และข้อมูลที่จะสนับสนุนการตัดสินใจของประชาชนในกระบวนการมี
ส่วนร่วม เพื่อให้การมีส่วนร่วมของประชาชนมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความโปร่งใสอีกด้วย และ 3.การเข้าถึงความเป็นธรรม ซึ่งทุกรัฐบาลจะต้องมีการช่องทางและกลไกต่างๆ ที่จะเอื้อให้ประชาชนได้รับการปกป้องและคุ้มครอง สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษา การฟ้องคดี และข้อมูลต่างๆ เพราะฉะนั้น 3 เสาหลักจะรองรับและพาประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

“ในปี พ.ศ.2535 ยังมีการพูดคุยกันชัดเจนว่าอุตสาหกรรมทุกแห่งจะต้องลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม จนนำไปสู่กลไกลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงเกิดกฎหมาย PRTR ขึ้นมา ซึ่งในประเทศไทยกำลังรณรงค์กันในปัจจุบัน โดยปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายและฐานข้อมูล ที่จะทำให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะข้อมูลเรื่องของโรงงานอุตสาหกรรม และแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทต่างๆ เมื่อเทียบกับต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ที่โรงงานไหนมีการใช้สารเคมีที่ USPPA ประกาศออกมามากถึง 800 กว่าสาร จะต้องรายงานข้อมูลให้ USPPA รับทราบ” เพ็ญโฉม กล่าว

นันทวัน หาญดี จากสมาคมเกษตรกรรมทางเลือกฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ถ้าพูดระบบนิเวศในจังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอสนามชัยเขต และอำเภอท่าตะเกียบมีพื้นที่ติดกับป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ถึงแม้จะติดกับป่า
รอยต่อแต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องกว่า 50 ปี เนื่องจากพื้นที่ป่ารอยต่อภาคตะวันออกในโซนของจังหวัดฉะเชิงเทรา เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายจากนโยบายของรัฐ จึงทำให้ป่าสงวนถึงสัมปทานให้เอกชนตัดไม้เศรษฐกิจสำคัญออกไปทำให้ป่าเสื่อมโทรม

“ฉะนั้นการส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบการผลิตเพื่อการส่งออก ที่ให้ความสำคัญแต่การเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้มองเรื่องของความมั่นคงทางอาหารและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรจึงเห็นภาพของการปลูกมันสำปะหลังเป็นจำนวนมาก ที่เข้าไปทดแทนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ซึ่งทำให้เห็นปัญหาความไม่เป็นธรรมเรื่องของสิทธิในที่ดินและการเข้าถึงที่ดิน ถึงแม้จะได้ที่ดินมาครอบครองแต่ก็อยู่ในระบบเศรษฐกิจผูกกับระบบเศรษฐกิจโลก คือ การปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งรายได้ไม่พอเพียงเพราะราคาก็ถูกกำหนดจากกลไกตลาด” นันทวัน กล่าว

นันทวัน กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ “ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน” เป็นทางเลือกและทางรอดของเกษตรกร โดยบ้านยางแดงเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 1 ใน 12 หมู่บ้านของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งในอดีตเป็นหมู่บ้านที่ยากจน รายได้คนในชุมชนประมาณร้อยละ 10 ต่ำกว่าค่าครองชีพที่จะอยู่ได้ โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือ “ชาวบ้านได้ตื่นรู้” จากการวิเคราะห์ถึงปัญหาเกิดขึ้นวิเคราะห์ฐานทรัพยากร และการพึ่งพา

จนนำไปสู่ความเข้าใจในวิถีชีวิตที่จะอยู่ได้จะต้องอยู่ในฐานทรัพยากรที่หลากหลาย ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในเรื่องอาหาร และสามารถที่จะสร้างความต่อเนื่องและยั่งยืนของรายได้ เพราะฉะนั้นเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร การรักษาสิทธิ์ และใช้ประโยชน์ในการผลิตอาหาร เป็นการปกป้องความมั่นคงทางอาหารของสังคม และเป็นการอนุรักษ์พันธุ์พืชในท้องถิ่นและวัฒนธรรมด้วย

