Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ข้าวเม่า’ขนมโบราณ…รสชาติหวานมันอร่อย ของดีอำนาจเจริญ

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689454

'ข้าวเม่า'ขนมโบราณ...รสชาติหวานมันอร่อย ของดีอำนาจเจริญ

‘ข้าวเม่า’ขนมโบราณ…รสชาติหวานมันอร่อย ของดีอำนาจเจริญ

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.38 น.

ทุกฤดูกาลทำนาปลูกข้าว ระหว่างเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ของทุกปี สตรีชาวนา จะนำข้าวไวต่อแสง หรือ ข้าวดอ ซึ่งจะมีความเจริญเติบโต ออกรวงเมล็ดข้าว เร็วกว่าปกติ เรียกว่า ข้าวน้ำนม เพื่อนำมาทำข้าวเม่า สำหรับรับประทานในครอบครัว หรือในหมู่เพื่อนฝูงญาติสนิทและแขกผู้มาเยือนสม่ำเสมอ เรียกว่า เป็นขนมโบราณ ที่ชาวอีสานนิยมบริโภคกันมาก เนื่องจากทำจากเมล็ดข้าวโดยตรง ปราศจากสารพิษเจอปน เรียกว่า ข้าวเม่าอินทรีย์ ซึ่งมีให้ทานปีละ 1 ครั้ง เฉพาะทำนาปีเท่านั้น

เป็นเพราะเศรษฐกิจฝืดเคืองไปทั่วโลก ลามถึงประเทศไทย บวกกับโรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา กระทั่งปัจจุบันโรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบยังคงมีอยู่ ทำให้สตรีชาวนาอำนาจเจริญต้องมองหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ โดยการนำเอาขนมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน สั่งสอนมาจากบรรพบุรุษ ออกวางจำหน่าย ในรูปแบบการผลิตข้าวเม่าเชิงพาณิชย์ จำหน่าย สร้างรายได้เป็นอย่างดี

อย่างเช่น นางจันทร์เพ็ญ  นาดี อายุ 40 ปี ชาวนา ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เล่าว่า ทำนาปี จำนวน 10 ไร่ แบ่งเป็นปลูกข้าวจ้าว 5 ไร่ และข้าวเหนียว 5 ไร่ และแบ่งไว้รับประทานส่วนหนึ่งให้ถึงปี ที่เหลือก็จะขายพอได้ค่าปุ๋ย โดยเฉพาะช่วงนี้เมล็ดข้าวยังไม่แก่เต็มที่ เมล็ดข้าวน้ำนม จึงนำเมล็ดมาทำข้าวเม่า ไปจำหน่ายในตลาดตัวเมืองอำนาจเจริญ ซึ่งขายดีมาก ขายหมดทุกวัน ก็เก็บเป็นเงินทุน ไว้จ้างแรงงานเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงปลายปี

นางจันทร์เพ็ญ บอกถึงวิธีทำข้าวเม่า พอเข้าใจว่า การทำข้าวเม่าส่วนมากจะนำข้าวไวต่อแสง หรือข้าวดอ (ภาษาอีสาน) มาทำ เนื่องจากมีการเจริญเติบโตเร็วกว่าข้าวชนิดอื่น โดยเริ่มแรก ต้องเดินตรวจเมล็ดข้าวในแปลงนาก่อน จากนั้น เลือกเอาเมล็ดข้าวที่พอดี คือไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป เรียกว่า ข้าวน้ำนม ต่อมาทำการเกี่ยวข้าว จนได้ตามต้องการ

จากนั้น นำรวงข้าวมาขูดเมล็ดออก ด้วยการใช้ไม้ประกบ 2 ข้างขูด เพื่อป้องกันรวงข้าวบาดมือ เสร็จแล้วนำเมล็ดข้าวใส่ถาดหรือกะละมัง ต่อมานำไปเทใส่กระทะ ตั้งบนเตาถ่านไฟไม่แรง คั่วจนได้ที่ เสร็จแล้วเอาใส่ถาดหรือกะละมัง ผึ่งให้เย็น คัดกากหรือเปลือกข้าวออก ก็จะได้เมล็ดข้าวสีเขียวอ่อน หอมติดจมูก เมื่อบริโภคแล้วจะมีรสชาติหวานมัน อร่อยแบบขนมพื้นบ้านโบราณ เป็นอันแล้วเสร็จ เรียกว่า ข้าวเม่า

สามารถนำไปจำหน่ายได้ โดยบรรจุถุงจำหน่ายในราคา 1 กิโลกรัม / 150 บาท ถ้าจะซื้อเป็นขีดก็ราคาขีดละ 20 บาท ซึ่งขายดีมาก บางคนกลับมาเยี่ยมบ้านจะกลับกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด จะแวะซื้อข้าวเม่าหลายสิบกิโลกรัมติดไม้ติดมือไปด้วย เพื่อเป็นของฝากเพื่อน พี่น้อง และมีจำนวนไม่น้อยที่ซื้อใส่พัสดุฝากทางไปรษณีย์ส่งให้ญาติพี่น้องตามต่างจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร เพราะข้าวเม่าอยู่ได้หลายวันไม่เสียง่าย

นางจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า ข้าวเม่า บางคนซื้อไปทานเลย แต่ก็มีนำไปแปรรูปเป็นขนมหลายชนิด เช่น ข้าวเม่าคลุก โดยการเอาข้าวเม่าไปคลุกเค้ากับมะพร้าว ที่ผ่านการขูดเป็นเส้นๆ ใส่เกลือน้ำตาลให้พอเหมาะ เรียกว่า ขนมข้าวเม่าคลุก หรือไม่ก็เอาไปทำข้าวเม่าทอด ก็มีให้ซื้อหารับประทานตามตลาดทั่วไป

นางจันทร์เพ็ญ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกปีช่วงรอการเก็บเกี่ยวข้าว จะทำข้าวเม่ามาวางขายเป็น 2 เวลา คือ เช้ากับเย็น เพราะปีนี้ฝนตกดี ได้ผลผลิตข้าวเต็มที่ จึงมีการทำข้าวเม่าเพิ่มขึ้น โดยมีลูกๆ ช่วยกันทำ ส่วนแม่ออกมาขาย ได้เงินวันละ 1,000 – 1,500 บาท เพื่อเป็นทุนในการศึกษาลูกและค่าจ้างรถเกี่ยวข้าวด้วย

นางอรสา ทิมากร อายุ 50 ปี ลูกค้าชาวเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ขณะกำลังซื้อข้าวเม่า บอกว่า จะได้ทานข้าวเม่าปีละ 1 ครั้ง ช่วงเดือนนี้แหละ วันนี้เดินหาซื้อข้าวเม่าไปทำเป็นของหวาน ไม่ว่าจะปรุงเป็นข้าวเม่าทอด ข้าวเม่าคลุก ข้าวเม่ากวน หรือจะทานข้าวเม่าสดๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน ซึ่งก็มีความสุขที่ได้ทำขนมหวานจากข้าวเม่าให้ลูกหลานได้รับประทานกัน เพื่อลูกหลานจะได้รู้ว่า ยังมีขนมพื้นเมืองโบราณ ที่ชื่อ ข้าวเม่า รสชาติอร่อยแบบไทยๆ ไม่แพ้ขนมชนชาติใดในโลก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับชีพจร‘เบตง’ โอกาส‘ท่องเที่ยว’-เปิดแผนขยายรันเวย์สนามบิน

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689440

จับชีพจร‘เบตง’ โอกาส‘ท่องเที่ยว’-เปิดแผนขยายรันเวย์สนามบิน

จับชีพจร‘เบตง’ โอกาส‘ท่องเที่ยว’-เปิดแผนขยายรันเวย์สนามบิน

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.24 น.

อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง เผยสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเบตงร่วมหารือกับท “บางกอกแอร์เวย์ส” เปิดบินเส้นทาง “หาดใหญ่-เบตง-หาดใหญ่” หลัง “นกแอร์” หยุดทำการบิน

1 พฤศจิกายน 2565 นายนรินทร์ เรืองวงศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง จ.ยะลา กล่าวว่า กรณีนกแอร์หยุดทำการบินเส้นทางกรุงเทพฯ-เบตง เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนราคาตั๋วเครื่องบินสูง แต่ที่ผ่านมาทำตลาดได้เพราะรัฐบาล และ ททท.สนับสนุน โดยที่ผ่านมาสายการบินนกแอร์ ได้เปิดให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ(ดอนเมือง)-เบตง(ยะลา) 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทุกวันอังคาร ศุกร์ และอาทิตย์ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว (สธทท.) และบริษัททัวร์ต่างๆที่ร่วมกันจัดแคมเปญ “เบตง หรอยแรง แหล่งใต้ สไตล์เบตง ” และหลังสิ้นสุดแคมเปญเฟส 2 ในสิ้นเดือน ต.ค.65 จะมีการยุติการเหมาที่นั่งนกแอร์เส้นทาง กรุงเทพฯ-เบตง เนื่องจากทางสายการบินนกแอร์อ้างว่ามีต้นทุนสูงมากในการบินตรงมาเบตง

นายนรินทร์ กล่าวว่า ส่วนหลังจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ทางนายภาณุ อุทัยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเบตง ได้หารือกับทางบางกอกแอร์เวย์ส ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะเปิดบินเส้นทาง “หาดใหญ่-เบตง-หาดใหญ่”  ใช้ระยะเวลา 25 นาที ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,200-1,500 บาท ถูกกว่าบินตรงจากกรุงเทพฯ-เบตง โดยขณะนี้กำลังเสนอเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ปลัดกระทรวงคมนาคมอนุมัติ จากนั้นจะมีการเซ็นเอ็มโอยูระหว่างกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตั้งแต่เปิดบริการช่วงปลายเดือน เม.ย.65 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้โดยสาร ส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารแบบกรุ๊ปทัวร์ประมาณ 80-90% ขณะที่ผู้โดยสารทั่วไปประมาณ 10-20%

ด้านกรมท่าอากาศยาน แจ้งว่า ขณะนี้กลุ่มที่ปรึกษาโครงการออกแบบงานก่อสร้าง พร้อมศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ขยายทางวิ่ง (รันเวย์) ทางขับ (แท็กซี่เวย์) ลานจอดเครื่องบิน พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน และส่วนประกอบอื่นๆ ท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา ได้ส่งผลการศึกษามายังกรมท่าอากาศยานแล้ว และจะเสนอผลการศึกษาต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และกระทรวงคมนาคม ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป และเปิดบริการประมาณปี 2571

สำหรับการขยายรันเวย์ครั้งนี้ จะเพิ่มความยาวจากเดิม 1,800 เมตร เป็น 2,500 เมตร เพิ่มขึ้น 700 เมตร โดยขยายไปทางทิศตะวันตก 375 เมตร และทางทิศตะวันออก 325 เมตร เมื่อแล้วเสร็จจะรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ 180 ที่นั่งได้ อาทิ แอร์บัส A320 และโบอิ้ง B-737 จากปัจจุบันรองรับได้เพียงเครื่องบินขนาด 80 ที่นั่ง อาทิ Q400 และ ATR 72 นอกจากนี้จะขยายลานจอดอากาศยานจากเดิมที่มีขนาด 94×180 เมตร เป็นขนาด 94×240 เมตร ทำให้สามารถจอดอากาศยานขนาด 180 ที่นั่งได้พร้อมกัน 3 ลำ

ส่วนสาเหตุที่ไม่สร้างรันเวย์ให้ยาว 2,500 เมตรไปในคราวเดียวไม่ต้องมาขยายเพิ่มเติมอีก เนื่องจากการออกแบบรันเวย์ขึ้นอยู่กับความจำเป็น การศึกษาเมื่อปี 2550 พบว่า จะมีปริมาณผู้โดยสาร และเที่ยวบินในขนาดรันเวย์ที่ 1,800 เมตร รองรับได้อย่างเพียงพอ เมื่อเวลาผ่านไปการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินเปลี่ยนไปจึงขยายเพิ่มภายหลัง

ด้านนางกรณิช สุขการ ผอ.ท่าอากาศยานเบตง เปิดเผยว่า นกแอร์ ทำการบินครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันทางสนามบินยังคงเปิดทำการตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่ยังคงทำงานตามปกติ โดยทุกวันนี้มีผู้มาเยี่ยมชมที่ท่าอากาศยานเบตงบางวัน 100 – 200 คน มากสุดวันละ 300 คน โดยเข้ามาถ่ายภาพเยี่ยมชมอาคารสนามบิน นอกจากนี้ทางสนามบินยังคงมีการก่อสร้างจุดตรวจค้นรถยนต์ และยานพาหนะ บริเวณหน้าท่าอากาศยานและก่อนเข้าพื้นที่เขตการบิน เพื่อรองรับการเข้า-ออกท่าอากาศยาน