มานพ สนิทหาญดี จากเครือข่ายชายฝั่งบูรพา กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานกับชาวประมงและชายฝั่ง ได้พบเห็นปรากฏการณ์หลายเรื่อง ตั้งแต่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ดตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นการพัฒนาเชิงนโยบายที่ลงไปชายฝั่งทะเลจนมาถึง EEC ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึงการพัฒนาเชิงนโยบายในพื้นที่ชายฝั่งทะเลมีจำนวนมาก ในส่วนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับทะเล

“ที่เห็นได้ชัด คือการกัดเซาะชายฝั่ง เห็นได้จากพื้นที่ระหว่างมาบตาพุดกับหาดแสงจันทร์ จ.ระยอง ที่มีเขื่อนหินเป็นชั้นๆ ถ้าหากคนภายนอกมองจะเห็นความสวยงามของธรรมชาติ แต่ว่าพื้นที่ที่หายไปจากการกัดเซาะและการเปลี่ยนแปลงจากสภาพน้ำทะเลมีจำนวนสูงขึ้น รวมถึงทรัพยากรบางอย่างที่หายไป เช่น ป่าชายเลน และแนวป้องกันการปะทะคลื่นต่างๆ หายไปนอกจากนี้ประเด็นการยกเลิกเขตควบคุมมลพิษ จะเป็นตัวเร่งให้กลับไปสู่การปลดปล่อยมลพิษให้สูงขึ้น การที่จะเป็นเมืองที่มีคาร์บอนต่ำจึงเป็นไปไม่ได้” มานพ กล่าว

พรพนา ก๊วยเจริญ จาก Land Watch Thailand กล่าวว่า หลายพื้นที่เรื่องระบบนิเวศ เรื่องความสำคัญของ
พื้นที่ และเรื่องเศรษฐกิจท้องถิ่น จะไม่ปรากฏในผังเมืองและไม่ได้ให้ความสำคัญ เช่นเดียวกับพื้นที่นาขาวัง ต.เขาดินอ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตปากแม่น้ำมีระบบนิเวศแบบ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ถึงแม้ในผังเมืองจะพูดถึงว่าจะต้องคำนึงถึงภูมินิเวศ แต่ว่าผังเมืองไม่ได้สนใจที่จะทำให้มีความสำคัญ

“สิ่งที่น่าสนใจคือไม่ปรากกฏอยู่ในนโยบายและกฎหมาย EEC ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ชาวบ้านปรับตัวจากสภาพภูมิอากาศเมื่อ 20 ปีก่อนเดิมทีทำนาอย่างเดียว แต่ปัจจุบันสามารถทำนาข้าวและทำประมงในพื้นที่ผืนเดียว และมีที่เดียวในประเทศไทยที่สามารถทำได้ จึงแสดงให้เห็นว่า กระบวนการวางแผนตลอดจนถึงเรื่องความสำคัญระดับท้องถิ่น จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์แล้ว” พรพนา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตื่นตาตื่นใจ!!! พะยูนฝูงสุดท้าย ดำผุดดำว่ายโชว์ลีลาอวดโฉมนักท่องเที่ยว

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689552

ตื่นตาตื่นใจ!!! พะยูนฝูงสุดท้าย ดำผุดดำว่ายโชว์ลีลาอวดโฉมนักท่องเที่ยว

ตื่นตาตื่นใจ!!! พะยูนฝูงสุดท้าย ดำผุดดำว่ายโชว์ลีลาอวดโฉมนักท่องเที่ยว

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 21.13 น.

สุดตื่นตา! ‘พะยูน’ ฝูงสุดท้ายของไทย ว่ายน้ำดำผุดดำว่ายพลิกหงายท้อง อวดโฉมโชว์กลุ่มนักท่องเที่ยวในทะเล กลาง ‘เกาะลิบง’  กำนันเผยพบเห็นได้ไม่บ่อยนักบริเวณจุดดังกล่าว เนื่องจากไม่ใช่แหล่งหญ้าทะเล

 เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันนี้ 1 พ.ย. 65 นายอับดุลรอหีม ขุนรักษา กำนัน ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ได้บันทึกภาพและส่งต่อให้ผู้สื่อข่าว ในนาทีที่ พะยูน ตัวโต น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ว่ายน้ำอวดโฉม ทั้งดำผุดดำว่าย พร้อมและโชว์ลีลาพลิกหงายท้องไปมาจำนวนหลายครั้ง ระยะเวลานานกว่า 15 นาที ก่อนจะดำน้ำหายไป บริเวณหอชมพะยูน (สะพานหลีกภัย) หมู่ 4 บ้านบ้านบาตูปูเต๊ะ ต.เกาะลิบง ซึ่งพะยูนตัวดังกล่าวอยู่ห่างจากจุดที่กลุ่มนักท่องเที่ยวยืนอยู่บนหอชมประมาณ 18 เมตร เท่านั้น สร้างความตื่นตาตื่นใจ และประทับใจให้กับน้ำท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ต่างนำกล้องโทรศัพท์มือถือบันทึกภาพความน่ารักของพะยูนตัวดังกล่าวไว้

นายอับดุลรอหีม หรือ กำนันหีม กล่าวว่า วันนี้ตนนำพานักท่องเที่ยวชายหญิง จำนวน 5 คน  จากพื้นที่ จ.ตรัง จ.สงขลา และ กทม. หลังจากเดินทางมาเที่ยวบนเกาะลิบง จึงได้นำพามาที่หอชมพะยูน ซึ่งเป็นความบังเอิญเป็นอย่างมาก พะยูนตัวดังกล่าว ได้โผล่ขึ้นมาและมาว่ายอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวชื่นชม โดยจุดดังกล่าวห่างจากฝั่งประมาณ 800 เมตร พะยูนมักจะไม่ค่อยมาเล่นน้ำเท่าใดนัก ส่วนใหญ่หากจะพบเห็นก็จะเป็นแถบเขาบาตูปูเต๊ะ ที่อยู่ถัดออกไปไม่ไกล เนื่องจากเป็นแหล่งหญ้าทะเล ที่เป็นอาหารของพะยูน แต่ครั้งนี้พะยูนได้มาอยู่บริเวณไม่ไกลฝั่ง ซึ่งตนคาดว่าน่าจะมาเล่นน้ำ ไม่ได้มากินหญ้าทะเล เพราะจุดดังกล่าวหญ้าทะเลมีน้อย ไม่ชุกชุมเหมือนบริเวณเขาบาตูปูเต๊ะ และในระหว่างที่กำลังเดินกลับ นักท่องเที่ยวกลับได้พบเห็นเต่าทะเลด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นความโชคดีของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก

สำหรับ ‘พะยูน’ เป็นสัตว์ใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย สำหรับ ‘เกาะลิบง’ นั้น เป็นแหล่งที่มีพะยูนฝูงสุดท้ายในประเทศไทย และมีพะยูนอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งยังมีแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด เมื่อเทียบกับพื้นที่หญ้าทะเลในจังหวัดอื่น ๆ ของประเทศไทย รวมทั้งยังเคยเป็นที่อยู่อาศัยของพะยูนน้อย ‘มาเรียม’ ก่อนหน้านี้อีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คอหวยฮือฮา! รางวัลที่ 1 เปลี่ยนแค่ตัวเดียว กองสลากฯออกมาชี้แจงด่วน!

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689506

คอหวยฮือฮา! รางวัลที่ 1 เปลี่ยนแค่ตัวเดียว กองสลากฯออกมาชี้แจงด่วน!

คอหวยฮือฮา! รางวัลที่ 1 เปลี่ยนแค่ตัวเดียว กองสลากฯออกมาชี้แจงด่วน!

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.33 น.