ขณะที่คนในพื้นที่สะท้อนราคาตั๋วโดยสารไม่จูงใจ เพราะสูงเกินไป ทำให้ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ในพื้นที่ อ .เบตง บางแห่งต้องปิดตัวลง แต่ถ้ามีโครงการเราเที่ยวด้วยกันอีกจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวเดินทางมาเบตงได้มาก โดยที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างบอกว่าโครงการดังกล่าว สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวได้มากโดยราคามัดรวมกันแล้วไม่ถึง 10,000 บาท โดยใช้เวลาท่องเที่ยวใน เบตง 2 วัน 3 คืน ที่ผ่านมา รัฐบาลและ ททท.ได้ให้การสนับสนุน รวมทั้ง ททท. สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว (สธทท.) และบริษัททัวร์ต่างๆได้ร่วมกันจัดแคมเปญที่ผ่านมามีการบินต่อสัปดาห์ ทุกวันอังคาร ศุกร์ และอาทิตย์ ก็มีผู้โดยสารเต็มทุกเที่ยวบิน

สำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-เบตง นั้น ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่เบตง มองว่าเบตงยังบอกว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เพียงแต่ว่าสถานการณ์โดยรวมของการท่องเที่ยววันนี้เปลี่ยนไป คือ ในวันที่สายการบินนกแอร์ เปิดให้บริการเส้นทางบินตรงสู่ “เบตง” นั้น ในขณะนั้นหลายประเทศยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ทำให้ทั้งผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและคนทั่วไปให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่วันนี้หลาย ๆ ประเทศได้เปิดประเทศแล้ว คนไทยต่างมีทางเลือกมากขึ้น และหันไปสนใจไปท่องเที่ยวต่างประเทศแทน เช่นเดียวกับผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวที่มีทางเลือกมากขึ้น และหันไปทำแพ็กเกจทัวร์ไปเที่ยวต่างประเทศกันเป็นอย่างมากเช่นกัน

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

4,088 โค้ง! เชิญชวนนักท่องเที่ยวรับใบประกาศนียบัตร ผู้พิชิต’เมืองสามหมอก’

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689439

4,088 โค้ง! เชิญชวนนักท่องเที่ยวรับใบประกาศนียบัตร ผู้พิชิต'เมืองสามหมอก'

4,088 โค้ง! เชิญชวนนักท่องเที่ยวรับใบประกาศนียบัตร ผู้พิชิต’เมืองสามหมอก’

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.08 น.

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชิญนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน รับใบประกาศนียบัตรผู้พิชิต 4,088 โค้ง ได้ที่สมาคมฯ ณ ศูนย์ไทยใหญ่ศึกษา ในตัวเมืองได้ทุกท่าน

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 นายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนเริ่มเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ซึ่งท่านสามารถสัมผัสทะเลหมอกได้ทุกอำเภอ เช่น อำเภอปาย ที่ทะเลหมอกหยุนไหล และอำเภอปางมะผ้า ที่บ้านจ่าโบ่ และบ้านห้วยเฮี๊ยะ อำเภอเมือง ที่วัดพราตุดอยกองมู ลงไปที่อำเภอขุนยวม ที่ทุ่งบัวตองดอยแม่ฮ่องสอน ซึ่งเดือนพฤศจิกายนนี้ เข้าถึงช่วงเทศกาลดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ อำเภอแม่ลาน้อย ขึ้นไปจิบกาแฟที่บ้านดง บ้านห้วยห้อม ท่านก็จะสัมผัสเส้นทางที่มีทะเลหมอกได้ และอำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย ท่านก็จะได้เห็นทะเลหมอกที่สวยที่สุดคือ ที่กลอเซโล ทะเลหมอกสองแผ่นดิน ซึ่งทั้งหมดแม่ฮ่องสอน 7 อำเภอ เราจะได้เห็นทะเลหมอกได้ทุกอำเภอ หากนักท่องเที่ยวนอนพักค้างคืนที่อำเภอไหน ก็สามารถชมทะเลหมอกได้

นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวอีกว่า ท่านนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมาเที่ยวยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน สามารถมารับใบประกาศนียบัตร ผู้พิชิต 4,088 โค้ง ได้ที่ทำการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ ศูนย์ไทยใหญ่ศึกษา หรือตั้งจีพีเอสมาได้ที่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นเกียรติประวัติว่าครั้งหนึ่งเราเคยมาเที่ยวแม่ฮ่องสอนและพิชิตโค้งได้ถึง 4,088 โค้ง นอกจากนี้ ที่ศูนย์ไทยใหญ่ เรายังมีพระหมั่งกะหล่ามิ่งเมือง หรือพระเจ้าทันใจไทยใหญ่ พระหินอ่อน ที่นำมาจากประเทศเมียนมา ให้ท่านักท่องเที่ยวทุกท่านได้มากราบไหว้บูชาขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางมาเที่ยวในครั้งนี้อีกด้วย

สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยว ทะเลหมอกทุกอำเภอ และเส้นทางที่น่าขับรถเที่ยวเป็นวงกลม ซึ่งมาจากเชียงใหม่ ตามเส้นทาง 1095 สายแม่มาลัย-ปาย-ปางมะผ้า-เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีโค้งถึง 2,224 โค้ง และสายทางหลวงหมายเลข 108 จาก เชียงใหม่-ฮอด-แม่สะเรียง-แม่ลาน้อย-ขุนยวม-เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีโค้ง 1,864 โค้ง ซึ่งส่วนใหญ่ นักท่องเที่ยวจะขับรถเป็นเส้นวงกลมถึง 2 เส้นทาง เมื่อมารวมกันแล้ว ได้ 4,088 โค้ง ทางสมาคมฯ จึงได้ทำใบประกาศไว้ให้ผู้ที่พิชิตได้มารับที่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ที่ทำการสมาคมฯ สามารถกดจีพีเอสมาได้เลย

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ออเดอร์แน่น! ‘กาละแมโบราณ’ของดีบ้านตีนเป็ด หอม..หวาน..อร่อย

Posted on November 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689434

ออเดอร์แน่น! 'กาละแมโบราณ'ของดีบ้านตีนเป็ด หอม..หวาน..อร่อย

ออเดอร์แน่น! ‘กาละแมโบราณ’ของดีบ้านตีนเป็ด หอม..หวาน..อร่อย

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.32 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ที่ศาลาหมู่บ้านบ้านตีนเป็ด หมู่ 2 ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา กลุ่มแม่บ้านได้รวมตัวกันทำขนมกาละแมโบราณ ของดีบ้านตีนเป็ด ที่ทุกคนติดอกติดใจในรสชาติความอร่อย หอม มัน หวาน จนลูกค้าทั้งในอำเภอ ในจังหวัด และจังหวัดใกล้เคียงชื่นชอบในรสชาติ จนเป็นที่รู้จักนิยมซื้อเป็นของฝาก