คอหวยฮือฮา! รางวัลที่ 1 เปลี่ยนแค่ตัวเดียว กองสลากฯออกมาชี้แจงด่วนแล้ว

ออกผลไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 สำหรับรางวัลที่ 1 คือ หมายเลข 913106 แต่งวดนี้ทำให้เกิดการผุดแฮชแท็ก #หวยงวดนี้ ขึ้นอย่างรวดเร็ว จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ มีการพูดถึงตัวเลขรางวัลที่ 1 จำนวนมากเพราะดันไปตรงเป๊ะกับรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ตุลาคม 256 ที่ผ่านมา นั่นคือ 613106 เพียงเปลี่ยนจากเลข 6 เป็นเลข 9 เท่านั้น 

ล่าสุด พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อํานวยการสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ชี้แจงว่า ภายหลังการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 รางวัลที่ 1 เลขที่ออก 913106 ว่า การออกรางวัลของสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดําเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้  ส่วนตัวเลขที่จะออกนั้น มีโอกาสเท่ากันทุกตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นเลขที่เพิ่งออกไปในงวดที่ผ่านมา หรือเลขที่ซ้ำกันทั้งหกหลัก ดังนั้น จึงไม่มีใครทราบหมายเลขที่จะออก รางวัลล่วงหน้าได้ ทุกหมายเลขมีโอกาสออกได้หมด

ด้าน นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อํานวยการโรงพยาบาลราชวิถี ประธานกรรมการ ออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดนี้ กล่าวว่า อุปกรณ์และขั้นตอนกระบวนการออกรางวัลสลาก สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสอบอุปกรณ์ ที่ให้กรรมการทุกคนมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจและเชื่อมั่นว่าการออกรางวัลของสํานักงานสลากฯ เป็นไปด้วย ความโปร่งใสทุกประการ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผวา!‘แก๊งลิง’บุกปีนป่ายป่วน ชาวชุมชนหาดใหญ่วอนหน่วยงานช่วย

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689474

ผวา!‘แก๊งลิง’บุกปีนป่ายป่วน ชาวชุมชนหาดใหญ่วอนหน่วยงานช่วย

ผวา!‘แก๊งลิง’บุกปีนป่ายป่วน ชาวชุมชนหาดใหญ่วอนหน่วยงานช่วย

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.17 น.

ผวา!‘แก๊งลิง’บุกปีนป่ายป่วน ชาวชุมชนหาดใหญ่วอนหน่วยงานช่วย

1 พฤศจิกายน 2565 ชาวบ้านในชุมชนจันทร์ประทีป ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ริมทางรถไฟ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างตกใจกลัวเพราะว่ามีฝูงลิงจำนวน 5 ตัว ทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ ไต่มาตามสายไฟและกระโดดปีนป่ายอยู่บนหลังคาบ้าน รวมทั้งไปเก็บกินผลไม้ ทั้งเสาวรส มะม่วง และผลปาล์มของชาวบ้านที่อยู่ในชุมชน

ชาวบ้านต้องออกมาช่วยกันตะโกนไล่ เพราะกลัวว่ามันอาจจะลงมาทำร้ายเด็กๆในชุมชนหรือแย่งชิงขนมจากเด็กที่เดินหิ้วอยู่ตามถนน เพราะดูท่าทางลิงฝูงนี้จะหิวมากและไม่กลัวคน โดยชาวบ้านได้ช่วยกันไล่ต้อนเพื่อให้ออกไปจากชุมชนบางคนก็สงสารซื้อแตงโมโยนขึ้นไปให้มันกิน สุดท้ายลิงฝูงนี้ก็ไต่ไปตามสายไฟริมทางรถไฟและลงมาพากันวิ่งข้ามทางรถไฟไปยังป่าอีกฝั่งซึ่งอยู่หลังวัดปลักกริมสระน้ำ

ชาวบ้านบอกว่าไม่เคยเห็นลิงฝูงนี้มาก่อนเพิ่งจะเข้ามาหาของกินในบริเวณชุมชนจันทร์ประทีป 2-3 ครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นลิงมาจากไหน บางครั้งก็หักกิ่งไม้จนตกใส่หลังคาบ้านเกือบแตก ต้องช่วยกันตะโกนไล่ เพราะกลัวว่ามันจะลงมาทำอันตรายเด็กๆที่วิ่งเล่นอยู่แถวนี้ แต่ก็สงสารเพราะดูแล้วสภาพน่าจะหิว จึงพากันมาเก็บกินผลไม้ และต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาจับไปอยู่ในที่ปลอดภัย เพราะเชื่อว่าน่าจะกลับมาอีก

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,165 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d