โดยสมาชิกแม่บ้านรวมตัวกันจำนวน 10 คน มี นายวิวัฒน์ วสันต์ ประธานศูนย์เรียนรู้บ้านตีนเป็ด เป็นผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มแม่บ้าน หลังจากมีออเดอร์เข้ามา ทางกลุ่มแม่บ้านก็จะเริ่มเตรียมวัสดุในการกวนกาละแมกันตั้งแต่ตีสี่ ใครมาเวลาไหนก็ลงเวลานั้น จะมีการลงชั่วโมงเวลาทำงานมากวนกาละแม รายได้หลังจากหักต้นทุนเหลือเงินเท่าไหร่ ก็จะมาหารชั่วโมงของแต่ละคน ก็จะเป็นรายได้ของแต่ละคน โดยกาละแม 1 กะทะ จะใช้เวลากวน 4 ชั่วโมง ใช้คนกวน 8 คน จับคู่กันสลับการกวนทุก 5 นาที เนื่องจากกาละแมจะมีความเหนียว ต้องใช้แรงเยอะ

ทั้งนี้ ลูกค้าหลักของที่นี่จะเป็นลูกค้าที่จัดงานแต่งงาน งานบวช หรือแม้แต่งานขาวดำ (งานศพ) โดยลูกค้าจะกำหนดว่าต้องการกี่กิโล อย่างเช่นงานแต่งงานต้องการนำไปเป็นของทานเล่นบนโต๊ะ ทางกลุ่มแม่บ้านก็จะทำเป็นถุงเล็กๆ ห่อเป็นสามเหลี่ยม สามารถนำไปตั้งโต๊ะได้โต๊ะละหนึ่งถุง สำหรับคนทาน 8 คน หากเจ้าภาพงานใดต้องการเป็นขีดก็จะตัดเป็นขีด เป็นกิโลก็จะตัดเป็นกิโล ทางกลุ่มแม่บ้านก็จะบริการตัดให้ตามต้องการ

จุดเด่นของกาละแมที่นี่คือ จะใช้คนกวน มีใช้เครื่องจักรกวนกาละแมบ้าง แต่ก็สู้คนกวนจากมือไม่ได้ จะใช้ฟืนเป็นหลักไม่ใช้ถ่าน กาละแมโบราณบ้านตีนเป็ดถือว่าเป็นกาละแมที่ทำสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น กว่า 24 ปีแล้ว ส่วนผสมที่ลงตัวคือ ความหวานปานกลาง ไม่หวานมาก มัน หอมกะทิ ละลายในปาก โดยกาละแมที่นี่จะเหนียวนุ่ม ขนาดนำมาดึงให้ยาว สามารถดึงได้ยาวกว่า 40 เซนติเมตร โดยไม่ขาด ซึ่งต่างจากกาละแมที่อื่น

ส่วนผสมของกาละแม 1 กระทะ จะใช้แป้งข้าวเหนียว 10 กิโล มะพร้าวแก่ 100 ลูก นำมาคั้นเป็นกะทิ และเกลืออีกเล็กน้อย จุดเด่นคือ มะพร้าวต้องเป็นมะพร้าวที่แก่กำลังดี คือไม่อ่อนเกินไปและไม่แก่เกินไป นำส่วนผสมทุกอย่างใส่กะทะ ตั้งไฟพอเดือดก็เริ่มกวนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแก่ กวนไปเรื่อยๆ จนแห้งพอดี ระหว่างกวนก็เติมไฟจากไม้ฟืนไปเรื่อยๆ ไฟแรงก็ไม่ได้ ไฟอ่อนก็ไม่ได้ ทุกอย่างต้องลงตัว ด้วยประสบการณ์ของแต่ละคน

จากนั้นนำมาแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ ห่อด้วยพลาสติกใสที่ตัดมาให้ได้ขนาดพอดีกับกาละแม 1 ชิ้น ห่อให้เป็นสามเหลี่ยม ทุกขั้นตอนใช้ความชำนาญของแต่ละคน ไม่ง่ายและไม่ยาก หากลูกค้าท่านใดสนใจสามารถสั่งจองล่วงหน้าก่อน 1 อาทิตย์ ช่องทางการติดต่อ สามารถเข้าไปที่เฟซบุ๊ก “ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาเพื่อการเกษตรต้นแบบ ธกส.บ้านตีนเป็ด” เบอร์ติดต่อ 0878855861

คุณเพ็ญนภา กล่าวว่า ส่วนผสมของการกวนกาละแม คือ แป้งข้าวเหนียว 10 กิโลกรัม มะพร้าว 100 ลูก น้ำตาลทราย 20 กิโล เกลือ หนึ่งกะทะจะได้ขนมกาละแม 50 กิโลกรัม ใช้เวลากวนทั้งหมด 4 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นกิจกรรมของกลุ่มแม่บ้านบ้านตีนเป็ด โดยจะจัดจำหน่ายตามร้านค้าใกล้เคียงหรือรับตามออเดอร์ เช่น งานบวช งานแต่ง หรืองานศพ อีกทั้งมีร้านค้าของฝากทั่วไปในตัวอำเภอเข้ามารับไปขายด้วย หรือถ้าใครสนใจสั่งก็จะทำตามออเดอร์ ทางเรามีบริการส่งถึงที่หากลูกค้าไม่สะดวกมารับเอง สมาชิกแม่บ้านทั้งหมดจะมี 10 คน กาละแมของเราจะห่อเป็นทรงสามเหลี่ยมเล็กๆ ขนาดพอดีคำ หรือหากลูกค้าต้องการ อยากให้แพคแบบไหนตามใจลูกค้า ทางเรายินดีบริการตามที่ลูกค้าต้องการ

ด้าน คุณโสภา ชูดวง น้องจิ๊บ กล่าวว่า ความเหนียวหนึบของกาละแมที่นี่จะดึงไม่ขาดสามารถดึงได้ยาวกว่า 40 เซนติเมตร ถ้าเป็นกาละแมที่อื่นจะดึงไม่ได้ขนาดนี้ เพราะว่าของเราใช้กะทิสด ซึ่งมะพร้าวที่นำมาใช้ก็ต้องเป็นมะพร้าวที่มีอายุพอดีกับการทำกาละแม อ่อนเกินไปก็ไม่ได้หรือจะแก่เกินไปก็ไม่ได้ ซึ่งจะเป็นเทคนิคเฉพาะรวมไปถึงไฟอุณหภูมิในการกวน ที่อื่นอาจจะได้กลิ่นเหม็นของควันไฟ แต่ของเราจะเป็นกลิ่นหอมของมะพร้าว แต่ถ้าจะให้ออกไหม้ก็จะเป็นกลิ่นของมะพร้าวไหม้ จะเป็นสูตรเฉพาะของเราเอง โดยจะใช้วิธีการกวนด้วยมือเป็นกรรมวิธีแบบชาวบ้าน ทุกคนจะร่วมมือกันทำในส่วนของกลุ่มแม่บ้าน หนึ่งกระทะจะใช้เวลาในการกวน 4 ชั่วโมง โดยใช้คนประมาณ 6 – 8 คน และจับคู่กวน คู่ละ 5 นาที เราจะไม่สามารถทิ้งกะละแมเอาไว้ได้ เพราะเนื้อกาละแมจะนอนก้นและไหม้จึงต้องมีการกวนอยู่ต่อเนื่องตลอดเวลา จำนวนในการแพ็คใส่ถุง จะเป็น 80 ลูกต่อหนึ่งกิโล ในราคา 160 บาท ถ้าสั่ง 10 กิโลขึ้นไปจะอยู่ที่ 150 บาท ถุงเล็กๆ จะอยู่ที่ 40 บาท หากลูกค้าท่านใดสนใจต้องสั่งล่วงหน้าประมาณ 1 อาทิตย์ เพราะวัตถุดิบที่นำมาทำจะเป็นวัตถุดิบสดใหม่เสมอ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแล้ววันแรก! เส้นทางศึกษาธรรมชาติ’กิ่วแม่ปาน’ นทท.คึกคักรอเข้าคิวแต่เช้า

Posted on November 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689413

เปิดแล้ววันแรก! เส้นทางศึกษาธรรมชาติ'กิ่วแม่ปาน' นทท.คึกคักรอเข้าคิวแต่เช้า

เปิดแล้ววันแรก! เส้นทางศึกษาธรรมชาติ’กิ่วแม่ปาน’ นทท.คึกคักรอเข้าคิวแต่เช้า

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.55 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เป็นประธานเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ โดยเช้านี้ยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิต่ำสุด 9 องศาเซลเซียส กิ่วแม่ปาน 10 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวต่างประทับใจ เพราะเจอแสงแรกยามเช้าที่สดใส

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดบริการวันแรก นักท่องเที่ยวมารอเข้าคิวแต่เช้า หลังจากที่มีการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชม เนื่องจากต้องการให้ผืนป่าบริเวณดังกล่าวได้ทำการฝืนคืนสู่ธรรมชาติอันสวยงามของเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ขณะเดียวกันทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ยังได้มีการจัดกิจกรรมมอบรางวัลใหญ่ให้กับนักท่องเที่ยว คือ บ้านพักฟรี 1 หลัง และผลไม้ท้องถิ่น สำหรับนักท่องเที่ยว 10 กลุ่มแรก ที่จะมาเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน โดยเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 06.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งพิธีเปิด 06.30 น.บริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน กิโลเมตรที่ 42

สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น มีเส้นทางเดินเป็นวงรอบระยะทาง 3.2 กิโลเมตร ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณกว่า 2,000 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกได้สวยงาม

ด้าน นายเกรียงไกร ไชยพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ยังได้ฝากเตือนถึงนักท่องเที่ยวว่า นักท่องเที่ยวท่านใดที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด ควรจะงดเดินเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาตินี้ เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นและมีหมอกลงช่วงนี้ อาจทำให้โรคนี้กำเริบขึ้นได้ หรือถ้าถ้าหากต้องการเดินจริงๆ ควรบอกโรคประจำตัวให้กับเจ้าหน้าที่ทราบ และควรมียารักษาติดตัวมาด้วย

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! รูปหล่อ’ท้าวเวสสุวัณ’องค์ละ 1 ล้าน คอหวยไม่พลาดส่องเลขเสี่ยงโชค

Posted on November 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689405

ฮือฮา! รูปหล่อ'ท้าวเวสสุวัณ'องค์ละ 1 ล้าน คอหวยไม่พลาดส่องเลขเสี่ยงโชค

ฮือฮา! รูปหล่อ’ท้าวเวสสุวัณ’องค์ละ 1 ล้าน คอหวยไม่พลาดส่องเลขเสี่ยงโชค

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 07.50 น.

โค้งสุดท้าย! คอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ดพิธีปลุกเสก เหรียญพระนั่งเมืองแก้ว หลังท้าวเวสสุวัณ และรูปหล่อท้าวเวสสุวัณ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ราชบุรี โดยมี 2 เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคุณปิฎก เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี และเจ้าคุณสุรศักดิ์ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม นั่งปรกอธิษฐานจิตรายนา แต่ที่สร้างความฮือฮาให้กับผู้เข้าร่วมพิธีท้าวเวสสุวัณ สุดยอดชนวนมวลสาร มีมูลค่าสูงถึง องค์ละ 1 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ที่พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พระปิฎกโกศล เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม จัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญเทพพญาดา ในการประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก เหรียญพระนั่งเมืองแก้ว หลังท้าวเวสสุวัณ รุ่น 1 และรูปหล่อท้าวเวสสุวัณ โดยได้รับความเมตตาจาก พระภาวนาวิสุทธิโสภณ หรือ หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ อติสักโข เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดประดู่ พระอารามหลวง จ.สมุทรสงคราม เจ้าตำรา ชานหมาก ตะกรุดมหาปราบ พระเถราจารย์ที่มากไปด้วยความรู้ ความสามารถและสืบทอดสรรพวิชาอาคม เป็นเพชรน้ำเอกแห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง นั่งปรกอธิษฐานจิต ร่วมกับ หลวงปู่ทอง พระทองคำแห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน วัดดอนไก่ดี จ.สมุทรสาคร และ พระเถราจารย์ พระเกจิสายเมตตาบารมี แค้วคลาด โชคลาภพูลทวีจำนวน 10 รูป มีผู้ศรัทธามาร่วมพิธี จำนวนมาก

จากนั้น พระปิฎกโกศล เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ทำพิธีจุดเทียนชัย ที่หน้าพระนั่งเมืองแก้ว และทำน้ำพระพุทธมนต์ประพรม วัตถุมงคล เหรียญพระนั่งเมืองแก้ว หลังท้าวเวสสุวัณ และรูปหล่อท้าวเวสสุวัณ พร้อมทั้งประพรมน้ำมนต์ให้กับผู้ที่มาร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและเข้มขลัง ศักดิ์สิทธิ์ แก่ผู้ที่มากราบไหว้ขอพร

แต่ที่สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่มาร่วมพิธี คือ มูลค่าของรูปหล่อองค์บูชา ท้าวเวสสุวัณ ความสูง 21 นิ้ว ซึ่งมีการสร้างเพียงแค่ 9 องค์ เท่านั้น มูลค่าองค์ละ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นองค์ท้าวเวสสุวัณที่มีราคาสูงที่สุดในประเทศไทย โดยองค์ท้าวเวสสุวัณทำการหล่อจากชนวนมวลสารนำฤกษ์ ประกอบด้วย ทองคำแท้มูลค่า 10 บาท เม็ดเงินบริสุทธิ์ ดีบุก ตะกั่ว อัลลอยด์เนื้อเงิน และ สัตตะโลหะ นอกจากนี้ ยังมีมวลสารนพศูลยอดพระปรางค์วัดพุทไธสวรรค์ นวะโลหะ แร่เหล็กน้ำพี้ เมฆสิทธิ์ มวลสารหลวงตาม้า และแผ่นจารพระเกจิคณาจารย์ 21 รูป โดยผู้เข้าร่วมพิธีต่างนำตัวเลขจากยอดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่มีราคาสูง คือ เลข 219 , 29 และ 38 นำไปเสี่ยงโชค หวังรวยในงวด 1 พ.ย.นี้

การสร้างท้าวเวสสุวัณ เพื่อเป็นเทวตานุสสติ ระลึกถึงคุณธรรมความดีของเทวดา ที่ท่านช่วยดูแลพิทักษ์รักษาปกป้องพระพุทธศาสนา และช่วยคุ้มครองพุทธศาสนิกชน ผู้เคารพในพระรัตนตรัยให้ปลอดภัยและร่มเย็นเป็นสุข เรื่องของท้าวเวสสุวัณนี้ มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลและปรากฎอยู่ในพระไตรปิฎกหลายแห่ง เช่นในพระสุตตันตปิฎก มีอาฏานาฏิยสูตร , พระมหาสมัยสูตร

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไอเดียเก๋! ชาวบ้านวังส้มซ่าทำ’กระทงกะหล่ำปลี’รักษ์โลก ลอยกระทงปีนี้

Posted on November 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689403

ไอเดียเก๋! ชาวบ้านวังส้มซ่าทำ'กระทงกะหล่ำปลี'รักษ์โลก ลอยกระทงปีนี้

ไอเดียเก๋! ชาวบ้านวังส้มซ่าทำ’กระทงกะหล่ำปลี’รักษ์โลก ลอยกระทงปีนี้

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 07.25 น.

ชาวบ้านวังส้มซ่าเริ่มประดิษฐ์กระทงกะหล่ำปลี ให้กับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวงานลอยกระทง “เสน่ห์กินริมน้ำ Fun Fin Food @ ชุมชนบ้านวังส้มซ่า” ซึ่งจัดเป็นปีแรกระหว่างวันที่ 5 – 8 พ.ย.นี้ พร้อมเชิญชวนรักท่องเที่ยวมาประดิษฐ์กระทงกะหล่ำปลี และนำไปลอยในแม่น้ำน่าน

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ที่ชุมชนบ้านวังส้มซ่า ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ได้เริ่มประดิษฐ์กระทงที่เป็นวัสดุจากธรรมชาติ แต่ที่นี้แปลกกว่าที่อื่นนอกจากกระทงที่ทำจากกล้วยแล้ว ยังนำกะหล่ำปลี ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านที่บ้านวังส้มซ่า จะปลูกในช่วงฤดูหนาวไว้รับประทานกันทั้งหมู่บ้าน ทำให้ทางกลุ่มวิสาหกิจบ้านวังส้มซ่า ได้มีไอเดียนำกลีบกะหล่ำมาทำกระทง ไม่เหมือนที่อื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการรักษ์โลก รักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย พร้อมกันนี้จะนำไปให้นักท่องเที่ยวได้ลอยในงานลอยกระทงปีนี้

ทั้งนี้ เป็นปีแรกที่ทางชุมชนบ้านวังส้มซ่า ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก จัดกิจกรรม “เสน่ห์กินริมน้ำ Fun Fin Food @ชุมชนบ้านวังส้มซ่า” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามารู้จักความเป็นชุมชนบ้านวังส้มซ่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น โดยกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 5 – 8 พฤศจิกายน 2565 ณ วิสาหกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมีกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย สินค้าอาหารชุมชน กิจกรรม DIY เช่น การตัดตุงโบราณ , การทำม้าฮ่อ , การทำกระทงกะหล่ำปลี , การจำหน่ายสินค้าของฝากของที่ระลึกชุมชน ร่วมเส้นทางท่องเที่ยวในชุมชน ล่องเรือไหว้พระสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดสกัดน้ำมัน เป็นต้น

น.ส.ศรัณย์พร เกิดเกาะ สมาชิกชุมชนบ้านวังส้มซ่า กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรกที่ชุมชนบ้านวังส้มซ่า นำเอกลักษณ์ต่างๆ ของชุมชนมาให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก อย่างกระทงกะหล่ำปลี ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ชาวบ้านปลูกนอกจากจะนำมาทำเป็นอาหาร กะหล่ำปลีไข่ตุ๋นที่ขึ้นชื่อของชุมชน ยังนำมาประดิษฐ์เป็นกระทง และส่วนที่เหลือนำไปเป็นประโยชน์เป็นปุ๋ย เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ได้อีก จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวงาน และมาประดิษฐ์กระทง โดยจะจำหน่ายในราคา 50 บาท เบื้องต้นวางแผนจะทำวันละ 100 กระทง นอกจากนี้ ในงานยังมีกิจกรรมอีกมากที่อยากให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวสัมผัสวิถีชุมชนของบ้านวังส้มซ่าอีกด้วย

ซึ่งต่อมาทาง นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้เดินทางมาร่วมประดิษฐ์กระทงกะหล่ำปลี และลงมือปลูกต้นกะหล่ำปลีในพื้นที่บ้านวังส้มซ่า พร้อมเชิญชวนมาท่องเที่ยวในช่วงลอยกระทงนี้ ทั้งนี้ กิจกรรม “เสน่ห์กินริมน้ำ Fun Fin Food @ชุมชนบ้านวังส้มซ่า” และกิจกรรมลอยกระทงที่จังหวัดพิษณุโลกจัดขึ้นเพื่อเป็นการร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดพิษณุโลกหลังการผ่านคลายโควิด-19 สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามเรื่องราวกิจกรรม “เสน่ห์กินริมน้ำ Fun Fin Food @ ชุมชนบ้านวังส้มซ่า” ได้ที่เบอร์ 0869291745

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แอ๊ด คาราบาว’ยันไม่โกรธ’กำนันปอง’ ขอบคุณที่เตือนสติ-สักวันจะร้องเพลง’วณิพก’ด้วยกัน

Posted on November 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689382

‘แอ๊ด คาราบาว’ยันไม่โกรธ'กำนันปอง' ขอบคุณที่เตือนสติ-สักวันจะร้องเพลง'วณิพก'ด้วยกัน

‘แอ๊ด คาราบาว’ยันไม่โกรธ’กำนันปอง’ ขอบคุณที่เตือนสติ-สักวันจะร้องเพลง’วณิพก’ด้วยกัน

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 20.23 น.

วันที่ 31 ตุลาคม 2565  จากกรณีที่มีคลิป เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ศิลปินแห่งชาติ “แอ๊ด คาราบาว” ได้กล่าวถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีบนเวทีงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง ด้วยความไม่พอใจ หลังจากเจ้าตัวไม่ได้เล่นคอนเสิร์ต งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ประจำปี 65  จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงความเหมาะสม

ต่อมา “แอ๊ด คาราบาว” ก็ได้ขึ้นเวทีออกมายกมือไหว้กราบขอโทษ ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี ในงานทำบุญทอดกฐิน จ.ลพบุรี ทางตำรวจจ่อออกหมายเรียกครั้งที่ 2 อีกครั้ง หลัง แอ๊ด คาราบาว ส่งทนายความเป็นตัวแทนขอเลื่อนนัดสอบปากคำ และรับทราบข้อกล่าวหา อ้างยังเดินสายคอนเสิร์ต ไม่สะดวกในตอนนี้ ดูเหมือนเรื่องราวคดีความกำลังจะจบลงด้วยดี กระทั่งต่อมามีคลิป “กำนันปอง” ของขึ้นคว้าไมค์พูดบนเวทีรำวงย้อนยุค งานทอดกฐิน วัดท่าไชย สวนกลับ “แอ๊ด คาราบาว” ปมหมิ่นฯ ผวจ.สุพรรณบุรี นั้น

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก ธรรมะจูงควาย ของ แอ๊ด คาราบาว โพสต์ข้อความระบุว่า ผมได้ฟังคลิบนี้ที่พี่สาวส่งมาให้ ผมพูดกับตัวเองว่า “โดนซะมั่งก็ดีเหมือนกัน” พ่อกำนันไม่ต้องวิตกกังวลนะครับ เรื่องนี้มันเริ่มจากลุงขี้เมาก็คือผม แอ๊ด คาราบาว คนนี้คนเดียวที่ทำผิดพลาดไป ผมได้รับบทเรียนทางใจจากเรื่องนี้อย่างมาก ได้เรียนรู้ว่าทุกข์ทางใจนั้นมันทรมานยิ่งกว่าทางกายเป็นไหนๆ ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะปล่อยวางมันลง ผมไม่เคยถือโกรธพ่อกำนัลเลยแม้แต่นิดเดียว กลับกัน กลับรู้สึกขอบคุณพ่อกำนัลที่ออกมาเตือนสติผม ซักวันผมไปแสดงสุพรรณเรามาร้องเพลงวณิพกด้วยกันเนาะพ่อกำนัล 55555

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คาดเสร็จธันวานี้! จุดชมวิวสองฟากฝั่ง’แม่น้ำแควน้อย’

Posted on November 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689214

คาดเสร็จธันวานี้! จุดชมวิวสองฟากฝั่ง'แม่น้ำแควน้อย'

คาดเสร็จธันวานี้! จุดชมวิวสองฟากฝั่ง’แม่น้ำแควน้อย’

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.59 น.

วัดท่าขนุน ร่วมกับ ทต.ทองผาภูมิ สร้างจุดชมวิวชมบรรยากาศหน้าหนาว สองฟากฝั่งแม่น้ำแควน้อย ชมความสวยงามพระพุทธเจติย์คีรี วัดท่าขนุน ตั้งตระหง่านบนยอดเขา คาด ธ.ค.นี้แล้วเสร็จ   

31 ตุลาคม 2565 ที่วัดท่าขนุน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันจนติดปากว่า วัดหลวงปู่สาย หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พระครูวิลาศกาญจนธรรม.ดร.เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลตำบลทองผาภูมิ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการปรับภูมิทัศน์บริเวณเชิงสะพานหลวงปู่สาย ฝั่งเทศบาลตำบลทองผาภูมิ 

โดยบริเวณดังกล่าวจะทำให้มองเห็นพระพุทธเจติย์คีรี ของวัดท่าขนุนที่ตั้งตระหง่านอยู่ยอดเขาสูงที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว จะสวยงามเป็นพิเศษเนื่องจากมีหมอกและไอน้ำจากแม่น้ำแควน้อยลอยละลิ่วขึ้นมาเป็นฉากสีขาวเย็นสบายตา ประกอบกับอากาศที่หนาวเย็นจึงเหมาะกับการท่องเที่ยวและเป็นจุดเช็คอินในการถ่ายภาพเอาไว้เป็นที่ระลึกที่สุดอีกแห่งหนึ่ง

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในชุมชนคุณธรรม วัดท่าขนุน เช่น เจดีย์พระพุทธเจติย์คีรี รอยพระพุทธบาท สมเด็จองค์ปฐม 21 ศอก บ้านหลบภัยเชลยศึก ศาลา 100 ปี หลวงปู่สาย เป็นต้น นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินจับจ่ายซื้อสินค้า หรือวัตถุดิบนำไปประกอบอาหารได้ที่ตลาดสดทองผาภูมิ ที่อยู่ใกล้กัน ได้โดยสะดวก

ทั้งนี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม.ดร.เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี  เปิดเผยว่า วัดท่าขนุนได้พัฒนาจุดชมวิวแห่งใหม่ขึ้นที่บริเวณสวนดอกไม้สะพานแขวนหลวงปู่สาย และจะทำการก่อสร้างร้านค้าชุมชนที่อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำแควขึ้นมา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มา

ภายในร้านจะมีการนำสินค้าโอทอป ของแต่ละชุมชนเข้ามาจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน  โดยได้วางแผนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเอาไว้ว่า ทุกเช้าของวันอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป จะมีกิจกรัมให้กับนักท่องเที่ยวได้ร่วมกัน “หิ้วตะกร้า นุ่งผ้าไทย นั่งแคร่ไม้ ใส่บาตรพระ” เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับญาติโยมทุกคนที่มา ซึ่งอาตมาคาดว่าโครงการข้างต้นจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ค้นหา8วันแล้ว! ยังไม่พบร่าง’น้องมาวิน’ แม่โพสต์ตามหา’หมอบี’ช่วยด้วย

Posted on November 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/689194

ค้นหา8วันแล้ว! ยังไม่พบร่าง'น้องมาวิน' แม่โพสต์ตามหา'หมอบี'ช่วยด้วย

ค้นหา8วันแล้ว! ยังไม่พบร่าง’น้องมาวิน’ แม่โพสต์ตามหา’หมอบี’ช่วยด้วย

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.08 น.

ค้นหาน้องมาวิน เข้าสู่วันที่ 8 ยังไม่พบร่าง ล่าสุดแม่เก๋โพสต์ตามหา“หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” ช่วยด้วย ด้าน อ.ชัดเจน ไพ่ไตรยางค์ ช่วยทำนายอีกทาง  ปธ.ชมรมกู้ภัยทางน้ำภาค 7  เตรียมหาร่างด้วยการใช้โดรนเป่าตะกอนโครนอีกครั้ง

31 ตุลาคม 2565 จากกรณีนายมาวิน เนตร์เดชา นักท่องเที่ยว ชาว กทม.อายุ 18 ปี ตกจากเจ็ทสกีขณะนั่งซ้อนท้ายไปกับเพื่อนรุ่นพี่ แล้วสูญหายไป ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 24 ต.ค.ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ท้องที่หมู่ 5 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้  31 ต.ค.65 นายเฉลิมพนธ์ หงษ์ยนต์ ประธานชมรมกู้ภัยทางน้ำภาค 7 ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการในการค้นหาผู้สูญหายใต้น้ำมาอย่างยาวนานโดยเฉพาะผู้สูญหายใต้น้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ใกล้กับจุดที่น้องมาวิน นักท่องเที่ยวชาว กทม. ที่พลัดตกจากเจ็ทสกีแล้วสูญหายไป ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า  ปัจจัยหลักที่ทำให้ยังไม่พบร่างน้องนาวิน ทั้งใต้น้ำและผิวน้ำ ธรรมชาติของคนจมน้ำปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 20-36 ชั่วโมง ร่างกายที่จมน้ำอยู่จะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง อวัยวะจะเริ่มเกิดแก๊ซ จากการเน่าเสียภายในช่องท้อง

ถ้าคนจมน้ำที่ความลึกไม่เกิน 20 เมตร ร่างก็จะลอยขึ้นมาโดยใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน แต่ถ้าน้ำลึกระดับ 50 เมตรขึ้นไป บวกกับอุณหภูมิใต้น้ำที่มีความเย็นจัด ก็จะใช้เวลาลอยขึ้นมาประมาณ 5-6 วัน แต่กรณีของน้องน้องมาวิน เลย 7 วัน และเข้าวันที่ 8 แล้ว จึงน่าจะมีอะไรผิดปกติจากคนจมน้ำทั่วไป หรืออาจเป็นไปได้ว่าระหว่างที่ร่างของน้องกำลังจะลอยขึ้นมา แต่ร่างไปเกี่ยวติดกับกิ่งไม้ เช่น กอไผ่หรือพุ่มไม้ที่หนาแน่น ก็เป็นไปได้ เนื่องจากขณะที่น้องมาวินจมน้ำนั้น ทราบว่าคาดกระเป๋าสะพายอยู่ด้วย ทำให้ร่างไม่สามารถลอยขึ้นมาบนผิวน้ำได้

และยิ่งนานวันเข้าร่างกายก็จะกลมกลืนกับธรรมชาติใต้น้ำ จนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นร่างมนุษย์หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริงวีธีการค้นหาที่ดีที่สุด คือต้องใช้โดรนลงไปค้นหาใต้น้ำแล้วคุ้ยเขี่ย เป่าตะกอนที่อาจปกคลุมร่าง รวมทั้งการใช้โดรนค้นหาสิ่งที่ผิดปกติทุกอย่างที่สงสัยให้ละเอียด ถ้าพบเจอร่างจึงค่อยใช้ประดาน้ำลงไปนำร่างขึ้นมา

แต่ถ้าน้ำลึกเกินกว่าที่นักประดาน้ำจะลงไปได้ ก็ใช้โดรนใต้น้ำเอาสายมาพันส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายแล้วดึงขึ้นมาจากใต้น้ำ ผมว่าวิธีนี้จะสามารถช่วยกู้ร่างน้องมาวินขึ้นมาได้สำเร็จ ทั้งนี้ขอเอาใจช่วยทุกทีมทุกท่านที่มีจิตอาสาพร้อมใจกันค้นหาด้วยความเสียสละ และขอเป็นกำลังใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ของน้องมาวิน มา ณ ที่นี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.เกศรา หรือเก๋ เฟื่องฟู แม่ของน้องมาวิน ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

‘ใครสามารถติดต่อหมอบี ทูตสื่อวิญญาณได้บ้างค่ะ พอดีหมดหนทางแล้วค่ะ ต้องการให้หมอบีช่วยๆจริงๆคะ วันนี้ก็เข้าวันที่6กำลังจะเข้าวันที่7แล้วยังไร้วี่แววร่างลูกชายอยู่เลยค่ะอยากให้หมอบีมาช่วยสื่อกับวิญญาณลูกชายทีค่ะ’

ช่วงเช้าที่ผ่านมา น.ส.เกศรา หรือเก๋ เฟื่องฟู แม่ของน้องมาวิน ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกว่า

‘คนอื่นจะว่าแม่งมงายก็ได้ ที่แม่ตามหาหมอบี ไม่เอาคนนั้นคนนี้หมอคนนั้น เหตุผลใครเหตุผลมันนะคะ อย่าพึ่งมาดราม่ากันเลย ณ จุดๆนี้ไม่มีใครเข้าหรอกเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานหนักมากทุกๆทีมเช้าจรดเย็นถ้าแม่แบ่งเบาแรงจากเค้าได้แม่ก็ทำ บางคนทิ้งคนที่บ้านอาสาช่วยมาวิน แม่ก็เกรงใจมากบางคนทิ้งงานมาช่วยขึ้นลงกรุงเทพ-กาญ คนช่วยคนลงมือทำหน้างานเค้าเต็มที่มากๆ เพราะทุกคนคือเป้าหมายเดียวกันคือช่วยหาร่างน้องมาวิน แม่ขอบคุณจากใจอีกครั้งสำหรับเจ้าหน้าที่ ขอบคุณที่ยังอยู่สู้จนถึงวันอังคารและยังมีทีมงานสมทบมาช่วยเพิ่มอีก มาช่วยด้วยใจอาสาจริงๆ อยู่สู้ไปด้วยกันกับแม่นะคะวันนี้ครบ7วันเต็มแล้ว เก๋ขอบคุณอีกครั้งจากใจสำหรับทีมงานทุกๆทีมที่สู้อยู่ข้างเก๋ สู้ๆนะคะวันนี้ขอให้เจอร่างน้อง”

ทั้งนี้ น.ส.เกศรา หรือเก๋ ยังได้แชร์ติกต๊อกของ อ.ชัดเจน ไพ่ไตรยางค์ ขณะอัดคลิปทำนายด้วยไพ่ไตรยางว่าจะพบร่างน้องมาวิน หรือไม่ จากคลิป อ.ชัดเจน ไพ่ไตรยาง ทำนายว่า “น้องเขาดวงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นะครับ ขอเอาใจช่วยน้องก็แล้วกัน และขอเอาใจช่วยครอบครัวให้เจอน้องไวไวก็แล้วกันนะครับ”.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,226 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d